สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๕ กันยายน ๒๕๕๕

เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ และแสดงเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินจากกรมอุทยานแห่งชาติ และเสนอให้มีการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดูแลรักษาป่าไม้ พร้อมเสนอกฎหมายที่กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้หลังจากที่ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้พูดแล้วทําให้ผมจําเป็นที่จะต้อง ลุกขึ้นแสดงเหตุและผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมได้ฟังทุกท่านพูดถึงปัญหา และพูดถึงการที่รัฐบาลได้ส่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาให้สภาพิจารณา ผมเห็นว่า เป็นกฎหมายที่เกาไม่ถูกที่คันหรือไม่เหมาะสมที่จะพิจารณานะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็ด้วยเหตุผลโดยการที่ผมคํานึงถึงหลักการของปัญหาและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับ การดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศไทยเราซึ่งขณะนี้มีจํานวนลดลงอย่างน่าใจหาย ถ้าท่านประธานได้อ่านหลักการและเหตุผลของการที่จะโอนทรัพย์สินต่าง ๆ ก็ดี เจ้าหน้าที่ ต่าง ๆ ก็ดี ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปเป็นของกรมป่าไม้ ท่านจะเห็นว่า ธรรมชาติของ ๒ กรมนี้มันมีทับซ้อนกัน อันที่ ๑ ทับซ้อนกันในเรื่องของบุคลากร อันที่ ๒ ทับซ้อนกันในเรื่องพื้นที่ ซึ่งผลจากการทับซ้อนที่ผ่านมาทําให้ต่างฝ่ายต่างเกี่ยงกันว่าป่าไม้ ที่หายไปเป็นเพราะฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความบกพร่อง แต่ผมกลับเห็นว่าการที่เราวางระบบนี้ขึ้นมา อาจจะเป็นระบบที่ถูกต้อง แต่คนบริหารระบบไม่สามารถที่จะวางกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกื้อหนุน กับการทํางานเพื่อทําให้เกิดประสิทธิภาพก่อเกิดประสิทธิผล ท่านประธานครับ หลักการ และเหตุผลจะเขียนชัดเลยว่าเหตุผลของการที่จะต้องยุบหรือการโอนก็เพราะว่า มันมีการซ้ําซ้อนกันในการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริมและทํานุบํารุง ทรัพยากรป่าไม้ที่ซ้ําซ้อนกัน ประกอบกับภารกิจดังกล่าวได้ดําเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ บางส่วนที่ทับซ้อนกันด้วย ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา แต่สิ่งที่ประเทศไทยต้องการก็คือ พื้นที่ป่าต้องไม่หายไป เพราะฉะนั้นหลักการก็คือว่าคนกับระบบเราจะต้องพัฒนาควบคู่กันไป ในกรณีที่จะมีการโอนทรัพย์สินต่าง ๆ หรือยุบอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไป ผลประโยชน์ก็คงจะมีในเรื่องของการยุบตําแหน่งลง แต่ผลที่จะตามมา อย่างน้อยที่เห็นชัดก็คือว่าค่าป้ายต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนหมดอีกแล้ว รวมทั้งสิ่งที่จะตามมาก็คือ ในเรื่องของการที่จะควบคุมดูแลป่าไม้ของเราให้ดีขึ้น เมื่อผมไปอ่านดูพระราชบัญญัติ ของอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งประกาศไปเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๐๔ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศไป เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายนครับ หลักการจริง ๆ แล้วมันอยู่ตรงที่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่ตั้งขึ้นวัตถุประสงค์ของเขาจริง ๆ เขาต้องการทําประมาณ ๓ เรื่อง อันที่ ๑ อนุรักษ์ป่าไม้ อันที่ ๒ ทําให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่ากับประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ อันที่ ๓ เพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยพันธุ์พืชต่าง ๆ นี่คือหลักการใหญ่ ๆ ของการตั้งอุทยานแห่งชาติ กฎหมายที่เราพิจารณาในวันนี้เรายังไม่ได้ล้มล้างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังคงมีอยู่ แต่เราไปทําให้ระบบมันเป็นหนึ่งเดียวโดยการใช้บุคคลบริหารงาน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน ขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่อมีการทําลายป่าไม้ ถ้าเกิดขึ้น ในเขตอุทยานแห่งชาติและเผอิญเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะตามจับกุมได้ ไม้และทรัพยากรนั้น ได้ออกนอกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแล้ว ก็หมายความว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไม่จับ นี่ละครับคือการเกี่ยงกันทํางานของ ๒ หน่วยงาน เพราะฉะนั้น ถ้าจะทําให้ถูกต้องจริง ๆ แก้ปัญหาให้ถูกต้องจริง ๆ เราน่าจะมีการให้บําเหน็จรางวัล หรือการเลื่อนชั้นตําแหน่งยศต่าง ๆ ก็ดีให้กับคนที่จับได้เป็นคนแรก เพราะฉะนั้น ทุกคนก็จะช่วยกันดูแลในเรื่องของการคุ้มครอง ในเรื่องของกระบวนการจับ นี่คือ สิ่งที่จะตามมา แต่ถ้าเราไปรวมกันอย่างนี้ปัญหาก็จะเหมือนเดิมละครับก็คือพื้นที่มันก็จะมี ขนาดใหญ่ขึ้นแล้วทุกคนต่างก็ไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่ควบคุมหรือรับผิดชอบก็จะเป็นปัญหา ในที่สุดป่าไม้ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ผมจะเสนอต่อท่านประธานก็คือคิดว่า น่าจะให้ภาคประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยต้องคํานึงถึงภาคส่วนประชาชนให้มีส่วนร่วมด้วย คนที่มีส่วนร่วมด้วยก็คือคนที่อยู่ชายขอบ คนชายขอบต่าง ๆ ต้องดึงมา พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุกจังหวัดละครับต้องมีส่วนร่วมกับการเป็นคณะ ที่เรียกว่าคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ถ้าท่านประธานสภาจะได้เปิดดูหมวดของ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจะเห็นว่าหมวดนี้มีใครครับ ประกอบด้วยใครบ้าง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมที่ดินและกรรมการอื่น ไม่เกิน ๑๑ คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ท่านเห็นไหมครับ ภาคส่วนราชการหมดเลย แถมคนที่แต่งตั้งก็คือรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก ถ้าเราเชื่อว่าในระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบ ที่เลวน้อยที่สุด เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดครับ เราต้องเอาภาคประชาชนทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วม ในการเป็นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการใด ๆ ก็ตาม นี่คือเรื่องแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ก็คือการกระจายอํานาจให้กับท้องถิ่นต่าง ๆ ในการดูแล ผมเชื่อว่า คนใดก็ตามที่อยู่ในพื้นที่ใดก็ตามทุกคนรักถิ่นครับ แล้วก็ถ้าเขาไม่รักจริงผลกระทบก็จะเกิด กับเขาเองทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน มาโดยสังเขปนี้ก็เพื่อจะยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่น่าจะเกิดผลประโยชน์อย่างใด กับป่าไม้นะครับ เป็นเพียงแค่วิธีการที่เราจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ผมก็เลยกราบเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ