สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงการปรับปรุงชีวิตที่ดีขึ้นของข้าราชการและประชาชน รวมถึงการปราบปรามยาเสพติดและสนับสนุนผู้สูงอายุ และยังหารือเรื่องการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมด้วย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ งบประมาณของรัฐบาลในปี ๒๕๕๖ ผมบอกได้เลยครับว่าเป็นการก้าวไป ข้างหน้าครับ ที่บอกอย่างนี้เพราะว่ามีทั้งการปรับ การเปลี่ยน การเพิ่ม การเติม ผมใช้ ๔ คำ ท่านประธานครับ ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติม ทุกสิ่งทุกอย่างที่พูดนี้ล้วนแต่ทำให้ประเทศชาตินั้น ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอนครับ

ท่านประธานครับ ผมดูที่อันดับแรก ก็คือเรื่องของงบกลางครับ หลายท่าน ก็วิเคราะห์กันนะครับบอกว่างบกลางทำไมปีที่แล้วตั้งไว้ ปีนี้ไม่ได้ตั้ง จริง ๆ แล้ว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้กันต่อเนื่องครับ เนื่องจากรัฐบาลนั้นก็มาจากรัฐบาลชุดที่แล้วที่ทำงบประมาณ อันนี้ทราบความกันดีอยู่แล้วนะครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าการปรับ แน่นอนครับ เป็นการปรับเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นครับ ความหมายนัยสำคัญชัดเจนครับ ความหมายชีวิตที่ดีขึ้น ของพี่น้องข้าราชการทั่วประเทศ ท่านฟังด้วยนะครับ งบกลางปี ๒๕๕๕ ใช้อยู่ประมาณ ๙,๗๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไรบ้างครับ แล้วปี ๒๕๕๖ นั้นใช้อยู่ประมาณ ๑๓,๓๕๐ ล้านบาท พี่น้องข้าราชการทั่วประเทศครับ จำได้ใช่ไหมครับ ปริญญาตรีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นการปรับวุฒิ เป็นการปรับเงินเดือนต่าง ๆ ของพี่น้องข้าราชการทั่วประเทศครับ ที่ผ่านมา ใครจะเป็นข้าราชการนี่อาศัยดีอย่างเดียวครับ ก็คือว่ามีบำเหน็จบำนาญ ท่านประธานครับ แต่ว่าเงินเดือนนี่น้อย รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จัดให้ครับ ด้วยวิธีการปรับให้ดีขึ้นครับ นอกจากนี้มีการปรับงบประมาณในส่วนของบำนาญบำเหน็จ แล้วก็เบี้ยหวัดครับ และที่สำคัญ ก็คือผมลงไปดูในสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ มีการเพิ่มงบประมาณมากขึ้นเท่าตัว ท่านประธานครับ แล้วก็เป็นแผนการกระจายสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นธรรม อันนี้ เพียงออเดิร์ฟ (Audirf) ต้น ๆ นะครับ ก็คือการปรับครับท่านประธาน

มาดูมุมของการเปลี่ยนท่านประธานครับว่ารัฐบาลหลังจากที่มีแนวคิด คือปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติมแล้วนี่นะครับ เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปได้รับจากการทำนโยบายแบบนี้ ทั้งสิ้นครับ มาหัวข้อที่ ๒ คือเปลี่ยน ท่านประธานครับ เปลี่ยนอะไรบ้างครับ แนวคิดครับ ความคิดในเชิงก้าวหน้า รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ทำครับ เช่น การป้องกันภัยอย่างยั่งยืน แนวความคิดในการดูแลเด็ก ๆ ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงไอซีที (ICT) ชัดเจนอยู่แล้วครับว่า เกี่ยวข้องกับแท็บเล็ต แน่นอนครับ มาจากแท็บเล็ตนี่ประมาณ ๒,๓๔๒ ล้านบาท แต่ผมไปดู กรมอุตุนิยมวิทยา ท่านประธานครับ สมัยก่อนนี่ขออภัยนะครับ ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ได้ว่าท่านนะครับ แต่เวลาพยากรณ์อากาศอะไรมานี่เขาบอกให้คิดตรงกันข้าม ถ้าบอก ฝนจะตกบ่ายให้คิดเลยนะครับว่าไม่ตก แต่นี่คือการพัฒนาในรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ครับ กรมอุตุนิยมวิทยา ปี ๒๕๕๕ ได้ไป ๘๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ได้ไปทั้งหมด ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เหมือนฝรั่ง ท่านประธานครับ เวลาไปญี่ปุ่นท่านประธานจะออกไปข้างนอก ดูโทรทัศน์นะครับ เห็นข้างล่างวิ่งใช่ไหมครับ ฝนจะตก หิมะจะลง อุณหภูมิเท่านั้นเท่านี้ เรามั่นใจครับ แต่ว่าเมืองไทยนี่ไม่แน่ใจครับ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดใหม่ในการจัดการภัยพิบัติ อย่างยั่งยืนของกระทรวงมหาดไทยรวมอยู่ด้วยในการเปลี่ยนแนวคิดครับ ปี ๒๕๕๕ นี่ ๓,๙๐๐ ล้านบาทครับ ปี ๒๕๕๖ นี่ใช้ไป ๕,๖๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน

มาดูแนวคิดที่ ๓ ครับ คือเพิ่มอะไรบ้างครับ เพิ่มการปราบปรามยาเสพติดครับ ผมไม่รู้ครับว่ารัฐบาลที่แล้วท่านทำมากน้อยขนาดไหน แต่ว่าข่าวคราวในรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์จัดหนักจัดเต็ม ได้ใจครับ พี่น้องในชุมชนก็ชื่นชอบกันไปนะครับ งบป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ท่านประธานครับ กระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๕ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ก็เพิ่มขึ้นมาครับ ทหารบกก็เพิ่มขึ้น ทหารเรือก็เพิ่มขึ้น ทหารอากาศก็เพิ่มขึ้น กรมพัฒนาสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นครับ กระทรวงมหาดไทยก็ยิ่งเพิ่มขึ้นครับ กรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๕ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ท่านประธาน ปี ๒๕๕๖ อุตส่าห์จัดหนักจัดเต็มให้นะครับ เอาไปเลยครับ ๓๙๔ ล้านบาทครับ นอกจากนั้นรัฐบาลใจถึงครับ มอบให้คนกรุงเทพมหานครปีที่แล้วให้ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ ก็คืองบยกระดับชีวิตคน กทม. ครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ฟังครับ ผมไปสัมภาษณ์ประชาชนมา ลองฟังครับประชาชนเขาพูดถึงเรื่องยาเสพติดกับรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างไร เชิญเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ดีค่ะ จะได้ไม่ห่วงลูกหลาน ให้หมดไปเลยก็ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ”

“............... : รักรัฐบาลชุดนี้มากที่ว่าปราบปรามยาเสพติดได้ดีมาก ๆ ก็คือ กวาดล้างให้หมดเลย เอาออกไปจากประเทศไทยให้หมดเลย”

“............... : ยาเสพติดหรือ รู้สึกว่าดีมากเลย ตอนนี้เขาปราบปราม ดีมากเลย ชอบค่ะ”

เห็นไหมครับท่านประธานครับ ดูหน้าดูตาแล้วนี่ไม่ได้เตี๊ยมกันนะครับ ทีมข่าวผมไปเจอ ๒ ข้างทางก็ไปถามเขา เขาบอก ชอบท่านยิ่งลักษณ์ ชอบท่านเฉลิม ชอบรัฐบาลชุดนี้ครับ ใครจะใส่ร้ายป้ายสี ใครจะด่า ว. ๕ ว. ๘ อะไรอย่าไปสนใจ ทำงานให้สุดลิ่มทิ่มประตู อันนี้ชัดเจนท่านประธานครับ งบยาเสพติด อย่างที่ผมบอกไว้ครับ มีทุกกระทรวง ทบวง กรม หลากหลายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นพี่น้องเรา จะได้สบายใจครับ

ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติม อะไรบ้างครับที่เรา เติมเข้าไปครับ เติมความเป็นชีวิตให้กับคนเมืองและคนทั่วประเทศครับ กระทรวงคมนาคม ดำเนินการนะครับ พี่น้องที่อยู่แถวจังหวัดกาญจนบุรีมีทางตัดใหม่นะครับ มอเตอร์เวย์ (Motor way) ไปที่จังหวัดกาญจนบุรีนะครับ ส่วนต่อขยายมากมาย กรุงเทพมหานคร ทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปจังหวัดเชียงใหม่ ไปจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ ไปอีกหลากหลายจังหวัดแยะเยอะมากมายครับ นี่คือการเริ่มต้นที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสุภาพสตรีครับ เพราะฉะนั้นผมบอกได้เลยครับ นอกจาก การเติมเต็มในเรื่องของสาธารณูปโภคซึ่งรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อขยายการเติบโต และรองรับการเติบโต ท่านประธานครับ รถยนต์บ้านเรานี่ขายกันประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คันต่อปี นี่เยอะแล้วนะครับ เขาบอกว่าเป็นดีทรอยต์ออฟเอเชีย (Detroit of Asia) แล้วก็ ใกล้ความจริงครับ ปีนี้ตั้งการณ์กันว่าน่าจะขายประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คัน แล้วก็เป็นไปได้ครับ นี่ผ่านมาไม่กี่เดือนก็หลัก ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คันแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ น่าสนใจต่อไปครับ ก็คือการเพิ่มคุณภาพชีวิตครับ เบี้ยผู้สูงอายุครับ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านให้ ๕๐๐ บาท รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์เห็นบอกว่าคนแก่นี่ มันแก่ไม่เท่ากันครับ แก่ ๖๐ ปี กับแก่ ๙๐ ปี ต่างกันครับ ก็เลยปรับใหม่ อันนี้นโยบาย ก็เลยต้องมาอยู่ในนี้ครับ ผมก็ไปถามประชาชนซึ่งท่านประธานลองดูนะครับตอบได้ใจจริง ๆ ลองฟังดูครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

“............... : ถ้าพูดถึงโครงการเรื่องผู้สูงอายุ คุณป้าคิดอย่างไรครับที่รัฐบาลนี้ ทำขึ้นมา”

“............... : ดี ทุกคนเขาก็ชมกันทั้งนั้นนะว่าดีที่ให้ คนไม่มีรายได้อะไร จะไปหาที่ไหนล่ะ แก่ ๆ จะทำมาหากินที่ไหนล่ะ เขาให้มาก็ดีแล้ว เขาขึ้นให้เป็น ๗๐๐ บาท ก็ดีแล้ว”

“............... : อย่างน้อยก็มีได้เงินพิเศษที่จะใช้อะไรนี่ ก็ขอบใจนะ ฉันก็ไม่เคยนึกว่าจะมีรายได้อะไรต่ออะไรอย่างนี้บ้างนะ”

เป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ฟังแล้วมันกินหัวใจไหม ใจเต้นตึบ ๆ เลย เพราะไรครับ เพราะฟังแล้วคุณแม่ท่านนี้ อาม่า ก็แล้วกันนะ พูดมานี่แหมมันเหมือนกับว่าคนแก่ได้การเยียวยาและการดูแลครับ นี่คือ นโยบายที่รัฐบาลได้ทำ ท่านมองภาพรวมทั่ว ๆ ไปครับสุดท้ายปลายทาง ท่านประธานครับ งบประมาณส่วนหนึ่ง ตอนแรกผมดูใช้เยอะเหมือนกันนะ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๕ ได้ไป ๑๖๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาล ก็เห็นตรงกันว่าการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมให้ทุกหย่อมหญ้าในประเทศต้องเพิ่มขึ้นครับ ศาลยุติธรรมครับปีก่อนนี้ได้ไป ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ไป ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ศาลปกครอง ปีที่แล้วได้ไป ๑,๔๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ไป ๑,๘๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ทั้งนั้นสรุปใจความ ท่านประธานครับ ถ้าใครบอกว่าผมเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยจะเชียร์ (Cheer) พรรคพวกเดียวกัน ก็พูดตรงไปตรงมาครับว่าเชียร์สุดลิ่มทิ่มประตูครับ เพราะว่าดูจาก การเขียนแผนการแก้ไขปัญหา ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม เติมแล้วนี่ ท่านประธานครับ ถือว่าเป็น การทำนโยบายที่เหมาะสมและจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ครับ ลูกผมเกิดมาอนาคต จะได้เป็นคนไทยที่มีชื่อเสียงแล้วก็เดินทางไปต่างประเทศได้อย่างสุดยอดครับ

สุดท้ายขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ในงบประมาณ ที่รัฐบาลได้กรุณาทำเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคนโดยไม่มีการเลือกว่าสีใด ๆ ทั้งสิ้นในประเทศนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ