สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ผ่องศรี ธาราภูมิ แนะนำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..... โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญ และขออนุญาตพิจารณาแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาให้คิดถึงสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตนําเสนอหลักการและเหตุผลเพื่อประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดิฉันพร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมกันเสนอร่างนี้ด้วยเห็นความจําเป็ น แล้วก็รับทราบถึง ความสําคัญของเรื่องการศึกษา จากประสบการณ์ของตัวดิฉันเองที่อยู่ในแวดวง การศึกษามาอย่างยาวนาน ดิฉันก็ย้อนไปว่าวันนี้วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ก็จะเป็นอีกวันหนึ่งที่จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การศึกษาไทยว่าสภาของเรา จะได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผนแม่บท การศึกษาของไทย ซึ่งถ้าพวกเราจําได้ก็คงจะจําได้ว่าเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีก่อนนั้น ทุกคนก็ได้พูดถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในยุคที่รัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย แล้วก็ ได้มีการผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันขึ้นมา ผ่านกาลเวลามา ทุกคนก็ยอมรับว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญนั้นคงไม่สามารถ มองแบบแยกส่วนได้ ต้องมองแบบเป็นองค์รวม แล้วก็ต้องใช้ปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่าง แต่เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้ได้บังคับใช้ เป้ำหมายได้ทํางานไปร่วมกันก็พบว่า มีปัญหาอุปสรรคในการทํางานที่เป็ นเหตุผลต่าง ๆ ที่หลายท่านได้นําเสนอแล้ว จากเสียงเรียกร้องของคณะครูแล้วก็ผู้บริหารสถานศึกษาที่ค้นพบว่ามันมีข้อจํากัด ในเรื่องของการทํางาน แล้วก็ผลงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าปัญหาอุปสรรคนั้นทําให้คุณภาพของ ผู้เรียนนั้นไม่เกิดประสิทธิผลเท่าที่ควร มีการขับเคลื่อนกระบวนการที่ให้แก้ไขร่างฉบับนี้ มาโดยลําดับ จนถึงเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้ความสําคัญเรื่องการศึกษาภายใต้การบริหารของท่านอดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ได้มีการหาวิธีการที่จะคลี่คลายปัญหาอุปสรรคในการบริหารไประดับหนึ่ง จนถึงบัดนี้ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ชูธงปฏิรูปการศึกษารอบที่ ๒ ที่มุ่งเน้น เรื่องของการพัฒนาผู้เรียนเป็นสําคัญ ดังนั้นจึงเห็นว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการจัดแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาก็จะเป็นยาขนานหนึ่งเท่านั้นที่จะทําให้การบริหารได้เกิดการคล่องตัว แต่อย่างไรก็ตามคงจะต้องใช้อีกหลายกระบวนการที่จะให้เป้ำหมายของการปฏิรูป การศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงได้ประสบผลอย่างแท้จริง ดิฉันเองและ คณะได้เสนอร่างนี้ก็มีแนวทางคล้าย ๆ กับทุกร่าง ส่วนที่เป็ นความต่างเฉพาะ ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็คือในเรื่องของ การพิจารณาแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาให้คํานึงถึงจํานวนสถานศึกษาประชากร วัฒนธรรม แล้วดิฉันเห็นว่าการคํานึงถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่สําคัญ เพราะว่าในจังหวัดหนึ่ง ๆ จะมีสภาพทั้งเป็ นที่ที่เป็ นเขตที่ลุ่มนํ้า พื้นที่ดอน พื้นที่ห่างไกล บางสถานศึกษา อยู่ในชุมชนที่อยู่กันเป็ นกลุ่มก้อนมีรากเหง้าวัฒนธรรม แต่บางสถานศึกษาก็อยู่ ในเขตพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ชาวไร่ ซึ่งการเรียนการสอนอุปสรรคของการจัดกิจกรรมก็จะ มีความต่าง เพราะฉะนั้นในการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษานอกจากจะคํานึงถึงวัฒนธรรม จํานวนประชากรแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าหากได้พิจารณาเรื่องของสภาพภูมิศาสตร์ก็จะ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ยกตัวอย่าง เช่น ที่ลพบุรีมี ๑๑ อําเภอ ปัจจุบันการแบ่งเขต การศึกษาก็ดูพื้นที่ใกล้เคียงแต่ก็จะมีความต่าง อันนี้ก็ยกเป็นกรณีนะคะ ในร่างของ ดิฉันเองและคณะก็จะมีเพิ่มในส่วนนี้ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของมาตรา ที่กล่าวถึงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่เป็นการศึกษาพิเศษในร่างของ ทุก ๆ ร่างก็จะพูดถึง เรื่องของการพิจารณาการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่มี ความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ แล้วก็สังคม ดิฉันคิดว่าการศึกษานั้น ก็เป็นการพัฒนากาย พัฒนาจิต แล้วก็ปัญญา คําว่า อารมณ์และสังคม นั้นก็เป็นเรื่องของ จิตใจอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าเขียนแบบนี้ ความบกพร่องทางร่างกาย ทางอารมณ์ และสังคม น่าจะไม่ได้เป็ นเรื่องของบุคคล ส่วนรายละเอียดก็คงจะไปว่ากัน ในชั้นรายละเอียด แต่หลักการใหญ่ ๆ ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่า ในการเสนอร่างนี้ ก็อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนแล้วว่าคงจะเป็นแค่ยาขนานหนึ่งเท่านั้นที่จะทําให้การบริหาร การศึกษามุ่งเน้นไปที่คุณภาพของผู้เรียนแล้วก็บรรลุผลอย่างแท้จริง ก็ขออนุญาต ไม่ใช้เวลาของสภานะคะ ก็คงจะขอฝากทุกท่านได้ช่วยสนับสนุนในร่างนี้เพื่อให้การศึกษาไทย ได้เดินหน้าต่อไปด้วยค่ะ