สุรเชษฐ์ แวอาแซ พูดถึงการกำหนดวงเงินงบประมาณ 2,400,000 ล้านบาท ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2556 และยุทธศาสตร์ 8 ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติราชการ และยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นกระบวนการสันติวิธีและไม่ใช่การเมืองหรือการทหาร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งปีนี้รัฐบาลก็ได้กำหนดวงเงินงบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ได้กำหนด ยุทธศาสตร์ ๘ ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติราชการให้บรรลุผลสำเร็จ ในนโยบายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ
ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ที่ผมจะให้ความสำคัญที่รัฐบาลนี้ ได้แถลงไว้ ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม โดยเฉพาะ ๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๐,๗๓๑ ล้านบาท ก็ถือว่าเงินงบประมาณที่ลงไปเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็อยู่ในจำนวนที่ค่อนข้างที่จะมาก ยุทธศาสตร์นี้เพื่อที่จะเร่ง นำสันติสุขความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความสงบเรียบร้อย กลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มประสิทธิภาพระบบข่าวกรอง แล้วก็คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ถ้าหากว่า อ่านจากเอกสารนี้แล้ว ก็ดูดีครับ ว่าความหวังที่พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะได้รับความสงบสุข แล้วก็ได้สิทธิเสรีภาพคืนกลับมาได้โดยเร็ว แต่ข้อเท็จจริงจากคำแถลง ของนายกรัฐมนตรีว่าได้มีความจริงใจและตั้งใจกับการที่จะใช้จ่ายงบประมาณในปีนี้ แต่เท่าที่ ดูกับแนวทางการแก้ปัญหาของนายกรัฐมนตรีกับพื้นที่กับปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นค่อนข้างที่จะสวนทาง เพราะว่านายกรัฐมนตรีนั้น ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่อนข้างที่จะน้อย ท่านไม่ค่อยให้ความสำคัญและสนใจเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่น ที่ท่านไปเยี่ยม รับฟังสถานการณ์ของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านก็ไปฟังสถานการณ์ในพื้นที่ ของค่ายทหารเท่านั้น และการเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็เช่นเดียวกัน ก็พบปะ เฉพาะประชาชนที่ได้รับการจัดตั้งให้มาต้อนรับในค่ายทหาร แล้วก็มอบดอกกุหลาบ เพื่อให้กลุ่มประชาชนที่ถูกจัดตั้งมามอบเพื่อเป็นกำลังใจให้เห็นว่าพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นสนับสนุน แล้วก็มีความรู้สึกที่ภาคภูมิใจที่นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจ แท้ที่จริงนั้นนายกรัฐมนตรีอยู่ในพื้นที่ของเขตทหารเท่านั้น ไม่ได้ลงไปสัมผัส หรือไปรับฟังพี่น้องประชาชนสะท้อนปัญหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาถ้าหากว่า รับฟังแต่ส่วนราชการด้านเดียวนั้นนะครับ การสนับสนุนงบประมาณลงไปก็จะได้รับ ประโยชน์เพียงแต่ส่วนราชการเท่านั้น พี่น้องประชาชนก็จะไม่ได้รับประโยชน์ หรือว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไขนะครับ จากที่เราสังเกตเห็นว่างบประมาณทุกปีครับ ตั้งแต่สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมา ๘ ปี เหตุการณ์เกิดขึ้นมาจำนวน ๑๑,๐๐๐ กว่าครั้ง แล้วก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมแล้ว ๑๓,๐๐๐ กว่าคน ตาย ๕,๐๐๐ กว่าคน บาดเจ็บอีก ๘,๐๐๐ กว่าคน นั่นถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องคนไทยที่เกิดจากสถานการณ์ ความไม่สงบ แต่การแก้ไขเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นจะบอกได้ว่ามีความตั้งใจ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหานั้นเน้นไปที่งบประมาณ เราถึงไม่แปลกใจว่าการจัดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่เพื่อการแก้ไขนั้นจะไม่ลดลงมีแต่เพิ่ม เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยเฉพาะปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทลงไปแทนที่ว่า จะนำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แต่กลับเป็นงบในเรื่องของ การดำเนินการหรือดำเนินงานของส่วนราชการเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นงบบุคลากร หรือเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง แล้วก็เป็นหมวดในเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์วัสดุ อาวุธยุทโธปกรณ์ ล้วนแล้วไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลย ในส่วนของงบลงทุนการพัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นแทบจะไม่มีเลย ปีนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงมอบหมายให้กับทาง กอ.รมน. ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้ว แล้วก็ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ตั้งในหมวดของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็จะไป เป็นเบี้ยเลี้ยงในเรื่องของการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ อาวุธยุทโธปกรณ์เสียส่วนใหญ่ แต่ในส่วน ของหมวดการพัฒนาซึ่ง ศอ.บต. เป็นผู้กำกับดูแล ก็ได้ไปเพียง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีที่แล้ว ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ปีนี้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แต่เพิ่มก็เพิ่มในหมวดของงบเยียวยา ซึ่งงบเยียวยาที่รัฐบาลได้กำหนดให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้นอีก ๔๐๐ ล้านบาท มาบวกลบคูณหารแล้ว ศอ.บต. ก็ได้รับงบเหมือนเดิม แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นงบ ในเรื่องของการดำเนินงานทั้งสิ้น ไม่มีงบการลงทุนเลย เพราะฉะนั้นพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่บอกว่ารัฐบาลมีความจริงใจและตั้งใจในการพัฒนานั้นไม่จริงและไม่ตรง กับสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้แถลงไว้ การพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน แล้วก็ติดต่อ กับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มของอาเซียน โครงการที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะ จังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนและมีประตูด่านเข้าออก แล้วก็มีการค้าชายแดน ถึง ๓ ด่านใหญ่ ๆ นั่นก็คือด่านพรมแดนอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอตากใบ ในขณะนี้ก็ไม่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะอำเภอตากใบก็ยังต้องใช้เรือเฟอร์รี่ (Ferry) ซึ่งเป็น เรือเฟอร์รี่ที่มีอายุเก่าแก่ แทนที่ว่าจะไปลงทุนการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างจังหวัดนราธิวาส กับรัฐกลันตันก็คืออำเภอตากใบและอำเภอตุมปัดของรัฐกลันตัน และที่อำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นด่านใหญ่ที่สุดของจังหวัดนราธิวาส ขณะนี้มีสะพานเชื่อมระหว่างประเทศมาเลเซีย และประเทศไทยนั้นเป็นสะพานเชื่อมที่มีขนาด ๒ ช่องจราจร ก็ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก เราก็มีโครงการตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วก็มีการเสนอให้จัดทำเป็นสะพานคู่ขนาน ฝ่ายส่วนราชการ ก็มีแผนงานที่จะให้ทางรัฐบาลนั้นให้การสนับสนุน แต่แล้วปีนี้ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนนะครับ เช่นเดียวกันที่อำเภอแว้งซึ่งเป็นด่านใหม่ก็ได้รับงบประมาณการจัดสร้างด่านศุลกากร ถึงแม้ว่าด่านศุลกากรและสะพานเชื่อมตรงนั้นสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้การแล้ว แต่ว่าเส้นทาง เดินทาง การคมนาคมที่จะรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ณ วันนี้รถพ่วง รถสิบล้อ ไม่สามารถที่จะใช้สัญจรผ่านได้ เนื่องจากว่าถนนเส้นทางบูเก๊ะตาไปถึงอำเภอสุไหงโก-ลกนั้น ต้องผ่านอำเภอแว้งซึ่งเป็นช่องหรือว่าเส้นทางโค้ง ไม่สามารถที่จะให้รถพ่วงหรือว่า รถตั้งแต่สิบแปดล้อนั้นขับผ่านได้อย่างสะดวก เพราะฉะนั้นตรงนี้เช่นเดียวกันที่มีความจำเป็น ที่จะต้องให้รัฐบาลให้การสนับสนุนเพื่อขยายถนนเส้นทางเลี่ยงเมืองของอำเภอแว้งให้เกิดขึ้น
สุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้จะยุติความยืดเยื้อเรื้อรังนี้ได้ด้วยกระบวนการสันติวิธี การแก้ปัญหา ด้วยการเมือง ไม่ใช่การทหาร เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลนี้เน้นในเรื่องของข้อเท็จจริง ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่รับฟังแต่ข้อมูลส่วนราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ ของฝ่ายความมั่นคงหรือทหาร ขอบคุณครับ