วิทยา ทรงคํา หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการแยกโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษา วิทยา ทรงคํา แย้งว่าการแยกโรงเรียนมัธยมศึกษาจากโรงเรียนประถมศึกษา จะทำให้เด็กบ้านนอกไม่มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาในเมือง และจะทำให้การบริหารการศึกษาในจังหวัดต่างๆ มีปัญหาในการติดต่อประสานงานและการสื่อสาร นอกจากนี้ วิทยา ทรงคํายังหารือเรื่องเงินเดือน เงินประจําตําแหน่งและวิทยฐานะของครู และขอให้รัฐมนตรีแจ้งว่าจะนำพระราชบัญญัติเข้าสู่สภาเมื่อไร และดำเนินการเพื่อความเป็นธรรมในเรื่องของเงินเดือนและโบนัส
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ หลายร่างจะว่าเห็นด้วยหรือไม่ ก็ดูจากการเสนอแล้ว ผมคิดว่าในที่ประชุมก็คงจะเห็นด้วย ผมเองคงจะเป็นการเสนอแนะหรือเสนอข้อคิดเห็น มากกว่า ถ้าจะไม่ผ่าน แต่สภาก็คงจะผ่าน ประเด็นก็คือว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็อาจจะเป็นตามที่หลายท่านพูดว่าเป็นการจัดการศึกษาตามความถนัด เพราะว่า มัธยมศึกษาเองก็ถนัดในการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจริง ๆ แล้วจุดการปฏิรูป การศึกษาก็เกิดจาก สปศ. ซึ่งไปฝืนธรรมชาติของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งประเทศไทย มีกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มีกรม ๑๔ องค์ชาย สปศ. ก็ไปรวม ตอนแรกมี ๔ แท่ง อาชีวศึกษาดิ้นแรงหน่อยก็ได้ ๕ แท่ง จากอธิบดีกรมอาชีวศึกษาก็เป็นซี ๑๑ กศน. ตอนนั้นไม่ค่อยดิ้นเท่าไร ก็ไปอยู่สํานักงานปลัดกระทรวง ตอนนี้ กศน. ก็เริ่มดิ้นแล้ว มันก็คงจะกลับไปที่เดิม สูงสุดสู่สามัญ ก็คงจะกลับไปที่เดิม ไหน ๆ จะปฏิรูป ก็เอาให้มันเบ็ดเสร็จไปเลย อันนี้เรามาแก้ที่ปลายเหตุเฉพาะประถมศึกษากับมัธยมศึกษา เท่านั้น ส่วนข้อเสียตอนนี้กําลังจะเชื่อมกัน ครูประถมศึกษากับมัธยมศึกษากําลังจะเชื่อมกัน ก็ต้องเริ่มแยกกันอีกแล้ว มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียตามที่กราบเรียน แต่ผมดู ในร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๓๗ ย่อหน้าที่ ๓ เขียนบอกว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งระดับ ประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา แต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ให้สถานศึกษาแห่งนั้น อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผมฝากคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย ฉบับนี้ เพราะว่าเขียนกฎหมายฉบับนี้ล้าสมัยแล้วครับ เจตนากฎหมายฉบับนี้คือต้องการ จะแยกประถมศึกษากับมัธยมศึกษาออกจากกัน จากเดิมที่เป็น สปช. และกรมสามัญศึกษา แต่ถ้าไปเขียนมาตรา ๓ ย่อหน้าที่ ๓ เขียนแบบนี้ตอนนี้โรงเรียนประถมศึกษาจัดตั้งแต่ อนุบาลถึง ม. ปลาย มี ท่านไปจํากัดแค่ไม่เกิน ม. ๓ มันเสียโอกาส ๒ อย่าง คือ โรงเรียนที่สังกัดพื้นที่ประถมศึกษาในอนาคตจะจัด ม. ปลายไม่ได้เลยถ้าท่านไปล็อก กฎหมายอย่างนี้ เด็กบ้านนอกไม่มีโอกาสเข้าในเมืองอยากจะเรียนสูง ๆ กับเขาบ้าง ก็เรียนได้แค่ ม. ต้น ถ้าคุณจะเรียน ม. ปลายคุณต้องข้ามไปเรียนที่เขตมัธยมศึกษา และปัจจุบันนี้มันก็มีหลายโรงที่เช็ก (Check) ได้ ท่านไปดูได้เลยที่จังหวัดปทุมธานี เขต ๒ โรงเรียนวัดเขียนเขต จัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ปลาย ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ ก็แสดงว่าจะต้องเอาโรงเรียนนี้ไปสังกัดมัธยมศึกษา แต่เขาเป็นโรงเรียนประถมศึกษาเดิม อันนี้ต้องฝากคณะกรรมาธิการเอาไปพิจารณาด้วยอีกประการหนึ่งก็ฝากถึง ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีที่ท่านให้เกียรติมานั่งฟังก็ชื่นชมยินดีครับเพราะว่าท่านมาจาก สายครูบาอาจารย์ มานั่งเป็นเสนาบดีของกระทรวงศึกษาธิการการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเรามีปัญหามาแล้ว ๑๐๐ กว่าเขต เมื่อก่อนว่าจะเอาเขตจังหวัดก็ถูกค้าน จะเอาเขตอําเภอก็ถูกค้าน ตอนนี้ก็เลยหลาย ๆ อําเภอมาเป็น ๑ เขต ไหน ๆ ท่านจะตั้ง เขตมัธยมศึกษาก็ติดตามเรื่องดูว่าจะมีประมาณ ๔๐ กว่าเขตอย่าเลยครับ ท่านทําจังหวัดละเขต ถามว่าบางจังหวัดมีโรงเรียนน้อยก็เป็นจังหวัดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ซี ๑๐ ถ้ายังมีเขตเหมือนกับมัธยมศึกษาเดิมเขาก็มีสามัญศึกษา จังหวัดทุกจังหวัด ถ้าท่านไปเอาสามสี่จังหวัดมารวมกันก็จะมีปัญหาอยู่แล้วครับ ในเรื่องของการติดต่อประสานงาน การสื่อสาร การไปประชุมของผู้อํานวยการโรงเรียน นํ้ามันก็แพง รัฐบาลก็ขึ้นภาษีนํ้ามันจาก ๕ บาทเป็น ๑๐ บาท แล้วให้ผู้บริหารโรงเรียน ไปประชุมไกล ๆ ๓ จังหวัดมารวมกันเป็น ๑ เขต มันจะลําบาก แม้แต่ประถมศึกษาก็มีปัญหา อย่างจังหวัดเชียงใหม่ อําเภอเวียงแหงลงมา ต้องมาที่อําเภอเชียงดาว ปกติก็เข้าในเมืองเลี้ยวขวา ตอนนี้อําเภอเวียงแหงลงมาเชียง ดาวไปเขตต้องเลี้ยวซ้าย ผ่านดอยหัวโท ไปที่อําเภอฝาง เป็นเขต ๓ ของจังหวัดเชียงใหม่ ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องกลัวครับ ไหน ๆ จะตั้งแล้วตั้งจังหวัดละเขตไปเลยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากเรื่องที่ครูบาอาจารย์เขาร้องขอมาว่าเรื่องพระราชบัญญัติ เงินเดือน เงินประจําตําแหน่งและวิทยฐานะ ถ้าท่านรัฐมนตรีมีโอกาสก็ช่วยตอบหน่อย ให้คํามั่นสัญญาหน่อยว่าจะเอากฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาเมื่อไร เพราะว่าครูเสียเปรียบ ข้าราชการพลเรือนมาพอสมควรในเรื่องของบัญชีเงินเดือน เพราะว่าเข้าสู่แท่งก่อน พอเขา ปรับแท่งทีหลังก็เลยได้น้อยกว่าเพื่อน แล้วหลายอย่างที่ไม่เกิดความเป็นธรรมอย่างเช่นว่า เรื่องของเงินโบนัสก็ดี ข้าราชการที่เป็นครูสอนหนังสือเหมือนกัน สอนเด็กเหมือนกัน ข้าราชการท้องถิ่นอย่างเทศบาลนครเชียงใหม่ ครูโรงเรียนเทศบาลนครเชียงใหม่ได้โบนัส ๒ เท่าของเงินเดือน ครูในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้โบนัส ๓ เท่านะครับ เพราะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเขามีฝี มือ เขาเอาใจใส่ข้าราชการของเขา เงินเดือนสามสี่หมื่น ปี หนึ่งได้โบนัส ๓ เท่า ๒ เท่า ขนาดไหน ครูเห็นว่าได้คนละ สองสามพันบาทครูกระทรวงศึกษาธิการเรานี้ เพราะฉะนั้นก็เป็นห่วงในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็ ฝากว่าไหน ๆ ท่านจะแยกไปแล้วก็ดูแลคุณภาพการศึกษาให้ดีด้วยครับ ขอบคุณครับ