จุมพฏ บุญใหญ่ หารือเรื่องร่างกฎหมายที่แยกประถมศึกษาออกจากมัธยมศึกษา และแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะแยกเพราะไม่เห็นคุณภาพการศึกษาดีขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของการอ่านภาษาไทยของนักเรียน และความท้าทายในการดูแลครูในเขตพื้นที่การศึกษา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกเสนอเข้ามานี้ กระผมเอง ได้รับการฝากฝังจากเพื่อนครูโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ ในฐานะที่อดีตเป็นครูประชาบาล สมัยครูประชาบาลที่อยู่กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ จะสอนอยู่ ๓ วิชา วิชาเลข วิชาคัด แล้วก็วิชาเลิก แต่มายุคนี้มีนักการศึกษา ที่จากต่างประเทศนําวิชาการการศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาแล้วก็ปรับปรุงมากมาย ไปเอาประถมศึกษามารวมกับมัธยมศึกษา ผมจะไม่เล่าอดีตของการเป็นครูประถมศึกษาว่า เดิมนั้นอยู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ต่อมาก็ต่อสู้กันเพื่อให้เกิดสํานักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติขึ้นมา ต่อมาก็มารวมให้มาเป็นสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมเห็นด้วยในการที่จะแยกกลับไปใช้วิธีการเดิมคือแยกประถมศึกษาออกจาก มัธยมศึกษาเสีย ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามแต่ผมไม่เห็นด้วย ที่จะแยกเพราะเพื่อผลประโยชน์ของบุคลากรทางการศึกษา เพราะความขัดแย้ง ของบุคลากรด้านประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาที่เข้าหากันไม่ได้ แต่ถ้าเราจะแยก เพื่อให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาที่ดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตครูโรงเรียน บ้านหนองหมาว้อสอนอยู่ ๓ วิชา เด็กอ่านหนังสือได้ครับ แต่ปัจจุบันผมได้สัมผัสกับ คนหลาย ๆ คน อ่านภาษาไทยไม่แตก ผมเลยถามเพื่อนครูที่เขายังประกอบอาชีพครูอยู่ ยังไม่ได้เกษียณ ผมถามว่าพวกคุณสอนวิชาภาษาไทยสอนแบบไหน คือผมอยากจะ เปรียบเทียบว่าสอนเหมือนสมัยที่ผมเป็นครูประชาบาลอยู่หรือเปล่า เขาบอกว่าถ้าจะสอน คําว่า แก้ว เขาก็เขียน สระแอ กอไก่ ไม้โท วอแหวน แล้วก็ให้นักเรียนอ่านคําว่า แก้ว แล้วก็ จําเอาเลยครับท่านประธาน แต่ครูโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อเขาจะสอนว่าอันนี้ สระแอ นะ อันนี้ กอไก่ กอบวกสระแอ ก็เป็น แก แกเอาวอแหวนมาผสมก็เป็น แกว ถ้าใส่ไม้โทก็เป็น แก้ว เพราะฉะนั้นเด็กแค่จบ ป. ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ หนังสือภาษาไทยทุกฉบับจะต้อง อ่านได้หมดครับ แต่ปัจจุบันนี้ถ้าไปเจอคําที่ตัวเองไม่เคยเห็น ไม่เคยอ่าน อ่านไม่ได้ครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานที่เคารพ ชื่อผม จุมพฏ ครับ คนขายตั๋วเครื่องบิน อ่านชื่อผมเป็น จุมพล ตลอด ไม่รู้จักครับ ฏ คือแม่กด ถ้าแม่กดมาสะกดแล้วต้องเอาลิ้น ปิดเพดานให้ออกเสียง ฏ แม่กดครับ ถ้าไปเจอไม้ตะพดอ่านได้ ถ้ามาเจอจุมพฏอ่านไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็น นี่คือการลอกเลียนปรัชญาการศึกษาหรือวิธีการจากต่างประเทศครับ ผมจะฝากข้อเท็จจริงที่เพื่อนครูเขาฝากมาให้อภิปรายท่านประธานที่เคารพ เขาบอกว่า ที่คุณภาพการศึกษามันกลับด้อยลงมา เด็กนักเรียนเมื่อจบประถมศึกษาปีที่ ๖ แล้ว อ่านหนังสือไม่ได้ส่งขึ้นมัธยมศึกษาอย่างไรก็อ่านหนังสือไม่ได้ เพราะถ้าอ่านหนังสือไม่ได้ แล้วก็จะไม่รักการอ่าน เมื่อไม่รักการอ่านแล้ว การค้นคว้าแหล่งวิชาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยการอ่านหนังสือไม่สามารถทําได้ครับ เพราะฉะนั้นคุณภาพตรงนี้จะลดลง เขาฝากบอกมาว่าเดิมนั้นสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดอยู่ภายใต้สํานักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จะมีระดับจังหวัด มีผู้อํานวยการ การประถมศึกษาจังหวัด และมีสํานักงานการประถมศึกษาอําเภอคอยดูแลควบคุม ครูทุกคน ในอําเภอจะรู้จักกันครับ แต่ปัจจุบันสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาครูอําเภอเดียวกัน ตําบล เดียวกันไม่รู้จักกันครับ เพราะโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ต่างคนก็ต่างอยู่ โดยเฉพาะ เมื่อแบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว โรงเรียนห่างจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ กิโลเมตรก็มี ยกตัวอย่างที่จังหวัดสกลนครครับ อําเภอภูพาน อยู่ติดชายแดนจังหวัดกาฬสินธุ์ต้องมาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งอยู่ติดชายแดน จังหวัดอุดรธานี ๑๕๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ทําให้ครูต้องไปซื้อรถยนต์เพื่อเดินทาง พอครูซื้อรถยนต์เดินทางมีหนี้สิน ขวัญกําลังใจต่าง ๆ ในการที่จะบริหารการศึกษา ในการสอนนักเรียนลดน้อยลงครับ ต่างกับครูโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อขี่จักรยาน แต่สอนเด็กอ่านหนังสือออกทุกคน ฉะนั้นถ้าจะแยกประถมศึกษาออกจากมัธยมศึกษา ผมอยากฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นว่าทําได้ไหมว่าให้สํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาที่เป็นระดับประถมศึกษานั้นมีหน่วยงานสําคัญอยู่ในระดับอําเภอด้วย เพื่อให้การนิเทศ ติดตามงานนั้นสามารถติดตามได้ใกล้ชิดไม่ใช่ใช้สํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาเดิมที่มีอยู่แล้วในแต่ละจังหวัด บางจังหวัดก็มี ๓ เขต บางจังหวัดก็มี ๕ เขต แล้วแต่จังหวัดใหญ่และจังหวัดเล็ก ท่านประธานครับ และผมขอสนับสนุนความคิดของ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายว่าสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่จะตั้งขึ้นใหม่นั้น ขอให้มีอย่างน้อยจังหวัดละ ๑ สํานักงาน ใช้เขตพื้นที่ตรงนี้ อย่าไปเอา ๔๐ เลยครับเดี๋ยวก็ จะแย่งกันอีก ให้ศึกษาธิการจังหวัดเดิมท่านได้ไปอยู่ ท่านประธานที่เคารพ มิฉะนั้นแล้ว การติดตามประสานงานเหล่านี้ก็จะมีข้อบกพร่องขึ้นเนื่องจากระยะทางและ ความสนิทสนมคุ้นเคยกัน อย่างที่ผมได้กราบเรียนจากข้อเท็จจริงที่เพื่อนครูได้ฝากมา ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นสุดท้ายอยากจะฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น คือปรัชญาการศึกษาตรงนี้อาจจะพูดยากหน่อยแต่จะขอพูด ท่านประธานครับ สังคมไทยเราทุกวันนี้ ประเทศไทยทุกวันนี้การศึกษาเน้นให้เป็นคนเก่ง ประเทศเรา จึงมีปัญหาใช่หรือไม่ ทําไมปรัชญาการศึกษาของประเทศไทยจึงไม่เน้นให้คนมีคุณธรรม หรือเป็นคนดี ท่านประธานครับ เพราะเหตุใดผมจึงหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด การเป็น คนเก่งนั้นก็จะก่อให้เกิดการแข่งขัน เมื่อมีการแข่งขันก็จะมีที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ จะมีคนชนะและ มีคนแพ้ เมื่อมีการแข่งขันเกิดความเครียด เพราะคนจะเป็นคนเก่งให้เท่ากันทุกคนนั้น เป็นไปได้ยาก แต่ถ้าจะให้นักเรียนทุกคนที่ผ่านโรงเรียนนั้นเป็นคนดีมีคุณธรรมทุกคน สามารถเป็นคนดีมีคุณธรรมได้ ท่านประธานครับ การเป็นคนดีมีคุณธรรมไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองเท่านั้น ดังนั้นจึงฝากถึงกรรมาธิการและท่านผู้มีอํานาจในการบริหาร การศึกษาว่าเปลี่ยนปรัชญาการศึกษาปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ ไหมครับให้นักเรียนทุกคน ที่ผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเป็นคนดีมีคุณธรรมของสังคมมากกว่ามุ่งการเป็นคนเก่ง ของสังคม ขอบคุณครับ