ภิรมย์ พลวิเศษ หารือเรื่องการดูแลโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และเรียกร้องการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการในการจัดสรรงบประมาณและจัดการศึกษาที่เหมาะสม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการนิเทศติดตามโรงเรียน และเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาให้มากขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีโอกาส ได้ขึ้นมาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการศึกษาทั้ง ๓ ฉบับ เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าจะได้ใช้ประสบการณ์และวิชาชีพเดิมมาเป็นการตั้งข้อสังเกต ให้กับท่านประธานเพื่อฝากไปคณะกรรมาธิการต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดการศึกษาของประเทศไทยเราตามเจตนารมณ์ที่เราปฏิรูปการศึกษามา เมื่อปี ๒๕๔๒ นั้นเนื่องจากว่าอยากให้การจัดการศึกษาไม่ว่าประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือว่าทุกหน่วยงานการศึกษาให้มีเอกภาพก็เลยรวมกันนะครับว่าให้การจัดการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาอยู่ด้วยกัน ก็เลยยุบรวมประถมศึกษา ยุบรวมมัธยมศึกษา มาเป็นเขตพื้นที่การศึกษา เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราไปเอาตัวอย่างมาจากต่างประเทศ พอมายุบรวมปั๊บก็เกิดปัญหาเรื่องการบริหารและการจัดการ เรื่องการกระจาย งบประมาณ และบุคลากร งบประมาณของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เคยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย การจัดการศึกษาตามความถนัดของแต่ละคนเมื่อเอามารวมกันปั๊บปรากฏว่าอัตราส่วน หรือค่าเฉลี่ยในการจัดสรรงบประมาณก็หายไป ความก้าวหน้าของบุคลากรโรงเรียน ประถมศึกษามากกว่าเวลาประชุมหรือว่าเลือกตั้งเมื่อไรก็แพ้ประถมศึกษาทุกที ปัญหา ตามมาก็คือว่าเกิดความท้อถอยของโรงเรียนมัธยมศึกษา วันนี้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่ได้สิทธิพิเศษของทุกกระทรวงในประเทศไทยเรา สมัยก่อนเรามี ๑๔ กรม เดี๋ยวนี้ยุบรวมมาเหลืออยู่ ๕ แท่ง ๕ กรม ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่แปลกประหลาดเนื่องจากว่าคนอยากเป็นเลขาธิการ สพฐ. มากกว่า อยากเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ท่านทราบไหมครับว่า ๕ แท่งหรือเลขาธิการของ กรมต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการเดี๋ยวนี้ซี ๑๑ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการก็ซี ๑๑ สมัยก่อนการจัดการศึกษาไม่ว่าแยกประถมศึกษาอยู่ที่ แยกมัธยมศึกษาอยู่ที่ เขาบริหารกันอย่างดี ก็มีนักการศึกษาที่เรียนมาจากต่างประเทศมายุบ วันนี้ซากปรักหักพัง ที่มีการปฏิรูปการศึกษาเข้ามาไม่ว่าตําแหน่งรองผู้อํานวยการเขต เดี๋ยวนี้รองผู้อํานวยการเขต ตกค้างอยู่ตามสํานักงานเขตพื้นที่ไม่ตํ่ากว่าเขตละ ๑๐ คนหรือ ๑๒ คน จนเรียกว่า รองเป็นโหลครับ วันนี้ก็ไม่สามารถบริหารจัดการได้ว่ารอง ๑๒ คนจะไปทําหน้าที่อะไร วันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเมื่อเรามีเจตนารมณ์ที่จะจัดตั้งเขตมัธยมศึกษา มันก็จะทําให้ การบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าไหน ๆ เราจะ ตั้งเขตมัธยมศึกษาแล้วถ้าเรามาคิดตั้งแค่ ๔๐ กว่าเขตแล้วผมว่าต่อไปก็จะมีปัญหาอีก เนื่องจากว่าจะมีการเข้าชื่อร้องเรียนอยากให้แต่ละจังหวัดเป็นเขตของตัวเองอีก ถ้าเรา ตั้งแค่ ๔๓ เขตนั้นผมไม่ทราบว่าจังหวัดอํานาจเจริญหรือจังหวัดมุกดาหารจะอยู่รวมกัน เป็นเขตเดียว เดี๋ยวก็หาว่าไปส่งงานข้ามจังหวัดอีก ประชุมข้ามจังหวัดอีก เพราะว่า ถ้าอย่างนั้นก็สรุปเอาเป็นเหมือนเดิมคือว่าขอให้เป็น ๗๖ เขต สํานักงานศึกษาจังหวัด ต่อไปสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับพื้นที่ก็จะเปลี่ยนชื่อเป็นสํานักงานเขตพื้นที่ ประถมศึกษาอีกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าพวกเราทุกคนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ สมาชิกรัฐสภาแล้วเห็นด้วยทุกคนที่จะให้มีการแบ่งเป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษา แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าโรงเรียนประถมศึกษาที่แบ่งเป็นพื้นที่การศึกษาแล้วปรากฏว่า บางโรงเรียนห่างสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็น ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เขาก็มีความต้องการว่า ทําอย่างไรเขตพื้นที่การศึกษาจะมาอยู่ใกล้ วันนี้ถ้าเป็นไปได้แล้วผมอยากตั้งข้อสังเกตให้คณะนักวิชาการทั้งหลายที่เสนอชื่อเข้ามา ขอให้มีการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาอย่างน้อยที่สุดสัก ๓๐๐ เขตครับ จะได้ทําให้ การบริหารจัดการมันใกล้ชิดยิ่งขึ้น วันนี้ ผอ. เขต ๑ คน ต่อ ๑ เขต คุมนักเรียนโรงเรียน กว่า ๒๐๐ โรงเรียน จะออกไปนิเทศติดตามปีหนึ่งได้ ๑ โรงเรียนก็ยอดเก่งแล้วครับ เพราะฉะนั้นการนิเทศ ติดตาม กํากับทุกวันนี้นี่โอกาสที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะไป ควบคุม ดูแลโรงเรียนต่าง ๆ แล้วมันน้อย ทําให้คุณภาพการศึกษาที่เรารู้ ๆ กันอยู่ว่า มันด้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากว่าเราแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาใหญ่เกินไป
ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเพิ่มเติมว่า เมื่อเป็นการแบ่งเขตพื้นที่ การศึกษาของมัธยมศึกษาแล้วนี่ ขอให้โรงเรียนมัธยมศึกษาเป็นแม่หลัก เป็นแม่หลัก สําหรับการถ่ายทอดโครงข่ายวิชาการให้กับโรงเรียนระดับประถมศึกษา วันนี้ไม่ว่า โรงเรียนประถมศึกษา ไม่ว่าโรงเรียนพื้นฐานมีการจัดการศึกษาแล้วครับ จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๖ เป็นโครงการนําร่องของท่านอดีตเลขาธิการ สพฐ. ท่านดอกเตอร์กษมา ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับว่า ท่านได้นําร่องแล้ว ถือว่าเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา อยากตั้งข้อสังเกตว่าโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษานั้น ถึงแม้ว่าคุณภาพการศึกษาอาจจะไม่พร้อมเพรียงเหมือนกับโรงเรียนมัธยมศึกษา แต่ท่าน รู้ไหมครับว่าโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นโรงเรียนรองรับลูกคนยากคนจน คนไหนมีความพร้อมก็ขึ้นรถเข้าไปเรียนหนังสือในอําเภอ คนไหนที่ขาดแคลนก็เรียน โรงเรียนขยายโอกาส บางคนไปเรียน ม. ๑ โรงเรียนประจําอําเภอ ม. ๒ ต้องกลับไม่ได้เรียน เพราะว่าไม่มีค่ารถ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานนะครับ อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลโรงเรียนขยายโอกาส ไหน ๆ ก็จัดการศึกษานําร่องถึง ม. ๖ แล้วก็ให้จัดการ ให้งบประมาณให้เต็มที่ แต่วันนี้เพื่อนครูบาอาจารย์ คณะผู้บริหารโรงเรียน วันนี้ เขาส่งข่าวมาว่าขอขอบคุณรัฐบาลยุคนี้และชุดนี้ เป็นรัฐบาลชุดที่ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดีที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าสมัยก่อนท่านสุขวิช รังสิตพล ท่านปฏิรูปโรงเรียน มีห้องไอซีที (ICT) มีห้องซาวด์ แล็บ (Sound lab) แต่วันนี้ ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศอยากได้อะไร กระทรวงศึกษาธิการจัดให้ และวันนี้ได้รับ คําชมจากคณะครูบาอาจารย์ว่า เราได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มาจากครู โดยตรงแล้วเข้าใจการจัดการศึกษา เข้าใจในการบริหาร ครูเขาฝากความหวังไว้กับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าวันนี้ขอให้ท่านเป็นขวัญใจของครูต่อไป และต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่ท่านปฏิรูปโรงเรียนขยายโอกาส แล้วก็ทําให้ การเรียนการสอนเรียนฟรี ๑๒ ปี ขอให้เป็นผลสําเร็จ วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ มีความต้องการ มีความหวังว่าเปิดเทอมหน้าจะได้มีสมุด มีหนังสือเรียนฟรี มีข้าวปลา อาหารครบถ้วน ก็ถือว่าเป็นบุญบารมี ผู้ปกครองนักเรียนบอกว่า รัฐบาลชุดนี้อย่าเพิ่ง ยุบสภานะ ขอให้อยู่ครบทั้ง ๒ ปี ขอบคุณท่านประธานครับ