รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
วาระหารือนะครับ เชิญท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาส วันนี้ผมจะหารือเรื่องความเดือดร้อนของอาชีพอัญมณีอีกครั้งนะครับ อาชีพอัญมณี และเครื่องประดับทำรายได้เข้าประเทศปีหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาท อยู่ลำดับต้น ๆ ของการส่งออกนะครับ ขณะนี้วัตถุดิบไม่มี ขาดแคลนมานานแล้ว แล้วคนไทย ๕๐๐-๖๐๐ คน ไปซื้อพลอยที่เมืองมูตูเปส ประเทศโมซัมบิก ทวีปแอฟริกา เขาไปซื้อขายมาหลายปีนะครับ ก็ ๕๐๐-๖๐๐ คนเขาถูกปล้น ถูกฆ่า แล้วก็เมื่อเร็ว ๆ นี้คนไทย ๒๐ กว่าคนไปลงสนามบิน ที่เมืองแซมบ้าถูกไล่กลับ เขาไปซื้อขายนะครับท่านประธาน เขาไม่ได้ไปขายยาบ้านะครับ สรุปแล้วก็คือที่เมืองแซมบ้าไม่มีกงสุลอยู่เลย ขอท่านประธานฝากให้กงสุลช่วยไปดูแลคนไทย ที่เมืองแซมบ้าด้วย กงสุลมีก็ที่เมืองหลวงต้องนั่งเครื่องบินไป ๒ ชั่วโมงครับท่านประธาน
แล้วอีกเรื่องนะครับ เรื่องเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ภาคใต้และภาคตะวันออก เดือดร้อนหนักต้องปิดถนน เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคมเขาปิดสะพานติณสูลานนท์ที่จังหวัดสงขลา แล้วส่วนภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด เขาก็จะไปรวมเหมือนกัน แต่เขายื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน แล้วต่อจากนั้นอธิบดีกรมประมงก็เรียกประชุม หารือหาทางออกว่าจะช่วยพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงกุ้งได้อย่างไร แล้วเมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรี บุญทรง เตริยาภิรมย์ ก็เชิญกลุ่มต่าง ๆ มาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล สรุปแล้วก็คือจะช่วย แทรกแซง ใช้งบ คชก. กุ้งนี่สรุปแล้วก็คือให้เอาไปขายห้องเย็น แล้วก็งบ คชก. ก็จะช่วย กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า ๒๐ บาท แต่ทีนี้เวลาไปขายห้องเย็นท่านประธาน กว่าจะได้เงิน เป็นเดือน ๆ เลยนะครับ เมื่อวานสมาคมกุ้งหลายเจ้ามานั่งคุยกับผม เขาบอกไม่ไหว ขอให้ประธานช่วยแจ้งไปที่ คชก. ที่กระทรวงพาณิชย์หน่อยนะครับว่า ถ้าให้ห้องเย็นซื้อ ก็ขอให้เงินเร็ว ๆ หน่อย เป็นเดือนเขาทนไม่ไหว ไหนจะอาหาร ไหนจะสิ่งต่าง ๆ อีกนะครับ เขาทนไม่ไหวแล้วครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานช่วยดูด้วย
แล้วอีกนิดหนึ่งนะครับ คืองบ คชก. รู้สึกจะสองมาตรฐานนะครับ เวลา กุ้งตกต่ำช่วยแทรกแซงเข้าไปกิโลกรัมหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒๐ บาท แต่เวลาเงาะตกต่ำช่วยบาทเดียว เร็ว ๆ นี้ผมคิดว่าเขาต้องมาร้องผมอีกนะครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการส่งเสริม ราคาผลผลิตเกษตรกรรมนะครับท่านประธาน ขอบพระคุณนะครับ
ท่านอำนวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือเนื่องจาก พี่น้องประชาชนชาวร้านค้าทั่วประเทศเดือดร้อนในเรื่องของกลุ่มบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ โดยอยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งรัดจัดร่างประกาศ ให้มีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง เพราะจะหมดอายุในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ นี้ ซึ่งกำหนด ระยะห่างจากการก่อสร้างอาคาร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในเรื่องของผังเมืองรวมจังหวัด ทั่วประเทศนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องพี่น้องประชาชนเดือดร้อนผู้ค้าปลีกรายย่อย
และเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กรณีโรงเรียนของรัฐบาลซึ่งในขณะนี้ปรากฏ ชัดเจนว่ามีการเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะจากผู้ปกครองทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งทางกระทรวงศึกษาธิการให้สร้างโรงเรียนดีประจำตำบล หรือโรงเรียนดี ประจำอำเภอให้มีมาตรฐานคุณภาพการศึกษาเท่าเทียมกันทั่วประเทศ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า จะมีผลดีต่อโรงเรียนดังใน กทม. ก็ดี หรือโรงเรียนดังประจำจังหวัดก็ดี ก็อยากจะให้ ท่านประธานให้เร่งรัดทางกระทรวงศึกษาธิการให้เร่งสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล หรือโรงเรียนดีประจำอำเภอทั่วประเทศ ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ชาวบ้านตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ใช้ถนน เส้นทางสาย ๒๒๖๐ ซึ่งผ่านบ้านกุดตาเพชร บ้านหนองเชื่อมมาอำเภอลำสนธิมีความยากลำบาก ในช่วงปลาย เพราะว่าถนนเสียเกือบครึ่งสายตกประมาณราว ๑๔ กิโลเมตร เป็นทาง เป็นหลุมเป็นบ่อ ลาดยางมานานปีแล้ว อยากจะให้แขวงการทางลพบุรีที่ ๒ อำเภอลำนารายณ์ ให้ช่วยดูแลสำรวจออกแบบ แล้วก็ซ่อมแซมใหม่ให้ได้ดีอย่างเดิม
เส้นที่ ๒ สายแยกถนนหลวงสาย ๒๒๕๖ บ้านซับเค้าแมว บ้านเขาสมโภชน์ บ้านหนองยายโต๊ะ ทางเส้นนี้ก่อสร้างมานานปีมีความชำรุดเสียหายมาก ทางแขวงการทาง ลพบุรีที่ ๒ ได้เข้าไปดูแล้ว ซ่อมแซมแล้วได้สักประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร ยังขาดอีกประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากไม่มีงบประมาณ อยากจะให้รัฐบาลช่วยดูแล ถนนเส้นนี้ด้วย เพราะว่าประชาชนสัญจรเยอะ พืชผลในเขตนี้มีมากมาย แล้วการขนส่ง ลำบากมากเพราะว่าก่อสร้างมาตกประมาณ ๓๐ กว่าปีแล้วไม่มีการดูแลอยากจะให้ดูแล ถนนเส้นนี้ให้ดีขึ้นมาดังเดิม เพราะบางครั้งถนนเส้นที่ดี ๆ แล้วไปทำใหม่ แต่เส้นที่ไม่ดี กลับไม่ได้ทำอยากจะฝากทางรัฐบาลให้ดูแลเส้นนี้เป็นพิเศษสักนิดหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
อันดับแรก บ้านคำม่วง ตำบลหนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เป็นหมู่บ้านห่างไกลความเจริญและห่างไกลอำเภอ แล้วก็ถนนหนทางไม่ดี ก็เลยอยากจะ ฝากท่านประธานช่วยของบประมาณไปก่อสร้างสถานีอนามัยตำบลให้หน่อยนะครับ เพราะเวลา พี่น้องเจ็บป่วยนั้นจะลำบากมาก เข้ามายังตัวบ้านหนองนกเขียนนั้นระยะทางก็ประมาณ ๘ กิโลเมตร แต่ว่ายังเป็นถนนดินไม่ใช่ถนนลูกรัง เป็นถนนดินอยู่ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะ ฝากท่านประธานขอเงินงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุขไปก่อสร้างสถานีอนามัย แล้วก็ กระทรวงคมนาคมไปก่อสร้างถนนลาดยางให้กับชาวบ้านหน่อยนะครับ
แล้วก็ประเด็นที่ ๒ เรื่องอาคารเรียน โรงเรียนบ้านนาแก ตำบลบะยาว อำเภอวังสามหมอ เป็นอาคารไม้เก่าทรุดโทรมมาก จึงให้ท่านประธานช่วยทำหนังสือ ของบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการไปก่อสร้างอาคารเรียนให้กับเด็กนักเรียน ได้มีสถานที่เรียนหน่อย เพราะอาคารหลังเก่านั้นทรุดโทรมมากก่อสร้างมาแล้วเป็นระยะเวลา ถึง ๑๕-๑๖ ปีนะครับท่านประธาน ขอฝากท่านประธานด้วยนะครับ ก็ขอขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษา สาขาการปกครองท้องถิ่น ชั้นปี ๔ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จังหวัดหนองคาย ด้วยความยินดียิ่ง และขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรกำลังอยู่ในวาระการหารือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่มาบอกกล่าวให้กับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านทางประธานสภาผู้แทนราษฎร เชิญท่านชุมพล จุลใส ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์
ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า ถนนสายเขาปีบ-เขาทะลุ เชื่อมต่ออำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ซึ่งอยู่ในความดูแล ของแขวงการทางจังหวัดระนอง ถนนสายนี้นั้นเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชน ใช้ในการสัญจรไปมา ไม่ได้รับการเหลียวแลและได้รับการซ่อมแซมเลย ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็พี่น้องประชาชนลำบากมากครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ที่ปลูกมะพร้าวว่าปัจจุบันนี้มะพร้าวราคาถูกมากครับ สมัยที่ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี มะพร้าวอยู่ที่ลูกละ ๑๓-๑๕ บาท ณ วันนี้มะพร้าวของชาวสวนอยู่ที่ลูกละ ๓ บาท ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าให้ช่วยดูแล ราคามะพร้าวของชาวสวนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องผลผลิตปาล์ม ในช่วงนี้ผลผลิตปาล์มของพี่น้อง กำลังจะออกสู่ตลาด แล้วตอนนี้ราคาตกอยู่ประมาณกิโลกรัมละ ๕ บาท ผมคิดว่าราคา จะตกลงกว่านี้อีก เพราะอะไรครับ เพราะผมทราบว่ารัฐบาลได้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ อันนี้ก็นำเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าให้ช่วยดูแล ให้ช่วย แก้ไขด้วย เพราะว่าปุ๋ยแพง ยาฆ่าหญ้าแพง มันไม่คุ้มทุนจริง ๆ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดสระบุรี
สืบเนื่องมาจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้วที่จังหวัดสระบุรี ทำให้เดือดร้อนกันไป ในหลาย ๆ พื้นที่ ในหลาย ๆ อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอดอนพุด ซึ่งเป็นอำเภอที่ราบลุ่ม น้ำท่วมทุกปี ปีที่แล้วน้ำท่วมไปทุกตำบล โดยเฉพาะเข้าไปในบริเวณโรงพยาบาลดอนพุด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านรี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาขาดเรือในการลำเลียงผู้ป่วย ฉุกเฉิน ขาดเรือในการที่เจ้าหน้าที่จะลงไปอำนวยความสะดวก ไปดูแลผู้ป่วยในชุมชน ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้เกี่ยวข้องที่สามารถจัดหางบประมาณในการจัดซื้อเรือ นำส่งเรือไปให้ที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ในอำเภอดอนพุดด้วย เพื่อปีนี้จะได้ไม่เดือดร้อน เหมือนปีที่แล้ว โรงพยาบาลดอนพุดบอกถ้ามีเรือก็เอาอยู่ครับท่านประธาน
ในส่วนของเรื่องน้ำท่วมปีที่แล้วนั้นส่งผลให้กับบริเวณเทศบาลตำบลดอนพุด บริเวณคลองชลประทาน หน้าที่ว่าการอำเภอดอนพุด น้ำท่วมทำให้เสียหาย คลองชลประทานประมาณระยะทางเป็นกิโลเมตรเสียหายจนลุกลาม ทำให้ถนนบริเวณ หน้าอำเภอดอนพุดนั้นพังเสียหายตามไปด้วย ก็กราบเรียนท่านประธานให้ท่านผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณในการสร้างหินกันดินสไลด์ (Slide) บริเวณหน้าอำเภอ ในระยะทาง ๑ กิโลเมตรด้วยครับ
และสุดท้าย ผลพวงจากน้ำท่วมปีที่แล้วที่อำเภอเสาไห้ ผลกระทบ คือน้ำป่าไหลเชี่ยวบริเวณแม่น้ำป่าสัก ทำให้ตลิ่งบริเวณหมู่บ้าน แล้ววัดบ้านยาง อำเภอเสาไห้นั้นได้รับความเสียหาย ปีที่แล้วผมหารือไปยังท่านประธานครั้งหนึ่งแล้ว ทางจังหวัดก็อนุเคราะห์จัดสรรเข้าโครงการ เข้าแผนไว้แต่ยังไม่มีงบประมาณครับ ปีนี้ขอให้ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยส่งงบประมาณมาช่วยเหลือในโครงการนี้โดยด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือต่อท่านประธานถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในกลุ่มเกษตรกร ซึ่งอยากจะได้ประตูระบายน้ำคลองแขม อยู่ในหมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านหลุม อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เพราะว่าประตูระบายน้ำคลองแขมซึ่งเป็นคลองเชื่อมโยงกับคลองตาข่าย แล้วก็รับน้ำมาจากแม่น้ำยม แต่ในเมื่อเวลาน้ำเข้ามาไม่สามารถมีประตูกักเก็บน้ำได้ ทำให้ น้ำไหลออกไปหมด ก็ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางกรมชลประทานได้สำรวจออกแบบ แล้วก็ของบประมาณในการสร้างประตูน้ำคลองแขม
แล้วอีกประตูหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างคลองแขม คลองตาข่าย มาถึง ประตูมาบกระจาด ซึ่งอยู่ในหมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านหลุม แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือในพี่น้อง ชาวอำเภอกงไกรลาศในตำบลป่าแฝก ตั้งแต่หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๗ ของตำบลป่าแฝก ประตูน้ำทั้งสองนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งกับพี่น้องเกษตรกร ในตำบลป่าแฝก แล้วก็ในตำบลบ้านหลุมของอำเภอเมือง ตำบลป่าแฝกของอำเภอกงไกรลาศ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ เกี่ยวกับถนนซึ่งแยกมาจากหมายเลข ๑๒ ถนนสิงหวัฒน์เข้าไปที่วัดทุ่งเนินพยอม หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลป่าแฝก ซึ่งจะต้องผ่านหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เจริญแล้วก็แน่นหนามาก แต่ว่าถนนเส้นนี้ไม่มีทางระบายน้ำ เวลาฝนตกทีหนึ่ง น้ำท่วมเข้าบ้าน ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในถนนหมายเลข ๑๒ ตัดเข้าไปที่ ตำบลป่าแฝก ตำบลไกรกลางของอำเภอกงไกรลาศ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำรางระบายน้ำซ้ายขวา ให้กับหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลป่าแฝกด้วยครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องผู้ทำการเกษตรที่ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลังว่าเมื่อตอนที่เขาไป ขอกู้เงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้มีบริษัทประกันมาชักชวน ให้ทำการประกันภัยพืช ซึ่งก็ต้องเรียนว่าในปลายปีที่ผ่านมาก็ประสบกับภัยน้ำท่วมมาเป็น จำนวนเกือบหมด ก็ผ่านมาหลายเดือนค่ะ เมื่อเดือนที่แล้วดิฉันเองได้มีโอกาสหารือ กับที่ประชุมแห่งนี้ก็ได้มีทางหน่วยงานตอบมาว่าได้ดำเนินการติดตามกับบริษัทรับประกันแล้ว และได้มีการจะจ่ายเงินให้ ปรากฏว่าได้มีการจ่ายเงินให้เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพี่น้อง ที่เดือดร้อน อีกส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการจ่ายเงินประกันภัยเลยค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้ช่วยดูแล แล้วก็เร่งรัดทางบริษัทประกัน ที่มาร่วมมือกับทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้เร่งรัดการจ่ายด้วยค่ะ แต่ไม่เฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิแห่งเดียวนะคะ จังหวัดขอนแก่นของท่านดวงแขที่นั่งข้าง ๆ ดิฉัน ท่านก็ฝากมาด้วยเช่นกันค่ะ
อีกเรื่องหนึ่ง ก็เป็นการเร่งรัดอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยัง ครม. โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเร่งรัดโครงการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร ที่จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากว่าตอนนี้เท่าที่ได้มีการติดตาม รอกันมานานค่ะ ตอนนี้อยู่ขั้นตอนที่ สำรวจศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทั้งสุขภาพสุขอนามัยเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอน ที่ทางหน่วยงานคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องนำเสนอที่คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ ความเห็นชอบในการจะดำเนินการก่อสร้างต่อไป ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเร่งรัด แล้วก็ดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจาก เป็นความเดือดร้อน แล้วก็พี่น้องรอกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ปี ๒๕๔๘ ก็ดีใจที่ได้มีการทบทวน แล้วก็เร่งรัดให้มีการศึกษาสิ่งแวดล้อม มาปีนี้ก็อยากจะรอฟังข่าวดีจากทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ก็ฝากท่านประธานใน ๒ เรื่อง กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่า เป็นความเดือดร้อนทางจิตใจที่สาหัสมากครับ กล่าวคือเมื่อวันที่ ๑๘ คือวันศุกร์ที่ผ่านมา มีประชาชนชาวตำบลหนองขาวได้ไปติดต่อธุระเกี่ยวกับคดีที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาว ปรากฏว่ามีนายตำรวจยศพันตำรวจโทนายหนึ่งแจ้งว่ามาจากกองปราบปราม กอง ๑ ได้เข้ามาพูดข่มขู่ เมื่อประชาชนหรือชาวบ้านไม่ยกมือไหว้ก็หาว่าดูถูก เมื่อประชาชน ไม่ยกมือไหว้อีกครั้งก็จะกระโดดถีบ ใช้วาจาที่หยาบคายราวกับว่าพี่น้องประชาชน เป็นเหมือนโจรผู้ร้าย ซึ่งผมขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีคือท่านเฉลิม อยู่บำรุง และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โปรดกำชับนายตำรวจนายนี้ที่มีชื่อว่า พันตำรวจตรี สมโภช เข็มเพชร ขอให้ท่านลองไปดูว่าทัศนคติ จิตวิญญาณของการอำนวย ความยุติธรรมให้แก่พี่น้องประชาชน ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน ต้องทำอย่างไรครับ ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าต่อไปคงจะมีข่าวตำรวจปล้นธนาคาร เกิดขึ้นอีกแน่ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ผมมีข้อหารือในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ละหมาด ในวันศุกร์ แล้วก็ทำประชาคม
เรื่องแรก ก็คือในหมู่ที่ ๖ ตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี สิ่งที่ เขาต้องการก็คืออาคารเอนกประสงค์เพื่อสอนจริยธรรมให้กับน้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ในหมู่บ้าน
เรื่องที่สอง หมู่ที่ ๖ ตำบลเมาะมาวีเช่นเดียวกัน ก็คือเขาต้องการเสาไฟฟ้าริมทาง ที่มีหลอดเหลืองของกระทรวงคมนาคมช่วยจัดด้วย เพราะว่าเขตตรงนี้ในเรื่องของ ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินมีปัญหา
เรื่องที่สาม คือขอมีการขยายเขตไฟฟ้าที่บ้านลางา หมู่ที่ ๒ ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ทางเข้าโรงเรียนกีรออาตีย์ โรงเรียนสอนอัลกุรอาน
เรื่องที่สี่ สุดท้ายนะครับ ปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ตรงนี้มีปัญหามาก ชาวบ้าน ต้องไปซื้อน้ำมารับประทานเพราะว่าน้ำแดง แดงจริง ๆ นะครับ ผมอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขไปหาวิธีการอย่างไรก็ได้เพื่อบรรเทาอย่างเร่งด่วนในหมู่ที่ ๑ ตำบลลุโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย มีเรื่อง ที่จะกราบเรียนท่านประธานเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในจังหวัดหนองคาย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากพี่น้องชาวตำบลบ้านฝาง อำเภอสระใคร โดยเฉพาะเรื่องถนนหนทาง ซึ่งได้รับการพิจารณาโครงการจากกรมการปกครองท้องถิ่น แต่ว่างบประมาณที่จัดสรรไปนั้นยังล่าช้าอยู่ ขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เรื่องการสัญจรไปมา ของตำบลบ้านฝาง โดยเฉพาะบ้านตอแก ไปยังบ้านพระธาตุบังพวน และบ้านตอแกไปบ้านห้วยทราย ได้รับความเดือดร้อนมากเลย
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ ท่านผู้ที่สนใจที่อยากจะพัฒนาการรถไฟไทย เนื่องจากว่าปัจจุบันรับทราบว่าปัญหา ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ การบริหาร การบริการต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อนมากจากพี่น้องประชาชนสะท้อนเข้ามา คณะกรรมาธิการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดสัมมนาก้าวสู่ทศวรรษใหม่การรถไฟไทย ในวันที่ ๓๑ พฤษภาคมนี้ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา ที่โรงแรม เดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ในเรื่องนี้เราจะมีการพิจารณาสัมมนากันถึงปัญหาแนวทางการแก้ปัญหา รับฟังแนวคิดต่าง ๆ จากทุกภาคส่วน เพราะฉะนั้นก็ขอเชิญชวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ ท่านผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ไปหารือกันเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนา แล้วก็เราจะ พัฒนาการรถไฟในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเรียนเชิญทุก ๆ ท่านด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีหารืออยู่ ๒ เรื่องสั้น ๆ ครับ
เรื่องแรก ขณะนี้พี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ในเขตเทศบาลได้รับ ความเดือดร้อน เนื่องจากศูนย์ที่บริการประชาชน วันสต็อพเซอร์วิส (One Stop Service) ที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ไปเปิดไว้ที่ห้างสรรพสินค้าหนึ่ง ขณะนี้อุปกรณ์เครื่องมือมันเก่า ชำรุดทรุดโทรม แล้วก็ใช้การไม่ได้ แล้วก็ทราบว่าได้ทำเรื่องร้องเรียนไปของบประมาณมา เพื่อจะซ่อมก็ให้บริการประชาชน ขณะนี้ได้รับแจ้งว่างบประมาณไม่มีนะครับ จึงเรียน ท่านประธานฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดหางบประมาณไปดูแลในนี้ด้วยครับ เพราะว่า วัน ๆ มีพี่น้องประชาชนมาทำบัตร มาถ่ายบัตร มาทำอะไรเยอะแยะนะครับ ซึ่งเป็น การอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งนะครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องแถวตำบลหนองกรด ตำบลหนองกระโดน ขณะนี้ประสบ ปัญหาภาวะภัยแล้ง น้ำไม่มี กระผมทราบจากกรมพัฒนาที่ดินว่าทางกรมพัฒนาที่ดิน มีงบประมาณส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาแหล่งน้ำ แล้วก็ขนาดประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คิว เพื่อจะได้ เป็นแหล่งน้ำเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง และใช้ป้องกันน้ำท่วมในหน้าน้ำด้วย ก็จึงฝากเรียน ท่านประธานไปถึงกรมพัฒนาที่ดินนะครับช่วยส่งเจ้าหน้าที่ไปดู แล้วก็ไปสอบถาม แล้วก็ หาที่สาธารณะเพื่อจะทำบึงหรือบ่อเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ให้ด้วยนะครับ จะกราบขอบพระคุณมากครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านชมภู จันทาทอง ครับ คนสุดท้ายนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นำมาหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนบ้านหนองกกค่ะ ท่านประธานคะ จากเทศบาล ตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ มีหนองประจำหมู่บ้าน คือหนองกกค่ะ แต่หนองนี้เป็นที่ ใช้รวมกันระหว่างหมู่บ้านหนองกก หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ ของตำบลค่ะ แต่ขาดการเหลียวแล ทางอำเภอนั้นได้เข้าแผนมาตลอด แต่ว่าไม่มีงบประมาณมาดูแล ในการขุดลอก คู่กับหมู่บ้านหนองกกมา ๑๐๐ กว่าปีแล้วค่ะ ท่านประธานคะ ฉะนั้นให้ไป สนองตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขขุดลอกหนองตื้นเขินนะคะ ก็ฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ค่ะ ได้ให้เจ้าหน้าที่นั้นไปสำรวจ แล้วก็อนุมัติงบประมาณ ดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำโดยด่วนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ นั้นมีประชาชนในหมู่บ้านจากบ้านโพนพระ ตำบลโคกคอน ไปยัง บ้านโพนตาล ตำบลนาข่า ยาวประมาณ ๔ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลูกรังค่ะ ท่านประธานคะ และถนนอีกเส้นหนึ่งก็คือบ้านสาวแล หมู่ที่ ๔ ตำบลโพธิ์ตากไปยังที่ว่าการอำเภอโพธิ์ตาก ยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังเหมือนกันค่ะ ท่านประธานคะ ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท
ท่านสมบูรณ์ประท้วงหรือครับ เชิญครับท่านประท้วงเรื่องอะไร
กำลังหารือค่ะ ๒ นาทีเอง ไม่รู้ยกมือ ทำไม ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมนั้นได้ช่วยดู โครงการและแผนที่เขาบรรจุของจังหวัดนั้นไปหลายปีผ่านมาแล้วค่ะ ซึ่งเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนต้องแก้ไขนะคะ เพราะว่าถนนเดี๋ยวนี้มันล้าสมัยแล้วค่ะ เราจะใช้ ถนนลูกรังอยู่อย่างนี้หรือคะท่านประธาน ขอปรับเป็นถนนลาดยางและถนนคอนกรีตด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมบูรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมยกมือเพื่อที่จะขออนุญาตท่านประธานหารือครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากสถานีรถไฟกันตังเป็นสถานีรถไฟเดียว ของฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งขอให้ทางรัฐบาลได้จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ในงบประมาณปีที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พัฒนาเป็นสวนสุขภาพร่วมกับทางเทศบาลเมืองกันตัง แล้วก็การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดทำห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ อยากให้กระทรวงไอซีที (ICT) ได้สนับสนุนอินเตอร์เน็ต วายฟาย (Internet WiI-Fi) ให้เด็กเพื่อได้ศึกษาหาความรู้ ที่บริเวณสถานีรถไฟกันตัง
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากจังหวัดตรังเป็นเมืองที่ท่านชวน หลีกภัย เน้นในเรื่องของ การพัฒนาคน สร้างเมืองตรังให้เป็นเมืองแห่งความสุข เรามีสถานศึกษาเป็นศูนย์การศึกษา ทางฝั่งอันดามัน มีโรงเรียนประจำอำเภอก็คือโรงเรียนบ้านย่านตาขาว ขณะนี้มีนักเรียน จำนวนมาก ขาดเรื่องอาคารเรียน อยากให้กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณในเรื่อง อาคารเรียนให้กับโรงเรียนบ้านย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
ผมได้หารือหลายครั้งก็คือเรื่องถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวของตำบลวังมะปราง เข้าสู่วังผาเมฆ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ขอให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้อนุญาต ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอกันตังได้ขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องชุมชนบ้านทุ่งหญ้าคา ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้ใช้ไฟฟ้าด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิดการประชุม เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
กรณีเวลาของการอภิปรายนะครับ คณะรัฐมนตรีอภิปรายทั้งหมด ๑๓ ท่าน ใช้เวลาไป ๔ ชั่วโมง ๒ นาที พรรคร่วมรัฐบาลอภิปรายไป ๖๐ ท่าน ใช้เวลาไป ๖ ชั่วโมง ๓๕ นาที พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปราย ๕๖ ท่าน ใช้เวลาไป ๑๐ ชั่วโมง ๕๔ นาที รวมทั้งหมดทั้งประท้วง แล้วก็ใช้สิทธิพาดพิงใช้เวลาไป ๒ ชั่วโมง ๓ นาที รวมเวลา ๒ วัน อภิปรายไปแล้ว ๒ วัน ๓๒ นาทีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มีนะครับ
ต่อเรื่องของการพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เชิญท่านพายัพ ปั้นเกตุ ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราผ่านการอภิปรายเรื่องงบประมาณมา ๒ วัน ได้เนื้อหาสาระที่ครอบคลุมแล้วทั้งหมด แล้วเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้แสดงความคิดเห็นสู่สายตาพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับทราบแล้ว ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่างบประมาณแผ่นดินปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ นั้น มีทั้งหมด ๒.๔ ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณที่ได้จัดไว้ครอบคลุมทั้งหมดทุกรายการ ดูแล พี่น้องประชาชนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งเป็นรายการที่ครอบคลุม มีแผนงานทั้งสิ้น ๑๖ แผนงาน
แผนงานประการแรก ที่เราได้เห็นรัฐบาลได้นำเสนอ ก็คือเรื่องของแผนงาน การสร้างความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะว่า วันนี้เราต้องการเห็นประเทศชาติเดินหน้าได้ เราต้องการเห็นคนไทยมีรอยยิ้ม ซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านจะมีความวิตกกังวลในการทำกิจกรรม ของพี่น้องประชาชน ของพี่น้องมวลชน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงขึ้นในบางพื้นที่ ในบางจังหวัด แต่นั่นเป็นความวิตกกังวลของเพื่อนสมาชิกที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อดู ในงบประมาณแล้วปรากฏว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนงบประมาณใด ๆ ให้กับการทำกิจกรรม ดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งที่เรา เป็นห่วงที่สุด ณ วันนี้หลังจากที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศชาติบ้านเมืองในเวลา เพียงประมาณ ๗ เดือนนั้น ก็คือปัญหาเรื่องอุทกภัย ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ ความเชื่อมั่น ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่มีต่อนายกรัฐมนตรีที่มีต่อรัฐบาลนี้ ความเชื่อมั่น ของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่อรัฐบาลไทยของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าจะสามารถแก้ไข ปัญหาเรื่องอุทกภัยได้หรือไม่ เราใช้งบประมาณงบกลางไปแล้วทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะป้องกันแก้ไขเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย วันนี้มีงบประมาณ คืนมาส่วนหนึ่งประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเหตุผลว่า งานซ้ำซ้อน ทำไม่ทัน หรืองานบางอย่างนั้นประสบปัญหาเรื่องบางพื้นที่ทำไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธานครับ การที่รัฐบาลได้พยายามที่จะหาทางป้องกันอุทกภัย ของประเทศชาติอย่างถาวรด้วยการออก พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณ สำหรับป้องกันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดูจะมาก แต่ว่ามันครอบคลุมแม่น้ำทั้งหมด ๑๗ สาขา ตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และแม่น้ำสาขาทั้งหมดนั้น เป็นงบประมาณที่รัฐบาลพยายาม ที่จะดำเนินการป้องกันปัญหาเหล่านี้อย่างเต็มที่ การเดินสายของนายกรัฐมนตรีซึ่งเดินสาย ดูปัญหาและแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ภาคเหนือยันภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่สร้างความเชื่อมั่น ให้คนไทยทั้งประเทศทั้งสิ้น แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ซึ่งรัฐบาลได้นำเสนอเป็น พ.ร.บ. เข้ามาในสภาแห่งนี้ น่าสนใจครับ คืองบประมาณเรื่องของแผนงานบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการซึ่งมีทั้งหมดเป็นงบปกติ ปี ๒๕๕๖ นี้นะครับ ๔๓,๘๔๑.๒๖๖ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนทั้งหมด แต่เมื่อหัก งบปกติประจำไปแล้วประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรวมกัน ๒ รายการประมาณ ๕๓,๙๖๙ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณงบลงทุน ๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระจายไปตามกรม กอง ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงให้ดำเนินการครับ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานตรงนี้ครับว่าตั้งแต่กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ กระทรวงกลาโหม โดยทหารพัฒนาหรือกองทัพไทยนั้น เดิมทีเดียวเมื่อปีที่แล้วได้งบประมาณ ๒๗๕ ล้านบาท แต่ว่าปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๑,๑๒๕ ล้านบาท ต้องยอมรับประการหนึ่งครับว่า ทหารพัฒนาทำงานได้ว่องไว ทำงานได้เสร็จเร็วและมีผลการเบิกจ่ายที่น่าพอใจ บางพื้นที่ บางโครงการเสนอได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทีเดียว
ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดิมทีเดียวนั้นเคยได้ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ ๑,๖๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ ๓๔๐ ล้านบาท กรมชลประทาน ท่านประธานครับ ดูเหมือนว่าตัวเลขจะได้รับงบประมาณลดลง คือเมื่อปีที่แล้วได้ ๓๖,๔๒๔ ล้านบาท ปีนี้ได้ ๓๕,๔๕๓ ล้านบาท ลดลงประมาณ ๙๗๐ ล้านบาท แต่ว่า ในความที่ดูเหมือนว่าลดลงนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าแต่ลดลง ในขณะที่มีการใช้งบประมาณอื่นไปมากแล้ว จึงสามารถที่จะใช้งบประมาณที่มีปริมาณ ที่จำกัดนั้นเพิ่มขึ้นในปีนี้ได้ ต้องเรียนท่านว่ากรมชลประทานก็ดูแลงบประมาณตรงนี้ค่อนข้างดี แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ งบประมาณที่มีปัญหาเรื่องกระจุกตัว ปัญหาเรื่องการไปป้องกัน เขตน้ำท่วมในพื้นที่ดอนในบางจังหวัดนั้นยังเป็นปัญหาที่คาใจเพื่อนสมาชิกในสภานี้ เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามครับ
เมื่อดูในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีกรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือกรมเจ้าท่าครับ ปีที่แล้วได้ ๗๖๒ ล้านบาท ปีนี้ลดลงเหลือ ๕๔ ล้านบาท คือลดลงประมาณ ๗๐๗ ล้านบาท อะไรมันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ไม่ใช่หมายความว่ารัฐบาลนี้ไม่ให้ความสนใจต่อกรมเจ้าท่า ต่อกระทรวงคมนาคมที่จะดูแลเรื่องร่องน้ำ งบประมาณของกรมเจ้าท่าทั้งหมดนั้นได้เอาไป ใช้ในการขุดลอกลำแม่น้ำทั้งหมด แต่ว่างบประมาณนั้นได้ใช้ไปในส่วนของงบปกติ เมื่อปีที่แล้ว งบแม่น้ำเจ้าพระยา ๒ ตอน ๓ ตอน ๔ ตอน ได้รับการประมูลงาน ได้รับ การจัดสรรในการที่จะแก้ไขปัญหาแล้วเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ซึ่งมีปริมาณที่ลดลง ๕๔ ล้านบาท แต่ว่าท่านประธานครับ เข้าไปดูในรายละเอียดปรากฏว่า งบ พ.ร.ก. เงินกู้ที่ กยน. ให้ไปนั้นปรากฏว่าได้ถึง ๓,๒๐๘ ล้านบาท ซึ่งกรมเจ้าท่ามีแผนงาน ตรงนี้รองรับอยู่แล้วซึ่งมากกว่างบปกติหลายเท่าตัวนัก ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นการสร้างความ เชื่อมั่นให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศในการที่จะบอกว่ารัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมให้เกิดความเชื่อมั่นกับคนทั้งประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศได้อย่างมั่นคงและถาวรครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะสมาชิกกลุ่มองค์กรสตรี ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ด้วยความยินดียิ่ง ในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ อยู่นะครับ เชิญวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลตั้งไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท โดยได้กำหนด ยุทธศาสตร์เป็น ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกันนั้น ผมจะขออภิปรายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์จัดการน้ำ ซึ่งผมดูในคำแถลงประกอบนโยบายปี ๒๕๕๖ อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ และยุทธศาสตร์ที่ ๕
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เกี่ยวกับการสร้างรากฐานพัฒนาที่สมบูรณ์สู่สังคม เกี่ยวกับ น้ำนั้นอยู่ในข้อที่ ๑.๔ การบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ตั้งงบไว้ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการบริหารลุ่มน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และเรื่องน้ำนั้น อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ ๕ การจัดการทรัพยากรน้ำ ได้ตั้งงบไว้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนา อนุรักษ์ และใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานครับ ทั้งข้อ ๑.๔ และข้อ ๕.๓ ของยุทธศาสตร์ก็ล้วนแต่เป็นเรื่อง ของการบริหารจัดการน้ำทั้งสิ้น ผมทราบว่าเรื่องนี้ก็เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค แล้วก็เพื่อบรรเทาความเสียหายจากน้ำแล้ง แล้วก็ปัญหาน้ำท่วม แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากปัญหาการจัดการน้ำที่ผ่านมา แม้จะมีการปรับปรุงระบบราชการ เมื่อปี ๒๕๔๕ ก็ตาม ก็ปรากฏว่าการบริหารจัดการน้ำก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ เพราะว่าไปเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ หน่วยงาน หลายกระทรวง ทบวง กรม ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ จากการจัดการน้ำที่มีปัญหาต่าง ๆ ทั้งข้อกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ก็ล้วนแต่ล้าสมัย ไม่ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน จึงทำให้เกิด น้ำท่วมซ้ำซาก แล้วก็แล้งซ้ำซากติดต่อกัน โดยเฉพาะเมื่อปลายปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคอีสาน ภาคใต้ ในปีต่อมาในปี ๒๕๕๔ ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เกิดที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ปริมณฑล แล้วก็ กทม. ท่านประธานครับ จากการที่ น้ำท่วมทั้ง ๒ ปีติดต่อกัน โดยเฉพาะปีสุดท้ายคือปีที่แล้ว ได้สร้างความเสียหายให้กับ ประเทศชาติอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคแรงงาน ทำให้ประเทศไทย เสียความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมเลยอยากจะ ขออภิปรายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เห็นด้วยนะครับ จะต้องเป็นแบบบูรณาการ ให้ทุกภาคส่วนต้องหันมาคุยกัน รวมทั้งภาคชุมชน จะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะที่ ปี ๒๕๕๔ ก็ประสบปัญหามากมาย สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องออก พ.ร.บ. เงินกู้ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาแก้ปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ปีนี้รัฐบาลก็ตั้งงบ แต่น่าเสียดายว่ากระทรวงหลัก ๆ ที่ดูแลเรื่องน้ำ อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ปรากฏว่าได้ถูกตัดงบประมาณลงจำนวนมาก ผมก็ไม่ทราบว่าสาเหตุอะไรนะครับ โดยเฉพาะกรมชลประทานซึ่งเป็นกรมหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการน้ำมาโดยตลอด ผมเลยอยากตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะเหตุใดครับ
ท่านประธานครับ ในประเทศไทยเรานั้นมีลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ำ แต่ละลุ่มน้ำ ก็มีสภาพต่างกัน ผมขออนุญาตพูดปัญหาเรื่องลุ่มน้ำมูล ซึ่งเป็นลุ่มน้ำหนึ่งในลุ่มน้ำอีสาน โขง-ชี-มูล แม่น้ำมูลนั้นอยู่ตอนล่างของประเทศไทย อีสานตอนล่างนะครับ ตั้งแต่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ ปัญหาลุ่มแม่น้ำมูลนั้นมีปัญหาต่างกับลุ่มน้ำอื่น ๆ เพราะมักจะเกิดขาดแคลนน้ำเป็นประจำ บางปีก็น้ำท่วมหนัก เหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า ไม่มีที่เก็บกักน้ำขนาดใหญ่เหมือนกับลุ่มน้ำอื่น ๆ ผมอยากจะเสนอแนะนะครับว่าถ้าอยากจะ แก้ปัญหาลุ่มน้ำก็แก้ที่ต้นน้ำ แล้วก็กลางน้ำ ปลายน้ำไปพร้อม ๆ กัน แต่อย่างไรก็ตาม ผมดู งบประมาณปีนี้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้นน้ำมูลกลับไม่มีงบประมาณใดทั้งสิ้น ผมอยาก เสนอแนะนะครับ อยากจะแก้ได้ต้องสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณต้นน้ำหรือแก้มลิง เพื่อให้มี การเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น ขณะนี้ทางกรมชลประทานได้ออกแบบไว้มากมาย แต่ก็ไม่สามารถ ไม่มีงบประมาณก็คงจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้นะครับ อยากจะเสนอรัฐบาลว่าถ้ามีโอกาส มีเวลาฝากกรรมาธิการงบประมาณนะครับ ช่วยพิจารณาต้นน้ำของลุ่มน้ำมูลบริเวณ จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น หรือการผันน้ำจากแม่น้ำชีบริเวณบ้านหนองคูมาสู่ ลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนล่างเพื่อเติมน้ำให้กับลุ่มน้ำมูล ในขณะที่แม่น้ำชีของจังหวัดชัยภูมิ เป็นต้น มักจะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ก็เป็นการช่วยเหลือจุดที่น้ำท่วม ผันน้ำมาสู่บริเวณที่ ขาดแคลนน้ำ อย่างเช่นลำน้ำมูลเป็นต้น ขอบคุณครับ
ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ งบประมาณปี ๒๕๕๖ วันนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่หนึ่ง ก็คือวาระรับหลักการ กระผมเองได้ศึกษาถึงเหตุผลในการจัดทำร่างงบประมาณฉบับนี้ ก็พบว่ารัฐบาลนั้นได้บริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็งบประมาณเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในอนาคต การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอยู่ ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ด้วยระยะเวลาที่มีความจำกัด ผมขออนุญาตท่านประธานได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอยู่ ๒ เรื่อง พร้อมทั้ง ตั้งข้อสังเกตในการที่จะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการนั้นได้ไปพิจารณาในวาระแปรญัตติ ในขั้นต่อไป
เรื่องแรก ก็คือยุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ซึ่งได้ ตั้งงบประมาณไว้ ๑๑,๕๘๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณนี้มี ๑๖ แผนงาน แต่แผนงานที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ แผนงานในการป้องกันปราบปรามและการบำบัดยาเสพติด ในฐานะที่ผมเองนั้นเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด ผมถือว่างานปราบปรามยาเสพติดนั้นเป็นผลงานที่มีความเด่นชัดของรัฐบาล แล้วก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนชื่นชอบรัฐบาลที่บริหารโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเห็นได้ว่าเพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน รัฐบาลนี้ได้ทำการปราบปรามเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการลำเลียงยาเสพติดของผู้ค้ายารายสำคัญ ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ท่านได้ร่วมกันจับกุมผู้ค้ารายหนึ่งจากจังหวัดเชียงราย ได้ยาถึงมูลค่า ๔,๘๐๐,๐๐๐ เม็ด แล้วก็ได้ขยายผลการจับกุมไปยังเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พี่น้องประชาชนหลายคนได้ฝากขอบพระคุณมาว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรัฐมนตรีเอง ท่านวิทยา บุรณศิริ กระทรวงมหาดไทยโดยท่านรองยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ได้เป็นองค์กรภาคี ในการร่วมกันบำบัดผู้ที่ติดยาเสพติด วันนี้พี่น้องประชาชนหลายคนได้ลูกหลานคืน โดยเข้าสู่ กระบวนการบำบัด ทำให้ผู้ติดยาเป็นจำนวนมากนั้นไม่ต้องโทษดำเนินคดีอาญา แล้วก็ สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้กระผมมีข้อสังเกตนิดเดียว ก็คือว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าหลังจากที่ผู้เข้ารับการบำบัดนั้นได้ผ่านกระบวนการบำบัดแล้ว หลายคนได้กลับมาเสพยาอีก เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้อยากจะฝากคณะกรรมาธิการซึ่งกำลัง จะตั้งขึ้นไปบอกว่าถ้ามีความเป็นไปได้ อยากจะของบประมาณในการสนับสนุนผู้ที่บำบัดไปแล้ว ไม่ให้กลับเข้ามาบำบัดอีกโดยการติดตามประเมินผล ท่านอาจจะไหว้วาน อสม. หรือว่า ไหว้วานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันดูแลไม่ให้บุคคลเหล่านั้นได้กลับมาเสพต่อไป
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ที่อยากกล่าวถึงก็คือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตั้งงบประมาณไว้ ๗๙,๗๘๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์นี้มีวัตถุประสงค์ เสริมสร้างประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เป็นการพัฒนากฎหมาย แล้วก็เป็นการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้ได้สู่กระบวนการตามมาตรฐานสากล ในเรื่องนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานได้ตั้งข้อสังเกตในการพัฒนากฎหมายที่สำคัญอยู่ ๒ ฉบับ ท่านประธานเองก็เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติดอยู่ พระราชบัญญัติฉบับแรกที่อยากกล่าวถึงก็คือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. การป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ฉบับที่ ๒ ก็คือเป็นฉบับใหม่ ซึ่งยังไม่เคยมีการร่างมาก่อน เป็นร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ร่าง ๒ ฉบับนี้ต้องการร่างเพื่อให้สอดคล้อง กับมาตรฐานสากล ที่ได้กราบเรียนเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ ได้มีมติที่ ๑๖๑๗ เมื่อปี ๒๐๐๕ กำหนดให้ประเทศที่เป็นภาคีสมาชิก องค์กรสหประชาชาติ ควรจัดให้มีมาตรฐานในการป้องกันและปราบปรามต่อต้านการเงิน แก่ผู้ก่อการร้าย รวมถึงการนำแนวทางข้อปฏิบัติ ๔๐ บวก ๙ ของแฟทเอฟ (FATF) แฟทเอฟ คือองค์กรหลักในการกำหนดมาตรฐานสากลด้านการป้องกันปราบปราม แล้วก็การต่อต้าน ทางด้านการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย ซึ่งมีงานสำคัญแบ่งเป็น ๔ ด้าน ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ก็คือมาตรการทางกฎหมายที่ผมได้พูดถึง ๒ ฉบับ กล่าวนำเรียน แต่เบื้องต้น
เรื่องที่ ๒ คือมาตรการเรื่องของสถาบัน
เรื่องที่ ๓ เป็นมาตรการการป้องกันสำหรับสถาบันการเงินและหน่วยธุรกิจ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
เรื่องที่ ๔ คือเรื่องของความร่วมมือในประเทศและความร่วมมือ ระหว่างประเทศ
ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลสามารถสร้างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ได้ ผมเชื่อว่า จะเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศของเรานั้นมีความเชื่อถือไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว ตลาดทุน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นเป็นอย่างดีให้กับ ธุรกิจภายในประเทศที่ทำให้เติบโตขึ้นในอนาคต ผมเรียนว่านั่นหมายถึงการสร้างรายได้ ในการพัฒนาประเทศที่เพิ่มขึ้นให้อย่างต่อเนื่องและทำให้ประเทศนั้นเป็นประเทศ ที่มีความแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง
สุดท้ายท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนว่าผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ จริง ๆ แล้วมีหลายเรื่องนะครับไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเกษตร เรื่องการสาธารณสุข เรื่องการศึกษาที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมขออนุญาตได้ตั้งข้อสังเกตฝากไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อนำไปพิจารณาในวาระ รับหลักการในวาระที่สองต่อไป ขอขอบคุณครับ
ท่านชุมพล จุลใส ครับ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จำนวน ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้น ผมพิจารณาดูแล้วครับ โดยเฉพาะแผนงานยุทธศาสตร์การสร้างรากฐานและการพัฒนา ที่สมดุลสู่สังคม จัดงบไว้ทั้งสิ้น ๔๙๑,๔๘๒ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๐.๕ ของวงเงิน งบประมาณทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมขอลงในรายละเอียดของแผนงานข้อที่ ๑.๑ แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตยจำนวน ๔๑๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมคิดว่างบประมาณแค่นี้น่าจะไม่สำเร็จเหตุผลอะไรครับ ท่านประธานครับ ความปรองดองสมานฉันท์นั้นจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากรัฐบาลมีความจริงใจ ท่านประธาน ก็คงทราบแล้วนะครับว่า ณ วันนี้นั้นหมู่บ้านเสื้อแดงมีการเปิดและมีการขยายไปทุกพื้นที่ ของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มี ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำ ของกลุ่มคนเสื้อแดงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าหมู่บ้านเสื้อแดงตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ ในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย และช่วยฝ่ายราชการในการดูแลตรวจสอบปัญหายาเสพติด แล้วก็ยังพูดต่อไปว่าจะยกระดับจากหมู่บ้านเป็นตำบล เป็นอำเภอ และเป็นจังหวัดของเสื้อแดง ท่านประธานครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้การจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงได้ขยายเครือข่ายเข้าไปสู่ภาคใต้ ไปสู่จังหวัดภูเก็ต มีพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตที่เขาไม่เห็นด้วยเขาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็มีการประท้วงกันวุ่นวาย ล่าสุดท่านประธานครับ ที่จังหวัดสงขลา อำเภอจะนะ มีพี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วย แล้วก็มีการเผาศาลาหมู่บ้านที่ท่านประธาน นปช. คุณนายหมอเหวง ไปเปิดครับ ท่านประธานครับ เรื่องตรงนี้ผมชี้ให้เห็นอย่างไรครับ ผมชี้ให้เห็นว่า นี่คือการสร้างความแตกแยก แล้วก็มีผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยแกนนำระดับสูง ในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครับว่าหมู่บ้านเสื้อแดง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นมาเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้ชาติมีความแข็งแกร่งและเป็นการตั้ง ของภาคประชาชน ท่านประธานครับ การตั้งของภาคประชาชนนั้นคนในพื้นที่ต้องมีส่วนในการคิด ส่วนในการทำ ขึ้นมาเอง ไม่ใช่มีคนภายนอกมาสร้างอุดมการณ์ที่ผิด ๆ สร้างความแตกแยกให้กับสังคม อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นยืนยันชัดครับว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการจัดงบประมาณปี ๒๕๕๖ มีพฤติการณ์ขัดกับหลักสากลครับ ทุกคน ย่อมมีความเสมอภาคในโอกาส ทุกคนย่อมมีความเสมอภาคในทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ผมคัดค้านหลักการจัดสรรงบประมาณที่มีพฤติกรรมที่ ๒ มาตรฐาน ขาดความยุติธรรม ขาดคุณธรรม และขัดกับหลักธรรมาภิบาลในการจัดสรรงบประมาณ ตัวอย่างเช่น ในกรมราชทัณฑ์มีบัญญัติกฎกติกาที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ แยกผู้คุมขังใช้งบ ๑๐ กว่าล้านบาท ปรับปรุงห้องขังที่มีความกว้างขวาง สะดวกสบายให้นักโทษเสื้อแดง โดยอ้างเพียงว่า เป็นนักโทษคดีการเมืองซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตถามรัฐบาล คนเผาบ้านเผาเมืองเป็นคดีการเมืองหรือครับ
เรื่องที่ ๒ การที่รัฐบาลนี้จะชดเชยผู้เสียหายจากเหตุรุนแรง เหตุเผาบ้าน เผาเมือง ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ นั้น พวกผมไม่เห็นด้วยโดยสิ้นเชิงครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมที่คุมตำรวจ คุมทหาร ผมถามว่า ตำรวจ ทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ได้เงินไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่พวกที่ มาเผาบ้านเผาเมืองได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วพรุ่งนี้ครับ ผมทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะไปมอบเงินด้วยตัวเอง อย่างนี้ไม่ได้สองมาตรฐานหรือครับ ผมขออนุญาตเรียนถามผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ผมสรุปง่ายนะครับ ๆ ณ วันนี้พี่น้องประชาชนเขาฝากผม มาถามรัฐบาลว่าวันนี้ประชาชนคนยากจนตื่นพาลูกไปโรงเรียนก็ต้องจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะ เข้าโรงพยาบาลต้องจ่าย ๓๐ บาทรักษาทุกโรคทุกครั้ง ต้องนอนหน้าลิฟต์ หน้าบันได เข้าปั๊มน้ำมันก็ต้องซื้อน้ำมันแพง อยู่บ้านจ่ายค่าไฟฟ้าแพง ไปตลาดต้องซื้อของแพง แพงทั้งแผ่นดินจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ที่ถูกอยู่อย่างเดียวครับ คนจนทั่วประเทศ ถูกหลอกครับ หลอกคนจนอุ้มคนรวยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ๗ นาที
ท่านประธานครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ขอประท้วงท่านประธานครับ ให้ควบคุม การประชุมในการอภิปรายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๖ บางทีทางซีก ฝ่ายค้านก็ ก็ไม่เป็นไรครับ ตอดเล็กตอดน้อย ถ้าจะพูดเอามัน เอาสะใจนี่ฝั่งนี้ก็พูดได้ เพราะฉะนั้นก็อยากให้อยู่ในร่องในรอยของงบประมาณครับ ขอบพระคุณครับ
มันจบไปแล้วครับ แต่พยายามให้อยู่ในงบประมาณทั้ง ๒ ฝ่ายก็แล้วกันครับ บรรยากาศ กำลังผ่านไปด้วยดี เชิญท่านปรเมศวร์ครับ
ท่านครับ ผมได้รับการจัดสรร ๑๐ นาทีนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผมขออภิปรายเพื่อแสดงความเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นงบประมาณรายจ่ายที่ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นรายจ่ายประจำถึง ๗๙.๒ เปอร์เซ็นต์ และงบลงทุน ๑๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของการประมาณการรายได้ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาทนั้น กระผมขอแสดงความห่วงใยแล้วก็เป็นกำลังใจให้กับรัฐบาล เนื่องจากว่าเศรษฐกิจ ของประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบทั้งภายในและภายนอกประเทศ ภายในประเทศนั้น ทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเราได้รับปัญหาจากมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี ๒๕๕๔ จนกระทั่งรัฐบาลนั้นด้วยความตั้งใจที่จะบริหารประเทศจึงต้องออกพระราชกำหนด ในการกู้ยืมเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมาช่วยบูรณะ แล้วก็มาบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการสร้างกองทุนเพื่อการประกันภัยของภัยพิบัติ ตรงนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องการที่จะ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ให้กับพี่น้องประชาชน และวันนี้นั้นครับเศรษฐกิจของเราก็ยัง ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจของต่างประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการก่อหนี้สาธารณะ ที่มากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศแถบยุโรป ประเทศกรีซ ประเทศอิตาลี เป็นต้น และยังเป็นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงในประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคู่ค้าที่สำคัญกับประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลจึงได้มีนโยบายในหลากหลายนโยบาย เพื่อที่จะมาสร้างขวัญและกำลังใจกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่าย ของพี่น้องประชาชน อย่างเช่นนโยบายในการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก ก็ให้ผู้ที่ มีกำลังที่จะซื้อบ้านหลังแรกได้สามารถนำไปลดหย่อนในจำนวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาททุกปี เป็นเวลา ๕ ปี นโยบายคืนภาษีสำหรับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก ก็ให้ลดหย่อนได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถในราคาปลีกไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑,๕๐๐ ซีซี (CC) นโยบายในการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อสร้างให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจนั้นมีรายได้เหลือมากขึ้น นั่นก็คือการลดภาระในการต้องเสียภาษีจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๕ ให้เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ให้เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๖ การลดค่าภาษีน้ำมันดีเซล ซึ่งถือว่าเป็นน้ำมันที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุน ให้กับผู้บริโภค การสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องข้าราชการ โดยการขึ้นเงินเดือนให้กับผู้ที่ มีวุฒิปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน โครงการรับจำนำข้าวเปลือกซึ่งถือว่าเป็นโครงการ ที่ได้ประกันความเสี่ยงให้กับพี่น้องเกษตรกรในวงเงินไม่เกินรายละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยใช้งบประมาณมากถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ๓๐๐ บาทต่อวัน ซึ่งเริ่มต้นแล้วนะครับเมื่อวันที่ ๑ เมษายนที่ผ่านมา โดยนำร่องในกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดใกล้เคียง ๗ จังหวัด รวมถึงการสร้างภูมิปัญญา การสร้างโลกทัศน์ให้กับ ลูกหลานของเรา โดยการจัดให้มีคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (Tablet) ให้กับนักเรียนประถมปีที่ ๑ ๘๕๐,๐๐๐ เครื่อง โดยจะเริ่มต้นเทอมแรกในเดือนพฤษภาคม ๔๕๐,๐๐๐ เครื่อง เป็นต้น ซึ่งนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้นั้นถือว่าเป็นนโยบายที่ทำให้รายรับของรัฐบาลลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าทางรัฐบาลสามารถบูรณาการนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชน ประกอบกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและลดภาระค่าใช้จ่าย นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้นั้นก็จะถือว่าจะทำให้รายรับนั้นจะเป็นไปตามเป้าหมาย ๒.๑ ล้านล้านบาท ผมก็ขอเสนอให้รัฐบาลนั้นช่วยไปดูในเรื่องของการจัดเก็บภาษี ซึ่งต้องมีการเพิ่ม ขีดความสามารถในการบริหารจัดเก็บภาษีของรัฐบาล เพื่อชดเชยภาษีที่ลดลงเนื่องจาก นโยบายดังกล่าวที่ผมได้กล่าวมาให้เป็นระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ ลดช่องโหว่ ในการหนีภาษี แล้วก็การลดหย่อนภาษีที่ซ้ำซ้อน
ท่านประธานครับ ในส่วนที่ ๒ เป็นส่วนของการกู้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ถ้าเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ลดลง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเป็นกรอบวินัยการคลังที่ทางรัฐบาลเองก็ยังจัดงบแบบขาดดุลอยู่ ถ้ามีการตั้งงบกู้เงินที่น้อยลงเรื่อย ๆ ก็คาดว่ากระทรวงการคลังที่เคยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น การจัดประมาณแบบสมดุลในปี ๒๕๖๐ ก็จะได้บรรลุเป้าหมายนะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับรัฐบาล
ในส่วนของยุทธศาสตร์ทั้ง ๘ ยุทธศาสตร์ผมก็มาเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๕ ก็เห็นถึงสัดส่วนของการจัดสรรงบประมาณก็มีความใกล้เคียงกัน
ในเวลาที่จำกัด จะขอเข้าไปถึงในเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ ๓.๗ นะครับ นั่นคือแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งได้ระบุถึงการศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นสายทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน สุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา ซึ่งตรงนี้ผมมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งแล้วก็ขอบคุณรัฐบาลที่ได้ จัดงบผูกพันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนถึงปีนี้ อยากจะเห็นรถไฟความเร็วสูงได้วิ่งในประเทศไทย เสียที เพราะว่าเป็นสิ่งที่พวกเรารอคอยมาอย่างยาวนาน ถ้าพูดถึงจังหวัดชลบุรีเรามาดูรายได้ ที่จำแนกตามภาค จะเห็นได้ว่ากรุงเทพมหานครทำรายได้ให้กับในวงเงิน ๒.๑ ล้านล้านบาท ถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเป็นภาคกลางถึง ๒๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วภาคที่เหลือรวมกัน ๖ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าเฉพาะอย่างพัทยาทำรายได้ให้กับประเทศถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง ๗.๓ ล้านคน แล้วก็มีโรงแรมถึง ๗๐๐ แห่ง มีห้องพักถึง ๗๐,๐๐๐ ห้อง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ตรงนี้อยากจะมองให้เห็นว่า หากจังหวัดไหนที่มีศักยภาพในการทำรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อมาใช้จ่ายให้กับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเราก็ควรจะสนับสนุนงบประมาณให้มากขึ้น โดยดูแล้วนี่ ภาคกลางก็เหมือนจะเป็นพี่ชายคนโต กรุงเทพฯ คือคุณพ่อ ดังนั้นถ้าเราจะให้เครื่องมือให้เขา ไปสามารถทำรายได้ให้มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เป็นงบประมาณชดเชยกลับมา เพื่อใช้จ่ายให้กับน้อง ๆ ในจังหวัดต่าง ๆ ได้ ก็ขอให้ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ได้ มีความสมดุลอย่างมากขึ้น จังหวัดชลบุรีนั้นก็เป็นจังหวัดที่มีความเจริญเติบโต ทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ดังนั้นผมคิดว่าถ้ารถไฟความเร็วสูงที่จะ ไปถึงจังหวัดชลบุรีแล้วก็ไปถึงภาคตะวันออกต่อไป นี่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ก็ถือว่าเป็นสายทางที่สั้นที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับภาคอื่นนะครับ ก็อยากจะให้ ทำพร้อม ๆ กันไป แล้วก็คิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้การจัดสรรงบประมาณ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างที่สุดนะครับ
สุดท้ายท่านก็ขอให้กำลังใจรัฐบาลในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว อยากให้ ขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่ท่านได้นำเสนอมาให้มีประสิทธิภาพที่สุด แล้วก็ให้การทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) ไม่มี ให้เกิดความโปร่งใส เพื่อจัดสรรงบประมาณที่เกิดจากภาษี พี่น้องประชาชนให้ถึงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่นะครับ แล้วก็เป็นประสิทธิภาพ ของงบประมาณของเรา ขอบคุณครับ
ท่านบุญดำรง ประเสริฐโสภา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ จากคำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ดังกล่าวแล้ว โดยรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ยุทธศาสตร์ และ ๑ รายการค่าดำเนินการภาครัฐครับ ท่านประธานครับ การจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ของรัฐบาลชุดนี้นั้น ผมเห็นว่าไม่มีอะไรใหม่ ๆ เลยครับ ท่านประธานครับ เป็นการจัดทำยุทธศาสตร์เหมือนปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ครับท่านประธาน ด้วยเม็ดเงินงบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเม็ดเงินที่มากที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยจัดทำ งบประมาณรายจ่ายมาครับท่านประธาน เมื่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ. ๒๕๕๖ มียุทธศาสตร์เหมือนปี ๒๕๕๕ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้นได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท แต่ท่านประธานครับ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ได้ทั้งประเทศแต่ประการใด ท่านประธานครับ แต่ในทางกลับกันนั้นกลับทำให้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องของแพงกันถ้วนหน้าครับ คือแพงทั้งแผ่นดินครับ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องของแพงตั้งแต่จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นตอนเหนือ ของประเทศไทยจนถึงอำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นใต้สุดของประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลเรื่องของแพงหลายช่องทางด้วยกันครับ ท่านประธาน
ช่องทางแรกนั้น ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านได้มี การหารือเรื่องสินค้าราคาแพงผ่านท่านประธาน ทำกันทุกสัปดาห์ติดต่อกันมาโดยตลอดครับ ท่านประธาน
ช่องทางที่ ๒ ได้มีการส่งสัญญาณผ่านสื่อเรื่องของแพงมาโดยตลอด ปัญหา ราคาสินค้า ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงราคาข้าวแกงแพงลิบลิ่วครับ ท่านประธานครับ ค่าโดยสารรถสาธารณะตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว รถโดยสาร เรือโดยสารที่รัฐบาลอนุมัติให้มีการขึ้นราคาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เป็นปัญหาที่ทำร้ายคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนระดับกลางไปจนถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างแสนสาหัส และส่งผลกระทบ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยอมรับว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารบ้านเมือง เป็นผลจากหลายองค์ประกอบด้วยกันครับท่านประธาน ทั้งบริหารนโยบายพลังงานผิดพลาด ของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่เข้ามาบริหารประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและแก๊สทุกชนิดราคาพุ่งพรวด ส่งผลกระทบไปถึงพี่น้องประชาชนทุกหย่อมหญ้า และขณะเดียวกันความผิดพลาด ในการบริหารจัดการน้ำก็ยังส่งผลกระทบทั้งเรื่องราคาสินค้า ไปจนถึงการจ้างแรงงาน ที่การลงทุนจำนวนมหาศาลเริ่มไหลออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านครับ ท่านประธานครับ หลังจากไม่ได้รับความชัดเจนและความมั่นใจ รวมไปถึงเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นเพียง การแก้วนทำให้ได้ใจคนไม่กี่คน ไม่กี่จังหวัด แต่พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานอีกหลายล้านคน ทั่วประเทศต้องระทมทุกข์จากราคาสินค้าที่ขึ้นราคาไปทั่วทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่จริงก็คือพี่น้องประชาชนคนที่มีรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ พี่น้องคนรากหญ้า ยังต้องแบกภาระเพิ่มขึ้น สูงขึ้นอยู่เหมือนเดิมโดยไม่ได้รับรายได้เพิ่มเติมครับ ท่านประธานครับ เพราะข้าวแกงที่ปรับขึ้นราคาแม้วันนี้ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนการขนส่งจะมีการปรับลดราคา แต่ราคาข้าวแกงก็ติดลมบนไปเสียแล้วครับ เช่นเดียวกับสินค้าจำเป็น ๗ รายการ ที่กระทรวงพาณิชย์อนุมัติให้ขึ้นราคา เช่นเดียวกับการเดินทางไปไหนมาไหนโดยใช้ ยานพาหนะ ค่าบริการ ค่าโดยสารก็ได้ขึ้นราคาไปเรียบร้อยแล้วครับ ทั้งมินิบัส (Minibus) ขสมก. บขส. รถสองแถว เรือโดยสารตามที่กระทรวงคมนาคมอนุมัติแล้วครับ ทางออก ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้ก็คือการปรับรายได้ให้สมดุลกับรายจ่าย นั่นหมายถึงเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย คือต้องปรับราคาสินค้าให้ถูกลง ให้มีราคาขาย อย่างสมเหตุสมผล หรือไม่ก็ต้องสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชนให้สูงขึ้นเพื่อให้เกิด ความสมดุล ตั้งแต่ ๒ แนวทางดังที่ว่านั้นก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงครับ ท่านประธานครับ ซ้ำร้าย เป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือทุกปัญหาดังกล่าว ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะรู้ร้อนรู้หนาว หรือเข้าใจ ในความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนเพียงใดครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสมือนมีการตอกย้ำเมื่อเห็นงบประมาณตามแผนลดค่าครองชีพ ส่งเสริมรักษาเสถียรภาพ ราคาพลังงานซึ่งตั้งไว้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ที่มีจุดประสงค์ในการกำกับดูแลสินค้า อุปโภคบริโภคให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมกลับมีการจัดงบประมาณเพื่อโครงการ ธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งทำหน้าที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกให้พี่น้องประชาชนเอาไว้ เพียงไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น จึงน่ากังวลว่ารัฐบาลที่มีความเป็นห่วงปัญหาปากท้อง ของประชาชนนั้นมากน้อยเพียงใดครับ ซึ่งผมเชื่อว่าถึงอย่างไรก็ตามงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๖ นั้น ก็คงผ่านสภาไปได้โดยไม่ยากครับ ท่านประธานครับ แต่อยากจะหวังว่า ให้รัฐบาลนั้นลงมาช่วยแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ ปากท้องของพี่น้องอย่างจริงใจและจริงจังครับ ขอบคุณครับ
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผม คงเป็นอีกผู้หนึ่งที่ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่คณะรัฐมนตรีได้นำเสนอในวงเงิน ๒.๔ ล้านล้านบาท เนื่องจาก กระผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ได้กระทำภายใต้กรอบ ๘ ยุทธศาสตร์กับอีก ๑ รายการดำเนินการภาครัฐ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นใช้เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแผน การบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายเร่งด่วนของทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาเพื่อคุณภาพสู่สังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ อย่างบูรณาการ ที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้จำนวน ๔๓,๔๐๒.๔ ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการบริหารจัดการโครงข่ายลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในการป้องกันอุทกภัยและแก้ปัญหาภัยแล้ง และในยุทธศาสตร์อนุรักษ์ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแผนงานจัดการทรัพยากรน้ำซึ่งรัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณไว้ ๑๑,๔๘๑.๓ ล้านบาท เพื่อพัฒนาอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอนุรักษ์ฟื้นฟูปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ปัญหา อุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์นั้นรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ รวมเป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น ๕๔,๘๘๓.๓ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนของทางรัฐบาลอันเป็นผล สืบเนื่องมาจากมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ซึ่งมานำซึ่งความเสียหายทั้งทางภาคเศรษฐกิจ สังคม ประชาชนได้รับความเสียหายเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บางรายนั้นแทบจะ สิ้นเนื้อประดาตัว รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมได้จมน้ำจำนวน ๗ แห่ง และปัญหาต่าง ๆ ได้ตามมาอีกมากมาย รัฐบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจให้กับ พี่น้องประชาชนและนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศว่าจะไม่เกิดปัญหาอุทกภัย ขึ้นมาเหมือนกับปีที่แล้ว ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หากจะถามว่างบประมาณในการ บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและการจัดการทรัพยากรน้ำจำนวนเงิน ๕๔,๘๘๓.๗ ล้านบาทนั้น มากหรือไม่ กระผมก็คงจะตอบว่าไม่มากหรอกครับ เนื่องจากว่าเมื่อเทียบกับความเสียหาย จำนวนหลายแสนล้านบาทที่ได้เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา แต่หากนำงบประมาณ จำนวนดังกล่าวนั้นไปรวมกับเงินกู้ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ของกระทรวงการคลังจำนวนเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็ต้องถือว่าเป็นงบประมาณจำนวนมาก มากพอที่จะนำไปสร้าง ระบบการป้องกันอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเองนั้นได้ตรวจตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ แล้วก็ได้ติดตามภารกิจตามกรอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อฟื้นฟูและสร้างอนาคต ของประเทศกลับพบว่าแผนงานโครงการขุดลอกคลองสร้างผนังกั้นดิน การเทดาดคอนกรีต การสร้างประตูระบายน้ำใน ๒ คลองที่ไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองพนัสนิคมและแผนงาน โครงการขุดแก้มลิงบนพื้นที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้จัดหาไว้จำนวน ๓๐๐ ไร่ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเรื่องของน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างยั่งยืนในเขตเทศบาลเมืองพนัสนิคม อำเภอพนัสนิคม และอำเภอพานทองอันเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ไม่มีแต่ประการใด ซึ่งกระผมเองนั้นก็ยังคงยืนยันอยู่ว่าแม้ไม่มีโครงการทั้งสอง กระผมเอง ก็ยังให้การสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ เหมือนเดิม แล้วก็อยากจะเรียน ฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนท่านวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู และสร้างอนาคตประเทศเพื่อได้โปรดพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวนดังกล่าวด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จากการได้รับฟัง การแถลงจากท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ ๒๑ มานั้นได้ตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากเดิม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตัวเลขตัวนี้เป็นรายจ่ายประจำ รายจ่ายลงทุน แล้วก็คืนหนี้ ก็เพิ่มทุกหมวดรายการ ผมไม่ติดใจตรงเรื่องตัวเลข แต่สิ่งเหล่านี้งบประมาณที่เพิ่มขึ้นแต่ละหน่วยงานนั้นเอาไป ใช้จ่ายได้ถูกต้องเพียงใด ผมขอใช้เวลาอันน้อยนิดตรงนี้แยกแยะลงเป็น ๙ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญที่กระผมชมเชยก็คือยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการศึกษา คุณธรรม จริยธรรม แล้วก็เรื่องคุณภาพชีวิตที่ให้ความสำคัญตรงคำว่า เท่าเทียมกันในสังคม ตรงนี้ อยากให้รัฐบาลได้เน้นตรงนี้ว่าเท่าเทียมในสังคมของแผ่นดิน ไม่ใช่กระจุกในจังหวัดใด จังหวัดหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ฝากให้ทางผู้บริหารได้ตระหนักตรงนี้ด้วยว่าท่านมีเสนา ที่นั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่นั้น อย่าจัดตัวให้ตัวเองเป็นรัฐมนตรีประจำจังหวัดของใครของมัน เพราะว่าท่านรับอาสามาเป็นรัฐมนตรีระดับประเทศ
เรื่องที่สำคัญก็คงจะหนีไม่พ้นยุทธศาสตร์ที่ ๕ คือการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คงจะไม่พ้นจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนผม เลือกตั้งเข้ามา ท่านครับวันนี้คงหนีไม่พ้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก่งเสือเต้น ซึ่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา เกี่ยวกับน้ำท่วม น้ำแล้ง ได้แต่งตั้งขึ้นมาทำงาน ๙๐ วันเต็ม ๆ ได้สรุปว่าลุ่มน้ำทั้ง ๕ ลุ่มน้ำ ที่สร้างปัญหาตั้งแต่จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ยันมาถึงวันนี้ กรุงเทพมหานคร ก็คือลุ่มน้ำยม แต่ลุ่มน้ำยมกลับถูกลืมในสายตารัฐบาล ไม่มีรัฐบาลไหน หรือไม่มีผู้เชี่ยวชาญไหนหรอกที่เขาทำยุทธศาสตร์น้ำ แล้วเอาแก้มลิงมาไว้ตรงท้ายน้ำ มากกว่าด้านเหนือ ท่านประธานครับ วันนี้จังหวัดสุโขทัยเสียใจ แต่วันต่อไปอีก ๓ เดือนข้างหน้า คนกรุงเทพมหานครต้องเสียหายแล้วก็บอบช้ำอย่างแน่นอน ผมถึงกราบเรียนว่าแก่งเสือเต้นนั้น เก็บน้ำได้ ๑,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในลำน้ำยมหากมีเขื่อน มีฝาย มีคูคลองที่ดีเก็บได้อีก ๘๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร แก้มลิงอีก ๓,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น ๖,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ทำไมหน่วยงานที่รับผิดชอบคิดไม่เป็น ๖,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ที่จะไหลลงมาสู่กรุงเทพมหานคร ถ้าหากรู้เก็บเกี่ยวไว้ด้านเหนือต้นน้ำนี่ ทำไมท่านไม่คิด ผมถึงกราบเรียนว่าอันนี้รัฐบาลต้องนำไปทบทวนการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งใช้งบประมาณมาก
ท่านประธานครับ วันนี้ต้องชมเชยทางรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณไปให้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บำรุง มาให้กำลังใจทุกครั้งที่มีการอภิปราย ผมชมเชยท่านเพราะอะไร วันนี้ข่าวสาร ที่ท่านปราบปรามยาเสพติดนั้นท่านเป็นพระเอก ต้องยอมรับ โรงพักที่ท่านให้ไป แต่ละที่ เป็นโรงพักใหม่ให้ขวัญกำลังใจ ท่านประดับยศให้ชั้นประทวน วันนี้สี่แยก ห้าแยก สามแยก เป่ากันปี๊ดป๊าด ๆ หมดเลย เพราะอยากจะโชว์ดาว ๑ ดวง ที่ท่านให้กำลังใจมา เป็นขวัญกำลังใจ และอีก ๕,๐๐๐ คน ที่จบปริญญาโท ท่านบอกว่าในปีหน้าจะทำให้ ผมฝาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีอีกนิดหนึ่งครับ เบี้ยเลี้ยงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ไปมากพอโขนั้น เอาไปให้ตำรวจบ้านด้วยครับ เป็นยามของแผ่นดิน ซึ่งสมัยพรรคไทยรักไทยทำแล้ว ยาเสพติดมันหายไปจากหมู่บ้าน ตรงนี้สิ่งสำคัญ ผมเป็น ส.จ. ท่านมนู พุกประเสริฐ เป็นนายก อบจ. สนับสนุนจังหวัดสุโขทัยไปทุกครั้งให้ผู้การตำรวจ ไปทำตรงนี้ให้เบี้ยเลี้ยง ยาเสพติดลดลงน้อยมากครับ
และตรงนี้อีกสำคัญหนึ่ง ผมมีเอกสารมาฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ ท่านดำเนินการโรงพักใหม่แล้ว ผมไม่อยากให้โรงพักเก่าที่มันมีคุณภาพ ออกแบบโดย กรมศิลปากรสวยงาม ยกตัวอย่างที่อำเภอสวรรคโลกบ้านผม ผมจะทำเป็นโมเดล (Model) มาให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี เฉลิม อยู่บำรุง ว่าโรงพักที่อำเภอสวรรคโลกออกแบบ โดยกรมศิลปากร ไปซ่อมแซมเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดี เป็นที่ประชุมให้ความรู้เกี่ยวกับเยาวชน ที่เกี่ยวกับกติกาจราจรต่าง ๆ ใช้งบเพียงเล็กน้อยครับ เดี๋ยวผมจะนำส่งท่านประธานสู่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสนั่งอยู่พอดีเลยครับ แค่ล้านกว่าบาทแต่เป็นสถานที่ สวยงามมาก
ท่านประธานครับ วันนี้คงจะไปคาบเกี่ยวกับงบประมาณของทางรัฐบาลอะไร มากไม่ได้ เพราะวิกฤติบ้านเมืองเราตอนนี้หลังจากน้ำท่วม ข้าวของแพงรัฐบาล ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ผมก็จะไม่ต่อว่าตัดพ้อรัฐบาลมากกว่านี้ นอกจากจะให้กำลังใจ แต่ที่นอกเหนือจากการให้กำลังใจนั้นผมต้องบอกว่าเสนาบดีหรือคณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่นี้ อย่าไปกระจุกงบประมาณ อย่าไปทะเลาะกันเองว่าจังหวัด ไหนติดกัน ตรงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำมันข้ามจังหวัดสุพรรณบุรีไปท่วม จังหวัดนครปฐม ไปท่วมที่พุทธมณฑลได้อย่างไร มันข้ามไปได้อย่างไร จังหวัดสุโขทัยท่วมไปเถอะ ไม่กลัวครับ ถ้าหากท่านยังคิดว่าจะให้คนกรุงเทพมหานครเสียใจตลอดไปถ้าไม่ไปดู จังหวัดสุโขทัยต้นน้ำ สิ่งเหล่านี้ถึงบอกว่าใช้งบให้ถูกวิธีการ ใช้งบให้ถูกวิธีการ บริหาร จัดการน้ำให้ดี อย่าให้ข้าราชการเดินตามในความคิดของท่าน งบประมาณต่าง ๆ ที่เข้าไปสู่ ในสภาแห่งนี้ในวาระต่าง ๆ จะมาสู่ท้องถิ่นนั้นให้เกิดประโยชน์ที่สุด
สุดท้ายนี้งบที่ผมได้รับทราบจากสำนักงบประมาณที่ไปให้ความรู้ ที่พรรคภูมิใจไทยว่า งบที่ผูกพัน ๓ ปี ๕ ปี ผ่าน ครม. ไปแล้ว อย่างเช่นยกตัวอย่าง จังหวัดสุโขทัยอีกครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผมต้องรีบนิดหนึ่ง เห็นนาฬิกาแล้วใจคอไม่ดี ๗ นาทีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมจะให้อีก ๒ นาทีก็ดีครับ ให้ผมยืมก่อนก็ได้ครับ วันนี้ ถูกงบผูกพันที่ขอไป ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๕ ปี วันนี้ ๕ ปีแล้วได้ไป ๑๐ กว่าล้านบาท สิ่งก่อสร้าง ที่ก่อสร้างไปเก่าแล้ว ต้นไม้ยังไม่มีมาเลย สวนพฤกษศาสตร์ ท่านรัฐมนตรีปรีชาก็ให้ความกรุณา ที่ผ่านมา ไม่ได้เห็นแก่ตัวว่าต้องไปลงที่จังหวัดเลย จังหวัดสุโขทัยไม่มีพรรคเพื่อไทย ท่านก็ยัง ติดตามงบอ่างเก็บน้ำห้วยแม่รำพันให้ อันนี้ต้องขอขอบคุณที่ท่านเป็นเสนาบดี ที่เห็นประโยชน์ของแผ่นดิน วันนี้ถึงกราบเรียนว่างบที่ยังไม่ทำเป็นงบผูกพันแต่ยังทำไม่เสร็จ ก็ขอให้ท่านไปติดตามงบตรงนี้ทำให้เสร็จ ๆ ตามโครงการไป ต้องฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บำรุง ที่ผมเคารพรัก วันนี้ชื่นชมท่าน ไม่ใช่ว่าท่านเป็นลูกพี่เก่า แต่ท่าน เข้าทำงานในสภา ผมบอกท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าอยากจะฝากเรือนจำให้ท่านดูอีกครั้งหนึ่ง เรือนจำทำไมเป็นที่ต้องขังผู้ที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดแต่กลับมียาเสพติดมาก อันนี้ผมอยากให้ ท่านไปลุยให้จะได้ดูดีขึ้นเรื่องยาเสพติด ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ใช้เวลาเกินมา เกือบ ๑ นาที ขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงครับ
ท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในประเด็นของเรื่องงบประมาณแผ่นดิน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องนำเสนอกฎหมายฉบับนี้อย่างน้อยที่สุดปีละครั้ง หรือจะมี งบประมาณเพิ่มเติมในช่วงของกลางปีอีกครั้งหนึ่ง ตามกฎหมายวิธีการงบประมาณปี ๒๕๐๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เล่มนี้ที่เสนอมาทั้งหมดหรือเป็นลัง ๆ ที่พวกเรารับกลับไปดูกันที่บ้าน เป็นผลงานของข้าราชการประจำภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล พวกเราไม่มีโอกาสหรอกครับ ที่จะนำเสนอว่าทำตรงนั้นเท่านี้ทำตรงนี้เท่านั้น ตรงนั้นมากตรงนั้นน้อย เพราะฉะนั้นจึงมี ความจำเป็นที่จะต้องมาแสดงความคิดเห็น มาวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็เสนอแนะให้กับรัฐบาล ผู้ที่จะนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารประเทศ และให้คุ้มค่า รั่วไหลน้อยที่สุดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยปกติแล้วงบประมาณที่ได้ จัดสรรไปแล้วจะต้องทำโดยการใช้ระเบียบของทางราชการ ระเบียบของทางราชการที่ใช้ ก็คือในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างจัดหาพัสดุ ระเบียบพัสดุวันนี้ไปอยู่ที่กรมบัญชีกลาง เป็นผู้กำกับดูแล ระเบียบกระทรวงการคลังก็มีในบางกรณี มติ ครม. ก็มีครับ บางอันยกเว้น บอกว่าไม่ต้องใช้ระเบียบพัสดุ สิ่งเหล่านี้เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ให้เกิด การหาประโยชน์ในหมู่ข้าราชการ ในหมู่นักการเมืองเป็นมาอยู่ช้านานตลอดเวลา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวิธีที่เขาชอบกันมากก็คือวิธีพิเศษ เพราะว่าอ้างความเร่งด่วน ถ้าล่าช้าราชการเสียหาย หรือไม่ก็ไปอ้างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการยืมเงิน ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในเหตุฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้ละครับเป็นช่องทาง ให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน หน่วยงานที่มีการทุจริตคอร์รัปชันเยอะแน่นอนที่สุด ท่านประธานครับ ก็คือหน่วยงานที่มีงบประมาณมาก กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม นี่คือตัวอย่างที่มีการทุจริตคอร์รัปชันกันเยอะ ผมกราบเรียนท่านประธาน ต่อไปว่าในการจัดซื้อจัดหานั้นโดยหลักแล้วถ้าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ จะต้องมีการแข่งขันราคากันเพื่อที่จะเอาราคาต่ำสุดเป็นประโยชน์กับทางราชการ แต่ว่า วิธีพิเศษก็ดี วิธีตกลงราคาก็ดี หรือการยืมเงินทดรองจ่ายที่ผมกล่าวมาตั้งแต่ต้นก็ดี ไม่ต้องแข่งขันราคา รักใครชอบใครเชิญมาเสนอราคาได้เลย นี่คือปัญหาทำให้เกิดการผูกขาด ทำให้กำหนดผู้รับเหมาได้ วันนี้เขาทราบกันไปหมดแล้วครับผู้รับเหมาทั้งประเทศ งบประมาณจะลงที่จังหวัดไหน ลงตรงไหน เท่าไร ผู้แทนราษฎรอย่างผมบางเรื่องผมก็ยัง ไม่ทราบเลย ผมก็ไม่ทราบว่าบริหารจัดการกันอย่างไร นี่หรือครับการรักษาผลประโยชน์ ของบ้านเมือง ของประเทศ ของพี่น้องประชาชน อยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่า การประมูลอีออกชั่น (e-Auction) ที่ท่านคิดว่าเป็นระบบที่สามารถที่จะรักษาผลประโยชน์ราชการ ได้ดีที่สุด มันก็ไม่ได้เป็นเครื่องหมายแสดงได้ว่าจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ได้จริง เพราะมีการฮั้วประมูลกันในร้านอาหาร มีการบอกรหัส มีการล็อกกันไว้ ล็อกสเปก (Spec) ก็เยอะครับ นี่คือปัญหาในเรื่องของการจัดซื้อจัดหา เมื่อวานผมได้ยินท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ขอบพระคุณท่านด้วย ท่านมานั่งอยู่คนเดียวในสภาแห่งนี้รัฐบาลไม่มีใครเลย ท่านพูดยืนยัน เรื่องการปราบคอร์รัปชัน ผมชื่นชมท่านครับ แต่ว่าจะเป็นอย่างไรได้จริงหรือไม่ เหตุการณ์ ที่ผ่านมาผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างครับ หลาย ๆ กระทรวง ทบวง กรม ตั้งงบประมาณไว้เยอะ อย่างเช่นช่วงแรกเลยครับงบกลางครับ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็น ๗๓,๗๐๐ ล้านบาท อันนี้อันตรายที่สุดครับ ไปดูให้ดีนะครับเดี๋ยวจะมี มติ ครม. ยกเว้นบอกว่าไม่ต้องใช้ระเบียบพัสดุ งบน้ำท่วมก็เบิกจ่ายไม่มีประสิทธิภาพครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเบิกจ่ายยังไม่ถึงครึ่งเลย นี่คือประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ร.บ. กู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอนุมัติไปเพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ กรมพัฒนาที่ดินผมเคยอภิปรายไว้เมื่อการอภิปรายคราวก่อน ภารกิจบางเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเอาไปให้กรมนี้ดำเนินการ อย่างเช่นในเรื่องของ แหล่งน้ำไปดูให้ดีนะครับ จัดซื้อปุ๋ย จัดซื้อยาปราบศัตรูพืช ซื้อเมล็ดพันธุ์พืช ทุจริตกันทั้งนั้นครับ กรมวิชาการเกษตรก็ไม่แพ้กันครับ กรมส่งเสริมการเกษตรก็ไม่แพ้กันครับ สำนักงาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติได้งบไปทำรีเชฟ (Reshape) ขณะนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ยังหาผู้รับผิดไม่ได้ เห็นว่านำร่องมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี ให้รัฐบาลฝากไปตรวจสอบต่อนะครับ
ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจครับว่าในการจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลจะสามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้ได้ผลอย่างจริงจัง เรามีสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานหลัก เรามี ป.ป.ท. ครับ ปราบปรามการทุจริตภาครัฐซึ่งสอบสวนได้ตั้งแต่ ระดับ ๘ ลงมา ๒ หน่วยงานนี้ถือว่าเป็นหลัก ดีเอสไอ (DSI) ไปเสริมครับ จับสดในกรณี ที่มีความผิดตามที่กฎหมายกำหนดว่าให้ปฏิบัติการได้ แต่ว่าท่านเอางบในเรื่องแผนป้องกัน และการปราบปรามการทุจริตไปฝากไว้ที่หน่วยงานที่มีการทุจริตครับ กระทรวงศึกษาธิการครับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านไปตั้งไว้ถึง ๘๗ ล้านบาทเศษ สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาตั้งไว้ ๒๒ ล้านบาทเศษ และสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาตั้งไว้ที่ ๔๐ ล้านบาท ผมว่า ๓ หน่วยงานนี้มีเรื่องร้องเรียนทุจริตกันเยอะ เอาไปฝากตรงไหน เอาไปอบรมสัมมนาหรือครับ เอาไปกินกาแฟ กินข้าวกลางวันกันหรือครับ ทำไมท่านไม่ไปตั้งไว้ ป.ป.ช. ไม่ไปตั้งไว้ ป.ป.ท. ให้เยอะ ๆ นอกจากนั้นครับ ผมยังแอบไปเห็น อีกรายการหนึ่งครับท่านประธาน ไปตั้งไว้ที่ตำรวจ ๑๑ ล้านบาท เข้าใจว่าเป็น ปปป.ตร. นะครับ วันนี้ไม่มีอำนาจสอบสวนแล้วครับคดีทุจริต เพราะทุกเรื่องต้องส่งไป ป.ป.ช. แห่งชาติหมด คุณเป็นได้แค่บุรุษไปรษณีย์ ชาวบ้านร้องเรียนไม่เป็น ร้องเรียนไม่ถูกไปแจ้งโรงพัก โรงพัก ต้องไปแจ้ง ป.ป.ช. ตามมาตรา ๘๙ ของกฎหมาย ป.ป.ช. ทั้งโรงพักในกรุงเทพมหานคร ทั้งโรงพักต่างจังหวัดต้องทำอย่างนั้นทั้งสิ้น ท่านไปวางงบประมาณไว้ ๑๑ ล้านบาท ผมยังมองไม่เห็นผลประโยชน์ในการที่จะป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันได้เลยครับ
ต่อมาครับท่านประธานครับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หลายคนรู้จักกันดีครับ เมื่อก่อนเขาเรียกว่า คุรุสภา นี่ละครับตัวทุจริตมหาศาลครับ สกสค. ครับ ขายหนังสือไม่พอครับ ขายปุ๋ย ขายน้ำมันที่ลาดพร้าว ปั๊มน้ำมันก็มีครับ อันนี้ละครับไม่เหมาะสม ท่านต้องไปปรับลด ท่านต้องไปตัด ซึ่งผมจะได้ไปดำเนินการตรวจสอบในวาระที่สองต่อไป
ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างที่อยากจะฝากทางรัฐบาลให้ช่วย ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นประโยชน์และป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ได้ประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุดเพราะรัฐบาลชุดนี้บอกแล้วว่าจะปราบทุจริตคอร์รัปชัน ผมจะคอยดูครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่าน ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๗ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตขอบคุณไปทางรัฐบาลที่ได้ จัดงบประมาณตามนโยบายเร่งด่วน ข้อที่ ๖ เรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ปัญหาประเทศ แล้วก็ให้งบการฟื้นฟูความสัมพันธ์มากถึง ๔๒๙ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่แล้ว ๔๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ที่ผมต้องขอบคุณมากเป็นพิเศษก็เป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึ่งเมื่อปีที่แล้วให้งบเพียงแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่า พอมาในปีนี้ให้งบถึง ๓,๖๐๐ กว่าล้านบาท แต่โดยแท้ที่จริงผมก็อยากจะเรียนว่างบจำนวนนี้ ถ้าว่าไปแล้วก็ยังน้อยไปนะครับ จริง ๆ ผมอยากจะเรียนว่าอีกไม่ถึง ๓ ปี เราก็จะเข้าสู่ การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์แล้วนี่นะครับ แล้วก็การเปิดเสรีครั้งนี้มันไม่ใช่ เป็นการเปิดเสรีเพียงแค่ด้านการค้าสินค้าอย่างเดียว มันเป็นการเปิดเสรีแทบทุกด้านครับ ไม่ว่าจะเป็นการค้าสินค้า เป็นการเปิดเสรีด้านการค้าบริการ ด้านการลงทุน ด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุน ด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีฝีมือ แล้วก็ด้านสาขาที่เร่งรัด รวมทั้งด้านเกษตร ป่าไม้ แล้วก็ในเรื่องของอาหารครับ แต่ที่ผมสนใจในวันนี้นะครับ ที่ผม จะอภิปรายในวันนี้ก็คือว่าเป็นเรื่องของ ท่านประธานครับ สมมุติว่าผมเป็นนายแพทย์เขมร ผมชื่อนายแพทย์จำเริญ ภรรยาผมชื่อแพทย์หญิงจำเรียง เรา ๒ คนมาเที่ยวที่สวนสัตว์ที่เขาดิน แล้วก็อยากจะมาตั้งเป็นคลินิกแพทย์ที่ราชวัตร ถ้ามาวันนี้เรามาไม่ได้แล้วครับ แต่ถ้ารอจนถึงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งวันนั้นเป็นการเปิดเสรีด้านการเคลื่อนย้าย แรงงานที่มีทักษะ ซึ่งการเปิดเสรีทั้งหมดในขณะนี้มีถึง ๗ สาขาวิชาด้วยกัน ผมสามารถ จะมาได้ ท่านลองดูสิครับว่ามีสาขาวิชาใดบ้าง ขออนุญาตนะครับ ตั้งแต่วิศวกรรม สถาปัตยกรรม ช่างสำรวจ นักบัญชี แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล แต่ถ้าเกิดผมมาตั้งแล้ว ถ้าเกิดว่ามีตำรวจ หรือมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาตรวจสอบผม เข้ามาถามไถ่ผม เข้ามาจับผม อันนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดนะเพราะว่าเราเป็นรัฐแบบภาคีที่ได้ลงนามไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วทุกวันนี้จากการที่ไปสำรวจตรวจสอบก็ปรากฏว่าเรายังไม่ได้แก้กฎหมายอีกมากมาย หลายฉบับ ผมอยากจะเรียนว่าวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ทุกประเทศจะยอมให้บุคลากร เคลื่อนย้ายในวิชาชีพทั้ง ๗ เข้ามาทำงานได้อย่างเสรี ผมขออนุญาตขอสไลด์ (Slide) นะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
คือสามารถจะมาทำงานได้ อย่างเสรี แต่อย่างหนึ่งที่ของเราก็กำลังจะแย่ก็คือว่าเรื่องสาขาการท่องเที่ยว วันนี้บรรดา ผู้คนของเราที่เป็นท่านผู้หลักผู้ใหญ่ ขอสไลด์ในเรื่องการเปิดเสรีด้านการท่องเที่ยวครับ แทบจะไม่กล้าไปประเทศไหนเลยครับ เพราะว่าถ้าไปประเทศไหนเขามักจะถามว่า การเปิดเสรีด้านการท่องเที่ยวของเรานี่เรายังไม่ได้ทำเอ็มอาร์เอ (MRA) หรือว่ามาตรฐาน วิชาชีพ ซึ่งงานล่าช้ามากนะครับ พอสอบถามไปก็ปรากฏว่าวันนี้เขาลงนามกันเสร็จแล้ว แต่ของเรายังจัดทำมาตรฐานวิชาชีพไม่เสร็จ เพราะอย่างนี้นะครับ ผมจึงบอกว่าเราต้องมี งบประมาณในการที่จะให้ผู้คนของเราจัดเตรียม แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งจัดเตรียมทางด้าน การแก้ไขกฎหมาย ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ นั้นท่านมีความกังวลมาก บั้นปลายท้ายที่สุดท่านก็ได้ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของประธานรัฐสภา แล้วผมก็บังเอิญไปเป็นรองประธาน แล้วก็ได้เรียนเชิญท่านรองอธิบดีกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศได้มาเป็นเลขานุการ เราก็เลยมีจดหมายไปสอบถามตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากนะครับ ผมอยากจะเรียนไว้อีกไม่ถึง ๓ ปีเรากำลังจะ เข้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ แล้ว ๑ ใน ๓ เสาหลัก ก็คือการเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน แต่วันนี้กฎบัตรกฎหมายต่าง ๆ ยังไม่ได้แก้เลยครับ เมื่อมีจดหมายสอบถาม ไปตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ท่านอยากจะทราบคำตอบไหมครับ ผมขออนุญาตดูสไลด์ครับ คำตอบจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ในหลายประเทศทั้งหมด ๑๐ ประเทศก็ปรากฏว่าแก้กันไปแล้วสำเร็จส่วนมากแล้ว ๘ ประเทศ วันนี้ยังมีเหลืออีกแค่ ๒ ประเทศที่ยังไม่ได้แก้กฎหมายต่าง ๆ อย่างนี้ และเราราชอาณาจักรไทยเป็น ๑ ใน ๒ ประเทศที่ยังไม่ได้แก้กฎหมาย ลองดูจดหมายตอบจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ดูสิครับ ขอเชิญสไลด์ตั้งแต่แรกเลยนะครับ ผมขออนุญาตไปไว ๆ นะครับ นี่ครับ ไม่ทราบ จะมองเห็นไหม ตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ปรากฏว่าสุดท้ายยังอยู่ในระหว่าง การรวบรวมข้อมูล ท่านไปไว ๆ เลยครับ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลตลอดเวลา ไม่ว่า จะเป็นกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ผมเองบั้นปลายท้ายที่สุดก็มีความกังวลในฐานะที่เป็น รองประธานที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของประธานรัฐสภา ทุกวันนี้ต้องใช้เวลาวันหนึ่ง ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมงไปตามกรมต่าง ๆ ไปขอความเมตตากรุณาอนุเคราะห์จากท่านอธิบดี ไปขอถามว่ามีกฎหมายฉบับใดบ้างที่จะต้องแก้ไข บางแห่งบอกไม่มี แต่พอพูดจาปราศรัยกันไปแล้ว ปรากฏว่ามีกรมบางกรมก็ ๒ ฉบับ บางกรมก็ ๓ ฉบับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมต้องไป กรมปศุสัตว์ ตอนแรกบอกว่าไม่มี แต่พอไล่เลียงไปจริง ๆ ปรากฏว่ามีอยู่ ๓ ฉบับ ต่อมา ผมไปกรมควบคุมมลพิษ ไปนั่งคุยกับท่านอธิบดีท่านก็พอคุยไปคุยมาก็มีจะต้องแก้ไขถึง ๒ ฉบับด้วยกัน ผมจึงอยากจะบอกว่าวันนี้เราต้องมีการกระดิกพลิกตัวค่อนข้างจะไวนะครับ ในบรรดา ๑๐ ประเทศเมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นจะต้องเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อย่างสมบูรณ์ เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วเราจะเห็นว่าบรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ก็โผล่หน้ามา ทางจอทีวีครับ มาพูดจาแถลงไขกับประชาชน ให้ประชาชนมีการเตรียมตัว แต่ของเราไม่เลยครับ ในบรรดา ๑๐ ประเทศผมอยากจะเรียนนะครับว่าประเทศที่มีการเตรียมตัวดีที่สุดผมต้องยกย่อง คือใครจะบอกว่าเป็นประเทศลาว เป็นประเทศเวียดนาม เป็นประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศสิงคโปร์ อะไรก็แล้วแต่ แต่ผมในฐานะที่เป็นคนทำสารคดี ผมอยากจะเรียนว่าผมยกย่องประเทศกัมพูชา สมเด็จอัครมหาเดโช ฮุนเซนนี่นะครับ ท่านเป็นผู้นำเพียงคนเดียวที่ออกมาพูดจาบ่อย ๆ ทางทีวี แล้วแนะนำให้ประชาชนคนของท่านนั้นได้เตรียมตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมตัว ทางด้านภาษาอังกฤษ ขออนุญาตดูคลิปสักคลิปหนึ่งว่าเขาเตรียมตัวอย่างไร ผมก็ไป พูดจาปราศรัยในประเทศกัมพูชาบ่อยนะ ท่านลองดูสิครับ เขาพูดจา เขาสอนภาษาอังกฤษกัน ตามโรงเรียน ไม่มีไมค์ดีอย่างบ้านเรา ไม่มีโรงเรียนดีอย่างบ้านเรา แต่สอนกันตามวัดครับ เอาวัดเป็นสถานที่สอนภาษาอังกฤษท่านดูเถอะครับ นี่เมื่อประมาณ ๓ ปีที่แล้วนะครับ แล้วเมื่อ ๓ ปีที่แล้วนั้นผู้นำของเราทำอย่างไรครับ ไม่ได้ออกมาพูดจาปราศรัยกับประชาชนเลย ดังนั้นผมถึงอยากจะบอกว่าวันนี้เราต้องเตรียมคนเพื่อจะให้สามารถแข่งขันในการเข้าสู่ เป็นประชาคมอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลครับ ที่จัดงบประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วผมว่างบจำนวนนี้ โดยแท้ที่จริงแล้วก็ไม่เพียงพอละครับ สำหรับที่จะเตรียมความพร้อมในการสร้างทุนมนุษย์ ให้มนุษย์พันธุ์ไทยเข้าไปสู่การเป็น ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งปีนี้รัฐบาลก็ได้กำหนดวงเงินงบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ได้กำหนด ยุทธศาสตร์ ๘ ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติราชการให้บรรลุผลสำเร็จ ในนโยบายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ
ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ที่ผมจะให้ความสำคัญที่รัฐบาลนี้ ได้แถลงไว้ ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม โดยเฉพาะ ๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๐,๗๓๑ ล้านบาท ก็ถือว่าเงินงบประมาณที่ลงไปเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็อยู่ในจำนวนที่ค่อนข้างที่จะมาก ยุทธศาสตร์นี้เพื่อที่จะเร่ง นำสันติสุขความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความสงบเรียบร้อย กลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มประสิทธิภาพระบบข่าวกรอง แล้วก็คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ถ้าหากว่า อ่านจากเอกสารนี้แล้ว ก็ดูดีครับ ว่าความหวังที่พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะได้รับความสงบสุข แล้วก็ได้สิทธิเสรีภาพคืนกลับมาได้โดยเร็ว แต่ข้อเท็จจริงจากคำแถลง ของนายกรัฐมนตรีว่าได้มีความจริงใจและตั้งใจกับการที่จะใช้จ่ายงบประมาณในปีนี้ แต่เท่าที่ ดูกับแนวทางการแก้ปัญหาของนายกรัฐมนตรีกับพื้นที่กับปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นค่อนข้างที่จะสวนทาง เพราะว่านายกรัฐมนตรีนั้น ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่อนข้างที่จะน้อย ท่านไม่ค่อยให้ความสำคัญและสนใจเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่น ที่ท่านไปเยี่ยม รับฟังสถานการณ์ของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านก็ไปฟังสถานการณ์ในพื้นที่ ของค่ายทหารเท่านั้น และการเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็เช่นเดียวกัน ก็พบปะ เฉพาะประชาชนที่ได้รับการจัดตั้งให้มาต้อนรับในค่ายทหาร แล้วก็มอบดอกกุหลาบ เพื่อให้กลุ่มประชาชนที่ถูกจัดตั้งมามอบเพื่อเป็นกำลังใจให้เห็นว่าพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นสนับสนุน แล้วก็มีความรู้สึกที่ภาคภูมิใจที่นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจ แท้ที่จริงนั้นนายกรัฐมนตรีอยู่ในพื้นที่ของเขตทหารเท่านั้น ไม่ได้ลงไปสัมผัส หรือไปรับฟังพี่น้องประชาชนสะท้อนปัญหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาถ้าหากว่า รับฟังแต่ส่วนราชการด้านเดียวนั้นนะครับ การสนับสนุนงบประมาณลงไปก็จะได้รับ ประโยชน์เพียงแต่ส่วนราชการเท่านั้น พี่น้องประชาชนก็จะไม่ได้รับประโยชน์ หรือว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไขนะครับ จากที่เราสังเกตเห็นว่างบประมาณทุกปีครับ ตั้งแต่สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมา ๘ ปี เหตุการณ์เกิดขึ้นมาจำนวน ๑๑,๐๐๐ กว่าครั้ง แล้วก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมแล้ว ๑๓,๐๐๐ กว่าคน ตาย ๕,๐๐๐ กว่าคน บาดเจ็บอีก ๘,๐๐๐ กว่าคน นั่นถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องคนไทยที่เกิดจากสถานการณ์ ความไม่สงบ แต่การแก้ไขเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นจะบอกได้ว่ามีความตั้งใจ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหานั้นเน้นไปที่งบประมาณ เราถึงไม่แปลกใจว่าการจัดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่เพื่อการแก้ไขนั้นจะไม่ลดลงมีแต่เพิ่ม เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยเฉพาะปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทลงไปแทนที่ว่า จะนำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แต่กลับเป็นงบในเรื่องของ การดำเนินการหรือดำเนินงานของส่วนราชการเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นงบบุคลากร หรือเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง แล้วก็เป็นหมวดในเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์วัสดุ อาวุธยุทโธปกรณ์ ล้วนแล้วไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลย ในส่วนของงบลงทุนการพัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นแทบจะไม่มีเลย ปีนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงมอบหมายให้กับทาง กอ.รมน. ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้ว แล้วก็ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ตั้งในหมวดของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็จะไป เป็นเบี้ยเลี้ยงในเรื่องของการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ อาวุธยุทโธปกรณ์เสียส่วนใหญ่ แต่ในส่วน ของหมวดการพัฒนาซึ่ง ศอ.บต. เป็นผู้กำกับดูแล ก็ได้ไปเพียง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีที่แล้ว ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ปีนี้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แต่เพิ่มก็เพิ่มในหมวดของงบเยียวยา ซึ่งงบเยียวยาที่รัฐบาลได้กำหนดให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้นอีก ๔๐๐ ล้านบาท มาบวกลบคูณหารแล้ว ศอ.บต. ก็ได้รับงบเหมือนเดิม แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นงบ ในเรื่องของการดำเนินงานทั้งสิ้น ไม่มีงบการลงทุนเลย เพราะฉะนั้นพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่บอกว่ารัฐบาลมีความจริงใจและตั้งใจในการพัฒนานั้นไม่จริงและไม่ตรง กับสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้แถลงไว้ การพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน แล้วก็ติดต่อ กับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มของอาเซียน โครงการที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะ จังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนและมีประตูด่านเข้าออก แล้วก็มีการค้าชายแดน ถึง ๓ ด่านใหญ่ ๆ นั่นก็คือด่านพรมแดนอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอตากใบ ในขณะนี้ก็ไม่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะอำเภอตากใบก็ยังต้องใช้เรือเฟอร์รี่ (Ferry) ซึ่งเป็น เรือเฟอร์รี่ที่มีอายุเก่าแก่ แทนที่ว่าจะไปลงทุนการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างจังหวัดนราธิวาส กับรัฐกลันตันก็คืออำเภอตากใบและอำเภอตุมปัดของรัฐกลันตัน และที่อำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นด่านใหญ่ที่สุดของจังหวัดนราธิวาส ขณะนี้มีสะพานเชื่อมระหว่างประเทศมาเลเซีย และประเทศไทยนั้นเป็นสะพานเชื่อมที่มีขนาด ๒ ช่องจราจร ก็ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก เราก็มีโครงการตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วก็มีการเสนอให้จัดทำเป็นสะพานคู่ขนาน ฝ่ายส่วนราชการ ก็มีแผนงานที่จะให้ทางรัฐบาลนั้นให้การสนับสนุน แต่แล้วปีนี้ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนนะครับ เช่นเดียวกันที่อำเภอแว้งซึ่งเป็นด่านใหม่ก็ได้รับงบประมาณการจัดสร้างด่านศุลกากร ถึงแม้ว่าด่านศุลกากรและสะพานเชื่อมตรงนั้นสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้การแล้ว แต่ว่าเส้นทาง เดินทาง การคมนาคมที่จะรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ณ วันนี้รถพ่วง รถสิบล้อ ไม่สามารถที่จะใช้สัญจรผ่านได้ เนื่องจากว่าถนนเส้นทางบูเก๊ะตาไปถึงอำเภอสุไหงโก-ลกนั้น ต้องผ่านอำเภอแว้งซึ่งเป็นช่องหรือว่าเส้นทางโค้ง ไม่สามารถที่จะให้รถพ่วงหรือว่า รถตั้งแต่สิบแปดล้อนั้นขับผ่านได้อย่างสะดวก เพราะฉะนั้นตรงนี้เช่นเดียวกันที่มีความจำเป็น ที่จะต้องให้รัฐบาลให้การสนับสนุนเพื่อขยายถนนเส้นทางเลี่ยงเมืองของอำเภอแว้งให้เกิดขึ้น
สุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้จะยุติความยืดเยื้อเรื้อรังนี้ได้ด้วยกระบวนการสันติวิธี การแก้ปัญหา ด้วยการเมือง ไม่ใช่การทหาร เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลนี้เน้นในเรื่องของข้อเท็จจริง ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่รับฟังแต่ข้อมูลส่วนราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ ของฝ่ายความมั่นคงหรือทหาร ขอบคุณครับ
ท่านดวงแข อรรณนพพร ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่ได้ทราบมาแล้วรัฐบาลเราได้มีการจัดสรรงบประมาณในปีนี้อยู่ที่ ๒.๔ ล้านล้านบาท เพื่อให้ได้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ พร้อมกันนี้ ก็ยังจะได้มีการบริหารให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันให้เป็นไปตามแนวนโยบาย เร่งด่วน หลังจากที่ประเทศของเราได้ประสบกับภาวะเศรษฐกิจหรือภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหามหาอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ และยังต้องมีการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพื่อให้ เป็นไปตามแนวนโยบายของทางรัฐบาล ซึ่งโดยการนำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งจะต้องถือว่าเป็นสัญญาประชาคม ที่รัฐบาลจะต้องนำไปปฏิบัติ ในการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ได้แบ่งแผนงานออกทั้งหมด เป็น ๘ ยุทธศาสตร์ และ ๑๖ นโยบายเร่งด่วน ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นว่าการจัดสรร งบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ ทางรัฐบาลของเราก็มีความตั้งใจอย่างสูงที่จะมีการทำงาน ภายใต้แรงกดดันต่าง ๆ ในหลาย ๆ ด้าน แต่ก็โดยวัตถุประสงค์หลักแล้ว ก็เพื่อจะให้ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของงบประมาณที่แท้จริงให้ได้รับประโยชน์ในการจัดสรร งบประมาณในครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด ท่านประธานคะ เนื่องจากดิฉันได้รับการจัดสรรเวลา การอภิปรายในครั้งนี้แค่ ๕ นาที ดิฉันก็คงจะไม่ขอลงรายละเอียดในส่วนของงบประมาณ ของแต่ละกระทรวง แต่ก็มั่นใจเหลือเกินนะคะว่านโยบายต่าง ๆ ของทางรัฐบาลที่จะได้ ดำเนินการตั้งแต่ได้เริ่มมีนโยบายต่อเนื่องมาจากนโยบายของพรรคไทยรักไทยเดิม จนมาถึง นโยบายของพรรคพลังประชาชน จนขณะนี้มาถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย ล้วนแล้วแต่ เป็นนโยบายที่นำเอาปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนแล้วนำมาสะท้อนกลับมาเป็นนโยบาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย กองทุนหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเอสเอ็มแอล (SML) พักหนี้เกษตรกร โครงการรับจำนำ สินค้าเพื่อการเกษตร นโยบายปราบยาเสพติด นโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท นโยบาย ๑ อำเภอ ๑ ทุน นโยบายอื่น ๆ อีกมากมาย แต่วันนี้ดิฉันจะขอยกตัวอย่างแค่นโยบายซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่พี่น้องประชาชนให้ความชื่นชม และพี่น้องประชาชนได้รับการแก้ไขนั่นก็คือนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าพี่น้องประชาชนต่าง ๆ ที่อยู่ทั่วทั้งประเทศ บางครั้งการเจ็บไข้ได้ป่วยถือว่าเป็นปัญหาหลักที่พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นโยบายตัวนี้ จะสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างมากมาย พี่น้องเกษตรกรบางครั้ง เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล แต่จะต้องอาศัยขายที่ไร่ที่นา ซึ่งถือว่าเป็นที่ทำกินของตัวเองเพื่อจะมารักษาตัวเอง แต่นโยบายของทางรัฐบาลเรา ก็ได้มีการแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานทราบไหมคะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่จังหวัดขอนแก่น การผ่าตัดโรคหัวใจแต่ละครั้งสมัยก่อนต้องใช้เงินประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ในครั้งนั้นคนจังหวัดขอนแก่นเขาใช้เงินแค่ ๓๐ บาท เขาสามารถผ่าตัดหัวใจของเขาได้ นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นเขากราบฝากมากราบขอบคุณย้อนหลัง ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ได้มีนโยบายดี ๆ มาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ที่ดิฉันต้องยกตัวอย่างนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เพราะนโยบายนี้จะครอบคลุม เฉพาะพี่น้องประชาชนที่ถือบัตรทอง แต่ยังมีข้าราชการอีกส่วนหนึ่งที่ยังมีปัญหา ผลกระทบไม่ได้รับนโยบาย ๓๐ บาท นั่นคือข้าราชการที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการนี้ถือว่าเป็นข้าราชการ เขาจะได้มีการจัดสรรงบประมาณ แต่เนื่องจากนโยบาย ๓๐ บาทจะไม่ใช้กับข้าราชการ ฉะนั้นข้าราชการที่สังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายตรงได้ แต่ค่ารักษาพยาบาล ของข้าราชการจะต้องใช้เงินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเงินตัวนี้จะมีปัญหาก็คือ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีเงินที่จำกัด ถ้าข้าราชการจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่เป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ได้รับการดูแลจุดนี้จะต้อง มีการหักเงินงบประมาณจากในส่วนของท้องถิ่นเองไปใช้ในการรักษาพยาบาล ดิฉัน ก็อยากจะฝากทางรัฐบาลเพื่อให้มีการแก้ไข เพราะถือว่าถ้าปัญหาตัวนี้ได้รับการแก้ไข จะทำให้พี่น้องประชาชนที่ได้ใช้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะไม่ได้รับผลกระทบ จากการหักเอาเงินค่ารักษาพยาบาลตัวนี้เพื่อจะเอาเงินค่ารักษาพยาบาลไปใช้ในการบริหาร พัฒนาในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์
ขอความสันติสุขจงมีแต่ท่านประธาน กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผมรอโอกาสมาในวันที่ ๓ ในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ คงไม่ต้องคิดอะไรมาก ผมเองคงจะต้องพูดในยุทธศาสตร์ที่ ๑ โดยเฉพาะ ๑.๕ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผม เป็น ส.ส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ท่านประธานครับ งบประมาณที่ได้ลงมาในพื้นที่ภาคใต้ แน่นอนครับวันนี้จะมากกว่าเก่า แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นเป็นความคาดหวังของคน ๓ จังหวัด ก็คือความสันติสุขจะต้องเกิดขึ้น ดีขึ้นกว่าเก่าในฐานะที่เรามีเงิน มีคน มีการจัดการ แล้วก็ มีสิ่งที่รัฐบาลมีความแน่วแน่ที่ต้องการที่จะให้เกิดสันติสุขในพื้นที่ของผม แต่สิ่งที่ผมอยากจะ สะท้อนก็คือว่าเงินที่ลงมาในวันนี้ผมมีหลักมีเกณฑ์ในการที่จะรู้ว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เงินลงไป แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ เรื่องแรกก็คือความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เรื่องที่ ๒ ก็คือประชาชนได้รับความเป็นธรรม นี่คือหลัก ๒ อย่าง จริง ๆ แล้วมีทั้งหมด ๖ อย่างด้วยกัน แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นในงบประมาณนี้ก็คือ ๒ อย่างนี้
ท่านประธานครับ ผมได้ลงพื้นที่แล้วก็ไปเก็บเกี่ยวในเรื่องของปัญหา ความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในวันศุกร์ทุกวันศุกร์ประชาชนได้สะท้อน ปัญหาให้ผมได้รับทราบในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะมิติทางด้านวัฒนธรรม มิตินี้คือมิติที่สามารถลด หรือทำให้สันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ของผมได้ เพราะว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นมีจุดแข็งอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องของความเข้มข้นของชาติพันธุ์ แล้วก็วัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรม ท่านประธานครับ มันไม่ใช่เฉพาะเป็นวัฒนธรรมปกติ แต่เป็นวัฒนธรรมที่มาจากศาสนา อิสลามนั้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดมีวิถีชีวิตตั้งแต่เกิด จนถึงกระทั่งตายโดยผ่านกระบวนการกลายเป็นวัฒนธรรม สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอ ซึ่งประชาชนได้นำเสนอเรื่องแรกจนถึงเรื่องสุดท้ายซึ่งมีหลายข้อจะพยายามรวบรัดให้มากที่สุด
สิ่งที่ผมอยากนำเสนอก็คือเรื่องของปัญหายาเสพติด ๓ จังหวัดถือว่า เป็นจังหวัดภาคใต้อันดับ ๓ รองจากกรุงเทพมหานคร แล้วก็ปริมณฑลซึ่งมีปัญหายาเสพติดมาก วันนี้ท่านจะต้องระดมผู้มีฝีมือที่สุดเพื่อที่จะให้ปัญหาเหล่านี้ลด แล้วก็ปัญหานี้คือปัญหาหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลบอกว่าเป็นปัญหาภัยแทรกซ้อน
เรื่องที่ ๒ ก็คือพี่น้องซึ่งต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย โควตาในการเดินทาง เดิมในปีที่แล้ว ๑๒,๐๐๐ ราย ทำอย่างไรที่จะให้โควตานั้นเพิ่มมากกว่านี้
เรื่องที่ ๓ ต้องมีการผลักดันพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์และจัดตั้ง กองทุนฮัจญ์สำหรับดูแลในเรื่องของกิจการฮัจญ์
เรื่องที่ ๔ ก็คือเราจะช่วยอย่างไรกับพี่น้องคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย ในเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย ในเรื่องของใบอนุญาตทำงาน วันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการ ช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน
เรื่องที่ ๕ ก็คือวันนี้ต้องเพิ่มค่าตอบแทนแก่ผู้นำศาสนา นี่คือมิติ ทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่งเดิมได้แค่ ๓,๕๐๐ บาท วันนี้เราให้ไปเลยเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่นก็เช่นเดียวกัน เราต้อง สนับสนุนเงินอุดหนุนให้กับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด สนับสนุน ค่าตอบแทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด สนับสนุนค่าตอบแทนคณะกรรมการอิสลาม ประจำมัสยิด แล้วก็เราต้องสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเป็นรายหัวต่อปี เพิ่มเติมในส่วนที่มีการสอบหลักสูตรอิสลามศึกษา
เพื่อการรองรับอุตสาหกรรมฮาลาลเราจะต้องมีคณะสัตว์แพทย์ใน มอ. ปัตตานี เราต้องมีการสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและยากจน เพราะว่าวันนี้เด็กกำพร้า มีเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจะต้องไปช่วยเหลือสร้าง แล้วก็ช่วยเหลือเด็ก ๆ กำพร้า และผู้ยากจนซึ่งอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดเป็นจำนวนมาก
ด้านความยุติธรรมจากสถิติข้อมูลคดี ปรากฏว่ายกฟ้องประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ลงโทษ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้มันสะท้อนให้เห็นว่าเราจะต้องทบทวนขั้นตอน การพิจารณา แล้วก็การควบคุมผู้ต้องขัง เราต้องมองพี่น้อง ๓ จังหวัดเป็นญาติ เป็นพี่น้อง ร่วมชาติ เพราะฉะนั้นเวลาการปฏิบัติต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ก็ต้องขอมีการให้เกียรติ แล้วก็ดูว่า เขาเหล่านั้นเป็นผู้ซึ่งผิดจริงหรือไม่ อย่างไร
นอกจากนี้จริง ๆ แล้วมีอีกหลายเรื่อง เวลาก็หมดแล้วต้องขอขอบคุณสำหรับ เวลาที่ชดให้ผม สุดท้ายนี้ผมจะฝากท่านประธานผ่านทางรัฐบาลได้โปรดช่วยสนับสนุน แล้วก็ นำมิติวัฒนธรรมให้มากที่สุดไปแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัด มิฉะนั้นแล้วโอกาสที่จะคลี่คลาย ในเรื่องของสันติสุขก็จะไม่เกิดขึ้น งบประมาณที่ส่งลงไปขอให้เน้นในเรื่องกิจกรรมเหล่านี้ ผมขอกราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านชาดาอยู่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญอาจารย์ผุสดี ตามไท
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเงิน ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งดิฉันถือว่า เป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุด เพราะว่าผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะต้องพิจารณาและร่วมกัน อนุมัติให้รัฐบาลนั้นใช้เงินภาษีของประชาชนไปดำเนินการบริหารกิจการเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนทุกคนค่ะ แต่เนื่องจากมีเวลาจำกัดดิฉันจะขอเน้นเฉพาะการจัด งบประมาณตามยุทธศาสตร์บางประการที่เกี่ยวกับด้านสังคม นั่นก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๑.๘ เป็นเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนก็ประมาณ ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เรื่องของยุทธศาสตร์ที่ ๑.๙ เป็นการส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงแหล่งทุน ยุทธศาสตร์ที่ ๔.๖ คือการเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม ก็เป็นเงินงบประมาณประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ โดยยุทธศาสตร์ที่กล่าวมาแล้วนั้นก็ต้องนับว่าดี ดิฉันเอง แล้วก็ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ฝัน ฝันก็คงจะเป็นความฝันอันเดียวกันคืออยากให้สังคมไทยนั้น เป็นสังคมที่เสมอภาค เป็นธรรมแล้วก็สันติ แล้วก็ประชาชนทุกคนนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีวิถีชีวิตอยู่ในกรอบของกฎหมาย คุณธรรม จริยธรรม แล้วก็สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ เพื่อจะประกอบอาชีพอย่างเสรีและเป็นธรรม แต่ท่านประธานคะ หากพิจารณาลงไป ในรายละเอียดก็จะพบว่ามีส่วนที่เป็นความน่ากังวลแล้วก็อยากจะแบ่งปันท่านประธาน อยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะอะไร ก็ขออนุญาตลำดับไป
ในประเด็นแรกเลยเป็นเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาล ได้กำหนดไว้มีมาตรการที่หลากหลาย ทั้งมาตรการที่เป็นเรื่องของภาษี เรื่องของการพักหนี้ครัวเรือน แล้วก็เรื่องของการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ โดยรวมทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์นี้ไว้ก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะพัฒนาระดับฐานราก ให้แก่หมู่บ้านและชุมชนด้วยมาตรการต่าง ๆ แต่ท่านประธานทราบไหมคะว่า วันนี้ประชาชนระดับฐานรากนั้นมีสถานภาพอย่างไร ดิฉันต้องขออนุญาตแบ่งปันข้อมูล กับท่านประธาน ข้อมูลที่มาจากผลสำรวจสถานภาพหนี้ภาคครัวเรือนของศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งสำรวจไว้เมื่อปลายเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ คนไทยมีหนี้สิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ หนี้ภาคครัวเรือนมีอัตราเฉลี่ยสูงขึ้น ๕.๗ เปอร์เซ็นต์ ตามค่าครองชีพและค่าแรงที่สูงขึ้น ประชาชนก็มีหนี้อยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต ตลอดจนหนี้นอกระบบ บางคนท่านประธานคะ มีบัตรเครดิตมากถึง ๔๗ ใบ ในวงเงินใบละ ๕๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่เงินเดือนนั้นมีไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ที่น่าตกใจ ท่านประธานคะ เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถแบกรับภาระการเป็นหนี้ได้ โดยไม่เดือดร้อน อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาการชำระหนี้สินทั้งสิ้นเลย ไม่ว่าเงินเดือน จะเป็น ๕,๐๐๐ บาท หรือมากกว่า ๕๐,๐๐๐ บาทก็ตาม นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่สอดคล้องกัน จากสมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มาจากงานวิจัยร่วมกับนักวิชาการ จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ศึกษา สถานการณ์สุขภาวะของครอบครัวไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของครอบครัวไทยเป็นหนี้สินค่ะ แล้วก็ ๘ เปอร์เซ็นต์เป็นหนี้เสีย ส่งผลให้ครอบครัวไทยนั้นอยู่ในภาวะจำยอม ต้องทำงานหนัก เพื่อเพิ่มรายได้ ครอบครัวขาดความอบอุ่นต้องทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นดูแล ท่านประธานคะ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยที่เป็นหนี้สินรุงรัง ทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ลูกหนี้ส่วนใหญ่ก็ประสบปัญหาหาทางออกไม่ได้ เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจ ในการบริหารจัดการเงิน แล้วก็หนี้ หลายรายต้องออกจากราชการ หลายรายต้องฆ่าตัวตาย รวมไปถึงเกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก หย่าร้าง ฉะนั้นเป็นที่แน่นอนค่ะท่านประธาน ว่าหนี้สินกำลังเป็นปัญหาที่คุกคามคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างน่าเป็นห่วง แล้วก็โอกาส ที่ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นจะมีได้อย่างไรคะ รัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะยกระดับคุณภาพชีวิต แล้วก็รวมไปถึงการจัดแหล่งทุน แต่ว่า ถ้ารัฐบาลไม่พยายามแก้ไขปัญหาต้นทางของภาวะหนี้สินของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ปัญหาสัญญาเงินกู้ทาสที่เขียนข้อตกลงที่เอาเปรียบลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลี่ยง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๓๓ และไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขของการล้มละลาย งบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณดังกล่าวก็ไม่มีประโยชน์อันใดเลย แล้วก็ ที่พูดว่ากองทุนทั้งหลายนั้นประสบผลสำเร็จก็ต้องไปดูในรายละเอียดค่ะท่านประธาน ว่าอะไรคะที่เรียกว่าความสำเร็จ ต้องไม่ใช่เพียงแต่การดูว่าคนยืมไปเท่าไรแล้วเอามาคืน เท่าไร เท่านั้นไม่พอค่ะ ต้องดูให้ครบวงจร เพราะไม่ว่าจะเพิ่มแหล่งทุนมากเท่าไร แต่ถ้า ยังดิ้นขลุกขลักอยู่ในบ่วงหนี้ก็จะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง แล้วก็ทำให้ประชาชนอ่อนแอ พึ่งตนเองไม่ได้ ท้ายที่สุดก็ต้องจมกองหนี้ตาย นอกจากนั้นท่านประธานคะ รัฐบาลยังได้จัด กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไว้ ในปี ๒๕๕๕ ก็ ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันไม่แน่ใจว่า ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เตรียมตัวให้สตรีหรือเปล่า และปี ๒๕๕๖ อีก ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็มีข้อกังวลเป็นพิเศษ เพราะจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดแต่ประการใดที่สะท้อน ผ่านเวทีชี้แจงหลายครั้ง ท่านประธานคะ กรรมการขับเคลื่อนก็มีแนวคิดที่จะแบ่งเป็น เงินทุนหมุนเวียนเป็นหลักเสียอีก ก็คือสูงถึง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ คือเอาให้กู้อีก นั่นล่ะค่ะ ท่านประธานคะ ไม่ไหวกระมังคะ วันนี้ผู้หญิงก็มีภาระแบกหนี้สิน ทั้งหนี้สินร่วม ของสามีภรรยา ทั้งหนี้สินสามี ทั้งหนี้สินตัวเอง รัฐบาลควรใช้งบประมาณส่วนนี้เพื่อจะพัฒนา ศักยภาพของสตรี ให้ได้รู้เท่าทัน รู้วิธีบริหารจัดการหนี้สิน ทรัพย์สิน รู้กฎหมาย เพื่อสร้าง ตนเองและครอบครัวให้เข้มแข็ง ให้พึ่งตนเองได้จะดีกว่าไหมคะ ที่น่ากังวลมากกว่านั้นก็คือว่า โอกาสที่งบประมาณส่วนนี้จะกลายไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้เกิดการแตกแยก ก็มีสูงอีกด้วย เพราะแม้แต่ยังไม่มีรายละเอียดนะคะท่านประธาน เรื่องของการใช้เงิน ยังไม่มี เม็ดเงินตกไปที่ใด ก็ยังมีการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ วันนี้ยังไม่ปรากฏเลยนะคะ ว่ามีหน่วยงานใดของรัฐที่มีแนวทางชัดเจนในการให้การเยียวยา ดูแล คุ้มครอง แก้ไขปัญหา หนี้สินภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลที่แล้วได้ริเริ่มการแก้ไขปัญหาหนี้สิน อย่างจริงจังพร้อม ๆ กันไปกับการออม แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลนี้ได้ทอดทิ้งไป ท่านประธานคะ รัฐบาลควรหันกลับมาแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ต้นทางให้ประชาชนได้มีโอกาสหายใจ ให้มีโอกาส ขยับจากบ่วงหนี้ได้บ้าง ไม่ใช่จะหนีหนี้นะคะ แต่ควรจะต้องสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนนั้น ได้ใช้หนี้อย่างเป็นธรรม ท่านประธานคะ ดิฉันพยายามพลิกเอกสารซึ่งทางสำนักงบประมาณ แจกมา พยายามค้นดูว่ารัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้ตรงไหนบ้างที่จะนำไปแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของประชาชนที่ต้นทางก็ไม่พบเลย เป็นไปได้ไหมคะ กรรมาธิการอาจจะต้องช่วยกันพิจารณา ทบทวนจัดสรรงบประมาณ เพื่อจัดตั้งหน่วยงาน หรือองค์กร หรือศูนย์แก้ไขปัญหาหนี้สิน ระดับจังหวัดเพื่อให้ความรู้และคำปรึกษาแก่ประชาชน หรือว่าจะตั้งเป็นกองทุนพัฒนา และฟื้นฟูลูกหนี้ภาคประชาชน หรือว่าจะตั้งศาลพิเศษที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจแล้วก็อื่น ๆ นะคะ ก็เพื่อที่จะช่วยให้ประชาชนนั้นเข้มแข็ง
ประเด็นต่อมา ท่านประธานคะ เป็นเรื่องงบประมาณที่จัดไว้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม จะส่งเสริมความเสมอภาค และพัฒนาศักยภาพสตรีให้เข้มแข็ง ท่านประธานคะ รัฐบาลจะทำอะไรคะที่เป็นรูปธรรม ดิฉันเปิดไปเปิดมาก็ดูไม่เห็น เงินกองทุนพัฒนาสตรีที่ดิฉันกล่าวถึงเมื่อครู่นี้ แทนที่จะนำมา ช่วยกันพัฒนาศักยภาพสตรี ก็นำไปเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเสียอีกนะคะ นอกจากนั้น หน่วยงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ควรจะดูแลเรื่องนี้ รัฐบาลก็ยังไปลดงบประมาณอีกนะคะ นั่นก็คือสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว แล้วจะทำอะไรกันคะ
ประเด็นสุดท้าย นอกเหนือจากเรื่องหนี้สินที่กล่าวแล้วนี่นะคะ ก็ยังมีการลด งบประมาณในเรื่องอื่น ๆ ที่ดูแลเกี่ยวกับประชาชนระดับฐานรากอีกด้วย ที่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดทอนจำนวนหน่วยไฟฟ้าฟรีจาก ๙๐ หน่วย เป็น ๕๐ หน่วย กองทุนผู้สูงอายุก็ลดเงินเขา ๑๘๐ ล้านบาท ไปเหลือ ๑๗๔.๖ ล้านบาท พูดถึงผู้สูงอายุ ท่านประธานคะ รัฐบาลได้จัดงบไว้สำหรับเบี้ยยังชีพในปีนี้ ดิฉันก็ต้องบอกว่ายังดีนะคะ ที่รัฐบาลนี้คิดได้แม้ว่าจะช้าไปหน่อย เพราะว่าสมัยรัฐบาลคุณทักษิณนั้นหลายปีไม่ได้เพิ่ม จำนวนเงินเลย หรือขยายจำนวนผู้รับจากที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวนได้เริ่มไว้ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท มาจนถึงรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ขยายให้ผู้สูงอายุทุกคนได้รับ กองทุน คุ้มครองเด็ก ลดค่ะ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ลดค่ะ กองทุนส่งเสริม การจัดสวัสดิการทางสังคม ลดค่ะ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ก็ลด เงินที่จะเอาไปใช้ ให้กับสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ลดค่ะ จาก ๗๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๔๘ ล้านบาท งบประมาณสำหรับการเคหะและชุมชนที่จะไปดำเนินงานจัดหาที่พักอาศัย ก็ลดค่ะ ท่านประธานคะ แม้ตัวเลขจะดูว่าเห็นลดเพียงเล็กน้อย จริง ๆ ดูเหมือนไม่มีนัยสำคัญ แต่อย่างไรต่อเรื่องของการบริหารจัดการ แต่นัยทางคุณค่าของจิตใจสิคะมากมายมหาศาล เพราะมันสะท้อนถึงจิตวิญญาณที่ไม่ได้เมตตาต่อคนตัวเล็กตัวน้อยเลย ดิฉันต้องขออนุญาต สรุปอย่างนี้ค่ะว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้ไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ ต่อสภา ประชาชนคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของประเทศชาติ หากรัฐบาลจัดงบประมาณ ในลักษณะที่กล่าวมานี้ดิฉันเห็นว่าไม่มีวันที่ประเทศจะพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนได้เลย เพราะเป็นการจัดงบประมาณที่ทิ้งคนจนทั้งแผ่นดิน ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปอย่างนี้นะครับ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ แล้วก็ต่อไปเป็นท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล แล้วก็มาท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ เชิญท่านชาดา ไทยเศรษฐ์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพรัก กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของชาวอุทัยธานีจากพรรคชาติไทยพัฒนา กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าในงบประมาณแผ่นดินในปีนี้รัฐบาลได้ตั้งไว้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า แปลกอยู่อย่างหนึ่งสิ่งที่ผมอยากจะ สังเกตก็คือว่าทำไมเราไม่ใช้คำว่างบประมาณแผ่นดิน เราใช้คำว่า พ.ร.บ. พระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย ซึ่งจริง ๆ แล้วงบประมาณนั้นก็มีประกอบทั้งรายรับและรายจ่าย ในปีนี้ ทางรัฐบาลตั้ง ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ เรียนด้วยความเคารพว่าเป็นงบเงินกู้อยู่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนว่างบเงินกู้ก็คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ เป็นงบเกินดุล แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่าประเทศไทยเราตั้งได้ไหมงบไม่ขาดดุล ผมบอก ตั้งได้ครับ ทำไมตั้งได้ ในระบบของงบประมาณกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า มีทั้งรายรับและรายจ่าย รายรับในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเรายังขาดเรื่องการพัฒนารายรับ ก็คือในด้านฐานภาษีต่าง ๆ ซึ่งแต่ละปีถ้าดูตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เราตั้งงบประมาณไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง รายรับนะครับต่ำกว่าความเป็นจริง จะด้วยระบบ และกลไกใดไม่ทราบ ในบางปี ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ เกินมา ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าวันนี้เรายังเก็บภาษีได้อีกไหม เก็บได้ครับ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าอะไรครับ ปัจจุบันนี้ เราไม่ต้องไปขึ้นภาษีกับใครครับ เราแค่เก็บให้เป็นธรรมและทั่วถึง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในปัจจุบันนี้งบประมาณรายรับของเรานั้น ในด้านของภาษีอากร ในด้านของค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งหลายกระทรวง ทบวง กรมเป็นผู้เก็บ ผมเรียนว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกินกว่า อยู่แล้วครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับซึ่งเราเก็บอยู่ แต่เราหักเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ปัญหาอยู่ที่ว่าไม่มีใครเข้าไปดูเรื่องการตั้งงบประมาณจริง ๆ ครับ ผมเรียนท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าวันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แค่นั่งไขว้ห้างอย่างเดียวมาอีกมากมายครับภาษี ที่กรมสรรพากร กรมต่าง ๆ ผู้มีหน้าที่จัดเก็บที่ยังเก็บไม่ชัดเจน ผมเรียนง่าย ๆ นะครับ ผมยกตัวอย่างแบงก์พาณิชย์ของไทย แบงก์พาณิชย์ของไทยเก็บ จ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะส่วนต่างของดอกเบี้ยระหว่างปล่อยกู้ กับรับฝาก แค่นั้นเองครับ แต่ในค่าธรรมเนียม ค่าธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งแบงก์พาณิชย์ของไทย แพงเกือบจะที่สุดในโลกครับ ท่านประธานครับ แพงเกือบจะที่สุดในโลกจริง ๆ วันนี้รัฐบาล มีงบอะไรก็ตาม แบงก์พาณิชย์เก็บไปแล้วครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ ต่อปีนะครับ แล้วทุกสัญญา ที่เป็นค้ำของรัฐ ๒ ปี ๔ เปอร์เซ็นต์ ค้ำประกันซอง ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินปีหนึ่งเห็น ๆ แล้วรัฐบาลยิ่งทำงบประมาณเรื่องโครงสร้างมากเท่าไรแบงก์พาณิชย์ของไทยก็จะได้มาก จนไม่สนใจในการปล่อยกู้ในระดับรากหญ้าหรือพี่น้องประชาชน มีคนเกือบ ๒๐ ล้านคน ที่ติดเครดิตบูโร (Bureau) โดยที่แบงก์ไม่สนใจที่จะดำเนินการ คนพวกนี้ต้องไปใช้เงินนอกระบบครับ ท่านประธาน ต้องไปใช้เงินนอกระบบ เป็นการกู้นอกระบบซึ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจ และสังคมของไทยเสียหายอย่างมากมาย คนที่กู้นอกระบบร้อยละ ๓๐๐ บาทต่อเดือน กระมังครับ ถ้าพวกดอกลอยนี่นะครับท่าน กู้มา ๑,๐๐๐ บาท เก็บวันละ ๑๐๐ บาท เก็บไป ชั่วชีวิตถ้าไม่คืน ๑,๐๐๐ บาทเมื่อไร เขาเรียกว่าดอกลอย มันเป็นปัญหาสังคมของไทยเรา อย่างมากมายที่เรามองไม่เห็น วันนี้ในสังคมผู้คนทำไมครับ วันนี้รัฐบาลปราบปรามยาเสพติด อย่างสุดยอดครับ แต่ยังมีคนกล้าค้าสิ่งต่าง ๆ กล้าทำในความผิดต่าง ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าความอยู่ในชีวิตปกติกับความลำบากมันไม่ห่างกัน เราจึงเห็นว่ารัฐบาลจับมากมาย เราดูจากหนังสือพิมพ์ จากข่าว แม้ว่าผู้ที่ค้ายาบ้าหรือทำอะไรก็ตาม เพราะว่ามันอยู่ปกติ มันก็ลำบาก ถูกแก๊งเงินกู้มาตาม ก็คิดที่จะกล้าทำผิดกฎหมาย มันเป็นปัญหาสังคมที่ถามว่า แล้วแบงก์ก็ไม่ปล่อย วันนี้ถ้ารัฐบาล ผมขอแนะนำอย่างเดียว แค่ยกเลิกระเบียบ กระทรวงการคลังแค่นั้นเอง ให้พวกที่ปล่อยกู้นอกระบบเข้าสู่ระบบโดยรัฐไม่ต้องเสียเงิน สักบาทหนึ่ง กำหนดไปเลยว่าเงินกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท หรืออะไรก็ตาม ร้อยละ ๒ บาทต่อเดือน ให้พวกที่ผิดกฎหมายนอกระบบเข้ามาอยู่ในกฎหมาย ควบคุมเสีย เขาก็เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง ไม่ต้องแก้กฎหมายด้วยครับ แค่แก้ระเบียบกระทรวงการคลัง แต่ทำได้ไหม ผมเชื่อว่าทำไม่ได้ เพราะอำนาจของสมาคมแบงก์ไทยในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ยอมครับ พวกนี้ต้องไม่ยอมแน่นอน กองทุนฟื้นฟูซึ่งวันนี้เขาเอาเปรียบ เงินที่เขาได้จากการทำธุรกรรมไม่เคยเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เขาไปเสียในนิติบุคคล แต่เวลา เก็บจากพี่น้องประชาชน จากบริษัทห้างร้านเขาคิดมูลค่าเพิ่มในภาษีธุรกรรมด้วย และท่านประธานที่เคารพครับ พวกนี้เอาเปรียบ แล้วเวลาที่เกิดปัญหาในสมัยวิกฤติต้มยำกุ้ง รัฐต้องเข้าไปโอบอุ้มกองทุนฟื้นฟูต่าง ๆ มากมาย ผมบอกต้องเก็บภาษีแล้วเอาเงินไปใช้ กองทุนฟื้นฟูบ้าง เวลาคุณมีกำไรคุณไม่เคยมองบ้านเมืองนี้ แต่เวลาคุณขาดทุนคุณให้รัฐบาลทำ นี่ผมพูดถึงวิธีการ แล้วยังมีบริษัทสะดวกซื้ออะไรต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งฐานภาษีไม่เป็นธรรม ผมกราบเรียนว่าแต่ในกฎหมายของไทยเรา ในกฎหมายเราไม่มีใครสามารถแปรญัตติรายรับได้ เราได้แต่แปรญัตติได้ในเรื่องของรายจ่าย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้สิ่งที่สำคัญ ปัญหาสังคมเกิดขึ้นเพราะว่าคนไทยส่วนหนึ่งเกือบ ๒๐ ล้านคนที่ติดเครดิตบูโร แล้วคนไทย ส่วนหนึ่งที่เหลือไม่สามารถเข้าสู่แหล่งเงินทุนได้ วันนี้ท่านประธานรู้สึกไหมครับว่ารัฐบาล มีความสามารถมากมาย รัฐบาลตั้งนโยบายและสามารถทำได้ด้วยในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทำไม เรายังมานั่งคิดดูครับว่า เรามานั่งคิดดูครับว่าทำไมวันนี้เรายังรู้สึกว่าเศรษฐกิจมันฝืด ๆ อยู่ มันเคือง ๆ อยู่ เพราะอะไรครับ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นสักนิดหนึ่งครับผม งบประมาณฟื้นฟูของรัฐบาล ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับที่รัฐบาล เข้าไปในเรื่องฟื้นฟูและเยียวยาพี่น้องประชาชนจากเหตุภัยน้ำท่วม กราบเรียนด้วยความเคารพครับ งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น การจัดสรรเรียบร้อยแล้ว มีการลงนามในสัญญา ดำเนินการเอง เบิกจ่ายตามพีโอ (PO) ไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริง ๆ แล้ว ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าวันนี้ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายในงบฟื้นฟู ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นเพราะอะไรครับ ผมบอกว่าทำไมเราทำงบเกินดุลไม่ได้ ไม่ต้องขาดดุล ทำได้ครับ เพราะว่าวันนี้รัฐบาลเอามา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้ใช้อะไรเลยครับ เท่าที่ผมตามข่าว ถึงเดือนพฤษภาคม วันที่ ๑๐ ทราบว่าจะมีใช้ก็คงจะน้อยมากในงบฟื้นฟู คราวนี้ปัญหา คืออะไร คำว่างบประมาณแผ่นดินมันเป็นเรื่องของถังใบหนึ่งซึ่งเราเก็บเงินจากภาษีอากร จากพี่น้องประชาชนมาใส่ในถังนี้ แล้วถังนี้ก็มีท่อคือสาขาอาชีพต่าง ๆ ผ่านระบบงบประมาณ ดูดออกไป ๆ ท่อไหนที่มันตัน ที่มันมีปัญหารัฐบาลก็ลงไปแก้ให้ไปท่อนั้นเยอะ นี่คือการเก็บมา แล้วกลับคืนในระบบรายได้ของแผ่นดิน แต่วันนี้เก็บมาแต่มันปล่อยลงท่อไปแล้ว มันไม่มี การดูดไปจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ถึง ณ วันนี้ผมถามว่ารายได้เราดีไหมในสภาพที่น้ำท่วม ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในสภาพที่น้ำท่วม ในสภาพที่มีปัญหาจากผล ของที่รัฐบาลทำโครงการต่าง ๆ ไป โอเค (OK) ครับ เราเก็บภาษีจนถึง ๗ เดือนแรกนี้ ยังเกินอยู่นะครับ ยังเกินจากปีที่แล้วเลยครับ เราเก็บภาษีมา ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วครับ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่เราเก็บภาษี แล้วแต่ละเดือนเกินปีที่แล้วที่ผ่านมา นี่ยังไม่รวมถึงว่า เราเสียหายไปจากเรื่องภาษีปิโตรเลียม แล้ว กทช. คณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยังไม่ได้ส่งเงินรัฐบาล กำหนดจะต้องส่งเดือนมกราคมก็ยังไม่ส่ง รัฐบาลยังมีรายได้ตามที่ตั้งไว้ ในปี ๒๕๕๕ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือปัญหาครับ เงินที่เราเก็บมาแต่เราไม่ได้ปล่อยกลับออกไป มันก็เลยกลายเป็นฝืดเคือง นี่คือความล่าช้าของการทำงานในระบบราชการ ผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับว่า รัฐบาลต้องเร่งครับ ถ้าไม่เร่งตรงนี้ปัญหามีมากมาย รัฐบาล อัดฉีดโครงการอะไรต่าง ๆ ไปแล้วก็จะเป็นอย่างนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านเชื่อไหมครับ เรามาดูงบฟื้นฟูว่ายังเหลือเบิกจ่ายอีก ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ยังไม่เป็นอะไรครับท่าน งบไทยเข้มแข็งในรัฐบาลที่แล้วอนุมัติรอบที่ ๑ ยังเหลืออีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ อนุมัติ รอบที่ ๒ ยังเหลืออีกเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ผ่านมา ๒-๓ ปีแล้วทำไมเป็นเช่นนี้ ผมกราบเรียนว่ารัฐบาลต้องเข้าไปดำเนินการกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ให้ดำเนินการใช้เงิน ให้มากที่สุด เราไม่ต้องกู้ครับ ถ้าเรากล้าที่จะทำ ผู้ตั้งงบประมาณกล้าที่จะทำ ผมกราบเรียนว่า ผมต้องขอชื่นชมรัฐบาลนี้ด้วยความจริงใจไม่ใช่ฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในฐานะ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของชาวไทย ผมกราบเรียนว่าการตั้งงบประมาณในรายกระทรวง ผมเห็นแล้วถือว่าดีครับ ไม่มีการไปกองแบบเศรษฐกิจพอเพียง แล้วกองเงิน ๆ ในอย่างที่ผ่านมา ปี ๒๕๕๕ ก็ไม่ได้เรื่อง ปีนี้ปี ๒๕๕๖ ผมเห็นแล้วผมก็ดีใจครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพเลยครับ นี่คือความเป็นจริง เพราะว่าอะไรครับ อำนาจไปอยู่ กับผู้ตั้งงบประมาณ รัฐมนตรีดูทุกกระทรวงหรือเปล่า จริง ๆ แล้วผมไม่อยากลงในเรื่องของ รายกระทรวง เพราะว่าคงจะไปพูดในแปรญัตติในวาระที่สอง กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาหนึ่งของประเทศไทย และที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่ามีสมาชิกหลายท่าน เป็นห่วงเรื่องงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นน้อยกว่าปกติ แต่ถ้าดูให้ดีจริง ๆ ไม่ใช่ครับ ถ้าเราดูกันให้ดีจริง ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านสักนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจ สำนักปลัดนะครับ ปี ๒๕๕๕ ได้มา ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ได้มา ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วไปกรมการข้าว ปี ๒๕๕๕ ได้มา ๑,๖๓๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ได้มา ๑,๗๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่ามีกรมชลประทานกรมเดียวที่น้อยลงไป เพราะเนื่องจากมีงบประมาณฟื้นฟู นอกนั้นทุกกรมได้เพิ่มหมด แต่ปัญหาคือกรมชลประทาน ได้งบประมาณฟื้นฟูแล้วยังมีในเรื่องของเงินกู้ที่จะมีต่อมา ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ พี่น้องประชาชน หลายท่านเป็นห่วงว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้งบประมาณน้อย ผมเรียนว่าไม่ต้องเป็นห่วงตรงนั้น เพราะว่าในภาพจริง ๆ แล้ว มันดูเหมือนลด แต่มันไม่ลดนะครับ
ท่านประธานครับ ผมเองอย่างที่บอกไม่อยากจะไปลงในกระทรวง แต่ขออนุญาตเลยไปนิดหนึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง วันนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ทำอะไรเกินไป เกินไปหน่อย ท่านไปดูงบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง เกินเหตุเกินผล ท่านรองอธิบดีท่านหนึ่งล็อกสเปก เอาผู้รับเหมามานั่งหน้าห้อง ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่า พฤติกรรมแบบนั้นเพิ่งลาออกไปเมื่อ ๒ วันนี้เอง โดนขโมยเงินที่บ้าน ผมไม่อยากจะพูดถึงก็รักแล้วเคารพกัน แต่อย่าทำเลย อย่าเอาพฤติกรรมแบบนั้นมาใช้ ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านอธิบดีน่ารักแต่ท่านรองอธิบดีเกินเหตุไป มันเป็น การกระจุก มันเป็นการที่ว่าเกินหน้าเกินตาไปหน่อย ทำอะไรแต่พองาม ผมฝากท่านประธาน ผมเคารพในท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเป็นคนดี ผมเคยเป็น นายกเทศมนตรี ท่านเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านเป็นปลัดกระทรวงที่มีความสะอาด อย่างมาก แล้วผมเคารพท่าน วันนี้ท่านต้องลงไปดูนิดหนึ่งกับกรมนี้มีปัญหาเยอะก็คงจะเจอกัน ในวาระที่สองในเรื่องของการแปรญัตติ
และอีกประการหนึ่ง กรมทางหลวงชนบท ผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กรมทางหลวงชนบท มีถนนบางเส้นสร้างแค่ ๔๐๐ เมตร ราคา ๑๗๐ กว่าล้านบาท มันเกินเหตุเกินผล วันนี้เมืองไทยมีปัญหา ท่านครับ งบประมาณของกรมทางหลวงชนบท ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าหารกิโลเมตรละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ได้ ๒๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้ากรมทางหลวงชนบททำปีหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ๕ ปี แสนกว่ากิโลเมตร ประเทศไทย ไปไม่รู้อย่างไรแล้วครับ แต่นี่ทั้งหมดที่จัดสรรมามีแค่ ๓๕ จังหวัด ๓๕ จังหวัดจริง ๆ ครับ ไม่ว่าสะพาน แล้วไปซุก วันนี้ประเทศนี้มีปัญหาเรื่องงบประมาณเพราะอะไร ทำไมเราถึง แก้ปัญหาชลประทานไม่ได้ วันนี้ทำไมเราถึงแก้ปัญหากรมทางหลวงไม่ได้ ยังมีถนน อีกหลายเส้น กรมทางหลวงชนบททำไมถึงแก้ปัญหา ยังมีถนนลูกรังในประเทศนี้อีกมากมาย เพราะอะไรครับ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณลงไปเยอะ มันมีปัญหาเรื่องงบต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท เฉพาะกรมทางหลวงชนบทอย่างเดียวเป็นพันล้านบาท ไม่รู้ว่ามันไปตรงไหน ไม่ได้บอก กับสภานี้ มันเป็นอำนาจของอธิบดี ผมบอกว่าผมเองก็อยู่ในระบบ ไม่ได้ฝืนระบบ แต่ทำอะไร ขอให้ทำแต่พองาม ผมกราบเรียนฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ผมเคารพท่านแล้วเชื่อท่านเป็นบุคคลที่ดี ท่านเป็นคนดีแน่นอนครับ แล้วท่าน มือสะอาด น่ารักมาก ท่านเป็นคนที่น่ารัก แต่ให้ท่านลงไปดูนิดหนึ่งครับ อย่าปล่อยให้ ข้าราชการบางคนหรือพ่อค้าบางคนมาทำให้ท่านเสื่อมเสีย ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าเรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องลงไปดู ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า วันนี้ประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่อนาคตอันสดใสแน่นอน ดูจากแม้แต่เราผ่านภาวะวิกฤติน้ำท่วม จากในเรื่องนโยบายของรัฐบาลต้องถือว่าเก่งครับ ทำเรื่อง ๓๐๐ บาท ทำได้ ถ้าจะฝากอีกที ก็เรื่องจำนำข้าว เรื่องจำนำข้าววันนี้ยังไม่เป็นอะไรครับท่าน ผมเองเรียนด้วยความเคารพ ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่ผมก็ให้เกียรติอย่างที่ผมเคยกล่าวไว้แล้ว แต่ต้องค่อย ๆ ดูไป ฝากกระทรวงพาณิชย์นิดเดียว อย่างบ้านผมใบประทวน บอกว่าทำให้ได้ ๔๐๐ กว่าถังต่อไร่ ปรากฏว่ากำลังไล่จับอยู่ กระทรวงพาณิชย์ออกมาอีกแล้ว บอกว่าทำได้ ๙๐๐ กว่าถังต่อไร่ ผมบอกว่าถ้าจังหวัดอุทัยธานีทำได้ ๙๐๐ กว่าถัง เกือบเกวียนต่อไร่ ผมยอมแล้วครับ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ว่าผมฝากกระทรวงพาณิชย์ให้ตามและเฝ้าดู เพราะเรื่องของโครงการ รับจำนำเป็นเรื่องถ้ามีการทุจริตมันหลายชั้น วันนี้ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ สมาชิก ท่านกรรมาธิการไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ช่วยรัฐบาลทุกคนครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ นิดหนึ่ง ท่านพูด ในที่ประชุมกรรมาธิการว่านโยบายจำนำ นโยบายประกัน มันไม่สำคัญหรอก มันมีจุดโหว่ ทุกนโยบาย แต่วันนี้รัฐบาลเขาทำเรื่องนี้แล้วเราต้องมาช่วยรัฐบาล ต้องมาช่วยรัฐบาลทำ ขอชื่นชมท่าน ท่านพูดในที่ประชุมกรรมาธิการในฐานะที่ท่านเป็นที่ปรึกษา เรียนด้วยความเคารพ จริง ๆ ครับว่าเราช่วยรัฐบาลดู แต่กลไกของรัฐในเรื่องราชการก็ต้องช่วยคนทำงานด้วย วันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยก็เป็นประธานในเรื่องการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ เรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่าน แต่ผมเอ่ยนิดหนึ่ง ฝากท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือนายกรัฐมนตรีก็ตาม มีหลายคนทำไมไม่ถาม ไม่นั่งนึกปุจฉาว่าทำไมอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จึงบริหารงานได้ดี จึงทำอะไรได้ ถูกใจหลายคน ถูกใจพี่น้องประชาชน เพราะอะไรครับ ผมตอบให้ได้เลยครับ ท่านก้าวข้าม ผ่านระบบราชการได้ วันนี้ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีแล้วนั่งฟังแต่ข้าราชการในกระทรวง ไม่ต้องหรอกครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ในอดีตท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านทำ ได้สำเร็จ แล้วก็หวือหวา แม้แต่การตั้งงบประมาณผมบอกได้เลยว่าถ้าไม่เข้าใจ มาถามผมส่วนตัว แล้วผมจะบอกเลยว่านั่งไขว่ห้างวันนี้งบก็เกินดุล เกินดุลครับ ผมเคยพูด กับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านหนึ่งแล้วว่ามันเกินอยู่แล้ว แต่จะมี ความกล้าหาญในการดำเนินการแค่ไหน ต้องก้าวข้ามผ่านระบบที่วืดมาไว้แล้ว แล้วมาบอกว่า อย่างนี้ ๆ นะครับ เพราะอันนี้ ๆ นะครับ มันน่าจะหมดสมัยได้แล้ว วันนี้รัฐบาล ต้องก้าวข้ามผ่านระบบราชการ แล้วกล้าเดิน กล้าตัดสินใจ ผมเชื่อว่าประเทศไทยไปได้ แน่นอน ปัญหาของเราคือระบบราชการยังอืดครับ ยังอืดมากแล้วยังมีปัญหาเยอะ ก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ สิ่งที่ผมพูดมาผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าก่อนที่จะจบนี้ผมพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้พูดเพื่อจะว่าใคร ถ้าไป กระทบผู้ใดก็ต้องกราบขอโทษ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเสียดายหลายคน ไม่ว่า จะพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนิติภูมิ นวรัตน์ เมื่อสักครู่ ท่านพูดได้ดีมาก แต่เวลาเป็นตัวบีบ ท่านเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ผมเรียน ท่านประธานว่าผมพูดพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีอคติต่อใคร ไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนหรืออะไร ทั้งสิ้น แต่ผมพูดด้วยความที่ว่าอยากเห็นบ้านเมืองนี้เดินไปในทางที่ถูกต้อง บอกว่าเลิกกู้กัน เสียที ทุกรัฐบาลมาต้องกู้ ต้องเห็นใจครับ ต้องกู้แน่นอน เพราะว่าในระบบงบประมาณแบบนี้ ไม่มีเงินจะมาพัฒนาประเทศ ผมไปดูตลกคณะหนึ่ง เด็ก ๆ แสดงบอกว่าคนไทยกู้เก่ง เพราะว่าในอดีตเรากู้เอกราช วันนี้ไม่ต้องมีเอกราชให้กู้เราจึงชอบกู้เงิน กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผมพูดคือความรู้สึกแล้วก็ต้องขอโทษถ้าไปกระทบกับ ผู้ใด แล้วก็ในรายกระทรวงคงจะอภิปรายในวาระที่สองต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้อ่านรายละเอียดในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยความไม่สบายใจอยู่อย่างน้อยที่สุด ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เรื่องของการกระจุกกระจาย ก็เหมือนกับทุกปีครับ เมื่อรัฐบาล พรรคของท่านขึ้นมาบริหารประเทศทีไรภาคใต้ของกระผมประสบปัญหาเรื่องการกระจุก กระจายของงบประมาณทุกครั้ง แล้วภาคใต้ก็ขาดโอกาสในการพัฒนาจากการใช้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีในยุครัฐบาลของท่านทุกครั้ง ต้องเรียน กับท่านประธานว่าในรอบ ๑๐ กว่าปีมานี้ภาคใต้เราสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทุกครั้งจริง ๆ ดัชนีชี้วัดในเรื่องนี้ก็คือไม่ต้องดูมากหรอกครับ ดูเรื่องถนนกับเรื่องน้ำ เรื่องถนนก็อยู่ ในการดูแลของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เรื่องน้ำก็กรมชลประทานเป็นหลัก ๒ กรม ๓ กรมนี้ละครับไปพลิกดูในรายละเอียดงบประมาณที่จัดสรรลงไปในภาคใต้ โครงการที่ลงไปในภาคใต้น้อยมาก พวกเราสูญเสียโอกาสแบบนี้มาครั้งแล้วครั้งเล่า ก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าต้องทบทวนกัน งบสร้าง งบซ่อมทั้งหลายซึ่งกว่าจะ กระเด็นลงไปภาคใต้สักโครงการหนึ่งยากมาก วันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชพลิกดูโครงการ ของกรมทางหลวงได้ถนนมาเส้นเดียว เส้นนครศรีธรรมราช-ปากพนัง ๑๑๐ ล้านบาท นี่ขอกันมากี่ปีครับท่านประธานเป็น ๑๐ ปีเลย เป็นถนนเข้าสู่โครงการพระราชดำริ โครงการ ลุ่มน้ำปากพนังก็เพิ่งได้ในปีนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติภัยธรรมชาติ รุนแรงที่สุดนะครับ และการบริหารจัดการเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หลายหน่วยงาน ที่ร่วมนั่งประชุมปรึกษาหารือกันบอกว่าต้องใช้งบประมาณถึง ๓,๒๐๐ ล้านบาท ไปพลิกดู ไม่มีเรื่องนี้อยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖
เรื่องที่ ๒ ที่บาดความรู้สึกผมอย่างมาก แล้วผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชน ก็คงจะคิดเหมือนกันก็คือ พลิกเข้าไปดูงบของกระทรวงมหาดไทยในส่วนของสำนักงานปลัด กระทรวงมหาดไทยมีอยู่รายการหนึ่ง เป็นงบก่อสร้างศาลากลางจังหวัด ๔ แห่ง คือ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร รวมงบประมาณแล้ว ๑๔๒,๒๗๔,๐๐๐ บาทเป็นงบผูกพันครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๗ ถ้ารวมถึงปี ๒๕๕๗ ๔ ศาลากลางนี้ต้องใช้งบประมาณถึง ๖๙๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๗๐๐ ล้านบาทนะครับ น่าเสียดายว่าทำไมเราต้องสูญเสียเงินไปกับเรื่องแบบนี้เหตุผลเพราะอะไรเรารู้กันแล้วครับ ผมไม่อยากจะพูด ใครเผาและใครจะต้องออกเงินสร้าง คนออกเงินสร้างก็คือภาษีอากร ของพี่น้องประชาชนนะครับ คำถามว่าเราจำเป็นต้องใช้เงินในส่วนนี้ไป ถ้าหากว่าไม่ต้อง ใช้เงินในส่วนนี้ไปเพื่อก่อสร้างศาลากลาง ๔ แห่ง เราไปพัฒนาสร้างโรงพยาบาล สร้างพัฒนา ระบบคุณภาพการศึกษาของเด็กนักเรียนได้เป็นหมื่นเป็นแสนคน น่าเสียดายนะครับ นี่คือ ความรู้สึกที่เจ็บปวดบาดลึกในการจัดสรรงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งใจ ที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ ในยุทธศาสตร์เรื่องความมั่นคงของรัฐ ซึ่งก็อยากจะลงไปในรายละเอียดที่ผมคิดว่าจะเป็น ประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตไว้เพื่อไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป รัฐบาล ได้ตั้งงบประมาณยุทธศาสตร์ความมั่นคงของรัฐไว้ ๒๐๔,๕๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าคิดแล้วก็ ร้อยละ ๘.๕ ของงวงเงินงบประมาณทีเดียวนะครับ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าความมั่นคงของรัฐ เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ขยายมิติไปกว้างขวางมาก รวมถึงความมั่นคงของเอกราช อธิปไตยของชาติ เรื่องความสงบเรียบร้อย เรื่องของความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องของ ความอยู่ดีมีสุข ความปลอดภัยจากภัยพิบัติ แต่ท่านประธานครับ ลองไปดูในยุทธศาสตร์ ความมั่นคงของรัฐใน ๒ แผนงาน เฉพาะ ๒ แผนงานนี้ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้นะครับ แผนงาน เทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์มีวงเงินรวมทั้งหมด ๑๒,๕๐๖.๘ ล้านบาท ผมไปไล่ดูว่างบ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไปอยู่ในหน่วยงานไหนบ้างครับ ปรากฏว่า ไปกระจายอยู่ทั้งหมด ๑๓ หน่วยงาน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อะไรต่าง ๆ ไล่มานะครับ ๑๓ หน่วยงาน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวเลขเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นตัวเลขที่สูง แต่ว่าไม่ได้มี การบูรณาการให้เห็นภาพกันจริง ๆ จัง ๆ ว่าการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ในภาวะ ที่สถาบันถูกล่วงละเมิด ถูกจาบจ้วง ถูกท้าทายอย่างเปิดเผยและรุนแรงในแบบนี้จะทำกัน อย่างไร วันนี้รัฐบาลเองก็มีศูนย์ติดตามแต่ว่าก็ทำหน้าที่ได้เพียงการวิ่งไล่ปิดเว็บไซต์ (Web site) เท่านั้น แล้วก็ปิดได้ไม่หมด เข้าไปดูในอินเตอร์เน็ต (Internet) เวลานี้ทั้งเว็บไซต์ ทั้งยูทูบ (YouTube) มีข้อความ มีคลิป (Clip) ต่าง ๆ ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปรากฏอยู่มากมาย แต่เงิน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จัดให้กับหน่วยงานต่าง ๆ นั้น ไปดูในรายละเอียดเถอะครับ เป็นงบก่อสร้าง เป็นงบจัดซื้อ เป็นงบประจำ เป็นงบดำเนินงาน ทั้งสิ้น แต่ไม่มีลักษณะการทำงานในเชิงรุกเพื่อการปกครองสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีกลไกเฝ้าระวังในเรื่องนี้อยู่ ทราบว่ามีกลไกในการเฝ้าระวังเรื่องนี้อยู่ ผมไม่ทราบว่า ทำอะไรอยู่ เพราะกระบวนการในการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นได้ปรากฏตัว และเคลื่อนไหวอยู่ในหลายพื้นที่ ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าในต่างจังหวัด หลายจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน รวมถึงภาคใต้ด้วยมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล ที่มีลักษณะบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือแม้กระทั่งคนในฝ่ายการเมืองเอง ที่มีพฤติกรรมปากพาไปครับ จงใจพูดจาฉวัดเฉวียนเพื่อที่จะไปกระทบกระทั่งกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะเอาหูเอานาเอาตาไปไร่กับเรื่องนี้ งบประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จัดสรรไปตามยุทธศาสตร์นี้เอาไปใช้ทำอะไร ผมก็ต้องตั้งข้อสังเกต ไว้นะครับว่าเขียนไว้สวยหรูจริง แต่ว่าไม่เอาจริงในทางปฏิบัติ
แผนงานอีกแผนงานหนึ่งซึ่งมีความสำคัญก็คือแผนงานรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในประเทศ ในยุทธศาสตร์ความมั่นคงของรัฐตั้งไว้ ๑๔,๗๗๒.๙ ล้านบาท ท่านประธานครับ รัฐบาลเองก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แล้วก็ยอมรับว่าภัยการก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติเป็นปัญหาใหญ่ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาใหม่สำหรับประเทศไทยด้วย ประเทศของเราเผชิญกับปัญหาเรื่องการก่อการร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็ต้อง ยอมรับว่าปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วดำรงอยู่จริง การก่อเหตุร้ายที่รุนแรงมากขึ้นโดยมีเมือง เป็นเป้าหมาย ผมคิดว่าเรื่องนี้หน่วยงานความมั่งคงของรัฐจะต้องกลับมาทบทวนและต้อง เตรียมพร้อมในการรับมือ ต้องยอมรับว่าเมืองใหญ่หลาย ๆ เมืองทั่วโลกเป็นเป้าหมาย ของการก่อการร้าย ประเทศของเราที่มีเมืองใหญ่หลายเมืองก็ต้องทำใจไว้ด้วยว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย เพราะเราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อการร้ายบ้าง แต่สิ่งที่ น่ากังวลก็คือประเทศเราไม่ค่อยยอมรับว่าการก่อการร้ายกำลังเกิดขึ้นในประเทศนี้ เพราะ ๑. เชื่อว่าประเทศเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กับปัญหานี้ ไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือมี ความขัดแย้งกับประเทศที่จะก่อการร้าย เราถึงคิดว่าเราปลอดภัย เราเป็นเพียงแค่เมืองทางผ่าน เป็นเมืองที่ผู้ก่อการร้ายอาจจะเข้ามาแล้วแวะแต่ไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติการ ๒. ก็คือเราไม่มี ประสบการณ์เรื่องนี้มากพอ แต่ว่าเหตุเกิดระเบิดที่อำเภอหาดใหญ่ เหตุระเบิดสนามบิน เหตุเกิดในเมืองยะลา หรือเหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร ชี้ให้เห็นว่าเราหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ไม่ได้อีกแล้ว แต่ว่าผมเมื่อได้ดูงบ ๑๔,๗๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว พอกระจายไปตามหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว มองไม่เห็นว่าได้ทำอะไรบ้างนะครับ ไปดูงบของ กอ.รมน. ในเรื่องนี้นะครับ มีงบ ในการทำงานเรื่องนี้ ๕๐๐ กว่าล้านบาทไปดูที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปัญหานี้ จะมีงบ ในการพัฒนาเครือข่ายมวลชนในการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ด้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งไว้เท่าไรครับ ๑๕๖,๙๐๐ บาท โครงการเสริมสร้างเครือข่าย ความตระหนักรู้ จิตสำนึกในการเฝ้าติดตามตรวจสอบด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรม ข้ามชาติ ตั้งไว้ ๘๙๙,๐๐๐ บาท มันไม่เพียงพอครับ เพราะฉะนั้นงบประมาณหลาย ๆ ส่วน ที่จะต้องเข้ามาบูรณาการในการดูแลการรักษาความสงบเรียบร้อยตามยุทธศาสตร์ ความมั่นคงของรัฐจะต้องทำกันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่แท้จริง กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๗ นาทีนะครับ หลังจากท่านจิรายุแล้วเป็นท่านสาธิต ปิตุเตชะ แล้วก็มาท่านสุณีย์ เหลืองวิจิตร แล้วมาท่านอรรถพร พลบุตร นะครับ ตามลำดับอย่างนี้ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ งบประมาณของรัฐบาลในปี ๒๕๕๖ ผมบอกได้เลยครับว่าเป็นการก้าวไป ข้างหน้าครับ ที่บอกอย่างนี้เพราะว่ามีทั้งการปรับ การเปลี่ยน การเพิ่ม การเติม ผมใช้ ๔ คำ ท่านประธานครับ ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติม ทุกสิ่งทุกอย่างที่พูดนี้ล้วนแต่ทำให้ประเทศชาตินั้น ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอนครับ
ท่านประธานครับ ผมดูที่อันดับแรก ก็คือเรื่องของงบกลางครับ หลายท่าน ก็วิเคราะห์กันนะครับบอกว่างบกลางทำไมปีที่แล้วตั้งไว้ ปีนี้ไม่ได้ตั้ง จริง ๆ แล้ว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้กันต่อเนื่องครับ เนื่องจากรัฐบาลนั้นก็มาจากรัฐบาลชุดที่แล้วที่ทำงบประมาณ อันนี้ทราบความกันดีอยู่แล้วนะครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าการปรับ แน่นอนครับ เป็นการปรับเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นครับ ความหมายนัยสำคัญชัดเจนครับ ความหมายชีวิตที่ดีขึ้น ของพี่น้องข้าราชการทั่วประเทศ ท่านฟังด้วยนะครับ งบกลางปี ๒๕๕๕ ใช้อยู่ประมาณ ๙,๗๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไรบ้างครับ แล้วปี ๒๕๕๖ นั้นใช้อยู่ประมาณ ๑๓,๓๕๐ ล้านบาท พี่น้องข้าราชการทั่วประเทศครับ จำได้ใช่ไหมครับ ปริญญาตรีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นการปรับวุฒิ เป็นการปรับเงินเดือนต่าง ๆ ของพี่น้องข้าราชการทั่วประเทศครับ ที่ผ่านมา ใครจะเป็นข้าราชการนี่อาศัยดีอย่างเดียวครับ ก็คือว่ามีบำเหน็จบำนาญ ท่านประธานครับ แต่ว่าเงินเดือนนี่น้อย รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จัดให้ครับ ด้วยวิธีการปรับให้ดีขึ้นครับ นอกจากนี้มีการปรับงบประมาณในส่วนของบำนาญบำเหน็จ แล้วก็เบี้ยหวัดครับ และที่สำคัญ ก็คือผมลงไปดูในสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ มีการเพิ่มงบประมาณมากขึ้นเท่าตัว ท่านประธานครับ แล้วก็เป็นแผนการกระจายสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นธรรม อันนี้ เพียงออเดิร์ฟ (Audirf) ต้น ๆ นะครับ ก็คือการปรับครับท่านประธาน
มาดูมุมของการเปลี่ยนท่านประธานครับว่ารัฐบาลหลังจากที่มีแนวคิด คือปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติมแล้วนี่นะครับ เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปได้รับจากการทำนโยบายแบบนี้ ทั้งสิ้นครับ มาหัวข้อที่ ๒ คือเปลี่ยน ท่านประธานครับ เปลี่ยนอะไรบ้างครับ แนวคิดครับ ความคิดในเชิงก้าวหน้า รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ทำครับ เช่น การป้องกันภัยอย่างยั่งยืน แนวความคิดในการดูแลเด็ก ๆ ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงไอซีที (ICT) ชัดเจนอยู่แล้วครับว่า เกี่ยวข้องกับแท็บเล็ต แน่นอนครับ มาจากแท็บเล็ตนี่ประมาณ ๒,๓๔๒ ล้านบาท แต่ผมไปดู กรมอุตุนิยมวิทยา ท่านประธานครับ สมัยก่อนนี่ขออภัยนะครับ ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ได้ว่าท่านนะครับ แต่เวลาพยากรณ์อากาศอะไรมานี่เขาบอกให้คิดตรงกันข้าม ถ้าบอก ฝนจะตกบ่ายให้คิดเลยนะครับว่าไม่ตก แต่นี่คือการพัฒนาในรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ครับ กรมอุตุนิยมวิทยา ปี ๒๕๕๕ ได้ไป ๘๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ได้ไปทั้งหมด ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เหมือนฝรั่ง ท่านประธานครับ เวลาไปญี่ปุ่นท่านประธานจะออกไปข้างนอก ดูโทรทัศน์นะครับ เห็นข้างล่างวิ่งใช่ไหมครับ ฝนจะตก หิมะจะลง อุณหภูมิเท่านั้นเท่านี้ เรามั่นใจครับ แต่ว่าเมืองไทยนี่ไม่แน่ใจครับ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดใหม่ในการจัดการภัยพิบัติ อย่างยั่งยืนของกระทรวงมหาดไทยรวมอยู่ด้วยในการเปลี่ยนแนวคิดครับ ปี ๒๕๕๕ นี่ ๓,๙๐๐ ล้านบาทครับ ปี ๒๕๕๖ นี่ใช้ไป ๕,๖๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน
มาดูแนวคิดที่ ๓ ครับ คือเพิ่มอะไรบ้างครับ เพิ่มการปราบปรามยาเสพติดครับ ผมไม่รู้ครับว่ารัฐบาลที่แล้วท่านทำมากน้อยขนาดไหน แต่ว่าข่าวคราวในรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์จัดหนักจัดเต็ม ได้ใจครับ พี่น้องในชุมชนก็ชื่นชอบกันไปนะครับ งบป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ท่านประธานครับ กระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๕ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ก็เพิ่มขึ้นมาครับ ทหารบกก็เพิ่มขึ้น ทหารเรือก็เพิ่มขึ้น ทหารอากาศก็เพิ่มขึ้น กรมพัฒนาสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นครับ กระทรวงมหาดไทยก็ยิ่งเพิ่มขึ้นครับ กรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๕ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ท่านประธาน ปี ๒๕๕๖ อุตส่าห์จัดหนักจัดเต็มให้นะครับ เอาไปเลยครับ ๓๙๔ ล้านบาทครับ นอกจากนั้นรัฐบาลใจถึงครับ มอบให้คนกรุงเทพมหานครปีที่แล้วให้ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ ก็คืองบยกระดับชีวิตคน กทม. ครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ฟังครับ ผมไปสัมภาษณ์ประชาชนมา ลองฟังครับประชาชนเขาพูดถึงเรื่องยาเสพติดกับรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างไร เชิญเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............... : ดีค่ะ จะได้ไม่ห่วงลูกหลาน ให้หมดไปเลยก็ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ”
“............... : รักรัฐบาลชุดนี้มากที่ว่าปราบปรามยาเสพติดได้ดีมาก ๆ ก็คือ กวาดล้างให้หมดเลย เอาออกไปจากประเทศไทยให้หมดเลย”
“............... : ยาเสพติดหรือ รู้สึกว่าดีมากเลย ตอนนี้เขาปราบปราม ดีมากเลย ชอบค่ะ”
เห็นไหมครับท่านประธานครับ ดูหน้าดูตาแล้วนี่ไม่ได้เตี๊ยมกันนะครับ ทีมข่าวผมไปเจอ ๒ ข้างทางก็ไปถามเขา เขาบอก ชอบท่านยิ่งลักษณ์ ชอบท่านเฉลิม ชอบรัฐบาลชุดนี้ครับ ใครจะใส่ร้ายป้ายสี ใครจะด่า ว. ๕ ว. ๘ อะไรอย่าไปสนใจ ทำงานให้สุดลิ่มทิ่มประตู อันนี้ชัดเจนท่านประธานครับ งบยาเสพติด อย่างที่ผมบอกไว้ครับ มีทุกกระทรวง ทบวง กรม หลากหลายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นพี่น้องเรา จะได้สบายใจครับ
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติม อะไรบ้างครับที่เรา เติมเข้าไปครับ เติมความเป็นชีวิตให้กับคนเมืองและคนทั่วประเทศครับ กระทรวงคมนาคม ดำเนินการนะครับ พี่น้องที่อยู่แถวจังหวัดกาญจนบุรีมีทางตัดใหม่นะครับ มอเตอร์เวย์ (Motor way) ไปที่จังหวัดกาญจนบุรีนะครับ ส่วนต่อขยายมากมาย กรุงเทพมหานคร ทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปจังหวัดเชียงใหม่ ไปจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ ไปอีกหลากหลายจังหวัดแยะเยอะมากมายครับ นี่คือการเริ่มต้นที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสุภาพสตรีครับ เพราะฉะนั้นผมบอกได้เลยครับ นอกจาก การเติมเต็มในเรื่องของสาธารณูปโภคซึ่งรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อขยายการเติบโต และรองรับการเติบโต ท่านประธานครับ รถยนต์บ้านเรานี่ขายกันประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คันต่อปี นี่เยอะแล้วนะครับ เขาบอกว่าเป็นดีทรอยต์ออฟเอเชีย (Detroit of Asia) แล้วก็ ใกล้ความจริงครับ ปีนี้ตั้งการณ์กันว่าน่าจะขายประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คัน แล้วก็เป็นไปได้ครับ นี่ผ่านมาไม่กี่เดือนก็หลัก ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คันแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ น่าสนใจต่อไปครับ ก็คือการเพิ่มคุณภาพชีวิตครับ เบี้ยผู้สูงอายุครับ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านให้ ๕๐๐ บาท รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์เห็นบอกว่าคนแก่นี่ มันแก่ไม่เท่ากันครับ แก่ ๖๐ ปี กับแก่ ๙๐ ปี ต่างกันครับ ก็เลยปรับใหม่ อันนี้นโยบาย ก็เลยต้องมาอยู่ในนี้ครับ ผมก็ไปถามประชาชนซึ่งท่านประธานลองดูนะครับตอบได้ใจจริง ๆ ลองฟังดูครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
“............... : ถ้าพูดถึงโครงการเรื่องผู้สูงอายุ คุณป้าคิดอย่างไรครับที่รัฐบาลนี้ ทำขึ้นมา”
“............... : ดี ทุกคนเขาก็ชมกันทั้งนั้นนะว่าดีที่ให้ คนไม่มีรายได้อะไร จะไปหาที่ไหนล่ะ แก่ ๆ จะทำมาหากินที่ไหนล่ะ เขาให้มาก็ดีแล้ว เขาขึ้นให้เป็น ๗๐๐ บาท ก็ดีแล้ว”
“............... : อย่างน้อยก็มีได้เงินพิเศษที่จะใช้อะไรนี่ ก็ขอบใจนะ ฉันก็ไม่เคยนึกว่าจะมีรายได้อะไรต่ออะไรอย่างนี้บ้างนะ”
เป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ฟังแล้วมันกินหัวใจไหม ใจเต้นตึบ ๆ เลย เพราะไรครับ เพราะฟังแล้วคุณแม่ท่านนี้ อาม่า ก็แล้วกันนะ พูดมานี่แหมมันเหมือนกับว่าคนแก่ได้การเยียวยาและการดูแลครับ นี่คือ นโยบายที่รัฐบาลได้ทำ ท่านมองภาพรวมทั่ว ๆ ไปครับสุดท้ายปลายทาง ท่านประธานครับ งบประมาณส่วนหนึ่ง ตอนแรกผมดูใช้เยอะเหมือนกันนะ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๕ ได้ไป ๑๖๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาล ก็เห็นตรงกันว่าการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมให้ทุกหย่อมหญ้าในประเทศต้องเพิ่มขึ้นครับ ศาลยุติธรรมครับปีก่อนนี้ได้ไป ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ไป ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ศาลปกครอง ปีที่แล้วได้ไป ๑,๔๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ไป ๑,๘๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ทั้งนั้นสรุปใจความ ท่านประธานครับ ถ้าใครบอกว่าผมเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยจะเชียร์ (Cheer) พรรคพวกเดียวกัน ก็พูดตรงไปตรงมาครับว่าเชียร์สุดลิ่มทิ่มประตูครับ เพราะว่าดูจาก การเขียนแผนการแก้ไขปัญหา ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติมแล้วนี่ ท่านประธานครับ ถือว่าเป็น การทำนโยบายที่เหมาะสมและจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ครับ ลูกผมเกิดมาอนาคต จะได้เป็นคนไทยที่มีชื่อเสียงแล้วก็เดินทางไปต่างประเทศได้อย่างสุดยอดครับ
สุดท้ายขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ในงบประมาณ ที่รัฐบาลได้กรุณาทำเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคนโดยไม่มีการเลือกว่าสีใด ๆ ทั้งสิ้นในประเทศนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง สภาแห่งนี้ได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลเสนอ แล้วก็ตั้งงบประมาณไว้ทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท เป็นงบขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนะครับว่ามียุทธศาสตร์ ๘ ยุทธศาสตร์ กับ ๑ รายการค่าดำเนินการ ของภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับความจริงการเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณของทุกรัฐบาล ผมเข้าใจว่ามันมีเนื้อหาที่ไม่แตกต่างกัน อาจจะมี ที่แตกต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องการเขียนนโยบายให้สอดรับกับนโยบายที่พรรคที่เป็นแกนหลัก ในการจัดตั้งรัฐบาล พ.ร.บ. งบประมาณก็ต้องเขียนให้สอดคล้องกับพรรคการเมืองนั้น ๆ ครับ สิ่งที่จะมีแตกต่างกันนอกจากนั้นก็คือนโยบายเร่งด่วนฉุกเฉิน ซึ่งนั่นก็ว่ากันไปว่ารัฐบาลไหน จะเขียนอย่างไรตามสถานการณ์ รัฐบาลนี้ก็ต้องเน้นเรื่องเงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ทำได้หรือไม่ ขณะนี้ก็ยังไม่พิสูจน์ทราบ แต่ก็เขียนไว้ในงบกลาง ค่าแรง ๓๐๐ บาท รับจำนำราคาพืชผลทางการเกษตร อันนี้ก็ตั้งเอาไว้ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นเรื่อง ธรรมดาครับ เป็นเรื่องชอบธรรมที่รัฐบาลหาเสียงไว้ก็ต้องมาเขียนไว้ในสอดคล้องกับ นโยบายในงบประมาณ ส่วนงบประมาณจะผูกพันตั้งแต่ปีนี้ ปีหน้าก็เป็นเรื่องของสภา ว่าจะอยู่ครบวาระหรือไม่ เช่นกันครับรัฐบาลที่แล้วก็นโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน เช่น เรียนฟรี ประกันราคาพืชผล ประกันรายได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ย อสม. เมื่อหาเสียง มีนโยบายแบบนี้ก็มาเขียน พ.ร.บ. งบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายที่หาเสียงไว้ แต่ผม คิดว่ามีเรื่องแตกต่างกันในการพิจารณาไม่กี่เรื่องที่ผมจะนำเสนอต่อท่านประธาน นั่นก็คือ การใช้เม็ดเงินงบประมาณที่เก็บมาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนนี่ มันจะไปใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อวัตถุประสงค์ แล้วก็เป้าหมายที่เขียนเอาไว้ในพันธกิจอย่างไร มีหัวใจ ๒ เรื่องครับ ที่จะวัดความแตกต่างคือเรื่องประสิทธิภาพของการใช้เม็ดเงิน แล้วก็ เรื่องความสามารถในการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพหรือความสามารถ ผมเรียน ท่านประธานว่าก็มีอยู่หลาย ๆ เรื่อง การสื่อสารก็เป็นเรื่องหนึ่งของประสิทธิภาพ ทุจริต คอร์รัปชัน ซ้ำซ้อน ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องประสิทธิภาพทั้งสิ้น ความสามารถ ในการบริหารจัดการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความสามารถในบริหารจัดการนี่ต้องไปชี้วัดกัน ด้วยตัวเลข แล้วก็ผลงานที่ออกมา งบปี ๒๕๕๖ รัฐบาลตั้งงบกลางไว้มากกว่าปี ๒๕๕๕ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็จะไปอยู่ในหมวดที่ผมกล่าวไปแล้วนะครับ ในเรื่องของการไปชดเชย เงินเดือนแรกบรรจุ เงินปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการ สิ่งที่ผมพูดถึง ประสิทธิภาพผมกำลังจะบอกว่าสำหรับผม ความเชื่อก็คือว่าผู้บริหารเก่งก็คือใช้เงินน้อย แต่เกิดประโยชน์สูงสุด ผมไม่เชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้เพราะว่านโยบายที่ท่านจัดงบกลาง ไปเยียวยาให้กับคนไม่กี่คนใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปรองดอง พันธกิจ วัตถุประสงค์ก็คือว่าจ่ายผู้ที่ได้รับ ใช้คำว่าอย่างนี้ครับเหตุผลว่า เยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เสียดายว่าจำกัดอยู่เพียงปี ๒๕๔๘ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ แล้วก็ใช้วัตถุประสงค์ว่าเพื่อความปรองดอง ความปรองดองผมไปเปิดพจนานุกรมก็ได้ความว่า ออมชอม ประนีประนอม ยอมกัน ไม่แก่งแย่งกัน ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย ด้วยไมตรีจิต ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่พูดถึงนะครับ ผมว่าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ครับ เหตุผลก็คือว่ามีหลายข้อครับ แต่ก่อนที่จะไปถึงเหตุผลผมเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนทราบว่าเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มันเยอะขนาดไหน เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท พูดให้เห็นภาพ สำหรับปีนี้เป็นเงินงบประมาณของ กระทรวงพลังงานที่ใช้บริหารกระทรวง ๑ ปีเต็ม เท่ากับเงินของกรมควบคุมมลพิษ ๕ ปี ติดต่อกันครับ ถ้าพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าพูดง่าย ๆ ให้เห็นภาพคือตัดถนนเข้าบ้าน ท่านประธานในภาคอีสาน ๑,๐๐๐ กิโลเมตรครับ ถ้าตีว่าถนนคอนกรีต (Concrete) ก็ประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร นี่คือเม็ดเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ถามว่ามันไม่เป็นไปตาม วัตถุประสงค์อย่างไร ก็เพราะว่าผมจะอธิบายให้ท่านประธานฟังว่าการจ่ายเงินครั้งนี้ มันไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์ มันก็เลยขาดประสิทธิภาพ ไม่เกิดประโยชน์ตรงไหนครับ ก็เพราะว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นคนเพียงกลุ่มเดียว ที่สำคัญคือคนที่ได้รับประโยชน์นั้น ยังไม่ทราบว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่แน่นอนที่สุด คนที่มาชุมนุมวันนั้นผิดกฎหมาย พ.ร.ก. การห้ามการชุมนุมตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป อันนี้เป็นการจ่ายเพื่ออะไรครับ
ประเด็นถัดไปคือมันเกินความจำเป็นครับ ท่านประธานที่เคารพ ความจริง ประเทศที่มีเงินน้อย ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดครับ ทุกบาททุกสตางค์ต้องมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ว่าท่านจ่ายคนเสียชีวิต ๗.๗๕ ล้านบาท เดี๋ยวจะมาว่าผมว่าไม่เห็น คุณค่าของผู้เสียชีวิต แต่ว่าเกณฑ์มาตรฐาน มันไม่มีเกณฑ์มาตรฐานเพราะท่านยอมรับเอง เมื่อวานซืนนี้นะครับ ประธานคณะ คอป. ของท่านคณิตเขาก็บอกแล้วครับว่ามาตรฐาน ที่นานาประเทศเขาใช้ในเรื่องเยียวยาไม่ควรเกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เขาทำหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการ ปคอป. ด้วยซ้ำไปครับ
ประเด็นถัดไป คือมันซ้ำซ้อนครับ ที่ซ้ำซ้อนเพราะอะไร เพราะว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เขาได้ดำเนินการจ่ายเงินเหล่านี้ไปครบเรียบร้อย และตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ. ผมจำชื่อไม่ได้ แต่ว่าอยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าใจว่าผู้เสียชีวิตก็ประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายไปแล้วครับ วันนี้ท่านจะ มาจ่ายอีก มันซ้ำซ้อนอย่างไรครับ เมื่อมันไปซ้ำซ้อนก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ ที่ผมพูดถึงนี่ละครับ ที่สำคัญมันเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เป็นการผูกพันภาระงบประมาณของรัฐบาล ในชุดต่อไปครับ บรรทัดฐานใหม่ที่ผมพูดถึงนี้ก็คือว่าเมื่อมีการจ่ายเงินในกรณีนี้ ผู้ได้รับ ผลกระทบในการชุมนุมทางการเมือง ไม่เป็นไปตามระเบียบ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไปใช้ ครม. ไปออกกฎเกณฑ์ให้กับคณะ ปคอป. ปคอป. ที่ว่านี้ความจริงมีหน้าที่ไปติดตาม ดูการปฏิบัติหน้าที่ของ คอป. แต่กลายเป็นว่าเป็นคณะทำงานซึ่งมาออกหลักเกณฑ์ไปจ่ายเงิน เยียวยาให้กับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย อันนี้ก็เป็นปัญหาอีกครับ เมื่อมีบรรทัดฐานใหม่ เวลา เกิดเหตุการณ์ในอนาคตมันก็เปิดช่องให้คนมาขอ ขอแล้วเกิดอะไร ก็เป็นภาระงบประมาณ ของประเทศนี้ คนเขาโทรหาผมเป็นร้อย ๆ สายว่าเขาไม่เห็นด้วยครับ เอาเงินภาษีอากรเขา ไปจ่ายให้กับคนที่ยังไม่รู้ว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ อย่าเพิ่งพูดเลยครับ เผาบ้านเผาเมือง เพราะว่ามันยังไม่ชี้ชัด แต่อย่างน้อยที่สุดผิดกฎหมาย พ.ร.ก. ครับ
ประเด็นถัดไปก็คือว่าผู้เสียหายในกรณีใกล้เคียงกัน อย่างเช่นผู้เสียหาย ในกรณีพฤษภาทมิฬ เมื่อท่านจ่ายกรณีอย่างนี้ได้ พฤษภาทมิฬเขาก็มาขอครับ แล้วขอ รัฐบาลก็ต้องพิจารณาอีกว่าถ้าเป็นกรณีเดียวกัน ถ้าท่านไม่ให้เขาก็ไปฟ้องศาลปกครองว่า มันเป็นกรณีเดียวกัน ถ้าไม่ให้ก็จำเป็นที่จะต้องไปสู่ศาลเพื่อให้ศาลตัดสิน เกิดอะไรขึ้นครับ ถ้าศาลปกครองตัดสินให้จ่าย รัฐบาลก็ต้องจ่ายเงินอีกครับ นี่ละครับคือประสิทธิภาพ
เรื่องถัดไปครับ เรื่องนโยบายยาเสพติด ใครจะโฆษณาว่าทำสำเร็จ ใครจะ บอกว่าประชาชนเห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ ผมคิดว่ามันล้มเหลว และผมมีตัวชี้วัดครับ แต่ผมยอมรับว่าจับเยอะ จับเยอะก็ดี แต่จับเยอะทำไมมันยังเหลือเยอะอยู่ละครับ ผมท้าท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเฉลิมนะครับ ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน เดี๋ยวหลังอภิปรายไปเปิดทีวีดูกับผม นะครับ ทุกช่อง ทุกรายการที่ให้มีการส่งข้อความมาในรายการทีวี ทุก ๕ ข้อความ จะมีข้อความว่าที่นี่ยาบ้าเยอะเหลือเกินทำไมไม่ปราบ ที่จังหวัดเชียงใหม่ยาบ้าเยอะเหลือเกิน ทำไมไม่ปราบ ที่จังหวัดระยองยาบ้าเยอะเหลือเกินทำไมไม่ปราบ หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยาบ้าเยอะเหลือเกินทำไมไม่ปราบ ทุก ๕ ข้อความมีข้อความแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวไปดูด้วยกัน นี่ละครับตัวชี้วัดว่ามันสำเร็จหรือไม่ ยุทธศาสตร์นี้ใช้เงิน ๑๑,๕๘๒ ล้านบาทครับ จับเข้าไปครับ ดีแล้ว จับให้เยอะ แต่ตัวเลขคนเสพต้องลดน้อยลงด้วย ผมจำได้มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ พูดครับว่าไปตรวจฉี่เด็กนักเรียน ๒๘๐ คน พบฉี่ม่วง ๘๐ คนมันก็ยังไม่ลดลงอย่างไรครับ ผู้เสพยังเยอะอยู่ครับ ก็ให้กำลังใจในการ ปราบปราม แต่ตัวชี้วัดต้องชัดเจน ตัวชี้วัดที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ครับ คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลักทรัพย์ ขโมยของ ไม่รวมปล้น ไม่รวมเอามีดไปจี้ตัว ประกัน อันนี้เอาตัวเลขมาดูสิครับว่าถ้าคดีเกี่ยวกับทรัพย์มันลดน้อยลง นี่ละครับตัวชี้วัดว่า ปราบยาเสพติดได้ผล เพราะฉะนั้นอย่ามาโม้ครับ อย่ามาบอกว่าสำเร็จ อย่าไปถามสื่อ ไปถามประชาชน เอาตัวชี้วัดมาพูดกัน ผมมีเวลาแค่นี้ครับ แต่ว่าถ้าพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพ ก็ต้องพูดเรื่องการสื่อสารอีก ท่านปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นี่นะครับ การสื่อสารของเขา เหตุผลก็คือว่าที่ปลดเพราะสื่อสารไม่เข้าใจ แต่ท่านทราบไหมครับตัวชี้วัดที่เขาทำงาน ในหน่วยงาน ๒ ปี กำไร ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท เคพีไอ (KPI) ค่าชี้วัดประสิทธิภาพในการ บริหาร ประสิทธิผล ๘๑ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วปลดเขาแล้วถ้าคนมาใหม่ทำได้ไม่เท่าเขา ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบเพราะว่า ท่านดูแลทั้งหมด ท่านจะอ้างว่าเป็นเรื่องสภา เป็นเรื่องกระทรวง ไม่ได้ครับ วันนี้ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านหนีความรับผิดชอบใด ๆ ไม่ได้เลยครับ อันนั้นเป็นการสร้างภาพครับ
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ สิ่งแวดล้อม สมัยนี้เขาใช้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ ไฮ (High) เทคโนโลยี ต้องดูแลชุมชนและต้องดูแล สิ่งแวดล้อม ผมไปดูแผนยุทธศาสตร์ก็มีเงินเยอะ แต่ว่าไปดูในเนื้องาน รายละเอียดนะครับ ไม่มีครับ เหมือนที่ผมอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าที่มาบตาพุดจะไม่เกิดผล ไม่เห็นงบประมาณ ในการไปสร้างหน่วยปฏิบัติการที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างฉุกเฉินได้เลยครับ เพราะฉะนั้น โดยประสิทธิภาพของแพง น้ำท่วมแก้ไขไม่สำเร็จ ทั้งหมดนี้รวมทั้งความสามารถในการ บริหารจัดการ ผมนี้ต้องยอมรับว่าเห็นด้วยกับการที่จะต้องเอาเงินมาบริหารประเทศ แต่บริหารประสบความสำเร็จหรือไม่อยู่ใน ๒ ข้อที่ผมเรียนไปคือประสิทธิภาพและเรื่องของ ความสามารถในการบริหารจัดการ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ก็นำเสนอ พ.ร.บ. งบประมาณมา ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาก็ใช้เงิน แต่ผมไม่เชื่อมั่นว่าทั้งประสิทธิภาพ กับความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้ของคุณยิ่งลักษณ์จะทำได้สำเร็จ ผมขอตั้งชื่อ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ว่า สวย แต่กินไม่ได้ และแก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสุณีย์ เหลืองวิจิตร ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ด้านยุทธศาสตร์ ๑ รายการดำเนินงานภาครัฐนั้น ดิฉันเห็นว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณที่สมเหตุสมผล ครอบคลุมทั่วถึงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์ด้านที่ ๕ คือยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนเงิน ๕๗,๖๘๒.๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๔ ของวงเงินงบประมาณ เพื่อดำเนินงานสำคัญ ๕ ด้านด้วยกัน เนื่องจาก มีเวลาอันจำกัด ดิฉันจะขอพูดถึง ๓ ด้านหลักใหญ่ ๆ ในยุทธศาสตร์ด้านนี้
นั่นก็คือด้านที่ ๑ เป็นแผนงานการจัดการทรัพยากรน้ำ จะได้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ ที่ได้เข้ามาบริหารประเทศชาติ เมื่อเกิดน้ำท่วมได้ดำเนินการขุดลอกแม่น้ำยม แม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อน พัฒนาแหล่งน้ำไปได้มากพอสมควร
แผนด้านที่ ๒ การจัดการภัยพิบัติและแผนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลง ภาวะภูมิอากาศ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันการเตือนภัย ให้มีประสิทธิภาพ ให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม รองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก ซึ่งละเอียดอ่อน และอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าในหลายเดือนที่ผ่านมาและในบางเดือน ก่อนหน้านี้หลาย ๆ พื้นที่เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาภัยแล้ง หลาย ๆ พื้นที่ก็เรียกร้องให้แก้ไข ปัญหาน้ำท่วม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้เรียกร้องให้แก้ปัญหาเรื่องแผ่นดินไหว เกรงว่าจะมีสึนามิ (Tsunami) เกิดขึ้น ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าจากทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนแต่สร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ธุรกิจและการลงทุน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการเสียหายทั้งระบบก็ว่าได้ มีเพื่อนสมาชิกในที่นี้หลายท่านฝากข้อสังเกตท้วงติงว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่กู้เงินมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ดิฉันอยากเรียนว่าเราต้องยอมรับว่า ไม่เคยมีหรือไม่เคยเกิดอุทกภัยในรัฐบาลใดมากเท่ากับการเกิดมหาอุทกภัยในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งจากมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน อย่างมากมาย แต่การบริหารงานของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ด้วยความเป็นผู้หญิง ที่มีความอ่อนน้อม อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เป็นคนที่ไม่เคยทิ้งปัญหา ไม่หนีปัญหา เอาใจใส่ ต่อปัญหา แม้ว่าปัญหานั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กหรือปัญหาใหญ่ เราจะเห็นได้จากการตั้งใจ ทำงานตลอดเวลา ๙ เดือนที่ผ่านมาและจนถึงปัจจุบัน ได้ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ ได้รับอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้านเรือน วัดวาอาราม โรงเรียน สถานที่ราชการต่าง ๆ รวมถึงการบูรณะฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และตลอดจนเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ งานเหล่านี้จะต้องทำไปพร้อม ๆ กัน พร้อมกับ งานพัฒนาประเทศด้วย ฉะนั้นที่ดิฉันกล่าวว่าในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้จัดงบประมาณ อย่างสมเหตุสมผล ทั่วถึงและครอบคลุมนั้นเป็นไปดั่งที่กล่าว ซึ่งในยุทธศาสตร์ด้านอื่นนั้น ได้มีเพื่อนสมาชิกของเราได้พูดกันไปพอสมควร ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลชุดนี้ ได้มาบริหารประเทศชาตินั้น บางปัญหาก็หนัก บางปัญหาก็เบา บางปัญหาได้รับ การแก้ไขอย่างรวดเร็ว บางปัญหาอาจจะได้รับการแก้ไขล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากติดขัด ด้านข้อกฎหมายและบางปัญหาเป็นรอยต่อระหว่างรัฐบาล จึงอยากเรียนว่าการจัด งบประมาณในครั้งนี้เป็นการจัดงบประมาณจากประสบการณ์ และจากการที่ลงไปสำรวจ ตรวจสอบพื้นที่โดยแท้จริง หลายท่านอาจจะห่วงว่างบประมาณที่ได้จัดสรรนั้น แล้วก็เงินกู้ ที่ได้กู้มานั้นจะนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ต้อง ให้ทุกท่านสบายใจได้ว่าพวกเราเองแม้จะเป็น ส.ส. ซีกรัฐบาลเราก็พร้อมที่จะติดตามการใช้งบประมาณอย่างเกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเชื่อมั่นว่าทุกปัญหานั้นจะได้รับการแก้ไข และทุกนโยบายของรัฐบาลชุดนี้จะสำเร็จลุล่วงไปอย่างแน่นอน เมื่อร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณฉบับนี้ หลายท่านได้ช่วยกันยกมือให้ผ่านสภาแห่งนี้ แล้วได้นำไปใช้ปฏิบัติ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและคนทุกภาคส่วนของการบริหารราชการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้พวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่คงจะได้ช่วยกันเป็นกำลังใจ มีปัญหาใด น่าจะได้นำเสนอและฝากบอกมา และเราเองอยู่ในซีกของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลก็จริง เราก็จะ ติดตามการใช้งบประมาณในครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างเต็มที่ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะตอบข้อสงสัยของท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง ผมขอเก็บตกสัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก คือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ติติงว่า รัฐบาลที่ผ่านมาไม่สนใจในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นว่าการแก้ไขป้องกันต่อต้านการทุจริตเป็นเรื่องสำคัญและสมควรที่รัฐบาลจะต้อง ดำเนินการ จึงจัดเวิร์กช็อป ( Workshop) เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมา และงบประมาณปีนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการสำนักงบประมาณตั้งงบประมาณไว้ ๔๒๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๒ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงจัง จริงใจในการต่อต้านปัญหาการทุจริต มีเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่าไปตั้งงบไว้ทำไม มี ป.ป.ช. มี ป.ป.ท. มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่นเป็นการมองคนละมุม การต่อต้านป้องกันหมายความว่าไม่ต้องการให้การทุจริตเกิดขึ้น แต่เมื่อไป ป.ป.ช. ป.ป.ท. นั่นทุจริตมันเกิดขึ้นแล้ว มันคนละคอนเซ็พต์ (Concept)
อีกเรื่องหนึ่ง สื่อก็ไปรายงานว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณามอบหมายให้ผมเป็นประธาน กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพ ยืนยันต่อเพื่อนสมาชิกและท่านผู้ชมทางบ้านว่า รัฐบาลชุดนี้เราเข้าใจเราติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) ท่านนายกรัฐมนตรีจึงสั่งสำนักงบประมาณ ให้ตั้งงบประมาณไว้ ๔๘๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๓ นี่แสดงว่าทั้งเรื่องทุจริต และเรื่องป้องกันการค้ามนุษย์รัฐบาลเอาจริงเอาจัง เมื่อตอนเช้าเพื่อนสมาชิกอภิปราย ผมนั่งฟัง เดิมไม่คิดจะชี้แจง แต่ไม่ชี้แจงก็จะเสียหาย บางคนบอกว่ารัฐบาลมีมาตรการสั่งการ ให้แยกผู้ต้องขัง ให้แยกนักโทษคดีเสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อเหลืองเอามาไว้ตรงนั้นตรงนี้ เรียนด้วยความเคารพ อำนาจอย่างนี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เขามีอำนาจ เขาใช้ดุลพินิจ บางครั้ง เป็นผู้ต้องขัง บางครั้งเป็นนักโทษ ทะเลาะกันเองคดีเดียวกัน ทะเลาะกันอยู่ในเรือนจำ อธิบดี เขาแยกเองละครับ รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง และขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่งการ รัฐบาลไม่เคยสั่งการผม และผมไม่เคยสั่งการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะมันเป็นเรื่องงานรูทีน (Routine) ขอให้ ท่านทั้งหลายได้สบายใจได้ว่าเรื่องอย่างนี้รัฐบาลไม่ทำ
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่าน ส.ส. สาธิตบอกว่ายาเสพติดยังมีอยู่ถูกต้องครับ ยาเสพติด จะหมดจากสังคมไทยได้ในเร็ววันนี้ ผมจะยอมเอาหัวเดินต่างเท้า นั่นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่จากนโยบายรัฐบาลที่กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีไปประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่ประเทศกัมพูชา ยกวาระเป็นภูมิภาค จะมีปฏิญญาลุ่มลำน้ำโขง ผมไม่ได้แก้ที่กรุงเทพฯ ครับ ผมไม่ไปแก้ภาคใต้ครับ ผมไม่ได้แก้ภาคกลาง ก็ยาเสพติด มันมาจาก ๘ จังหวัดภาคเหนือ แรงที่สุดจังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ หนักที่สุดจังหวัดเชียงรายก็อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง พรุ่งนี้ตอนเย็นผมจะไปจังหวัดเชียงราย แต่ผมมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาถูกทางแล้ว ๑. ปิดรอยตะเข็บ ๒. สกัดสารตั้งต้น ๓. รณรงค์ป้องปราม ๔. รณรงค์ป้องกัน ๕. บำบัดรักษา ตั้งเป้าไว้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๖. ปราบปรามโดยเด็ดขาดภายใต้หลักนิติรัฐและนิติธรรม ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) เราจับทางได้แล้ว ผมสั่งดีเอสไอ ทำงานตรงไปตรงมา รับอนุมัติเป็นคดีพิเศษ เร็ว ๆ นี้จะจับผู้เกี่ยวข้อง ๑๒ โรงพยาบาล ถ้าไม่มีสารตั้งต้น ไปต่างประเทศ บ้านใกล้เรือนเคียงก็จะไม่มียาเสพติดเข้ามา ที่ท่านพูดน่ะถูก ขึ้นเอสเอ็มเอส (SMS) ตลอด ผมมีเด็กคอยจด ตรงนี้มียาเสพติด ตรงนี้มียาเสพติด ถูกต้อง เพราะมัน จะกระจาย แต่เราต้องปิดชายแดนให้ได้ สกัดสารตั้งต้นให้ได้ ที่มีอยู่นี่หมดไป เมื่อนำเข้าไม่ได้ ถือว่าเราเดินมาถูกทาง พวกผมเพิ่งมา ๘ เดือน ไม่ได้โทษ ไม่มีใครอยากให้มียาเสพติดครับ แต่เราต้องทำงานบูรณาการ ขณะนี้พลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้ร่วมกันเป็นหนึ่ง กองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบกได้เอารั้วลวดหนามไปกั้นริมแม่น้ำสายระหว่างจังหวัดเชียงรายกับ จังหวัดท่าขี้เหล็กของประเทศเมียนร์ม่า ท่านพูดถูก และผมคิดว่าท่านก็ห่วงเหมือนผมห่วง ยืนยันกับท่าน ผมไม่ปฏิเสธครับ ว่ายังมีขายย่อยหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่บางส่วนครับ ท่านครับ โกรธกัน ไม่ชอบคนนี้ มีบัตรสนเท่ห์ให้ไปตรวจค้น เจอบ้างไม่เจอบ้าง แต่เราก็ต้อง ทำเรื่อยไปบนพื้นฐานของความมุ่งมั่นปรารถนา และวันที่ ๘ ที่จะถึงนี้ ที่ราชนาวีสโมสร ของกองทัพเรือ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกภาคส่วน เพราะลำพังรัฐบาลทำไม่ได้ ต้องบูรณาการเป็นพลังแผ่นดินเอาชนะปัญหายาเสพติด ที่สำคัญที่สุด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน รัฐบาลถึงทำได้สำเร็จ จากนี้ต่อไป ป้องกัน ปราบปรามทำได้ระดับหนึ่ง จะสู่โหมด (Mode) ต่อต้าน บำบัดรักษา และทุกคน ต้องออกมาพูดว่าจัสท์เซย์โน (Just say no) ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ต้องขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มุ่งมั่น แล้วก็ จริงจังในเรื่องนี้ ผมเรียนสั้น ๆ ครับว่า ผมให้กำลังใจนะครับ แล้วก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่บังเอิญว่าการอภิปรายของผมเป็นการอภิปรายใน พ.ร.บ. งบประมาณ ผมเลยต้องการ ตัวชี้วัด ผมก็พูดถึงตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่ผมพูดถึงมันเป็นกลางที่สุด เป็นกลางเพราะไม่มีใคร ไปคอนโทรล (Control) ได้ ถ้าท่านสามารถทำเรื่องนี้ คือเอสเอ็มเอสให้มันลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าอันนี้เป็นตัวชี้วัดที่ทุกฝ่ายจะยอมรับ แล้วก็มีอีกเรื่องคือตัวชี้วัดเรื่องคดี เรื่องเกี่ยวกับทรัพย์ ที่ถ้าลดน้อยลงไปด้วยคู่ขนานกันไป อันนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่บอกได้ว่าสิ่งที่ทำมา มันเกิดประโยชน์ แล้วก็สำเร็จครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ นอกจากมาตรการป้องกันปราบปราม บำบัดรักษา รณรงค์ ป้องปราม และอื่น ๆ เรากำลัง เปิดศึกกับเรือนจำที่มีพฤติกรรม โดยขาใหญ่ก็คือนักโทษที่ประหารชีวิตแล้วอยู่ในเรือนจำ กระบวนการประหารชีวิตยุ่งยากสลับซับซ้อน เมื่อวานผมเรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาพบ จากนี้ต่อไปอีกไม่นาน กระบวนการประหารชีวิตนักโทษ ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสิน ศาลอุทธรณ์กลาง ตัดสินตรงกัน ต้องประหารชีวิต สิทธิมนุษยชนที่ไหนมาต่อต้านผม ผมบอกว่านักโทษคดียาเสพติด ไม่มีสิทธิมนุษยชน เพราะเขาไม่มีสิทธิ ทำลายชาติ ทำลายบ้าน ทำลายเมือง เร็ว ๆ นี้ครับ กำลังบูรณาการเอาผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามา เอาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มา ผมนั่งหัวโต๊ะ ต้องปฏิบัติการเชิงรุก ถ้าประหารชีวิตสักส่วนหนึ่งที่ศาลตัดสิน ๒ ศาลตรงกัน แล้วฎีกาไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติดห้ามไว้ ต้องประหารชีวิต ส่วนคดีอื่น ๆ ไม่เกี่ยว ถ้ามีมาตรการประหารสัก ๕ คน ๑๐ คน พฤติกรรมเลียนแบบ ก็จะน้อยลง และขาใหญ่ที่อยู่ในคุกก็จะหมดฤทธิ์ไปในที่สุด เพราะไปหายมบาล ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ท่านอรรถพร พลบุตร ๑๐ นาทีนะครับ ท่านอรรถพรครับ ที่ท่านขอมีข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ท่านประธานอนุญาตแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องแรกผมขออนุญาตขอบคุณบุคคลสำคัญ ๒ ท่าน ท่านแรก คือ ท่านประธานสภาที่อนุญาตให้ผมได้มีโอกาสอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านที่ ๒ คือท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ที่ท่าน ได้เป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่มานั่งรับฟังการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำให้เห็นว่าท่านไม่ได้มองว่าเราเป็นลูกจ้างบริษัท หรือเป็นการประชุม พรรคเพื่อไทย ที่รัฐมนตรีให้ความสำคัญมากน้อยหรือไม่ อย่างไร ตั้งแต่เช้าไม่มีรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีคนใดมานั่งรับฟังการทำหน้าที่ผู้แทนของปวงชนในสภาแห่งนี้ ผมฟัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม พูดจาเข้มแข็ง เข้มข้นเรื่องการปราบปรามยาเสพติด เรื่องการจะส่งนักโทษไปยมบาล การที่จะใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเด็ดขาด น่าชื่นชมครับ จากหัวใจของผม แต่ได้โปรดใช้ความเข้มแข็งเด็ดขาดทางกฎหมายอย่างนี้กับนักโทษชายบางคน ที่หนีคดีโทษ ๒ ปี อยู่ที่เมืองดูไบด้วยครับ ท่านประธานครับ เวลาผมน้อยมาก คงจะไม่มี โอกาสได้อภิปรายครบถ้วนอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ผมคงไม่มีโอกาสได้อธิบายถึง ความล้มเหลวของรัฐบาลในเรื่องการบริหารปัญหาปากท้องของประชาชน จนกระทั่งวันนี้ คำว่าแพงทั้งแผ่นดิน จนทั้งแผ่นดิน ไปปรากฏอยู่ทั่วไปในทุกหย่อมหญ้า แล้วผมเชื่อว่า ภายในสิ้นปีนี้น้ำตาของประชาชนที่เขาทนภาวะทุพภิกขภัยไม่ไหว จะมากมายไม่น้อยกว่า มหาอุทกภัยในปีที่แล้วครับ ผมไม่มีเวลาเพียงพอที่จะพูดถึงความล้มเหลวของสัญญาประชาคม ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้สัญญากับประชาชนเอาไว้ว่าจะทำทันที ไม่ว่าจะเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท ไม่ว่าจะเรื่องค่าตอบแทนปริญญาตรี หรือเรื่องน้ำมัน เมื่อวานท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ได้บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นการโกหกประชาชน เป็นการใช้เวลาในการที่จะบริหารกลไกให้เป็นไป ตามนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าการโกหกประชาชนกับการพูดความจริงไม่หมด กับประชาชน มันเป็นฝาแฝดกันนะครับ แยกกันไม่ออกเลยครับ ผมไม่มีโอกาสที่จะอภิปราย ลงไปลึกถึงงบประมาณรายจ่ายประจำ ๑.๙ ล้านล้านบาทคิดเป็นร้อยละ ๗๙.๒ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นเงินเดือนประจำ ว่าเงินเดือนประจำซึ่งมาจากภาษีของผมและพี่น้องประชาชน ทั้ง ๖๕ ล้านคน ได้มีการจำหน่ายจ่ายแจกเป็นบำเหน็จตอบแทนลูกน้องบริวารนักสู้ของท่าน หรือไม่ อย่างไร มีตำแหน่งกันเต็มทำเนียบรัฐบาล มีตำแหน่งกันเต็มสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่ บางคนมือยังเปื้อนเขม่าควัน มือยังเปื้อนน้ำมันก๊าดอยู่เลยครับ เวลาผมไม่เพียงพอที่จะ อภิปรายถึงสิ่งเหล่านี้ แต่สิ่งที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับท่าน คือเมื่อวานนี้ท่านก็ประท้วงจ่าประสิทธิ์ วันนี้เขาก็ประท้วงท่านเหมือนกันนี่นะ ขอให้พิจารณาเฉพาะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายได้ไหมครับ ท่านอารัมภบทมา ๓ นาทีแล้วนี่ เดี๋ยวมันจะหมดเวลาท่านนะ ท่านก็บ่นบอกว่าเวลาน้อย เวลาน้อย เดี๋ยว มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านผู้อภิปรายนั้นใช้เวลาอย่างที่ประธานว่าจริงครับ ขอให้ท่านช่วยวินิจฉัย ข้อ ๖๑ ครับ พูดมาตั้งแต่ต้นก็เฉี่ยวซ้ายเฉี่ยวขวา เฉี่ยวหน้าเฉี่ยวหลัง ยังไม่เข้าเรื่องงบประมาณเลย ท่านประธานครับ พูดถึงคนอื่น พูดถึงคนภายในห้อง ใช้วิธีการเลี่ยงบาลีตลอด ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านก็ต้องรักษาเวลาของท่าน ๑๐ นาทีนะครับ แล้วก็พยายามอยู่ในกรอบของร่างกฎหมาย เรื่องงบประมาณ เดี๋ยวไม่ไว้วางใจเดี๋ยวเปิดเทอมหน้าเดี๋ยวเราค่อยว่ากัน
ผมก็ใช้สิทธิตามเวลาของผมนะครับ คุณจิรายุก็เป็นห่วง คงห่วงตรงเฉี่ยวหลังนี่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะพูด ในประเด็นที่ผมมีความวิตกกังวล นั่นคืองบประมาณตามแผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งได้มีการตั้งผ่านกระทรวงต่าง ๆ หลายกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม เงินงบประมาณตรงนี้หลายร้อยล้านบาท ผมไม่พูดในรายละเอียด ผมดูเหตุการณ์ของบ้านเมือง แล้วผมก็ตั้งข้อสงสัยเหมือนที่ ประชาชนคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ตั้งข้อสงสัยว่า คำว่าปรองดองสมานฉันท์ของรัฐบาล และคำว่าปรองดองสมานฉันท์ของพี่น้องประชาชนนั้นมีความหมายต้องตรงกันหรือไม่ เหตุการณ์เผาศาลาที่พักริมถนนที่อำเภอจะนะ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ ยัดเยียดฮิญาบแดงลงไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้ทำให้ผมเกิดความไม่สบายใจ เหตุการณ์ต่อต้าน การตั้งหมู่บ้านแดงที่จังหวัดภูเก็ต เหตุการณ์ที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากมายมหาศาล ในโลกอินเตอร์เน็ตได้ตั้งเครือข่ายต่อต้านการตั้งหมู่บ้านแดง ทำให้ผมเกิดความวิตกกังวล เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ว่าบ้านเมืองของเรากำลังก้าวไปสู่จุด ที่ร้าวลึกที่สุดจนเกินกว่าที่จะแก้ไขหรือไม่ ผมอยากให้เพื่อน ส.ส. เสื้อแดงได้ใช้ความอดทน รับฟัง เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะหาทางออกของบ้านเมืองร่วมกัน ผมไม่ได้กังวล เรื่องหมู่บ้านเสื้อแดงครับ จังหวัดเพชรบุรีบ้านผมไม่มีหมู่บ้านเสื้อแดงครับ จังหวัดเพชรบุรีบ้านผม มีแต่หมู่บ้านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกบ้านมีพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหนื่อยมาเสร็จจากหน้าที่การงาน จากเรือกสวนไร่นา ก็สบแววพระเนตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมฉายาลักษณ์นั้นความเหน็ดเหนื่อย ก็สิ้นไป เราไม่เคยคิดจะปลดรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกจากบ้านเรา เพราะนั่นคือ การทำลายหัวใจของเราครับ ผมไม่ได้วิตกกังวลครับ ผมมาจากการเลือกตั้ง มีคนเลือกผม ๕๓,๐๐๐ คน และไม่เลือก ๒๐,๐๐๐ คน แล้วผมก็เดินไปในหมู่คน ๒๐,๐๐๐ คนที่ไม่ได้เลือก ด้วยความสบายใจ ทำงานร่วมกันเหมือนพี่น้องกัน คู่ต่อสู้ของผมมีคนไม่เลือกเขา ๕๐,๐๐๐ กว่าคน เลือก ๒๐,๐๐๐ คน เขาก็ไปเดินสันทนาการสร้างงานกับคน ๕๐,๐๐๐ คนที่ไม่เลือกด้วย ความสบายใจ ไม่เคยมีปัญหาที่ถูกข่มขู่คุกคามทำร้ายบนแผ่นดินเมืองเพชรบุรี เพราะเรารู้ว่า การเมืองหรือประชาธิปไตยเป็นเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของการพิพากษา ของประชาชน การคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน ประชาธิปไตยแน่นอนครับ ความหมาย ไม่ใช่หมายถึงการเคียดแค้นชิงชัง เกลียดชัง หรือการแบ่งแยกประเทศ ประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ต้องให้ประชาชนได้มีคำพิพากษาในการเลือกตั้ง ผมชักรำคาญนายจิรายุเต็มทีครับ เขาประท้วงอะไรมากมาย เสียวหลังหรือเปล่าครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออภัย พี่อรรถพรของผมนะครับ ให้ท่านพักแลบลิ้นแป๊บเดียวครับ คือประท้วงอะไรมากมายหรือไม่ มันต้องดูว่าท่านพูดอะไร ไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะลุกขึ้นมาแล้วก็ประท้วง ท่านประธานครับ โปรดวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผ่านไป ๖ นาทีกว่านะครับ ก็ด่าซ้าย ด่าขวา ด่าหน้า ด่าหลัง ท่านประธานช่วยควบคุมด้วยครับ ถ้ายังไม่เข้าเรื่องงบประมาณก็ขอให้ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยให้หยุดการอภิปรายได้แล้วนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
คือผมฟังอยู่นะครับ แล้วก็ผมดูเวลาของท่านมาแล้วประมาณเกือบ ๖ นาที ผมกำลงรอฟังท่าน อีกนิดหนึ่ง เพราะว่าท่านได้ขออนุญาตขอภาพเคลื่อนไหว เมื่อไรท่านจะประกอบการ อภิปรายของท่าน ผมก็จะรอดูอยู่ เดี๋ยวถ้าจะใกล้หมดเวลาผมจะเตือนท่านไว้นะครับ เพราะเห็นท่านเทพไทท่านก็มารอตั้งนานแล้ว ท่านจะได้อภิปรายของท่านเสียที เชิญต่อครับ ที่ท่านขออนุญาตท่านจะฉายภาพประกอบตอนไหน เชิญครับ
ผมพูดถึงจังหวัดเพชรบุรีบ้านผมนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเอาเรือซึ่งมาจากงบราชการมาติดชื่อตัวเองสักนิดครับ ไม่รู้ประท้วง ทำไมนะครับ
คืออย่างนี้นะครับ คือผมขอความกรุณาเอาเข้าประเด็น ถ้าแขวะกันไปแขวะกันมานี่นะครับ มันจะไม่จบนะครับ ท่านผู้รออภิปรายอยู่ท่านก็มารอนานแล้วนะครับ แล้ววันนี้ท่านก็ ใส่ชุดสวยด้วยท่านผู้รออภิปรายท่านต่อไป ผมขอความกรุณาท่านอรรถพร เอาเฉพาะเนื้อหา สาระของที่ท่านเตรียมไว้นะครับ ขอความกรุณาอย่าไปอีกฝั่งหนึ่งได้ไหมครับ
ผมพูดถึงแผนงานนโยบายสร้างความปรองดอง และสมานฉันท์
อย่างนั้นเดี๋ยวนะครับ เชิญท่านจิรายุครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ จริง ๆ แล้วพี่อรรถพรก็อยู่
เดี๋ยวนะครับ ถ้าท่านใช้สิทธิพาดพิงขอความกรุณาให้จบก่อนแล้วท่านค่อยใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ให้อภิปรายจบก่อน
ท่านประธานครับ เดี๋ยวมันจะได้ สมูธ (Smooth) พี่อรรถพรของผมจะได้ว่ายาวเลย
คือขอความกรุณาอย่างนี้ครับ ให้ท่านอภิปรายให้จบก่อน เราก็เคยปฏิบัติกันอย่างนี้ ให้ท่าน อภิปรายจบแล้วท่านใดจะใช้สิทธิพาดพิงค่อยขอใช้สิทธิพาดพิง ให้จบทีละท่าน ทีละท่านไปนะครับ เชิญท่านอรรถพรต่อครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมต้องอภิปราย ในประเด็นงบประมาณมาตรา ๑๗ แผนงานสร้างความปรองดอง เพราะผมวิตกกังวล ผมได้ยิน การแถลงของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ และแม้กระทั่งรัฐมนตรีบางท่าน ซึ่งนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ท่านได้ให้ทรรศนะต่อการจัดตั้งหมู่บ้านแดงในเชิงที่มีความชัดเจนว่า ท่านไม่หวงไม่ห้าม ท่านสนับสนุน รัฐมนตรีบางท่านก่อนมาเป็นรัฐมนตรีเคยประกาศ ที่หมู่บ้านแดงด้วยครับว่าถ้าตั้งหมู่บ้านแดงก็ให้หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นกองทุน และอีก ๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นกองทุนเอสเอ็มอี (SME) ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชน คนส่วนใหญ่ของประเทศเกิดความไม่สบายใจ เรายึดถือตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ บอกว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวและแบ่งแยกมิได้ มาตรา ๒ ประเทศไทย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ การเปิดหมู่บ้านแดงนั้นรัฐบาลไม่ได้เปิดครับ แล้วก็ ไม่ได้รับเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แม้แต่หมู่บ้านเดียว เสียดสี ใส่ร้าย ป้ายสีครับท่านประธานครับ ขอให้ถอนคำพูดครับ ไม่ได้เอาเงินรัฐบาลครับ เป็นการเปิดของพี่น้องประชาชน เขาเปิดกันเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลครับ อย่าใส่ร้ายป้ายสีพาดพิงครับท่านประธาน ผมยอมไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อนนะครับ คืออย่างนี้ท่านวรชัยครับ ท่านผู้อภิปรายเขากำลัง อภิปรายถึงมาตรา ๑๗ งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ในงบประมาณของ กระทรวงมหาดไทยที่ตั้งไว้ ในเรื่องแรกตั้งไว้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็คือ ๓๙ ล้านบาท เป็นแผนงานปรองดองและสมานฉันท์และฟื้นฟู แล้วก็พอมาดูรายการที่ ๒ ของกรมการปกครองท่านก็ตั้งใจอีก ๒๖๑ ล้านบาท ท่านกำลังถามผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏอย่างนี้จะสมานฉันท์กันอย่างไร จะปรองดองกันอย่างไร ยังอยู่ ในประเด็นนะครับ เชิญท่านอภิปรายต่อ
ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้จะมีส่วนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ อย่างไร ผมไม่เคยกล่าวหาว่ารัฐบาล ได้ให้เงินกลุ่มเสื้อแดงหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ประการใด แต่ข่าวสารทั้งหมด ก็ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชน ผมเพียงแต่สะท้อนความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ที่นอกเหนือจาก ๑๕ ล้านเสียงนั้นครับ ว่าเขาไม่ต้องการให้ประเทศไทยของเราเหมือนกางแผนที่ประเทศไทย แล้วก็มาระบายสีทีละหมู่บ้าน ทีละตำบล ทีละอำเภอ ทีละจังหวัดเป็นสีแดง จนแดง ทั้งประเทศ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมตั้งคำถามท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าแล้วผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านนั้น เป็นผู้ใหญ่บ้านของคนเสื้อแดง หรือผู้ใหญ่บ้านตามลักษณะปกครองท้องที่ที่ดำริจัดตั้งขึ้นโดย
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญ
ท่านประธานครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช เมื่อครู่ท่านผู้อภิปราย น่าจะพูดถึงผมนะครับว่าผมไปประกาศที่จะให้หมู่บ้านเสื้อแดงหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็โครงการเอสเอ็มแอล
ท่านอาจารย์ครับ ท่านจะใช้สิทธิพาดพิงหรือท่านจะประท้วงครับ
สิทธิพาดพิงครับ
เดี๋ยวท่านให้อภิปรายจบแล้วเดี๋ยวจะให้ท่านนะครับ
ได้ครับ
ให้จบทีละท่านก่อนครับ
ก็เพียงแต่ทำความเข้าใจ ท่านก็ เข้าใจแล้วว่าผมไม่ได้พูด สื่อมวลชนก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้พูดนะครับ
เดี๋ยวท่านใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญต่อครับ ท่านจะโชว์ภาพท่านตอนไหน เหลืออยู่ ประมาณ ๒ นาที โชว์ก่อนได้ไหมผมกลัวจะหมดเวลา
ผมจะโชว์ตอนจบครับ
เชิญครับ
ผมก็ตั้งคำถามครับว่าถ้าอย่างนั้น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่ถูกระบายสีเป็นสีแดง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดของปวงชนชาวไทยตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ หรือเป็น ผู้ใหญ่บ้านของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าไม่เป็นที่พึงปรารถนาของพี่น้องประชาชน คนส่วนใหญ่ครับ ผมจึงขอเรียกร้องรัฐบาลว่าจะต้องประกาศนโยบายความชัดเจน จะต่อต้านยาเสพติดไม่ต้องใส่สีเสื้อครับ จะเอาส่งเสริมสร้างประชาธิปไตยไม่ต้องสีแดงหรอกครับ ใส่เสื้อสีอะไรเราสร้างประชาธิปไตยได้ แม้จะใส่เสื้อขนมิ้งค์ (Mink) ตัวละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือไม่มีเสื้อจะใส่ก็สร้างประชาธิปไตยได้ แต่คำตอบที่แท้จริงของการเกิดหมู่บ้านแดง อยู่ที่ตรงไหน อย่างไร ผมเชื่อว่าเราต้องค้นหาคำตอบและคำตอบจะอยู่ในคลิปที่ผมจะ ขออนุญาตท่านประธานเปิดต่อไปนี้ในช่วงสุดท้ายของการอภิปราย ขอเชิญคลิปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : ไอ้กรณ์ อภิสิทธิ์ แล้วก็พวกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามว่า กูนี้นี่ขอสู้กับเสื้อแดง อำเภอเสื้อแดง แล้วก็พี่น้องทั้งประเทศเป็นเสื้อแดงหรือพรือ เราก็เลย แถลงกันในวันที่แถลงบอกว่า เยส (Yes) ใช่ เราจะเอาให้ทั้งประเทศเป็นเสื้อแดง ให้เข้าใจ ฟังรู้เรื่องหรือเปล่า แล้วนี่เป็นครั้งที่เป็นประวัติศาสตร์สำคัญ เพราะว่าคนเสื้อแดงปักษ์ใต้ ลุกขึ้นยืนประกาศอย่างกล้าหาญ ขอให้รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์รู้ไว้เสียด้วย เสื้อแดงปักหลัก แล้วเราจะขยายให้เต็มพื้นที่ให้ได้”
เขาประกาศครับ จะทำให้ทุกหมู่บ้าน ตำบลทั้งประเทศเป็นเสื้อแดงทั้งประเทศครับ นี่หรือครับหมู่บ้านต่อต้านยาเสพติด ฟื้นฟู ประชาธิปไตย ผมจึงขอตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านมีนโยบายอย่างไร ต่อเรื่องนี้ และจะใช้งบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาทเพื่อประโยชน์ของประชาชนบนแผ่นดิน ที่เต็มไปด้วยความแตกแยกขัดแย้งแผ่นดินของสีเสื้อได้อย่างไร กราบขอบพระคุณครับ
อันนี้เดี๋ยวผมจะให้สิทธิของท่านจิรายุก่อนที่ท่านบอกว่าจะใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหม ท่านไม่ติดใจ ใช่ไหม ท่านพาดพิงประเด็นอะไรก่อน ผมจะได้วินิจฉัย
ท่านประธานครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร อายุน้อยกว่าท่านผู้อภิปรายมากนะครับ จริง ๆ ไม่อยากจะใช้สิทธิพาดพิงหรอกครับ แต่ว่าเวลาผมฟังท่านอภิปราย ท่านพาดพิง เหมือนกับโดนซ้าย โดนขวา ท่านพาดพิงบอกว่าผมไปพ่นสีเรืออะไร กับเรือราชการอะไร ที่ท่านว่านี้ ขออนุญาตอธิบายอย่างนี้ ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องแล้วว่า สิ่งที่พวกผมทำมีเจตนาบริสุทธิ์คือช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่แน่ใจว่าบ้านของท่าน ผู้อภิปรายมีไฟหรือยัง
เอาละครับท่านได้ชี้แจงเรียบร้อยแล้วครับ
แล้วก็รับหนังสือพิมพ์บ้าง หรือเปล่านะครับ คือจริง ๆ แล้วถ้าท่านอภิปรายว่ากันไปไม่มีปัญหาอะไรครับ ชอบแขวะซ้าย แขวะขวา แขวะหน้า แขวะหลัง
เอาละครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวจะมีท่านผู้ใช้สิทธิพาดพิงท่านที่ ๒ เชิญท่านอาจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช
ท่านประธานครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิพาดพิงท่านอรรถพร ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงตามคำเชิญ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสานต่าง ๆ แล้วก็ผมไม่เคยพูดว่าจะให้หมู่บ้านเสื้อแดง หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือเอสเอ็มแอลเสื้อแดง ๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นข่าวที่ลงหนังสือพิมพ์ ที่พูดโดยคนอื่นนะครับ แล้วก็หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ก็ได้แก้ไขหมดแล้ว รวมทั้งสยามรัฐ แก้เมื่อ ๒-๓ วันนี้ กราบเรียนว่าหมู่บ้านเสื้อแดงคือหมู่บ้านคนยากคนจนที่รอคอยความยุติธรรม เขาเห็นความไม่ยุติธรรมเขาก็รวมตัวกันขึ้นครับ แล้วเขาก็ใส่เสื้อแดงต้องมีสัญลักษณ์ เดี๋ยวนี้ หมู่บ้านเสื้อแดงมีครึ่งหนึ่งของประเทศ ก็ความจริงแล้วอยากฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหลายในที่นี้ ช่วยกันดูแลคนยากคนจนครับ เป็นเพราะว่าเราเป็นตัวแทนของเขา ผมเลย กราบเรียนเท่านี้ ขอบคุณครับ
คือต่อไปเดี๋ยวผมจะลำดับ ท่านอรรถพรมีอะไรอีกไหมครับ เดี๋ยวทีละท่าน ใจเย็น ๆ ท่านอรรถพรก่อนให้จบทีละท่าน
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เดี๋ยวพาดพิงอะไรครับ
คือท่านพูดประหนึ่งว่าผมพูดเท็จ ว่าข่าวสารที่ผม
ท่านไม่ได้บอกว่าท่านพูดเท็จ เพียงแต่ว่าท่านอภิปรายไปนี่นะครับ ไปบอกว่ามีบุคคลไปเปิด ก็คือท่านอาจารย์สุชาติไปเปิด ท่านก็บอกว่าท่านไม่เคยไปบอกว่าจะให้เงินเท่านั้น แล้วก็ จัดงบให้เท่านี้ ท่านก็ชี้แจงข้อเท็จจริงไป ส่วนอะไรที่ไปปรากฏทางสื่อ หรือสิ่งที่ท่านไม่ได้พูด ท่านก็บอกแล้ว ส่วนท่านจะพูดจริง พูดเท็จ ท่านก็ต่างคนต่างพูดกันไป มันไม่มีบอกว่า ท่านพูดเท็จ ฉะนั้นท่านจะใช้สิทธิอะไร
ก็เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีกับสื่อก็ต้องไป เคลียร์ (Clear) ปัญหาคาใจกันเอง เพราะมันปรากฏในข่าว
คืออย่างนี้ครับ มันไม่ใช่หน้าที่ใครจะไปเคลียร์ใคร เพียงแต่ท่านก็ชี้แจงของท่านแล้ว บอกว่า ท่านไม่ได้พูดเท่านั้นเองก็จบนะครับ ทีนี้ผมฟังแล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่าน แล้วก็ไม่ได้พาดพิงท่าน เชิญท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะได้ลำดับท่านอภิปรายต่อไป ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูก ต่อไปจะเป็นท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล แล้วก็มาที่ท่านเทพไท เสนพงศ์ แล้วก็พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แล้วก็คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม จบผู้อภิปรายแล้วก็จะให้คณะรัฐมนตรี ได้ตอบข้อซักถามชี้แจงของท่านสมาชิกแล้วก็จะปิดการอภิปราย แล้วก็จะลงมติในวาระที่หนึ่ง ผมว่าเดินหน้าต่อไปเถอะครับ บรรยากาศดีแล้วนะครับ ท่านกรวีร์ก็รอมา ๒ ชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่เช้า แล้วท่านมาเดินบอกอยู่ข้างหลังนี่ ท่านขอใช้สิทธิหน่อย เชิญท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา เรากำลังอยู่ในช่วงของการอภิปรายเพื่อที่จะกำหนดร่างของพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายของปี ๒๕๕๖ ครับ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาส กระผมได้มีโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันที่พวกเรากำลังถกถึงเรื่องของ การกำหนดพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้
อันดับแรก ผมต้องขอชื่นชมทางรัฐบาลที่ในปี ๒๕๕๖ นี้ได้ตั้งงบประมาณ รายจ่ายเอาไว้ถึง ๒.๔ ล้านล้านบาท ถ้าหากว่าพิจารณาไปใน ๒.๔ ล้านล้านบาทนี้ เราจะพบว่า กระทรวงที่ได้รับความสำคัญโดยการจัดอันดับในการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด นั่นก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ โดยการจัดสรรงบประมาณมากถึง ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น สัดส่วนแล้วสูงถึง ๑๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถึง ๓๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือ ๙.๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่านี่เป็น นิมิตหมายที่ดีครับ นี่เป็นนิมิตหมายที่ดีจากทางรัฐบาลเองที่ตั้งใจที่จะเห็นการลงทุนที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นการสร้างหลักประกันอนาคตให้กับประเทศชาติของพวกเราอย่างมั่นคงต่อไป ในอนาคตได้ดีที่สุด นั่นก็คือการลงทุนและการพัฒนาของคน แล้วไม่มีอะไรหรอกครับที่จะ เป็นการพัฒนาและลงทุนศักยภาพของคนได้ดีไปกว่าการกระจายโอกาสทางด้านการศึกษา ให้กับลูกหลาน ให้กับเยาวชนคนไทยของพวกเรา นอกเหนือไปจากงบประมาณที่ท่าน ได้จัดสรรให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการสูงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งแล้ว ผมยังชื่นชมครับ นโยบายที่จะส่งผลกระทบถึงการเปลี่ยนแปลงต่อทัศนคติของผู้คนในสังคมที่มีต่อการศึกษา นั่นก็คือการกำหนดให้ผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีจะมีรายได้ขั้นต่ำที่ ๑๕,๐๐๐ บาท นอกเหนือไปจากเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและนอกเหนือจากการที่จะสร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนที่จบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินครับว่านโยบายนี้ ยังเป็นนโยบายที่สำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้คน วันนี้เราจะเห็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนทั้งเยาวชนคนไทยของพวกเราล้วนแล้วแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพื่อที่จะสำเร็จ การศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี เพราะเขาคาดหวังว่าเมื่อจบในระดับชั้นปริญญาตรีแล้ว อนาคตไม่ว่าจะเป็นรายได้ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในชีวิตของเขาก็จะดีมากยิ่งขึ้นจากการที่ได้รับ เงินเดือนที่สูงมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น ที่อยากจะกราบฝากเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเมื่อสักครู่นี้เราก็ได้รับเกียรติครับ ท่านเอง ก็ให้เวลากับสภาแห่งนี้ด้วยการมาร่วมกันรับฟังข้อชี้แนะ ข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกด้วย
ประเด็นแรก ผมอดแปลกใจไม่ได้หรอกครับ ในขณะที่พวกเรากำลังประชุม ในขณะที่พวกเรากำลังถกเถียงกันเรื่องของการจัดสรร พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายอยู่นี้นั้น ในช่วงวัน ๒ วันที่ผ่านมานี้เป็นช่วงของการเปิดภาคเรียนการศึกษาพอดี แล้วผมอดแปลกใจ ไม่ได้ว่า ในขณะที่พวกเราจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงศึกษาธิการมากเป็นอันดับหนึ่ง ในรัฐบาลแห่งนี้ ยังมีนักเรียนหลายต่อหลายคนที่ต้องถูกผลักไสไล่ส่งออกจากระบบ การศึกษา ยังมีนักเรียนและผู้ปกครองอีกหลายคนที่ต้องผิดหวังจากการศึกษาต่อในระดับชั้น ม. ปลาย เราจะเห็นได้จากข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์แล้วก็โทรทัศน์ที่จะมีการชุมนุมประท้วงกัน ของเด็กนักเรียนที่พลาดหวัง ผมก็ตั้งคำถามง่าย ๆ นะครับว่าทำไมวันนี้เรากำลังพยายามที่จะ ขยายโอกาสทางด้านการศึกษาให้กับผู้คนในสังคม ให้กับลูกหลานในประเทศของพวกเรา ตามข้อเท็จจริงครับ นักเรียนที่จบจากระดับชั้น ม. ๓ จบจากระดับชั้น ม. ต้น ที่จะไปศึกษา ในระดับชั้น ม. ปลายนั้น ผมเข้าใจครับ ตามความเข้าใจของผมก็คือว่าไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกครับที่จบจาก ม. ๓ แล้วจะไปเรียนต่อในระดับชั้น ม. ปลายหรือว่า ม. ๔ วันนี้โอกาสทางการเลือกทางด้านการศึกษาซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเอง ท่านก็เปิดโอกาสกว้างไว้ครับ นักเรียนบางคนอาจจะสนใจไปเรียนต่อทางด้านอาชีวศึกษา นักเรียนบางคนอาจจะสนใจที่จะไปศึกษาต่อไปเป็นอาชีพตำรวจหรือว่าทหาร เขาก็ออกจาก ระดับชั้น ม. ๓ ไปครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเกือบจะทุกโรงเรียนในประเทศไทยละครับ นักเรียนระดับชั้น ม. ๓ ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม. ๔ ของโรงเรียนนั้น ๆ ไม่ใช่ เป็นนักเรียนจาก ม. ๓ ขึ้นไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นนักเรียนที่ออกไปโดยไปศึกษาต่อ ในแนวทางอื่น ๆ ก็จะมีที่ว่างเพื่อที่จะให้โรงเรียนนั้นเปิดรับนักเรียนที่จะเข้ามาศึกษา ในระดับชั้น ม. ๔ จากสถาบันการศึกษาแห่งอื่นเพิ่มเติมมากขึ้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จะเป็นไปได้ไหมครับถ้าหากว่าเราจะให้ความสำคัญ แล้วก็เปิดโอกาสให้นักเรียนที่จบ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนนั้น ๆ ได้มีโอกาสเรียนในระดับ ม. ๔ ก่อน แล้วผมก็เข้าใจครับว่านักเรียนทุกคนนั้นมีความเก่ง มีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน บางคน อาจจะเรียนถนัดไปทางด้านสายวิทย์ บางคนอาจจะถนัดไปทางด้านสายศิลป์ ก็เป็นหน้าที่ ของโรงเรียนครับที่จะต้องจัดสรรโอกาสทางด้านการศึกษาให้ตรงกับความต้องการ ของนักเรียน ของแต่ละคน วันนี้ผมคิดว่าหน้าที่หลักของโรงเรียน นั่นก็คือการสร้างคนโง่ ให้เป็นคนฉลาด และนั่นก็คือการสร้างคนที่ขาดโอกาสให้มีโอกาสทางด้านการศึกษา อย่างมีคุณภาพและอย่างเท่าเทียม วันนี้ผมไม่น่าเชื่อนะครับ แล้วเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะเห็น นั่นก็คือการผลักไสไล่ส่งนักเรียนบางส่วนที่คิดว่าจะเป็นภาระของโรงเรียนให้ออกไปเป็น ภาระของสังคม หน้าที่ของโรงเรียนและหน้าที่ของสถาบันการศึกษา นั่นก็คือการสร้าง คุณภาพของนักเรียน แล้วก็เยาวชนของพวกเราเพื่อเตรียมความพร้อมให้เป็นคนที่มีอนาคต ให้เป็นคนที่มีการศึกษาและเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคตครับ
ประการที่ ๒ นั่นก็คือการยกระดับมาตรฐานของโรงเรียน ซึ่งในวันนี้เราก็ต้อง ยอมรับครับว่าโรงเรียนในแต่ละโรงเรียนนั้นมีคุณภาพ มีมาตรฐานทางด้านการศึกษา ที่ไม่เท่ากัน โรงเรียนเล็ก ๆ ที่อยู่ตามชนบทในต่างจังหวัดไม่มีทางหรอกครับที่จะมีคุณภาพ แล้วก็มาตรฐานทางด้านการศึกษาเท่ากับโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีนักเรียนหลาย ๆ พันคน ไม่มีทางหรอกครับที่เราจะสามารถที่จะทำให้ ๒ โรงเรียนนี้มีความเท่าเทียมกันได้ นั่นก็เป็น ความจริงที่เราจะต้องยอมรับ ถามว่าสาเหตุแห่งช่องว่างระหว่างโรงเรียนใหญ่กับโรงเรียนเล็ก ที่อยู่ในชุมชนในชนบทนั้นมันเกิดจากอะไรละครับ ส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นมาจากการจัดสรร จากทางกระทรวงศึกษาธิการเอง ซึ่งเราก็จัดสรรงบประมาณโรงเรียนใหญ่กับโรงเรียนเล็ก ที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว แล้วก็เกิดขึ้นมาจากชุมชน เราก็ต้องยอมรับครับโรงเรียนที่อยู่ในเขตเมือง ผู้ปกครองอาจจะมีกำลังที่จะให้การสนับสนุนโรงเรียนที่มากหน่อย โรงเรียนเหล่านี้ก็จะมี ความพร้อมมากกว่าโรงเรียนที่อยู่ตามชนบทโดยปริยาย แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมเชื่อว่า หน้าที่ที่สำคัญและเป็นภารกิจที่สำคัญของทางกระทรวงศึกษาธิการเอง นั่นก็คือการลด ช่องว่างตรงนี้ครับ ลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนที่มีมาตรฐานทางด้านการศึกษาที่ดีมาก กับโรงเรียนที่มีมาตรฐานการศึกษาที่ค่อนข้างจะขาดโอกาส และการปรับปรุงในการที่จะ สร้างมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันนั้นไม่ได้หมายความว่าท่านจะไปดึง หรือว่าไปลดระดับโรงเรียน ที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้วให้ลดลงมาต่ำนะครับ วิธีการก็คือทำอย่างไรที่จะเพิ่มศักยภาพ ของโรงเรียนที่มีขนาดเล็กนั้นให้มีความพร้อมทางด้านการศึกษาให้มันใกล้เคียงกับโรงเรียนใหญ่ ให้มากขึ้น แล้วก็มากขึ้น วิธีการหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเราสามารถที่จะทำได้ก็อยากจะกราบเรียนฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ นั่นก็คือการจัดสรรบุคลากรทางด้าน การศึกษา วันนี้เราจะเห็นครูเก่ง ๆ ครูดี ๆ ครูที่มีความพร้อมก็จะไปกองอยู่ในโรงเรียนใหญ่ นั่นก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งว่าทำไมผู้ปกครองเองอยากจะให้บุตรหลานของตัวเองเข้าไปอยู่ ในโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ จะเป็นไปได้ไหมครับถ้าหากว่าเรามองการบริหารบุคลากรในภาพ ที่กว้างขึ้น นอกเหนือไปจากการบริหารบุคลากรที่จำกัดอยู่ในภายในเฉพาะโรงเรียน แต่ละโรงเรียน เรามองให้เป็นเขตครับ เรามองให้เป็นจังหวัดครับ เอาบุคลากร เอาคุณครู เอาอาจารย์ที่เก่ง ๆ ในแต่ละโรงเรียนนั้นมากองรวมกันตรงกลาง แล้วก็จัดสรรโดยที่ทาง กระทรวงศึกษาธิการเองให้การสนับสนุนครับ จัดสรรครูเก่ง ๆ ครูที่มีคุณภาพจากโรงเรียนใหญ่ ๆ ไปสอนเด็กนักเรียนที่อยู่ในชนบทที่เขาขาดแคลนโอกาสบ้างก็จะทำให้คุณภาพทางด้าน การศึกษาของโรงเรียนเล็ก ๆ นั้นมีคุณภาพที่มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ฝากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี เราอยากจะเห็นการปรับปรุง เราอยากจะเห็นการพัฒนาทางด้าน การศึกษาเพื่อที่จะเป็นหลักประกันให้กับลูกหลานของพวกเราต่อไปในอนาคต แล้วก็ ในท้ายที่สุดก็ต้องฝากโอกาส ฝากการยกระดับทางด้านการศึกษาไว้กับทางรัฐบาลชุดนี้ เพราะผมก็มั่นใจครับว่าถ้าหากว่าเราสามารถที่จะสร้างโอกาสทางด้านการศึกษา ถ้าหากว่า เราสามารถที่จะเตรียมความพร้อมให้กับลูกหลานและให้กับบุคลากรของประเทศ ก็คือ เยาวชนของพวกเราในอนาคตด้วยการศึกษาที่ดีแล้ว นี่ก็จะเป็นหลักประกันที่จะทำให้ ประเทศไทยของพวกเรามีอนาคตที่ดีมากยิ่งขึ้นของประเทศไทยของพวกเราด้วย ขอกราบ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเทพไท ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ ๑.๓ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๔๒๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่าถ้าหากว่า ดูคำอธิบายสำหรับงบประมาณการป้องกันปราบปรามการทุจริต รัฐบาลได้พูดค่อนข้าง จะสวยหรูนะครับท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลในสถาน การศึกษา และพูดถึงการปราบปรามการทุจริตในประเทศและระหว่างประเทศให้เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และเป็นธรรม ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่าผมให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปราม การทุจริตมากที่สุดครับ เพราะในขณะนี้ท่านประธานก็ทราบนะครับว่าปัญหาการทุจริต มันเหมือนกับมะเร็งร้ายสำหรับประเทศไทย และที่เห็นได้ชัดนะครับว่าทุกหย่อมหญ้าได้พูด ถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เว้นทุกหน่วยงานครับ ไม่ว่าเราจะป้องกันและปราบปราม อย่างไรก็ตาม แต่ว่าการทุจริตคอร์รัปชันก็ขยายตัวขึ้นไปเรื่อย ๆ ต้องยอมรับว่า ในวงการเมืองการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวงจรอุบาทว์ที่นำมาสู่การปฏิวัติรัฐประหาร และทุกครั้ง ที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ท่านประธานก็ทราบครับว่าข้ออ้างที่ชอบธรรมที่สุดนั่นก็คือ รัฐบาล ที่ถูกปฏิวัติรัฐประหารมีการทุจริตคอร์รัปชัน ในกรณีวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานก็ทราบนะครับว่า ๑ ใน ๔ ของการปฏิบัติรัฐประหารเกิดจากการทุจริต คอร์รัปชันด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมก็เห็นความสำคัญตรงนี้ครับท่านประธาน ผมก็เลย อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าการจัดงบประมาณ จำนวน ๔๒๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบกับความสำเร็จในการป้องกันการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนี่ มันน้อยมากครับท่านประธาน จากงบประมาณปีนี้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชัน ผมเอาน้อย ๆ ท่านประธานไม่ต้องมากครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะเสียเงินไปประมาณ ๒.๔ แสนล้านบาทครับ แล้วถ้ามาเปรียบเทียบกับงบประมาณที่มาป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน แค่ ๔๒๐ ล้านบาท มันน้อยมากครับท่านประธาน ผมคิดว่าถ้าหากว่าเราจะตั้งงบประมาณ ให้มากกว่านี้เพื่อจะลดการทุจริตคอร์รัปชันได้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ควรจะส่งเสริมครับ สิ่งแรกผมคิดว่าเงินจำนวน ๔๒๐ ล้านบาทนี้ รัฐบาลจะต้องไปทำอย่างไรบ้างครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าจะต้องไปทำในเรื่องการป้องกันการทุจริต นั่นก็คือการปลูกฝังค่านิยม ของประเทศ ของคนไทย ท่านประธานก็จะเห็นนะครับว่าค่านิยมของคนไทยในขณะนี้ก็คือ บูชาคนมีเงิน นับถือคนมีเงิน เห็นเงินเป็นพระเจ้า แล้วก็จนสุดท้ายคนรวยทำอะไรไม่ผิด คนรวยไม่มีสิทธิติดคุก คุกไว้สำหรับขังคนจน เท่านั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน นี่มันเป็น ค่านิยมของสังคมไทยครับ จนในขณะนี้ผมต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ที่ผม น่าหวาดกลัวมากที่สุดนะครับ ก็คือว่า สำหรับภาพลักษณ์ของประเทศ มีการชี้วัดภาพลักษณ์ การคอร์รัปชันของประเทศไทยโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสในสากล บอกว่าในขณะนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยอยู่ใน ๓.๓-๓.๕ ในจำนวนเต็ม ๑๐ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับคะแนน ที่นักเศรษฐศาสตร์ให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ใน ๓.๘๓ นี่ใกล้เคียงกันมากครับ คือตกจริง ๆ ครับ ตกมากด้วย ถ้าหากเป็นนักเรียนต้องไล่ออกจากโรงเรียนอย่างนี้เรียนไม่ได้ครับ ตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมเองผมเป็นห่วง แล้วถ้าหากว่าดูจากในกรณีค่านิยมที่รัฐบาลจะต้องไปปรับนี่ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เอแบคโพล (ABAC poll) ได้สำรวจค่านิยมของสังคมไทย ท่านประธาน เห็นนะครับว่าประชาชนร้อยละ ๖๔.๕ ครับ ยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันแล้วทำให้ ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดี และตัวเองได้ประโยชน์ด้วยครับ อันนี้น่ากลัวมากครับ ท่านประธาน มันหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าใครที่มาเป็นรัฐบาลกินได้ โกงได้ครับ แต่ขอให้ทำงาน ขอให้แบ่งให้กับตัวเอง ให้ตัวเองได้ประโยชน์ จริง ๆ มันไม่เป็นเช่นนั้นครับ ท่านประธานครับ ค่านิยมนี้ต้องหายไปครับ ทำงานโดยไม่ทุจริต และต้องทำงาน มีประสิทธิภาพด้วย อันนี้เราต้องสร้างค่านิยมนี้ ที่น่าหนักใจมากที่สุด และที่ห่วงมากที่สุดก็คือ ในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ท่านประธานที่จะต้องเป็นอนาคตของชาติในวันข้างหน้า ร้อยละ ๗๑ ที่เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นนี่เป็นเรื่องธรรมดาและยอมรับได้ครับ อันนี้ละครับ ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องเข้ามาแก้ไขค่านิยมอันนี้ให้หมดไปครับ ผมเรียนกับท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะสร้างภาพ พยายามที่จะเอานายกรัฐมนตรีเป็นพรีเซ็นเตอร์ (Presenter) ในการต่อต้านการทุจริตครับ เร็ว ๆ นี้ท่านประธานก็จะเห็น เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคมที่ผ่านมานะครับ ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการมอบนโยบาย และประกาศยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านนายกรัฐมนตรีพูดอย่างไรบ้างครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ๑ ใน ๔ แนวทางคือ ปลุกจิตสำนึก เรียนรู้ร่วมกัน โดยทำป้ายไม่รับสินบน พัฒนาองค์กรหน่วยงานที่จะสร้างความโปร่งใส ๓. เฝ้าตรวจสอบ และระวังเชิงรุก ๔. ปราบปรามที่จริงจังและลงโทษอย่างเข้มงวดครับ ต้องเรียนกับท่านประธาน ครับว่าการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันต้องเริ่มที่รัฐบาลก่อนครับ รัฐบาลต้องทำคือ
๑. รัฐบาลจะต้องไม่เอื้อประโยชน์โครงการของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องนโยบายผลประโยชน์ทับซ้อนครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าการทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยซ้ำไปครับ
๒. รัฐบาลไม่ควรที่จะสร้างภาพลักษณ์หรือเปิดเงื่อนไข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เปิดโอกาสให้มีการทุจริตในเรื่องโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการนโยบาย จำนำราคาพืชผล ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทุจริตมากที่สุดครับ
แล้วรัฐบาลก็ต้องเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน ไม่มีภาพลักษณ์ที่จะไปเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายเอกชน หรือคนหนึ่งคนใด เหมือนกับกรณี ว. ๕ โฟร์ซีซันส์ อย่างนี้ต้องไม่มีครับ เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างภาพ ไม่ให้ใครมากล่าวอ้างได้ว่าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือบุคคลภายนอกครับ
ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่า สำหรับข้อที่ ๔ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด นี่ครับ ผมคลางแคลงใจมากที่สุดก็คือบอกว่าการปราบปรามที่แท้จริงจะต้องลงโทษ อย่างเข้มงวดครับ นายกรัฐมนตรีคิดจะปราบปรามการทุจริต ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าในขณะนี้มันมี ใครบ้างทุจริต แล้วยังจับตัวไม่ได้เลยครับ จะเข้มงวด จะกวดขันอย่างไรก็เอาตัวมาลงโทษ ไม่ได้ครับ แต่ผมอยากจะถามนายกรัฐมนตรีที่ประกาศเป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อต้านการทุจริต ในกรณีที่คนทุจริตคอร์รัปชันโกงบ้านโกงเมือง จับได้แล้วและศาลลงโทษแล้วว่าติดคุก ๒ ปี นายกรัฐมนตรีไม่เห็นจะใช้มาตรการลงโทษหรือจับกุมโดยเด็ดขาดอย่างใดทั้งสิ้นครับ ปล่อยให้คนเหล่านี้ลอยนวลอยู่เพราะว่าประเทศไทยท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมต้องเรียน กับท่านประธานนะครับว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเรื่องนี้ทำให้สังคมคลางแคลงใจครับว่า นายกรัฐมนตรีมือถือสากปากถือศีลหรือเปล่า หรือทำเฉพาะในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ผลประโยชน์ของตัวเอง
ครับ มีผู้ประท้วงครับ
เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ห้ามพูดเสียดสี ใส่ร้าย ป้ายสีคนอื่นครับ หลายครั้งแล้วครับ ท่านประธานครับ จะใครก็ตามครับ ไม่ควรจะมาพูดในสภาแห่งนี้ เพราะว่าในสภา วันนี้เราพูดถึงเรื่องงบประมาณท่านประธานครับ เสียดสีหลายครั้งบ่อยครั้งครับ ขอให้ท่าน พิจารณาด้วยครับ
ขอบคุณครับ ที่จริงบรรยากาศมาดีตลอดนะครับ ผมยังไม่คาดว่าบรรยากาศการพิจารณางบประมาณ จะดีขนาดนี้นะครับ เราผ่านมาวันที่ ๓ คือว่าบรรยากาศดีมาโดยตลอด ท่านเทพไทครับ ถ้าไม่ประชดประชันได้ก็จะดีนะครับ ท่านเชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมไม่ได้มีเจตนา ที่ไปประชดประชันใครครับ มันเป็นความจริงครับท่านประธานครับ เป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ กันได้ และผมก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใครครับ แต่ว่าผมก็เข้าใจว่าเวลาผมอภิปรายก็มีการคัดค้าน มีการประท้วงเป็นธรรมดา ไม่อย่างนั้นมันไม่ขลังนะครับการอภิปรายของผม ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่า ที่ผมบอกว่านายกรัฐมนตรีไปพูดกล่าวสุนทรพจน์ในงาน ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ผมไม่ติดใจหรอกครับ ผมติดใจแค่ข้อ ๔ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมีหน้าจะพูดข้อ ๔ นายกรัฐมนตรีจะต้องทำให้ได้ด้วย จะต้องทำโดยจับคนที่ศาลลงโทษแล้ว มาติดคุกเพื่อจะ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการที่จะปราบปรามการทุจริตครับ แค่นายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้ครับ เมื่อวานผมได้มีโอกาสได้ดูการ์ตูนกรุงเทพธุรกิจของคุณอรุณครับ ผมก็โชว์ให้ท่านประธานดู นิดหนึ่งครับ เห็นชัดไหมท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีตัดริบบิ้นครับ แต่ว่า หลังนายกรัฐมนตรีเป็นผีทั้งนั้นนะครับ
ไม่ทราบว่าได้ขอ อนุญาตหรือยังครับ ท่านเทพไทได้ขออนุญาตหรือยังครับ
ยังครับ ผมถือว่าเป็นเอกสารที่ผม จะส่งให้ประธานครับ
อย่างนั้นอย่าเอา มาโชว์เลยครับ
ครับ ผมจะส่งให้ประธานครับ
เอาเก็บไว้เถอะครับ เก็บเถอะครับ
ครับผม ขอบพระคุณมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมก็ยังมีเรื่องของเกี่ยวกับ นโยบายเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ท่านวรชัยคงไม่มี อะไรครับ
แต่ว่าผมก็เข้าใจครับว่าเวลาหมด นะครับ ผมก็คงจะขอฝากรัฐบาลผ่านท่านประธานไปด้วยงบประมาณการป้องกันปราบปราม การทุจริตนะครับว่านายกรัฐมนตรีต้องทำจริง อย่าปากอย่างใจอย่างครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
คงไม่ต้อง ประท้วงครับ จบแล้วครับ เชิญท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๑๐ นาทีครับ ขอท่านรัฐมนตรี ท่านสุชาตินิดหนึ่งก่อนครับ ขออภัยครับท่านพีระพันธุ์ครับ
ขออภัย ท่านสมาชิกนะครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ มีสมาชิกที่สนใจได้ถามคำถามไว้นะครับ ผมก็จะตอบอย่างสั้น ๆ นะครับ
คำถามที่ ๑ ท่านสมาชิกก็บอกว่าควรให้ความสนใจทางด้านคนที่เรียนหนังสือ มากกว่ามุ่งเน้นด้านแท็บเล็ตเป็นหลักนะครับ ผมขอตอบคำถามนี้ดังนี้นะครับว่านโยบาย ของกระทรวงศึกษาธิการภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มองเห็น ลูกหลานพี่น้องประชาชนเป็นลูกหลานของเราครับ นี่นโยบาย เราเน้นที่เด็กเป็นหลักครับ เรานำ โครงการคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเข้ามาเพื่อที่ทำให้ลูกหลานพี่น้องประชาชนได้เรียนหนังสือเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น ใช้เวลารวดเร็วขึ้นนะครับ แล้วก็มีความกระฉับกระเฉงในการเรียนมากขึ้น เมื่อวานนี้ ผมได้ตอบในรายละเอียดไปแล้ว ดังนั้นให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยนี้เน้นลูกหลานพี่น้องประชาชนนะครับ
เรื่องต่อไปก็คือมีคำถามว่ารัฐบาลนี้เน้นเรียนดีแต่ไม่เน้นฟรีนะครับ กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ปีนี้ก็ได้ของบประมาณทางด้านอุดหนุน ๕ แบบเพิ่มขึ้น ก็คือเรื่อง ค่าเรียน ค่ากิจกรรม ค่าเสื้อผ้านักเรียน ค่าหนังสือ เราได้ดูแลนักเรียนแล้วนะครับ แต่เรา ไม่ได้พูดว่าเรียนฟรีก็เป็นเพราะว่าเราจัดให้ระดับขั้นมาตรฐาน แล้วก็ตั้งแต่ในอดีตมา ไม่เคยมีการฟรีนะครับ เราจัดเรียนตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๔๙ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ระดับขั้นพื้นฐาน ทุกระดับชั้นปีตั้งแต่อนุบาลเป็นต้นมาถึงระดับ ม. ๖ เช่น ปีนี้ ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ป. ๑ ต่อปีเราก็อุดหนุนเด็กประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ถ้า ม. ๖ ก็ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท อาชีวศึกษาก็ ๑๖,๐๐๐ บาทนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนว่า ได้มีความตั้งใจที่จะให้นักศึกษาได้เรียนดี แล้วก็มีเงินสนับสนุนเท่าที่ประเทศไทย ณ วันนี้ สามารถจัดหาได้ในขั้นมาตรฐาน อย่างไรก็ตามเราเอาแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์เข้ามานี่ก็จะ เรียนดียิ่งขึ้นนะครับ เพราะว่าตามมาตรฐานสากลนี่หลายประเทศได้ทำแล้ว มีการวิจัย โดยโปรเฟสเซอร์ (Professor) โรเบิร์ต คอสมา ซึ่งมาเมืองไทยนี่นะครับ ก็บอกว่าการเรียน ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ก็จะดีกว่าการเรียนแบบหนังสือเดิม ๆ นะครับ ก็กราบเรียน พี่น้องประชาชน แล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกช่วยกันสนับสนุนในสิ่งเหล่านี้ ผมได้เรียนว่าจะเป็น การปฏิวัติวิธีการเรียนการสอนให้สามารถที่จะทำให้เด็กของเรามีอนาคตที่ดีขึ้น แล้วผม ได้นำเสนอว่านอกจากปฏิวัติวิธีการเรียนการสอนแล้ว ยังได้นำเสนอไปเมื่อวานนี้ว่าจะมี การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่โดยการให้ครูได้ผลงานจากการสอนนักเรียนที่เรียกว่า แอคเคาน์ทะบิลิตี้ (Accountability) มีการใช้โอเน็ต (O-NET) เข้ามาสอบช่วงชั้นปี ป. ๖ ม. ๓ ม. ๖ แล้วก็เนชั่นแนล เทสต์ (National Test) ในปีที่ไม่ได้สอบโอเน็ตนั้นนะครับ นักเรียนก็สนใจข้อสอบมาตรฐานของประเทศได้คะแนนเอาไปให้แม่ดู ได้คะแนนเอาไปสอบ ขึ้นช่วงชั้นถัดไป ครูก็จะได้คะแนนจากนักเรียนไม่ต้องวิ่งเต้นทำวิจัยเพื่อจะได้ขึ้นจาก คศ. ๒ เป็น คศ. ๓ จาก คศ. ๓ เป็น คศ. ๔ หรือขึ้นเงินเดือน ๒ ขั้นนะครับ กราบเรียนเรื่องนี้ไว้นะครับ
เรื่องต่อมาก็คือมี ๓ ท่านถามเรื่องว่าทำไมนักเรียน ม. ๓ ขึ้น ม. ๔ ถูกตัดออกไป ก็มีท่านธนา ชีรวินิจ ท่าน พลตำรวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ แล้วก็ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่านโยบายอันนี้ต่อเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลที่แล้วนะครับ ต้องขอเอ่ยนามว่าคือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นำอยู่นะครับ ก็คือว่าเราคัดนักเรียน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ม. ๓ ที่อยู่โรงเรียนเดิมขึ้น ม. ๔ อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ให้สอบแข่งขันนะครับ ความจริงแล้วผมก็มีข้อคำถามเรื่องนโยบายนี้พอสมควร แต่เนื่องจากต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนที่ผม จะมาเป็นรัฐมนตรี ผมก็ได้ดำเนินการตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่ได้ประกาศไว้อย่างครบถ้วน รวมทั้งเมื่อวานนี้ก็ได้เชิญผู้ปกครองนักเรียน ม. ๓ ขึ้น ม. ๔ ของโรงเรียนบดินทรเดชา ได้มารับทราบ ผู้ปกครองที่ได้รับการชี้แจงไปก็ได้เข้าใจว่าทำไมลูกหลานเขานี่ไม่ได้เข้าต่อ ม. ๔ ของโรงเรียนเดิมซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ๑ ใน ๖ ของประเทศไทยพอดีนะครับ กราบเรียนอย่างนี้ครับ นโยบายเดิมนี่ที่ผมเข้าใจก็คือว่ารัฐพยายามผลักดันให้เด็กบางส่วน ไปเรียนทางด้านอาชีวะศึกษามากขึ้น เพราะว่าสัดส่วนอาชีวศึกษาต่อเรียนสายสามัญ ต่ำเกินไป ผมก็เลยไปแก้เรื่องการที่จะให้มีเด็กนักเรียนเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น โดยการให้จบ ปวส. สามารถต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลได้ ซึ่งมีผู้หวังดีในอดีต ที่ทบวงมหาวิทยาลัยเก่าเขาไปตัดไว้ คือเขาบอกว่าจบ ปวส. แล้วห้ามต่อมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคล ถ้าจะต่อต้องมาเทียบหน่วยกิตแล้วมันใช้เวลามากขึ้นไม่ใช่ ๒ ปี เป็น ๒ ปีครึ่งหรือ ๓ ปีนะครับ โดยผู้ที่ตัดก็อ้างว่าการศึกษา ปวส. ไม่เท่าเทียมกับ มหาวิทยาลัย ต่อกันไม่ได้ อันนี้ผมก็ได้ขอร้องให้ สกอ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้พิจารณาขอให้ต่อได้ เถอะครับ ก็มีสถาบันราชมงคล ๙ แห่ง ที่รับที่จะมีการศึกษาต่อเนื่อง อันนี้ก็จะช่วยให้ วันนี้คนไม่เรียน ปวส. เป็นเพราะว่าจบแล้วไม่รู้จะไปต่อที่ไหน คนก็จะจบแค่ ปวช. แล้วก็ จะไปต่อที่ที่ให้ปริญญา เช่น สถาบันราชภัฏ อาจจะไปต่อวิชาสังคมศาสตร์ ซึ่งเราเสียช่างไป นะครับ นอกจากนั้นสถาบันอาชีวศึกษาเองที่เรียนแค่ ปวช. ปวส. ก็จะตั้งเป็นสถาบัน ต่อเนื่องไปอีก ๑๙ แห่ง ควบรวมกันนะครับ อันนี้ก็จะช่วยผลักดันให้เรามีนักเรียนอาชีวะ เรียนมากกว่าที่อื่นสัก ๒ ปี แล้วก็ได้ปริญญาตรี ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ได้กราบเรียน ท่านสมาชิกแล้วว่าพ่อแม่ในภูมิภาคเอเชียทั้งหลายรวมทั้งเมืองไทยต้องการเห็นลูกรับ พระราชทานปริญญาครับ ทีนี้เราจะใช้เรียกว่าคอนเซ็พต์ของเยอรมันกับของยุโรปไปบอกพ่อแม่ว่า ลูกของลุงไม่ต้องเรียนหรอก แค่นี้ก็พอ ได้สตางค์ก็พอ อะไรอย่างนี้นะครับ ผมก็กราบเรียน ท่านทั้งหลายว่าเราอย่าไปบังคับวัฒนธรรมสังคมของประเทศ ดังนั้นเราก็ให้ต่อเนื่อง ทำไมละครับ เรามีอาชีวะแก่ขึ้นอีก ๒ ปี ได้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ดีกว่าจบ ปวส. ได้เงินเดือนหมื่นเดียว แล้วเขาก็เป็นช่างผู้ชำนาญ สุขุม รอบคอบขึ้นเพราะอายุมากขึ้น ในประเทศอิสราเอลทุกคน จบมหาวิทยาลัยแก่กว่าที่อื่น ๆ ๓ ปีหมด เพราะว่าต้องไปเป็นทหารตั้ง ๒ ปีกว่าเป็นต้นนะครับ อันนี้ก็ได้กราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ได้แก้ไป วันนี้ฟัง ๓ ท่านที่ได้พูดผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยครับว่า ต่อไปนี้ปรัชญาการศึกษาให้พ่อแม่และเด็ก ๆ คิดถึงอนาคตของตัวเองให้กว้างที่สุด เรียกว่า มีจินตนาการอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ มากกว่ารัฐหรือเรื่องสเตท (State) ไปบังคับว่า ครอบครัวคนยากคนจนก็จะต้องไปช่องโน้นช่องนี้ ซึ่งไปบังคับมาก ประเทศจะไม่พัฒนา มีบางประเทศทางเหนือ ประเทศเกาหลีใต้เช่นเดียวกันที่เขาบังคับครอบครัวให้คิดไม่พัฒนา วันนี้ปรัชญาการศึกษาก็คือว่าให้เด็กและผู้ปกครองช่วยกันคิดการดูแลอนาคตของตัวเอง ดังนั้นที่หลายท่านท้วงติงมาผมก็คิดว่าต่อไปโรงเรียนที่มีผู้สนใจ ดี เป็นโรงเรียนมาตรฐาน หรือเราเรียกว่าเวิลด์คลาส (World class) นี่นะครับ มี ๒๘๐ แห่ง ถ้าสามารถ ขยายห้องเรียนได้ สามารถไปเทคโอเวอร์ (Take over) ที่เรียนหลายที่ที่เริ่มว่างแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ การบริหารโรงเรียนไม่จำเป็นต้องอยู่ในแอเรีย (Area) เดียวกัน ปีถัด ๆ ไปเราก็สามารถ ขยายห้องเรียนที่ผู้ปกครองและนักเรียนต้องการเข้าสู่ เราไม่ได้ขยายอย่างเดียวนะครับ หลายท่านได้อภิปรายแล้ว เรามีผู้อำนวยการคนเดียวกัน มีระบบเครือข่าย อุปกรณ์ต่าง ๆ มีมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นปีถัด ๆ ไปผมก็จะขอให้ท่านทั้งหลายช่วยกันดูแลงบประมาณว่า เราขยายโรงเรียนที่มี แบรนด์เนม (Brand name) แล้วให้กว้างขึ้น ให้มีโอกาสมากขึ้น แล้วก็ จะไปอยู่หลังบ้านของพี่น้องประชาชน โรงเรียนชื่อดัง ๆ มี ๖ โรงเรียน มีโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนบดินทรเดชา แล้วก็อีก ๒-๓ โรงเรียน เขาก็จะไปตั้งอยู่ที่หลังบ้านของพี่น้องประชาชน บางทีทั่วประเทศเลยนะครับ สิ่งเหล่านี้ก็จะ ช่วยทำให้มาตรฐานดีขึ้น คนสอนก็คนเก่ง คนฉลาด คอมพิวเตอร์ก็เข้ามา ระบบปฏิรูปการศึกษา ที่ครูได้ผลงานจากนักเรียนก็เข้ามา นักเรียนไปสอบข้อสอบมาตรฐานก็สามารถทำได้ สิ่งเหล่านี้ก็จะรับคำแนะนำจากท่านสมาชิกทุกท่านไปนะครับ แต่ที่กราบเรียนว่าปีนี้ ที่ยังมีเด็กที่ยังมีปัญหาอยู่นะครับ นอกจากว่ามีบางคนที่เข้าไปแทรกแซง ท่านคงทราบ ตามหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว ทำให้เรารับเด็กเหล่านี้วันนี้ไม่ได้ เป็นเพราะว่าระเบียบกฎเกณฑ์ ของชาติบ้านเมืองได้กำหนดไว้ล่วงหน้านานแล้วนะครับ ก็ได้พยายามจัดหาให้เด็กทุกคนที่มา ประท้วงและมาที่ต่าง ๆ หลายที่ จัดไปที่โรงเรียนเขาเรียกว่าคู่พัฒนา เกือบจะเหมือน โรงเรียนเวิลด์คลาสนี้เลยนะครับ แล้วถ้าบางคนยังไม่ได้ก็มีโรงเรียนเครือข่ายอีก ๕-๖ แห่ง คือการศึกษาของไทยวันนี้มีที่เรียนให้ลูกหลานพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ แล้วก็จัด มาตรฐานให้ดีเท่าเทียมกัน ให้เร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่จะเข้าโรงเรียนดัง ๆ ที่เดียวในวันนี้ กฎระเบียบเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้บอกไว้แล้วทุกคนทราบแล้ว ก็เลยขอกราบเรียนไว้ เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ
ผมขอทำความ เข้าใจกับพวกเรานิดหนึ่งครับ เวลาที่ตกลงกันไว้ ฝ่ายละ ๑๓ ชั่วโมง ตอนนี้ฝ่ายค้านใช้ไปแล้ว เหลือเวลาอยู่ ๑๕ นาที ซึ่งก็เหลืออยู่ ๒ ท่านนะครับ ซึ่งขอใช้เวลา ๒๒ นาที ก็จะเกินไปสัก ๗-๘ นาที เกินไปเล็กน้อย ส่วนของฝ่ายรัฐบาล ตอนนี้เหลือเวลาอยู่สักประมาณ ๓๕ นาที ซึ่งรัฐมนตรีต้องชี้แจงนะครับ ก็ต้องบริหารเวลานะครับ ท่านชินวรณ์เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้สิทธิพาดพิงเนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ว่าการรับนักเรียน ในปีนี้ที่มีปัญหาและนำไปสู่การประท้วง อดข้าวที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าประวัติศาสตร์ ของวงการศึกษาไทยอีกครั้งหนึ่งในยุคของท่านมาจากระเบียบในสมัยรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์คราวที่แล้ว และเมื่อคืนนี้ท่านก็ได้กรุณาเอ่ยชื่อผมถึง ๒ ครั้ง แล้วก็ ไปเอ่ยในสื่อมวลชนด้วย ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้สิทธิดังกล่าวครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการได้พูดถึงเรื่องนี้ในสภาแห่งนี้ ๒-๓ ครั้ง ผมคิดว่าถ้าผมไม่ชี้แจงก็จะทำให้ พี่น้องประชาชนและท่านผู้ฟังได้เข้าใจผิดว่าการที่มีเหตุการณ์ประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เนื่องมาจากนโยบายและระเบียบที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์
ท่านชินวรณ์ ขอให้อยู่ในประเด็นนี้นะครับ คงใช้เวลาพอสมควร ให้กระชับด้วยครับ เชิญครับ
ท่านใช้เวลาไป ๒ ครั้งแล้วครับ ท่านรัฐมนตรี ผมขออนุญาตเพียงครั้งเดียวครับ ก็เหมือนหนึ่งว่าระเบียบดังกล่าวนั้นนำมาสู่ ความผิดพลาด แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าในกรณีของการรับเด็กนักเรียน เข้าเรียนในปีนี้โดยข้อเท็จจริงที่ทราบกันโดยทั่วไป ความผิดพลาดนั้นเกิดจากนโยบาย ของรัฐมนตรีครับ ผมไม่อยากเห็นท่านรัฐมนตรีไปยกความผิดให้กับผู้ปฏิบัติ หรือให้กับ นักเรียน และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าท่านไปยกความผิดให้กับสมาคมผู้ปกครองหรือแม้แต่ ชมรมค่านิยมแห่งชาติที่เขาได้มีส่วนในการติดตามเรื่องการที่จะทำให้สังคมเรามีความโปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมคิดว่าต้องมี วิสัยทัศน์ที่กว้างและต้องยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมมีโอกาส ที่จะกำหนดนโยบายและได้มีโอกาสในการที่จะทำนโยบายในการรับนักเรียนโดยเฉพาะ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่มีนักเรียนและผู้ปกครองมาประท้วงและอดข้าว ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาผมคิดว่าระเบียบในการรับนักเรียนดังกล่าวนี้มีมาหลายสมัยนะครับ ระเบียบดังกล่าวนี้เป็นระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้ กำหนดชัดเจน แต่ว่าในยุคของผมนั้นที่ผ่านมาผมคิดว่าความผิดพลาดเกิดจากนโยบาย ของรัฐมนตรี เพราะแตกต่างจากนโยบายในยุคนั้นโดยสิ้นเชิง ในยุคของผมนั้นได้มีนโยบาย ในการรับนักเรียนก็คือว่าต้องรับนักเรียนอย่างมีความโปร่งใส เป็นธรรม และห้ามไม่ให้มี การเรียกรับเงินเป็นอันขาด แล้วผมกล้าที่จะไปติดประกาศหน้าโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ทุกโรงเรียน ผมได้ดำเนินการในการประชุมภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในการกำหนดหลักเกณฑ์ มีการตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนครับ ท่านประธานครับ จากตัวแทนของผู้ปกครอง จากตัวแทนขององค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จากศาลปกครอง จากผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา จากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก มาดำเนินการในการกำหนดนโยบายและติดตามการรับนักเรียนให้เกิดความโปร่งใส พอนโยบายผิดพลาดในเที่ยวนี้ครับท่านรัฐมนตรีก็นำไปสู่ทำให้ผู้ปฏิบัติคือผู้บริหารโรงเรียน มีความลำบากใจสับสนไม่ชัดเจนในการที่จะปฏิบัติ จึงทำให้เกิดปัญหา
ประการแรก ก็คือว่าต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในขณะนี้ยังมีการเรียกรับเงินกันอยู่ ถ้าท่านรัฐมนตรีกล้าหาญพอกล้าประกาศในสภาไหมครับ ว่าถ้ามีผู้ปกครองคนใดต้องจ่ายเงิน ในช่วงรับนักเรียนถึงแม้จะเรียกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ให้มาส่งรายชื่อกับท่านรัฐมนตรี แล้วท่าน จะดำเนินการเหมือนที่ผมเคยประกาศเอาไว้
ท่านชินวรณ์ ท่านครับ ผมว่าเอาเฉพาะที่ท่านโดนพาดพิงแล้วเสียหายครับ
ก็นี่ครับ ประเด็นก็คือว่า ระเบียบและนโยบายที่ออกมาในสมัยพรรคประชาธิปัตย์
ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ต้องลุกขึ้นอีกรอบ
ก็ไม่เป็นอะไรครับ เราทำ ความจริงให้ปรากฏ
ผมว่า เอาประเด็นที่ท่านเสียหายดีกว่าครับ
แล้วเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน นี่ละครับเสียหายก็คือมันแตกต่างกันสุดขั้วครับ คือการรับนักเรียน มีความโปร่งใส ไม่เรียกรับเงินครับ จึงเป็นที่มาว่านักเรียนก็รู้ว่าตัวเองได้รับความเป็นธรรมไหมครับ คือให้มีการสอบรอบเดียว รับห้องละ ๕๐ คน มีการประกาศคะแนนเรียงตามลำดับครับ เปิดเผยโปร่งใสครับ แล้วมีคณะกรรมการทุกภาคส่วนไปตรวจสอบครับ จึงเป็นที่มาว่า นักเรียนที่เขาไม่มีสิทธิที่จะได้เข้าเรียนเขาก็รู้ตนเองว่าเขาสอบไม่ได้ เขาจึงยอมรับว่าได้รับ ความเป็นธรรม แต่ในยุคนี้พบความเป็นจริงว่านักเรียนก็รู้ว่าเพื่อนด้วยกันที่ได้คะแนนที่น้อยกว่า
ท่านครับ ผมว่าเอาประเด็นที่ท่านเสียหาย ผมว่าประเด็นท่านเสียหายมันครอบคลุมหมดแล้ว ทีนี้กลายเป็นมากล่าวหาว่าเขาอีก มันก็จะไม่จบ
(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ วันนี้ท่านปล่อยให้ ผู้อภิปรายชี้แจง ซึ่งเรื่องนี้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ในประเด็นเลยครับ ท่านประธานครับ ท่านปล่อยให้พูดมายาวนานแล้ว ท่านครับ วันนี้อภิปรายงบประมาณครับ ไม่ใช่เรื่องการศึกษา ชี้แจงเรื่องเด็กสอบ
ผมเข้าใจแล้วครับ ผมวินิจฉัย
ขอให้อยู่ในประเด็นท่านประธาน ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงทำให้เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นท่านก็ชี้แจงในส่วนที่ท่านโดนพาดพิง ก็ไม่ได้นอกประเด็นอะไร เพียงแต่เมื่อครู่ท่านชี้แจงในส่วนที่ตัวเองเสียหายแล้วก็ยัง อาจจะกล่าวพาดพิงไปถึง ซึ่งอาจจะทำให้รัฐมนตรีต้องมาเสียเวลาชี้แจงอีกรอบ ผมเลย ขอความกรุณาครับ ท่านเอาเฉพาะที่ท่านเสียหาย ผมเห็นว่าท่านได้ชี้แจงครบถ้วนแล้วครับ พอสมควรแล้วกระมังครับ
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพูดในสภานี้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เอ่ยชื่อผม ๒ ครั้ง แล้ววันนี้ท่านพูดว่า เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานใจกว้าง แล้วก็ให้โอกาสรับฟัง ผมคิดว่า เรื่องนี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับงบประมาณโดยตรง ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกี่ยวข้อง กับเรื่องของตัวนักเรียนซึ่งเป็นประชากรกลุ่มที่เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน ผมใช้เวลายังไม่ถึง ๒ นาทีเลยครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมเป็นประเด็นที่ผมเสียหายอีกนิดหนึ่งครับ ว่าตัวระเบียบที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเขาทำ ถ้ารัฐมนตรีมีนโยบาย ที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการให้เรียกรับเงิน ซึ่งท่านจะเรียกว่าเงินบริจาค หรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่าในช่วงที่มีการรับนักเรียนต้องไม่มีครับ รัฐมนตรีก็ทราบดีถ้าว่าปล่อยให้มีการเรียกรับเงิน ในช่วงที่ให้นักเรียนเข้าเรียน ก็ย่อมที่จะเป็นที่มาที่จะทำให้โรงเรียน สมาคมครู ผู้ปกครอง หรือแม้แต่บุคคลที่มีอิทธิพลอื่น ๆ แม้แต่ในขณะนี้ ผอ. หลายคนเขาอึดอัดครับท่านรัฐมนตรี เพราะเขาบอกว่ามีผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มบางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีไปอ้างชื่อได้ นี่คือ เป็นที่มาที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ถ้าท่านกล้าประกาศชัดเจนว่าไม่มีการเรียกรับเงิน และไม่มีการฝากโดยเด็ดขาด และตรวจสอบได้ชัดเจนตามลำดับคะแนน ผมคิดว่าปัญหานี้ จะหมดไป
ประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าผมเสียหายก็คือว่า ผมคิดว่าในส่วนที่เราต้องการ จะทำให้โรงเรียนมีคุณภาพใกล้เคียงกันนั้นได้ดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ที่เราอยากจะ มีโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากล โรงเรียนดีในระดับจังหวัด โรงเรียนดีในระดับอำเภอ และโรงเรียนดีในระดับตำบล ที่สำคัญคือโรงเรียนที่ส่งเสริมความเป็นเลิศ ได้มีการจัดตั้ง โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าที่รัฐมนตรีบอกว่าจะให้มี โรงเรียนเตรียมอุดม โรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนบดินทรเดชาไปอยู่หลังบ้านของผู้ปกครอง ผมคิดว่าเขาคงไม่ต้องการเพียงชื่อละครับ แต่เขาต้องการได้ครูที่ดี ต้องการได้โรงเรียนที่มี ความพร้อม มีมาตรฐาน ต้องการที่จะได้ครูตรงกับวิชาเอก นโยบายและกระบวนการ ดังกล่าวนี้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าท่านพูดเปรียบประหนึ่งว่ารัฐบาลที่แล้ว ไม่ได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้ เราได้มีการเตรียมการในเรื่องนี้ และได้มีการขอมติคณะรัฐมนตรี ในการจัดตั้งโรงเรียนและเตรียมการในการจัดตั้งงบประมาณเพื่อเตรียมการ ที่เราเรียกว่า ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ คือต้องสร้างพลเมืองยุคใหม่ ครูยุคใหม่ สถานศึกษายุคใหม่ และการบริหารจัดการยุคใหม่ เพียงแต่ท่านรัฐมนตรีใจกว้าง ไม่เอาเรื่องการศึกษาเป็นเรื่อง การเมือง ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านไม่ต้องมากล่าวโทษละครับ ท่านเดินหน้าต่อไป ตามแนวนโยบายของท่าน แต่ถ้าท่านเห็นว่าการศึกษาไม่ใช่เรื่องการเมือง ท่านจะเอา ความคิดนี้ไปดำเนินการต่อผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์
ประการสุดท้ายครับ ท่านพูดในรายการสื่อมวลชนหลายรายการว่า ท่านต้องการที่จะให้มีการรับบริจาค ผมคิดว่าท่านคงไม่เข้าใจครับ การบริจาคโดยมี วัตถุประสงค์นั้นได้มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการมาเกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ แล้วก็รัฐบาล ที่แล้วเราได้
ท่านครับ มันไม่เกี่ยวกับที่เขาพาดพิงทำให้เสียหาย ท่านกำลังอภิปรายนะครับ ผมก็ให้เกียรติท่าน ผมว่าสมควรครับ
ก็กำลังสรุปพอดีละครับ ผมกำลังจะสรุปให้ท่านประธานเห็นว่าการบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์นั้นเขาดำเนินการได้ โดยโรงเรียนอยู่แล้ว และรัฐบาลที่แล้วโดยผมได้เสนอคณะรัฐมนตรีว่าถ้าบริจาค เพื่อการศึกษาให้ลดภาษีได้ ๒ เท่า แต่อย่ามาบริจาคในช่วงที่มีการรับนักเรียน ซึ่งโรงเรียน หลายโรงเรียนเขาทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี และสามารถที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว เพียงแต่ท่าน ชักชวนเอกชน คนที่มีจิตศรัทธามาสนับสนุนเรื่องการศึกษา เราก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกัน แต่ถ้าท่านคิดได้เพียงแต่ว่างบประมาณไม่เพียงพอ และให้ โรงเรียนเรียกค่าแป๊ะเจี๊ยะเสรีได้ ผมคิดว่าใครเป็นรัฐมนตรีก็ได้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ ประเด็นที่เสียหายนะครับ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะขอตอบท่านอดีตรัฐมนตรีสั้น ๆ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ รับของท่านมาเลยครับ ความจริงเมื่อวานผมประกาศไว้แล้วว่า ให้รับเรื่องการร้องเรียนทุกกรณี ประกาศผ่านหน้าโทรทัศน์ ที่ไหนไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม ให้มาแจ้งที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประเด็นที่ ๒ ผมได้ให้ในการตั้งคณะกรรมการเยียวยา นักเรียนที่ได้รับ ผลกระทบ รวมทั้งเรื่องของโรงเรียนบดินทรเดชาด้วย ให้ไปสืบสวน แล้วถ้ามีปัญหาทุจริต ปัญหาการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ให้มีการเยียวยา
ประเด็นที่ ๓ ที่ท่านได้บอกว่ามีการอ้างชื่อผมไปรับฝากนักเรียนหรือเรียกร้อง เงินทอง พี่น้องประชาชนคงรู้จักผมดีแล้วนะครับว่ามันเป็นไปไม่ได้ครับที่ใครจะมาอ้างชื่อผม แล้วก็ไปใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมนะครับ ผมไม่เคยฝากนักเรียน แล้วก็ผมได้พยายามขจัด ปัญหาคอร์รัปชันทั้งในระบบรีดเลือดกับครู และระบบซื้อข้าวซื้อของในกระทรวงศึกษาธิการ แล้วภายในไม่นานนี่นะครับ เราจะสร้างโครงการกระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาด โดยร่วมมือกับองค์กรทางด้านปราบคอร์รัปชันให้มันชัดเจนออกมาเลยนะครับ
อันที่ ๓ ก็รับของท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ไปครับ เรื่องรับบริจาคโดยมี วัตถุประสงค์ เห็นด้วยกับท่านครับ ผมก็ไปดูหลายโรงเรียนนะครับ โรงเรียนหลายแห่ง เช่นโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ที่จังหวัดกาญจนบุรี เติบโตมาได้ด้วยเงินบริจาคครับ มากกว่าเงินของรัฐบาล อันนี้ก็ช่วยกันทำครับ แล้วผมก็ไม่เคยเสนอบอกว่าให้บริจาคระหว่าง รับนักเรียน แล้วการบริจาคระหว่างรับนักเรียนคือคอร์รัปชัน แป๊ะเจี๊ยะคือคอร์รัปชัน พูดให้ดัง ๆ ตอนนั้นพูดแบบนักวิชาการ บอกว่าให้เปลี่ยนแป๊ะเจี๊ยะเป็นเงินบริจาค คนก็ไปเขียนเอานะครับ แป๊ะเจี๊ยะทั้งหลายทุกคนตีความในความหมายหมดแล้วเรียกว่าคอร์รัปชัน ถ้ามีแป๊ะเจี๊ยะที่ไหน เดี๋ยวมาแจ้งความจับกันเลย เอาเรื่องกันครับ แต่เงินบริจาคเป็นเวลายาว ๆ หลายโรงเรียน ที่ผู้อำนวยการเขาเก่ง ๆ รวมทั้ง ๖ โรงเรียนนี่นะครับ เขาก็ทำอย่างนี้นะครับ ได้มากกว่า เงินของรัฐบาล ก็ฝากพี่น้องประชาชนช่วยส่งเสริม เป็นเพราะว่าเงินเหล่านั้นไปสร้างท้องฟ้าจำลอง ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ไปสร้างโรงอาหารที่โรงเรียนบดินทรเดชา ไปสร้าง ห้องคอมพิวเตอร์ตั้ง ๓๐-๔๐ ห้อง ที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จังหวัดกาญจนบุรีครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจครับ
เชิญ ท่านพีระพันธุ์ต่อเลยครับ ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ผมมี ๒ ประเด็น ที่อยากจะกราบเรียน
ประเด็นแรก เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาระงบประมาณโดยรวม งบประมาณของประเทศมันมีอยู่ ๓ ด้าน คืองบประมาณรายจ่าย งบประมาณรายรับ แล้วก็ ภาระหนี้สินของประเทศที่เรียกว่าหนี้สาธารณะ ในส่วนนี้ครับเป็นปัญหาที่ผมคิดว่า จากการทำงานของผมในคณะกรรมาธิการบริหารติดตามงบประมาณ เราได้พบตัวเลขอยู่อันหนึ่ง ซึ่งน่าเป็นห่วง ก็คือตัวเลขของการปล่อยให้มีการกู้ยืมเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการปกครอง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็ฝากท่านไว้ด้วย แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย โดยตรงครับ เพราะว่าการกู้หนี้ยืมสินตรงนี้จริง ๆ แล้วต้องถือว่าเป็นหนี้สาธารณะ แต่ว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปดูแล แล้วไม่ได้ตัวเลขตรงนี้เลย เพราะฉะนั้นถ้าหาก ส่วนนี้กระทรวงการคลังกับในส่วนของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ประสานงานร่วมมือกัน ก็จะ ทำให้ปัญหาตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศผิดเพี้ยนไป และหากว่าตัวเลขตัวนี้ผิดเพี้ยนไป ก็จะมีผลต่องบประมาณหรือการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศต่อไปในอนาคตด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เพียงแต่ขอฝากท่านผู้รับผิดชอบช่วยไปประสานงานจัดการให้ความถูกต้อง ตรงนี้มันเกิดขึ้นนะครับ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ขออนุญาตเรียนท่านประธานก็คือเรื่องของปัญหาที่มีผู้ให้ ความสนใจอภิปรายกันหลายคนนะครับ ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมขอเรียน ท่านประธานในอันดับแรกครับว่าปัญหายาเสพติด ในความคิดของผมเอง มันไม่ใช่ปัญหา การเมืองครับ มันเป็นปัญหาของบ้านเมือง ซึ่งทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไขและร่วมมือกัน โดยเฉพาะพวกเราซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง เราผลัดกันเป็นรัฐบาล ผลัดกันเป็นฝ่ายค้าน ผลัดกัน เป็นรัฐบาลอยู่อย่างนี้ แต่ว่าผู้ปฎิบัติก็คือชุดเดิม คือฝ่ายข้าราชการประจำ ผมเห็นด้วย ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกไปนะครับว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลไม่มีรัฐบาลไหนครับไม่อยาก แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และผมจะยิ่งดีใจถ้ารัฐบาลต่อ ๆ มาแต่ละรัฐบาลสามารถดำเนินการแก้ไข ต่อเนื่องกันได้เป็นอย่างดี แล้วก็ทำให้ผลของการติดตามป้องกันปราบปรามยาเสพติด มันเพิ่มทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมเรียนท่านประธานครับว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การป้องกันปราบปรามแก้ไขยาเสพติดหรือการไขปัญหายาเสพติดโดยรวมของประเทศ จริง ๆ แล้วมันมี ๓ หน่วยงาน ก็คือเรื่องของการป้องกันปราบปรามและการบำบัดฟื้นฟู ในส่วนของการป้องกันปราบปราม ผมขออนุญาตเรียนครับว่าหน่วยงานหลักจริง ๆ เลย ก็คือ ป.ป.ส. ที่เป็นหน่วยงานหลักเลยนะครับ ผมไม่นับตำรวจ ซึ่งเขามีหน้าที่ในการจับการกระทำ ความผิดทุกประเภทอยู่แล้ว และหน่วยงานที่ ๒ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในวันนี้ เพราะว่ายกระดับ ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามของประเทศไปแล้วก็คือ กอ.รมน. ๒ หน่วยงานหลักจะเป็น หน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าส่วนของการเยียวยา การเยียวยาก็คือทำอย่างไรจะให้ผู้ที่ติดยาเสพติด เขาหลุดพ้นจากการเป็นผู้ติดยา เขาจะมีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบอยู่ ๒ หน่วย ก็คือ หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขที่เรียกว่าระบบสมัครใจบำบัด กับหน่วยงานของ กระทรวงยุติธรรม ก็คือกรมคุมประพฤติที่เป็นระบบที่เรียกว่าบังคับบำบัด ๒ หน่วยงาน มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ติดยาเสพติด ซึ่งผมขออนุญาตเรียนครับว่า ถ้าหากเรา มามองดูแต่เพียงว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดในแต่ละรัฐบาลจะประสบความสำเร็จมาก หรือน้อย มันอยู่ที่จำนวนงบประมาณ ผมขอเรียนว่าสำหรับผม ผมคิดว่าไม่จริงและถ้าหากว่า เป็นเช่นนั้นก็ต้องบอกครับว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ หน่วยงาน ป.ป.ส. ได้รับงบประมาณ เพิ่มขึ้นนิดเดียวเองครับ จาก ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท เป็นประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๔๘-๑๔๙ ถึง ๑๕๐ ล้านบาท ถ้าหากมองเช่นนี้ก็จะบอกได้ครับว่า งบประมาณเพิ่มขึ้นนิดเดียวแล้วมาบอกว่าจริงจัง ในส่วนของกรมคุมประพฤติที่ดูแลเรื่องของ การบำบัดรักษาก็เช่นเดียวกันครับ งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดูแลฟื้นฟู แล้วก็ประสาน กับพหุภาคีที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในโครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองเหล่านี้ ก็เพิ่มขึ้นนิดเดียว ก็อยู่ในวงเงินระดับ ๓๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะมาคิดว่า การจริงจังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอยู่ที่งบประมาณอย่างเดียวคงไม่ใช่ แต่ผมเรียนว่า การดำเนินการปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่การเอาจริงเอาจัง ของผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะทางฝ่ายการเมือง ซึ่งผมเห็นด้วยที่ผมเรียนครับว่าไม่มีรัฐบาลไหน เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการบอกว่ารัฐบาลที่แล้วสู้รัฐบาลนี้ไม่ได้ รัฐบาลนี้ ไม่จริงหรอกครับ ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าในการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน ก็ต้อง ขอบคุณครับ เพราะบางส่วนท่านทำงานต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว ต้องพูดความจริงครับ ว่าผลงานหลายส่วนที่ท่านได้ทำในวันนี้เป็นการทำจากรัฐบาลที่แล้ว เช่น เรื่องของ การป้องกันปราบปรามตามแนวชายแดน ซึ่งรัฐบาลที่แล้วก็มีโครงการ ๕ รั้วป้องกัน แล้วก็ เน้นเรื่องงานชายแดน ซึ่งท่านมาปรับปรุงให้ขยายผลดีขึ้น ตรงนี้ก็เป็นเรื่องดี แล้วก็สามารถ ทำให้ขยายการติดตามจับกุมยาเสพติดได้ ผมขอเรียนท่านประธานครับว่าในปี ๒๕๕๑ มีการจับกุมยาเสพติดประเภทยาบ้าได้ ๒๐ ล้านเม็ดโดยเฉลี่ยนะครับ อันนี้ผมเอาตัวเลข ป.ป.ส. ครับ ตัวเลขมันจากหลายหน่วยงาน แล้วก็ปี ๒๕๕๒ เพิ่มขึ้นในสมัยที่พวกผม เป็นรัฐบาลเต็มตัว จาก ๒๐ ล้านเม็ด เป็น ๒๔ ล้านเม็ด พอปี ๒๕๕๓ เพิ่มขึ้นจาก ๒๔ ล้านเม็ด เป็น ๔๘ ล้านเม็ด ๒ เท่าตัว เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนครับว่าผลงานตรงนี้คือมาจากการทำงาน ไม่ใช่เป็นเพราะงบประมาณมากหรืองบประมาณน้อย แต่เป็นเพราะการบริหารจัดการ ร่วมมือกันทุกหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องและการเอาจริงเอาจังจากภาคของรัฐบาล
ประเด็นที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานครับว่าการแก้ไขปัญหาอีกส่วนหนึ่ง ในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็คือต้องยอมรับความจริงในเรื่องของเรือนจำ ซึ่งวันนี้ เราก็ได้เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ในรัฐบาลที่แล้วเรื่องของการตัดระบบสัญญาณโทรศัพท์ที่เรือนจำเขาบิน ซึ่งวันนี้รัฐบาลนี้ก็ได้รับอานิสงส์ในการนำโครงการนี้มาสานต่อ ก็ต้องขอบคุณครับ แล้วผมคิดว่า อีกโครงการหนึ่งที่สำคัญก็คือว่าแม้เราจะทำตามแนวรั้วชายแดนอย่างไรมันก็ยังไม่ประสบ ความสำเร็จเต็มที่ มันยังมียาเสพติดที่เล็ดลอดเข้ามาในประเทศ เข้ามาชั้นในของประเทศ อยู่จำนวนมากพอสมควร แล้วก็เข้าไปในชุมชนต่าง ๆ สิ่งตรงนี้ในรัฐบาลที่แล้วเราก็ได้ ดำเนินการจัดตั้งโครงการ ๓๑๕ ขึ้นมา ซึ่งวันนี้ผมเข้าใจว่าก็ยังคงมีโครงการนี้เดินหน้าต่อ ซึ่ง ป.ป.ส. ให้การสนับสนุนอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับผมคิดว่าเป็นการทำงานสืบเนื่องกัน ทุกรัฐบาล จะมาบอกว่ารัฐบาลนี้ดีกว่ารัฐบาลที่แล้วไม่ได้ ทุกรัฐบาลต้องดีขึ้นครับ ถ้าหาก รัฐบาลไหนทำงานแย่ลงนี่ผมคิดว่าใช้ไม่ได้ แต่ที่สำคัญผมคิดว่าอยู่ที่การเอาจริงเอาจัง และไม่ใช่อยู่ที่ตัวเลขของงบประมาณมากหรือน้อย ผมก็ขอกราบเรียนในส่วนนี้ว่าการทำงาน เป็นการทำงานต่อเนื่อง และทั้งหมดนี้ผมคิดครับว่าสุดท้ายต้องบำบัด ผู้ที่ต้องไปบำบัดฟื้นฟู ก็คือว่าผู้ที่เขา ผมอยากจะเน้นเรื่องการบังคับบำบัด เรื่องของการบังคับบำบัดนี่นะครับ ทำอย่างไรจะให้ผู้ที่ถูกจับกุมในเรื่องของการติดยาเสพติดเขาหาย แต่ส่วนหนึ่งที่ผมได้เคยพบ ในส่วนนี้ ปัญหาของในส่วนนี้ก็คือเรื่องที่ว่าเมื่อเขาผ่านการบำบัดรักษาไปแล้วหรือพ้นโทษไปแล้ว ปัญหาที่สำคัญของเขาส่วนหนึ่งคือปัญหาอะไรครับ ไม่มีงานทำ ไม่มีงานทำไม่มีกิน สุดท้าย ก็ต้องกลับไปเป็นโจร สุดท้ายกลับไปติดยา ไปขายยาเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นในสมัยที่แล้ว ผมก็ได้รับความกรุณาจากท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรี จัดงบไทยเข้มแข็ง มาให้ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เราก็จัดไปไว้ที่กรมราชทัณฑ์เพื่อเอาไว้จ้างงานคนเหล่านี้ ให้เขามีโอกาสมีงานทำ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เผอิญผมได้มีโอกาสพบกับท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในการประชุม คณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ท่านก็กำลังทำโครงการนี้ สานต่อไปอีกเหมือนกัน เพื่อที่จะให้ขยายผลให้ผู้ที่ติดยาเสพติดหรือนักโทษที่พ้นโทษได้มี โอกาสมีงานทำ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมถึงเรียนท่านประธานครับว่าการที่เราจะช่วยกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดเราต้องทำงานต่อเนื่องจากทุกรัฐบาล อันไหนที่ดีขยายผลต่อ แล้วก็ ขยายผลที่สำคัญที่สุดก็คือว่าทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้มีผู้ติดยาเสพติดมากขึ้นคู่ขนาน กับการป้องกันไม่ให้มีการเอายาเสพติดไหลทะลักเข้ามา และที่สำคัญที่สุดครับ ผมก็เห็นด้วย กับการที่ต้องเอาจริงเอาจังกับผู้ต้องโทษที่กระทำความผิดอย่างร้ายแรง แล้วก็รอ การดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้น ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านพีระพันธุ์มากครับ เป็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ครับ เชิญท่านคุณหมอวรงค์ครับ ๑๒ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าเพิ่งจับเวลานะครับ ผมมีขอนัดแนะอยู่ ๒ กรณีครับ
กรณีแรก ขอนัดแนะกับทีมหน่วยโสตทัศนูปกรณ์ครับ เพราะว่าผมเอาคลิป ให้หน่วยโสตทัศนูปกรณ์ไว้ ๖ คลิป ถ้าเขาเตรียมไม่ทันผมเกรงว่าเดี๋ยวจะทำให้การอภิปราย ขอย้ำหน่วยโสตทัศนูปกรณ์ว่าขณะนี้ผมพร้อมนะครับ
แล้วกรณีที่ ๒ ผมพยายามจะควบคุมให้อยู่ในเวลา ๑๒ นาที แต่ถ้ามัน เกินเลยไปบ้างก็ขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะเป็นคนสุดท้ายของวันนี้ และอีกอย่างหนึ่ง คือเรื่องนี้เป็นเรื่องประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาครับ ก็เรียนกับท่านประธานได้ทราบครับ
ผมว่าอย่างนี้ครับ ท่านคุณหมอ ในเมื่อขอผมผมก็ขอคืนบ้างนะครับ อาจจะนอกประเด็นบ้างไม่เป็นอะไร แต่อย่าไปกระทบคนอื่นให้เสียหาย ขอความกรุณา ไม่อย่างนั้นจะมีคนประท้วง แต่ถ้าใช้เวลา ในช่วง ๑๒ นาที แล้วขอในฐานะเป็นคนสุดท้าย อาจจะมีเลยเถิดนอกประเด็นไปหน่อย ก็ไม่เป็นอะไร เอาอย่างนั้นนะครับ เชิญครับ ๑๒ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ทางรัฐบาลได้เสนอ ของบประมาณกับสภาแห่งนี้ ๒.๔ ล้านล้านบาท จริง ๆ แล้วในช่วงที่ท่านมาเป็นรัฐบาล ถ้าฝีมือในการบริหารจัดการเป็นที่พออกพอใจ ผมก็เชื่อว่าพวกเราก็ไม่ติดใจอะไรมาก โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว โครงการจำนำมันสำปะหลัง ถ้าพี่น้องเกษตรกรได้เงิน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยหาเสียงไว้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ผมโอเคครับ ชาวนา ได้สตางค์เยอะ ๆ ทุกคนพอใจครับ ผมว่าเพื่อน ส.ส. รัฐบาลทุกพรรคพอใจหมด แต่ปัญหา คือ ๑๕,๐๐๐ บาทนั้นได้จริงหรือไม่ครับ ขออนุญาตเปิดคลิปที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนำเสนอนี้ คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมต้องการที่จะสะท้อนให้กับ ขอภาพไปเรื่อย ๆ นะครับ ผมก็จะ พูดไปเรื่อย ๆ ครับ คือต้องการจะสะท้อนว่าที่รัฐบาลบอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียนนั้น จริงหรือครับ วันนี้รัฐบาลเวลาพูดกี่ครั้งก็บอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน เวลาไปพบ พี่น้องเกษตรกรที่ภาคอีสาน ข้าวหอมมะลิก็บอก ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียน วันนี้ผมจึง ถามดัง ๆ ว่า ๑๕,๐๐๐ บาทจริงหรือ นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ บางคนได้ ๘,๐๐๐ บาท ชัดเจนครับ ๘,๕๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท แม้แต่เกษตรกรบางคนได้ ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท คนเหล่านี้ถูกโกงหมดท่านประธาน เพราะว่าเวลาออกเอกสารใบประทวน โดยเจ้าหน้าที่รัฐเขาออกในราคาเต็มที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าเกษตรกรได้ราคา ๘,๐๐๐ บาทต่อเกวียน เขาอาจจะออกเอกสารหักความชื้นแล้วได้ ๑๓,๐๐๐ บาท ถูกโกงไป ๕,๐๐๐ บาท บางคน อาจจะได้ ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเกวียนครับ แต่ราคาจริง ๆ เขาควรจะได้ ๑๔,๐๐๐ บาท ผมจึงกล้าพูดว่านโยบายนี้ชาวนาถูกโกงทั้งแผ่นดิน และคำถามถามว่าเหตุผลอะไรที่ชาวนา ถูกโกง ผมรวบรวมแล้วว่าชาวนาถูกโกงใน ๕ กรณีครับ ๑. ถูกโกงความชื้น ๒. ถูกโกงน้ำหนัก ๓. ถูกโกงสิ่งเจือปน ๔. ถูกโกงแบบไม่ให้เข้าร่วมจำนำ และ ๕. ถูกโกงช่วงระยะเวลา ในการจ่ายสตางค์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อันนี้คือรูปแบบการโกงความชื้นที่ยาก ในการที่จะจับ ผมอุตส่าห์ลงพื้นที่ไปพบพี่น้องเกษตรกร ผมไปวัดความชื้นให้ชาวนา ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าเอาข้าวส่งโรงสีของรัฐบาลครับ ได้ความชื้น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ถูกโกงความชื้นไป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ความชื้น ๑ เปอร์เซ็นต์ประมาณ ๑๕ กิโลกรัม ถ้าเป็นข้าวทั่วไป ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ตีเป็นมูลค่า ๒๒๒ บาท ถ้าเป็นข้าวหอมจังหวัด ๑ เปอร์เซ็นต์ ๒๕๘ บาท
คุณหมอครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ เมื่อครู่ผมได้คุยกัน ตกลงกันแล้วต่างคนต่างขออาจจะนอกประเด็นบ้าง ไม่เป็นอะไร แต่อย่าไปพาดพิงทำให้คนอื่นเสียหาย ทีนี้ท่านสุดท้ายแล้วครับ ก็คง อย่าประท้วงเลยครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็คงต้องชี้แจงเหมือนกัน
ท่านประธานครับ จะขออย่างไรก็ได้ครับ แต่ว่านอกประเด็นนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ อันนี้คือโครงการ จำนำของรัฐบาลครับ ผมกำลังจะอนุมัติเงิน ๒.๔ ล้านล้านบาท ผมกำลังจะเอาประเด็น ที่มันเป็นปัญหาว่างวดต่อไปเวลาท่านไปทำท่านต้องมาตามประเด็นเหล่านี้ อันนี้คือ ข้อเท็จจริงตามเชิงเอกสารครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ นอกประเด็น ผมคิดว่า คุณหมอน่าจะรวบรวมหลักฐานเอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจดีกว่า มันผิดเวทีครับ ท่านประธานครับ ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณหมอครับ ถ้าลักษณะอย่างนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากคุณหมอนะครับ คงต้องอภิปรายโดยหลัก อิงเรื่องของงบประมาณนะครับ อาจจะมีนอกประเด็นบ้างเล็กน้อยก็คงไม่เป็นอะไร แต่อย่า ลงลึกไปถึงเหมือนกับอภิปรายไม่ไว้วางใจในเมื่อมีผู้ประท้วงแล้วก็คงต้องอย่างนี้ครับ ขอความร่วมมือ ท่านต้องอภิปรายโดยอิงเรื่องของงบประมาณนะครับ
ท่านประธานครับ นี่คือการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินครับ ผมกำลังจะสะท้อนให้รัฐบาลได้รับรู้ว่าต่อไปนี้รัฐบาลต้องตาม เรื่องเหล่านี้ เวลาท่านเอาเงินไปทำโครงการจำนำท่านต้องตามเรื่องเหล่านี้
ผมเข้าใจครับ
แล้วผมกำลังจะบอกท่านประธานครับ นิดเดียวครับท่านประธาน ผมแยกแยะข้อมูลระหว่างอภิปรายงบประมาณกับไม่ไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจหนักกว่านี้เยอะครับท่านประธาน พูดจริง ๆ จากใจเลยครับ อันนี้ผมถือว่า เป็นข้อมูลพื้น ๆ ที่ให้รัฐบาลเอาไปเป็น
ไม่เป็นอะไรครับ ผมให้แนวทางคุณหมอ คุณหมอก็เอาตามแนวนี้ก็แล้วกัน เชิญครับ
ผมอยากให้รัฐบาลเอาสิ่งเหล่านี้ ไปปฏิบัติ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการโกงความชื้น ผมจำได้ว่า ลำพังความชื้นถ้าพวกผมไปนั่งวัดให้ชาวนาทั้งประเทศเป็นล้าน ๆ ครัวเรือน มันทำไม่ได้ วันนี้ พวกท่านได้ประโยชน์ไปแล้ว แต่เอามาชี้ให้เห็นว่ามันมีการโกงเกิดขึ้นจริง แต่ท่านจำได้ไหม วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการจำนำข้าว ผมบอกเพื่อน ฝ่ายรัฐบาลด้วยจะได้ไปช่วยกันดูแล คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการจำนำข้าวเคยมีมติไว้ว่า ถ้าความชื้นของพี่น้องชาวนาเกินเท่าไรก็แล้วแต่ให้คิดได้แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ย้ำนะครับ เราจะได้ไปช่วยกันดู เครื่องวัดความชื้นทั่วไปวัดได้ไม่เกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ใครใส่ตัวเลข ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ๓๘ เปอร์เซ็นต์นั้นมั่วหมด แต่ตัวเลขของคณะกรรมการ กำกับโครงการจำนำข้าวประกาศไว้ชัดเจนว่าความชื้นที่เกินขึ้นไปให้คิดแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือนโยบายของคณะกรรมการฯ แต่ถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐ อคส. อ.ต.ก. กระทรวงพาณิชย์ ทำอะไรอยู่ ดูคลิปที่ ๒ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมขออนุญาต นี่คือการโกงความชื้นที่ ๓๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ขอเอารูปผู้หญิง ขออนุญาตเอาไปซ้ายได้ไหมครับ เพราะว่าผมจะ เปรียบเทียบนะครับ ขอเสียงต่อด้วยครับ อันนี้คือความชื้นที่ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมคำนวณ ตัวเลขที่ชาวนาถูกโกงแต่ละราย รายนี้ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ถูกโกงไป ๒๖,๐๐๐ บาท เปิดไปเรื่อย ๆ ครับ รายนี้โกงไปแสนกว่าบาทนะครับ รายนี้โกงไป ๑๔,๐๐๐ บาท ความชื้น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ รายนี้ถูกโกงไป ๕๙,๐๐๐ บาท ความชื้น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ รายนี้ถูกโกงไป ๔๘,๐๐๐ บาท ความชื้นที่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ทำไมนโยบายจำนำจึงปล่อยให้มีการโกงชาวนาครับ คำถามถามว่า ท่านกำลังทำอะไรอยู่ครับ อันนี้คือการโกงแบบนี้พื้นมาก ๆ ครับท่านประธาน ในเมื่อมติของ คณะกรรมการของรัฐบาลกำหนดไว้ชัดเจนว่าการคิดความชื้นกับชาวนาทั้งแผ่นดินให้คิดได้ ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หน่วยงานรัฐ เอกสารเมื่อครู่เป็นเอกสารของหน่วยงานราชการ คือ อคส. แล้วก็ อ.ต.ก. ยอมปล่อยให้มีการลงว่าคิดความชื้นชาวนา ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ผมถึงกล้าพูดอย่างเต็มปากว่า นี่คือการโกงชาวนาเป็นหมื่นล้านบาท ผมอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลต้องไปติดตามเรื่องเหล่านี้
ต่อไปท่านดูรูปแบบในการโกงรูปแบบต่อไป คือการโกงน้ำหนักครับ ขออนุญาตเปิดพาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ให้พวกเราพี่น้องประชาชนที่อยู่ ทางบ้าน น้ำหนักเอาข้าวเข้าโรงสีครั้งนี้ ๓,๘๐๗ กิโลกรัม ภาพต่อไปครับ รถคันที่ ๒ เอาข้าวเข้า น้ำหนักได้ ๕,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านนำเสนอนอกประเด็น แล้วหลักฐานต่าง ๆ ที่ท่านนำมาเสนอ ขอให้ส่งท่านประธานตรวจสอบ แล้วขอให้ท่าน ส่งหลักฐานว่าโรงสีอะไรที่โกง ที่ไหน เวลาเท่าไร ถ้ามีการโกงอย่างที่ท่านพูด วันนี้จะต้อง ดำเนินการอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย แต่ถ้าท่านไม่สามารถชี้แจงที่มาของเอกสารได้ ผมถือว่า ท่านกล่าวเท็จในสภา ขอให้ประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
คุณหมอครับ ก็คงต้องขอเอกสารรายละเอียดเมื่อครู่นี้ได้นำส่งด้วยนะครับ ท่านบุญยอด อย่าประท้วงเลยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมต้องประท้วง ต่อคำวินิจฉัยของท่าน แล้วก็รวมทั้งการที่สมาชิกลุกขึ้นประท้วงว่านอกประเด็น เรื่องนี้อยู่ใน มาตรา ๓๐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีงบประมาณแผนงานเสริมสร้าง เสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรอยู่ ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรื่องนี้อยู่ในประเด็น เรื่องนี้ ไม่ได้นอกประเด็น เพราะฉะนั้นท่านต้องใจกว้างหน่อยว่าสิ่งที่ของบประมาณตั้งแต่ปีที่แล้ว จนกระทั่งมาของบประมาณปีนี้ คุณหมอวรงค์กำลังพูดอยู่ในประเด็นนี้ครับ
ผมไม่ได้วินิจฉัย ว่าท่านนอกประเด็น เพียงแต่บางครั้งอาจจะเลยเถิดไปถึงเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต้องตีเส้นตรงนี้ไว้นิด คุณหมอครับ
(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๔๓ นอกประเด็นชัดเจน หลักฐานที่ท่านนำมานั้นถ้ารู้ว่าโกง ทำไมไม่ไปแจ้งตำรวจ วันนี้อภิปรายงบประมาณ บ้านผมไม่ได้ถูกโกงนะครับ ชอบใจ จำนำข้าวครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยว่าถ้าหากมีหลักฐานชัด ไปแจ้งตำรวจจับครับ ไม่ต้องมาอภิปรายในสภาครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ต่อคำวินิจฉัยของท่านประธานเมื่อสักครู่ที่พยายามบอกว่าการอภิปรายของคุณหมอวรงค์ ที่กำลังจะทำความจริงให้ปรากฏว่ารัฐบาลใส่ใจต่อพี่น้องชาวนา ใส่ใจต่อพี่น้องคนจน มากน้อยเพียงใด ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยบอกว่ามันคาบเกี่ยวกันระหว่างการอภิปราย ไม่ไว้วางใจกับการทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของงบประมาณแผ่นดินมีความสำคัญยิ่ง เรากำลังจะบอกพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าภาษีแต่ละบาท แต่ละสตางค์ที่เขาจ่ายมา ที่เขาชำระมา เราจำเป็นจะต้องพิทักษ์รักษา จำเป็นจะต้องดูแล ท่านประธานจะเอาเส้นแบ่งอะไร มาแบ่งระหว่างการอภิปรายงบประมาณกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอความกระจ่างตรงนี้ เพื่อที่จะเป็นบรรทัดฐานให้กับพวกเราในการทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนด้วยครับท่านประธาน
ในเมื่อถาม ก็จะชี้แจงนะครับ ประเด็นเส้นแบ่งระหว่างอภิปรายงบประมาณกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการกล่าวหา ต้องกล่าวหา ไม่ให้กล่าวหา ไม่ได้ นี่คือการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ท่านฟังให้จบก่อนครับ แต่การกล่าวหาจะกล่าวลอย ๆ ไม่ได้ ถ้ากล่าวลอย ๆ ก็อาจจะเป็นการใส่ร้ายผิดข้อบังคับ เพราะฉะนั้นการกล่าวหาจะต้องมีเหตุผลประกอบ นั่นคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนการอภิปรายงบประมาณเป็นการอภิปรายเรื่องที่รัฐบาล ตั้งงบประมาณในเรื่องนั้น ๆ เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อย่างไร คงไม่เลยเถิดไปถึงกล่าวหา เพราะฉะนั้นเส้นแบ่งมันชัดเจน แต่พยายาม ผมเห็นคุณหมออภิปรายเป็นคนสุดท้าย ผมเอาใจช่วยอยู่แล้วครับ ผมพยายาม แต่ทีนี้มีผู้ประท้วงผมก็ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ แต่ขอความกรุณาครับ บรรยากาศมันดีอยู่แล้วเหลือเวลา ๔ นาทีเศษ ๆ ผมอยากปล่อย ให้คุณหมอได้อภิปรายไปตามที่ แต่อย่าให้มันเลยเถิดไปหน่อยเท่านั้นเองนะครับคุณหมอ ขอความร่วมมือเถอะครับ ผมว่าให้คุณหมอต่อเลยดีกว่ากระมังครับ ให้คุณหมอต่อเลยดีกว่า กระมังครับ ท่านศุภชัยผมว่ามันสมควรแล้วกระมัง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อความชัดเจน ในการทำหน้าที่ของตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมเคารพต่อคำวินิจฉัยของท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเฝ้าฟังคุณหมอทำหน้าที่นี้ด้วยความเคารพในการทำหน้าที่ของท่าน ท่านพยายามบอกกับพวกเราบอกว่ารัฐบาลใช้จ่ายเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปตาม โครงการนี้แล้วมีข้อบกพร่องอย่างไร ถ้าข้อบกพร่องที่กำลังชี้แจงอยู่ในขณะนี้ท่านประธาน จะวินิจฉัยบอกว่า นั่นคือการก้าวล่วงเข้าไปในลักษณะของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าความเห็นของท่านประธานก็ดี คำวินิจฉัย ของท่านประธานอาจจะตรงกันข้ามอย่างที่ผมคิดครับ
อย่างนี้ครับ ผมพยายามที่จะเอาใจช่วยคุณหมออยู่แล้ว เรียนหลายครั้งแล้วนะครับท่านเป็นคนสุดท้าย แล้วเราก็ตกลงกันแล้วด้วย เอาว่าถ้ามีการโกงจริง ๆ ก็บอกว่าใครโกง โรงสีไหนอะไร แล้วก็ ส่งเอกสารหลักฐานมา แต่อย่าไปกล่าวหาว่ารัฐบาลโกงเท่านั้นครับ ถ้าไปกล่าวหาว่ารัฐบาลโกง มันเหมือนไปใส่ร้ายเขา ก็จะมีผู้ประท้วงมันก็ทำให้บรรยากาศมันเสียหาย
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลโกงครับ
ผมไม่ได้ว่า คุณหมอ ผมให้เป็นแนวทางครับ
ผมขออนุญาตเรียนให้ท่านทราบนะว่า ผมกำลังบอกว่าโครงการนี้มันมีการโกงเกิดขึ้นพวกเราช่วย ๆ กันหน่อยไหม ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล
ครับคุณหมอ ผมไม่ได้ว่าคุณหมออย่างนั้นนะครับ ผมให้เป็นแนวทาง ผมว่าคุณหมออภิปรายต่อดีกว่าครับ
ผมกำลังเรียกร้องเพื่อน ส.ส. ซีกรัฐบาลช่วยกันครับ
เชิญครับ เหลือ เวลา ๔ นาทีเศษท่านใช้เวลาตรงนี้
เราช่วยกันดูแลประโยชน์ชาวนา เสียหน่อยครับ อันนี้เป็นประโยชน์ชาวนา ผมไม่ได้ทำนา ไม่ได้เป็นลูกชาวนาแต่เห็นใจชาวนา
เชิญต่อครับ
ผมจะชี้ให้เห็นว่าถ้าอีสานไม่มีการโกง เรื่องพี่น้องเกษตรกรชาวนา ขอคลิปต่อไปครับเป็นภาพพาวเวอร์พอยท์ ภาพนี้ผมเห็นใจ พี่น้องอีสานมากครับ ภาพนี้เป็นภาพที่เกิดจาก ขออนุญาตครับ เมื่อครู่ผมเอาน้ำหนัก กำลังเปรียบเทียบให้เห็น ๙,๔๐๐ กิโลกรัม โชว์ไป ๒ ภาพ ๙,๔๐๐ กิโลกรัม ขอภาพต่อไป เลยครับ แล้วจะชี้ให้เห็นว่าขณะนี้ถูกโกงไป ๒,๓๑๖ กิโลกรัม ซึ่งเป็นการโกงน้ำหนัก มันเห็นชัด ๆ มันเป็นสมการคณิตศาสตร์ธรรมดา เข้าตาชั่ง ๒ ครั้ง ๙,๔๐๐ กว่ากิโลกรัม แต่เวลาหน่วยงาน อันนี้ อ.ต.ก. ออกใบประทวน ๒,๓๑๖ กิโลกรัมที่หายไป คือน้ำหนักตั้งต้น ๗,๑๐๐ กิโลกรัม ท่านจะว่าไม่โกงช่วยไม่ได้ครับ ผมขอภาพต่อไปเลยครับ เป็นคลิปต่อไป
ต่อไปเป็นรูปแบบของการโกงที่อีสาน เป็นการโกงในสิ่งที่เรียกว่าการโกง สิ่งเจือปน เพราะแต่ละพื้นที่ลีลาในการโกงต่างกันครับ บางที่โกงความชื้น บางที่โกงน้ำหนัก บางที่โกงสิ่งเจือปน ผมขอเรียกร้องพี่น้องเพื่อน ส.ส. ภาคอีสานช่วยกันหน่อยนะครับ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่พื้นที่ภาคอีสาน ไม่โกงความชื้น ไม่โกงน้ำหนัก แต่โกงสิ่งเจือปน เฉพาะรายนี้น้ำหนักชั่งมาแล้วโกงสิ่งเจือปน ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ ให้คิดไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าข้าวมีสิ่งเจือปน ๒๑ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกเอาแกลบมาปนแล้ว แค่นั้นไม่พอนะครับ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ขอภาพต่อไปครับ รายนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่เรียกว่า โกงสิ่งเจือปน เมื่อผมหารจากน้ำหนัก ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คือ ๓ เกวียนกว่า ราคา ๒๗,๐๐๐ กว่าบาท ก็ได้ประมาณเกวียนละ ๙,๐๐๐ บาท ตันละประมาณ ๙,๐๐๐ บาท นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ภาคอีสานครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียกร้องรัฐบาลว่า มันเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นจริงที่ชาวนาไม่ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทตามที่รัฐบาลประกาศไว้
นอกจากนั้นแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ผมบอกก็คือชาวนาบางคนไปโรงสีไม่ได้จำนำครับ อันนี้คือเอกสารจดหมายที่เขาร้องเรียนมาจากภาคใต้ วันนี้ผมดีใจมาก ผมเป็นตัวแทน ของพี่น้องชาวนาทั้งแผ่นดิน ภาคเหนือ ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ รูปแบบการโกง ที่ภาคใต้คือการไม่ให้จำนำครับ บอกนี่คือข้าวพันธุ์กาบดำ ผมถามไปทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เขาบอกว่าเราไม่ได้บังคับพันธุ์ข้าว เราดูเปอร์เซ็นต์ข้าวว่าเป็นข้าวเกรด ๑ เกรด ๒ เกรด ๓ เกรด ๔ เกรด ๕ ได้รับจำนำทุกเม็ด แต่รายนี้เขาบอกว่าเขาได้ราคา ๘,๒๐๐ บาท ถ้าท่านต้องการสำเนาผมจะถ่ายให้ท่านครับ
และสุดท้ายของการโกงก็คือ คณะกรรมการมีมติว่าเมื่อเอาข้าวเข้าโรงสี ของรัฐบาล ๓ วันได้ใบประทวน เมื่อได้ใบประทวนเอาใบประทวนส่ง ธ.ก.ส. ๓ วันได้เงิน คือ ๖ วันต้องได้เงิน เมื่อเช้านี้ผมยังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องจากจังหวัดปทุมธานี จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบอกว่า ๒ เดือนกว่ายังไม่ได้เงินครับ แล้วผมกล้าพูดดัง ๆ ครับ ท่านประธาน พี่น้องเกษตรกร ๒ เดือนกว่ายังไม่ได้เงินขณะนี้เยอะมาก ซึ่งพวกเรา ต้องช่วยกันนะครับ
ท่านนิยม อย่าประท้วงเลยกระมังครับ ผมว่าอย่าประท้วงเลยเดี๋ยวก็จบแล้วเหลือเวลานาทีเศษ
ท่านประธานครับ มันยังมีประเด็น นอกจากที่ผมกล่าวมาว่ามีการโกงชาวนาแล้ว
ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยครับกับที่คุณหมอ อภิปรายเรื่องของการทุจริตการคอร์รัปชันของโรงสีนะครับ แต่ผมอยากจะทราบรายละเอียดครับ ว่าโรงสีที่ไหน จังหวัดอะไร สถานที่ตั้งที่ไหน เพราะโรงสีเขาไม่มีโอกาสมาชี้แจงครับ มันพากันเสียหมดนะครับ ตรงนี้ล่ะครับเป็นสิ่งสำคัญที่ผมเรียนถามท่านประธาน ขอเอกสารเถอะครับ
ท่านนิยมครับ เมื่อสักครู่ผมได้กำชับครับ
ท่านประธานก็ตัดสินไปแล้วครับ ท่านประธาน นี่โรงสีเขาไม่มีโอกาสชี้แจงมันเสียกันหมดเลยครับ
เข้าใจครับ ก็ขอเอกสารกับคุณหมอไว้แล้วนะครับ คุณหมอก็ช่วยส่งด้วยนะครับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมเตรียม เอกสารให้ครบทุกรายการเลยครับท่านประธาน แล้วผมกล้าพูดดัง ๆ ว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทยผมไปมาหลายพื้นที่มาก ผมเจอเอกสารหมดครับท่านประธาน ถ้าให้ผมพูด เรื่องข้าว ๓ วัน ๓ คืน ถ้าเอาเอกสารมาแฉกันเนื่องจากว่าชาวนาเป็นล้าน ๆ ครัวเรือน แต่เราก็ย่อมาเฉพาะพื้นที่แต่ละภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ให้เห็นภาพว่าขณะนี้ มันกระจายไปทั้งแผ่นดิน นอกจากชาวนาถูกโกง ท่านประธานครับ โรงสียังร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็น อคส. หรือ อตก. ครับ โกงหลวงก็มีครับท่านประธาน รูปแบบการโกงหลวง ผมขออนุญาตเปิดคลิปต่อไปครับท่านประธาน ขอคลิปต่อไปเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับผมขออนุญาต มาอธิบายให้เห็นภาพว่า นี่คือภาพของกระสอบเก่าครับท่านประธาน โครงการจำนำ ของรัฐบาลได้กำหนดไว้ว่า
คุณหมอครับ คุณหมอสัญญาจะใช้เวลาไม่เกิน หมดเวลาแล้วนะครับ ผมให้ ๑ นาที
ผมขออนุญาตท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ผมขอท่านสัก ๓ นาทีจะได้สรุปจบทีเดียวเลยครับท่านประธาน ๓ นาทีแล้วจบเลยครับ
ท่านสัญญาไว้เอง ท่านพูดเองนะครับ ผมว่าสัก ๑ นาทีท่านช่วยสรุปเลยครับ
ผมขออนุญาตครับท่านประธาน ผมกำลังชี้ให้เห็นสั้น ๆ ว่านี่คือกระสอบเก่าที่กลับออกมาแล้วครับท่านประธาน นี่ครับ ท่านประธาน รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้คิดค่ากระสอบ ๕๐ บาท แต่ถ้า ใช้กระสอบเก่าเหลือ ๒๐ กว่าบาทครับท่านประธาน แล้วผมท้าเลยว่าแทบจะทุกไซโล (Silo) ของรัฐบาลมีกระสอบเก่าอยู่ข้างใน แล้วเอากระสอบใหม่ล้อมรอบข้าวกระสอบเก่าไว้ ผมไม่แน่ใจว่าหน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลยอย่างนี้ได้อย่างไรครับ และสุดท้ายจริง ๆ ครับ ท่านประธานขออนุญาตคลิปสุดท้ายเพราะว่าเห็นแล้วไม่สบายใจมีการโกงเอาข้าวโครงการจำนำ ไปขายอีกจังหวัดหนึ่งครับ ขออนุญาตเอาให้กับพวกเราได้รับทราบครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
สังเกตทะเบียนรถนะครับ เพราะว่า เราให้คนตามดูทะเบียนรถ อันนี้เป็นเหตุการณ์เกิดที่จังหวัดสุโขทัยครับไปที่จังหวัดพิจิตรครับ
คุณหมอ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ จริง ๆ แล้วเรื่องโครงการ รับจำนำข้าวที่คุณหมอวรงค์ลุกขึ้นอภิปรายทุกครั้ง และทุกครั้งที่มีโอกาสได้อภิปรายจะพูด แต่เรื่องการจำนำข้าว ผมก็เห็นด้วยถ้าพี่น้องประชาชนถูกโกงอย่างที่คุณหมอกล่าวหา แต่สิ่งที่ผมต้องการเหมือนเมื่อครู่นี้ ไปถึงโรงสี ทำไมไม่ถ่ายชื่อโรงสีมาด้วย ข้างรถมันต้องมีชื่อ เจ้าของโรงสีอีกด้วย ผมอยากเห็นว่าคุณตั้งใจว่าเป็นตัวแทนของชาวนาจริง ๆ เอาคนผิด มาลงโทษเถอะ ผมเอาด้วยนะครับ ไม่ใช่ผมไม่เอาด้วย ถ้ามันโกงชาวนาจริง ๆ ผมก็จะเอาด้วย เหมือนกัน แต่นี่มากล่าวลอย ๆ
ตอนนี้เขาประท้วงหรือว่าทำอะไรอยู่ครับ ท่านประธานครับ ทำไมท่านประธานถึงปล่อยล่ะครับท่านประธาน
จ่าประสิทธิ์ครับ ผมว่าเมื่อครู่นี้ได้คุยกันแล้วครับ ท่านจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งให้ รายชื่อโรงสี อะไรต่าง ๆ นะครับ
ได้แค่พูด
ไม่เป็นอะไรครับ ผมว่าให้ท่านต่อจะจบแล้ว
ในฐานะที่เป็นตัวแทน
จ่าประสิทธิ์ครับ ผมว่าสมควรครับ พอเถอะครับ
ท่านประธานครับ พี่น้องชาวนา จำหน้าคนพวกนี้ไว้นะครับ พี่น้องชาวนาที่รักครับ
เชิญครับ
ผมกำลังทำหน้าที่ปกป้องประโยชน์ ของพี่น้องชาวนาคนที่ถือว่าจนที่สุดในแผ่นดินครับ แต่ปรากฏว่าถูกประท้วงจากเพื่อน ส.ส.
คุณหมอครับ เขาก็ประท้วงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวไร่ชาวนาเหมือนกันครับ ผมว่าต่อเลย ดีกว่าครับ ท่านประสิทธิ์สมควรครับ พอเถอะครับ คุณหมอต่อเลยครับ ใช้เวลาไป ๗ นาที แล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ด้วยเกียรติศักดิ์ศรีของคนที่ชื่อว่า หมอวรงค์ครับท่านประธาน ถ้าสิ่งที่ผมเอามาพูดในที่นี้เป็นสิ่งที่
คุณหมอครับ ผมว่าเข้าประเด็นท่านหมดเวลาแล้วนะครับ
ผมกำลังจะยืนยันกับท่านประธานนะครับ ว่าทุกอย่างเป็นข้อมูลที่จริงหมดครับท่านประธาน แล้วถ้าท่านพิสูจน์ว่าเป็นของปลอม ผมประกาศเลยครับว่าท่านทำเรื่องปลดผมได้ทันทีครับ ถ้าคลิปทุกอย่าง เอกสารทุกอย่าง เป็นของปลอม เอกสารที่เห็นอยู่นี้เป็นของปลอม ผมพร้อมยินดีลาออก
ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวท่านรวบรวมไว้ให้ผม ท่านต่อของท่านเลยครับนาทีเศษแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ นำเสนอนี้คือการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณของแผ่นดินครับ เพราะว่าผมเกรงว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท จ่ายไป ถึงชาวนาประมาณ ๑๙,๐๐๐ บาท อีก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทมันหายไปไหน ผมเกรงว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชาวนามีความรู้สึกว่า ถูกหลอกครับ ถูกหลอกจากรัฐบาล แล้วอยากจะฝากไปยังท่านผู้รับผิดชอบ ๒ ท่านครับ ผมยกเว้นท่านนายกรัฐมนตรีไว้ครับ เพราะผมเห็นใจท่าน เพราะลำพังการแยกแยะ จังหวัดหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ท่านไม่เข้าใจ อันนี้ผมยกเว้นท่านไปเลยครับ แต่ฝากไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์กับท่านรัฐมนตรีบุญทรงครับ ท่านกิตติรัตน์เคยพูดไว้ว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะว่าพี่น้องชาวนา เวลาลงทะเบียนโกง แต่โครงการนี้ครับ โครงการจำนำที่ท่านสนับสนุนทำให้โรงสีร่วมกับ เจ้าหน้าที่รัฐโกงชาวนาและโกงรัฐบาล และขณะเดียวกันท่านบุญทรง เตริยาภิรมย์ ผมเคย ตั้งกระทู้ถามท่านหลายครั้ง ท่านก็ตอบผมแบบไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วบอกว่า ขณะนี้
ท่านสรุปเถอะครับ สรุปได้แล้วครับ
ผมกำลังสรุปให้ท่านประธาน
ไม่อย่างนั้น ผมให้หยุดพูดนะครับ
ภายในแป๊บเดียวนะครับ ตอนนี้ เป็นการพูดเพื่อจะจบ เพื่อจะลงแล้วครับท่านประธาน กำลังจะบอกไปยังท่านกิตติรัตน์ และท่านรัฐมนตรีบุญทรงว่าผมถือว่า ๒ ท่านนี้ตัวช้าจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะว่า ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวนาได้ และผมย้ำนะครับว่าผมถือว่ารัฐบาล ทำโครงการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ เรียกร้องให้พี่น้องชาวนาต้องลงโทษครับ ลงโทษรัฐบาลชุดนี้ และอยากจะย้ำนะครับว่าขณะนี้ผมอภิปรายใช้งบประมาณแค่ถลอกเฉย ๆ ถ้าเจออภิปราย ไม่ไว้วางใจนะ ท่านต้องเตรียมรถพยาบาลไว้ด้วย ผมยืนยันครับ ขอบคุณครับ
สมควรครับ จ่าประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ การที่จะมาพูด แล้วมาข่มขู่รัฐบาล ผมว่าอย่าดีแต่พูดนะครับ เอาให้จริงเถอะ รัฐบาลรออยู่นะครับ ขอบคุณครับ
รัฐบาลจะชี้แจง หน่อยไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระผมจะขออนุญาตได้เรียนชี้แจง ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเห็นความสำคัญและหยิบยกขึ้นมาอภิปรายเฉพาะเพียง ในบางประเด็นที่เป็นสาระหลักสำคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นะครับ
ประเด็นแรก เรื่องที่ได้มีสมาชิกบางท่านกังวลว่าการดำเนินการตาม งบประมาณฉบับนี้ซึ่งเป็นลักษณะงบประมาณขาดดุล ยอดรวม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อรวมกับภารกิจอื่นซึ่งรัฐบาลนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่งบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ รวมทั้งการออกพระราชกำหนดที่ได้อนุญาตให้มีการกู้เงินอีก ๒ พระราชกำหนด จำนวนรวม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นนะครับ ว่าจะเป็นเรื่องของการก่อหนี้ที่มีจำนวนมากเกินไป ผมขออนุญาตเรียนสรุปดังนี้ครับ
งบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกำหนด การลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การจัดตั้ง กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณประจำปี ๒๕๕๖ รวมกัน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดทุกรายการรวมกัน ๑.๑ ล้านล้านบาท ในยอดรวมดังกล่าว ยังน้อยกว่าที่รัฐบาลได้ดำเนินการให้มีการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูที่ได้ออกเป็นพระราชกำหนด และมีการจัดการจนกระทั่งหนี้ดังกล่าว จำนวน ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ไม่เป็นภาระ ต่องบประมาณแผ่นดินอีกต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นถึงขนาดใช้งบประมาณขาดดุล ๒ ปีซ้อน บวกกับการออกพระราชกำหนดที่ต้องบริหารจัดการระบบน้ำ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ยังเป็นยอดที่น้อยกว่าที่รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการ จัดการหนี้จนเป็นที่เรียบร้อยและไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านไปยังท่านประธานสภานะครับว่า ท่านไม่ต้อง กังวลในเรื่องของระดับหนี้โดยรวมแต่อย่างใด
ประการที่ ๒ เรื่องของเงินเฟ้อ ผมได้กราบเรียนชี้แจงในหลายโอกาสว่า สินค้าก็มีราคาแพงขึ้นบ้างในหลายรายการ สินค้าที่มีราคาคงเดิมก็มีหลายรายการ สินค้าที่มี รายการราคาลดลงก็มีหลายรายการ ทั้งหมดรวมกัน คำนวณกันโดยใช้ตัวเลขเงินเฟ้อ ซึ่งคำนวณโดยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับและหลายหน่วยงานก็เป็นที่เป็นที่ทราบดีว่า มีการบริหารงานที่มีความเป็นอิสระจากการกำกับของรัฐบาลโดยตรง อัตราเงินเฟ้อต่าง ๆ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้และเป็นที่น่าพอใจ ในขณะที่ราคาพลังงานทะยานตัวขึ้นไป จนท่านสมาชิกบางท่านได้หยิบยกว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เคยมีความตั้งใจที่จะดึงราคา น้ำมันลง แต่ปรากฏว่าราคาขายปลีกกลับสูงขึ้น ก็ขออนุญาตเรียนว่าการดำเนินการดึงราคา น้ำมันลงนี่นะครับ ที่ทำให้ระดับราคาพลังงานขายปลีกสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ และบัดนี้ราคาพลังงานก็ได้กลับสู่ภาวะที่เรียกว่าเป็นปกติ ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ไม่เกิดยอดหนี้ที่เป็นจำนวนมากมาย และขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็มียอดที่เป็นลบ น้อยลง ๆ เรื่อย ๆ เป็นรายวัน
ในขณะเดียวกันข้อกังวลของท่านสมาชิกในเรื่องของการใช้จ่ายงบกลาง ในงบงานประจำปี ๒๕๕๕ ขออนุญาตเรียนว่ารัฐบาลได้ดำเนินการดูแลอย่างรัดกุม มีคณะกรรมการต่าง ๆ ดูแลอย่างใกล้ชิด มีการรายงานการใช้จ่ายที่โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ จึงมีความชัดเจน
ส่วนโครงการหลายโครงการ ซึ่งท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายราวกับว่า เป็นโครงการที่ไม่เป็นชิ้นงานพันละน้อยนักนะครับ กระผมก็ขออนุญาตเรียนว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นเมื่อนำมาประกอบกันเป็นโครงการทั้งหมดแล้วจะสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ซึ่งมีความหลากหลายในสถานะและกลุ่มต่าง ๆ ได้ และเป็นการ ดำเนินการซึ่งนอกจากจะเกิดประโยชน์ในทางตรงกับพี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัว และผู้ที่อยู่ในสังคมในแง่มุมต่าง ๆ ทั่วไป ที่ควรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแล้ว ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้สามารถเติบโตได้จนเป็นที่ชัดเจนนะครับว่าขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในภาวะ เจริญเติบโต มีความสามารถในการทำรายได้ในพี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ และรัฐบาล ก็สามารถจัดเก็บภาษีได้เป็นไปตามเป้าหมาย และท่ามกลางข้อกังวลต่าง ๆ ที่อาจจะมีภาวะ วิกฤติเศรษฐกิจโลกนั้น เศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในภาวะที่มีความเข้มแข็งและสามารถ ให้ความมั่นใจได้
กระผมขออนุญาตเรียนให้ความเชื่อมั่นกับท่านสมาชิกนะครับว่า พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นพระราชบัญญัติ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างมีความรัดกุม รักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด งบประมาณรายจ่าย ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในเพียงระดับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คือจาก ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เป็น ๒.๔ ล้านล้านบาท ย่อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แม้ว่ารัฐบาลมีความมั่นใจนะครับก็จะสามารถจัดเก็บภาษีและมีรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คือเพิ่มขึ้นจาก ๑.๙๘ ล้านล้านบาท เป็น ๒.๑ ล้านล้านบาทก็ตาม รัฐบาลจะนำไปเพิ่มในงบประมาณรายจ่ายเพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นการลดลงของการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในประเทศและต่างประเทศว่าเป็นการดำเนินการเพื่อเข้าสู่ความสมดุล ของงบประมาณแผ่นดินในที่สุด ดังนั้นการดำเนินนโยบายต่าง ๆ จึงมีกรอบที่มีความรัดกุม ที่จะนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การมีเสถียรภาพในด้านราคาและการกระจาย รายได้ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่ การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนได้ กระผมถือโอกาสนี้นะครับกราบขอบพระคุณข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกทั้งที่ได้เห็นด้วย เห็นชอบ ให้กำลังใจ ทักท้วง ท้วงติง ไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย แล้วก็ประเด็นต่าง ๆ ที่กระผมเชื่อว่าท่านหยิบยกขึ้นมาด้วยความกังวลนั้นย่อมเป็นไป เพื่อความปรารถนาดีให้กับรัฐบาลได้สามารถดำเนินการเพื่อนำมาซึ่งความสุข ของพี่น้องประชาชนได้
ส่วนข้อชี้แจงในบางประเด็นนั้น ผมจะไม่มาชี้แจงในประเด็นในวันนี้อีกนะครับ เพราะว่าได้ชี้แจงไปในหลายโอกาสแล้ว เรื่องใดพูดหลายครั้งแล้วท่านผู้ฟังไม่อาจเข้าใจได้ ผมก็เชื่อว่าพูดซ้ำอีกก็ไม่เข้าใจอีก แล้วก็ที่ท่านสมาชิกได้ฝากบางประเด็นไว้นะครับ โดยเฉพาะเรื่องของการจำนำข้าวก็รับฝากไว้แล้วตามที่ท่านได้ฝากไว้ในอดีตนะครับ ก็สงสัย อยู่เหมือนกันว่าฝากไว้แล้วเมื่อไรจะมาเอาคืนสักทีนะครับ แล้วถ้าหากว่าต้องการที่จะฟัง การอภิปรายชี้แจงเรื่องนี้ให้รัดกุมรอบคอบในรายละเอียดนั้น ผมเชื่อว่าท่านยังมีโอกาสที่จะ หยิบยกประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมาหารือได้นะครับ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงถือโอกาสขอบพระคุณ ในข้อสังเกตต่าง ๆ ซึ่งในชั้นกรรมาธิการก็คงจะได้มีการปรึกษาหารือกันในลำดับต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้ตั้งข้อสังเกตหลายอย่างหลายประการ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม ก็จะน้อมรับไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข แต่ในโอกาสนี้ผมจะขอถือโอกาสรายงานให้ท่าน ได้ทราบถึงความคืบหน้าและแผนงานโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคมโดยสังเขปนะครับว่า ในงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมได้รับ ๑๓๓,๘๘๑ ล้านบาท แบ่งออกไปเป็นด้านทางบก ๙๘,๐๐๐ ล้านบาท เป็นสัดส่วนเท่ากับ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ งบทางด้านราง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยู่ในประมาณ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงกว่าเดิมมาก จากเดิมเป็น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็น ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ทางอากาศได้ ๑,๗๔๓ ล้านบาท เท่ากับ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ และทางน้ำ ๔,๒๑๘ ล้านบาท เท่ากับ ๓.๑๗ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ในสัดส่วนที่กล่าวนี้เป้าหมายสำคัญ ของรัฐบาลก็คือว่าต้องการจะลดค่าใช้จ่ายทางโลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งทางสภาพัฒน์ ได้กำหนดเอาไว้จากการสำรวจว่าอยู่ที่ ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี (GDP) ตั้งเป้าว่าภายใน ๕ ปีจะต้องลดให้ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้สัดส่วนของการคมนาคมปัจจุบันเมื่อคิดเป็นตันกรอส (Ton gross) ในการขนส่งแล้ว พบว่าการขนส่งทางถนนสูงถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน การขนส่งทางน้ำ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ การขนส่งทางรางมีแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ และการขนส่งทางอากาศมีเท่ากับ ๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์ แผนในการดำเนินการตามงบประมาณปี ๒๕๕๖ จะพยายามปรับให้ได้การขนส่ง เพิ่มการขนส่งทางน้ำและทางรางให้สูงขึ้น โดยที่ต้องการที่จะทำให้ระบบการขนส่งทางน้ำ จาก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ให้เป็น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ และขนส่งทางรางจาก ๒ เปอร์เซ็นต์ให้เป็น ๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วภายในระยะเวลาจนถึงปี ๒๕๕๙ ระบบการขนส่งทางรางจะเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ ๑๐ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลดต้นทุนในการขนส่งลงตามแผน
มาถึงเรื่องการขนส่งทางถนน ซึ่งมีทั้งหมดที่กรมทางหลวงกับกรมทางหลวงชนบท ดูแลรับผิดชอบอยู่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร แน่นอนครับก็ต้องมีการปรับปรุง แล้วก็ ซ่อมแซมถนนทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรนี้ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ ในขณะนี้มีรถทั่วประเทศ อยู่ถึง ๓๐ ล้านคัน เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลอยู่ทั้งหมด ๑๑ ล้านคัน ปริมาณจำนวนของรถ กับปริมาณผิวจราจรในปัจจุบันนี้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ ๗๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่คาดว่าในอีก ๕ ปีข้างหน้าก็จะลดลงเหลือเพียงแค่ ๗๓ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นกระทรวงคมนาคม จึงมีแนวทางที่จะดำเนินการในโครงการมอเตอร์เวย์ (Motorway) ที่สำคัญ ๆ ซึ่งขออนุญาต กราบเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบว่าจะมีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จากอำเภอบางปะอิน จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง ๑๙๖ กิโลเมตร งบประมาณประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้เร่งดำเนินการในการจะประกวดราคา ซึ่งก็เชื่อว่าจะได้ผู้ที่ประกวดราคาประมาณปลายปีนี้นะครับ เส้นทางที่ ๒ คือเส้นทาง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ๙๖ กิโลเมตร ซึ่ง ครม. สัญจรของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไปประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ก็ได้ให้ความเห็นชอบที่จะเร่งรัดในการดำเนินการที่จะได้ ผู้รับเหมาประมาณปลายนี้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการที่ออกพระราชบัญญัติการเวนคืน เส้นทางต่อไปคือเส้นทางสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก คือบางซื่อ ต่อไปยังถนนกาญจนาภิเษก ที่บางใหญ่ วงแหวนทางตะวันตกนะครับ คาดว่าปลายปีนี้ก็สามารถจะได้ผู้ประกวดราคาได้ ก็จะแก้ไขปัญหาการจราจรจากแถวบางซื่อนี่นะครับ ซึ่งเป็นแถว ๆ ตลาดนัดจตุจักรออกไปสู่ ทางบางใหญ่ เส้นตรงอีกเส้นหนึ่งเพื่อลดปัญหาการจราจรของทางฝั่งธนบุรี
เส้นทางรถไฟทางราง อยากจะกราบเรียนท่านว่าทางกระทรวงคมนาคม มุ่งจะปรับปรุงรถไฟทางคู่ ซึ่งตั้งแต่ตั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยมา ๑๑๖ ปี มีระยะทาง ทั้งหมด ๔,๔๐๐ กิโลเมตร แต่ว่ามีรถไฟทางรางคู่กับสามรางนี่อยู่เพียงแค่ร้อยละ ๗ เท่านั้นเอง คือ ๓๖๘ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นในแผนของรถไฟในปีถัด ๆ ไป ปีหน้าด้วย จะพยายามก่อสร้างทางคู่ให้ได้ ๑๐๐ กิโลเมตร ในปีนี้ช่วงแรกก็คือแก่งคอย-คลอง ๑๙-ฉะเชิงเทรา เป็นสายแรก ปลายปีนี้ก็จะเริ่มดำเนินการได้ โครงการที่ ๒ ก็คือโครงการประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร โครงการที่ ๓ คือนครราชสีมา-ขอนแก่น ซึ่งก็คาดว่าภายในต้นปี ๒๕๕๖ จะดำเนินการได้นะครับ ปลายปี ๒๕๕๖ จะดำเนินการได้อีก ๓ ช่วง คือช่วงมาบกะเบา-จิระ สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงลพบุรี-นครสวรรค์ ทางสายเหนือ และสายใต้จากนครปฐม-หัวหิน เป็นรถไฟรางคู่นะครับ ส่วนระยะทางที่ทำขึ้นมาตามแผนไว้ ๑๐๐ กิโลเมตรจะเพิ่มประสิทธิภาพในความถี่ ของการขนส่งจากวันละ ๒๐๐ เที่ยวขึ้นเป็นวันละ ๖๐๐ เที่ยว ก็เชื่อว่าระบบการขนส่งทางราง ซึ่งประหยัดงบประมาณ ประหยัดเกี่ยวกับพลังงานก็จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเพื่อจะลด ต้นทุนทางโลจิสติกส์ลงนะครับ นอกจากนั้นการขนส่งทางรถไฟก็จะมีการปรับปรุงทาง ของรถไฟทั่วประเทศโดยเน้นระบบอาณัติสัญญาณ ระบบเกี่ยวกับจุดตัดระหว่างถนน กับรถไฟทั่วประเทศให้มีความปลอดภัย มีสัญญาณให้ชัดเจน แล้วก็มีการเร่งรัดในเรื่อง การจัดซื้อหัวรถจักร ๗๗ หัว รวมทั้งรถพ่วงรถตู้โดยสารอีก ๑๑๕ คัน สำหรับเส้นทางรถไฟสายใหม่ ที่จะตัดตามที่ ครม. สัญจรได้อนุมัติในหลักการไปแล้วคือสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง ๓๒๓ กิโลเมตร วงเงิน ๒๖,๕๐๐ ล้านบาท ก็คาดว่าประมาณปลายเดือนตุลาคม ต่อเดือนพฤศจิกายนของปี ๒๕๕๕ สามารถที่จะกำหนดราคาค่าก่อสร้างในภาพของ การออกแบบรายละเอียดได้นะครับ สำหรับรถไฟอีกสายหนึ่งที่ทางท่าน ส.ส. ทางภาคอีสาน พยายามที่จะติดตามอยู่ก็คือสายรถไฟจากบ้านไผ่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม ระยะทาง ๓๔๗ กิโลเมตร งบประมาณประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อมกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย คาดว่าในปี ๒๕๕๖ ก็จะสามารถ ออกแบบในรายละเอียดได้
ด้านรถไฟความเร็วสูงซึ่งเป็นนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ ในเบื้องต้นก็จะมี สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ๒๕๖ กิโลเมตร กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๗๔๕ กิโลเมตร กรุงเทพฯ-หัวหิน ๒๒๕ กิโลเมตร และแอร์พอร์ต ลิงค์ เชื่อมต่อระหว่างสุวรรณภูมิลงไปสู่ จังหวัดชลบุรีและพัทยา และที่สุดก็ลงไปที่จังหวัดระยองด้วยนะครับ เป้าหมายสำคัญ ของทางรถไฟสายแอร์พอร์ต ลิงค์ ก็จะมีการเชื่อมต่อระหว่างสุวรรณภูมิกับดอนเมือง ซึ่งเป็น สายสีแดงด้วย อันนี้ก็จะพยายามเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ
สำหรับรถไฟ ๑๐ สาย ขอดูเรื่องเกี่ยวกับรถไฟ ๑๐ สายนะครับ ขออนุญาตเรียน ให้ทราบว่าเป็นที่สนใจของประชาชนในเรื่องรถไฟ ๑๐ สายอย่างมาก มีรถไฟทั้งหมด ที่เปิดบริการแล้วอยู่ ๓ โครงการ แล้วก็ระยะทาง ๘๐ กิโลเมตร แล้วก็อยู่ระหว่าง การก่อสร้าง ๔ โครงการ ระยะทาง ๘๓ กิโลเมตร ขณะนี้กำลังดำเนินการประกวดราคา ๑ โครงการ อยู่ระหว่างที่จะทำการประกวดราคาให้เสร็จภายในปี ๒๕๕๕ อีก ๔ โครงการ ด้วยกัน แล้วก็จะมีการประกวดราคาในปี ๒๕๕๖ อีก ๖ โครงการ และในปี ๒๕๕๗ อีก ๔ โครงการด้วยกัน ซึ่งก็จะเป็นการสรุปคร่าว ๆ ให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบนะครับ
สุดท้ายต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ให้คำแนะนำต่าง ๆ กับทางกระทรวงคมนาคม ก็จะรับไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านครับ
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณา มีบัญชาให้ผมได้ชี้แจงผ่านประธานไปยังคุณหมอวรงค์ เพื่อนสมาชิกและท่านผู้ชม ทั้งประเทศ คำอภิปรายของนายแพทย์วรงค์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้บัญชาให้ผมรวบรวม แล้วดำเนินการผู้ที่เกี่ยวข้อง ผิดดำเนินการจับกุมไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมโดยเด็ดขาด เพราะรัฐบาลชุดนี้มียุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นรัฐบาลแรกที่ตั้งงบ เอาไว้ ๔๒๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่มงบต่อต้านปราบปรามการทุจริตเพิ่มขึ้น ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณนายแพทย์วรงค์และได้หลักฐานแล้วผมดูซิว่าจะส่งหน่วยงานไหน ตรวจสอบ ผมไม่ได้บอกว่าหมอวรงค์พูดจริงหรือเท็จ เพราะรัฐบาลยืนยันได้ว่ารัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่ถ้าใครผิดต้องดำเนินคดี คำอภิปรายของหมอก็น่ารับฟัง แต่อาจจะเป็น ความเชื่อของคุณหมอ รัฐบาลไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธว่าจริงหรือเท็จ แต่รัฐบาลจะสืบสวน สอบสวนและดำเนินคดีและจะแจ้งผลให้คุณหมอทราบ ขอบคุณครับ
คุณหมอวรงค์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ เดี๋ยวผมมีโอกาสเจอท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมข้างนอกครับ ข้อมูลทุกอย่างอยู่ที่ผม แต่ฝากไว้นิดเดียวครับ ผมเชื่อว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของทุกโรงสีนะครับท่านประธาน ไม่ใช่แค่ ๔-๕ โรงสีที่ผมได้ข้อมูลมา ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านจะไปตรวจแค่ ๔-๕ โรงสีเขาเสียประโยชน์ ท่านตรวจทุกโรงสีเลยเจอทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขออนุญาตหารือปิดการอภิปรายนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด ขัดข้องนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติให้มีการปิดการอภิปรายครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ยืนยัน ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกว่า การลงคะแนนในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีทุกคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับแต่นายกรัฐมนตรีและทุกคนที่เป็น ส.ส. พวกกระผมไม่ใช้สิทธิ เกรงว่าจะมีคนหนึ่งคนใด ดำเนินการในลักษณะที่มีบัตรแล้วไปลงคะแนน จะก่อให้เกิดปัญหาในด้านกฎหมายว่า เป็นผลประโยชน์ซับซ้อน ขอย้ำกับท่านประธานอีกครั้งครับ นับแต่ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีทุกคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พวกผม ไม่ใช้สิทธิในการลงมติในการลงคะแนน ขอบคุณครับ
ท่านวุฒิพงษ์ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมได้พูดปัญหาเรื่องหอมแดง เงินที่ คชก. อนุมัติ ๓๒๔ ล้านบาท และ ๑,๒๖๕ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องหอมแดงเน่าที่จังหวัดศรีสะเกษนะครับ ยังไม่ได้ รับคำตอบจากทางรัฐบาลเลยครับว่าจะแก้ไขอย่างไร เงินชดเชยจะได้หรือไม่ หอมเน่า จะทำอย่างไร แล้วก็หอมที่กำลังจะเน่าจะระบายไปที่ไหนนะครับ เพราะว่าถ้าเช่นนั้น งบปีหน้าจะเกิดความสูญเสียแก่พี่น้องประชาชนอีกนะครับ ผมไม่อยากให้โครงการหอมแดง กลายเป็นโครงการหอมเน่านะครับ ขอคำตอบจากทางรัฐบาลด้วยครับ
จะตอบหน่อย ไหมครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญทรง เตริยาภิรมย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่นี้นะครับ ขอกราบเรียนว่าทาง คชก. ได้ประชุมกันไปเมื่อวานนี้นะครับ แล้วก็ได้มอบ ให้ทาง อคส. ซึ่งเป็นผู้ดูแลในเรื่องการรับซื้อแล้วก็แก้ไขปัญหาหอมแดงทั้งจังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ที่จังหวัดอื่น ๆ ที่มีพื้นที่ในการปลูกนะครับว่าเมื่อวานให้ไปดำเนินการรับซื้อที่จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ให้มีการชำระเงินให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้มีการดำเนินการเอาไว้แล้วนะครับ แล้วก็ โครงการนี้ก็น่าจะได้รับการดูแลเรียบร้อยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอปิด การอภิปรายเลยนะครับ ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ท่านสมบูรณ์ครับ เชิญครับ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ คืออยากจะขออนุญาตสอบถามท่านประธานที่เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้น อภิปราย แล้วก็ชี้แจงว่าบัตรหรือการลงคะแนนที่จะลงต่อไปของคณะรัฐมนตรีนั้นถือว่า ไม่ใช่เป็นการลงคะแนน ผมก็แปลกใจครับว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น รัฐมนตรีทุกท่าน ก็คงมีบัตรอยู่แล้ว แล้วทุกท่านก็คงมีสิทธิที่จะลงคะแนนอย่างใดก็แล้วแต่ บัตรของท่านรองฯ หรือท่านคณะรัฐมนตรีไม่มีอยู่หรือครับตอนนี้ หรือเคยฝากบัตรไว้แล้วตอนนี้ยังไม่ได้เอากลับ เป็นความไม่เข้าใจครับ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องแปลกในสภาว่าท่านบังคับ ให้คณะรัฐมนตรีทุกคนลงคะแนนตามท่านได้หรือครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ไม่มีอะไรยากเลยครับ พวกผมเกรงว่าจะมีคนไปร้องว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ไม่ใช้สิทธิ ลงคะแนน ก็เท่านั้นนะครับ ไม่มีอะไรซับซ้อน
ขอปิด การอภิปรายนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดิฉันขอเป็น ตัวแทนในนามของรัฐบาล ขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกอันทรงเกียรติในที่นี้ ที่ให้ความห่วงใย แล้วก็ข้อเสนอ ข้อแนะนำที่ท้วงติงที่เป็นประโยชน์ตลอด ๓ วันที่ผ่านมา ในขณะที่คณะรัฐมนตรีก็คงได้ให้ความกระจ่างกับคำตอบของท่านบ้าง แต่ทั้งนี้สำหรับ ความเห็นต่าง ๆ ที่ยังเหลืออยู่ก็จะขอรับไว้ แล้วก็ร่วมกันในการส่งให้กับคณะกรรมาธิการ ในการพิจารณาต่อไปนะคะ ก็ขอเรียนยืนยันว่างบประมาณรัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งในส่วนของภาคประชาชน ซึ่งเรา ก็คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในทุกกลุ่ม ทุกคน ทุกภาค เด็ก หรือสตรี ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งผู้ยากจนและผู้พิการ ส่วนภาคธุรกิจเองในนโยบายนั้นก็มีการคำนึงถึง ทั้งในส่วนของธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และที่สำคัญในส่วนของภาครัฐก็ยังมี การเน้นในเรื่องของการให้บริการในการพัฒนาพื้นฐานอย่างมีคุณภาพและเพื่อประโยชน์ ของประชาชน และที่สำคัญภาครัฐนั้นต้องช่วยกันในการเตรียมตัวที่จะลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ในระยะยาวให้กับประเทศแล้วรวมถึงผู้ประกอบการในอนาคตด้วย แล้วก็เรียนว่า ในงบประมาณต่าง ๆ นั้นเราได้คำนึงถึงการวางรากฐาน พื้นฐานของสังคมไทย โดยเฉพาะ การเตรียมตัวของประเทศไทยไปสู่ประชาคมอาเซียนที่จะถึงใน ๓ ปีข้างหน้า และรวมถึง การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย และที่สำคัญในการที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศไทย ให้เสริมสร้างเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็งต่อไป ก็ถือโอกาสนี้ขอขอบคุณท่านสมาชิก อันทรงเกียรติทุกท่านในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล ขอบคุณค่ะ
ผมขอมติเลยนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ เชิญครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ใช้สิทธิแสดงตนได้เลยนะครับ ท่านรัฐมนตรี ที่เป็น ส.ส. ก็อาจใช้สิทธิแสดงตนด้วยนะครับ เพียงแต่ลงมติก็ไม่ต้องใช้สิทธิ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ที่เข้ามาทีหลัง ใช้สิทธิแสดงตนได้เลยนะครับ เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๖๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอมติเลยนะครับ ถามมติครับ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ หรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ เชิญครับ เห็นด้วย หรือไม่ครับ เห็นด้วยกด เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกด ไม่เห็นด้วย ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มติ เห็นด้วย ๒๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๗๗ ท่าน
ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ เชิญตั้งกรรมาธิการครับ เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านวรวัจน์เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอเสนอ คณะกรรมาธิการ จำนวน ๖๓ คน ขอผู้รับรองด้วยครับ
๖๓ นะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๖๓ ท่านครับ คณะรัฐมนตรี ๑๕ ท่าน เชิญครับ
สัดส่วนในส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๕ ท่านนะครับ ๑. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายชุมพล ศิลปอาชา ๓. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ๔. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๕. นายวิทยา บุรณศิริ ๖. นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ ๗. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๘. นายศักดา คงเพชร ๙. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๐. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๑. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๑๒ นายปิยะชนก ลิมปะพันธุ์ ๑๓. นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ๑๔. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ๑๕. นายวีระยุทธ ปั้นน่วม
สัดส่วน กรรมาธิการของแต่ละพรรคยังสับสนอยู่นะครับ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนครับ สัดส่วนเท่าไร สัดส่วนนะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๒๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคพลังชลอีก ๑ ท่านครับ รวมทั้งหมด ๖๓ ท่าน ตามนี้นะครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานในกรณีที่ท่านประธานได้ประกาศ สัดส่วนของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ เผอิญประเด็นนี้มันมีข้อขัดข้องพอสมควร จำนวนสัดส่วน ถ้าคำนวณในขณะนี้นะครับ เผอิญมันเป็นข้อกฎหมายที่ท่านประธานกำลัง ประกาศในราชกิจจานุเบกษาที่จะประกาศให้ ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่จะเข้ามาทดแทน เข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งจะมีผลในวันพรุ่งนี้ ทำให้จำนวนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยจาก ๒๖๓ ท่าน เหลืออยู่ ๒๖๒ ท่าน พอคำนวณสัดส่วนแล้วจะเป็นลักษณะเป็นจุด ผมต้องขออนุญาต นำเรียนท่านประธานว่าจุดที่ออกมามันมีปัญหากับการคำนวณสัดส่วนที่ให้กับสมาชิก ในสัดส่วนของแต่ละพรรคค่อนข้างมากพอสมควร ประเด็นนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อเป็นข้อหารือด้วยนะครับ เมื่อคำนวณแล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า พรรคเพื่อไทยจะได้อยู่ที่ ๒๕.๒๕ นะครับ นั่นคือเอา ๒๖๒ เป็นตัวกำหนดนะครับ ๒๕.๒๕ พรรคประชาธิปัตย์ได้ที่ ๑๕.๔๒ พรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ ๓.๒๘ พรรคชาติไทยพัฒนา อยู่ที่ ๑.๘๓ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ ๐.๖๗ พรรคพลังชล ๐.๖๗ อันนี้คือถ้าคำนวณ ก็จะมีสมาชิกตามสัดส่วนตรงนี้นะครับ ถ้าเราดูพรรคที่เหลืออยู่ ซึ่งมีสมาชิกที่คำนวณ ตามสัดส่วนของพรรคตนเองแล้ว เป็นลักษณะเป็น ๐. ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเขาไม่มีโอกาส จะมีสมาชิกเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี อย่างปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเอง เมื่อคำนวณแล้วได้สัดส่วนก็มอบสัดส่วนนั้นไปให้กับทางพรรคที่เหลืออยู่ เพื่อให้มีที่นั่ง แต่ปีนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อจะใช้สัดส่วนเหมือนที่ท่านประธาน ประกาศ พรรคเพื่อไทยมีอยู่ ๒๕ ท่าน จากเดิม ๒๖ ท่าน เพราะปัดเศษขึ้น จะเหลืออยู่ที่ ๒๕ ท่าน เมื่อ ๒๕ ท่าน ขณะนี้กลไกของการจัดตั้งกรรมาธิการ เราไม่ได้เขียนถึงข้อกฎหมาย ตรงนี้นะครับ ก็จัดตั้งมา ๒๕ ท่าน ถ้ามอบให้กับพรรคเล็กไปก็จะเหลืออยู่แค่ ๒๔ ท่าน มีปัญหาแน่นอนในการตั้งกรรมาธิการ ก็หารือท่านประธานว่า โดยข้อเท็จจริงถ้าสมมุติ สภาแห่งนี้จะพิจารณาด้วยความรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับพรรคที่มีที่นั่งอยู่ในสภา พอมีที่นั่ง ที่เหลืออยู่มีทั้งหมด ๙ ที่นั่งครับ ถ้าคิดเป็นสัดส่วนขณะนี้อยู่ที่ ๐.๘๘ ๐.๘๘ ก็มากกว่าเศษของทุกพรรคที่มีอยู่ในขณะนี้ ก็หารือท่านประธานว่าถ้าสมมุติเราจะ คำนวณสัดส่วนอย่างนี้นะครับ เพื่อมอบให้กับพรรคเล็กไป นั่นหมายความว่า ต้องขออภัย ที่ใช้คำว่า พรรคเล็ก คือพรรคที่ไม่มีที่นั่งเดิม เมื่อรวมสัดส่วนเขาแล้วเขาได้ ๐.๘๘ เขาก็ได้ ๑ ที่นั่งนะครับ ก็ไม่ต้องมาดึงเอาจากพรรคเพื่อไทยไป อันนั้นก็จะเป็นทางออกที่สามารถ จะทำให้สถานภาพเดิมยังคงอยู่ แต่ก็ได้เรียนหารือปรึกษากับทางพรรคประชาธิปัตย์ ในสัดส่วนนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนยันอยู่ว่าน่าจะได้อยู่ที่ ๑๖ ท่าน ธรรมเนียมที่จะ ให้พรรคเล็ก ไม่เคยปฏิบัติในสภา แต่เท่าที่ตรวจสอบดู เคยมีครับเป็นข้อตกลงเท่านั้นเอง แล้วแต่เราจะตกลงกันและจะมอบให้กับพรรคเล็กเขามีโอกาสหรือไม่ แต่ผมมีทางออก อยู่ทางหนึ่งท่านประธานครับ เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดได้เสนอกรรมาธิการเป็น ๖๔ ท่าน ถ้า ๖๔ ท่าน ทุกอย่างลงตัวหมดครับ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ ๑๖ ท่านอยู่เหมือนเดิมนะครับ พรรคเล็กก็จะได้ ๑ ท่าน พรรคเพื่อไทยไม่กระทบครับอยู่ ๒๕ ท่านเหมือนเดิม ก็หารือ เป็นทางออกครับเพื่อว่าเราจะได้ทำงานภายใต้ข้อความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเรา ถ้ามีมติไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมก็เชื่อว่าทำได้เพื่อหาทางออกร่วมกันครับ ฝากท่านประธาน เป็นประเด็นพิจารณา กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ที่จริงจำนวน กรรมาธิการสัดส่วนของแต่ละพรรคมันน่าจะมีข้อยุติอยู่ที่คณะกรรมการประสานงาน ทั้ง ๒ ฝ่ายได้คุยกันนะครับ แต่ในเมื่อมีปัญหาอย่างนี้มันก็อาจจะต้องมาถก ถ้าถกกัน ในเวทีใหญ่อย่างนี้ปัญหามันยิ่งจะเยอะมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าน่าจะต้องมีการพูดคุยกันไหม คณะกรรมการประสานงาน ท่านจุรินทร์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้คุยกันแล้วละครับ โดยท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง คือท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ที่นั่งอยู่ข้างท่านประธาน ได้กรุณาเป็นประธาน ในการหารือ แล้วก็ได้ข้อสรุปที่มีความชัดเจนแล้วว่าเราจะตั้งกรรมาธิการ ๖๓ คน เพียงแต่ว่า เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้มาให้ความเห็นทำนองคล้าย ๆ กับว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดว่า ไม่จำเป็นต้องไปจัดสัดส่วนให้กับพรรคเล็ก ซึ่งความจริงในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ พวกผม ไม่เคยให้ความเห็นไว้อย่างนั้นนะครับ เพียงแต่ว่าในจำนวน ๖๓ คนที่ว่านั้นเวลาปฏิบัติ เราก็จะจัดกรรมาธิการให้ไปตามสัดส่วน โดยแบ่งให้กับรัฐบาล แล้วก็พรรคการเมือง ตามสัดส่วนทั้งหมด แล้วก็มาดูว่าเศษใครได้มากได้น้อยอย่างไรก็จัดไปตามนั้น มันมีหลัก คณิตศาสตร์ของมันอยู่ครับ แล้วรัฐบาลเขากำหนดว่าเขาต้องการกรรมาธิการ ๑๕ คน คือ ไม่เกิน ๑ ใน ๔ เพราะฉะนั้นที่เหลือก็เหลือ ๔๘ คน เหลือ ๔๘ คนก็มาหารกันตามสัดส่วน ก็เป็นไปตามที่ท่านประธานประกาศเมื่อสักครู่ นั่นก็คือ พรรคเพื่อไทย ๒๕ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๖ คน แล้วก็พรรคภูมิใจไทย ๓ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ คน พรรคพลังชล ๑ คน แต่ว่าพรรคเล็กเนื่องจากเศษเล็กเศษน้อย เพราะฉะนั้นพรรคเล็ก ก็ไม่มีสัดส่วน แต่ว่าโดยแนวที่เราเคยปฏิบัติมา เราทำ ๒ แนวทางครับ พวกผมเป็นรัฐบาล พวกผมก็เคยทำ คือ ๑. เพื่อให้ในพรรคเล็กได้มีที่นั่งสัก ๑ ที่นั่ง พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำ ใหญ่สุดก็จะสละที่นั่ง ๑ ที่นั่งให้กับพรรคเล็กไป เช่นที่พวกผมก็เคยทำ หรือท่านก็ทำคราวที่แล้ว หรือมีอีกทางหนึ่งครับ คือรัฐบาลแทนที่จะเอา ๑๕ คน รัฐบาลก็ลดของตัวเองเหลือ ๑๔ คน ก็สามารถทำได้ครับ แล้วก็จัดให้กับพรรคเล็กเขาไป ๑ ที่นั่ง ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลายืดเยื้อ ซึ่งรัฐบาลสามารถตัดสินใจได้เลยครับ ลดจาก ๑๕ คน เหลือ ๑๔ คน อันนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่ปฏิบัติในนาม ครม. นะครับในสัดส่วน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนครับ แล้วก็เมื่อตกลงว่า ๖๓ คนแล้ว ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ไม่เช่นนั้นข้อตกลงต่อไป ที่ทำให้การประชุมราบรื่นมันก็จะไม่ราบรื่นอีก เพราะที่ผ่านมาพวกผมให้ความร่วมมืออย่างดีนะครับ ท่านประธานจะเห็นว่าเที่ยวนี้เราตกลงกันว่า ๓ วันจะจบ พวกผมก็ประชุม แล้วก็ดำเนินการ ไปตามนั้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านจุรินทร์ครับ ทีนี้ที่ผมประกาศไปนี่มันตรงกับท่านที่เอาให้ผม ตัวเลขก็ตรงกับท่านจุรินทร์ แต่ท่านรองประธานเจริญในฐานะที่เป็นประธานในที่ประชุมก็ยืนยันกับผมว่าตัวเลข ที่ผมประกาศไปหรือท่านจุรินทร์พูดถึงเมื่อครู่ในที่ประชุมมันไม่ใช่อย่างนั้น มันกลับไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ท่านเจริญได้ชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คือวันที่ไปตกลงกันก็มีหลายประเด็น พอมาประเด็นสุดท้าย ผมก็เสนอว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๖๓ ท่าน ทั้งวิป ๒ ฝ่ายตกลงกันได้นะครับ ผมก็ถามอย่างนี้ ท่านก็ยืนยันว่า ๖๓ ท่าน พอ ๖๓ ท่าน ผมก็แบ่งออกไปเป็นว่า คณะรัฐมนตรี ๑๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๒๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคพลังชล ๑ ท่าน และพรรครักประเทศไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมหาชน พรรครักษ์สันติ อีก ๑ ท่าน ผมก็ถามทั้งท่านอุดมเดชและท่านจุรินทร์ว่ามีใครขัดข้องไหม ท่านก็บอก ไม่ขัดข้อง ผมก็ถือว่าเอาตามนี้นะครับ เมื่อตามนี้ก็ถือว่ายุติ ผมก็เลิกประชุม ขอขอบคุณ ก็เท่านั้นเองครับ
ประเด็น มันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านครับ มันจะมีพรรคเล็กซึ่งประกอบด้วยพรรครักประเทศไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมหาชน และพรรครักษ์สันติ จะได้โควตาเพิ่มมา ๑ โควตา โดยที่ไปลดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จาก ๑๖ คน เหลือ ๑๕ คน ซึ่งตรงนี้ ท่านรองประธานเจริญได้ยืนยันว่าในที่ประชุมก็เห็นตรงกันตามนี้เป็นข้อสรุปแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับท่าน ขอฟังความเห็นของท่านอุดมเดชหน่อยไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณี ที่ทางท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านเจริญ ได้กรุณานัดหมายให้ทางวิปได้มีโอกาส ได้หารือกันนั้น ในช่วงนั้นคือจริง ๆ ในสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังคงเดิมนะครับ พอดีเพิ่งจะมีประเด็นปัญหาการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือคุณจตุพร พรหมพันธุ์ มา ๑ ท่าน จริง ๆ แล้วโควตา สัดส่วนของคุณจตุพรไม่ได้หายไปไหน เพราะเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ถึงแม้วันนี้สัดส่วนของ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ก็ยังคงกลับมาเป็น คุณสรรพภัญญู ศิริไปล์ ประเด็นก็คือว่าเมื่อคุณสรรพภัญญูยังไม่ได้มาปฏิญาณตนเท่านั้นเองนะครับ ทำให้จำนวนปัจจุบันนี้เป็น ๒๖๒ คน แต่ถ้าที่สุดแล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย ก็ยังคงเป็น ๒๖๓ คนอยู่ นี่คือปัญหาเล็กน้อยในข้อกฎหมาย หลายคนก็บอกว่าถึงแม้ว่า คุณสรรพภัญญูจะยังไม่ได้ปฏิญาณตนในสภา แต่สัดส่วนของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทยยังเป็น ๒๖๓ คนอยู่ เท่านั้นเองครับ มีโอกาสย้อนไปที่เมื่อสักครู่ คุณหมอชลน่านได้ชี้แจงตัวเลขข้อมูล ประเด็นที่พวกเราพยายามที่จะให้พรรคเล็ก ๆ ได้มีโอกาสทำหน้าที่ในกรรมาธิการกันนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ได้มีโอกาสพูดคุยกันมาตลอด ครั้นเมื่อถึงปัจจุบันนี้ถ้าหากว่าเราเอาตัวเลขของ ส.ส. ของพรรคเล็ก ๆ มารวมกัน เศษของเขา จะได้ ๐.๘๘ เขาจะได้ ส.ส. อยู่ ๙ คน ในขณะเดียวกันที่ ส.ส. ของพรรคพลังชลก็ดี หรือพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินก็ดีมี ส.ส. อยู่ประมาณ ๗ คน เขายังได้โควตา ๑ ท่านเลย นี่คือเป็นประเด็นเท่านั้นเองครับ จึงได้มีโอกาสที่จะพูดคุยทำความเข้าใจกับทางท่านประธาน วิปฝ่ายค้าน แล้วก็ทางวิปฝ่ายค้านบ้างว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้ง่าย ๆ นิดเดียว คือหมายความว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้เพิ่มจาก ๑๕ คน เป็น ๑๖ คนเหมือนเดิม และโควตาอื่น ๆ ไม่ต้องลดเลยครับ เพียงแต่ว่าจำนวน ๖๓ คนที่เป็นกรรมาธิการโดยภาพรวมเราเพิ่มเป็น ๖๔ คน แค่นี้ก็จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่างเลยครับ นี่คือสิ่งที่ได้พยายามพูดคุยกันมาโดยตลอด ก่อนที่จะมีการลงมติเมื่อสักครู่ครับ ท่านประธานครับ
ท่านจุรินทร์ เห็นอย่างไรครับ ท่านจุรินทร์ครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้นะครับ ประเด็นว่าทางฝ่ายวิปรัฐบาล รวมทั้งท่านรองประธานเจริญยืนยันว่าในที่ประชุมวิป พรรคประชาธิปัตย์มีสัดส่วนแค่ ๑๕ คน ซึ่งท่านจุรินทร์ก็ได้เห็นชอบด้วยในประเด็นนั้นนะครับ ถ้าเห็นชอบด้วยประเด็นนั้น มันก็น่าจะเป็นข้อสรุป แล้วน่าจะจบแล้วนะครับ แต่ถ้ายังมีปัญหาอะไรต่าง ๆ เราหาทางออก ด้วยการเพิ่มจาก ๖๓ คน เป็น ๖๔ คน เฉพาะกิจครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วไม่ถือเป็นบรรทัดฐาน ก็น่าจะเป็นทางออก ก็ถือโอกาสหารือท่านจุรินทร์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ
ประการที่ ๑ ข้อตกลงที่คุยกันกับท่านรองประธานเจริญ หลักของมันก็คือว่า เราจะมีกรรมาธิการ ๖๓ คน เมื่อรัฐบาลต้องการ ๑๕ คน ที่เหลือก็ต้องเป็นไปตามสัดส่วน และสัดส่วน ณ เวลานั้นของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันก็เป็นไปตามนั้นครับ คณิตศาสตร์มันบังคับจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่ว่าหลังจากนั้นมันมาเกิดเหตุก็คือว่า พรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประการที่ ๑ พรรคเพื่อไทย ผู้แทนราษฎรลดลง ๒ คน ลดจากบัญชีรายชื่อ ๑ คน ลดจากการลาออกไปอีก ๑ คน และจะบอกว่าพรุ่งนี้หรือวันถัดไปก็จะเข้ามามีสมาชิกภาพ เราต้องถือจำนวนผู้แทน ณ เวลา ที่เรามีมติไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหา
ประการที่ ๒ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นอีก ๑ คน คือ ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง จากจังหวัดปทุมธานี เพราะฉะนั้นสัดส่วนมันก็เลยเปลี่ยนไป เป็นไปตามที่ท่านประธานได้ประกาศเมื่อสักครู่ทุกประการ แล้วก็เป็นไปตามข้อตกลง ทุกประการ คือคณะกรรมาธิการ ๖๓ คน ครม. ๑๕ คน ที่เหลือเป็นไปตามสัดส่วน พรรคการเมือง
ประการที่ ๒ ถัดมาก็คือเมื่อสักครู่สภาเพิ่งมีมติไปว่าให้ใช้คณะกรรมาธิการ ๖๓ คน เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาดีที่สุดผมกราบเรียนเลยครับว่าคณะรัฐมนตรีสามารถ ลดจำนวนของตัวเองเหลือ ๑๔ คน ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยครับ รัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเช่นเดิมทุกประการ แต่จะสะท้อนว่าคณะรัฐมนตรีที่เป็น ส่วนหนึ่งของสภาก็ได้เสียสละ แล้วก็ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้โดยไม่จำเป็นต้องไปกระทบกับ สัดส่วนของพรรคการเมือง นี่คือแนวทางที่ควรจะเป็นที่สุดครับท่านประธาน
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากการฟังข้อคิดเห็นของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันเองก็มองว่าเพื่อให้การตั้งคณะกรรมาธิการเป็นไปอย่างลุล่วง ในฐานะของคณะกรรมาธิการในส่วนของรัฐมนตรีก็จะขอปรับลดลงอีก ๑ จำนวนให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
จบนะครับ ถ้าอย่างนั้นขอรัฐมนตรีเสนอชื่อ ๑๔ ท่านใหม่ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขออนุญาต เสนอสัดส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในสัดส่วนของ ครม. จำนวน ๑๔ ท่านนะครับ ท่านแรก นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายชุมพล ศิลปอาชา ๓. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ๔. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๕. นายวิทยา บุรณศิริ ๖. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ๗. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๘. นายศักดา คงเพชร ๙. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๐. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๑๑. นายปิยะชนก ลิมปะพันธุ์ ๑๒. นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ๑๓. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ และ ๑๔. นายวีระยุทธ ปั้นน่วม ครับ
พรรคเพื่อไทย ๒๕ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๒๕ คน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๒. นางฐิติมา ฉายแสง ๓. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๔. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๕. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๗. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๘. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๙. นายอำนวย คลังผา ๑๐. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ๑๑. นายประชา ประสพดี ๑๒. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๓. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๑๔. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๕. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๑๖. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ๑๗. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๘. นายสุชาย ศรีสุรพล ๑๙. นายอนันต์ ศรีพันธ์ ๒๐. นายกิตติ สมทรัพย์ ๒๑. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๒๒. นางอนุรักษ์ บุญศล ๒๓. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ๒๔. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ และ ๒๕. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๖ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๖ ท่าน ๑. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๓. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๔. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๕. นายวิชัย ล้ำสุทธิ ๖. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๗. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๘. นายนคร มาฉิม ๙. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๑๐. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๑๑. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ๑๒. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๑๓. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๑๔. นายชื่นชอบ คงอุดม ๑๕. นายวัชระ เพชรทอง และ ๑๖. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางพรทิวา นาคาศัย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามสัดส่วน ของพรรค ดังมีรายนามต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายชัย ชิดชอบ ๒. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๓. นางนันทนา สงฆ์ประชา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายนพดล พลเสน ๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในสัดส่วน ของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จำนวน ๑ ท่าน ขอเสนอนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในสัดส่วนของพรรคพลังชล คือ นายสุชาติ ชมกลิ่น ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรครักประเทศไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมหาชน พรรครักษ์สันติ ๑ ท่าน เชิญครับ
กระผม อนุมัติ ซูสารอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคมาตุภูมิ ขอเสนอ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นกรรมาธิการ งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านรายชื่อ ผมขอนัดประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ ท่านวิชาญมีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ เมื่อครู่มีรายชื่อของผมที่เสนอเป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ผมขออนุญาตไม่รับนะครับ ขอถอนรายชื่อผมออก แล้วก็ขอเสนอเปลี่ยนเป็น ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๑. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายชุมพล ศิลปอาชา ๓. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ๔. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๕. นายวิทยา บุรณศิริ ๖. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ๗. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๘. นายศักดา คงเพชร ๙. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๐. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๑๑. นายปิยะชนก ลิมปะพันธุ์ ๑๒. นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ๑๓. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ๑๔. นายวีระยุทธ ปั้นน่วม ๑๕. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๑๖. นางฐิติมา ฉายแสง ๑๗. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๑๘. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๑๙. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๒๐. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒๑. ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๒. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๒๓. นายอำนวย คลังผา ๒๔. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ๒๕. นายประชา ประสพดี ๒๖. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๒๗. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๒๘. นายนิยม ช่างพินิจ ๒๙. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๓๐. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ๓๑. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๓๒. นายสุชาย ศรีสุรพล ๓๓. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๓๔. นายกิตติ สมทรัพย์ ๓๕. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๖. นางอนุรักษ์ บุญศล ๓๗. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ๓๘. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๓๙. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๔๐. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๔๑. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔๒. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๔๓. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๔๔. นายวิชัย ล้ำสุทธิ ๔๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๔๖. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๔๗. นายนคร มาฉิม ๔๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๔๙. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๕๐. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ๕๑. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๕๒. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๕๓. นายชื่นชอบ คงอุดม ๕๔. นายวัชระ เพชรทอง ๕๕. ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ๕๖. นายชัย ชิดชอบ ๕๗. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๕๘. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๕๙. นายนพดล พลเสน ๖๐. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๖๑. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ๖๒. นายสุชาติ ชมกลิ่น และ ๖๓. พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
ขอระยะเวลา แปรญัตติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ก่อนถึงระยะเวลาแปรญัตติผมขอหารือ เรื่องวันเวลาประชุมนัดแรกนิดหนึ่ง ปกติวันจันทร์เราจะประชุมกันในเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา มาตลอด แม้กระทั่งประชุมกรรมาธิการเสร็จก็จะกำหนด ๑๓.๐๐ นาฬิกา เนื่องจากปีนี้ ระยะเวลาการปิดประชุมก็ยืดเวลามาร่วมเดือนแล้ว ให้กรรมาธิการได้มีโอกาสกลับพื้นที่ และวันจันทร์ตอนเช้าจะได้กลับมาทันเครื่องบินประชุมบ่ายโมง ขอเปลี่ยนเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เป็น ๑๓.๐๐ นาฬิกาครับ
ที่ประชุม ไม่ขัดข้องนะครับ เปลี่ยนเวลาเท่านั้นเองครับ จาก ๐๙.๓๐ นาฬิกา เป็น ๑๓.๐๐ นาฬิกานะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ที่ประชุม ไม่ขัดข้องนะครับ วันประชุมนัดแรกวันจันทร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ตกลงตามนี้นะครับ ระยะเวลาแปรญัตติ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ เสนอ ๑๕ วันครับ
กี่วันนะครับ ขอ ๓๐ วันดีไหมครับ
ท่านประธานครับ ๔๕ วัน ไม่เป็นอะไรครับ
๔๕ วันใช่ไหม
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบแปรญัตติ ๔๕ วันครับ ปิดประชุมครับ