นคร มาฉิม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินและป่าไม้ โดยชี้ให้เห็นว่าประชาชนที่มีสิทธิในการใช้ที่ดินและป่าไม้ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ และยังได้รับการจับกุมและดำเนินคดีในบางกรณี นคร มาฐิม ยังถามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อประชาชนที่ต้องการสิทธิในการใช้ที่ดินและป่าไม้อย่างไร และจะแก้ไขปัญหาสิทธิในเรื่องที่ดินและป่าไม้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นคร มาฐิม หารือเรื่องการส่งเสริมสิทธิของประชาชน และเรียกร้องการคืนสิทธิอันชอบธรรมให้กับราษฎร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กราบเรียนกับท่านด้วยความเคารพและกราบเรียนผ่านไปยังรัฐบาล และ ฯพณฯ รัฐมนตรีปรีชาที่ผมเคารพยิ่งนะครับ ผมเห็นด้วยที่ท่านและรัฐบาลได้เสนอ เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปอยู่ในกรมเดียวกับ กรมป่าไม้ ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนถามท่านผ่านไปยังรัฐบาลและ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่า ถ้าเปลี่ยนกรม เปลี่ยนกระทรวง ปรับปรุงกรม รวมกระทรวงหรือสร้างกระทรวงขึ้นมาใหม่ อันนั้นเป็นปัญหาในเชิงปฏิบัติของข้าราชการ ของผู้บริหาร แต่ถามว่าปัญหาแก้ได้ ในเรื่องตําแหน่งหน้าที่การงาน แล้วก็เพื่อความเป็นเอกภาพของการบริหารของข้าราชการ ที่มีความทับซ้อนกันอยู่ มีความซ้ํากันอยู่ และมีความเหมือนกันอยู่ใน ๒ กรม ในกระทรวงเดียว ที่ท่านกํากับดูแล แต่ถามว่าในเชิงนโยบายเป็นการแก้ไขปัญหาหรือไม่ อันนั้นเราคงจะต้อง มาพินิจพิเคราะห์แล้วก็ร่วมกันพิจารณาในเชิงของโครงสร้างว่าตั้งแต่มีกฎหมายป่าไม้ มีกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ มีกฎหมายอุทยานแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมาย ที่บังคับใช้อยู่ที่เกี่ยวกับที่ดิน ที่เกี่ยวกับป่าไม้ มันกระทบถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศ ในเชิงของโครงสร้างในระดับนโยบายในเรื่องการที่จะกํากับ หรือกําหนดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ยังไม่เห็นภาพชัดครับ อันนี้เป็นแค่เพียงจุดหนึ่งเท่านั้นในอีกนับร้อยนับพันจุด และอีกนับหมื่นปัญหาที่ประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศตกอยู่ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาล ให้คําตอบต่อประชาชนอย่างไรในการที่จะแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาป่าทับคน ปัญหาคนทับป่าหรือว่าป่ารุกคนหรือว่าคนรุกป่า ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนหน้านี้ ๕๐ ปี ๖๐ ปีก่อน ก่อนที่จะมีกฎหมายมาบังคับใช้ ประชาชนคนไทยมีแค่เพียง ๑๐ กว่าล้านคน ๒๐ กว่าล้านคน ตอนโน้นนะครับรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนมีลูกมีหลานกันให้เยอะขึ้น เพื่อที่จะสร้างอาหาร ผลิตอาหารป้อนให้คนไทยแล้วก็ส่งออกไปขายทั่วโลก เพราะถือว่า ประเทศของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่านประธานคงจําได้สมัยนั้นถ้าเกิดว่าแม่ไหนมีลูกถึง ๑๒ คน มารับโล่ดีเด่น เป็นแม่ดีเด่น พอลูกหลานเติบใหญ่ขึ้นมาก็บอกว่าให้บุกเบิก บุกร้างถางพง เพื่อทําไร่ ทํานา ทําสวน ทํากินกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของเราครับ ทุกคนภาคภูมิใจว่ารัฐบาล ส่งเสริม ใครมีกําลังใครมีแรงบุกร้างถางพงเป็นไร่ เป็นนา เป็นสวน และทํากินกันมา ไม่เคยถูกจับ แต่พอจํานวนประชากรของประเทศไทยเรามากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ นโยบายรัฐต่างหากที่เปลี่ยนไปครับ จากให้ราษฎรบุกเบิกกลายเป็นบุกรุกครับ สร้างมาตรการ ทางกฎหมายโดยสภาแห่งนี้ครับ จับกุมราษฎรเสียเอง ดําเนินคดีกับราษฎรเสียเอง เพราะตอนนี้ประชาชนเยอะมากแล้ว ๖๐ กว่าล้านคน ป่าเหลือน้อยแล้วจากบุกเบิก กลายมาเป็นบุกรุกแล้วก็จับราษฎรเข้าคุก ผมถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าเป็นธรรม กับเจ้าของประเทศแล้วหรือยัง เป็นธรรมกับคนไทยที่ทํากินโดยสุจริตหรือยัง และบางพื้นที่ จากสภาพในปัจจุบันเป็นวัด เป็นโรงเรียน เป็นชุมชน เป็นที่ไร่ เป็นที่นา เป็นที่สวน ที่ราษฎร ได้ทํากินมา ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี ๖๐ ปีแต่ประชาชนไม่เคยได้รับสิทธิอันชอบธรรม เชื่อไหมครับท่านประธาน พื้นที่บางแห่งเป็นเทศบาลอําเภอ บางแห่งเป็นวัด บางแห่งเป็นตําบล เป็น อบต. เป็นไร่ เป็นนา เป็นสวน เป็นที่อยู่อาศัย เป็นโรงเรียน แล้วยังอยู่ในเขตป่าสงวน ทําไมรัฐบาลไม่เสนอในการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างว่าราษฎรได้อยู่กินกันมา ทํากินกันมาชั่วลูกชั่วหลานแล้วให้สิทธิกับประชาชนผู้ทํากินโดยสุจริตได้หรือไม่ ถึงเวลาที่จะเพิกถอนเขตป่าออกไปจากที่ที่ราษฎรควรจะได้สิทธิแล้วหรือไม่ แล้วพัฒนาสิทธิ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สทก. ท่านประธานครับ น่าช้ําใจเหลือเกินบางพื้นที่ทํากินกันมานาน เป็น สทก. บางพื้นที่ไม่มีตอไม้เหลืออยู่แม้แต่ตอเดียวครับเป็น ภ.บ.ท. เสียภาษีบํารุงท้องที่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าภาษีดอกหญ้า บางพื้นที่ผ่อนปรนขึ้นมาหน่อยตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. กันพื้นที่ป่าบางส่วนประมาณ ๓๗ ล้านไร่ออกเป็น ส.ป.ก. อันนี้คือหลักในการผ่อนปรน แต่สิทธิก็ไม่สมบูรณ์ตามที่จะพึงมีพึงได้ครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาสิทธิในเรื่องที่ดิน ในเรื่องป่าไม้ของคนไทยนี่ตลกที่สุดในโลกเลยครับ ป่าพื้นที่ อันเดียวกันแต่ในพื้นที่ทํากินใกล้เคียงกันบางพื้นที่เป็น ภ.บ.ท. บางพื้นที่เป็น สทก. บางพื้นที่ มี ส.ค. บางพื้นที่เป็น น.ส. ๓ และบางพื้นที่เป็นโฉนด ทําไมรัฐจึงไม่พัฒนาสิทธิให้กับราษฎร ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในเรื่องกรรมสิทธิ์ หลายท่านก็มาท้วงติง หลายท่านก็กังวลใจ บอกว่า ส.ส. นครไปพูดแบบนี้ก็ส่งเสริมให้มีการบุกรุกสิ ผมว่าไม่จริง เพราะสภาพการณ์ในปัจจุบัน วิทยาการในปัจจุบัน ทั้งการเดินสํารวจ ทั้งภาพถ่ายทางดาวเทียม ทั้งภาพถ่ายทางอากาศ ชัดเจนที่สุดครับท่านประธาน ราษฎรเคารพกฎหมายอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะไปบุกรุกใหม่ หรอกครับ ถ้าบุกรุกป่าใหม่ผมไม่เคยไปสนับสนุนให้ใครไปบุกรุก แต่ในส่วนที่ราษฎร ได้ครอบครองทํากินมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายและสามารถพิสูจน์สิทธิได้แล้วนี่ให้กรรมสิทธิ์เขา ได้ไหมครับ รัฐเองก็ได้ประโยชน์ในรูปของภาษี สถาบันที่ดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน การออก เอกสารสิทธิ และกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ และเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ มูลค่าสินทรัพย์ของประชาชนจะเพิ่มประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐก็จะได้ในรูปของภาษีปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาพัฒนาประเทศ เอาไปส่งเสริมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีทุน ได้มีงบประมาณในการที่จะพัฒนา ความเจริญก้าวหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมไม่ดําเนินการในเชิงปัญหา ทางโครงสร้างแบบนี้ ประชาชนเขาได้ประโยชน์อย่างไรครับ ได้ประโยชน์ในรูปของกรรมสิทธิ์ อย่างไรครับ เขาจะได้ใช้เป็นหลักทรัพย์ เป็นหลักประกัน เป็นมรดกไปถึงลูกถึงหลาน ไม่ใช่ว่า ปล่อยให้มีการขายสิทธิหรือว่าปล่อยให้มีการถือสิทธิแค่เพียงที่ดินมือเปล่า เขาจึงไม่มีทุน อย่างไรครับ เขาจึงไม่มีหลักทรัพย์อย่างไรครับ หลายท่านก็มาท้วงติงกับผมว่าถ้าเกิดว่า ออกกรรมสิทธิ์แบบนี้ชาวบ้านเอาไปขายหมดแน่นอน ท่านประธานที่เคารพไม่ต้องกังวล ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบและขับเคลื่อนในเชิงการบริหารและเชิงนโยบายที่มีเอกภาพ สามารถทําได้ครับ ไม่ว่าจะออกกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าสิครับ ใครถือครองที่ดิน เอาไปเก็งกําไร มองที่ดินเป็นสินค้าเพื่อเก็งกําไร เก็บภาษีก้าวหน้าเลยถ้าคุณไม่ได้ทําประโยชน์ หรือว่าภาษีมรดก หรือว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องบริหารจัดการที่ดินในทํานองนี้ ให้เกิดขึ้นและประชาชนจะมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ําทางสังคม
ปัญหาที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ถ้าเกิดว่ารัฐหรือหน่วยงานของรัฐไม่สามารถที่จะคุ้มครองและรักษาป่าได้ และไม่สามารถ ที่จะฟื้นฟูป่าได้ เพราะขาดความชัดเจนในด้านนโยบายครับ ทําไมจึงไม่มีนโยบาย ในการปลูกป่าใช้หนี้ล่ะครับ ทําไมจึงไม่มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนอย่างจริงจังในเรื่องป่าชุมชน ถ้าประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและรักษาป่าของเขา เขาจะดูแลแทนรัฐ และรัฐ ไปคอยสนับสนุนและส่งเสริม ผมเชื่อครับว่าป่าจะเพิ่มขึ้น
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน เพราะความหละหลวมและความไม่ชัดเจน ในเรื่องการบริหารจัดการป่าไม้และทรัพยากรที่ดินของรัฐ จึงก่อให้เกิดปัญหาอย่างที่ผม ได้เคยกราบเรียนท่านประธานไปแล้วคือที่ดินบางพื้นที่เป็นที่ ภ.บ.ท. เป็นที่มือเปล่า ราษฎร ได้ไปปลูกยาง แต่ท่านไม่ได้หวงห้ามตั้งแต่ปีแรกครับ ปล่อยให้ยางโต ๓ ปี ๕ ปี ๗ ปี จนจะเริ่มกรีดกันแล้วครับ ตอนนี้ท่านเริ่มไปยึดแล้วก็ไปตัดไปฟัน ไปทําลาย ถามว่า พี่น้องประชาชนที่ไปลงทุน ไปทําด้วยการอาบเหงื่อต่างน้ํา ด้วยความมุ่งหวังว่า วันหนึ่งข้างหน้าชีวิตของตนเองจะดีขึ้น ไม่มีครับ เขาถูกท่านไปยึด ถูกทําลาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ อันนี้หรือครับคือความยุติธรรมที่ให้กับประชาชน แน่นอนครับหลายเรื่อง พวกเราทุกคนเห็นพ้องต้องกันที่จะต้องการให้ป่าเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันรัฐและหน่วยงาน ของรัฐจะต้องเคารพสิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศที่แท้จริงด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจึงขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีที่ผมเคารพยิ่ง ว่าโครงการรีเชฟ (Reshape) ที่ดินไปถึงไหนแล้วครับ โครงการกันแนวเขตที่ดิน เพื่อที่จะเพิกถอนเขตป่าที่มันทับซ้อนที่อยู่ที่อาศัย ที่วัด ที่ทํากินของราษฎรไปถึงไหนแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมได้อภิปราย เพื่อที่จะสะท้อนความทุกข์ยาก ความคับข้องใจ ความคับแค้นใจของประชาชนที่ไม่มีโอกาส เข้าถึงทุน ความคับข้องใจของราษฎรที่ถูกป่าทับที่อยู่ที่อาศัย ที่ทํากินของราษฎร ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สภาแห่งนี้จะคืนสิทธิอันชอบธรรมให้กับราษฎรในฐานะเจ้าของประเทศ ให้กรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์ให้กับราษฎร และรัฐกับประชาชนจะอยู่กันได้ด้วยความปกติสุข กราบขอบพระคุณครับ