พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หารือเรื่องปัญหาภาระงบประมาณของประเทศ โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยประสานงานจัดการให้ความถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาตัวเลขหนี้สาธารณะ และยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการติดยาเสพติด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบำบัดและให้โอกาสผู้ที่ติดยาเสพติดในการมีงานทำ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ผมมี ๒ ประเด็น ที่อยากจะกราบเรียน
ประเด็นแรก เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาระงบประมาณโดยรวม งบประมาณของประเทศมันมีอยู่ ๓ ด้าน คืองบประมาณรายจ่าย งบประมาณรายรับ แล้วก็ ภาระหนี้สินของประเทศที่เรียกว่าหนี้สาธารณะ ในส่วนนี้ครับเป็นปัญหาที่ผมคิดว่า จากการทำงานของผมในคณะกรรมาธิการบริหารติดตามงบประมาณ เราได้พบตัวเลขอยู่อันหนึ่ง ซึ่งน่าเป็นห่วง ก็คือตัวเลขของการปล่อยให้มีการกู้ยืมเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการปกครอง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็ฝากท่านไว้ด้วย แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย โดยตรงครับ เพราะว่าการกู้หนี้ยืมสินตรงนี้จริง ๆ แล้วต้องถือว่าเป็นหนี้สาธารณะ แต่ว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปดูแล แล้วไม่ได้ตัวเลขตรงนี้เลย เพราะฉะนั้นถ้าหาก ส่วนนี้กระทรวงการคลังกับในส่วนของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ประสานงานร่วมมือกัน ก็จะ ทำให้ปัญหาตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศผิดเพี้ยนไป และหากว่าตัวเลขตัวนี้ผิดเพี้ยนไป ก็จะมีผลต่องบประมาณหรือการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศต่อไปในอนาคตด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เพียงแต่ขอฝากท่านผู้รับผิดชอบช่วยไปประสานงานจัดการให้ความถูกต้อง ตรงนี้มันเกิดขึ้นนะครับ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ขออนุญาตเรียนท่านประธานก็คือเรื่องของปัญหาที่มีผู้ให้ ความสนใจอภิปรายกันหลายคนนะครับ ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมขอเรียน ท่านประธานในอันดับแรกครับว่าปัญหายาเสพติด ในความคิดของผมเอง มันไม่ใช่ปัญหา การเมืองครับ มันเป็นปัญหาของบ้านเมือง ซึ่งทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไขและร่วมมือกัน โดยเฉพาะพวกเราซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง เราผลัดกันเป็นรัฐบาล ผลัดกันเป็นฝ่ายค้าน ผลัดกัน เป็นรัฐบาลอยู่อย่างนี้ แต่ว่าผู้ปฎิบัติก็คือชุดเดิม คือฝ่ายข้าราชการประจำ ผมเห็นด้วย ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกไปนะครับว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลไม่มีรัฐบาลไหนครับไม่อยาก แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และผมจะยิ่งดีใจถ้ารัฐบาลต่อ ๆ มาแต่ละรัฐบาลสามารถดำเนินการแก้ไข ต่อเนื่องกันได้เป็นอย่างดี แล้วก็ทำให้ผลของการติดตามป้องกันปราบปรามยาเสพติด มันเพิ่มทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมเรียนท่านประธานครับว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การป้องกันปราบปรามแก้ไขยาเสพติดหรือการไขปัญหายาเสพติดโดยรวมของประเทศ จริง ๆ แล้วมันมี ๓ หน่วยงาน ก็คือเรื่องของการป้องกันปราบปรามและการบำบัดฟื้นฟู ในส่วนของการป้องกันปราบปราม ผมขออนุญาตเรียนครับว่าหน่วยงานหลักจริง ๆ เลย ก็คือ ป.ป.ส. ที่เป็นหน่วยงานหลักเลยนะครับ ผมไม่นับตำรวจ ซึ่งเขามีหน้าที่ในการจับการกระทำ ความผิดทุกประเภทอยู่แล้ว และหน่วยงานที่ ๒ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในวันนี้ เพราะว่ายกระดับ ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามของประเทศไปแล้วก็คือ กอ.รมน. ๒ หน่วยงานหลักจะเป็น หน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าส่วนของการเยียวยา การเยียวยาก็คือทำอย่างไรจะให้ผู้ที่ติดยาเสพติด เขาหลุดพ้นจากการเป็นผู้ติดยา เขาจะมีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบอยู่ ๒ หน่วย ก็คือ หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขที่เรียกว่าระบบสมัครใจบำบัด กับหน่วยงานของ กระทรวงยุติธรรม ก็คือกรมคุมประพฤติที่เป็นระบบที่เรียกว่าบังคับบำบัด ๒ หน่วยงาน มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ติดยาเสพติด ซึ่งผมขออนุญาตเรียนครับว่า ถ้าหากเรา มามองดูแต่เพียงว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดในแต่ละรัฐบาลจะประสบความสำเร็จมาก หรือน้อย มันอยู่ที่จำนวนงบประมาณ ผมขอเรียนว่าสำหรับผม ผมคิดว่าไม่จริงและถ้าหากว่า เป็นเช่นนั้นก็ต้องบอกครับว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ หน่วยงาน ป.ป.ส. ได้รับงบประมาณ เพิ่มขึ้นนิดเดียวเองครับ จาก ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท เป็นประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๔๘-๑๔๙ ถึง ๑๕๐ ล้านบาท ถ้าหากมองเช่นนี้ก็จะบอกได้ครับว่า งบประมาณเพิ่มขึ้นนิดเดียวแล้วมาบอกว่าจริงจัง ในส่วนของกรมคุมประพฤติที่ดูแลเรื่องของ การบำบัดรักษาก็เช่นเดียวกันครับ งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดูแลฟื้นฟู แล้วก็ประสาน กับพหุภาคีที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในโครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองเหล่านี้ ก็เพิ่มขึ้นนิดเดียว ก็อยู่ในวงเงินระดับ ๓๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะมาคิดว่า การจริงจังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอยู่ที่งบประมาณอย่างเดียวคงไม่ใช่ แต่ผมเรียนว่า การดำเนินการปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่การเอาจริงเอาจัง ของผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะทางฝ่ายการเมือง ซึ่งผมเห็นด้วยที่ผมเรียนครับว่าไม่มีรัฐบาลไหน เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการบอกว่ารัฐบาลที่แล้วสู้รัฐบาลนี้ไม่ได้ รัฐบาลนี้ ไม่จริงหรอกครับ ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าในการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน ก็ต้อง ขอบคุณครับ เพราะบางส่วนท่านทำงานต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว ต้องพูดความจริงครับ ว่าผลงานหลายส่วนที่ท่านได้ทำในวันนี้เป็นการทำจากรัฐบาลที่แล้ว เช่น เรื่องของ การป้องกันปราบปรามตามแนวชายแดน ซึ่งรัฐบาลที่แล้วก็มีโครงการ ๕ รั้วป้องกัน แล้วก็ เน้นเรื่องงานชายแดน ซึ่งท่านมาปรับปรุงให้ขยายผลดีขึ้น ตรงนี้ก็เป็นเรื่องดี แล้วก็สามารถ ทำให้ขยายการติดตามจับกุมยาเสพติดได้ ผมขอเรียนท่านประธานครับว่าในปี ๒๕๕๑ มีการจับกุมยาเสพติดประเภทยาบ้าได้ ๒๐ ล้านเม็ดโดยเฉลี่ยนะครับ อันนี้ผมเอาตัวเลข ป.ป.ส. ครับ ตัวเลขมันจากหลายหน่วยงาน แล้วก็ปี ๒๕๕๒ เพิ่มขึ้นในสมัยที่พวกผม เป็นรัฐบาลเต็มตัว จาก ๒๐ ล้านเม็ด เป็น ๒๔ ล้านเม็ด พอปี ๒๕๕๓ เพิ่มขึ้นจาก ๒๔ ล้านเม็ด เป็น ๔๘ ล้านเม็ด ๒ เท่าตัว เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนครับว่าผลงานตรงนี้คือมาจากการทำงาน ไม่ใช่เป็นเพราะงบประมาณมากหรืองบประมาณน้อย แต่เป็นเพราะการบริหารจัดการ ร่วมมือกันทุกหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องและการเอาจริงเอาจังจากภาคของรัฐบาล
ประเด็นที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานครับว่าการแก้ไขปัญหาอีกส่วนหนึ่ง ในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็คือต้องยอมรับความจริงในเรื่องของเรือนจำ ซึ่งวันนี้ เราก็ได้เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ในรัฐบาลที่แล้วเรื่องของการตัดระบบสัญญาณโทรศัพท์ที่เรือนจำเขาบิน ซึ่งวันนี้รัฐบาลนี้ก็ได้รับอานิสงส์ในการนำโครงการนี้มาสานต่อ ก็ต้องขอบคุณครับ แล้วผมคิดว่า อีกโครงการหนึ่งที่สำคัญก็คือว่าแม้เราจะทำตามแนวรั้วชายแดนอย่างไรมันก็ยังไม่ประสบ ความสำเร็จเต็มที่ มันยังมียาเสพติดที่เล็ดลอดเข้ามาในประเทศ เข้ามาชั้นในของประเทศ อยู่จำนวนมากพอสมควร แล้วก็เข้าไปในชุมชนต่าง ๆ สิ่งตรงนี้ในรัฐบาลที่แล้วเราก็ได้ ดำเนินการจัดตั้งโครงการ ๓๑๕ ขึ้นมา ซึ่งวันนี้ผมเข้าใจว่าก็ยังคงมีโครงการนี้เดินหน้าต่อ ซึ่ง ป.ป.ส. ให้การสนับสนุนอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับผมคิดว่าเป็นการทำงานสืบเนื่องกัน ทุกรัฐบาล จะมาบอกว่ารัฐบาลนี้ดีกว่ารัฐบาลที่แล้วไม่ได้ ทุกรัฐบาลต้องดีขึ้นครับ ถ้าหาก รัฐบาลไหนทำงานแย่ลงนี่ผมคิดว่าใช้ไม่ได้ แต่ที่สำคัญผมคิดว่าอยู่ที่การเอาจริงเอาจัง และไม่ใช่อยู่ที่ตัวเลขของงบประมาณมากหรือน้อย ผมก็ขอกราบเรียนในส่วนนี้ว่าการทำงาน เป็นการทำงานต่อเนื่อง และทั้งหมดนี้ผมคิดครับว่าสุดท้ายต้องบำบัด ผู้ที่ต้องไปบำบัดฟื้นฟู ก็คือว่าผู้ที่เขา ผมอยากจะเน้นเรื่องการบังคับบำบัด เรื่องของการบังคับบำบัดนี่นะครับ ทำอย่างไรจะให้ผู้ที่ถูกจับกุมในเรื่องของการติดยาเสพติดเขาหาย แต่ส่วนหนึ่งที่ผมได้เคยพบ ในส่วนนี้ ปัญหาของในส่วนนี้ก็คือเรื่องที่ว่าเมื่อเขาผ่านการบำบัดรักษาไปแล้วหรือพ้นโทษไปแล้ว ปัญหาที่สำคัญของเขาส่วนหนึ่งคือปัญหาอะไรครับ ไม่มีงานทำ ไม่มีงานทำไม่มีกิน สุดท้าย ก็ต้องกลับไปเป็นโจร สุดท้ายกลับไปติดยา ไปขายยาเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นในสมัยที่แล้ว ผมก็ได้รับความกรุณาจากท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรี จัดงบไทยเข้มแข็ง มาให้ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เราก็จัดไปไว้ที่กรมราชทัณฑ์เพื่อเอาไว้จ้างงานคนเหล่านี้ ให้เขามีโอกาสมีงานทำ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เผอิญผมได้มีโอกาสพบกับท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในการประชุม คณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ท่านก็กำลังทำโครงการนี้ สานต่อไปอีกเหมือนกัน เพื่อที่จะให้ขยายผลให้ผู้ที่ติดยาเสพติดหรือนักโทษที่พ้นโทษได้มี โอกาสมีงานทำ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมถึงเรียนท่านประธานครับว่าการที่เราจะช่วยกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดเราต้องทำงานต่อเนื่องจากทุกรัฐบาล อันไหนที่ดีขยายผลต่อ แล้วก็ ขยายผลที่สำคัญที่สุดก็คือว่าทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้มีผู้ติดยาเสพติดมากขึ้นคู่ขนาน กับการป้องกันไม่ให้มีการเอายาเสพติดไหลทะลักเข้ามา และที่สำคัญที่สุดครับ ผมก็เห็นด้วย กับการที่ต้องเอาจริงเอาจังกับผู้ต้องโทษที่กระทำความผิดอย่างร้ายแรง แล้วก็รอ การดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้น ขอบคุณครับ