ปวีณ แซ่จึง แถลงเห็นด้วยในหลักการที่จะโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปเป็นกรมป่าไม้ เพื่อให้การบริหารราชการง่ายขึ้นและแก้ปัญหาทรัพยากรป่าไม้ที่เหลือน้อยลง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ กระผมเห็นด้วย ในหลักการที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในการที่จะโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปเป็นของกรมป่าไม้ หลักการและเหตุผล ผมเห็นด้วย เหตุผลจากสภาพปัจจุบันปัญหาเรามองดูการบริหารราชการของกรมทั้งสองนี้สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาให้ลุล่วงตามเป้าประสงค์หรือวัตถุประสงค์ที่มีการแยกกรมนี้ออกจากกันหรือไม่ หลังจากที่มีการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาและอุปสรรค มีมากมาย การบริหารราชการ และการที่ประชาชนผู้ที่จะได้รับการบริการ ผลประโยชน์ ที่ประชาชนจะพึงได้รับจากการจัดแบ่งกระทรวง ทบวง กรมในอดีตที่ผ่านมา กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้แบ่งคนออกจากกรมป่าไม้ไปปฏิบัติภารกิจ พื้นที่ของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นพื้นที่พิเศษ กรมป่าไม้ก็เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนเป็นการดูแลของกรมป่าไม้ ป่าทั่วไปเป็นการดูแลของกรมป่าไม้ เขตอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นเป็นเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การบริหาร การดูแล และการเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เราต้องยอมรับว่าขณะนี้ ทรัพยากรธรรมชาติในเรื่องของป่าไม้ทั้งประเทศเหลือไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่า จะยืนยันว่ามี ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วไม่ถึง ก็เพราะว่าการแก้ไขปัญหานั้น เราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของเราได้ เดิมในอดีตนั้นกรมป่าไม้ มีป่าไม้อําเภอดูแลป่าไม้ในอําเภอ ตําบล มีป่าไม้จังหวัดดูแลป่าไม้ในเขตจังหวัด มีป่าไม้เขต ดูแลป่าไม้ในพื้นที่ของเขตที่ครอบคลุมจังหวัด ในขณะเดียวกันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นก็ดูแลพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อได้แบ่งออกไปสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วมีอะไรเกิดขึ้น จะต้องโอนคนที่เป็น เจ้าหน้าที่ป่าไม้อําเภอ จังหวัด เข้าไปปฏิบัติภารกิจหน้าที่ที่จะไปดูแลในเรื่องของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชซึ่งเป็นการแบ่งคนออกไป การบริหารราชการนั้นกําลังคน ไม่เพียงพอ ในขณะที่พื้นที่เดียวกันที่เราถือว่าเป็นพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นเดิมป่าไม้ สามารถที่จะเข้าไปให้ความร่วมมือในการดูแลได้ หลังจากแบ่งกรมแล้วก็เป็นเรื่องของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลเรื่องอุทยานต่างหาก กรมป่าไม้ดูแลในเรื่อง ของป่าไม้ คนละหน้าที่ แต่ในขณะเดียวกันที่เกิดปัญหาในเรื่องของทรัพยากรป่าไม้ หรือเขตพื้นที่ป่า กรมป่าไม้ก็จะดูแลเฉพาะเขตป่าอนุรักษ์ เขตป่าสงวนแห่งชาติ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็จะดูแลอีกในเรื่องหนึ่ง การประสานงานระหว่างข้าราชการ ข้ามกรมนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ในเรื่องเดียวกันเรื่องนิดเดียวนี่ กว่าจะประสานงานกันได้ไม่จบง่าย ๆ ผมขอยกตัวอย่างเลยครับ เอาเรื่องของกรมที่ดิน กรมที่ดินเขาก็ไปเกี่ยวข้องกับป่าไม้เช่นกัน สทก. ส.ป.ก. ส.ค. ๑ น.ส. ๓ โฉนดที่ดินนี่ เกี่ยวข้องกันหมด ในขณะที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศเขต ครอบอําเภอทั้งอําเภอทั้ง ๆ ที่บางเขตพื้นที่ไม่ใช่ป่าที่จะไปประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ก็ประกาศครอบลงไป เวลาจะออกโฉนดที่ดินแสนจะยุ่งยาก ประชาชนลําบากต้องให้ ส.ป.ก. ลงไปดู เมื่อไรจะนัดลงไปดูก็ไม่รู้ แล้วบางแห่งต้องให้กรมป่าไม้ลงไปดู ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป่าไม้อําเภอก็ไม่มี เพราะฉะนั้นให้คืนกลับสภาพเดิมนั่นดีที่สุดแล้วรวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด กลับมาปฏิบัติภารกิจ กําหนดภารกิจ เป้าหมาย แต่ละสํานักให้ชัดเจน แบ่งคนที่มีน้อยอยู่แล้ว ให้เพียงพอต่องาน สภาพเดิม ๆ นั้นยังจะแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่าจากสภาพปัจจุบันปัญหานั้นมันมีอยู่ที่เรื่องการบริหารราชการ ส่วนปัญหา ที่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านสมาชิกที่อภิปรายในเรื่องของปัญหาแต่ละพื้นที่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เราจะต้องพูดถึงในโอกาสต่อไป ในขณะนี้ก็คือผมเห็นด้วยในหลักการและเหตุผลยุบรวม กรมเหล่านี้เพื่อที่ให้กรมใหญ่ขึ้น มีคนปฏิบัติภารกิจในหน้าที่เดียวกันนั้นอาศัยคนคนเดียวทําได้ ไม่อย่างนั้นแล้วทรัพยากรป่าไม้ ของกรมป่าไม้ดูแลในพื้นที่เดียวกันเป็นเรื่องของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลอีกเรื่องหนึ่ง เราไม่ต้องพูดอื่นไกลครับ การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหาร ผมถามดูว่าหลังจากประกาศไปแล้วพื้นที่อยู่ตรงไหน พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร อยู่ไหม ว่ามีใครชี้ได้ กรมป่าไม้ก็ไม่กล้าตอบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเอง ก็ไม่กล้าตอบ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมคิดว่ายุบรวมดีที่สุด เห็นด้วย เอาคนที่น้อยอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ประชาชนไปติดต่อที่จะตัดไม้เพื่อก่อสร้างบ้าน ใช้สอย ติดต่อป่าไม้อําเภอต้องไปติดต่อ ที่จังหวัด ไม่มีแล้วความสะดวกจะมีที่ไหน แล้วป่าที่มันเลี่ยนมันเตียนตอนนี้เกิดเพราะอะไร ไม่มีป่าไม้อําเภอแล้วใครจะดูแล ผมเห็นด้วยนะครับที่จะกลับมา แล้วยังจะเห็นด้วยถ้าหากว่า จะลามไปถึงสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถ้าจะยุบรวมเข้ามาอีกก็ดีเหมือนกัน จะได้รวมแล้วจะเกิดความสะดวก จะได้รู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อะไรกันแน่ ความสะดวกของประชาชนต้องถือเป็นหลักการที่จะต้องมี ไม่ใช่ความสะดวกของข้าราชการ หลักการมันพูดได้ การปฏิบัติภารกิจ การบริหารราชการนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล เราไม่ต้อง พูดถึงว่าเขาพูดถึงนักการเมืองไปบุกรุก โดยสภาพข้อเท็จจริงแล้วใครบุกรุกเรารู้กันอยู่แล้ว การจะระบุชื่อใครไม่ได้หรอกครับ ประชาชนก็บุกรุก ใครก็บุกรุกหลายคน แต่สภาพ ของการบุกรุกนั้นเขาบุกรุกไป เจ้าหน้าที่เราทําไมไม่ดูแลในขณะที่มีการบุกรุก ปล่อยให้ มีการบุกรุกแล้วก็มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินในขณะที่ไม่ได้รับอนุญาตมันเป็นเรื่องใหญ่ ท่านประธานที่เคารพ ด้วยเวลาที่จํากัด เห็นว่าเราต้องการที่จะให้มีสมาชิกได้อภิปราย หลายท่าน ผมเห็นด้วยในหลักการที่จะรวม ๒ กรมนี้เข้าเป็นกรมเดียวกันคือเป็นกรมป่าไม้ ด้วยเหตุผลก็คือปัญหาการปฏิบัติราชการนั้นไม่ได้ประสบความสําเร็จและไม่ได้สัมฤทธิผล และไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราให้ ๒ กรมนี้แยกกัน จึงขอสรุปว่าเห็นด้วยในหลักการ และเหตุผลครับท่านประธาน