อสิ มะหะมัดยังกี หารือเรื่องการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถสูง การส่งเสริมการศึกษาเด็กพิเศษ และการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนในโรงเรียน
เด็ก ๐-๒ ปี มีการพัฒนาของสมองถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าใครอ่านหนังสือกว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว ท่านจะเห็นว่าการเรียน ก่อนวัยเรียนสําคัญที่สุดในการพัฒนาเด็กไม่ใช่ว่าวัยเรียนไปแล้ว เราจะต้องคํานึงถึง ผู้พิการ การศึกษานอกโรงเรียนก็ต้องเป็ นเรื่องสําคัญ เด็กพิเศษมีความสามารถ เด็กอัจฉริยะจะต้องมีการดูแลตั้งแต่เด็กครับ ผมเห็นว่าตอนนี้เราสร้างเด็กอัจฉริยะมามาก ไม่พอ เพราะว่าโดนบล็อก (Block) โดนสกัดกั้นตั้งแต่เด็ก จริง ๆ แล้วจะต้องมีการส่งเสริม พัฒนาเด็กที่มีความสามารถสูง เด็กพิเศษมีอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก เพื่อต่อสู้กันในเวทีโลก ต่อไปนะครับ และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการรวมโรงเรียนประถมศึกษากับมัธยมศึกษา เข้าด้วยกันและบอกว่าเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ผมว่าในหลาย ๆ กรณีเป็นการปิดโอกาส สกัดกั้นโอกาส ต้องแยกเหมือนเดิม ประถมศึกษาก็เป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษาก็เป็น มัธยมศึกษาการพัฒนาจะทําได้ง่ายขึ้น และสิ่งที่ผมเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือควรส่งเสริม ให้ผู้ที่มีความสามารถในวิชาชีพต่าง ๆ เช่น เคมี ชีวะ และสาขาอื่น ๆ ให้เรียนเพิ่มเติม ในวิชาครู ๑-๒ ปี แล้วก็ออกมาเป็นครูอาจารย์ โดยที่ให้เงินเดือนสูงเป็นพิเศษ เพื่อสอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้เป็นเลิศในแต่ละด้านเพื่อต่อสู้กับต่างประเทศ ผมอยากเห็นนักเรียนในประเทศของเราเรียน ๕ วันเต็ม ๆ อย่างมีคุณภาพ อย่างเต็มที่ แล้วก็ได้หยุดพักในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่ใช่ว่าต้องมาติววิชากันในวันเสาร์ วันอาทิตย์อีก ไม่ได้พักได้ผ่อนกันเป็นวิธีที่ผิดพลาด หลาย ๆ ประเทศเขาก็เรียน ๕ วันเต็ม ๆ แล้วก็ ได้หยุดพักในวันเสาร์ วันอาทิตย์เป็นเวลาพักผ่อน ไม่จําเป็นต้องไปเรียนเพิ่มเติมหรอกครับ ถ้าการเรียนในโรงเรียนมันดีอยู่แล้ว ผมมีความเห็นว่าใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงเรียนสายสามัญไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปเรียนอิสลามศึกษาให้ลึกซึ้งให้เรียน ขั้นพื้นฐานก็พอแล้ว เพราะว่าโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามก็ได้สอนวิชาศาสนาอิสลาม อยู่แล้ว คือมีผู้สันทัดกรณีซึ่งผมไม่แน่ใจว่าสันทัดหรือไม่สันทัดกรณีมีความเห็นว่าควรจะ ให้โรงเรียนสามัญสอนศาสนาอิสลามศึกษาเพิ่มขึ้น ผมว่าเป็นวิธีที่ผิดเพราะว่าโรงเรียนราษฎร์ สอนศาสนาอิสลามเขาก็มีอยู่แล้ว การแข่งขันกันจะทําให้ทั้ง ๒ ด้านอ่อนแอลง เพราะฉะนั้น ตรงนี้อย่าไปทําเลยครับให้ต่างคนต่างก็สอนไป ผมมีความเห็นเหมือนกับคุณสถาพร อยู่หลายอย่าง อย่างเช่นเราเคยได้ยินคําขวัญวันเด็กสมัยก่อนว่า เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ แต่ตรงนี้ผมเห็นตอนนี้เด็กที่เป็ นศรีแก่ชาติก็คือเด็กหมีครับ คือหลินปิงเท่านั้นเอง เด็กประหลาดครับ สมัยนี้เด็กไม่ฉลาดครับ เด็กประหลาดชาติเจริญ คุยไม่รู้เรื่อง ขับรถซิ่งกัน เด็กแว๊นเต็มไปหมดครับ แต่ก็เป็นความผิดของสังคมของผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้ดูแลเด็กอย่างดี ทําไมเด็กสมัยนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง เด็กเขาไม่มีข้อผิดแต่ผู้ใหญ่ ให้ความสําคัญแก่เด็กน้อยลงหรือไม่ ในหลาย ๆ บ้านอย่างที่ผมบอกกว่าจะถึงอนุบาล ก็สายเสียแล้ว แต่เสียดายที่เด็กเหล่านั้นไม่ได้มีแม่สอนอยู่ที่บ้าน แต่มีคนใช้ที่บ้าน สอนเด็กแทน นี่คือสิ่งที่ผิดพลาด ครูที่ดีที่สุดสําหรับเด็กก็คือแม่ครับ มารดาคือครูที่ดีที่สุด สําหรับเด็ก เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องแก้ไข ตราบใดที่สังคมเราแม่ไปทํางานนอกบ้าน ไม่มีเวลาดูแลลูกหลานอย่าหวังว่าเด็กจะเป็นคนดี อย่าหวังว่าเด็กจะฉลาดได้ ตรงนี้ เป็นสิ่งที่สังคมจะต้องแก้ไขนะครับ เวลาผมก็เหลืออีก ๑ นาที ผมจะขอฝากเกี่ยวกับ เรื่องการประเมินผลครูนะครับ ครูที่สอนเป็นเวลามาก ๆ ไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาได้เขียน ผลงานไม่ก้าวหน้าครับ แต่คนที่ไม่ได้ทําอะไรอยู่ในสายอื่นที่ไม่ใช่สายสอนสามารถ ทําผลงานออกมาก้าวหน้าได้มันเป็นเรื่องที่แปลกที่คนทํางานหนักแล้วไม่ได้ดี ตรงนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไข ผมคิดว่าการประเมินคุณภาพของครูจะต้องดูการพัฒนา ของนักเรียนเป็นหลัก ถ้าท่านไม่สามารถทําให้นักเรียนพัฒนาขึ้นได้ ท่านอย่าก้าวหน้าเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องหาวิธีการที่จะทําให้นักเรียนก้าวหน้า วิธีการสอนที่สามารถทําให้ เด็กฉลาดขึ้นได้ มีความสามารถเพิ่มขึ้นถึงจะผ่านการประเมินได้ แต่หลายครั้งเราดูว่า การประเมินนี่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนเลย ไม่ทราบไปทําเรื่องอะไรกัน ตรงนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะผ่านการประเมินและการที่มีวิธีการประเมินแบบนี้ผิดพลาดควรจะ แก้ไข และอันสุดท้ายผมก็ขอเรียนถึงท่านรัฐมนตรีว่าอย่าทําให้ครู ข้าราชการในกระทรวง การศึกษาฝันกลางวัน เคยมีโครงการเขาเรียกว่า โรงเรียนในฝัน ในรัฐบาลสองสามชุดที่แล้ว มีครูหลายคนไปหลงเชื่อแล้วก็ไปกู้เงินเพื่อสร้างอะไรต่ออะไรเยอะแยะและในที่สุด ก็เป็ นหนี้ไม่ได้งบประมาณมา เคยมีครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็ นผู้บริหาร ผู้อํานวยการต้องฆ่าตัวตายครับ เพราะว่าไปหลงเชื่อโรงเรียนในฝันว่า เดย์ ดรีม สคูล (Day dream school) ฝันกลางวัน ต่อไปอย่าทํานะครับ ถ้าไม่มีความแน่นอนในนโยบาย แล้วยังไม่ได้ผ่านคณะรัฐมนตรี ยังไม่ได้ผ่านอะไร อย่าไปสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้ และตอนนี้อีกหลาย ๆ โรงเรียนก็ยังไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบระหว่างผู้อํานวยการคนเก่า ที่สร้างหนี้กับคนใหม่ที่เข้ามา นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ผมก็คงมีความเห็นที่จะเป็นประโยชน์ ต่อวงการศึกษาและประเทศชาติเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ