ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พูดถึงปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการสอบหลายครั้ง ทำให้เด็กเครียดและไม่มีความยุติธรรม ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเขาขอปฏิรูปการศึกษา โดยการให้สอบ 2 ครั้ง และมีการเลือกคณะที่เหมาะสมกับผลการสอบของเด็ก
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ เพราะท่านประธานเพิ่งบอกเดี๋ยวนี้ ผมคิดว่า ผมจะไม่ได้พูด ต้องขอบคุณนะครับ ก็อยากเรียนครับว่า ตามที่มีการเสนอผมได้นําเสนอ ร่างทั้ง ๓ ร่าง เพราะปัญหาที่มันเกิดขึ้นนี่ต้องยอมรับครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการศึกษา ของเรา ตอนนี้ขนาดว่าทําให้ไอคิวเด็ก ท่านประธานทราบไหมครับ เหลือ ๘๘ จากเดิมเรามีเกือบร้อย เด็กฉลาดนี่ประมาณ ๑๒๐ แต่ว่าการศึกษาที่พัฒนามาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นี่ผมว่ามันถดถอยลง สาเหตุของการถดถอยเพราะอะไรครับ เพราะเราไปแบ่ง กระทรวง ไปปรับปรุงระบบการศึกษาที่ผิดที่ครับ เพราะอะไรผมถึงพูดว่าผิดที่ จริง ๆ ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ประมาณปี ๒๕๔๖ ผมไปดู ต่างประเทศนี่เป็น ๑๐ ประเทศ เขาแบ่งกันชัดเจนครับ ประถมศึกษากับมัธยมศึกษานี่ไม่ มีประเทศไหนที่รวมกันเลย ประเทศที่เจริญแล้วเขาก็แยก แต่ของเราไปรวมกัน นั่นคือต้นเหตุ ผมก็ไม่ทราบว่าผู้บริหารสมัยนั้นคิดอย่างไร แล้วไปตั้งสภาการศึกษาเป็น สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาขึ้นมาเป็น ๕ แท่งแค่สภาของผมเขาจะอยู่เอกเทศ เป็นวิชาการ แต่กระทรวงศึกษาธิการเอาสภาการศึกษาเข้าไปอยู่บริหารปกครอง กระทรวงศึกษาธิการ มันทําให้เกิดปัญหาครับ เขาต้องอยู่ทางวิชาการ ท่านประธาน มาดูครับว่าหลังจากที่เขารวมกันแล้วมันเกิดอะไรขึ้นเด็กตอนนี้สับสนวุ่นวาย เด็กประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปรวมกัน ครูประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปรวมกัน ตอนนี้ เกี่ยวกับการขึ้นตําแหน่ง อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดครับ วัน ๆ ไม่ต้องทําอะไรครับ ต้องนั่งคิดว่า ตัวเองจะไปที่ไหน ต้องวิ่งเต้นจากประถมศึกษาจะไปมัธยมศึกษา จากมัธยมศึกษาเล็ก จะไปประถมศึกษาใหญ่ แค่นี้ก็หมดเวลาครับ การปรับปรุงในการเรียนการสอน เดี๋ยวก็ประเมินกันอีกแล้วเดี๋ยวครูมัธยมศึกษามาประเมินครูประถมศึกษา เดี๋ยวครูประถมศึกษาไปประเมินครูมัธยมศึกษา มันคนละเส้นทางเลยท่านประธาน มันมีผลกระทบการศึกษาอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ ผมอยากพูดเรื่องปัญหาการศึกษาผมเห็นด้วยที่จําเป็นต้องแยกประถมศึกษากับ มัธยมศึกษาต้องแยก จริง ๆ สภาการศึกษาน่าจะออกไปเป็นวิชาการแล้วตั้งมัธยมศึกษากับ ประถมศึกษาขึ้นมาเป็นแท่งเลย ตรงนั้นผมว่ามันจะเป็นส่วนที่ทําให้การศึกษาของไทยดีขึ้น การศึกษาของไทยในอดีตดีครับท่านประธาน แต่เดี๋ยวนี้ถดถอยมาก ถดถอยเพราะอะไร เพราะความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เด็กที่สอบเอนทรานซ์ (Entrance) ผมอยาก แสดงความเห็นหน่อยตอนนี้เขาบ่นมาก บ่นจนไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ เปลี่ยนตลอดเวลา สภาการศึกษาก็คิดคิดแล้วคิดอีก ไม่รู้คิดอะไร การศึกษามันต้องอย่าไปคิดมากเกินไป มีแบบอย่างไหนที่ดีแล้วก็ทําไป อันนี้ปรากฏว่าคิดสะระตะ คิดเดี๋ยวทั้งแพะ ทั้งแกะอะไรก็ไม่รู้ ปนกันไปหมดเดี๋ยวแอดมิชชัน (Admission) เป็นอย่างไรครับ ท่านประธานทราบไหมครับ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอดีต เขาบอกว่าเมืองไทยสอบเอนทรานซ์ดีที่สุดในเอเชีย เพราะอะไรครับสอบครั้งเดียวก็เลือกได้หมดทุกคณะ แต่หลังจากพัฒนาไปพัฒนามา ตอนนี้ก็มี พูดง่าย ๆ เอาระบบแอดมิดชันมาใช้บ้าง กลัวว่าเด็กจะไม่เรียนในโรงเรียนบ้าง เลยเพิ่มคะแนนขึ้นมาท่านประธานไปดูตอนนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงไปหมด สอบเองต่างหากแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัยสอบเอง ทําให้เด็กแทนที่จะสอบครั้งเดียว บางคนสอบเป็น ๑๐ ครั้งกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยหนึ่งเด็กเครียดแน่นอน ผมถึงบอก ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยครับว่า เรื่องเหล่านี้ผมว่ามันเป็ นสิ่งที่จําเป็ น ถ้าเรายังปล่อยปละละเลย ในความเห็นของผมที่ดีที่สุดนะท่านประธานสอบ ๒ ครั้ง คะแนนช่วยสัก ๕ เปอร์เซ็นต์พอแล้ว มีการสอบ ๒ ครั้งอยู่ครั้งหนึ่งครับ สอบเอนทรานซ์ ๒ ครั้งแล้วเอาคะแนนเฉลี่ย คะแนนไหนที่สูงที่สุดคนนั้นได้ไปแล้วสอบแล้วก็เลือก แต่ละคณะ เลือกทุกมหาวิทยาลัยได้ แล้วมีคะแนนช่วยแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นครับจะยุติธรรมที่สุดนะท่านประธาน ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่า ผมว่าถึงเวลานะครับที่จะต้องปฏิรูปการศึกษา แต่ร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ ผมก็สนับสนุนครับ แต่ไม่ทราบว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาของเราได้ขนาดไหน อยากเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าท่านไม่แก้ตรงนี้ในอนาคตผมว่ายังจะวุ่นกันอยู่ไม่จบ สภาการศึกษาบอกว่าถ้าทําแบบนี้ แบบปัจจุบันนี้เด็กจะหายเครียดจะไม่มีการเรียนพิเศษ มากมาย ท่านประธานไปดูครับเดี๋ยวนี้สอบกันหัวปักหัวปํำ พ่อแม่เครียดบางคน อยากไปสอบแทนลูกด้วยซํ้าไป ไปนั่งเฝ้ำลูกตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ไปส่งเรียนพิเศษวันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่างนี้หรือครับการเรียนมันจะพัฒนา มันถดถอย จนผมดูแล้วมันจําเป็นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องออกมาทําเรื่องนี้ให้จริงจัง แก้ไขเถอะครับ ผมว่าเรื่องสอบเข้า มหาวิทยาลัย ถามเด็กบ้าง เด็กที่จะสอบถามเขาบ้าง เขาอยากได้อะไร ไม่ใช่ไปสั่ง สั่ง สั่ง มันหมดสมัยแล้วครับท่านประธานที่จะไปสั่งเด็ก ตอนนี้นะครับอยากฝากท่านรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีไปถามเด็กหน่อยว่าสอบเอนทรานซ์อยากให้ทําแบบไหน ฝากครับ ขอบพระคุณมากครับ