สาธิต ปิตุเตชะ แถลงว่ารัฐบาลเสนองบประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุล 300,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ สาธิต ปิตุเตชะ ยังหารือเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทางการเมือง และการปราบปรามยาเสพติด โดยมีคำถามต่อการดำเนินการของกระทรวงและรัฐบาล นอกจากนี้ สาธิต ปิตุเตชะ ยังหารือเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการตรวจสอบแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง สภาแห่งนี้ได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลเสนอ แล้วก็ตั้งงบประมาณไว้ทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท เป็นงบขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนะครับว่ามียุทธศาสตร์ ๘ ยุทธศาสตร์ กับ ๑ รายการค่าดำเนินการ ของภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับความจริงการเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณของทุกรัฐบาล ผมเข้าใจว่ามันมีเนื้อหาที่ไม่แตกต่างกัน อาจจะมี ที่แตกต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องการเขียนนโยบายให้สอดรับกับนโยบายที่พรรคที่เป็นแกนหลัก ในการจัดตั้งรัฐบาล พ.ร.บ. งบประมาณก็ต้องเขียนให้สอดคล้องกับพรรคการเมืองนั้น ๆ ครับ สิ่งที่จะมีแตกต่างกันนอกจากนั้นก็คือนโยบายเร่งด่วนฉุกเฉิน ซึ่งนั่นก็ว่ากันไปว่ารัฐบาลไหน จะเขียนอย่างไรตามสถานการณ์ รัฐบาลนี้ก็ต้องเน้นเรื่องเงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ทำได้หรือไม่ ขณะนี้ก็ยังไม่พิสูจน์ทราบ แต่ก็เขียนไว้ในงบกลาง ค่าแรง ๓๐๐ บาท รับจำนำราคาพืชผลทางการเกษตร อันนี้ก็ตั้งเอาไว้ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นเรื่อง ธรรมดาครับ เป็นเรื่องชอบธรรมที่รัฐบาลหาเสียงไว้ก็ต้องมาเขียนไว้ในสอดคล้องกับ นโยบายในงบประมาณ ส่วนงบประมาณจะผูกพันตั้งแต่ปีนี้ ปีหน้าก็เป็นเรื่องของสภา ว่าจะอยู่ครบวาระหรือไม่ เช่นกันครับรัฐบาลที่แล้วก็นโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน เช่น เรียนฟรี ประกันราคาพืชผล ประกันรายได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ย อสม. เมื่อหาเสียง มีนโยบายแบบนี้ก็มาเขียน พ.ร.บ. งบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายที่หาเสียงไว้ แต่ผม คิดว่ามีเรื่องแตกต่างกันในการพิจารณาไม่กี่เรื่องที่ผมจะนำเสนอต่อท่านประธาน นั่นก็คือ การใช้เม็ดเงินงบประมาณที่เก็บมาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนนี่ มันจะไปใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อวัตถุประสงค์ แล้วก็เป้าหมายที่เขียนเอาไว้ในพันธกิจอย่างไร มีหัวใจ ๒ เรื่องครับ ที่จะวัดความแตกต่างคือเรื่องประสิทธิภาพของการใช้เม็ดเงิน แล้วก็ เรื่องความสามารถในการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพหรือความสามารถ ผมเรียน ท่านประธานว่าก็มีอยู่หลาย ๆ เรื่อง การสื่อสารก็เป็นเรื่องหนึ่งของประสิทธิภาพ ทุจริต คอร์รัปชัน ซ้ำซ้อน ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องประสิทธิภาพทั้งสิ้น ความสามารถ ในการบริหารจัดการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความสามารถในบริหารจัดการนี่ต้องไปชี้วัดกัน ด้วยตัวเลข แล้วก็ผลงานที่ออกมา งบปี ๒๕๕๖ รัฐบาลตั้งงบกลางไว้มากกว่าปี ๒๕๕๕ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็จะไปอยู่ในหมวดที่ผมกล่าวไปแล้วนะครับ ในเรื่องของการไปชดเชย เงินเดือนแรกบรรจุ เงินปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการ สิ่งที่ผมพูดถึง ประสิทธิภาพผมกำลังจะบอกว่าสำหรับผม ความเชื่อก็คือว่าผู้บริหารเก่งก็คือใช้เงินน้อย แต่เกิดประโยชน์สูงสุด ผมไม่เชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้เพราะว่านโยบายที่ท่านจัดงบกลาง ไปเยียวยาให้กับคนไม่กี่คนใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปรองดอง พันธกิจ วัตถุประสงค์ก็คือว่าจ่ายผู้ที่ได้รับ ใช้คำว่าอย่างนี้ครับเหตุผลว่า เยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เสียดายว่าจำกัดอยู่เพียงปี ๒๕๔๘ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ แล้วก็ใช้วัตถุประสงค์ว่าเพื่อความปรองดอง ความปรองดองผมไปเปิดพจนานุกรมก็ได้ความว่า ออมชอม ประนีประนอม ยอมกัน ไม่แก่งแย่งกัน ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย ด้วยไมตรีจิต ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่พูดถึงนะครับ ผมว่าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ครับ เหตุผลก็คือว่ามีหลายข้อครับ แต่ก่อนที่จะไปถึงเหตุผลผมเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนทราบว่าเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มันเยอะขนาดไหน เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท พูดให้เห็นภาพ สำหรับปีนี้เป็นเงินงบประมาณของ กระทรวงพลังงานที่ใช้บริหารกระทรวง ๑ ปีเต็ม เท่ากับเงินของกรมควบคุมมลพิษ ๕ ปี ติดต่อกันครับ ถ้าพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าพูดง่าย ๆ ให้เห็นภาพคือตัดถนนเข้าบ้าน ท่านประธานในภาคอีสาน ๑,๐๐๐ กิโลเมตรครับ ถ้าตีว่าถนนคอนกรีต (Concrete) ก็ประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร นี่คือเม็ดเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ถามว่ามันไม่เป็นไปตาม วัตถุประสงค์อย่างไร ก็เพราะว่าผมจะอธิบายให้ท่านประธานฟังว่าการจ่ายเงินครั้งนี้ มันไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์ มันก็เลยขาดประสิทธิภาพ ไม่เกิดประโยชน์ตรงไหนครับ ก็เพราะว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นคนเพียงกลุ่มเดียว ที่สำคัญคือคนที่ได้รับประโยชน์นั้น ยังไม่ทราบว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่แน่นอนที่สุด คนที่มาชุมนุมวันนั้นผิดกฎหมาย พ.ร.ก. การห้ามการชุมนุมตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป อันนี้เป็นการจ่ายเพื่ออะไรครับ
ประเด็นถัดไปคือมันเกินความจำเป็นครับ ท่านประธานที่เคารพ ความจริง ประเทศที่มีเงินน้อย ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดครับ ทุกบาททุกสตางค์ต้องมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ว่าท่านจ่ายคนเสียชีวิต ๗.๗๕ ล้านบาท เดี๋ยวจะมาว่าผมว่าไม่เห็น คุณค่าของผู้เสียชีวิต แต่ว่าเกณฑ์มาตรฐาน มันไม่มีเกณฑ์มาตรฐานเพราะท่านยอมรับเอง เมื่อวานซืนนี้นะครับ ประธานคณะ คอป. ของท่านคณิตเขาก็บอกแล้วครับว่ามาตรฐาน ที่นานาประเทศเขาใช้ในเรื่องเยียวยาไม่ควรเกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เขาทำหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการ ปคอป. ด้วยซ้ำไปครับ
ประเด็นถัดไป คือมันซ้ำซ้อนครับ ที่ซ้ำซ้อนเพราะอะไร เพราะว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เขาได้ดำเนินการจ่ายเงินเหล่านี้ไปครบเรียบร้อย และตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ. ผมจำชื่อไม่ได้ แต่ว่าอยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าใจว่าผู้เสียชีวิตก็ประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายไปแล้วครับ วันนี้ท่านจะ มาจ่ายอีก มันซ้ำซ้อนอย่างไรครับ เมื่อมันไปซ้ำซ้อนก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ ที่ผมพูดถึงนี่ละครับ ที่สำคัญมันเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เป็นการผูกพันภาระงบประมาณของรัฐบาล ในชุดต่อไปครับ บรรทัดฐานใหม่ที่ผมพูดถึงนี้ก็คือว่าเมื่อมีการจ่ายเงินในกรณีนี้ ผู้ได้รับ ผลกระทบในการชุมนุมทางการเมือง ไม่เป็นไปตามระเบียบ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไปใช้ ครม. ไปออกกฎเกณฑ์ให้กับคณะ ปคอป. ปคอป. ที่ว่านี้ความจริงมีหน้าที่ไปติดตาม ดูการปฏิบัติหน้าที่ของ คอป. แต่กลายเป็นว่าเป็นคณะทำงานซึ่งมาออกหลักเกณฑ์ไปจ่ายเงิน เยียวยาให้กับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย อันนี้ก็เป็นปัญหาอีกครับ เมื่อมีบรรทัดฐานใหม่ เวลา เกิดเหตุการณ์ในอนาคตมันก็เปิดช่องให้คนมาขอ ขอแล้วเกิดอะไร ก็เป็นภาระงบประมาณ ของประเทศนี้ คนเขาโทรหาผมเป็นร้อย ๆ สายว่าเขาไม่เห็นด้วยครับ เอาเงินภาษีอากรเขา ไปจ่ายให้กับคนที่ยังไม่รู้ว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ อย่าเพิ่งพูดเลยครับ เผาบ้านเผาเมือง เพราะว่ามันยังไม่ชี้ชัด แต่อย่างน้อยที่สุดผิดกฎหมาย พ.ร.ก. ครับ
ประเด็นถัดไปก็คือว่าผู้เสียหายในกรณีใกล้เคียงกัน อย่างเช่นผู้เสียหาย ในกรณีพฤษภาทมิฬ เมื่อท่านจ่ายกรณีอย่างนี้ได้ พฤษภาทมิฬเขาก็มาขอครับ แล้วขอ รัฐบาลก็ต้องพิจารณาอีกว่าถ้าเป็นกรณีเดียวกัน ถ้าท่านไม่ให้เขาก็ไปฟ้องศาลปกครองว่า มันเป็นกรณีเดียวกัน ถ้าไม่ให้ก็จำเป็นที่จะต้องไปสู่ศาลเพื่อให้ศาลตัดสิน เกิดอะไรขึ้นครับ ถ้าศาลปกครองตัดสินให้จ่าย รัฐบาลก็ต้องจ่ายเงินอีกครับ นี่ละครับคือประสิทธิภาพ
เรื่องถัดไปครับ เรื่องนโยบายยาเสพติด ใครจะโฆษณาว่าทำสำเร็จ ใครจะ บอกว่าประชาชนเห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ ผมคิดว่ามันล้มเหลว และผมมีตัวชี้วัดครับ แต่ผมยอมรับว่าจับเยอะ จับเยอะก็ดี แต่จับเยอะทำไมมันยังเหลือเยอะอยู่ละครับ ผมท้าท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเฉลิมนะครับ ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน เดี๋ยวหลังอภิปรายไปเปิดทีวีดูกับผม นะครับ ทุกช่อง ทุกรายการที่ให้มีการส่งข้อความมาในรายการทีวี ทุก ๕ ข้อความ จะมีข้อความว่าที่นี่ยาบ้าเยอะเหลือเกินทำไมไม่ปราบ ที่จังหวัดเชียงใหม่ยาบ้าเยอะเหลือเกิน ทำไมไม่ปราบ ที่จังหวัดระยองยาบ้าเยอะเหลือเกินทำไมไม่ปราบ หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยาบ้าเยอะเหลือเกินทำไมไม่ปราบ ทุก ๕ ข้อความมีข้อความแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวไปดูด้วยกัน นี่ละครับตัวชี้วัดว่ามันสำเร็จหรือไม่ ยุทธศาสตร์นี้ใช้เงิน ๑๑,๕๘๒ ล้านบาทครับ จับเข้าไปครับ ดีแล้ว จับให้เยอะ แต่ตัวเลขคนเสพต้องลดน้อยลงด้วย ผมจำได้มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ พูดครับว่าไปตรวจฉี่เด็กนักเรียน ๒๘๐ คน พบฉี่ม่วง ๘๐ คนมันก็ยังไม่ลดลงอย่างไรครับ ผู้เสพยังเยอะอยู่ครับ ก็ให้กำลังใจในการ ปราบปราม แต่ตัวชี้วัดต้องชัดเจน ตัวชี้วัดที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ครับ คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลักทรัพย์ ขโมยของ ไม่รวมปล้น ไม่รวมเอามีดไปจี้ตัว ประกัน อันนี้เอาตัวเลขมาดูสิครับว่าถ้าคดีเกี่ยวกับทรัพย์มันลดน้อยลง นี่ละครับตัวชี้วัดว่า ปราบยาเสพติดได้ผล เพราะฉะนั้นอย่ามาโม้ครับ อย่ามาบอกว่าสำเร็จ อย่าไปถามสื่อ ไปถามประชาชน เอาตัวชี้วัดมาพูดกัน ผมมีเวลาแค่นี้ครับ แต่ว่าถ้าพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพ ก็ต้องพูดเรื่องการสื่อสารอีก ท่านปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นี่นะครับ การสื่อสารของเขา เหตุผลก็คือว่าที่ปลดเพราะสื่อสารไม่เข้าใจ แต่ท่านทราบไหมครับตัวชี้วัดที่เขาทำงาน ในหน่วยงาน ๒ ปี กำไร ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท เคพีไอ (KPI) ค่าชี้วัดประสิทธิภาพในการ บริหาร ประสิทธิผล ๘๑ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วปลดเขาแล้วถ้าคนมาใหม่ทำได้ไม่เท่าเขา ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบเพราะว่า ท่านดูแลทั้งหมด ท่านจะอ้างว่าเป็นเรื่องสภา เป็นเรื่องกระทรวง ไม่ได้ครับ วันนี้ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านหนีความรับผิดชอบใด ๆ ไม่ได้เลยครับ อันนั้นเป็นการสร้างภาพครับ
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ สิ่งแวดล้อม สมัยนี้เขาใช้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ ไฮ (High) เทคโนโลยี ต้องดูแลชุมชนและต้องดูแล สิ่งแวดล้อม ผมไปดูแผนยุทธศาสตร์ก็มีเงินเยอะ แต่ว่าไปดูในเนื้องาน รายละเอียดนะครับ ไม่มีครับ เหมือนที่ผมอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าที่มาบตาพุดจะไม่เกิดผล ไม่เห็นงบประมาณ ในการไปสร้างหน่วยปฏิบัติการที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างฉุกเฉินได้เลยครับ เพราะฉะนั้น โดยประสิทธิภาพของแพง น้ำท่วมแก้ไขไม่สำเร็จ ทั้งหมดนี้รวมทั้งความสามารถในการ บริหารจัดการ ผมนี้ต้องยอมรับว่าเห็นด้วยกับการที่จะต้องเอาเงินมาบริหารประเทศ แต่บริหารประสบความสำเร็จหรือไม่อยู่ใน ๒ ข้อที่ผมเรียนไปคือประสิทธิภาพและเรื่องของ ความสามารถในการบริหารจัดการ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ก็นำเสนอ พ.ร.บ. งบประมาณมา ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาก็ใช้เงิน แต่ผมไม่เชื่อมั่นว่าทั้งประสิทธิภาพ กับความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้ของคุณยิ่งลักษณ์จะทำได้สำเร็จ ผมขอตั้งชื่อ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ว่า สวย แต่กินไม่ได้ และแก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ