เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา โดยมีคำถามต่อผู้เสนอกฎหมายว่า จะได้ประโยชน์อะไร และมีปัญหาการบริหารในเรื่องของครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษา
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมเอง มีความประสงค์และมีความตั้งใจปรารถนาที่จะอภิปรายในเชิงขอเรียนถามทางผู้ที่เสนอ กฎหมายฉบับนี้ในสามสี่ห้าประเด็นนะครับ จะไม่อภิปรายในเรื่องของความเห็นในเชิง สนับสนุน แต่จะไม่ได้คัดค้านถ้าหากว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ก่อเกิดประโยชน์ที่แท้จริง ฉะนั้นการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ก่อเกิดประโยชน์ที่แท้จริงนั้น ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็ขอใช้สิทธินี้ในการอภิปรายซักถามทางผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ ให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการตัดสินใจเพื่อที่จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ในการที่จะแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ซึ่งดูจากเหตุผลในการประกอบร่างกฎหมายแล้ว ในเชิงการบริหารงาน ของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งทางผู้เสนอกฎหมายนี้ต้องการแก้ไขปัญหา แล้วก็เพื่อที่จะให้ ปัญหาของการบริหารนั้นสัมฤทธิผล มีประสิทธิภาพ ก่อเกิดประโยชน์ในการบริหาร การจัดการนั้น แต่ในส่วนการบริหารนั้นในเชิงบริหารผมมองได้อยู่ ๓ อย่าง ท่านประธาน ที่เคารพครับ อย่างแรกก็คือการบริหารงานบุคคล ในเรื่องที่ ๒ ก็คือการบริหารในเรื่องของ งบประมาณ ในเรื่องที่ ๓ ก็คือการบริหารทางการศึกษา ผมได้ฟังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ผู้เสนอหลายท่าน เปรียบเสมือนหนึ่งว่าในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นั้น จะเป็นงานในการแก้ไขกฎหมายในเชิงบริหารงานบุคคล หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นการบริหาร ในเชิงบริหารงบประมาณ แต่ในการบริหารทางการศึกษานั้นท่านไม่เคยได้พูดให้สภาแห่งนี้ ได้เข้าใจเลยว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ประชาชนได้อะไรบ้าง อันที่สอง มันก็เกิด คําถามต่อมาว่าถ้าแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้วนักเรียนจะได้อะไรบ้าง แล้วอันสุดท้าย สิ่งซึ่งเราได้พิจารณาพิเคราะห์ก็คือว่าเมื่อท่านแก้ไขกฎหมายนี้แล้วครูได้อะไรบ้าง ท่านไม่เคย อธิบายให้เกิดความชัดเจน แต่เท่าที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ที่เสนอกฎหมาย ฉบับนี้นั้นโดยมากจะเน้นในงานของงานบริหารด้านบุคคล ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น ผมเห็นด้วยอย่างที่ท่านสุนัยได้พูด ตั้งแต่เริ่มต้นมีการบริหารมานั้นมันมีปัญหาอุปสรรค อย่างไร แต่ปัญหาที่แท้จริงนั้นมันเกิดปัญหาระหว่างองค์กรครูสามัญหรือครูประถมศึกษา หรือไม่ อย่างไร ท่านต้องบอกกับสภานี้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เอาความขัดแย้ง ความเห็นแตกต่างกัน การบริหารบุคคลที่ไม่สามารถเข้าในกระบวนการร่วมกันได้ และนํามาสู่ในการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ต่อสภา ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงสงสัยว่าในเชิง การบริหารทางด้านการศึกษาของเรานั้นมันผิดพลาดใช่ไหม มันบกพร่องใช่ไหม มันก่อให้เกิด การศึกษาของเราไร้ประสิทธิภาพ ไร้ทิศทางใช่ไหม การบริหารในเรื่องของงบประมาณนั้น ไม่สอดคล้องกับการบริหารทางด้านการศึกษาใช่หรือไม่ หรือเป็นเพราะปัญหาระหว่าง ครูประถมศึกษากับครูมัธยมศึกษาที่มีความขัดแย้งกัน ท่านจึงนําไปสู่ในการขอแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้ ๒ องค์กรนี้ขัดแย้งกัน ปัญหาเหล่านี้ ท่านต้องตอบให้กับทางพวกผมในฐานะซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าใจว่า แท้จริงในการเสนอกฎหมายนี้มันคืออะไร จริงอยู่ผมเองมองว่าถ้าเสนอกฎหมายนี้แล้ว ใน ๓ ส่วนได้ประโยชน์ผมไม่คัดค้านเลย แต่ในฐานะท่านเป็นผู้บริหารและในฐานะซึ่งท่าน เสนอกฎหมายต่อสภาแห่งนี้ท่านไม่ได้อธิบายเลยว่าเมื่อแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้ว ท่านเพียงแต่ให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของทางการศึกษาจะมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด คําว่า สูงสุด คืออะไร ใครได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ แท้ที่จริงมันคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งซึ่งเราอยากจะเห็นในการแก้ไข กฎหมายที่สัมฤทธิผลจริง ๆ นั้นเอาความจริงมาพูดกันในสภาแห่งนี้ ปัญหาหนึ่งซึ่งผม ในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรมาจากบ้านนอกเหมือนกับท่านประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พบปะกับพวกคณะครูบาอาจารย์และครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษาก็ได้เล่า ให้ผมฟังว่า ท่านประธานเคยเชิญเขามาที่สภาแห่งนี้เขาบอกว่าให้ฝากขอบคุณ ท่านประธานด้วยว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเขาได้พบได้เห็นได้มีโอกาสได้สัมผัส ผมก็เลยสอบถามว่า สิ่งจริง ๆ ซึ่งกฎหมายจะเข้าสู่สภาในวันพุธนี้คือวันนี้ ท่านประธานจริง ๆ มันคืออะไร เขาบอกว่าใน ๒ องค์กรระหว่างครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษา การที่จะเข้ามาอยู่รวมกันได้ มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมของ ๒ องค์กรเป็นสิ่งซึ่งยากลําบาก แล้วเขาก็อยากแยก ออกไปให้ชัดเจนว่าระหว่างการบริหารครูประถมศึกษาและครูมัธยมศึกษา ผมก็เกิดความคิด ท่านประธานครับ อันนี้แก้ไขเพื่อตัวบุคคลใช่ไหม เวลาท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เจ้าของร่างที่เสนอต่อสภาแห่งนี้ท่านดูสิครับในเหตุผลแล้วพอท่านอ่านเสร็จท่านไม่ได้อธิบาย เหตุผลเลยครับในเชิงการบริหารการศึกษาว่าประชาชนได้อะไร