ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภาดำเนินการเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม โดยเฉพาะการตรวจสอบการแก้ไขร่างกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมดูแลเด็ก และขอให้ท่านประธานอ่านร่างเดิมเพื่อเปรียบเทียบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายให้ความเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมและนําส่ง สภาผู้แทนราษฎรมาเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ท่านประธาน ผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญหลายมาตรา ก็อยากจะเรียกร้องให้ท่านสมาชิก ได้โปรดลงคะแนนไม่เห็นด้วยต่อกรณีวุฒิสภาแก้ไขเพื่อจะได้หาทางออกร่วมกัน โดยคณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภา ท่านประธานครับ ในเหตุผลที่ ๑ ในมาตรา ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วยที่สมควรที่จะต้องไปดูในรายละเอียด วุฒิสภาได้เพิ่มเติมในมาตรา ๓ ว่าด้วยคํานิยามของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นิยามคําว่าเด็ก เด็ก หมายความว่า บุคคล ซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบหกปีบริบูรณ์ วุฒิสภาได้ไปเติมถ้อยคํา โดยเติมคําว่า แต่ไม่รวมถึง ผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย ท่านประธานครับ การเติมถ้อยคําในลักษณะอย่างนี้ เท่าที่ได้สอบถาม ได้ติดตามดูด้วยเหตุผลว่าทําไมถึงเติมถ้อยคํา แต่ไม่รวมถึงผู้บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมาย เหตุผลก็คือเป็นไปตามกฎหมายภายในของประเทศไทยเราว่าการที่ จะได้มีสิทธิในการปกครอง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยสิทธิของการปกครอง ในการที่จะมีสิทธิในการควบคุมดูแลเด็ก ถ้ามีการบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย กรณีอายุน้อยกว่าที่กําหนดไว้ เช่นในกฎหมายฉบับนี้กําหนดไว้ที่ ๑๖ ปีบริบูรณ์ แต่กฎหมาย คุ้มครองเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๖ ในกฎหมายไทยเรากําหนดไว้ที่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ การกําหนดไว้อย่างนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย ก็คือกฎหมายบัญญัติให้บรรลุนิติภาวะ ในบ้านเมืองเราในขณะนี้กฎหมายคุ้มครองเด็ก ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วบัญญัติไว้ที่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ ซึ่งถ้าเขียนตามนี้ ก็ไม่ได้ครอบคลุม ไม่เข้าข่าย กรณีที่ ๒ บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส แน่นอนครับเด็กอายุ ๑๕ ปี หรือเด็ก ๑๔ ปีถ้าสมรสก็ถือว่าบรรลุนิติภาวะ เพราะสิทธิในการที่จะปกครองก็หมดไป แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าต้องไปดูในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการร่วมกัน เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ออกเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก เราไม่ได้บัญญัติขึ้นมาใช้ภายในประเทศอย่างเดียว เพราะฉะนั้นคํานิยามบางนิยามผมเชื่อว่าถ้าเขียนไปอาจจะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับสิทธิ ตามกฎหมายนี้ ผมยกตัวอย่างเช่นกฎหมายไทยอายุต่ํากว่า ๑๖ ปี ถ้าสมรสตามกฎหมาย ฉบับนี้ถือว่าบรรลุนิติภาวะ ถามว่าในกฎหมายระหว่างประเทศเขากําหนดเงื่อนไขอย่างนี้ไว้ หรือไม่ ผมยกตัวอย่างครับ เด็กที่มาจากต่างประเทศเข้ามาอยู่ในเมืองไทยโดยถูกละเมิดสิทธิ ในการคุ้มครองดูแล เขาตามเข้ามาเพื่อจะเอาเด็กคืน แต่ว่าไปติดเงื่อนไขบอกว่าสมรส ตามกฎหมายไทย ลักษณะอย่างนี้จะตัดสินอย่างไรก็เป็นประเด็น เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ ๑ ผมอยากจะให้กรรมาธิการร่วมกันไปดูในรายละเอียดว่ากฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างไร ถ้าบัญญัติลักษณะอย่างนี้ไว้จะเป็นคุณ หรือเป็นประโยชน์กับเด็ก
ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ (๔) วุฒิสภาได้ไปแก้ไข จากถ้อยคําเดิมซึ่งในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นชอบกับร่างเดิมที่เสนอเข้ามา เขาไม่มี การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในมาตรา ๑๐ (๔) วุฒิสภาได้ไปเปลี่ยนแปลงถ้อยคํา ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานอ่านในร่างเดิมนะครับ
มาตรา ๑๐ (๔) หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการฝ่าฝืนคําสั่งศาลตาม (๓) หรือเด็กอาจได้รับอันตราย หรือมีการกระทําอื่นใดอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการยื่นคําขอต่อศาลขอให้มีคําสั่งอนุญาต ให้พนักงานอัยการดําเนินการตามที่จําเป็นและสมควรเพื่อนําตัวเด็กส่งไว้ในความควบคุมดูแล ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และให้เจ้าพนักงานตํารวจ ให้ความช่วยเหลือพนักงานอัยการในการดําเนินการดังกล่าวเมื่อได้รับคําร้องขอ
เป็นการกระทําการต่อเนื่องกรณีที่ถ้าเด็กจะเป็นอันตรายหรือเด็กที่จะไม่อยู่ ในที่ที่กําหนดไว้ก็ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ควบคุม ดูแลเด็ก กรรมาธิการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีเปลี่ยนแปลงแก้ไขครับ วุฒิสภาแก้ไข เปลี่ยนคําว่า ควบคุม เป็น คุ้มครองดูแล เช่นกันครับท่านประธาน เมื่อมีการแก้ไข ในมาตรา ๑๐ (๔) ก็มาแก้ไขในส่วนที่ ๒ การควบคุมดูแลเด็กระหว่างการดําเนินการ ส่งตัวเด็กกลับคืน ในมาตรา ๑๑ ครับ มาตรานี้ในระหว่างที่จะมีการส่งตัวเด็กกลับคืนนี่ เกรงว่าจะมีการย้ายถิ่นที่อยู่กับการที่เด็กจะเป็นอันตรายก็ให้เด็กไปอยู่ในความควบคุมดูแล ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามร่างเดิม
มาตรา ๑๑ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่ รับตัวเด็กตามมาตรา ๑๐ (๔) ไว้คุ้มครองดูแลจนกว่าการดําเนินการส่งตัวเด็กกลับคืนเสร็จสิ้น หรือจนกว่าศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมคิดว่ากรรมาธิการร่วมกันต้องไปดูในรายละเอียด อํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ที่มอบให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั่นคือการควบคุมดูแลระหว่างดําเนินการคือต้องให้เด็กอยู่ในสายตาอยู่ตลอดเวลา วุฒิสภาได้ไปแก้ไขให้ถ้อยคําไว้ว่าคุ้มครองดูแล เท่าที่ติดตามตรวจสอบดูในชั้นของวุฒิสภา เหตุผลที่เขาแก้ไขก็เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เขามีอยู่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๖ ใช้คําว่า คุ้มครองสวัสดิภาพสวัสดิการเด็ก ก็คิดว่าคํานี้น่าจะเหมาะสม สําหรับเด็ก เขาต้องบัญญัติคํานี้ออกมา แต่ผมเกรงว่าการบัญญัติคําคํานี้ออกมาจะก่อเกิด การทําหน้าที่ที่สับสนได้ ก็เห็นว่าน่าจะไปตั้งกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ท่านประธานครับ ผมเองก็พยายามไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองเด็กของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีคํานิยามคําว่า สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สวัสดิการเด็ก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพสวัสดิการเด็ก สถานตรงนี้ คุ้มครองตรงนี้ ก็หมายถึง การให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ แก้ไขความประพฤติ บําบัด รักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ ร่างกายและจิตใจ นี่คือความหมายในกฎหมายฉบับนั้น เพราะฉะนั้นถ้าใช้คําว่าคุ้มครอง ผมก็เกรงว่าอํานาจหน้าที่ที่ให้ไว้ตามกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสูญหายหรือเด็กเป็นอันตรายจะขาดหายไป เลยมีความจําเป็นที่จะขอให้ สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันไม่ให้ความเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขและให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันไป
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกมาตราเดียวครับมาตรา ๑๒ ในส่วนที่ ๓ ศาลและกระบวนพิจารณา มาตรา ๑๒ ว่าด้วยการให้อํานาจหน้าที่ของศาล
มาตรา ๑๒ บัญญัติว่า ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีอํานาจพิจารณา พิพากษาคดี และมีคําสั่งคําร้องขอหรือคําขอที่ได้ยื่นต่อศาลตามพระราชบัญญัตินี้
คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้เป็นที่สุด
วุฒิสภาตัดออกทั้งหมดครับ ตัดคําว่า เยาวชนและครอบครัวกลาง ออก ทั้ง ๒ วรรค ด้วยเหตุผลว่ามีบัญญัตินิยามศัพท์ไว้ในคํานิยามแล้ว คําว่า ศาล หมายความว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พอฟังได้ครับท่านประธาน แต่ผมเชื่อว่าวิธีการบัญญัติ หรือนิติวิธีการเขียนในมาตรา ๑๒ เป็นการเขียนเพื่อมอบอํานาจให้ศาลใดศาลหนึ่ง เป็นผู้มีอํานาจ ผมไม่ได้ติดใจว่าถ้าเขียนในมาตราอื่น อย่างเช่นกรณีมาตรา ๑๓ คําว่า ศาลอาจยกคําร้องขอให้ส่งตัวเด็กกลับคืนในกรณีดังต่อไปนี้ นี่เข้าใจได้เพราะมีคํานิยามอยู่แล้ว ศาลในที่นี้หมายถึงศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง แต่การมอบอํานาจของกฎหมายฉบับนี้ ให้ศาลใดจะเป็นผู้มีอํานาจก็ต้องระบุลงไปว่าเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผมดูแล้วน่าจะขัดต่อวิธีการบัญญัติก็น่าจะไปตั้งกรรมาธิการร่วมกัน
ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป อยากให้สภาแห่งนี้ มีมติว่าไม่เห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไข แล้วส่งให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา เพื่อความรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของกฎหมายต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ