สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวถึงการบริหารงบประมาณของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศในอนาคต และเสนอแนวทางสำคัญ 2 ประการ คือ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม และตลาดทุน โดยเชื่อว่าการสร้างกฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณจะทำให้ประเทศมีความแข็งแรงและเติบโตขึ้น

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ งบประมาณปี ๒๕๕๖ วันนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่หนึ่ง ก็คือวาระรับหลักการ กระผมเองได้ศึกษาถึงเหตุผลในการจัดทำร่างงบประมาณฉบับนี้ ก็พบว่ารัฐบาลนั้นได้บริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็งบประมาณเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในอนาคต การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอยู่ ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ด้วยระยะเวลาที่มีความจำกัด ผมขออนุญาตท่านประธานได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอยู่ ๒ เรื่อง พร้อมทั้ง ตั้งข้อสังเกตในการที่จะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการนั้นได้ไปพิจารณาในวาระแปรญัตติ ในขั้นต่อไป

เรื่องแรก ก็คือยุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ซึ่งได้ ตั้งงบประมาณไว้ ๑๑,๕๘๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณนี้มี ๑๖ แผนงาน แต่แผนงานที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ แผนงานในการป้องกันปราบปรามและการบำบัดยาเสพติด ในฐานะที่ผมเองนั้นเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด ผมถือว่างานปราบปรามยาเสพติดนั้นเป็นผลงานที่มีความเด่นชัดของรัฐบาล แล้วก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนชื่นชอบรัฐบาลที่บริหารโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเห็นได้ว่าเพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน รัฐบาลนี้ได้ทำการปราบปรามเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการลำเลียงยาเสพติดของผู้ค้ายารายสำคัญ ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ท่านได้ร่วมกันจับกุมผู้ค้ารายหนึ่งจากจังหวัดเชียงราย ได้ยาถึงมูลค่า ๔,๘๐๐,๐๐๐ เม็ด แล้วก็ได้ขยายผลการจับกุมไปยังเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พี่น้องประชาชนหลายคนได้ฝากขอบพระคุณมาว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรัฐมนตรีเอง ท่านวิทยา บุรณศิริ กระทรวงมหาดไทยโดยท่านรองยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ได้เป็นองค์กรภาคี ในการร่วมกันบำบัดผู้ที่ติดยาเสพติด วันนี้พี่น้องประชาชนหลายคนได้ลูกหลานคืน โดยเข้าสู่ กระบวนการบำบัด ทำให้ผู้ติดยาเป็นจำนวนมากนั้นไม่ต้องโทษดำเนินคดีอาญา แล้วก็ สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้กระผมมีข้อสังเกตนิดเดียว ก็คือว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าหลังจากที่ผู้เข้ารับการบำบัดนั้นได้ผ่านกระบวนการบำบัดแล้ว หลายคนได้กลับมาเสพยาอีก เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้อยากจะฝากคณะกรรมาธิการซึ่งกำลัง จะตั้งขึ้นไปบอกว่าถ้ามีความเป็นไปได้ อยากจะของบประมาณในการสนับสนุนผู้ที่บำบัดไปแล้ว ไม่ให้กลับเข้ามาบำบัดอีกโดยการติดตามประเมินผล ท่านอาจจะไหว้วาน อสม. หรือว่า ไหว้วานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันดูแลไม่ให้บุคคลเหล่านั้นได้กลับมาเสพต่อไป

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ที่อยากกล่าวถึงก็คือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตั้งงบประมาณไว้ ๗๙,๗๘๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์นี้มีวัตถุประสงค์ เสริมสร้างประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เป็นการพัฒนากฎหมาย แล้วก็เป็นการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้ได้สู่กระบวนการตามมาตรฐานสากล ในเรื่องนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานได้ตั้งข้อสังเกตในการพัฒนากฎหมายที่สำคัญอยู่ ๒ ฉบับ ท่านประธานเองก็เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติดอยู่ พระราชบัญญัติฉบับแรกที่อยากกล่าวถึงก็คือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. การป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ฉบับที่ ๒ ก็คือเป็นฉบับใหม่ ซึ่งยังไม่เคยมีการร่างมาก่อน เป็นร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ร่าง ๒ ฉบับนี้ต้องการร่างเพื่อให้สอดคล้อง กับมาตรฐานสากล ที่ได้กราบเรียนเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ ได้มีมติที่ ๑๖๑๗ เมื่อปี ๒๐๐๕ กำหนดให้ประเทศที่เป็นภาคีสมาชิก องค์กรสหประชาชาติ ควรจัดให้มีมาตรฐานในการป้องกันและปราบปรามต่อต้านการเงิน แก่ผู้ก่อการร้าย รวมถึงการนำแนวทางข้อปฏิบัติ ๔๐ บวก ๙ ของแฟทเอฟ (FATF) แฟทเอฟ คือองค์กรหลักในการกำหนดมาตรฐานสากลด้านการป้องกันปราบปราม แล้วก็การต่อต้าน ทางด้านการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย ซึ่งมีงานสำคัญแบ่งเป็น ๔ ด้าน ท่านประธานครับ

เรื่องแรก ก็คือมาตรการทางกฎหมายที่ผมได้พูดถึง ๒ ฉบับ กล่าวนำเรียน แต่เบื้องต้น

เรื่องที่ ๒ คือมาตรการเรื่องของสถาบัน

เรื่องที่ ๓ เป็นมาตรการการป้องกันสำหรับสถาบันการเงินและหน่วยธุรกิจ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน

เรื่องที่ ๔ คือเรื่องของความร่วมมือในประเทศและความร่วมมือ ระหว่างประเทศ

ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลสามารถสร้างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ได้ ผมเชื่อว่า จะเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศของเรานั้นมีความเชื่อถือไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว ตลาดทุน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นเป็นอย่างดีให้กับ ธุรกิจภายในประเทศที่ทำให้เติบโตขึ้นในอนาคต ผมเรียนว่านั่นหมายถึงการสร้างรายได้ ในการพัฒนาประเทศที่เพิ่มขึ้นให้อย่างต่อเนื่องและทำให้ประเทศนั้นเป็นประเทศ ที่มีความแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง

สุดท้ายท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนว่าผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ จริง ๆ แล้วมีหลายเรื่องนะครับไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเกษตร เรื่องการสาธารณสุข เรื่องการศึกษาที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมขออนุญาตได้ตั้งข้อสังเกตฝากไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อนำไปพิจารณาในวาระ รับหลักการในวาระที่สองต่อไป ขอขอบคุณครับ