สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

เกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ 3 ฉบับเกี่ยวกับการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารการศึกษา โดยองค์คณะบุคคล และการปรับเปลี่ยนเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของการศึกษา

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตพิจารณาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฐานะผู้ร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ข้าราชการครูเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับ การให้การศึกษาแก่ลูกหลานตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา เรียกว่า ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ฉะนั้นถึงมีการแยกกัน แต่ก่อนเราจะได้ยินว่า ครูประชาบาลซึ่งจะดูแลลูกหลานในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษาก็จะ ให้การศึกษาดูแลลูกหลานในระดับมัธยมศึกษาตั้งแต่ ม. ๑ ถึง ม. ๖ ตอนนั้นยังเป็น ม.ศ. พอมาปี ๒๕๒๓ ก็มีการแยกครูประชาบาลออกจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งกํากับการดูแลโดยผู้ว่าราชการจังหวัด มาเป็ นสํานักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ มี สปช. ดูแลโดยเลขาธิการ สปช. มี ผอ.ปจ. ดูแลระดับจังหวัด มีหัวหน้าการประถมศึกษา ดูแลระดับอําเภอ แล้วก็ ผอ. โรงเรียนดูแลในโรงเรียน หลังจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็มีการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีการจัดการศึกษา เพื่อต้องการให้เป็นเอกภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด นั่นคือเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ โดยมีการรวมเอาทั้งประถมศึกษาและ มัธยมศึกษามาบริหารร่วมกันตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการศึกษา ปี ๒๕๔๖ ประเด็นสําคัญก็คือว่า การบริหารการศึกษานั้น จะมีการร่วมกันบริหารโดยองค์คณะบุคคล ระดับประเทศเรียกว่า ก.ค.ศ. ระดับจังหวัด เรียกว่า อ.ก.ค.ศ. หรืออนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีคณะกรรมการ ๙ คน เป็นผู้บริหารซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ๑ คน ครูผู้สอน ๑ คน ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา ๑ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน ผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. ๑ คน แล้วก็ผู้แทนคุรุสภา ๑ คน ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาจะทําหน้าที่เลขานุการ นี่คือองค์คณะ หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยน ผมจําได้ว่าตอนที่มาเป็นกรรมาธิการ การศึกษาได้นําเสนอ ซึ่งก็ร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ท่านลุกไปเมื่อกี้ แล้วก็ได้หารือกันว่าน่าจะมีความสมดุล ถ่วงดุลกันระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าจากการพิจารณา ๑๗๕ เขต จะมีครูมาจากมัธยมศึกษาซึ่งเป็นองค์คณะบุคคลใน อ.ก.ค.ศ. เต็มรูปแบบไม่ถึง ๕ เขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากว่ามาจากการเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการเลือกตั้งก็มักจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะว่าครูซึ่งสอนระดับประถมศึกษา จะมีจํานวนมาก ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ครูมัธยมศึกษาก็เป็นส่วนที่จะต้องไปเติมเต็ม ฉะนั้นการเลือกตั้งถึงไม่ได้รับการเลือกตั้ง นี่คือที่มาของเขตพื้นที่การศึกษา ๑๗๕ เขต โดยมัธยมศึกษาก็เห็นว่าสัดส่วนนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการบริหารในองค์คณะบุคคล ฉะนั้นจึงมีการเสนอกฎหมายผ่านมายังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าการแก้ไข ปัญหานั้นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยภาพรวมเป็นองค์คณะบุคคล ซึ่งจะต้องมาแก้ไข ปัญหาร่วมกัน ในมัธยมศึกษานั้นเราอาจจะเลือกได้ว่าแบ่งการบริหารในสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาทั้งเดิมและปัจจุบันออกเป็ น ๔ ด้าน ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบุคลากร แล้วก็บริหารทั่วไป ฉะนั้นการบริหารตรงนี้จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับ การแก้ไขในองค์คณะบุคคล ซึ่งจะต้องมาจากมัธยมศึกษา แต่ก็เรียนว่าเราจะต้อง มีการใช้งบประมาณในการบริหารตรงนี้ ผมก็เห็นใจนะครับว่าเพื่อนครูมัธยมศึกษา ก็อยากมีเอกภาพในการบริหารโดยองค์คณะบุคคล ซึ่งดูแลการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา แต่ระดับประถมศึกษาก็มีความสําคัญที่จะต้องดูแลโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งดูแลตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ม. ๓ เหมือนกัน ฉะนั้นก็อยากกราบเรียนว่าปัญหาที่สําคัญก็คือเรื่ององค์คณะบุคคล แล้วก็เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งทางมัธยมศึกษาก็ขอมา ๔๑ เขต แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ก็น่าจะขยายไปทั้ง ๗๖ เขตเลยทุกจังหวัดนี่จะเป็นประโยชน์ในการบริหารการศึกษา แล้วก็สามารถที่จะพัฒนา แล้วก็นําผลสัมฤทธิ์มาสู่การศึกษาของเราได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ และได้รับคุณภาพ ที่สําคัญผู้บริหารตรงนี้จะต้องมีทั้งคุณภาพและ คุณธรรมในการบริหารการศึกษา ขอบคุณครับ