เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การค้ามนุษย์ และปัญหาว่าด้วยยาสเสพติด โดยเน้นย้ำถึงความจริงจังในการต่อต้านปัญหานี้ และเรียกร้องการดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะตอบข้อสงสัยของท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง ผมขอเก็บตกสัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก คือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ติติงว่า รัฐบาลที่ผ่านมาไม่สนใจในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นว่าการแก้ไขป้องกันต่อต้านการทุจริตเป็นเรื่องสำคัญและสมควรที่รัฐบาลจะต้อง ดำเนินการ จึงจัดเวิร์กช็อป ( Workshop) เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมา และงบประมาณปีนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการสำนักงบประมาณตั้งงบประมาณไว้ ๔๒๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๒ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงจัง จริงใจในการต่อต้านปัญหาการทุจริต มีเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่าไปตั้งงบไว้ทำไม มี ป.ป.ช. มี ป.ป.ท. มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่นเป็นการมองคนละมุม การต่อต้านป้องกันหมายความว่าไม่ต้องการให้การทุจริตเกิดขึ้น แต่เมื่อไป ป.ป.ช. ป.ป.ท. นั่นทุจริตมันเกิดขึ้นแล้ว มันคนละคอนเซ็พต์ (Concept)
อีกเรื่องหนึ่ง สื่อก็ไปรายงานว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณามอบหมายให้ผมเป็นประธาน กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพ ยืนยันต่อเพื่อนสมาชิกและท่านผู้ชมทางบ้านว่า รัฐบาลชุดนี้เราเข้าใจเราติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) ท่านนายกรัฐมนตรีจึงสั่งสำนักงบประมาณ ให้ตั้งงบประมาณไว้ ๔๘๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๓ นี่แสดงว่าทั้งเรื่องทุจริต และเรื่องป้องกันการค้ามนุษย์รัฐบาลเอาจริงเอาจัง เมื่อตอนเช้าเพื่อนสมาชิกอภิปราย ผมนั่งฟัง เดิมไม่คิดจะชี้แจง แต่ไม่ชี้แจงก็จะเสียหาย บางคนบอกว่ารัฐบาลมีมาตรการสั่งการ ให้แยกผู้ต้องขัง ให้แยกนักโทษคดีเสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อเหลืองเอามาไว้ตรงนั้นตรงนี้ เรียนด้วยความเคารพ อำนาจอย่างนี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เขามีอำนาจ เขาใช้ดุลพินิจ บางครั้ง เป็นผู้ต้องขัง บางครั้งเป็นนักโทษ ทะเลาะกันเองคดีเดียวกัน ทะเลาะกันอยู่ในเรือนจำ อธิบดี เขาแยกเองละครับ รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง และขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่งการ รัฐบาลไม่เคยสั่งการผม และผมไม่เคยสั่งการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะมันเป็นเรื่องงานรูทีน (Routine) ขอให้ ท่านทั้งหลายได้สบายใจได้ว่าเรื่องอย่างนี้รัฐบาลไม่ทำ
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่าน ส.ส. สาธิตบอกว่ายาเสพติดยังมีอยู่ถูกต้องครับ ยาเสพติด จะหมดจากสังคมไทยได้ในเร็ววันนี้ ผมจะยอมเอาหัวเดินต่างเท้า นั่นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่จากนโยบายรัฐบาลที่กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีไปประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่ประเทศกัมพูชา ยกวาระเป็นภูมิภาค จะมีปฏิญญาลุ่มลำน้ำโขง ผมไม่ได้แก้ที่กรุงเทพฯ ครับ ผมไม่ไปแก้ภาคใต้ครับ ผมไม่ได้แก้ภาคกลาง ก็ยาเสพติด มันมาจาก ๘ จังหวัดภาคเหนือ แรงที่สุดจังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ หนักที่สุดจังหวัดเชียงรายก็อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง พรุ่งนี้ตอนเย็นผมจะไปจังหวัดเชียงราย แต่ผมมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาถูกทางแล้ว ๑. ปิดรอยตะเข็บ ๒. สกัดสารตั้งต้น ๓. รณรงค์ป้องปราม ๔. รณรงค์ป้องกัน ๕. บำบัดรักษา ตั้งเป้าไว้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๖. ปราบปรามโดยเด็ดขาดภายใต้หลักนิติรัฐและนิติธรรม ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) เราจับทางได้แล้ว ผมสั่งดีเอสไอ ทำงานตรงไปตรงมา รับอนุมัติเป็นคดีพิเศษ เร็ว ๆ นี้จะจับผู้เกี่ยวข้อง ๑๒ โรงพยาบาล ถ้าไม่มีสารตั้งต้น ไปต่างประเทศ บ้านใกล้เรือนเคียงก็จะไม่มียาเสพติดเข้ามา ที่ท่านพูดน่ะถูก ขึ้นเอสเอ็มเอส (SMS) ตลอด ผมมีเด็กคอยจด ตรงนี้มียาเสพติด ตรงนี้มียาเสพติด ถูกต้อง เพราะมัน จะกระจาย แต่เราต้องปิดชายแดนให้ได้ สกัดสารตั้งต้นให้ได้ ที่มีอยู่นี่หมดไป เมื่อนำเข้าไม่ได้ ถือว่าเราเดินมาถูกทาง พวกผมเพิ่งมา ๘ เดือน ไม่ได้โทษ ไม่มีใครอยากให้มียาเสพติดครับ แต่เราต้องทำงานบูรณาการ ขณะนี้พลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้ร่วมกันเป็นหนึ่ง กองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบกได้เอารั้วลวดหนามไปกั้นริมแม่น้ำสายระหว่างจังหวัดเชียงรายกับ จังหวัดท่าขี้เหล็กของประเทศเมียนร์ม่า ท่านพูดถูก และผมคิดว่าท่านก็ห่วงเหมือนผมห่วง ยืนยันกับท่าน ผมไม่ปฏิเสธครับ ว่ายังมีขายย่อยหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่บางส่วนครับ ท่านครับ โกรธกัน ไม่ชอบคนนี้ มีบัตรสนเท่ห์ให้ไปตรวจค้น เจอบ้างไม่เจอบ้าง แต่เราก็ต้อง ทำเรื่อยไปบนพื้นฐานของความมุ่งมั่นปรารถนา และวันที่ ๘ ที่จะถึงนี้ ที่ราชนาวีสโมสร ของกองทัพเรือ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกภาคส่วน เพราะลำพังรัฐบาลทำไม่ได้ ต้องบูรณาการเป็นพลังแผ่นดินเอาชนะปัญหายาเสพติด ที่สำคัญที่สุด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน รัฐบาลถึงทำได้สำเร็จ จากนี้ต่อไป ป้องกัน ปราบปรามทำได้ระดับหนึ่ง จะสู่โหมด (Mode) ต่อต้าน บำบัดรักษา และทุกคน ต้องออกมาพูดว่าจัสท์เซย์โน (Just say no) ขอบคุณครับ