รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ ยังไม่ครบองค์ประชุม ผมขอเลื่อนการประชุมไปประชุมเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๖ คน
เชิญนั่งครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระ
เนื่องจากเราได้เคยตกลงกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าจะมีการปรึกษาหารือ แต่นี่ช่วงเวลามันล่วงเลยมาแล้ว ๑ ชั่วโมง ผมก็ของดการหารือ ถ้ามา ๙ โมง ผมก็จะให้ หารือ แต่นี่มันเลยเวลานะครับ เพราะว่ากฎหมายเรายังค้างอยู่ ก็ขอความกรุณา ขอยกยอดรายชื่อของท่านที่ส่งมาทั้งหมด ๒๐ ท่าน พรุ่งนี้ ๙ โมงก็จะได้ดําเนินการ ทั้ง ๒๐ ท่านเลย มีอะไรครับ ไม่มีอะไรกระมังครับ ไม่หารือแล้วละครับวันนี้เพราะมันสาย
ท่านประธานครับ ผม นิยม วรปัญญา ผมมีเรื่องด่วน อย่างนั้นผมขอส่งเป็นหนังสือแล้วกันนะครับ
ทําหนังสือมาเลยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
ผมจะสั่งการเลยครับ ทําหนังสือมาเลยดีกว่าครับ ขอดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุม ขอความกรุณา ด้วยครับเพราะว่ามันสายแล้ว
ขออนุญาตอย่างนี้ครับ ท่านประธาน คือจริง ๆ แล้วก็คงจะมีเพื่อน ๆ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ได้นําเรื่อง ที่มีความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน
ผมเข้าใจครับ
มาหารือ คืออย่างนี้ครับ ท่านประธาน
ทําหนังสือทันที แล้วก็วันนี้ ผมจะทําหนังสือออกไปทันที เร็วกว่าที่จะหารือเสียด้วยซํ้า
ท่านประธานขออนุญาตครับ ขออนุญาตนิดเดียว เรื่องหนังสือที่ท่านประธานกรุณาออกไปผมเห็นด้วยว่ามันเร็ว แต่ว่าเวลาหนังสือกว่าจะตอบกลับมานี่ท่านประธาน
ก็ภายใน ๓๐ วันครับ
ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ กว่าหนังสือจะตอบกลับมามันนาน ข้อสําคัญท่านประธาน ผมจะมีหนังสืออีกฉบับหนึ่ง มาส่งให้ท่านประธานได้ดู เรื่องที่ส่งมามันคนละเรื่องและคนละจังหวัด แล้วส่งมาได้ อย่างไร
ถ้าอย่างนั้นก็เชิญพบผม ที่ห้อง เอาเอกสารหลักฐาน
ทํางานแล้วผิดพลาด เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ถ้าเรามีการหารือ มันตรงประเด็นเลยครับ
ผมทราบแล้วครับ วันนี้ ขอชะลอก่อนครับ
กราบขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานคะ
เอาอีกแล้วดาราเรา
นิดเดียวค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือว่า เมื่อท่านชัยวัฒน์ได้พูด ดิฉันก็อยากจะฝากท่านด้วยว่า ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยค่ะ เวลาหนังสือออกไปดิฉันส่งต่อหน่วยงานไม่ได้เลย เพราะไม่กล้าส่ง อายค่ะว่ามาลงชื่อพรรคเพื่อไทย ช่วยแก้ให้ด้วยนะคะเป็ น พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองนะครับ ท่านผู้ใดจะแก้ไขเพิ่มเติมมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมดังกล่าวนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุม เมื่อวันพุธที่แล้ว จึงขอกราบเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ เชิญครับคณะกรรมาธิการ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เนื่องจากการประชุม คราวที่แล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สองโดยเริ่มตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติ คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา จนถึงมาตรา ๘ ซึ่งมีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติ ภายหลังจากกรรมาธิการผู้ขอสงวนความเห็น และสมาชิกได้อภิปราย โดยกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานในที่ประชุมคือ ท่านรองอภิวันท์เห็นว่า ในมาตราดังกล่าวมีความสําคัญต้องใช้การพิจารณา อย่างรอบคอบ จึงได้สั่งเลื่อนมาพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดําเนินการต่อนะครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรจะตอบที่ค้างเมื่อการประชุมครั้งที่แล้วไหมครับ มีไหมครับ ถ้ามีเชิญครับท่านประธาน
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ เมื่อคราวที่แล้วในมาตรา ๘ (๑๐) กระผมได้เป็นผู้ที่สงวนคําแปรญัตติ โดยขอให้ตัด (๑๐) ออก ซึ่งผมได้ขอถอนคําสงวนคําแปรญัตติของผมไปแล้ว (๑๐) นี่ผมถอนไปแล้ว แต่ว่าถ้าดูในรายงาน มาตรา ๘ (๑๐) มีผู้ที่สงวนความห็นเช่นเดียวกับผม อยู่อีก ๒ ท่าน คือท่านกมลวิศว์ แก้วแฝก และท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เพราะฉะนั้น ท่านประธานได้กรุณาถามกรรมาธิการอีก ๒ ท่านนะครับว่าท่านติดใจที่จะสงวนหรือเปล่า ขอบพระคุณครับ
ท่านกมลวิศว์ กับท่านอภิชาตไม่ติดใจนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ สงวนคําแปรญัตติไว้ แต่เนื่องจากว่าได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้ฟังเหตุผลแล้วผมขอถอนครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ
มีอะไรครับ ท่านแปรญัตติ ด้วยหรือเปล่าครับ
ไม่ได้แปรครับ แต่ผมมีความเห็นเพิ่มเติม นิดหนึ่งเกี่ยวกับมาตรานี้
ไม่แปรก็ไม่มีสิทธิที่จะ อภิปรายครับ
แต่เมื่อมีการแก้ไขก็อภิปรายได้นี่ครับ
อ๋อ มีการแก้ไข เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการเพิ่มเติมใน (๑๐) ของมาตรา ๘ ผมฟังนํ้าเสียงการอภิปรายของเพื่อน ๆ สมาชิก เกือบทุกท่านแล้วหลายคนก็ดูว่าจะเห็นพ้อง แล้วก็ได้แสดงความรู้สึกที่ไม่พอใจหรือว่า ไม่ชอบการปฏิวัติ รัฐประหาร ผมเองก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อปี ๒๕๔๙ ผมเป็น ส.ว. พร้อมกับท่านประธานด้วย พี่น้องประชาชนก็เลือกผมมา ปรากฏว่าการปฏิวัติ รัฐประหาร ได้ปลดพวกเราออกจากตําแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นผมเองก็ไม่ชอบการปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่ชอบคนกลุ่มนี้ แต่วันนี้ในเมื่อเรามาทําหน้าที่ ส.ส. เรามาพิจารณากฎหมาย ผมคิดว่าเราก็ต้องเอาความรู้สึกส่วนตัวนั้นออกไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มเติม เข้ามานี้ มาตรา ๘ เป็นเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการ เพราะฉะนั้น เรื่องของคุณสมบัติมันต้องคู่กับเรื่องของหลักฐาน ผมยกตัวอย่าง สมมุติว่า ผมจะมาสมัครเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อย่างมาตรา ๘
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ตํ่ากว่าสามสิบห้าปี อันนี้ไม่ยาก ผมเอาทะเบียนบ้านของผม มายืนยันเป็นหลักฐานได้
(๕) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่ติดยาเสพติด อย่างนี้แน่นอนผมขอใบรับรองแพทย์มายืนยันได้
แต่เมื่อกรรมาธิการเพิ่ม (๑๐) เข้าไปผมขอเรียนถาม ถ้าสมมุติว่า ผมจะไปสมัครเป็นกรรมการใครจะรับรองให้ผม แล้วก็มีหลักฐานอะไรที่ยืนยันว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่เขียนอันนี้ ไม่มีส่วนร่วมกระทําการในการยึดอํานาจ การปกครองประเทศ ใครออกหนังสือรับรองให้ผมได้ ในเมื่อคุณสมบัติทุกข้อผมเชื่อว่า เวลาไปสมัครมันต้องมีใบรับรอง หรือคนที่เขาทําจริง ๆ มีใครรับรอง มีองค์กรไหน ที่ให้การรับรองได้ว่าเขาเป็นคนทําปฏิวัติ รัฐประหารตัวใหญ่ ๆ นั้นโอเค (OK) เวลา มีแถลงการณ์ของคณะปฏิวัติออกมาก็มีการลงชื่อชัดเจนแต่คนอื่น ๆ เป็นร้อย ๆ คน ในการปฏิวัติผมเชื่อว่าคงไม่ใช่มีคนคนเดียวทํา เพราะฉะนั้นคนที่มีส่วนร่วมผมอยากจะให้ คณะกรรมาธิการที่ต้องการจะเพิ่ม (๑๐) เข้าไปช่วยตอบปัญหาข้อนี้ให้ผมให้ได้ว่า มีองค์กรไหนหรือจะอาศัยอะไรมาเป็นเครื่องยืนยันรับรองคุณสมบัติข้อนี้ที่ท่านเพิ่มเข้าไป เพื่อว่าเวลาผมไปสมัครผมจะสมัครได้ ถ้าท่านตอบได้ก็โอเค ถ้าตอบไม่ได้ผมว่าข้อนี้ก็ต้อง เอาไว้ก่อน ถึงเราจะจงเกลียดจงชังไม่ชอบคณะรัฐประหารอย่างไรก็ตามเราก็คง ไม่สามารถที่จะกําหนดลงไปได้ ขอเรียนถามขอขอบคุณครับ
เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๘ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... มีการแก้ไข ในมาตรา ๘ นี้ กรรมการต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ ซึ่งมีเยอะนะครับ มีถึง (๑๐) และมีการเพิ่มเติมมาตรา ๘/๑ ผมก็มีข้อสงสัยเช่นเดียวกับท่านสมาชิกทั้งหลายซึ่งพูดกันมากในการแก้ไข (๑๐) ซึ่งแก้ไขว่า ไม่เป็นบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ข้อนี้ดีครับ ผมก็ดีใจกับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการที่ท่านได้ถอนออกไป แล้วคงอันนี้ไว้ เพราะถือว่าท่านก็เป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ตรงนี้ความจริงแค่นี้ไม่พอนะ ท่านประธาน เห็นไหม บึ้มโน่นบึ้มนี่ ยิงเอ็ม ๗๙ (M79) บ้าง อย่างนี้ใส่ไว้ไหม ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ต้องใส่ไว้ไหม นี่เห็นชัด ๆ เลย ไม่ต้องบอกเลยครับ เห็นชัด ๆ เลยมีบึ้มครับ ขนาดที่ทํางาน ผู้บัญชาการทหารบกก็ยังมีบึ้ม มียิงเอ็ม ๗๙ อย่างนี้ อย่างนี้ไส่ไว้ไหมครับท่านประธาน ต้องใส่นะครับ คนพวกนี้ไม่รักประชาธิปไตยแล้วไม่น่าจะเป็ น ไม่น่าเป็ นครับ แต่ผมเห็นด้วยว่าคนที่ปฏิวัติจริง ๆ เขาเรียกว่า รัฐประหาร ปฏิวัติ รัฐประหารก็แล้วแต่ คนพวกนี้เขาไม่เป็ นหรอกครับ คนพวกนี้ไม่เป็ นหรอกครับ เขาไม่เอาหรอกครับ มาร่างกฎหมายอย่างนี้เขาไม่เอา แต่คนที่รอบข้างสิที่ร่วมมือพวกนี้ต้องจํากัดเอาไว้ ผมเห็นด้วย จะทําอย่างไรครับ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการ ว่าจะใส่เข้าไปอย่างไร ใส่เข้าไปอย่างไรครับ ที่ยิงเอ็ม ๗๙ ที่ยิงอยู่ขณะนี้ แล้วก็บึ้มโน่นนี่ แล้วก็กําลังจะมีบึ้ม บึ้ม บึ้มอะไรกันอีกนี่ครับ ใส่ไปในกฎหมายได้อย่างไรครับ ท่านประธาน นี่ประการที่ ๑ ที่ถาม ทีนี้ผมมาดู (๓) เขียนไว้ ชัดเจนเลย ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น นี่ไปฆ่าออกนะ แล้วมาใส่ตรงนี้ มาใส่มาตรา ๘/๑ (๑) เหมือนกันเปี๊ยบเลย ทุกคําพูดเลยครับท่านประธาน ท่านประธานดูสิครับ นี่เขาไปฆ่าออก ทําไมไม่ทราบ ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะไปฆ่าออกทําไม ตรงนี้เหมือนกันจะไป ฆ่าออกทําไม แล้วก็มาเติมอีกเหมือนกันอย่างนี้ ไม่ทราบว่าไปเขียนเพื่ออะไรครับ ท่านประธาน แล้วก็มา (๓) นี่เหมือนกัน ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก มาเติมนะครับ แล้วก็ ไปตัด (๕) ออก (๕) เขาเขียนไว้แล้ว ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก อันเดียวกันเลยครับ แล้วก็มาแก้เป็ น (๓) ไปแก้ทําไม เขียนทําไมท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ถามท่านนะครับ คนอื่นถ้าไม่จําเป็นอย่าตอบนะ ผมถามท่าน อยากจะฟังนะครับ ท่านประธาน เพราะว่าท่านเป็ นคนที่มีความรู้ มีความเก่งในเรื่องของกฎหมาย ขอเรียนถามไว้แค่นี้ครับท่านประธาน
เชิญคุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กระผมขอกราบเรียนแสดงความคิดเห็นผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการและ ท่านสมาชิกด้วยความเคารพครับว่า สําหรับกฎหมายฉบับนี้เป็ นพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งคําว่า การปฏิรูป มันชัดเจนอยู่แล้ว การปฏิรูปก็คือ การพัฒนาให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครอง โดยระบอบประชาธิปไตย อาจจะหมายความตามประโยคหรือคํานิยาม ประชาก็คือ ประชาชน ธิปไตยก็คืออธิปไตย เพราะฉะนั้นโดยความหมายของคําว่า ประชาธิปไตย ก็คือการปกครองที่ประชาชนมีอํานาจสูงสุดในการปกครองประเทศ การใช้อํานาจของ ประชาชนใช้อย่างไรในการปกครอง ก็โดยผ่านตัวแทนหรือผู้แทน อย่างพวกเราที่มานั่ง ถกกันอยู่ตรงนี้ละครับคือการใช้อํานาจของประชาชน เพราะฉะนั้นการพัฒนากฎหมาย ไปสู่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ก็คือการพัฒนาไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า พัฒนาไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมจะขออภิปรายใน (๑๐) เท่านั้นครับ ซึ่งมีหลายท่านได้แสดงความคิดเห็น ในการประชุมคราวที่แล้ว ซึ่งเป็นความคิดเห็นที่หลากหลาย ในความหลากหลายนั้น มีทั้งความแตกต่าง มีทั้งความเหมือน ในความแตกต่างและความเหมือนก็ย่อมมีสิ่งที่ดีกว่า และดีที่สุด เพราะฉะนั้นการที่เราจะเลือกในการที่จะกําหนดหรือบัญญัติกฎหมาย ก็ต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด การปกครองที่ผ่านมานั้นเราต้องยอมรับว่ามันมีการใช้วงจร ทั้งในระบอบประชาธิปไตยเหนือระบอบประชาธิปไตย ผมจึงเห็นว่าการที่บัญญัติไว้ ใน (๑๐) จึงเป็นข้อบัญญัติที่ควรคงไว้ ซึ่งคณะกรรมาธิการท่านก็ได้ถอนคําแปรญัตติ ในส่วนที่จะขอให้ถอน (๑๐) นี้ไปแล้ว ก็ขอขอบพระคุณนะครับ แต่กระผมมีความคิด อย่างนี้ว่าก่อนที่เราจะถอนหรือว่าจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรต่อไปนั้น เราต้องมาเข้าใจ ให้เหมือนกัน หรือเข้าใจว่ามันจะดีกว่าไหม ถ้าเราจะมองในเรื่องของการบัญญัติไว้นี่ ทําไมต้องบัญญัติว่า ไม่ต้องการให้ผู้ที่ได้อํานาจมาโดยการยึดอํานาจจากประชาชน ซึ่งเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยครรลองคลองธรรมในระบอบประชาธิปไตย เพราะการใช้อํานาจ อย่างที่เรียนแล้วว่าเป็นอํานาจที่เราเอาอํานาจมาจากประชาชนมาใช้ที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น คนที่ยึดอํานาจที่ประชาชนให้ผู้แทนมาแล้วไปใช้อํานาจนั้นเสียเอง อย่างเช่นคราวการปฏิวัติ หรือรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ คือรัฐประหารแล้วก็ให้ ส.ส. ส.ว. เลิกปฏิบัติหน้าที่ เสร็จแล้วก็แบ่งปันอํานาจ เมื่อยึดแล้วก็มาแบ่งปันอํานาจกัน อํานาจหนึ่ง ก็คือยึดจากฝ่ายบริหาร หัวหน้าคณะปฏิรูปหรือคณะปฏิวัติไปตั้งตนเป็นคณะผู้บริหาร เสียเอง นั่นคือยึดอํานาจส่วนหนึ่งไปใช้เพื่อตน และแบ่งปันอํานาจในส่วนฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งยึดไปจากสภาแห่งนี้ไปให้พวกพ้องของตนเองในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ทําหน้าที่แทน ส.ส. ส.ว. ก็คือการเอาอํานาจของประชาชนไปแบ่งกันในการทําหน้าที่ตรงนั้นซึ่งไม่ใช่ อํานาจที่ประชาชนมอบให้มาแต่ยึดเอาไป ผมอยากจะยกตัวอย่างอย่างนี้ครับว่า การกระทําเช่นนี้ถ้าเราจะเปรียบไปในหลักกฎหมายเขาถือว่าคนที่เข้าไปปล้นทรัพย์สิน ในบ้านของคนอื่นนี่เป็นผู้กระทําแล้ว แต่คนดูต้นทางโดยส่งสัญญาณ หรือคนเขียนแผนที่ บอกว่าทรัพย์สินอยู่ตรงไหน ๆ แล้วก็ไปปล้นได้ทรัพย์สินมาแล้วแบ่งกัน ถือว่ามีส่วนร่วม ทั้งหมดแล้วก็มาแบ่งปันทรัพย์สินกัน มันก็เฉกเช่นเดียวกัน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ควรที่จะ มาเสนอหน้านั่งอยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพราะไม่อาจที่จะมีความคิด หรือแนวคิดในการที่จะพัฒนาให้กฎหมายไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้ เพราะความคิดยังย้อนหลัง และยังยอมรับในการยึดอํานาจ ในการที่ใช้อํานาจมาโดยไม่ใช่อํานาจของประชาชน เป็ นการยึดเอามาใช้ เมื่อแบ่งปันไปแล้วสภานิติบัญญัติก็มอบอํานาจนั้นให้กับ สภาร่างรัฐธรรมนูญต่อ มันก็เหมือนกับว่าไปลักวัวเขามา ปล้นวัวเขามา เสร็จแล้วชําแหละ เนื้อขาย แล้วไปซื้อทองมาใส่ คณะผู้ร่างก็ร่างรัฐธรรมนูญออกมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันจึงมีสภาพที่บิดเบี้ยว จึงมีปัญหา เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมา เพื่อรองรับอํานาจ เป็นการรองรับอํานาจและสอดรับกับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๔๙ หลังจากยึดอํานาจ เพราะฉะนั้นการยึดอํานาจครั้งนี้มันจึงมีการแบ่งหน้าที่กันทํา ผู้กระทําก็คือลงมือเสียเองเลย นํากองทัพ นําทหารออกมายึด ผู้ใช้ให้กระทําคือ นั่งบัญชาการ วางแผน และผู้ที่ถูกแบ่งหน้าที่ให้กระทําคือผู้ที่มาเขียนประกาศ ให้คณะปฏิวัติมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และสภานิติบัญญัติแห่งชาติมอบอํานาจ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็มาร่างกฎหมายออกมาเป็นรัฐธรรมนูญ ก็เหมือนเปลี่ยนเนื้อวัว ที่ลักมาเป็นทองคําละครับ มันอย่างไรก็ผลพวงอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จึงไม่ควร จะมาทําหน้าที่ เพราะอย่างไรจิตใจของเขานั้นมีมลทินในจิตวิญญาณของการเป็น นักกฎหมายเสียแล้ว สําหรับใน (๑๐) กระผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า คณะกรรมาธิการ ที่เพิ่มเติมใน (๑๐) ใช้คําว่า ไม่เป็ นบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ ตรงนี้นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า การกระทํา หรือร่วมกระทํา นั้นโดยหลักกฎหมายแล้ว คําว่า ร่วมกระทํา ก็คือผู้ร่วมนั้นเป็นตัวการ ด้วยกันทั้งหมดอย่างที่เรียนเมื่อกี้นี้ ไม่ว่าคุณจะขนทหารออกไป ไม่ว่าจะเขียนแผน ไม่ว่าคุณจะเขียนประกาศถือว่าเป็นตัวการในการร่วมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่จําเป็นต้อง ใช้คําว่า กระทํา หรือ ร่วม เพราะมันเป็นความหมายเดียวกัน แต่มีผู้เสนอว่าน่าจะใช้คําว่า ผู้สนับสนุน ด้วย อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะผู้สนับสนุนก็คือ ผู้ที่ยุยงส่งเสริมหรือให้ความสะดวกในการกระทําผิดครั้งนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นควร ให้ใช้ถ้อยคําว่า ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งร่วมกระทําการหรือสนับสนุนให้มีการกระทําการ ฝากท่านคณะกรรมาธิการไปคิดข้อนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าคําว่า กระทํา หรือ ร่วม มันก็คือความหมายเดียวกันคือตัวการด้วยกัน ร่วมกันกระทําการ ก็คืออย่างแบ่งหน้าที่กันทํา วางแผนทํา แล้วก็มารับประโยชน์ร่วมกัน สมประโยชน์ด้วยกัน จึงอยากเสนอให้ใช้คําว่า บุคคลซึ่งร่วมกระทําการหรือสนับสนุนให้มีการกระทําการ ขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับนักศึกษา สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครสวรรค์ กับครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านคลองคุ้ย จังหวัดตรัง ครูและนักเรียน จากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปเชิญ คุณสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนและขอชื่นชมประธานคณะกรรมาธิการที่ท่านได้ถอน คําสงวนของท่านออกไป แล้วก็ขอชื่นชมกรรมาธิการที่ได้ยกร่าง (๑๐) ของมาตรา ๘ แต่สิ่งที่กระผมเองนั้นอยากจะขอให้ทางกรรมาธิการช่วยวินิจฉัยในเรื่องคุณสมบัติ ของบุคคลใน (๑๐) ให้ชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ว่าเราจะเอาตั้งแต่หัวหน้าคณะปฏิวัติ ผู้ช่วย ตลอดจนถึงเนติบริกรซึ่งได้ร่างข้อบัญญัติ ได้ร่างข้อบังคับ ประกาศคณะปฏิวัติทุกฉบับ บุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นตัวการผู้ร่วม ซึ่งต้องชัดในเรื่องของการตั้งข้อสังเกตเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยคุณสมบัติ ของบุคคลเหล่านี้ในอนาคต ถ้าเรายกตัวอย่างการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งปฏิวัติมาหมาด ๆ ผู้คนเหล่านั้นก็ยังเห็นร่องรอย แล้วสมมุติว่ากฎหมายฉบับนี้มีสภาพ บังคับประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้วมีสภาพบังคับเรียบร้อยแล้วนั้น ผมเองนั้น มีความประสงค์ สมมุติผมเคยเป็ น สนช. ในสมัยที่ยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ผมเคยเป็น สนช. หรือผมเคยเป็นอนุกรรมาธิการร่างกฎหมายต่าง ๆ ในสภา สนช. ซึ่งเกิดมาจากการปฏิวัติ รัฐประหารนั้น สมาชิก สนช. เหล่านั้น ยังจะมีคุณสมบัติในการเข้ามาเป็นคณะกรรมการผู้ยกร่างกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ ตรงนี้ ต้องชัดนะครับ มิฉะนั้นเราก็จะได้ถกเถียงกันอีก แล้วสภาก็จะต้องมากลั่นกรองบุคคล เหล่านั้นอีกว่าผิดคุณสมบัติแล้วจะต้องตีความกันให้มากมายกันอีก อยากจะให้ทาง กรรมาธิการได้ช่วยบันทึกหรือเจตนารมณ์ของ (๑๐) นี้ให้ชัด เพื่อประโยชน์ในการตีความ คุณสมบัติในอนาคต
ส่วนที่ ๒ กรณีเนติบริกร ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านได้ยกร่างกฎหมาย ท่านเป็นประธานในการยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างนี้ ถือว่าเป็นตัวการ เป็นผู้ร่วม ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าท่านถูกเชิญมาเป็นกรรมการปฏิรูป กฎหมาย เหล่านี้จะถือว่าคุณสมบัติของการเป็นเนติบริกรคณะปฏิวัตินี่ต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องมีความเห็นของกรรมาธิการได้ประกอบด้วย เพื่อที่พวกเราจะได้ใช้ในอนาคตต่อไป และผมเชื่อแน่ว่าสังคมไทยเนติบริกรที่ซ่อนเงื่อน ซ่อนรูปแล้วจะโผล่มากับกฎหมายฉบับนี้หลายคน และคงจะเป็นช่วงที่เราจะต้อง มาวิวาทะกันอีก ผมขอนําเรียนเพื่อที่จะให้ทางกรรมาธิการได้ช่วยตอบความคิดเห็น กราบขอบคุณครับ
เชิญคุณศุภชัย ศรีหล้า
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ความเห็นผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการในข้อกฎหมาย เดียวกันที่กําลังถกเถียงกันอยู่ในสภาในขณะนี้ นั่นคือมาตรา ๘ (๑๐) ซึ่งข้อความเห็นของ หลายท่านเป็นข้อความเห็นที่มองอีกซีกหนึ่งคือซีกของการได้มาซึ่งอํานาจโดยวิธีการ รัฐประหาร ใน (๑๐) บอกว่า ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ วิถีทางที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย หลายท่านได้ให้ความเห็น ไปแล้ว แต่อีกกรณีหนึ่งซึ่งเป็นกรณีที่เราเคยพูดคุยกันในสภาแห่งนี้คือการได้มาซึ่งอํานาจ ที่ไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน แต่ไม่ใช่วิถีทางโดยการรัฐประหาร ยกตัวอย่าง การจ่ายเงินให้กับสมาชิกวุฒิสภา ยกตัวอย่าง การควบรวมพรรคการเมือง หรือยกตัวอย่าง กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคําพิพากษาให้ยุบพรรคการเมือง ท่านประธานคงจําได้ว่าในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําพิพากษานั้น ๆ แต่ละครั้งของ ศาลรัฐธรรมนูญระบุในคําพิพากษาอย่างชัดเจนว่า เป็นการกระทําที่ให้ได้มาซึ่งอํานาจ โดยไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ผลพวงจากคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการบริหารพรรคการเมืองหลายพรรคถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง ๕ ปี ท่านประธานครับ ถ้าเขียนกฎหมายอย่างนี้แปลว่ากรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น ๆ ต้องไม่สามารถเข้ามาอยู่ในตําแหน่งเหล่านี้ได้ใช่ไหมครับ เพราะชัดเจนที่สุดคือ คําพิพากษาของศาล ไล่เลียงต่อดีไหมครับ เจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองเหล่านั้น ต้องหาคําพิพากษาเดียวกันไหมครับว่ามีส่วนในการกระทําความผิด สมาชิก พรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรคเข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ได้ไหมครับ ผมเข้าใจว่าถ้าเขียน กฎหมายในลักษณะนี้ข้อความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้จะนําไปสู่ความขัดแย้งและการถกเถียงกัน ในสังคม ผมจึงขอเรียนท่านประธานว่า ใน (๑๐) ขอให้ท่านคณะกรรมาธิการได้โปรด พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... นะครับ ซึ่งมาตรา ๘ กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑๐) ได้มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้แปลความหมาย แล้วก็ได้อภิปราย ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนะครับท่านประธาน ไม่เข้าใจตรงที่ว่า โดยไม่ใช่ วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย คําว่า วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย นั้น ผมจะยกตัวอย่างง่าย ๆ การปฏิวัติทุกครั้งก็จะมีผู้ที่จะมาร่างคําแถลงการณ์ของ คณะปฏิวัติ ผู้แถลงการณ์นั้นมักจะได้มานั่งเป็ นประธานสภานิติบัญญัติ แล้วก็ มาร่างกฎหมายให้กับการเลือกตั้งทั่วไปของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นก็อยากจะ ฝากถามท่านคณะกรรมาธิการไว้ว่าเมื่อกี้ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสถาพร มณีรัตน์ ได้กล่าวถึงท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ นะครับ ถ้าปฏิวัติครั้งใดจะเป็นท่านอาจารย์มีชัยนี่ละครับไปร่างกฎหมายให้กับคณะปฏิวัติ อาจารย์มีชัยนี่ทุกครั้งมักจะมาเป็นประธาน มักจะมาเป็นคณะกรรมการร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นอันนี้มันจะผิดมาตรา ๘ (๑๐) นี้หรือไม่ ผมขอชมเชย คณะกรรมาธิการหลาย ๆ อย่างที่ผมอ่านไป แต่ว่าคําแปลนั้นก็ยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการนั้นได้วิเคราะห์แล้วก็พินิจพิจารณาว่าคนที่ร่างกฎหมาย ให้กับผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกสภาอันทรงเกียรตินั้นได้มานั่งถกเถียงกันตรงนี้ มันจะผิดด้วยหรือไม่ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ การที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มในมาตรา ๘ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๑๐) ผมขอสนับสนุน เป็นความกล้าหาญของท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ต้องยกย่องท่านครับ ท่านกล้าหาญมากที่ท่านเอามาตรานี้เข้ามา เพราะจริง ๆ การปฏิวัติ รัฐประหารไม่ได้ทําให้ ประเทศชาติเราเจริญขึ้นมาแต่ประการใด แต่มันมีข้อความที่ผมอยากให้ท่านได้กรุณา เพิ่มลงไป ผู้ที่มีส่วนร่วม ถ้าร่วมกระทํามันจะแคบไป พวกที่มีส่วนร่วมจํานวนมากครับ ท่านประธาน มากจริง ๆ หลายฝ่ายออกมา เรารู้เราเห็นครับไม่ต้องไประบุหรอกว่าใคร มันชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกาศตลอดว่าปฏิวัติแล้วจะทําให้บ้านเมืองดีขึ้น จะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ปฏิวัติ ทีไรจะมีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่ได้ผลประโยชน์ มีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่ได้เปรียบ มีกลุ่มบุคคลหนึ่ง จะได้ตําแหน่งมากขึ้น บอกว่าทุจริตท่านประธานไปดูครับ เมื่อวานมติคณะรัฐมนตรี ก็ออกมาชัดเจนไม่ให้ซื้อจีที ๒๐๐ (GT200) ท่านประธานครับ จีที ๒๐๐ มันจะเป็น การทุจริตหรือไม่ แต่ในความเห็นผมมันเป็ นการหลอกลวงกันครับ หลอกลวง เอาของเด็กเล่นมาซื้อในราคาสูงมาก ท่านประธานครับ ซื้อตอนไหนมาก หลังจาก ยึดอํานาจครับ เท่าที่ผมได้รับรายงาน คมช. ซื้อถึง ๕๐๐ เครื่อง ใครซื้อท่านประธานต้องให้ นายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบ ท่านนายกรัฐมนตรีจะบอกว่า จะเลิกใช้อย่างเดียวมันไม่ได้ครับ มันเป็นงบประมาณแผ่นดินนะครับ ใครคิดทุจริตงบประมาณแผ่นดินต้องมีอันเป็นไปครับ ท่านประธาน อยากเรียนว่าจีที ๒๐๐ นี่ผมดูแล้วมันต้องผ่าดูครับ โทรทัศน์บีบีซี (BBC) ระดับชาติเขาผ่ามาดูมีแต่เสาอากาศกับพลาสติก คุณสรยุทธ์ ช่อง ๓ เขาบอกอันละ ๑๕๐ แต่ว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยซื้อ ๗๐๐ เครื่อง สมัย คมช. ๕๐๐ เครื่อง ตั้งแต่ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๗๐๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ราคาต่างกันประมาณ หนึ่งสองสามเท่ามันทุจริตไหมครับท่านประธาน ดังนั้นเรื่องนี้จําเป็นที่บรรจุไว้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งตามที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าไม่จําเป็น ผู้ที่มีส่วนร่วม ผมอยากให้บรรจุลงไป วันนี้ ปฏิวัติเพื่ออะไร เขาปฏิวัติมาเพื่อยึดเงินคนเล่นแล้วก็เอาเงินนั้นไปแบ่งกัน แบบนี้ผมว่า มันเหมือนทฤษฎีวัวอ้วน ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ ตั้งแต่ผมเกิดมานี่วัวไปกินหญ้าคนอื่นมันยึดวัว ยึดวัวได้หรือท่านประธาน เอากฎหมาย ข้อไหนครับมาคิดแบบนี้ นี่เขาเป็นนักกฎหมายนะครับ นักกฎหมายยิ่งแบบนี้ผมว่า ไม่ใช่นักกฎหมายที่ดีครับ เป็นนักกฎหมายที่ค่อนข้างเป็นเผด็จการ สนับสนุนในแนวทาง ปฏิวัติ คนพวกนี้ไม่สมควรที่จะเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม ผมอยากฝากท่านประธานครับ ทฤษฎีวัวอ้วนนี่ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริงไม่ต้องทํางานครับ ผมจะปลูกหญ้าทั้งหมด แล้วก็ ให้วัวของคุณแก้วสรร อติโพธิ ท่านไปซื้อวัวแล้วมากินหญ้าบ้านผม แล้วผมก็จะยึดวัวท่าน ผมไม่ต้องทํางานครับ ปลูกแต่หญ้าแล้วก็ยึดวัว ยึดวัวไป รวยครับ รวยมหาศาลครับ ผมอยากถามนักกฎหมายนี่ทําไมไม่ลุกขึ้นมาพูดข้อเท็จจริงครับ คนประเภทแบบนี้ หรือครับที่จะมามีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายได้ หลายคนบอกว่าไม่ควร
ท่านประธานครับ
จะจบแล้วนะครับ
ท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมต้องขอให้ท่านประธานได้ช่วยเตือน สมาชิกนะครับว่าสิ่งที่กําลังพูดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในการอภิปรายในญัตตินี้ครับ
ผมเข้าใจครับ ก็ยังอยู่ ในกรอบ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ให้พูดต่อใช่ไหมครับ
เชิญเลยครับ
ผมผิดข้อบังคับไหมครับท่านประธาน
เชิญเอาให้จบ
ผมพูดในประเด็นผู้ที่มีส่วนร่วม ในการปฏิวัติ รัฐประหาร มันไม่ผิดประเด็นครับ ผมถึงยกย่องท่านนิพิฏฐ์ครับ ประเด็นนี้ สภาน่าจะมีตั้งนานแล้ว เพราะว่าพวกที่คิดปฏิวัติ รัฐประหารนี่มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมาย มาตลอดสภามันถึงไม่ไปไหนครับ ไม่เดินหน้ามาหลังก็ยํ่าอยู่กับที่ เขาเขียนกฎหมาย ให้เราเล่น แล้วพวกนี้ชํานาญครับ ผมถึงบอกว่ากฎหมาย (๑๐) นี่จะกําจัดพวกนี้ ประเทศไทยจะต้องบอกว่า การปฏิวัติเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ น่าขยะแขยงสําหรับคนไทย เพราะอะไรครับ มันไม่เกิดประโยชน์ครับ ปฏิวัติมาทุจริตกัน พูดภาษาง่าย ๆ เละตุ้มเป๊ ะ เละตุ้มเป๊ ะ ถ้าเอามาแฉผมว่า ท่านสมชาย เพศประเสริฐ ท่านรู้ดี จีที ๒๐๐ นี่มันเลิกใช้กัน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาสั่ง ประเทศอังกฤษเขาไม่ให้ใช้ ประเทศอิรัก เขาเลิกใช้ แต่เมืองไทยสั่งมากันสนุกสนาน ฝากท่านประธานไปถึง มท. ๑ ด้วย ท่านสั่งได้อย่างไรครับเกือบ ๗๐๐ เครื่องเอาไปอําเภอ มันตลกนะครับหกเจ็ดแสนบาท ใช้โครงการไทยเข้มแข็ง
ผมว่าเอา (๑๐) นี้
จะจบแล้วครับ ก็ฝากท่านประธาน เรื่องนี้ เรื่องการปฏิวัตินี่ผมคัดค้านอย่างเต็มที่ แล้วก็ขอขอบคุณท่านนิพิฏฐ์อีกครั้งครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับสักครู่ มีชื่อท่านแล้ว เจะอามิงครับ เดี๋ยวสักครู่
ขออนุญาต
เดี๋ยวสักครู่จะให้ระบาย ให้เต็มที่ครับ เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งจากจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้ใช้สิทธิของสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ กรณีที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขในร่างมาตรา ๘ เฉพาะ (๑๐) ท่านประธานครับ ผมได้ใช้สิทธิอภิปรายไปครั้งหนึ่ง แต่หลังจากฟังคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงนี่ผมเข้าใจว่า ในคณะกรรมาธิการเองก็น่าจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในความหมายที่คณะกรรมาธิการ ได้เขียนมา ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ใน (๑๐) เขียนไว้ว่า ไม่เป็นบุคคล ซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ประเด็นนี้คงไม่น่าติดใจครับเพราะมีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไป ได้บัญญัติไว้และถือปฏิบัติได้ในกฎหมายอาญา ในการยึดอํานาจ การปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย กรรมาธิการหลายท่าน ได้ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ บอกกล่าวกับสมาชิกที่มีข้อซักถามบอกว่า มุ่งเน้นเรื่องของ การยึดอํานาจการปกครองประเทศ คําว่า ยึดอํานาจการปกครองประเทศ ถ้าแปลความหมายก็คือปฏิวัติ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทั้งหมด รัฐประหารคือเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยไม่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หรือกระทําการอื่นใดที่ได้มาซึ่งลักษณะคล้ายกัน จะเรียกปฏิรูปการปกครองก็ได้แล้วแต่ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จะเปลี่ยน รูปแบบการปกครองหรือไม่เปลี่ยนก็แล้วแต่ นั่นคือการยึดอํานาจการปกครองประเทศ กรรมาธิการหลายท่านอธิบายอย่างนั้น แต่มีกรรมาธิการหลายท่านได้ชี้แจงบอกว่า ถ้าแปลโดยความหมายแล้ว โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ก็เหมาความรวม เอาหมด กรณีเช่นคําตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรืออะไรต่าง ๆ ที่ยกตัวอย่างขึ้นมา ผมต้องการกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการกับกรรมาธิการ ที่เคารพว่า เจตนารมณ์ของท่านท่านจะเอาอย่างไรต้องให้ชัดเจนนะครับ ถ้าท่านจะเอา เจตนารมณ์ทั้ง ๒ อย่าง ผมอยากให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการกับกรรมาธิการช่วยไป ดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ถ้าท่านดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ถ้อยคําที่ท่านเขียนมันคือ ๒ บรรทัดแรกของวรรคหนึ่งแต่ใช้ถ้อยคําที่แตกต่างไป ข้อเสนอผมนะครับ ถ้าท่านต้องการ จะเอาเฉพาะ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เขียนเฉพาะแค่นี้จบครับ ก็เข้าใจกันได้ว่าคือ การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าท่านจะเอาทั้ง ๒ อย่าง หมายความรวมถึงที่มีการพิพากษาหรือมีคําวินิจฉัยว่า การได้มาซึ่งการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าท่านจะเอาอย่างนั้นท่านลอกถ้อยคํามาครับจะได้ไม่สับสน ถึงแม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เป็นที่ต้องการของหลายคนแต่ว่าผ่านประชามติเสียงส่วนใหญ่เขาเอา คําที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเป็นคําที่ใช้ได้ แต่ถ้าท่านไม่ต้องการ ท่านตามผมสักนิดนะครับ บรรทัดที่ ๓ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ เขาใช้คําว่า หรือ บรรทัดแรกใช้คําชัดเจน ล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ ปฏิวัติ รัฐประหาร ยึดอํานาจ ปฏิรูป โดนถ้อยคําตรงนี้หมด นี่ชัดเจนครับไม่ต้อง ไปแปลความ คุณจะใช้อาวุธ คุณจะใช้กําลังพล คุณจะใช้อะไรก็แล้วแต่ที่เสมือนเป็น การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็เข้าข่าย มาตรา ๖๘ เขาใช้คําว่า หรือ ต่อนะครับ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ท่านเองรวบมาเขียนว่า ไม่ใช่วิถีทางของ ระบอบประชาธิปไตย ความหมายกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นผมเองรับคําอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน เห็นด้วยว่าจะคงอยู่แต่อย่าให้มีความลักลั่นหรือการแปลความ หรือการบัญญัติไว้ซึ่งนําสู่การปฏิบัติไม่ได้ ท่านจะเขียนไว้โก้ ๆ เท่านั้นเองครับ ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เขียนให้ชัดครับ ถ้าจะเอาเรื่องล้มล้างการปกครองก็ล้มล้าง การปกครองไป จะเอาวิถีทางอื่นก็วิถีทางอื่นไป แต่ต้องเขียนให้ชัดเหมือนมาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานครับ เท่าที่ฟังสมาชิกหลายท่าน มิได้ขัดข้องเลย แม้กระทั่งท่านประธานคณะกรรมาธิการเองท่านก็ถอนคําสงวนความเห็น ของท่านไว้ ท่านก็ถอนไปแล้ว แต่ขอให้ชัดเจนเท่านั้นเองว่าท่านจะเอาอย่างไร ผมขออนุญาตเสนอถ้อยคําให้เอาไหมครับ ใน (๑๐) ไม่เป็นบุคคลซึ่งกระทําหรือ ร่วมกระทําการในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข เขียนแค่นี้ครับจบแล้ว เอาประชาธิปไตยไปใส่อยู่ในระบอบเถอะครับ อย่าเอามาห้อยข้างล่าง ถ้าห้อยข้างล่างมันมีความหมายเป็นอื่นเดี๋ยวก็ตีความกันผิด ไม่อย่างนั้นท่านต้องไปเขียนในข้อสังเกตอีกว่า โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ของท่านหมายความว่าอย่างไร กรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบมามีสิทธิหรือไม่ กรรมการบริหารพรรคที่จะถูกยุบต่อไปจะมีสิทธิหรือไม่ อย่าได้แปลความกันมากครับ สภาเราสามารถตัดสินได้ทําไมไม่กระทํา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการด้วยความเคารพครับ ไม่อย่างนั้น เราจะยันมาตรานี้ยาวมาก กฎหมายอื่นไม่เข้าครับ นี่เพิ่งมาตรา ๘ เองนะครับ และท่านเองไปทํากฎหมายเหมือนกับร่างกฎหมายใหม่ทั้งฉบับเลย แก้หมดเกือบทุกมาตรา จาก (๑) มาเขียนข้อใหม่ก็ได้ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ซึ่งแล้วแต่ท่านนะครับ แต่ว่าเราเองก็เคารพสิทธิเพราะเรามอบอํานาจให้ท่านแล้ว แต่ว่าสภาจะเอากับท่านด้วย หรือไม่ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะฉะนั้นฝากด้วยความเคารพ ลองเปลี่ยนสิครับ ถ้าจะเอา ทั้ง ๒ รูปแบบ ความหมาย ๒ รูปแบบ คือวิถีทางที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย คือวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ท่านก็เขียนไปให้ชัดไม่ต้องตีความ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิก จะได้ลงคะแนนได้ เอาก็เอา ไม่เอาก็ไม่เอา มติของสภาเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว เสียงข้างมาก เรายอมรับครับ ถึงแม้จะไม่ได้ตามที่ใจเราต้องการ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณเจะอามิง โตะตาหยง ผมว่าความจริงเราอภิปรายกัน ๒ วันแล้วนะครับ มากเหลือเกิน แล้วก็ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาจะไม่ได้เข้านะครับวันนี้ ก็อยากจะขอความกรุณารวบรัด สักหน่อย เชิญครับท่านเจะอามิง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน เผอิญเมื่อสักครู่คุณหมอได้พูดถึงเรื่องจีที ๒๐๐
ผมว่านอกเรื่องไป
ไม่ใช่ครับ ผมจะให้เป็นเรื่อง ตรงกันครับ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านสมาชิกที่ได้พูดถึงเมื่อสักครู่ กราบเรียนอย่างนี้ว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ ไม่ใช่เกิดขึ้นในประเทศไทยประเทศเดียว มีการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือเหล่านี้ ในหลายประเทศนะครับ ที่สําคัญในการตรวจสอบเรื่องการตั้งงบประมาณ ก็เห็นด้วยกับ คุณหมอที่จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วทางกรรมาธิการก็กําลังจะดําเนินการ เรื่องนี้อยู่ สิ่งที่สําคัญก็คือการจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ครับ จากรัฐบาลตั้งแต่สมัยปี ๒๕๔๗ ถึงรัฐบาลนี้ก็ต้องตรวจสอบหมดด้วยความเป็นธรรม แต่ว่าผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ อย่ากดดันเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งทํางานในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขอความเห็นใจครับท่านประธาน สิ่งที่ผมเห็นวันนี้คือเจ้าหน้าที่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ใช้ตะเกียบมาตรวจสารวัตถุระเบิดแล้วครับ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะมันไม่มีเครื่องมือที่ดี เครื่องมือที่เขามีความเชื่อถือมากกว่านี้ ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้น กระบวนการทั้งหมดอยู่ที่กระบวนการที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อสังคมรับทราบ อยู่แล้วครับ แต่ว่า ณ วันนี้มีฝ่ายที่ถูกตรวจสอบก็คือฝ่ายกลไกของรัฐกําลังอุทธรณ์ถึงผม
ผมว่าเอามาตรา ๘ เถอะ นอกเรื่องไปครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย วันนี้คนที่ใช้เครื่องมือเขาอุทธรณ์ถึงคณะกรรมาธิการผม แล้วผมกําลังจะนําเข้าคณะกรรมาธิการให้เขาทําเป็นหนังสือทางราชการเพื่อบรรจุ ในคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ดี เพราะท่านมีหน้าที่ อยู่แล้วครับ คุณวัชระ เพชรทอง เอาสั้น ๆ หน่อยนะครับ เพราะผมจะได้ให้ ทางกรรมาธิการท่านได้ตอบชี้แจง แล้วจะได้ขอมติกันครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมลุกขึ้นอภิปรายโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ซึ่งอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ในประเด็นนี้ผมได้อภิปรายไว้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแต่อยากจะ อภิปรายเพิ่มเติม และกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการในการพิจารณา ร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั้นต่อต้านการรัฐประหารตั้งแต่เป็น นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหง และคนหนุ่มคนสาว พี่น้องประชาชนก็ไม่เห็นด้วยกับ การรัฐประหาร ซึ่งการรัฐประหารนั้นก็หมายถึงการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารประเทศ คือเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนั่นเอง แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ท่านประธานครับ มีคนกล่าวหาว่าการรัฐประหารนั้นไม่ส่งผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย นั่นเป็นเรื่อง ที่ชอบธรรมแล้ว เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่ว่าบางครั้งการรัฐประหารนั้นก็คือผลที่เกิดจากเหตุ ผลที่เกิดจากเหตุนั้นก็คือว่าถ้าตราบใดเรามีรัฐบาลทรราช รัฐบาลที่โกงกิน ทุจริต คอร์รัปชัน อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง หรือจาบจ้วงหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ การใช้อํานาจที่ไม่อาจจะมีองค์ใดมาหยุดยั้งได้ การใช้อํานาจที่เกินขอบเขต แม้กระทั่ง การใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาตรายาง ท่านประธานครับ อย่างเช่น การรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ นั้นทําให้รัฐบาลดังกล่าวหมดอํานาจไป มีการกล่าวหาว่าทําการรัฐประหารเพื่อยึดเงินคนเล่นแล้วก็เอาเงินไปแบ่งกัน ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายในข้อนี้นั้น ผมกราบเรียนยืนยันว่าเป็นเท็จ อย่างสิ้นเชิง เพราะคณะรัฐประหาร รัฐประหารด้วยเหตุผลอันใดพี่น้องประชาชนก็ทราบกัน ทั้งประเทศแล้วว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง แต่ว่าพี่น้องประชาชนจะรู้ซึ้งแจ่มชัดหรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง จะตัดสินคดียึดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ
ท่านวัชระผมว่าให้เข้า มาตรา ๘ นะครับ
(๑๐) ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๘ (๑๐) ท่านประธานครับ ที่กรรมาธิการได้เสนอเพิ่มเติมขึ้นมานั้น ผมอยากจะ กราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วย แม้ว่าท่านประธานนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะถอนออกไปก็ตาม ผมอยากจะให้เหตุผลว่า ที่ผมไม่เห็นด้วยนั้นก็เป็นเพราะว่ามีใครบ้างล่ะครับท่านประธาน ที่จะเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาแล้วได้ อดีตที่ผ่านมาของประเทศนี้มีใครเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาได้ แล้วทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ท่านประธานครับ คณะรัฐประหารได้อํานาจรัฐหรือภาษารัฐศาสตร์เขาเรียกว่ารัฏฐาธิปัตย์ เมื่อได้ รัฏฐาธิปัตย์ไปแล้วก็มีอํานาจในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน บรรดานักกฎหมาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็ไปทําหน้าที่ตามที่คณะรัฐประหารได้สั่ง ท่านประธานครับ ผมอภิปรายเรื่องนี้ ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ซึ่งเป็นอาจารย์ของผม สอนวิชากฎหมาย รัฐธรรมนูญในมหาวิทยาลัยรามคําแหงสมัยที่ผมเรียนอยู่นั้น ท่านก็ยังมากระเซ้าผมว่า กระผมเห็นด้วยกับคณะรัฐประหาร กระผมไม่ได้เห็นด้วยกับคณะรัฐประหาร ท่านประธานครับ แต่ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะไปจํากัดสิทธิของบุคลากรที่มีความรู้ ทางกฎหมายซึ่งในประเทศไทยนั้นมีอยู่อย่างจํากัดยิ่ง และในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน
มาตรา ๔ บัญญัติไว้ถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และ ความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง
มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่าง ในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทํามิได้
และรัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญในการที่จะ ต่อต้านการรัฐประหารไว้แล้วในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๖๙ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยในการที่จะใส่ข้อความดังกล่าวนี้มา ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วยกับ การรัฐประหาร ผมไม่เห็นด้วย และผมเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะ ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่เนื่องด้วยว่าอดีตมันผ่านมาแล้ว เมื่ออดีตมันผ่านมาแล้วนั้นเราจะมาเขียนกฎหมาย เพื่อจํากัดสิทธิบุคคลในอดีตได้อย่างไรครับท่านประธาน และถ้าจะเขียนอย่างนี้ก็ต้อง บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า หมายถึงการมีส่วนร่วมในการล้มล้างการปกครองในอนาคต ที่จะเกิดขึ้น จะรวมในอดีตที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ การรัฐประหารกี่ครั้งกี่หนที่ผ่านมานั้นถามว่า กี่สิบครั้งครับท่านประธาน และท่านประธานที่เคารพครับ มิหนําซํ้ายังมีการเอ่ยอ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญโจร ท่านประธานครับ ท่านประธาน ก็ได้รับการแต่งตั้ง ประทานโทษ ท่านประธานได้เป็นประธานรัฐสภาเพราะรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ท่านประธานก็ทราบดี แล้วยังมีการกล่าวหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญโจร แต่รัฐธรรมนูญ พูดไม่ได้
เอามาตรา ๘ (๑๐)
ท่านประธานที่เคารพครับ (๑๐) ที่ได้บัญญัติเอาไว้นั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าที่สมาชิกบางท่านได้อภิปราย และกล่าวหา ผมก็จะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญตํารวจด้วยเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่มากล่าวหารัฐธรรมนูญ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรากําลังร่างกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อํานาจ สภาแห่งนี้ไว้ เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้ย่อมไม่ใช่สภาโจรครับ แล้วคนที่เอ่ยอ้างผมก็อยากจะ ถามว่า สมัยเป็นผู้พิพากษานั้นได้อ้างประกาศคณะปฏิวัติในการตัดสินอรรถคดีบ้างหรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะประกาศคณะปฏิวัติหรือคณะรัฐประหารนั้นเป็นกฎหมายครับ มีศักดิ์เทียบเท่าพระราชบัญญัติทุกประการครับ การแก้ไขประกาศคณะปฏิวัติใด ๆ ก็ต้องมาแก้ไขด้วยพระราชบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ เพราะฉะนั้นอดีตที่ผ่านมาไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ และนักกฎหมาย ครูบาอาจารย์ ต่าง ๆ นั้นล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการพัฒนากฎหมายของประเทศเรา เราไม่อาจที่จะ เขียนกฎหมายข้อหนึ่งข้อใดเพื่อที่จะกีดกันบุคคลใดบุคคลหนึ่งไว้ และถ้าจะเขียนอย่างนี้ ต่อไปกฎหมายทุกฉบับก็ต้องใส่ข้อความดังกล่าวนี้ทุกฉบับ และในการพิจารณากฎหมาย ทุกฉบับที่ผ่านมาของสภาแห่งนี้ก็ไม่เคยใส่ข้อความคุณสมบัติดังกล่าวเอาไว้ เพราะฉะนั้น ผมไม่เห็นมีความจําเป็นใด ๆ ที่จะใส่ไว้ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมอยากกราบเรียนว่า การที่ผมได้ลุกขึ้นอภิปรายเพื่อคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการนั้นไม่ได้ว่าเป็น ความคิดเห็นของผมเพียงคนเดียว แต่ผมได้หารือท่านผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แล้วก็เห็นควรว่าเรื่องนี้นั้นก็ควรที่จะตัดออกไป ไม่ควรใส่เป็นประเด็นไว้ในกฎหมายฉบับนี้ และท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล ประทานโทษ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ก็ไม่ได้ ขัดข้องแต่ประการใด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รวบรัดดี สภายินดีต้อนรับผู้บริหาร รองผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ด้วยความยินดี ต่อไปเชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ
เดี๋ยวครับ สลับกันครับ ไม่พาดพิงหรอกครับ สลับกัน คุณพิเชษฐ์ เชิญครับ รวบรัดหน่อยครับ เดี๋ยวร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไม่เข้านะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทําไมท่านต้องอกหักหลายรอบ ต้องขอยกย่องท่านนะครับ วันนี้พรรคไม่ให้ท่านเป็นรัฐมนตรีไม่เป็นไร แต่ท่านเป็นรัฐมนตรีในหัวใจของผมครับ มาตรา ๘ (๑๐) ท่านประธานครับ ประเทศไทยเป็นที่สุดในโลกอยู่ ๒ เรื่องครับ ในโลกนี้ ไม่มีใครเทียบได้ มีการปฏิวัติ รัฐประหารถึง ๑๘ ครั้ง ๑๘ ครั้งนี่เป็นที่ ๑ ของโลก แล้วถ้าใครจะปฏิวัติในโลกนี้ต้องมาศึกษาที่ประเทศไทย ท่านประธานครับ การยุบพรรค ๒ ครั้ง ๒ รอบหลาย ๆ พรรค นี่ก็ที่สุดของโลกเหมือนกัน ขอให้มันมีอยู่แค่นี้ ผมคิดว่า อนาคตข้างหน้าไม่มีโอกาสอีกแล้วครับที่จะปฏิวัติหรือยุบพรรค ประเทศไทยใหม่จะต้อง เกิดขึ้น ผมจะดูแล้วผมนี่แหละจะมีส่วนร่วมในการสร้างชาติใหม่ ท่านประธานครับ คนที่มันเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ รัฐประหาร อุปโลกน์ตัวเป็นนักวิชาการผู้สูงส่ง เป็ นกูรู (Guru) ทางด้านกฎหมายของประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพศไหนกันแน่ อย่างเช่น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายวิษณุ เครืองาม วันดีคืนดี
ผมว่าท่านพิเชษฐ์ อย่ากล่าวถึงชื่อบุคคลอื่น ขอให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ โดยเคร่งครัดด้วยครับ
คือถ้าผู้ที่ผมเอ่ยชื่อเสียหาย
ผมว่าอย่าไปเอ่ยถึง เขาเลย เราเอาพวกเรานั่นแหละ
ก็ฟ้ องร้องผมได้ครับ คือเป็นคน สําคัญของชาติ วันนี้ก็เป็นอาจารย์ เป็นอาจารย์ใหญ่สอนนักการเมืองสถาบันพระปกเกล้า ไม่เอ่ยถึงได้อย่างไรครับ ตกลงท่านเพศไหนแน่ อยู่ข้างประชาธิปไตยหรือข้างเผด็จการ ดังนั้นในมาตรา ๘ (๑๐) จะต้องเขียนให้ชัดเจน บุคคลที่มาเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ รัฐประหารจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการร่างกฎหมายในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยกตัวอย่าง คตส. กากเดนของคณะปฏิวัติ ซึ่งตัดสิน ศาลเดียว บุคคลเหล่านี้สมควรไหมที่จะมาเกี่ยวข้องกับระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่า ท่านนิพิฏฐ์ทําถูกต้องแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณอรรถพร พลบุตร เสร็จแล้วก็คุณบุญเลิศ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายประกอบ การแก้ไขในมาตรา ๑๘ (๑๐) สําหรับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในขณะนี้ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ แสดงความชื่นชมต่อการแสดงความคิดเห็น ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ฝั่งที่ได้แสดงความปรารถนาอันแรงกล้า ที่จะพิทักษ์ปกป้ องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แสดงปณิธานอันแรงกล้าที่จะ พิทักษ์รักษาระบอบการปกครองที่ได้อํานาจสูงสุดมาจากพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ ถูกต้องแล้ว ชอบแล้ว เราเองอยู่ในสภาแห่งนี้เราสวมเสื้อและวิญญาณประชาธิปไตย เราไม่มีสิทธิปฏิเสธที่จะทําหน้าที่พิทักษ์ปกป้ องและสถาปนาความมั่นคงแข็งแรงของ การปกครองในระบอบนี้ให้มีความยั่งยืนและวัฒนาสถาพรเคียงคู่กับแผ่นดินไทยตลอดไป อย่างไรก็ตามท่านที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ อีกหลายท่านไม่เพียงแต่แสดงปณิธานในการรักษาประชาธิปไตยและต่อต้านการปฏิวัติ รัฐประหารแต่เพียงเท่านั้น หลายท่านหลายคนเอาชีวิตทั้งชีวิตไปเพื่อพิสูจน์ถึงสิ่งนี้ ไปต่อสู้อยู่กลางถนน ไปฝ่าดงกระสุนปืน ไปยืนอยู่บนแนวเขาลําเนาไพรใช้ชีวิตอยู่หลายปี วันนี้กลับมาเป็นนักต่อสู้บนวิถีทางของรัฐสภา นั่นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมขอตั้ง ข้อสังเกตไว้ประกอบการพิจารณาก็คือว่าปัจจุบัน กระบวนการต่อสู้ ต่อต้านรัฐประหาร การปฏิวัติ หรือเผด็จการทุกรูปแบบ เป็นสิ่งที่เราต้องสนับสนุน แต่เราจะต้องรักษาพลัง อันบริสุทธิ์ของการต่อสู้สิ่งนี้เอาไว้ โดยไม่ให้มีสิ่งใดมาเคลือบแคลงขัดขวาง จะต้อง ไม่มีมุมมองประชาธิปไตยที่เกิดจากอคติ ต้องไม่มีมุมมองประชาธิปไตยซึ่งวัดผล ที่ผลประโยชน์มากกว่ามุมมองที่บริสุทธิ์และยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ผมไม่อยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ ก็เห็นพ้องต้องกันว่าระบอบประชาธิปไตยซึ่งรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นด้านหลักนั้น เป็นระบบการปกครองที่เหมาะสมกับประเทศที่เรียกว่า ประเทศไทย ผมไม่อยากให้ประชาชนเหล่านี้เกิดความเคลือบแคลงว่าการเรียกร้องประชาธิปไตย ในทุกวันนี้ การต่อต้านปฏิวัติ รัฐประหารในทุกวันนี้มีสิ่งใดเคลือบแคลงอยู่หรือไม่ ผมไม่อยากให้ประชาชนตั้งคําถามกับตนเองว่ากลุ่มบุคคลหลายกลุ่มซึ่งวันนี้ชูธงต่อต้าน การปฏิวัติ รัฐประหารซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม น่ายินดี แต่ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งยังอยู่ ในความทรงจําของพวกเราก็คือว่าบุคคลบางกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันก็ได้ใช้อํานาจ คณะปฏิวัติ รัฐประหารเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะผลประโยชน์ในเรื่องของ สัมปทาน ก็ใช้อํานาจการปฏิวัติที่เราต่อต้านกันในทุกวันนี้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง มันก็เลยมีภาพบางภาพเกิดขึ้น ภาพผู้นําบางคนซึ่งควรจะยืนทระนงองอาจเอามือกอดอก อย่างสง่าผ่าเผย ก็ต้องไปยืนกุมอะไรบางสิ่งบางอย่างอยู่ต่อหน้าผู้นําเผด็จการในขณะนั้น มือซึ่งเคยกอดอกอยู่ก็ต้องไปกุมอยู่ในที่อันสมควรในขณะนั้น คล้าย ๆ ที่กุมประชาธิปไตย อยู่ในทุกวันนี้ กลายเป็นประชาธิปไตยในมือกุมไปครับ สิ่งเหล่านี้ที่ผู้ต่อสู้เรียกร้อง เพื่อประชาธิปไตยทุกฝ่ายทุกเหล่าต้องแสดงความชัดเจนที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า เราต่อต้านการปฏิวัติ รัฐประหาร เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง และคํานึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็ นด้ำนหลัก อย่าให้ประชาชนเกิด ความเคลือบแคลงว่ามันจะต่างกันตรงไหน ระบอบประชาธิปไตยกับการปฏิวัติ รัฐประหาร ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชัน ระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีการฉ้อราษฎร์บังหลวง มีการสร้าง ความขัดแย้งในบ้านเมืองให้เกิดขึ้น มันจะแตกต่างจากระบอบปฏิวัติ รัฐประหาร ขนาดไหน ถ้าระบอบประชาธิปไตยมันหนุนส่งให้มีการขายสัมปทาน มีการแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบอย่างกว้างขวาง อย่างที่เผด็จการที่เลวร้ายที่สุดก็ยังไม่เคยทํา มันแตกต่างกันตรงไหน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าบางครั้งมุมมองมันอยู่ที่เรามอง จากมุมไหน การปฏิวัติ รัฐประหารจะเป็นยาพิษหรือเป็นนํ้ายาล้างพิษก็อยู่ที่เราเป็น คนป่วยหรือเราเป็นคนวางยาพิษเสียเอง มันก็อยู่แค่ตรงนี้ครับ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝาก คณะกรรมาธิการก็คือว่า บทบัญญัติที่ได้ระบุไว้ใน (๑๐) ไม่เป็นบุคคลซึ่งกระทําการหรือ ร่วมกระทําการในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตย ขอให้คํานึงถึงขอบเขตและแนวปฏิบัติ ขอบเขตมันอยู่ตรงไหน มีการปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้น ข้าราชการจํานวนหนึ่งซึ่งประกาศคณะปฏิวัติ เป็นกฎหมายอยู่ในขณะนั้นถูกคําสั่งแต่งตั้งให้เข้าไปกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยคําสั่งซึ่งเป็นกฎหมายอยู่ในขณะนั้น แล้วก็เป็นตราติดตัวเขาไปตลอดเวลาทั้ง ๆ ที่จิตใจ จริง ๆ เขาอาจจะปฏิเสธหรือไม่ยอมรับการปฏิวัติ รัฐประหาร แต่เขาไม่สามารถปฏิเสธ สิ่งซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายอยู่ในขณะนั้นได้ เขาเลยขาดโอกาสที่จะพัฒนาประเทศ ขาดโอกาสที่จะได้ภูมิรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ นิติภาวะในการสร้างกฎหมาย ที่เป็นธรรมเกิดขึ้นหรืออย่างไร ฉะนั้นประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีบทบัญญัติตรงนี้ หรือไม่มีบทบัญญัติตรงนี้ อยู่ที่ว่าเราจะตั้งขอบเขตของการขยายผลขยายความอย่างไร ที่จะแยกแยะคนที่มีจิตใจเป็นเผด็จการ เป็นรัฐประหาร หรือการแสวงหาประโยชน์ จากประชาธิปไตยออกไปจากประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ ประเด็นอยู่ที่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ที่ บทบัญญัติใน (๑๐) แต่ประการใด ผมจึงฝากข้อนี้ไว้สู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด ครับ หลายครั้งแล้วนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตอภิปรายในส่วนที่ผมขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ มีสมาชิกท่านหนึ่ง ในซีกรัฐบาลที่ได้ลุกขึ้นอภิปรายผมจําไม่ได้ว่าชื่ออะไรก่อนคุณพิเชษฐ์ และใช้ถ้อยคํา อภิปรายว่ามีสมาชิกบางท่านบอกว่า รัฐประหารแล้วนําเงินไปแบ่งปันกัน นั้น ก็คงหมายถึง ผมนะครับ ผมพูดถึงเรื่องการแบ่งปัน แต่ผมพูดว่า มีการเอาอํานาจที่ประชาชนมอบให้ ตัวแทนคือ ส.ส. ส.ว. โดยสั่งให้ ส.ส. ส.ว. เลิกปฏิบัติหน้าที่ แล้วเอาอํานาจนั้นไปแบ่งปันกัน คือไปแบ่งปันในสายผู้บริหาร แบ่งปันในสายนิติบัญญัติ แล้วก็ตั้ง สนช. ผมพูดอย่างนั้น แต่ว่าเรื่องที่ผมพูดคือให้เห็นว่าตัวการคือใครบ้าง ยกอุทาหรณ์ทางกฎหมาย สมมุติว่า คนลักทรัพย์แล้วมาแบ่งปันกันอย่างไร เพราะฉะนั้นท่านผู้อภิปรายโปรดเข้าใจตามนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณขจิตร กรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ต้องขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติเป็นอย่างสูง ที่ให้ความสนใจและให้ข้อคิด ก็ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานชัดเจนและสั้น ๆ ว่า การเพิ่ม (๑๐) บุคคลที่ต้องห้ามคือ ไม่เป็นบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย หลายท่านได้ถามว่าคณะกรรมาธิการได้หมายความถึงอะไรบ้าง ซึ่งท่านก็ได้อภิปรายไป แต่ทางคณะกรรมาธิการใคร่ขอกราบเรียนท่านว่า เจตนาในการเสนออนุมาตรานี้เราเพียง จะเขียนไว้ว่าในการที่จะปฏิรูปกฎหมายให้เป็นกฎหมายในระบอบประชาธิปไตยนั้น คนที่จะมาเป็นกรรมการก็ต้องเข้าใจถึงการเขียนกฎหมายซึ่งใช้กับสิ่งที่มีชีวิต มีวิญญาณ เพราะฉะนั้นวงเล็บนี้ในคณะกรรมาธิการจึงหมายรวมถึงการยึดอํานาจ หมายถึงเฉพาะ การยึดอํานาจการปกครองประเทศ หมายถึงคณะปฏิวัติก็ตาม รัฐประหารก็ตาม ปฏิรูป ก็ตาม แล้วแต่จะใส่ชื่อนะครับ มีการยึดอํานาจ ได้อํานาจการปกครองประเทศในครั้งที่ยึด ได้อํานาจการปกครองไปทั้งอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ คณะนี้ สามารถใช้กําลังในการยึดแล้วก็เปลี่ยนแปลงอํานาจทั้งสามนี้ได้ด้วยประกาศของคณะนี้ นั่นคือซึ่งมีไม่ใช่เฉพาะลายลักษณ์อักษรเท่านั้น สิ่งที่คณะผู้ยึดอํานาจทํานั้นได้บันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์ มีบุคคลที่ยึดอํานาจ ใครร่วมยึดอํานาจบ้าง ใครอยู่ในคณะยึดอํานาจ คณะแต่ละชุดเขาก็จะแถลงทางสื่อมวลชน ซึ่งเป็ นลายลักษณ์อักษรและเป็ น ประวัติศาสตร์ เราหมายรวมถึงบุคคลนั้น บุคคลเหล่านั้น ต่อจากที่ผมพูดไป ซึ่งท่านทั้งหลายได้อภิปรายไปนั้นไม่รวมอยู่ในข้อนี้ เราหมายรวมเฉพาะคณะที่ยึดอํานาจ และคนที่ร่วมกระทําการ ถ้าจะยกตัวอย่างก็คือคนที่มาอ่านประกาศก็ร่วมกระทําการแน่นอน ส่วนอื่น ๆ ที่ท่านอภิปรายกันไปไม่ว่ากรณีที่จะขยายไป ที่ท่านถามหลาย ๆ ท่านนั้นเราไม่มีเจตนา จะรวมถึง เรารวมเฉพาะคณะที่ยึดอํานาจ เราไม่ได้ทําด้วยอคติ หรือข้อรังเกียจ หรือข้อสรุปที่หลายท่านบอกว่าอาจจะรุนแรงไปไหม การเขียนถึงการกระทําการยึดอํานาจนั้น เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงข้อความอื่นได้ เราก็พยายามใช้ข้อความที่ถือว่าเป็นข้อความ ที่ชัดเจนแล้วในการเขียนใน (๑๐) นี้ กราบเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการ ซึ่งได้บรรจุอนุมาตรานี้ลงไปนั้นเราทราบว่าอาจจะมีการอภิปรายกว้างขวาง แต่เราเห็นความจําเป็น อย่างน้อยที่สุดมันจะเป็นสิ่งที่บอกว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ร่างขึ้น และได้พิจารณาโดยท่านผู้มีเกียรติที่มีวิญญาณความเป็นประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วย กับการยึดอํานาจ ผมไม่อยากจะพูดถึงความรุนแรง ความเสียหาย เพราะหลายท่าน ได้ตระหนักแล้ว การใดก็ตามซึ่งไม่สามารถที่จะยึดอํานาจการปกครองได้เบ็ดเสร็จนั้น ไม่รวมอยู่ในอนุมาตรานี้ อนุมาตรานี้เจตนาเฉพาะเท่าที่เขียน ส่วนเรื่องการพิจารณา เราได้กระทําด้วยเหตุผล ด้วยความเคารพว่าการปกครองประเทศถ้าหากจะคํานึงถึง การเป็ นประชาธิปไตยนั้น ผมกราบเรียนท่านว่าเราเห็นกฎหมายที่ร่างเริ่มต้น โดยข้าราชการ ก็อาจจะเขียนต่อ ๆ กันมา เขียนห้ามว่า คนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งซึ่งต้องห้าม ซึ่งเราก็มีความเห็นว่าการที่ห้ามสมาชิกพรรคการเมือง ไม่น่าจะเป็นการปกครองหรือกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย เราก็เห็นว่าควรจะเขียน อันนี้มากกว่าที่จะเขียนสิ่งนั้น นั่นคือความเห็นของกรรมาธิการ อย่างน้อยที่สุดครับ ท่านประธาน ถ้าเขียนอนุมาตรานี้ไว้ก็จะเป็นเครื่องเตือนใจ หรือเป็นเครื่องคํานึงถึง วีรกรรมของนักต่อสู้ประชาธิปไตยที่อาจจะเสียชีวิตไปแล้วหรือยังเหลืออยู่ เพื่อที่จะ ให้เขาเหล่านั้นได้เคารพสภาแห่งนี้ว่าสภาแห่งนี้มีสมาชิกที่เทิดทูนและต้องการความเป็น ประชาธิปไตย เราไม่เกรงใจคนที่ยึดอํานาจจนกระทั่งไม่กล้าเขียนหรอกครับ เราจะ ไม่เกรงใจคนที่ยึดอํานาจการปกครองประเทศซึ่งเป็นการทําลายประชาธิปไตยจนกระทั่ง ไม่กล้าบัญญัติกฎหมายไว้ ก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า การที่สมาชิกในคณะกรรมาธิการหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มหนึ่งที่ต้องการ เขียนกฎหมายในลักษณะที่มันอาจจะไม่เคยบัญญัติในที่ไหน แต่การบัญญัติไว้ แล้วเราสามารถแปลความและอ่านได้ และเป็ นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและ ประชาธิปไตย ก็น่าจะให้ผ่านเป็นกฎหมายได้ ขอบคุณครับ
ผมว่าพอสมควรแล้ว กระมังครับ ๒ วันแล้ว คุณสมบูรณ์พอแล้วครับ ผมว่าพอแล้ว ท่านสุกิจก็พอแล้วครับ
ผมยังติดใจนิดเดียวครับ
เพราะว่าเห็นครู อาจารย์มาหลายอาทิตย์แล้วครับ สงสารครับ ไป ๆ มา ๆ กฎหมายยังไม่ได้เข้าสักที เอาสักนิดหน่อยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟังคําตอบของกรรมาธิการแล้วผมก็ไม่สบายใจ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ กฎหมายออกไปแล้วมันปฏิบัติไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของบ้านเมืองเรา ท่านเห็นไหมว่าปัญหาใหญ่อันหนึ่งก็คือเรื่องของการตีความกฎหมาย ถ้าผมฟังคําชี้แจง ของกรรมาธิการแล้วผมยังไม่สบายใจ ท่านบอกว่าคณะปฏิวัติก็คือเป็นคณะที่มีรายชื่อ แล้วท่านก็บอกว่าคนที่อ่านแถลงการณ์ก็เป็นคนที่มีส่วนร่วม อย่างนี้มันก็ขัดแย้งกัน อยู่แล้ว ผมเองผมก็อยากให้คงอยู่ ผมก็ไม่ชอบคณะปฏิวัติ รัฐประหาร แต่ถ้าจะเขียน ก็ต้องเขียนให้รัดกุมกว่านี้ ให้สามารถที่จะมีหลักฐานชี้ชัดว่าคนนั้นพอไปสมัครแล้ว คุณสมบัติขัดจริง ๆ พิสูจน์ได้ ผมอยากให้เป็ นอย่างนี้ ถ้ามันไม่ได้อย่างนี้ผมว่า อย่าเพิ่งเขียนเลย มันจะเป็ นปัญหาในอนาคตเปล่า ๆ ครับ
เราก็พิจารณากัน พอสมควรแล้วนะครับ ก็ลงมติเอาครับว่าจะเอาตามร่างของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือจะไม่เอา เราก็โหวตกันครับ ก็สมควรแล้วครับ ขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านนิพิฏฐ์จะตอบ เชิญครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ได้ฟังเหตุผลแล้วผมได้ถอนคําสงวนคําแปรญัตติของผมแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นไม่จําเป็นต้องลงมติกระมังครับท่าน
ความเป็นจริงไม่ได้ แปรญัตติไว้ก็ไม่มีสิทธิอยู่แล้วครับ เมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ถอนญัตติแล้ว ก็ถือว่าคงไว้ตามร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้แปรญัตติไว้นะครับ ก็ถือว่า มาตรา ๘ นี่ผ่านตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๘/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
มีท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านใดติดใจ ก็ผ่านนะครับ ต่อครับ
มาตรา ๙ มีการแก้ไข มีผู้สงวนคําแปรญัตติ
ผู้สงวนไม่ติดใจครับ ผ่านครับ คุณผุสดีติดใจนะครับ ผมนึกว่าไม่ติดใจก็จะได้ผ่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต นิดเดียว ท่านประธานคะ คือในมาตรา ๙ นี้ที่กรรมาธิการไม่ได้แก้ไข บอกว่า กรรมการ ต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง ดิฉันก็ทักท้วงแล้วก็ขออนุญาตเปลี่ยน คือแปรญัตติไว้ คําว่า เป็นกลาง ตรงนี้ด้วยวิถีคิดเช่นเดียวกันก็คือว่าจะบอกว่าอย่างไรคะ ใครที่เป็นกลางหรือไม่เป็นกลางจะต้องเอาธงหรือเอาสีอะไรมาแปะไว้ไหมคะ จริง ๆ แล้ว อันใหญ่ที่สุดนั่นก็คือเรื่องของการที่กรรมการจะต้องไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่ให้คุณหรือให้โทษ แก่บุคคลใดหรือคณะบุคคลใดเสียมากกว่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการปฏิรูป กฎหมายนี้มีอํานาจหน้าที่ในการที่จะต้องดําเนินการหลายประการเกี่ยวกับเรื่องของ กฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสําคัญและเป็นฐานที่สําคัญที่สุดสําหรับสังคมในระบอบ ประชาธิปไตยที่เราถือว่าเรื่องของความเป็นนิติรัฐนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ดิฉันก็เลยยังขอแสดง ความคิดเห็นไว้ว่าในอนาคตเราจะเลิกใช้คําใช่ไหมคะ คําว่า เป็นกลาง เพราะจริง ๆ มันหมายถึงการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่ให้คุณหรือให้โทษแก่บุคคลใด หรือคณะบุคคลใดเท่านั้นเอง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
แต่ไม่ติดใจใช่ไหมครับ คือได้อภิปรายพอใจแล้วนะครับ ก็ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการไม่ติดใจ ติดใจหรือครับ เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในมาตรา ๖ เดิมกระผมได้ สงวนคําแปรญัตติไว้ แล้วที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้มีมติเห็นด้วยกับกระผม โดยขอให้กลับไป ใช้ร่างเดิมในมาตรา ๖ เมื่อมาตรา ๖ เรากลับไปใช้ร่างเดิมแล้ว ในมาตรา ๑๐ ซึ่งได้มี การแก้ไขก็ต้องกลับไปใช้ร่างเดิมด้วย เนื่องจากตามร่างเดิมของรัฐบาลนั้นคณะกรรมการ มีอยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน คือคณะกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา และปฏิบัติหน้าที่ ไม่เต็มเวลา เพราะฉะนั้นเมื่อมีการแก้ไขในมาตรา ๖ แล้ว ในมาตรา ๑๐ นี้ เพื่อล้อให้เป็นไปตามเจตนาของมาตรา ๖ ก็ต้องกลับไปร่างเดิมด้วยครับ เพราะฉะนั้น ผมยังติดใจอยู่ครับ ขอให้มาตรา ๑๐ นี้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมากยอมไหมครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจาก ที่ประชุมได้แก้ไปตามร่างเดิมของรัฐบาลแล้ว ฉะนั้นมาตรานี้ก็ต้องแก้ให้สอดคล้องตามไปด้วย เป็นอย่างที่ที่ท่านประธานนิพิฏฐ์ได้พูดไว้ครับ
ก็ไปสู่ร่างเดิมนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ยังติดใจอยู่อีกหรือ เชิญ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มาตรา ๑๑ ก็เกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๖ กรรมการตามมาตรา ๖ เมื่อเราคงไว้ว่ากรรมการมี ๒ ประเภท คือทั้งเต็มเวลาและไม่เต็มเวลาแล้ว เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๑ นี้ก็ต้องกลับไปใช้ ร่างเดิมของรัฐบาลครับ ผมยังติดใจอยู่ครับ ขอบพระคุณครับ
ถ้าท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมากไม่ติดใจนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ก็ผ่านครับ กลับไปสู่ ร่างเดิมครับ ต่อไปมาตรา ๑๒ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการไม่ติดใจครับ ผ่านครับ ติดใจหรือครับ เชิญ
ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ดิฉัน พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในมาตรา ๑๒ เป็นเหตุผลเดียวกันกับที่ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กล่าวว่า มันจะต้องมีการแก้กลับไปสู่ร่างเดิมด้วยเหตุผลเดียวกัน เนื่องจากว่าเราได้รับในมาตรา ๖ ไปแล้วนะคะ
คือกลับไปสู่ร่างเดิมนะครับ
ใช่ค่ะ
ขอบคุณครับ ไม่ติดใจ ไปสู่ร่างเดิม
ท่านประธานคะ แต่จะมีอยู่ อีกนิดหนึ่งค่ะ ใน (๓) ค่ะ ใน (๓) ยังคงจําเป็นที่จะต้องคงคําว่า หรือมาตรา ๘/๑ เอาไว้ค่ะ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นมา เนื่องจากว่าในคณะกรรมาธิการได้ไปแตกมาตรา ๘ ออกเป็น ๒ มาตรา คือ มาตรา ๘ และมาตรา ๘/๑ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๒ ขออนุญาต ว่ากลับไปสู่ร่างเดิม ยกเว้นใน (๓) ค่ะท่านประธาน
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ก็เห็น ตามคณะกรรมาธิการครับ เชิญต่อครับท่านเลขาธิการ
มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มาตรานี้ ก็ต้องกลับไปใช้ร่างเดิมนะครับ เพราะว่าได้มีการแก้ไขในมาตรา ๖ กลับไปร่างเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๓ ก็กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ก็สู่ร่างเดิมนะครับ ไม่มี ท่านผู้ใดติดใจครับ ต่อไปมาตรา ๑๔
มาตรา ๑๔ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่นก็ผ่านนะครับ
มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการไม่ติดใจครับ เชิญผ่านครับ
มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการไม่ติดใจครับ ผ่านครับ เอาตามร่างนี้ เชิญต่อเลยครับ ท่านประยุทธ์หรือครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผมประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่า ในมาตรา ๑๘ (๙) นั้น การที่ท่านเติมตรงนี้ เข้ามา ผมเกรงว่าจะเป็นการขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๑๒๒ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๔ กระผมเรียนกันจริง ๆ ว่าถ้าไม่แก้ไขกลับไป ร่างเดิมแล้ว การที่ท่านปล่อยออกไปอย่างนี้กฎหมายฉบับนี้เป็นโมฆะเลยนะครับ ผมยอมรับว่า ความตั้งใจของท่านประธานและท่านกรรมาธิการก็เป็ นความตั้งใจที่น่าชมเชย ผมเห็นด้วย ผมเห็นใจ แต่ทีนี้ความเห็นด้วยและเห็นใจในตรงนี้ถ้าปล่อยออกไปแล้ว กฎหมายประกาศใช้บังคับไม่ได้ เพราะมันขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่า จะเป็นปัญหานะครับท่านครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ความจริงในมาตรานี้กระผมก็ได้ สงวนคําแปรญัตติไว้ และเหตุผลของผมก็คล้าย ๆ กับเหตุผลของท่านประยุทธ์ ขออภัย ที่เอ่ยนาม เพราะฉะนั้นมาตรานี้ก็ขอให้กลับไปร่างเดิมของรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ทั้ง (๒) (๙) ตกลงกลับไปร่างเดิมนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใดติดใจก็เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
หมวด ๒ คณะกรรมการสรรหา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวน ความเห็น และผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านกรรมาธิการผู้สงวนครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรานี้กระผมขอให้คุณพงษ์สวาท ตัวแทนจากสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ
ขออนุญาตท่านประธานค่ะ พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาค่ะ ในมาตรา ๑๙ จะมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือในวรรคหนึ่ง ตรงนี้คงจะต้องขอกลับไป ที่ร่างเดิม เพราะว่าเป็นการต่อเนื่องสอดคล้องกับในเรื่องของการที่มีคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมาย ๒ ประเภท ว่าจะต้องมีการคัดเลือก ในอีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของกระบวนการ ในมาตรา ๑๙ ทั้งหมด ในเรื่องของการที่จะมีกรรมการสรรหา ตรงนี้ก็จะต้องขออนุญาต ที่จะขอสงวนความเห็นเอาไว้ที่จะกลับไปสู่ร่างเดิม เนื่องจากว่าตรงนี้ในร่างของรัฐบาล เราได้พิจารณากลั่นกรองในเรื่องของการที่จะสรรหาตัวคนที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาว่า ควรที่จะหาบุคลากรที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาจะต้องมีความเป็นกลาง แล้วก็มีคุณวุฒิ มีส่วนในการที่จะเข้ามาทําหน้าที่ในการสรรหา ตรงนี้ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็มอง ว่าร่างเดิมที่เป็นของรัฐบาลน่าจะมีความเหมาะสม ในแง่ของการที่จะหาตัวบุคลากร ต่าง ๆ ว่าจะนํามาเป็นตัวกรรมการสรรหา ตรงนี้น่าจะมีความเหมาะสมแล้วจึงขอให้คงไว้ ตามร่างเดิมของรัฐบาลค่ะ
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นท่านนิพิฏฐ์กับท่านพงษ์สวาทท่านให้กลับไปใช้ร่างเดิม จะมีท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านธนาติดใจไหมครับ เดี๋ยวผมขอตามลําดับ ที่สงวนความเห็นไว้ก่อนนะครับ ท่านธนาไม่ติดใจ ท่านอรรถวิชช์ไม่ติดใจนะครับ ท่านนคร มาฉิม ท่านสมาชิกผู้สงวนคําแปรญัตติไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการเสียงข้างมาก อันนี้เรายืนยันที่จะให้เป็นตามร่างที่แก้ไข ท่านประธาน ที่เคารพครับ การปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสรรหามีความจําเป็นที่จะต้องเป็นบุคคล ในกลุ่มที่รู้เรื่องในการออกกฎหมาย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าใน (๒) ผู้แทนคณาจารย์ ซึ่งสอนในสาขาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษา ร่างเดิมจะแยกออกว่า (ก) ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสองคน (ข) ก็เป็นในสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน อีกสองคน เราก็เห็นว่าใน ๒ วงเล็บนี้น่าจะปรับให้เหลือวงเล็บเดียว คือเป็นอาจารย์ ในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งสอนสาขาวิชานิติศาสตร์ทั้งของรัฐและของรัฐบาลเลือกรวมกัน เหลือสองคน เสร็จแล้วเราก็เพิ่มเข้าไปเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎร พรรคละหนึ่งคน คัดเลือกกันเองให้เหลือสองคน อันนี้ ทางกรรมาธิการมีความเห็นว่าการที่จะเป็นคณะกรรมการสรรหานั้น การเป็นสมาชิก พรรคการเมืองในการปฏิบัติงานไม่ได้หมายความว่าจะขาดความเป็นกลาง ซึ่งในเรื่อง ความเป็นกลางฝ่ายที่ไม่ใช่การเมืองมักจะเขียนจนเลยเถิด อย่างที่ผมเคยกราบเรียน ท่านประธานไว้ แม้แต่ใครก็ตามเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจะพิจารณาเรื่องใด จะต้องไม่เป็นกลางทั้งสิ้นซึ่งไม่ถูกต้อง คนที่มาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง คนที่มาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีความเป็นกลาง ไม่ใช่ว่าไม่มีความเป็ นกลางเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นการที่จะบอกว่าใครมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องขาดความเป็นกลาง เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ผมยืนยันกับท่านประธานว่า คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีวุฒิภาวะ มีการพิจารณา เรื่องใด สามารถที่จะพิจารณาด้วยความเป็นกลางได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการที่จะหาคนมาทําหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาในการที่จะหาคณะกรรมการ มาในสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น ทางคณะกรรมาธิการมีความเห็นว่า ตัวแทนพรรคการเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายน่าจะมีความเหมาะสม จึงได้บัญญัติวงเล็บนี้เพิ่มขึ้นให้เลือกกันเองให้เหลือ ๒ คน ส่วน (๓) เดิมก็เลื่อนมาเป็น (๔) คือผู้แทนองค์กรเอกชนและองค์กรวิชาชีพ คัดเลือกกันเองให้เหลือสามคน ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ขอยืนตามร่างที่แก้ไขมานี้ครับ
ครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนตามร่างที่แก้ไขมา ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น เสียงข้างน้อย เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผมยังยืนยันว่าขอให้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาล แต่ขออนุญาต อธิบายเหตุผลเล็กน้อยนะครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไข โดยเฉพาะ ใน (๓) ที่ท่านได้กล่าวว่าพรรคการเมืองก็มีความเป็นอิสระและมีความเป็นกลางนะครับ แต่ว่าท่านประธานได้กรุณาดูในมาตรา ๙ เมื่อสักครู่ที่เราได้พิจารณาผ่านมานั้น ทั้งหมดนี้ ใช้ความเป็นกลางและความเป็นอิสระทั้งสิ้นนะครับ รวมถึงคณะกรรมการสรรหาด้วย สมมุติว่าใน (๓) นี้ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นตัวแทนพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร พรรคละหนึ่งคน คัดเลือกกันเองให้เหลือสองคน ถามว่าถ้าคงไว้อย่างนี้ใครที่จะ ได้ประโยชน์ ตอบได้เลยว่ารัฐบาลได้ประโยชน์ครับ เพราะมีการคัดเลือกกันเอง ในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนมากแล้วก็จะได้ฝ่ายที่เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นกรรมการสรรหาในร่างนี้ ถ้าแก้อย่างนี้ กรรมการสรรหา ๒ ท่านซึ่งเลือกกันเองจากพรรคการเมืองก็คือพรรครัฐบาล เท่านั้นเองนะครับ เมื่อพรรครัฐบาลเป็นกรรมการสรรหาก็อย่าหวังว่าจะสรรหาบุคคล ซึ่งมีความเป็นกลางได้ เพราะฉะนั้นกรรมการเหล่านี้เราต้องการให้มีความเป็นอิสระและ มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ฉะนั้นผมยังยืนยันครับว่าในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยขอให้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยืนตามร่างของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมมา ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็นก็ยืนยันจะขอให้กลับไปใช้ร่างเดิม ผมก็จะขอมติจากที่ประชุม เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ ในมาตรา ๑๙ นะครับ ต้องลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือจะกลับเป็นร่างเดิม ตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านที่เข้าอยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านที่ยังอยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุม จะให้เวลาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ ตอนนี้ผมก็ส่งสัญญาณไฟลงมติไปยังห้องกรรมาธิการ ทุกห้องแล้วนะครับ รบกวนท่านกรรมาธิการทั้งหลายที่ประชุมได้กรุณาเข้าห้องประชุม เพื่อแสดงตนลงมติครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ ให้โอกาสเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน่อยนะครับ บางท่านประชุมอยู่ห้องกรรมาธิการตึกวุฒิสภา ใช้เวลาเดินทางพอสมควร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในห้องประชุมกรุณาเสียบบัตรแสดงตนตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนลงมติด้วยนะครับ ถ้ายังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนกรุณานะครับ ท่านสมาชิกกําลังทยอยเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณา เสียบบัตรแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติพร้อมแล้วนะครับ แสดงตนทุกท่านหรือยัง ยังมีหลายท่านกําลังขอรับบัตรนะครับ เชิญแสดงตนเลยนะครับ ครบถ้วนครับ ประกาศผลเลยครับ มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๖๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดที่คิดว่าควรกลับไปใช้ ร่างเดิมตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นกรุณากดปุ่ ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญท่านลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติครบทุกท่านแล้วนะครับ ผมปิดการลงมตินะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๔๕ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วยก็คือให้กลับไปใช้ ร่างเดิมตามคําสงวนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๒๒๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒๑ ท่าน ก็เป็นอันว่ามาตรา ๑๙ ให้กลับไปใช้ร่างเดิมนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อครับ มาตรา ๒๐
มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ มาตรา ๒๐ กระผมขอให้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาล เนื่องจากได้มีการแก้ไขในมาตรา ๖ เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๐ ก็ต้องล้อไปตามมาตรา ๖ เพราะฉะนั้นขอให้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาล ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ในฐานะกรรมาธิการกลุ่มเสียงข้างมาก คือเดิม คณะกรรมการเสียงข้างมากได้ปรับคณะกรรมการจากประเภทเต็มและไม่เต็มเวลาให้เป็น เต็มเวลาหมด แต่ที่ประชุมได้แก้ไขไปตามร่างเดิมให้มีกลุ่มเป็น ๒ กลุ่มคือเต็มและไม่เต็ม เวลาและการแก้ไขมาตราอื่น ๆ ก็แก้ไขให้สอดคล้องกันมาอย่างนี้มาเรื่อย ๆ พอมาถึง มาตรา ๒๐ ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากตัดวรรคสองออกก็เพราะได้แก้ให้เป็นกรรมการ ประเภทเต็มเวลาอย่างเดียว แต่เมื่อที่ประชุมมีมติไปอย่างนั้นผมก็ไม่ติดใจที่จะแก้ไข วรรคสองให้กลับไปคงตามร่างเดิม แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากการคัดเลือกกรรมการมีคณะกรรมการสรรหาไปหามา ๘ คน ถ้าอ่านจาก มาตรา ๑๙ โยงไปถึงมาตรา ๒๐ ก็จะเข้าใจว่ากรรมการ ๘ ท่านนั้นคือเป็นกรรมการ ที่ไม่เต็มเวลา หลังจากได้กรรมการไม่เต็มเวลา ๘ คนแล้วก็ให้กรรมการประเภทไม่เต็มเวลา ไปสรรหากรรมการที่เต็มเวลามาอีก ๓ คน เพราะฉะนั้นก็จะมีกรรมการที่เต็มเวลาไม่ได้ มาจากการสรรหาของคณะกรรมการแต่มาจากการสรรหาของกรรมการเอง ความลักลั่น มันจะอยู่ตรงนี้ แต่ว่าเมื่อที่ประชุมได้แก้ไขเป็นอย่างนั้นผมก็อยากตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ในการสรรหากรรมการจะมี ๒ ระบบนะครับ ประเภทหนึ่งมากจากการสรรหา อีกประเภทหนึ่ง กรรมการไปสรรหาจากกรรมการด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นในเมื่อที่มามันสับสนกันอยู่อย่างนี้ อาจจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ ผมก็เพียงแต่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่ามาตรานี้อาจจะมี ปัญหาในทางปฏิบัติและการใช้กฎหมายในตอนต่อไปด้วย อยากตั้งข้อสังเกตไว้อย่างนี้ครับ
ท่านเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตนะครับ ก็ไม่ได้ติดใจที่จะกลับไปใช้ร่างเดิม สรุปหมายความว่า มาตรา ๒๐ ทุกวรรค ทุกถ้อยคํา เรากลับไปใช้ร่างเดิมหมดนะครับ ท่านผุสดีเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต เรียนถามท่านกรรมาธิการนิดเดียวค่ะ ในมาตรา ๒๐ ตรงนี้เวลาท่านแยกมาตรา ๘ เป็ นมาตรา ๘/๑ ด้วยแล้ว ในบรรทัดที่ ๓ ของวรรคแรก ไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๘ และมาตรา ๘/๑ ด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่าทิ้งไว้ที่มาตรา ๘ เท่านั้นเอง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ขออนุญาตท่านประธาน พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาค่ะ ในมาตรา ๒๐ ตรงนี้จะมีเพียงแค่มาตรา ๘ ค่ะ เนื่องจากว่ามาตรา ๘ เป็นคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามที่เราไม่อนุญาตให้มีเลย แล้วก็หรือคุณสมบัติที่จะต้องมีนะคะ แต่มาตรา ๘/๑ คือในขณะที่เข้ารับการคัดเลือกอาจจะมีได้ แต่พอได้รับการคัดเลือกแล้ว ต้องไปลาออก เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒๐ ตรงนี้จึงไม่ได้มีมาตรา ๘/๑ ค่ะ
เข้าใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ หมวด ๓
หมวด ๓ สํานักงาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นติดใจไหมครับ ไม่ติดใจ
ติดใจครับ
ท่านนิคมเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ตอนแรกก็ติดใจนะครับ แต่ตอนนี้ฟังคําชี้แจงจากกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านแล้วก็คิดว่าไม่ติดใจครับ เอาตามเสียงข้างมากครับ
ขอบคุณครับ ก็เป็นอันว่าผู้สงวนไม่ติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ที่ผมสงวนความเห็นไว้นี่ผมมีความเห็นว่า เลขาธิการต้องมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ และมาตรา ๘/๑ โดยให้ตัดคําว่า รวมทั้งคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกําหนด ที่ผมเขียนแล้วก็เสนอให้ตัด ตามที่คณะกรรมการกําหนด นั้น เพราะว่าการเขียนกฎหมายผมมีความเห็นว่าเมื่อเรา เขียนชัดเจนทั้งเรื่องคุณสมบัติอะไรแล้ว ไม่ควรจะให้อํานาจคณะกรรมการไปกําหนดอะไร เพิ่มเติม ซึ่งอาจจะเป็นรายละเอียดที่นอกเหนือจากกฎหมายกําหนด ผมไม่เห็นด้วย ในการเขียนกฎหมายลักษณะที่ให้คณะกรรมการไปกําหนดอะไรเพิ่มเติมแล้วเป็น เครื่องสกัดกั้นผู้ที่จะได้รับการสรรหาหรือผู้ที่จะเข้ามาทําหน้าที่เป็นคณะกรรมการ ควรจะ มีคุณสมบัติซึ่งกําหนดไว้ตามกฎหมายแล้วน่าจะจบเพียงเท่านั้น ผมมีความเห็นว่า ไม่ควรให้อํานาจคณะกรรมการไปกําหนดลักษณะประสบการณ์อะไรปลีกย่อย ซึ่งเป็นการนอกเหนือที่กฎหมายกําหนดเพิ่มขึ้นอีก จึงได้สงวนความเห็นไว้ครับ
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นอื่นมีอะไรติดใจอีกไหมครับ จะได้ให้อภิปราย ไปเสียทีเดียว ถ้าไม่มี ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากเชิญชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร กรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดข้อความ รวมทั้งคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ กําหนด ก็เป็นไปตามเหตุผลที่กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นได้ให้เหตุผลไว้ เนื่องจาก คุณสมบัตินี้จะต้องเขียนไว้ในกฎหมาย เมื่อเขียนไว้ในกฎหมายแล้วคุณสมบัติก็ควรจะ เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด ไม่ควรจะให้ไปทําเป็นอํานาจของคณะกรรมการที่จะไป เพิ่มคุณสมบัติอื่นนอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว นี่เป็ นเหตุผลที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ขอแก้ไขเป็ นว่า เป็ นผู้มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กร อันนี้ก็เป็ นข้อความ ที่ได้ถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการบอกว่า คุณสมบัติอื่นที่จะพึงมีนั้นคืออะไร ในเมื่อกําหนดไว้ในมาตรา ๘ มาตรา ๘/๑ ไปหมดแล้ว เมื่อถกเถียงกันมากพอสมควร ก็เข้าใจว่าสิ่งที่เลขาธิการจะต้องมีและควรจะเขียนไว้เป็นกฎหมายด้วย แต่ไม่ใช่ปล่อยให้ กรรมการไปกําหนดเอาเองก็คือความที่ต้องการให้เลขาธิการนั้นเป็ นผู้มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กร นี่เป็นเหตุผลที่เสียงข้างมาก ได้แก้ไขเป็นดังนี้ครับ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๒๔ มีประเด็น สําคัญอยู่ ๒ ประเด็น ซึ่งมีความสําคัญก็คือในเรื่องของการถอดถอนและในเรื่องของ คุณสมบัติอื่นที่เป็นอํานาจของคณะกรรมการซึ่งบัญญัติไว้ตามร่างเดิมของรัฐบาล ผมคิดว่าเลขาธิการเป็นตําแหน่งที่เป็นมือทํางานของคณะกรรมการ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ในการทํางาน ถ้าเกิดว่าประธานและคณะกรรมการไม่มีอํานาจในการทั้งแต่งตั้งและถอดถอน ประธานก็เท่ากับไม่มีอํานาจในการหาเครื่องมือในการทํางานของตัวเอง นั่นเป็นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ในเรื่องของคุณสมบัติก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าประธานและคณะกรรมการ ไม่สามารถกําหนดคุณสมบัติที่เหมาะสม หาคนที่มีความเหมาะสมเข้ามาทํางานที่มาเป็น เครื่องไม้เครื่องมือในการทํางานในช่วงระยะเวลาที่คณะกรรมการดํารงตําแหน่งก็จะ เป็นปัญหาในการทํางานในอนาคต ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓ ระบุชัดเลยว่า ให้มีสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะ เป็นนิติบุคคล และอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของประธานกรรมการ นั่นคือมาตรา ๒๑ ถ้าเรายอมรับในมาตรานี้ก็หมายความว่าการกํากับดูแลต้องมีตรงไปจาก ประธานกรรมการด้วย ประธานกรรมการเมื่อจะมีอํานาจในการกํากับดูแลก็ต้องมีอํานาจ กํากับดูแลตรงไปที่ตัวบุคคลซึ่งเป็นหัวหน้าสํานักงานคือเลขาธิการ ในมาตรา ๒๓ การทํางานของเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็ต้องขึ้นตรงต่อประธานกรรมการ เช่นกัน ถ้าหากว่าประธานไม่สามารถที่จะแต่งตั้งหรือถอดถอนเลขาธิการได้ก็จะ เป็นปัญหา ถ้าหากว่าทํางานไม่เข้าขากันในวันข้างหน้า องค์กรนี้ก็จะมีแต่ความขัดแย้งกัน แล้วก็ไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปได้ ถามว่าการกําหนดคุณสมบัติอื่นที่คณะกรรมการ จะกําหนดในการสรรหาตัวเลขาธิการนั้นเป็นการกําหนดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบหรือว่า กําหนดขึ้นโดยใช้อํานาจโดยพลการหรือไม่ก็ไม่ใช่ครับ ในการกําหนดระเบียบข้อปฏิบัติ ต่าง ๆ ของคณะกรรมการในมาตรา ๑๔ ซึ่งเราก็ผ่านความเห็นชอบไปแล้วว่า ให้เป็นไปตามระเบียบ และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั่นหมายความว่าสังคม ก็สามารถที่จะตรวจสอบคุณสมบัติที่คณะกรรมการกําหนดไว้ เพราะฉะนั้นผมจึง ไม่เห็นด้วยว่าคณะกรรมการเสียงข้างมากไปตัดทอนใน ๒ ประเด็นอย่างที่ว่าก็คือประเด็น ในเรื่องของการถอดถอนและประเด็นในเรื่องของอํานาจในการกําหนดคุณสมบัติอื่น กราบขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็น ท่านอภิชาตยืนยันใช่ไหมครับที่จะให้ มีการกลับไปใช้ร่างเดิม
ยืนยันครับ
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันตามที่ร่างมานะครับ
ยืนยันครับท่านประธาน
เมื่อมีการยืนยันทั้ง ๒ ฝ่าย ก็จําเป็นต้องขอมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในมาตรา ๒๔ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แล้วอีกสักครู่พอลงมติมาตรานี้แล้วก็ขอความกรุณาอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ เหลืออีก ไม่กี่มาตราเดี๋ยวก็จะจบแล้วนะครับ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย เชิญเข้าห้องประชุมครับเนื่องจาก มาตรา ๒๔ กรรมาธิการมีการแก้ไขแตกต่างจากร่างเดิม และมีกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยสงวนความเห็นให้กลับไปใช้ร่างเดิมก็จําเป็นต้องลงมติ ก่อนถามมติ ผมก็จะต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณา เสียบบัตรแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ท่านที่ยังอยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตน ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ แสดงตนทุกท่านหรือยังครับ ก็ที่ผมเรียนให้ทราบ ลงมติมาตรานี้แล้วขอความกรุณาท่านอยู่ในห้องประชุมก่อน เหลืออีกไม่กี่มาตราก็จะจบ ร่างนี้แล้ว จะได้ลงมติในวาระที่สามต่อนะครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตร แสดงตนครับ แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมในมาตรา ๒๔ ท่านใดที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมมากรุณากดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านใดที่เห็นด้วย ตามกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นเสียงข้างน้อยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านลงมติครับ ลงมติครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๓๕ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๓๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ก็เป็นอันว่า มาตรา ๒๔ ที่ประชุมเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไขมานะครับ
เชิญต่อมาตรา ๒๕ ครับ
มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ ความสัมพันธ์กับรัฐบาลและรัฐสภา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ มีการแก้ไข มีผู้สงวนคําแปรญัตติ
ท่านผู้สงวนติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจนะครับ ผ่านครับ
มาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ มีการแก้ไข
มีท่านใดติดใจมาตรา ๓๔ ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ผ่านครับ
มาตรา ๓๕ และ มาตรา ๓๖ ไม่มีการแก้ไข
ก็ถือว่า จบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ถ้อยคํา หรือไม่ครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ เมื่อสักครู่ในมาตรา ๒๐ นี้ท่านสมาชิกได้กรุณาลงมติกลับไปใช้ร่างเดิม ของรัฐบาล แต่ว่ายังมีข้อผิดพลาดอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธานในมาตรา ๒๐ วรรคสี่ เมื่อเรากลับไปใช้ร่างเดิมแล้ว วรรคสี่ตามร่างได้มีการตัดคําว่า ในด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อกลับไปใช่ร่างเดิมหมายความว่าตรงนี้จะไม่ถูกตัดออก ตรงนี้ยังมีความผิดพลาดอยู่ เมื่อเรามีการแก้ไขกลับไปใช้ร่างเดิม ดูย้อนไปถึงในมาตรา ๗ ในมาตรา ๗ นั้น เราได้มีการแก้ไข โดยตัด กรรมการต้องเป็นผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็น ถึงการเป็นผู้มีความรู้และมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ วิชาเหล่านี้นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ที่เรามีมติตัดออกไปแล้วนั้น ผมสรุปสั้น ๆ ในมาตรา ๒๐ วรรคสี่ ในด้านใดด้านหนึ่ง ก็ต้องตัดออกด้วย เฉพาะข้อความนี้มาตรา ๒๐ วรรคสี่ ในด้านใดด้านหนึ่ง ให้ตัดออก ตรงนี้ไม่ได้กลับไปร่างเดิม ขออนุญาตแก้ไขนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ได้มีการขอแก้ไขถ้อยคําเพื่อให้สอดคล้องกันเท่านั้นเอง ขอตัดวรรคสี่ มาตรา ๒๐ ถ้อยคําที่บอกว่า ในด้านใดด้านหนึ่ง ออก เพื่อให้ไปสอดคล้องกับมาตรา ๗ ที่ได้ตัดออกไปแล้ว ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
เอาตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ขอแก้ไขครับ มีประเด็นอื่นอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สามหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกเตรียมลงมตินะครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เตรียมลงมตินะครับ ผมไม่ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วนะครับ เพราะว่าท่านไม่ได้ลุกไปไหน ก็จะขอถามมตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สาม กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ ท่านใดงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติครบทุกท่านหรือยังครับ ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๔๙ ท่าน เห็นชอบในวาระที่สาม ๓๓๒ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑๔ ท่าน ก็เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราเห็นชอบในวาระที่สาม กับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....
ท่านสมาชิกครับ มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาว่าจะลงมติเห็นด้วย หรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมก็จะได้แจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ ซึ่งรายละเอียดข้อสังเกตก็ได้ปรากฏดังรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกได้ศึกษาล่วงหน้าแล้วนะครับ ก็จะขอถามมติที่ประชุมนะครับว่า ท่านจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกลงมตินะครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านใดที่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ ม งดออกเสียง เชิญท่านลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติ ครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๑ ท่าน เห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๐๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ จะได้ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ก็เป็นอันจบ ระเบียบวาระการประชุมนี้นะครับ ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่เห็นชอบเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๖ ฉบับคือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๓. ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอํานวย คลังผา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๔. ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางผ่องศรี ธาราภูมิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๕. ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๖. ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๒,๖๐๒ คน เป็นผู้เสนอ)
ซึ่งผมเห็นว่าเป็ นเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะนํามาพิจารณารวมกัน ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดําเนินการตามนี้ ก่อนที่ผมจะขออนุญาตให้ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแถลงหลักการ เหตุผล ก็จะขอเรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอมาด้วย ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๓ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๐ กําหนดให้ผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ เป็นผู้เสนอและชี้แจงร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อที่ประชุมนะครับ ก็ขอเชิญคุณลัดทา ชนะภัย เป็นผู้แทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะเข้าร่วมชี้แจงด้วยนะครับ แต่กําลัง เดินทางมา ตอนนี้ก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและท่านผู้เสนอ อีก ๖ ฉบับ ได้ทยอยชี้แจงหลักการและเหตุผล
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษาทั้ง ๓ ฉบับ ตามที่ ท่านประธานได้กรุณาขออนุญาตต่อที่ประชุมสภาแล้วนะครับ ฉบับแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของเขตพื้นที่ การศึกษาเพื่อแบ่งเป็ นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗)
(๒) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เพิ่มมาตรา ๓๘ วรรคห้า)
เหตุผล โดยที่การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการศึกษา ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งมีระบบการบริหารและการจัดการศึกษาของ ทั้งสองระดับรวมอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ทําให้การบริหารและ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเกิดความไม่คล่องตัวและเกิดปัญหาการพัฒนาการศึกษา สมควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ อันจะเป็น การพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้สัมฤทธิผล และมีคุณภาพยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ ข้อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ....
ท่านรัฐมนตรี เราแถลงทีละฉบับดีกว่านะครับ เอาร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกก่อน ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยฉบับอื่น ตามมา
ก็แล้วแต่ท่านประธานครับ แต่ว่าผมหารืออย่างนี้ก็คือว่าเนื่องจากมีการเสนอร่าง หลายฉบับ ถ้าเราสามารถเสนอรวมกันได้แล้วก็
คือ เวลาเราพิจารณามันก็ต้องพิจารณาทีละฉบับ จริงอยู่มันเป็นกฎหมายที่เป็นพวงกันมา ทีนี้พอเราผ่านแต่ละฉบับแล้วก็จะได้นําเสนอฉบับอื่น ๆ ตามมา จะได้สะดวก ในการนําเสนอของท่านสมาชิก
ก็แล้วแต่ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญผู้เสนอร่างที่เป็นสมาชิก ท่านแรกท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กับคณะ เชิญท่านทวีวัฒน์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนระบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กับคณะ เป็นผู้เสนอ
หลักการ แก้ ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษาที่จะ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในระดับของประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา (เพิ่มวรรคสี่ ของมาตรา ๓๗)
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถจัด การศึกษา (เพิ่มวรรคห้าของมาตรา ๓๘)
เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติให้การบริหาร และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งจะประกอบด้วยโรงเรียนของประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา แต่ผลในการปฏิบัติได้เกิดปัญหากับการเรียนการสอนและการบริหารงาน บุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่ การศึกษาดังกล่าว ซึ่งไม่เอื้อต่อการบริหารและการจัดการศึกษา ทําให้เกิดความไม่คล่องตัว ในการพัฒนาการศึกษา ดังนั้นจึงเห็นควรแยกพื้นที่การศึกษาออกเป็นของประถมศึกษา และมัธยมศึกษาเพื่อผลในการบริหารและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็น การพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นดังกล่าวให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณมากครับ
เดี๋ยวก่อนจะถึงท่านวรศุลี ขออนุญาตต้อนรับพี่น้องประชาชนผู้เข้าเยี่ยมชมสภาก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้สูงอายุ ประชาชน ข้าราชการ พนักงานจากเทศบาลตําบล มาบอมฤต จังหวัดชุมพร ๑๒๐ ท่าน และพี่น้องจากชมรมพนักงานราชการลุ่มแม่นํ้ามูล จังหวัดสุรินทร์ ๔๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ขณะนี้กําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระรับหลักการ เชิญผู้เสนอร่างท่านต่อไป ท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้เสนอและได้ร่วมร่างพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการและเหตุผลในการที่ยื่นนี้ก็คงจะคล้าย ๆ กับท่านสมาชิกผู้อื่นและ ทางพรรคอื่นที่ได้มีความเห็นชอบในส่วนที่อยากจะให้มีร่างพระราชบัญญัติของ กระทรวงศึกษาธิการนี้เกิดขึ้นทั้ง ๓ ฉบับนะคะ ในหลักการและเหลุผลนั้น ดิฉันอยากจะ ชี้เหตุผลให้กับสมาชิกที่จะได้รับฟังในครั้งนี้ และจะได้ร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ในการพิจารณา ๓ ร่างนี้ เพื่อที่ให้ออกสู่แล้วก็มีการบังคับใช้ต่อไป จากการที่มีประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ตามบทบัญญัติมาตรา ๘๑ กําหนดให้รัฐต้องจัดการการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรม ให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา ปรับปรุงการศึกษา ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างเสริมความรู้และปลูกฝัง จิตสํานึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาครู ส่งเสริม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ท่านคะ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ผ่านมา ในมาตรานี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านก็คงทราบดีว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในมาตรา ๘๑ ที่กําหนดออกมา และได้มีการบัญญัติเป็นพระราชบัญญัติ การศึกษาเมื่อปี ๒๕๔๒ และปี ๒๕๔๖ แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงในปี ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทําให้เห็นชัดว่าการศึกษาของเมืองไทยนั้นไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ในขณะที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ยังเน้นเรื่องการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม และให้มีการพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาวิชาชีพของครูนั้นด้วย จากการ ที่มีการแบ่งเขตการศึกษาโดยกําหนดให้มี ๑๗๒ เขตพื้นที่การศึกษา ทําให้ความรู้ ทําให้ การส่งเสริม ทําให้การจัดงบประมาณลงไปสู่ในพื้นที่นั้นไม่สามารถที่จะส่งเสริมและ พัฒนาได้เท่าที่ควร ดิฉันจึงเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้เป็นความคิดเห็น ของคุณครูต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ และนักเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นมา ดิฉันจึงบอกว่าหลักการและเหตุผลในการมีร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้เห็นควรที่จะ ได้มีการพิจารณา สิ่งที่ดิฉันได้พูดในขณะนี้เพื่อต้องการสะท้อนถึงความรู้สึกของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภานี้ได้มีความเห็นในขณะที่มีการพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกิดขึ้น และให้คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นเห็นชอบ แล้วก็ เห็นชอบในข้อบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ ซึ่งมีไม่กี่มาตราในแต่ละฉบับ ในแต่ละฉบับนั้นมีแค่หกหรือเจ็ดมาตราเท่านั้นเอง ในหกหรือเจ็ดมาตรานั้นก็ควรแล้ว ที่จะให้กรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบ แล้วก็ให้มีการเข้าวาระที่สอง เข้าวาระที่สามให้เสร็จสิ้น ให้เร็วเพื่อที่จะทันในสมัยนี้ ในกรณีที่จะได้ใช้บังคับในสมัยนี้เกิดขึ้น ดิฉันก็คงจะต้อง ชี้เหตุผลให้กับท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีและผ่านถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ว่าพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ คุณครูทุก ๆ พื้นที่ ทุก ๆ จังหวัด แล้วก็นักเรียนทุก ๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดมุกดาหารของดิฉันเองนะคะ
เดี๋ยวนะครับคุณวรศุลี คุณหมอชลน่านมีอะไรครับ
ไม่ได้พาดพิงนะคะ
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวฟังมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตด้วยความเคารพ ท่านวรศุลีที่กําลังอภิปรายอยู่ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านว่าท่านกําลังทําผิดข้อบังคับ ต้องอยู่ในประเด็นที่นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ และข้อวินิจฉัยท่านประธานเอง ก็บอกให้เสนอทีละฉบับ ผมเข้าใจว่าผู้ที่กําลังอภิปรายได้เสนอภาพรวมไป ผมขออนุญาตท่านประธานประท้วงท่านวินิจฉัย การเสนออาจจะเสนอทีละฉบับได้ครับ ท่านประธาน หลังจากเสนอทั้ง ๓ ฉบับไปแล้วท่านประธานอาจจะขอความเห็นจาก สมาชิกว่าจะให้สมาชิกได้พิจารณารวมไหม อันนั้นอีกประเด็นหนึ่งนั่นเป็นมติของสภา ผมคิดว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ขอบคุณครับ
ท่านวรศุลีครับ ขอความกรุณาท่านเสนอหลักการและเหตุผล เฉพาะฉบับแรกก่อน อย่าเพิ่งไปพันอีก ๒ ฉบับหลัง พอเดี๋ยวเสนอกันครบ ๖ ท่านแล้วก็จะมีการให้เสนอ อีก ๒ ฉบับหลัง ฉะนั้นเราจะได้ไปเร็วขึ้น อย่างนั้นท่านเอาเฉพาะฉบับแรกก่อนครับ
ท่านประธาน ดิฉันก็พูดหลักการ และเหตุผลของฉบับแรก แต่ที่ดิฉันได้อ่าน ๓ ฉบับนี้เพื่อสะท้อนว่าในร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับแรกนี้มันจะไปเกี่ยวพันกับฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓ หลักการและเหตุผลที่ดิฉันได้พูดในขณะนี้ก็คือฉบับแรกนั้นละค่ะ เพราะเป็ นการแบ่งแยกหลักการและเหตุผล ใน ๖ มาตรา หรือ ๗ มาตรา ในร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกนี้มีหลักการและเหตุผลก็คือก็แค่แบ่งเขตการศึกษาพื้นที่ และในการแบ่งเขตการศึกษาพื้นที่นั้น ถ้าหากว่าในการแบ่งเขตการศึกษาพื้นที่ ถ้าไม่มี ร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓ มาประกอบด้วยก็คงจะไม่มีอะไรสัมฤทธิผล เกิดขึ้น ดิฉันจึงบอกว่าหลักการและเหตุผลที่ดิฉันได้ชี้ประเด็นไว้นั้นก็คือในฉบับแรก ก็เคารพในคําทักท้วงของท่านสมาชิกท่านคุณหมอชลน่าน ดิฉันได้ชี้หลักการและเหตุผล แค่ฉบับเดียว ก็ขอพูดหลักการและเหตุผลไว้เพียงแค่นี้เพื่อที่จะสะท้อนให้กับ ท่านกรรมาธิการได้ทราบถึง ดีแล้วค่ะที่ได้เข้าใจว่าท่านสมาชิกที่ได้ทักท้วงไว้เมื่อตะกี้ ได้เข้าใจเหตุผลที่ดิฉันอยากจะเสนอร่างกฎหมายนี้เพื่อต้องการที่จะให้สัมฤทธิผลออกมา ได้เร็วขึ้น แล้วก็ท่านก็คงจะเข้าใจแล้วว่าถ้ามีฉบับแรกแล้วก็คงจะต้องมีฉบับที่สองและ ฉบับที่สาม ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
ท่านผู้เสนอร่างต่อไป ท่านอํานวย คลังผา และคณะ เชิญครับท่านอํานวย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และคณะได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของการประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในระบบของการประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (เพิ่มวรรคสี่ และมาตรา ๓๗)
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถ จัดการศึกษาได้ (เพิ่มวรรคห้า และมาตรา ๓๘)
เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติให้การบริหาร และจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะประกอบด้วยโรงเรียนของประถมศึกษาและ ของมัธยมศึกษา แต่ผลในการปฏิบัติให้เกิดปัญหากับการเรียน การสอน และการบริหารงาน บุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่ การศึกษาดังกล่าวซึ่งไม่เอื้อต่อการบริหารและการจัดการศึกษาทําให้เกิด ความไม่คล่องตัวในการพัฒนาการศึกษา ดังนั้นจึงเห็นควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็น ของประถมศึกษาและของมัธยมศึกษาเพื่อผลในการบริหารและการจัดการศึกษา ที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็ นการพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นดังกล่าว ให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ก่อนถึงท่านผ่องศรี ผมในฐานะของสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกลุ่มผู้นําชุมชนและ เกษตรกรจากสํานักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จํานวน ๑๒๐ ท่าน ที่มาเยี่ยมชมสภาวันนี้ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไปผู้เสนอร่าง ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตนําเสนอหลักการและเหตุผลเพื่อประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดิฉันพร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมกันเสนอร่างนี้ด้วยเห็นความจําเป็ น แล้วก็รับทราบถึง ความสําคัญของเรื่องการศึกษา จากประสบการณ์ของตัวดิฉันเองที่อยู่ในแวดวง การศึกษามาอย่างยาวนาน ดิฉันก็ย้อนไปว่าวันนี้วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ก็จะเป็นอีกวันหนึ่งที่จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การศึกษาไทยว่าสภาของเรา จะได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผนแม่บท การศึกษาของไทย ซึ่งถ้าพวกเราจําได้ก็คงจะจําได้ว่าเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีก่อนนั้น ทุกคนก็ได้พูดถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในยุคที่รัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย แล้วก็ ได้มีการผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันขึ้นมา ผ่านกาลเวลามา ทุกคนก็ยอมรับว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญนั้นคงไม่สามารถ มองแบบแยกส่วนได้ ต้องมองแบบเป็นองค์รวม แล้วก็ต้องใช้ปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่าง แต่เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้ได้บังคับใช้ เป้ำหมายได้ทํางานไปร่วมกันก็พบว่า มีปัญหาอุปสรรคในการทํางานที่เป็ นเหตุผลต่าง ๆ ที่หลายท่านได้นําเสนอแล้ว จากเสียงเรียกร้องของคณะครูแล้วก็ผู้บริหารสถานศึกษาที่ค้นพบว่ามันมีข้อจํากัด ในเรื่องของการทํางาน แล้วก็ผลงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าปัญหาอุปสรรคนั้นทําให้คุณภาพของ ผู้เรียนนั้นไม่เกิดประสิทธิผลเท่าที่ควร มีการขับเคลื่อนกระบวนการที่ให้แก้ไขร่างฉบับนี้ มาโดยลําดับ จนถึงเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้ความสําคัญเรื่องการศึกษาภายใต้การบริหารของท่านอดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ได้มีการหาวิธีการที่จะคลี่คลายปัญหาอุปสรรคในการบริหารไประดับหนึ่ง จนถึงบัดนี้ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ชูธงปฏิรูปการศึกษารอบที่ ๒ ที่มุ่งเน้น เรื่องของการพัฒนาผู้เรียนเป็นสําคัญ ดังนั้นจึงเห็นว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการจัดแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาก็จะเป็นยาขนานหนึ่งเท่านั้นที่จะทําให้การบริหารได้เกิดการคล่องตัว แต่อย่างไรก็ตามคงจะต้องใช้อีกหลายกระบวนการที่จะให้เป้ำหมายของการปฏิรูป การศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงได้ประสบผลอย่างแท้จริง ดิฉันเองและ คณะได้เสนอร่างนี้ก็มีแนวทางคล้าย ๆ กับทุกร่าง ส่วนที่เป็ นความต่างเฉพาะ ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็คือในเรื่องของ การพิจารณาแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาให้คํานึงถึงจํานวนสถานศึกษาประชากร วัฒนธรรม แล้วดิฉันเห็นว่าการคํานึงถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่สําคัญ เพราะว่าในจังหวัดหนึ่ง ๆ จะมีสภาพทั้งเป็ นที่ที่เป็ นเขตที่ลุ่มนํ้า พื้นที่ดอน พื้นที่ห่างไกล บางสถานศึกษา อยู่ในชุมชนที่อยู่กันเป็ นกลุ่มก้อนมีรากเหง้าวัฒนธรรม แต่บางสถานศึกษาก็อยู่ ในเขตพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ชาวไร่ ซึ่งการเรียนการสอนอุปสรรคของการจัดกิจกรรมก็จะ มีความต่าง เพราะฉะนั้นในการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษานอกจากจะคํานึงถึงวัฒนธรรม จํานวนประชากรแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าหากได้พิจารณาเรื่องของสภาพภูมิศาสตร์ก็จะ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ยกตัวอย่าง เช่น ที่ลพบุรีมี ๑๑ อําเภอ ปัจจุบันการแบ่งเขต การศึกษาก็ดูพื้นที่ใกล้เคียงแต่ก็จะมีความต่าง อันนี้ก็ยกเป็นกรณีนะคะ ในร่างของ ดิฉันเองและคณะก็จะมีเพิ่มในส่วนนี้ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของมาตรา ที่กล่าวถึงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่เป็นการศึกษาพิเศษในร่างของ ทุก ๆ ร่างก็จะพูดถึง เรื่องของการพิจารณาการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่มี ความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ แล้วก็สังคม ดิฉันคิดว่าการศึกษานั้น ก็เป็นการพัฒนากาย พัฒนาจิต แล้วก็ปัญญา คําว่า อารมณ์และสังคม นั้นก็เป็นเรื่องของ จิตใจอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าเขียนแบบนี้ ความบกพร่องทางร่างกาย ทางอารมณ์ และสังคม น่าจะไม่ได้เป็ นเรื่องของบุคคล ส่วนรายละเอียดก็คงจะไปว่ากัน ในชั้นรายละเอียด แต่หลักการใหญ่ ๆ ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่า ในการเสนอร่างนี้ ก็อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนแล้วว่าคงจะเป็นแค่ยาขนานหนึ่งเท่านั้นที่จะทําให้การบริหาร การศึกษามุ่งเน้นไปที่คุณภาพของผู้เรียนแล้วก็บรรลุผลอย่างแท้จริง ก็ขออนุญาต ไม่ใช้เวลาของสภานะคะ ก็คงจะขอฝากทุกท่านได้ช่วยสนับสนุนในร่างนี้เพื่อให้การศึกษาไทย ได้เดินหน้าต่อไปด้วยค่ะ
ผู้เสนอร่างฉบับต่อไปครับ ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กับคณะ ใครจะเป็นผู้นําเสนอครับ เชิญคุณสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ดิฉันกับคณะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ต้อง ขอเสนอก็เนื่องมาจากว่าปัจจุบันระบบการศึกษาของประเทศเรามีปัญหาค่อนข้างมาก เราจะเห็นได้จากการที่ปัจจุบันมีการสํารวจวิจัยออกมาว่าเด็กในประเทศของเรา ปรากฏว่า คุณภาพทางการศึกษาอ่านออกเขียนได้น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในอดีต
หลักการและเหตุผล ที่ดิฉันขอเสนอก็คือเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของเขตพื้นที่ การศึกษาเพื่อแบ่งเป็ นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗)
(๒) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เพิ่มเติมมาตรา ๓๘ วรรคห้า)
เหตุผลที่ดิฉันว่าก็เนื่องมาจากว่าการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะประกอบด้วยการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งปัจจุบันเรามี เขตการศึกษาทั้งสิ้น ๑๘๕ เขตการศึกษา การจัดการที่รวมระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาเข้าไว้ด้วยกัน ก็ทําให้เกิดปัญหาทําให้การจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ และนักเรียนที่เป็ นอยู่ในปัจจุบัน บางครั้งครูผู้สอน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น วิชาภาษาอังกฤษ คุณครูทุกท่านมีความรู้ความสามารถกันทุกคน แต่ว่าถ้าหากในระดับ มัธยมศึกษาคุณครูที่จบวุฒิการศึกษาที่ตรงกับวิชาภาษาอังกฤษมาสอนเด็กในวิชา ภาษาอังกฤษก็น่าจะได้รับผลที่ดีกว่า ไม่ใช่นําอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษได้แต่มาสอน ในระดับที่ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการติดต่อสื่อสารของโลกเรามันค่อนข้างกว้างขวางขึ้น ถ้าเราปรับปรุงตรงนี้ก็น่าจะเป็นผลดี และทําให้การศึกษาของบ้านเรามีประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาความไม่คล่องตัว และปัญหาการพัฒนาการศึกษาที่ยังมีปัญหา อย่างเช่นในปัจจุบันได้ จึงเห็นสมควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ระดับประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้แก้ไขปัญหา การบริหารและการจัดการการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการพัฒนาการศึกษา แก่นักเรียนในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้มีประสิทธิผลและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ดิฉันและคณะจึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปจะเป็นฉบับที่พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๑๒,๖๐๒ คนเป็นผู้เสนอ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๓ และข้อบังคับ ข้อ ๑๑๐ ก็ต้องให้โอกาสผู้แทนประชาชน ได้เข้ามาแถลงหลักการและเหตุผล ผมขอเชิญผู้แทนประชาชน ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ คือคุณลัดทา ชนะภัย เข้าประจําที่นะครับ ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๐ วรรคหนึ่ง กําหนดว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอให้เลขาธิการ ทํารายงานผลการดําเนินการร่างพระราชบัญญัตินั้นเพื่อให้สภาทราบด้วย ซึ่งรายงาน ผลการดําเนินการของร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอฉบับนี้ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้วนะครับ
ต่อไปก็ขอเชิญผู้แทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้เสนอร่างแถลงหลักการ เหตุผลครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ในนามของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและกรรมการบริหารสมาคม โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ต้องขออนุญาตต่อสภาแห่งนี้เสนอหลักการและ เหตุผลประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขอกราบขออนุญาตท่านประธาน ก่อนที่ผมจะแถลงหลักการนั้น ขออนุญาต ให้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกรุณาแจกเอกสารการจัดตั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเกี่ยวกับข้อดีและ ข้อจํากัดต่อที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ขออนุญาตครับท่านประธาน
ประธานได้ตรวจสอบแล้วนะครับ อนุญาตให้แจกได้เพื่อประกอบเป็ นเหตุผล ในการพิจารณา เชิญครับ
หลักการประกอบ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดว่า เขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในระดับของประถมศึกษาและระดับของมัธยมศึกษา (เพิ่มเติมวรรคสี่ของมาตรา ๓๗)
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถ จัดการศึกษาได้ (เพิ่มวรรคห้าของมาตรา ๓๘)
เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติให้การบริหาร และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ผลในทางปฏิบัติได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน และการบริหารงานบุคคล แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่ การศึกษาดังกล่าว ซึ่งไม่เอื้อต่อการบริหารและการจัดการศึกษาทําให้เกิด ความไม่คล่องตัวในการพัฒนาการศึกษา ดังนั้นจึงเห็นควรแยกเขตพื้นที่การศึกษา ออกเป็ นของประถมศึกษาและของมัธยมศึกษา เพื่อเหตุผลในการบริหารและ การจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอันจะเป็นการพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้น ดังกล่าวให้มีสัมฤทธิผลยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมในนามของประชาชนที่มีโอกาสเข้าเสนอ กฎหมายในครั้งนี้ต้องกราบขอบพระคุณทุกพรรคการเมืองที่ได้กรุณาเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้ามาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา เพราะผมเชื่อมั่นว่าทุกพรรคการเมือง เห็นความสําคัญของการศึกษาชาติ ถ้าหากว่าท่านลงพื้นที่แล้วท่านประสบพบกับปัญหา ต่าง ๆ ผมเชื่อมั่นว่าท่านเข้าใจปัญหา และคราวนี้ในนามของประชาชนก็มีโอกาสที่จะ นําเสนอด้วย จึงขอขอบพระคุณทุกพรรคการเมืองที่ได้ร่วมเสนอในครั้งนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๖ ร่างก็ได้เสนอหลักการ เหตุผลแล้ว ก่อนที่จะให้ท่านสมาชิกอภิปรายผมขอหารือ ท่านนิดหนึ่งนะครับ คือร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังพิจารณามันจะมี ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องหรือพ่วงกันอีก ๒ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อความสะดวก ในการอภิปรายผมก็อยากจะให้ผู้เสนอร่างได้เสนอร่างอีก ๒ ร่างที่เหลือ แล้วหลังจากนั้น จะเปิดให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย เพราะว่ามันก็เป็นหลักการเหมือนกัน เพียงแต่ว่า ต้องแก้ไข ๓ ฉบับนี้ จะไปแก้ไขเฉพาะฉบับใดฉบับหนึ่งไม่ได้นะครับ ก็อยากถามความเห็น เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าท่านเห็นควรอย่างไรครับเชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะ ได้ดําเนินการตามที่ท่านประธานได้นําเสนอต่อที่ประชุมเมื่อสักครู่นี้ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ อยากจะขอหารือในเรื่องสําคัญเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัตินี้เสียก่อน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะได้ขอกราบเรียนหารือต่อท่านประธานนั้นเป็นสาระสําคัญ ของการเสนอร่างกฎหมาย ด้วยความเคารพและเห็นใจเพื่อนครูที่สุดที่เจ็บปวด ต่อการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา ฉบับปี ๒๕๔๒ และปรากฏว่า การเสนอแก้ไขตรงนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเราดําเนินการต่อไปโดยไม่ได้ยึดถือหลัก เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงิน จะทําให้ร่างพระราชบัญญัติอีกหลายฉบับ ของเพื่อน ส.ส. ที่มีเนื้อหาสําคัญจะตกไปเสียเปล่า ๆ ก่อนที่จะมีการหารือว่า จะรวมพิจารณาหรืออย่างไรก็ตามเพื่อประหยัดเวลา ไม่อย่างนั้นเราจะต้องอภิปรายกัน อีกหลายฉบับ ท่านประธานครับ โดยหลักการพื้นฐานของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านรัฐมนตรีเสนอนี้ โดยพื้นฐานเลยคือจะมี การจัดตั้งพื้นที่เขตการศึกษาของมัธยมศึกษาขึ้นมาอีก ขณะนี้เรามีแล้ว ๑๗๕ เขต บวกอีก ๑๐ เขต เป็น ๑๘๕ เขต ที่รวมทั้งมัธยมศึกษาและประถมศึกษา ถ้าหากจะต้อง เพิ่มมัธยมศึกษาเข้ามาอีก แน่นอนที่สุดครับต้องเพิ่มสตางค์ ต้องเพิ่มเงิน ดังนั้น เห็นชัดเจนทีเดียวครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วย การเงิน แต่ปรากฏเท่าที่ตรวจดูบังเอิญผมต้องถามท่านประธาน ไม่ได้เห็นฉบับต่าง ๆ ของเพื่อน ส.ส. และของท่านจากส่วนของพลเรือนที่เสนอมา แต่เท่าที่ฟังดูรู้สึกว่า จะไม่มีการขออนุญาตไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอันเป็นเงื่อนไขของพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวด้วยการเงินครับท่านประธาน เนื้อหาของฉบับนี้นั้นผมยังมีสาระสําคัญ อีกหลายประการที่จะต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดถ้าเราจะแยกกันอย่างนี้ เพราะการปฏิรูปการศึกษาใหญ่นั้นได้ล้มเหลวมาโดยสิ้นเชิงแล้ว ทําให้เกิดความปั่นป่วน ในบ้านเมือง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนครูหมดขวัญกําลังใจไปอย่างมาก ในช่วงระยะเวลา ๑๐ ปี วันนี้เรากําลังจะมาแก้ปัญหาปลายเหตุ ปรากฏว่าพอยื่นเข้าไปอีก ก็ไม่ได้รอบคอบเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการเงินอีก ผมเกรงว่าเดี๋ยวพอพิจารณาไปแล้ว ใครเสนอเงื่อนไขนี้ขึ้นมาเมื่อไรจะขัดข้อง ดังนั้นตรงนี้ไม่ทราบว่าจะเป็ นเรื่อง ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านจะได้มองเห็นปัญหานี้อย่างไร หรือไม่ว่า เมื่อเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินนั้นแต่ละฉบับมิได้ขอความเห็นชอบจาก ท่านนายกรัฐมนตรีครับ จึงขอถือโอกาสปรึกษาท่านรัฐมนตรีเสียก่อนครับ ผ่านท่านประธานสภาชี้ชัดตรงนี้เสียก่อนแล้วก็ค่อยว่ากันต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ คือร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก่อนบรรจุระเบียบวาระการประชุมนี่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ เพราะในบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้มีส่วนไหนที่เป็น ภาระผูกพันเรื่องการใช้งบประมาณตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ทั้ง ๔ วงเล็บนะครับ ฉะนั้นประธานก็ได้วินิจฉัยแล้วก็ได้นําบรรจุเข้ามา ฉะนั้นก็ต้องถือว่าการวินิจฉัยของ ท่านประธานก็ชอบแล้ว และถ้าท่านจะดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ นะครับ ตั้งแต่
(๑) ที่เกี่ยวด้วยการเงินก็บอก การจัดตั้ง ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลงแก้ไข ผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร นี่ก็ไม่ได้เกี่ยวนะครับ หรือ
(๒) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่าย ของแผ่นดิน ก็ไม่ได้เข้าตามเนื้อหาในกฎหมายนะครับ
(๓) การกู้เงิน การคํ้าประกัน การใช้เงินกู้ หรือการดําเนินการที่ผูกพัน ทรัพย์สินของรัฐ
(๔) เงินตรา ก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง
ฉะนั้นประธานก็ได้วินิจฉัยบรรจุแล้ว ฉะนั้นเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ก็ไม่น่าจะต้องติดใจประเด็นที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยบรรจุมาแล้ว เชิญท่านหมอชลน่านครับ
ท่านประธานคะ
ท่านสุนัยต่อเนื่องหรือครับ เชิญครับ
ต่อเนื่องนิดเดียวเพื่อให้สมบูรณ์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ท่านประธานได้กล่าวว่า ตามมาตรา ๑๔๓ ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยนั้น ผมเองต้องกราบเรียนตรง ๆ ครับว่า ปัญหาข้อกฎหมายเป็ นปั ญหาความคิดเห็น แล้ วโดยเฉพาะท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ที่ชื่อชัย ชิดชอบ ผมก็เริ่มรู้สึกว่าถ้าท่านเสนออะไรมาผมก็เคารพ แต่ว่า จะถือตามเสียไม่ได้ คงต้องตรวจสอบรายละเอียด ไม่อย่างนั้นถ้ามีฝ่ำยใดฝ่ำยหนึ่ง ร้องเรียนเรื่องนี้ไปว่าเป็นร่างที่เกี่ยวด้วยการเงินขึ้นมาการพิจารณากฎหมายก็จะติดขัด ทันที และเพื่อน ส.ส. แล้วก็ทางฝ่ายพลเรือน เพื่อนครูที่เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้ามานั้น จะเกิดติดขัดทําให้ล่าช้าไปอีก อย่าลืมนะครับร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษา หลายฉบับที่ต้องติดขัดด้วยเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ อันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ก็ในเมื่อเรื่องแค่นี้ ทางฝ่ายรัฐบาลก็ยินดีอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการก็เห็นดีด้วยอยู่แล้ว ท่านก็เป็นทั้งรัฐบาล เป็นทั้งท่านนายกรัฐมนตรี เป็นทั้งรัฐมนตรี ท่านก็เป็นนโยบายฝ่ำยพรรคเดียวกัน ความจริงทําเสนอเสียก็จบง่ายกว่า ถ้าเกิดเพื่อนครูอีกส่วนหนึ่ง หรือกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย อีกส่วนหนึ่งทําการตีความก็จะเกิดปัญหาเพราะอะไรครับ เพราะมันเห็นชัดเจนครับว่า ตามมาตรา ๓ ที่แก้ไขมาตรา ๓๗ นั้นได้เปิดเงื่อนไขให้มีการตั้งสํานักงานเขตมัธยมศึกษาขึ้น ต้องจ่ายเงินไหมครับ ต้องจ่ายอยู่ดี แล้วในนี้หนักเข้าไปอีกครับ ไม่ได้ให้อํานาจ คณะรัฐมนตรีเลยนะครับ ให้อํานาจสภาการศึกษา เท่ากับสภาการศึกษานี้สามารถจัดตั้ง เขตการศึกษาขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีต้องจํายอมเลยนะครับ ต้องจ่ายเงินงบประมาณ ภาษีให้เลย อย่างนี้ไม่เกี่ยวอย่างไร ผมเลยกราบเรียนท่านประธานเถอะครับ แต่ถ้าท่านจะ ดําเนินการต่อไปผมก็ไม่ว่ากระไรเพียงแต่ผมทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ตรวจสอบความรอบคอบที่สุด และไม่ได้ยึดถือท่านประธานเป็นสรณะ โดยเฉพาะ ท่านประธานคือท่านประธานชัย ชิดชอบ ตอนหลังมันจะเป็นสะระนังเสียมากกว่าสรณะ เสียแล้ว ผมเคยกราบเรียนว่าขอให้ตรวจสอบเสียก่อนเถอะครับ แต่ผมไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าท่านจะดําเนินการต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้ทักท้วงท่านประธานเกี่ยวเนื่องด้วยร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๕ ฉบับ แล้วก็ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก ๑ ฉบับ รวมทั้งของคณะรัฐมนตรีทั้งหมดเป็น ๖ ฉบับ รวมกับกฎหมายที่จะเสนอต่อเนื่องเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ประเด็นนี้ถ้ามีข้อสงสัยผมคิดว่าต้องหาทางออกไว้ก่อนนะครับ ท่านประธาน ถามว่านําเสนอแล้วสภาพิจารณาได้หรือไม่ ความเห็นของชั้นนี้นะครับ การจะวินิจฉัยว่าการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งแน่นอนครับต่อไปก็ต้องมีสํานักงาน มีบุคลากรซึ่งหมายถึงการใช้เงินของแผ่นดิน ถ้าท่านประธานแปลความตามมาตรา ๑๔๓ ให้ชัดเจนท่านดู (๒) ให้ดี ๆ นะครับท่านประธานครับ (๒) เขียนค่อนข้างกว้างมากนะครับ การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน อะไรก็แล้วแต่ที่จะตั้งขึ้นมาแล้วท่านต้องจ่ายเงิน แผ่นดินเป็นค่าตอบแทนในการจัดตั้งสํานักงาน ค่าวัสดุ ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าดําเนินการ ในเรื่องของการบริหารงบประมาณมันก็ต้องเกี่ยวเนื่อง เพราะฉะนั้นข้อสงสัยข้อนี้ ผมคิดว่ามันก็สามารถหาวิธีการแก้ไขได้ มีร่างของคณะรัฐมนตรีอยู่ทั้ง ๓ ร่าง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เราพิจารณาได้อยู่แล้ว ส่วนร่างสมาชิกถ้าท่านประธาน จะอนุญาตให้เสนอผมไม่แน่ใจจะชอบด้วยข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในชั้นนี้ ถ้ามีข้อสงสัยผมคิดว่าเรากลับไปใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ กับข้อ ๑๑๒ ครับ สําหรับร่างของ สมาชิกแล้วก็พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้เสนอเข้ามา วันนี้เราก็พิจารณาร่างของ คณะรัฐมนตรี ไปแล้ วภายใน ๗ วันถ้ำท่านนายกรัฐมนตรีให้ การรับรอง หรืออย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้มีผลที่จะชักช้าใด ๆ เลย เพราะเนื้อหา สาระที่เพื่อนสมาชิกกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอไม่ได้แตกต่างในเรื่องของหลักการเลยนะครับ อาจจะมีข้อปลีกย่อยเท่านั้นเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าจะพิจารณาในประเด็นนี้ หรือไม่ เพราะเกิดมีผู้ทักท้วงว่า ร่างของสมาชิกเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงินไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญนี่ เมื่อพิจารณาร่างของสมาชิกก็ตกไป ทําให้คณะกรรมาธิการหรือพวกเรา เสียเวลา สู้พิจารณาร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอมาทั้ง ๓ ร่างให้เสร็จในชั้นรับหลักการ ตั้งคณะกรรมาธิการไปผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานคะ
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงก่อนครับ ท่านวรศุลีนั่งลงก่อน นั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณในความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่า การดําเนินการในการจัดทํากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีการสอบถามมายังกระทรวงศึกษาธิการและสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานว่า ในกรณีดังกล่าวนี้มีความจําเป็นที่มีการต้องจัดตั้งงบประมาณ เพิ่มเติมหรือไม่ มีความจําเป็ นที่ต้องมีการผูกพันทางด้านงบประมาณหรือ ทางด้านภาษีอากรหรือไม่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรามีความชัดเจนว่าในกรณี การจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานั้น เราใช้วิธีการที่ต้องเกลี่ยงบประมาณ จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งในกระบวนการทั้งหมดนี้ก็เป็นกระบวนการที่อยู่ในกรอบของงบประมาณ ที่จะต้องดําเนินการกับการจัดการศึกษาทั้ง ๒ ระดับ เพียงแต่ว่ามีการแบ่งเขต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคล และเพื่อที่จะดําเนินการให้การแบ่งเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานั้นเป็นทางผ่านในการที่จะกระจายอํานาจลงไปสู่สถานศึกษา มากยิ่งขึ้น และแน่นอนที่สุดถ้าหากมีการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา ผมคิดว่าจะเป็น กระบวนการที่เราไม่ใช่มีจุดมุ่งเน้นในการที่จะไปสร้างลักษณะของเขตพื้นที่เก่าไปซํ้า ในเขตพื้นที่การศึกษาเดิม แต่ต้องการที่จะให้มีบทบาททางด้านหน้าที่ของ การประสานงาน หน้าที่ในการที่จะต้องมาช่วยกันดูแลคุณภาพและมาตรฐาน ของการศึกษาในการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น และที่สําคัญที่สุดนะครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่า เราต้องการที่จะมุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพ ทางการศึกษา หวังเป็ นอย่างยิ่งว่าถ้าหากว่ากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้มีผลออกมา ก็เป็ นเพียงแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเท่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อท่านประธานสภาได้กรุณาวินิจฉัยไปแล้วว่า กฎหมายทุกฉบับที่เสนอเข้ามา ไม่ใช่เป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน และวันนี้ก็ได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมคิดว่าชอบที่ประธานสภาจะได้ดําเนินการตามลําดับต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านสุนัยครับ ผมขอต้อนรับพี่น้องประชาชนที่มาเยี่ยมชมสภาก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านตุ่น อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา ๗๐ ท่าน ขอต้อนรับด้วยความยินดีครับ เชิญท่านสุนัยต่อครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ คือดิฉันอยากจะชี้เหตุผลให้ท่านสุนัยได้ทราบค่ะ
เดี๋ยวครับ เดี๋ยวท่านจะได้ชี้แจงทีเดียว ให้ท่านสุนัยท่านพูดของท่านต่อเนื่องนิดหนึ่ง เดี๋ยวผมให้โอกาสท่าน เดี๋ยวแป๊ บเดียวครับ
ท่านสุนัยท่านก็ได้พูดไป หลายอย่างแล้ว
เดี๋ยวเผื่อถ้ามีประเด็นอะไรท่านวรศุลีจะได้ชี้แจงเสียทีเดียว เชิญนั่งลงก่อนครับ เชิญท่านสุนัยครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ต้องขออภัยน้องวรศุลีนิดเดียว คือมันต่อเนื่องกับท่านรัฐมนตรีนะครับ ยกมือไหว้ ขอความกรุณาน้องนิดเดียว คือท่านประธานครับ จริง ๆ ที่เราเสนอนี่เราอยากจะเสนอ ให้มันราบรื่น แต่ว่าอะไรที่มันเกี่ยวกับขั้นตอนไม่ถูกต้องตามกฎหมายนี่เดี๋ยวนี้ มันถูกทักท้วงได้ตลอดทาง ผมเองยังคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีได้ฟังการนําเสนอของผม สักนิดหนึ่ง ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนรองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาด้วยกัน วันนี้ เป็นรัฐมนตรีแล้วกรุณาให้ความสําคัญกับสภาสักนิดหนึ่ง ให้เพื่อน ส.ส. เขาพูดและ ท่านฟังสักนิดเถอะครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมาเมื่อสักครู่นี้ยิ่งจะทําให้เกิดปัญหากับครู มากขึ้น เพราะท่านยืนยันแล้วว่า จะไม่เพิ่มงบประมาณในการจัดตั้งเขตการศึกษา ของมัธยมศึกษา เพื่อที่จะยืนยันว่าเป็ นความถูกต้องของร่างพระราชบัญญัตินี้ แล้วที่ไม่เกี่ยวกับการเงินยิ่งตายเลยครับ ท่านประธานครับ ในที่สุดการบริหาร สายบังคับบัญชาลงไปจะไปหนักที่ครูอีกครับ พอจะแบ่งเขต จะจัดองค์กรขึ้นเพิ่มงบประมาณไม่ได้เพราะท่านรัฐมนตรีพูด ในสภาแล้ว ยืนยันแล้วว่าไม่มีการเพิ่มงบประมาณจึงไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วย การเงิน ความจริงง่ายนิดเดียวครับ ท่านคุณหมอชลน่าน ขอประทานโทษเอ่ยชื่อท่าน กระผมเองก็ไม่ได้ขัดขวางท่านเลย วิธีแก้ง่าย ๆ รอก่อน ขอให้ทุกฉบับของเพื่อน ส.ส. นั้น ให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีปะหน้าเสียว่าเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการเงินและพิจารณาร่วมกัน แต่ถ้าเกรงว่าช้าวันนี้เอาร่างของรัฐบาลว่าไปก่อนเลย แล้วนําไปตีความทีหลัง ที่ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้เพราะผมรู้มาว่าโครงสร้างความขัดแย้งระหว่างประธานคณะกรรมาธิการ กับประธานสภาชัยเป็นความขัดแย้งกันอย่างหนักแล้วขณะนี้ ดังนั้นในมาตรา ๑๔๓ วรรคสองนี้เห็นชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านสักนิดหนึ่ง มาตรา ๑๔๓ วรรคสองบอกว่า ในกรณีที่เป็นที่สงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงินที่จะต้องมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ให้เป็ นอํานาจ ของที่ประชุมร่วมของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัย ขอประทานโทษสามัญนะครับ ท่านครับ แล้ววันนี้ข้อขัดแย้งก็ออกหน้าหนังสือพิมพ์แล้วว่าประธานคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นั้น ไม่เห็นด้วยกับท่านประธานในกรณีที่ท่านประธานใช้เงินโดยไม่มีรายละเอียดมาแจ้ง กรรมาธิการเขา ดังนั้นถ้าเกิดประธานคณะกรรมาธิการคนไหนเสนอเข้ามาเท่านั้นนะครับ ต้องเข้าวรรคสองทันที พอเข้าวรรคสองปั๊บปัญหามีทันทีเลยครับ และตอนนั้น จะทําอย่างไรมันจะติดขัดไปใหญ่ ผมจึงคิดว่าวันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรียังรักษาสถานะ ของความเป็น ส.ส. อยู่ อย่าดื้อเลยครับฟังเพื่อน ส.ส. เรา ไม่ฟังผมก็ได้เพราะท่านเห็นผม อภิปรายโต้แย้งอยู่เรื่อย ก็ฟังหมอชลน่านเขา เขาบอกว่าให้ท่านว่าไปก่อนแล้วส่วนเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติของเพื่อน ส.ส. และพี่น้องประชาชนนั้นก็ค่อยตามไปทีหลังหรือว่า ไปแก้ในกรรมาธิการก็ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าเกิดพิจารณารวมไปอย่างนี้ เกิดประธาน คณะกรรมาธิการเขาเกิดยกประเด็นนี้เรื่องนี้ขึ้นมาน็อก (Knock) เลยครับ ก็ไม่รู้ว่าทําไม ไปเป็นรัฐมนตรีแล้วถึงดื้ออย่างนี้ กระผมเองไม่คิดอยากเป็นรัฐมนตรีก็เพราะเหตุนี้แหละครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านวรศุลีเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ด้วยความเคารพ การทักท้วงของท่าน ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ดิฉันขอบคุณมากค่ะที่ท่านได้ทักท้วง แต่ดิฉันอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกทุกคน ได้ทราบนะคะว่า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับนี้ก่อนที่จะผ่านเข้ามา ที่สภานี้ก็ได้มีการทักท้วงไว้ก่อนหน้าโน้นแล้ว โดยท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านได้รับ ร่างหนังสือนี้จากกลุ่มสมาพันธ์ของคุณครูแล้วก็นักเรียนได้เข้ามายื่นร่วม แล้วก็ส่งร่างนี้ ให้ท่านพิจารณา ท่านได้ทักท้วงตั้งแต่แรกแล้วนะคะท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานชัย ท่านก็บอกว่าตัวนี้ถ้าหากว่าจะขยายเขตแบ่งเขตการศึกษาโดยแยกให้เป็นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จําเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีสํานักงานของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นั่นละค่ะ ถ้าหากว่ามีการขยายปุ๊ บมันก็จะเกี่ยวพันกับการเงินทันที และในกรณีที่มี การกําหนดให้แยก ผอ. ลงไปแต่ละประถมศึกษาแล้วก็มัธยมศึกษานี้ แน่นอนค่ะ ตําแหน่งก็ต้องเพิ่ม การเงินก็ต้องเพิ่มมันจะต้องเกี่ยวพันกันไปหมด ช่วงแรก ๆ ที่ดิฉันได้ ยื่นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ก็ได้มีกลุ่มคุณครูทั้งหลายก็ได้ปรึกษากับ ท่านประธานชัยเรียบร้อยแล้วนะคะ กลุ่มคุณครูนี้บอกว่าอยากจะให้การศึกษาของ ประเทศไทยนี้ได้ให้นักศึกษานั้นได้เรียนและได้รับงบประมาณนั้นเท่า ๆ กัน ถ้าหากว่าเรา มีกระจุกเฉพาะแค่เขตการศึกษาเฉพาะแค่แห่งเดียว ไม่มีอยู่ที่ประถมศึกษาและไม่มีอยู่ ที่มัธยมศึกษา นักเรียนต่าง ๆ นั้นก็จะต้องมากังขาอยู่ตลอดเวลาว่าทําไมงบประมาณ ที่ส่งลงมานี้มันทําไมเท่านี้ แล้วคุณครูที่อยู่ในพื้นที่นั้นทําไมมีจํานวนเท่านี้ ทําไม ไม่มีมากกว่านี้อย่างนั้นค่ะ และเราได้คุยกันเรียบร้อยนะคะ ถึงได้มีกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ออกมา เพราะคุณครูบอกว่าถ้าหากว่าแยกไปรับตําแหน่งอยู่ที่เขตการศึกษาประถมศึกษา ก็เอาคุณครูหรือ ผอ. ในพื้นที่ประถมศึกษานั่นละค่ะรับตําแหน่ง เงินเดือน เงินดาวน์อะไร ต่าง ๆ ก็เท่าเดิม งบประมาณนี้ก็เท่าเดิม แล้วก็สถานที่ที่จะให้เป็นสํานักงานประถมศึกษา หรือสํานักงานมัธยมศึกษานั้น คุณครูทั้งหมดก็ได้ร่วมพูดคุยกันแล้วว่าให้เป็ น ความรับผิดชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็คือให้กลุ่มคณะกรรมการนั้น จัดหาสถานที่ให้ โดยจัดตั้งเป็ นสํานักงานเขตการประถมศึกษา และสํานักงาน เขตมัธยมศึกษา ซึ่งไม่ต้องมีการเพิ่มเติมงบประมาณ และจะต้องไม่มีการเพิ่มเติมอัตรา เกิดขึ้น ผลของการที่ได้ยื่นเข้ามา แล้วก็ท่านประธานท่านก็ได้รับทราบ แล้วท่านก็บรรจุ เข้าในระเบียบวาระการประชุมนี้ เพื่อต้องการที่จะให้การศึกษาในเขตการศึกษาพื้นที่นั้น มีแค่จุดเดียว การดูแลหรือการบริหารการจัดการต่าง ๆ นั้นไม่พร้อม แล้วก็วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นเข้ามา ลูกหลาน นักเรียนนั้นตอนนี้เกรด (Grade) การศึกษานั้น ตํ่ากว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์
เอาละครับ เอาประเด็นเป็นการเงินหรือไม่ก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยอภิปราย
ค่ะ ดิฉันได้บอกไว้ว่าได้มี การพูดคุย และได้มีการพิจารณากันแล้ว ท่านประธานชัยก็เห็นว่าถ้าหากว่า ไม่มีการเพิ่มเติมอัตรา ไม่มีการเพิ่มเติมจํานวนเงิน ไม่มีการก่อสร้างสํานักงานเขตพื้นที่ ก็คงจะไม่มีเงินงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามาก็จะไม่เกี่ยวพันกับเรื่องการเงิน ดิฉัน จึงขอยืนยันว่า ๓ ฉบับนี้ได้มีการพูดคุย แล้วก็ได้มีการชี้เหตุผล หลักการไว้เรียบร้อย เพื่อต้องการที่จะให้สัมฤทธิผลออกมา เคารพในการตัดสินใจของท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านชัย ชิดชอบ ว่าไม่ต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีรับรองว่าเป็นกฎหมาย เกี่ยวด้วยการเงิน ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ก็สลับทางนี้บ้าง เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ได้มีเพื่อนสมาชิกหารือในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ผมคิดว่าถ้าได้พิจารณารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ซึ่งขออนุญาตที่จะอ่านให้ ท่านประธานได้รับทราบ
มาตรา ๑๔๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ ก็แต่โดย
(๑) คณะรัฐมนตรี
(๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน
(๓) ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับ การจัดตั้งองค์กรและกฎหมายที่ประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการ หรือ
(๔) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ตามมาตรา ๑๖๓
ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีผู้เสนอตาม (๒) (๓) หรือ (๔) เป็ นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ ก็ต่อเมื่อมีคํารับรอง ของนายกรัฐมนตรี
ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้เป็ นร่างที่เสนอ โดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่ต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรอง เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้มีสิทธิที่จะ พิจารณาร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเสนอได้โดยไม่ต้องมีคํารับรอง แม้จะเป็นกฎหมาย เกี่ยวด้วยการเงินก็ไม่ต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรอง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสภาแห่งนี้มีสิทธิ พิจารณากฎหมายที่ท่านรัฐมนตรีเสนอไปได้อยู่แล้วตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีปัญหา ก็แต่เฉพาะว่ากฎหมายที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีข้อโต้แย้งอยู่ว่า จะเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ก็เป็นสิทธิที่เราจะต้องไม่ให้รวมการพิจารณา ก็ให้แยกการพิจารณา ส่วนพิจารณาไปแล้วไปปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่ากฎหมายดังกล่าว ถ้ากฎหมายที่เพื่อนสมาชิกเสนอนั้นเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินก็ต้องให้ประธาน คณะกรรมาธิการร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาร่วมกัน เพราะฉะนั้น การพิจารณาไม่ต้องหยุดครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าเราพิจารณาวันนี้รับหลักการ กฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเสนอเสียก่อนแล้วก็แยกกันพิจารณาเพื่อที่จะไม่ให้การพิจารณา กฎหมายนี้หยุดชะงัก ก็มีการพิจารณาต่อไปได้ครับท่านประธาน
คือประเด็นเข้าใจตรงกันอย่างหนึ่งก็คือของคณะรัฐมนตรีไม่ต้องรับรองอยู่แล้ว แต่ปัญหา ขณะนี้มีท่านสมาชิกโต้แย้งเฉพาะร่างของสมาชิกกับที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอนะครับ ซึ่งท่านประธานก็วินิจฉัยว่าไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินเพราะเป็นเพียง แต่การบริหารจัดการภายใน คือแบ่งงานกันทําใหม่เท่านั้นเอง เดี๋ยวเอาท่านพีรพันธุ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมคิดว่าที่ประชุมไม่มีเจตนาใดที่จะไปถ่วงการพิจารณากฎหมายเหล่านี้เลยนะครับ แต่ว่ามันเกิดข้อสงสัยจากสมาชิกว่าเฉพาะร่างที่เสนอโดยบุคคลอื่นนอกจากคณะรัฐมนตรี เป็นหรือไม่เป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ถ้าเป็นก็ต้องส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีรับรองก่อน จึงจะเสนอได้ เมื่อกี้นี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบว่าไม่น่าจะเป็นกฎหมาย การเงิน แต่ว่าถ้าดูในเนื้อหาของกฎหมายแล้วมันชัดเจนว่ามีการขอแยกตั้งเขตมัธยมศึกษา ออกมาจากประถมศึกษา และที่แยกออกมานี้ก็คือแยกเอาเฉพาะกลุ่มของ กรมสามัญศึกษาเดิมออกมาต่างหากอีกด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อดูอย่างนี้แล้วถ้าไปดู ตามมาตรา ๑๔๓ ที่บอกว่า คําว่า กฎหมายการเงิน หมายถึงอะไร ก็หมายถึงกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน ท่านประธานครับ อ่านความนี้ก็น่าจะ เข้าใจได้ว่ากฎหมายนี้มันน่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการเงินแน่นอนครับ การแยก เขตมัธยมศึกษาออกไปก็คือจะต้องมีการตั้งสํานักงานเขตเพิ่มขึ้น มีการตั้งผู้อํานวยการ เขตมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้ถ้าดูเนื้อหาของกฎหมายแล้วมันเกี่ยวข้องกับ ๓ ส่วน ก็คือเรื่องคน เรื่องเงิน และเรื่องการบริหารจัดการ ผมจึงเห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่าน ที่บอกว่าเฉพาะที่เสนอโดยท่านสมาชิกและบุคคลอื่นนั้นมันเป็นกฎหมายการเงิน ซึ่งต้องการคํารับรองของนายกรัฐมนตรีก่อนครับ
เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าเป้ำหมายหลักวันนี้ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ต้องการพิจารณากฎหมายเพื่อที่จะให้การแยกเขตพื้นที่ประถมศึกษากับเขตพื้นที่ มัธยมศึกษานั้นออกจากกัน แล้วก็วันนี้ผมเข้าใจว่าเป็ นความสอดคล้องต้องกัน ของสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่ำย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ำยค้านที่เร่งรัดให้กฎหมายฉบับนี้บรรลุ เป้ำหมาย ก็คือต้องการที่จะให้มีการแยกเขตพื้นที่ออกจากกัน แต่วันนี้มันมีประเด็น ปัญหาว่ากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับที่เรากําลังจะปรับปรุงแก้ไขเพื่อรองรับในการแยก เขตพื้นที่นั้นเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ในส่วนตัวของผม ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็น เพียงแต่ว่าถ้าเรามีเป้ำหมายเพื่อเดินหน้า ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า เราสามารถเดินหน้าได้โดยวันนี้เราพิจารณาฉบับของ คณะรัฐมนตรีที่เสนอซึ่งสามารถพิจารณาได้ และขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิก ทั้งพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและประชาชนที่เสนอมาซึ่งเราไม่แน่ใจว่าเกี่ยวด้วยการเงิน หรือไม่เพราะยังไม่ได้วินิจฉัย เพื่อความไม่ประมาทและเพื่อให้กฎหมายเดินหน้าไปได้ ก็ขอความกรุณาว่าให้บุคคลเหล่านี้ ผู้เสนอทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และของประชาชน ถอนร่างออกไป เมื่อถอนร่างออกไปวันนี้พิจารณาเฉพาะของคณะรัฐมนตรีก็สามารถ เป็นไปได้ ผมกราบเรียนทานประธานว่าถ้าเป็นอย่างนี้แล้วกฎหมายฉบับนี้เดินหน้าไปได้ และวันนี้เราก็สามารถพิจารณากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับได้ และในที่สุดก็บรรลุเป้ำหมายที่เรา ต้องการสอดคล้องต้องกัน ก็คือให้มีการแยกเขตพื้นที่มัธยมศึกษาและเขตพื้นที่ ประถมศึกษาออกจากกันได้ แล้วก็ทําได้เร็วที่สุด ผมว่าวิธีการนี้ดีที่สุดเพราะว่าเห็นด้วย ทั้ง ๒ ฝ่ำยแล้ว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเสนอท่านประธานด้วยความเคารพว่า วันนี้เราพิจารณาฉบับของคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่ขัดกับกฎหมายจะเกี่ยวด้วยการเงิน หรือไม่เป็ นก็ไปได้ ส่วนของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับของประชาชน ขอความร่วมมือว่าขอถอนออกเสีย ถ้าอย่างนี้สามารถเดินหน้าได้ ขอบพระคุณครับ
ผมจะฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิกอีกสักสองสามท่านนะครับ เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เคยเข้าไปนั่งอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยจันทร์เกษมหรือเคยเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๔๒ ที่บางคนอ้างเป็นผลงานที่ภูมิใจนักหนา บัดนี้ได้เห็นแล้วว่ามันสร้างรอยบาปให้เกิดขึ้นในวงการศึกษาของเรา เป็นปัญหา ความขัดแย้งมากมายระหว่างเพื่อนข้าราชการครูใน ๒ หน่วยงานเดิม นั่นคือ การประถมศึกษาแห่งชาติและกรมสามัญศึกษา และตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ผมขอยกตัวอย่างเอาพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ผมเคยเป็น ส.ส. มา เมื่อตําแหน่งผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษาว่างลง คณะกรรมการก็ไปลงมติเอาผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา มาเป็น เสร็จแล้วเมื่อผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาเดินทางไปรับตําแหน่ง ครูโรงเรียน มัธยมศึกษาก็กล่าวต้อนรับโดยมีตัวแทนของครูในโรงเรียนนั้นได้กล่าวต้อนรับ ผู้อํานวยการคนใหม่ว่า ขอต้อนรับท่านผู้อํานวยการด้วยความไม่ยินดี นี่เป็นการประกาศ สงครามกันอย่างชัดเจนเลย แล้วผู้อํานวยการคนที่ไปรับตําแหน่งนั้นก็ไปบริหารงานไม่ได้ เพราะมีปัญหา จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งขณะที่ผู้อํานวยการกําลังอบรมนักเรียนอยู่หน้าเสาธง ก็ถูกรองผู้อํานวยการเตะเข้าที่หน้าอกต่อหน้าแถวนักเรียนเป็นเรือนร้อย นี่คือตัวอย่าง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของผม และเช่นเดียวกันในพื้นที่อีกหลาย ๆ จังหวัดก็มีตัวอย่างของ ความขัดแย้งอย่างนี้ ดังนั้นจึงเป็นความจําเป็นที่จะต้องรีบเยียวยาแก้ไขปัญหาให้ผู้บริหาร โรงเรียนต่าง ๆ นั้นกลับเข้าสู่สถานะเดิม นั่นคือประถมศึกษาก็ทํางานด้านประถมศึกษาไป มัธยมศึกษาก็ทํางานด้านมัธยมศึกษาไป ไม่เอามาปะปนกันเป็นแท่งแบบที่ทํากันอยู่ ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อรัฐบาลเสนอกฎหมายเข้ามานั้น เป็นสิ่งที่สมาชิกหลาย ๆ คนชื่นชอบ ผมขอฝากข้อสังเกตท่านประธานให้มันปรากฏอยู่ใน รายงานการประชุมนี้เลยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนไม่ใช่เห็นรัฐบาลเสนอ กฎหมายอะไรแล้วก็มาคัดลอกยื่นตามเข้ามาเหมือนอย่างกับเป็นการสร้างผลงาน ให้ตัวเองซึ่งสร้างภาระให้แก่เจ้าหน้าที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กฎหมาย เรื่องเดียวกันพิมพ์ ๗ ฉบับ ๘ ฉบับ เลิกคัดลอกเขาเถอะครับ เอามันสมองของตัวเองคิดมา
ท่านเชาวรินครับ
สําหรับวันนี้ขอให้ พิจารณาร่างของรัฐบาลไปก่อนดังที่สมาชิกหลาย ๆ คนได้บอกไปแล้ว แล้วขอสมาชิกนั้น ค่อยไปแก้ไขปัญหาทีหลังเพื่อให้ร่างของรัฐบาลผ่านการรับหลักการและจะนําไปสู่ การแก้ไขปัญหาของโรงเรียนทั่วประเทศจํานวนหมื่น ๆ แห่งให้มันลุล่วงไปโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะทําได้ ขอขอบคุณครับ
คุณผ่องศรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จากที่ได้ฟังคําท้วงติงและ ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ดิฉันเองก็มีความเข้าใจนะคะ แต่ว่าเพื่อให้การเดินหน้าของ การแก้ไขปัญหาของบุคลากรทางการศึกษาให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ จริง ๆ ดิฉันก็พร้อมที่จะทําให้วันนี้เดินหน้าไปโดยใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก แต่ดิฉัน ขอกราบเรียนนิดหนึ่งว่ามันจะมี ๒ ประเด็น อันที่หนึ่ง ก็คือถ้าหากว่าถึงแม้ว่า ร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้ถอนออกไปก็ยังมีร่างของภาคประชาชนที่ยังมีอยู่ ทีนี้มันจะมีปัญหาก็คือในเรื่องของสัดส่วนกรรมาธิการ เพราะว่าถ้ามีร่างของประชาชน ก็จะมีตัวแทนของภาคประชาชนอยู่ในคณะกรรมาธิการด้วย ดิฉันอยากจะขอหารือ ท่านประธานว่าเป็นไปได้ไหมถ้าเราจะใช้อ้างข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๒๖ เพราะว่า ในชั้นที่เราเสนอเข้ารับหลักการนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ถ้าหากว่าพิจารณาที่เราเคยพิจารณาไปว่าท่านประธานสภาได้บรรจุมาว่า ไม่เกี่ยวด้วยการเงินในขั้นรับหลักการ เราก็ให้พิจารณาไปแล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการไป พอเมื่อมีการแก้ ไขแล้ วเห็นว่าเป็ นเรื่องเกี่ยวด้ วยการเงินก็ค่อยส่งไปให้ ประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ตามขั้นตอนของสภา อันนี้ก็เป็นหนทางหนึ่ง ดิฉัน ขอหารือว่าใช้ช่องทางนี้ได้หรือไม่ ก็จะทําให้กฎหมายของภาคประชาชนได้มีสัดส่วน เข้ามาเป็ นกรรมาธิการตามที่ประสงค์ เพราะว่าเป็ นผู้ปฏิบัติใช้กฎหมายฉบับนี้ อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าไม่สามารถทําตามช่องทางนี้ได้ ดิฉันก็ยังยืนยันว่า อยากให้กฎหมายฉบับนี้ได้เดินหน้า แล้วก็พร้อมที่จะให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก เพราะว่าหลักการและเหตุผลนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามก็ขอฝากไว้ว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาการศึกษาไทยก็ติดหล่มมานานแล้ว เราเองได้ผลักดันพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติมา อยากจะเห็นว่าการศึกษาได้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน อย่างแท้จริง ถามว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาก็ไม่ทราบว่าใครบ้างที่เป็นรัฐบาล ก็ไม่อยากจะ โทษใคร แต่ว่ามันติดกับดักเรื่องของโครงสร้างในการบริหารจัดการมานานแล้ว วันนี้ถ้าจะ ชูธงปฏิรูปการศึกษาเราไม่โทษใคร เพราะว่าการศึกษาต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ครู ผู้ปกครอง หรือว่าปัจจัยองค์ประกอบอื่น ๆ ก็อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมปฏิรูป การศึกษา แล้วก็ช่วยให้วันนี้เป็นวันที่การแก้กฎหมายฉบับนี้ได้เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นในแวดวงการศึกษา ส่วนทางออกของสภาจะเป็นอย่างไร ดิฉันก็พร้อมถ้าหากจะให้ร่างของดิฉันได้ถอนออก เพื่อให้ร่างของคณะรัฐมนตรี ได้เดินหน้าก็ยินดีค่ะ
เชิญตัวแทนภาคประชาชน เชิญครับ
กราบเรียน ประธานสภาที่เคารพ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ในนามของผู้เสนอกฎหมาย ภาคประชาชน กระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้มีความละเอียดรอบคอบในการที่จะ พิจารณาร่างของประชาชนหรือของพรรคการเมืองที่เสนอว่าเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงิน หรือไม่ กระผมในนามของประชาชน แล้วก็เป็ นผู้ปฏิบัติงานจัดการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาด้วย อยากจะขอเรียนรายละเอียดต่อท่านสมาชิกว่าในระหว่างที่เราเสนอ กฎหมายฉบับนี้ เราพยายามชี้แจงต่อท่านประธานรัฐสภาอย่างไร ผมอยากจะเรียนว่า ในการจัดตั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษานี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน การจัดมัธยมศึกษาขึ้นแล้ว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยใช้ระเบียบของ กระทรวงศึกษาธิการ ในการตั้งศูนย์นั้นเราใช้ทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ยุบรวมกัน เช่น สํานักงานสามัญศึกษาจังหวัดที่ว่างอย่างนี้เราไม่ได้ใช้งบประมาณ หรือแม้แต่บุคลากรที่อยู่ในเขตต่าง ๆ ซึ่งมีจํานวนเจ้าหน้าที่หรือรองจํานวนมาก เราก็พยายามที่จะเกลี่ยอัตรากําลังอย่างนี้ ผมก็อยากจะเรียนว่านี่เป็นความตั้งใจของ พวกเราที่อยากจะทํางานการศึกษา แล้วก็เห็นว่าท่านมีความรอบคอบในการที่จะพิจารณา อย่างละเอียด อันนี้ผมไม่ขัดข้อง ยินดีด้วย แต่ว่าผมในนามของผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ในนามภาคประชาชนด้วย ผมเข้าใจว่าหลักประชาธิปไตยหลักสําคัญอย่างหนึ่งก็คือ การมีส่วนร่วม ถ้าหากจะพิจารณาเฉพาะร่างของกระทรวงศึกษาธิการหรือของรัฐบาล ก็อยากจะให้สภาแห่งนี้ได้กรุณาหาช่องทางให้ตัวแทนของภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ในคณะกรรมาธิการด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ในส่วนนี้ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ผมฟังข้อชี้แจงของทาง ท่านรัฐมนตรี ทางผู้แทนของภาคประชาชนถึงขั้นตอนในการชี้แจงต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อวินิจฉัยว่าร่างที่เสนอโดยสมาชิก เสนอโดยภาคประชาชนตามนัยของ มาตรา ๑๔๒ (๒) (๓) (๔) ว่าจะเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ก็มีความเข้าใจว่าเมื่อได้รับ คําชี้แจงอย่างนั้นท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็มีความคล้อยตามและเชื่อว่าไม่ได้ใช้ งบประมาณ เพราะท่านเองได้นําเสนอมาในภาพที่ว่าไม่ต้องใช้งบประมาณ แต่ท่านเสนอว่า เป็นข้อจํากัดเรื่องงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังคําชี้แจงอย่างนี้แล้ว ถ้าสภาแห่งนี้จะทํากฎหมายฉบับนี้เพื่อไปเสมือนดองหรือทําบอนไซ (Bonsai) ผมใช้คําว่า บอนไซ ก็แล้วกันนะครับ เขตการศึกษาที่เป็นมัธยมศึกษาจังหวัด โดยมติของสภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่าไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน เชื่อว่าไม่เป็นธรรมต่อลูกหลานเราอย่างแน่นอน จริงอยู่ปีนี้ท่านอาจจะเกลี่ยเงินมาได้ ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือข้อจํากัดของ การจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามีทั้งหมด ๔ ข้อ ใช้ข้อจํากัด ล้วนแต่ต้องใช้ งบประมาณ แต่ท่านบอกมีวิธีการเกลี่ย คนก็เกลี่ยมา งบประมาณก็เกลี่ยมา ถามว่า ท่านจะเกลี่ยทุกปีไหมครับ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ รุ่นท่านเกิดไปหรือดับสลายไป รุ่นใหม่เกิดมาเขาก็ต้องใช้ งบประมาณในการที่จะดําเนินการบริหารการศึกษาในเขตมัธยมศึกษา อย่าคิดเพียง เพื่อเสนอกฎหมายให้ผ่านสภาแล้วขอให้เป็ นเขตนะครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพเลยว่า ถ้ำคิดอย่างนั้นแล้ วกฎหมายฉบับนี้ แทบไม่มีประโยชน์ใด ๆ ครับ ดองครับ ทําแท้งภาคมัธยมศึกษาโดยที่เราไม่ตั้งใจ เพราะฉะนั้นผมมีข้อเสนอครับ ผมเห็นด้วยกับท่านผ่องศรี ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมมีข้อเสนอ เคารพในการตัดสินใจของท่านประธานสภา เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ ถ้าท่านไม่เอาร่างของคณะรัฐมนตรีเข้า ต้องการเอาภาคประชาชนเข้ามาเพื่อให้มีสัดส่วน ของกรรมาธิการ ถ้าไม่เข้าตอนนี้สัดส่วนกรรมาธิการก็จะลดน้อยลง แต่ถ้าภาคประชาชน เข้ามาสัดส่วนกรรมาธิการมากขึ้น มีวิธีการเดียวครับ สภาแห่งนี้ทําใจยอมรับว่าการตัดสิน ของท่านประธานสภาถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่เป็นห่วงที่ผมอภิปรายหรือเพื่อนสมาชิก เป็นห่วงว่าเขาจะมีเงินบริหารต่อไปในอนาคตอีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าอย่างไร ผมฝาก อย่างนี้ครับ ฝากไปใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ครับ ท่านเปิดมาตรา ๑๔๔ เป็นช่อง พอเข้าไปถึงในชั้นของกรรมาธิการช่วยไปแก้ไขหน่อยว่าทําอย่างไรเขาจะได้รับ งบประมาณที่มันชัดเจน ท่านก็ใช้ช่องนี้ครับสําหรับร่างของภาคประชาชน แล้วก็ร่างของ เพื่อนสมาชิกอีก ๕ ร่างที่จะเสนอเข้ามาแก้ไขให้เป็นเกี่ยวด้วยการเงินเสียครับ แล้วก็ ทําให้เป็นเกี่ยวด้วยการเงิน เขียนบทมาตราที่รองรับเขาหน่อยสิครับ ดองเค็มเขาทําไม ท่านรัฐมนตรีท่านจะเกลี่ยเงินจากเขตพื้นที่การศึกษาไปให้เขาปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท นี่ครับเขียนนี่ เขตพื้นที่ละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๗๖ เขต ขอส่วนแบ่ง มันเหมือนขอส่วนทาน ผมแปลกใจมากทําไมสภามัธยมศึกษาเขียนกฎหมายมาเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าไม่ได้พัฒนาหรอกครับ ใช้มาตรา ๑๔๔ เรายอมรับตรงนี้ว่าเสนอไปและชั้นของ กรรมาธิการท่านก็ไปเขียน ไปแก้กฎหมายให้มันเป็นเกี่ยวด้วยการเงินให้ชัดเจน แล้วก็ใช้ มาตรา ๑๔๔ และใช้ข้อบังคับที่ว่าด้วยการเงินไป ผมคิดว่าอย่างนี้ไปรอดทั้งหมด ไม่ได้ ขัดขวางนะครับ แต่อยากจะทําให้มันถูกต้อง และทําให้ท่านมีโอกาสพัฒนา เสนอเฉพาะ คณะรัฐมนตรีก็ได้ครับ แต่ว่าภาคประชาชนจะขาดโอกาส เพราะกรรมาธิการที่เราตั้งขึ้น สมมุติว่าเราตั้ง ๓๖ คน เขาไม่ได้ ๑ ใน ๓ แน่นอนครับ เพราะมันไม่เป็นสัดส่วน ถ้าเขาเสนอกฎหมายเขาจะได้สัดส่วน ๑ ใน ๓ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ถ้าจะหาทางออกอย่างนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกไม่ได้ติดใจก็ดําเนินการต่อไป ให้เสนอ แล้วก็รับในชั้นรับหลักการ แล้วไปแก้ไขในชั้นของกรรมาธิการ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ เชิญท่านเพิ่มเติมอีกหน่อย
ท่านประธานคะ ดิฉันวรศุลีค่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับ
เดี๋ยวครับท่านวรศุลีนั่งก่อนครับ ให้ท่านอื่นบ้าง
ไม่ค่ะ พอดีโดนพาดพิงมาเยอะค่ะ
เดี๋ยวครับ ฟังความเห็นท่านอื่นก่อน
คือเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประท้วงหรือครับ
ประท้วงค่ะ ประท้วง ท่านประธานค่ะ
ข้อไหนครับ
ประท้วงข้อ ๘ ค่ะ
เรื่องอะไรครับ
เรื่องที่พาดพิงค่ะ
เดี๋ยวสิครับยังไม่ได้พาดพิงอะไรให้ท่านเสียหายเลย เรากําลังหาทางออกร่วมกันนะครับ ท่านวรศุลี
ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลีค่ะ อยากจะเรียนท่านประธานนะคะว่า ในส่วนที่ท่านประธานปล่อยให้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านเชาวรินที่ว่าผู้ที่ส่งร่างรัฐธรรมนูญนี้ไปคัดลอกมาโดยไม่ใช้สมอง และความคิด ดิฉันเรียนนะคะว่า ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรแม้ดิฉันจะการศึกษาไม่สูง ดิฉันเรียนแค่ ป. ๗ ในกรณีที่เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร แต่ดิฉันก็พยายามที่จะ ทําตัวให้เป็ นผู้แทนราษฎร ดิฉันเห็นชอบและเห็นดีในการที่ท่านคิดท่านพูด ดิฉัน ไม่ได้คัดลอก แต่ดิฉันเอาความคิดของตัวดิฉันเองและเพื่อที่จะได้ให้การศึกษา ของประเทศไทยนี้ได้มีการพัฒนา ดิฉันถึงยอมรับว่าร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ ควรแล้วที่จะให้สมาชิกที่มีความคิดเป็นผู้แทนราษฎรจริง ๆ ให้เข้าร่วมการพิจารณา ดิฉัน ไม่ได้คัดลอกใคร เมื่อกี้ดิฉันยกมือแล้วแต่ท่านประธานไม่ให้พูด ดิฉันจึงบอกว่า ดิฉันเอ่ยนามท่าน ดิฉันเคารพที่ท่านพูด แต่ท่านไปพาดพิงว่าคนที่นําร่างพระราชบัญญัติ เข้ามานี้ไปคัดลอกเข้ามา เท่ากับว่าไปคัดลอกความคิดเห็นของคนอื่นเข้ามาเพื่อต้องการ ที่จะหาเสียง ดิฉันต้องการค่ะ หาเสียงก็ต้องหาเสียง
เอาละครับ
ได้เสียงเข้ามาสภาผู้แทนราษฎรนี้ หรือไม่
ท่านได้ชี้แจงเหตุผลที่ท่านถูกพาดพิงแล้ว เอาละครับ พอแล้วครับ
เมื่อกี้ท่านประธานไม่ได้ดิฉันพูด ดิฉันถึงเลยได้พูดออกมาว่า ไม่
คือท่านเชาวรินก็ไม่ได้ไปเอ่ยนามใคร และไม่ได้เอ่ยนามท่าน ท่านพูดในหลักการทั่วไป
ยอมรับว่าท่านไม่ได้เอ่ยนาม
เอาละ นั่งลงเถอะครับ
แต่ท่านประธาน ในร่างพระราชบัญญัติ ๕ ฉบับนี้ดิฉันเป็นส่วนหนึ่ง และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและ สมาชิกที่เซ็นนี้มีทั้งสมาชิกพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ชาติพัฒนา และมีสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินที่เข้าร่วมเซ็นรับรองกฎหมายนี้ ๒๐ ท่าน ที่โดนพาดพิงว่า
นั่งเถอะครับ ท่านได้ชี้แจงแล้ว เชิญนั่งลงเถอะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันยอมรับว่า ศักดิ์ศรีของความเป็นคนนั้นมี และศักดิ์ศรีในความคิด
เอาละครับ นั่งลงเถอะ ท่านได้ชี้แจงพอสมควรแล้ว พอแล้ว ท่านเชาวรินไม่ต้องแล้วครับ จะได้เดินหน้าต่อไป ผมบอกแล้วท่านก็ไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร นั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านปวีณจะได้ชี้แจงต่อ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง ครับ
ผมขอใช้สิทธิพาดพิง ครับท่านประธาน อย่างน้อยที่สุดท่านสมาชิกที่กล่าวอภิปรายเมื่อสักครู่ได้เอ่ยชื่อผม ถึง ๒ ครั้ง แล้วก็เป็นความจริงที่ผมพูดไปอย่างนั้น
ให้สิทธิท่านพาดพิงสั้น ๆ นะครับ
ครับ ผมต้องการตั้ง เป็นข้อสังเกตไว้ว่าการเสนอพระราชบัญญัติอยากให้แต่ละคนใช้ความคิดของตนเอง เอาละ ท่านไม่ได้ลอก ท่านคิดขึ้นมาผมขอชื่นชมว่าท่านคิดเก่งมาก อีกหลายฉบับ กฎหมายที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม เรื่องเดียวกันเสนอกันเป็น ๖ ฉบับ ๗ ฉบับ เพิ่มภาระ
ขอประท้วงค่ะท่าน
ท่านวรศุลีเดี๋ยวก่อนครับ นั่งก่อน
เพราะฉะนั้นผมแสดง ความคิดเห็นของผม ผมต้องรับผิดชอบสิ่งที่ผมพูดว่าเป็นข้อสังเกต หากใครไม่ได้ลอก ผมก็ขอแสดงความชื่นชมว่าท่านเก่ง แต่ใครที่ลอกมาทีหลังอย่าทําก็แค่นั้นแหละ ท่านประธานครับ
เอาละครับ ขอบคุณครับ ท่านวรศุลีพอแล้วจะได้เดินหน้าต่อ ไม่อย่างนั้นก็โต้ตอบกันไปมา ผมไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งลงนะครับ พอแล้ว เดี๋ยวจะได้ให้อภิปรายต่อ พอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านประธานขอให้ท่านวรศุลีนั่งลงครับ พอแล้วครับ นั่งลง ท่านได้ชี้แจงแล้ว ที่ท่านถูกพาดพิง นั่งลงครับ พอแล้วครับ นั่งลงครับ ขอให้ท่านนั่งลงครับ ท่านวรศุลี ขอความกรุณาครับ พอแล้วครับ นั่งลงครับ พอแล้วครับ ท่านปวีณต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมทุกท่าน เห็นด้วยในหลักการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาการศึกษาของชาติ พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มีการรวมการศึกษาทุกระบบ ยกเว้นอุดมศึกษาและ อาชีวศึกษาออกไป ทุกคนรู้ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นเพราะไม่มีการตั้งพวกที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่จะอยู่ ในขั้นปฏิบัติไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเลย คณะครูหลายคนก็เคยพูดกับผมว่าออกกฎหมาย โดยกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้ให้ผู้ที่จะถูกบังคับใช้กฎหมายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมมาร่าง กฎหมายฉบับนี้ปัญหาจึงเกิดขึ้น เมื่อเกิดปัญหาแล้วจะพูดกันให้ยาวทําไม ทุกคน ต้องการแก้ รู้อยู่แล้วว่ากฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับการเงิน ปฏิเสธไม่ได้ แต่ผมอยากให้ผ่าน คือเมื่อตั้งสํานักงานสามัญศึกษาหรือมัธยมศึกษาจังหวัดขึ้นมาต้องมีค่าใช้จ่ายผูกพัน งบประมาณ ตอนนี้ทดลองให้มีการกระจายทดลองงานของเขตมัธยมศึกษาซึ่งมีอยู่ ๔๒ เขต เป็นการทดลองโดยการทดลองปฏิบัติงาน ไม่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย ที่ไปรองรับท่านไม่สามารถที่จะกระทําการใด ๆ ที่มันเกี่ยวข้องที่ไปนอกเหนือจากอํานาจ หน้าที่ที่เขามอบหมาย เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยที่ว่าขอเสนออย่างนี้ ขอให้ใช้ร่างของ คณะรัฐมนตรี ท่านสมาชิกท่านใดที่เสนอขึ้นไปหลักการท่านไม่ต่างกันหรอก จุดมุ่งหมายอยู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน เวลาที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเล่า ไม่ได้เป็นประโยชน์ คณะครู การศึกษาช้าไปวันหนึ่ง เดือนหนึ่ง ปี หนึ่งผ่านไปนี่กว่ากฎหมายฉบับนี้ จะออกไปมีผลบังคับใช้มันเสียเวลาไปอีกเท่าไร ไม่ได้มีประโยชน์เลยครับที่พูดกันตรงนี้ ท่านใดก็ตามครับที่รู้อยู่แล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับงบประมาณท่านถอนไปเถอะ มันไม่ได้เสีย อะไรหรอก การตั้งสัดส่วนของกรรมาธิการตั้งจากตัวแทนของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สภาตั้งได้ ทําไมตั้งไม่ได้ ตั้งเถอะครับจากตัวแทนภาคประชาชนคนหนึ่ง ท่านก็ตั้งมาร่วมเป็น กรรมาธิการ ผมอยากให้ถอนออกไป ผมคงไม่สามารถที่จะก้าวล่วงลํ้าไปได้ว่าท่านไป ลอกใครมาหรืออะไร ผมไม่พูด แต่เมื่อจุดหมายปลายทางคืออันเดียวกัน เราต้องการแก้ไข กฎหมายให้ตรงประเด็น แล้ววันนี้มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรที่จะรับหลักการ ส่วนขั้นตอน ในกรรมาธิการท่านก็ไปแปรญัตติว่าจะเอาอย่างไร จะกําหนดว่าต้องมีเขตมัธยมศึกษา จังหวัดละ ๑ เขต มันก็ผูกพันงบประมาณอยู่แล้วจะได้บังคับให้เป็นผลบังคับใช้เลย ไม่ต้องให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องไปลงมติ ต้องไปเสนอแนะคณะรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีมีอํานาจตั้งไปเลยจังหวัดละ ๑ เขต มันจะได้หมดปัญหา ผมเสนออย่างนี้ครับ ไม่อย่างนั้นแล้วยาว อยากให้ผ่านในวันนี้ ขอบคุณมากครับ
คืออย่างนี้ท่านสมาชิกครับ หลังจากที่ได้ฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกแล้วก็ได้ข้อสรุป ดังนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๑ ตามท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยร่างนี้เด็ดขาด ว่าไม่เกี่ยวด้วยการเงิน เพราะก่อนวินิจฉัยก็ได้ประสานไปทุกฝ่าย รวมทั้งดูข้อกฎหมาย ประสานไปทางกระทรวงว่าการแบ่งเขตพื้นที่เป็นการบริหารจัดการภายใน ไม่ได้มี การเพิ่มเติมงบประมาณอะไร แล้วถึงเขียนว่ามันไม่เป็นการเงินก็บรรจุเข้ามา ทีนี้ประเด็น ก็คือถ้าเราพิจารณาไปแบบนี้รวมกับร่างของคณะรัฐมนตรีถึงเวลาร่างออกมาก็เท่ากับ ที่คุณหมอชลน่านบอก เวลาออกมาใช้บังคับแล้วมันก็จะไม่ไปผูกพันงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณเพื่อจะไปทําอะไรเพิ่มเติม พอมันไม่เป็นร่างการเงินมันกระทําไม่ได้ ก็จะเข้าลักษณะบอนไซหรือไม่ อย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ขณะนี้ยืนยันว่าร่างนี้ ถ้าตามนี้มันไม่เกี่ยวด้วยการเงิน มันไม่ผูกพันภาระงบประมาณของรัฐบาล เพราะเป็นการใช้ บุคลากรเก่า อัตราทั้งหลายที่มีอยู่เดิมเท่านั้นเอง
ทีนี้ประเด็นที่ ๒ ถ้าสมมุติเราพิจารณาไปแล้วไปมีการแก้ไขในชั้น กรรมาธิการ เรารับหลักการแล้วไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ ไปเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การอุดหนุนงบประมาณอะไรก็ตาม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะวินิจฉัยว่าเป็น ร่างน่าจะเกี่ยวด้วยการเงินก็จะต้องดําเนินการให้ประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ มาประชุมร่วมกัน เหมือนที่เราเคยพิจารณาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ท่านจําได้ ไหมครับ ในชั้นกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะเสียงส่วนใหญ่ว่าเกี่ยวด้วยการเงิน ก็ดําเนินการ ส่งกลับไปให้นายกรัฐมนตรีรับรองแล้วก็เอามาดําเนินการต่อ นี่ก็เป็นทางหนึ่ง ในกรณี รวมพิจารณากันไปทั้งของคณะรัฐมนตรีของสมาชิกในวันนี้นะครับ อันนี้อีกกรณีหนึ่ง หลายท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้เสนอร่างก็บอกว่าพร้อมที่จะขอถอนร่างของท่านออก โดยใช้ร่างคณะรัฐมนตรีร่างเดียว ซึ่งหลักการและเหตุผลมันเหมือนกันหมด ก็เดินหน้า ต่อไปโดยไม่ต้องไปกังวลเรื่องจะเกี่ยวด้วยการเงิน ไม่เกี่ยวด้วยการเงิน เพราะว่า คณะรัฐมนตรีเสนอก็ไม่จําเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองอยู่แล้ว ผมก็อยากจะให้ พวกเราได้หาข้อสรุปร่วมกันว่าจะเอาแนวทางไหน เพราะผมทราบเจตนาพวกเราดีครับว่า ทุกท่านอยากเร่งรัดอยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ได้ออกไปใช้บังคับเพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการบริหารจัดการการศึกษาของชาติ ฉะนั้นก็คิดว่าทุกคนมีความเห็นร่วมกันและ อยากจะผลักดัน แต่เราก็มีความรอบคอบ ถ้าจะออกไปใช้ก็ต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ใช้ลักษณะออกไปแล้วไปบอนไซเขา ไม่ทําให้เขาเจริญก้าวหน้า มันก็เป็นปัญหา เหมือนกันนะครับ นี่ก็อยากให้พวกเราได้เข้าใจร่วมกัน และท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านบรรดา ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย อันนี้ไม่มีการมาถ่วงมารั้ง เพียงแต่เรากําลังจะดูทุกอย่าง ให้มันรอบคอบที่สุด ให้มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อท่านทั้งหลายนั่นแหละครับ ขอท่านสุนัย อีกครั้งครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวครับ ท่านสุนัยอีกทีหนึ่งครับคุณหมอ
ผมในฐานะที่เป็นผู้เสนอตั้ง ข้อสังเกตไว้ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวด้วยการเงินนะครับ แล้วก็ได้มีการอภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง ผมไม่อยากให้เพื่อนครูเข้าใจผิดเป็นอย่างอื่น อยากให้เพื่อนครูเชื่อมั่น ในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาว่าเรานี่เห็นใจท่าน ผมคิดว่าทางออกที่ดีที่สุด วันนี้ฝ่ายค้านก็ไม่ได้ถือตนอะไรเลยครับ ยินดีจะเอาร่างรัฐบาล เป็นหลักไปเลย แล้วก็ให้ผู้เสนอร่างทั้งหมดนี้ถอนออกไปซึ่งก็ไม่เสียหาย เพราะตัวท่านนั้น ก็จะเข้าไปเป็ นกรรมาธิการ แล้วเอาความคิดของท่านไปใส่กรรมาธิการ ก็จบ ถ้าไม่เช่นนั้นเราไปอย่างนี้ผมได้ไปปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการท่านหนึ่งที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้อบังคับของสภา คือท่านเจริญ จรรย์โกมล ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านบอกว่านี่มันเกี่ยวด้วยการเงินชัด ๆ และตามมาตรา ๑๔๓ วรรคสอง เป็นอํานาจของ กรรมาธิการ และกรรมาธิการนั้นวันนี้ก็มีอะไรที่มีข้อคิดเห็นขัดแย้งกับท่านประธานสภา อย่างมากอยู่แล้วจะเสนอแน่นอน ผมว่าถ้าเป็ นอย่างนั้นยิ่งช้าใหญ่ ดังนั้นวันนี้ ถ้าท่านประธานจะได้สอบถามผู้ร่าง ผู้เสนอร่าง ถ้าพร้อมกันถอนไปเสีย แล้วก็เอาร่างของ รัฐบาลเดินหน้าเลยจะได้จบเร็ว แล้วผมกราบเรียนว่าถ้ายังติดขัดอยู่ก็พักสัก ๑๐ นาที แล้วให้กรรมการประสานงานสภาไปนั่งคุยกับผู้เสนอร่าง แล้วถอนออกไป แล้วเหลือ ร่างรัฐบาลฉบับเดียว แล้วเดินหน้าเลยครับ ไม่ต้องไปเสียเวลาอีกหลายสัปดาห์ที่จะเกิด ความขัดแย้ง เพราะเดี๋ยวนี้กฎ ระเบียบ สังคมเรามันกําลังสลับซับซ้อนมากครับ กฎ ระเบียบนิดเดียวก็ทําให้ทุกสิ่งทุกอย่างสะดุดได้หมด เราเห็นมาเยอะแยะหมดแล้วครับ เราจึงเห็นใจครูว่า อย่าเสียน้อยเสียยากเลยครับ เห็นใจเพื่อนครู ขอความกรุณา เพื่อนสมาชิก ถ้าเป็นไปได้ก็ขอถอนหมดเลยครับ แล้วเหลือร่างรัฐบาลอย่างเดียว แล้วไปเลย แล้วเราไปช่วยกันพิจารณาในนั้น กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังยืนยันดังที่ได้กราบเรียนท่านประธานไว้ว่ากฎหมายฉบับนี้แม้จะเป็นกฎหมาย เกี่ยวด้วยการเงิน รัฐบาลเป็นผู้เสนอนะครับ เพราะว่าคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอมา ท่านรัฐมนตรีท่านเสนอในนามคณะรัฐมนตรี เมื่อเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน แล้วนี่ไปแก้ไขอย่างไรก็แล้วแต่ก็ไม่ต้องมารายงานสภา ปัญหาก็คือว่ากฎหมาย ที่เพื่อนสมาชิกเสนอนี่ละครับ ถ้าเมื่อสักครู่ท่านประธานก็ได้บอกแล้วว่าเป็นคําวินิจฉัย ของท่านประธาน เมื่อท่านประธานวินิจฉัยไปว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินแล้ว คําวินิจฉัยของท่านประธานต้องยุติแล้วครับ ไม่อย่างนั้นต่อไปวันข้างหน้าจะเป็นปัญหาว่า สิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัยมานี่มันจะยุติหรือไม่ เมื่อท่านประธานพิจารณาแล้วก็ต้อง ถือว่ายุติ แต่กรณีที่จะไปปรากฏว่าชั้นพิจารณาจากกฎหมายที่ไม่เกี่ยวด้วยการเงิน แล้วไปพิจารณาเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาขออนุมัติสภา ต้องระงับการพิจารณาไว้ แล้วส่งไปให้ประธานคณะกรรมาธิการ ครั้งนี้ก็ไม่ต้อง เพราะว่า กฎหมายรัฐบาลมีเป็นหลักอยู่แล้ว การพิจารณาวันนี้แม้ว่าจะมีการรวมกันพิจารณา เราก็ต้องใช้กฎหมายรัฐบาลเป็นหลัก การใช้กฎหมายรัฐบาลเป็นหลัก ท่านไปพิจารณา เพิ่มเติมอย่างไรก็แล้วแต่ บอกว่าให้มีการจัดตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อตั้งสํานักงานหรือ อะไรก็แล้วแต่ มันได้ทั้งนั้นละครับเพราะว่ารัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ ไม่ต้องมี คํารับรองอีก เพราะฉะนั้นมีคําวินิจฉัยอยู่ว่าถ้าเราไม่เปิดโอกาสให้ฉบับประชาชนเสนอ วันนี้ ท่านที่เสนอกฎหมายจะต้องเสียสิทธิในการตั้งกรรมาธิการไป เพราะถ้าเราไม่รับ ทางภาคประชาชนจะเสียสิทธิในการตั้งกรรมาธิการเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา นี่คือสิทธิที่เสียไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อประธานวินิจฉัยว่ากฎหมาย ฉบับนี้ไม่เกี่ยวด้วยการเงิน วันนี้คําวินิจฉัยของท่านประธานต้องยุติครับ ถ้าไม่เช่นนั้น ต่อไปวันข้างหน้าใครจะไม่เชื่อถือท่านประธานในคําวินิจฉัยของท่านอีกต่อไปครับ
คือเมื่อกี้ผมก็ยืนยันนะครับว่า คําวินิจฉัยท่านประธานเป็นอันยุติ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิก ท่านห่วงว่าถ้าไม่ผูกพันการเงินเลยเข้าไป ออกมาจะมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ หรือเปล่าเท่านั้นเองนะครับ เชิญท่านประธานวิปรัฐบาลครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ เพื่อจะได้ยุติ ขอเวลาท่านประธานพักประชุมสัก ๑๐ นาที และขออนุญาตนัดหมายเจ้าของร่างทั้งหมด ทําการหารือกัน เพื่อจะได้เดินหน้าต่อไปได้ครับ
ประธานขอพักประชุม ๑๐ นาทีนะครับ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันกับประธานวิปรัฐบาล หารือกันนะครับ
พักประชุมเวลา ๑๓.๔๐ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๐๖ นาฬิกา
ทางประธานวิปรัฐบาล แล้วก็ผู้เสนอร่างทั้งหลายก็ได้ปรึกษาหารือร่วมกันกับท่านประธาน ทั้งประธานชัยทั้งกระผม แล้วก็หลายส่วนก็อยากจะให้ท่านประธานวิปรัฐบาลได้ชี้แจง ข้อสรุปนะครับ เชิญท่านวิทยาครับ ท่านประธานวิปรัฐบาลครับ เชิญท่านประธานวิป รัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ได้หารือกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาลและ พรรคฝ่ำยค้านนะครับ เดี๋ยวท่านสุนัยจะมีข้อสรุปเสนอท่านประธานสภาครับ เรียนเชิญครับ
เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ได้นําเสนอ ข้อท้วงติงอันเป็นหลักการสําคัญของการออกกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่าวันนี้เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนและต่อเพื่อนครู และพี่น้องประชาชนทั่วไปที่เชื่อมั่น ในระบบรัฐสภาก็คือว่า ระบบรัฐสภานี้โดยเนื้อแท้นั้นจะต้องเห็นด้วยกับผลประโยชน์ของ ประชาชน เห็นด้วยกับผลประโยชน์ของเพื่อนครู แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาหลักการ ของระบบไว้ การรักษาหลักการของระบบในระบอบประชาธิปไตยนี้เป็นปัญหาสําคัญ ที่สุด เราจะไม่เหนื่อยอ่อนกับการโต้แย้งกันในเรื่องหลักเกณฑ์ แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของ ผลประโยชน์ของมหาชนร่วมกัน ดังจะเห็นได้มีวิธีการเยอะแยะในระบบรัฐสภา อย่าไปปฏิวัติ รัฐประหารเลยครับ เวลามีปัญหาจริง ๆ เราก็ไปประชุมกันไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เอาผลประโยชน์ของครูเป็นที่ตั้ง ในเบื้องต้นผมต้องกราบขออภัยที่ได้เอ่ยชื่อ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ด้วยผมเข้าใจว่าท่านเป็นคนให้ความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไม่เกี่ยวด้วยการเงิน แต่เมื่อได้ไปดูเอกสารแล้วขออนุญาตแจ้งตรงนี้บันทึกไว้เป็น ประวัติศาสตร์ว่าท่านประธานชัยไม่ได้เห็นด้วยเช่นนั้น แสดงว่าท่านประธานชัยเป็นคน มีหลักการ รู้หลักเกณฑ์หมด แต่ว่ากระบวนการของทางราชการนั้นเสนอเป็นขั้นตอน ขึ้นไปจากเจ้าหน้าที่ของสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นถ้าเรายืนยันว่าไม่เกี่ยวด้วย การเงินบาปก็จะไปตกกับครูครับ ตกแน่ ๆ ครับ เป็นไปได้อย่างไรครับขยายอีก ๔๐ เขต ๕๐ เขตแล้วเงินไม่มี แต่ในขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้ทราบสักนิดเถอะครับว่า ระบบการบริหารราชการแผ่นดินนั้น หลายหน่วยราชการใช้วิธีการตุกติกอย่างนี้ครับ โดยรัฐบาลเองก็ไม่อยากรับผิดชอบว่า ฉันจะต้องไปเพิ่มงบประมาณ ดังนั้นวิธีการเสนองบประมาณอะไรก็ตาม เสนอกฎเกณฑ์ เสนอร่างกฎหมายก็ตามก็จะบอกว่าไม่เกี่ยวด้วยการเงินแล้วมันผ่านง่าย แต่ถ้าเกี่ยวด้วย การเงินเมื่อไร คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณากันยกใหญ่ ดังนั้นหน่วยราชการ หลายหน่วยงานจึงเสนอกฎหมายแบบไม่เกี่ยวกับการเงินแล้วไปโป่ งทีหลัง ถ้าเป็นกระทรวงอื่นผมไม่เกี่ยว ผมไม่ว่าเลยครับ ถ้าเป็นกระทรวงคมนาคมมีสตางค์ อยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยไม่ว่ากัน แต่กระทรวงศึกษาธิการผมอยู่ที่นี่ผมเห็นใจครู เพราะรู้ว่าพอแยกเขตแล้วก็ต้องใช้สตางค์ พอจะใช้สตางค์ก็ไม่ได้ เพื่อนครูก็บอกว่าเกลี่ย เกลี่ยครับ มันจะเกลี่ยได้กี่ปีละครับ ดังนั้นวันนี้ครับ จริง ๆ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ทําหนังสือเสียวันนี้แต่ท่านมีภารกิจ ให้ท่านได้รับผิดชอบเสียบ้างว่านี่เป็นเรื่องเกี่ยวด้วย การเงิน แต่ไม่เป็นไรครับ สภาจะรับผิดชอบแทนท่านก็ได้ จึงขอเสนอท่านประธาน ทางออกอย่างนี้ครับว่า เพื่อให้องค์กรครูที่เสนอร่างเข้ามาด้วยมีตัวแทนโดยสมบูรณ์และ ไม่ต้องถอนร่างไป เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่เสนอร่างมาด้วย ไม่ต้องถอน วันนี้เราจะพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสียกันตามขั้นตอนไปเลยครับ เมื่อบอกว่า ไม่เกี่ยวด้วยการเงินตามที่ท่านประธานบอกมา เราก็เคารพความเห็นของท่านประธาน แต่ว่าเมื่อเราพิจารณาผ่านไปแล้วไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ชั้นกรรมาธิการอาจจะ มีการประชุมปรึกษาหารือกันตามมาตรา ๑๔๓ วรรคสอง มันมีเขื่อนขนาดเล็กดักทางไว้แล้ว นั่นก็คือจะต้องไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการเสียก่อน ในระดับประธาน คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ดังนั้นเมื่อประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะมีความเห็นว่า เกี่ยวด้วยการเงิน เพื่อให้ครูได้เงินด้วย ก็จะตีกลับมาอีกทีหนึ่ง อาจจะช้าไปสักนิดหนึ่ง ก็ขอเพื่อนครูได้เข้าใจในเรื่องหลักเกณฑ์ของการผ่านขั้นตอนของระบบกฎหมาย ในสิ่งที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา จึงขอท่านประธานครับ ผมคิดว่า ก็จะได้นําเสนอผ่านไปตามขั้นตอน โดยเราก็เห็นชอบร่วมกันว่าไม่ต้องถอนร่างใคร สักคนเดียว แล้วยกเรื่องนี้ไปให้ประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะร่วมกับประธานสภา โดยใช้สิทธิตามมาตรา ๑๔๓ วรรคสอง ไปพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดการสะดุด แล้วก็ ให้กฎ ระเบียบถูกต้องทุกขั้นตอน ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าระบบรัฐสภานี้ ดีเลิศที่สุดครับ อย่าได้รัฐประหารเลย ขอให้ผ่านกระบวนการของสภา แล้วทุกอย่างจะดี กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประธานวิปรัฐบาลครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ โดยสรุปก็คงได้ใจความนะครับว่า เมื่อประธานวินิจฉัยว่าร่างทั้งหมดไม่เป็ นร่าง เกี่ยวด้วยการเงิน ถือว่าสภาก็ดําเนินการพิจารณาร่างดังกล่าวเหล่านี้ไป เมื่อตั้งกรรมาธิการแล้ว หากกรรมาธิการมีความเห็นว่าเกี่ยวด้วยการเงิน ก็จะใช้ กระบวนการในการประชุม ๓๕ คณะกรรมาธิการ และถ้ามีมติว่าเป็นการเงินจริง ๆ ก็จะ เสนอนายกรัฐมนตรีลงนามต่อไป ซึ่งกระบวนการทั้งหมดถ้าเราเร่งรัด พรุ่งนี้ท่านประธาน อาจจะนัดประชุมคณะกรรมาธิการได้เลย แล้วก็มีข้อคิดเห็นได้เลย เพราะฉะนั้นภายใน สัปดาห์นี้การรับรองของนายกรัฐมนตรีก็จะทําได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลาครับ
สรุปก็จะเดินหน้าพิจารณาต่อนะครับ ทีนี้ประเด็นที่อยากจะเรียนท่านสมาชิกก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีอยู่ ๓ ร่างที่มีความเกี่ยวพันกัน ก็จะให้ผู้เสนอร่าง ตั้งแต่ คณะรัฐมนตรี และสมาชิกผู้เสนอร่าง ตลอดจนภาคประชาชนได้เสนอไปทีละร่างจนครบ ๓ ร่าง เสร็จแล้วก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายเสียทีเดียว เพราะว่าหลักการ มันก็เหมือนกันนะครับ เพียงแต่มันอยู่ในกฎหมาย ๓ ฉบับที่ต้องแก้ให้สอดคล้องต้องกัน ฉะนั้นต่อไปก็จะเป็ นการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีผู้เสนอมาทั้งหมด ๖ ฉบับเช่นกัน รวมทั้ง ของคณะรัฐมนตรี เชิญรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติในนามคณะรัฐมนตรี คือ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของเขตพื้นที่ การศึกษาเพื่อแบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๓)
(๒) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เพิ่มมาตรา ๓๖ วรรคห้า)
เหตุผล โดยที่การจัดระเบียบบริหารราชการในเขตพื้นที่การศึกษา กําหนดให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วยการศึกษาระดับประถมศึกษาและ ระดับมัธยมศึกษา ซึ่งมีการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานรวมอยู่ใน ความรับผิดชอบของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ทําให้เกิดความไม่คล่องตัวในการบริหาร ราชการ สมควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและ เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ให้สัมฤทธิผลและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ก่อนถึงฉบับต่อไป ผมขออนุญาตขัดจังหวะนิดหนึ่งครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะครู นักเรียน โรงเรียนนานาชาติเอกมัย กรุงเทพมหานคร ๗๐ ท่าน และผู้บริหารและ นักเรียนจากโรงเรียนหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ๑๒๐ ท่าน ที่มาเยี่ยมชม สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้นะครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ เชิญผู้เสนอร่างต่อไปครับ คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กับคณะ เชิญครับ ใครจะเป็นผู้เสนอครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเสนอผ่านไปก่อนครับ
เดี๋ยวเสนอทีหลังนะครับ ท่านวรศุลีอยู่ไหมครับ ท่านวรศุลีและคณะ เดี๋ยวถ้าอย่างไร ก็มาเสนอทีหลังนะครับ ท่านอํานวย คลังผา และคณะก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และคณะ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งและวรรคสอง)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา (เพิ่มวรรคสี่ และมาตรา ๓๓)
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสานงาน ส่งเสริมและสนับสนุน สถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษาได้ (เพิ่มวรรคห้าและมาตรา ๓๖)
เหตุผล โดยที่การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษา พื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการได้แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะประกอบด้วย โรงเรียนของการประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ผลในทางปฏิบัติได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับ การเรียนการสอน และการบริหารงานบุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าว ซึ่งไม่เอื้อต่อการบริหารและ การจัดการศึกษา ทําให้เกิดความไม่คล่องตัวในพัฒนาการศึกษา ดังนั้น จึงเห็นควร แยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อผลในการบริหาร และการจัดการการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการพัฒนานักเรียนในช่วงชั้น ดังกล่าวให้สัมฤทธิผลอย่างยิ่ง ตลอดจนเพื่อให้เกิดเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษา แห่งชาติ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรศุลีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ดิฉันเป็นผู้ร่วมเสนอ อยากจะเรียนถามท่านประธานว่าเสนอรวมกันเลย ใช่ไหมคะ ทั้ง ๓ ฉบับ
เอาฉบับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันพร้อมกับ คณะ สมาชิกก็คือ นายไกร ดาบธรรม นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายจุมพฏ บุญใหญ่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายมาโนช เฮงยศมาก นางสาวพัชรี โพธสุธน นายขยัน วิพรหมชัย นายสมนึก เฮงวาณิชย์ นายจักรกฤษณ์ ทองศรี นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ นายเฉลิมชาติ การุญ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายปัญญา ศรีปัญญา นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย นายอนุชา บูรพชัยศรี ทั้ง ๒๐ ท่าน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขึ้นมานะคะ เป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ ในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งและวรรคสอง)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน สามารถกําหนดว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในระดับของประถมศึกษาและระดับของมัธยมศึกษา (เพิ่มวรรคสี่ของมาตรา ๓๓)
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน สามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน สถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษาได้ (เพิ่มวรรคห้าของมาตรา ๓๖)
เหตุผล โดยที่การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษา พื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งจะประกอบด้วย โรงเรียนของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ผลในทางปฏิบัติได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับ การเรียนการสอนและการบริหารงานบุคคลแก่ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าว ซึ่งไม่เอื้อต่อการบริหารและการจัด การศึกษา ทําให้เกิดความไม่คล่องตัวในพัฒนาการศึกษา ดังนั้น จึงเห็นควรแยกเขตพื้นที่ การศึกษาออกเป็นของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อผลในการบริหารและการจัด การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อันจะเป็นการพัฒนาให้นักเรียนในช่วงชั้น ดังกล่าวให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น ตลอดจนให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ดิฉันและคณะพร้อมที่จะร่วมร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ลุล่วงไปเพื่อให้ การพัฒนาประเทศชาติของเราในด้านความรู้การศึกษาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
เชิญท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมนะคะ โดยขออนุญาตนําเสนอหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะ
สืบเนื่องจากที่ได้มีการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่มีการจัดแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานออกเป็นการศึกษาระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา เพื่อให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน เพื่อขวัญกําลังใจครูในการทํางาน เพื่อลูกหลานของเรานะคะ ดังนั้นเมื่อการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวก็ต้องมีผลสืบเนื่องมายัง ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการก็มีความจําเป็นต้องแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้
ประกอบกับหลักการข้อที่ ๒ ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการจะต้องทํางาน สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็การศึกษาเอกชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่สําคัญ ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของชาติก็ต้องการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องและ ให้การพัฒนาการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งเป็นเหตุผลสําคัญที่ทําให้พวกเราทุกคนได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ ที่เข้าสู่สภาในวันนี้ทั้ง ๓ เรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งคิดว่าทุกคนคงจะได้เห็นความสําคัญ และช่วยกันผลักดัน ดิฉันขอกราบเรียนสั้น ๆ เพียงเท่านี้ค่ะ
ฉบับ ต่อไปครับท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กับคณะครับ เชิญครับสุนทรี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมี หลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พุทธศักราช ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๓)
(๒)ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เพิ่มเติมมาตรา ๓๖ วรรคห้า)
เหตุผล การจัดระเบียบบริหารราชการในเขตพื้นที่การศึกษาได้กําหนด ให้แต่ละพื้นที่การศึกษาประกอบด้วยการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งมีการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานรวมอยู่ในความรับผิดชอบของ แต่ละเขตพื้นที่ทําให้การศึกษาระดับมัธยมศึกษาประสบกับปัญหาทั้งด้านการพัฒนา คุณภาพการเรียนการสอน งานวิชาการของคณะครูบาอาจารย์ การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานบุคคล ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความไม่คล่องตัวในการบริหารราชการ ดังนั้น จึงเห็นควรแยกพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การบริหารการจัดการการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะเป็ นการพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ให้ครูบาอาจารย์ได้ทํางานตรงกับที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาเพื่อเป็นขวัญกําลังใจให้กับ ครูบาอาจารย์ที่ต้องทํางานรับภาระในการผลิตบุคลากรที่เป็นบุคลากรที่จะพัฒนาประเทศ ของเราค่ะ ตลอดจนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาที่เมื่อสักครู่ได้เสนอ ไปแล้ว จึงจําเป็นจะต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ดิฉันและคณะเองก็มีความรู้สึกว่ากฎหมายเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่จําเป็นค่ะ ท่านประธาน เราจึงได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย หรือผู้แทนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม
หลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กับคณะเป็นผู้เสนอ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พุทธศักราช ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งและวรรคสอง)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาใด ๆ จะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในระดับของประถมศึกษาและระดับของมัธยมศึกษา (เพิ่มวรรคสี่ของมาตรา ๓๓ )
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน สถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษาได้ (เพิ่มวรรคห้าของมาตรา ๓๖)
เหตุผล โดยที่การบริหารและการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการได้แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะประกอบด้วยโรงเรียนของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ผลในทางปฏิบัติ ได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน และการบริหารบุคคลแก่ราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวซึ่งไม่เอื้อต่อ การบริหารและการจัดการการศึกษา ทําให้เกิดความไม่คล่องตัวในการพัฒนาการศึกษา ดังนั้น จึงเห็นควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อผลในการบริหารและการจัดการการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการพัฒนา นักเรียนในช่วงชั้นดังกล่าวให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีตัวแทนภาคประชาชนได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้ามา ร่วมกับคณะรัฐมนตรีด้วย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ข้อ ๑๖๐ และ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๐ ได้กําหนดไว้ว่า ให้ตัวแทนภาคประชาชน มีโอกาสเข้ามาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติให้สภาได้รับฟังด้วย ก็ขอเชิญตัวแทน ภาคประชาชน คุณลัดทา ชนะภัย ได้กรุณาอภิปรายต่อที่ประชุมด้วยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ในนามตัวแทนภาคประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นผู้เสนอกฎหมายระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตท่านประธานเสนอหลักการและ เหตุผลเพื่อประกอบการพิจารณา
หลักการ การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งและวรรคสอง)
(๒) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีอํานาจหน้าที่ในสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในระดับของประถมศึกษาและในระดับของมัธยมศึกษา (เพิ่มวรรคสี่ของมาตรา ๓๓)
(๓) กําหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสามารถกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน สถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษาได้ (เพิ่มวรรคห้าของมาตรา ๓๖)
เหตุผล โดยที่การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการได้แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ผลในทางปฏิบัติได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับ การเรียนการสอนและการบริหารงานบุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งความเหมาะสมของเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวซึ่งไม่เอื้อต่อการบริหาร และการจัดการศึกษา ทําให้เกิดความไม่คล่องตัวในการพัฒนาการศึกษา ดังนั้น จึงเห็นควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นของประถมศึกษาและของมัธยมศึกษา เพื่อผลในการบริหารและการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ อันเป็นการพัฒนานักเรียน ในช่วงชั้นดังกล่าวให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ จึงจําเป็ นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอให้ที่ประชุมได้โปรด พิจารณาด้วยครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการแถลงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับต่อไปนะครับ ซึ่งเรารวมพิจารณาในครั้งเดียวกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย คณะรัฐมนตรีและมีผู้เสนอร่างประกบ
ซึ่งผมจะเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ แถลงก่อน เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในส่วนของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๕))
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่การศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง)
เหตุผล เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการและได้มีการปรับปรุงเขตพื้นที่ การศึกษาเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อรับผิดชอบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทําให้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาและคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากได้เสนอไปทั้ง ๓ พระราชบัญญัติ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานสภาและที่ประชุมเพิ่มเติมเหตุผลประกอบ เพื่อการเชื่อมโยงในการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกอีกเล็กน้อยนะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ ด้วยเหตุผลสําคัญคือต้องการ ที่จะเติมเต็มในการบริหารการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพและ นําไปสู่คุณภาพของเด็กนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ได้มีกระบวนการมาจากสภาการศึกษา ได้พิจารณาให้มีการแยกเขตพื้นที่การศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ออกจากกัน อยู่ภายใต้สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สําคัญ ในการที่จะให้สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานั้นได้เป็นกระบวนการในการสร้าง เขตพื้นที่การศึกษาในรูปแบบใหม่ เพื่อนําไปสู่กระบวนการในการที่จะกระจายอํานาจไปสู่ สถานศึกษาอย่างแท้จริง ประกอบกับทางกระทรวงศึกษาธิการ เรามีนโยบายที่สําคัญ ในช่วงการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ที่ต้องการจะมุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพ ของตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะทําให้การบริหารจัดการศึกษา แบบใหม่เพื่อนําไปสู่คุณภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริงนั้นถือว่ามีความจําเป็นโดยเฉพาะ การจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษานั้น เป็นการจัดการศึกษาที่เราต้องการมุ่งเน้น ให้เด็กของเรานั้นได้อ่านคล่อง เขียนคล่อง ทําเลขเป็ น เน้นความเป็ นพลเมืองดี เน้นในการรู้จักค้นพบตัวเอง เคารพกติกา เคารพผู้อื่น เห็นประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่า ส่วนตน แล้วก็อยู่ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างมีความสุข ทั้งหมดนี้ผมจึงกราบเรียนว่า การศึกษาระดับนี้จึงจําเป็นที่จะต้องจัดการอย่างมีคุณภาพ และแน่นอนที่สุดภายใต้ของ กระบวนการทั้งหมดนี้ก็มีความจําเป็ นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องในการดําเนินการ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ จะได้ให้ความสําคัญในการปฏิรูปทางการศึกษาในรอบสองโดยการที่พวกเราทั้งหลาย จะได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้เป็นข้อเสนอแนะต่อกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ข้ามพ้นจาการที่เราได้พูดถึงการปฏิรูปในเรื่องโครงสร้างในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา วันนี้ผมคิดว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ไม่ใช่ยึดติดในเรื่องโครงสร้างอีกต่อไป แต่ต้องการที่จะนําไปสู่เป้ำหมายที่แท้จริงก็คือว่าเป้ำหมายในเรื่องของการที่จะให้นักเรียน ของเรามีคุณภาพตามที่ผมกราบเรียนแล้ว จึงขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิกได้โปรด พิจารณา ขอกราบเรียนครับ
ต่อไปเชิญคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย หรือผู้แทนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม
หลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กับคณะเป็นผู้เสนอ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ในส่วนของผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๕))
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่ ในส่วนผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑(๑))
เหตุผล โดยที่ได้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็ นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษาเพื่อรับผิดชอบ การบริหารงานบุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งอยู่ในเขตอํานาจ ของตน ทําให้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้ร่วมยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย ท่าน ส.ส. ประเสริฐ บุญชัยสุข ท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ท่าน ส.ส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่าน ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร ท่าน ส.ส. ณัชพล ตันเจริญ ท่าน ส.ส. ปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ท่าน ส.ส. มานพ ปัตนวงศ์ ท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ ตันเจริญ ท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง ท่าน ส.ส. ปัญญวัฒน์ บุญมี ท่าน ส.ส. สุรสิทธิ์ ตรีทอง ท่าน ส.ส. ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ท่าน ส.ส. พัฒนา สังขทรัพย์ ท่าน ส.ส. สุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่าน ส.ส. วิชัย ลํ้าสุทธิ ท่าน ส.ส. สมบัติ ยะสินธุ์ ท่าน ส.ส. ครรชิต ทับสุวรรณ ท่าน ส.ส. มาโนช เฮงยศมาก ท่าน ส.ส. นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ จากที่ดิฉัน ได้อ่านรายชื่อในนามของ ส.ส. ที่เคารพนี้นะคะ เพราะทุก ๆ ท่านได้ร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ร่วมกันทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งจะได้ให้มีการร่วมพิจารณาด้วยกัน เกี่ยวเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ไปเกี่ยวพันกับการศึกษาของประเทศชาติ ซึ่งไปเกี่ยวพันกับประชาชนในประเทศชาติอีกเช่นเดียวกัน ทีนี้ในกรณีร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไปเกี่ยวพันกับคุณครู เป็นผู้ที่จะพัฒนาวิชาชีพให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เมื่อได้รับความกรุณาจากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับแรก ในกรณีแบ่งเขตการศึกษาไม่ว่าจะประถมศึกษาและมัธยมศึกษานะคะ กลุ่มบุคคลเหล่านี้ก็จะต้องรับผิดชอบในการที่จะต้องพัฒนาวิชาชีพของตนเอง จึงได้มีการ ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ดิฉันในฐานะ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรพร้อม ๆ กับ ส.ส. ผู้ร่วมเสนอนี้ก็ขออ่านหลักการในการยื่นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในส่วนของผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๕))
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่ในส่วนของผู้แทนราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง)
ในหลักการฉบับนี้ประกอบกับเหตุผล เหตุผลในการที่ประกอบ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีอย่างนี้ โดยที่ได้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษา เพื่อรับผิดชอบ ในการบริหารงานบุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งอยู่ในเขตอํานาจ ของตน ทําให้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเป็น จะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
เห็นควรแล้วนะคะที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมควรที่จะ ให้ร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ผ่านไปด้วยดี แม้ว่าในความตั้งใจของข้าราชการครู ทั้งหลายต้องการอยากจะให้เห็นการศึกษาของประเทศไทยนั้นได้ให้มีสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้น เขาเหล่านี้พร้อมแล้วแม้ว่าจะแบ่งเขตการศึกษา เขาเหล่านี้ก็ไม่ยอมรับว่าตําแหน่ง ที่จะได้มานั้นจะสูงขึ้น หรือจะมอบเงินอะไรให้กับเขา เขาพร้อมที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนในประเทศไทยของเรามีความรู้การศึกษาสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เอาความรู้สู่คุณธรรม เอาความรู้สู่การพัฒนา เอาความรู้ สู่ประเทศชาติที่ให้ได้รับความหมายว่าประชาชนที่เจริญแล้ว ด้วยคุณธรรมและจริยธรรม และกิจกรรมของท่าน ดิฉันก็ขอเสนอร่างทั้ง ๓ ฉบับนี้ให้กับทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกันพิจารณาและให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษาหลักสูตรเลขานุการ สภาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รุ่นที่ ๑๒ ด้วยความยินดีครับ ท่านนักศึกษาครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๓ ฉบับ ในวาระที่หนึ่ง วาระแรกจะเปิดโอกาสให้เจ้าของร่างพระราชบัญญัติแถลงหลักการและ เหตุผล ขณะนี้กําลังแถลงหลักการและเหตุผลนะครับ ต่อไปเชิญคุณอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และคณะได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ในส่วนของผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๕))
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่ในส่วนผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง)
เหตุผล โดยที่ได้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็ นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษาเพื่อรับผิดชอบ การบริหารงานบุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งอยู่ในเขตอํานาจ ของตนทําให้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันและคณะสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ได้ผู้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้นะคะ
ในการเสนอร่างดังกล่าวดิฉันและเพื่อนสมาชิกได้เห็นว่ามีหลักการสําคัญ ๒ ประการที่จําเป็นจะต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ในส่วนของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และในหลักการเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่ทางการศึกษา
โดยมีเหตุผลนะคะ ถึงแม้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดูเหมือนจะเป็น การปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เชื่อมโยงกับ ๒ ร่างแรกที่ได้นําเสนอไปแล้ว แต่แท้ที่จริงแล้ว ดิฉันมีเหตุผลสําคัญว่าหัวใจสําคัญของการขับเคลื่อนการศึกษานั้นอยู่ที่ร่างนี้นะคะ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีความสําคัญในเรื่องของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่การศึกษา ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. นะคะ เพราะว่าถ้าดูจากบทบาทหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติแล้วทั้ง ๒ องค์กรนี้ก็จะเป็นผู้ที่มีบทบาทสําคัญทั้งในเรื่องของ การกําหนดนโยบาย การให้ข้อคิดเห็น การจัดสวัสดิการ ให้ขวัญกําลังใจกับครู แล้วก็ การกําหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการออกมาตรฐานการบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นความจําเป็นในการที่จะต้องแก้กฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อให้ สอดรับกับ ๒ ร่างแรก แล้วก็เพื่อให้การทํางานของ ก.ค.ศ. แล้วก็ อ.ก.ค.ศ. นั้นเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นผลประโยชน์ให้กับการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งคําอภิปราย ต่าง ๆ นั้นเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกก็คงจะได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมดิฉันขอกราบเรียนว่า ความจําเป็นที่ต้องตราพระราชบัญญัตินั้นก็เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ว่าการพัฒนา การศึกษาเพื่อจะให้บรรลุผลเพื่อผู้เรียนได้มีคุณภาพนั้นจะต้องทําหลายเรื่อง ดิฉันก็เน้นยํ้า ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีไปด้วยว่าวันนี้สภาของเราหากได้รับหลักการ แล้วก็ผลักดันแก้ไข ในสิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคของขวัญกําลังใจครู แล้วก็ประสิทธิภาพการทํางานแล้วก็ยังมี ร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ รวมทั้งนโยบายอื่น ๆ ที่จะทําให้การศึกษาของประเทศไทย ได้เคลื่อนไปข้างหน้า ดิฉันก็ได้มาร่วมเวที ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวว่าได้มาร่วม ในการจัดสัมมนาที่ทางสภาได้เชิญผู้บริหารสถานศึกษามาที่สภาแห่งนี้ในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็ได้รับฟังข้อมูลเสียงสะท้อนจากเพื่อนครู เพื่อนผู้บริหารสถานศึกษา จํานวนมากว่า การแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาที่เรากําลังทําอยู่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เท่านั้น ถ้าหากจะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบก็คงต้องมองทั้งองคาพยพ แล้วก็นอกจากนั้น แล้วยังมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการทํางานของเพื่อนครู แล้วก็ขวัญกําลังใจ รวมทั้งการศึกษา ที่จัดโดยภาคเอกชนแล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันก็มีปัญหามาก เพราะฉะนั้น ก็ฝากรัฐบาลว่าในเร็ววันก็ขอได้เร่งได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ การศึกษาของเรานั้นได้มีความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ขอฝากไว้ในชั้นนี้ด้วยนะคะ สําหรับในส่วนของร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอนี้ ก็ขอให้ เพื่อนสมาชิกทุกคนได้ช่วยให้การสนับสนุนเพื่อให้ครูของเราได้มีกําลังใจในการทํางาน แล้วก็การศึกษาประสบผลสําเร็จเพื่อผู้เรียนลูกหลานของเราด้วยค่ะ
ต่อไปเชิญนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ หรือผู้แทนครับ คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ค่ะ
หลักการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในส่วนของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๕))
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่การศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง)
ดิฉันและคุณหมอประสิทธิ์ ตลอดจน ส.ส. บุญรื่น ศรีธเรศ และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทุก ๆ ท่านเรามีหลักการดังที่เสนอไปแล้ว แล้วก็มีเหตุผลประกอบดังต่อไปนี้ค่ะ
เพื่อให้การปรับปรุงเขตพื้นที่การศึกษาเป็ นเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพื่อรับผิดชอบการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทําให้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การทํางานของครูบาอาจารย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการเสริมสร้าง ขวัญกําลังใจให้กับข้าราชการครู ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาในด้านความก้าวหน้า ของหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทําผลงานทางวิชาการของครู ก็จะได้ทําผลงานในเรื่องที่ตนเองมีความรู้ความสามารถ และเป็นงานที่รับผิดชอบ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของความก้าวหน้าในด้านนี้จะเป็นการเพิ่มขวัญและกําลังใจ ในการที่ครูจะได้มีกําลังใจในการสอนนักเรียนนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษาประเทศไทยจะได้รับการพัฒนามากขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๓ และข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๐ ขอเชิญผู้แทนของภาคประชาชน คุณลัดทา ชนะภัย ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ผู้แทนภาคประชาชนผู้มีสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้ง ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ครับ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในส่วนของผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๕))
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาประจําเขตพื้นที่ในส่วนผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง)
เหตุผล โดยที่ได้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็ นเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษาเพื่อรับผิดชอบ การบริหารงานบุคคลแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งอยู่ในเขต อํานาจของตน ทําให้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ขอสภาได้โปรดพิจารณาครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากเป็ นการพิจารณาพร้อมกันทั้ง ๓ ร่างพระราชบัญญัติ และแต่ละร่างก็มีผู้เสนอร่างเข้ามาถึง ๗ ฉบับ เพราะฉะนั้นผมจะเรียกตาม ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้ามา จะไม่เรียกว่าฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ในรอบแรก จะเป็นการอภิปรายนําของแต่ละร่างในรอบแรกจะขอกําหนดเวลาท่านละประมาณ ๑๕ นาที ๖ ร่างก็จะใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง ขณะนี้มีผู้ที่ยกมือผมเห็นแล้วค่อนข้างมาก ผมก็จะ เรียกไปตามลําดับ เชิญท่านแรก คุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกได้เสนอให้ สภาได้พิจารณาในวันนี้ แต่ว่าผมอภิปรายเพียงบางฉบับและบางประเด็นเท่านั้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามโดยหลักการแล้วผมเห็นด้วยแล้วก็เรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกได้ให้ ความเห็นชอบต่อการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ด้วย เหตุเพราะว่าประการที่ ๑ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ขณะนี้เราได้ใช้กฎหมายฉบับนี้มาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปีแล้ว ระยะเวลา ๑๐ ปี สภาพทางสังคม สถานการณ์โดยเฉพาะทางการศึกษา ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายแล้ว ผมคิดว่า ๑๐ ปีเพียงพอที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ในกฎหมายบางฉบับเขียนกําหนดไว้เลยว่าใช้บังคับไปกี่ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ให้มีการแก้ไข ในกฎหมายฉบับนี้ไม่มีการเขียนเอาไว้ว่าจะมีการแก้ไขในระยะเวลาใด แต่ผมคิดว่า ๑๐ ปี เพียงพอที่จะแก้ไขเพื่อให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์แล้วก็แก้ไขปัญหาประชาชนได้ นี่ประเด็นที่ ๑ ที่ผมมีความเห็นด้วยในเงื่อนไขของเวลา
ประเด็นที่ ๒ หากกลับไปดูเจตนารมณ์ของกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ พบว่า ถูกตราขึ้นบังคับใช้เพื่อที่จะทําให้การรวมเขตของการประถมศึกษากับมัธยมศึกษา เราหวังว่ามีเจตนารมณ์ว่าจะทําให้การประถมศึกษาสามารถจะมีคุณภาพทางการศึกษา ที่ดีขึ้น สูงขึ้น ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการศึกษาของรัฐที่รัฐจัดการศึกษาให้ เราหวังว่ามัธยมศึกษาก็จะทําให้คุณภาพการศึกษาของมัธยมศึกษาดีขึ้นจากการรวมกัน แต่จนถึงขณะนี้ผมคิดว่าเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับได้ครับว่าไม่เป็นไปตาม เจตนารมณ์นั้น การศึกษา คุณภาพการศึกษา ขณะนี้ถ้าดูจากการประเมินคุณภาพ การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพของผู้เรียนที่อยู่ในมือผมขณะนี้ พบว่าคุณภาพการศึกษาของเรามีแต่ทรงกับทรุดเท่านั้นเอง ไม่ดีขึ้น ผมคิดว่าได้เวลา สําหรับการแก้ไข เปลี่ยนแปลงและข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่งก็คืองบประมาณสําหรับ ใช้ในการศึกษา การประถมศึกษากับมัธยมศึกษาอาจจะมีความต้องการการใช้ งบประมาณที่แตกต่างกัน บางโรงเรียน บางพื้นที่ต้องการใช้ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน บางโรงเรียน บางพื้นที่ต้องการใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ แต่ว่าทั้งหมดอยู่ในท่ามกลาง ความขาดแคลนทั้งสิ้นครับ ผมคิดว่าถ้าได้แยกงบประมาณ ทางประถมศึกษาก็จะได้ใช้ ตรงเป้ำหมาย ตรงความต้องการในการพัฒนาการศึกษา เช่นเดียวกันมัธยมศึกษา ก็สามารถใช้งบประมาณของตัวเองที่จํากัดได้ตรงเป้ำมากกว่าที่จะรวมงบประมาณแล้วก็ แบ่งกันใช้ในปัจจุบัน ปัจจุบันทางการประถมศึกษามีโอกาสได้ใช้งบประมาณมากกว่า อันนี้ ก็เป็นธรรมแล้วครับ เพราะว่าการประถมศึกษาขาดแคลนงบประมาณต่อเนื่องมายาวนาน จึงมีโอกาสที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณได้มากกว่า แล้วทําให้มัธยมศึกษาขาดแคลน ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าผมเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่บ้านผมครับ มีนักเรียนอยู่ ๔๐๐ คน มีภารกิจยิ่งใหญ่มาก สร้ำงคน ทําคนให้ มีคุณภาพป้ อนสู่สังคม แต่มีงบประมาณน้อยมาก แล้วที่ใกล้บ้านผมมีหน่วยพิทักษ์ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อยู่ใกล้ ๆ มีเจ้าหน้าที่อยู่เพียง ๑๑ คน มีรถบรรทุก ๑ คัน มีรถปิคอัพ ๑ คัน มีมอเตอร์ไซค์ ๒ คัน แล้วก็ดูแลป่ำเพียง ๓๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเอง ความพร้อมของงบประมาณ ของเครื่องมือมากมายหากเปรียบเทียบกับทางโรงเรียนซึ่งมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า นี่เปรียบเทียบกันไม่ได้ ท่ามกลางความขาดแคลนนี้ครับ ผมคิดว่าถ้าเราได้แบ่งเขต เป็นเขตมัธยมศึกษากับเขตการประถมศึกษาแล้ว ผมคิดว่าการใช้งบประมาณน่าจะ ตรงเป้ำหมายของผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานเหล่านั้น
ประเด็นถัดมา ผมเห็นด้วยว่าการแยกประถมศึกษากับมัธยมศึกษาจะทํา ให้เกิดมืออาชีพขึ้น ขณะนี้สังคมต้องการมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เพราะสังคม มีความหลากหลาย ซับซ้อน ปัญหาเช่นเดียวกันครับมีความหลากหลายซับซ้อนตามมา ผมคิดว่ามืออาชีพจึงมีความจําเป็ นครับ ในทางมัธยมศึกษาก็ต้องการมืออาชีพ ในการพัฒนาการศึกษา ในการแก้ปัญหา ในทางประถมศึกษาก็เช่นเดียวกันต้องการ มืออาชีพในการสร้างนักเรียนในความรับผิดชอบ ผมจึงคิดว่าการมีมืออาชีพของแต่ละด้าน จึงมีความจําเป็นสําหรับการศึกษาในยุคนี้ ใน พ.ศ. นี้นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือที่จริงผมคิดว่าในอดีตเราเคยจัดการศึกษาให้มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นการศึกษาที่ดีมาก มีหน่วยย่อยเป็นศึกษาธิการอําเภอ สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ว่า เราเดินทางมาไกลมาก แม้ว่าดีที่สุดแต่ว่ามันไกลมากแล้วที่เราจะกลับไปมีศึกษาธิการ จังหวัดได้ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ก็คือการที่จะให้มีประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ เขต แล้วก็หน่วยงานเหล่านี้ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบและหน่วยบริหาร การศึกษาจะได้เล็กลง จะได้ใกล้ชิดปัญหา ผมขออนุญาตฝากกรรมาธิการและอาจจะฝากท่านรัฐมนตรีไปเลยก็ได้ว่าการที่ หน่วยรับผิดชอบเล็กลงจะได้ดูปัญหาได้ครอบคลุมรอบคอบยิ่งขึ้น ผมขออนุญาตฝาก ทั้งกรรมาธิการ ทั้งรัฐมนตรีก็คือเรื่องการรับนักเรียนเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา ผมยอมรับว่าในเวลาที่ผ่านมาการมีเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนบางโรงโดยเฉพาะ โรงเรียนยอดนิยมที่มีเขตพื้นที่บริการ เพราะว่าเป็ นการแก้ไขปัญหาการจราจร ก็ต้องยอมรับว่านโยบายเกิดขึ้นมาในอดีตเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาบางปัญหา แต่ว่า เมื่อปัญหาบางปัญหาคลี่คลายขยายตัวลงแล้วผมคิดว่านโยบายของรัฐบาลก็ต้อง คลี่คลายลงไปด้วย ผมยกตัวอย่างจังหวัดผมครับท่านประธาน จังหวัดพัทลุงมีโรงเรียน ประจําจังหวัด เป็นผู้ชายโรงเรียนหนึ่งชื่อโรงเรียนพัทลุง ผู้หญิงโรงเรียนหนึ่งชื่อโรงเรียน สตรีพัทลุง แต่ว่าจังหวัดพัทลุงมี ๑๑ อําเภอ แต่ว่าเขตบริการของ ๒ โรงเรียนนี้จํากัดอยู่ เฉพาะเขตเทศบาลเมืองพัทลุงเท่านั้น เสี้ยวหนึ่งเท่านั้นเอง เด็กที่อยู่ ๑๑ อําเภอรอบนอก ไม่สามารถเดินเข้าไปสอบได้เท่าเทียมกัน คือส่วนแบ่งของนักเรียน ๑๑ อําเภอเท่ากันกับ ในเขตเทศบาล ทั้ง ๆ ที่เทศบาลเมืองพัทลุงมีทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษา มีทั้งโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาเองแล้ว ผมจึงอยากเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้หรือกรรมาธิการได้พิจารณา ใคร่ครวญเรื่องนี้ด้วยว่าให้ยกเลิกเขตพื้นที่บริการสําหรับโรงเรียนยอดนิยม หรือโรงเรียน ประจําจังหวัดให้ทุกคนสามารถเดินเข้าสู่การแข่งขันได้เท่าเทียมกัน พวกผมที่มีโอกาส เป็นผู้แทนราษฎรเพราะว่าการศึกษาไม่มีกําแพงสูงมากให้พวกผมเดินทาง ผมนี่มาจาก ต่างอําเภอไกลมากมาสอบเข้าโรงเรียนประจําจังหวัดได้ เพราะว่าวันที่ผมเป็นเด็กนั้น ไม่มีกําแพงนี้อยู่ผมจึงเดินมาสอบได้ แต่วันนี้กําแพงนี้สูงมาก เด็ก ๑๑ อําเภอไม่สามารถ สอบแข่งขันได้เท่าเทียมกับเด็กภายในเขตเทศบาล และผลทางสังคมก็คือผู้ปกครอง รอบนอกต้องโอนรายชื่อตัวเองเข้ามาอยู่ในเมืองด้วย ซื้อบ้าน เช่าที่เพื่อที่จะให้มีชื่อ อยู่ในทะเบียนให้ลูกได้เข้าเรียนโรงเรียนยอดนิยมเหล่านี้ นี่ก็เป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง และเกิดปรากฏการณ์ในจังหวัดพัทลุง โรงเรียนในจังหวัดพัทลุงโรงหนึ่งนอกจาก ไม่ช่วยต่อสู้ในเรื่องเหล่านี้ ในเรื่องความเป็นธรรมในการสอบเข้าแข่งขันแล้ว บางโรง ยังมอบโควตาให้กับท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละ อบต. ไปคัดเลือกเด็กมา ๑ อบต. หลักการฟังได้ดี แต่ว่า อบต. ไม่ได้คัดจริง ๆ อบต. ไปเลือกเอาลูกหลาน นายก อบต. เอาคนใกล้ชิด อบต. ไม่ได้เลือกตามเจตนารมณ์จริง ๆ กลายเป็นเครื่องมือ ในทางการเมืองกันในขณะนี้ ผมจึงอยากให้รัฐมนตรีได้ตรวจสอบในจังหวัดพัทลุง และให้ได้ทบทวนขอให้การสอบแข่งขันกันเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาเกิดความเป็นธรรม ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วย แล้วก็เรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกได้ให้ ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหา ทางการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่าผมเชื่อมั่นในฝี มือของรัฐมนตรีชินวรณ์ก็ตาม แต่คิดว่าการที่มีเครื่องมือดี ๆ จะทําให้บรรลุความสําเร็จได้ง่ายขึ้น ผมจึงขออนุญาต เรียกร้องต่อเพื่อนสมาชิกและตัวผมเองก็ให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับที่พวกเรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกเนื่องจากมีผู้ประสงค์จะอภิปรายค่อนข้างมาก ผมจะอ่านรายชื่อเรียงตามที่ วิปเสนอมา แล้วก็พวกเรายกมือไว้ด้วย ๑๑ ท่าน ท่านต่อไปจะเป็นคุณสุนัย จุลพงศธร คุณประกอบ รัตนพันธ์ คุณสถาพร มณีรัตน์ นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี คุณวิทยา ทรงคํา คุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม ดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว คุณภิรมย์ พลวิเศษ และคุณไพจิต ศรีวรขาน ๑๑ ท่านก่อน มีรายชื่อหมดท่านที่ยกมืออยู่ ในรอบนี้ ๓ ท่านต่อไปขอ ๑๕ นาที แล้วท่านหลัง ๆ ก็ขอเป็น ๑๐ นาทีก็แล้วกันนะครับ เชิญคุณสุนัย จุลพงศธร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้ขึ้นมาอภิปรายในประเด็นนี้ ซึ่งกระผมเองคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครู และพี่น้อง ประชาชนที่จะต้องพิจารณาปัญหาของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ โดยกระผมจะ ถือเอาร่างของรัฐบาลเป็นหลัก เพราะคิดว่าภาวะขณะนี้นั้นรัฐบาลเป็นผู้ที่จะกําหนด ทิศทางการศึกษา แล้วก็ในการดําเนินการคงจะต้องเอาร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติเป็นต้นทาง ท่านประธานครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะมานั่งฟังตรงนี้กระผม ก็จะกราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง เริ่มต้นผมจะแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรี ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาร่วมกับกระผม แล้วก็ ได้ไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ผมไม่ได้ยินดีกับรัฐบาลนี้ที่เข้ามาบริหารโดยไม่ชอบ ที่ผมเสนอ ความเห็นตามความคิดของผมไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าท่านมาโดยไม่ชอบ แต่ที่ผมแสดง ความยินดีกับท่านชินวรณ์นั่น เพราะว่าท่านจะได้มารับผลแห่งกรรม อะไรหรือครับ ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ต้องขอประทานโทษที่ได้จะเอ่ยชื่อเพื่อน ส.ส. คนหนึ่งที่ผมเอง เห็นด้วยกับท่านเลยคือท่าน ส.ส. ผ่องศรีบอกว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายนี้เป็นผลมาจาก พรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๒ จึงเป็นต้นทางของการปฏิรูปการศึกษา และการปฏิรูปการศึกษานั้นได้สร้างความเจ็บปวด ให้แก่พี่น้องเพื่อนครูเสียขวัญกําลังใจกันตั้งแต่นั้นเป็ นต้นมา ท่านประธานครับ นักการศึกษาสําคัญ ๆ หลายคนต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ปี ๒๕๔๒ นั้นพรรคไทยรักไทย ยังไม่ได้เริ่มต้น ยังไม่ได้ปฏิสนธิ ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ นั้นขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยชื่อ ตามข้อเท็จจริงก็คือพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการมา ยาวนาน และเป็นผู้เสนอโครงสร้างการศึกษา ท่านประธานครับ บุคคลสําคัญคนหนึ่ง ที่เขาเรียกว่า ๙ อรหันต์ที่เป็นคนเขียนเรื่องร่างพระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษาขึ้นมา ด้านหลักก็มาจากพรรคดังกล่าว คนหนึ่งที่ผมยังจําชื่อได้คือคุณวิจิตร ศรีสอ้าน ท่านครับ อะไรคือสิ่งที่ทําให้พี่น้องครูเจ็บปวด เสียขวัญกําลังใจ ผู้ที่ปฏิรูปการศึกษาและเสนอ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ อันเป็นต้นทางนั้นได้มองให้ร้ายต่อสิ่งที่ กระทรวงศึกษาธิการเป็นอยู่โดยใช้สํานวนว่าเป็นกระทรวง ๑๔ องค์ชาย โดยกล่าวหาว่า กระทรวงนี้มี ๑๔ กรมที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจึงเกิดการปฏิรูปขึ้นด้วยเป้ำหมายที่จะเพิ่ม คุณภาพการศึกษา แต่การจะเพิ่มคุณภาพการศึกษานั้นต้องเริ่มต้นจากโครงสร้าง ท่านครับ ผมอยากจะให้การอภิปรายวันนี้เป็นข้อเตือนใจว่าการปฏิรูปโครงสร้าง การปฏิรูป กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ วันนี้อย่าได้ใช้ต้นแบบของกระทรวงศึกษาธิการเลยครับ เพราะยิ่งใช้ต้นแบบอันนี้ยิ่งเสียหายอย่างหนัก เสียหายทั้งครูที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เสียหายทั้งประชาชน เสียหายอย่างไรครับท่านประธาน จากเดิมบอกว่า เป็นกระทรวง ๑๔ องค์ชาย พอปรับปั๊บยุบ ๑๔ กรมหมดครับ ๑๔ กรมนั้นก็คือกรมในส่วนที่เป็น ประถมศึกษาและมัธยมศึกษายุบรวมกันครับ จึงเป็นที่มา ถามว่าวันนั้นไม่รู้หรือครับว่า โดยวัฒนธรรมของครูบาอาจารย์ที่สอนมัธยมศึกษากับประถมศึกษามันคนละวัฒนธรรม และยากที่จะเข้ากันได้ในทางวิชาการ ผมไปนั่งอยู่ในกระทรวงในฐานะเลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีได้เกิดปัญหาตลอดเวลา นั่นก็คือครูที่อยู่ในระดับประถมศึกษา อยากจะขึ้นไปอยู่มัธยมศึกษา ทําไมล่ะครับ ก็มัธยมศึกษา ๑,๐๐๐ คนนี่ครับโรงเรียนใหญ่ โรงเรียนประถมศึกษาเป็นโรงเรียนเล็ก จริง ๆ โครงสร้างเหล่านี้เป็นปัญหามาตั้งแต่ต้น ผมอยากจะรู้ว่า ๙ อรหันต์ที่ทําการปฏิรูปการศึกษาไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ปรากฏว่า ในโครงสร้าง ๑๔ องค์ชายที่ว่านี้ก็เกิดการปฏิรูปการศึกษาขึ้น กลายเป็น ๕ ฮ่องเต้ครับ นี่เป็นสํานวนทางการศึกษา ถ้าใครอยู่กระทรวงศึกษาธิการนี่ถือเป็นสํานวนธรรมดามาก เขาบอกว่าจาก ๑๔ องค์ชายกลายเป็น ๕ ฮ่องเต้ นั่นก็คือกระทรวงศึกษาธิการกลายเป็น กระทรวงเดียวในประเทศไทยที่มีปลัดกระทรวง ๕ คน ปรากฏว่าพอยิ่งปฏิรูปข้าราชการส่วนบนก็ยิ่งเติบโต ข้าราชการส่วนล่างก็แย่ลง ท่านครับ เดิมมีประถมศึกษาจังหวัด มีสามัญศึกษาจังหวัด มีศึกษาธิการจังหวัด มีอยู่ ๑๔ คน พอไปยุบพรวดเดียวครับเหลือ ๓ คน รองปลัดกระทรวงอีกยี่สิบกว่า เหลืออีกไม่ถึง ๑๐ คน ดังนั้นครูจึงตกโครงสร้าง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จนถึงวันนี้ ๑๐ ปีที่บอกว่าได้เวลาแล้วที่ต้อง ปฏิรูปใหม่นั้น พูดก็ถูกครับแต่ถูกครึ่งเดียว ถ้าจะพูดให้ถูกเต็ม ๆ ก็คือมันล้มเหลวตั้งแต่ ปีแรกแล้ว ล้มเหลวอย่างไรครับ ปรากฏว่า ๑๔ กรมนั้นพอถูกยุบปั๊บ เกิดผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นเป็น ๕ ปลัดกระทรวงในกระทรวงศึกษาธิการครับ จากสํานักงานอาชีวศึกษาเมื่อก่อนเป็นแค่ อธิบดี ซี ๑๐ กลายเป็น ซี ๑๑ เป็นปลัดกระทรวงอีกคนหนึ่ง สภาการศึกษาเป็นอีกคนหนึ่ง จากประถมศึกษา จากมัธยมศึกษา กลายเป็นปลัดกระทรวงอีกคนหนึ่ง ในฐานะเลขาธิการ สพฐ. แล้วอะไรเกิดขึ้นครับท่านประธาน ปรากฏว่าที่เราคิดว่าจะยุบ ๑๔ กรม ยุบ ๑๔ องค์ชายตามสํานวนนั้น กลับกลายไปเกิด ๑๗๕ องค์ชายขึ้นแล้วครับ เกิดอย่างไร ไปเกิด ๑๗๕ เขต และตอนนี้ล่าสุดเพิ่มอีก ๑๐ เขต ตอนปฏิวัตินี่ไปเพิ่มอีก ๑๐ เขต เป็ น ๑๘๕ เขต และตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านครับ สํานักงานเขต ๑๘๕ เขตนี้ ตามหลักการโดยปรัชญาการปฏิรูปการศึกษาเป็ นเพียงแค่ระยะผ่าน ไม่ต้องการ ให้อยู่ถาวร เพื่ออะไรครับ เพื่อเป็ นสะพานเชื่อมให้กระทรวงสามารถจะผลักดัน แนวความคิดไปสู่โรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลให้เข้มแข็ง แต่พอเริ่มตั้งเท่านั้นเอง โครงสร้างของระบบราชการที่เข้มแข็งเช่นนี้ทําให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตทั้งหลาย ไม่ยอมลดแล้วครับ ไม่ยอมเป็นทางผ่านแล้ว กลายเป็นตําแหน่งถาวร และตําแหน่งถาวรนี้ เป็นตําแหน่งบริหาร เลื่อนได้ถึง ซี ๑๑ ดังนั้นผู้อํานวยการเขตทั้งหมดในประเทศไทย ๑๘๕ เขต สามารถจะเป็นปลัดกระทรวงได้เลยครับ ท่านครับ ที่ผมต้องพูดถึงโครงสร้าง ให้เห็นอย่างนี้ก่อนก็เพื่อให้เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ตอนนี้รัฐบาลกําลังจะปฏิรูป รอบ ๒ จะเกิดปัญหาใหญ่ ดังนั้นปัญหาวันนี้ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ ที่เข้าสภานี้เป็นเพียงปลายเหตุเท่านั้นเองครับ เป็นเพียงปลายเหตุเท่านั้นเอง และเรื่องนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ น่าจะรู้ มาแต่ต้นว่าครูประถมศึกษากับ ครูมัธยมศึกษานั้นคนละวัฒนธรรม ดังนั้นวันนี้การจะรวมกัน เดิมที่มารวมกันจะต้อง แยกกัน ก็เท่ากับแยกเป็น ๒ ส่วน คล้ายกับ ๒ กรม ผมถึงว่าเห็นด้วย แต่เป็นเรื่องปลายนํ้า เท่านั้น และวันนี้ที่ต้องอภิปรายทิ้งท้ายไว้ก็เพราะว่าจะเกิดการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ อีกแล้ว ท่านครับ ยิ่งปฏิรูปตําแหน่งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งปฏิรูปตําแหน่งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ไปยุบ กศน. ครับ เพราะเป็ น ๑ ในกรม ๑๔ กรม ยุบ ๑๔ กรม มาเป็ น ๕ ปลัดกระทรวง กลายเป็ นความเทอะทะที่สุดของกระทรวงในประเทศไทย วันนี้เป็นกระทรวงแรก แต่พอบริหารไปสักพักหนึ่ง กศน. ขอขึ้นมาเป็นกรมอีกแล้วครับ สช. ก็จะขอขึ้นเป็ นกรมอีกแล้วครับ อีกไม่นานมัธยมศึกษาก็จะต้องขึ้นเป็ นกรมครับ แล้วมันคืออะไร ในที่สุดโครงสร้างขยาย ข้างบนก็เพิ่มขึ้น ๆ เพิ่มตําแหน่งขึ้น เป็นไปได้ อย่างไรครับ กระทรวงเดียวมีคนที่มีโอกาสเป็นปลัดกระทรวงได้ ๑๘๕ บวกกับอีก ๕ คน เป็น ๑๙๐ คนที่จะเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการด้วยกัน มีสิทธิกินตําแหน่ง ซี ๑๑ ได้หมด ด้วยโครงสร้างเช่นนี้เองผมจึงเห็นว่าน่าจะต้องท้วงติงไว้ และโดยเฉพาะร่างที่นําเสนอ เข้ามานั้น ผมกราบเรียนเลยนะครับว่า เป็นส่วนที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเนื่องจากว่า เพื่อน ส.ส. หลายท่านอยากจะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ ผมก็ไม่รู้ว่าจะได้เป็นกรรมาธิการ หรือไม่ แต่ขอฝากประเด็นไว้ว่าการเขียนกฎหมายในมาตรา ๓ ที่แก้ไข มาตรา ๓๗ นี้เป็น กระบวนการลักไก่คณะรัฐมนตรี เป็นกระบวนการลักไก่การบริหารราชการของโครงสร้างรัฐในส่วนรัฐบาล ลักไก่อย่างไรครับ ปรากฏว่าวรรคสองของมาตรา ๓๗ ที่แก้ไขบอกว่า ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของสภา การศึกษามีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการบริหารขึ้นใหม่ได้ในส่วนของมัธยมศึกษา เพราะทันทีที่ขึ้นเขต ผมก็กราบเรียน ไปแล้วว่า มันเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินแน่นอน แต่ท่านก็จะพยายามบอกว่า เกลี่ยเงินไป ๆ จะเกลี่ยได้อยู่กี่ปี ถ้าจะทําก็ต้องทําให้มันชัดเจน รัฐบาลจะได้ไปตั้งบัดเจท (Budget) ตั้งงบประมาณว่าจะสร้างกระบวนการประสิทธิภาพการศึกษานั้นจะต้อง ทําอย่างไร ปรากฏว่าในวรรคสองนี้ใช้วิธีบอกว่ารัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น โดยคําแนะนํา ของสภาการศึกษา แล้ วก็จัดตั้งเขตการศึกษาในส่วนของมัธยมศึก ษาได้ แล้วถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่เกี่ยวด้วยการเงิน ถามหน่อยเถอะครับ ครูไปนั่งตรงนั้น อาจารย์ไปนั่งตรงนั้นไปบริหารติดแหง็กอีกไปไม่ได้อีก ถ้ำท่านจะบอกว่า เพื่อความคล่องตัวรัฐมนตรีจะได้กําหนดได้เลย ปรึกษากับสภาการศึกษา แต่ท่านต้องเข้าใจนะครับ พอถึงจุดจุดหนึ่งใครก็อยากโตทั้งนั้นครับ ทันทีที่มีเขตการศึกษา ในส่วนมัธยมศึกษา ผู้อํานวยการเขตของมัธยมศึกษามีสิทธิได้ซี ๑๑ ใครก็อยากเป็น ผมถึงบอกว่าผมเห็นการปฏิรูประบบราชการในประเทศไทยในภาวะที่โครงสร้างระบบ อํามาตย์ที่เข้มแข็งที่สุด มันทําให้ระบบอํานาจการเมืองสู้ไม่ไหว โถมทับเข้าไปงบประมาณ มากเข้า ๆ ในที่สุดฝ่ำยการเมืองก็ต้องอนุมานตามนั้นทุกทีไป ท่านครับ ผมทํานาย ในอนาคตได้เลยว่าพอเดินไปอีกสักพักหนึ่งตามเอกสารที่บอกว่า ท่านจะสร้างเขต ขึ้นมาเพียง ๔๐ เขต หรือเท่าไรนะครับเมื่อกี้นี้ที่มีเอกสาร ผมทํานายเลยครับไม่มีทาง มันจะขยายอีก เพราะว่าจะเกิดขบวนการเรียกร้องขอขยายเพิ่ม แล้วมันก็จะมีปัญหา ไปตุงอยู่ที่งบประมาณแผ่นดิน เพราะงบประมาณแผ่นดินนั้นเรากําหนดไว้หลักการ คร่าว ๆ ว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณนั้นจะต้องไม่ให้เงินเดือนของข้าราชการนั้นเกินกว่า ครึ่งหนึ่ง เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนจะต้องแบกภาษีหลังแอ่น แต่ลักษณะ การร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือกระบวนการขยายโครงสร้างของระบบราชการนั่นเอง ท่านครับ ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย รู้ว่ามีปัญหาแต่รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ มากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าจําเป็ นก็ทําก่อน ๆ เกี่ยวกับการเงินก็บอกไม่เกี่ยวกับการเงิน อย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ที่เคารพ ท่านยังรับประทานข้าว อร่อยอยู่หรือเปล่า ถ้าท่านได้ยินเสียงผมแล้วก็เข้ามาฟังสักนิดก็จะดี เพราะบนนี้ บนอัฒจันทร์ไม่มีรัฐมนตรีฟังสักคน ก็ไหนบอกว่าท่านให้เกียรติสภามากนักอย่างไรเล่า ท่านประธานครับ ดังนั้นเราจะเห็นได้ชัดเจนว่าการเสนอร่างของรัฐบาลฉบับนี้และ เพื่อน ส.ส. ที่เห็นใจครูนั้นเราต้องเห็นใจบนพื้นฐานของการจัดโครงสร้างด้วย ดังนั้น มาตรา ๓๗ นี้ผมเองยังคิดว่าในวรรคสองควรต้องแก้ให้เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ต้องรู้ว่าถ้าจะขยายเขตเมื่อไร คณะรัฐมนตรีต้องจัดเงิน ให้เขา ไม่ใช่ไปจุกจิก ๆ อยู่ข้างล่าง สภาการศึกษาก็เป็นข้าราชการประจําก็มาเสนอ รัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ห้อมล้อมเหมือนท่านรัฐมนตรีชินวรณ์นั่นละครับ ก็เริ่มต้นตอนเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการก็ดูจะฟังผู้แทนราษฎรดี พอขึ้นไปแล้วไม่เอาเรื่องแล้ว กรรมาธิการเสนอแล้วว่าการเลือกตั้งครูที่ผ่านมาทุจริตเกินกว่าหกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ อาจารย์สมเกียรติก็อยู่ที่นี่ เราก็เห็นตรงกัน ปรากฏพอเสนอปั๊บถูกห้อมล้อมแล้วครับ อาจารย์สมเกียรติ พอถูกห้อมล้อมเสร็จเปลี่ยนความคิดเลยครับ ดังนั้นในวันนี้ผมว่า ใครไปนั่งตรงนั้นก็ลําบากใจ ถ้ากฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ในที่สุดรัฐมนตรีไม่มีทางเลี่ยงครับ แต่ถ้าเขียนกฎหมายร่างของคณะรัฐมนตรีถ้าเขียนบอกว่า ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของ สภาการศึกษาผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ถ้าเป็ นอย่างนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะมีทางออก ขอกราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้าไม่อย่างนั้นถ้าแก้อย่างนี้ในที่สุดมันจะสร้างภาระให้แก่ประชาชน ในการเสียภาษีอย่างหนักแต่ไม่มีประสิทธิภาพ วันนี้ได้พิสูจน์แล้วครับว่าปัญหาการศึกษา ทั้งหมดที่ปั่นป่ วนมาเริ่มต้นจากปี ๒๕๔๒ ใครร่างล่ะครับ ขอให้พี่น้องเพื่อนครู ได้เข้าใจความเป็นจริงความเป็นมา เพราะผมเจ็บปวดที่สุดวันที่ไปนั่งเป็นที่ปรึกษาและ เป็ นเลขานุการรัฐมนตรีนั้น ใครก็บอกว่าพรรคเราร่างกฎหมาย บอกยังไม่ใช่ เรามารับปัญหาของมัน ผมจึงกราบเรียนตอนสุดท้ายว่า ผมจึงขอแสดงความยินดีกับ รัฐมนตรีที่มารับผลแห่งกรรมเสียที แต่ว่าไม่ได้เห็นด้วยกับการมาเป็นรัฐบาลของท่านเลย แต่ว่ามันเป็นกรรมของท่านที่จะต้องรับภาระนี้ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ คุณผ่องศรีจะเสนอข้อหารือใช่ไหมครับ เรื่องกําหนดเวลาใช่ไหมครับ
ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ ค่ะ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ นะคะ ตามที่ท่านสุนัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้อภิปราย พาดพิงถึงดิฉันว่าได้พูดถึงในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติว่าได้พาดพิง ถึงท่านรัฐมนตรีว่าต้องมารับผลกรรมดังที่ท่านได้ยินแล้วนี่นะคะ ดิฉันขอกราบเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนแม่บทการศึกษาที่เกิดจากการมีส่วนร่วม เมื่อตอนที่มีกระบวนการยกร่างนี่ ดิฉันยังเป็ นครูอยู่เลยนะคะ ตอนนั้นก็เป็ น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทําให้ทุกคนมีความหวังแล้วก็มีเป้ำหมาย มีแรงบันดาลใจ ร่วมกัน อยากจะเห็นการศึกษาของชาติพัฒนาไปอย่างเป็นระบบ มีเอกภาพนะคะ แล้วก็ ผ่านความเห็นชอบ มีการลงไปทําประชาพิจารณ์ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ดีที่สุดนะคะ แต่ว่าการนํามาใช้เกิดจากคนมากกว่านะคะ แล้วดิฉันคิดว่าวันเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เริ่มต้นนี่เสียดายว่าเราไปติดกับดักในเรื่องของ โครงสร้าง ถ้าเราเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาตามแผนแม่บทนี้อย่างแท้จริง หลายปีที่ผ่านมา เราก็คงจะไม่ได้ยํ่าอยู่กับที่แบบนี้ ดิฉันก็ได้เรียนตั้งแต่เช้าแล้วไม่โทษว่าเป็นรัฐบาลไหนนะคะ แต่ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๙ ก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลไหนทําให้ยิ่งติดกับดักแล้วก็ เกิดผลพวงแบบฝักฝ่ำย วิ่งเต้นโยกย้าย อันนี้ดิฉันก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพนะคะว่า ปัญหาเกิดขึ้นจริง แล้วก็สิ่งที่ท่านสะท้อนก็เป็นเรื่องจริง แต่อย่าไปโทษว่ากฎหมายเป็น ปัญหา ดิฉันขอยืนยันว่ากฎหมายนี้พรรคประชาธิปัตย์นี้ให้ความสําคัญแล้วก็มุ่งเน้น ปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง วันนี้มาสู่การปฏิรูปการศึกษารอบสองก็ขอให้เราได้ก้าวพ้น เรื่องนี้เพื่อให้การศึกษาได้ปฏิรูปอย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่งนะคะ
ท่านสมาชิกครับ ขอคุณสุนัยนิดหนึ่งก่อนครับ เนื่องจากมีผู้ประสงค์อภิปรายกัน ค่อนข้างมากนะครับ วิปทั้ง ๒ ฝ่ายจึงได้ตกลงกันว่าน่าจะกําหนดท่านละประมาณ ๗ นาที ท่านสุนัยจะขอพาดพิงหรือครับ ขอสั้น ๆ ได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิง นิดเดียวครับ จริง ๆ จะไม่ใช้เวลาเลยครับถ้าท่านเพื่อน ส.ส. นั้นได้ขึ้นมากล่าวเฉพาะ ในส่วนอื่น ๆ ไป ถ้าไม่ตวัด ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ คือการทํางานอย่างไรก็ต้องมี กฎหมายเป็นหลัก ดังนั้นกฎหมายผมก็เพียงแต่ชื่นชมว่าท่านกับผมเห็นตรงกันว่าเริ่มต้นนี่ มันเริ่มจากกฎหมาย ปี ๒๕๔๒ ที่ท่านเขียนโครงสร้างใหญ่ไว้ ดังนั้นวันนี้ท่านขึ้นมากล่าว พาดพิงกระผมเองดังที่กล่าวนี้ ก็ถือว่ากราบขอบพระคุณครับที่ท่านยืนยันว่าเริ่มต้นจาก ปี ๒๕๔๒ ของท่านครับ รัฐบาลอื่นทําอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ โครงสร้างมันอยู่อย่างนี้ครับ
ต่อไปเชิญคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมคิดว่าเป็นวันที่มีความสําคัญต่อการศึกษา ของชาติอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง เป็นการปฏิรูปการศึกษาย่อย ๆ ได้นําไปผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา นําไปสู่คุณภาพการศึกษา กระผมอยากกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ก่อนที่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่มีบทบัญญัติ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติเป็นการเฉพาะ ผมกราบเรียนว่าก่อนหน้านั้น การศึกษาของเราไร้ทิศทาง ไม่ตอบสนองแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ตอบสนองโลกาภิวัตน์ ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับความต้องการของชาติ ที่แย่ที่สุด ท่านประธานครับ เรื่องเอกภาพทางการศึกษาไม่เป็นเอกภาพ ด้วยเหตุผลดังนี้นะครับ ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจึงได้มีบทบัญญัติเอาไว้ว่า ให้มีการศึกษา มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติขึ้นมา ผมดีใจครับ วันนั้น พรรคประชาธิปัตย์เป็ นรัฐบาลได้มองเห็นความสําคัญของการศึกษา เพราะว่า การศึกษานั้นเป็ นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ ผมเคยกราบเรียนที่ประชุม หลายครั้งนะครับว่า การศึกษาสร้างคน เพื่อที่จะให้คนไปสร้างชาติ ถ้าเกิดการศึกษา สร้างคนผิดพลาดแล้ว ผมเชื่อว่าชาติก็จะพังทลาย เพราะฉะนั้นพื้นฐานที่สําคัญที่สุดคือ การศึกษา วันนั้นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ระดมสมองผู้รู้ นักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาคราชการ ภาคเอกชน ในการระดมสมองเพื่อที่จะปฏิรูปการศึกษา ยุคใหม่ให้ตอบสนองต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้ตอบสนอง ต่อโลกาภิวัตน์ ให้เป็ นเอกภาพ และที่สําคัญที่สุดคือเรื่องคุณภาพการศึกษา ท่านประธานครับ ในที่สุดก็มีคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาขึ้นมาชุดหนึ่ง แล้วก็ ได้คิดเรื่องการศึกษาให้ตอบสนองสิ่งสําคัญที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาตามลําดับ ในที่สุดเราได้หลักการใหญ่ว่าการศึกษาของชาติเรานั้นที่มันมีปัญหาเพราะว่าขาดเอกภาพ ในการจัดการศึกษา ก่อนหน้านี้อุดมศึกษาอยู่ในความรับผิดชอบของทบวงมหาวิทยาลัย ของรัฐ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอาชีวศึกษาอยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงศึกษาธิการ ๒ กระทรวงนี้มีนโยบายที่ค่อนข้างจะไม่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน มหาวิทยาลัยบอกว่าคุณภาพอุดมศึกษาตกตํ่า เพราะว่ามัธยมศึกษาผลิตเด็กไม่ดี มัธยมศึกษาก็ลงโทษว่ามัธยมศึกษาเด็กไม่เก่ง เด็กไม่ประสบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา เพราะว่าครูประถมศึกษาผลิตเด็กประถมศึกษาไม่มีคุณภาพ ประถมศึกษาก็โทษ ผู้ปกครองครับว่าผู้ปกครองไม่ดูแลก็ทําให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับประถมศึกษา ไม่ได้เรื่อง ก็โทษกันไปโทษกันมา เพราะว่าวันนั้นการศึกษาของเราต่างคนต่างรับผิดชอบ ไม่เป็นเอกภาพ ในที่สุดได้มีการปฏิรูปการศึกษายุบ ๑๔ องค์ชาย เหมือนที่เพื่อนผู้แทนราษฎร ขออภัยท่านสุนัย จุลพงศธร ได้เรียนที่ประชุมว่ามี ๑๔ องค์ชาย อยู่กัน ๑๔ อย่าง ไม่มีเอกภาพก็ยุบออกมาให้เหลือ ๕ แท่ง และเป็นแท่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา โดยตรง ๓ แท่ง คือ อุดมศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน และอาชีวศึกษาอยู่ภายใต้ กระทรวงศึกษาธิการด้วยกันเพื่อสร้างเอกภาพในการจัดการศึกษา และผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ในการประเมินของสภาการศึกษามีบทสรุปว่าการปฏิรูป การศึกษารอบแรกนั้นไม่ใช่ล้มเหลว ประสบความสําเร็จเสียส่วนใหญ่ แต่มีบางส่วน ที่จะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในบางเรื่องในการปฏิรูปในรอบต่อไป ท่านประธานครับ ในที่สุดผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า การกําหนดให้มีแท่งการศึกษาขั้นพื้นฐานคือ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยความที่เราต้องการที่จะให้เป็นเอกภาพ ในทางการศึกษา เพื่อที่จะแก้ปัญหาครูขาดแคลน เพื่อที่จะให้หลักสูตรมันเชื่อมโยงกัน ระหว่างประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายและนําไปสู่อุดมศึกษานั้น มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ก็ในที่สุดได้มีเขตพื้นที่การศึกษาที่บริหารจัดการดูแลการศึกษา ทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอันเดียวกันเพื่ออะไรครับ เพื่อสร้างเอกภาพ ทางการศึกษาและหวังว่าทําให้บุคลากรทางการศึกษาไม่ว่าครูบาอาจารย์และบุคลากร อื่น ๆ ได้ช่วยเหลือกัน ได้ถ่ายเทกัน ได้เกื้อกูลกัน นําไปสู่การสร้างคุณภาพทางการศึกษา นําไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา แต่แล้วเมื่อการจัดเขตการศึกษาพื้นที่การศึกษา ซึ่งรวมประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเข้าด้วยกันนั้นปรากฏว่ามีปัญหา ที่กราบเรียนว่า มีปัญหา จริง ๆ ผมไม่แน่ใจว่ามีปัญหาจริงหรือไม่ แต่สภาการศึกษาและผู้บริหารมัธยมศึกษาส่วนหนึ่งบอกว่า วันนี้ถ้าเกิดให้เขตพื้นที่ ทางการศึกษายังรับผิดชอบการศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษานั้นทําให้ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาตกตํ่าลงเรื่อย ๆ และทําให้คุณภาพทางการศึกษาตกตํ่าลง เรื่อย ๆ ก็คิดที่จะแยกประถมศึกษาและมัธยมศึกษาออกจากกันด้วยเหตุผล สองสามประการ
ประการที่ ๑ อ้างว่าวัฒนธรรมองค์กรไม่เหมือนกัน ก็คือประถมศึกษา กับมัธยมศึกษา อันนี้จริงไม่จริงผมไม่ตอบนะครับ ผมคิดว่าท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทั้งพี่น้องประชาชนก็สามารถใช้หลักการพิจารณาได้
ประการที่ ๒ อ้างว่าวันที่แยกกันอยู่ระหว่างประถมศึกษากับมัธยมศึกษานั้น ทําให้งบประมาณของมัธยมศึกษาได้รับเป็นกอบเป็นกํา สามารถพัฒนาคุณภาพ การศึกษาได้ แต่หลังจากรวมกันแล้วนี่งบประมาณโดนเกลี่ยไปยังประถมศึกษาก็ทําให้ เกิดมีปัญหา
ประการที่ ๓ บอกว่าการเข้าสู่ตําแหน่งของผู้บริหารในระดับมัธยมศึกษานั้น ไม่ได้รับความเป็นธรรม
และประการสุดท้ายก็คือนําไปสู่เรื่องคุณภาพการศึกษา มีตัวเลขชี้วัด ให้เห็นว่าคุณภาพในระดับมัธยมศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ม. ๖ ตกตํ่าในรายวิชา ที่เป็นหลัก ๆ ไม่ว่าคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ตกตํ่าน่าวิตกอย่างมากคือ ผลการสอบ ผลเฉลี่ยตํ่ากว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เกือบทุกหมวดวิชา ก็นําไปสู่การที่คิดจะแยก เขตพื้นที่ประถมศึกษาและเขตพื้นที่มัธยมศึกษาออกจากกัน
ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุผลหลักที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องคุณภาพ การศึกษา ผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ผมเองไม่ขัดข้องถ้าเพื่อนครูบาอาจารย์ เห็นว่าการรวมประถมศึกษา มัธยมศึกษานั้นนําไปสู่คุณภาพที่เสื่อม นําไปสู่ผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาที่ตกตํ่า แยกกันเลยครับ ผมไม่ว่าและยินดี แต่ผมขออย่างเดียวนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝ่ายมัธยมศึกษา หลังจากที่ท่านแยกประถมศึกษากับมัธยมศึกษา ออกจากกันแล้วนี่ท่านรับได้ไหมว่า คุณภาพทางการศึกษาหรือผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา จะเพิ่มขึ้น ถ้าทําอย่างนี้ได้ผมกราบเรียนว่าเราไม่เสียดายงบประมาณ ไม่เสียดายที่เรา ต้องเปลี่ยนโครงสร้างทางการศึกษา เพราะฉะนั้นกระผมเองกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ขัดข้องที่จะแยกเขตพื้นที่การศึกษา เขตประถมศึกษาแยกออกจากเขตพื้นที่การศึกษา เขตมัธยมศึกษาให้ออกจากกัน แต่ว่าสิ่งที่ผมขอฝากก็คือต้องบริหารจัดการให้การศึกษา ทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ ให้มีคุณภาพตามที่ท่านได้ให้ คํามั่นสัญญาไว้กับคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณมากครับ
คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นนั้นที่จะ แสดงความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการศึกษาโดยการแก้ไขพระราชบัญญัติในการแยก มัธยมศึกษาออกจากประถมศึกษา ๓ ฉบับ ผมเองก็อยากจะสะท้อนการมองในระบบ การศึกษาของประเทศไทยผ่านเข้าไปยังท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะ ตั้งขึ้นว่า เราต้องยอมรับว่าวันนี้นั้นปัญหาการศึกษาของประเทศนั้นแยกไม่ออกหรอกครับ กับปัญหาของสังคม เรามีการปฏิรูประบบการศึกษาเมื่อปี ๒๕๕๒ แต่ปรากฏว่า ระยะเวลาที่ผ่านมา ๑๐ ปีนั้น ถ้าเราไม่ฝื นความรู้สึกกันเกินไปนั้น คุณภาพ วิธีคิด และจิตวิญญาณของเด็ก เยาวชนเรานั้นเสื่อมทรุดลงอย่างมาก เราต้องยอมรับว่าเยาวชน ที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีนั้นวันนี้ได้เป็นเยาวชนที่บริโภคนิยม เป็นเยาวชนที่จิตใจสาธารณะนั้น น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เด็ก เยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการเสียสละทางสังคมหายไปครับ เหลือแต่เด็กที่ชอบเล่นเกมตบตีแย่งแฟน และท้องก่อนวัยอันควร อายุตํ่าลงเรื่อย ๆ ผมเองนั้นต้องโทษว่าระบบการศึกษาของประเทศนั้นเรามีการปฏิรูปทําไมถึงปล่อยให้เด็ก และเยาวชนต้องถดถอยเชิงวัฒนธรรมอย่างนั้น วันนี้เราจะมาถกเถียงด้วยนัย สามสี่ประการในการที่จะขอแยกโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยอ้างวัฒนธรรมองค์กรระหว่าง ประถมศึกษากับมัธยมศึกษา อ้างเรื่องของงบประมาณที่มีการเกลี่ยกัน มัธยมศึกษา ได้น้อย ประถมศึกษามีตัวหารมาก อ้างเรื่องการเข้าสู่ตําแหน่ง และอ้างเรื่องของคุณภาพ การศึกษา ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนั้นอยากจะสะท้อนไปว่าบุคลากรทางการศึกษา ของเรานั้นมีปัญหาหรือเปล่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีนั้นเราได้ทอดทิ้งบุคลากร ทางการศึกษาที่จะถ่ายทอดหรือจะติดอาวุธทางปัญญาให้กับเขาเหล่านั้นเราไม่อยากเห็น ครูหรืออาจารย์ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัว เราต้องการเห็นคนที่จะเป็นอาจารย์หรือเป็ นครู ที่จะเป็นเบ้าหลอมเหล่านั้นมีคุณภาพมากกว่า แน่นอนที่สุดครับถ้าการปฏิรูปการศึกษานั้น ทําให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้น ผมเองไม่ขัดข้องถ้าเห็นว่าการแยกสํานักมัธยมศึกษาออกจาก ประถมศึกษาและมีสํานักมัธยมศึกษาเกิดขึ้นมาอีก ๓๐ ๔๐ ๕๐ แล้วแต่ในรายละเอียด ของกฎหมายที่กําหนดขึ้นนั้น และทําให้คุณภาพการศึกษา คุณภาพของครูบาอาจารย์ดีขึ้น ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นยินดีที่จะสนับสนุนแต่เราจะเอาอะไร เป็นตัวชี้วัดครับว่าเมื่อแก้กฎหมาย ๓ ฉบับนี้แล้ว สามสี่ประการที่มีการอ้างกันขึ้นมานั้น จะมีบรรลุผลอย่างที่คิดอย่างที่คาดหวังกันไว้ใครจะเป็นคนรับประกัน เฉกเช่นระยะเวลา ที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีที่เราปฏิรูประบบการศึกษาปี ๒๕๔๒ ตอนนั้นก็ถกเถียงกันมีการระดม สมองกันโดยคิดว่ามีการปฏิรูปการศึกษาแล้วคุณภาพการศึกษาจะดีขึ้น แต่ ๑๐ กว่าปีนี้ เราได้เด็กพันธุ์ใหม่ เด็กที่ฟุ่มเฟือย เด็กที่บริโภคนิยม เด็กแว๊น เด็กที่ไปมั่วสุม และเด็กที่มี จิตใจกระด้างกระเดื่องมากขึ้นทุกวันแล้วจะทํากันอย่างไรครับ นี่คือการแสดงถึงนัยว่า ถ้าเราแยกประถมศึกษาแยกมัธยมศึกษาแล้วปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ผมเองคงจะต้อง คิดว่าการที่จะหาหลักประกันในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการที่จะทําให้คุณภาพ การศึกษาของประเทศไทยเรานั้นคงต้องคิดกันใหม่แทนที่จะเปิดกรอบทําให้มีอัตรา การขยายตัวของระบบผู้บริหารการศึกษามากขึ้นนั้น เราคงจะมีการวัดผล ประเมินผล ของผู้ที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาให้มากขึ้น และขณะเดียวกันเรื่องของหลักสูตรครับ เรื่องของหลักสูตรการศึกษาที่จะเชื่อมโยงระดับจิตใจของเด็กและเยาวชนนั้นเราจะ ทําอย่างไร ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนั้นไม่ได้คิดถึงในแง่ของหลักสูตรระดับมัธยมศึกษา ระดับประถมศึกษาที่จะสอดคล้องเชื่อมโยงกันได้อย่างไร เราคิดเชิงวัฒนธรรมว่า ครูของประถมศึกษานั้นกับครูของมัธยมศึกษานั้นวัฒนธรรมต่างกัน แต่เราไม่คิดว่า หลักสูตรที่จะสนองต่อผู้เรียนคือเด็กและเยาวชนนั้นจะทํากันอย่างไร ในรายละเอียด ของกฎหมาย ๓ ฉบับไม่ได้สอดคล้อง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เหล่านั้นเลย ผมเองก็อยากจะฝาก ทางกรรมาธิการว่าเราจะทํากันอย่างไรที่ให้หลักสูตรเหล่านั้นสนองต่อคุณภาพของผู้เรียน และสนองคุณภาพของผู้สอนด้วย วันนี้เรามีแต่ข่าวที่ไม่เป็นมงคลกับระบบการศึกษา ของประเทศ เด็กของเรานั้นไอคิว (IQ) อีคิว (EQ) นั้นถอยร่นลงเรื่อย ๆ ในระบบ การแข่งขันระบบอุดมศึกษา เราจะโทษใครครับ ในขณะเดียวกันเบ้าหลอมของระดับ การศึกษาของประเทศนั้นมีแต่เรื่องของความขัดแย้งทุจริตเอสพี ๒ (SP2) บ้าง ทุจริต เรื่องของระบบการศึกษาบ้าง ทุจริตแม้กระทั่งเครื่องเขียน แบบเรียน เราจะให้กฎหมาย ๓ ฉบับไปป้ องกันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร เราไม่อยากทราบหรอกครับว่าเสาธงราคา ๔๐๐,๐๐๐ บาท เราไม่อยากทราบหรอกครับ ว่าตํารับตําราที่ส่งไปให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นทุจริตกันตั้งแต่กระทรวงยันกระทั่งถึง โรงเรียน วันนี้เด็กหลายคนยังไม่ได้ตําราครับ วันนี้การเรียนฟรีมีปัญหาหรือเปล่า หรือเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น การเรียนฟรีมีปัญหาไหมครับตามนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องมีตัวชี้วัด ไม่ใช่เรียนฟรี มันฟรีบางส่วน อุดหนุนบางส่วน ๑๕ ปีมันสะท้อนนัยหลายสิ่งหลายอย่างที่ในระบบการศึกษาของไทยทําให้ล้าหลัง ท้ายที่สุดนี้ผมขอฝากคําอภิปรายของผมนั้นเพื่อสะท้อนนัยหลายสิ่งหลายอย่างผ่านไปยัง กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ รักษาเวลาได้ดีมากครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีผู้อภิปรายประสงค์ จะอภิปราย ๓๐ กว่าท่าน ผมจะอ่านรายชื่ออีกครั้งหนึ่ง ๑๓ ท่าน ตามที่วิปทั้ง ๒ ฝ่าย ได้เสนอมา ท่านใดต้องการอภิปรายก่อนก็สลับสับเปลี่ยนกันได้นะครับ จะอ่านให้ฟัง ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ต่อไปนายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี คุณวิทยา ทรงคํา คุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม ดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว คุณภิรมย์ พลวิเศษ คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ คุณอํานวย คลังผา ๑๒ คน แต่ท่านต่อไปหลังจากนายแพทย์อสิ ก็จะขอสลับเป็ นภาคประชาชนด้วยนะครับ เชิญท่านนายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. สตูล พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็คงต้องออกตัวว่า ผมเองไม่ได้เรียนเรื่องการศึกษามา แต่เรียนเกี่ยวกับการแพทย์ แต่ในชีวิตก็เคยได้สอน อยู่ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา วิทยาลัยสาธารณสุข ๒ ปี ก็ได้เป็นครูอยู่ ๒ ปี ผมก็มี ความคิดแง่มุมอาจจะแตกต่างจากผู้อื่นอยู่บ้าง ผมเห็นว่าในการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วม เป็ นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๐๑๕ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ ประเทศชาติและประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่มีความเจริญก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองนั้น หัวใจหลักของแผนยุทธศาสตร์ชาติก็คือมุ่งเน้นสร้างเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์ซึ่งต้องอาศัยการพัฒนาคน คนเป็ นศูนย์กลางในการที่จะพัฒนา ในทุก ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นการศึกษาจะมีความสําคัญมากที่สุด ผมเองเห็นว่าประเทศอื่น ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น ประเทศเวียดนามก็ได้มีการปฏิรูปการศึกษาไปแล้ว ประเทศเวียดนามได้มีรถไฟความเร็วสูงสามสี่ร้อยกิโลเมตร จีนผมเคยนั่งที่ประเทศจีน รถไฟความเร็วสูง ๔๐๐ กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ของประเทศไทยแปดสิบเก้าสิบ กิโลเมตรเท่านั้นเอง มันห่างกันเยอะมากครับ ผมคิดว่ามันจําเป็นที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลง การศึกษาอย่าให้เหมือนรถไฟไทย การศึกษาจะต้องไปเร็วกว่านั้น พัฒนามากกว่านั้น ผมมีความเห็นว่าเราควรจะพิจารณา การศึกษาจะต้องแก้ไขตั้งแต่เด็กแรกเกิดครับ ๐-๒ ปี เป็นเวลาที่มีการพัฒนาของสมองมากที่สุด ผมขออภัยครับ ท่านประธานให้เวลาผมเท่าไร
๗ นาที บวกลบนิดหน่อยครับ
เด็ก ๐-๒ ปี มีการพัฒนาของสมองถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าใครอ่านหนังสือกว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว ท่านจะเห็นว่าการเรียน ก่อนวัยเรียนสําคัญที่สุดในการพัฒนาเด็กไม่ใช่ว่าวัยเรียนไปแล้ว เราจะต้องคํานึงถึง ผู้พิการ การศึกษานอกโรงเรียนก็ต้องเป็ นเรื่องสําคัญ เด็กพิเศษมีความสามารถ เด็กอัจฉริยะจะต้องมีการดูแลตั้งแต่เด็กครับ ผมเห็นว่าตอนนี้เราสร้างเด็กอัจฉริยะมามาก ไม่พอ เพราะว่าโดนบล็อก (Block) โดนสกัดกั้นตั้งแต่เด็ก จริง ๆ แล้วจะต้องมีการส่งเสริม พัฒนาเด็กที่มีความสามารถสูง เด็กพิเศษมีอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก เพื่อต่อสู้กันในเวทีโลก ต่อไปนะครับ และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการรวมโรงเรียนประถมศึกษากับมัธยมศึกษา เข้าด้วยกันและบอกว่าเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ผมว่าในหลาย ๆ กรณีเป็นการปิดโอกาส สกัดกั้นโอกาส ต้องแยกเหมือนเดิม ประถมศึกษาก็เป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษาก็เป็น มัธยมศึกษาการพัฒนาจะทําได้ง่ายขึ้น และสิ่งที่ผมเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือควรส่งเสริม ให้ผู้ที่มีความสามารถในวิชาชีพต่าง ๆ เช่น เคมี ชีวะ และสาขาอื่น ๆ ให้เรียนเพิ่มเติม ในวิชาครู ๑-๒ ปี แล้วก็ออกมาเป็นครูอาจารย์ โดยที่ให้เงินเดือนสูงเป็นพิเศษ เพื่อสอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้เป็นเลิศในแต่ละด้านเพื่อต่อสู้กับต่างประเทศ ผมอยากเห็นนักเรียนในประเทศของเราเรียน ๕ วันเต็ม ๆ อย่างมีคุณภาพ อย่างเต็มที่ แล้วก็ได้หยุดพักในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่ใช่ว่าต้องมาติววิชากันในวันเสาร์ วันอาทิตย์อีก ไม่ได้พักได้ผ่อนกันเป็นวิธีที่ผิดพลาด หลาย ๆ ประเทศเขาก็เรียน ๕ วันเต็ม ๆ แล้วก็ ได้หยุดพักในวันเสาร์ วันอาทิตย์เป็นเวลาพักผ่อน ไม่จําเป็นต้องไปเรียนเพิ่มเติมหรอกครับ ถ้าการเรียนในโรงเรียนมันดีอยู่แล้ว ผมมีความเห็นว่าใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงเรียนสายสามัญไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปเรียนอิสลามศึกษาให้ลึกซึ้งให้เรียน ขั้นพื้นฐานก็พอแล้ว เพราะว่าโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามก็ได้สอนวิชาศาสนาอิสลาม อยู่แล้ว คือมีผู้สันทัดกรณีซึ่งผมไม่แน่ใจว่าสันทัดหรือไม่สันทัดกรณีมีความเห็นว่าควรจะ ให้โรงเรียนสามัญสอนศาสนาอิสลามศึกษาเพิ่มขึ้น ผมว่าเป็นวิธีที่ผิดเพราะว่าโรงเรียนราษฎร์ สอนศาสนาอิสลามเขาก็มีอยู่แล้ว การแข่งขันกันจะทําให้ทั้ง ๒ ด้านอ่อนแอลง เพราะฉะนั้น ตรงนี้อย่าไปทําเลยครับให้ต่างคนต่างก็สอนไป ผมมีความเห็นเหมือนกับคุณสถาพร อยู่หลายอย่าง อย่างเช่นเราเคยได้ยินคําขวัญวันเด็กสมัยก่อนว่า เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ แต่ตรงนี้ผมเห็นตอนนี้เด็กที่เป็ นศรีแก่ชาติก็คือเด็กหมีครับ คือหลินปิงเท่านั้นเอง เด็กประหลาดครับ สมัยนี้เด็กไม่ฉลาดครับ เด็กประหลาดชาติเจริญ คุยไม่รู้เรื่อง ขับรถซิ่งกัน เด็กแว๊นเต็มไปหมดครับ แต่ก็เป็นความผิดของสังคมของผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้ดูแลเด็กอย่างดี ทําไมเด็กสมัยนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง เด็กเขาไม่มีข้อผิดแต่ผู้ใหญ่ ให้ความสําคัญแก่เด็กน้อยลงหรือไม่ ในหลาย ๆ บ้านอย่างที่ผมบอกกว่าจะถึงอนุบาล ก็สายเสียแล้ว แต่เสียดายที่เด็กเหล่านั้นไม่ได้มีแม่สอนอยู่ที่บ้าน แต่มีคนใช้ที่บ้าน สอนเด็กแทน นี่คือสิ่งที่ผิดพลาด ครูที่ดีที่สุดสําหรับเด็กก็คือแม่ครับ มารดาคือครูที่ดีที่สุด สําหรับเด็ก เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องแก้ไข ตราบใดที่สังคมเราแม่ไปทํางานนอกบ้าน ไม่มีเวลาดูแลลูกหลานอย่าหวังว่าเด็กจะเป็นคนดี อย่าหวังว่าเด็กจะฉลาดได้ ตรงนี้ เป็นสิ่งที่สังคมจะต้องแก้ไขนะครับ เวลาผมก็เหลืออีก ๑ นาที ผมจะขอฝากเกี่ยวกับ เรื่องการประเมินผลครูนะครับ ครูที่สอนเป็นเวลามาก ๆ ไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาได้เขียน ผลงานไม่ก้าวหน้าครับ แต่คนที่ไม่ได้ทําอะไรอยู่ในสายอื่นที่ไม่ใช่สายสอนสามารถ ทําผลงานออกมาก้าวหน้าได้มันเป็นเรื่องที่แปลกที่คนทํางานหนักแล้วไม่ได้ดี ตรงนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไข ผมคิดว่าการประเมินคุณภาพของครูจะต้องดูการพัฒนา ของนักเรียนเป็นหลัก ถ้าท่านไม่สามารถทําให้นักเรียนพัฒนาขึ้นได้ ท่านอย่าก้าวหน้าเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องหาวิธีการที่จะทําให้นักเรียนก้าวหน้า วิธีการสอนที่สามารถทําให้ เด็กฉลาดขึ้นได้ มีความสามารถเพิ่มขึ้นถึงจะผ่านการประเมินได้ แต่หลายครั้งเราดูว่า การประเมินนี่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนเลย ไม่ทราบไปทําเรื่องอะไรกัน ตรงนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะผ่านการประเมินและการที่มีวิธีการประเมินแบบนี้ผิดพลาดควรจะ แก้ไข และอันสุดท้ายผมก็ขอเรียนถึงท่านรัฐมนตรีว่าอย่าทําให้ครู ข้าราชการในกระทรวง การศึกษาฝันกลางวัน เคยมีโครงการเขาเรียกว่า โรงเรียนในฝัน ในรัฐบาลสองสามชุดที่แล้ว มีครูหลายคนไปหลงเชื่อแล้วก็ไปกู้เงินเพื่อสร้างอะไรต่ออะไรเยอะแยะและในที่สุด ก็เป็ นหนี้ไม่ได้งบประมาณมา เคยมีครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็ นผู้บริหาร ผู้อํานวยการต้องฆ่าตัวตายครับ เพราะว่าไปหลงเชื่อโรงเรียนในฝันว่า เดย์ ดรีม สคูล (Day dream school) ฝันกลางวัน ต่อไปอย่าทํานะครับ ถ้าไม่มีความแน่นอนในนโยบาย แล้วยังไม่ได้ผ่านคณะรัฐมนตรี ยังไม่ได้ผ่านอะไร อย่าไปสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้ และตอนนี้อีกหลาย ๆ โรงเรียนก็ยังไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบระหว่างผู้อํานวยการคนเก่า ที่สร้างหนี้กับคนใหม่ที่เข้ามา นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ผมก็คงมีความเห็นที่จะเป็นประโยชน์ ต่อวงการศึกษาและประเทศชาติเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญภาคประชาชนนะครับ คุณลัดทา ชนะภัย ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ในนามของประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง แล้วก็ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษา ๓ ฉบับ ผมต้อง กราบขอบพระคุณสภาแห่งนี้ที่ได้กรุณาให้ภาคประชาชนมีโอกาสมีส่วนร่วมในการเสนอ กฎหมาย กระผมในนามของประชาชนแล้วก็ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานคนหนึ่งในการจัดการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ต้องขอกราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ความสําคัญและ ความใส่ใจในปัญหาการศึกษาของชาติ ผมอยากจะเรียนในฐานะที่เป็ นผู้ปฏิบัติ ผมเชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้จะได้จัดการศึกษาโดยการทําความชัดเจนในระบบการศึกษาของชาติ เหตุที่ผมกล่าวอย่างนี้ก็เพราะว่าโดยหลักปรัชญา จิตวิทยา หลักการศึกษา การศึกษานั้น ก็ควรจะมี ๓ ระดับ คือระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ความจริงแล้ว ๓ ระดับนี้ก็มีความแตกต่างกันในการบริหารจัดการทุกเรื่อง เมื่อเอามา รวมกันแล้วเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน การบริหารจัดการก็คลุมเครือไม่ชัดเจน การที่เรา หวนกลับมาครั้งนี้ก็คือเรายอมรับว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นเป็ นความตั้งใจของ ทุกภาคส่วนของสังคมที่อยากจะให้การศึกษาดี ไม่อยากให้การศึกษานั้นแยกส่วนไปมาก พอรวมกันแล้วมันก็จะมีปัญหาการจัดการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับหลักปรัชญา จิตวิทยา พัฒนาการของผู้เรียนแล้วก็ความเชี่ยวชาญของครูอาจารย์ในแต่ละระดับ อันนี้เป็น จุดหนึ่งที่พวกเราทุกคนก็อยากให้การศึกษาของชาติมีแนวทางที่ชัดเจนเพื่อเดินหน้าต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของคุณภาพ คุณภาพนั้นต้องยอมรับว่าเมื่อโครงสร้าง ส่งผลกระทบ ผมต้องยอมรับความจริงว่าขวัญกําลังใจของผู้จัดการศึกษาตั้งแต่ผู้บริหาร การศึกษาระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา หรือครู อาจารย์ก็ตามแต่ เมื่อมีผลกระทบในเรื่อง ของการบริหารงานบุคคลมันก็ต้องส่งผลสะท้อนไปถึงเรื่องของคุณภาพอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ เคยมีโอกาสช่องทางเส้นทางความก้าวหน้าที่ชัดเจนแต่พอรวมกันแล้ว มันก็ไม่เป็นดังที่คิดมันก็เกิดขวัญกําลังใจของเราตกตํ่า แต่ว่าที่ผมพูดนั้นมันไม่ใช่ หมายความว่าจะเถียงเอาเฉพาะว่าให้มาดูแต่ความก้าวหน้าของพวกผม ไม่ใช่ครับ ผมมี ความสํานึกและตระหนักดีว่าเราทํางานบริการสาธารณะ เราเป็นข้าราชการที่จะต้องมี หน้าที่จัดบริการให้แก่ประชาชนอย่างมีคุณภาพ แต่ทําอย่างไรถ้าหากว่าการจัดการศึกษา ให้ขวัญกําลังใจ ดูแลสื่ออุปกรณ์ งบประมาณอย่างเพียงพอแล้วก็กระตุ้นการพัฒนา ทั้งทุกภาคส่วนของบุคลากรที่เกี่ยวกับการศึกษา ผมก็เชื่อมั่นว่าการศึกษาจะมีคุณภาพได้ ผมยอมรับว่าปัญหาของเด็ก ปัญหาของเยาวชนนั้นมีมากมายเนื่องมาจากว่าสังคม ของเราเปลี่ยนแปลงมากในด้านเศรษฐกิจและสังคม บริบทต่าง ๆ ล้วนส่งผลกระทบ นับแต่ภาคส่วนทางการศึกษาก็ยังจะรับมือไม่ไหว สภาแห่งนี้ได้ออกกฎหมายมากมาย ที่จะยกคุณภาพชีวิตของเยาวชนไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือพระราชบัญญัติที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของเยาวชน แต่ว่าการจัดการศึกษานั้นนอกจากการศึกษาในระบบจะต้อง ทําอย่างเข้มแข็งแล้วทุกภาคส่วนของสังคมก็จะต้องร่วมมือ โดยเฉพาะกฎหมายที่ออกไปนั้น การบังคับใช้กฎหมายยังจะต้องมีความเข้มข้นมากกว่านี้จึงจะให้มาตรฐานคุณภาพชีวิต ของเยาวชนสามารถที่จะมีโอกาสในการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ปัญหาโอกาส ทางการศึกษาของบ้านเราไม่ใช่เฉพาะโอกาสในการเข้าเรียน แต่โอกาสในการเข้าถึง คุณภาพก็ยังเป็ นปัญหาที่พวกเราจะต้องร่วมกันคิด นี่คือเรื่องที่พวกผมจึงมา ขอความอนุเคราะห์จากสภา ผมเชื่อว่าการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษานั้น เฉพาะโรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมกรมสามัญศึกษาก็ยังรับไม่ไหว ยังต้องพึ่งพี่น้อง ครูประถมศึกษาซึ่งจัดโรงเรียนขยายโอกาส ผมยอมรับว่าเรื่องนี้เราจะต้องร่วมมือกันต่อไป ไม่ใช่ว่าพอแยกมัธยมศึกษาแล้วพวกเราจะละเลยโรงเรียนขยายโอกาส อย่างไรก็ตามแต่ ในเรื่องของวิชาการ ในเรื่องของประสบการณ์ ในเรื่องแนวทางจัดการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาพวกเราก็ยังจะต้องเป็นเครือข่ายกัน ผมขอเรียนให้สภามั่นใจว่าพวกผม จะทํางานร่วมกันอย่างแข็งขัน ถ้าหากว่าเราจัดสัดส่วนการบริหารจัดการ จัดโครงสร้าง ให้กระชับแล้วก็มีความชัดเจน เป็นการศึกษา ๓ ระดับดังที่ผมกล่าวมาแล้ว ดังนั้น ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้คงจะเห็นความจําเป็นที่ท่านจะได้ให้ความเห็นชอบหลักการ ในนามของประชาชนต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงยิ่งมาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
ต้องขอบพระคุณครับ รักษาเวลาดีมากครับ คุณวิทยา ทรงคํา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ หลายร่างจะว่าเห็นด้วยหรือไม่ ก็ดูจากการเสนอแล้ว ผมคิดว่าในที่ประชุมก็คงจะเห็นด้วย ผมเองคงจะเป็นการเสนอแนะหรือเสนอข้อคิดเห็น มากกว่า ถ้าจะไม่ผ่าน แต่สภาก็คงจะผ่าน ประเด็นก็คือว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็อาจจะเป็นตามที่หลายท่านพูดว่าเป็นการจัดการศึกษาตามความถนัด เพราะว่า มัธยมศึกษาเองก็ถนัดในการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจริง ๆ แล้วจุดการปฏิรูป การศึกษาก็เกิดจาก สปศ. ซึ่งไปฝืนธรรมชาติของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งประเทศไทย มีกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มีกรม ๑๔ องค์ชาย สปศ. ก็ไปรวม ตอนแรกมี ๔ แท่ง อาชีวศึกษาดิ้นแรงหน่อยก็ได้ ๕ แท่ง จากอธิบดีกรมอาชีวศึกษาก็เป็นซี ๑๑ กศน. ตอนนั้นไม่ค่อยดิ้นเท่าไร ก็ไปอยู่สํานักงานปลัดกระทรวง ตอนนี้ กศน. ก็เริ่มดิ้นแล้ว มันก็คงจะกลับไปที่เดิม สูงสุดสู่สามัญ ก็คงจะกลับไปที่เดิม ไหน ๆ จะปฏิรูป ก็เอาให้มันเบ็ดเสร็จไปเลย อันนี้เรามาแก้ที่ปลายเหตุเฉพาะประถมศึกษากับมัธยมศึกษา เท่านั้น ส่วนข้อเสียตอนนี้กําลังจะเชื่อมกัน ครูประถมศึกษากับมัธยมศึกษากําลังจะเชื่อมกัน ก็ต้องเริ่มแยกกันอีกแล้ว มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียตามที่กราบเรียน แต่ผมดู ในร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๓๗ ย่อหน้าที่ ๓ เขียนบอกว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งระดับ ประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา แต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ให้สถานศึกษาแห่งนั้น อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผมฝากคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย ฉบับนี้ เพราะว่าเขียนกฎหมายฉบับนี้ล้าสมัยแล้วครับ เจตนากฎหมายฉบับนี้คือต้องการ จะแยกประถมศึกษากับมัธยมศึกษาออกจากกัน จากเดิมที่เป็น สปช. และกรมสามัญศึกษา แต่ถ้าไปเขียนมาตรา ๓ ย่อหน้าที่ ๓ เขียนแบบนี้ตอนนี้โรงเรียนประถมศึกษาจัดตั้งแต่ อนุบาลถึง ม. ปลาย มี ท่านไปจํากัดแค่ไม่เกิน ม. ๓ มันเสียโอกาส ๒ อย่าง คือ โรงเรียนที่สังกัดพื้นที่ประถมศึกษาในอนาคตจะจัด ม. ปลายไม่ได้เลยถ้าท่านไปล็อก กฎหมายอย่างนี้ เด็กบ้านนอกไม่มีโอกาสเข้าในเมืองอยากจะเรียนสูง ๆ กับเขาบ้าง ก็เรียนได้แค่ ม. ต้น ถ้าคุณจะเรียน ม. ปลายคุณต้องข้ามไปเรียนที่เขตมัธยมศึกษา และปัจจุบันนี้มันก็มีหลายโรงที่เช็ก (Check) ได้ ท่านไปดูได้เลยที่จังหวัดปทุมธานี เขต ๒ โรงเรียนวัดเขียนเขต จัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ปลาย ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ ก็แสดงว่าจะต้องเอาโรงเรียนนี้ไปสังกัดมัธยมศึกษา แต่เขาเป็นโรงเรียนประถมศึกษาเดิม อันนี้ต้องฝากคณะกรรมาธิการเอาไปพิจารณาด้วยอีกประการหนึ่งก็ฝากถึง ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีที่ท่านให้เกียรติมานั่งฟังก็ชื่นชมยินดีครับเพราะว่าท่านมาจาก สายครูบาอาจารย์ มานั่งเป็นเสนาบดีของกระทรวงศึกษาธิการการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเรามีปัญหามาแล้ว ๑๐๐ กว่าเขต เมื่อก่อนว่าจะเอาเขตจังหวัดก็ถูกค้าน จะเอาเขตอําเภอก็ถูกค้าน ตอนนี้ก็เลยหลาย ๆ อําเภอมาเป็น ๑ เขต ไหน ๆ ท่านจะตั้ง เขตมัธยมศึกษาก็ติดตามเรื่องดูว่าจะมีประมาณ ๔๐ กว่าเขตอย่าเลยครับ ท่านทําจังหวัดละเขต ถามว่าบางจังหวัดมีโรงเรียนน้อยก็เป็นจังหวัดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ซี ๑๐ ถ้ายังมีเขตเหมือนกับมัธยมศึกษาเดิมเขาก็มีสามัญศึกษา จังหวัดทุกจังหวัด ถ้าท่านไปเอาสามสี่จังหวัดมารวมกันก็จะมีปัญหาอยู่แล้วครับ ในเรื่องของการติดต่อประสานงาน การสื่อสาร การไปประชุมของผู้อํานวยการโรงเรียน นํ้ามันก็แพง รัฐบาลก็ขึ้นภาษีนํ้ามันจาก ๕ บาทเป็น ๑๐ บาท แล้วให้ผู้บริหารโรงเรียน ไปประชุมไกล ๆ ๓ จังหวัดมารวมกันเป็น ๑ เขต มันจะลําบาก แม้แต่ประถมศึกษาก็มีปัญหา อย่างจังหวัดเชียงใหม่ อําเภอเวียงแหงลงมา ต้องมาที่อําเภอเชียงดาว ปกติก็เข้าในเมืองเลี้ยวขวา ตอนนี้อําเภอเวียงแหงลงมาเชียง ดาวไปเขตต้องเลี้ยวซ้าย ผ่านดอยหัวโท ไปที่อําเภอฝาง เป็นเขต ๓ ของจังหวัดเชียงใหม่ ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องกลัวครับ ไหน ๆ จะตั้งแล้วตั้งจังหวัดละเขตไปเลยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากเรื่องที่ครูบาอาจารย์เขาร้องขอมาว่าเรื่องพระราชบัญญัติ เงินเดือน เงินประจําตําแหน่งและวิทยฐานะ ถ้าท่านรัฐมนตรีมีโอกาสก็ช่วยตอบหน่อย ให้คํามั่นสัญญาหน่อยว่าจะเอากฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาเมื่อไร เพราะว่าครูเสียเปรียบ ข้าราชการพลเรือนมาพอสมควรในเรื่องของบัญชีเงินเดือน เพราะว่าเข้าสู่แท่งก่อน พอเขา ปรับแท่งทีหลังก็เลยได้น้อยกว่าเพื่อน แล้วหลายอย่างที่ไม่เกิดความเป็นธรรมอย่างเช่นว่า เรื่องของเงินโบนัสก็ดี ข้าราชการที่เป็นครูสอนหนังสือเหมือนกัน สอนเด็กเหมือนกัน ข้าราชการท้องถิ่นอย่างเทศบาลนครเชียงใหม่ ครูโรงเรียนเทศบาลนครเชียงใหม่ได้โบนัส ๒ เท่าของเงินเดือน ครูในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้โบนัส ๓ เท่านะครับ เพราะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเขามีฝี มือ เขาเอาใจใส่ข้าราชการของเขา เงินเดือนสามสี่หมื่น ปี หนึ่งได้โบนัส ๓ เท่า ๒ เท่า ขนาดไหน ครูเห็นว่าได้คนละ สองสามพันบาทครูกระทรวงศึกษาธิการเรานี้ เพราะฉะนั้นก็เป็นห่วงในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็ ฝากว่าไหน ๆ ท่านจะแยกไปแล้วก็ดูแลคุณภาพการศึกษาให้ดีด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผมพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลได้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ซึ่งเป็ น พระราชบัญญัติที่เราใช้มาในปี ๒๕๔๒ หลังจากมีการปฏิรูปการศึกษาด้วยจุดมุ่งหมาย ของนักการศึกษาในช่วงนั้นก็มีความหวังว่าจะรวมการศึกษาให้เป็นเอกภาพคือเป็นหนึ่ง เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการการศึกษา ก็มีความหวังที่จะเห็นอย่างนั้น แต่หลังจากที่เรา มีโอกาสใช้มาประมาณ ๑๐ ปี ส่วนดีมันก็มีอยู่ในการสําเร็จตามพระราชบัญญัติ ส่วนที่มีปัญหาก็ต้องยอมรับมีปัญหาจริง ๆ อย่างที่ทุกท่านได้พูดมาคือปัญหาด้านของ มัธยมศึกษาซึ่งโรงเรียนมัธยมศึกษานี้โดยวัฒนธรรมเดิมเขาก็มีรูปแบบของเขา ในการบริหารจัดการการศึกษา เมื่อต้องมาทําเสมือนให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งจังหวัด ทั้งเขต หรือพื้นที่ มันก็สร้างปัญหาในการบริหารจัดการการศึกษาแก่เขา ซึ่งเราจะเห็น ได้หลายประเด็น อย่างเช่นคุณภาพการศึกษาช่วงหลังนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก เหตุผลเพราะว่าการได้รับงบประมาณสนับสนุนของเขตพื้นที่การศึกษาหรือรัฐบาล ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กใหญ่ ประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาจะได้ใกล้เคียงกัน ทําให้ไม่สามารถ มีงบประมาณในการที่จะไปสนับสนุนเรื่องการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ เพราะเด็กมัธยมศึกษานี้ส่วนใหญ่ต้องอาศัยสื่อการเรียนการสอนที่ต้องมีราคา ไม่ว่า สื่อวิทยาศาสตร์ สื่อต่าง ๆ ฉะนั้นด้วยความแตกต่างตรงนี้ทําให้เกิดปัญหา โครงสร้างของ ครูอาจารย์ก็มาต่างกัน ฉะนั้นปัญหาที่มันเกิดขึ้นเป็นที่ทราบและเราต้องยอมรับ เราถึงมีการที่จะต้องมาแก้ไขกันในวันนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้การศึกษาของชาติดีขึ้น คิดว่า ทุกท่านก็คงจะเข้าใจประเด็นของปัญหา การศึกษาเป็นเรื่องที่สําคัญสําหรับแต่ละประเทศ หากคนในชาติมีความรู้ความสามารถที่สามารถแข่งขันต่อสู้กับทุก ๆ ประเทศได้ ก็จะทํา ให้ประเทศเรามีความมั่นคงแข็งแรง ฉะนั้นงบประมาณทางด้านการศึกษา กระผมเองมี ความเห็นว่าเราจําเป็นต้องให้ความสําคัญให้งบประมาณทุ่มเทในด้านนี้เพื่อสร้างคน ของเราให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น แต่หากท่านแยกออกไปแล้วในช่วงของการบริหารจัดการของมัธยมศึกษานี้ ผมหวังว่า ขอให้ท่านครูบาอาจารย์ทุกท่าน ต้องขอร้องด้วยความจริงใจว่าขอให้มีความตั้งใจเสียสละ เพื่อนักเรียน เพื่อเยาวชนของชาติ ไม่ใช่ว่าทําเพื่อตําแหน่งของท่าน หากท่านทําได้อย่างนี้ จริง ๆ แล้วการศึกษาของชาติก็เจริญ กระผมอยากจะฝากให้ท่านครูมัธยมศึกษาทุกท่านว่า ในปัญหาที่ท่านเกิด เราทุกคนเห็นแล้วเราพยายามที่จะแก้ไข แต่เมื่อแก้ไขแล้ว ขอให้ท่านพยายามที่จะทํางานด้านนี้ให้แก่เยาวชนของชาติ แก่บ้าน แก่เมือง ให้เต็มความสามารถ ผมหวังว่าสิ่งเหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์หลังจากที่เราได้รับการแก้ไข เป็นที่เรียบร้อย ขอขอบคุณครับ
คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตพิจารณาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฐานะผู้ร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ข้าราชการครูเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับ การให้การศึกษาแก่ลูกหลานตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา เรียกว่า ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ฉะนั้นถึงมีการแยกกัน แต่ก่อนเราจะได้ยินว่า ครูประชาบาลซึ่งจะดูแลลูกหลานในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษาก็จะ ให้การศึกษาดูแลลูกหลานในระดับมัธยมศึกษาตั้งแต่ ม. ๑ ถึง ม. ๖ ตอนนั้นยังเป็น ม.ศ. พอมาปี ๒๕๒๓ ก็มีการแยกครูประชาบาลออกจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งกํากับการดูแลโดยผู้ว่าราชการจังหวัด มาเป็ นสํานักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ มี สปช. ดูแลโดยเลขาธิการ สปช. มี ผอ.ปจ. ดูแลระดับจังหวัด มีหัวหน้าการประถมศึกษา ดูแลระดับอําเภอ แล้วก็ ผอ. โรงเรียนดูแลในโรงเรียน หลังจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็มีการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีการจัดการศึกษา เพื่อต้องการให้เป็นเอกภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด นั่นคือเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ โดยมีการรวมเอาทั้งประถมศึกษาและ มัธยมศึกษามาบริหารร่วมกันตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการศึกษา ปี ๒๕๔๖ ประเด็นสําคัญก็คือว่า การบริหารการศึกษานั้น จะมีการร่วมกันบริหารโดยองค์คณะบุคคล ระดับประเทศเรียกว่า ก.ค.ศ. ระดับจังหวัด เรียกว่า อ.ก.ค.ศ. หรืออนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีคณะกรรมการ ๙ คน เป็นผู้บริหารซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ๑ คน ครูผู้สอน ๑ คน ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา ๑ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน ผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. ๑ คน แล้วก็ผู้แทนคุรุสภา ๑ คน ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาจะทําหน้าที่เลขานุการ นี่คือองค์คณะ หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยน ผมจําได้ว่าตอนที่มาเป็นกรรมาธิการ การศึกษาได้นําเสนอ ซึ่งก็ร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ท่านลุกไปเมื่อกี้ แล้วก็ได้หารือกันว่าน่าจะมีความสมดุล ถ่วงดุลกันระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าจากการพิจารณา ๑๗๕ เขต จะมีครูมาจากมัธยมศึกษาซึ่งเป็นองค์คณะบุคคลใน อ.ก.ค.ศ. เต็มรูปแบบไม่ถึง ๕ เขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากว่ามาจากการเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการเลือกตั้งก็มักจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะว่าครูซึ่งสอนระดับประถมศึกษา จะมีจํานวนมาก ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ครูมัธยมศึกษาก็เป็นส่วนที่จะต้องไปเติมเต็ม ฉะนั้นการเลือกตั้งถึงไม่ได้รับการเลือกตั้ง นี่คือที่มาของเขตพื้นที่การศึกษา ๑๗๕ เขต โดยมัธยมศึกษาก็เห็นว่าสัดส่วนนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการบริหารในองค์คณะบุคคล ฉะนั้นจึงมีการเสนอกฎหมายผ่านมายังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าการแก้ไข ปัญหานั้นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยภาพรวมเป็นองค์คณะบุคคล ซึ่งจะต้องมาแก้ไข ปัญหาร่วมกัน ในมัธยมศึกษานั้นเราอาจจะเลือกได้ว่าแบ่งการบริหารในสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาทั้งเดิมและปัจจุบันออกเป็ น ๔ ด้าน ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบุคลากร แล้วก็บริหารทั่วไป ฉะนั้นการบริหารตรงนี้จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับ การแก้ไขในองค์คณะบุคคล ซึ่งจะต้องมาจากมัธยมศึกษา แต่ก็เรียนว่าเราจะต้อง มีการใช้งบประมาณในการบริหารตรงนี้ ผมก็เห็นใจนะครับว่าเพื่อนครูมัธยมศึกษา ก็อยากมีเอกภาพในการบริหารโดยองค์คณะบุคคล ซึ่งดูแลการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา แต่ระดับประถมศึกษาก็มีความสําคัญที่จะต้องดูแลโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งดูแลตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ม. ๓ เหมือนกัน ฉะนั้นก็อยากกราบเรียนว่าปัญหาที่สําคัญก็คือเรื่ององค์คณะบุคคล แล้วก็เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งทางมัธยมศึกษาก็ขอมา ๔๑ เขต แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ก็น่าจะขยายไปทั้ง ๗๖ เขตเลยทุกจังหวัดนี่จะเป็นประโยชน์ในการบริหารการศึกษา แล้วก็สามารถที่จะพัฒนา แล้วก็นําผลสัมฤทธิ์มาสู่การศึกษาของเราได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ และได้รับคุณภาพ ที่สําคัญผู้บริหารตรงนี้จะต้องมีทั้งคุณภาพและ คุณธรรมในการบริหารการศึกษา ขอบคุณครับ
ต่อไปดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีประเด็นที่จะพูดถึงการยกร่าง แก้ไขพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษาทั้ง ๓ ฉบับอยู่สามสี่ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก เราต้องยอมรับว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งหลังสุดเมื่อปี ๒๕๔๒ และครบวาระ ๑๐ ปี เป็น ๑ ทศวรรษของการปฏิรูป เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในวงการศึกษาไทยซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน มีการยุบองค์กรหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สํานักงานศึกษาธิการ อําเภอ สํานักงานการประถมศึกษาจังหวัด สํานักงานการประถมศึกษาอําเภอ การยุบ ๑๔ กรมมาเหลือเป็น ๕ แท่ง การตั้งสํานักงานใหม่ ๆ ที่เชื่อว่าจะสามารถเร่งรัดคุณภาพ ของการจัดการศึกษา เช่น สํานักทดสอบทางการศึกษา สํานักประเมินมาตรฐาน การศึกษา ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้อยู่ภายใต้ความคาดหวังว่าเราจะเห็นว่า ๑๐ ปีของการปฏิรูป เราจะได้เห็นคุณภาพทางการศึกษาที่มีการเปลี่ยนแปลงและ ก้าวหน้าไปกว่าที่เป็นอยู่ เราต้องยอมรับนะครับว่า เรามีเด็กจํานวนหนึ่งที่มีความเก่ง มีความสามารถในการไปแข่งขันวิชาการต่าง ๆ แต่ถ้าดูโดยรวมแล้วการวัดผลทดสอบ ความสามารถโดยรวม ๆ แล้วในทุกวิชาหลัก ๆ ในทุกระดับชั้น ทั้งประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาเรายังอยู่ตํ่ากว่าเกณฑ์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในทุกหมวดวิชา สิ่งเหล่านี้จึงเป็น ความจําเป็นที่เราจะต้องกลับมาทบทวนว่าการที่จะมีการปรับเปลี่ยน การที่จะมี การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างบางเรื่องอีกสักครั้งหนึ่งมันน่าจะเป็นผลดีในการยกระดับ มาตรฐานการศึกษาของลูกหลานของเราได้จริงหรือไม่ สิ่งที่เราเป็นกังวลมากที่เปิด ประเด็นนี้ขึ้นมาก็คือความเป็นเอกภาพในการจัดการศึกษา หลายคนกลัวว่าจะมีการตั้ง แท่งมัธยมศึกษาขึ้นมา นั่นหมายความว่าจะมีแท่งเอกชน แท่งการศึกษานอกระบบ เพราะฉะนั้นในวันที่ตัดสินใจออกมาในแนวทางนี้ว่า เป็นการจัดตั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในส่วนของโรงเรียนมัธยมศึกษาจึงคิดว่าน่าจะเป็นความลงตัวในเรื่อง โครงสร้างในระดับหนึ่ง แต่ผมคิดว่าการแยกมัธยมศึกษาออกจากประถมศึกษาจะต้องอยู่บน เงื่อนไขที่ไม่สร้างปัญหา เช่น จะต้องไม่ใช่เป็นการแยกที่เกิดจากการรังเกียจเดียดฉันท์ ระหว่างกัน จะต้องไม่เป็นการแยกที่ถือว่าใครดีกว่าใคร หรือใครเหนือกว่าใคร จะต้อง เป็นการแยกที่ไม่ทําให้เกิดความแตกแยกของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระ รับผิดชอบในต่างระดับกัน ผมคิดว่าความจําเป็นที่เราต้องทําความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ มันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทําให้เห็นว่า การผ่านพระราชบัญญัติการแยกมัธยมศึกษา จะเกิดประโยชน์ในการเร่งรัดคุณภาพการเรียนการสอนในวันข้างหน้าได้อย่างแท้จริง ช่วงเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าสิ่งที่เป็นแนวคิดหรือนโยบาย เมื่อเรานําไปใช้ ในการปฏิบัติจริง ๆ แล้วเราก็เห็นว่าบางเรื่องยังเป็นปัญหาไม่ลงตัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็น ปัญหาและไม่ลงตัว ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลาก็ควรจะเป็นสิ่งที่เราจะปรับเปลี่ยนได้ภายใต้ ความสมเหตุสมผลที่จะต้องเปลี่ยนแปลง การรวมประถมศึกษากับมัธยมศึกษา พอสรุปได้ว่าเรามีปัญหาอยู่บางประการดังต่อไปนี้
๑. สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลังจากการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างแล้วจะมีโครงสร้างที่เป็นหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่มาก มีความรับผิดชอบมาก มีโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลมาก มีนักเรียนถึงประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน มีครูประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน การเป็นองค์กรที่ใหญ่มาก การเร่งรัดที่จะให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยาก
๒. วัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกันระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นสิ่งหนึ่งที่วัน เวลาผ่านมาเราเชื่อว่าการหลอมรวมที่จะให้เป็นเนื้อเดียวกันในที่สุด ถึงเวลาที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จึงจําเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในส่วนนี้
๓. ธรรมชาติของผู้เรียนระหว่างเด็กเล็กกับเด็กโต ระหว่างครูผู้สอนเด็กเล็กกับ ผู้สอนเด็กในชั้นมัธยมศึกษา ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษากับผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศึกษาเป็นความแตกต่างโดยสิ้นเชิง
เพราะฉะนั้นบนความแตกต่างเหล่านั้นทําให้ไม่สามารถที่จะเร่งรัด ในเรื่องคุณภาพได้อย่างแท้จริง บนความแตกต่างและประสบการณ์ในการบริหาร บนภาระและความรับผิดชอบที่แตกต่างกันมันทําให้ความพึงพอใจของคณะบุคคลหรือ บุคลากรในการทํางานอยู่ในสภาพที่ผมเรียกได้ว่าสภาพคับข้องใจ เมื่อเกิดสภาพคับข้องใจ การจะให้เกิดประสิทธิภาพในการทํางานจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้น เพื่อให้ทุกคนมีความสุขใจในการปฏิบัติหน้าที่ในการทํางานจึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีการแยกทั้ง ๒ ฝ่ำยออก ในเรื่องประเด็นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็ นการจัดสรรงบ ที่ไม่พอเพียงหรือไม่ลงตัว หรือการจัดสรรงบที่ต้องดูแลทั้ง ๒ ส่วน แล้วบนความจําเป็น ของระดับการศึกษาที่ไม่เท่ากันมันทําให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง เราจะเห็นว่า มีโรงเรียนมัธยมศึกษา ๕๘ แห่งในจังหวัดนครราชสีมาได้ตัดสินใจที่จะโอนไปอยู่กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือไปอยู่ อบจ. เพราะเหตุว่าไปยุบรวมระหว่างประถมศึกษา มัธยมศึกษาด้วยกัน แล้วงบประมาณที่เคยได้อย่างเพียงพอมันถูกตัดหายไปภายใต้ ส่วนแบ่งที่มากขึ้น หมายความว่าในเงินก้อนเดียวกันเมื่อเอาส่วนย่อยมารวมกัน แล้วมันไม่เท่ากับส่วนใหญ่คือผลออกมาไม่เท่ากัน มีความยุ่งยากในการบริหารโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาก็เป็นปัญหาหนึ่งที่จําเป็นจะต้องมีการเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ผมคิดว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในการยกร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ สิ่งที่เราคาดหวังนั้น นอกเหนือจากความลงตัวในความรู้สึกที่ไม่คับข้องใจของครูผู้ปฏิบัติหน้าที่แล้วก็คือ เราหวังว่าหลังจากการแยกมัธยมศึกษาออกมาจากประถมศึกษาแล้วเราจะสามารถเร่งรัด คุณภาพการศึกษาได้มากกว่าวัน เวลาที่ผ่านมาครับ ผมขอสนับสนุนการยกร่างกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับ
ต่อไปเชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ตามที่คณะรัฐมนตรีและ เพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับมาเป็นร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็ นร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ ผมดูหลักการและเหตุผล ประกอบกับคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความเห็นด้วย ในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ที่ท่านประธานมอบให้ ๗ นาที ที่จะขออนุญาตอภิปรายเพื่อฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะได้ทําให้กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับเป็นประโยชน์สูงสุด ผมได้ดูข้อดีที่ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสมาคมผู้บริหารของโรงเรียนมัธยมศึกษาได้นําเสนอต่อสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สิ่งหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า การแก้ไข กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อให้มีการแบ่งเขตการศึกษาเป็นมัธยมศึกษาและประถมศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องหลักนั้น
ประการแรกสุด สิ่งที่ผมอยากจะมุ่งเน้ นในสภาแห่งนี้ก็คือว่า หลักเรื่องเอกภาพด้านนโยบายและความหลากหลายเชิงปฏิบัติ ซึ่งเป็นข้อวิเคราะห์ ข้อหนึ่งที่ทางผู้เกี่ยวข้องได้จัดทํามีข้อเสนอมา ผมอ่านแล้วผมประทับใจว่า เขาเชื่อมั่นว่า ถ้ามีการแบ่งเขตการศึกษาเป็นมัธยมศึกษากับประถมศึกษาแล้วจะทําให้มีความเป็น เอกภาพเชิงนโยบายและมีความหลากหลายเชิงปฏิบัติที่แท้จริง จริง ๆ นโยบายนี้ เราออกมานานตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ตั้งแต่มีกฎหมายการศึกษาแห่งชาติมา แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงนั่นก็คือว่า ขณะนี้เด็กประถมศึกษากับเด็กมัธยมศึกษาซึ่งมีช่วงอายุของสมอง อายุของวัย จิตวิทยาการเรียนรู้ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมีความแตกต่างกันมาก สิ่งหนึ่งที่สะท้อนอย่างชัดเจนที่ผมพยายามสัมผัสนี่ไม่ใช่บุคลากรภาคการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาล้วนแต่เรียนเหมือนกันครับ ๘ สาระวิชา เหมือนกัน ท่านประธานครับ แล้วลูกผมอายุ ๑๐ ขวบ อยู่ ป. ๔ กับคนอายุ ๑๕ ขวบ อยู่ ม. ๓ ม. ๑ นี่มันแตกต่างกันไหมครับท่านประธาน มันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่ปรากฏชัดที่สุดก็คือเด็กอ่านไม่ได้ เขียนไม่ออก บอกพ่อไม่ได้ บอกแม่ก็ไม่ถูก อันนี้ คือสิ่งที่สะท้อนออกมา เพราะฉะนั้นความเป็นเอกภาพเชิงนโยบาย ความหลากหลาย เชิงปฏิบัติ ถ้าจะส่งเสริมให้ท่านตอบสนองข้อนี้นี่ผมเชื่อว่าถ้ามีการจัดองค์กร จากโครงสร้างที่ดีนี่มันเป็ นไปได้ ไม่เฉพาะแต่ตัวเด็กนะครับ บุคคลที่เกี่ยวข้อง ในวงการทั้งหมดล้วนแต่เป็นทุกข์ ถ้าท่านประธานเป็นครูประถมศึกษานะครับ มีโอกาส สอบได้ไปเป็นผู้อํานวยการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ผมเชื่อครับวัน ๆ ท่านแทบจะไม่มี ความสุขกับการทํางานเลย เฉกเช่นกันครับ ครูประถมศึกษาไปเป็ นมัธยมศึกษา ครูมัธยมศึกษาไปเป็นประถมศึกษาก็เฉกเช่นกัน สิ่งเหล่านี้มันทําลายสภาพของสิ่งที่ เรากล่อมเกลามาตลอดกระบวนการการศึกษาชาติของเรา เพราะฉะนั้นเปลี่ยนแปลงได้ ก็เป็นสิ่งที่ดี นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ข้อดีเรื่องงบประมาณ ผมเองพยายามเอาใจช่วยนะครับว่า ท่านเขียนมันจะเป็นข้อดีที่โรงเรียนมัธยมศึกษาจะได้มีโอกาสได้รับการกระจายโอกาส ทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะกระจายเรื่องงบประมาณเข้ามา สามารถที่จะนําเงิน งบประมาณมาบริหารแบบมุ่งเน้นผลงาน ได้เงินลักษณะเป็นก้อนเข้ามา แต่ผมดูแล้วนี่ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ที่ท่านสุนัยเองก็ดี ผมเองก็ดีทักท้วงไป เมื่อช่วงตอนที่จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งสามว่าเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ สิ่งที่เป็ นห่วงก็คือว่าถ้าท่านไม่ยึดตามกฎหมายแม่บทที่ท่านแก้ทั้งสองสามฉบับ โดยเฉพาะระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการกับระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาซึ่งเขียนไว้ชัดนะครับ เช่น การจัดระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา กับเรื่องของระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มอบให้ผู้อํานวยการเขต การศึกษาเป็ นผู้บังคับบัญชาและมีอํานาจหน้าที่ ตลอดจนมี อ.ก.ค.ศ. ขึ้นมา คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมารองรับในแต่ละเขต ก็ต้องมีองค์กรเพราะฉะนั้นงบประมาณที่จะต้องใช้น่าห่วงใยอย่างยิ่ง ที่ผมต้องใช้โอกาส ตรงนี้กราบเรียนท่านประธานว่า ทําอย่างไรที่คณะกรรมาธิการจะได้มุ่งเน้นให้เห็นชัดเจนว่า เชื่อมโยงกฎหมายที่แก้ไขสองสามมาตราเชื่อมโยงไปกับกฎหมายแม่ซึ่งเขียนอํานาจหน้าที่เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการเขต ซึ่งต่อไปก็หมายถึงผู้อํานวยการเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาด้วย ในกฎหมายแม่นี่ไม่ได้เขียนว่าเขตอะไรนะครับ แต่สิ่งที่พอแยกปุ๊ บนี่ ในมาตรา ๒๔ ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นี่มอบอํานาจหน้าที่ให้ผู้อํานวยการเขตการศึกษาไว้ เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องไปใช้ อํานาจหน้าที่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นระบบการจัดสรรงบประมาณในการที่จะสนับสนุน ในเรื่องของกระบวนการทั้งหลายทั้งปวงนี่ผมเป็นห่วง ก็ฝากคณะกรรมาธิการว่า ท่านจะมีโอกาสเขียนสอดแทรกอย่างไร โดยที่ไม่ไปทําลายหลักการที่ท่านเสนอเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ว่าด้วย ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และฉบับที่ ๓ ว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มันสอดคล้องต้องกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เชื่อว่า ในเจตนาที่ดีที่ผมสนับสนุนว่าควรจะต้องมีการแบ่งแยกให้ชัดก็คือว่าการยอมรับนับถือ ของบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ทั้งสายประถมศึกษาและสายมัธยมศึกษาที่ครั้งหนึ่ง ถูกจับให้มารวมกัน ผมเชื่อมั่นครับผมอยู่ในพื้นที่เขาไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันหรอกครับ ด้วยความยอมรับนับถือนี้ที่เขาสามารถที่จะเอื้ออํานวยว่าความเหมาะสมเป็ นอย่างนี้ ผมยินดี ไม่ลุแก่อํานาจ ไม่เห็นแก่สิ่งที่จะเป็นงบประมาณหรือรายได้เข้ามาสู่ตัวบุคคลแล้วนี่ ตรงนี้ละครับเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนยิ่ง แล้วผมเองก็พยายามสอบถามอยู่ตลอดเวลาครับว่า การที่จะแยกเขตมัธยมศึกษาออกจากเขตประถมศึกษานั้นในวงการทั้งหมด เขามีความคิดเห็นอย่างไรไม่มีข้อขัดข้องประการใด ๆ ท่านประธานครับ เสียงส่วนใหญ่ ยินดีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือตลอด อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับ ที่ผมถือว่าเป็นมิติ ที่จะทําให้การแบ่งเขตการศึกษา ตลอดจนไปตั้งองค์กรของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ก.ค.ศ. ระดับประเทศ อ.ก.ค.ศ. ระดับพื้นที่ขึ้นมานี่ ผมเชื่อว่าไม่มีปัญหาในตรงนั้น ท่านประธานครับ ด้วยเวลาจํากัด สิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการการพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมืองเรานี่มันมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นผู้ออกกติกา ให้ฝ่ายบริหารไปใช้จําเป็นจะต้องใคร่ครวญครับ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูรอบด้าน ไม่นานต่อไปนี้ผมเชื่อว่าต้องเข้ามาอีกฉบับมาแก้ไขเพิ่มเติม และร่างกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องการศึกษาตามอัธยาศัยหรือการศึกษาตลอดชีวิตขึ้นมา อย่างนี้ละครับมันเป็นสิ่งที่จะ สะท้อนว่าพวกเราจะต้องทําหน้าที่ให้ถึงพร้อมในสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้มอบหมาย ผมยินดีให้การสนับสนุนพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ก็ฝากกรรมาธิการ ไปดูในสิ่งที่ผมได้อภิปรายไว้เป็นข้อสังเกตด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญคุณภิรมย์ พลวิเศษ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีโอกาส ได้ขึ้นมาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการศึกษาทั้ง ๓ ฉบับ เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าจะได้ใช้ประสบการณ์และวิชาชีพเดิมมาเป็นการตั้งข้อสังเกต ให้กับท่านประธานเพื่อฝากไปคณะกรรมาธิการต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดการศึกษาของประเทศไทยเราตามเจตนารมณ์ที่เราปฏิรูปการศึกษามา เมื่อปี ๒๕๔๒ นั้นเนื่องจากว่าอยากให้การจัดการศึกษาไม่ว่าประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือว่าทุกหน่วยงานการศึกษาให้มีเอกภาพก็เลยรวมกันนะครับว่าให้การจัดการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาอยู่ด้วยกัน ก็เลยยุบรวมประถมศึกษา ยุบรวมมัธยมศึกษา มาเป็นเขตพื้นที่การศึกษา เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราไปเอาตัวอย่างมาจากต่างประเทศ พอมายุบรวมปั๊บก็เกิดปัญหาเรื่องการบริหารและการจัดการ เรื่องการกระจาย งบประมาณ และบุคลากร งบประมาณของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เคยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย การจัดการศึกษาตามความถนัดของแต่ละคนเมื่อเอามารวมกันปั๊บปรากฏว่าอัตราส่วน หรือค่าเฉลี่ยในการจัดสรรงบประมาณก็หายไป ความก้าวหน้าของบุคลากรโรงเรียน ประถมศึกษามากกว่าเวลาประชุมหรือว่าเลือกตั้งเมื่อไรก็แพ้ประถมศึกษาทุกที ปัญหา ตามมาก็คือว่าเกิดความท้อถอยของโรงเรียนมัธยมศึกษา วันนี้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่ได้สิทธิพิเศษของทุกกระทรวงในประเทศไทยเรา สมัยก่อนเรามี ๑๔ กรม เดี๋ยวนี้ยุบรวมมาเหลืออยู่ ๕ แท่ง ๕ กรม ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่แปลกประหลาดเนื่องจากว่าคนอยากเป็นเลขาธิการ สพฐ. มากกว่า อยากเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ท่านทราบไหมครับว่า ๕ แท่งหรือเลขาธิการของ กรมต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการเดี๋ยวนี้ซี ๑๑ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการก็ซี ๑๑ สมัยก่อนการจัดการศึกษาไม่ว่าแยกประถมศึกษาอยู่ที่ แยกมัธยมศึกษาอยู่ที่ เขาบริหารกันอย่างดี ก็มีนักการศึกษาที่เรียนมาจากต่างประเทศมายุบ วันนี้ซากปรักหักพัง ที่มีการปฏิรูปการศึกษาเข้ามาไม่ว่าตําแหน่งรองผู้อํานวยการเขต เดี๋ยวนี้รองผู้อํานวยการเขต ตกค้างอยู่ตามสํานักงานเขตพื้นที่ไม่ตํ่ากว่าเขตละ ๑๐ คนหรือ ๑๒ คน จนเรียกว่า รองเป็นโหลครับ วันนี้ก็ไม่สามารถบริหารจัดการได้ว่ารอง ๑๒ คนจะไปทําหน้าที่อะไร วันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเมื่อเรามีเจตนารมณ์ที่จะจัดตั้งเขตมัธยมศึกษา มันก็จะทําให้ การบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าไหน ๆ เราจะ ตั้งเขตมัธยมศึกษาแล้วถ้าเรามาคิดตั้งแค่ ๔๐ กว่าเขตแล้วผมว่าต่อไปก็จะมีปัญหาอีก เนื่องจากว่าจะมีการเข้าชื่อร้องเรียนอยากให้แต่ละจังหวัดเป็นเขตของตัวเองอีก ถ้าเรา ตั้งแค่ ๔๓ เขตนั้นผมไม่ทราบว่าจังหวัดอํานาจเจริญหรือจังหวัดมุกดาหารจะอยู่รวมกัน เป็นเขตเดียว เดี๋ยวก็หาว่าไปส่งงานข้ามจังหวัดอีก ประชุมข้ามจังหวัดอีก เพราะว่า ถ้าอย่างนั้นก็สรุปเอาเป็นเหมือนเดิมคือว่าขอให้เป็น ๗๖ เขต สํานักงานศึกษาจังหวัด ต่อไปสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับพื้นที่ก็จะเปลี่ยนชื่อเป็นสํานักงานเขตพื้นที่ ประถมศึกษาอีกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าพวกเราทุกคนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ สมาชิกรัฐสภาแล้วเห็นด้วยทุกคนที่จะให้มีการแบ่งเป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษา แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าโรงเรียนประถมศึกษาที่แบ่งเป็นพื้นที่การศึกษาแล้วปรากฏว่า บางโรงเรียนห่างสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็น ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เขาก็มีความต้องการว่า ทําอย่างไรเขตพื้นที่การศึกษาจะมาอยู่ใกล้ วันนี้ถ้าเป็นไปได้แล้วผมอยากตั้งข้อสังเกตให้คณะนักวิชาการทั้งหลายที่เสนอชื่อเข้ามา ขอให้มีการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาอย่างน้อยที่สุดสัก ๓๐๐ เขตครับ จะได้ทําให้ การบริหารจัดการมันใกล้ชิดยิ่งขึ้น วันนี้ ผอ. เขต ๑ คน ต่อ ๑ เขต คุมนักเรียนโรงเรียน กว่า ๒๐๐ โรงเรียน จะออกไปนิเทศติดตามปีหนึ่งได้ ๑ โรงเรียนก็ยอดเก่งแล้วครับ เพราะฉะนั้นการนิเทศ ติดตาม กํากับทุกวันนี้นี่โอกาสที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะไป ควบคุม ดูแลโรงเรียนต่าง ๆ แล้วมันน้อย ทําให้คุณภาพการศึกษาที่เรารู้ ๆ กันอยู่ว่า มันด้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากว่าเราแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาใหญ่เกินไป
ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเพิ่มเติมว่า เมื่อเป็นการแบ่งเขตพื้นที่ การศึกษาของมัธยมศึกษาแล้วนี่ ขอให้โรงเรียนมัธยมศึกษาเป็นแม่หลัก เป็นแม่หลัก สําหรับการถ่ายทอดโครงข่ายวิชาการให้กับโรงเรียนระดับประถมศึกษา วันนี้ไม่ว่า โรงเรียนประถมศึกษา ไม่ว่าโรงเรียนพื้นฐานมีการจัดการศึกษาแล้วครับ จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๖ เป็นโครงการนําร่องของท่านอดีตเลขาธิการ สพฐ. ท่านดอกเตอร์กษมา ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับว่า ท่านได้นําร่องแล้ว ถือว่าเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา อยากตั้งข้อสังเกตว่าโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษานั้น ถึงแม้ว่าคุณภาพการศึกษาอาจจะไม่พร้อมเพรียงเหมือนกับโรงเรียนมัธยมศึกษา แต่ท่าน รู้ไหมครับว่าโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นโรงเรียนรองรับลูกคนยากคนจน คนไหนมีความพร้อมก็ขึ้นรถเข้าไปเรียนหนังสือในอําเภอ คนไหนที่ขาดแคลนก็เรียน โรงเรียนขยายโอกาส บางคนไปเรียน ม. ๑ โรงเรียนประจําอําเภอ ม. ๒ ต้องกลับไม่ได้เรียน เพราะว่าไม่มีค่ารถ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานนะครับ อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลโรงเรียนขยายโอกาส ไหน ๆ ก็จัดการศึกษานําร่องถึง ม. ๖ แล้วก็ให้จัดการ ให้งบประมาณให้เต็มที่ แต่วันนี้เพื่อนครูบาอาจารย์ คณะผู้บริหารโรงเรียน วันนี้ เขาส่งข่าวมาว่าขอขอบคุณรัฐบาลยุคนี้และชุดนี้ เป็นรัฐบาลชุดที่ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดีที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าสมัยก่อนท่านสุขวิช รังสิตพล ท่านปฏิรูปโรงเรียน มีห้องไอซีที (ICT) มีห้องซาวด์ แล็บ (Sound lab) แต่วันนี้ ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศอยากได้อะไร กระทรวงศึกษาธิการจัดให้ และวันนี้ได้รับ คําชมจากคณะครูบาอาจารย์ว่า เราได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มาจากครู โดยตรงแล้วเข้าใจการจัดการศึกษา เข้าใจในการบริหาร ครูเขาฝากความหวังไว้กับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าวันนี้ขอให้ท่านเป็นขวัญใจของครูต่อไป และต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่ท่านปฏิรูปโรงเรียนขยายโอกาส แล้วก็ทําให้ การเรียนการสอนเรียนฟรี ๑๒ ปี ขอให้เป็นผลสําเร็จ วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ มีความต้องการ มีความหวังว่าเปิดเทอมหน้าจะได้มีสมุด มีหนังสือเรียนฟรี มีข้าวปลา อาหารครบถ้วน ก็ถือว่าเป็นบุญบารมี ผู้ปกครองนักเรียนบอกว่า รัฐบาลชุดนี้อย่าเพิ่ง ยุบสภานะ ขอให้อยู่ครบทั้ง ๒ ปี ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ แทนคุณไพจิตนะครับ เชิญนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ เพราะท่านประธานเพิ่งบอกเดี๋ยวนี้ ผมคิดว่า ผมจะไม่ได้พูด ต้องขอบคุณนะครับ ก็อยากเรียนครับว่า ตามที่มีการเสนอผมได้นําเสนอ ร่างทั้ง ๓ ร่าง เพราะปัญหาที่มันเกิดขึ้นนี่ต้องยอมรับครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการศึกษา ของเรา ตอนนี้ขนาดว่าทําให้ไอคิวเด็ก ท่านประธานทราบไหมครับ เหลือ ๘๘ จากเดิมเรามีเกือบร้อย เด็กฉลาดนี่ประมาณ ๑๒๐ แต่ว่าการศึกษาที่พัฒนามาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นี่ผมว่ามันถดถอยลง สาเหตุของการถดถอยเพราะอะไรครับ เพราะเราไปแบ่ง กระทรวง ไปปรับปรุงระบบการศึกษาที่ผิดที่ครับ เพราะอะไรผมถึงพูดว่าผิดที่ จริง ๆ ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ประมาณปี ๒๕๔๖ ผมไปดู ต่างประเทศนี่เป็น ๑๐ ประเทศ เขาแบ่งกันชัดเจนครับ ประถมศึกษากับมัธยมศึกษานี่ไม่ มีประเทศไหนที่รวมกันเลย ประเทศที่เจริญแล้วเขาก็แยก แต่ของเราไปรวมกัน นั่นคือต้นเหตุ ผมก็ไม่ทราบว่าผู้บริหารสมัยนั้นคิดอย่างไร แล้วไปตั้งสภาการศึกษาเป็น สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาขึ้นมาเป็น ๕ แท่งแค่สภาของผมเขาจะอยู่เอกเทศ เป็นวิชาการ แต่กระทรวงศึกษาธิการเอาสภาการศึกษาเข้าไปอยู่บริหารปกครอง กระทรวงศึกษาธิการ มันทําให้เกิดปัญหาครับ เขาต้องอยู่ทางวิชาการ ท่านประธาน มาดูครับว่าหลังจากที่เขารวมกันแล้วมันเกิดอะไรขึ้นเด็กตอนนี้สับสนวุ่นวาย เด็กประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปรวมกัน ครูประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปรวมกัน ตอนนี้ เกี่ยวกับการขึ้นตําแหน่ง อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดครับ วัน ๆ ไม่ต้องทําอะไรครับ ต้องนั่งคิดว่า ตัวเองจะไปที่ไหน ต้องวิ่งเต้นจากประถมศึกษาจะไปมัธยมศึกษา จากมัธยมศึกษาเล็ก จะไปประถมศึกษาใหญ่ แค่นี้ก็หมดเวลาครับ การปรับปรุงในการเรียนการสอน เดี๋ยวก็ประเมินกันอีกแล้วเดี๋ยวครูมัธยมศึกษามาประเมินครูประถมศึกษา เดี๋ยวครูประถมศึกษาไปประเมินครูมัธยมศึกษา มันคนละเส้นทางเลยท่านประธาน มันมีผลกระทบการศึกษาอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ ผมอยากพูดเรื่องปัญหาการศึกษาผมเห็นด้วยที่จําเป็นต้องแยกประถมศึกษากับ มัธยมศึกษาต้องแยก จริง ๆ สภาการศึกษาน่าจะออกไปเป็นวิชาการแล้วตั้งมัธยมศึกษากับ ประถมศึกษาขึ้นมาเป็นแท่งเลย ตรงนั้นผมว่ามันจะเป็นส่วนที่ทําให้การศึกษาของไทยดีขึ้น การศึกษาของไทยในอดีตดีครับท่านประธาน แต่เดี๋ยวนี้ถดถอยมาก ถดถอยเพราะอะไร เพราะความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เด็กที่สอบเอนทรานซ์ (Entrance) ผมอยาก แสดงความเห็นหน่อยตอนนี้เขาบ่นมาก บ่นจนไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ เปลี่ยนตลอดเวลา สภาการศึกษาก็คิดคิดแล้วคิดอีก ไม่รู้คิดอะไร การศึกษามันต้องอย่าไปคิดมากเกินไป มีแบบอย่างไหนที่ดีแล้วก็ทําไป อันนี้ปรากฏว่าคิดสะระตะ คิดเดี๋ยวทั้งแพะ ทั้งแกะอะไรก็ไม่รู้ ปนกันไปหมดเดี๋ยวแอดมิชชัน (Admission) เป็นอย่างไรครับ ท่านประธานทราบไหมครับ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอดีต เขาบอกว่าเมืองไทยสอบเอนทรานซ์ดีที่สุดในเอเชีย เพราะอะไรครับสอบครั้งเดียวก็เลือกได้หมดทุกคณะ แต่หลังจากพัฒนาไปพัฒนามา ตอนนี้ก็มี พูดง่าย ๆ เอาระบบแอดมิดชันมาใช้บ้าง กลัวว่าเด็กจะไม่เรียนในโรงเรียนบ้าง เลยเพิ่มคะแนนขึ้นมาท่านประธานไปดูตอนนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงไปหมด สอบเองต่างหากแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัยสอบเอง ทําให้เด็กแทนที่จะสอบครั้งเดียว บางคนสอบเป็น ๑๐ ครั้งกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยหนึ่งเด็กเครียดแน่นอน ผมถึงบอก ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยครับว่า เรื่องเหล่านี้ผมว่ามันเป็ นสิ่งที่จําเป็ น ถ้าเรายังปล่อยปละละเลย ในความเห็นของผมที่ดีที่สุดนะท่านประธานสอบ ๒ ครั้ง คะแนนช่วยสัก ๕ เปอร์เซ็นต์พอแล้ว มีการสอบ ๒ ครั้งอยู่ครั้งหนึ่งครับ สอบเอนทรานซ์ ๒ ครั้งแล้วเอาคะแนนเฉลี่ย คะแนนไหนที่สูงที่สุดคนนั้นได้ไปแล้วสอบแล้วก็เลือก แต่ละคณะ เลือกทุกมหาวิทยาลัยได้ แล้วมีคะแนนช่วยแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นครับจะยุติธรรมที่สุดนะท่านประธาน ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่า ผมว่าถึงเวลานะครับที่จะต้องปฏิรูปการศึกษา แต่ร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ ผมก็สนับสนุนครับ แต่ไม่ทราบว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาของเราได้ขนาดไหน อยากเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าท่านไม่แก้ตรงนี้ในอนาคตผมว่ายังจะวุ่นกันอยู่ไม่จบ สภาการศึกษาบอกว่าถ้าทําแบบนี้ แบบปัจจุบันนี้เด็กจะหายเครียดจะไม่มีการเรียนพิเศษ มากมาย ท่านประธานไปดูครับเดี๋ยวนี้สอบกันหัวปักหัวปํำ พ่อแม่เครียดบางคน อยากไปสอบแทนลูกด้วยซํ้าไป ไปนั่งเฝ้ำลูกตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ไปส่งเรียนพิเศษวันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่างนี้หรือครับการเรียนมันจะพัฒนา มันถดถอย จนผมดูแล้วมันจําเป็นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องออกมาทําเรื่องนี้ให้จริงจัง แก้ไขเถอะครับ ผมว่าเรื่องสอบเข้า มหาวิทยาลัย ถามเด็กบ้าง เด็กที่จะสอบถามเขาบ้าง เขาอยากได้อะไร ไม่ใช่ไปสั่ง สั่ง สั่ง มันหมดสมัยแล้วครับท่านประธานที่จะไปสั่งเด็ก ตอนนี้นะครับอยากฝากท่านรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีไปถามเด็กหน่อยว่าสอบเอนทรานซ์อยากให้ทําแบบไหน ฝากครับ ขอบพระคุณมากครับ
คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกเสนอเข้ามานี้ กระผมเอง ได้รับการฝากฝังจากเพื่อนครูโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ ในฐานะที่อดีตเป็นครูประชาบาล สมัยครูประชาบาลที่อยู่กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ จะสอนอยู่ ๓ วิชา วิชาเลข วิชาคัด แล้วก็วิชาเลิก แต่มายุคนี้มีนักการศึกษา ที่จากต่างประเทศนําวิชาการการศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาแล้วก็ปรับปรุงมากมาย ไปเอาประถมศึกษามารวมกับมัธยมศึกษา ผมจะไม่เล่าอดีตของการเป็นครูประถมศึกษาว่า เดิมนั้นอยู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ต่อมาก็ต่อสู้กันเพื่อให้เกิดสํานักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติขึ้นมา ต่อมาก็มารวมให้มาเป็นสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมเห็นด้วยในการที่จะแยกกลับไปใช้วิธีการเดิมคือแยกประถมศึกษาออกจาก มัธยมศึกษาเสีย ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามแต่ผมไม่เห็นด้วย ที่จะแยกเพราะเพื่อผลประโยชน์ของบุคลากรทางการศึกษา เพราะความขัดแย้ง ของบุคลากรด้านประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาที่เข้าหากันไม่ได้ แต่ถ้าเราจะแยก เพื่อให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาที่ดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตครูโรงเรียน บ้านหนองหมาว้อสอนอยู่ ๓ วิชา เด็กอ่านหนังสือได้ครับ แต่ปัจจุบันผมได้สัมผัสกับ คนหลาย ๆ คน อ่านภาษาไทยไม่แตก ผมเลยถามเพื่อนครูที่เขายังประกอบอาชีพครูอยู่ ยังไม่ได้เกษียณ ผมถามว่าพวกคุณสอนวิชาภาษาไทยสอนแบบไหน คือผมอยากจะ เปรียบเทียบว่าสอนเหมือนสมัยที่ผมเป็นครูประชาบาลอยู่หรือเปล่า เขาบอกว่าถ้าจะสอน คําว่า แก้ว เขาก็เขียน สระแอ กอไก่ ไม้โท วอแหวน แล้วก็ให้นักเรียนอ่านคําว่า แก้ว แล้วก็ จําเอาเลยครับท่านประธาน แต่ครูโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อเขาจะสอนว่าอันนี้ สระแอ นะ อันนี้ กอไก่ กอบวกสระแอ ก็เป็น แก แกเอาวอแหวนมาผสมก็เป็น แกว ถ้าใส่ไม้โทก็เป็น แก้ว เพราะฉะนั้นเด็กแค่จบ ป. ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ หนังสือภาษาไทยทุกฉบับจะต้อง อ่านได้หมดครับ แต่ปัจจุบันนี้ถ้าไปเจอคําที่ตัวเองไม่เคยเห็น ไม่เคยอ่าน อ่านไม่ได้ครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานที่เคารพ ชื่อผม จุมพฏ ครับ คนขายตั๋วเครื่องบิน อ่านชื่อผมเป็น จุมพล ตลอด ไม่รู้จักครับ ฏ คือแม่กด ถ้าแม่กดมาสะกดแล้วต้องเอาลิ้น ปิดเพดานให้ออกเสียง ฏ แม่กดครับ ถ้าไปเจอไม้ตะพดอ่านได้ ถ้ามาเจอจุมพฏอ่านไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็น นี่คือการลอกเลียนปรัชญาการศึกษาหรือวิธีการจากต่างประเทศครับ ผมจะฝากข้อเท็จจริงที่เพื่อนครูเขาฝากมาให้อภิปรายท่านประธานที่เคารพ เขาบอกว่า ที่คุณภาพการศึกษามันกลับด้อยลงมา เด็กนักเรียนเมื่อจบประถมศึกษาปีที่ ๖ แล้ว อ่านหนังสือไม่ได้ส่งขึ้นมัธยมศึกษาอย่างไรก็อ่านหนังสือไม่ได้ เพราะถ้าอ่านหนังสือไม่ได้ แล้วก็จะไม่รักการอ่าน เมื่อไม่รักการอ่านแล้ว การค้นคว้าแหล่งวิชาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยการอ่านหนังสือไม่สามารถทําได้ครับ เพราะฉะนั้นคุณภาพตรงนี้จะลดลง เขาฝากบอกมาว่าเดิมนั้นสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดอยู่ภายใต้สํานักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จะมีระดับจังหวัด มีผู้อํานวยการ การประถมศึกษาจังหวัด และมีสํานักงานการประถมศึกษาอําเภอคอยดูแลควบคุม ครูทุกคน ในอําเภอจะรู้จักกันครับ แต่ปัจจุบันสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาครูอําเภอเดียวกัน ตําบล เดียวกันไม่รู้จักกันครับ เพราะโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ต่างคนก็ต่างอยู่ โดยเฉพาะ เมื่อแบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว โรงเรียนห่างจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ กิโลเมตรก็มี ยกตัวอย่างที่จังหวัดสกลนครครับ อําเภอภูพาน อยู่ติดชายแดนจังหวัดกาฬสินธุ์ต้องมาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งอยู่ติดชายแดน จังหวัดอุดรธานี ๑๕๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ทําให้ครูต้องไปซื้อรถยนต์เพื่อเดินทาง พอครูซื้อรถยนต์เดินทางมีหนี้สิน ขวัญกําลังใจต่าง ๆ ในการที่จะบริหารการศึกษา ในการสอนนักเรียนลดน้อยลงครับ ต่างกับครูโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อขี่จักรยาน แต่สอนเด็กอ่านหนังสือออกทุกคน ฉะนั้นถ้าจะแยกประถมศึกษาออกจากมัธยมศึกษา ผมอยากฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นว่าทําได้ไหมว่าให้สํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาที่เป็นระดับประถมศึกษานั้นมีหน่วยงานสําคัญอยู่ในระดับอําเภอด้วย เพื่อให้การนิเทศ ติดตามงานนั้นสามารถติดตามได้ใกล้ชิดไม่ใช่ใช้สํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาเดิมที่มีอยู่แล้วในแต่ละจังหวัด บางจังหวัดก็มี ๓ เขต บางจังหวัดก็มี ๕ เขต แล้วแต่จังหวัดใหญ่และจังหวัดเล็ก ท่านประธานครับ และผมขอสนับสนุนความคิดของ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายว่าสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่จะตั้งขึ้นใหม่นั้น ขอให้มีอย่างน้อยจังหวัดละ ๑ สํานักงาน ใช้เขตพื้นที่ตรงนี้ อย่าไปเอา ๔๐ เลยครับเดี๋ยวก็ จะแย่งกันอีก ให้ศึกษาธิการจังหวัดเดิมท่านได้ไปอยู่ ท่านประธานที่เคารพ มิฉะนั้นแล้ว การติดตามประสานงานเหล่านี้ก็จะมีข้อบกพร่องขึ้นเนื่องจากระยะทางและ ความสนิทสนมคุ้นเคยกัน อย่างที่ผมได้กราบเรียนจากข้อเท็จจริงที่เพื่อนครูได้ฝากมา ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นสุดท้ายอยากจะฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น คือปรัชญาการศึกษาตรงนี้อาจจะพูดยากหน่อยแต่จะขอพูด ท่านประธานครับ สังคมไทยเราทุกวันนี้ ประเทศไทยทุกวันนี้การศึกษาเน้นให้เป็นคนเก่ง ประเทศเรา จึงมีปัญหาใช่หรือไม่ ทําไมปรัชญาการศึกษาของประเทศไทยจึงไม่เน้นให้คนมีคุณธรรม หรือเป็นคนดี ท่านประธานครับ เพราะเหตุใดผมจึงหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด การเป็น คนเก่งนั้นก็จะก่อให้เกิดการแข่งขัน เมื่อมีการแข่งขันก็จะมีที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ จะมีคนชนะและ มีคนแพ้ เมื่อมีการแข่งขันเกิดความเครียด เพราะคนจะเป็นคนเก่งให้เท่ากันทุกคนนั้น เป็นไปได้ยาก แต่ถ้าจะให้นักเรียนทุกคนที่ผ่านโรงเรียนนั้นเป็นคนดีมีคุณธรรมทุกคน สามารถเป็นคนดีมีคุณธรรมได้ ท่านประธานครับ การเป็นคนดีมีคุณธรรมไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองเท่านั้น ดังนั้นจึงฝากถึงกรรมาธิการและท่านผู้มีอํานาจในการบริหาร การศึกษาว่าเปลี่ยนปรัชญาการศึกษาปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ ไหมครับให้นักเรียนทุกคน ที่ผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเป็นคนดีมีคุณธรรมของสังคมมากกว่ามุ่งการเป็นคนเก่ง ของสังคม ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยนาท ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ให้โอกาสผมในการที่จะเสนอ ความคิดในการอภิปรายครั้งนี้ ต้องขออนุญาตท่านประธานวันนี้เป็นการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งจะแก้ไขใหม่เพิ่มเติม จากฉบับเดิมที่มีอยู่ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็พร้อมทั้งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับนี้ถือว่าเป็ นการแก้ไข ฉบับที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นก็คือพุทธศักราช ๒๕๔๒ และพุทธศักราช ๒๕๔๙ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องดังกล่าวนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าผมเองนั้นได้พูด แล้วก็ได้อภิปรายในเรื่องดังกล่าวนั้นเอาไว้ค่อนข้างจะมากตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา การได้เป็นผู้แทนราษฎรของผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานปี ๒๕๓๑ แล้วก็ เช่นเดียวกันในการแก้ไขพระราชบัญญัติในปี ๒๕๔๒ ก็ได้มีโอกาสในการที่จะบอกกล่าว ในเรื่องดังกล่าวว่ามันไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่มีความเหมาะสมในการที่จะดําเนินการ ในการแก้ไขดังกล่าว ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานยิ่งมาในระยะหลัง มาศึกษาในเรื่องของการบริหารจัดการของภาครัฐแล้ว อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าการที่จะจัดการภาครัฐใด ก็ตามแต่หรือการจัดการองค์กรใดก็ตามแต่ในเชิงการบริหารการจัดการนั้น หัวใจอันดับแรก ก็คือการบริหารซึ่งไร้ความขัดแย้ง การที่องค์กรจะมีประสิทธิภาพ องค์กรจะมีคุณภาพ และองค์กรจะจัดการได้ดี มีคุณลักษณะที่มีประโยชน์สมประสงค์ ของผู้ดําเนินการในองค์กรนั้น ประการแรก คือการบริหารการจัดการความขัดแย้ง ในองค์กร แต่เนื่องจากว่าองค์กรของเรานี่เราสร้างกันแล้ว ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่า องค์กรชาติก็เช่นเดียวกันเราก็วางไว้โดยหลัก ไม่แน่ใจว่า ใครเป็นคนวาง ในระบบการศึกษาหรือระบบอะไรก็ตามแต่ จนกระทั่งมาระบบการศึกษา ที่เรามาพิจารณาในตอนนี้ก็วางไว้ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่เราสร้างกัน เอาไว้แล้ววางกันไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรถึงดําเนินการอย่างนั้น ผมอยากจะเสนอแนวคิดหรือหลักของการศึกษา ผมเชื่อว่าทุกคนก็คงต้องอยากให้ การศึกษาของลูกหลาน หรือการศึกษาของชาตินั้นเป็นสิ่งที่ดีและมีคุณประโยชน์ ทุกคนก็อยากจะให้ลูกหลานนั้นเรียนรู้ แล้วก็ตระหนักรู้ในเรื่องของความรู้ความสามารถ ทางการศึกษา จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าทุกคนมีความรู้ความสามารถทางการศึกษาทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมนุษย์แต่ละคนนั้นมีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกัน ประโยชน์ที่จะ ใช้สอยก็ธรรมชาตินั้นได้สร้างสรรค์เป็นคุณประโยชน์ที่เป็นลักษณะที่แตกต่างกัน เพื่อให้สมประโยชน์ที่สุดของธรรมชาติ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ การศึกษา บางคนนั้นเขาเรียนรู้ สมองหรือความรับรู้นี่ผมอยากจะเปรียบเทียบซึ่งผมเองเคยพูด ในที่นี้เสมือนโอ่งนํ้าหรือตุ่มนํ้า คือเอาถังนํ้าใส่ไป เทไปนี่สามารถรับได้ ไม่หก ไม่กระฉอก แน่นอนที่สุดครับ ตุ่มนํ้าก็มีประโยชน์ เป็นแบบตุ่มนํ้าก็คือเก็บนํ้าได้มาก แต่การใช้สอย การเคลื่อนย้ายนั้นตุ่มนํ้าเคลื่อนย้ายยากครับ ถ้าจะใช้สอยไปในคุณลักษณะของ การเคลื่อนย้ายทําได้ยาก แน่นอนที่สุดครับ ขวดนํ้านั้นปากมันแคบ การใช้สอยประโยชน์ ของขวดนํ้านั้นแน่นอนที่สุดเคลื่อนย้ายง่าย การที่จะเอานํ้าใส่ไปหรือเอาวัสดุใด ใส่ไปในขวดเพื่อเคลื่อนย้ายนั้นย่อมทําได้ยาก แต่ถ้าหากทําได้ก็คือโดยการใช้กรวย บ้านผมเรียกกรวยครับท่านประธาน กรวยก็คือสิ่งที่จะไปเทนํ้าใส่ลงไป มันก็ ไม่กระฉอก แล้วมันก็รวดเร็วได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานครับ มันต้องมี เครื่องไม้เครื่องมือ การแยกแยะเราทําหรือยังในสิ่งที่จะแยกแยะออกไป ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่าเวลามันน้อย
ท่านดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ผมขอความกรุณานิดเดียวครับ ผมขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็ นร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญและ ทุกพรรคการเมืองก็ได้เป็นผู้เสนอ ฉะนั้นผมคิดว่าที่เรากําหนดเวลาห้าโมงเย็นนั้น ขอต่อให้มันจบ ก็จะเป็นความกรุณาจากเพื่อนสมาชิกทุกฝ่ายนะครับ เพราะพวกผม ๓ คนได้ตกลงกันแล้ว เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาต เพิ่มอีก ๗ นาทีนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาถ้าเราจะจัดการให้ดีนี่เราต้อง แบ่งในลักษณะของเด็กด้วยก็คือบุคคลที่จะมาเรียนรู้ คนที่จะมาถ่ายทอดก็ต้องแบ่งด้วย ว่าคนที่จะมาถ่ายทอดนั้นเป็นใคร มาจากไหน อย่างไร เพื่อให้สมประสงค์ของการเรียนรู้ ผมอยากจะกราบเรียนครับท่านประธาน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วผมอยากจะให้ท่านประธาน ได้พิจารณาแล้วก็ดําเนินการในโอกาสต่อไปในการผลักดันก็คือว่าการศึกษานี่เราต้อง ปฏิรูปหรือจัดการในเรื่องของก่อนปฐมวัยก็คือระดับอนุบาล ต้องเริ่มตั้งแต่คลอดนะครับ ท่านประธาน บางประเทศที่ผมไปเขาดูแลก่อนที่จะคลอด ก่อนที่จะตั้งครรภ์ด้วยนะ แล้วก็มาเริ่มตอนตั้งครรภ์ แล้วก็จนกระทั่งคลอดออกมา แล้วก็ออกมาจนกระทั่งมาเรียนรู้ ระดับก่อนอนุบาลถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก เป็นการเรียนรู้ในเรื่องของภาษา ในการที่จะออกคํา ออกภาษาอย่างไรให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ระดับประถมศึกษาก็จะเป็น การเรียนรู้ในเรื่องของอะไร ในเรื่องของภาษาเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิดการอ่านได้ เช่นเดียวกันครับมัธยมศึกษาเป็นเรื่องของการเตรียมเพื่อที่จะไปเรียนในระดับอุดมศึกษา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราปฏิรูปไปทั้งหมด ทีเดียวไม่ได้หรือ พระราชบัญญัติที่มีอยู่จัดการไปกระบวนการเดียวกันเพื่อให้มัน สมประสงค์ ในขณะนี้เราได้แบ่งการศึกษาในระดับเดิมที่เราทําอยู่ในขณะนี้ก็คือ พูดง่าย ๆ ว่าเป็ นการรวมกันเป็ นคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ท้ายที่สุด ก็ไม่สามารถดําเนินการได้ ก็อยากจะเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นก็อยากจะเห็น ในเรื่องของการที่จะทําอย่างไรให้เป็นเรื่องของคุณภาพทางการศึกษาให้กับเยาวชน มากที่สุด เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานอีกสักนิดเดียวครับ ในเรื่องของภาษา เราจะเรียนรู้เรื่องภาษาเป็นเรื่องสําคัญที่จะเรียนรู้ในเรื่องอื่นต่อไป ถ้าหากเราขาดภาษา โอกาสที่เราจะเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาให้มากยิ่งขึ้นยิ่งแคบและน้อย และไม่สามารถ ดําเนินการได้อย่างถ้าเราเรียนภาษาไทย เรารู้ภาษาไทยเก่งจริง แต่ว่าภาษาอังกฤษก็ดี ภาษาอื่นเราเรียนรู้ได้น้อย การที่เราจะไปเรียนรู้ให้ได้ความรู้อย่างแตกฉานในเรื่องนั้น ๆ ทําได้ยาก แล้วก็ช้ารอการแปล เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานในโอกาสต่อไป ๑. ให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล ให้พูดได้และเขียนได้ในชั้นประถมศึกษา ๒. ภาษาสเปน ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน แล้วก็ภาษาอาหรับ ภาษาหลัก ๆ เหล่านี้ควรจะ เป็นสิ่งสําคัญที่ประเทศเราควรจะเปิดได้แล้วในการที่จะเป็นโลกในโอกาสต่อไปเพื่อให้เด็ก และเยาวชนของเรา เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานช่วยผลักดันครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสาธิต
ท่านประธานครับ
คุณพิเชษฐ์เดี๋ยวต่อครับ มีอยู่แล้วเรียงตามชื่อ เดี๋ยวสลับไปสลับมาครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดินจากจังหวัดสุรินทร์ เขต ๒ ท่านประธานครับ วันนี้การพิจารณาซึ่งร่างกฎหมาย ๓ ฉบับที่เกี่ยวกับเรื่อง การศึกษาที่เสนอเข้ามาที่รัฐสภาของเราที่ได้พิจารณาวันนี้ จริง ๆ ก็ได้อ่านแล้วก็พิจารณาดู เนื้อหาหลัก ๆ ถ้าอ่านดูแล้วก็เหมือนกับเป็นการแก้ปัญหาหลังจากที่มีการประกาศ การปฏิรูปการศึกษามา ตอนแรกที่ผมนั่งฟังดูก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องโครงสร้างการศึกษา พอดี มีทางท่าน ส.ส. สุนัยที่ได้อภิปรายเป็นคนแรก ๆ ก็ได้อภิปรายเห็นภาพอย่างชัดเจนของเรื่อง โครงสร้างการศึกษาหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปมา ถ้าดูจากเนื้อหาที่พิจารณา แล้วก็คือการต้องการแก้ปัญหาหลังจากที่แต่ก่อนเรามีกรมสามัญศึกษาก็เอามารวมเป็น สพฐ. แล้วมีปัญหาระหว่างประถมศึกษากับมัธยมศึกษา วันนี้ร่างที่แก้ก็คือแก้ปัญหา ที่อยากจะเอามัธยมศึกษาแยกออกจากประถมศึกษา เพราะมีปัญหาเรื่องการบริหารทั้งเรื่อง การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. แล้วก็พ่วงกันมาจนถึงการบริหารงานของข้าราชการครู เรื่องของ การโยกย้ายต่าง ๆ แต่เท่าที่อ่านมาทั้งหมดที่มีการแก้ไขปัญหามา จริง ๆ แล้วคิดว่า ในหลาย ๆ เรื่องทางกระทรวงศึกษาธิการถ้าจะแก้ ส่งร่างกฎหมายเพื่อจะมาแก้มีหลาย ๆ เรื่อง ที่น่าจะต้องได้แก้นะครับ ที่จริงน่าจะได้รวบรวมมาหรือว่ามากกว่านี้ที่จะแก้ปัญหาของเรื่อง การศึกษาของเมืองไทย ถ้าฟังวันนี้แล้วหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายไปที่เป็น ส.ส. ก็เป็นรุ่นใหญ่ ตอนนี้ผมก็อายุ ๓๓ ก็ผ่านระบบการศึกษาไทยมาทุกอย่าง เรียนจากโรงเรียน ประจําอําเภอ โรงเรียนประจําจังหวัด สอบไม่ผ่านก็ต้องฝากก็มี จนถึงสอบเทียบ ในสมัยที่มีการสอบเทียบของการศึกษาของ กศน. เพื่อไปเอนทรานซ์ก่อน ก็ผ่านระบบ การศึกษาช่วงนั้นมา วันนี้เท่าที่เห็นโครงสร้างการศึกษาที่ผ่านมา อย่างที่พูด อยากจะบอกกัน ตามตรงเท่าที่เห็นการพัฒนาทางการศึกษาที่จะว่ากันว่าจะคุณภาพของเด็กหรือ การศึกษาของเด็กจะไปทิศทางไหนยังพูดกันน้อย แต่กลับพูดในเรื่องของการทํางาน เรื่องของตําแหน่งเสียส่วนใหญ่ เรื่องของการจะมีอาชีพครูหรือว่าพนักงานครู ต่าง ๆ จะก้าวเข้าไปสู่ตําแหน่งบริหาร หรือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองด้านการศึกษาเยอะ มากน้อยแค่ไหน จะมีอํานาจตรงนี้มากแค่ไหน นี่คือส่วนที่ต้องการแก้ในร่างทั้ง ๓ ฉบับ ตรงนี้ วันนี้ผมอยู่ที่ต่างจังหวัด อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ผ่านแล้วก็เห็นตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎร มารับทราบปัญหาจากข้าราชการครูมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพนักงานราชการครู ซึ่งวันนี้ก็ได้นํามาพบท่านรัฐมนตรีชินวรณ์เพื่อให้ทราบถึงปัญหาของพนักงานครูอัตราจ้าง นอกจากนี้แล้วเท่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครูที่ต้องสอนอยู่อีกที่หนึ่ง อยู่อีกอําเภอหนึ่ง แต่บ้านอยู่อีกที่หนึ่งก็ต้องไปกลับทุกวัน ก็ต้องมีสอนไปสักพักหลังจากการบรรจุก็ต้อง มีการวิ่งเต้นเพื่อขอผ่าน และที่มาของการที่จะเป็นช่องทางให้ครูเหล่านี้มีปัญหาในเรื่อง การต้องจ่ายเงินเพื่อที่จะได้เข้าไปเป็นครูเอง อย่างพนักงานราชการครูอัตราจ้างจะไปเป็นครู ก็ต้องเสียเงินเสียทองเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู จะโยกย้ายตําแหน่งเพื่อที่จะย้าย กลับบ้านกันเองก็ตามก็ต้องเสียเงิน ซึ่งโครงสร้างที่ผ่านมาที่มันมีปัญหาก็คือโครงสร้าง ของการพิจารณาจาก สพฐ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่มีการจ่ายเงินจ่ายทองกันเพื่อพิจารณา ในการแต่งตั้งและโยกย้ายเหล่านี้ก็ยังไม่มีทิศทางในการที่จะแก้ปัญหาหรืออย่างไร ในการส่งเข้ามาในการแก้ร่างฉบับนี้ ที่ส่งเข้ามาทั้ง ๓ ฉบับ ดังนั้นก็จะฝากเป็นประเด็น ในการที่จะฝากให้กับทางผู้บริหารทุกท่าน จริง ๆ วันนี้ที่เข้ามารับฟังนอกจากทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ แล้วก็มีผู้เสนอร่าง จริง ๆ ถ้าในชั้นกรรมาธิการ หรือว่าวันที่เสนอ คิดว่าถ้ามีการอภิปรายในวาระต่อไป ท่านที่เป็นผู้บริหารของกระทรวง นักคิดนักเขียนต่าง ๆ ที่มีการปฏิรูปการศึกษาน่าจะต้องมาฟังในสภาแห่งนี้ ฟังเสียงของ ผู้แทนราษฎรที่มาจากต่างจังหวัดหลาย ๆ ท่านที่เป็นความคิดเห็น เพราะผู้แทนราษฎร ที่อยู่ต่างจังหวัดหลาย ๆ ท่านค่อนข้างสัมผัส หลาย ๆ คนสัมผัสกับอาชีพข้าราชการครูมาก หลาย ๆ ท่านที่เข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ก็เป็นข้าราชการครูมาก่อน แล้วก็พูดในเรื่องของ ปัญหาข้าราชการครู ปัญหาโครงสร้างการศึกษาได้ดี นอกจากเรื่องนี้แล้วปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมได้นําเสนอจริง ๆ ผมก็อาจจะขอเสนอตัวที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ด้วย ก็คงที่จะได้ไปพูดในกรรมาธิการต่อไปด้วยนะครับ แต่เรื่องต่อมาที่สําคัญ ที่ผมมีความคิดเห็นที่จะได้บอกได้กล่าวสําหรับผู้บริหารกระทรวงหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่า จะเป็นทางท่านรัฐมนตรีเองจะเป็นผู้กําหนดนโยบายด้วย เพราะผมก็ผ่านการศึกษา มาหลายอย่าง การแก้ปัญหานักเรียนเรื่องของการเรียน ผมเห็นพยายามที่อยากจะให้เด็ก ได้มีความรู้มาก ต้องการป้ อนในหลาย ๆ อย่าง อย่างเช่นที่ผ่านมาเราเห็นขึ้นทางด่วน ก็มีป้ำยท่านอดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ ติวเตอร์ แชนแนล (Tutor channel) แต่จริง ๆ การแก้ปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่ยากเลยแล้วก็ไม่เสียเงินเลยคือการที่จะควบคุมเด็กนักเรียน ไม่ให้มีการลอกการบ้านและการลอกข้อสอบ อันนี้เป็นปัญหาสําคัญนะครับ แต่ว่า ไม่เคยมีใครพูดถึงและมีใครแก้ไข เพราะว่าผมผ่านมาสมัยเรียนตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา เรียนในบ้านเรา เด็กนักเรียนก็มีทั้งการลอกการบ้าน การลอกข้อสอบ ก็เอาตัวรอดไป แต่วันหนึ่งที่ผมเคยไปเรียนอยู่ต่างประเทศมา การเข้มงวดเรื่องการลอกงาน ลอกข้อสอบค่อนข้างเข้มงวด แค่เขียนรายงานส่งแล้วก็มีพารากราฟ (Paragraph) มีบรรทัดที่มีคําพูดที่เหมือนกับถ้าเกิดเขาเอาไปหาอยู่ในเวบไซต์ (Web site) ถ้าพิมพ์มา ตรงกัน ตัวหนังสืออะไรเขียนถูกเหมือนกันเป๊ ะอันนี้เขาไม่ให้ผ่านเลยนะครับ แล้วเขาถึงขั้น ที่ว่าฟ้ องกัน ขึ้นคอร์ท (Court) กัน ขึ้นศาลกันเลย ผมก็เคยถามเด็กไทยที่อยู่ที่นั่น ถามว่าการลอกข้อสอบ การลอกงานมันแย่แค่ไหน เด็กนักเรียนถือว่าในชีวิตเขา เขาไม่เคยมีแล้วกันว่ามีการลอกข้อสอบ มีการลอกงานซึ่งระบบตรงนี้มันก็จะย้อนกลับมา คือถ้าไม่มีการลอกการบ้าน ลอกข้อสอบ เด็กก็จะมีการขวนขวายที่จะต้องทํางานแล้วก็ ศึกษาเอง แต่ว่าถ้ามันมีการลอก มีที่ปลายทางที่ได้มาง่าย ๆ ก็จะไม่ขวนขวายที่จะ พยายามที่จะศึกษาแล้วก็เรียนเอง แล้วเหล่านี้มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่จะฝึกให้เขา มีความซื่อสัตย์สุจริตขึ้นมาจนเป็นผู้ใหญ่ด้วย ก็ขอฝากเท่านี้สําหรับเรื่องนี้
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอํานวย คลังผา เสร็จแล้วก็คุณสมเกียรติ แล้วก็คุณพิเชษฐ์ สลับกันอย่างนี้ครับ เชิญคุณอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติครูทั้ง ๓ ฉบับขึ้นในวันนี้ ก่อนอื่นผมก็อยากแสดง ความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตว่าในการศึกษาในอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตนั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการได้กําหนดกรอบในเรื่องของหน้าที่และศีลธรรม มีอยู่ในหลักสูตร การเรียนการสอน แต่ในขณะนี้หายไปไหนหมดเลย นี่คือข้อสังเกตประการแรก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีตนั้นเรื่องครูเมื่อก่อนนี้ขึ้นอยู่กับสภาจังหวัด หรือในปัจจุบัน ก็เรียก อบจ. ก็ย้อนกลับมาอย่างเดิมอีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีตนั้นการศึกษา ของเรา ๔ ๖ ๒ จบ ป. ๔ แล้วก็มาถึง ม. ๖ แล้วก็มาถึง ม. ๗ ม. ๘ ต่อมาก็มี ๗ ๓ ๒ ต่อมาก็เป็น ๖ ๓ ๓ ก็เปลี่ยนอย่างนี้มาตลอด เพราะฉะนั้นก็อยากจะสะท้อนมุมมองถึง เรื่องการศึกษาและระบบเขต ซึ่งในอดีตนั้นเขตการศึกษามีการประถมศึกษา ระดับอําเภอ ทําให้ข้าราชการครูนั้นสามารถที่จะกํากับและดูแลในเรื่องของการเรียน การสอนได้อย่างทั่วถึง ทําให้การศึกษามีประสิทธิภาพ พอตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ การศึกษานั้น เป็นระบบเขต ยกตัวอย่างว่าในเขตจังหวัดลพบุรีมี ๒ เขตด้วยกัน เขตที่ ๑ นั้นมีแค่ ๔ อําเภอ แต่เขต ๒ ถึง ๗ อําเภอด้วยกัน เขตระยะทางห่างเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น การติดต่อในเรื่องของเขตการศึกษานั้นด้วยความยากลําบากของคณะครูบาอาจารย์ ที่จะไปติดต่อกับหน่วยงานนั้น ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อํานวยการเขตการศึกษา อยู่ห่างถึง ๑๐๐ กิโลเมตร มีรองเป็น ๑๐ คนแต่ละเขต เพราะฉะนั้นการที่ผมและคณะได้ยื่น ได้แก้พระราชบัญญัติครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมานั้นก็นับว่าจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการที่จะกลับมาสู่ระบบเดิม เพราะจะเป็นการอํานวยความสะดวกให้กับ คณะครูต่าง ๆ และนักเรียนในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพ ซึ่งในขณะนี้ผมได้สังเกตเฝ้ำดู ว่าโรงเรียนราษฎร์มีความเจริญงอกงามมาก แต่โรงเรียนรัฐบาลของเรานับวันจะปิดลง ๆ อยู่ตลอด นี่คือความจริงครับท่านประธาน ฝากถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าในขณะนี้โรงเรียนราษฎร์มีความเจริญรุ่งเรือง แต่โรงเรียนรัฐบาล อยู่ติดกับโรงเรียนราษฎร์นับวันจะปิ ดลงเลย เด็กก็ไม่มีจะเรียน เพราะเนื่องจาก เด็กอ่านหนังสือไม่ออก แต่โรงเรียนราษฎร์เด็กกลับอ่านหนังสือออก ตรงนี้ทําให้เด็ก โรงเรียนรัฐบาลนับวันจะปิดลงอยู่ในขณะนี้ ท่านอาจจะมีตัวเลขว่าโรงเรียนในขณะนี้ โรงเรียนรัฐบาลในพื้นที่ชนบทตัวเลขลดลงมากน่าใจหาย ในอนาคตหากเป็นอย่างนี้แล้ว ภายใน ๑๐ ปีผมเชื่อเหลือเกินว่าโรงเรียนในต่างจังหวัด ต่างตําบล ที่มีพื้นที่ทุรกันดาร จะปิดถึง ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือในอนาคต เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ท่านได้มานั่งฟังท่านสมาชิก ได้มาแสดงความคิดเห็นสะท้อนมุมมองต่าง ๆ ในเขตพื้นที่การศึกษาที่จะมี การปรับเปลี่ยนจากเดิมนั้นเป็นเขตกลับมาสู่ระบบเดิมนั้นว่ามีผลดีอย่างไร เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าผมอยู่ในพื้นที่มาตลอด ด้วยความเป็ นห่วงเป็นใยระบบการศึกษา เพราะน่าเห็นใจโรงเรียนในตัวจังหวัด มีแต่เด็กนักเรียนที่จะวิ่งไปเรียนที่ต่างจังหวัด เราจะทําอย่างไรที่จะให้สถานศึกษา ระดับอําเภอ ระดับตําบล ระดับหมู่บ้ำนของเราเป็ นสถาบันการศึกษา ที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาขาดแคลนของครูนั้น ก็อยากจะฝากท่านประธานกํากับการดูแลว่าพื้นที่ใดครูขาด ก็อยากจะให้ท่านไปเพิ่มเติม ให้เต็ม เพราะฉะนั้นเด็กในพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะเสียโอกาส หรือบางคนที่ไปช่วยราชการ ก็อยากจะให้ท่านได้ย้ายให้เด็ดขาดไปเลย พื้นที่ตรงนั้นจะได้มีครูว่างและจะได้ไปเติม ให้เต็ม ในขณะนี้มีครูหลายคนที่อยากจะย้ายพื้นที่กลับภูมิลําเนาเดิม ก็อยากจะให้ ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้นําในเรื่องการโยกย้ายครู เปิดเถอะครับ เปิดให้เขาเขียนย้ายให้เต็มที่เลย ใครอยากจะไปอยู่ตรงไหนไปอยู่ที่เดิม อยู่ที่ไหน เปิด คนไหนอยากจะกลับภูมิลําเนาเดิม ท่านทําเถอะครับ ผมว่าเป็นโอกาสดีของครูที่จะได้มีกําลังใจในการเรียนการสอน ไม่ต้องเดินทางไกล เขาอยากจะอยู่กับครอบครัวเขา ไม่ว่าเขามีสามีอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ในจังหวัดขอให้ย้าย ได้เลย ตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับครู และอีกส่วนหนึ่งมันจะสะท้อนถึงเด็กนักเรียน ที่จะได้รับความรู้จากครูในพื้นที่ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเดินทางวันจันทร์มาสาย วันศุกร์ กลับบ่ายอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการศึกษา เพื่อที่จะได้ ให้การศึกษานั้นมีคุณภาพที่ดีขึ้น เป็นห่วงเป็นใยเด็กในชนบทครับ เด็กในตัวเมือง ผมไม่ค่อยห่วง แต่ในขณะนี้ผมเป็นห่วงเรื่องเด็กในชนบท
และประการสุดท้าย ในเรื่องการเดินทางของเด็กนักเรียนที่มีการยุบ มีการลดต่าง ๆ ก็ต้องไปเรียนโรงเรียนห่างไกล แต่ยังขาดงบประมาณ ท่านประธานครับ ก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้สอดส่องดูแลในเรื่องของเด็กที่เดินทางไปเรียน โรงเรียนอีกโรงเรียนที่ห่างไกล เรื่องค่าพาหนะ และเรื่องนม เรื่องอาหารการกินของ เด็กนักเรียนฝากท่านประธานผ่านถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการให้สอดส่องดูแลว่าอาหารเด็ก อย่าให้ขาด และครูอีกส่วนหนึ่งช่วยดูแลในส่วนนี้ ผมคิดว่าหากว่าแก้ทั้งหมดตามที่ผมนําเสนอ คุณภาพการศึกษาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ
ต่อไปอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ๕ นาที
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสนับสนุน แนวทางของรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกทุกพรรคที่จะทําการศึกษาของชาติให้ดีกว่าเดิม โดยไม่ได้มุ่งหวังเฉพาะการเติบใหญ่ของระบบราชการและผู้บริหารครู ผมอยากจะพูดถึง ปรากฏการณ์ ๔ ด้านที่จะเกิดขึ้นที่เป็นผลกระทบของกฎหมายฉบับนี้ แรกทีเดียว ปรากฏการณ์เรื่องการแตกตัวของระบบการศึกษา ตอนนี้อาชีวศึกษาออกไปจากพื้นฐาน แล้วไม่ยอมมารวมด้วย ไปดีแล้วอาชีวศึกษา สช. ไปแล้ว เอกชนไปแล้ว กศน. ไปแล้ว กรมสามัญศึกษากําลังจะไปแต่ไปครึ่งเดียว ยังอยู่ใน สพฐ. ประเด็นนี้จะเกิดการลี้ภัย ครั้งใหม่ ผมขออนุญาตใช้คําว่า ลี้ภัยครั้งใหม่ทางการศึกษา อีกครั้งหนึ่ง เมื่อตอนที่ผมไป บรรยายช่วงเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยให้แก่ครูมัธยมศึกษาร่วมเคลื่อนไหวกับเขา ผมได้เสนอ บทความเรื่องการลี้ภัยครั้งใหญ่ของครูแตกตัวออกจากระบบการศึกษา ข้อถกเถียงที่ ๑ ก็คือว่าสภาแห่งนี้จะยินยอมให้มัธยมศึกษาแตกตัวไปพ้นจาก สพฐ. หรือไม่ เพราะมันจะเป็น การเรียกร้องขั้นที่ ๒ ของครูมัธยมศึกษา และอันที่ ๒ เขาต้องยึดกุม ๗๖ เขตพื้นที่ การศึกษาตามข้อเรียกร้องเดิม เพราะว่าสภาต้องพิจารณาข้อเรียกร้องที่ ๒ ของเขาว่าเขา เข้ามากรรมาธิการเขามี ๑๖ คน ๑๖ คนที่จะเข้ามาในนี้เขาเสนอโดยประชาชน เพราะฉะนั้นเวลาเขาโหวตมาโหวตไป ๗๖ จังหวัดเลย ๗๖ เขตมันก็จะเข้าปรากฏการณ์ ที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานพูดถึงงบประมาณทางการศึกษาตอนที่ แตกตัวนะครับ ตอน สพฐ. ตั้งปีแรกใช้งบประมาณไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พอมาปีนี้ สพฐ. ปีเดียวกันใช้งบประมาณไป ๒๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ภายใน ๗ ปีงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเป็นรายจ่ายทางการศึกษาที่แพงมาก แพงจริง ๆ แล้วก็ คุณภาพการศึกษาท่านรายงานมาครูมัธยมศึกษาบอกว่า ในหน้า ๖๘ ตกตํ่าทุกด้านเลย ตั้งแต่อยู่กับ สพฐ. แล้วข้อถกเถียงที่จะต้องย้อนไปถึงครูมัธยมศึกษาเพื่อนของเราทั้งหมด รวมทั้งผู้ชี้แจงที่เป็นผู้อํานวยการโรงเรียนแน่จริงมาทําสัญญากันไหมว่าคุณภาพจะดีขึ้น อันนี้ต้องท้าทายกันเลย เพราะเคลื่อนไหวมาด้วยกัน แล้วแตกตัวไปเป็น ๗๖ เขตจะต้องใช้ งบประมาณอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อกี้บอกว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นทันทีเลย งบประมาณอันนี้จึงเป็นต้นทุนทางการศึกษา ที่เราในฐานะนักการศึกษาแพงพอ ๆ กับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย และตอนนี้ อาจจะนําหน้าประเทศญี่ปุ่นไปแล้วด้วยซํ้าไป แต่คุณภาพตกตํ่าสุดขีด ท่านประธานครับ ผมจะพูดอีกนิดเดียวเท่านั้นเองว่า ปรากฏการณ์ที่ ๓ ผมต้อง เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานไปว่าเรากําลังออกกฎหมาย ใหญ่มาก เพื่อไปแก้โรงเรียนเพียง ๓,๒๖๖ โรงเท่านั้นนะครับ ๓,๒๖๖ โรงนี้ถึงขั้น มีพระราชบัญญัติ และไปแก้ไขปัญหาของพวกเขา พอไปแก้ปัญหาของพวกเขานี่ ทิ้งโรงเรียนประถมศึกษาไว้ ๒,๙๐๐ โรง คําถามของผมก็คือว่าโรงเรียนประถมศึกษาที่ สพฐ. เปิดมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายบางแห่งนี่มีถึง ๗,๐๕๘ แห่ง แล้วจะมาใช้ชื่อว่าเขตประถมศึกษา เขตประถมศึกษาแล้วเปิดมัธยมศึกษาได้อย่างไร นี่เป็นความวิปริตทางการศึกษา ก็บอกว่าแยกมัธยมศึกษาออกไป แต่มัธยมศึกษาไปเปิด ม. ต้น ม. ปลายอีก ผมจึงเสนอว่าที่เราแยกออกไปนี่สอนเฉพาะ ม. ปลาย ม. ต้น เอาไว้พื้นฐานหมด ไม่อย่างนั้นเราจะต้องออกกฎหมายเอาใจโรงเรียน ๓,๒๖๖ โรง ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสไปแล้ว ๗,๐๕๘ โรง ๓ เท่าของโรงเรียน มัธยมศึกษาที่เราจะออกกฎหมายช่วยเขา ผมจึงคิดว่าเป็ นข้อถกเถียงใหม่ ในชั้นกรรมาธิการ ท่านประธานครับ สั้น ๆ จริง ๆ ครับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่เข้ามาโดยมิชอบ และเป็นองค์กรกินครู แล้วโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ของประเทศกินแป๊ ะเจี๊ยะ ประชาชน ๒ องค์กรนี้ก่อกรรมทําเข็ญแก่ประชาชนและก่อกรรมครู ผมคิดว่ากฎหมาย ฉบับนี้ต้องมีมาตรการป้ องกัน ไม่ใช่ถึงเวลาเราก็มาพูดแต่แป๊ ะเจี๊ยะ แล้วก็เรื่อง อ.ก.ค.ศ. กินครูโดยตลอด ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ครูด้วยกัน ต่อไป ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมจะพูดตั้งแต่เมื่อตอนต้นการประชุมนะครับ บังเอิญว่า ไปนั่งอยู่ใกล้ดาวสภา ท่านประธานไม่ชี้เลยนะครับ ก็เป็นโอกาสดีที่มีโอกาสได้พูดนะครับ ว่าที่ท่านประธานได้อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ว่า ร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังพูดกัน อยู่นี้ไม่ได้เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน แต่ผมเห็นและนั่งฟังสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายว่าน่าจะเกี่ยวด้วยการเงิน เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าผ่านไป ท่านผู้ชี้แจงก็บอกว่าใช้เงินไม่มาก เอาตรงโน้นตรงนี้มาใส่ ผมถามว่าท่านใช้ความรู้สึก ของท่านเองหรือเปล่า เดี๋ยวอาจารย์ที่อยู่โรงเรียนมัธยมศึกษาเขาจะเดือดร้อนเอา การก่อตั้ง หรือการสร้างใหม่จําเป็นต้องใช้งบทั้งนั้นครับ อย่างไรแล้วสํานักงานซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดนั้น อย่างไรก็ต้องใช้จ่าย ถ้าเกิดท่านเขียนลงไปในพระราชบัญญัติเกี่ยวกับสํานักงาน เกี่ยวกับ ตําแหน่ง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มันก็จะทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สมบูรณ์ แล้วก็เกิดประสิทธิภาพมันก็จะเกิดข้อเปรียบเทียบกับของเดิม ของเดิมตั้งแต่สมัยท่านปองพล อดิเรกสาร พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเป็น ๑๗๕ เขต พอสมัย ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็เพิ่มเป็น ๑๘๕ เขต ดังนั้นของมัธยมศึกษาอาจจะ ไม่เท่ากับของประถมศึกษา เพราะว่าจํานวนมีน้อยกว่า แต่ผมคิดว่า ๔๑ เขตนั้นไม่พอ อย่างน้อยขอจังหวัดละเขต เพราะว่าท่านบอกว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนจังหวัดเล็กไม่เอา ไม่ให้ ต้องให้เขาเดินทางมาที่เขตการศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่นี่ก็ลําบาก อย่างไรแล้ว อย่างน้อยให้มีจังหวัดละ ๑ เขต เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ผมก็ฝากไว้เท่านี้ อย่างน้อยท่านก็ต้องเพิ่มตําแหน่ง ซี ๙ ใช่ไหมครับ ถ้าประจําจังหวัดก็ต้องมี ซี ๙ ซี ๑๐ ขึ้นมาอีก แล้วไหนบอกว่าจะไม่ใช้เงินงบประมาณ อันนี้ผมอยากจะให้ท่านอย่าใช้ ความรู้สึกส่วนตัว สภานี่โดยความเห็นของผม พร้อมที่จะให้ท่านมีสํานักงานแล้วก็ ตั้งงบประมาณสําหรับสํานักงาน เพราะว่ามัธยมศึกษาก็สําคัญเท่ากับประถมศึกษา แล้วก็สําคัญเท่ากับมหาวิทยาลัย ดังนั้นผมเห็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สร้างตึก ๘ ชั้น ๑๐ ชั้น กว้างขวางใหญ่โต แต่ว่าโรงเรียน มัธยมศึกษารู้สึกว่าลดน้อยด้อยค่า ยิ่งประถมศึกษาถ้ามีนักเรียนน้อยก็ยิ่งจะลําบาก ไม่ค่อยได้รับความรู้ ฝากท่านผู้ชี้แจงถ้าเกิดว่าเป็นกรรมาธิการก็ช่วยต่อสู้ให้พรรคพวกด้วย ผมยินดีให้การสนับสนุนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิพนธ์ บุญญามณี
ขออนุญาตค่ะท่านประธาน
มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะคะ ด้วยความเคารพ เนื่องจากสิ่งที่ทุกท่านได้อภิปรายก็เป็ นประโยชน์ แล้ วก็มี ความหลากหลายอย่างมาก แล้วก็การศึกษาเป็นเรื่องสําคัญ แต่ว่าเนื่องจากดิฉันดูเวลา ไม่ทราบว่ายังมีผู้อภิปรายจํานวนมากน้อยเพียงใด
เหลืออีก ๘ ท่านครับ
อีก ๘ ท่านนะคะ
ถ้าท่านลดเวลาสักหน่อย ก็จะดี
เนื่องจากตอนนี้มีเพื่อนครู ผู้บริหาร ที่รอฟังอยู่ข้างล่าง ก็เกรงว่าถ้าไม่สามารถลงมติได้ในวันนี้ก็จะทําให้กฎหมายนี้ ช้าออกไปอีก
ผมสู้อุตส่าห์มานั่ง เพราะว่าต้องการขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนสมาชิก
ตอนนี้ได้ประสานกับทางฝ่ายค้าน แล้วค่ะ ก็ขออนุญาตเสนอปิดการอภิปรายเพื่อลงมติค่ะ
ท่านอภิปรายแล้ว ท่านเสนอปิดไม่ได้ครับ
ท่านประธานครับ
เชิญคุณสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมคิดว่าขณะนี้ทุกท่านก็อภิปรายสอดคล้องกันครับ ทั้งฝ่ำยรัฐบาลแล้วก็ฝ่ำยค้าน เรามีความคิดเห็นตรงกันว่าพระราชบัญญัตินี้เห็นควรจะขับเคลื่อนต่อไปครับ ผมขอเสนอ ปิดการอภิปรายเพื่อลงมติครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
คุณอภิปรายตั้งเยอะแยะ แล้วก็มาเสนอปิด คุณสุวโรช
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอปิดอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ขอบคุณครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ท่านสุวโรชนิดหนึ่ง เนื่องจากกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสําคัญ ผมมีความจําเป็นที่จะต้อง อภิปรายในการที่จะซักถามหลายเรื่อง แต่ถ้าท่านเสนอปิด ผมก็ขอเสนอเปิดแล้วกัน
ท่านเสนอเปิ ด ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ
ทีนี้ผมจะขอใช้สิทธิในการอภิปราย เพื่อเหตุผลสนับสนุนในการเปิดได้ไหมครับ
ผมให้สักสองสามนาที
ให้ผมก่อนหรือให้ท่านสุวโรชครับ
คุณสุวโรชก่อนก็ได้ครับ
ท่านประธานครับ ผม สุวโรช พะลัง พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานนิดเดียวครับ ด้วยความเคารพท่านสมาชิกที่ขอเสนอเปิด ขอถามว่าเหลืออีกประมาณสักกี่คนอย่างนี้ ได้ไหมครับ ผมไม่ขัดข้อง ผมขอถอนครับ
ทั้งหมด ๘ คน
ลดลงมาหน่อยได้ไหมครับ
ผมไม่ทราบครับ ก็คงจะ ลดไม่ได้กระมังครับ ก็เมื่อเสนอเปิด เสนอปิด แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้องก็ดําเนินการไป
ถ้าอย่างนั้นเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิก ก็โอเคถ้าอย่างนั้นผมขอถอนครับ
ขอถอนหรือ
ครับ
ท่านเจริญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เมื่อท่านสุวโรชขอถอน ผมก็ไม่ขัดข้อง ส่วนจะเหลือท่านอภิปรายผมคิดว่าเหลือไม่เยอะ เหลืออยู่เจ็ดแปดท่านเอง
ก็เอาข้างละ ๒ ท่าน ได้ไหมครับ คัดกะทิ ๆ
อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานครับ เหลืออยู่ ๘ ท่านนี่นะครับ ท่านหนึ่งก็ไม่เกิน ๑๐ นาที มันก็น่าจะเสร็จนะครับ หรือจะเหลือ คนละ ๕ นาทีเหมือนกับอภิปรายงบประมาณ
ครับ ถ้าอย่างนั้นก็เอา คนละ ๕ นาที
ก็แล้วแต่ที่ประชุมนะครับ ท่านประธาน ก็หารือที่ประชุม แต่ผมคาดว่าเหลืออีกประมาณไม่เกิน ๑๐ ท่าน
ขอที่ประชุมท่านละ ๕ นาทีได้ไหมครับ ท่านวิทยา วิปฝ่ายค้านครับ มีความเห็นอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ เอาอย่างนี้ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ในฝ่ายค้านเองก็คาดว่าเหลือไม่เกิน ๒ คนเท่านั้นเองนะครับ แล้วก็มีผมท่านหนึ่ง แล้วก็เดี๋ยวมีสมาชิกอีกท่านหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนฝ่ายรัฐบาลจะกี่ท่านก็แล้วแต่
ครับ ก็ให้ฝ่ายนี้ ๒ ท่าน ได้หมด ฝ่ายนี้ผมขอร้องไม่ให้อภิปรายนะครับขอความกรุณา ฝ่ายทางนี้ไม่อภิปราย ยกสิทธิให้ฝ่ายนี้นะครับ เชิญคุณเจริญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมเอง มีความประสงค์และมีความตั้งใจปรารถนาที่จะอภิปรายในเชิงขอเรียนถามทางผู้ที่เสนอ กฎหมายฉบับนี้ในสามสี่ห้าประเด็นนะครับ จะไม่อภิปรายในเรื่องของความเห็นในเชิง สนับสนุน แต่จะไม่ได้คัดค้านถ้าหากว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ก่อเกิดประโยชน์ที่แท้จริง ฉะนั้นการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ก่อเกิดประโยชน์ที่แท้จริงนั้น ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็ขอใช้สิทธินี้ในการอภิปรายซักถามทางผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ ให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการตัดสินใจเพื่อที่จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ในการที่จะแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ซึ่งดูจากเหตุผลในการประกอบร่างกฎหมายแล้ว ในเชิงการบริหารงาน ของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งทางผู้เสนอกฎหมายนี้ต้องการแก้ไขปัญหา แล้วก็เพื่อที่จะให้ ปัญหาของการบริหารนั้นสัมฤทธิผล มีประสิทธิภาพ ก่อเกิดประโยชน์ในการบริหาร การจัดการนั้น แต่ในส่วนการบริหารนั้นในเชิงบริหารผมมองได้อยู่ ๓ อย่าง ท่านประธาน ที่เคารพครับ อย่างแรกก็คือการบริหารงานบุคคล ในเรื่องที่ ๒ ก็คือการบริหารในเรื่องของ งบประมาณ ในเรื่องที่ ๓ ก็คือการบริหารทางการศึกษา ผมได้ฟังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ผู้เสนอหลายท่าน เปรียบเสมือนหนึ่งว่าในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นั้น จะเป็นงานในการแก้ไขกฎหมายในเชิงบริหารงานบุคคล หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นการบริหาร ในเชิงบริหารงบประมาณ แต่ในการบริหารทางการศึกษานั้นท่านไม่เคยได้พูดให้สภาแห่งนี้ ได้เข้าใจเลยว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ประชาชนได้อะไรบ้าง อันที่สอง มันก็เกิด คําถามต่อมาว่าถ้าแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้วนักเรียนจะได้อะไรบ้าง แล้วอันสุดท้าย สิ่งซึ่งเราได้พิจารณาพิเคราะห์ก็คือว่าเมื่อท่านแก้ไขกฎหมายนี้แล้วครูได้อะไรบ้าง ท่านไม่เคย อธิบายให้เกิดความชัดเจน แต่เท่าที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ที่เสนอกฎหมาย ฉบับนี้นั้นโดยมากจะเน้นในงานของงานบริหารด้านบุคคล ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น ผมเห็นด้วยอย่างที่ท่านสุนัยได้พูด ตั้งแต่เริ่มต้นมีการบริหารมานั้นมันมีปัญหาอุปสรรค อย่างไร แต่ปัญหาที่แท้จริงนั้นมันเกิดปัญหาระหว่างองค์กรครูสามัญหรือครูประถมศึกษา หรือไม่ อย่างไร ท่านต้องบอกกับสภานี้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เอาความขัดแย้ง ความเห็นแตกต่างกัน การบริหารบุคคลที่ไม่สามารถเข้าในกระบวนการร่วมกันได้ และนํามาสู่ในการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ต่อสภา ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงสงสัยว่าในเชิง การบริหารทางด้านการศึกษาของเรานั้นมันผิดพลาดใช่ไหม มันบกพร่องใช่ไหม มันก่อให้เกิด การศึกษาของเราไร้ประสิทธิภาพ ไร้ทิศทางใช่ไหม การบริหารในเรื่องของงบประมาณนั้น ไม่สอดคล้องกับการบริหารทางด้านการศึกษาใช่หรือไม่ หรือเป็นเพราะปัญหาระหว่าง ครูประถมศึกษากับครูมัธยมศึกษาที่มีความขัดแย้งกัน ท่านจึงนําไปสู่ในการขอแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้ ๒ องค์กรนี้ขัดแย้งกัน ปัญหาเหล่านี้ ท่านต้องตอบให้กับทางพวกผมในฐานะซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าใจว่า แท้จริงในการเสนอกฎหมายนี้มันคืออะไร จริงอยู่ผมเองมองว่าถ้าเสนอกฎหมายนี้แล้ว ใน ๓ ส่วนได้ประโยชน์ผมไม่คัดค้านเลย แต่ในฐานะท่านเป็นผู้บริหารและในฐานะซึ่งท่าน เสนอกฎหมายต่อสภาแห่งนี้ท่านไม่ได้อธิบายเลยว่าเมื่อแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้ว ท่านเพียงแต่ให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของทางการศึกษาจะมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด คําว่า สูงสุด คืออะไร ใครได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ แท้ที่จริงมันคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งซึ่งเราอยากจะเห็นในการแก้ไข กฎหมายที่สัมฤทธิผลจริง ๆ นั้นเอาความจริงมาพูดกันในสภาแห่งนี้ ปัญหาหนึ่งซึ่งผม ในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรมาจากบ้านนอกเหมือนกับท่านประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พบปะกับพวกคณะครูบาอาจารย์และครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษาก็ได้เล่า ให้ผมฟังว่า ท่านประธานเคยเชิญเขามาที่สภาแห่งนี้เขาบอกว่าให้ฝากขอบคุณ ท่านประธานด้วยว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเขาได้พบได้เห็นได้มีโอกาสได้สัมผัส ผมก็เลยสอบถามว่า สิ่งจริง ๆ ซึ่งกฎหมายจะเข้าสู่สภาในวันพุธนี้คือวันนี้ ท่านประธานจริง ๆ มันคืออะไร เขาบอกว่าใน ๒ องค์กรระหว่างครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษา การที่จะเข้ามาอยู่รวมกันได้ มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมของ ๒ องค์กรเป็นสิ่งซึ่งยากลําบาก แล้วเขาก็อยากแยก ออกไปให้ชัดเจนว่าระหว่างการบริหารครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษา ผมก็เกิดความคิด ท่านประธานครับ อันนี้แก้ไขเพื่อตัวบุคคลใช่ไหม เวลาท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เจ้าของร่างที่เสนอต่อสภาแห่งนี้ท่านดูสิครับในเหตุผลแล้วพอท่านอ่านเสร็จท่านไม่ได้อธิบาย เหตุผลเลยครับในเชิงการบริหารการศึกษาว่าประชาชนได้อะไร
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
ก็ให้ผมอธิบายเหตุผลก่อนครับ ว่าประชาชนได้อะไร แล้วสิ่งซึ่งพวกเราถามอยู่เสมอว่าการศึกษาของเราถ้าท่านได้แก้ไข กฎหมายฉบับนี้การศึกษาของเราจะพัฒนาอย่างไร ผมไม่เห็นมีใครที่จะอธิบายเรื่องนี้ ได้เลย แล้วที่สําคัญท่านประธานก็รู้มันไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณด้วย เมื่อแยกออกไป มันจะต้องมีองค์กรอีกองค์กรหนึ่งแล้วมันก็จะต้องมีค่าใช้จ่าย ผมจึงมีความวิตกกังวลว่า ในขณะนี้ ๑. องค์กรการศึกษาของเราอยู่ที่ท้องถิ่นก็มี องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็บริหาร อีกแบบหนึ่ง การจัดการก็อีกรูปแบบหนึ่ง ขณะนี้เราใช้เขตการศึกษาเป็นตัวกําหนด ท่านเห็นไหมครับวันนี้จะแยกออกอีกแล้วว่าเป็นกลุ่มมัธยมศึกษาและกลุ่มประถมศึกษา ฉะนั้นในจุดมุ่งหมายทางการศึกษาของพวกเราแล้วจริง ๆ ท่านลองฝากท่านประธานถาม ท่านรัฐมนตรีท่านจะเอาแบบไหน อย่างไร รูปแบบให้มันชัดเจน ท่านอย่ามาเสนอกฎหมาย เพื่อที่จะเอาอกเอาใจคนบางกลุ่ม ไม่ใช่ เรากําลังแก้ไขปัญหาของชาติ เรากําลังแก้ไข ในเรื่องการศึกษาของชาติ เราไม่ใช่แก้ไขปัญหาตัวบุคคล ถ้าแก้ไขปัญหาคณะบุคคล ตัวบุคคลไม่มีความจําเป็นจะต้องมาเสนอกฎหมายด้วยซํ้าไป เป็นเพียงแต่ฝ่ายการเมือง ท่านจะต้องไปบริหารการจัดการของท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ขัดข้อง ที่ผมลุกขึ้นมาในการที่จะแก้ไข แต่ผมถามว่าถ้าแก้ไขในสิ่งที่ดีขึ้นมันสมควรแก้ไข แต่ถ้าแก้ไขแล้วท่านต้องอธิบายให้ได้อย่างที่ผมได้กราบเรียนถามท่านประธาน ไปที่รัฐบาลว่า จริง ๆ แล้วท่านต้องการอะไร อย่างไร ก่อนที่จะตัดสินใจในการที่จะลงมติ ในครั้งนี้นะครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เกินไป เกือบ ๒ นาทีครึ่งครับ ไม่เป็นไร ต่อไปคุณเรวัต สิรินุกุล ครับเห็นส่งซิกแนล (Signal) มาตั้งหลายที ทําใบ้มาตั้งหลายครั้ง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณ ท่านประธานมาก กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ความจริงผมก็ตั้งใจจะพูดเล็กน้อย แล้วก็เห็นด้วยกับท่านเจริญที่พูดไปนั่นเป็นความจริง ทั้งหมด คําตอบก็คือต้องรอคําตอบจากท่านรัฐมนตรีโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ รัฐบาลได้เสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อการศึกษาอยู่ ๓ ฉบับ รวมทั้งท่านสมาชิกหลายพรรค เกือบทุกพรรคละครับ สาระสําคัญที่แท้จริงก็คือว่า การแก้ไขเพื่อให้แยกกรมสามัญศึกษากับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สปช. สํานักการประถมศึกษาแห่งชาติแค่นั้นเอง ทีนี้ผมก็มาดูว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นที่ใช้มา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มันเป็นอย่างไร แก้มาแล้ว ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ก็ปรากฏว่า ตามหนังสือเล่มนี้ ท่านประธานครับ เอกสารของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เขาเขียนไว้ดีมาก การศึกษาที่ผ่านมาแก้มาหลายฉบับไม่ประสบผลสําเร็จ มีปัญหามาก ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านเพราะตรงนี้เป็นประโยชน์ ท่านประธานดูไปก็ได้ หน้า ๑๐๘ นะครับ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เรื่อง รายงานภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ การศึกษากับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ผลการศึกษาปรากฏว่า การเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทย และสถานะของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจโลก การจัดการศึกษาให้ประชากรไม่ทั่วถึงและคุณภาพโดยเฉลี่ยตํ่าคือปัจจัยสําคัญที่ทําให้ การพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเมืองไทยมีปัญหา อันนี้เขียนไว้ดีครับ ตรงนี้ถ้าหากว่า ไม่มีปัญหาอย่างไร ท่านรัฐมนตรีก็ตอบได้นะครับ
แล้วมาอีกข้อหนึ่งครับ ในหน้า ๑๐๙ ท่านประธานครับ เด็กที่เข้าเรียน ป. ๑ ตอนปี ๒๕๔๐ จนถึง ม. ๖ แล้วก็ ปวช. ๓ ในปี ๒๕๐๑ เพียงร้ อยละ ๔๗.๒ คือออกกลางคันไปกว่าครึ่งหนึ่ง คิดเป็นจํานวนถึง ๕.๒ แสนคน ท่านประธานครับ ๕๒๐,๐๐๐ คน ลาออกครับอย่างนี้เป็นต้น ไม่ประสบผลสําเร็จครับท่านประธาน ทีนี้มาถึงที่น่าห่วงวิชาภาษาไทยที่อยู่ในเกณฑ์ตํ่ามาก ไม่ว่าจะดูจากการอ่านออกเขียนได้ การสอบในประเทศ หรือการทดสอบโดยกลุ่มประเทศโออีซีดี (OECD) วิชานี้เป็นพื้นฐาน ที่จะไปเข้าใจในวิชาอื่น ๆ ถ้าวิชาภาษาไทยอ่อน วิชาอื่นก็อ่อนตามไปด้วย
อีกข้อหนึ่งครับท่านประธาน การศึกษากับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ท่านประธานครับ การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างไม่สมดุล ไม่เป็นธรรม คนจน ผู้มีรายได้น้อย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายมีโอกาสได้รับการศึกษาและพัฒนาตนเองได้น้อย ท่านประธานดูนะครับ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี เพื่อช่วยออกค่าใช้จ่าย ๕ อย่าง สําหรับทุกคน ไม่ได้ช่วยคนจนได้แท้จริง ไม่ได้แก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน ต้องมีทุน ช่วยเหลือค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทางให้คนจนด้วย จะต้องพัฒนาครูและระบบโรงเรียน ให้ช่วยป้ องกัน แก้ปัญหาเด็กที่มีแนวโน้มจะลาออกกลางคันให้ด้วย
ท่านประธานดูนะครับข้อสุดท้าย ให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนทั้งประเทศ ตระหนักถึงความสําคัญของปัญหาว่า ถ้าปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพทั้งประเทศไม่ได้ ประเทศไทยจะล้าหลัง ตกตํ่า ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูป เศรษฐกิจ สังคมอย่างเอางานเอาการ จึงจะแก้ปัญหาวิกฤติและพัฒนาประเทศได้อย่าง มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและยั่งยืนอย่างแท้จริง นี่ครับเขาเขียนไว้ดีแล้วบอกว่าแท้จริง เมื่อกี้ท่านเจริญบอกว่าจะให้ไปช่วยอะไร แล้วพี่น้องประชาชนได้อะไร ได้อะไรครับ นี่ต้องให้ประชาชนช่วย ถ้าไม่ช่วยแล้วจะไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นแก้ไขแล้ว ท่านประธานครับ ผมก็มีคําถามเหมือนกัน แก้ไขแล้วการศึกษาของชาติจะดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร ประชาชนต้องช่วยตัวเองแล้ว แล้วต้องช่วยชาติแล้วจะทําอย่างไร การศึกษา จะดีขึ้นอย่างไร เป็นคําถามที่ผมอยากทราบ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านสุดท้ายครับ ท่านวิเชียร ขาวขํา ไม่อยู่ เมื่อไม่อยู่ก็ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญ ท่านไม่พูดก็ถือว่าจบการอภิปรายนะครับ จบการอภิปราย ต่อไปผมจะถามที่ประชุม ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับนี้ แต่ก่อนที่จะลงมติผมขอสอบองค์ประชุมก่อนครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุม อยู่ที่ไหนก็ตามนะครับรีบมาเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกเมื่อท่านนั่งลงประจําที่แล้วโปรดกรุณาเสียบบัตรแสดง ตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตน ทุกท่านแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ แสดงว่าทุกท่าน ได้เสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอให้ท่านสมาชิกได้ลงมตินะครับ คือเราจะรวมรับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับเลยทีเดียวหรือว่าลงมติเป็นรายฉบับ รวมนะครับ ผมปรึกษาที่ประชุมเห็นว่าควรรวมทั้ง ๗ ฉบับ ผมจะถามเลย ท่านผู้ใดเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง คือเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ เข้าใจแล้วนะครับ โปรดใช้สิทธิทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่าน ใช้สิทธิแล้ว งดการใช้สิทธิ โปรดส่งผล มีผู้เข้าประชุม ๓๗๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ก็ถือว่า ทุกท่านในจํานวน ๓๕๙ ท่าน เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับ
เมื่อรวมแล้วผมจะถามว่าเอาพระราชบัญญัติฉบับไหนเป็ นหลัก ตั้งคณะกรรมาธิการก่อน ผมเผลอ ท่านผ่องศรีเสนอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นชุดเดียวกันนะคะ โดยให้มีคณะกรรมาธิการ จํานวน ๔๘ คน มาจากสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ภาคประชาชน ๑๖ ท่าน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๗ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
เสนอฉบับแรกก่อน เสนอรวมไม่ได้หรอก แล้วก็คอยเสนอว่าเอาคณะกรรมาธิการชุดนั้นหรือคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ เสนอใหม่ อนุญาต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในจํานวนกรรมาธิการทั้งหมด ๔๘ คน ซึ่งประกอบด้วยสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๕ คน ภาคประชาชน ๑๖ คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เดี๋ยว ๆ เอาอย่างนี้ก่อน ๔๘ คนนี้ ท่านให้คนรับรองก่อนสิครับ
ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
๔๘ ท่านนะครับ มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ รับรอง ๔๘ ท่านนะครับ เสนอเลย ผมจะบอกเองครับ คือใน ๔๘ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน จากประชาชนผู้เสนอ ๑๖ ท่านนะครับ พรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ ๑ ท่าน เชิญเสนอ ๑๖ ท่าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เดี๋ยวครับผมลืม คณะรัฐมนตรีก่อน ลืม เห็นน้อยก็เลยต้องการมาก ๆ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ๑. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒. นายเสน่ห์ ขาวโต ๓. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ๔. นายกิตติรัตน์ มังคละคีรี ๕. นายประเสริฐ งามพันธุ์ ครับ
ท่านอาจารย์ต่อไป ทางประชาชน ๑๖ ท่าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายลัดทา ชนะภัย ผู้เสนอร่างกฎหมายในส่วนของ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในซีกของภาคประชาชน ๑๖ รายชื่อ ดังนี้ครับ ๑. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๒. นายธวัชชัย ข่ายแก้ว ๓. นายสมพงษ์ แคนยุกต์ ๔. นายลัดทา ชนะภัย ๕. นายกมล บุญประเสริฐ ๖. นางสาวศรีพรรณ เวียงทอง ๗. นายสุวัฒน์ อ้นใจกล้า ๘. นายสงบ มณีพรหม ๙. นายจารึก ศรีเลิศ ๑๐. นายกิตติพร อินทะสีดา ๑๑. นายสมพงษ์ มะใบ ๑๒. นายปริญญา โพธิ ๑๓. นายชาตรี ชาปะวัง ๑๔. นายกล้าศักดิ์ จิตต์สงวน ๑๕. นายวัชรินทร์ ศรีบุรินทร์ ๑๖. นายศรีสมบัติ ภูมิเขียว ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ดังนี้ค่ะ ๑. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒. ดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๓. นายสุรชัย ตรีไพบูลย์ ๔. ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ๕. นายขจิตร ชัยนิคม ๖. นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๗. นายพีระเพชร ศิริกุล ๘. นายวิทยา ทรงคํา ๙. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๑๐. นายสถาพร มณีรัตน์ ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒. ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๓. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๔. ดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ๕. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๖. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๗. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ๘. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๙. นายกัมพล สุภาแพ่ง ๑๐. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อํานาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ ๑. นายภิรมย์ พลวิเศษ ๒. ดอกเตอร์สรชาติวิชย สุวรรณพรหม
ขอผู้รับรอง
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่านคือ นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๒. นายนิมุคตาร์ วาบา ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายเจรจา เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคจํานวน ๑ ท่าน คือนายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน คือนางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาราช และพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านคือ นางชนากานต์ ยืนยง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ครบทั้ง ๔๘ ท่านแล้วนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการทบทวน
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๔๘ ท่าน ๑. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒. นายเสน่ห์ ขาวโต ๓. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ๔. นายกิตติรัตน์ มังคละคีรี ๕. นายประเสริฐ งามพันธุ์ ๖. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๗. นายธวัชชัย ข่ายแก้ว ๘. นายสมพงษ์ แคนยุกต์ ๙. นายลัดทา ชนะภัย ๑๐. นายกมล บุญประเสริฐ ๑๑. นางสาวศรีพรรณ เวียงทอง ๑๒. นายสุวัฒน์ อ้นใจกล้า ๑๓. นายสงบ มณีพรหม ๑๔. นายจารึก ศรีเลิศ ๑๕. นายกิตติพร อินทะสีดา ๑๖. นายสมพงษ์ มะใบ ๑๗. นายปริญญา โพธิ ๑๘. นายชาตรี ชาปะวัง ๑๙. นายกล้าศักดิ์ จิตต์สงวน ๒๐. นายวัชรินทร์ ศรีบุรินทร์ ๒๑. นายศรีสมบัติ ภูมิเขียว ๒๒. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๓. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๒๔. นายสุรชัย ตรีไพบูลย์ ๒๕. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒๖. นายขจิตร ชัยนิคม ๒๗. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๒๘. นายพีระเพชร ศิริกุล ๒๙. นายวิทยา ทรงคํา ๓๐. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๓๑. นายสถาพร มณีรัตน์ ๓๒. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๓๓. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ๓๔. นายศุภชัย ศรีหล้า ๓๕. นายอภิชาต การิกาญจน์ ๓๖. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๓๗. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๓๘. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ๓๙. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๔๐. นายกัมพล สุภาแพ่ง ๔๑. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๔๒. ว่าที่พันตรี สรชาติวิชย สุวรรณพรหม ๔๓. นายภิรมย์ พลวิเศษ ๔๔. นายนิมุคตาร์ วาบา ๔๕. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๔๖. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๔๗. นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ และ ๔๘. นางชนากานต์ ยืนยง
มีแก้ไขไหมครับ เชิญ มีอะไร
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย เมื่อกี้สัดส่วนของ พรรคภูมิใจไทย คนที่ ๒ ชื่อดอกเตอร์สรชาติวิชย สุวรรณพรหม นะคะ
ดอกเตอร์อะไรนะ
สรชาติวิชย
วิดไหน วิทย์ หรือว่า วิดไหน
วิชย ค่ะ ขอบคุณค่ะ
อ๋อ วิชย แก้ให้ถูกด้วย ขอบคุณนะครับ คุณอํานวยยกมือมีอะไรเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนจะจบร่างพระราชบัญญัติครูนั้นผมอยากจะเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตท่านประธานไว้ก่อนครับ
ยังครับ ผมยังไม่ได้ถาม อะไรเลยว่าแปรญัตติภายในกี่วันอะไร เอาฉบับไหนเป็นหลักอะไร ยังไม่ได้ถามเลยท่าน
ก็ขอให้ต่อจากนี้นะครับ
เดี๋ยวก็ตกนะครับอันนี้ ผมถามนะครับ เชิญครับคุณผ่องศรี แปรญัตติภายในกี่วัน
ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอให้แปรญัตติตามข้อบังคับ ภายใน ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ
แล้วก็ขออนุญาตเสนอใช้ร่างรัฐบาล เป็นหลักในการพิจารณาค่ะ
ขอผู้รับรอง
ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ เอาร่างรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ต่อไปผมจะถามร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตั้งกรรมาธิการคณะไหน คุณผ่องศรี
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เอาแต่ละฉบับ
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นคณะเดียวกับร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
เอาร่างใครเป็นหลัก
ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก แปรญัตติ ตามข้อบังคับภายใน ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผมขั้นตอนผิดไปแล้วครับ ยังไม่ได้มีมติเรื่องรับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ยังไม่ได้รับ ฉะนั้นผมต้องถามนะครับ ถามที่ประชุม ตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ ทดสอบองค์ประชุมอีกครั้ง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษานี้ทุกคนก็พร้อมใจนะครับ
เข้าใจครับ ทําให้มัน ถูกขั้นตอนของกฎหมาย
คือทุกคนก็ไม่ได้ไปไหนครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าลงคะแนน ลงมติก็คงจะเห็นตัวเลขอยู่แล้วครับ ขอให้ท่าน พิจารณาด้วยนะครับ
ถ้ามันไม่ตามเกณฑ์เดิม ท่านรับผิดชอบไหมครับ อย่าให้ผมต้องตกนรกทั้งเป็นเลยครับ ขอให้มันเรียบร้อย เถอะครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิก เหลืออีก ๒ ร่างครับ รอเข้าอยู่ในห้อง สักเดี๋ยวเดียวก็จบแล้วครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ เหลืออีก ๒ ร่างครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญเข้าห้องประชุมด่วน คือมันยังไม่เรียบร้อยหมดครับ เดี๋ยวได้กลับบ้านแล้วครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เสียบบัตรแสดงตนทุกท่านนะครับ ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ถือว่า แสดงตนเรียบร้อยทุกท่านแล้วนะครับ โปรดส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๗ ฉบับ ท่านผู้ใดรับหลักการคือ เห็นด้วย โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยก็โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง ก็โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิหมด ทุกท่านแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิหมดทุกท่านแล้วงดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้อง ประชุม ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน ก็ถือว่าผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เห็นชอบ
ท่านผ่องศรีจะใช้คณะกรรมาธิการคณะไหน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอให้ใช้ ร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลักในการพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ
และขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดเดียวกับร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ค่ะ
เอาหลักการก่อน ใครเอาร่างพระราชบัญญัติรัฐบาลเป็นหลัก
เมื่อกี้ถามไปแล้วค่ะท่าน
ถามแล้วนะครับ
ดิฉันก็เลยงงด้วยค่ะท่านประธาน
งงทั้งคู่เลย
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันก็ขอเสนอ
เดี๋ยวครับ ผมถามก่อน เหลืออีกร่างพระราชบัญญัติหนึ่ง กรรมาธิการเขาเอา ๔๘ คนเหมือนเดิมแล้ว ถามแล้ว อ๋อ ยังไม่บอก เอาลองบอกใหม่สิครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้เสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักและมีผู้รับรองไปแล้วนะคะ และดิฉันขอเสนอ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับ ที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง แล้วแปรญัตติล่ะครับ
ก็ขอเสนอแปรญัตติตามข้อบังคับ ภายใน ๗ วัน ขอผู้รับรองค่ะ
ก็ถูกต้อง
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่นนะครับ เอกฉันท์จริง
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว งดการใช้สิทธิ ส่งผลคะแนนมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ
คุณผ่องศรี ตั้งคณะกรรมาธิการอย่างไรเสนอเลย
กราบเรียนท่านประธานค่ะ เสนอรับหลักการก่อนไหมคะ หรือตั้งกรรมาธิการก่อนค่ะ
เอาอันไหนก่อนก็ได้ มันจะจบแล้ว
ไม่ใช่ค่ะ รับหลักการใช้ร่างของรัฐบาล เป็นร่างหลักค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง
ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดเดียวกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ
แล้วก็ขอเสนอให้มีการแปรญัตติตาม ข้อบังคับภายใน ๗ วัน ขอผู้รับรองค่ะ
ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง จบการพิจารณาทั้ง ๓ ร่าง เดี๋ยวสักครู่ได้ไหมครับเดี๋ยวค่อยปรึกษา ผมขอกราบเรียน ที่ประชุมนะครับ ผมขอนัดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ เวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา พรุ่งนี้ เชิญคุณชลน่าน คือไม่ต้องทําหนังสือนัด ผมนัดในที่ประชุมแล้ว ท่านเป็นกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมต่อไป ผมมีเรื่องที่จะขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน เสนอเป็นญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานครับ ในเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องที่พิจารณา กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้ส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎรเราตั้งแต่วันที่ ๕ พฤศจิกายนเป็นต้นมา เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไข ๒ มาตรา กระผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเราจะได้กรุณา เลื่อนระเบียบวาระการประชุมขึ้นมาไว้วันนี้เพื่อจะพิจารณาคราวต่อไป ผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับกฎหมายฉบับนี้ ขอผู้รับรองด้วยครับท่านประธาน
มีผู้รับรองถูกต้องครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็เลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนคือร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ระเบียบวาระการประชุมเดิมก็เป็นไปตาม ระเบียบวาระการประชุมครับท่านประธาน สิ่งที่ผมเลื่อนขึ้นคือมาต่อจากร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... หลังจากนั้นก็เข้าสู่การพิจารณาในคราวต่อไปครับ
คุณอํานวย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพลุบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕๓ และ ๕.๕๗ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก เขตสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... เพื่อมาพิจารณา ในโอกาสต่อไป ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ก็ถือว่าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ผมขอขอบคุณทุกท่าน ขอปิดประชุม พรุ่งนี้มา ๐๙.๐๐ นาฬิกานะครับ