สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยการแก้ไขพระราชบัญญัติในการแยก มัธยมศึกษาออกจากประถมศึกษา 3 ฉบับ และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มคุณภาพของบุคลากรทางการศึกษาและหลักสูตรการศึกษา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นนั้นที่จะ แสดงความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการศึกษาโดยการแก้ไขพระราชบัญญัติในการแยก มัธยมศึกษาออกจากประถมศึกษา ๓ ฉบับ ผมเองก็อยากจะสะท้อนการมองในระบบ การศึกษาของประเทศไทยผ่านเข้าไปยังท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะ ตั้งขึ้นว่า เราต้องยอมรับว่าวันนี้นั้นปัญหาการศึกษาของประเทศนั้นแยกไม่ออกหรอกครับ กับปัญหาของสังคม เรามีการปฏิรูประบบการศึกษาเมื่อปี ๒๕๕๒ แต่ปรากฏว่า ระยะเวลาที่ผ่านมา ๑๐ ปีนั้น ถ้าเราไม่ฝื นความรู้สึกกันเกินไปนั้น คุณภาพ วิธีคิด และจิตวิญญาณของเด็ก เยาวชนเรานั้นเสื่อมทรุดลงอย่างมาก เราต้องยอมรับว่าเยาวชน ที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีนั้นวันนี้ได้เป็นเยาวชนที่บริโภคนิยม เป็นเยาวชนที่จิตใจสาธารณะนั้น น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เด็ก เยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการเสียสละทางสังคมหายไปครับ เหลือแต่เด็กที่ชอบเล่นเกมตบตีแย่งแฟน และท้องก่อนวัยอันควร อายุตํ่าลงเรื่อย ๆ ผมเองนั้นต้องโทษว่าระบบการศึกษาของประเทศนั้นเรามีการปฏิรูปทําไมถึงปล่อยให้เด็ก และเยาวชนต้องถดถอยเชิงวัฒนธรรมอย่างนั้น วันนี้เราจะมาถกเถียงด้วยนัย สามสี่ประการในการที่จะขอแยกโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยอ้างวัฒนธรรมองค์กรระหว่าง ประถมศึกษากับมัธยมศึกษา อ้างเรื่องของงบประมาณที่มีการเกลี่ยกัน มัธยมศึกษา ได้น้อย ประถมศึกษามีตัวหารมาก อ้างเรื่องการเข้าสู่ตําแหน่ง และอ้างเรื่องของคุณภาพ การศึกษา ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนั้นอยากจะสะท้อนไปว่าบุคลากรทางการศึกษา ของเรานั้นมีปัญหาหรือเปล่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีนั้นเราได้ทอดทิ้งบุคลากร ทางการศึกษาที่จะถ่ายทอดหรือจะติดอาวุธทางปัญญาให้กับเขาเหล่านั้นเราไม่อยากเห็น ครูหรืออาจารย์ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัว เราต้องการเห็นคนที่จะเป็นอาจารย์หรือเป็ นครู ที่จะเป็นเบ้าหลอมเหล่านั้นมีคุณภาพมากกว่า แน่นอนที่สุดครับถ้าการปฏิรูปการศึกษานั้น ทําให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้น ผมเองไม่ขัดข้องถ้าเห็นว่าการแยกสํานักมัธยมศึกษาออกจาก ประถมศึกษาและมีสํานักมัธยมศึกษาเกิดขึ้นมาอีก ๓๐ ๔๐ ๕๐ แล้วแต่ในรายละเอียด ของกฎหมายที่กําหนดขึ้นนั้น และทําให้คุณภาพการศึกษา คุณภาพของครูบาอาจารย์ดีขึ้น ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นยินดีที่จะสนับสนุนแต่เราจะเอาอะไร เป็นตัวชี้วัดครับว่าเมื่อแก้กฎหมาย ๓ ฉบับนี้แล้ว สามสี่ประการที่มีการอ้างกันขึ้นมานั้น จะมีบรรลุผลอย่างที่คิดอย่างที่คาดหวังกันไว้ใครจะเป็นคนรับประกัน เฉกเช่นระยะเวลา ที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีที่เราปฏิรูประบบการศึกษาปี ๒๕๔๒ ตอนนั้นก็ถกเถียงกันมีการระดม สมองกันโดยคิดว่ามีการปฏิรูปการศึกษาแล้วคุณภาพการศึกษาจะดีขึ้น แต่ ๑๐ กว่าปีนี้ เราได้เด็กพันธุ์ใหม่ เด็กที่ฟุ่มเฟือย เด็กที่บริโภคนิยม เด็กแว๊น เด็กที่ไปมั่วสุม และเด็กที่มี จิตใจกระด้างกระเดื่องมากขึ้นทุกวันแล้วจะทํากันอย่างไรครับ นี่คือการแสดงถึงนัยว่า ถ้าเราแยกประถมศึกษาแยกมัธยมศึกษาแล้วปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ผมเองคงจะต้อง คิดว่าการที่จะหาหลักประกันในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการที่จะทําให้คุณภาพ การศึกษาของประเทศไทยเรานั้นคงต้องคิดกันใหม่แทนที่จะเปิดกรอบทําให้มีอัตรา การขยายตัวของระบบผู้บริหารการศึกษามากขึ้นนั้น เราคงจะมีการวัดผล ประเมินผล ของผู้ที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาให้มากขึ้น และขณะเดียวกันเรื่องของหลักสูตรครับ เรื่องของหลักสูตรการศึกษาที่จะเชื่อมโยงระดับจิตใจของเด็กและเยาวชนนั้นเราจะ ทําอย่างไร ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนั้นไม่ได้คิดถึงในแง่ของหลักสูตรระดับมัธยมศึกษา ระดับประถมศึกษาที่จะสอดคล้องเชื่อมโยงกันได้อย่างไร เราคิดเชิงวัฒนธรรมว่า ครูของประถมศึกษานั้นกับครูของมัธยมศึกษานั้นวัฒนธรรมต่างกัน แต่เราไม่คิดว่า หลักสูตรที่จะสนองต่อผู้เรียนคือเด็กและเยาวชนนั้นจะทํากันอย่างไร ในรายละเอียด ของกฎหมาย ๓ ฉบับไม่ได้สอดคล้อง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เหล่านั้นเลย ผมเองก็อยากจะฝาก ทางกรรมาธิการว่าเราจะทํากันอย่างไรที่ให้หลักสูตรเหล่านั้นสนองต่อคุณภาพของผู้เรียน และสนองคุณภาพของผู้สอนด้วย วันนี้เรามีแต่ข่าวที่ไม่เป็นมงคลกับระบบการศึกษา ของประเทศ เด็กของเรานั้นไอคิว (IQ) อีคิว (EQ) นั้นถอยร่นลงเรื่อย ๆ ในระบบ การแข่งขันระบบอุดมศึกษา เราจะโทษใครครับ ในขณะเดียวกันเบ้าหลอมของระดับ การศึกษาของประเทศนั้นมีแต่เรื่องของความขัดแย้งทุจริตเอสพี ๒ (SP2) บ้าง ทุจริต เรื่องของระบบการศึกษาบ้าง ทุจริตแม้กระทั่งเครื่องเขียน แบบเรียน เราจะให้กฎหมาย ๓ ฉบับไปป้ องกันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร เราไม่อยากทราบหรอกครับว่าเสาธงราคา ๔๐๐,๐๐๐ บาท เราไม่อยากทราบหรอกครับ ว่าตํารับตําราที่ส่งไปให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นทุจริตกันตั้งแต่กระทรวงยันกระทั่งถึง โรงเรียน วันนี้เด็กหลายคนยังไม่ได้ตําราครับ วันนี้การเรียนฟรีมีปัญหาหรือเปล่า หรือเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น การเรียนฟรีมีปัญหาไหมครับตามนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องมีตัวชี้วัด ไม่ใช่เรียนฟรี มันฟรีบางส่วน อุดหนุนบางส่วน ๑๕ ปีมันสะท้อนนัยหลายสิ่งหลายอย่างที่ในระบบการศึกษาของไทยทําให้ล้าหลัง ท้ายที่สุดนี้ผมขอฝากคําอภิปรายของผมนั้นเพื่อสะท้อนนัยหลายสิ่งหลายอย่างผ่านไปยัง กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นครับ กราบขอบคุณครับ