สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“พระบรมราชโองการ

ประกาศพระราชกฤษฎีกา

เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป

พ.ศ. ๒๕๕๓

______________

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้ปีหนึ่งมีสมัยประชุม สามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ โดยให้ถือวันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก เป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญทั่วไป และ เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้มีการเรียกประชุม รัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกในวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงสมควรเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไปสําหรับปี ๒๕๕๓ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามความในมาตรา ๑๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป พ.ศ. ๒๕๕๓ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี”

“พระบรมราชโองการ

ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี

________________

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้แต่งตั้ง รัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ นั้น

บัดนี้นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่าได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตําแหน่ง สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตําแหน่งเพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็น รัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้

๑.ให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี

นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็ นปี ที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี”

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผมขอความกรุณาเนื่องจากเรามีสมาชิกใหม่ ๒ ท่าน ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ ยื่นคําร้ องขอให้ ศาลฎีกาสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ ๑ แทนคุณขจิตร ชัยนิคม ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ วรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๑๑ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒ แล้วนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคําสั่ง ที่ ๘๔๒๘/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ ๑ จํานวน ๑ คน แทนคุณขจิตร ชัยนิคม ดังนั้นสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของคุณขจิตร ชัยนิคม เป็นอันสิ้นสุดลง ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน ตําแหน่งที่ว่างลงแล้ว เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๓ และอยู่ในระหว่างการรับรองผล การเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ด้วยได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง จํานวน ๒ ฉบับ ดังนี้

๑. จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๑ ได้แก่ คุณชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ และ

๒. จังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๑ ได้แก่ คุณอํานาจ วิลาวัลย์ สังกัด พรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระนะครับ

กระผมขอเชิญสมาชิกทั้ง ๒ ท่านกรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตน ซึ่งผมจะเป็นผู้กล่าวนํา เชิญสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน พร้อมหรือยังครับ พร้อมแล้วนะครับ

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวนําพร้อมกัน)

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และ ปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

กระผมขอแสดงความยินดี ขอต้อนรับท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านนะครับ ขอเชิญนั่งลงปฏิบัติหน้าที่ได้

ต่อไปผมจะขอแจ้งนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไป ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ในการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามสดนอกจาก มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เฉพาะวันพฤหัสบดีที่มีการพิจารณากระทู้ถามสดเท่านั้น ระหว่างเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา และจะดําเนินการถ่ายทอดเสียงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ความถี่ ๘๑๙ กิโลเฮิรตซ์ ตลอดสมัยประชุม ก็เนื่องจากทางกรมประชาสัมพันธ์ได้แจ้งมาให้เวลาเราแค่นี้ จึงแจ้งให้ ท่านสมาชิกโปรดทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป

เนื่องจากสํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามทั่วไปอันดับที่ ๑.๑.๓ ขึ้นมาตอบเป็นอันดับที่ ๑.๑.๑ ก่อน เนื่องจาก ในเวลาดังกล่าวรัฐมนตรีผู้ตอบกระทู้ถามติดภารกิจสําคัญ ดังนั้นผมขอนํากระทู้ถามทั่วไป อันดับที่ ๑.๑.๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๒๕ เรื่อง การกํากับดูแลตลาดพลังงาน (นางอานิก อัมระนันทน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

ขอเชิญคุณอานิก อัมระนันทน์ เจ้าของกระทู้ถาม เชิญครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ขอตั้งกระทู้ถามเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ กระทู้ถามอันนี้เกี่ยวกับการกํากับดูแลตลาดพลังงาน เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๔ (๑) และมาตรา ๘๔ (๕) เกี่ยวกับการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมตามแนวนโยบายแห่งรัฐ แล้วก็เพื่อเป็นการแก้ ข้อกังวลของประชาชนทั่วไปที่ว่าเขาต้องจ่ายค่านํ้ามัน ค่าก๊าซ และค่าไฟฟ้ำในราคาแพง ในขณะที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) มีกําไรมาก จึงสมควรจะปรับปรุงการกํากับดูแล ให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมและรัดกุมกว่าในปัจจุบัน อีกทั้งปรับกรอบของการดูแลและ โครงสร้างของตลาดในบางประการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและเพื่อสร้าง ความมั่นใจว่า รัฐวิสาหกิจแห่งนี้จะสามารถดําเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพสูงสุด จริง ๆ นะคะ ในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนของข้าราชการที่กํากับดูแล ดิฉันได้เคยถาม กระทู้ถามไปแล้วครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นกระทู้ถามในวันนี้ก็จะเน้นในเรื่องของโครงสร้าง ของตลาดนะคะ ขอเรียนถามดังนี้ค่ะ

คําถามที่ ๑ กรอบการกํากับดูแลโดยรวม เหตุใดจึงยังไม่มีการผลักดัน การแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๔๔๒ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ยังไม่ครอบคลุมรัฐวิสาหกิจที่แข่งขันกับเอกชนนะคะ ซึ่งเป็นการขัดกับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญข้างต้น เพราะว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่เสรีและเป็นธรรมเพราะว่าเขาได้ ข้อยกเว้นนะคะ ทั้ง ๆ ที่การแก้ไขมาตรา ๔ (๒) นี่ได้เคยผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ในอดีตตั้งแต่เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๐ มาแล้วนะคะ

คําถามที่ ๒ เกี่ยวกับตลาดนํ้ามัน เนื่องจากบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโรงกลั่นเกือบทุกโรงในประเทศไทย จึงเป็นการครอบงําตลาดนะคะ เรียนถามว่า เหตุใดจึงยังไม่มีการแก้กฎหมายหรือปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ รัฐวิสาหกิจแห่งนี้ลดการถือหุ้นในธุรกิจการกลั่นนํ้ามันเพื่อเปิดทางให้ตลาดมีการแข่งขัน อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้ราคาผลิตภัณฑ์สามารถลดลงได้แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับ ผู้บริโภคนะคะ

คําถามที่ ๓ เกี่ยวกับตลาดของก๊าซธรรมชาตินะคะ เหตุใดจึงยังไม่มีกฎ ระเบียบต่าง ๆ ในการกํากับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เพื่อให้การประกอบธุรกิจ การกําหนดราคาและเงื่อนไขในการจําหน่ายก๊าซมีความโปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้ซื้อต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ซื้อในภาคอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้ำ เพราะว่า จะมีส่วนในการช่วยลดต้นทุนและราคาของไฟฟ้ำกับประชาชนและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วยนะคะ

นอกจากนี้ก็เรียนถามว่า เหตุใดภาครัฐจึงยังไม่กําหนดห้ามผู้ซึ่งผูกขาด ในการจําหน่ายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก็คือ ปตท. ในกรณีนี้ไม่ให้ประกอบกิจการไฟฟ้ำ ผลิตไฟฟ้ำซึ่งใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง เพราะว่าจะทําให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ในภาคการผลิตไฟฟ้ำ ซึ่งในที่สุดแล้วก็จะมีผลเป็นภาระต่อประชาชนผู้บริโภคอีกนั่นเอง แล้วก็เป็นการขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เรียนไว้ข้างต้นนะคะ ทั้งนี้ การปรับปรุง แก้ไขตรงนี้สามารถทําได้ตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ของพระราชบัญญัติ ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ นะคะ

ในส่วนของตลาดก๊าซ คําถามย่อยสุดท้ายก็คือเหตุใดรัฐบาลจึงยังไม่เปิ ด ให้เอกชนมีสิทธิในการใช้ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ซึ่งจะเป็นทั้งท่อที่เป็นทรัพย์สินของ ปตท. และเป็นส่วนที่เช่าจากภาครัฐ เพราะว่าการให้ เอกชนอื่นเข้ามามีสิทธิใช้หรือที่เขาเรียกว่าเธิร์ด ปาร์ตี้ แอสเซท (Third party asset) จะช่วยสร้างตลาดให้มีการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมซึ่งจะก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับ ผู้บริโภคอย่างมากที่สุด ก็ขอเรียนถามแล้วก็ขอคําชี้แจงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านมอบหมายให้ใคร เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ผมมอบท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงพลังงานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ วันนี้ก็ได้มาขอตอบกระทู้ถามในส่วนที่ท่านสมาชิกท่านอานิก อัมระนันทน์ ที่กรุณาให้ความสําคัญในการที่จะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งจริง ๆ ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอขอแก้ไข พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า โดยมีประเด็นที่ให้รัฐวิสาหกิจที่ประกอบ กิจการแข่งขันกับภาคเอกชนอยู่ภายใต้การบังคับว่าด้วย พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการแข่งขัน ซึ่ง ครม. นี้ก็มีมติรับหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๐ หลังจากที่ ครม. มีมติรับหลักการไปแล้วในการพิจารณาก็จะต้อง เข้าไปอยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเข้าร่วม ประชุมไม่ว่าจะเป็ นกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๖ ก็ได้มีความเห็นออกมาแล้ว พิจารณาออกมาแล้วมีข้อสรุปได้ว่าการแก้ไขกฎหมายที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเป็นการ เปลี่ยนแปลงในหลักการสําคัญอย่างยิ่งที่มีต่อรัฐวิสาหกิจของประเทศ เพราะฉะนั้นจึงได้ มีการพิจารณาว่าน่าจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ด้วย ตลอดจน ผู้ที่เกี่ยวข้องให้กว้างขวางขึ้นแล้วก็รอบคอบโดยกระทรวงพาณิชย์ก็ได้รับมาดําเนินการ ซึ่งดิฉันขอเรียนว่า กระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีนโยบายในการที่จะปรับปรุงแล้วก็พัฒนา พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าให้มีความทันสมัย ให้ทันต่อเศรษฐกิจของโลก ที่เปลี่ยนแปลงไป ตรงนี้เราก็มีแนวทางที่ว่าจะยกเรื่องใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขอบเขต นิยามหรือการยกสํานักงานแข่งขันทางการค้าขึ้นเป็นกรมเลย ตรงนี้ก็อยากจะ เรียกว่าให้ใกล้เคียงเหมือนอย่าง ตัวอย่างนะคะ อย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งตรงนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็ดําเนินการอยู่ การให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการตรวจสอบพฤติกรรม ถือว่าเป็นแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการจะให้มีอย่างนั้นอยู่แล้ว แล้วก็ความชัดเจนที่จะให้ มีผลไปถึงรัฐวิสาหกิจด้วย ก็ต้องขอเรียนแล้วก็จะเร่งปรับปรุงแล้วก็ยกร่างกฎหมายนี้โดยเร็ว แล้วก็คาดว่าจะเข้ามาสู่สภาในสมัยนิติบัญญัติในครั้งหน้าที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามระหว่าง การปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้านี้ทางกระทรวงก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยที่จะ ไม่ดูแลผู้บริโภคหรือประชาชนโดยทั่วไปไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ตรงนี้เราก็ดูแลแม้กระทั่ง ผู้ประกอบการเองก็ไม่ให้เอาเปรียบซึ่งกันและกัน จึงได้ประกาศสินค้านํ้ามันเชื้อเพลิง แล้วก็ก๊าซแอลพีจี (LPG) เป็นสินค้าควบคุมซึ่งเราก็มีการติดตามดูแลใกล้ชิดอยู่ทุกวัน ราคาแล้วก็เรื่องของปัญหาต่าง ๆ เช่นเรื่องของการกักตุนไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีการพูดถึงเรื่องเอ็นจีวี (NGV) ซึ่งก็คงจะต้องดูกันต่อไปค่ะ ก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจอย่างยิ่งแล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะให้การสนับสนุน พ.ร.บ. แก้ไขฉบับนี้ด้วยเช่นกัน กราบขอบพระคุณค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานด้วยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถาม กระทู้ถามที่ ๒ กระทู้ถามที่ ๓

สําหรับกระทู้ ถามที่ ๒ ที่ท่านถามว่า เนื่องจากบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่ในโรงกลั่นเกือบทุกโรงในประเทศไทย ซึ่งเป็นการครอบงํา ตลาด เหตุใดจึงไม่มีการแก้ไขกฎหมาย หรือปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องให้รัฐวิสาหกิจนี้ ลดการถือหุ้นในธุรกิจการกลั่นนํ้ามันเพื่อเปิดทางให้ตลาดมีการแข่งขันอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้ราคาผลิตภัณฑ์นํ้ามันลดลงได้ ขอทราบรายละเอียด จึงขอเรียนข้อเท็จจริง ให้ทราบตรงไปตรงมานะครับว่า การที่ ปตท. เข้าไปถือหุ้นในโรงกลั่นทั้ง ๕ โรง ในจํานวน โรงกลั่นทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ๗ โรงนั้น ไม่ได้แปลว่า ปตท. สามารถ ที่จะครอบงําตลาดกิจการโรงกลั่นนํ้ามันในประเทศไทยได้ เพราะ ๒ โรงที่เหลือ ผู้ประกอบกิจการก็คือเป็นธุรกิจข้ามชาติรายใหญ่ ยักษ์ใหญ่ ยกตัวอย่าง เช่น เอสโซ่ (Esso) เชฟรอน (Chevron) ส่วน ๕ โรงที่ ปตท. ไปถือหุ้นนั้น ปตท. ก็ไม่สามารถที่จะ ครอบงําการบริหารจัดการของแต่ละโรงได้เนื่องจากไม่ได้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหมดนะครับ ยกตัวอย่างเช่น บางจากถือหุ้น ๒๘ เปอร์เซ็นต์ สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนิ่ง (Star Pitrolium Refining) จํากัด ถือหุ้น ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ไออาร์พีซี (IRPC) ๓๖.๘ เปอร์เซ็นต์ ปตท. อะโรเมติกส์ (Arometics) ๔๘ เปอร์เซ็นต์ ไทยออยล์ (Thaioil) ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยแล้วก็ ประมาณ ๓๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และบริษัทส่วนใหญ่ยกเว้นเอสพีอาร์ซี (SPRC) ที่กําลัง อยู่ระหว่างการดําเนินการที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกนั้น ๔ โรงกลั่นนั้น จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เรียบร้ อยแล้ว การที่เป็ นบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ แน่นอนครับ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายบริษัทมหาชนที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ ปฏิบัติตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก็ดําเนินการบริหารจัดการ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ให้มีการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และธุรกิจโรงกลั่น นํ้ามันและธุรกิจพลังงานนั้นนะครับก็ได้เปิดเสรีมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ แล้ว ตั้งแต่สมัยท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันธุรกิจโรงกลั่นเป็นธุรกิจที่เปิดเสรี และส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุน จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่ากําลังการกลั่นของประเทศ ในขณะนี้สูงกว่าปริมาณความต้องการ ขณะนี้ปริมาณการกลั่นทั้งหมด ทั้ง ๗ โรงนะครับ ๑.๒ ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะที่ความต้องการนํ้ามันประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน เท่านั้น เพราะฉะนั้นส่วนที่เหลือทําอย่างไรครับ ส่วนที่เหลือต้องส่งไปขายต่างประเทศ เพราะฉะนั้นไม่เพียงแต่โรงกลั่นทั้ง ๗ โรงจะแข่งขันกันอย่างเสรีแล้ว แข่งขันกันเองแล้ว ยังแข่งขันกับโรงกลั่นในต่างประเทศอีกด้วย เพราะรัฐก็เปิ ดโอกาสให้นําเข้า นํ้ามันสําเร็จรูปจากต่างประเทศได้ เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงกลั่นยักษ์ใหญ่ ที่เป็นคู่แข่งที่สําคัญนั่นก็คือโรงกลั่นจากตะวันออกกลาง โรงกลั่นจากจีน อินเดีย เป็นต้น เพราะฉะนั้นจะสรุปได้ว่าธุรกิจการกลั่นนํ้ามันในขณะนี้เป็นการแข่งขันอย่างเสรีไม่ได้มี การครอบงําเหนือตลาดโดย ปตท. หรือบริษัทอื่นใดอย่างเด็ดขาด ก็ขอเรียนให้ทราบ โดยคร่าว ๆ อย่างนี้นะครับ

กระทู้ถามข้อที่ ๓.๑ เหตุใดจึงยังไม่มีกฎ ระเบียบต่าง ๆ ในการกํากับดูแล กิจการก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เพื่อให้การประกอบธุรกิจ การกําหนดราคาและเงื่อนไขในการจําหน่ายก๊าซมีความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยเฉพาะ ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้ำ เพราะจะช่วยลดต้นทุนและราคาของไฟฟ้ำได้ ก็ขอเรียนนะครับ ความจริงแล้วมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกิจการขายก๊าซธรรมชาติ ก็มีอยู่ด้วยกัน ๒ ฉบับ ๑. พ.ร.บ. ปิโตรเลียม ๒๕๑๔ ที่กําหนดให้ธุรกิจการสํารวจ และผลิต การกําหนดราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากปากหลุมนั้นเป็นอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการปิโตรเลียม ค่าผ่านท่อก็เป็นอํานาจของคณะกรรมการกํากับกิจการ พลังงาน โดย พ.ร.บ. กํากับกิจการพลังงาน ๒๕๕๐ และราคาขายก๊าซจากผ่านท่อไปแล้ว คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานก็กํากับ ดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นเรียกว่ากิจการก๊าซธรรมชาตินั้นมีกฎหมายควบคุมกํากับดูแล แน่นอนทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทาง ต้นนํ้าไปจนถึงปลายนํ้า

กระทู้ถามข้อที่ ๓.๒ เหตุใดภาครัฐจึงไม่มีกําหนดห้ามผู้ซึ่งผูกขาดในการจําหน่าย ก๊าซธรรมชาติไม่ให้ประกอบกิจการไฟฟ้ำที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เพราะจะทําให้ เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในการผลิตไฟฟ้ำ ซึ่งจะเป็นภาระกับประชาชนผู้บริโภค และขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญข้างต้น ทั้งนี้ สามารถทําได้ตามมาตรา ๕๐ และ มาตรา ๕๑ ของพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน ๒๕๕๐ ผมขอเรียนว่ากิจการ ขายก๊าซธรรมชาตินั้นไม่ได้ผูกขาด เพียงแต่ว่าตอนนี้มันยังไม่มีเอกชนรายอื่นเข้ามา แข่งขันกับ ปตท. เท่านั้น กฎหมายเปิดกว้างให้สามารถเปิดการแข่งขันได้ไม่ได้ผูกขาด และกิจการไฟฟ้ำด้วยก๊าซธรรมชาติก็เปิดเสรีตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน ๒๕๕๐ ปตท. ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ขายก๊าซธรรมชาติ ถามว่า เหตุใดทําไมต้องไปร่วมลงทุน ในการผลิตกระแสไฟฟ้ำซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงมันก่อให้เกิดการเอาเปรียบ ได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่ในการขายก๊าซธรรมชาติ ก็ขอเรียนว่า ปตท. ไม่สามารถ กําหนดราคาก๊าซธรรมชาติเองได้อย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว ราคาที่ปากหลุมคณะกรรมการ ปิโตรเลียมเป็นคนพิจารณากําหนด ราคาค่าผ่านท่อ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ออกจากท่อไปแล้ว คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเป็นผู้พิจารณากําหนด กํากับ ดูแล เพราะฉะนั้นถึงแม้ ปตท. จะขายก๊าซก็ต้องขายในราคาที่ได้รับการกํากับดูแล และ ไม่ว่าจะขายให้เอกชนหรือขายให้กับ กฟผ. ก็จะขายในราคาเดียวกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้นเกี่ยวกับการขายก๊าซ และคุณสมบัติของ ปตท. ก็ไม่ขัดกับมาตรา ๕๐ ของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงานในการที่จะปรับกิจการ ด้านผลิตกระแสไฟฟ้ำได้ ทั้งมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ ก็ไม่ขัด แล้วผู้ซื้อไฟฟ้ำก็เป็นผู้ซื้อ รายเดียวคือ กฟผ. ฉะนั้นจะเห็นได้ว่ามันไม่มีเกิดการเอาเปรียบเสียเปรียบกัน

ข้อสุดท้ายครับ เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เปิดให้เอกชนมีสิทธิใช้ระบบท่อส่งก๊าซ ของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ซึ่งประกอบด้วยท่อที่เป็นทรัพย์สินของ ปตท. และส่วนที่ เช่าจากภาครัฐ เพราะจะช่วยสร้างตลาดที่มีการแข่งขันเสรีและเป็นธรรมซึ่งจะก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ขอเรียนว่า เวลานี้เราเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจจะใช้บริการ ท่อไม่ว่าจะเป็นท่อของ ปตท. เองหรือท่อของกระทรวงการคลังสามารถที่จะมาใช้บริการได้ ตามมาตรา ๘๗ ของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน ซึ่งขออนุญาตอ่านให้ทราบว่า ผู้รับใบอนุญาตที่มีระบบโครงข่ายพลังงานต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบ กิจการพลังงานรายอื่นใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายพลังงานของตน ทั้งนี้ ตามข้อกําหนดที่ผู้รับใบอนุญาตมีระบบโครงข่ายพลังงานประกาศกําหนด เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าเอกชนรายอื่นนั้นนอกจาก ปตท. สามารถที่มาใช้ท่อที่มีอยู่แล้วได้ โดยต้องทํา ความตกลงกับ ปตท. แล้วก็ขออนุญาตกระทรวงการคลังในส่วนที่เป็ นท่อของ กระทรวงการคลัง ขอเรียนชี้แจงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ถามได้ ๑ ครั้ง เชิญ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ขอเรียนถามเพิ่มเติมคือในส่วนของก๊าซธรรมชาติ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดิฉันจะรอดูกฎหมายที่กําลังจะเข้า แต่ในส่วนของ กระทรวงพลังงานขออนุญาตถามเพิ่มเติมคือถึงแม้ว่าการถือหุ้นของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ในโรงกลั่นต่าง ๆ จะเป็นไปตามตัวเลขที่ท่านว่า จริง ๆ แล้วปัญหาของ การครอบงํามันยังมีอยู่ได้คือคงจะเรียกว่าเป็นคล้าย ๆ การฮั้วมากกว่า แล้วตัวเลขจริง ๆ ถ้านับสัดส่วนเขาก็มีประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่คํานวณอีก ๒ โรงที่เขาไม่มีหุ้น การที่เขามีหุ้นถึง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีความสามารถที่จะแต่งตั้งผู้บริหารได้ ของบริษัท ไทยออยล์ แล้วอีก ๒ เจ้าคือ ไออาร์พีซีกับอะโรเมติกส์ ก็มี ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ในเชิงธุรกิจแบบภาษาชาวบ้านก็ขออนุญาตเรียกว่าเป็นการฮั้วได้ แล้วการที่เรามีกําลังกลั่นเยอะเกินความต้องการในประเทศ แทนที่ประชาชนในประเทศ ส่วนใหญ่จะได้ราคาที่เป็นราคาเทียบกับราคาส่งออก ถ้าเผื่อไม่มีการแข่งขันที่จริงจังก็จะ ไม่ได้ราคาส่งออกจะกลายเป็นราคาที่คล้าย ๆ เท่า ๆ กับราคานําเข้า อาจจะมีส่วนลดบ้างนิดหน่อย เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่ามันยังไม่เป็ นการแข่งขันที่จริงจัง อยากจะให้ดูว่า จะสามารถที่จะปรับปรุงตรงนี้ได้ไหม ในส่วนของกฎ ระเบียบเกี่ยวกับการขาย ก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ถึงแม้จะมีกฎ ระเบียบออกมาแล้ว แต่ว่าในทางปฏิบัติดิฉันได้พบ พูดคุยกับฝ่ายอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ทั้งด้านผลิตไฟฟ้ำแล้วก็อุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็พบว่า สัญญามีความไม่เป็นธรรม อาจจะไม่ได้ผิดกฎ ระเบียบโดยตรง ซึ่งแปลว่ากฎ ระเบียบ อาจจะไม่รัดกุมพอ ความไม่เป็นธรรมก็อย่างเช่น สเปก (Spec) ของก๊าซที่จะขายให้ โรงไฟฟ้ำกว้างมากเลย ในขณะที่โรงไฟฟ้ำเขาจะต้องมีเครื่องจักรที่ทํางานกับสเปกที่แคบ กว่านั้น แล้วก็วันดีคืนดี ปตท. ก็อาจจะเปลี่ยนสเปกได้ ทําให้เขาเดือดร้อนแล้วก็ทําให้ ต้นทุนเขาสูงขึ้น ในหลายกรณีก็มีการส่งผ่านค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่มีความกดดันที่ ปตท. จะต้องลดต้นทุน กรณีที่เด่นที่สุดก็จะเป็ นเรื่องการที่นํ้าท่วมที่จังหวัดกาญจนบุรี จากเขื่อนศรีนครินทร์ เพราะว่าต้องผลิตไฟฟ้ำกะทันหัน เมื่อเดือนสิงหาคมในปีที่แล้ว ๒๕๕๒ ซึ่ง ปตท. เขาโอเค (OK) เดิมจะมีการซ่อมบํารุงท่อก๊าซในบงกชที่อยู่ในอ่าวไทย แต่ก็เกิดอุบัติเหตุว่าในพม่าเกิดมีปัญหาทําให้ขาดแคลนกะทันหัน แต่ว่าปรากฏว่า ผลกระทบก็คือ กฟผ. ต้องเป็นผู้รับหมดเพราะว่าเขาผ่านส่งต่อ ปตท. ไม่ได้รับผิดชอบ อะไรในส่วนนี้ มาถึง กฟผ. ก็คือมาที่ค่าไฟฟ้ำมาสู่ประชาชนนั่นเอง คือในระบบที่เป็นอยู่ ไม่มีแรงกระตุ้น ไม่มีกลไกที่จะกระตุ้นให้เขาพยายามประหยัดต้นทุนหรือพยายาม สร้างประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แล้วก็ในส่วนปิ โตรเคมีซึ่งเป็ นผู้ที่รับสินค้าจากของ ฝ่ายโรงแยกก๊าซ ก็ปรากฏว่ามีการขายราคาที่ไม่เป็นธรรม คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ดี ๆ หน่อยเขาก็จะไปขายบริษัทในเครือ ในราคาที่เรียกว่าราคาถูก เพราะเป็นราคาที่ เขาเรียกว่าราคาเนตแบค (Netback) คือผู้ที่รับซื้อไปเขาก็จะมีกําไรเสมอเลย ในขณะที่ เวลาที่เอาผลิตภัณฑ์ที่ด้อยกว่ามาขายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ำก็จะขายในราคาที่แพงกว่า ก็เป็น ความไม่เป็นธรรมที่ฝ่ายภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมเขาเรียกร้องมานะคะ

ประการที่เกี่ยวกับการแข่งขันในเรื่องของการผลิตไฟฟ้ำ ทั้ง ๆ ที่ ปตท. เป็นผู้ที่มีก๊าซธรรมชาติอยู่ในมือ ดูเผิน ๆ ดิฉันเองก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะว่า เนื่องจากว่ากฎเกณฑ์ของการกํากับดูแลไม่ค่อยรัดกุม เขาสามารถที่จะเลือกให้ เลือกปฏิบัติแบ่งจัดสรรก๊าซธรรมชาติเวลาที่ขาดแคลนให้กับบริษัทในเครือได้ มันก็ ไม่เป็นธรรมกับบริษัทอื่น เพราะว่าสัญญาค่อนข้างจะหลวมไม่เป็นธรรม เพราะว่าสัญญา เขาเป็นผู้ผูกขาด คนอื่นจะมาต่อรองให้สัญญารัดกุมไม่ได้ ไม่เหมือนในการแข่งขันที่เสรี เวลาจะตั้งโรงงานใหม่บริษัทในเครือของเขาก็จะได้เปรียบกว่าเพราะว่าจะรู้เรื่องข้อมูล อาจจะมีการวางท่อไปในทิศทางที่เป็ นประโยชน์ การให้สัญญา เทค ออร์ เปย์ (Take or pay) ก็ให้จัดสรรให้กับบริษัทในเครือก่อน ก็จะเรียนว่าตรงนี้มันจะเป็นความที่ ไม่เป็นธรรม ไม่เสรีแล้วก็จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้ำของประชาชน

ประการสุดท้ายที่จะเรียนถามเพิ่มเติมก็คือท่านรัฐมนตรีพยายามชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วระบบก๊าซธรรมชาติ การค้าขาย การส่งก๊าซธรรมชาติเป็นระบบที่เสรีอยู่แล้ว ในเนื้อกฎหมายเผิน ๆ อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าความเป็นจริงในเชิงเศรษฐศาสตร์เขา เรียกว่าเป็นแนชเชอรัล โมโนโพลี (Natural monopoly) ที่เราเรียกกันว่าเป็นการผูกขาด โดยธรรมชาตินะคะ ก็คือว่าเนื่องจากต้นทุนการสร้างท่อแก๊สนี่สูงมาก ๆ ถึงแม้จะบอกว่าใครสร้างก็ได้ก็คงไม่มี ใครอยากมาสร้าง ถึงได้มีการคิดกันหรือว่าในต่างประเทศที่เขาทํากันก็คือให้บุคคลอื่น มีสิทธิเข้ามาใช้ได้ ทีนี้กฎหมายอนุญาตแล้วแต่ปรากฏว่า ปตท. ยังไม่ได้เปิดที่จะให้คนมา ทําได้จริง ในทางปฏิบัติอาจจะต้องรบกวนเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า อาจจะต้องไปดูในภาคการปฏิบัติสามารถทําได้จริงหรือไม่ ก็เรียนถามเพิ่มเติมแค่นี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีตอบครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

คําถาม เพิ่มเติมนะครับ สําหรับโรงกลั่นผมขอเรียนชี้แจงว่า การที่ ปตท. ไปถือหุ้นในโรงกลั่น ทั้ง ๕ โรงนั้น ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ไปถือหุ้นทีเดียว ๕ โรง ทยอยถือแต่ละโรงแต่ต่างกรรมต่างวาระ แต่ละครั้งก็มีสถานการณ์ที่ทําให้ ปตท. เข้าไปถือหุ้นโดยมติของ ครม. เพราะ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ไทยออยล์ ปี ๒๕๒๒ ท่านคงจําได้ ไทยออยล์ประสบปัญหา การขาดทุน ไม่มีเงินสามารถชําระหนี้สินได้ เกิดภาวะล้มละลาย ครม. ต้องมีมติให้ ปตท. เข้าไปถือหุ้นในไทยออยล์ ต่อมาก็เรื่องของบางจาก แต่ละโรงกลั่นที่มีปัญหา ปตท. จึงเข้าไปถือหุ้นเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ ไปฟื้นฟูกิจการเพื่อเป็นการเสริมสร้าง ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไม่ให้โรงกลั่นนั้นตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ นี่คือ เหตุผลว่าทําไม ปตท. ถึงไปถือหุ้น อย่างที่กล่าวไปแล้วผมเคยสอบถามจากทาง ปตท. ว่าถึงแม้ว่า ปตท. จะมีสัดส่วนถือหุ้นในปัจจุบันนี้ใน ๕ โรงกลั่นก็ดี หรือลดสัดส่วนลงก็ดี หรือไม่ถือเลยก็ดีการแข่งขันในธุรกิจโรงกลั่นจะเปลี่ยนแปลงไหม คําตอบได้รับว่า ไม่เปลี่ยนแปลง การแข่งขันก็ยังเป็ นเสรีเหมือนเดิม ดังนั้นถ้าถามว่า ปตท. มีนโยบายที่จะถอนลดการถือหุ้นไหม มันก็อยู่ที่รัฐบาล อยู่ที่กระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปตท. ต้องคํานึงถึงความมั่นคง ด้านพลังงานของประเทศด้วยว่าถ้าเราไม่มีหลักประกันอะไรเลย เราปล่อยให้เสรี แล้วต่างชาติมาถือหุ้นหมด แล้วในเวลาสถานการณ์คับขันนั้นเราอาจจะมีปัญหาเรื่อง ความมั่นคงด้านพลังงานก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลว่าทําไมรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยจึงได้ มอบหมายให้ ปตท. เข้าไปซื้อหุ้นในโรงกลั่นที่มีปัญหาในแต่ละครั้ง

เรื่องราคาก๊าซธรรมชาติ ความจริงแล้วท่านรัฐมนตรีได้มอบหมาย กระทรวงพลังงานตั้งแต่เริ่มต้นที่ท่านมารับตําแหน่งว่า ขอให้กระทรวงพลังงานนั้นได้ ศึกษาโครงสร้างของราคาเอ็นจีวี ราคาแอลพีจีว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ซึ่งกระทรวง พลังงานก็รับนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ตอนนี้อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษามาศึกษา โครงสร้างราคาที่แท้จริงว่ามันเหมาะสม เป็นธรรมหรือไม่ อย่างไร ต้องขอเวลานิดหนึ่งว่า ตอนนี้เรากําลังมีกระบวนการที่จะจัดจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มาทําการศึกษาเพื่อให้เกิดความชัดแจ้งว่าราคาที่ซื้อขายอยู่ในขณะนี้นั้นมันมี ความเหมาะสม เป็นธรรมแล้วหรือไม่ อย่างไร

เรื่องนํ้าท่วม ตอนนั้นเป็นกรณีเหตุสุดวิสัยที่แหล่งก๊าซธรรมชาติ ทั้งแหล่ง อาทิตย์ก็ดี แหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซียก็ดี รวมทั้งแหล่งพม่าที่ยานาดาก็ดี เกิดเหตุการณ์ประจวบเหมาะเกิดมีปัญหาไม่สามารถส่งก๊ำซได้ตามปกติ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้การไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทยต้องหา แหล่งพลังงานเชื้อเพลิงอื่นมาผลิตกระแสไฟฟ้ำแทนเพื่อไม่ให้ไฟฟ้ำดับทั่วทั้งประเทศ แล้วจะตัดสินใจเลือกใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ำจากพลังนํ้าจากเขื่อนศรีนครินทร์อย่างที่ทราบ กันแล้วซึ่งก่อให้เกิดปัญหานํ้าท่วมตามมาซึ่งเราก็ได้แก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้นนั้นผมได้เรียนต่อสาธารณชนคือให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าจะไม่ให้ประชาชนต้อง เดือดร้อนจากเรื่องนี้ ขอให้ทาง ปตท. และ กฟผ. นั้นร่วมกันรับผิดชอบไม่ให้ส่งผ่าน ค่าไฟฟ้ำที่แพงขึ้นนั้นสู่ประชาชน เพราะฉะนั้นจะไม่มีการปรับขึ้นค่าเอฟที (FT) จากผลแห่งการที่ต้องใช้ต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้ำที่แพงขึ้นจากนํ้า จากนํ้ามันดีเซล นํ้ามันเตา

เรื่องของราคาปิโตรเคมีนั้นผมต้องขอเวลาที่ไปขอรายละเอียดก่อนนะครับ เพราะผมไม่ทราบรายละเอียดว่าซื้อขายกันอย่างไรบ้าง เป็นธรรม เหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนะครับ

ส่วนการผลิตไฟฟ้ำก็อย่างที่กล่าวไปแล้วนะครับว่าราคาของก๊าซมันเป็น ราคาเดียวกันเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะขายให้ใคร จะขายให้ กฟผ. ขายให้ผู้ประกอบการ เอกชนรายใหญ่ไอพีพี (IPP) ก็ราคาเดียวกันหมด มันไม่มีความแตกต่าง ได้เปรียบ เสียเปรียบกัน เรื่องท่อก๊าซกล่าวไปแล้วนะครับว่ากฎหมายก็เปิดช่อง และ ปตท. เองเขาก็ พร้อมที่จะให้เช่า ถ้ามีเอกชนสนใจที่จะมาลงทุนที่จะมาเช่านะครับ เพราะฉะนั้นมันก็ ไม่เป็นอุปสรรคที่จะไปขวางกั้น เพียงแต่ว่ายังไม่มีเอกชนรายไหนแสดงความจํานงที่จะมา ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ และจะมาขอเช่าท่อนะครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมทราบ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์มีเพิ่มเติมไหม ไม่มี ก็คงเป็นที่พอใจของเจ้าของกระทู้ถามนะครับ ถือว่า จบกระทู้ถามที่ ๑.๓ นะครับ

ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๒๓ เรื่อง การป้ องกันและ ลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ (นายนคร มาฉิม เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะถามรัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการที่จะ หามาตรการในการที่จะป้ องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากว่าความสูญเสียทั้งชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ในแต่ละปี ในแต่ละเดือนนั้นค่อนข้างที่จะสูง แล้วก็สูงอย่างน่าตกใจ ผมขออนุญาตที่จะ โยงไปถึงข้อมูลในเชิงสถิติ ในเชิงปริมาณ แล้วก็ทิศทางนโยบายของรัฐบาล รวมไปถึง องค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ องค์การ สหประชาชาติได้จัดประชุมผู้บริหารของทุกประเทศในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่กรุงมอสโก เพื่อร่วมกันกําหนดให้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระสําคัญที่ทุกประเทศ จะต้องให้ความสําคัญและเร่งดําเนินการแก้ไข โดยตั้งเป้ำลดจํานวนผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่ง ในทศวรรษหน้าก็คือปี คริสต์ศักราช ๒๐๑๐-๒๐๒๐ จากข้อมูลของสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๒ แนวโน้มของอุบัติเหตุ ทางถนนของประเทศไทยมีแนวโน้มค่อนข้างน่าพึงพอใจก็คือลดลง แต่ว่าค่อนข้าง ที่จะช้ามาก ในปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ความสูญเสียที่เกิดขึ้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง ยอดของผู้เสียชีวิตในปี ๒๕๕๑ ๑๑,๒๖๗ คน ใน ๑ ปีนะครับเสียชีวิตหมื่นกว่าคน มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง ๑๗.๗ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ที่สําคัญที่สุด ในแต่ละปี ๑ ใน ๓ ของผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพเป็นผู้ที่อยู่ในวัยทํางานก็คือเป็นหลักของ ครอบครัว นอกเหนือจากนั้นจากข้อมูลของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ความสูญเสียเมื่อเปรียบเทียบโดยคํานวณในปี ที่สูญเสีย ปี ๒๕๔๒ อุบัติเหตุทางถนน มีความสูญเสีย ๖.๖ เปอร์เซ็นต์เป็นอันดับ ๒ รองจากโรคเอดส์ ซึ่งสูงถึง ๗.๑ ในปี ๒๕๔๗ ในปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ความสูญเสียคิดเป็ นทรัพย์สินต่อปี ความเสียหายที่เกิดขึ้น เฉพาะทรัพย์สิน ๒๓๒,๘๕๕ ล้านบาท คิดเป็นจํานวน ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ก็คือรายได้ของประชาชาติ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ความสูญเสียจากอุบัติเหตุของคนไทยทั้งประเทศ สูญเสียมากเป็นประวัติการณ์ แล้วก็เป็นผู้ที่อยู่ในวัยทํางาน ซึ่งตามมาตรฐานทางสากล แล้วความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนไม่ควรเกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศ นอกเหนือจากนั้นผมขออนุญาตที่จะพูดถึงที่มาของอุบัติเหตุ ท่านประธานที่เคารพครับ การดื่มสุรา หลับในแล้วก็ง่วง ประมาท ขับรถเร็ว ที่สําคัญที่สุดก็คือคนที่ไม่ได้ฝึกอบรม กฎการจราจรการขับขี่จะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าคนที่อบรม แล้วก็ผ่านการฝึกอบรม จากสถาบันที่ถูกต้องร้ อยละ ๓๐ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะพูดถึงนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดง เจตจํานงในเวทีสัมมนาอุบัติเหตุระดับชาติ ครั้งที่ ๙ ช่วงระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งใจแล้วก็กําหนดเป็นนโยบายที่จะผลักดันให้ความปลอดภัย ทางถนนเป็นวาระแห่งชาติ ผ่านการขับเคลื่อนงานของศูนย์อํานวยการความปลอดภัย ทางถนนและโครงการไทยเข้มแข็ง พร้อมทั้งวางเป้ำหมายว่าในอีก ๑๐ ปีนับจากนี้อัตรา ผู้เสียชีวิตไม่ควรเกิน ๑๐ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน อันนี้ถือว่าเป็นนโยบายที่สําคัญ ของหัวหน้ารัฐบาลก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางศูนย์อํานวยการความปลอดภัย ทางถนน หรือ ศปถ. ก็ได้กําหนดเป็นยุทธศาสตร์หลักว่า แผนแม่บทในการกําหนด ความปลอดภัยทางถนน ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๕ ในช่วง ๕ ปี กําหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ ก็คือ

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผลักดันให้อุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระสําคัญ โดยระบุ เป้ำหมายในระยะยาวให้สอดคล้องกับสหประชาชาติ คือลดการเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่ง ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าและในปี ๒๕๕๙ จะต้องลดอัตราการเสียชีวิตไม่เกิน ๑๐ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็คือยกระดับโครงสร้างการทํางาน โดยกําหนดเป็น ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อทดแทนโครงสร้างเดิมที่จะต้องผ่านการขอมติของ คณะรัฐมนตรีทุกครั้ง ซึ่งค่อนข้างที่จะยุ่งยาก แล้วก็ไม่เป็นยุทธศาสตร์ ไม่เป็นระบบ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือยุทธศาสตร์การทําแผนนิติบัญญัติ พร้อมทั้ง การส่งเสริมและสนับสนุนให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากว่าปัญหาที่ปรากฏอยู่ก็คือความหละหลวมแล้วก็การหย่อนยานในการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือกฎหมายอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด อย่างจริงจัง และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ก็คือยุทธศาสตร์การกําหนดบทบาทหลักของหน่วยงานกลาง ที่จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการรับผิดชอบการดําเนินงาน โดยเฉพาะในกลุ่มปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ความเร็ว และจุดเสี่ยงตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ก็คือยุทธศาสตร์การเพิ่มบทบาทของภูมิภาคและท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เห็นในส่วนต่าง ๆ ได้มีโอกาส เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะป้ องกันการแก้ไขปัญหาหรือว่าลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยเท่าที่ควร

ยุทธศาสตร์สุดท้ายก็คือยุทธศาสตร์การวิจัยพัฒนาและติดตามประเมินผล ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์หลักของ ศปถ. เป็นหลักสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาล จะต้องใส่ใจและให้ความสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดมาถึงจุดนี้ก่อนที่จะถามไป ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วก็ส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมอยากจะให้ เจ้าหน้าที่ได้ฉายสถิติความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ โดยสรุปนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ได้ฉายภาพสถิติจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติด้วยครับ

สถิติที่ ๑ ก็คือสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางบกประจําปี ๒๕๔๘ ท่านประธานดูว่ามีอุบัติเหตุทั้งหมด ๑๒๒,๐๐๐ กว่าครั้ง มีผู้เสียชีวิตหรือจํานวนคนตาย ในปี ๒๕๔๘ จํานวน ๑๒,๘๕๘ คน ขอตารางที่ ๒ หน่อยครับ ในปี ๒๕๔๙ มีอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๒๑๐,๐๐๐ กว่าครั้ง มีผู้เสียชีวิตหรือคนตายในปี ๒๕๔๙ จากอุบัติเหตุ ๑๒,๖๑๙ ศพ ตารางต่อไปปี ๒๕๕๐ อุบัติเหตุ ๙๘,๐๐๐ กว่าครั้ง มีคนตาย ๑๑,๕๕๓ ศพ อันนี้ไม่รวมเดือนกรกฎาคมที่ไม่มีข้อมูลจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ข้อมูลถัดไป ปี ๒๕๕๑ มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๘๘,๐๐๐ กว่าครั้ง มีคนตายทั้งหมด ๑๑,๕๐๕ คน ปีสุดท้ายที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วัน มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๗๘,๐๐๐ กว่าครั้ง มีคนตาย เท่าที่รวมได้ไม่รวมเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปี มีคนตาย ๙,๗๖๙ ศพ ไม่รวมเดือนธันวาคม ซึ่งถ้าเกิดว่ารวมเดือนธันวาคมโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ ๑,๐๐๐ ศพ ก็ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ศพต่อปี คือความสูญเสียต่อทรัพย์สิน ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลปีละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และความสูญเสียต่อชีวิต ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าศพ ยิ่งกว่าสงครามครับ ท่านประธานครับ ถือว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องใส่ใจ จะต้องดูแล จะต้องกํากับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดําเนินการอย่างเด็ดขาดอย่างจริงจัง และหามาตรการในการที่จะลดการเกิดอุบัติเหตุ หามาตรการในการที่จะบรรเทาความสูญเสียและดูแลส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะ เยาวชนให้รู้จักกฎ ให้รู้จักระเบียบ ให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม การใช้รถ การใช้ถนน เพราะฉะนั้นผมจึงขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ตลอดจนการเปิด สอนการขับขี่ยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎจราจร ตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นการส่งเสริม และปลูกจิตสํานึกให้กับผู้ขับขี่ เยาวชน รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ยานพาหนะได้ปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างถูกต้องอย่างไร ขอทราบรายละเอียด

คําถามที่ ๒ ก็คือรัฐบาลมีนโยบายในการป้ องกันและลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียจากการจราจรอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก ท่านนคร มาฉิม ที่ได้ ให้ความสนใจเรื่องการคมนาคมที่บอกว่าเป็ นอุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุทางถนน หรือความปลอดภัยในการสัญจรไปมา ผมกราบเรียนเป็นกระทู้ถามที่กระทรวงคมนาคม ให้ความสนใจ และเป็นกระทู้ถามที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยในวันที่ ๒๔ ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงได้ ประกาศปี ๒๕๕๓ เป็ นปี แห่งความปลอดภัย โดยได้กราบเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปเปิดโครงการที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฉะนั้นโดยสโลแกน (Slogan) ที่บอกว่า การคมนาคมปลอดภัย สังคมไทยเป็นสุข ที่ท่านสมาชิกอาจจะได้เห็นในป้ำยที่เรารณรงค์ ผมกราบเรียนเพื่อให้เป็นรูปธรรมที่ได้ มองเห็นภาพชัดว่าสิ่งที่เราได้ประกาศไปเพื่อสอดคล้องกับปฏิญญามอสโกที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวถึง วันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ประกาศในปี ๒๕๕๓ ที่ประกาศเป็น ปีแห่งความปลอดภัย ฉะนั้นก็ตรงกับนโยบายที่อยากเห็นความปลอดภัยการลดอุบัติเหตุ เป็นวาระแห่งชาติ ฉะนั้นวันนี้สิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการไปแล้วก็ทําเป็นแผน ผมกราบเรียนว่า หลังจากที่เราไม่อยากเห็นในช่วงเทศกาลแต่ละครั้งนี่ ในเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ครั้งหนึ่งเราก็มารณรงค์กันครั้งหนึ่ง ฉะนั้นตลอดปี ๒๕๕๓ นี่ เราจะมีแผนปฏิบัติการซึ่งกระทรวงคมนาคมจะดําเนินการแผนนี้ไปตลอดทั้งปี ผมเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า เรื่องของความปลอดภัยทางถนน หรือเรื่องอุบัติเหตุนี่เกิดขึ้นอยู่ ๒ ประการ ประการแรกก็คือโครงสร้างพื้นฐาน ประการที่สอง ก็คือคน เรื่องที่เราจะทําควบคู่กันไปหรือท่านสมาชิกได้กรุณาถามผมถึงเรื่องการที่จะให้ ความรู้แก่ประชาชนหรือให้ความรู้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน เรื่องนี้ก็บรรจุในโครงการที่ปีคมนาคม ปลอดภัยโดยกรมการขนส่งทางบกได้ทําโครงการที่จะร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่เราจะมีการฝึกอบรมให้แก่นักศึกษาทั่วทั้งประเทศได้ทําแผนเอาไว้ทั้งหมด ๖๓๗ รุ่น จะมีนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมโครงการนี้ประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าคน ฉะนั้นนี่คือ การรณรงค์ในสถานศึกษา ก็ตรงกับที่ท่านสมาชิกอยากให้เห็น เพราะฉะนั้นวันนี้นอกจาก ที่เราจะรณรงค์ปลูกฝังให้เยาวชนได้เห็นความสําคัญของการเกิดอุบัติเหตุ ผมกราบเรียนว่า เรื่องอุบัติเหตุนี่เป็นเรื่องที่กระผมโดยส่วนตัวเองแล้วผมก็ได้รับรสชาติของอุบัติเหตุ ซึ่งผมก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องที่จะปลูกฝังในเยาวชนเราก็ดําเนินการไป

เรื่องที่ ๒ ที่เป็ นเรื่องของคนคือการขับขี่ คือการเคารพกฎจราจร การปฏิบัติการใช้ถนนตามกฎจราจร กรมการขนส่งทางบกได้ทําโครงการเมื่อปีที่แล้ว แล้วดําเนินการต่อก็คือการสร้างนักขับมืออาชีพ ฉะนั้นต่อไปเราจะมีนักขับมืออาชีพที่จะ เป็ นการฝึ กสอนให้ได้เป็ นนักขับมืออาชีพจริง ๆ ไม่ใช่ไปเรียนด้วยตนเอง ฉะนั้น กรมการขนส่งทางบกก็ไปดําเนินการให้ได้ทําอยู่แล้ว

เรื่องที่ ๓ ที่อยากเห็นการฝึกอบรม ตรงกับท่านสมาชิกว่าที่เราจะร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยที่มีแผนจะเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน คือหลังจากที่เราประกาศเป็น ปีแห่งความปลอดภัย เราจะเห็นชัดว่าในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาอุบัติเหตุทางถนนที่เป็น ถนนของทางหลวงและทางหลวงชนบทนี่ลดลงถึง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะที่เกิดอุบัติเหตุ ที่ตัวเลขที่ท่านสมาชิกได้ยกขึ้นเป็นทางหลวงท้องถิ่นที่อยู่ในชนบท แล้วส่วนใหญ่ ก็เกิดจากรถจักรยานยนต์อย่างที่ท่านทราบ ผมกราบเรียนว่า เรื่องนี้เราจะต้องได้รับ ความร่วมมือ เราจะต้องส่งเสริมการทํางานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตําบลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด เรื่องนี้เราก็จะ ทําเอ็มโอยูร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทยที่จะใช้เงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัย ไปรณรงค์ที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับกระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการ ในเรื่องนี้

ฉะนั้น ๓ เรื่องที่เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เคารพ กฎจราจรไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบวินัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกฝังให้คนมีจิตสํานึก ในการใช้รถใช้ถนนก็จะได้ดําเนินการอย่างที่ผมกราบเรียน ประการที่ ๒ นอกจากคนที่จะ มีจิตสํานึกของการใช้รถใช้ถนนแล้ว ก็เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราก็ยังมี ปัญหาอุปสรรคอยู่ ผมได้ให้นโยบายที่เป็นรูปชัดเจน เราจะขึ้นรถไปตามถนนทางหลวง ที่เป็นทางหลวงแผ่นดินใหญ่ ๆ เราจะเห็นป้ำยที่บอกว่าโค้งอันตราย ๓๐ ปี ๔๐ ปีก็ยังเขียนโค้งอันตราย อุบัติเหตุก็ยังเกิด อยู่เป็นประจํา ผมก็บอกว่าลองไปหาวิธีเปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งว่าป้ำยโค้งอันตราย ก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ไหม หรือการเปลี่ยนเป็นดับเบิล สคริพ (Double scrip) ที่ชะลอ ความเร็ว ปกติเรามีดับเบิล สคริพที่ชะลอความเร็วซึ่งเป็นมาตรฐาน ลองเปลี่ยนให้มัน ชะลอกันจริง ๆ หรือแม้แต่การไปปรับทางกายภาพที่เป็นโค้งหักศอก โค้งอันตรายทั้งหลาย ขณะนี้ผมได้สั่งให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทได้ทํารายงานโค้งอันตราย หรือจุดที่เป็นจุดเสี่ยงทั้งหลาย ให้เสนอเพื่อเป็นการจัดลําดับความสําคัญที่จะเอา งบประมาณไปทําในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการขยายถนน หรือเปลี่ยนอะไรก็แล้วแต่ที่จะสามารถลดอุบัติเหตุในคําว่า โค้งอันตราย หรือจุดอันตราย ทั้งหลาย

ส่วนเรื่องของจุดตัดรถไฟที่มีปัญหา ที่เราได้เห็นว่าเกิดเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง ผมเรียนอย่างนี้ครับขณะนี้เราได้ บรรจุในเส้นทางรถไฟที่มีอยู่ทั่วประเทศ ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เรามีจุดลักผ่านที่ประชาชนไปลักผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มี มาตรฐาน ไม่มีเครื่องกั้น หรือเครื่องกั้นไม่สมบูรณ์ เราก็ได้จัดสํารวจแล้วตั้งงบประมาณ ในโครงการไทยเข้มแข็งที่จะทําในเรื่องนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานผมได้ออก นโยบายอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องทางหลวงเพื่อชุมชน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า เมื่อเราเดินทางไปต่างจังหวัดหรือที่ต่าง ๆ เราจะ เห็นถนนหนทางที่ชาวบ้านที่เขามีอยู่เขามาทํามาค้าขาย เอาของมาวางขายแล้วก็เป็นเหตุ ให้เกิดอุบัติเหตุบ้างอะไรทั้งหลาย เราก็จะได้ออกแบบถนนเหล่านั้นเป็นทางหลวง เพื่อชุมชน ฉะนั้นสิ่งที่จะต้องทําร่วมกันในอนาคต การที่จะลดอุบัติเหตุให้แก่พี่น้อง ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนต้องเป็นความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย ก็คือภาครัฐและภาคประชาชน ภาครัฐทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องให้ความร่วมมือกัน ส่วนประชาชนก็ต้องมีการปลูก จิตสํานึกในความสูญเสียได้มีความรู้สึกว่าได้เห็นถึงภยันตรายที่เกิดขึ้น นอกจาก การเสียทรัพย์สินแล้วเรายังต้องมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูคนที่พิการอะไรทั้งหลาย ทุกท่าน ก็ทราบดีอยู่แล้ว ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสภา แห่งนี้ว่า ปี ๒๕๕๓ กระทรวงคมนาคมได้ประกาศเป็นปี แห่งความปลอดภัยที่จะ ดําเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยใช้สโลแกนว่า คมนาคมปลอดภัย สังคมไทยเป็นสุข หวังว่าจะได้รับความร่วมมือในการที่จะทํางานร่วมกันกับสภา ไม่ว่าจะเป็ น การแก้กฎหมายหรือแก้ระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการทํางาน ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับผู้บริหาร โรงเรียนทั่วประเทศด้วยความยินดี ต่อไปเชิญเจ้าของกระทู้ถาม ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ นะครับ ช่วยพิจารณาด้วยความรวบรัดหน่อยครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณแล้วก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่ท่านได้ใส่ใจ แล้วก็รับทราบถึงปัญหา แล้วก็ความสูญเสียที่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ได้รับจากการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ แต่ว่าสิ่งที่อยากจะฝากด้วย แล้วก็ถามไปด้วย กับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็คือสิ่งที่ผมได้เคยถาม ว่าการขยายระบบรางขนาดใหญ่ในการขนส่งมวลชนระดับภาคโดยเฉพาะรถไฟรางคู่ หรือว่ารถไฟความเร็วสูงเมื่อไรจะได้ใช้กันเสียที เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะลดอุบัติเหตุ จากการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล แล้วก็ทั้งประหยัดเวลา ลดความสูญเสีย แล้วก็เที่ยงตรง ประหยัดค่าใช้จ่าย

ประเด็นที่ ๒ ก็คือสิ่งที่ท่านได้ตอบเมื่อสักครู่ว่าการอบรมนักขับมืออาชีพ เน้นไปที่กลุ่มนักศึกษา จํานวน ๘๐,๐๐๐ คน เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมแล้วก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าผมว่ายังน้อยไป ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้นําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านขยายให้เป็น ๘๐๐,๐๐๐ คนได้ไหม เพราะคนไทย ๖๓-๖๕ ล้านคนมีส่วนในการที่จะประสบอุบัติเหตุซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้น วันไหน แล้วก็ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมันคํานวณเป็นเงินไม่ได้ อยากจะให้ท่านเพิ่ม มาตรการในส่วนนี้ เพิ่มกําลังในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเป็ นไปได้หรือไม่ที่ทางท่านรัฐมนตรีจะบังคับให้ รถโดยสารโดยเฉพาะเน้นไปที่รถโดยสารสาธารณะ ซึ่งบางครั้งอย่างรถขนส่งบริษัท อะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ขนส่งมวลชนต่าง ๆ ให้มีแถบบันทึกอัตราความเร็วเหมือนกับ ต่างประเทศที่ใช้อยู่ อย่างเช่น จํากัดไว้ที่ความเร็ว ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเกิดว่า เกินกว่านั้นเส้นกราฟมันจะเพิ่มขึ้นแล้วตัดใบอนุญาตเลย หรือว่าไม่ให้ขับรถสาธารณะเลย แต่ถ้าเกิดว่าบริษัทไหนหรือว่าคนขับคนไหนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามเส้นกราฟ ที่บันทึกไว้เหมือนกับที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเขาใช้ก็สามารถที่จะเป็ นส่วนหนึ่ง ในการลดอุบัติเหตุ

เรื่องสุดท้ายก็คืองบไทยเข้มแข็ง ชาวบ้าน ผู้นําท้องที่ ท้องถิ่น แล้วก็ราษฎร ที่ได้ฝากมากราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ถนนบางสายนี่ดีอยู่แล้ว ยังไม่ชํารุดเลยแต่ว่าทําไปแล้วคือไปรื้อแล้วก็ทําใหม่ แต่ว่าถนนที่ยังไม่ได้ทําจุดตัด จุดเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ที่ยังไม่ได้ทํากลับไม่ได้รับงบประมาณ ในส่วนนี้ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามีโอกาสไหมครับในงบไทยเข้มแข็งที่จะปรับเพื่อให้ตรงกับ ความต้องการ แล้วก็สนับสนุนยุทธศาสตร์ในการลดอุบัติเหตุให้กับคนไทยทั้งประเทศ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบเป็น ครั้งสุดท้าย

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบคําถามของท่านสมาชิก เรื่องถนนผมขอตอบเป็นกระทู้ถามต่อไป เรื่องที่จะจัดการถนน ผมขอตอบเป็นกระทู้ถามต่อไป

เรื่องที่ท่านถามเพิ่มขึ้นก็คือเรื่องรถไฟรางคู่ ซึ่งขณะนี้เราได้มีโครงการที่จะ ปรับปรุงรถไฟครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ งบประมาณถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะทํา ขณะนี้ก็อยู่ขั้นตอนที่จะทํารายละเอียด ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ เรื่องรถไฟรางคู่นี่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ท่านบอกว่าอยากเห็น แล้วก็อยากเห็นถึงความปลอดภัย ที่ผ่านมาผมได้ไปดูงานที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แหลมฉบัง ได้ไปเห็นถึงปัญหาที่ออกแบบทางรถไฟ ๗๖ กิโลเมตร แต่ปรากฏว่ามีรั้ว แต่ยัง มีจุดลักผ่านถึง ๖๐ จุด ฉะนั้นขณะนี้เรื่องความปลอดภัยเราได้ทําทุกระบบ ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าเราได้ทําทุกระบบไม่ว่าเป็นนํ้า บก ราง อากาศที่จะ ดําเนินการต่อไป

ส่วนเรื่องที่ท่านถามอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องรถสาธารณะ ผมได้ให้นโยบาย เข้มงวดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว การที่บริษัทต่าง ๆ รถสาธารณะที่ไปเกิดอุบัติเหตุจะต้องมี รายงานถึงผมทุกครั้งเพื่อได้ตรวจสอบ ๑. สภาพรถ ๒. ก็คือสภาพคนขับ ทุกวันนี้ผมได้ ให้แบลคลิสต์ (Blacklist) ทุกบริษัทที่เป็นบริษัทร่วมของ บขส. ถ้ามีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ต้องชี้แจงได้ว่าเกิดจากสภาพรถ ถ้าเกิดจากสภาพรถที่ไม่มีคุณภาพผู้ตรวจสภาพต้อง รับผิดชอบ เมื่อเกิดจากคนขับซึ่งชั่วโมงการทํางานเกินบริษัทต้องรับผิดชอบ การขึ้น แบลคลิสต์จะต้องนําไปสู่การต่อสัญญา เพราะฉะนั้นตรงกับที่ท่านสมาชิกได้เห็น ผมก็ได้ปฏิบัติไปแล้ว แล้วก็อยากกราบเรียนว่าจะทําให้เป็นจริงจังที่สุดนะครับ

ส่วนเรื่องที่ท่านถามอื่น ๆ ก็ขอขอบคุณนะครับที่ผมจะได้รับข้อเสนอแนะ ที่ดี ฉะนั้นผมก็กราบเรียนทางท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่องของการคมนาคม ปลอดภัยเป็นเรื่องต้องเป็นวาระแห่งชาติ ต้องเป็นการทํางานร่วมกันไม่ว่าจะเป็น การแก้กฎหมายอะไรต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค ขณะนี้กระทรวงคมนาคมก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเห็นพี่น้องประชาชนไทยได้เดินทางไปมาด้วยความสะดวกสบาย ปลอดภัย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามที่ ๒ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๑.๒

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๒๔ เรื่อง ขอขยายช่องทางจราจร ถนนทางหลวง หมายเลข ๑๐๖๕ ๑๒๗๕ ๑๐๖๓ และ ๑๒๖ (วงแหวนรอบนอก) จังหวัดพิษณุโลก เป็นสี่ช่องทางจราจร (นายนิยม ช่างพินิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน พร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ที่ได้บรรจุกระทู้ถามของผม และโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ให้ความสําคัญกับในเขตพื้นที่ ของจังหวัดพิษณุโลกลงมาตอบปัญหา สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญ แล้วก็ผมก็ได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ แล้วสิ่งที่สําคัญก็คือ ได้หารือในสภามาโดยตลอด และท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ทําหนังสือแจ้งไปถึง กระทรวงคมนาคม ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ตอบมาในระดับหนึ่งว่าอยู่ในระหว่าง การดําเนินการบ้าง อยู่ระหว่างการที่จะพิจารณาบ้าง ถือว่าปัญหาที่ผมจะถามมี ๔ เส้นทาง ด้วยกันที่ถือว่าเป็นปัญหาและความเดือดร้อนคือขยายช่องจราจร ผมจะเรียงลําดับนะครับ โดยเฉพาะถนนหมายเลข ๑๒๖ ถนนวงแหวนทิศใต้คือถนนวงแหวนรอบตัวจังหวัดพิษณุโลก มีระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร เส้นที่ ๒ ก็คือถนนสายพิษณุโลก-บางระกํา เส้นนี้ก็มีอยู่ ที่ถนนหมายเลข ๑๐๖๕ เป็นระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้น ก็ยังมีถนนหมายเลข ๑๐๖ ก็คือถนนสายพิษณุโลกไปอําเภอบางกระทุ่มมีระยะทาง ประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร แล้วก็ถนนหมายเลข ๔ ๑๒๗๕ ถนนสายพิษณุโลกไป ในเขตพื้นที่ของอําเภอพรหมพิรามซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ถนนทั้ง ๔ สายนี้ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบเพราะว่าจะไปเชื่อมของแต่ละอําเภอ แล้วก็พื้นที่ในจังหวัด พิษณุโลกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพื้นที่ภาคการเกษตร แล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นอีกถ้าพูดถึง จังหวัดพิษณุโลกก็คือภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน สิ่งสําคัญก็คือคนที่จะไป ภาคเหนือมาจากภาคใต้ก็ต้องผ่านจังหวัดพิษณุโลก หรือจากภาคเหนือที่จะไปภาคใต้ หรือจะไปทางภาคอีสานก็ต้องผ่านจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่สําคัญก็คือจะมองได้ว่าจังหวัด พิษณุโลกถึงแม้จะเป็ นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน แต่สิ่งที่สําคัญเลย ในการจราจรนี่ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญมาก เพราะว่ายังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อุทยานหลาย ๆ พื้นที่ด้วยกัน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของอําเภอนครไทย ภูหินร่องกล้า ทุ่งแสลงหลวง แล้วก็นํ้าตกอีกหลาย ๆ สถานที่ และสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นก็ยังมีทางด้าน วัฒนธรรมอีก ก็มีหลวงพ่อพระพุทธชินราชซึ่งก็สวยที่สุดในโลก คนไทยทุกคนถ้าผ่านไป จะต้องไปนมัสการหลวงพ่อพระพุทธชินราช แม้กระทั่งชาวต่างชาติเอง แต่สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าถนนของแต่ละสายนี่สําคัญมาก ผมจะยกตัวอย่างโดยเฉพาะในช่วงของ เทศกาลไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ของประเทศไทยมักจะมีอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง สาเหตุที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งนี่ไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก คนหลาย ๆ พื้นที่ที่ผ่านไปจังหวัดพิษณุโลกก็เจอกับถนนที่คับแคบอย่างนี้ มี ๒ ช่องจราจร อย่างนี้ แล้วก็เผลอ ๆ นี่จังหวัดพิษณุโลกก็ถือว่าไม่ใช่จังหวัดใหญ่ ถ้าเปรียบเทียบกับ จังหวัดอื่น ๆ แล้วลําดับอุบัติเหตุนี่แทบจะเป็นที่ ๑ ที่ ๒ ก็เคยมี เพราะฉะนั้นผมอยากจะ ฝากนะครับ โดยผมได้ยกตัวอย่างพื้นที่ในถนนเส้น ๑๒๖ วงแหวนด้านทิศใต้นี่คือทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกมีหมดแล้ว ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรแล้ว แต่ปัญหาก็คือถนน เส้น ๑๒๖ โดยเฉพาะอุบัติเหตุบ่อยครั้งมีจํานวนรถวิ่งถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าคันที่วิ่งผ่านต่อวัน ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่ผมเชื่อได้ว่าทางกระทรวงคมนาคมเองก็น่าจะมีข้อมูลที่ดีกว่าผม เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากนะครับ

ในส่วนถนนหมายเลข ๑๐๖๕ วันนี้ถือว่าครั้งหนึ่งเมื่อสมัยที่ผมเป็น ส.ส. ปี ๒๕๔๘ โดยเฉพาะท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็มี โครงการให้งบประมาณกับจังหวัด คือผู้ว่าซีอีโอ (CEO) ได้ขยายไป ๒ กิโลเมตร แต่ระยะทางจริง ๆ แล้วตกประมาณ ๒๕ กิโลเมตร สาเหตุที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าถนนสายพิษณุโลก-บางระกําจะไป เชื่อมต่อกับอําเภอลานกระบือไปจังหวัดกําแพงเพชร สิ่งที่สําคัญก็คือมีระบบขนส่งนํ้ามัน ของ ปตท.สผ. ก็จะวิ่งเอานํ้ามันดิบจากลานกระบือเข้ามาสู่ในตัวเมือง คืออําเภอเมือง ตําบลบึงพระ เมื่อถึงสถานีตรงนี้ จะทําให้อุบัติเหตุเกิดบ่อย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มี รถบรรทุกอ้อยเพราะว่าโรงงานอ้อยอยู่ที่อําเภอบางกระทุ่มก็ต้องผ่านถนนเส้นนี้แหละครับ เส้น ๑๐๖๕ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นถ้าผมเปรียบเทียบว่าผมได้เอาข้อมูลมา จากสถานีตํารวจ อุบัติเหตุเกิดตั้งแต่ ๑ มกราคมจนถึง ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๕๒ ๔๙ ครั้ง เฉลี่ยแล้วตายประมาณ ๑๐ คนด้วยกัน สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ว่ารถอ้อย รถขนส่งนํ้ามันดิบก็วิ่งอยู่ทุกวันและโดยเฉพาะช่วงเช้าการจราจรจะติดขัดมากก็คือว่า รถนักเรียนจะเข้ามาศึกษา เรียนต่อในเมืองก็จะต้องมาติดรถอ้อย รถนํ้ามัน อย่างนี้เป็นต้น ก็ขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการว่าแนวทางดําเนินไปถึงไหน สิ่งที่สําคัญ ไปกว่านั้นไม่ใช่เฉพาะ ๒ เส้นที่ผมพูดยังจะมีถนนสาย ๑๐๖๓ ๑๐๖๓ นี่ก็คือถนนจาก ตัวอําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกไปอําเภอบางกระทุ่มนี่ก็ถือว่าคับแคบ สิ่งที่สําคัญ ไปกว่านั้นก็คือว่าอย่างที่ผมเรียนไปสักครู่นี้รถบรรทุกอ้อยที่มาจากบางระกํา มาจาก จังหวัดกําแพงเพชร ลานกระบือก็ต้องมาผ่านเส้นนี้ เพราะฉะนั้นอุบัติเหตุนี่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าสูงมากแล้วอีก ๑ เส้นทางคือ ๑๒๗๕ ถนนเส้นนี้เชื่อมไปจากอําเภอเมือง ที่จะไปอําเภอพรหมพิราม ถนนเส้นนี้ก็ถือว่าเป็นถนนหลักที่จะไปเชื่อมต่ออําเภอพิชัย ไปจังหวัดอุตรดิตถ์แล้วไหล่ทางก็ไม่มีก็ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่ผมเรียนให้ทราบ เมื่อสักครู่นี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าแต่ละปีแต่ละครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะ คนในพื้นที่ แต่สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นพี่น้องที่จะผ่านไม่ว่าจะมาเที่ยวหรือมาทัศนศึกษาดูงาน ก็ต้องผ่านจังหวัดพิษณุโลก ก็อยากจะถามท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่ามีแนวทางที่ จะดําเนินการไปถึงไหน แล้วขั้นตอนในการที่จะได้ใช้ถนนทั้ง ๔ เส้นนี่ไปถึงไหนครับ ขอเรียนถามเป็นคําถามแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนิยม ช่างพินิจ ผมเรียนในหลักการก่อน ในหลักการที่เราจะขยายช่องจราจรจาก ๒ ช่องเป็น ๔ ช่องจราจร ปริมาณจราจรจะต้อง ได้อย่างน้อย ๘,๐๐๐ คันต่อวัน ซึ่งขณะนี้ในถนนที่อยู่ทั่วประเทศช่องจราจรที่เกิน ๘,๐๐๐ คันต่อวันมีเยอะมาก ฉะนั้นผมเรียนท่านสมาชิกว่าที่ท่านถามผมถนนทั้งหมดนี้ มี ๔ เส้น เลี่ยงเมืองของพิษณุโลก ๒๒ กิโลเมตร อันนี้ปริมาณจราจร ๑๐,๐๐๐ กว่าคันต่อวัน ที่อยู่ ณ ขณะนี้ถามว่าเราเห็นความสําคัญครับ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ เราได้ตั้งงบที่จะทํา ถนนเส้นนี้เป็นงานก่อสร้างใหม่ให้ในปี ๒๕๕๓ ปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ากระทรวงคมนาคม ไม่ได้รับจัดสรรงบสร้างใหม่แม้แต่เส้นเดียวคือไม่มีงบ มีแต่งบบูรณะกับงบผูกพัน ฉะนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่เราจะได้ดําเนินการในปี ๒๕๕๓ แต่ไม่ดําเนินการเนื่องจากเรา ไม่ได้จัดงบประมาณสร้างใหม่ขึ้นมา แต่ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า เมื่อเราได้ทําถนนเส้นนี้นําไปสู่การตั้งงบประมาณแล้วในปี ๒๕๕๔ ก็จะได้เสนอตั้ง งบประมาณต่อไปสําหรับเส้นนี้ ส่วนเส้นทางอื่นไม่ว่าจะเป็นพิษณุโลก-บางระกํา พิษณุโลก-บางระกํานี่ เป็ นผิวจราจรที่มีปัญหา ขณะนี้กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงก็ได้ไปจัด งบประมาณ ในปี ๒๕๕๑ เราได้ปรับปรุงไปแล้ว ๑๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ก็ได้ งบประมาณไปอีก ๑๖ ล้านบาท ขณะนี้ก็ดําเนินการก่อสร้างอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเราได้บูรณะเส้นนี้ก็คือพิษณุโลก-บางระกํา ส่วนพิษณุโลก-บางกระทุ่ม และพิษณุโลก-พรหมพิราม ทั้ง ๓ เส้นปริมาณจราจรอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าคันต่อวัน จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะขยายเป็ น ๔ ช่องจราจรได้ ทีนี้แนวทางที่กระทรวงคมนาคม ดําเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้ อนของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ว่าขณะนี้ในช่วงที่ถนนนี้ผ่านชุมชน แล้วเกิดปัญหา อย่างที่ผมตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกก่อนหน้านี้ว่าเรามีปัญหาในช่วงที่ผ่านย่านชุมชน เป็ นอย่างยิ่ง ผมจึงมีนโยบายให้มีถนนเพื่อชุมชน ฉะนั้นถนนที่ผ่านเมืองก็ตาม ผ่านในย่านชุมชนเป็ นโรงพยาบาล เป็ นโรงเรียน เราจะขยายเป็ น ๔ ช่องจราจร ให้เป็นช่วง ๆ ถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ปริมาณจราจรถึง ๘,๐๐๐ คันต่อวัน เราก็จะ ดําเนินการให้ เพราะฉะนั้นผมก็ตอบทั้ง ๓ เส้นนี้ว่าอยู่ในที่เราจะพิจารณาจัดเป็น โครงการถนนหลวงเพื่อชุมชน ก็ตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกตามนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ถามได้อีก ๑ ครั้งครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ ตอบเมื่อสักครู่นี้ก็เปรียบเสมือนว่ามีบางส่วนที่จะไปก่อสร้างหรือไปซ่อมแซม โดยเฉพาะ ในถนนสายพิษณุโลก-บางระกํา แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าวันนี้ กระทรวงคมนาคมมีงบประมาณมาก ๆ โดยเฉพาะไทยเข้มแข็งมีเป็นหมื่นล้าน และสิ่งที่ สําคัญอย่างที่เพื่อนสมาชิกเรียนไปสักครู่ ถนนบางเส้นที่พอใช้ได้ก็ไปรื้อ แล้วก็ปรับปรุง ทําใหม่ แต่สะท้อนความรู้สึกของพี่น้องประชาชน โดยความรู้สึกของผมที่ผมลงพื้นที่นี่ ไปทําทําไม ไปปรับปรุงทําไม ในส่วนที่จําเป็ นที่จะต้ องขยายทําไมไม่ทํา เพราะตรงนี้จะลดอุบัติเหตุมาก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีเลยว่า สิ่งที่สําคัญโดยเฉพาะในถนนเส้นพิษณุโลก-บางระกํา เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผมตั้งแต่ มาทําหน้าที่เป็นตัวแทน ผมไปทําหน้าที่เป็นประธานประชุมเพลิงบุคคลที่เสียชีวิต หลายศพ แต่ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการว่าทําไมล่ะครับ ตรงนี้แหละ ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการเท่ากับท่านช่วยชีวิตคน ช่วยลดอุบัติเหตุ ผมเชื่อ ได้ว่ากรอบแนวความคิดของท่านรัฐมนตรีว่าการก็คือสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นผมว่า กรอบแนวความคิดก็คือให้เกิดความเสมอภาค เป็นตัวแทนของพี่น้องคนทั้งประเทศ แต่สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าหลายยุคมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ สมัยที่ผม เข้ามาเป็ น ส.ส. ปี ๒๕๔๘ ได้งบจากท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณให้ไป ๒ กิโลเมตร แล้วจะเห็นได้เลยว่าช่วงนั้นจะไม่มีอุบัติเหตุเลย แต่ตั้งแต่ช่วงนั้นไปอีก ยี่สิบกว่ากิโลเมตรเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเหลือเกิน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝาก อย่างน้อยเส้นวงแหวนทิศใต้ ๑๒๖ เป็นวงแหวนที่รอบจังหวัดพิษณุโลก พี่น้องที่มาจาก จังหวัดนครสวรรค์จะต้องผ่านไปอุตรดิตถ์ก็ต้องใช้เส้นทางนี้ แล้วที่บอกว่าตัวเลขไม่ถึงบ้าง ผมไม่ซีเรียส (Serious) หรอกครับ แต่ผมเชื่อได้ว่าตรงนี้เป็นการที่แก้ปัญหาแล้วก็โดนใจ พี่น้องประชาชน แล้วโดยเฉพาะถนนสายพิษณุโลก-บางระกําก็เช่นกันครับ ตอนเช้า ถ้าท่านอยู่ในพื้นที่ หรือท่านเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลก เป็นตัวแทนของ พี่น้อง ท่านจะรู้เลยครับว่าตอนเช้าหรือตอนเย็นรถที่วิ่ง รถนํ้ามันกว่าจะแซงได้แต่ละคัน เป็นอย่างไร รถอ้อยไม่ใช่เฉพาะหกล้อ สิบล้อ เป็นรถพ่วง เป็นรถเทรลเลอร์ (Trailer) กว่าจะแซงแต่ละคัน แล้วสะพานก็มากมาย ที่ท่านบอกว่ามีงบประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ที่ไปขยาย ที่ไปซ่อมแซม ผมเข้าใจว่าจะเป็นงบการขยายคอสะพาน ขยายช่องสะพานที่ กําลังดําเนินการอยู่ แต่สิ่งที่สําคัญผมฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี ตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ สําคัญมาก แล้วผมเชื่อได้ว่าท่านเองในฐานะที่เป็ นตัวแทนคนทั้งประเทศบริหาร โดยเฉพาะดูแลกระทรวงนี้คงจะให้ความสําคัญ และคําถามที่ผมอยากจะถามเป็นคําถาม ที่ว่ามีแนวทางไหนบ้างครับ ถนนทั้ง ๔ เส้น ช่วยบอกได้ไหมครับว่า ปี ๒๕๕๓ ได้หรือไม่ได้ ปี ๒๕๕๔ จะเสร็จเมื่อไร แล้วเสร็จเส้นไหน นี่คือคําถามของผมครับ แล้วถ้าท่านทําได้ภายในปี ๒๕๕๔ สัก ๑ เส้น ๒ เส้นครับท่านประธาน ถ้าท่านมีโอกาสไป จังหวัดพิษณุโลกผมจะเชิญชวนพี่น้องทั้ง ๔ จังหวัดมาขอบคุณท่าน แล้วก็ฝาก ท่านประธานถึงรัฐมนตรีด้วย ๔ เส้นนี้ครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการครับ ถึงแม้ จะอยู่คนละพรรค ผมจะพาพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ เพราะว่าท่านได้ช่วยเหลือพี่น้อง จังหวัดพิษณุโลก ก็ถือว่าคําถามที่ผมถามก็คือ ในปี ๒๕๕๓ นี่ได้อะไรบ้าง แล้วปี ๒๕๕๔ รับปากได้ไหมว่าอย่างน้อยเส้นพิษณุโลก-บางระกํา หรือเส้นวงแหวนทางทิศใต้ก็คงฝากไว้ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ดําเนินการไปถึงไหนแล้วจะได้หรือไม่ได้ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกว่า ประการแรกที่เป็นที่คาใจกันเหมือนผมที่เข้ามา รับตําแหน่งก็คือถนนที่มันดีอยู่แล้วบางทีเราไปเห็นมีการรื้อทําผิวใหม่ ผมก็ได้เชิญ เจ้าหน้าที่มาชี้แจงก็ได้รับการชี้แจงว่าเป็นการซ่อมบํารุงตามชั่วโมงการใช้งาน แล้วเป็น การซ่อมบํารุงที่เรียกว่าการบูรณะ ถ้าเราไม่ซ่อมบํารุงจะเป็นเงินสร้างใหม่จะหนัก ฉะนั้น ก็เป็นตามหลักวิศวกรรมที่การบํารุงรักษาถนนในทางหลวงแผ่นดินเป็นอย่างนี้ ส่วนที่ต้อง กราบเรียนท่านประธานต่อสภาแห่งนี้ ผมได้ให้นโยบายกรมทางหลวงไปจัดลําดับ ความสําคัญเส้นทางต่าง ๆ แล้วจะให้มาขึ้นสู่เว็บไซต์ (Web site) ของกรมทางหลวง ท่านจะสามารถเปิดดูเราจะจัดลําดับความสําคัญถนน ปริมาณจราจร หรือปริมาณถนน ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ฉะนั้นจะได้หมดครหาในเรื่องที่จะเอางบประมาณไปลงบางพื้นที่ อะไรต่าง ๆ ผมเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ผมจะทําให้เห็นว่าวันนี้จะต้อง มีการจัดลําดับความสําคัญถนนทั่วประเทศที่จะตอบข้อซักถามของท่านสมาชิก แล้วท่าน ถามผมว่าเลี่ยงเมืองนี่ผมก็ตอบแล้วว่าปีที่แล้วเราตั้งงบแต่ไม่ได้รับการจัดสรร ไม่ใช่ ไม่ได้รับการจัดสรรเฉพาะของท่านนะครับ ทั่วประเทศเราไม่มีโครงการใหม่ขึ้นมาเลย ฉะนั้นปี ๒๕๕๔ ผมก็กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าเราจะตั้งงบเส้นนี้เข้าไปปี ๒๕๕๔ ส่วนจะดําเนินการเสร็จเมื่อไรก็เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ ส่วนอีก ๓ เส้นที่เหลือ ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะขยายเป็น ๔ ช่องจราจรได้ ผมก็กราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกว่าเรามีโครงการถนนทางหลวงเพื่อชุมชนที่บรรเทาความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนที่อยู่ในย่านทางหลวงก็จะดําเนินการตามโครงการนั้น ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ติดพันหรือ เชิญ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ่งที่ท่านตอบว่าปี ๒๕๕๔ โดยเฉพาะถนนสาย พิษณุโลก-บางระกํา ผมต้องขอขอบพระคุณไว้ล่วงหน้าแทนพี่น้องประชาชน แล้วก็ อีกเส้นหนึ่งคือถนน ๑๒๖ เส้นนี้ถือว่าสําคัญมากก็ขอฝากไว้ด้วย แล้วก็ท่านรัฐมนตรี รับปาก ณ ที่นี้แล้วต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีรับปากแล้ว จบกระทู้ถามทั่วไปทั้งสามแล้วนะครับ

ต่อไป ๑.๒ กระทู้ถามสด ๓ กระทู้

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๗ ส. เรื่อง การจัดสรรระบบนํ้าชลประทาน ในจังหวัดพิษณุโลก (นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ เป็ นผู้ ตั้งกระทู้ ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ขอเน้นนะครับ วิวัฒน์ธนาฒย์ อ่านผิดประจําครับท่านประธาน จังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม วันนี้ ต้องขอขอบคุณทางท่านประธานได้อนุญาตให้ผมได้มีโอกาสถามกระทู้ถามสดต่อ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตสักนิดได้ไหมครับ เดี๋ยวนะครับ สภายินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนบุณฑริกวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยความยินดี เชิญถามได้ครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก 🔗

ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ก็ต้องทําหน้าที่ในเรื่องของการนําปัญหาของพี่น้องประชาชนมาทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องที่ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ในเรื่องของกระทู้ถาม เกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรระบบนํ้าชลประทานในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็ นที่ทราบกันดีว่านํ้าคือชีวิต สามารถที่จะทําอะไรหลายสิ่งหลายอย่างให้มี ความเจริญเติบโตได้ ไม่ว่าคน ไม่ว่าสัตว์ ไม่ว่าพืชนะครับ ถ้าทําให้มีความเจริญเติบโตแล้ว ผลดีทางเศรษฐกิจมันก็จะทําให้กลับคืนย้อนมาสู่ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา จากสถานการณ์ในปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกําลังเฝ้ำรอถึงความจริงใจของ รัฐบาลในการที่จะกําหนดนโยบายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องนํ้า เพื่อการเกษตร เพราะประชาชน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศจาก ๖๐ กว่าล้านคน เป็นเกษตรกร ดังนั้นถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติก็ว่าได้ จํานวน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นี่ ไม่ใช่น้อยนะครับ ประมาณ ๓๐ ล้านคนเป็ นเกษตรกร ดังนั้นจึงอยากจะถาม ความจริงใจของรัฐบาลซึ่งทุกปีจะเห็นได้ว่าพื้นที่ทางการเกษตรทางรัฐเองก็มีนโยบาย ในการที่จะเพิ่ม แต่เพิ่มแล้วแต่ว่าประชากรก็ลดพื้นที่ทําการเกษตรอีก ก็เนื่องมาจากว่า การไม่มีเงินทุน การขาดทุน ทําขาดทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขายข้าวไม่ได้ราคา ข้าวโพดไม่ได้ราคา มันสําปะหลังไม่ได้ราคา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัญหาแต่สิ่งที่สามารถจะ สนับสนุนหรือช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้นั้นก็คือเรื่องต้นทุน นํ้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทําให้ ต้นทุนทางการเกษตรของเขาได้ลดลงมา ซึ่งพื้นที่ทางการเกษตรปัจจุบันที่มีประมาณ ๑๓๐ กว่าล้านไร่ จาก ๓๒๐ ล้านไร่ทั่วประเทศ ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศถือว่าเป็ นประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ แต่ปัจจุบันพื้นที่ ทางการเกษตรมีเพียงแค่ ๒๓ กว่าล้านไร่เท่านั้นเอง ที่เหลืออีก ๑๐๐ ล้านไร่เศษ ต้องอาศัยนํ้าฝน นํ้าบ่อบาดาล ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ เขาเรียกว่าปล่อยให้ พี่น้องเกษตรกรนั้นใช้นํ้าหรือว่าเจริญเติบโตตามยถากรรม ปีไหนที่ฝนดีหน่อย มีนํ้า มากหน่อย พี่น้องเกษตรกรก็จะได้รับนํ้ามากหน่อย แต่บางทีนํ้ามากเกินไปก็ท่วมอีก อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงเวลาหน้าแล้งก็ไม่มีนํ้า นํ้าแล้งซํ้าซากหลายที่หลายแห่ง ทั้งประเทศครับ เป็ นปัญหาที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านผู้ทรงเกียรติ ส.ส. หลาย ๆ ท่าน ตอนช่วงในอดีตที่มีการหารือกันจะถามอยู่ประจําว่านํ้าท่วมซํ้าซาก นํ้าแล้งซํ้าซาก อันนี้ครับเป็นสิ่งที่ผมเองนั้นมีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของการที่เรา จะต้องหานํ้ามาเพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ รัฐบาลเคยมีนโยบาย ในการเพิ่มพื้นที่ชลประทานหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันจะเป็นสิ่งที่ทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้น พอจะมีความหวังบ้าง ถ้ามี มีปีละเท่าไร ซึ่งควรจะกําหนดชัดเจนให้เป็นระบบ เราจะ ปล่อยให้พี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติที่ผมได้กราบเรียนไปนะครับ ค่อย ๆ จากหายไป จากลูกหลานไป เพราะในสมัยนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าพี่น้องประชาชน คนไทยนิยมเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมคือการรักสบาย แรงงานอพยพสู่เมืองหลวง พี่น้องเกษตรกรก็ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมเกี่ยวกับการดํารงชีวิตของประชาชน ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ก็ทําให้จํานวนเกษตรกรนั้นลดลงในทุก ๆ ปี แต่ทีนี้ถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่ดีแล้วสามารถที่จะมาดูแลพี่น้องเกษตรกรได้เป็นอย่างดี คําว่า ครัวของโลก ของประเทศไทยที่เคยพูดกันนักกันหนามันจะได้ประสบความสําเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมเองก็อยากจะเห็นเหมือนกัน เพราะบ้านเรามีภูมิประเทศที่เหมาะสม เป็ นอย่างยิ่งในการที่จะทําเรื่องการเกษตร มันหมดเวลาแล้วที่เราจะต้องรอให้ เรื่องทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรนั้นรอให้มันเกิดขึ้นแล้วเรา ค่อยไปแก้ เราทําให้มันดี ณ ตอนนี้ดีกว่านะครับท่านรัฐมนตรีครับ

ทีนี้จะย้อนมาถึงในเรื่องของจังหวัดพิษณุโลกของผมที่ผมเป็ น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ วันนี้ผมดีใจจริง ๆ ครับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัด พิษณุโลกคงได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นท่านนคร ท่านนิยมและผมเองจังหวัดพิษณุโลกทั้งนั้นวันนี้ คงจะมีความเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน ในจังหวัดพิษณุโลกยังมีพื้นที่ที่ขาดแคลน ในเรื่องของนํ้าชลประทานอยู่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีโครงการใหญ่ ๆ ไม่ว่า จะเป็นโครงการเริ่มแรกเลยคือเขื่อนนเรศวร โครงการต่อมาโครงการเขื่อนแควน้อย รักษาแดน บํารุงแดน ชื่อเขายาวผมจําได้ เขื่อนแควน้ อย เขื่อนแควน้ อย ตามแนวพระราชดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งโครงการต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมาดูแลพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอําเภอบางระกํา อําเภอบางกระทุ่ม อําเภอวังทอง อําเภอเนินมะปราง อําเภอเมือง ตลอดจนยาวไปถึง จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์อีก ซึ่งพื้นที่การเกษตรนั้นจะมีเป็นตามลุ่มนํ้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุ่มนํ้ายม แล้วก็โครงการเขื่อนนเรศวร ระยะที่ ๒ ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และอีกโครงการหนึ่งคืออ่างเก็บนํ้าของคลองชมพูที่ทางแถวอําเภอเนินมะปราง อําเภอวังทองทางโน้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าทําให้เป็นระบบแล้วและสามารถแก้ไขปัญหา ได้แล้วก็จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้นลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ผมเอง ได้ไปสอบถามหรือว่าได้มีความปรารถนาจากพี่น้องประชาชนในเรื่องของโครงการ ก่อสร้างประตูระบายนํ้าบ้านวังอิทกเพื่อกักเก็บนํ้าในลํานํ้ายม เพราะประชาชนนั้นได้ฝาก ถามมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาก็เฝ้ำรอเป็นเวลากว่า ๗ ปีแล้วที่ทางพี่น้องประชาชนได้ยื่น เรื่องราวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายปีมาแล้วซึ่งก็ได้เฝ้ำรอ แล้วก็มีข่าวว่าจะมีการสร้างประตูระบายนํ้าวังอิทกจริง ๆ ในอําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ชื่อก็บอกว่าวังอิทก แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันทางกระทรวงได้มี การดําเนินการให้บริษัทที่ปรึกษาไปสํารวจความเหมาะสม ศึกษาไปศึกษามาเลย จังหวัดพิษณุโลกไป ๖ กิโลเมตรก็เข้าเขตจังหวัดพิจิตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทําให้พี่น้อง ประชาชนยังไม่เข้าใจ ยังเคลือบแคลงสงสัย เพราะว่าจากข้อมูลที่ได้มาประตูวังอิทกแห่งนี้ เป็นประตูที่พี่น้องชาวบางระกํา อําเภอบางระกํา ตําบลวังอิทกเป็นผู้ร้องขอจากรัฐมนตรี ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรก็อยากจะฝากไปยังรัฐมนตรีว่าอยากจะ ให้ช่วยดําเนินการในการที่จะก่อสร้างประตูระบายนํ้าวังอิทกแห่งนี้ให้มีความสําเร็จ ให้จงได้ ซึ่งจากการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา ขออนุญาตเอ่ยนาม บริษัท วายพี คอนซัลแตนท์ (YP Consultant) จํากัด ซึ่งศึกษาให้กับทางกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มีเรื่องของการบรรเทาอุทกภัย ที่ว่าศึกษามาแล้วเปรียบเทียบ ทางเลือกที่ ๑ ประตูระบายนํ้าวังอิทก ทางเลือกที่ ๒ อีกประตูหนึ่งซึ่งห่างไปอีก ๖ กิโลเมตร ซึ่งไปทางท้ายนํ้า เป็นการช่วยบรรเทาอุทกภัยจากแม่นํ้ายม ซึ่งทุกปีแม่นํ้ายม ถ้าไม่มีแก่งเสือเต้นผมก็เชื่อว่ามันก็ต้องมีนํ้าท่วมตลอด บางปีนํ้าน้อยถึงจะไม่ท่วม ถ้าปีไหนนํ้ามากก็ท่วมตลอดเพราะว่ามันไม่สามารถที่จะกักเก็บนํ้าในต้นทางได้ แต่เราเอง ก็พยายามที่จะช่วยกันแก้ไขตรงนี้ เพื่อที่จะช่วยบรรเทาภาระของพี่น้องประชาชน หรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งประตูเลือกที่ ๒ บรรเทาอุทกภัยจากการขุดลอกแม่นํ้ายมและสามารถช่วยการบริการ จัดการนํ้าหลากโดยคลองดีอาร์ ๒.๘ (DR 2.8) ซึ่งเป็นคลองผันนํ้าจากแม่นํ้ายมสู่ แม่นํ้าน่าน ผมเน้นนะครับว่าจากแม่นํ้ายมสู่แม่นํ้าน่าน ซึ่งผมเองได้มีโอกาสผ่านไป บ่อยครั้งมาก ข้ามคลองดีอาร์ ๒.๘ บ่อยครั้งมาก ผมไม่เคยเห็นนะครับว่าจากแม่นํ้าน่าน มาสู่แม่นํ้ายมโดยคลองนี้ ซึ่งการศึกษานั้นได้พูดอย่างขัดแย้งนะครับว่าถ้าแม่นํ้าน่าน มีนํ้าเยอะจะถ่ายโอนมาหาแม่นํ้ายม อันนี้ไม่ใช่นะครับ ส่วนใหญ่จะมีจากแม่นํ้ายมไปหา แม่นํ้าน่านเสียมากกว่า ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีนํ้าไหลไปอยู่นะครับ และอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการขาดแคลนนํ้าในช่วงฤดูแล้ง การสร้างประตูวังอิทกจะช่วยในเรื่องของ การขาดแคลนนํ้าได้เป็นอย่างดี เพราะว่าถ้ามีประตูแล้วเราก็สามารถที่จะกักเก็บนํ้าไว้ได้ ในระดับ ๓๘ เหนือระดับนํ้าทะเล

ทางเลือกที่ ๒ ประตูระบายนํ้าอีกแห่งหนึ่ง เขามีเหตุผลออกมาว่า สามารถใช้นํ้าจากคลองระบายดีอาร์ ๒.๘ มาเติมให้ ปตร. ได้ นี่นะครับที่ผมเองกราบเรียน ไปเมื่อสักครู่ว่ามันไม่เคยเห็นว่าจากแม่นํ้าน่านมาหาแม่นํ้ายม ไม่มีจริง ๆ ครับ ลักษณะ การก่อสร้ำงนะครับ การก่อสร้ำงประตูระบายนํ้าทางเลือกที่ ๑ คือประตูนํ้า วังอิทก ก่อสร้างในลํานํ้าเดิม ซึ่งอ้างว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูง อีกทั้งก่อสร้างยาก เนื่องจากปริมาณนํ้าหลากในแม่นํ้ายมสูงช่วงอุทกภัย อันนี้เป็นเหตุผล ที่ผมเองอยากจะกราบเรียนว่าถ้าไม่สร้างประตูระบายนํ้าในแม่นํ้า ในคลอง จะไปสร้าง ที่ไหน และประเทศไทยมีกี่ประตู มีไม่ใช่น้อยนะครับที่สร้างในแม่นํ้าทั้งนั้น ทางหลักการ วิศวกรรมเขาก็ต้องมีวิธีการ สร้างทีละครึ่งหรือจะอย่างไรก็แล้วแต่หาทางผันนํ้าให้ได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาอ้างมาบอกว่าสร้างยาก เนื่องจากปริมาณนํ้าหลาก ในแม่นํ้ายมสูงในช่วงอุทกภัย ก็ช่วงนํ้าแล้งคนเดินข้ามได้เลยครับท่านรัฐมนตรี และค่าก่อสร้างก็พอ ๆ กันที่ตั้งไว้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าไม่พอกันครับ เหตุผลที่ไม่พอกัน เพราะว่าอีกประตูหนึ่งนั้นจะไปสร้างในที่ดินของพี่น้องประชาชนเต็ม ๆ จะไปผ่าที่ดินของ พี่น้องประชาชนจากรวมกันแปลงเดียวกลายเป็น ๒ แปลง แต่ประตูนํ้าวังอิทกนี้ สร้างในแม่นํ้าครับ ซึ่งการไปผ่าในที่ดินของพี่น้องประชาชนนั้นท่านออกกฎหมายหรือยัง ในการที่จะมาเวนคืนที่ดิน ท่านต้องใช้งบประมาณอีกมากในการที่จะเวนคืนที่ดินแปลงนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ได้รับทราบ ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะถามในคําถามแรก เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างประตูระบายนํ้าวังอิทก ท่านจะสามารถดําเนินการได้เมื่อใด ดําเนินการอย่างไรและปัจจุบันทําไมถึงยังไม่ดําเนินการครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีตอบ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคําถาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านที่ได้ กรุณาให้ความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง ประชาชนในเขตอําเภอบางระกํา อําเภอเมือง อําเภอบางกระทุ่ม อําเภอเนินมะปราง ซึ่งได้ประสบปัญหาการขาดแคลนนํ้าแล้วก็ถูกนํ้าท่วมตามที่ท่านกรุณาได้กล่าวไป เมื่อสักครู่ ก่อนอื่นผมอยากจะกราบเรียนว่า ในเบื้องต้นในจังหวัดพิษณุโลกนั้น ซึ่งเรามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านไร่นั้น พื้นที่การเกษตรก็มีประมาณ ๒.๗ ล้านไร่ ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน ไม่ว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ โครงการขนาดกลาง โครงการขนาดเล็ก และโครงการก่อสร้ำงสูบนํ้า ด้วยสถานีไฟฟ้ำไปแล้วพื้นที่ประมาณ ๖๕๐,๐๐๐ ไร่ ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนต่อพื้นที่ การเกษตรก็อยู่ที่ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศ การพัฒนา พื้นที่ชลประทานก็อยู่ที่ประมาณ ๒๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระทรวง เกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานมิได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลน แหล่งนํ้าในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งด้วยข้อจํากัดผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทราบเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าในข้อจํากัดในการดําเนินการนั้น ประการแรก ตั้งแต่ในเรื่อง ของบประมาณที่จะมาดําเนินการก่อสร้างก็ดี เพราะฉะนั้นทําให้การพัฒนาแหล่งนํ้าและ การแก้ไขปัญหาเรื่องนํ้าท่วม เรื่องภัยแล้งก็เป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งกรมโยธาธิการในปัจจุบันนี้อายุ ก็ร้อยกว่าปีแล้วก็เพิ่งทําได้ไป ๒๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองในเรื่องของการพัฒนาแหล่งนํ้า ทีนี้ผมอยากจะให้เห็นภาพในการพัฒนาแหล่งนํ้าในจังหวัดพิษณุโลกอีกสักนิดหนึ่ง ก่อนที่จะตอบคําถามของท่านนะครับว่าในช่วงปี ๒๕๕๓-๒๕๕๙ กรมชลประทานก็ได้ วางแผนไว้ว่าเราจะดําเนินการโครงการแหล่งนํ้าขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตลอดจนสถานีสูบนํ้าด้วยไฟฟ้ำ และในการดําเนินการป้ องกันอุทกภัยนั้นก็วางแผนเอาไว้ ว่าสามารถที่จะให้เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีก ๕๐๐,๐๐๐ ไร่โดยประมาณนะครับ ฉะนั้น ในการพัฒนาแหล่งนํ้าในจังหวัดพิษณุโลกนั้นลุ่มนํ้าหลักที่จะดําเนินการก็คือในเรื่องของ ลุ่มนํ้าน่าน ซึ่งก็เขื่อนนเรศวรตามที่ท่านได้กล่าวมาแล้วว่าเมื่อกี้ได้ดําเนินการก่อสร้างไป บางส่วนแล้วและกําลังจะขยายต่อไป นอกจากนั้นยังมีลุ่มนํ้าสาขาของลุ่มนํ้าน่านอีก ได้แก่ ลุ่มนํ้าแควน้อยก็ดี ลุ่มนํ้าภาคก็ดี ลุ่มนํ้าวังทองก็ดี ลุ่มนํ้าวังชมพูก็ดี ซึ่งก็อยู่ ในแผนการศึกษาและการดําเนินการของกรมชลประทานอยู่นะครับ สําหรับกรณี เขื่อนวังอิทกหรือประตูระบายนํ้าวังอิทกนั้น ผมอนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องตรงนี้ ก็สืบเนื่องจากที่พี่น้องเกษตรกรในอําเภอบางระกําตามที่ท่านได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ว่า มีความเดือดร้อนก็ร้องเรียนต่อราชการ ซึ่งกรมชลประทานก็ได้ไปพิจารณาในเรื่องของ ลุ่มนํ้ายมที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบ ซึ่งจะเห็นว่าทั้งตอนบนของลุ่มนํ้ายม ในลํานํ้า และตอนล่างก็ได้มีการศึกษา มีช่วงกลางที่กําลังศึกษาอยู่ ที่ขาดแคลนคือ ในลุ่มนํ้าบางระกํานะครับ ทีนี้ผลการศึกษากรมชลประทานได้จ้างบริษัทที่ปรึกษา ในการศึกษา การศึกษานั้นก็พิจารณาในภาพรวมทั้งหมดว่าจุดไหนที่จะเหมาะสม ในการที่จะดําเนินการก่อสร้างประตูระบายนํ้า ซึ่งผลการศึกษาก็มองใน ๓ ด้านนะครับ ทางด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจและสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าจะดูในเรื่องของ ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมนั้นข้อมูลก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไร ก็ใกล้เคียงกันมาก นะครับ ก็ออกมา ส่วนที่แตกต่างเห็นชัดเจนคือในเรื่องของด้านวิศวกรรม ด้านวิศวกรรม ที่ออกมาในส่วนของวังอิทกนั้น ในคะแนน ๔๐ คะแนนออกมาประมาณ ๓๓ คะแนน ส่วนที่ท่าแหออกมาประมาณ ๔๐ คะแนน ตรงนี้ครับที่แตกต่าง เพราะฉะนั้นการตัดสินใจ ของบริษัทที่ปรึกษาก็เลยเลือกสร้างที่บ้านท่าแห ตําบลกําแพงดิน อําเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร นี่คือขั้นตอนของการศึกษาออกมาในลักษณะเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานก็ยังไม่ได้รับผลการศึกษา ที่บริษัทที่ปรึกษาได้ออกมา ก็สืบเนื่องกันตรงนี้เท่าที่ผมได้รับรายงานในเรื่องของข้อมูล ซึ่งก็ยืนยันว่าผลประโยชน์ของโครงการจะต้องเป็นไปเหมือนเดิม คือตามที่พี่น้องเกษตรกร บ้านวังอิทก บางระกํา ร้องเรียนในเรื่องความเดือดร้อนในการเก็บกักนํ้าในตรงนี้ ส่วนการ จะดําเนินการสร้างเมื่อไร อย่างไรนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน ต้องให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยจะนํา ข้อมูลทางด้านวิศวกรรมทั้งหมดไปให้พี่น้องประชาชนได้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ผมขอยืนยันว่าจะได้คํานึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นหลักที่จะดําเนินการ ตัดสินใจว่าจะสร้างที่ไหน อย่างไรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเวลากําหนดไว้ กระทู้ถามสดท่านละ ๒๐ นาที ตอนนี้หมดเวลาแล้ว กระผมก็จะเปิดโอกาสให้สักเล็กน้อยครับ เชิญครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ส.ส. พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก ขอถามต่อเนื่องอีก ๒ คําถาม ผมถามทีเดียวเลยแต่ว่าตอบสั้น ๆ แล้วกัน คือโครงการเขื่อนนเรศวร ระยะที่ ๒ ที่ได้นํานํ้ามาจากเขื่อนนเรศวรมาบริการให้กับพื้นที่ ชลประทานฝั่งซ้ายของแม่นํ้าน่านของจังหวัดพิษณุโลกจนถึงจังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ เพราะสภาพปัจจุบันยังไม่มีระบบชลประทานไปดูแลพี่น้องเกษตรกร จะดําเนินการได้เมื่อใด และบัดนี้ทําไปถึงไหนแล้ว ถ้ามีการทําเพราะเนื้อที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ที่มาบริการพี่น้องประชาชน

คําถามที่ ๒ โครงการอ่างเก็บนํ้าชมพูจะแก้ไขอย่างไร ศึกษาไปใช้เวลานาน แค่ไหน เพราะว่าถ้าไม่มีการกักเก็บนํ้าไว้ใช้ในฤดูแล้งพี่น้องประชาชนก็แย่อีกเหมือนเดิมครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบสั้น ๆ ครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตเรียนให้ทราบว่า โครงการ พิษณุโลกฝั่งซ้าย ระยะที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถามเมื่อสักครู่ พื้นที่ ชลประทานประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่เศษนั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดําเนินการออกแบบ แล้วก็ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่ ในเรื่องของการสํารวจออกแบบก็จะเสร็จภายใน เดือนมกราคมตามสัญญา จะเสร็จภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๓ นี้ แต่เนื่องจากพื้นที่ โครงการเกิน ๘๐,๐๐๐ ไร่ จะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้กรมชลประทาน ก็ได้จ้างที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วซึ่งจะเสร็จในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓

สําหรับโครงการคลองวังชมพูนั้น ซึ่งขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาก็ดําเนินการ สํารวจออกแบบ ซึ่งคาดว่าก็จะเสร็จในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องมี การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าพื้นที่อยู่ในเขตอุทยาน ซึ่งขณะนี้ ก็อยู่ในระหว่างพิจารณาของ สผ. อยู่ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามสดที่ ๑

ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๒ การยกเลิกหวยออนไลน์ ของท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อยู่หรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจะตอบแทนก็เชิญ ไม่มานั่งประจําที่ นายกรัฐมนตรีจะตอบอย่างนั้นรอสักแป๊ บเดียวท่านเจ้ำของกระทู้ ถาม เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ คือถามให้ถูกประเด็นเลยไม่ต้องเยิ่นเย้อ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เอาตรงประเด็นเลยนะครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เพราะว่าเวลา ๒๐ นาที ตามกฎเกณฑ์

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ไม่ทราบได้ถ่ายทอด หรือยังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ่ายทอดตั้งแต่ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ตอนนี้ท่านยืนเห็นชัดแล้วข้างนอก

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ขอบคุณครับ เริ่มเลยนะครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกําลังเดินทางมา เดี๋ยวให้ทั้งคู่มาพร้อมกันครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เพื่อไม่ให้เสียเวลาท่านประธาน ผมขอเกริ่นหน่อยได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าค่อยเอาประเด็นเลย ดีกว่า เดี๋ยวให้เขาจับเวลา ๒๐ นาทีเปรี๊ยะเลย

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานอย่าฟิตเปรี๊ยะขนาดนั้น ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อะลุ้มอล่วยกัน เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ขอรายงานตัวก่อนได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เอาอย่างนี้เลยครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๘ ส. เรื่อง การยกเลิกหวยออนไลน์ (นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ขอบคุณท่านประธานนะครับ ช่วงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ก็ยังไม่จับเวลานะครับ อยากเรียนท่านประธานครับ ผมได้ตั้ง กระทู้ถามสดเพื่อถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการยกเลิกหวยออนไลน์ของท่าน เพราะว่าต้องยอมรับครับว่าช่วงนี้ประชาชนสับสนมาก มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในการยกเลิกหวยออนไลน์ ผมอยากเรียนนะครับว่า การยกเลิกครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้โพลล์ (Poll) หลายส่วนกระทําการสํารวจออกมาปรากฏว่าออกมาในเชิงที่เป็นบวก กับรัฐบาล แต่ผมคงเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างนะครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทีนี้มาพูดถึงเรื่อง หวยออนไลน์ ผมอยากเรียนว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สัมภาษณ์ว่าที่ให้ล้มเลิก ยกเลิกนี่เพราะไม่ชอบอบายมุขและไม่ต้องการให้เยาวชนหันมาเล่นการพนันมากขึ้น ผมเห็นด้วยกับท่านนะครับ ถ้ารัฐบาลจะทําจริงจัง ผมอยากถามท่านนายกรัฐมนตรี ในความเห็นนะครับว่าบุหรี่ เหล้า เบียร์นี่เป็นอบายมุขหรือไม่ แข่งม้าทุกอาทิตย์ครับ มีการกุศลเพิ่มรอบอีกนี่เป็นอบายมุขหรือไม่ ถ่ายทอดฟุตบอลพนันบอลนี่เป็นอบายมุข หรือไม่ เป็นไหมครับ ผมดูแล้วมันน่าจะเป็นนะ เป็นหมดเลย ทีเดียวเลยครับยกเลิก หมดเลยครับ เราพุทธศาสนาครับ เห็นด้วยท่านยกเลิกครับ ผมว่ายกเลิกหมดเลย ในความเห็นผมถ้าท่านพูดเอาเหตุผลว่าไม่ชอบอบายมุขนี่ท่านต้องยกเลิกทั้งหมด แต่จริง ๆ ใช่หรือเปล่าผมไม่ทราบ เดี๋ยวผมจะได้ถามต่อไปครับว่าถึงวันนี้ผมไปดูข้อมูล ประเทศที่มีหวยออนไลน์นี่ หวยออนไลน์ของประเทศอื่น ๆ เขาใช้สลากนะครับ สลากกินแบ่งเป็นหวยออนไลน์ ซื้อ ๒ ตัว ๓ ตัวก็ได้ ในเอเชียนี่ท่านประธานรู้ไหมครับ เกือบทุกประเทศเลย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศจีนยังมีเลยครับ ประเทศญี่ปุ่นก็มีนะครับ หลายประเทศ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์เขามีหมด แต่ผมอยากเรียนว่า เขาให้เหตุผลหวยออนไลน์นี่เขาให้เหตุผลอย่างไรครับ เขาใช้ตู้เพราะอะไรครับ เพราะว่า เป็นธรรมแก่ผู้ซื้อ เครื่องอัตโนมัตินี่มันโกงไม่ได้ครับ มันโก่งราคาไม่ได้ มันต้องซื้อตรงราคา มันถึงจะส่งบัตรออกมา นั่นเป็นเหตุผลประการสําคัญที่ทําไมต้องมีหวยออนไลน์ แต่ของเรานี่ เห็นผู้อํานวยการสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลบอกว่ามีระเบียบต้องพิมพ์เป็นเล่มเท่านั้น ซึ่งผมดูแล้วก็แก้ระเบียบสิครับไม่เห็นยาก ใช้เครื่องนี่จะเกิดประโยชน์ ไม่มีการขาย เกินราคาได้ ทีนี้มาพูดถึงเรื่องการเสี่ยงโชค ท่านประธาน ผมเชื่อว่าท่านประธานก็เคย เสี่ยงโชค เป็นมนุษย์นี่เป็นสัตว์ประเสริฐครับท่านประธาน ไม่เหมือนสัตว์ทั่วไป หากิน สืบพันธุ์ แล้วก็เสียชีวิต แต่มนุษย์นี่มีสมองครับ เป็ นมนุษย์นี่มันชอบเสี่ยงตั้งแต่ สมัยดึกดําบรรพ์ มนุษย์เสี่ยงโชคเป็นเรื่องธรรมดา ท่านนายกรัฐมนตรีต้องฟังนะครับ ต้องปลงบ้าง ไม่ใช่ว่าอันนี้ไม่ดีไม่ทําเลย การเสี่ยงโชคไม่ใช่มีแต่โทษนะครับ คุณประโยชน์ มันก็มี การเสี่ยงโชคมนุษย์มันจะหลั่งสารความพึงพอใจออกมาในเวลาที่เรามีความหวัง หวังว่าจะถูกเลข ๒ ตัว ๓ ตัว มนุษย์จะมีความหวังมันจะหลั่งสารชนิดหนึ่ง อายุจะยืนยาว ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีแต่ความเครียด สีเหลือง สีแดง สีนํ้าเงิน ท่านเครียดตายเลยครับ ดีไม่ดีอายุสั้น ถามท่านประธานครับ ผมว่าท่านชัย ชิดชอบ ใกล้ครบ ๘๐ ปี

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมเป็นห่วงเวลาท่านจะไม่ทันถาม ๓ คําถาม เชิญเข้าคําถามได้เลยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ทันครับท่านประธาน ท่านประธาน ทักยิ่งจะไม่ทันครับ ผมยังไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไรนะครับ ผมอยากเรียนนะครับว่า สิ่งเหล่านี้ตามสถิติการเล่นหวยออนไลน์เด็กเขาไม่เล่นหรอกครับ เขาเล่นฟุตบอล เด็ก ๆ ไม่เล่นหรอกหวยมัน ๑๕ วัน มันช้าครับ ผมอยากเรียนนะครับว่าเมื่อพูดถึง หวยออนไลน์สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ท่านประธานไปดูสิครับ ปรากฏว่ามีรายได้ขึ้นมา ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท รายได้เข้านะ ไปทําอะไรบ้างครับ ทุนการศึกษา ผมไปดู นะครับ ผมไม่อยากอ่าน ถ้าอ่านต้องใช้เวลาอีก ๑๕ นาที ใช้อะไรบ้าง ทุนการศึกษา บํารุงทั้งพุทธศาสนา แม้แต่กีฬา เกิดประโยชน์มากมาย พอท่านเลิกหวยออนไลน์ ตั้งแต่ท่านสุรยุทธ์ให้เลิกหวยออนไลน์มันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน มาเลยครับ หวยใต้ดินโผล่ ตอนนี้ขายกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตลาดทุกตลาดมีการเดินขายหวยใต้ดิน โรงเรียนทุกโรงเรียน แม้แต่สถานีตํารวจมันขึ้นไปขายบนสถานีตํารวจครับ ในสภา ท่านไปตรวจสอบมีเหมือนกันครับ มีขายหวยใต้ ดิน ดูแล้วมันน่ารังเกียจครับ ปีหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครได้รับผลประโยชน์ครับ ไม่มี มีแต่พวก ขายหวยได้รับประโยชน์ พ่อค้าไม่กี่คน อันที่ ๒ สลากกินแบ่งรัฐบาลแพง เขาเรียกว่าหูฉี่ เลยครับ ฟังเสียงโดนก่นด่า สลากกินแบ่งรัฐบาลจริง ๆ เขาก็แบ่งให้อยู่แล้ว ใบหนึ่ง เขาขายได้ ๗๐.๔๐ บาท ได้กําไร ๙.๖๐ บาท ตอนนี้ขายเท่าไรจาก ๘๐ บาท ขายเป็น ๑๐๐ บาท ๑๑๐ บาท ๑๒๐ บาท ถ้าเป็นเลขดี ๆ ท่านประธาน ผมมานั่งคูณดูส่วนต่าง ของ ๓๐ บาท ๓๐ บาทที่ใครได้คูณ ๔๖ ล้านใบ งวดหนึ่ง ๑,๓๘๐ ล้านบาท ๑,๓๘๐ ล้านบาทนะท่านประธาน น้อยไหมครับ เดือนหนึ่ง ๒,๗๖๐ ล้านบาท ปีหนึ่งเท่าไร ท่านประธาน ๓๓,๑๒๐ ล้านบาท ๑ ปีที่ทํามาเงินใครครับ ถามท่านประธาน เงินคนยาก คนจน ใครได้ครับ มีอยู่ ๒ คน ผมว่านายกรัฐมนตรีรู้ ๒ คนนี้ ๕ บริษัทมีแค่ ๒ ราย มันถึงเกิดปัญหามากมายครับท่านประธาน กําไรแค่ ๐๙.๖๐ บาท ไม่พอครับ เอา ๓๐ บาท ทําไมรังแกคนยากคนจนมากมายขนาดนี้ ทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ ทั้งอะไร ทุกอย่างขึ้นภาษีกันสนุกสนาน เห็นแก่คนจนหน่อยครับ คนยากจนเดือดร้อน ในชีวิตเขา มาเสี่ยงโชคเล็กน้อยก็โดนเอารัดเอาเปรียบกันขนาดนี้ ท่านประธาน ผมอยากฝาก ท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีครับว่าคนที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เขาหวังจะถูกเลข ๒ ตัว ๓ ตัวนะครับ ไม่มีใครหวังจะถูกรางวัลที่ ๑ ดังนั้นการขาย หวยออนไลน์ หวยบนดิน ๒ ตัว ๓ ตัว สมัยรัฐบาลทักษิณ ท่านประธานครับ ทําให้ สลากกินแบ่งไม่มีใครซื้อมาก ผมยังเคยไปซื้อครับ ๗๐ บาท ๗๕ บาทยังเคยเลย เพราะชาวบ้านจริง ๆ เขาต้องการถูกเลข ๒ ตัว ๓ ตัว ไม่มีใครอยากถูกรางวัลที่ ๑ เพราะไม่คิดจะถูก ถ้าถูกนี่ฟลุค (Fluke) ฟลุคมากเลย เขาไม่หวังว่า จะถูกรางวัลที่ ๑ ท่านประธาน สลากกินแบ่งรัฐบาล ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี่เป็นรางวัล เป็นค่าใช้จ่าย ๒๘ เปอร์เซ็นต์นี่เข้ารัฐ ๑๒ เปอร์เซ็นต์นี่ผู้ขายก็น่าจะพอใจ ปรากฏทําไมถึงล้มหวย ออนไลน์ มีคอลัมนิสต์ (Columnist) มีหลายคนนะครับท่านประธาน เขาตกใจ เดี๋ยวท่านสมคิดขอ เมื่อสักครู่ไปไหน ดู ๙ ข้อของท่านนายกรัฐมนตรี กฎเหล็ก ข้อที่ ๔ ทํางานจะต้องรวดเร็ว เรื่องหวยนี่ครับเขาพูดกันมาตั้งปีหนึ่ง เขาพูด เขาตกลงอะไร ต่ออะไรกันมากมาย ๑ ปีเต็ม ๆ ไม่รู้ว่าเร็วตรงไหน แล้วอยู่ดี ๆ สองสามวันที่ผ่านมา ผมได้ทราบข่าวนะครับ โดยเฉพาะคอลัมน์ (Column) ของท่านหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ท่านประธานดูครับ ท่านออกมติชนออนไลน์ครับบอกว่า ท่านเป็ นห่วงเด็กหรือกลัวผู้ใหญ่ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีข่าวจากวงในว่ามี ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคท่านบางคนไปพูด ในพรรคนี่ผมไม่ทราบนะครับ นี่ได้ข่าวมาจาก คอลัมน์ของท่านหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล บอกว่ามีผู้ใหญ่ไปพูด ๓ วันเท่านั้นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาบอกเลยว่าเลิก ๆ ท่านรู้ว่าสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เขานั่งพิจารณาปีหนึ่งเต็ม ๆ แต่ท่านเฉย ๆ ท่านปล่อยเป็นปีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ คือตามข้อบังคับเรา ข้อ ๑๕๖ ถามตอบต้องภายใน ๒๐ นาที อาจจะ อะลุ้มอล่วยกันได้บ้าง ตอนนี้ท่านใช้เวลาไป ๑๐ กว่านาทีแล้ว ขอความกรุณา ท่านเข้าคําถามที่ ๑ ได้เลยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ก็นี่กําลังจะถามพอดีท่านประธาน ท่านอย่าทักบ่อยนะครับ ผมยังไม่เกิน ยังไม่ผิดข้อบังคับ ยังไม่ผิดข้อบังคับนะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมเป็นห่วงมี ๓ คําถามนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีเวลาตอนท้ายจะไม่สมบูรณ์

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานทักนี่ทักบ่อยเหมือน ประท้วง เหมือนประท้วงเลยท่านประธาน ท่านอย่าเอาใจฝ่ายรัฐบาลมากเกินไปนะ มันน่ารังเกียจ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอโทษครับท่านสมาชิก ผมขอนิดหนึ่งนะครับ คือถ้าผมพูดนี่เวลาจะหยุด คือเรามี ข้อบังคับซึ่งเป็นกติการ่วมกันที่ทําเห็นชอบร่วมกันทั้งสภา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมผิดข้อบังคับข้อไหนท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ ผมต้องขอความกรุณาท่าน

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมผิดค่อยทักสิครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเกรงว่าตอนท้ายมันจะมีปัญหาก็ให้ท่านเข้าคําถามเลย เริ่มคําถามแรกได้เลยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมไม่เข้าใจท่านประธาน ไม่เข้าใจ ความจริงผมก็บอก ๒๐ นาทีผมก็ ๒๐ นาทีไม่ได้มีปัญหาอะไร ดังนั้นถามเลยก็ได้ ท่านประธาน ข่าวที่เขาออกมานี่ผมอยากถามนายกรัฐมนตรีว่าข่าวที่ออกมาส่วนต่าง ๓๐ บาทนี่ เขาบอกว่ามีคณะรัฐมนตรีของท่านบางคนมีส่วนได้ ๗ บาท ๑๐ บาท ท่านได้ข่าวไหม ถ้าเป็นจริงนี่ท่านจะดําเนินการอย่างไรกับรัฐมนตรีคนนั้น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านจะตอบเองหรือจะมอบหมาย เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงกระทู้ถามเรื่องหวยออนไลน์แต่คําถาม ที่ท่านถามผมนี่คงจะเป็นเรื่องปัญหาประเด็นสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา แต่ว่าเดี๋ยวผม ก็คงจําเป็นจะต้องชี้แจงในบางเรื่องก่อน

ประการที่ ๑ ขอยืนยันว่าแนวคิดของผมในเรื่องปัญหาหวยออนไลน์นี่เป็น เรื่องที่ผมได้แสดงจุดยืนมาตั้งแต่ก่อนมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว และตลอดระยะเวลา ๑ ปี ที่ผ่านมานี่ผมไม่ได้อยู่เฉยครับ เพียงแต่ว่าระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมานี่เป็นช่วงที่ทาง บริษัทที่มาดําเนินโครงการ ได้มีการติดตั้งเครื่องต่าง ๆ เสร็จแล้วก่อนที่ผมจะเข้ามา แต่เกิดข้อสงสัยอยู่ในเรื่องของ ข้อกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการที่เคยมีคําวินิจฉัยทั้งของศาลและของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าการจัดทําหวยออนไลน์โดยเฉพาะถ้าเป็นในลักษณะที่ซํ้ากับหวยบนดิน ซึ่งผิดกฎหมายในขณะนั้นจะไม่สามารถทําได้ เพราะฉะนั้นระยะเวลาปีที่แล้วส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นเวลาที่มีการทําความชัดเจนในเรื่องของข้อกฎหมาย พร้อม ๆ กับการที่ผมได้ ขอให้ท่านรัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี่ไปดูความเป็นไปได้ในการที่จะ ไม่ดําเนินการโครงการหวย ๒ ตัว ๓ ตัวในระบบออนไลน์ โดยให้ไปทั้งเจรจาและศึกษา ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและเรื่องอื่น ๆ ไม่มีประเด็นที่ว่ากระผมอยู่เฉยหรือล่าช้าในเรื่องนี้

ประการที่ ๒ ผมตัดสินใจพูดเรื่องนี้ก็เพราะในช่วงปลายปี ปรากฏว่า คณะกรรมการของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปมีมติว่าจะให้เดินหน้าโครงการ โดยที่ยังไม่ได้มีการรายงานมาให้คณะรัฐมนตรีทราบหรือพิจารณา ซึ่งผมเข้าใจว่า เป็นอํานาจของคณะกรรมการที่จะทําได้ แต่ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบาย และที่สําคัญ ก็คือว่าในสัญญาเองก็อนุญาตเปิดช่องว่าในกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะล้มเลิกโครงการนั้น ก็สามารถที่จะมีการดําเนินการยกเลิกโครงการได้

ผมกราบเรียนเป็นประการที่ ๓ ครับว่า ผมได้ประกาศตัดสินใจเรื่องนี้ ไม่มีใครมาคุยกับผมเลย ผมเป็นคนประกาศ จริง ๆ แล้วผมนําเอาเรื่องนี้เข้าไปคุย ในที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคในช่วงปลายปีว่าผมคงจําเป็นจะต้องประกาศ เพราะเป็นจุดยืนและเป็นนโยบายของผม ส่วนใครที่ไปกล่าวหาว่าผมจะมีส่วนได้เสีย ขณะนี้กําลังให้ฝ่ำยกฎหมายดูอยู่ครับ อาจจําเป็นจะต้องมีการฟ้ องร้องเพื่อพิสูจน์ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ อันนี้ให้ทราบนะครับ

ทีนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่าง เนื่องจากว่าท่านก็มีสมมุติฐานที่เกี่ยวข้องกับ โครงการนี้หลายอย่างที่ท่านพูดไปนี่ ก็ต้องยอมรับว่าผมมองต่างจากท่านจริง ๆ ผมก็ไม่ได้ คิดว่าผมต่างจากสัตว์เพราะว่าผมเล่นการพนันได้ครับ ผมคิดว่าถ้าเราจะเป็ น สัตว์ประเสริฐนี่คุณค่าในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมก็มีความสําคัญ และมนุษย์เรา ถ้าจะเป็นสัตว์ประเสริฐนี่แม้ว่ายังมีสัญชาตญาณของการชอบเสี่ยงชอบพนันนี่ก็ควรที่จะ พยายามที่จะช่วยกันหักห้ามใจตัวเอง เพื่อที่จะทําให้มาตรฐานของคุณธรรม ศีลธรรม ทั้งของตัวเองและสังคมดีขึ้น การคิดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าผมไม่อยู่กับความเป็นจริง ผมมองไม่เห็นตรรกะที่บอกว่าถ้าจะไม่เพิ่มช่องทางการพนันแล้วแปลว่าต้องไปยกเลิก ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่หมด คงไม่ใช่หรอกครับ เพียงแต่ว่าอะไรที่มีอยู่แล้วเราก็ส่ง สัญญาณชัด ผมก็เห็นต่างจากท่านนะครับ ผมตัดสินใจขึ้นภาษีเหล้า ขึ้นภาษีบุหรี่ เพราะต้องการส่งสัญญาณว่าเรื่องเหล่านี้รัฐบาลไม่สนับสนุน ท่านไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิ ของท่านครับ แต่ว่าผมก็แปลกใจเพราะว่าท่านก็เป็นแพทย์ เพราะว่าผมคุยกับแพทย์มาทั้งปี แพทย์ทุกคนสนับสนุนให้ผมขึ้นภาษีเหล้ากับภาษีบุหรี่ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าอะไร ที่ผมทําได้ผมทํา และอะไรที่ถ้าผมจะทําแล้วเป็ นการเพิ่มช่องทางของอบายมุขนี่ ผมก็จะไม่ทํา อันนี้เป็นการตัดสินใจในเชิงนโยบาย

ส่วนกรณีที่ท่านไปเทียบเคียงว่าเหตุผลที่ประเทศอื่น ๆ นําเอาเรื่องของ สลากออนไลน์หรือหวยออนไลน์มาใช้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ซื้อ ก็กราบเรียนครับ ว่านี่กําลังเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เรากําลังพิจารณาว่าการดําเนินโครงการแทนที่จะเป็น ๒ ตัว ๓ ตัวซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทาง แล้วก็ได้พิสูจน์แล้วว่าในช่วงหวยบนดินนี่มีงานวิจัย ที่บ่งบอกว่ามีเยาวชนและเด็กเล่นหวยเพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่า เราไม่ต้องการที่จะทําช่องทางนั้น แต่เราอาจจะมีการเจรจา มีความเป็นไปได้ที่จะเอาเครื่องหรือเทคโนโลยีนี่มาแก้ปัญหา สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ รัฐบาลเช่นเดียวกันนะครับ

ส่วนคําถามของท่านที่ถามว่าผมเคยได้ยิน ๓๐ บาท ๗ บาท ๑๐ บาท หรือไม่ ก็กราบเรียนนะครับว่า ผมได้ยินปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา แต่ว่าผม ไม่เคยได้ยินว่ามีใครในรัฐบาลไปแบ่ง ๗ บาทหรือ ๑๐ บาท ท่านถามว่าถ้ามีจะทําอย่างไร ถ้ามีผมก็ต้องดําเนินการตามกฎที่ผมประกาศไว้ว่าถือเป็นการทุจริต ก็คงไม่เหมาะสม ที่จะอยู่ในตําแหน่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม คําถามที่ ๒ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ มีคนฝาก ถามมา ถ้าท่านไม่ทราบลองถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านฝากถาม ลองถามดูสิครับ อาจจะทราบก็ได้นะครับ มีเพื่อนสมาชิกถามผมให้ผมพูดให้ ท่านนายกรัฐมนตรีฟัง คือส่วนใหญ่ท่านจะชอบพูดอย่าเอาสิ่งที่ผิดมาทําให้ถูก คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม เขียนมาให้ผม แต่จริง ๆ สิ่งที่ท่านพูดมันถูกอยู่แค่ส่วนเดียว แต่ตอนนี้ท่านเอาสิ่งที่บางคนบางกลุ่มได้ประโยชน์มหาศาลที่เป็ นประโยชน์ของ ปวงชนชาวไทยมาเป็นประโยชน์ส่วนตัวของผู้ที่ได้ผลประโยชน์ ผมว่าท่านทราบ ๒ คน ชื่ออะไรผมว่าท่านทราบผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขา มี ๕ บริษัทรวบหมดครับ ท่านจะพิมพ์ สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่ม ได้ข่าวว่าสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีมติให้พิมพ์เพิ่ม เพิ่มให้ตายก็มีคนขายแค่ ๒ คน มันขึ้นราคา ท่านบอกว่าผมพูดเรื่องสลากก็หวยออนไลน์ ท่านประธานท่านเชื่อไหมครับว่ามันทําให้ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลงแบบสมัยก่อน ขึ้น ๘๕ บาท พรรคของท่านโจมตีรัฐบาลพวกผมเละตุ้มเป๊ ะแค่ ๘๕ บาท เดี๋ยวนี้ ๑๒๐ บาท ผมก็ไปดูมาของผมก็มี ผมไปซื้อมาคิดว่ารัฐบาลเอาจริงแล้ว คนมาเดินขาย บอกเท่าไร ๑๐๐ บาทครับ ซื้อมา ๓ ใบเดี๋ยวหาว่าไม่จริง มันราคาเกินจริงจนน่ารังเกียจ ที่สุด เอาผลประโยชน์มากเกินกว่าที่จะเป็ นจริง ผมอยากถามคําถามต่อไปครับ ท่านประธาน

คําถามที่ ๒ ที่ผมอยากถามนั่นคือตอนนี้หวยเถื่อนระบาดทั่วบ้าน ทั่วเมืองท่านมีมาตรการอะไรจะจัดการหวยใต้ดิน ลองบอกผมสิครับ เพราะว่าพวกผมเอา หวยบนดินมายังไม่สามารถปราบปรามหวยใต้ดินได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะมีมาตรการ อะไร ท่านอย่าไปบอกว่าเป็นแพทย์หาว่าผมไปเกี่ยวข้อง ความจริงบิดาท่านก็เป็นแพทย์ ตอนไข้หวัด ๒๐๐๙ ท่านน่าจะปรึกษาบิดาท่าน ท่านปล่อยให้คนตายเยอะแยะแบบนี้ ความจริงอาจารย์ท่านเก่งนะ แต่ท่านไม่ปรึกษาคุณพ่อก็เลยเกิดปัญหา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คําถามที่ ๒ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับประเด็นปั ญหา สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาและการจัดสรร ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการท่านจะเป็นผู้ชี้แจง ท่านเป็นผู้รับผิดชอบ ผมยํ้าอีกครั้งครับ ผมได้มาประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร ปัญหาเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาหนึ่ง กับปัญหาหวยใต้ดินอีกปัญหาหนึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข แต่ว่าการมีหวยออนไลน์ หรือไม่ หรือกระทั่งการที่เคยดําเนินการหวยบนดิน เมื่อสักครู่ท่านก็พูดเองว่าหวยบนดิน ก็ยังไม่สามารถปราบหวยใต้ดินได้แล้วก็เป็นความจริง หวยออนไลน์ก็ไม่สามารถปราบ หวยใต้ดินได้ เพราะฉะนั้นคงต้องแยกประเด็นระหว่างการจะปราบหวยใต้ดินจากประเด็น ว่าจะทํากรณีหวย ๒ ตัว ๓ ตัวในระบบออนไลน์หรือไม่ จะได้แยกกันให้ชัดเจน ส่วนประเด็นเรื่องของสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาอย่างที่ผมเรียนครับ ขณะนี้กําลังมี ความเป็นไปได้ที่จะเอาเทคโนโลยีในเรื่องตู้มาแก้ปัญหาในเรื่องของสลากกินแบ่งรัฐบาล เกินราคา การจัดสรรและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ส่วนปัญหาหวยใต้ดินนั้นเป็นเรื่อง การบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่เราก็จะต้องหามาตรการเพิ่มเติม วันนั้น ผมก็คุยอยู่กับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎรในบรรยากาศ ที่ดี เพราะฉะนั้นขอยํ้าอีกครั้งนะครับที่เรากําลังพูดอยู่นี้เป็นเรื่องที่ว่าเราอยากจะ เพิ่มช่องทางให้คนเล่นหวย ๒ ตัว ๓ ตัวในระบบออนไลน์หรือไม่ ผมเห็นว่าไม่คุ้มกับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเชิงผลกระทบต่อสังคมและเยาวชน ส่วนการแก้ปัญหาเรื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคากับหวยใต้ดินนั้นก็จะมีมาตรการดําเนินการต่อไป บังเอิญ ท่านพาดพิงผมในเรื่องของไข้หวัดนะครับ ผมปรึกษาคุณพ่อหลายครั้งครับท่านบอกว่า ผมทําดีอยู่แล้ว ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านคําถามสุดท้ายครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมคิดว่าท่านไม่ได้ปรึกษานะครับเพราะว่ามันตายเยอะเกิน

คําถามสุดท้ายที่อยากถาม เพราะว่าตอนนี้ปัญหาคือบริษัทที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการประมูลหวยออนไลน์ เขาบอกว่าไม่อยากจะฟ้ องเลย ท่านจํากรณีจาโก้ ได้ไหมครับ ต้องเสีย ๒,๕๐๐ ล้านบาท ตอนนี้คาดว่าเขาจะเรียกถึง ๑,๘๐๐ ล้านบาท เขาบอกเขาไม่อยากฟ้ อง แต่เป็นเอกชนผมว่าเขาจะฟ้ องท่านแน่ อันนี้ก็ไม่อยากถาม ฝากท่านไว้หน่อย อย่าเสียเงิน ผมไม่อยากให้ท่านเอาเงินของคนไทยไปจ่ายค่าโง่ ตรงนี้ ผมไม่อยากได้ยินเลยนะครับ อยากฝากท่านเรื่องนี้ แต่ที่อยากจะถามท่านอีกอันหนึ่ง ท่านจะเอาหวยตู้เอาไปขายสลากออมสินกับสลาก ธ.ก.ส. ผมว่าผิดหลักเกณฑ์เลยนะ สลากออมสินกับสลาก ธ.ก.ส. เป็นการออม คนละเรื่องเลย ออมแล้วก็เสี่ยงโชคได้กําไร ดอกเบี้ย คนละเรื่อง ผมว่าคนละเรื่อง ผมอยากให้ท่านเอาเรื่องนี้ ผมว่าการใช้เครื่อง ในการขายลอตเตอรี่ ถ้าท่านจ่ายเงิน ๘๐ บาทมันถึงจะออกมาครับ ครึ่งโลกเขาใช้ แล้วกันข้อครหา มาเฟียจะเลิกไปเลย มาเฟียสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะหายไปจาก เมืองไทย อยากถามท่านว่าท่านจะทําไหมครับ ท่านอยากให้เกิดความเป็นธรรม ท่านต้อง ทําตรงนี้ ถามท่านว่าท่านจะทําหรือไม่ ขอบคุณ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่แล้วถามว่า จะทําหรือไม่ ผมเป็นคนเสนอเองนะครับว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของการบริหารจัดการแก้ไข ปัญหานี้ เพียงแต่ว่าที่ยังไม่ได้ข้อยุติก็เพราะว่าจะระมัดระวังในเรื่องของข้อสัญญา ทั้งหลาย อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมได้มีโอกาสพบกับทางบริษัทที่เข้ามา ลงทุนในโครงการนี้ ทั้งฝ่ายไทยแล้วก็ฝ่ายต่างประเทศ บรรยากาศในการพบปะดีครับ แล้วก็ดูว่าทางบริษัทก็ไม่ประสงค์ที่จะฟ้ องร้อง ซึ่งความจริงในแง่ของข้อกฎหมายนั้น มีหลายแง่มุมซึ่งผมยังขออนุญาตที่จะไม่กราบเรียนต่อท่านประธานและสมาชิก แต่ผมมั่นใจว่าไม่เสียเปรียบหรอก ในการที่จะมีการดําเนินการในเรื่องนี้ และที่สําคัญ ก็คือว่าสมมุติว่าเราไม่ดําเนินการตามโครงการนี้ บริหารตามสัญญาหรือมีการเจรจา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นการไปเอาเงินไปชดเชย สามารถที่จะมีการปรับเปลี่ยน แก้ไข ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายได้ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนนะครับว่า ผมไม่คิด จะพยายามไม่ให้มีการฟ้ องร้อง แต่ว่าถ้าจะมีการฟ้ องร้องผมคิดว่าคงจะมี หลายแง่มุมในเรื่องของการต่อสู้ในเรื่องนี้ เพราะว่ามีปัญหาสืบเนื่องมาตั้งแต่ มติคณะรัฐมนตรีสมัยเดิม ๆ มาจนถึงในช่วงที่มีการนําเอาโครงการหวยบนดินเข้าสู่ศาล แล้วก็มีคําวินิจฉัยต่าง ๆ ที่ตามมา ส่วนการที่จะดําเนินการเพื่อจะใช้ส่วนนี้เข้าไป แก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคานั้นเป็นสิ่งที่ผมเป็นผู้เสนอว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็กําลังมีการพิจารณากันอยู่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ก็จบแล้วครับ คุณหมอประสิทธิ์มีอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่ได้ถาม ฝากครับ เป็นคอลัมน์ ของท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านอย่าไปเพิ่มนะ พิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่ม ไม่ได้แก้ปัญหา แต่ถ้าพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่ม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผลประโยชน์ จะเกิดขึ้น จะทุจริตจนอะไรท่านก็เอาไม่อยู่แล้วครับ ขณะนี้ไทยเข้มแข็งอภิปราย ไม่ไว้วางใจเต็มไปหมดเลย ฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ อย่าไปพิมพ์เพิ่มครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็เป็นเรื่องฝากนะครับ จบกระทู้ถามสดกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ ท่านจะ เพิ่มเติมอีกหรือครับ อย่าให้ยาวนะครับ ไม่อยากให้เกินเวลาที่ได้กําหนดกันไว้ เชิญครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็กํากับดูแล สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็คงจะขอตอบในเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ผมเองได้รับผิดชอบสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยกํากับดูแลในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ และมาถึงวันนี้รวมทั้งหมดก็ ๓ นายกรัฐมนตรี ฉะนั้นผมคงจะตอบคําถามได้ดีที่สุด โดยยึดถือความเป็นกลางมากที่สุด ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคานั้นทุกคนทราบดีอยู่ว่ามีมานาน และเกิดเพราะว่า สภาพตลาดต่าง ๆ ในช่วงเวลามันต่างกัน เช่น เทศกาลปีใหม่ราคาก็จะแพง การแก้ไข ปัญหาก็ได้แก้ไขหลายมาตรการ ในทางกฎหมายนั้นได้มีการจับกุมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เกินราคาจนถึงปัจจุบันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตั้งแต่ผมกํากับดูแลประมาณ ๒๐,๐๐๐ ราย และได้มีการยกเลิกตัวแทนจําหน่ายที่เกินราคารวมแล้ว ๔๐๗ ราย นอกจากนี้สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้หา แนวทางแก้ไขโดยการแต่งตั้งให้ พลตํารวจเอก พิชิต ควรเตชะคุปต์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ เป็นอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาโดยประสานงานกับสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินให้กําหนดวิธีการปราบปรามประสานงานกับตํารวจปราบปรามลงโทษ ผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา และนอกจากนี้ยังได้แก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคาชุด ซึ่งมีคนบ่นมาก ก็มีความเห็นชอบให้มีการปรับปรุงการจัดเงินรางวัล โดยให้ รางวัลที่ ๑ ให้มีหลายรางวัลสอดคล้องกับจํานวนสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จัดพิมพ์ เช่น หากสลาก กินแบ่งรัฐบาลพิมพ์ ๕๐ ล้านฉบับก็จะมีรางวัลที่ ๑ ๒๕ รางวัล ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในระหว่าง การศึกษาความเป็นไปได้ของพฤติกรรมผู้ซื้อว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ อย่างไร อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหานี้ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาของกลไกตลาดส่วนหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลก็ได้มี การเพิ่มพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล ๔,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับให้กับองค์การทหารผ่านศึก ขอประทานโทษครับ มีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับตั้งแต่งวด วันที่ ๑ พฤศจิกายน และพิมพ์สลากบํารุงการกุศลงวดพิเศษเพื่อเด็กกําพร้าอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ และสลากกาชาดพิเศษของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ รวมแล้ว ๘,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ ในงวด ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็น ผลให้ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เคยราคาสูงขึ้นฉบับละ ๑๑๐-๑๒๐ บาท ลดลงเหลือ ฉบับละ ๙๐-๑๐๐ บาทในงวด ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ และลดลงเหลือฉบับละ ๘๕-๙๐ บาท ในงวดวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ และผู้ตั้งคําถาม คือการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าเราซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล กับคนที่เดินขายอันนั้นจะยึดถือว่าเป็นราคาที่แท้จริงไม่ได้ครับเพราะเขาบวกราคาค่าเดิน บวกราคาค่าเหนื่อย แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่เกินราคานี่หรือเกินราคาตามราคาที่ผมบอก จะอยู่ตามแผงต่าง ๆ อย่างเช่น แผงแถวสะพานควาย ประตูนํ้า อันนี้ผมรับรองได้ว่าถ้าไป ซื้อวันนี้จะมีราคาที่ผมได้ชี้แจง ณ วันนี้ แต่ถ้าซื้อกับคนที่เดินขายจะมีราคาสูง ซึ่งเราถือ เป็นมาตรฐานไม่ได้ อย่างไรก็ตามผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า การแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคานั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ และที่มีการพูดกันว่า มีการจัดสรรโควตาและมีผู้ได้ผลประโยชน์นั้น ผมขอยืนยันว่าการจัดสรรโควตา สลากกินแบ่งรัฐบาลวันนี้ยังไม่ได้จัดสรรเลยครับ ยังไม่ได้มีการจัดสรรตั้งแต่ผมเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการและกํากับดูแลสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากกินแบ่งรัฐบาล สิ้นสุดหมดอายุไปแล้วเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการจัดสรรเลย ไม่ได้มีการจัดสรร ฉะนั้นผลประโยชน์ผมขอเรียนดังนี้นะครับท่านประธาน ไม่ได้ไปตกอยู่กับใคร ขอเรียน ชี้แจงเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาและสิ่งที่ผมได้รับการพาดพิง ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ จบกระทู้ถามสด

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ ขออนุญาตในส่วนพาดพิงเล็กน้อยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐจะใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ครับผม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณาสั้น ๆ ท่านครับเหลืออีกกระทู้ถามหนึ่งนะครับ

- ๓ ๒ / ๑

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

สั้น ๆ ครับท่านประธาน ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรกก็คือว่าเรื่องของจาโก้ที่เสียหายและถูกปรับไป ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท ขอกราบเรียนว่า ผมเป็ นผู้บริหารตอนมีปัญหาเรื่องจาโก้ จนกระทั่งบัดนี้รัฐยังไม่เคยได้เสียเงินให้กรณีเรื่องของจาโก้เลยสักบาทเดียว ๑๐ กว่าปี มาแล้วนะครับ ในประเด็นที่สอง ผมเชื่อทฤษฎีที่ว่าการเพิ่มสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ได้ทําให้ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลง สมัยผมมีสลากกินแบ่งรัฐบาล ๔๔ ล้านฉบับ ผมไม่เคยยอมเพิ่มเลยครับ แต่สมัยต่อจากผมเพิ่ม ๑๐ ล้านฉบับเป็น ๕๔ ล้านฉบับ สมัย ๔๔ ล้านฉบับคู่ละ ๘๕ บาทครับ ผมโดนด่าเสียยับเลย แต่พอเพิ่มอีก ๑๐ ล้านฉบับ เป็น ๕๔ ล้านฉบับ สลากกินแบ่งรัฐบาลเริ่มไต่ราคาเป็น ๙๐ กว่าบาทและ ๑๐๐ กว่าบาท ตั้งแต่เมื่อนั้นครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๓

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๙ ส. เรื่อง สื่อของรัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทางการเมืองสร้างความแตกแยกในสังคม (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงได้มาพร้อมแล้ว เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ เป็นรายการที่เสนอข่าวสารข้อมูลด้านเดียว กล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่นอย่างไร้ คุณธรรม วิเคราะห์ข่าวในลักษณะชี้นําประชาชน ไร้จรรยาบรรณของการเป็นสื่อมวลชนที่ดี นําเรื่องราวที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นการชี้นํา คําตัดสินของศาล ยกตัวอย่าง กรณียึดทรัพย์ ๗.๖ หมื่นล้านบาทของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ผมขอเข้าประเด็นคําถามเลยนะครับท่านประธาน คําถามแรก ผมจะ ถามนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ ถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปล่อยปละละเลยให้ช่อง ๑๑ ของกรมประชาสัมพันธ์นําเสนอรายการเช่นนี้ ต่อสังคมไทยได้อย่างไร นายกรัฐมนตรีต้องการให้เกิดความแตกแยก ให้ร้ำวฉาน ทะเลาะเบาะแว้งในหมู่คนไทยมากยิ่งขึ้นใช่หรือไม่ ๒ คําถามในคําถามแรก ขอบคุณครับ

ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตอบ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้กํากับดูแลส่วนราชการก็คือ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งกํากับดูแลหน่วยงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ และดูแลเรื่องงานประชาสัมพันธ์ของรัฐและเป็ นผู้ตอบกระทู้ถามสด ของเพื่อนสมาชิกซึ่งได้ลุกขึ้นสอบถามกระทู้ถามสดในเรื่องของการใช้สื่อของรัฐอย่างที่ได้ ตั้งคําถามไปแล้วนั้น ผมตอบอย่างนี้ว่าเรื่องของสื่อสารมวลชนนั้นเป็นเรื่องซึ่งความจริงแล้ว รัฐธรรมนูญเองก็มีบทบัญญัติชัดเจนในการรองรับถึงสิทธิและเสรีภาพของสื่อสารมวลชน ในการนําเสนอข่าวสาร ท่านใช้คําว่า ในยุคสมัยนี้ไม่ควรจะใช้สื่อของรัฐมาสร้าง ความแตกแยกทางการเมือง ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นสื่อของรัฐหรือสื่อเอกชน และไม่ว่า จะเป็นยุคไหนก็ตามไม่ควรที่จะเป็นเครื่องมือในการที่มาสร้างความแตกแยกทางการเมือง รัฐบาลยุคปัจจุบันก็มองเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นก็มีบางรัฐบาลที่ใช้สื่อสารมวลชน ในการสร้างความแตกแยกทางการเมืองจนกระทั่งกลายเป็นประเด็นที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ และอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรนี้มาแล้ว คําถามที่ว่าไม่ควรเกิดในยุคสมัยนี้นั้น ความจริงแล้วไม่ควรจะเกิดไม่ว่าในยุคใดทั้งสิ้น รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายชัดเจน ที่ต้องการที่จะสร้างความสามัคคีสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ดังนั้นไม่ว่าสื่อของรัฐ หรือสื่อเอกชนก็ตาม แม้ว่าด้านหนึ่งรัฐธรรมนูญจะรองรับเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่จิตสํานึก ของคนที่เป็นสื่อสารมวลชนที่ดีทุกคนเขาก็รู้ว่าการนําเสนอข่าวสารนั้นจะต้องนําไปสู่ การสร้างสาระและปัญญาให้กับสังคมอย่างแท้จริง รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่เคยกระทํา หรือไม่มีนโยบายที่จะใช้สื่อใด ๆ มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกแยก ตรงกันข้าม รัฐบาลกลับพยายามที่จะใช้สื่อของรัฐหรือประสานความร่วมมือไปยังฝ่ายต่าง ๆ ให้ดูแล ใน ๒ ส่วน ก็คือ

ประการที่ ๑ เนื้อหาสาระที่นําไปสู่การทําให้เห็นปัญหาที่แท้จริง ของบ้านเมืองว่าแท้จริงแล้วบ้านเมืองเราประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจกระทบถึงปากท้อง ของประชาชนและรัฐบาลรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูแลแก้ไขอย่างไร นั่นคือ เป้ำหมายหลักที่เราต้องทํา

ประการที่ ๒ ก็คือต้องดูแลควบคุมไม่ให้สื่อใด ๆ ก็ตามที่อ้างตนเป็นสื่อ แล้วนําสื่อเหล่านั้นไปปลุกระดมสร้างความแตกแยกปั่นป่วนวุ่นวายอย่างที่เคยเกิดขึ้น มาแล้วนับตั้งแต่ก่อนเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ความจริงข้อมูลที่ผม มีอยู่ในขณะนี้ แม้กระทั่งวิทยุชุมชนที่ท่านพูดถึงมีหลายสถานี แม้กระทั่งในจังหวัดที่ท่าน เป็น ส.ส. อยู่ก็ยังคงมีการดําเนินการในลักษณะเช่นที่ว่านั้น และตํารวจซึ่งเป็นฝ่าย ที่จะต้องไปดําเนินการรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามที่จะไปดําเนินการเพื่อให้อยู่ ในกรอบของข้อกฎหมาย นี่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า รัฐบาลประสงค์จะเห็นความสามัคคีเรียบร้อยเกิดขึ้นในบ้านเมือง กรณีที่ท่านตั้งคําถามว่า รายการทีนิวส์ของช่อง ๑๑ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปล่อยปละละเลยให้เกิดรายการนี้ขึ้นมา เพื่อให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองหรืออย่างไร ผมเรียนตอบท่านประธานครับว่า รัฐบาลไม่มีการปล่อยปละละเลยรายการที่ทําให้เกิดความแตกแยกของบ้านเมือง รายการนี้ เป็นรายการที่มีการเช่าเวลาออกอากาศทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของสถานีวิทยุ โทรทัศน์แห่งประเทศไทย รายการนี้ออกอากาศครั้งแรกประมาณเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๒ ตัวเนื้อหารายการก็มุ่งที่จะนําเอาประเด็นร้อนที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ อยู่ในสังคม แล้วนําเอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นมาตีแผ่ให้สังคมได้รับทราบ ผมเข้าใจว่า หลายเรื่องอาจจะกระทบกับข้อเท็จจริงบางประการที่เกี่ยวกับตัวบุคคล ซึ่งเกี่ยวพัน กับตัวผู้ถามกระทู้ถาม เช่น อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ประเด็นของ เรื่องล้มเจ้าก็ดี ประเด็นของเรื่องคดีต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ประเด็นเรื่องของเขมร ประเด็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีในประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหากับประเทศของเราก็ดี แต่รายการนี้ ก็อยู่ในการจับตาดูแลภายใต้เงื่อนไขสัญญากับทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ตลอดเวลาว่า เป็นรายการที่มีการดําเนินการในลักษณะที่ท่านกล่าวหาหรือไม่ เพราะฉะนั้นเท่าที่เรา ตรวจสอบกันมาถ้าเกิดว่ารายการนี้เป็นรายการที่ไปกระทบสิทธิ ละเมิดสิทธิของผู้ใด ผู้นั้น ก็สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายในการที่จะฟ้ องร้องดําเนินคดีได้ แต่แน่นอนครับว่า ข้อเท็จจริงในสังคมนั้นมีหลายด้านครับ อดีตที่ผ่านมาข้อเท็จจริงบางประการ ถูกขบวนการแทรกแซงสื่อของรัฐบาลบางยุคปิดบังข้อมูลเอาไว้ตลอดเวลา ดังนั้นอาจจะมี บางรายการหยิบเอาข้อเท็จจริงขึ้นมาก็เป็นเรื่องที่สามารถที่จะกระทําได้เช่นเดียวกัน แต่ว่าแน่นอนครับว่าถ้าติดขัดหรือไปผิดเงื่อนไขของสัญญาข้อกฎหมายก็เป็นเรื่องที่สถานี วิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจะต้องดําเนินการ ส่วนกรณีที่ท่านพูดถึงการนําเอาคดี ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะมีการยึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ในรายการนั้นก็เป็นความรับผิดชอบของผู้ดําเนินการจัดทํา รายการครับว่าจะเป็ นการชี้นําเรื่องของศาลหรือไม่ เพียงแต่ว่าการพูดถึงคดี ๗๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้นความจริงต้องยอมรับครับว่าไม่ใช่รายการเดียวที่มีการหยิบยก ขึ้นมาพูด จากนี้ไปก่อนถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ คงมีสื่อมวลชนอีกหลายแขนงครับ ที่หยิบยกขึ้นมาพูด และทุกฝ่ายก็ยังมีความรับผิดชอบว่าเป็นการชี้นําหรือละเมิดอํานาจ ศาลหรือไม่ ความจริงประเด็น ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าย้อนกลับไปในยุคนั้นสภานี้ก็เคย หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกัน ข้อเท็จจริงทั้งหลายที่มีการหยิบยกมาในรายการก็เป็นข้อเท็จจริง ที่เคยพูดกันอยู่แล้วในสังคม เพียงแต่มันเงียบไประยะหนึ่ง วันนี้ก็คงมีการหยิบยกขึ้นมา พูดถึง ผมก็เรียนท่านประธานครับว่า รัฐบาลไม่เคยปล่อยปละละเลยและให้สื่อของรัฐไป ดําเนินการมีรายการในลักษณะอย่างที่ท่านว่า เราก็จะควบคุมดูแลตามอํานาจหน้าที่ ของเรา และไม่ใช่ควบคุมเฉพาะสื่อของรัฐเท่านั้น แต่ภายใต้กฎหมายและหน่วยงาน ของรัฐที่มีอยู่ก็ต้องดูแลสื่อทุกชนิดไม่ให้นําไปใช้ในการที่ปลุกระดมสร้างความวุ่นวาย หรือจาบจ้วงสถาบันสูงสุดอย่างที่เป็นมาแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามที่ ๒ ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่จริงกระทู้ถามของผม ผมตั้งใจถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการฟังจากท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และท่าน ตอบยืดเยื้อมาก ผมพยายามที่จะใช้ข้อบังคับ กฎเกณฑ์ ที่ท่านประธานได้บอกต่อสภาว่า ๒๐ นาที ผมพยายามทําครั้งนี้ให้กระชับที่สุด แต่อย่างไรก็ดีท่านประธานฟังจากที่รัฐบาล ได้ตอบ ท่านตอบผมเสมือนแค้นนี้ต้องชําระ อ้างไปถึงอดีต วันนี้ท่านไม่คิดที่จะสร้าง บ้านเมืองให้มันก้าวต่อไปได้หรืออย่างไร มัวแต่จะชําระแค้น สิ่งไหนที่เขาทํา ท่านก็จะทํา อย่างวันนี้คนเสื้อเหลืองทําอย่างไร คนเสื้อแดงก็เลียนแบบ พอคนเสื้อแดงจะไปปิด สนามบินสุวรรณภูมิ รัฐบาลก็จะเอาจริงเอาจังจะเอาเป็นเอาตายกับเขา อันนี้แหละคือ ๒ มาตรฐานท่านประธาน ผมอยากจะฝากท่านประธานอย่างนี้ครับว่าวันนี้บ้านเมือง มันสงบไม่ได้ถ้ารัฐบาลคิดอย่างนี้ เพราะอะไรท่านประธาน เมื่อสักครู่ครับผมได้คุยกับท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอนุญาตผมอยู่แล้ว พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ท่านได้จัดรายการสู้เพื่อบ้านเมืองกับนายพลคนกล้า ออกทางทีวีดาวเทียมช่องสุวรรณภูมิ และสถานีวิทยุเอฟเอ็ม ๙๒.๒๕ คลื่นประชาธิปไตย ท่านบอกผมอย่างนี้ครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้สั่งให้ถอดรายการนี้ โดยสั่งไปที่ผู้อํานวยการชื่อคุณศิลปิน บูรณะศิลปิน ทั้งรายการช่องดาวเทียมและคลื่น ๙๒.๒๕ รายการนี้ออกเมื่อวันจันทร์นี้ครับ บังเอิญไปเอาข้อความหรือบทความที่อาจจะไม่ถูกใจท่านนายกรัฐมนตรี จะจริงหรือไม่จริงเดี๋ยวท่านตอบนะครับ แล้วท่านบรรณวิทย์ เก่งเรียน ได้บอกกับผมว่า อาทิตย์หน้าจะไปยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คนนี้แหละ กรณีอย่างนี้พอเขา กระทบตัวเองสั่งถอดถอนคลื่น แล้วที่ไปกล่าวหาใส่ร้ำยโดยรายการทีนิวส์ เมื่อกี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พูดเหมือนกับเป็นผู้กํากับรายการนี้เอง รู้หมดว่ารายการนี้ ออกอย่างไร เพื่อจะไปชี้ข้อเท็จจริงอย่างโน้นอย่างนี้ต้องไปฟ้ องเอา ท่านประธาน รายการนี้ผมสรุปคร่าว ๆ ว่าโยงหาว่าคนเสื้อแดงเป็นคนที่สร้างความวุ่นวาย คนเสื้อแดง เป็นคนเลว คนเสื้อแดงทะเลาะกันเอง ทั้ง ๆ ที่คนเสื้อแดงเหล่านี้เขาออกมาเรียกร้อง หาความเป็ นธรรมในสังคม เขาต้องการขจัด ๒ มาตรฐานให้หมดสิ้นไปจาก ผืนแผ่นดินไทย นอกจากนี้รายการนี้ยังผูกโยงข้อมูลให้ประชาชนทั้งแผ่นดินเข้าใจผิด หาว่าทุกวันนี้นายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นคนก่อให้เกิดความวุ่นวายในแผ่นดิน ทั้ง ๆ ที่ นายกรัฐมนตรีทักษิณถูกกลั่นแกล้ง รังแก ใส่ร้าย โดยบุคคลบางกลุ่มมาโดยตลอด ท่านประธานเป็นที่ทราบดี ช่อง ๑๑ วันนี้แทบจะไม่มีคนเปิดดู ประชาชนในพื้นที่ผม ขอประทานโทษท่านประธาน เขาเอาเท้าเหยียบหน้าจอทุกครั้งที่เห็นคนที่ไม่พึงประสงค์ ที่เขาไม่ต้องการเห็นหน้า เขาปิดทีวีหนีตลอด และใช้สื่ออย่างนี้มันถูกได้อย่างไร กล่าวหา เมื่อกี้ก็พูดหาว่าคนนั้นคนนี้เป็นกบฏต่อบ้านเมือง ล้มล้างสถาบัน ตัวเองรักสถาบัน มากที่สุด ไม่ได้ท่านประธาน ความจริงเป็นอย่างไรคนเรานั้นจะรู้ตัวเองครับ แปลกใจ จริง ๆ วันนี้องค์กรที่ดูแลจริยธรรมและองค์กรที่ดูแลจรรยาบรรณของสื่อ เหมือนในสมัยอดีต ที่บอกแมลงวันมาตอมหรือมาไล่แมลงวันเองมันหายไปไหนหมดท่านประธาน ผมอยากจะถามคําถามที่ ๒ ให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตอบนะครับว่า ท่าน ๒ มาตรฐาน กับรายการของท่านบรรณวิทย์ เก่งเรียน หรือไม่ ทําไมรายการทีนิวส์อย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ถอดถอน นายกรัฐมนตรีเคยดูรายการนี้หรือไม่ อย่าให้ตอบแทน เพราะท่านไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน มันคนละบ้าน ต้องให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตอบเองครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ถามที่คาบเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย ซึ่งผมมอบท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวท่านตอบนะครับ แต่ประเด็น ที่ท่านถามผมนี่ผมตอบท่านได้เลยครับ ทั้ง ๒ รายการนี้ผมไม่เคยดู ไม่รู้จักครับ แล้วก็ ที่บอกว่าผมไปสั่งถอดรายการอะไรนี่เป็นเท็จครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะเสริมนะครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวกับงานที่ผมรับผิดชอบว่า การดําเนินการ ในส่วนของช่อง ๑๑ นั้นเสมือนกับว่าเป็นการไปสร้างความแตกแยกหรือมีรายการ ในลักษณะที่ทําให้เกิดความเสียหายกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด ซึ่งท่านเองก็ตั้งกระทู้ถามสด ก็มีเจตนาชัดแจ้งที่บอกว่ามีอยู่รายการหนึ่งที่ไปกระทบกับตัวของท่าน หรืออาจจะ พวกของท่าน หรือคนที่ท่านเคารพนับถือกันเป็นการส่วนตัว ผมเรียนว่ารายการช่อง ๑๑ ในเนื้อหารายการทั้งหมดนั้นแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท เป็นรายการประเภทข่าว ๓๙ เปอร์เซ็นต์ เป็นรายการประเภทเนื้อหาในเชิงความรู้และ การประชาสัมพันธ์ซึ่งมีหลากหลายเรื่องมาก รวมที่ท่านไม่ได้พูดถึงด้วย ๔๓ เปอร์เซ็นต์เศษ เป็ นรายการกีฬาประมาณเกือบ ๆ ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็ นรายการบันเทิงเพียง ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ และเป็นรายการเรื่องเด็กและเยาวชนเกือบ ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าจะเป็น รายการที่มีเปอร์เซ็นต์สูงสุดในบรรดารายการเด็กและเยาวชนในรายการโทรทัศน์ เกือบทุกช่อง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพื่อจะบอกว่ารายการนั้นก็คงจะประกอบ ไปด้วยเนื้อหาสาระที่มีคุณค่าสําหรับสังคมค่อนข้างที่จะครบถ้วน แต่รายการที่ท่าน หยิบยกขึ้นมาพูดถึงท่านก็พยายามจะผูกโยงว่าเป็นเรื่องจะชําระแค้นหรืออย่างไร ซึ่งผม ก็ต้องเรียนท่านประธานว่า เมื่อมองเนื้อหาภาพของรายการของช่อง ๑๑ ทั้งหมดแล้ว คงไม่ใช่เรื่องชําระแค้น แม้แต่ความพยายามที่จะบอกว่าเขาเคยทําอะไรก็พยายามจะทํา อย่างนั้น ในส่วนของสื่อที่รัฐบาลดูแลอยู่ หรือประชาสัมพันธ์ที่รัฐบาลออกไปนั้นก็ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่จะนําไปสู่ประเด็นปัญหาทางการเมืองเท่านั้น แต่เรายังให้ความสําคัญกับเรื่อง ของปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน ความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตลอดเวลาอีกด้วย

ประเด็นทางการเมืองก็ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่า เราเองก็พยายามที่จะ หลีกเลี่ยง ถ้าจะพูดถึงก็ต้องพูดถึงในประเด็นในส่วนของข้อเท็จจริง พยายามที่จะลด ในส่วนของการตอบโต้ในเชิงของอารมณ์ลง เพียงแต่การทํางานของสื่อสารมวลชน ในส่วนอื่นนั้นก็คงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีรัฐธรรมนูญรองรับสิทธิเสรีภาพที่เขาจะใช้สิทธิ ของเขาอยู่แล้ว แต่ในส่วนของรัฐก็พยายามที่จะควบคุม รายการอื่นท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงจะตอบไปชัดเจนนะครับ แต่ผมเรียนว่าวันนี้ประเทศก็ยังต้องการความสงบ ถ้าท่าน ประกาศบอกว่าวันนี้มันสงบไม่ได้ถ้ารัฐบาลคิดอย่างนี้ ผมก็จะบอกว่ารัฐบาลก็คิดให้ ประเทศสงบครับ ถ้าอยากให้ประเทศสงบก็ต้องมาช่วยคิดด้วยกันครับ จะต้องไม่ช่วยกัน เติมไฟครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามสุดท้ายครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตอบว่าไม่เคยดูทั้ง ๒ รายการ เอาแค่รายการช่อง ๑๑ ที่ผมว่าวันจันทร์ของทีนิวส์ วันจันทร์หน้าท่านเปิดดูครับ ท่านจะได้รับรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร ใช้วิจารณญาณ ของท่านดูด้วยตัวเอง

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าผมกล่าวเท็จหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ของรายการ ท่านบรรณวิทย์ รายการเรื่องสู้เพื่อบ้านเมืองกับนายพลคนกล้า ท่านบรรณวิทย์ฝากบอก ผมมาว่าอาทิตย์หน้าจะยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ไปสู้กันในศาลเอาเอง ก็แล้วกัน ผมไม่ได้กล่าวเท็จ ท่านฝากผมมาอย่างนี้ผมก็พูดอย่างนี้ รายการของท่าน เป็นประโยชน์ ท่านเอาความจริงมาพูด คนที่ฟังแล้วรับไม่ได้ก็พยายามที่จะตัดทอน ถอดถอนรายการอย่างนี้ ท่านก็ไปตอบกันเอาเอง ทีนี้ส่วนที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้ พูดขึ้นว่าต้องการเห็นบ้านเมืองสงบไหม ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน พวกผมต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ เดินไปด้วยมาตรฐานเดียว ความยุติธรรมต้องมีในสังคมไทย ประเทศชาติจะได้แก้ไข ปัญหาวิกฤติปากท้องของพี่น้องประชาชนได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทําท่านพิจารณาตัวเอง เอาก็แล้วกัน ท่านจะตอบตัวเองท่านได้ดีที่สุดว่าท่านให้ความเป็นธรรมกับสังคมหรือไม่ ท่านได้ใช้สื่อเพื่อประโยชน์ของท่านหรือไม่ ท่านตอบตัวท่านเองได้ครับ ท่านประธาน ผมเองตั้งกระทู้ถามนี้เพราะว่าได้เห็นรายการนี้ทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วผมก็บอกใน ตอนต้นว่าสื่อต่าง ๆ นั้นที่เป็นสื่อเสรีที่ตั้งขึ้นมาอย่างมากมายในขณะนี้ยากที่จะควบคุม มันอยู่ที่จรรยาบรรณของบุคคลที่ทําสื่อ ผมไม่อยากเห็นบ้านเมืองแตกแยก ผมต้องการให้ บ้านเมืองกลับมาหลังจากที่สามสี่ปีที่ผ่านมามันเสียหายไปมากแล้วท่านประธาน ผมไม่มี คําถามสุดท้ายท่านประธาน ผมได้แต่ฝากไปว่ารัฐบาลชุดนี้ทําหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด ก็แล้วกัน วันที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจผมจะแฉหลักฐานต่าง ๆ ที่ท่านทุจริต ทําไม่ซื่อตรง กับบ้านเมืองในวันนั้น ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีมีอะไรเพิ่มเติมหรือครับ สั้น ๆ นะครับท่านครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมก็จะเรียนท่านประธานครับ ความจริง ก็ไม่มีคําถามที่ชัดเจนในส่วนของคําถามสุดท้ายของท่าน แต่เพื่อจะเรียนกับสภาแห่งนี้ และสื่อไปถึงพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลยังยืนยันในการที่จะใช้สื่อสารมวลชนและการสื่อ ข้อความจากรัฐไปถึงประชาชนในเรื่องของความเป็นจริงและปัญหาของประเทศชาติ บ้านเมืองเพื่อสร้างความสงบ ผมยกตัวอย่าง เช่น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็น ความไม่สงบหรือการชุมนุมที่อาจจะเกิดความวุ่นวายเดือดร้อนในบ้านเมือง เราเองก็คง จะต้องสื่อออกไปว่าสังคมส่วนใหญ่ต้องการความสงบ การชุมนุมใด ๆ ข่าวคราวเรื่องของ การจะไปปิดสนามบินสุวรรณภูมิบ้างอะไรบ้างก็ต้องสื่อความครับ เพื่อเอาคนส่วนใหญ่ ในสังคมออกมาพูดจาว่าเขาเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งในเรื่องนี้ก็คงจะต้องมีการดําเนินการ กันต่อไป เพราะหลายฝ่ายก็ยังมีความวิตกกังวลถึงสถานการณ์ของบ้านเมือง อันนี้ก็คง เป็นตัวอย่างที่จะชี้ให้เห็นครับ ถ้าท่านบอกว่ารัฐบาลเองไม่ควรที่จะไปสร้างความแตกแยก แต่ผมก็ต้องเรียนว่า ในบางครั้งข่าวคราวที่ออกมากระทบชาติบ้านเมือง กระทบสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ของบุคคลบางท่านที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีก้าวล่วงพาดพิง ไปถึงสถาบันก็ดี การใช้ประเทศเพื่อนบ้านโจมตีประเทศไทยก็ดี กรณีเช่นนี้เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลโดยตรงที่จะต้องทําการในฐานะตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย เพื่อปกป้ องเกียรติภูมิของชาติและของสถาบัน กรณีเช่นนี้เราก็ต้องทํา จะไปบอกว่ากรณี เช่นนั้นเป็นเรื่องสร้างความแตกแยกหรือไม่ อย่างไร คงตอบไม่ได้หรอกครับ ถ้าเราเกิด ภายในชาติของเรา เราจงรักภักดีต่อสถาบันก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องไปทํา เราก็สื่อให้ เกิดความเข้าใจ ไม่มี ๒ มาตรฐาน ประเภทเลือกก่อนดูแลก่อนนี่ไม่มีแน่ มาตรฐานในการ ทํางานสื่อของรัฐก็เช่นเดียวกัน ก็เป็นการสื่อความให้เห็นข้อเท็จจริงและต้องการที่จะเห็น ประเทศของเราสามารถเดินไปข้างหน้าได้ด้วยความสงบ มองเห็นปัญหาที่แท้จริงของ บ้านเมือง แนวในการทําสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐในช่วงครึ่งปีแรกนี้ก็จะเดินไปในแนวทางนี้ครับ ประสงค์เรียกร้องความสงบของบ้านเมือง ปรามไม่ให้มีเหตุการณ์ที่จะกระทบต่อการแก้ไข ปัญหาการฟื้นตัวเศรษฐกิจและชี้ให้เห็นถึงปัญหาวิกฤติของบ้านเมืองและแนวทาง การแก้ไขปัญหาชาวบ้านของรัฐบาล อันนี้คงเป็นแนวที่ยืนยันกับสภาและต่อพี่น้อง ประชาชนได้ครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ พอแล้วครับ ท่านวิเชียรครับพอแล้วครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธาน ผมประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ท่านประธาน ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ เพราะท่านประธานปล่อยให้ผู้ตอบกระทู้ถามซึ่งเขาไม่ได้ถาม แล้วมาพูดจาใส่ร้ายบุคคลภายนอกว่าก้าวล่วงสถาบันนี่ ท่านเป็ นเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายท่านต้องแจ้งความดําเนินคดีนะครับ ท่านบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีท่านใด พูดจาก้าวล่วงสถาบันนี่ ท่านต้องแสดงความรับผิดชอบโดยการดําเนินคดีนะครับ ท่านประธานปล่อยอย่างนี้ไม่ได้นะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

ครับ ผมวินิจฉัย ผู้พูดก็ต้องรับผิดชอบในคําพูดของตน ถ้าสิ่งไหนเป็นการพูดที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่เห็นว่าผิดก็ดําเนินการได้นะครับ ก็จบวาระกระทู้ถามแล้ว ก่อนจะไปถึงเรื่องต่อไป ผมขอนิดหนึ่งนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกรรมการสมาคมและที่ปรึกษา สมาคมภัตตาคารไทย จํานวน ๓๐ ท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมการประชุมในวันนี้นะครับ

ต่อไปท่านสมาชิกครับ ผมจะเข้าวาระปกตินะครับ ก็คงไม่ต้องขาน องค์ประชุมอีกครับ เพราะวันนี้ท่านชัย ชิดชอบ ท่านได้ขึ้นบัลลังก์ตอนเราครบองค์ประชุม แล้วนะครับ ก็คือมีเสียงกึ่งหนึ่ง แต่ขณะนี้ก็มีอยู่ทั้งหมด ๔๑๗ ท่าน เป็นองค์ประชุมอยู่แล้ว

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

มีบางเรื่องก็ได้ดําเนินการไปแล้ว เช่น พระบรมราชโองการ พระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมก็ดี เรื่องการให้ ส.ส. ปฏิญาณตนเข้าทําหน้าที่ ก็ยังคงเหลือเรื่องที่จะแจ้งให้ ทราบอีกดังนี้นะครับ

เรื่องที่ ๒.๕ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการนั้น บัดนี้ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้ง ว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ดังนี้

๑. รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร และให้นําเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา แก้ไข เป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติในการประกาศราชกิจจานุเบกษาต่อไป และ

๒. มอบให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาด้วย ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๖ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญและข้อสังเกตคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ....

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดําเนินการนั้น บัดนี้ สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ เกี่ยวกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการร่วมกันดังนี้

๑. รับข้อทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญและของ คณะกรรมาธิการร่วมกัน

๒. แจ้งให้สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณาดําเนินการต่อไป

จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๗ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้ำ โครงการรถไฟฟ้ำมหานครสายเฉลิมรัชมงคลในท้องที่เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้ำ โครงการรถไฟฟ้ำมหานครสายเฉลิมรัชมงคลในท้องที่เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาดําเนินการนั้น

บัดนี้ สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรี ได้มติเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอแล้ว

จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๘ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ด้ วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ เสนอรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตาม พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๗) ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้กับท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นติดใจซักถาม ถ้ามีผมก็จะได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ขึ้นมาเพื่อฟังคําซักถามและได้ตอบชี้แจง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงครับ

๑. ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

๒. คุณนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๓. คุณประนูญ สุวรรณภักดี รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๔. คุณวีรวิทย์ วีรวรวิทย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

มาครบไหมครับ เชิญครับท่านที่จะชี้แจง ท่านประธานได้อนุญาตให้ขึ้นมา เพื่อฟังข้อซักถามและได้ชี้แจง เชิญท่านสมาชิกเลยครับ เชิญท่านสถาพรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ผู้ซึ่งถูกกระทบสิทธิด้วย คนหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา และได้เห็นการทํางานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้อ่านข้อมูลในเรื่องของการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังจะต้องตั้งข้อสังเกตซักถามเหตุผล เพราะว่าดูคร่าว ๆ แล้วคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้เงินภาษีประชาชนไปทั้งหมด ๑๖๘ ล้านบาทโดยประมาณ ต่อคนต่อปี มีอนุกรรมการหลายชุด แต่ละชุดก็เสมือนหนึ่งว่าไขว้ กันไป ไขว้กันมา ก็ไม่รู้ว่าอนุกรรมการที่แต่งตั้งนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร ไปกระทบสิทธิคนอื่น ไปตัดสิทธิคนอื่น คนอื่นที่จะสมัครเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถ้าไม่ใช่พวก แล้วก็ไม่มีโอกาสเข้ามาในวงนี้ อันนี้เป็นข้อสังเกตซึ่งคุณหมอเอง เราเองก็รู้จักมักคุ้นกัน ผมเองนั้นอยากจะนําเรียนท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สิ่งที่ผมเจ็บปวดที่สุดก็คือ การละเมิดสิทธิในสภาผู้แทนราษฎร วันนั้นพี่น้องกรรมกรโรงงานเขามาประท้วง มายื่น หนังสือ ปรากฏว่ามีตํารวจโดยคําสั่งใครก็ไม่รู้เอาเครื่องหูดับ เครื่องหูดับที่เปิดแล้วพูดกัน ไม่รู้เรื่องมาเปิดไล่พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานไม่ให้มีการประท้วง แล้วแถมยังจับแจ้ง ความกล่าวหาว่าเขาปิดถนนกีดขวางทางจราจร ใช้มาตรา ๒๑๕ ของคดีอาญา ซึ่งเป็น มาตราที่คลุมจักรวาล ไปแจ้งจับกรรมกรเหล่านั้นอีก ผมหาว่าเขาไปเลี้ยงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเรียกนายตํารวจหูดํา ผมไม่รู้จักชื่อแต่ผมรู้ว่ามันมีหูดํา หูมันดํา ๆ นั่นละผมจําชื่อมันไม่ได้ เอามาทําทําไม ท่านเคยไปตรวจสอบไหมว่าเครื่องนี้มันรุกรานสิทธิของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง อยู่ ๆ ก็เอาเครื่องมาเปิด เปิ ดในสภานี่ละครับ เสียงมันดังหึ่ง ๆ หูดับตับไหม้ไปหมด แล้วระยะยาวนี่ผมเชื่อว่าทั้งตํารวจ ทั้งกรรมกรเหล่านั้นนํ้าในหูไม่เท่ากัน ดูเถอะมันไม่ได้ เห็นผลทันทีทันใด แต่ในระยะยาวนี่จะทําให้ประสาทหูเสื่อม มันจะทําให้คนหูตึง เพิ่มขึ้นอีกในจํานวนประชากรทั้งหมด และแถมยังจะขู่ให้ ใครมาประท้วงก็แล้วแต่จะเอา เครื่องหูดับมาเปิด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเข้าไปบ้างไหม เคยเข้าไปตรวจสอบ ประเด็นนี้ไหม กรรมกรเหล่านั้นเป็นผู้หญิงครับ ไม่มีอาวุธ ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ เขามาที่สภา เพื่อมายื่นหนังสือ แต่ก็มีการลุแก่อํานาจเปิดเครื่องหูดับตับไหม้พูดกันไม่รู้เรื่อง แล้วก็มา แจ้งความจับเขาอีก นี่คือประเด็นที่ ๑ เพราะผมอ่านในกระบวนการแรงงานด้านกรรมกร แล้วไม่มี

ประเด็นที่ ๒ ผมเองถูกกล่าวหาว่าปิ ดถนนเมื่อเดือนเมษายน ที่จังหวัดลําพูน ก็ว่ากันไป อัยการจะสั่งฟ้ องไม่ฟ้ องยังไม่รู้ พนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้ สอบสวนอะไร แต่ปรากฏว่าผมถูกห้ามออกนอกประเทศ นี่มันละเมิดสิทธิกันขั้นนี้นะครับ ผมไม่ใช่กบฏ ผมไม่ได้ฆ่าคน ปรากฏว่าผมจะไปศึกษาดูงานห้ามผมออกนอกประเทศ ผมถามว่ามีอํานาจอะไรในการห้ามราษฎรที่ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไปต่างประเทศ ไม่ใช่ มีเฉพาะผมนะครับ คนที่ถูกกล่าวหาปิดถนนเดือนเมษายนทุกคนห้ามออกนอกประเทศหมด นี่เป็ นการละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงที่สุดของการกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจ มันเป็ นสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปที่ไหน อย่างไร ท่านรับรู้ไหมครับ มันมีมาตรฐานอะไรที่จะห้ามนายแก้ว นายคํา นายดํา นายแดงนี่ออกนอกประเทศ เรายัง ไม่ได้ตัดสินกันครับ เราเพียงแต่ถูกกล่าวหาว่าไปขัดขวางทางจราจร ใช้มาตรา ๒๑๕ แต่ปรากฏว่าห้ามผมออกนอกประเทศครับ ผมจะไปดูงานตามคณะกรรมาธิการศึกษา ดูงานต่างประเทศผมต้องทําหนังสือขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตํารวจออกนอกประเทศครับ ผมจะไปทําพาสปอร์ต (Passport) ไปทําวีซ่า (Visa) ผมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตํารวจครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น บ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตย นี่ละเมิดสิทธิกันถึงขั้นนี้หรือครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ครับ เป็นเรื่องผู้ถูกกล่าวหา เมื่อเดือนเมษายนห้ามออกนอกประเทศทุกคนเลยครับ ไม่เว้นแม้แต่ลุงแก้วที่อยู่ จังหวัดลําพูน

ประเด็นที่ ๓ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเข้าไปอ่าน คําพิพากษาบางเรื่องไหมครับ ผมวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ไม่ได้ล่วงละเมิด อํานาจศาล กรณีที่พี่น้องประชาชนของเราลุกขึ้นมาทวงถามสิทธิเรื่องของสินค้าเกษตร ตกตํ่าที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดลําพูน เรื่องลําไยที่จังหวัดลําพูน เรื่องข้าวที่จังหวัด เชียงราย ปรากฏว่าศาลพิพากษาชั้นต้นทําความเสียหาย จําคุกราษฎรเหล่านั้น ๓ ปี โดยไม่ต้องรอลงอาญาเลยครับ แต่ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนบางกลุ่มบางพวก ปิดสนามบิน ปิดทําเนียบรัฐบาล ผมต้องปีนกําแพงหนีไปทางสวนสัตว์ยิงกันสนั่นหวั่นพื้น สนั่นบ้านสนั่นเมือง เอาลูกเหล็กใส่หนังสติ๊กยิงเข้ามาในทําเนียบรัฐบาล ยิงเข้ามา ในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่าไม่เคยไต่สวน ไม่เคยดําเนินการใด ๆ มันเกิดอะไรขึ้นครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเข้าไปดูสิทธิเหล่านี้หรือไม่ หรือว่านั่งอยู่ในห้องแอร์ คอยแต่จะรับหนังสือ ต้องให้มานั่งคุกเข่าให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วย วินิจฉัยอย่างนั้นหรือครับ ทีประเด็นที่เป็นพวกกันนี่ทันทีทันใดเลย ผมนี่สงสารเพื่อน ของท่านนะครับ อาจารย์จรัลถูก สนช. อัปเปหิออกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยแค่ไปขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองปกติ ท่านก็ไม่เคยไปคุ้มครองสิทธิ เพื่อนของท่านเลยครับ ไม่เคยชี้แจงกัน แถมบางคนก็ยังมากล่าวหากันอีก นี่มาตรฐานอย่างไรครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีมาตรฐานในการคุ้มครอง สิทธิอย่างไรบ้างครับ หรือว่าเป็นพวกกันก็คุ้มครอง ไม่ใช่พวกไม่คุ้มครองอย่างนั้นหรือครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเกิดขึ้นโดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการ ให้คนไทย ๖๓ ล้านคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ปกป้ องสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ ไม่ใช่พวก แล้วไม่ปก ไม่ใช่พวกแล้วไม่ป้ อง หรือจะต้องให้ไปร้องเรียนนั่งพับเพียบเรียบร้อย เขียนหนังสือแล้วก็ไปยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะสอบสวนกระนั้น ใช่ไหม ผมก็อยากจะเข้าถึงสิทธิเหมือนกัน ประเด็นตรงนี้ผมเองนั้นมีความเป็นห่วงว่า คนชายขอบ คนต่างจังหวัด หรือคนในกรุงเทพมหานครบางกลุ่มบางพวกไม่สามารถ เข้าไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่ายและโดยสะดวก หลายเรื่องครับ ที่เคลือบแคลงสงสัยว่าทําไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่เข้าไปดูแล หลายเรื่องที่เราก็ตกใจว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูเสมือนหนึ่งว่าสนใจ เป็นพิเศษ ลุกลี้ลุกลนเป็นพิเศษ ตรงนี้ครับเราเองนั้นการที่ได้รับฉันทานุมัติเลือกให้เป็น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นถือว่าเป็นจุดสูงสุดของชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง ที่พึงได้ แต่พฤติกรรมของหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมานั้นทําให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย ในหลายสิ่งหลายอย่าง ผมเองนั้นในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการวิพากษ์วิจารณ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ด้วยเหตุผลในความที่ต้องการเห็นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นยืนอยู่ในจุดที่พึ่งพาอาศัยได้ ไม่ต้องถึงขั้นที่จะต้องออกเอกสาร ออกเป็ นหนังสือหรือเป็ นรูปเล่ม ขอเพียงแต่ว่าแสดงความเห็นผ่านสาธารณชน ผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้เป็นองค์กรหนึ่ง องค์กรที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงได้ ผมเองตั้งข้อสังเกตอยู่สามสี่ประเด็น ด้วยความเคารพในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และด้วยความเคารพในประธานสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้แทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเก็บประเด็นไว้นะครับ เดี๋ยวจะให้ ท่านชี้แจงเสียทีเดียว มีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายหลายท่าน ผมก็จะสลับกันนะครับ เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ และต่อด้วยท่านชวลิตครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ได้อภิปรายในรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันนี้ในบางประเด็น ที่จริงการรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นไปโดยสถานการณ์ของ ประเทศในปีนั้น ๆ ผมคิดว่ารายงานชุดนี้ถ้าอ่านดูโดยครบถ้วนแล้วจะพบว่าท่านได้ทํางาน หนักมากเพราะว่าในระยะห้วงเวลาดังกล่าวคือตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงกันยายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นปีงบประมาณที่ท่านรายงานนี้เป็นปีที่ประเทศไทยมีสถานการณ์ที่ค่อนข้าง รุนแรงขึ้นในประเทศ สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก ผมคิดว่าท่านได้ทํางานหนัก และโดยเฉพาะ ท่านได้แบ่งส่วนในการทํางานในเรื่องของสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการฐาน ทรัพยากรธรรมชาติแม้ว่าสังคมโดยทั่วไปจะเห็นว่าไม่สําคัญมากนักถ้าเปรียบเทียบกับ สถานการณ์การชุมนุมในทางการเมืองที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว แต่กระผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญแล้วก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเป็นองค์กร ที่เข้าไปคลี่คลายปัญหานี้ได้มากทีเดียวนะครับ ผมได้อ่านพบว่าท่านได้ไปคลี่คลายไม่ว่า จะเป็นปัญหาป่าพรุที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิของพี่น้อง ประชาชนที่เข้าไปทํากินในพื้นที่ที่เป็นของรัฐและกระผมคิดว่าท่านยังมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีคน มีทีมงานยังไม่เพียงพอ เพราะว่าปัญหาเรื่องสิทธิทํากินยังเป็นปัญหาที่มีแนวโน้ม รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และบางเรื่องก็โยงมาเป็ นปัญหาในทางการเมืองด้วย ผมอยากให้ท่านได้แบ่งภารกิจตามสถานการณ์ก็เป็นภารกิจหนึ่ง แต่ว่าเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่อง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมากที่ถ้าท่านเข้าไปแล้วก็จะช่วย ประเทศชาติบ้านเมือง ช่วยพี่น้องประชาชนได้มากทีเดียว เรื่องป่าพรุที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมา ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ป่ำพรุหรือพื้นที่ชุ่มนํ้าในโลกถูกทําลายลงทุกวัน มีพื้นที่ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในโลกนี้หากเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั่วไป แล้วก็ถูกทําลายทั้ง ๆ ที่ว่ามีประโยชน์มากที่ฝรั่งเรียกว่าเว็ท แลนด์ (Wet land) มีประโยชน์มีคุณค่าแต่ว่าประเทศเรายังไม่เห็นคุณค่ามากนักถูกบุกรุกทําลาย อย่างกรณีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถูกบุกรุกทําลายมาก ในจังหวัดพัทลุง ท่านประธานครับ มีพื้นที่ที่ได้ไปจดทะเบียนในอนุสัญญาแรมซาร์ คอนเวนชัน (Ramsar Convention) ๓,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าใกล้ ๆ กันซึ่งมีสภาพพื้นที่ที่สามารถที่จะประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มนํ้า ในอนุสัญญาแรมซาร์ได้ถูกบุกรุกครับท่านประธาน ขณะนี้มีออกเอกสารสิทธิแล้ว ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่ากรุณาเข้าไปตรวจสอบด้วย มีออกเอกสารสิทธิ มีนายทุนจากต่างประเทศด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ผมคิดว่าที่ดูแลพื้นที่ตรงนั้นคือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยมีกําลัง ไม่เพียงพอที่จะต้านทานกลุ่มนายทุนที่เข้าไปออกเอกสารสิทธิปลูกปาล์มนํ้ามัน ยึดที่ชาวบ้านเข้ามาครอบครองแล้วก็ทําประโยชน์ ผมก็อยากให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กรุณาเข้าไปช่วยดูแลในพื้นที่ชุ่มนํ้าบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อยรอยต่อระหว่างจังหวัดพัทลุงกับอําเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ ที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากนะครับ อีกพื้นที่หนึ่งที่กระผมขออนุญาตฝากท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือรอยต่อจังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูลและ จังหวัดตรัง ชื่อบ้านในตระ อยู่บนยอดเขาบรรทัด เดิมทางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ ไทยเคยใช้เป็นฐาน แล้วก็ได้สลายลงมาแล้วก็มีชาวบ้านเข้าไปจับจอง ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัยแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวจนเหลือบ้านแค่ ๓๘ ครัวเรือนใกล้หมด แล้วครับ ตอนนั้นจะใช้งบประมาณแค่ประมาณ ๗๐ ล้านบาทก็จบนะครับ แล้วก็ สิ้นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนเสียก่อน จนถึงรัฐบาลช่วงหลังมาคนมีความรู้สึก และได้มีการกระพือข่าวจากฝ่ายรัฐบาลว่าถ้าใครเข้าไปครอบครองแล้วจะได้เอกสารสิทธิ จนขณะนี้มีคนเข้าไปครอบครอง ๑๖๐ ครอบครัวนะครับ แล้วก็มีพื้นที่ที่เข้าบุกรุกทําลาย ปลูกยางพารา ๔,๐๐๐ ไร่ กําลังเจ้าหน้าที่ปกติไม่สามารถที่จะอพยพผลักดันบุคคล เหล่านั้นออกมาได้และการผลักดันก็เป็ นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมจึงคิดว่า ผมขออนุญาตทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไปช่วยจัดการในเรื่องนี้ด้วย ผมคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้องซื้อที่ดินแหล่านี้คืนนะครับ มันสักกี่ร้อยล้าน มันสักกี่พันล้านก็คุ้มค่าครับ เพราะว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นนํ้าที่สําคัญของ ๓ จังหวัด คือ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล และ จังหวัดตรัง ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้พื้นที่ภูเขาบรรทัดเหมือนกับเป็นหลังคาบ้าน ขณะนี้หลังคา ของ ๓ จังหวัดนี้รั่วแล้วจะมีผลในระยะยาว มีผลในวันข้างหน้า ผมจึงขออนุญาตว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ไม่มาก กําลังเขาไม่พอ และการไปดําเนินการใด ๆ อาจจะละเมิด สิทธิมนุษยชนได้ ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีคณะทํางานเข้าไป ช่วยดูแลและแก้ปัญหา แล้วก็ฝากรัฐบาลว่ากรุณาช่วยจัดงบประมาณเพื่อซื้อครับ อย่าไปผลักดันเปล่า ๆ อย่าไปหาที่ใหม่ให้เขาครับ ซื้อในราคาที่เขาพอใจ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้ทํามาแล้วแล้วก็คืบหน้ามาโดยลําดับ ก็คือการป้ องกันตลิ่งพัง ประเทศไทยเราต้องสูญเสียที่ดินของพี่น้องประชาชนหรือ ที่ดินสาธารณะประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี ถ้าราคาไร่ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับ ประเทศไทยต้องสูญเสียที่ดินเปล่า ๆ ไปปี ละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนคํานวณว่า ถ้าป้ องกันการพังของตลิ่งทั้งฝั่งอันดามัน ทั้งฝั่งอ่าวไทยและในทะเลสาบสงขลาจะใช้ งบประมาณเท่าไร เขาบอกว่าทั้งหมดใช้แค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง เราลงทุนแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทสามารถป้ องกันพื้นที่ที่จะพังทลาย เป็นตลิ่งพังทลายได้ปี หนึ่ง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่ารัฐบาลน่าลงทุน แล้วก็สิ่งนี้เป็นทรัพยากรของพี่น้อง ประชาชน หลายชุมชนถูกคลื่นพังเสียหาย ทําให้ชุมชนล่มสลาย ผมคิดว่าตรงนี้รัฐบาลกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรที่จะได้ร่วมมือกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผมมีประเด็นที่จะฝากอยู่สองสามประเด็น แล้วก็ขอให้กําลังใจท่านนะครับว่างานของท่าน หนักหน่วง แล้วก็ยิ่งจะหนักหน่วงต่อไป แต่ว่าท่านอย่าทําเรื่องสถานการณ์การเมือง การชุมนุมอย่างเดียว ขอให้ท่านช่วยจัดการเรื่องฐานทรัพยากรธรรมชาติของประชาชน เพราะเหล่านี้ก็จะเป็นปัญหาในทางการเมืองได้ในวันข้างหน้านะครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านชวลิต ขอขัดจังหวะนิดหนึ่งครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนพระบางวิทยา จังหวัดนครสวรรค์ มาเยี่ยมสภาทั้งหมด ๒๔๐ ท่าน ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาระเบียบวาระรับทราบผลการปฏิบัติงาน ประจําปี ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติประจําปี ๒๕๕๑ ที่ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบมีหลายเรื่อง หลายประเด็นที่น่าสนใจ แต่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษและประสงค์จะขอสอบถามพร้อมทั้ง ตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งต่อรัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือเรื่องการสลายการชุมนุมเมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ด้วยเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน

ประการแรก ผมและเพื่อนสมาชิกทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ต่างอยู่ในเหตุการณ์ ประสบเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง แต่ในอีกสถานะหนึ่งก็คือถูกผู้ชุมนุมปิดล้อมให้อยู่ใน รัฐสภา ถูกตัดนํ้า ตัดไฟ ต้องหนีตายกระเจิดกระเจิง จนถูกล้อเลียนว่า ส.ส. รุ่นนี้หรือ ส.ว. รุ่นนี้เป็นรุ่นกระโดดกําแพง

ประการที่สองครับท่านประธาน ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวกําลังเป็น ประเด็นร้อนต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ นั่นคือความเห็นต่างระหว่างองค์กร ทั้ง ก.ตร. ป.ป.ช. และรัฐบาล ประเด็นการลงโทษทางวินัย เจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งกระทําการตามหน้าที่ ท่านประธานครับ เมื่อได้อ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องนี้แล้ว เห็นว่ารายงานฉบับนี้ลงข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่สมบูรณ์ ไม่ตรงข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าเอกสาร ฉบับนี้เผยแพร่ออกไปยังสาธารณะยิ่งจะตอกยํ้าความแตกแยกของคนในชาติซึ่งมีมาก อยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น แตกแยกมากยิ่งขึ้น ผมจึงจําเป็นที่จะต้องขออภิปรายในเรื่องนี้ ผมไม่ได้พูดลอย ๆ ครับท่านประธาน แต่ผมพูดจากหลักฐานเอกสารที่เป็นรายงาน ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารหน้า ๑๑ ถึงหน้า ๑๓ โดยในรายงานระบุผู้ได้รับความเสียหาย มีเพียงประชาชนที่มาชุมนุมเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่มีองค์กรหลายองค์กรได้รับผลกระทบกับสิทธิ ของตนเองอย่างร้ายแรง การที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความสําคัญกับ ประชาชนที่มาชุมนุมซึ่งได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ผมถือว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่ให้ ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนเป็นลําดับแรก แต่ในขณะเดียวกันองค์กรที่เขาทํางาน ตามหน้าที่ และได้รับการรอนสิทธิก็ควรที่จะมีการระบุอยู่ในเอกสารนี้เช่นกัน มีองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ประการแรก ส.ส. และ ส.ว. ประการที่สอง ตํารวจ ประการที่สาม ครม. ในขณะนั้น ผมจะขอย้อนไปถึงสาระโดยสรุปที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงไว้ แล้วผมเห็นว่าไม่ตรงข้อเท็จจริง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อน ขบวนปิดล้อมมิให้ ส.ส. ส.ว. ครม. ซึ่งมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้แถลง นโยบายต่อรัฐสภา ในตอนเช้ามีการปฏิบัติการสลายการชุมนุม โดยใช้ระเบิด แก๊สนํ้าตา จากประเทศจีน จนเป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสเป็นจํานวนมาก บางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด ในตอนบ่ายมีการใช้ระเบิดแก๊สนํ้าตาสลายการชุมนุม เพื่อเปิดทางให้ ส.ส. ส.ว. ครม. ออกจากรัฐสภาภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว โดยตํารวจได้ระดมยิงและขว้างระเบิดแก๊สนํ้าตาเข้าใส่ประชาชนที่กําลังจะเดินทางเข้าไป ช่วยประชาชนที่ถูกล้อมอยู่บริเวณรัฐสภา มีการยิงระเบิดแก๊สนํ้าตาออกมาจากภายใน รัฐสภา ตรงนี้พวกเรา ส.ส. ทั้งหลายคงยืนยันได้ว่าตํารวจสภาคงไม่มีแก๊สนํ้าตาแน่นอน นอกจากนั้นตํารวจนครบาลที่มาอยู่ในสภาก็เพียงแต่กันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในสภา นี่คือ ข้อมูลที่ลงเฉพาะประชาชนผู้มาชุมนุม ทีนี้สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นการรอนสิทธิของ ส.ส. และ ส.ว. ก็คือผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมสภาเข้าไม่ได้ ออกไม่ได้ ตัดนํ้า ตัดไฟ กะจะให้อดนํ้า อดอาหารอยู่ในสภา ผู้ชุมนุมชุมนุมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ คือชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธไม่ใช่แน่นอน แต่ในเอกสารของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงไป ว่าผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ถ้าอย่างนั้นถ้าชุมนุมโดยสงบทําไมมีการพูด อภิปรายฆ่ามัน ๆ พวกเราได้ยินกันทั้งนั้น มีการยิงหนังสติ๊ก มีการดําเนินการต่าง ๆ ในลักษณะที่ถึงขั้นปล่อยข่าวว่ามีนํ้ามันพร้อมที่จะจุดเผา นี่คือสิ่งที่ทําให้ ส.ส. และ ส.ว. รวมทั้ง ครม. ปั่นป่ วนหนีตาย ผมจําได้ว่าผมปี นตามหลังท่านประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาท่านหนึ่งซึ่งเป็ นสตรี ไปทางพระที่นั่งวิมานเมฆ มีเจ้าหน้าที่ทางสํานักพระราชวังอํานวยความสะดวก ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์รับส่งผู้อาวุโส ส่วนคนหนุ่มคนสาวนั้นก็เดินไกลพอสมควร หลบไป อยู่ในอาคารหลังหนึ่ง หลบด้วยความหวาดกลัว กลัวถูกทําร้ายจากฝูงชนที่กําลังคลั่ง ทําไมผมพูดเช่นนี้ท่านประธาน ผมจําเสียงของท่านบรรหาร ศิลปอาชา ได้ ต้องขอ ประทานโทษที่ขออนุญาตที่จะเอ่ยนามท่าน ท่านให้กําลังใจพวกเราครับท่านประธาน ขณะเดียวกันท่านก็ดุด้วยเสียงอันดังไปยังผู้ที่ออกไปนอกตัวอาคารว่าให้เข้ามาหลบ อยู่ในอาคาร เดี๋ยวผู้ชุมนุมเห็นว่าพวกเราอยู่ตรงไหนก็จะพลอยเดือดร้อนกันไปหมด นี่แสดงถึงบรรยากาศในขณะนั้นว่าตึงเครียดสุด ๆ ถามว่า ส.ส. ส.ว. ได้รับความเดือดร้อน ได้รับการรอนสิทธิที่เขาจะประชุมในสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ เห็นว่าได้รับ ความเดือดร้อนถูกรอนสิทธิแน่นอน แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่เคยเรียก พวกผมไปสอบถาม ไม่เคยมีการสอบถามข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ จาก ส.ส. พวกผม แต่อย่างใด แล้วก็ไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้แต่อย่างใด นั่นประการที่ ๑ ในองค์กรแรก

ในองค์กรที่ ๒ มาถึงองค์กรตํารวจซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ในการรักษา ความสงบเรียบร้อย ในการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ ตํารวจจํานวนมากได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส ทั้งถูกยิง ถูกแทง มีภาพเห็นจะจะ แต่ไม่มีปรากฏอยู่ในรายงานเลย น่าน้อยใจแทนตํารวจจริง ๆ ผมมีข้อมูลตํารวจนครบาลบาดเจ็บ ๕๖ คน ตํารวจหน่วยอื่น บาดเจ็บ ๒๖ คน รวมเป็น ๘๒ คน บาดเจ็บสาหัสมาก ๔ คน คือ ถูกรถถอยมาทับ ถูกแทง ด้วยด้ามเสาธงจนหน้าอกทะลุ แล้วก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีในรายงานฉบับนี้ แม้แต่นิดเดียวนะครับว่าตํารวจซึ่งเขาปฏิบัติตามหน้าที่ได้มีการสอบสวนข้อมูลและ ลงให้เกิดความเป็นธรรมซึ่งกันและกันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ไม่มีแต่อย่างใดนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งถ้าเอกสารนี้เผยแพร่ออกไป ผมมั่นใจว่า ความน้อยใจที่เดี๋ยวนี้สังคมกําลังมองเรื่อง ๒ มาตรฐานจะขยายให้กว้างยิ่งขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตํารวจจะถูกสอบว่าปฏิบัติหน้าที่สมควรแก่เหตุหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

มาอีกองค์กรหนึ่งคือรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนการปฏิบัติหน้าที่ คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่อย่างนั้นบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ บังเอิญขณะนั้นผมเป็ นคณะทํางาน ของท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มีโอกาสรับทราบ การแสวงหาหนทางคลี่คลายปัญหาการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะมีผู้มาประท้วง มาคัดค้าน มีการขอย้ายสถานที่ไปยังหอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์บ้าง หอประชุมกานตรัตน์บ้าง หอประชุมกองทัพเรือบ้าง เป็นต้น แต่ท่านประธานในขณะนั้นคือ ท่านชัย ชิดชอบ ไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่าสภามีไว้ให้ประชุม ส.ส. ส.ว. ต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ ร่อนเร่เป็นสัมภเวสี ท่านพูดอย่างนี้จริง ๆ ไม่ใช่ร่อนเร่เป็นสัมภเวสี รัฐบาลในขณะนั้น จึงจําเป็ นต้ องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้ วก็เกิดเหตุการณ์เละเป็ นโจ๊ ก ดังที่เป็นข่าวที่พวกเราทราบกันดี ส่วนรัฐบาลในปัจจุบันท่านประธานท่านเปลี่ยน มาตรฐานโดยไม่มีมาตรฐานใด ๆ ก็คือให้ไปประชุมโดยแถลงนโยบายกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานท่านยอมเป็นสัมภเวสี โดยท่านเป็นประธานสัมภเวสีเอง ส่วนพวกผมไม่ยอม เป็นสัมภเวสีตามที่ท่านประธานได้เคยบอกไว้จึงไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย ถามว่า คณะรัฐมนตรีถูกรอนสิทธิหรือไม่ในเรื่องนี้ ไม่มีการลงเอกสารปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ แต่อย่างใด ในส่วนของพี่น้องประชาชนผู้มาชุมนุมเป็นเรื่องถูกต้องครับท่านประธาน ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความสําคัญ ปกป้ องผู้มาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ท่านประธานครับ มีหลักฐานที่ทาง ตํารวจได้ยึดได้เป็นอาวุธ ทั้งอาวุธแฝงที่ทําจากด้ามธง ทั้งระเบิดปิงปอง ทั้งอาวุธปืนที่ยิง เจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือข้างทางที่ทําการพรรคชาติไทยในอดีตมีระเบิดที่เกิดขึ้นและโยง เกี่ยวข้องไปยังผู้ชุมนุมหรือไม่ อย่างใด ตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจเขาก็ตั้งข้อสงสัยอยู่ว่า มันมีการเกี่ยวข้องกัน ในข้อเท็จจริงมีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตที่มีการลงไว้ว่าเกิดจากการยิง โดยแก๊สนํ้าตา แต่รายงานของสถาบันนิติเวชและกองพิสูจน์หลักฐานซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรง เขาบอกว่ามีหลักฐานว่ามีคราบเขม่าซึ่งมาจากระเบิด เมื่อมีความเห็นแย้งจากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรงก็ต้องลงไว้ทั้ง ๒ ด้าน ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของผมแต่เป็นความเห็น ของหน่วยงานที่เขารับผิดชอบโดยตรง กล่าวโดยสรุปที่ผมเสนอว่ารายงานฉบับนี้ไม่ตรง ข้อเท็จจริง ไม่สมบูรณ์ ผมจึงมีเหตุผลที่อยากจะกราบเรียนว่าเอกสารฉบับนี้จะแก้ไข อย่างไรให้มันถูกต้องให้มันสมบูรณ์ อยากจะขอถามไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถามไปยังผู้เกี่ยวข้อง ถามไปยังรัฐบาล เพราะขณะนี้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกอย่างที่ เราทราบกันดีอยู่ และถ้าเอกสารฉบับนี้เผยแพร่ออกไปอย่างนี้ความแตกแยกจะต้องมี มากยิ่งขึ้น นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน

ประเด็นที่สอง รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทํา กันทุกปี ในรอบต่อไปผมมีความเห็นที่อยากจะเสนอแนะว่าทําอย่างไรคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะนําปัญหาที่มีผลกระทบต่อชาติอยู่ในขณะนี้มาศึกษา เพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายหาทางแก้ไข ผมมองว่าปัญหาที่เป็นปัญหาหลักอยู่ในขณะนี้ก็คือ ความแตกแยกของคนในชาติ ความมี ๒ มาตรฐาน ความไม่ยุติธรรมมีมากเหลือเกิน ทําอย่างไรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะได้ศึกษาปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วนํามาลงไว้ให้ข้อเสนอแนะต่อผู้เกี่ยวข้อง อย่างปัญหาร้อน ๆ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เรื่องการบุกรุกป่ำสงวน เรื่องการบุกรุกที่สาธารณะซึ่งกําลังเป็ นประเด็นในการ วิพากษ์วิจารณ์อยู่ แล้วก็คงมีหลายฝ่ำยที่เกี่ยวข้องมาพูดมาอภิปรายในเรื่องนี้ นี่ผมยกตัวอย่างประเด็นหนึ่ง หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องในทางการเมืองที่ผ่านมา และกระทบกับสิทธิของประชาชนจํานวนหลายล้านคนในการยุบพรรคการเมือง หลายพรรค ในการยุบพรรคการเมืองหลายพรรคกระทบสิทธิของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็น สมาชิกพรรคการเมืองนั้น ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางพรรคการเมืองซึ่งถูกสอบ แต่ดูเหมือนว่ากําลังมีการยืดเรื่องนี้ออกไปเรื่อย ๆ โดยที่หลายฝ่ำยก็มองว่านี่คือ ๒ มาตรฐาน ทําอย่างไรถึงจะได้มีการศึกษาในเรื่องนี้แล้วนํามารายงานต่อสภา ผมก็อยากจะฝาก ๒ ประเด็นนี้ให้ที่ประชุมได้พิจารณาโดยผ่านไปทางท่านประธานสภา ผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับเชิญท่านสุวโรช พะลัง แล้วก็จะต่อด้วยท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นาย สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ผมขออนุญาตที่จะชื่นชมในรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในปี ๒๕๕๑ นอกเหนือจากภาพปกที่มีนัยที่สะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ในสังคมปัจจุบันแล้วท่านได้มีการจัดทํารูปเล่มนะครับ มีการแสดงความเห็น หรือความรู้สึกของท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในยุคนั้นสะท้อน ให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งแนวทางและวิธีการในการแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนที่ได้มีอยู่อย่างมากมาย เพราะนี่คือรากฐานและพื้นฐานของการรับรองสิทธิ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เป็ นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่จริงในสังคมไทยแล้วก็มีอยู่มากด้วย และตรงนี้ครับถ้ากลไก กระบวนการศึกษาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้ว เดินไปสู่ช่องทางของการนําไปสู่ผลในการ ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งสิ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเลยครับว่าผลการศึกษาของท่าน มีประโยชน์อย่างมากมาย แล้วก็ในทุกปีท่านจะต้องทํารายงานผลการปฏิบัติการของ องค์กรของท่านต่อรัฐสภา ตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และในปีที่ท่านกําลัง รายงานอยู่ในสภาในขณะนี้ก็เป็นปี ๒๕๕๑ ซึ่งในขณะนั้นต้องยอมรับความเป็นจริงครับ ว่าอยู่ในระหว่างที่สภาวะของบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงจาก สถานการณ์ทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านประธานเองก็อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น ผมก็อยู่ หลาย ๆ คนในที่นี้ก็อยู่กันทั้งสิ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีภาวะของ บ้านเมืองที่คับขัน อยู่ในภาวะที่วิกฤติ แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ยังได้ศึกษาข้อเท็จจริงของสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนําขึ้นมากล่าวในรายงานฉบับนี้ ตั้งแต่หลักการ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ ระเบียบของราชการที่ใช้ บังคับในขณะนั้น ตลอดจนแนวทางและวิธีการในการแก้ไขปัญหาทั้งข้อเท็จจริงตาม ระเบียบตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ และข้อกฎหมายถ้าหากพึงจะมีการปรับปรุงมีการแก้ไข ตรงนี้เป็นประโยชน์อย่างมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า นอกเหนือจากรูปเล่มที่มี เนื้อหาสาระค่อนข้างจะครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อสังคมไทยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมมีประเด็น ที่อยากจะขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในบางประเด็น ในบางประการ แล้วก็เป็นประเด็นที่ ผมคิดว่าอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ผมได้ดูตัวเลขสถิติทางข้อมูลที่ท่านได้ รวบรวมเอาไว้ การถูกละเมิดสิทธิของชุมชนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เกี่ยวกับที่ดิน ถ้ารวมตัวเลขของสภาพปัญหาในปี ๒๕๕๑ คร่าว ๆ ที่ผมรวมตัวเลขได้กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสภาพของการถูกละเมิดสิทธิทั้งสิทธิในชุมชน สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิในที่ดิน ของพี่น้องประชาชน เมื่อสิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษา ได้รวบรวมสภาพปัญหามาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า ผมพยายามที่จะอ่านรายละเอียดในรายงาน ของท่าน แต่ยังไม่ปรากฏ เช่น ในหน้า ๑๔ หน้า ๑๕ ซึ่งท่านก็ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับ ปัญหาเรื่องการจัดการที่ดิน มีอยู่ ๑๙๓ เรื่อง ท่านก็ได้ทําอะไรไปบ้าง แล้วก็ประกอบกับ ในหน้า ๘๕ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นเรื่องของการติดตามการดําเนินการตามมาตรการแก้ไข ปัญหาซึ่งท่านได้เสนอแนะไป ก็มีรายละเอียดถึงวิธีการในการติดตามของท่าน แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมคิดว่าน่าที่จะให้ปรากฏในรายงานผลการปฏิบัติการของท่านในปีต่อไปก็คือ เมื่อท่าน ได้รายงานไปตามกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วก็ไปจบสิ้น ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของกฎหมายกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วนี่ครับ ในปี ต่อไปผมเชื่อว่าในช่วงที่ท่านรายงานไปก็คงจะมีหนังสือผลการสั่งการ ของท่านนายกรัฐมนตรีไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ท่านได้รับทราบ ในส่วนตรงนี้ครับ ผมอยากจะเห็นข้อเท็จจริงที่เป็ นการติดตามผลการปฏิบัติการที่ท่านศึกษามา ต่อฝ่ำยบริหารที่มีอยู่นี้ว่าหลังจากนั้นแล้วเขาได้ไปทําอะไรบ้าง ปัญหา อุปสรรค อยู่ตรงไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติการ เมื่อเขาไม่ปฏิบัติการ ถึงที่สุด ท่านต้องส่งรวบรวมไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะหา มาตรการ วิธีการในการที่จะทบทวน ซึ่งมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้วนี่ครับ ผลเป็น อย่างไร เมื่อผลเป็นตรงนี้มันทําได้หรือไม่ได้ เพราะจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในรายงาน ไม่น้อยเลยทีเดียวที่เราได้พบเห็นว่าผลการศึกษาของท่านซึ่งต้องทุ่มเท ในบางครั้งต้องใช้ คําว่า ในชีวิตของท่านก็ว่าได้ ความดํารงอยู่ซึ่งชีวิตของท่านจะเป็นจะตายทีเดียว เพราะท่านต้องลงในพื้นที่จริง ๆ และท่านต้องประสบกับปัญหา ถึงในบางครั้งชีวิตก็จะ แทบจะเอาตัวไม่รอด ท่านต้องทุ่มเทลงไปถึงขนาดอย่างนั้น จนได้ความจริงมาเป็น เอกสาร แต่ประเด็นของปัญหาก็คือความจริงที่เป็นเอกสารและแนวทางในการแก้ไข ปัญหาตรงนั้นของท่านนี่ท่านส่งไปแล้วถ้าฝ่ายบริหารเขาไม่ดําเนินการตามข้อแนะนําของ ท่านนี้ครับ ขั้นตอนในมาตรการของกฎหมายฉบับนี้มันก็มีอยู่ เช่นฟ้ องไปที่นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ต้องดําเนินการเรื่องดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน ๖๐ วันเหล่านี้เป็นต้น แต่ครบ ๖๐ วันแล้วทําหรือไม่ทํา ผลเป็ นอย่างไร ขั้นตอนของกฎหมายตรงนี้ครับ มันสมบูรณ์แล้วหรือยัง ถ้านายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้มีอํานาจสูงสุดในฝ่ายบริหารสั่งไปแล้วนี้ครับ ส่วนราชการไม่ทํามันทําอย่างไรต่อไปล่ะ ในการที่จะนําความจริงตามที่ท่านได้ศึกษามานี้ ให้เป็นผลสําเร็จตามที่ท่านได้ศึกษามา ไม่เช่นนั้นผลการศึกษาของท่านที่ผมบอกว่า เสียทั้งงบประมาณ ทุ่มเททั้งเอาชีวิตเข้าไปแลก สุ่มเสี่ยงที่จะถูกอันตรายถึงชีวิต ร่างกาย ท่านก็เสียไปโดยสูญเปล่าไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นในสิ่งเหล่านี้ ว่าในปีงบประมาณแต่ละปีที่ท่านสรุปผลงานมานี้ควรจะมีการติดตามในเรื่องดังกล่าวนี้ ด้วย แล้วก็ควรจะเอาข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาพูดหรือมาบอกในหนังสือฉบับนี้ให้สภาได้รับทราบด้วย เพราะสภานี้คือที่รวบรวมของปัญหาและเป็นสถานที่ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมฝ่ายบริหารก็ดี หรือไม่ว่าจะเป็นถึงขนาดที่จะปรับปรุงหรือ มีการยกร่างแก้ไขกฎหมาย หรือยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ก็ดี สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นแล้วก็มี ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปตรงนี้เอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในมือ ผมนี้ครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ก็ได้ติดตามในเรื่องดังกล่าว ก็ได้เชิญตัวแทนของท่านมาไล่เลียงดู ในสิ่งที่ผมได้กราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ครับ แล้วก็เอาความจริงที่ท่านได้ไปศึกษามานี้ครับ รวบรวมมาเท่าที่ประเด็นที่เรามีกรอบเวลาที่จํากัด แล้วมาศึกษาสภาพของปัญหา แล้วก็ ลงไปในพื้นที่จริง อันนี้กราบเรียนต่อท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยนชน แห่งชาติครับว่า ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือ ในความจริงใจ ในความตั้งใจจริงของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการละเมิดสิทธิ ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและที่ดิน ลงไปจริง ๆ กันเลยครับ ยกตัวอย่าง เช่น ที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เราลงไปพื้นที่จริง ไปประชุมร่วมกันที่จังหวัด เราก็เอาผล การศึกษาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งได้รับการร้องเรียนว่ามีการละเมิด สิทธิของพี่น้องประชาชน ซึ่งเขาก็อ้างว่าเขาอยู่ในที่ดินของเกาะเสม็ดมาก่อนที่จะมี การสงวนหวงห้าม เป็นที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะมาเรื่องจากการใช้ประโยชน์ของอุทยานก็ดี กองทัพเรือก็ตาม ผลการศึกษานี้จบ เพราะว่าทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอง ก็ได้ศึกษาข้อเท็จจริง รับฟังความคิดเห็น เอาระเบียบ เอากฎหมาย เอาการประกาศเป็นที่ สงวนหวงห้าม เป็นที่ดินของรัฐมาเป็นตัวตั้งเอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปดูร่องรอยการทํา ประโยชน์ การได้มาซึ่งที่ดินของกองทัพเรือต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น แล้วก็ได้สรุปมาแล้วว่ามี พี่น้องประชาชนที่อยู่บนเกาะตรงนั้นน่าที่จะได้รับประโยชน์ในส่วนตรงนี้จํานวนหนึ่ง เพราะเชื่อได้ว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ได้มาก่อนที่จะมีการประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรือ ที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ดี หรือกองทัพเรือ ก็ตาม จบครับ แล้วหน่วยงานเองก็ยอมรับ ผลการศึกษาเป็นที่ยุติอย่างนี้ แล้วถ้าเข้าไป ประชุมร่วมกันที่จังหวัดเชิญหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาเพราะศึกษาที่ส่วนกลางก็ศึกษา มาแล้ว แต่ผลในการปฏิบัติก็เหมือนที่ทราบนั่นละครับ เราอยากจะเห็นว่ากระดาษตรงนั้น มันไม่ได้มีเพียงแค่ตัวหนังสือที่เขียน แต่เราอยากจะเห็นผลจริง ๆ ที่ได้ตามที่กระดาษ ศึกษามาก็คือพี่น้องประชาชนที่เขาทนทุกข์ระทมกับเรื่องดังกล่าวด้วยความเจ็บปวด ด้วยความที่คาดหวังในการทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าคงจะมีผล ในการที่จะคลี่คลายปัญหาที่เป็นทุกข์ของเขาให้เป็นมรรคเป็นผล แต่ท่านประธานครับ เราไปประชุมในพื้นที่จริง เราลงไปในพื้นที่จริงก็ได้ข้อเท็จจริง ต่อหน้าพวกผมก็บอกว่า จะแก้ปัญหา แต่พอคล้อยหลังมาขณะนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างที่ผมกําลังรวบรวมกราบเรียน ต่อท่านประธานสภาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและตามบทบัญญัติของ กฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่ แต่ปรากฏว่าหลังจากคล้อยหลังมาก็ปรากฏว่าเข้าสู่รูปเดิมอีกครับ ก็คือรัฐตัวยังโตอยู่เหมือนเดิม ไม่ยอมที่จะปฏิบัติการตามที่เป็ นความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นี่เป็ นผลการศึกษาของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นการรายงานการตรวจสอบที่ ๑/๒๕๕๐ ฉบับนี้ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๐ แจ้งผลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดว่าต้องคืนที่ดินแปลงนี้ ที่ดินเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่บนเกาะเสม็ดที่เขา มีสิทธิ ผมเน้นคําว่า ที่เขามีสิทธิโดยชอบธรรม ว่าเขาอยู่มาก่อนเป็ นที่ดินของรัฐ แต่ปรากฏว่าจนเดี๋ยวนี้ยังไม่ได้เลย แล้วมิหนําซํ้ากลับมีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนคนเหล่านั้นเสียอีก ระหว่างที่กําลังทํารายงานอยู่นี่ครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวผู้ร้องเองก็โทรศัพท์มา ผมถึงขนาดที่จะต้องบอกไปว่าถ้าเขาไม่เคารพในองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้สรุปความเห็น เหมือนกัน แล้วหน่วยงานของรัฐยังไปคุกคามข่มขู่และมีความพยายามที่จะจัด งบประมาณของหน่วยงานของรัฐเพื่อไปแทรกแซง เพื่อไปลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชน อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับพี่น้องประชาชนคนเหล่านั้นนะครับ ผมก็บอกว่าผมคง ช่วยได้ในแง่ของการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ถ้าหากมีการจับกุม มีการดําเนินคดี ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานละครับ ขอหนังสือตีหลักทรัพย์ของการเป็ น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปประกันตัวผู้ต้องหาเหล่านั้น เพราะผมต่อสู้ในสิ่งดังกล่าวเหล่านี้ เราศึกษาคู่มากับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วความเห็นเราก็อย่างเดียวกัน แต่หน่วยงานของรัฐ ไม่ปฏิบัติตาม แล้วมิหนําซํ้าเขาจะจัดงบประมาณลงไปละเมิดสิทธิของเขา แล้วเขาเล่า อย่างนี้อีก ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่า จะให้พี่น้องประชาชนเหล่านั้นเข้าไปสู่ กระบวนการยุติธรรม ฟ้ องที่ศาลเมื่อไรก็แพ้ครับ เพราะในแง่ของกฎหมาย ในแง่มุมของ กฎหมายประชาชนตัวเท่ามดตัวนิดเดียว แต่ยักษ์ตัวใหญ่เหลือเกิน และยิ่งกฎหมาย ให้อํานาจเข้าไปด้วยก็ยิ่งจะทําให้ประชาชนที่ตัวเล็กอยู่แล้วยิ่งเล็กลงไปอีก ทั้ง ๆ ที่ว่า เขาอยู่มาก่อนที่เป็นที่สงวนหวงห้ามเสียด้วยซํ้า ข้อเท็จจริงยุติ แล้วคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ฉายภาพตัวนี้ จนเป็ นที่ประจักษ์ เป็ นที่ยอมรับทุกฝ่ำย ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันสิ่งดังกล่าวเหล่านี้ก็ยังคาราคาซังอยู่เหมือนที่ผมกราบเรียน ต่อท่านประธาน แล้วประเด็นของปัญหาเช่นเกาะเสม็ดที่ผมกราบเรียนตรงนี้ครับ ถ้าทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้กรุณาติดตามดูนะครับว่าแจ้งไปแล้ว ที่หน่วยงานต่าง ๆ ตามขั้นตอนที่กฎหมายกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้อํานาจ เอาไว้ และผลในการปฏิบัติมันไม่มีผลในการปฏิบัติตามที่ท่านได้สรุปเอาไว้นี่ สิ่งที่ท่าน ดําเนินการต่อไปก็คือแจ้งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าหากแจ้งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วนะครับ นายกรัฐมนตรีดําเนินการหรือไม่ดําเนินการอย่างไร ผลเป็นอย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ถ้าท่านจะได้กรุณาใส่ในรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปีต่อ ๆ ไปด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะว่าทางพวกเรา ซึ่งทําหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มี หน้าที่ในการกํากับ ในการควบคุมอํานาจของฝ่ายบริหารจะได้ช่วยท่านอีกทางหนึ่ง หรือถ้าหากท่านจะได้กรุณาเสนอแนะนะครับว่าอํานาจวันนี้ทั้งประเทศไทยวันนี้มีเจ้าของหมด มีหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยเป็ นเจ้าของในที่ดินทรัพยากรธรรมชาติหมด ไม่มีที่ดินว่างเว้นแม้กระทั่งเท่ารูขุมขนก็ไม่มีครับ จะมีเจ้าภาพหมด มีหน่วยงานของรัฐ ที่เป็ นเจ้าของหมดทั้ง ๓๒๐ ล้านไร่ ใน ๑๒๐ ล้านไร่ตรงนั้นของกรมที่ดินเป็ น ปัจเจกบุคคลออกกรรมสิทธิ์ไปได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ที่เหลือประมาณ ๒๐๐ ล้านไร่ตรงนี้มันจะเป็นที่ดินของรัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ พันธุ์พืช และสัตว์ป่า กรมป่าไม้ หน่วยงานของรัฐอื่น ที่ราชพัสดุ เหล่านี้เป็นต้น ใน ๒๐๐ ล้านไร่ ตรงนี้มันก็จะมีอยู่ส่วนหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านไร่ที่เราได้จากการศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่อยู่ในที่ดินที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ บางรายอยู่มาก่อนประกาศ เป็นที่สงวนหวงห้าม บางรายอยู่มาหลังจากที่ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรือที่ที่มี พระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามแล้วหน่วยงานของรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ที่สงวนหวงห้ามจนประชาชนเข้าไปถือครองทํากิน มีผลอาสิน มีความมั่นคง บางแห่ง เป็นที่ราชการไม่ว่าจะเป็นอําเภอ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตํารวจภูธร แม้กระทั่ง อบต. ก็อยู่ใน ที่สงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐผิดกฎหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น วันนี้รัฐบาลก็มีนโยบายในเรื่องของ โฉนดชุมชน ปรากฏว่าเจ้าของที่ตามกฎหมายต่าง ๆ หวงอํานาจดุจประหนึ่งว่าที่ดิน เหล่านั้นเป็นที่ดินของตัวเอง นอนกอดไว้เหมือนกับว่ากอดไว้จนตายครับ ไม่ยอมคายที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ แล้วประชาชนอยู่เต็มไปหมดนี่ครับคืนมาให้กับ รัฐบาล วันนี้กรรมาธิการชุดนี้เราก็ได้ศึกษาขึ้นมาว่าน่าจะมีกฎหมายกลางขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นกฎหมายที่ให้อํานาจคนที่ถูกรังแกจากการใช้อํานาจของรัฐลุกเดินขึ้นมาแล้วมาบอก กับนายอําเภอ มาบอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยรวบรวมเอกสารรายละเอียดว่าที่ดิน ของเขานี่อยู่มาก่อนการประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรืออยู่มาหลังจากการที่เป็นที่ดิน ของรัฐแต่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว วันนี้เป็นชุมชนแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้รัฐได้เพิกถอนสภาพ ความเป็นที่สงวนหวงห้ามตรงนี้ออกไปเสีย แล้วถ้าพิสูจน์ได้ว่าเขาอยู่มาก่อนก็เดินไปสู่ช่อง โฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไปเลย ถ้าได้มาภายหลังจากการเป็น ที่ดินของรัฐแล้วหมดสภาพไปแล้ว มีชุมชน มีบ้านช่องเป็นที่มั่นคง มีหลักมีฐาน มีต้นไม้ ยอมรับว่ากดดันออกมาไม่ได้อยู่แล้วก็ยอมรับสิทธิเขาไปเสีย แล้วที่สุดครับ การรับรอง สิทธิตรงนี้ก็คือการเพิกถอนสภาพที่เป็นที่สงวนหวงห้ามหรือที่ดินของรัฐ หลังจากนั้น ก็จะเกิดสุญญากาศทางที่ดินตรงนี้ คณะรัฐมนตรีก็พิจารณาสิครับว่าจะเอาที่ดินเหล่านี้ ไปสู่ช่องอะไร ไปสู่ช่องของ ส.ป.ก. ไปสู่ช่องของป่าไม้หรือไปสู่ช่องของโฉนดชุมชนตาม นโยบายของรัฐบาล นโยบายของรัฐบาลก็จะมีพื้นที่ในการรองรับปัญหาของประชาชน วันนี้อย่างน้อย ๆ ๑๐ ล้านไร่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนก็จะได้รับการแก้ไข แล้วที่ดินของรัฐก็ยัง เหลืออยู่ในส่วนที่เหลือ แล้วในอนาคตข้างหน้าถ้าหากมีมาตรการในการที่จะเอาที่ดิน เหล่านี้กลับคืนมาเป็นที่ดินของรัฐก็ใช้มาตรการอย่างอื่นค่อย ๆ สอดเข้าไปใส่เข้าไป เอาประชาชนมามีส่วนร่วมที่สําคัญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อย่าผลักประชาชน ไปยืนคนละฟากถนน อย่ามองประชาชนว่าคือศัตรูหรือมารร้ายที่หน่วยงานของรัฐบอกว่า คนเหล่านี้คือคนที่จะต้องฆ่ากันให้ตาย ไม่มีทางหรอกครับ ต้องเอาประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วม วันนี้ถามว่าหน่วยราชการต่าง ๆ มีกําลังเท่าไร สามารถดูแลป่าสงวนได้ไหม สามารถ ดูแลอุทยานได้ไหม ทําไมถึงมีการตัดไม้ทําลายป่ากันเยอะ เพราะอะไรครับ อย่ามาอ้างว่าเจ้าหน้าที่น้อย งบประมาณมีจํากัด เพราะป่ามีอยู่เยอะก็ดึงประชาชนสิครับ ให้อุทยานเป็นของประชาชน ให้กรมป่าไม้เป็นของประชาชนด้วย อย่าให้เป็นของอุทยาน เท่านั้น อย่าให้เป็ นของกรมป่ำไม้เท่านั้น และผมเชื่อว่าถ้าทําได้ลักษณะอย่างนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีส่วนสําคัญส่วนหนึ่งที่จะทําความจริง ในสิ่งเหล่านี้ให้ปรากฏ นั่นก็คือการบังคับใช้กฎหมาย และในขณะเดียวกันถ้าหากเห็นว่า มีกฎหมายฉบับใดมีข้อบกพร่อง ท่านก็ลองคิดดูในการที่จะยกร่างกฎหมายตามที่ผมได้ กราบเรียน แล้วก็ให้ประชาชนเป็ นคนก้าวขาออกมาร้องขอความเป็ นธรรมเข้าสู่ กระบวนการในคณะกรรมการระดับชาติซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน และมี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดูแลที่ดินเหล่านั้น มาเป็นกรรมการ ซึ่งตรงนี้ความเป็ นเจ้าของของหน่วยราชการก็จะหายไป ก็อยู่ที่ ตัวท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็เป็นประธานในที่ประชุมไป รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ ที่ดินที่หวงที่ดินทั้ง ๆ ที่หมดสภาพไปแล้วก็หมดอํานาจไปโดยปริยาย หลังจากนั้นก็ สามารถเดินไปสู่การแก้ไขสิทธิต่าง ๆ เพื่อรองรับตามสิ่งที่ท่านได้ศึกษามา สิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดอยู่ในวิสัยที่ท่านสามารถที่จะทําความจริงให้ปรากฏ แล้วก็นํารายละเอียดเหล่านี้ มาสู่การรายงานต่อสภาในปีงบประมาณต่อ ๆ ไป ผมขอฝากรายละเอียด วิธีการ หลักการ เหตุผล แนวทาง ตามที่ได้กราบเรียนต่อท่านประธานนี่ครับไว้เป็นข้อสังเกตในการ ทํารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี งบประมาณต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มีเพื่อนสมาชิกประสงค์อภิปรายหลายท่าน ขอความกรุณาท่านสมาชิก ให้เข้าสาระ กระชับ ตรงประเด็นที่จะซักถามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ เชิญท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กรุณาอ่านรายชื่อสมาชิกสักสี่ห้าคนได้ไหมครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลารออยู่ในห้อง มีภารกิจอื่นอีกเยอะแยะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านวิรุฬห์เสร็จแล้วก็ท่านทศพล เพ็งส้ม และท่านวรวัจน์ และท่านเฉลิมลักษณ์ และท่านฐิติมา แต่ฝ่ำยรัฐบาลยังไม่มีก็มาถึงท่านเชาวริน และท่านเรวัต ท่านสุนัย เชิญท่านวิรุฬห์ครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน 🔗

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กระผมขอเสนอข้อคิดเห็นและอภิปรายเสนอ ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานสภาดังต่อไปนี้นะครับ จากที่ผมได้อ่านรายงานการศึกษาของท่านในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ซึ่งผมสนใจอยู่ ก็คือเรื่องการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษาไปแล้ว ในกรณีที่เป็นการชุมนุมของ นปก. และการชุมนุมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สิ่งที่เราน่าจะต้องมาพิจารณาคือการชุมนุมโดยสงบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ และ ขณะนี้การชุมนุมนี้นั้นก็พัวพันมาจนถึงในวาระปัจจุบันนี้ ซึ่งทางรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ของรัฐไปปฏิบัตินั้นชอบหรือไม่ชอบ และควรจะดําเนินการแก้ไขอย่างไร แต่สิ่งที่ผ่านมา พอดีมีท่านชวลิตได้ให้ข้อคิดเห็น ในวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรในการที่ปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมนั้น สิ่งที่ปรากฏในหลักฐานต่าง ๆ ในรายงานนั้นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ละเอียดแล้วก็รู้สึกว่า ไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ไม่ใช่ของชุดนี้ เป็นชุดที่รักษาการ และถ้าพิจารณาโดยอํานาจหน้าที่ก็ได้วินิจฉัยไปแล้วว่าไม่มีอํานาจที่จะกระทําได้ด้วย สิ่งที่ปรากฏก็คือการกระทําคราวนี้เป็นการกระทําผิดของผู้ชุมนุมต่ออาญาต่อแผ่นดิน เป็นการชุมนุมที่กระทําต่อฝ่ายบริหารและต่อรัฐสภา ถ้าพิจารณาตามประมวลกฎหมาย อาญาแล้วเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๓ เป็นความผิดฐานกบฏ ซึ่งจะพิจารณาแล้ว การกระทําโดยการเตรียมการก็ตามการพยายามกระทําผิดก็ตาม หรือการกระทํา ความผิดสําเร็จก็ตาม เจ้าพนักงานสามารถที่จะทําการป้ องกันและปราบปรามไปได้โดย อํานาจแห่งกฎหมาย ส่วนจะชอบว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่เพียงใดนั้นน่าจะต้องศึกษากันนะครับ ที่จะเห็นชัดเจนว่า คราวนี้สงบหรือไม่สงบ ท่านไปดูห้องประชุมรับรองหน้าทางด้านทิศตะวันออกของ สภาผู้แทนราษฎรกระสุนปืนยังฝังอยู่ในกระจกยังไม่ได้แก้ไขด้วยนะครับ ถ้าอยากจะดู ให้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปดูด้วยนะครับ สิ่งที่ผมว่านี่ก็คือ หมายความว่าการสอบสวนต้องให้ความเป็นธรรม การสอบสวนหรือการสืบสวนแสวงหา ข้อเท็จจริงไม่ว่าพนักงานสอบสวนก็ตาม ไม่ว่าพนักงานอัยการ ไม่ว่าศาลก็ตามจะต้องทํา การพิจารณาคดีด้วยการค้นหาความจริง ไม่ใช่ฟังแล้วลวก ๆ แล้วเสนอ อย่างนั้นต่อไปให้ พิจารณาโดยรอบคอบ ฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปด้วยนะครับ ถ้าหากการพิจารณาไม่รอบคอบ วินิจฉัยไปแล้วสิ่งที่จะพึ่งพาก็คือคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐทําถูกต้องหรือไม่ ศาลตัดสินคดีถูกต้องหรือไม่ ก็มีสิทธิในการให้ข้อเสนอ แม้แต่องค์กรอิสระต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญถ้าทําไม่ถูกต้อง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีสิทธิที่จะให้ข้อเสนอแนะทั้งข้อกฎหมายและ ข้อเท็จจริง ก็ฝากท่านไปในครั้งนี้ด้วย สิ่งที่จะฝากไปในข้างหน้าซึ่งท่านจะต้องรายงาน ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๒ ซึ่งจะต้องเสนอต่อไปในอนาคตนี้ครับ ผมก็ฝากไว้ในกรณี น่าจะต้องศึกษาก็คือการชุมนุมในวันสงกรานต์เมื่อปีที่แล้ว เมื่อปี ๒๕๕๒ เหตุเกิดที่ ทําเนียบรัฐบาล เหตุเกิดที่พัทยา เหตุเกิดที่ดินแดง กรณีการไปชุมนุมและเกิดเหตุที่พัทยานั้น การไปชุมนุม ไปเรียกร้องความสงบซึ่งโดยกลุ่มบุคคลน่าจะเรียกว่ากลุ่มเสื้อแดงไปทํา รัฐบาลใช้อํานาจในการป้ องกันและปราบปราม และการดําเนินคดีโดยฉับพลัน เจ้าหน้าที่ จับผู้ที่ชุมนุมประท้วงดําเนินคดี สอบสวนไม่กี่วันเบ็ดเสร็จส่งฟ้ องไปแล้วอยู่ในการ ดําเนินคดีของศาล ผมก็ฝากข้อคิดข้อหนึ่งก็คือในวันที่ ๑๓ หรือในวันสงกรานต์นั้น การปราบปรามหรือการสลายการชุมนุมผู้ก่อความไม่สงบนั้นปรากฏได้ประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ประกาศภาวะฉุกเฉินให้อํานาจ ผบ. สูงสุดเป็นผู้อํานวยการในการรักษา ความสงบครั้งนั้น การสลายการชุมนุมถ้าจะพิจารณาดูว่าที่ดินแดงนะครับ ที่ดินแดง ท่านจะเห็นเลยว่าเช้ามืดที่ดินแดงมีกําลังทหารเข้ามาดําเนินการสลายการชุมนุม ไม่พูด พรํ่าทําเพลงครับใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปยังกลุ่มชน อ้างว่าเป็นลูกซ้อม แต่สิ่งที่ปรากฏ ได้เกิดขึ้นก็คือในสถานการณ์ขณะนั้นไม่ใช่เฉพาะที่ดินแดง มีผู้ถึงแก่ความตายถึง ๕ คน มีผู้บาดเจ็บถึง ๒๒ คน ขณะเดียวกันพอมาชุมนุม ในการสลายการชุมนุมที่ ทําเนียบรัฐบาลท่านใช้วิธีการละมุนละม่อมไม่เลือดตกยางออกแต่ประการใดครับ จริงอยู่ให้อํานาจทหารมาดําเนินการในการจัดการในภาวะฉุกเฉิน พ.ร.บ. ฉุกเฉินนั้น ให้ทหารมีอํานาจหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจ ให้เป็นตํารวจนะครับ ไม่ได้ให้อํานาจใด ๆ ที่ท่านจะไปใช้อาวุธปืนไปยิงยังกลุ่มชน เรื่องนี้เคยมีเหตุเกิดขึ้น เมื่อสมัยปี ๒๕๓๕ สมัยรัฐบาลของท่านสุจินดา คราประยูร การใช้กําลังทหารในการ ปราบปราม ใช้อาวุธสงครามยิงเข้าไปยังกลุ่มชน หลังจากเหตุเกิดขึ้นคณะกรรมการสอบสวน ได้สอบสวนหาสาเหตุแล้วว่าการสลายการชุมนุมนั้นห้ามมิให้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปยัง กลุ่มชน ให้ใช้แก๊สนํ้าตาแทน ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติให้ข้าราชการตํารวจดําเนินการในวันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ อย่างนั้นให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ช่วยพิจารณา ด้วยนะครับ ช่วยได้ ตรวจสอบว่าถึงแม้ จะใช้ ภาวะฉุกเฉินก็ตาม ใช้ ภาวะ พ.ร.บ. ความมั่นคง ใช้ภาวะกฎอัยการศึกก็ตาม อํานาจใด ๆ ที่ท่านใช้อย่างไรชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตอนนั้นท่านเป็นอะไร ท่านเข้ามาดําเนินการแล้วท่านทํา ในฐานะตํารวจไหม ท่านมาดําเนินการ ท่านดําเนินการในฐานะทหาร ซึ่งใช้กฎอัยการศึกไหม เป็ นอํานาจของท่านหรือไม่ การใช้อํานาจของรัฐบาลก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาล ชอบด้วยวิธีการ ระเบียบแบบแผนการแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มชนโดยสงบหรือไม่ เพียงใดขอฝากในปี ๒๕๕๒ ให้ช่วยได้ตรวจสอบโดยละเอียด แล้วนํารายงานมาเสนอ ที่ประชุมขอได้ค้นหาความจริงออกมาตีแผ่เพื่อแนะนําเสนอให้แก่ภาครัฐ ภาคประชาชน ได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วยนะครับ และขณะเดียวกัน ท่านจะเห็นว่าการดําเนินคดีเดี๋ยวนี้ชาวบ้านบ่นเหลือเกิน พูดกันแล้วทะเลาะกันไม่จบ คือเป็น ๒ มาตรฐาน แต่บางท่านไม่ว่าเป็นสองนะครับ บอกว่าเป็นการไร้มาตรฐาน เอาละครับ ผมยกตัวอย่างว่าที่ท่านจะต้องศึกษาต่อไปอีกในคดีที่สุวรรณภูมิที่มี กลุ่มผู้ชุมนุมไปยึดสนามบินดอนเมือง แล้วขณะเดียวกันไปยึดต่อที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทําให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างร้ายแรงเป็นจํานวนเงินหลายหมื่นล้านบาท เศรษฐกิจทรุดโทรมตลอดมาแก้ไขจนถึงปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ร้ายแรงไปยึดสนามบิน ไปยึด หอการบินนะครับ ถ้าว่ากันโดยเหตุผลแล้ว ถ้าเป็นเรื่องสากลว่าเป็นการกระทําของ โจรก่อการร้ายสากลซึ่งจะต้องดําเนินการตามกฎหมาย เรื่องเหล่านี้เหตุเกิดร้ายแรง อย่างนี้เป็นเวลาปีเศษแล้ว ยังไม่ขยับไปถึงไหนนะครับ การชุมนุมโดยสงบด้วยนะเรื่อง เดียวกันนี่นะครับ ขณะเดียวกันเรื่องที่รัฐสภานี่ก็ยังเดินไม่ไปถึงไหน ไปที่ดอนเมือง ไม่ไปถึงไหน ขณะเดียวกันขยับไปที่สุวรรณภูมิไม่ไปถึงไหนหยุดนิ่ง แล้วก็บอกว่าเป็น เจ้าหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ท่านได้ช่วยกรุณาศึกษาด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็ตาม องค์กรอิสระซึ่งเป็นศาล อัยการก็ตาม เป็นเครื่องมือในการรักษาประโยชน์ รักษา ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองนะครับ ถ้าหากกระบวนการยุติธรรมไม่เป็ นไป ด้วยความรวดเร็ว ยุติธรรมและเป็นธรรมแล้ว มันก็เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นในบ้านเมือง จึงฝากข้อคิดนี้ไว้ว่ารัฐบาลได้พิจารณาตัวเองด้วยว่ามีหน้าที่กํากับดูแล แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ การอภิปรายผมถึงไม่อยากจะพูด รัฐมนตรีหรือรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่ออัยการ ก็ตามต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ตาม มีหน้าที่เร่งรัดให้คดีมันจบไม่ใช่ถ่วงคดีไม่เป็นประโยชน์ ทําไมผมว่าเป็น ๒ มาตรฐาน พอดีมีท่านผู้มีเกียรติพูดถึงเรื่องอําเภอพาน ราษฎรไปชุมนุม โดยสงบไปปิดถนน จับรถบรรทุกรีบสอบสวนโดยเร็วฟ้ องศาลไปแล้วครับ ติดคุกไป ๓ ปี ระหว่างอุทธรณ์ฎีกานี่คือเรื่องที่เห็นชัดเจน หรือแม้แต่คดีที่พัทยาที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์นั้น ก็จับอีกฝ่ายหนึ่งดําเนินคดีฟ้ องศาลไปแล้ว แต่อีกฝ่ายหนึ่งที่ว่ามีปัญหาไม่ได้ดําเนินการ ใด ๆ ก็ฝากไว้ว่าในแนวคิดท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ช่วยพิจารณา ในเรื่องนี้ในเรื่องการเป็น ๒ มาตรฐานก็ตาม ซึ่งมีบางท่านพูดว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ไปยึดที่ บนเขา คดีไม่เป็นไร แต่ชาวบ้านทางปักษ์ใต้ไปทํามาหากินในป่ำสงวนถูกฟ้ องศาล ดําเนินคดี มิหนําซํ้าถูกฟ้ องเงินเป็นล้าน ๆ ให้ชดใช้ทางราชการก็เป็นเรื่องมาตรฐานทั้งนั้น อย่างนั้น จึงขอฝากท่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี ๒๕๕๒ ได้ช่วยให้ ข้อเสนอแนะข้อเท็จจริงที่เป็นจริง และมีการให้ข้อเสนอแนะต่อทางฝ่ายปกครองและ ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการให้ถูกต้องด้วย ขอบพระคุณมากครับ ผมขอฝากไว้เพียงแค่นี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านทศพล เพ็งส้ม เดี๋ยวต่อด้วยท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ นั้น ในประเด็นแรกก็คือในส่วนที่เป็นอุปสรรคและข้อจํากัดของคณะกรรมการ สิ่งที่สําคัญที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ได้บอกว่าปัญหานั้นมีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือสถานะของการเป็นส่วนราชการในสังกัด ของรัฐสภา ปัญหานี่ละครับที่ท่านได้กล่าวไว้ในรายงานหน้า ๒๒๒ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่จะต้อง ออก เนื่องจากปัจจุบันนี้ทางสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านวัชระ เพชรทอง กับคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ของสภาดําเนินการ ท่านสามารถ ไปตรวจสอบว่าร่างนี้ตรงกับร่างของท่านที่ได้เสนอกับรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ เพื่อเป็นการ ป้ องกันที่จะไม่ให้เกิดปัญหาและอุปสรรคการทํางาน เพียงแต่อยากจะสอบถามท่านว่า ถ้าออกกฎหมายฉบับนี้แล้ว ปัญหาตรงนี้จะหมดไปหรือไม่ อีกเรื่องหนึ่งอุปสรรคที่ ๒ ก็คือ อุปสรรคที่หน่วยงานของรัฐไม่ให้ความสําคัญ ตรงนี้ที่ผมกําลังจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการก็คือว่าท่านยังไม่ได้บอกเลยว่าตัวท่านเองจะต้องทําอย่างไร เพื่อให้มีความศรัทธาในสังคม และโดยเฉพาะจะทําให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน เชื่อมั่นและศรัทธาในพฤติการณ์หรือพฤติกรรมของท่านนั้นต่อสาธารณชนว่า เวลามีปัญหาแล้วควรจะไปหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือไม่ เปิดโอกาสให้ ทุก ๆ คนเข้าหาพร้อมที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาให้เขา อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องที่ท่านได้มีการเสนอในการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายของรัฐ ท่านครับ กฎหมาย ในประเทศไทยค่อนข้างเยอะที่ไปกระทบสิทธิและเสรีภาพของประชาชน คงไม่ใช่เฉพาะ ในรายงานเท่านั้น ที่จะนําในส่วนของรายงานก็คือที่ท่านบอกว่ามีการเสนอแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญา จริงอยู่ผมเห็นด้วยท่านแก้ไขบทนิยามแล้วก็อีกหลาย ๆ ส่วน แต่ท่านลืมไปว่าเงินที่ ผู้เสียหายได้รับจากภาครัฐในการช่วยเหลือในฐานะเป็ นเหยื่อ แต่ปรากฏว่า ท่านน่าจะบอกเขาด้วยว่าหลังจากที่รัฐบาลก็ดี หรือภาครัฐก็ดี หรือเงินที่จ่ายให้กับ ผู้เสียหายในคดีอาญาแล้วควรจะไปไล่เบี้ยกับตัวจําเลยหรือผู้ที่ก่อให้เกิดขึ้นในคดีอาญา เช่นอะไรครับ ในคดีที่ตํารวจนั้นได้ดําเนินคดีแต่ปรากฏว่าคดีเป็นแพะครับ รัฐต้องจ่าย หลายแสนบาท หลายหมื่นบาท ท่านต้องดูครับใครต้องรับผิดชอบ ท่านต้องดูว่า ใครคนไหนที่ต้องถูกไล่เบี้ยในฐานะที่ภาครัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายในคดีอาญาให้เขา ตรงนี้ที่จะต้องมีการแก้ไข ท่านก็ช่วยเสนอมานิดหนึ่ง แล้วที่สําคัญกฎหมายบ้านเมืองเรา ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนนั้นคงไม่ใช่แค่ที่ท่านเสนอมา ท่านต้องตรวจทุกฉบับครับ ตรวจกฎหมาย ระเบียบว่าถูกต้องเป็นแนวทางที่ป้ องกันไม่ให้เขาเสียหายทางด้านสิทธิ หรือไม่ กฎหมายอย่างเดียวไม่ใช่หรอกครับ ระเบียบของกระทรวงต่าง ๆ ก็ดี ระเบียบของ วิธีปฏิบัติก็ดี ตรงนี้ถ้าเมื่อนําระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ที่ไปกระทบสิทธิของ ประชาชนตรงนี้จะทําให้ท่านเองได้รับความเลื่อมใสจากประชาชนและได้รับการยอมรับ จากภาครัฐ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวรวัจน์ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่วันนี้ได้มา รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่ได้ดําเนินการไปในรอบปีที่ผ่านมา คงต้องยอมรับ ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เป็นองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรซึ่งในต่างประเทศให้ความสําคัญสูงมาก สิ่งใดที่ลิดรอนสิทธิของ ประชาชน ไม่ว่ารัฐ ไม่ว่าองค์กรใด กระทําร้ายหรือเอาเปรียบประชาชนนั้นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน วันนี้ผมอยากจะขออนุญาต เรียนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในฐานะที่วันนี้ท่านมีโอกาสมารับฟัง พวกเราซึ่งเป็ นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่มาจากทั่วประเทศ ภายใต้ระบอบ ประชาธิปไตยนั้นเขาบอกว่าอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จริง ๆ แล้วประชาชน มีสิทธิ มีอํานาจใหญ่ที่สุดภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า วันนี้ มีหลายเรื่องที่ผมเห็นว่าเกรงว่าจะเป็นการเสื่อมต่อศักดิ์และการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าคณะกรรมการของท่านนั้น เป็นคณะกรรมการที่ได้รับการจับตาจ้องมองและเป็นที่คาดที่หวังของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ รวมถึงอาจจะเป็นที่คาดที่หวังไปถึงคนในต่างประเทศด้วย ผมต้องกราบเรียน ความเป็นจริงของประเทศนี้ผ่านการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ และฝากไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าวันนี้ในความเป็นจริงนั้น ท่านตระหนักไหมครับว่าใครคือผู้ปกครองประเทศที่แท้จริง อํานาจที่แท้จริงเป็นของ พี่น้องประชาชนหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ววันนี้ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วก็คือว่าวันนี้ ประเทศไทยนั้นปกครองโดยอํานาจนอกระบบ แทนที่เราบอกว่าเราปกครองโดยระบอบ ประชาธิปไตย แล้ววันดีคืนดีทหารลุกขึ้นมาปฏิวัติ รัฐบาลจะทําอะไรขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เอาแล้วทหารลุกขึ้นมาแล้วจะปฏิวัตินะ จะอย่างนั้นนะ จะอย่างนี้นะ เสร็จแล้ววันนี้ ผมถามว่าความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชนอยู่ที่ไหน รัฐบาลหนึ่งทหารเอาด้วยเต็มที่ อีกรัฐบาลหนึ่งทหารไม่ซัพพอร์ต (Support) ทหารไม่เอาด้วยเลย แม้แต่การตั้งรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ผ่านมานั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงครหาเต็มไปหมดว่า การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นในค่ายทหาร ซึ่งมันบิดเบือนระบอบประชาธิปไตยของบ้านเรา เป็นอย่างยิ่ง ผมต้องถามว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูในสิ่งเหล่านั้น หรือไม่ หรือว่าจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน เราเป็นกรรมการแล้ว เราอยู่ในตําแหน่งที่ได้รับ เลือกตั้งมาแล้ว ได้รับการคัดเลือกมาแล้วก็ปล่อยไปใครอยากทําอะไรก็ทํา ผมเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ใช่ลูกน้องรัฐบาล แต่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีศักดิ์ มีสิทธิ และมีหน้าที่ที่จะต้องกระทําการนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ตามหลักการของอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ผมอยากให้ท่านไปดู วันนี้ ผมไม่อยากให้อํานาจนอกระบบมาครอบงําระบบทั้งบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ครอบงํา หมดทุกระบบ เป็ นจริงหรือไม่เป็ นจริงผมคิดว่าคนไทยเราตระหนักอยู่แก่ใจ เรารู้กันดีว่าเป็นจริงหรือไม่ คําว่า ๒ มาตรฐานวันนี้กระหึ่มไปทั้งประเทศ มันเป็นจริงไหม การตัดสินคดีต่าง ๆ เป็นจริงหรือไม่ ทําไมพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเวลาไปอยู่ในที่ดิน ของวัดโดนจับเต็มไปหมดเลย ทําไมวันนี้พี่น้องประชาชนเกิดความรู้สึก ทําไมเขายายเที่ยงไม่ผิด ทําไมอัยการบอกว่าไปอยู่ไม่ผิด แต่พี่น้องประชาชนไปอยู่ไม่ได้ ผิด ยังดีนะครับกรมป่าไม้ ยังออกมาบอกว่า ต้องออกไป อยู่ไม่ได้ วันนี้ความเท่าเทียม ความเป็นธรรมมันต้องเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย เราถึงจะอยู่กันได้โดยสงบสุข ผมอยากเรียนว่า วันนี้ผมไม่อยากให้เห็นการบิดเบือน หลายสิ่งหลายอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่สําคัญเรื่องของสื่อ จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญก็ระบุ เอาไว้บอกว่าจริง ๆ แล้วบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา การสื่อความหมายโดยวิธีการอื่น การจํากัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย ผมพูด เท่านี้พอ แต่วันนี้ถามจริง ๆ เลยครับ ท่านรู้ไหมครับว่ารัฐบาลแทรกแซงสื่อ ท่านอย่าได้ กํากับเลย ใช้กลวิธี กลเม็ดต่างๆ เข้าไปแทรกแซงสื่อ วันนี้ท่านรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ท่านปฏิเสธได้ แต่ความเป็นจริงในใจรู้อยู่แก่ใจว่าจริงหรือไม่จริง เรารู้ครับปกปิดกันไม่ได้หรอก เป็นลูกผู้ชายจริงต้องกล้ายอมรับต่อสภาว่าอะไรคือความจริง อะไรคือไม่จริง วันนี้ผมก็ ต้องถามท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านตระหนักในสิ่งเหล่านั้นไหม ในวรรคท้ายเขาบอกว่า การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทํามิได้ ใช่ครับ ไม่เขียนว่าอุดหนุน แต่ให้งบประมาณ ไปทํากิจการโน้นทํากิจการนี้ ทําจัดอีเวนท์ (Event) ทําโน่นทํานี่ มันก็ทางอ้อมละครับ ตะแบงไปได้ไหม ก็ตะแบงไปสิ แต่จริง ๆ มันเป็นอย่างไร แต่มันทําให้ระบบ ๒ มาตรฐาน และการบิดเบือนของประเทศนี้มันเกิดขึ้นอย่างไม่เป็ นธรรม ผมอยากเรียนครับ เห็นท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องการสลายการชุมนุม วันที่ ๗ ตุลาคม ผมต้องเรียนนะครับ ผมอ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วต้องเรียนด้วยความเคารพ ว่าไม่สบายใจจริง ๆ เอกสารนี้จะเป็นเอกสารประวัติศาสตร์บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านในฐานะองค์กรกลาง องค์กรตามรัฐธรรมนูญต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าไม่ใช่ว่า ท่านฟังใครร้องเรียนมาแล้วท่านวินิจฉัยตามนั้นไปเลย ในความเป็นจริงวันนั้นผมถามว่า การเข้าแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ และผมถามว่าสภาพความเป็นจริงถามข้าราชการที่อยู่ในสภานี้สิครับ ถามดูสิครับวันนั้นน่ากลัวไหม มีกลุ่มมวลชนเสื้อสีเหลืองมาล้อมรัฐสภาแห่งนี้ เอาระเบิดมา มีอาวุธปืน ยิงตํารวจที่มาอารักขาเกือบเข้าหัวใจเกือบตาย เขย่ารั้ว ฆ่ามัน ๆ ถามพี่น้อง สื่อมวลชนที่อยู่ในสภาแห่งนี้สิครับว่ามันจริงไหม มันน่ากลัวไหม และโดยความเป็นจริง พฤติการณ์อย่างนั้นผิดกฎหมายเป็นกบฏ ขัดขวางต่อกระบวนการนิติบัญญัติเป็นกบฏ แน่นอน เพราะวันนั้นกระบวนการนิติบัญญัติกําลังจะดําเนินการในการให้รัฐบาลรับฟัง การแถลงนโยบายของรัฐบาลประชุมที่รัฐสภาซึ่งถือเป็นองค์กรหลักของประเทศ ระเบิด ที่เอามาแขนขาด ขาขาด ตํารวจหรือครับเอามา ความเป็นจริงเป็นตํารวจหรือครับที่ระเบิด ในรถจี๊ปเชอโรกี ระเบิดทั้งคันของใคร ความเป็นจริงมันเป็นอย่างไร แต่เวลาท่านมาทํา ในรายงานนี้ท่านมีรายงานข้างเดียว แล้วผมถามว่ามาตรฐานอย่างนี้ท่านจะให้สภาแห่งนี้ รับรองรายงานของท่านได้อย่างไร จริง ๆ แล้วผมอยากให้ท่านถอนรายงานกลับไปเอาไป ทําใหม่ ผมอยากให้ท่านดํารงในฐานะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่แท้จริง เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน แล้วอย่าสร้างความผิดหวัง ขอให้ท่านเป็นตาชั่ง ที่เที่ยงธรรม สิทธิใดที่มันลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนที่แท้จริงทําเถอะครับ คนเรา มีอายุมันไม่เกิน ๑๐๐ ปีหรอก ไม่ใช่ลูกน้องใคร ทําให้มันเกิดความสงบในแผ่นดิน ทําให้ ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นที่เชิดหน้าชูตาต่อนานาประเทศ ไม่ใช่เกิด เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา ผมว่ามันน่าละอาย วันนี้ผมต้องเรียนว่า การทํางานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นท่านทํางานในจุดย่อย แต่ท่านไม่ตระหนักถึง ภาพรวมของประเทศ เรื่องใหญ่ ๆ บางเรื่องที่เป็นความขัดแย้งของสังคมท่านก็ปลีกตัวเสีย ถ้าไม่ทํา อย่างเช่นเมื่อเดือนเมษายน ที่เราเรียกว่าสงกรานต์เลือด ผมอภิปรายในสภาแห่งนี้ สุดท้ายมาก็มีคลิป (Clip) เสียง โผล่ออกมาเป็นนายคนคนหนึ่งผมไม่พูดแล้วครับว่าใคร เขาไม่ยอมรับ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไม่รับว่าเป็นเสียงของตัวเอง ไม่รับ แต่ท่านกรรมการครับ ท่านประธานครับ ในเสียงนั้น เป็ นเสียงสั่งการที่ทําให้เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดในเดือนเมษายน เป็นการวางแผน การเตรียมการ การสั่งการ แล้วก่อให้เกิดการเสียเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชน ท่านยังจําได้ไหมครับในนั้นเขียนว่าอะไรบ้าง ผมจะโยงแต่ละถ้อยคําเข้าไปสู่แต่ละ เหตุการณ์ให้ท่านฟังว่าแต่ละคําสั่งที่สั่งไปนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผมก็อยากให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบหน่อยได้ไหม ท่านเป็ นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบหน่อยได้ไหม ท่านไม่ใช่ลูกน้องรัฐบาล วันนี้เราเป็นครึ่ง ข้าราชการ ครึ่งหน่วยงานของรัฐตรวจสอบไม่ได้ เขาไม่กล้า แต่ในฐานะที่ท่านเป็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญผมก็เชื่อมั่นท่าน ผมยังเชื่อมั่นท่านอยู่ว่าท่านจะกระทํา วันนี้ในนามของ สมาชิกของสภาแห่งนี้ก็ร้องเรียนไปยังท่านผ่านการอภิปรายในสภา ตรวจสอบให้ผมหน่อย ท่านจําได้ไหมครับ มันน่าเกลียดมาก เขาบอกว่าผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะได้มีการติดตาม การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และสถานีวิทยุเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมอยู่ในรถยนต์คันที่มีการทําร้ายและท่านที่ดูข่าวก็ทราบว่า ผู้ชุมนุมประกาศถึงขั้นว่าจะจับตัว จะไล่ล่า อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นจริงที่กระทรวงมหาดไทย

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรวัจน์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมไม่อยากเชื่อนะครับ ว่าข้ามมาพุทธศักราชใหม่แล้วนะครับ ท่านสมาชิกยังเอาเรื่องเก่ากลับมารายงานซํ้า ในสภาแห่งนี้อีก ถึงแม้ท่านจะไม่ได้กล่าวถึงชื่อของบุคคลในเทปที่ว่า ท่านกําลังเล่าเรื่อง ของเทปตัดต่อที่เกิดขึ้นจากในการจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ แล้วกําลังพยายามที่จะอ่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงคุณบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ ขอให้ประท้วงเลยนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงว่าท่านสมาชิก ท่านนี้กําลังกล่าวคําเท็จในสภาครับ ซึ่งเป็นเรื่องเดิมกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปี ที่แล้ว แล้วเราประท้วงกันแล้วหลายครั้งครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยครับว่ากล่าวคําเท็จในสภา ไม่ได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ การอภิปรายเป็นข้อที่เชื่อได้ว่า เพราะฉะนั้นไม่ได้ถือว่าเป็น การกล่าวความเท็จ แต่วินิจฉัยว่าเรื่องนี้ท่านอภิปรายในสภานี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ผมจําได้ ก็ขอให้พูดแต่เฉพาะเนื้อหาครับ สรุปเลยว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปอ่านคํากล่าว ในเทปนั้นนะครับ ขอเชิญนั่งทั้ง ๒ คนครับ เชิญคุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมต้อง ขออนุญาตที่จะต้องชี้แจงต่อท่านประธานนะครับว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ว่าเชื่อได้ว่านะครับ แต่ว่ามีการพิสูจน์จากทางตํารวจพิสูจน์หลักฐานแล้วก็ส่งรายงานมาที่สภาแห่งนี้แล้ว และ เราพูดเรื่องนี้แล้วว่าคลิปดังกล่าวหรือว่าเทป (Tape) ดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องเท็จ เป็นเรื่อง ตัดต่อ ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะเอามาพูดกันในสภา เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จมิใช่เชื่อได้ว่า เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าสมาชิกจะกล่าวเรื่องเท็จ ท่านประธานจะอนุญาตมิได้ครับ ถ้าท่านประธานอนุญาตให้มีการกล่าวเรื่องเท็จในสภา ท่านประธานต้องรับผิดชอบ กับเรื่องนี้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้ผมรับผิดชอบนะครับ เทปนี้เป็นเทปที่ตัดต่อ เสียงก็เป็ นเสียงของผู้พูดจริง ซึ่งผมไม่อยากเอ่ยว่าเป็ นใคร แต่ตัดต่อ เท่าที่ผมติดตามในเอกสารเนื้อหาสําคัญ ไม่ได้ตัดต่อนะครับ เป็นการตัดต่อถ้อยคําฟุ่มเฟือยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ถือว่า เป็นเรื่องเท็จครับ แต่การที่เราจะเชื่อว่าเป็นเท็จหรือไม่เท็จนั้นก็จะต้องมีการพิสูจน์ หลักฐานและพี่น้องประชาชนจะเป็นคนตัดสินนะครับ จะขอคุณวรวัจน์ขอให้รวบรัด ไม่ต้องเอาคําพูดรายละเอียดทั้งหลาย เพราะว่าได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ขอเชิญต่อครับ คุณบุญยอดนั่งลงครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขอบคุณท่านประธาน วันนี้ผม ต้องเรียนก่อนนะครับ เป็นการที่ผมทําความเข้าใจกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในหลายเรื่อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็ นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิของ พี่น้องประชาชนทุกประการ ผมไม่อยากพูดว่าใครเป็นคนพูด เพราะเขารับว่าเป็นเสียงเขา แต่บอกว่าตัดต่อ ตรงนั้นเดี๋ยวผมพิสูจน์อีกครั้งตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมจะพิสูจน์ให้ดูว่ามันตัดต่อจริง หรือไม่นั่นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่วันนี้ผมกําลังจะฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันเกิดขึ้นในประเทศแห่งนี้แล้วท่านจะไม่ตรวจสอบหรือว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมกําลังโยงเหตุการณ์ว่าเมื่อสักครู่มันเกิดที่กระทรวงมหาดไทย มันมีบอกว่า ผมขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบกับ ผู้ชุมนุม โดยเริ่มประมาณจากดึกวันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้องประท้วงแล้ว ผมจะขอคุณวรวัจน์ไม่ต้องไปอ่านอีกครั้งนะครับ เพราะว่าได้อภิปราย ไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมว่าสรุปว่าเนื้อหาเป็นอย่างไรก็พอ เชิญคุณบุญยอดนั่งลงไม่ต้อง ประท้วงครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธาน ที่ผมแตะนี่คือมันเป็น ทุกเหตุการณ์ที่ล่วงละเมิดสิทธิ เป็นเรื่องของสิทธิของพี่น้องประชาชน มีการสั่งการให้ใช้ อาวุธคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ฐานอาวุธ ผมจะย่อ บอกว่าผมต้องการให้สร้างสถานการณ์ เกิดความไม่สงบวุ่นวายในบ้านเมือง อันนี้ก็เกิดเหตุการณ์เผารถเมล์ การใช้รถแก๊ส การใช้ ทหารปราบปรามกําลังผู้ชุมนุม รวมถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ มีสิ่งซึ่งบอกว่า อย่างแรกก็คือต้องการให้เกิดสภาพของความโกลาหลทั่วไป อ้างว่าแกนนําผู้ชุมนุม ได้มีการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เกิดความปั่นป่วนทั้งบ้านทั้งเมืองครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีประท้วงอีกคนแล้วครับ เชิญคุณอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านผู้อภิปรายกําลังอ้างอิงสิ่งซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเท็จ ผมไม่อยากให้สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ได้มารองรับความเท็จเหล่านี้ ฉะนั้นท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วให้ท่านวรวัจน์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้ละเว้นการกล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ ผมก็ขอให้ท่านประธานได้ควบคุม ผู้อภิปรายให้อยู่ในประเด็นอย่างถูกต้องด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าเป็ นความเท็จหรือไม่เท็จ แต่อย่างไรก็ตามได้อภิปรายมาหลายครั้งแล้วก็ขอสรุปเลยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธาน ผมย่อเรื่องการกระทบ ต่อสิทธิของพี่น้องประชาชน ผมย่อผมไม่ได้อ่าน ผมย่อความลงแล้ว แต่ผมต้องเรียน อย่างนี้ว่าวันนี้เราพูดกันจริง ๆ เถอะ เรารู้กันอยู่แก่ใจมันของจริง ของไม่จริงมันรู้อยู่แก่ใจ อย่าตะแบงเลย วันนี้โดยศักดิ์ศรีของสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้อย่าตะแบง ของจริงคือของจริง วันนี้สิ่งที่ผมกําลังจะบอกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าไปตรวจสอบเถอะ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผมว่าท่านผู้อภิปรายท่านวรวัจน์ใช้ คําพูดที่ไม่เหมาะสม พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนไม่มีใครตะแบง เรื่องเทปนี่ พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน คนซึ่งอยู่ในวงการสื่อหรือวงการที่เกี่ยวกับเรื่องของ เทคนิคเสียงเขาดูกราฟแป๊ บเดียวเขารู้ ท่านประธานอาจจะไม่รู้ คุณวรวัจน์ทําถ่านหิน อาจจะไม่รู้ พวกผมดูออกว่ามันของปลอม แล้วจะมาตะแบงอยู่ทําไม ท่านประธาน ควบคุมด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

คือผมว่าท่านใช้คําที่ไม่เหมาะสม ท่านมากล่าวหาเหมือนพวกผมพยายามที่จะตะแบงประเด็นโน้นประเด็นนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่ ถูกพิสูจน์แล้วว่าอะไรมันคืออะไร ก็รู้กันอยู่แก่ใจครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอคุณวรวัจน์สรุปเลยนะครับ ส่วนคําว่า ตะแบง ก็พูดด้วยกันทั้งคู่ เมื่อสักครู่คุณอรรถพร ก็เผลอใช้คําว่า ตะแบง คือจริง ๆ คําว่า ตะแบง ไม่ใช่คําไม่สุภาพ มันเป็นคําเปรียบเทียบ ให้เห็นว่ามีความรู้สึกอย่างหนึ่งอย่างใด ขอเชิญคุณวรวัจน์สรุปได้แล้ว ผมจะขออย่างนี้ เลยนะครับ เนื่องจากเราอภิปรายวาระนี้กันมาเป็ นเวลานาน หลังจากนี้ต่อไป ผมจะกําหนดเวลาท่านละ ๑๐ นาที เพื่อให้อภิปรายได้รวบรัดขึ้น ขอคุณวรวัจน์สรุป ได้แล้วครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

รับฟังหน่อยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ ใครจะว่าจริงหรือไม่จริงพี่น้องประชาชนตัดสินเอง แล้วเทป สัญญาณเสียงหรืออะไรก็แล้วแต่ผมเรียนท่านประธานไว้ตรงนี้เลยว่าเดี๋ยวตอนอภิปราย ไม่ไว้วางใจผมจะเอาขึ้นมาใช้แล้วขออนุญาตประธานไว้ล่วงหน้าด้วย ให้เห็นว่าของจริง มันคืออะไร วันนี้ไม่ใช่เวลาที่ผมจะมาแสดงหลักฐานเหล่านั้น แต่เป็นเวลาที่ผมกําลังคุย กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ามันเกิดขึ้น เอาละครับ เมื่อสักครู่เป็นเรื่องของ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น สร้างสถานการณ์ มีการยิงประชาชน สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น มันมีเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการปิดกั้นข่าวสารทางสื่อทุกประเภทโดยคนสั่งการซึ่งมันผิด รัฐธรรมนูญ เขามีคําว่า ถ้าผู้ชุมนุมมีการเสียชีวิตหลังจากที่มีการปฏิบัติการต่าง ๆ ในเรื่อง การทหาร พวกเราทุกคนต้องพยายามที่ปกปิดการให้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรกรุ งเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมยืนยันต่อท่านประธานนะครับ สมาชิกท่านนี้กล่าวคําเท็จ ในสภา อย่างไรก็เท็จนะครับ ผมไม่ทราบจุดประสงค์ของท่านนะครับว่าท่านจะพูดเรื่องนี้ เพื่อสมานฉันท์หรืออย่างไร จะสมานฉันท์ได้อย่างไรในเมื่อท่านมากล่าวคําเท็จแบบนี้ ท่านบอกว่ามีการสร้างความวุ่นวาย มีการใช้อาวุธ มีการยิงประชาชนซึ่งเป็นคําเท็จทั้งสิ้น ผมให้ท่านกล่าวคําเท็จอย่างนี้ไม่ได้ ผมต้องยืนยันต่อท่านนะครับ ผมประท้วงท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมไปแล้วครั้งหนึ่ง กล่าวคําเท็จหรือว่าพูดเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในคลิปเสียง ตัดต่อในสภาแห่งนี้ถือเป็นคําเท็จ ผมให้ทําไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นถ้าท่านประธานคุมไม่ได้ ผมจะประท้วงแบบเดิม ประท้วงไม่เลิก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านประท้วงไม่เลิกผมไม่อนุญาตอยู่แล้วครับ แต่ถ้าประท้วงแบบนี้ผมอนุญาต ก็ต้องขอให้คุณวรวัจน์สรุปด้วยนะครับ แต่ผมวินิจฉัยนะครั บว่าไม่ใช่เป็ น การกล่าวความเท็จนะครับ เพราะว่ายังไม่ได้มีการพิสูจน์กันอย่างเป็นที่ยอมรับทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ถ้าท่านคิดว่าผู้อภิปรายกล่าวความเท็จสามารถฟ้ องร้องได้นะครับ ดําเนินคดีได้นะครับ เชิญคุณวรวัจน์ต่อครับ ขอให้สรุปด้วยนะครับ เชิญคุณบุญยอดนั่งเลยครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

นั่นสิครับท่านประธาน ผมอยาก เอาขึ้นศาลจังเลย อยากให้มีคนฟ้ องจังเลยจะได้เอาขึ้นศาลเสียที จะได้พิสูจน์กันในศาล เสียที

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วก็ไม่ต้องไปอ่านนะครับ เพื่อจะได้ไม่มีการประท้วงต่อ ขอสรุปเลยครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

คือท่านประธานครับ ผมไม่อ่านแล้วนะครับ แต่ผมกําลังจะแตะให้ฟังว่ามันผิดตรงไหน ถ้าผมไม่พูดว่าปิ ดกั้นสื่อตรงไหน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ไม่รู้ว่าผมจะพูดว่าอะไร แต่ผมไม่ได้อ่านแล้วนะครับ ผมย่อมาก ๆ แล้วนะครับ เพียงแต่แตะประเด็นเท่านั้นเอง ประเด็นที่ผมแตะเมื่อสักครู่ ก็คือว่าเขาไปบอกว่าให้ปิดกั้นข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่า ก็ให้มีความระมัดระวังมากที่สุด พยายามให้ข่าวในทางที่ดี หากมีสถานีไหนได้มีส่วน ที่เสนอข่าวในการใช้ทุน

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีประท้วงอีกแล้วครับ คุณบุญยอดประท้วงเรื่องเดิมหรือเปล่าครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมยังยืนยันการประท้วง อยู่ครับ ถ้าท่านอ่านเมื่อไรผมจะประท้วงเมื่อนั้นครับ ถ้าท่านกล่าวถึงคลิปเสียงนี้เมื่อไร ผมจะประท้วงเมื่อนั้นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ท่านกล่าวถึงเทปเสียงได้ แต่ขอให้รวบรัดนะครับ ขอเชิญคุณบุญยอดนั่งเถอะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

อย่าร้อนรนสิครับฟังหน่อย ผมกําลังพูดกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอให้คุณวรวัจน์รวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าหลังจากนี้จะให้แต่ละท่านอภิปราย ได้คนละ ๑๐ นาทีนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมขอ ๕ นาที โดยที่ไม่ยุ่งกับผมได้ไหมครับ ให้ผมพูด ขอ ๕ นาทีเท่านั้นครับ แต่ว่าอย่ามารบกวนอย่างนี้ อย่างนี้มันเสื่อมเสียศักดิ์ศรีของสภาแห่งนี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันก็เป็นสิทธิของผู้ที่จะประท้วงนะครับ ทีนี้อยู่ที่ประธานจะเป็นผู้วินิจฉัยครับ เชิญต่อ เลยครับ รวบรัดนะครับ ผมให้ ๓ นาทีก็แล้วกันครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

เอาละครับก็ประท้วงไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่เป็นไรครับ พี่น้องประชาชนเห็นเอง คือผมกําลังเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติครับ มันมีการปิดกั้นข่าวสารบอกว่าถ้ามีข่าวในการเสนอความรุนแรงจากภาครัฐ เขาขอให้เจ้าหน้าที่ไปปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ประท้วงครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงอีกแล้วครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

คําว่า ปิ ดสถานี เป็นคําเท็จครับ แล้วผมจะประท้วงทุกคําที่พูดครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้ครับ ถ้าหากว่าผู้อภิปรายกล่าวคําเท็จนี่ก็ฟ้ องร้องได้เลยนะครับ ผู้อภิปราย ต้องรับผิดชอบนะครับ เพราะว่าเป็ นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกนะครับ ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมรับผิดชอบอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ศักดิ์ศรีของสมาชิกแห่งสภารับผิดชอบอยู่แล้ว เพราะผมคิดว่า ผมทําหน้าที่ของผมดีที่สุด ผมพยายามไม่เอ่ยชื่อใคร ไม่แตะต้องใคร แต่วันนี้ผมว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาเราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเราก็จะบอกว่า นี่มันคือปัญหาของประเทศนี้ แล้วท่านก็รับไป ไปตรวจสอบให้ผมหน่อย ในฐานะที่ท่าน เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ มันมีเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นนะครับ เป็นเรื่องที่ใส่ร้ายด้วยความเท็จให้กลุ่มผู้ชุมนุมในกรณีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เขาไปบอกว่าให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเข้าใจว่ารัฐบาลเราแสดงออก ถึงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันนี้นะครับ ผมก็อยากให้มีข่าวว่าทางผู้ชุมนุม พยายามไม่อยากให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์นะครับ เขาบอกว่าอยากให้มีข่าวว่า นั่นก็คือการสร้างข่าว โดยผมต้องการให้คนที่อ้างว่าคนที่เขามาชุมนุมในทําเนียบ ที่อยู่กันหลายพันคนนี้นะครับไปดึงสถาบันหลักของชาติเข้าไปมีส่วนร่วม และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรณีอดีตนายกรัฐมนตรีขอให้ท่านได้กล่าวอ้างว่ามีพฤติกรรมจาบจ้วงหรือ กล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือถ้อยคําที่ปรากฏ ท่านครับ ผมไม่สบายใจ เป็นจริง หรือไม่จริงแต่มีถ้อยคําอย่างนี้ แล้วในช่วงนี้ผมต้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่าใน ๑๑ พารากราฟ (Paragraph) ทั้งหมดนี่ถ้าแบ่งกันจริง ๆ แล้วมันแบ่งออก ได้เป็ น ๑๑ ช่วง แล้วแต่ละพารากราฟ แต่ละช่วง ๆ นี่ไม่มีการตัดต่อ แต่มีการชิดรวม อยู่ใน ๑๑ พารากราฟ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ประท้วงครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ ประเด็นไหนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เทปนั้นมีการตัดต่อครับ ทุกช่วงมีการตัดต่อครับ ท่านวรวัจน์กล่าวคําเท็จในสภาครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยว่าเรื่องนี้กําลังจะจบนะครับ ก็ขอให้คุณวรวัจน์

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ซึ่งท่านประธานจะต้องเคร่งครัดในการประชุมตามระเบียบวาระ ท่านประธานครับ วาระนี้ นี่ครับ ท่านประธานดูสิครับ เป็นวาระรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เอกสารอยู่ในมือของท่านประธานและสมาชิกนี่ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะอภิปรายก็น่าจะ อยู่ในประเด็นตรงนี้ ซึ่งถ้าท่านประธานสังเกตดูแล้วนะครับ คําอภิปรายของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายในสภาต่อท่านประธานนี้ครับ มันเป็นการเอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในวันนี้ ถ้าฝากก็ฝากไป แต่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับรายงานตรงนี้เลย ผมจึงถือโอกาส ตรงนี้ครับประท้วงท่านประธานในฐานะที่ท่านประธานต้องเคร่งครัดในการอภิปรายของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยว่าตรงตามประเด็นเกี่ยวกับวาระที่เรากําลัง จะอภิปรายในเรื่องของสรุปผลการทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในปี ๒๕๕๑ หรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยว่าอย่างนี้นะครับว่า ถึงแม้ว่าเรื่องที่คุณวรวัจน์พูดไม่ได้เกี่ยวกับรายงานในนี้ แล้วไม่ได้มีปรากฏอยู่ในรายงาน แต่เป็นเรื่องที่คุณวรวัจน์เสนอให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินําไปพิจารณาเพิ่มเติมนะครับ เพราะฉะนั้นสามารถอภิปรายได้ แต่ก็ต้องไม่เยิ่นเย้อ ซึ่งคุณวรวัจน์ใกล้จะจบอยู่แล้วครับ ขอให้สรุปเลยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมอยากให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูครับมันเกิดอะไรขึ้น ที่จริงผมเรียนต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าผมเห็นว่าบางเรื่องที่อยู่ในนี้มันไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ เรื่องการที่มาสลายการชุมนุมที่ท่านรับเรื่องร้องเรียนมา ท่านมองมุมเดียว มันก็เลยทําให้วันนี้มันเกิดการบิดเบือนหรือความไม่สมบูรณ์ เสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมต้องการให้ท่านนําไปปรับปรุงแก้ไข แล้วผมก็ ยกตัวอย่างด้วยว่าเหตุการณ์สําคัญที่มันกระทบกระเทือนต่อระบอบประชาธิปไตยลิดรอน ต่อสิทธิของพี่น้องประชาชนนั้นมีอะไรบ้าง ผมอยากให้วันนี้เราทุกคนต่างทําหน้าที่ เราอยู่ ในประเทศไทยเราคือคนไทย เราอยากให้บ้านเมืองมันสงบ ท่านไม่ใช่ลูกน้องรัฐบาล ผมเชื่อว่าโดยศักดิ์ศรีของท่านนี้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญผมเชื่อว่าท่านจะกระทํา ผมกําลังสะท้อนให้ท่านฟังว่าวันนี้ปัญหามันเกิดขึ้น แล้วท่านก็เห็นสภาพในสภานี้ครับ ผมกําลังนําเรียนให้ท่านทราบก็มีปัญหาประท้วง เอาละเป็นสิทธิในการประท้วงว่าไป พี่น้องประชาชนที่เลือกตั้งเดี๋ยวเขาตัดสินเอง ผมเสียดายที่เขาเลือกกันมาอย่างนั้น แต่วันหน้าผมเชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลง และผมก็ฝากท่านว่าวันนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเกิดความอึดอัด แล้วผมคิดว่าผมอยากให้ท่านได้รับ เรื่องนี้ไว้แล้วนําไปพิจารณา แล้วช่วยกรุณาทําให้แผ่นดินนี้มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นไม่เป็น ๒ มาตรฐาน ไม่มีการทําร้ายจิตใจพี่น้องประชาชน สิ่งใดที่ลิดรอนสิทธิของพี่น้อง ประชาชนช่วยไปดําเนินการด้วย อย่างเช่นเรื่องที่ท่านจําได้ไหมมีคลิปที่ทหารทําร้าย ประชาชนที่กระทืบประชาชนอย่างรุนแรง คลิปที่ปรากฏนะ วันนี้ผมต้องนําเรียนตรงนั้น ท่านประธานขอเวลานิดเดียว ผมนําเรียนท่านนิดหนึ่งเราตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เหตุการณ์สงกรานต์ สงกรานต์เลือดครับ ปรากฏว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปที่ถูกกระทืบ หายตัวไปตามหาตัวไม่ได้ บุคคลที่ถูกมัดมือไขว้หลังหายตัวไปตามไม่ได้ รวมถึง หลายเรื่อง คนที่ไปขึ้นรถศพหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถตรวจสอบ ให้เราได้เลย เพราะฉะนั้นมันเกินกําลังต่อพวกเราซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือของรัฐดําเนินการ แต่ผมเชื่อว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศอยากเห็น ช่วยทําให้กับประเทศนี้หน่อยให้คืนสิทธิเสรีภาพ แล้วก็การลิดรอน สิทธิของพี่น้องประชาชนกลับคืน ผมจะกราบขอบพระคุณในนามของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ขอบพระคุณท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจากเราอภิปรายมาเป็นเวลาพอสมควร ท่านต่อไปนี้จะขอเวลาท่านละประมาณ ๑๐ นาที ต่อไปคุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ครับ

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ดิฉันจะมีเรื่องสอบถามทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันขอถือโอกาสนี้ได้ชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ได้เสียสละเวลาทํางานในหน้าที่ของท่านอย่างทุ่มเทแล้วก็เหน็ดเหนื่อย แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็คาดหวังว่าการทุ่มเทการทํางานของท่านอย่างเหน็ดเหนื่อยนั้นก็น่าจะได้รับผล เต็มที่ นั่นหมายความว่าได้รับการแก้ไขตามแนวทางที่ท่านได้เสนอในหน่วยงานต่าง ๆ ไป เพราะฉะนั้นดิฉันมีอยู่สองสามเรื่องที่ได้อ่านรายงานของท่านแล้วยังไม่กระจ่าง ดิฉัน ถึงอยากเรียนถามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าในเรื่องเหล่านี้นั้นผลการ ดําเนินงานเป็นอย่างไร แล้วก็เพื่อสนองนโยบายท่านประธานให้กระชับ ดิฉันขอถามเลย นะคะ

เรื่องแรก ที่ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านก็คือในเรื่องของสิทธิที่อยู่อาศัย ตามรายงานของท่านหน้า ๖๙ เรื่องสิทธิที่อยู่อาศัยของพี่น้องบ้านแหลมตุ๊กแก ที่เกาะสิเหร่ ที่จังหวัดภูเก็ต ตรงนี้สั้น ๆ ก็คือจากการสรุปรายงานของท่านก็คือว่าพี่น้อง ชาวเลหรือที่เราเรียกกันว่าชาวไทยใหม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ แต่โดยประเพณีและวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยใหม่เขาไม่มีความประสงค์ที่จะต้องมี เอกสารสิทธิในที่ดิน เพราะฉะนั้นแม้ว่าเขาจะอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ มาเขาก็ไม่เคยมี เอกสารสิทธิ จนเป็นเหตุให้หลังจากนั้นได้มีการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินแปลงดังกล่าว แล้วก็เป็นปัญหาในการร้องเรียนกันอยู่ตลอดมา จากรายงานของท่านที่ได้ลงไปในพื้นที่ และมีการไปดูข้อเท็จจริงแล้วท่านก็มีแนวทางเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไข ก็คือ ทางจังหวัดภูเก็ตแล้วก็กรมที่ดินให้เพิกถอนเอกสารสิทธิแปลงดังกล่าว แล้วก็ได้แนะนําว่า ควรจะเริ่มดําเนินการภายใน ๖๐ วันหลังจากที่ท่านได้รายงานไปก็คือนับจากวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ดิฉันไม่ทราบว่ารายละเอียดการแก้ไขนั้นเป็นอย่างไร เพราะว่า แม้ในหนังสือของท่านจะมีสรุปผลการดําเนินงานว่ามีการแก้ไขแล้วกี่โครงการ มีการเสนอ เพิ่มเติมรายละเอียดอย่างไร กี่โครงการ มีการขอขยายเวลากี่โครงการ แต่ว่าท่านไม่ได้ บอกรายละเอียดว่าเป็นเรื่องใด ๆ บ้าง ดิฉันจึงไม่ทราบ แล้วก็อยากเรียนถามว่าเรื่องนี้ ปัจจุบันนี้การดําเนินงานไปถึงไหน

ส่วนเรื่องที่สอง ก็เป็นเรื่องจากการศึกษาแล้วก็เสนอแนวทางแก้ไขของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปีเดียวกันคือปี ๒๕๕๑ เหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้มี รายละเอียดอยู่ในเอกสารรายงานฉบับนี้ ก็คือเรื่องคลองปากบาง คลองปากบาง ที่ตําบลป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เรื่องนี้ก็มีชาวบ้านเขาร้องมาทางท่านว่ามีนายทุนได้บุกรุก ที่ป่าชายเลน แล้วก็มีการออกเอกสารสิทธิทับที่ป่าชายเลนตรงนั้น จากการสรุปของท่าน ที่ดิฉันได้มีโอกาสอ่านรายงานที่ท่านได้ส่งไปให้ผู้ร้องก็คือเสนอแนวทางให้ทาง จังหวัดภูเก็ตแล้วก็กรมที่ดินได้แก้ไขก็คือเพิกถอนเอกสารสิทธิในส่วนที่ออกเอกสารสิทธิ ทับที่ป่าชายเลนที่นํ้าท่วมถึงตรงนั้น ก็ให้หน่วยงานเริ่มแก้ไขภายใน ๖๐ วันหลังจากที่ ได้รับรายงานจากท่าน ก็คือหลังจากวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เช่นกัน ดิฉันจึงอยาก เรียนถามว่าความคืบหน้าถึงไหน เพราะว่าในขณะนี้จริง ๆ แล้วตรงนั้นนอกจากยังไม่มี การแก้ไข วันนี้มีการถมเพิ่มทําลายป่าชายเลน ทําลายคลอง ดิฉันจึงอยากเรียนถามว่า ถ้าสมมุติว่าจากการศึกษาของท่าน จากการเสนอแนวทางให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ รับผิดชอบต้องแก้ไขแล้ว แล้วก็ยังไม่แก้ไข ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เราจะใช้วิธีการใดที่จะเข้าไปเร่งรัด หรือเข้าไปช่วยให้แนวทางการแก้ไขนั้นเป็นจริง เช่นว่า เป็นไปได้ไหมที่ท่านจะฟ้ องหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่แต่ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างนี้นะคะ เพราะดิฉันว่าถ้าเราไม่มีมาตรการใดเลย ท่านลองศึกษาดูแล้วก็เสนอมาตรการแก้ไข แต่หน่วยงานไม่ทํา ไม่แก้ไข มันก็เป็นการใช้งบประมาณที่เสียประโยชน์ เสียเปล่า แล้วก็ เป็นการทํางานที่เหนื่อยโดยเปล่าประโยชน์ของท่าน ดิฉันจึงขอเรียนถาม ๒ ประเด็นนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าจะทําได้ในเวลา ๑๐ นาทีหรือปล่า แต่จะพยายามนะคะ ท่านประธานคะ คนเราทุกคนมันต้องทําตามหน้าที่ หน้าที่มันอาจจะแตกต่างกันไปได้ ตามสถานะหรือว่าตามตําแหน่งหน้าที่อะไรก็แล้วแต่ เช่น ถ้าเป็นนักเรียนก็ต้องศึกษา หาความรู้ ต้องเรียนหนังสือไม่ใช่ไปเกกมะเหรกเกเรหรือว่าไปทําเรื่องที่ไม่ดี เที่ยวเตร่ใด ๆ แต่ถ้านักเรียนเป็นลูก การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ก็เป็นเรื่องสําคัญที่ต้องทําให้พ่อแม่ สบายใจถูกไหมคะ กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ก็เป็ นเรื่องที่น่ายกย่อง ต้องช่วยงาน พ่อแม่ นี่คือหน้าที่ หรือว่าคนที่ทํางานบริษัทหรือทํางานเป็นข้าราชการทํางานตามองค์กร ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ต้องทําตามหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ผู้พิพากษาก็เช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ ผู้พิพากษาต้องพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ด้วยความเที่ยงธรรมให้สังคม เป็ นสุขไม่เป็ น ๒ มาตรฐาน ส.ส. เราคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เช่นเดียวกัน ท่านประธาน เรามีหน้าที่ในการออกกฎหมาย ตรากฎหมาย เรามีหน้าที่ในการแก้กฎหมาย แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ท่านประธานคะ ที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมานั้นมันเป็นเพียง ตัวอย่างที่จะชี้ให้เห็นว่าคนเราอยู่ในสถานะที่ต่างกัน ทํางานต่างกันก็ทําหน้าที่ต่างกัน แต่ถ้าหากแต่ละคนนั้นตระหนักถึงหน้าที่ของตัวเอง รู้หน้าที่ของตนเองว่าตนเองต้อง รับผิดชอบอะไร ปฏิบัติให้ดีที่สุด ปฏิบัติตามกฎหมาย ปฏิบัติด้วยใจเป็นธรรม สังคมไม่ว่า เล็กหรือใหญ่มันจะมีความสุขค่ะ วันนี้การอภิปรายของดิฉันจะโยงคําว่าหน้าที่กับรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เรากําลัง รับทราบรายงานกันอยู่ ณ ขณะนี้ค่ะท่านประธาน หน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินั้นกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ โดยเฉพาะใน (๑) บัญญัติไว้ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้มีหน้าที่อะไร มีหน้าที่ตรวจสอบและรายงาน การกระทําหรือละเลยการกระทําที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เป็นไปตามพันธกรณี ระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็ นภาคี ท่านประธานคะ นอกจากนั้นยังมีว่าต้องเสนอมาตรการการแก้ไขที่เหมาะสมต่อบุคคลหรือหน่วยงาน ที่กระทําหรือละเลยการกระทําดังกล่าวเพื่อดําเนินการในกรณีที่ปรากฏว่าไม่มี การดําเนินการตามที่เสนอแล้วรายงานต่อสภา นี่คือหน้าที่หลัก เอาแค่ประเด็น มาตรา ๒๕๗ (๑) ถามว่า ท่านได้ทําอะไรที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง ของประเทศไทยที่มีการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชนมากมายค่ะ ขอยกตัวอย่างนะคะท่านประธาน พันธกรณีที่ท่านได้ระบุไว้ในรายงานเกี่ยวกับสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ซึ่งระบุไว้ในหน้า ๕๘ พูดถึงกติการะหว่างประเทศ สิทธิคัดค้านการ รัฐประหาร บอกว่ามาตรา ๔๔ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง ข้อ ๒๑ ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองหลังการรัฐประหารประชาชนย่อม มีสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมคัดค้านการรัฐประหาร ท่านรายงานมา ๒ กรณีค่ะ ท่านประธาน คณะกรรมการนี้รายงานเรื่องกรณีเหตุการณ์รุนแรงบริเวณบ้านสี่เสาเทเวศร์ แล้วก็กรณีชมรมคนรักอุดรคัดค้านการเสวนาของกลุ่มพันธมิตรที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้า ๕๗-๖๔ กรณีบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อดูจากรายงานหน้า ๕๗ บรรทัดที่ ๓ ในหัวข้อที่เขียนว่าประเด็น จะบอกว่า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสังคมเป็ นอย่างมาก คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงได้มีมติให้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นเพื่อพิจารณาตรวจสอบ นั่นหมายความว่าท่านหยิบยกขึ้นมาเองได้ แต่กรณีที่จังหวัดอุดรธานีเป็นการพิจารณา ตามคําร้องเรียนของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งทั้ง ๒ กรณีนี้จริง ๆ แล้วมันดูเล็กน้อยไปมากเลย ถ้าเราเทียบกับการที่กลุ่มพันธมิตรกระทําการอันละเมิดสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่าง ประเทศ ซึ่งท่านไม่ได้หยิบยกมาพิจารณาสอบสวนใด ๆ เลยในเล่มนี้ เช่น กรณีพันธมิตร ยึดทําเนียบรัฐบาลและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กรณี พันธมิตรใช้กําลัง ใช้อาวุธเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) เป็นการละเมิดสิทธิของคน ทําสื่ออย่างรุนแรง และเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนที่จะรับรู้ข่าวสาร ท่านไม่พูดถึง กรณีพันธมิตรยึดสนามบิน ๒ แห่ง ทั้งดอนเมือง สุวรรณภูมิ ก็เป็นการละเมิดสิทธิของ ประชาชนผู้สัญจรไปมา และละเมิดข้อตกลงการป้ องกันการก่อการร้ายต่อท่าอากาศยาน ระหว่างประเทศ ซึ่งทําให้ประเทศเสียภาพพจน์ ทําให้นักลงทุนก็ดี นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ดี ขาดความเชื่อมั่นในการที่จะเดินทางมาประเทศไทย ท่านไม่พูดถึง กรณีมีผู้ระบุว่ามี ข้าราชการตุลาการ ทหาร และผู้มีอํานาจประชุมกันวางแผนโค่นล้มรัฐบาลและทํา รัฐประหารก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านก็ไม่เคยหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ หรือว่า กรณีการสลายมอบเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นั้นมันเป็ นการใช้กําลัง ที่รุนแรงมาก ยิ่งกว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีก เพราะว่าดิฉันก็เคยอภิปรายไปแล้วว่า ทําเหมือนกับเสื้อแดงเขาไม่ใช่มนุษย์ มันรุนแรงมากเหลือเกิน และดิฉันก็คิดว่า ท่านก็อาจจะไม่ตรวจสอบก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงหวังว่าสภาแห่งนี้อาจจะต้องมาดูว่าจะมี เหตุการณ์ปี ๒๕๕๒ ให้เห็นกันบ้างหรือเปล่าในรายงานฉบับปี ๒๕๕๒ ท่านประธานคะ ในหน้า ๕๘ ของรายงานที่ท่านพูดไว้ คณะกรรมการบอกว่า ผู้ชุมนุมหน้าบ้าน สี่เสาเทเวศร์กล่าวปราศรัยโจมตี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในเรื่องส่วนตัวด้วยถ้อยคําที่ ก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการรัฐประหารอันเป็นวัตถุประสงค์ของการชุมนุม ท่านก็ถือว่าเป็ นการละเมิดสิทธิในเกียรติยศชื่อเสียงและความเป็ นอยู่ส่วนตัว ของบุคคลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๑๗ เพราะว่าแกนนํา ณ ขณะนั้นไม่ได้ควบคุม การใช้ถ้อยคําในการปราศรัย ท่านประธานคะ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ ช่างทําหน้าที่ตรวจสอบ ช่างดูแลสิทธิมนุษยชนของ พลเอก เปรมดีเหลือเกิน ท่านประธานคะ แล้วพวกเราล่ะคะ ส.ส. ส.ว. คนขับรถ ผู้ติดตาม หรือว่านักข่าว ข้าราชการของรัฐสภา ข้าราชการของกระทรวงอื่นที่มาอยู่ในรัฐสภา เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นพันคนค่ะ พวกนี้เขาถูกตัดนํ้า ตัดไฟ ณ วันนั้นเรารู้สึกกันอยู่ เรารับรู้กันอยู่ เขาออกจากสภาไม่ได้ คือพวกเรา ท่านประธานเองก็ตาม ผวา หวาดกลัว ร้องไห้ พยายามเอาชีวิตรอด เพราะว่า ประตูทุกบานถูกล่ามด้วยโซ่ ประตูทุกบานถูกรถมากีดขวางอยู่ แล้วมีกลุ่มพันธมิตร อยู่หน้าประตูนั้นตลอด ราดนํ้ามันอยู่ข้างหน้าเตรียมเผาแล้ว แล้วก็เสียงดังที่หลายคน ที่วันนี้พูดกันอยู่ตลอดว่าฆ่ามัน ๆ ท่านประธาน ทําไมไม่มีเรื่องแบบนี้หยิบยกขึ้นมาอยู่ใน รายงานฉบับนี้ ทําไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ตรวจสอบ ไม่มีในรายงาน ฉบับนี้เลย สําหรับคนข้างนอกล่ะท่านประธาน พี่น้องตํารวจถูกแทง ถูกชนแล้วถอยรถทับ ทําไมเรื่องนี้ไม่ถูกเขียนอยู่ในรายงานฉบับนี้เลย ทีรายงานในหน้า ๑๑ กรณีที่ ๓ เรื่องการสลายการชุมนุม วันที่ ๗ ตุลาคม ท่านยังสามารถ ระบุได้ว่านายชิงชัย อุดมเจริญกิจ ได้รับบาดเจ็บมือขวาขาดท่านกําหนดได้ แต่ทําไมท่าน ไม่ระบุในรายงานฉบับนี้ไปด้วยว่าพี่น้องตํารวจที่ถูกทําร้ายถูกแทงปางตายชื่ออะไร ถูกรถทับชื่ออะไร อย่างไรบ้าง แล้วท่านยังกําหนดไปด้วยว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ ท่านประธานคะ ทุกครั้งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาเสนอรายงานคนที่ไม่ได้ อยู่ในเหตุการณ์อาจจะคล้อยตามได้ แต่ว่า ณ ตอนนี้รายงานฉบับนี้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ คือตัวพวกเรา ตัวท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่อยู่เลย เพราะฉะนั้นไม่มี ทางรู้ดีไปกว่าเรา แต่ท่านประธานดิฉันอ่านและเห็นว่ารายงานฉบับนี้ต้องถือว่าเป็น รายงานเท็จก็ว่าได้ ท่านไม่ได้ตรวจสอบผู้ชุมนุมที่พกพาอาวุธร้ายแรง ราดนํ้ามันบอกว่า ฆ่ามัน ๆ เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ส.ว. ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย มาทํางานแทนประชาชนในรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันสามารถพูดได้ว่ารายงานฉบับนี้ มันเป็นเท็จต่อรัฐสภา มันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเองค่ะ ท่านประธานดูนะคะว่า ดิฉันเองไม่สามารถที่จะยอมรับรายงานฉบับนี้ได้ เพราะว่ามันบิดเบือนประวัติศาสตร์ มันเอาเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ของจริงนี่มาพูด เพราะฉะนั้นทั้งที่ศาลปกครองเองยืนยัน อยู่แล้วว่าการชุมนุมของพันธมิตรเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ชุมนุมโดยสงบ ท่านประธานจบแล้วค่ะ นิดเดียวนะคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินั้นต้องทําตามหน้าที่ ดิฉันกลับมาสรุปที่เดิมว่าต้องทําตามหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ที่บัญญัติไว้ ท่านต้องตรวจสอบการกระทําและรายงาน การกระทําที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านต้องเป็นหน่วยงานหนึ่งที่เป็นที่พึ่งของสังคม ไม่ใช่ บางเรื่องนึกครึ้มขึ้นมาก็หยิบยกขึ้นมาเอง แต่บางเรื่องที่โด่งดังเหลือเกินไปทั่วโลก กลับกลายเป็นไม่ไยดี เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้จึงเป็นรายงานที่นําเสนออยู่เพียง ซีกเดียวฝ่ำยเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นท่านประธานคะดิฉันขอร้องให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นช่วยทําตามหน้าที่หน่อยเถอะค่ะ ช่วยทําตามแบบประเทศ ที่เจริญแล้วเขาทํากันหน่อยเถอะค่ะ พวกเราจะได้ไม่ต้องมานั่งกังขาในตัวคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสียเอง ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมขึ้นมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในรอบปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ความจริงแล้วกระบวนการพิจารณา เพื่อรับทราบรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ยังมีประเด็นข้อบกพร่องที่ทําให้การพิจารณา ของสภามีลักษณะยืดเยื้อ แล้วก็ไม่อยู่ในประเด็น ก็เนื่องจากว่าท่านประธานได้กําหนด วิธีการให้รับทราบรายงานโดยการให้ผู้แทนจากหน่วยงานขึ้นมานั่งแล้วก็ให้สมาชิกได้อ่าน เอกสารเอาเอง แล้วก็ตีความเอาตามที่แต่ละคนเข้าใจ จริง ๆ แล้วในกระบวนการ พิจารณารับทราบรายงานผมอยากเสนอประธานไว้เป็นเบื้องต้นก็คือว่าหน่วยงานที่มา ชี้แจงกับสภาควรจะมีประเด็นที่จะนําเสนอกับสภาแห่งนี้ก่อนที่จะเปิดให้มีการอภิปราย ซักถามจากเพื่อนสมาชิก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็จะควบคุมประเด็นไม่ได้ และเราก็ไม่รู้ ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องการจะนําเสนออะไรกับสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงานที่หน่วยงานที่จะมาเสนอกับสภาผมคิดว่ามี ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ท่านควรจะนําเสนอก่อนที่จะมีการอภิปรายก็คือ

๑. ภาพรวมของปัญหา กรณีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่ ท่านต้องเสนอว่าภาพรวมของปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ในรอบปีที่ท่านต้องการ นําเสนอนี่มันคืออะไร แต่ในนี้ไม่มีครับ ในรายงานของปี ๒๕๕๑ นี่ แล้วท่านก็บอก ด้วยว่าท่านได้เอารายงานเฉพาะตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ แต่ในรายงานของท่านก็ไปหยิบเอารายงาน สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งไม่อยู่ในรอบปีงบประมาณที่ท่านว่า ก็ทําให้มีการอภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง นี่เป็นประเด็นหนึ่งนะครับ

๒. ก็คือว่ารูปธรรมของปัญหาที่ควรจะนําเสนอซึ่งเป็นประเด็นปัญหา สําคัญที่มีผลกระทบที่ชี้ให้เห็นว่าภาพรวมของปัญหาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นรูปธรรม ที่เป็นตัวอย่างต้องจํากัดแล้วก็มีลักษณะที่อธิบายภาพรวมได้

๓. ก็คือข้อเสนอที่ท่านจะเสนอกับสภาแห่งนี้ว่าต้องการให้สภาแห่งนี้ สนับสนุนการดําเนินงานของท่านอย่างไร มีปัญหา มีอุปสรรคอะไรบ้างผมก็พยายาม ไปอ่านในรายงานของท่าน ท่านมีข้อเสนอในเชิงนโยบายที่มีต่อคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ในกฎหมายเขาให้ท่านมารายงานกับสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องมีคําถาม มีประเด็นที่อยากที่จะให้สภาได้ให้คําชี้แนะกับท่าน

นี่เป็น ๓ ประเด็นที่ท่านจะต้องนําเสนอกับสภาก่อนที่จะให้ผมได้อภิปราย อย่างไรก็ตามเอาไว้ในปี ต่อ ๆ ไปท่านคงจะได้ปรับปรุงวิธีการนําเสนอในรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการชุมนุมเรื่อง สถานการณ์ทางการเมือง ท่านประธานครับ มีการสรุปว่าการชุมนุมทั้งสองสามเรื่อง ที่ยกมาเป็นการชุมนุมที่ใช้สิทธิเสรีภาพในขั้นพื้นฐานโดยสงบและปราศจากอาวุธ ข้อสรุปเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นข้อสรุปที่ใช้เป็นสากลสําหรับการชุมนุมทุกครั้ง แต่ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะอธิบายการชุมนุมทุกครั้งบอกว่าเป็นการชุมนุม โดยสงบปราศจากอาวุธในทุกครั้งไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่มีการชุมนุมมักจะเริ่มต้นด้วยการ ชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธจริง แต่เมื่อมีการพัฒนาการของสถานการณ์ของ การชุมนุมรุนแรงขึ้น ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่เราบอกว่าไม่มีอาวุธเป็นการชุมนุมโดยสงบก็ไม่จริง มีการใช้ความรุนแรงเข้ามา มีการใช้อาวุธที่สรรหาได้จากรอบกายมาเป็นอาวุธแล้วก็ ก่อความรุนแรง ในรายงานของท่านเองก็พูดด้วยซํ้าว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้พัฒนาการ และก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์หรือ ที่จังหวัดอุดรธานีก็ตาม พัฒนาการเหล่านี้ท่านอย่าไปสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธต้องระมัดระวังในการสรุปและต้องเคร่งครัด มากกว่านี้ ผมมีข้อเสนอแนะเพียงสองสามประเด็นเท่านั้น ท่านมีข้อเสนอแนะในเรื่องของ การปรับปรุงกฎหมาย ในหน้า ๑๓๖ บอกว่ามีอยู่ ๕ ฉบับซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ควรจะมีข้อเสนอแนะในเรื่องนี้ แต่ว่าสิ่งที่ตามมาก็ คือว่า อย่างยกตัวอย่าง กรณีพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งท่านคัดค้านท่านไม่เห็นด้วย ท่านบอกว่าถ้าออกมาแล้วมันไปละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย แต่ปรากฏว่ากฎหมายนี้ก็ออกมา แล้วก็อยากรู้ว่าท่านได้คิดกับเรื่องนี้อย่างไร ความจริงท่านมีเวลาพอที่จะติดตามว่า ผลกระทบจากการออกกฎหมายฉบับนี้มันมีอะไรบ้าง แล้วเป็นไปตามที่ท่านได้เคย คัดค้าน ท่านได้เคยเสนอแนะไว้หรือไม่ แต่ว่าในรายงานชิ้นนี้ไม่มี ท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายต่อรัฐบาลท่านบอกไว้ในหน้า ๑๔๖ มีอยู่ถึง ๖๔ เรื่องซึ่งเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและอยู่ในความสนใจของพี่น้อง ประชาชนจํานวนมาก แต่ถามว่า ๖๔ เรื่องที่ท่านเสนอแนะกับรัฐบาลไปตั้งแต่รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ มารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านได้ ติดตามไหมครับว่าข้อเสนอของท่านทั้ง ๖๔ เรื่องได้รับการตอบสนองหรือไม่ อย่างไร ผมไม่เห็นในรายงานชิ้นนี้เช่นกัน สุดท้ายครับท่านประธานเรื่องการเผยแพร่งานทางด้าน สิทธิมนุษยชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่ท่านพยายามนําเสนอในรายงานฉบับนี้ มันไม่ใช่ความพยายามในการสร้างความตระหนักหรือจิตสํานึกในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ให้เกิดกับคนในประเทศนี้ แต่เป็ นเรื่องของการเผยแพร่ผลงานของท่านว่าท่านได้ไปทําอะไรมากกว่า เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานองค์กรมากกว่า แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือว่า ในรอบปีงบประมาณที่ท่านว่า ท่านได้มีกระบวนการในการสร้างจิตสํานึกให้สังคม ได้ตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างไร และมีการประเมินผล มีการชี้วัดเรื่องนี้อย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วการเผยแพร่การประชาสัมพันธ์ก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็คือผมอยากเห็นว่า ตัวเลขของการตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีท่านมีตัวชี้วัดและออกมาเป็น ตัวเลขอย่างไร เช่น คนในสังคมนี้ในกลุ่มเยาวชน ในกลุ่มพี่น้องประชาชนในแถบชายขอบ ในแถบชนบท เขาได้ตระหนักรู้ ในเรื่องสิทธิมนุษยชนและได้ใช้บริการกับท่าน อย่างมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้น่าจะวิจัยสามารถที่จะชี้ออกมาเป็นตัวเลขได้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลือรายชื่ออีก ๕ ท่าน ผมจะอ่านรายชื่อไว้ ท่านจะได้เตรียมได้ถูกต้อง ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ คุณวัชระ เพชรทอง คุณเรวัต สิรินุกุล คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น ๗ ท่าน เชิญท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วนในกลุ่มที่ ๗ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับนายแพทย์นิรันดร์ นาควัชระ ซึ่งท่านได้เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และวันนี้ท่านให้ความสนใจ การอภิปรายแสดงความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองได้หยิบรายงาน ฉบับนี้ดูแล้วก็เกิดความแปลกใจว่าทําไมไม่มีภาพของท่าน จนกระทั่งทนเก็บ ความแปลกใจไม่ได้ต้องเดินไปถามท่านในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภามาด้วยกัน จากการเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์การปกครองบ้านเมืองของเรา แล้วผมขอ อนุญาตใช้โอกาสตรงนี้ใช้เวทีนี้กราบเรียนท่านประธานว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนท่านนี้ นายแพทย์นิรันดร์เป็ นคนมีคุณภาพ ก็ได้ เคยร่วมงานเป็ นสมาชิกวุฒิสภา กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ เป็นเวลากว่า ๖ ปี ท่านเป็น ส.ว. ระดับแนวหน้าของสภายุคนั้น ก็ขอแสดงความยินดีด้วยความจริงใจและหวังว่าท่านจะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ของท่านทําในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและชาติบ้านเมือง ของเรา ท่านประธานครับ เป็นธรรมดาอยู่เองที่องค์กรต่าง ๆ ซึ่งเมื่อปฏิบัติงานแล้วก็จะมา รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลําดับ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจําก็คือ การรายงานมักจะไม่ตรงกับปีงบประมาณ ดังจะเห็นได้ว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานของ ผลงานปี ๒๕๕๑ ซึ่งสมาชิกหลายท่านได้ทักท้วง ได้พูดถึงอภิปรายถึงเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ก็หวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้จะนํามารายงานในรายงาน ฉบับต่อไป และที่สําคัญที่สุดก็คือสิ่งที่สมาชิกฝากไว้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะต้องรักษาความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนโดยเสมอหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคมซึ่งสมาชิกหลาย ๆ คนได้อภิปรายไปแล้วนั้น ผมขออนุญาตเสริม เพื่อฝากเป็นงานให้ท่านนําไปพิจารณาก็คือกรณีของการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ตํารวจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าราชการตํารวจซึ่งมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคําสั่งของ ผู้บังคับบัญชา ในวันที่ ๗ ตุลาคมนั้นได้สร้างบาดแผลให้กับคนในวงการตํารวจ อย่างมากมายเหลือเกินครับท่านประธานโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมถือเอกสารในมือเป็น เรื่องราวของข้าราชการตํารวจ ๒ คน ซึ่งได้รับคําสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับรอง สวป.สภ.อ. ชะอํา จังหวัดเพชรบุรี ร้อยตํารวจโท เกรียงไกร กิ่งสามี ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวที่กองบัญชาการตํารวจนครบาล เสร็จแล้วถูกสั่งให้มาอยู่ที่หน้าบริเวณรัฐสภานั้นปรากฏว่าในขณะที่เหตุการณ์คับขัน ร้อยตํารวจโท เกรียงไกรถูกกลุ่มผู้ชุมนุมขับรถโตโยต้า ไฮลักซ์ชนล้มลงแล้วก็ถอยหลังมา ทับซํ้า บาดเจ็บสาหัสต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลากว่า ๓ เดือน ผ่าตัดถึง ๓ ครั้ง ปรากฏว่าไม่ได้รับการเหลียวแลจากทางราชการ ไม่ว่าจะเป็ น การปูนบําเหน็จความดีความชอบ อีกรายหนึ่งครับท่านประธาน มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่า ดาบตํารวจ ประทีป กลั่นเนียม เช่นกันครับ มาจากจังหวัดนครปฐม ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ ด้ามธงเป็นอาวุธแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งขณะที่ตัวเอง ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นแล้วถูกผู้ชุมนุมทําร้ายร่างกายดังกล่าว เจ้าตัวคิดว่าคงไม่รอด คงตายแน่ และเหตุการณ์ก็รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนคนไร้สติ ท่านประธานครับ มีเสียงโห่ร้องกึกก้องหน้าสภา ฆ่ามัน ๆ ด้วยประสบการณ์ที่ผมเคยเป็น ตํารวจติดตามรัฐมนตรีดํารง ลัทธพิพัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้ง ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินขบวน เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เดินขบวนจากลานพระบรมรูปไปล้อมทําเนียบรัฐบาล ขึงผ้าขาว เต็มถนนพิษณุโลก ข้อความเขียนไว้ว่ากําจัดรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์ ชวน ดํารง สุรินทร์ แล้วเสียงร้องตะโกนฆ่ามัน ๆ กึกก้องหน้าทําเนียบรัฐบาล ผมในฐานะที่เป็นตํารวจ ประจําตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เห็นเหตุการณ์อย่างนั้นจึงได้ตัดสินใจ พารัฐมนตรี ๓ ท่านหนีออกจากทําเนียบรัฐบาล สิ่งนี้ผมไม่เคยพูดมาก่อนจนกระทั่ง ความจริงได้ออกจากปากของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เมื่อครั้งที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าผมไม่ตัดสินใจพาหนี แน่นอน ท่านต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ชุมนุมซึ่งขาดสติจะต้อง ทําร้ายอย่างแน่นอน เพราะหลังจากที่ผมพารัฐมนตรี ๓ ท่านหนีออกจากทําเนียบรัฐบาล ไปแล้วนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้คีมตัดเหล็กโซ่ที่คล้องประตูหน้าทําเนียบรัฐบาลแล้วก็ พังประตูเข้ามา ตึกบัญชาการภายในทําเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่ทํางานของรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ห้องทํางานถูกทําลายย่อยยับ ท่านประธานนึกภาพดูครับ ถ้าคนอยู่ในนั้นชีวิตจะเหลือหรือครับ มันคงฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงพาท่านหนีออกไปเสียก่อนที่จะเกิดการพังประตูรั้วของทําเนียบรัฐบาล เข้าไป เช่นกันวันที่ ๗ ตุลาคม ถ้าตํารวจไม่ทําหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ชีวิตผู้แทนราษฎร ชีวิตสมาชิกวุฒิสภาก็คงตกเป็นเหยื่อของการชุมนุมในเช้าวันนั้นอย่างแน่นอน ยางรถยนต์ จํานวนมหาศาลที่ถูกขนมากองอยู่ ไม่ใช่จะมาสร้างเป็นเครื่องกีดขวาง ท่านประธานครับ ผมได้เห็นกับตาว่ามีการใช้นํ้ามันราดลงไปแล้วจุดไฟเผา นั่นหมายความว่าถ้ามันเข้ามา ภายในสภาของเราได้ มันต้องทําให้มีความตายเกิดขึ้น แล้วก็คงฌาปนกิจศพในรัฐสภา อย่างแน่นอน ดังนั้นการที่ตํารวจซึ่งมีหน้าที่จะต้องรักษาชีวิตและความปลอดภัยของ ข้าราชการก็ดี ของคณะรัฐมนตรีก็ดี ของสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็ น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็ดี กระทําลงไปนั้นผมถือว่าเป็นการกระทําที่สมควรแก่การยกย่องสรรเสริญเสียด้วยซํ้า นายกรัฐมนตรีต้องปีนรั้วด้านหลังหนีเข้าไปในพระที่นั่งวิมานเมฆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานรัฐสภา ท่านชัย ชิดชอบ อายุ ๘๑ ปี ต้องปีน กําแพงรั้วหนีออกไปด้านหลัง ท่านประธานครับ ภาพอย่างนั้นถ้าหากว่าตํารวจไม่ตัดสินใจ เข้าระงับเหตุความตายจะเกิดขึ้นไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ท่านประธานครับ ตํารวจที่เป็นระดับ ผู้บังคับบัญชาสั่งการนั้นถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าเป็นการกระทําผิดถึงขนาดให้ไล่ออกจาก ราชการ ท่านประธานครับ ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสอบ ป.ป.ช. ทั้งคณะ มันอํามหิตอะไรขนาดนั้น เขาปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เขามีหน้าที่จะต้อง ดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตของข้าราชการ ของสื่อมวลชนที่มาทําหน้าที่ในสภา ของ คณะรัฐมนตรีที่มาร่วมฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ป.ป.ช. ไป ชี้มูลความผิดและให้ไล่ออกจากราชการ พลตํารวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว พลตํารวจตรี เพิ่มศักดิ์ ผมขออภัยจํานามสกุลไม่ได้ ยิ่งกรณีของ พลตํารวจตรี เพิ่มศักดิ์ ซึ่งเป็น ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดอุดรธานีนั้นเป็นสิ่งที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิงจากการตัดสินของ ป.ป.ช. ทั้ง ๙ คน ทั้งคณะนี้ เพราะว่า พลตํารวจตรี เพิ่มศักดิ์นั้นมีหน้าที่สําคัญในเวลา เดียวกันก็คือถวายการอารักขาพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ นั่นคือพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาซึ่งเสด็จประทับอยู่ในจังหวัดอุดรธานี ท่านจะให้ทิ้งหน้าที่ อารักขาพระราชวงศ์มาดูแลม็อบ (Mob) ผมว่ามันไม่ถูกต้อง หน้าที่ถวายการอารักขา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชวงศ์ และพระบรมวงศานุวงศ์นั้นถือเป็นหน้าที่ สําคัญอันดับหนึ่ง ดังนั้นการที่ ป.ป.ช. ไปชี้มูลอย่างนี้ถือว่าเป็นการกระทําที่ไม่ถูกต้อง อย่างยิ่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องเอาเรื่องนี้มาศึกษา แล้วจะต้องชี้มูล บ้างว่า ป.ป.ช. พวกมึงอํามหิตขนาดนี้หรือ ชีวิตข้าราชการเขารับราชการมาตั้งแต่ ร้อยตํารวจตรี ๓๐ กว่าปีกว่าจะมาเป็นนายพล อีกไม่นานก็จะเกษียณ ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเสียสละ อยู่ ๆ ไปชี้มูลว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงถึงขนาดต้องถูกปลดออก ไล่ออก อย่างนี้เป็นธรรมหรือไม่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องเอามาศึกษาด้วย แล้วจะต้องมารายงานสภาในสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้อง ฝากต่อไป เมื่อก่อนหน้านี้มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่ง ขออภัย ที่ต้องเอ่ยนาม เพราะยกย่องท่าน คือท่านนริศ ขํานุรักษ์ ห่วงถึงการสูญเสียดินแดน ไม่ว่าจะเป็นชายทะเลอันดามัน ชายทะเลอ่าวไทย รวมทั้งชายฝั่งทะเลน้อยที่ทะเลสาบ สงขลา ผมขอฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ชายฝั่ง แม่นํ้าโขงด้วย ตรงนั้นเสียหายร้ายแรงกว่าที่เพื่อนสมาชิกเป็นห่วงอีก แต่ก็ไม่ได้ว่าสิ่งที่ ท่านนริศยกมานั้นไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องมีสาระทีเดียว แล้วผมก็เห็นด้วย ก็ขอฝากว่า ชายแดนแนวแม่นํ้าโขงนี่ต้องดูแลให้ดี ท่านประธานต้องขอเพิ่มอีกนิดหนึ่ง เพราะคน อภิปรายแรก ๆ เขาได้ตั้งครึ่งชั่วโมง สุดท้ายมากําหนดกติกาว่า ๑๐ นาทีนะ ต้องดูสาระ การอภิปรายด้วย ผมขอฝากต่อไปก็คือเรื่องพลทหารเกณฑ์คนหนึ่งที่ไปเสียชีวิตในบ้านพัก แม่ทัพภาคที่ ๑ แล้วก็ไปสรุปว่าล้มหัวฟาดโถส้วมตาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติต้องสอบสวนเรื่องนี้มารายงานสภาด้วยในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็เกรงใจท่านประธานเป็นที่สุด ไม่อยากจะทําให้กติกาที่ท่านกําหนดต้องเสียไป แต่มีความจําเป็นต้องถามไปอีก ๑ เรื่องนั่นคือกรณีที่ไปชี้ รายงานออกมาในหน้า ๑๔๙ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปิ ดดูนิดเดียว และจะได้กราบเรียนถาม ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถ้ามีโอกาสช่วยตอบผมด้วย ในหน้า ๑๔๙ ข้อ ๓๖ เกี่ยวกับเรื่องของการประกาศเขตป่ำสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติ ทับที่ทํากินของราษฎร ตําบลยางหัก หมู่ ๒ อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้เสนอ เข้ามาเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ แต่ในรายงานไม่ปรากฏผลการพิจารณาว่า สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จบอย่างไร จบอย่างพระเอกตายตอนจบหรือผู้ร้ายตายตอนจบอะไร ไม่มีครับ มีแต่บอกหัวข้อเรื่องมาว่ารับเรื่องมาเท่านี้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถ้ามีโอกาสช่วยตอบด้วยว่าผลสุดท้ายการพิจารณาเรื่องนี้คําตอบ คืออะไร ขอขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนท่านเชาวรินอย่างนี้ครับ การกําหนดกรอบเวลาเพื่อเป็นกรอบเท่านั้นเอง ผมจะฟัง ว่าแต่ละท่านอภิปรายหมดประเด็นแล้วหรือยัง ถ้ายังมีประเด็นสําคัญผมก็จะอนุญาตให้ อภิปรายต่อ ต่อไปเชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มา รายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ ผมก็ได้เปิดอ่านด้วยความตั้งใจ แม้ว่าจะเพิ่ง ได้รับเอกสารนี้ก็ตาม อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในกรณีที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สรุปเหตุการณ์ความรุนแรงในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่เกิดขึ้นที่หน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้น ท่านประธานครับ ความจริง ก็ต้องยอมรับกันว่าหนึ่งในผู้ต้องหา หรือหนึ่งในจําเลยที่ถูกทางราชการกล่าวหานั้นก็คือ ท่านประธานนั่นเอง เพราะท่านประธานคือผู้ที่นําทีมไปร่วมและบุกไปหน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แม้นว่าในสํานวนการสอบสวนท่านประธานจะใส่ชื่อ ท่านประธาน แต่นามสกุลก็คือแก้วนพจิต ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานนามสกุลที่ใช้เป็ น รองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ผมเคารพท่านประธาน การแสดงออกของท่านประธานผมก็เคารพ เพราะฉะนั้นการที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารายงานในสภาแห่งนี้ ผู้ที่ทําหน้าที่เป็นประธาน ก็คือผู้ต้องหาในคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สอบสวนนั่นเอง ท่านประธานที่เคารพ ความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ผมก็ยอมรับ ความคิดเห็นทางการเมืองของท่านประธานไม่ว่าท่านประธานจะมีความคิดเห็น ทางการเมืองที่ก้าวหน้าลํ้าเลิศ อย่างไรก็ตามแต่ปรากฏว่าเหตุการณ์ที่หน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้นเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเวลา ๒ ปี คดีคืบหน้าไปถึงไหน ท่านประธานก็รู้อยู่แก่ใจว่าได้คืบหน้าหรือไม่คืบหน้า ท่านประธานครับ ที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทําการสอบสวนมานั้นผมได้อ่านและได้เห็นว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ดําเนินตามครรลองของความยุติธรรม แต่ว่าการละเมิด สิทธิมนุษยชนในประเทศของเราจะมากขึ้นหรือลดน้อยลงหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องที่ผู้คน ในสังคมก็จะต้องถามตัวเองว่าในสังคมไทยของเรานั้นจะยินยอมให้มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนไปถึงเพียงไหน มากเท่าไร และละเมิดต่อใคร ท่านประธานที่เคารพครับ บางคนก็บอกว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นความเท็จ โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่าน ถ้ารายงานนี้เป็นความเท็จผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็อยากจะเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติขอให้ท่านทําให้เป็นความจริงและเสนอรายงานเพิ่มเติมขึ้นมาว่าความจริง ที่แท้นั้นเป็นอย่างไร อย่าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายไหนก็ตาม มาดูถูกท่านได้ว่าท่านนําเสนอรายงานความเป็นเท็จต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ และเมื่อเปิดดูแล้วจะเห็นว่าในบรรดาคนที่ร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมากที่สุดนั้น เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน ปรากฏว่าเกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานครมากที่สุด ซึ่งกรุงเทพมหานครนั้นคือเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ศิวิไลซ์ (Civilize) มากที่สุด แต่กลับมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนมากที่สุดเช่นเดียวกัน และพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนน้อยที่สุดก็คือ ภาคเหนือตอนล่าง และกระเถิบขึ้นมาหน่อยหนึ่งคือมากขึ้นอีกนิดหนึ่งก็คือบริเวณภาคใต้ ตอนล่าง ถามท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานที่เคารพว่า ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือภาคใต้ตอนล่างนั้นมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนน้อย จริงหรือ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในเมืองที่มีความเจริญ มีการสื่อสาร พี่น้องประชาชนมีความฉลาดก็สามารถที่จะร้องเรียน ได้โดยง่าย แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลความเจริญ แม้นว่าจะมี การสื่อสารที่พัฒนาก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่การร้องเรียนจากพี่น้องในแถบนั้น ก็ยังน้อยอยู่อาจจะเนื่องด้วยช่องทางของการสื่อสาร ผมอยากจะกราบเรียนไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานว่า ควรที่จะมีการได้โปรดชี้แนะ ช่องทางในการร้องเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์โดยทางใดก็สุดแท้แต่ ท่านประธานครับ มาดูรายงานอีกชิ้นหนึ่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นอกจากเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งบางคนก็ กระแนะกระแหนว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปปกป้ องสิทธิมนุษยชนของ ท่านประธานองคมนตรีมากกว่าพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษชนแห่งชาตินั้นก็ได้ทําตามหน้าที่ และถ้าเราดูว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้นท่านประธานเชื่อไหมครับ หนึ่งในจํานวนนั้นคนที่ นําทีมไปละเมิดสิทธิมนุษยชนที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็คือกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนหนึ่งในขณะนั้น ปัจจุบันก็ถูกปลดออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น ผมพูดอย่างนี้ไม่จําเป็นต้องเอ่ยชื่อ ท่านประธาน ก็คงทราบดีเพราะเป็นผู้ที่ร่วมกันก่อการกระทําความผิด อย่างไรก็ตามตามหลักกฎหมาย แล้วเมื่อศาลยังไม่ตัดสินในชั้นนี้ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าท่านประธานเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ จนกว่าศาลท่านจะตัดสิน ท่านประธานที่เคารพครับ ในเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ในขณะนั้นผมไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่กําลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ในฝั่งธนบุรีด้วยจิตใจที่ไม่ปกติสุข เพราะปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ใช้กําลัง ความรุนแรงในการสลายม็อบปราบปรามผู้ชุมนุม ใช้แก๊สนํ้าตา ใช้ระเบิด ใช้กระสุนปืน จนกระทั่งผู้ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ถึงแก่ชีวิต ท่านประธานครับ สมาชิก บางท่าน หลายท่านก็ได้พูดว่าผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรงก็สุดแท้แต่จะว่ากัน เพราะคน ที่อยู่ในนี้โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านนั้นก็คงจะมีความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ แต่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่ผู้ที่ใช้ความรุนแรง ก่อน ก็คือใครครับ คือเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทั้งภาพข่าวปรากฏชัดเจนว่ากระทําการรุนแรง ต่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนผู้บริสุทธิ์ เมื่อพี่น้องประชาชน เหล่านั้นได้รับการกระทําที่รุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตํารวจ และ ป.ป.ช. ได้สอบจนกระทั่งมีมติ ดังกล่าวนั้น ท่านประธานผมอยากจะให้กําลังใจต่อคณะกรรมการป้ องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไม่ต้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปสอบสวน ป.ป.ช. อย่างที่สมาชิกบางท่านมีความเรียกร้องต้องการ เพราะผมเชื่อว่า ป.ป.ช. นั้นก็ได้ทําการสอบสวนโดยสุจริตอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องของต่างมุมมองก็สุดแท้แต่จะว่ากัน แต่ผมนั้นจะขอพูดแทน พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าบรรดา พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างสันติ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรัฐบาลในขณะนั้นได้สั่งการให้ใช้ความรุนแรงกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามถ้าใช้ ความรุนแรงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่อาจที่จะดํารงอยู่ได้อย่างแน่นอน และรัฐบาล ชุดนี้ผมเชื่อมั่น โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกํานันสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านประกาศชัดเจนว่าผู้ชุมนุมไม่ว่าชุมนุมสีอะไรก็สุดแท้แต่ รัฐบาลไม่มีนโยบายใช้ ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน นี่คือคํามั่นจากรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นผู้ที่ไม่เคยนิยมความรุนแรง ไม่เหมือนกับรัฐบาลในอดีต มีการสั่งฆ่าคน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ศพโดยอ้างยาเสพติด ท่านประธานเชื่อไหมว่า

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมขอประท้วงผู้ที่กําลัง อภิปราย ในข้อ ๖๑ เพราะว่าพูดข้อความอันเป็นเท็จแล้วก็กล่าวใส่ร้ายผู้อื่น ผมอยากให้ อภิปรายอยู่ในประเด็น ท่านประธานช่วยโปรดกรุณา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัย ผมต้องยึดหลักการครับ เมื่อกี้ฝ่ายรัฐบาลก็ได้ประท้วงว่าฝ่ายค้านอภิปราย อันเป็นเท็จ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันผมก็ต้องวินิจฉัยว่าเป็นความเชื่อของผู้อภิปราย แต่ถ้า กล่าวความเท็จท่านก็จะต้องรับผิดชอบในเรื่องกฎหมาย เหลืออีกไม่กี่นาทีแล้วครับ คุณประเสริฐนั่งลงเถอะครับ ผมอยากจะขอให้พวกเรามีความหนักแน่นและอดทนฟัง ความคิดเห็นที่แตกต่างได้นะครับ อันนี้คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เชิญคุณประเสริฐนั่งลงเถอะครับ คุณวัชระอภิปรายต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ เพราะผมนั้นเชื่อมั่นจริง ๆ ว่าท่านประธานนั้นมีความเป็นกลาง และท่านประธานนั้นเป็น อดีตนายทหารหนุ่มที่มีแนวความคิดทางการเมืองที่กว้างไกล ท่านประธานครับ การที่กระผมได้อภิปรายมานั้นผมต้องการที่จะเคารพสิทธิของพี่น้องประชาชน เคารพ สิทธิมนุษยชนของพี่น้องประชาชนของญาติพี่น้องคนตายเหล่านั้นที่ไม่มีโอกาสมาพูด ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านประธานครับ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในประเทศเรานั้นน่าจะลดน้อยลงในอนาคต และผมเชื่อว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะมีบทบาทที่สําคัญอย่างยิ่ง และในรายงานฉบับนี้ในการเขียนรายงานสรุปเรื่องการสลายการชุมนุมบริเวณ สวนปาล์มนํ้ามันที่ตําบลท่าขนอน อําเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมต้องขอพูดถึง ประเด็นนี้สักเล็กน้อย เนื่องจากว่าที่อําเภอคีรีรัฐนิคม ตําบลท่าขนอนนั้นเป็นบ้านเกิดของ คุณพ่อผม แล้วเมื่อมีการสลายม็อบ ประทานโทษครับท่านประธาน หน้า ๕๕ มีการระบุ ว่ามีการทุบทําลายกระจกรถยนต์ของผู้ชุมนุมจํานวนกว่า ๒๒๐ คน ผมจึงอยากจะถามไป ยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าเป็นคนหรือว่าเป็นคัน ท่านตกไม้หันอากาศไป หรือไม่ เพราะว่าถ้าอ่านตามรายงานที่ท่านว่ามานั้นก็หมายถึงว่ารถยนต์ของคน ๒๒๐ คน นั้นถูกทุบทําลาย แต่ถ้าท่านพิมพ์ผิดก็ได้กรุณาโปรดแก้ไขด้วย เพราะผมจะได้รู้ว่ารถยนต์ จํานวนถึง ๒๒๐ คันนั้นถูกทําลาย ท่านประธานครับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าที่ใด เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเข้าไปดูแลเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะพี่น้อง ประชาชนได้เลือกเรามาเป็นผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะปกป้ องสิทธิของประชาชนเหล่านั้น และในหน้า ๑๔๘ ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สรุป การร้องเรียนของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครที่เดือดร้อนจากการก่อสร้าง สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ๓ ได้ส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีดําเนินการ ต่อไปแล้วนั้น ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้สนใจในปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ สรุปตรงที่ว่าพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ไปปิดสนามบิน คนที่ไปปิด สนามบิน คนที่สั่งปิดสนามบินคือใครครับท่านประธาน ก็คือพี่ภรรยาของนายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นคนสั่งปิดสนามบินสุวรรณภูมิอย่างแท้จริง กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยไม่ได้เป็นผู้ปิดสนามบิน ขอกราบขอบพระคุณ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็ต้องถือโอกาสนี้ขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เรื่องแรกก็คือ ๑. ผมไม่ได้เป็นผู้นํามวลชน ไปอภิปรายหน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคมที่ผ่านมานะครับ เรื่องที่ ๒ ทําไมผมถึงไป ผมได้รับเชิญจากแกนนํานะครับว่าให้ไปปราศรัยบอกพี่น้อง ประชาชนว่าการทํารัฐประหารครั้งนี้ไม่ใช่โดยบังเอิญครับ ซึ่งผมก็ปราศรัยในที่นั้นว่า มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนถึง ๗ ขั้นตอน ใช้เวลา ๘ เดือนในการวางแผนก็เท่านี้ครับ เพราะผมเองมั่นใจว่าผมเป็นนายทหารที่มีความคิดเป็นประชาธิปไตย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการทํารัฐประหารทุกครั้ง แล้วก็เชื่อตามหลักปรัชญาที่เขาบอกว่า การทํารัฐประหารทุกครั้งผู้ทํารัฐประหารก็จะสืบทอดอํานาจทุกวิถีทางโดยการเป็น เผด็จการซ่อนรูปก็เท่านั้นเอง เหตุผลที่ ๓ ก็คือในช่วงนั้นรัฐบาลเป็นรัฐบาลที่มาจาก การทํารัฐประหารก็จึงเป็นสาเหตุที่ผมไปร่วมปราศรัย แล้วก็เรียนยืนยันครับว่าถ้อยคํา สุภาพครับ แต่เนื้อหาบางคนอาจจะฟังแล้วว่าหนัก แต่เป็นเนื้อหาที่เป็นความจริงทั้งสิ้น ก็ขอใช้สิทธิพาดพิงเท่านี้ครับ ต่อไปคุณเรวัต สิรินุกุล ครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ จากรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งกระผม ได้ดูแล้วนะครับก็สนใจอยู่สองสามเรื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับจังหวัดของผม จังหวัดกาญจนบุรี ท่าน กสม. ท่านดูนะครับในหน้า ๑๐๕ ราษฎรอําเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถูกอพยพจากการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ ท่านได้รายงานไว้นะครับ เขียนข้อเท็จจริงแล้วก็บอกไปว่ามันเป็นอย่างไร ๆ แล้วก็ มีมาตรการแก้ไขปัญหา ก็บอกมาว่าแก้ไขปัญหา ในการแก้ไขมี ๔๕ วัน ๓๐ วัน แล้วก็ ๙๐ วันแก้ไขปัญหา ผมก็เลยสงสัยว่าที่สุดท้ายมีการแก้ไขจังหวัดกาญจนบุรี วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ซึ่งก็ไม่นานมานี้ปีเศษ ๆ แต่ความจริงเขื่อนมันสร้างมาเสร็จตั้งเป็น สิบ ๆ ปีแล้ว แล้วก็มาบอกว่ากระทรวงมหาดไทยที่สําคัญก็คือว่าในเรื่องของการทับที่ เขตพื้นที่ ทับซ้อนในอําเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งประชาชนเดือดร้อนอยู่แล้วนี่ส่งให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ดูว่าที่ดินในการออกเอกสารสิทธิได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้บอกมาเถอะครับ บอกมาให้ดําเนินการ ทีนี้มาถึงวันนี้ผมก็เลยอยากถามว่าท่านได้ ติดตามและดําเนินการไหมว่าไปถึงไหนแล้ว หรือว่าเขียนรายงานแล้วก็ปล่อยไปอย่างนี้ แล้วก็ส่งไปอย่างนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันไปอย่างไร ผมกราบเรียนว่า เรื่องนี้เกิดความเดือดร้อนมาก ในเรื่องที่ดินทํากินของพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรี ผมเชื่อว่าท่าน กสม. ทั้ง ๓ ท่านนี่ ท่านคงทราบว่าจังหวัดกาญจนบุรีนั้นที่ดินทํากินก็น้อยถูกกฤษฎีกา ๒๔๘๑ ครอบคลุมไว้ โดยทหารกองพลที่ ๙ ดูแล ปัญหาความเดือดร้อนมีมาก แล้วเมื่อมาเจออย่างนี้อีก แล้วไปทํากินตรงไหน ไปทํากินตรงไหนครับ ท่านไม่ได้บอกเลยแม้แต่นิดว่าขณะนี้ ไปถึงไหนแล้ว นี่ปีกว่า ๆ แล้ว แต่หนังสือเล่มนี้ผมก็ไม่ทราบว่าท่านทําตั้งแต่เมื่อไร แล้วก็ มาถึงวันนี้เท่าไร แต่ว่าเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๑ อย่างนี้ครับ ท่านรายงานมาอย่างนี้ก็ไม่ทราบ จริง ๆ ครับ ก็เลยไม่รู้ว่าคนที่เดือดร้อนอยู่นั้นได้รับการแก้ไขไปแล้วหรือยัง ถ้ายังแล้วทํา อย่างไรต่อ แล้วก็สมมุติว่าให้กระทรวงมหาดไทยเขาทําอย่างนี้ แล้วมาตรการของท่านนี่ เขาไม่ทําล่ะ ท่านจะทําอะไรเขาล่ะ ท่านมีสิทธิอะไรดําเนินการในเรื่องนี้ไหม สามารถ ดําเนินการให้พี่น้องประชาชนเขามีสิทธิที่อยู่ของเขามีที่ทํากินไหม ท่านทําได้ไหมครับ ตอบผมหน่อยเถอะครับ ไม่ใช่เขียนมารายงานอย่างนี้แล้วก็ปล่อยไปอย่างนี้ แล้วถาม ไปแล้วก็อย่างนั้น ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมไม่อยากเห็นอย่างนั้น ผมอยากเห็นว่า ความกระจ่างของการรายงานนี้แล้วชี้แจงได้ ตอบได้อย่างนี้เป็นต้น มาอีกเรื่องหนึ่งครับ นี่ก็เหมือนกัน ก็เขียนลอย ๆ ไปอย่างนี้ ท่านประธานลองดูสิครับ ท่านประธานครับ หน้า ๑๔๗ ท่านประธานดูนะครับ ในข้อ ๑๓ ก็เร็ว ๆ นี้เอง ไม่นานครับวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๑ นี้เอง ประชาชนซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดที่หมู่ที่ ๔ ตําบลวังศาลา อําเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี แต่ถูกเพิกถอนโฉนดที่ดินโดยไม่มีการเยียวยาแก้ไข ท่านเขียนอย่างนี้ ไม่เยียวยาแก้ไข แล้วเขียนมาทําไม ก็ไม่ได้แก้ไขให้เขาเลย รัฐบาลไม่แก้ ใช่ไหมครับ แต่ท่านจะไปแก้ให้เขาใช่ไหมครับ แล้วจะไปแก้อย่างไรครับ และท่านต้องบอก ใช่ไหมว่าจะแก้อย่างไร เดี๋ยวท่านก็อธิบายให้ผมฟังนิดหนึ่งนะครับ ผมจะได้ฟังแล้วชื่นใจ ไปบอกพี่น้องประชาชนว่าที่ดินของคุณที่อําเภอท่าม่วงก็ไม่ไกลนัก อําเภอท่าม่วงติดกับ อําเภอท่ามะกาอยู่ในเขตเลือกตั้งของผมด้วย ก็อยากจะทราบครับว่าสิ่งตรงนี้ที่ท่าน รายงานนี่ทําแล้วให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยแท้จริงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ว่าด้วยการกําหนดที่ดิน ให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ นี่ก็มีหนังสือถามไปนะครับว่าเรื่องนี้มีพี่น้องประชาชนราษฎร เดือดร้อนกันมาก มีเดือดร้อนกันหลายกรณีเลย แล้วก็เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น ๆ ท่านก็ ทําหนังสือไปถามศาลรัฐธรรมนูญว่าเรื่องนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ การออกมาตรา ๖ ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ขัดกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ นี่ครับท่านถามไปแล้ว แล้วเป็นอย่างไรครับ มาถึงวันนี้ท่านได้รับ คําตอบหรือยังว่าขัดไหม ได้รับไหมครับ ท่านตอบมาให้หน่อย ตอบให้ทราบหน่อยว่า ท่านได้รับทราบจากศาลรัฐธรรมนูญหรือยัง หรือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินหรือยัง ซึ่งท่าน ส่งไป ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนแล้วก็อยากจะรับทราบว่า สิ่งตรงนี้มันเป็นประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชนโดยแท้จริงอะไรบ้าง ท่านมารายงาน เฉย ๆ อย่างนี้ถ้าไม่ซักถาม เมื่อสักครู่ผมฟังท่านสมาชิกท่านหนึ่งท่านได้บอกว่า ให้ส่งรายงานมาไม่ต้องมาอ่านกันอย่างนี้ ให้ทั้ง ๓ ท่าน กสม. อธิบายเลยว่าอย่างโน้น ขนาดอ่านแล้วยังไม่รู้เรื่องเลยแล้วจะมาอธิบายถามตรงไหนกันอย่างไรอย่างนี้เป็นต้น อ่านแล้วก็ต้องถามครับ อย่างเรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นอย่างนี้ต้องถาม เป็นเรื่องที่ท่าน รายงานอยู่ในนี้ เรื่องนอกอะไรอย่างอื่นที่ท่านสมาชิกพูดไป กระผมไม่กราบเรียนกับท่าน ผมเอาในรายงานนี้ท่านก็ตอบผมหน่อยว่ารายงานของท่านเป็นอย่างนี้ ผมเองต้อง กราบเรียนอีกว่าจริง ๆ แล้วเป็นหน้าที่ เป็นหน้าที่ไหม ถ้าเป็นหน้าที่ของท่านผมถือว่า หน้าที่ตรงนี้ท่านทําคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนมาก ถ้าท่านทําได้ผล อย่างใน รายงานของท่านท่านมีข้อเสนอแนะเยอะแยะ แต่ผมก็สงสัยว่าข้อเสนอแนะของท่านไม่มี บอกมาเลยว่าท่านทําสําเร็จไปแล้วหรืออย่างไร ไม่มีบอกครับ ถ้าต่อไปท่านกรุณาบอก สักนิดหนึ่งว่า อย่างงานในปีนี้ ๒๕๕๑ ท่านตอบมาในปี ๒๕๕๒ ว่าท่านสําเร็จไปแล้ว มีอะไรบ้าง แล้วยังไม่สําเร็จมีอะไรบ้าง ตอบมาหน่อยนะครับ ไม่อย่างนั้นท่านก็ต้องมา รับทราบอย่างนี้ สมาชิกก็ถามท่านอย่างนี้ท่านก็ตอบไป ซึ่งอาจจะตอบหมดหรือไม่หมด กระผมก็ไม่ทราบ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในความเดือดร้อนโดยแท้จริง เอาจังหวัดกาญจนบุรีของผมก็แล้วกัน จังหวัดอื่นก็เดือดร้อนเหมือนกัน เมื่อสักครู่ ท่านสุวโรชก็พูดไปแล้วเรื่องที่ดินทํากิน ท่านดูให้หน่อยเถอะครับ ท่าน กสม. ทุกท่าน ท่านดูให้หน่อยเถอะครับว่าความเดือดร้อนจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องแก้ไขให้เขาที่เขาไม่มี ที่ทํากินจริง ๆ ท่านควรจะดําเนินการอย่างไร แล้วก็ให้รัฐดําเนินการอย่างไร แต่ทีนี้ผมเอง ก็ไม่แน่ใจครับท่านประธานครับว่าอํานาจของ กสม. มีแค่ไหนผมไม่แน่ใจ แล้วก็ตรวจสอบ ไปแล้ว พูดไปแล้วเขาเชื่อถือไหม ผมไม่แน่ใจครับ เพราะฉะนั้นกระผมจึงอยากจะ กราบเรียนว่าอยากเห็นหน่วยงานต่าง ๆ ที่องค์กรอิสระมีอํานาจในตัวเองที่ทําให้รัฐบาล เชื่อฟัง เอาเชื่อฟังก็แล้วกัน เชื่อถือ เชื่อฟังอย่างนี้เป็นต้น มันจะก่อเกิดประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วรายงานต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้น รายงานมาอย่างนี้เป็นเล่มใครจะไปอ่านบ้างก็ไม่รู้ แล้วจะสําเร็จไปได้แค่ไหนก็ไม่รู้ อย่างนี้เป็นต้น ผมอยากให้เห็นผลงานของการรายงานแต่ละหน่วยงานทั้งหลายทั้งปวงว่า รายงานมาแล้วที่รายงานมานั้นก่อเกิดประโยชน์ในอนาคต และเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยแท้จริง ผมอยากเห็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลืออีก ๔ ท่านนะครับ คุณเจะอามิง โตะตาหยง คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง อาจารย์มานิต จิตต์จันทร์กลับ ขอแต่ละท่านรวบรัดด้วยนะครับ เชิญคุณเจะอามิง โตะตาหยง ครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ดูในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สิ่งที่ กระผมให้ความสนใจก็คือในกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมได้ตรวจสอบดูในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะไม่มีการรายงานเลย หรือว่าในปี ๒๕๕๑ ไม่มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างนั้นหรือไม่ ผมก็ไม่แน่ใจ ผมขออนุญาต เรียนถามไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมขออนุญาตเรียนผ่านไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ในกรณีที่ท่าน ได้เคยตรวจสอบกรณีของตากใบ กรือเซะ ณ วันนี้ก็ไม่มีในรายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าได้มีการดูแลเรื่องนี้ในขณะนี้ไปถึงไหน โดยเฉพาะในกรณี การสั่งการ บุคคลที่สั่งการให้ทําร้ายพี่น้องประชาชนในกรณีของตากใบและการสั่งการ ให้ฆ่าประชาชนในมัสยิดกรือเซะ ณ วันนี้ผลการดําเนินคดีของกรณีกรือเซะท่านได้ ติดตามและรายงานต่อสภาหรือไม่ อย่างไร เท่าที่ผมดูในรายงานในวันนี้มันไม่มีเลยครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมขออนุญาตเรียนถามต่อไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ตามที่ท่านได้รายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรนั้น ในความหมายที่ผมได้อ่านในเอกสารดูแล้วเสมือนหนึ่งว่าในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเลยหรือ ในสภาพข้อเท็จจริงที่ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังได้รับการรายงานการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนอยู่เนือง ๆ ว่ายังมีการละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ว่าในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่รายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรนั้นเสมือนว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีอะไรเลย ความสําคัญของ เหตุการณ์ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจและเป็น เหตุการณ์ที่รัฐบาลและหลาย ๆ หน่วยงานซึ่งให้ความสําคัญที่ต้องไปดูแล แต่ในรายงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งต้องไปดูแล โดยเฉพาะในกรณีของจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นกรณีพิเศษนั้น ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้มีรายงานอยู่ในมือแล้วยังไม่รายงานต่อสภาหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้ ผมขออนุญาตเรียนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กรุณาแจ้งต่อสภา ให้ได้รับทราบด้วย

กระผมขออนุญาตเรียนถามเพิ่มเติมไปอีกประเด็นหนึ่งว่า มีการจับกุม ผู้ต้องสงสัยโดยการใช้พระราชกําหนดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ยังมีการ จับกุมหรือไม่ และการจับกุมลักษณะอย่างนั้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้คน หรือไม่ อย่างไร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความสนใจในการไปดูแลต่อกรณีนี้ ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ท่านไปดูแลหรือไม่ อย่างไร

ในกรณีต่อมาก็คือในกรณีที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สถานการณ์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะเป็นแม่หม้าย สตรี เด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทําของใครซึ่งมีผลจากสถานการณ์ความไม่สงบนี้ ท่านได้มี การศึกษาและติดตามเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร เพราะผมดูในรายงานนี่ผมให้ความสําคัญว่า ในรายงานของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่มีเลยครับ ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ที่มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนอยู่กันเป็นระยะ ๆ อาจจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ แต่ว่าก็ยังมีอยู่ อันนี้ ผมขออนุญาตเรียนถามไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านได้มีข้อมูล เหล่านี้หรือไม่ อย่างไร และถ้ามีท่านจะรายงานต่อสภาในโอกาสต่อไปหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานการปฏิบัติงานประจําปี ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งผมดูในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขออนุญาตนะครับว่าเอกสารต่าง ๆ ตรงนี้ดูเหมือนว่าจะทําในลักษณะ รวดเร็วหรือเปล่า รีบเร่งหรือเปล่า แล้วก็รวบรัดในเรื่องต่าง ๆ จนกระทั่งเนื้อหาสาระ มันเหมือนกับว่ามาเขียนเป็นเรื่องคําเล่าคําบอกโดยไม่มีกรณีข้อเท็จจริง ผมขออนุญาต ท่านประธาน ผมอาจจะใช้เวลาเกินไปสักนิดหนึ่งแต่สภาแห่งนี้จะเกิดประโยชน์ แล้วก็บันทึกไว้ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องเรียนคุณวิชาญอย่างนี้ครับ กรณี ๗ ตุลาคมนี่ได้อภิปรายกันค่อนข้างมากแล้วนะครับ หลายท่านจริง ๆ ต้องขอรวบรัดด้วยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ แต่ที่ผมจะพูดมันเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ท่านได้ฟัง หรือยัง ได้มีการเรียกโดยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านสมชายมีการประชุมที่ทําเนียบรัฐบาล ชั่วคราวที่ดอนเมือง วันนั้นเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม ผมอยู่บ้านถูกเรียกตัวมาให้ประเมิน สถานการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะวันที่ ๗ เราจะมีการเข้ามา ในสภาแล้วแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ซึ่งฝ่ายพันธมิตรเองนั้น มองว่าจะมีการชุมนุมโดยรอบบริเวณในส่วนของรัฐสภา ซึ่งสมาชิกรัฐสภาทุกคนเอง ก็มีหน้าที่ที่จะต้องมาฟัง แล้วก็เอาเนื้อหาสาระต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา เป็ นตัวตั้ง แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายได้ เรียกประชุม ท่านได้ประเมินสถานการณ์และบอกกล่าวกับในที่ประชุมของ ครม. ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะมีการไม่ให้ยอม หรือมีส่วนที่จะมีการบังคับไม่ให้มีการ เข้าไปสู่การแถลงนโยบายในครั้งนั้นโดยสมาชิกของพันธมิตร ซึ่งรัฐบาลเองในวันก่อนที่จะ เข้าวันที่ ๗ นั้นก็เพียงแต่มีการประเมินสถานการณ์ว่าถ้าเกิดประชุมไม่ได้นั้นก็คงเป็น หน้าที่ของประธานรัฐสภาที่จะต้องหาที่ประชุม ในที่ประชุมก็มีการพูดกันครับว่าอาจจะได้ ไปใช้ที่กองทัพไทยหรือทางกองทัพเรือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออนุญาตรวบรัดเลยนะ ประเด็นนี้คุณชวลิตก็อภิปรายชัดเจนไปทีหนึ่งแล้ว ผมว่ามันเป็นเรื่องซํ้าประเด็นนะครับ รวบรัดเลยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ที่ท่านชวลิตอาจจะอภิปราย แต่ท่านชวลิตไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมยืนยันครับว่าเหตุการณ์ในวันที่ ๖ ได้มีการประชุม หารือกันว่าเราจะไปแถลงนโยบาย แล้วก็บอกกล่าวกันครับว่าการเตรียมการในเรื่องของ การดําเนินการนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจกับทางรัฐสภาที่ท่านประธานรัฐสภา เองนั้นจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมในการประชุมเท่านั้นเองครับ ส่วนในวิธีการต่าง ๆ ที่เรา จะเดินทางเข้ามานั้นก็เป็นวิธีการที่ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจเองได้มีการเตรียมการในการ เปิดเส้นทางให้พวกเราเข้ามาสู่การประชุมในวันนั้น ผมเองนั่งอยู่ในแถบขวามือของ ท่านประธาน แล้วก็อยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งท่านแถลงนโยบายเสร็จ แล้วก็ มีการชุมนุมกันด้านนอก แต่ตรงนี้รายงานผมยืนยันว่ารายงานอันนี้ไม่มีข้อเท็จจริง เขียนในนี้ครับหน้า ๑๒ เขียนว่า โดยมีการยิงระเบิดแก๊สนํ้าตาออกมาจากภายในรัฐสภา และกองบัญชาการตํารวจนครบาลจนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจํานวนมาก ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการตํารวจนครบาลตรงนี้ท่านเขียนอย่างไรครับ มีไหมครับว่า มีกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจใช้แก๊สนํ้าตายิงออกมาจากบริเวณนี้ ไม่มีหรอกครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ประสานงานจาก ผบ. ตํารวจในขณะนั้น เขาก็บอกว่าเหตุการณ์ตรงนี้ ท่านจะเอาอย่างไรเพราะคนที่ติดขัดอยู่ในนี้นั้นจะเกิดอันตรายเกิดขึ้น มีการระดมยิง เข้ามา เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องลงไปดู ในรายละเอียดมากกว่าที่จะมาฟังบันทึกรายงาน และผมเรียนนิดหนึ่งครับว่าถ้าการชุมนุม โดยปราศจากอาวุธทําได้ตามมาตรา ๖๓ แห่งรัฐธรรมนูญ แต่ตรงนี้ท่านประธานครับ ที่ไปอ้างบอกว่ามีคนเจ็บแล้วโดนแก๊สนํ้าตา โดนระเบิด ในนี้เขียนระเบิดแก๊สนํ้าตา เขียนหนักไปหรือเปล่า รายงานข้อเท็จจริงอาวุธที่ใช้ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจ ผมพบเห็นแต่ว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจถูกกระทําเสียมากกว่า แล้วเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ไม่มีการที่จะไปดูเยียวยา เท่าที่ควร แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้มีมาตรการที่จะดูแลในกลุ่มของผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บ ก็มีการเบิกจ่ายเงินไปครับ เบิกจ่ายเงินไปชําระในเรื่องของสินไหมต่าง ๆ ที่บาดเจ็บ ในกรณีเหตุการณ์การชุมนุม แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องไปดู ไปตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่บอกว่ามารายงานต่อรัฐสภาไปเพื่อผ่าน ๆ ว่าขณะนี้มีคนบาดเจ็บ แต่สาเหตุ ที่บาดเจ็บมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมบอกได้เลยครับท่านประธานต้องลงกลับไปดูว่า ถ้าเหตุการณ์การชุมนุมเป็นปกติโดยท่านต้องไล่เลียงว่าศาลปกครองมีหมายเลขคดีดํา ที่ ๑๖๐๕/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ว่าศาลมีคําสั่งพิจารณาแสดงเจตนาว่า ในเรื่องของรัฐสภาการไปประชุมในวันที่ ๗ นั้นเป็นหน้าที่ โดยปิดล้อมประตูทางเข้า ทุกด้านนั้นไม่ได้ อันนี้ศาลเขาบอกมาแล้วนะครับ การกระทําดังกล่าวมีลักษณะทําให้ผู้อื่น กลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย และเสรีภาพจนไม่กล้าเข้าออกในส่วนของรัฐสภา อันเป็นการกระทํากระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ท่านประธานครับ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูหรือเปล่า การชุมนุมดังกล่าวจึงมิใช่การชุมนุมอย่างสงบ อันจะได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญ มันมีวัตถุประสงค์ การแถลง นโยบายต่อสภาเป็ นหน้าที่เบื้องต้นของรัฐบาล แต่จะกระทําได้หรือไม่ได้นี่มัน ตามรัฐธรรมนูญ สิทธิก็มีครับ สิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่วันนี้มันเป็นการละเมิดสิทธิ หรือเปล่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องลงไปดู และการปิดกั้นดังกล่าวเป็นไป เพื่อมิให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อันจะทําให้คณะรัฐมนตรีเข้า บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ตามมาตรา ๑๗๖ ของรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงมี หน้าที่จะต้องเข้าไปสลายการชุมนุมเพื่อแก้ไขปัญหาจากการกระทําดังกล่าว แล้วไป บอกกล่าวว่าการชุมนุมโดยสงบ ถ้าโดยสงบนี่มันต้องไม่กีดขวาง ไม่เป็นการไปบั่นทอน การทําหน้าที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง และการกระทําตรงนี้ถ้าดูให้ดีนะครับ ฝ่ายพันธมิตรเอง มีการใช้ ถ้าบอกว่าไม่มีอาวุธไม่ใช่หรอกครับ ตํารวจเจ็บ คนเจ็บ ด้ามร่มที่มีปลายแหลมนี่ ใครก็เห็นครับจากภาพถ่ายตรงหน้าทําเนียบรัฐบาลทางออกนี่เหมือนกับคนจิตวิญญาณ ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมยังโดนด่า โดนด่าอย่างไร้สาระครับ ด่าโน่นด่านี่ เข้ามาจะตีให้ตาย จะอะไรซึ่งหลายคนพูดไปแล้ว อาวุธที่ใช้มีทั้งด้ามร่มที่แทงเจ้าหน้าที่ตํารวจ อาวุธที่ใช้มีทั้ง หนังสติ๊ก ซึ่งเป็นลูกเหล็ก ยิงตรงไหน ถูกตรงไหนนี่ทําอันตรายได้หรือเปล่า แล้วก็สิ่งที่ ตรวจสอบนี่ท่านต้องไปตรวจสอบหลักฐานเอกสารให้ชัดเจนครับว่าระเบิดที่ใช้ท่านบอก แก๊สนํ้าตา แล้วตุง ๆ ที่เขาไปค้นเจอที่ติดตัวในการสลายการชุมนุมวันที่ ๗ นี่มันระเบิด ปิงปองหรือเปล่าที่เจอเยอะแยะ ท่านประธานครับ ผมขอวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดทํา รายงาน การส่งรายงานต่อสภาครั้งนี้มีประเด็นครับ

ประการแรก การจัดทํารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มิได้มีการประเมินสถานการณ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ (๘) ด้วยความเป็นกลาง และเป็นธรรมอย่างจริงใจ และส่อให้เห็นถึงการมีอคติโน้มเอียงฝักฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยดูจากตรงไหนครับ ดูจากตรงที่ว่าในหน้า ๑๑ หน้า ๑๒ หน้า ๑๓ ข้อ ๒ เป็นการ กระทํารายงานซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่รายงานข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง รอบคอบ เพราะกล่าวอ้างแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่ผมพูดกับท่านประธานนี่เพราะว่าผมเองนั้นอยู่ในส่วน ของคณะรัฐมนตรีท่านประธานก็ต้องฟัง เขามาสอบถามหรือเปล่าว่าเหตุการณ์วันนั้นมี การสั่งการอะไรหรือเปล่า ก็มีฟ้ องท่านนายกรัฐมนตรี ฟ้ องคนโน้นคนนี้ ไม่ได้สอบถามหรือ มีการดําเนินการสลายการชุมนุมทําให้มีการบาดเจ็บ แต่ไม่ได้กล่าวถึงสาเหตุและ พฤติกรรมของผู้ชุมนุม ทําให้ความรุนแรง พกพาอาวุธ ปิดล้อมสถานที่ราชการ ตัดนํ้า ตัดไฟในอาคารรัฐสภา อันเป็นการกระทําต่อสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่น รวมทั้ง ยังมีการทําเจตนาร้ายต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้เหล็กปลายธงแทง นี่เห็นชัดครับภาพถ่ายมีหมดการขับรถพุ่งชนโดยเจตนาประสงค์ต่อผลอย่างชัดเจน หรือกลุ่มชนเหล่านี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอคุณวิชาญรวบรัดจริง ๆ เพราะว่าเดี๋ยวหลังจากจบวาระนี้เรายังมีวาระเรื่องหารือ ที่สําคัญอยู่อีกนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขอเวลานิดหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมฟังอยู่ครับประเด็นก็ตรงกันกับที่หลายท่านอภิปรายไปแล้ว ขอรวบรัดหน่อยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

แล้วท่านประธานครับ การชุมนุมตรงนี้ถ้าบอกว่าเทียบกับศาลปกครองที่ผมกล่าวไว้แล้ว เขาบอกไม่สงบแน่นอน เพราะว่ามันไปปิ ดล้อม ปิ ดกั้น ส่วนข้อ ๓ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่มีความเป็นกลางและใช้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมอย่างเห็น ได้ชัด เช่นเมื่อครั้งที่มีการชุมนุมของพันธมิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงการณ์ประณามต่อรัฐบาลสมัยท่านสมัครกับท่านสมชาย ท่านบอกว่า ขอให้รัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรงต่อการชุมนุม ทั้งที่การชุมนุมที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ศาลปกครองได้วินิจฉัย แต่ส่วนเมื่อมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงท่านกลับแถลงกรณี ในลักษณะชื่นชม ยกย่อง เชิดชูรัฐบาลและกองทัพที่ใช้กําลังทางทหาร ใช้อาวุธสงคราม เข้าปราบปรามประชาชน อันนี้ท่านประธานดูครับมาตรฐานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นอย่างนี้ครับ ข้อ ๔ ในรายงานนั้นไม่ได้กล่าวถึงการบุกเข้ายึด ทําเนียบรัฐบาลเลย สถานที่บริหารราชการแผ่นดินและเป็นสถานที่ราชการสําคัญของ ประเทศที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างยิ่ง อีกทั้งการบุกยึด สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมืองที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างมหาศาล ทําให้ ประชาชนและผู้โดยสารและชาวต่างประเทศนั้นได้รับความเสียหาย และเสียมูลค่า ทรัพย์สินอย่างมากมาย นี่ไม่ได้ลงไว้เลยครับและผมจะไว้ใจได้อย่างไรที่ทุกท่านเอง ได้ยินมันเป็นเรื่องจริง ท่านประธานครับ ผมเองก็อยากจะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปดูให้มันชัดเจนสักหน่อยหนึ่ง อย่างนั้นท่านจะเสียหายเพราะท่านอยู่ในกลุ่มขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมมีรายงานฉบับหนึ่ง อันนี้เป็นรายงานฝากนะครับ มาตรฐาน ท่านต้องมีหน่อยครับ ในการที่จะทํารายงานในปี ๒๕๕๒ ผมฝากเลยเดี๋ยวผมจะให้ รายงานผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ข้อเท็จจริงอันนี้ท่านเอาไปดู เหตุการณ์วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ ครั้งหน้าท่านทําอย่างนี้ครับ คณะกรรมการเองที่เขาตั้งขึ้นมาเขามีเอกสารรายละเอียดแต่ละส่วนที่ชัดเจน มีการชุมนุม มีการสลายการชุมนุม มีการใช้อาวุธที่ดินแดง ที่เพชรบุรี ใช้จริงหรือเปล่าหรือเป็นหนังสติ๊ก หรือเป็นอะไร ท่านอย่ายกเมฆ รายละเอียดมันมีสรุปอยู่ในนี้ ถ้าท่านไม่แน่ใจ ท่านไปดู ไปอ่าน หนาครับ ไม่ใช่บอกว่าสรุปของท่านเพียง ๓ แผ่น ๓ หน้าแล้วท่านบอกว่า เป็นรายงานที่สมบูรณ์ ผมทราบครับว่าบางครั้งมันก็ต้องย่นย่อแต่มันก็ต้องมีเนื้อหาสาระ เดี๋ยวผมจะมอบท่านประธานให้กับทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อที่จะไปดู ว่าที่สภาทําไว้โดยคณะกรรมการ ผมยังเสียดายท่านประธานชัยไม่ได้นั่งอยู่นี่ ผมอยากจะ ให้ประธานชัยเอาเข้าในที่ประชุมรัฐสภา คณะกรรมการชุดนี้เสร็จเหมือนกันครับมี ๒ ชุด ชุดหนึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญที่ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านถึงฝั่งไปแล้วครับ แต่อันนี้ยังไม่ถึงฝั่ง ยังไม่มีการรายงาน พอรายงานปุ๊ บจะได้สอบถามบอกว่าคลิปเสียงที่พูดไปแล้วมันจริง ไม่จริงอันนี้มี แล้วเรื่องรายละเอียดที่ดินแดงอันนี้มี มีกระทั่งว่าพลทหารที่ถูก ทุกอย่าง เราได้มีการดู ได้มีการตรวจสอบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอท่านวิชาญรวบรัดจริง ๆ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ผมกําลังจะจบแล้วครับ ท่านประธาน แล้วเวลาคนอื่นพูด ท่านประธานนี่ก็โดนรอนสิทธิเหมือนกันนะครับ เพราะว่าท่านประธานกําหนดเวลามันไม่เป็นธรรมไม่เป็นกลาง ถ้าจะกําหนดตั้งแต่แรก ท่านประธานบอก ๑๐ นาทีทุกคน ทีหลังท่านประธานต้องบอก ๑๐ นาที ๑๕ นาทีทุกคน พออภิปรายไปสามสี่คนแล้ว คนละครึ่งชั่วโมง ชั่วโมง ท่านประธานบอกว่าเอาเปลี่ยนเป็น ๑๐ นาที ผมกําลังบอกกล่าวว่ารายงานฉบับนี้ เดี๋ยวจะให้ แต่ทางสภาช่วยถ่ายด้วยนะครับ ถ่ายเป็นสําเนาแล้วส่ง อันนี้ผมขอคืนเพราะ มันเปลืองเอกสารของทางสภา เพราะว่าผมถ่ายมาแต่ละครั้งก็อยากจะให้ใช้ประโยชน์ ไม่ปิดบังครับแต่ท่านช่วยไปดูด้วย แล้วถ้ามีรายงานสภานี้ยังอยู่นะครับ ถ้าสภานี้ยังอยู่ ผมฝากต้องเอามาเสนอรายงานและผมฝากสุดท้ายท่านไปช่วยดูหน่อยเถอะครับ ท่านบอกว่าท่านเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านไปบอกประชาชนหน่อย การที่จะละเมิดสิทธิมันทุกอย่างไหม ทางเท้าทุกอย่างคนไปใช้เป็นที่ขายของหรือทุกอย่าง มันเป็นการละเมิดเอาสิทธิของคนอื่นมาใช้ ท่านต้องไปสอนเขาไปบอกเขานะครับ ในเคหะ นี่ละเมิดสิทธิเยอะแยะไปหมดเลยไปบุกรุกไปอะไร ท่านไปสอนเขาด้วยครับ ท่านอย่าทํา แต่เฉพาะในเรื่องที่ใหญ่ที่สําคัญ การที่จะวางรากฐานให้กับประชาชนนั้นต้องวางตั้งแต่ ข้างล่าง เดี๋ยวนี้บ้านเมืองมันเสียหายมากแล้ว ก็หวังพึ่งครับแต่ไม่รู้จะพึ่งได้หรือเปล่า ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนสมาชิกอย่างนี้ครับ เมื่อเช้าก็ได้คุยกับท่านประธานและท่านรองสามารถว่า ต่อไปนี้การบริหารการประชุมจะต้องเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ สิทธิของท่านในการ อภิปรายเป็นสิทธิ แต่ประธานก็ต้องมีหน้าที่ในการกํากับดูแลเรื่องเวลาให้เหมาะสมด้วย ผมไปประชุมต่างประเทศหลายครั้งจะเห็นว่าเขาจะใช้เวลาประมาณ ๗ นาทีเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็นการเสนอญัตติเจ้าของญัตติจะอนุญาตให้ได้ท่านละ ๓๐ นาที แล้วหลังจากนั้นก็ควรจะประมาณสัก ๑๐ นาที แต่เผอิญท่านรองสามารถไม่ได้ กําหนดเวลาไว้ก่อน เดี๋ยวเราจะมีวาระหารือที่สําคัญเกี่ยวกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเรา ขอท่านที่เหลือ ๒ ท่านสัก ๕ นาที แต่ก็เกินได้ผมอนุญาตถ้ายังมีประเด็นที่สําคัญ เชิญคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ผมเรียนว่ามีคนเขากล่าวเอาไว้ว่ารัฐบาลปัจจุบันนี้ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ดํารงอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะ ๔ เสาหลัก เสาหลักที่ ๑ ก็คือเรื่องเสียงใน สภาผู้แทนราษฎร เสาหลักที่ ๒ ก็คือกฎหมายซึ่งออกในสมัยที่มีการยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน เสาหลักที่ ๓ ที่คํ้ารัฐบาลนี้อยู่ที่มีการกล่าวหากันก็คือเรื่องของ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรของท่านเป็นองค์กรหนึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็คือเสาหลักของทหารเพราะว่ามีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารแห่งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ข้อสงสัยเหล่านี้จึงเป็นที่กังขาของพี่น้องประชาชนและของสังคมโดยทั่วไป ผมเรียนว่า ท่าทีที่ผ่านมาของท่านในหลาย ๆ เรื่องนั้น จริง ๆ แล้วเป็นท่าทีที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง ผมจะไม่พูดในเรื่องของความเป็นมาตรฐานเพราะมีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นก็คือว่าการแสดงออกในการชุมนุมของกลุ่มบุคคลหนึ่ง ขออนุญาต ของกลุ่มพันธมิตร ท่าทีของท่านนั้นแสดงไปด้วยความเห็นอกเห็นใจแม้กระทั่งเรื่องของ การเยียวยาก็ตาม มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กลุ่มพันธมิตร ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยกลับไม่ได้รับการเยียวยาแล้วก็ไม่ได้รับการดูแล เท่าที่ควร ไปดูการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าทีของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นดูท่าทีเพิกเฉยแล้วก็ไม่มีความเห็น ดูประหนึ่งว่า ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งเหล่านี้ผมจึงถือว่าความเป็นมาตรฐานนั้นยังเป็นที่สงสัย ของสังคมอยู่ ประเด็นถัดมาที่อยากกราบเรียนก็คือว่าผมได้ฟังท่าน ส.ส. ฐิติมา ฉายแสง ได้อภิปรายในเรื่องของสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๖๙ นั้นได้พูดถึงในเรื่องสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ของพี่น้องประชาชน เรื่องเหล่านี้มีการพูดถึงในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ การยึดอํานาจ แต่ละครั้งนั้นผมถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชน เป็นการจํากัดสิทธิ ของพี่น้องประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่าอยากจะเห็นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้ามารุก ได้เข้ามาเป็นแกนนําในการต่อต้านในเรื่องของการรัฐประหารแต่ละครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นด้วย ไม่เคยเห็น ทั้ง ๆ ที่องค์กรของท่านนั้นเป็นองค์กรที่ปกป้ องสิทธิ ของประชาชน การปฏิวัติคือการละเมิดสิทธิของประชาชนทั่วประเทศ ท่านกลับมีท่าที ที่เพิกเฉยในเรื่องดังกล่าว ประเด็นสุดท้ายท่านประธาน ผมใช้เวลาไม่มาก เรื่องการตั้ง คณะอนุกรรมการในชุดต่าง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่านได้บอก มีการตั้งอนุกรรมการ มากมาย หลายคณะไม่มีการทํางานให้ ปรากฏเห็นชัด คณะอนุกรรมการ มีทั้งหมด ๑๐-๒๐ คณะไม่มีรายงานเลยว่าได้ทําอะไรไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ รายชื่อของคณะอนุกรรมการบางท่านนั้นบอกตรง ๆ ว่า เป็นที่น่า ผมไม่อยากใช้คําว่าเป็นที่น่ารังเกียจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะอนุกรรมการ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ มีการตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นอนุกรรมการท่านหนึ่ง เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ต่อด้วยเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ นายกษิต ภิรมย์ กับกลุ่มพันธมิตรได้พาพวกไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ข้อมูล ยังเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นอนุกรรมการทํางานอยู่ ไม่รู้ตั้งได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ คณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลกรณีเหตุการณ์ชายแดน จังหวัดภาคใต้มีการตั้ง พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร ผมยังไม่เคยเห็นรายงาน ที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ในเรื่องของความรุนแรงภาคใต้เลย ไม่ทราบว่ามีการประชุม สักครั้งหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลตํารวจเอก วสิษฐนั้นต้องขออนุญาตกล่าวถึงท่าน อีกครั้งหนึ่ง หลายครั้งได้ไปออกรายการสถานีวิทยุโทรทัศน์ รายการลงเอยอย่างไร มีการกล่าวข้อความที่โจมตีพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ในเรื่องของความไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ในเรื่องต่าง ๆ ท่านยังเอามาตั้ง เป็นอนุกรรมการในการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ผมไม่ทราบนะครับว่าเรื่องเหล่านี้นั้น ท่านใช้ข้อมูลอะไรในการแต่งตั้ง บรรทัดฐานอะไรในการแต่งตั้ง ทั้ง ๆ ที่นายกษิต ภิรมย์ ไม่ได้เป็ นบุคคลที่ยอมรับในสังคมแต่อย่างใด เป็ นบุคคลที่ไปยึดสนามบิน สุดท้ายนะครับ ถ้าผมเป็นคนตรวจรายงานฉบับนี้ผมไม่ให้ผ่าน ไม่ให้ผ่านเพราะอะไร ท่านประธานครับ ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ยังมีความคลาดเคลื่อนในหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานฉบับนี้ได้พิมพ์ถึง ๕,๐๐๐ ฉบับ ผมถือว่าก่อนที่จะเอารายงาน ฉบับนี้ไปแจกนั้นต้องเอาเข้าสภาผู้แทนราษฎรก่อนถึงเอาไปแจกได้ วันนี้ข้อมูลในนี้ยังมี ความคลาดเคลื่อนดูประหนึ่งว่าใครที่ได้อ่านรายงานฉบับนี้เหมือนกับกลุ่มพันธมิตรนั้น มีความถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขอแสดงความเห็นและเห็นว่ารายงาน ฉบับนี้นั้นจริง ๆ แล้วไม่อยากให้นําไปเผยแพร่เสียด้วยซํ้า พิมพ์มาตั้ง ๕,๐๐๐ ฉบับ เสียดายสตางค์ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจที่บุคคลระดับนี้ได้ทํารายงานอย่างนี้ที่ขาดข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายครบทุกด้านเอามาเสนอต่อสภาแล้วยังทํานองว่าพิมพ์ตั้ง ๕,๐๐๐ ฉบับ หมายความว่าจะเอาไปเผยแพร่ต่อประชาชนอีก ท่านประธานครับ ชื่อของคณะกรรมการชุดนี้ก็บอกว่าเป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ ปกป้ องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย แต่ว่าท่านทําหน้าที่ไม่สมชื่อเลยครับ ดังเหตุผลที่ผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ท่านประธานครับ สิทธิในการใช้อํานาจอธิปไตยเป็นสิทธิยิ่งใหญ่กว่าสิทธิใด ๆ ที่ปวงชนชาวไทยจะพึงมี เพราะนั่นหมายความถึงสิทธิในการออกกฎหมาย สิทธิ ในการบริหารราชการแผ่นดิน สิทธิในการที่จะกําหนดให้ผู้พิพากษาตุลาการซึ่งไปทํา หน้าที่เป็นศาลพิจารณาพิพากษาคดีอย่างไร และรวมถึงสิทธิที่จะปกป้ องสิทธิในชีวิต ร่างกาย สิทธิในการปกป้ องชื่อเสียงเกียรติยศแล้วก็สิทธิในการปกป้ องทรัพย์สิน เห็นไหมครับท่านประธาน เป็ นสิทธิที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ แต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ มีคณะข้าราชการที่เรียกกันว่า เป็นอํามาตย์ ประกอบด้วยนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้บัญชาการ ๓ เหล่าทัพได้พากันยกกําลังของกองทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพ เข้ายึดอํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ซึ่งกระผมถือว่าเป็นอํานาจของพระมหากษัตริย์ อํานาจของปวงชนชาวไทยและโดยเฉพาะอํานาจของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาลในขณะนั้นด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้พูดถึงการถูกรอนสิทธิ การถูกโต้แย้งสิทธิ การทําลายสิทธิเหล่านี้เลย เห็นไหมครับท่านประธาน เขาไม่ได้บอกเลยว่าการยึดอํานาจ การปกครองนั้นตามประมวลกฎหมายอาญาถือว่าเป็นกบฏมีโทษถึงประหารชีวิต แล้วการเป็นกบฏก็ภาษากฎหมายอาญาอีกแหละ เรียกว่าเป็นโจร จึงได้ชื่อว่าเป็นโจรกบฏ เมื่อโจรยึดอํานาจไปได้แล้ว ท่านประธานครับ เขามีคําสั่งให้ระงับการใช้รัฐธรรมนูญของ ปวงชนชาวไทย แล้วก็ไปบัญญัติรัฐธรรมนูญของโจรขึ้นใช้เอง ที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ที่กระผมบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญของโจร ผมมีเหตุผลที่จะอธิบายให้ท่านประธาน แล้วก็คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฟังว่าท่านดูสิครับ ดูมาตราเดียวพอครับ ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูหรือเปล่า ดูมาตรา ๓๐๙ บัญญัติไว้ว่าอย่างไรครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่ เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๓๐๙ ซ่อนอะไรอยู่ รู้ ไหมครับท่านประธาน ในมาตรา ๓๐๙ นั้น บอกว่าอ้างรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๙ (ฉบับชั่วคราว) มาตรา ๓๗ บัญญัติไว้เลยนะครับว่า การกระทําที่เป็นกบฏ ปฏิวัติ รัฐประหาร ที่คณะนายทหารที่ยึดอํานาจของพระมหากษัตริย์ ของปวงชนชาวไทย และของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณนั้นไม่เป็นความผิด เห็นไหมครับ แล้วที่ทําแล้ว ไม่ผิด ผู้ที่ช่วยเหลือก็ไม่ผิด และจะทําต่อไปก็ไม่ผิด นี่อย่างไรครับเป็นรัฐธรรมนูญ ที่เปิดช่องไว้ว่าคราวหน้าฉันก็จะยึดอํานาจ ฉันก็จะเป็นกบฏ ฉันก็จะเป็นโจรยึดอํานาจ ของปวงชนชาวไทยอีก ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูไปถึง มาตรานี้หรือไม่ แล้วอย่างนี้ท่านยังจะยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญของปวงชนชาวไทยอีกหรือ ใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ แค่นี้ผมก็มองลึกเข้าไปถึงสติปัญญาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติทุกคนแล้วว่าคิดอะไร ท่านดูอะไร ในรายงานฉบับนี้ท่านไม่ได้ตําหนิติติงพวกโจร กบฏยึดอํานาจของพระมหากษัตริย์ ของปวงชนชาวไทยเลยแม้แต่คําเดียว คําแนะนํา ต่าง ๆ ที่แนะนําก็มาแนะนําพวกเราซึ่งถูกปล้นอํานาจ แล้วเราก็ออกไปใช้สิทธิในฐานะ เป็นผู้เสียหาย เมื่อกี้ท่านประธานก็ถูกเพื่อนสมาชิกต่อว่าหาว่าเป็นแกนนําไปบุกบ้าน พลเอก เปรม ท่านประธานไม่อธิบายผมจะขออนุญาตอธิบายแทนสักนิดหนึ่งว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

รวบรัดครับ ว่าการที่เราไป ใช้สิทธิที่บ้าน พลเอก เปรม วันนั้นเพราะเราเป็ นผู้ถูกปล้นอธิปไตย ถูกปล้นเงิน ในท้องพระคลัง แล้วผู้ที่ปล้นก็มี พลเอก เปรมนั้นเป็นแกนนํา โดยมี นายสุริยะใส กตะศิลา มีใครต่อใครบอกเลยว่า

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาตักเตือนท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ว่าท่านกําลังกระทําความผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวพาดพิง บุคคลที่ ๓ ซึ่งไม่เป็นการควรและผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาต ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่กําลังอภิปรายอยู่ขณะนี้ ให้ถอนคําพูดที่กล่าวหา พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ออกจากการบันทึกการประชุมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนอย่างนี้ ท่านอาจารย์มานิตย์อภิปรายในสภาพาดพิงถึงบุคคลภายนอกก็ต้อง รับผิดชอบตามกฎหมาย ต้องรับผิดชอบไม่จําเป็ นต้องถอนครับ เพราะว่าเป็นที่รู้กันอยู่

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ การกล่าวอ้ำงถึงแม้ จะบุคคลที่ ๓ ท่านจะต้ องรับผิดชอบ แต่การบันทึก ในสภาผู้แทนราษฎรท่านจะต้องถอนครับ เพราะผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ ท่านจะต้องควบคุมการประชุม การกล่าวอ้างและพาดพิง ผมรู้ครับ ว่ากําลังพาดพิง แล้วก็เป้ำหมายอะไร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านประท้วงเรื่องจะให้ถอน

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ให้ท่านประธานได้กรุณา ใช้คําวินิจฉัยให้ถอนคําพูดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ คือเรื่องนี้เกิดมาจากคุณวัชระ เพชรทอง ได้อภิปรายพาดพิงผมว่า ผมไปปราศรัยที่หน้าบ้าน พลเอก เปรมเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ซึ่งเมื่อกี้ผมก็ใช้สิทธิพาดพิง แต่ผมไม่อธิบายเยอะครับ ผมอธิบายบอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับการทํารัฐประหารทุกครั้ง แล้วเมื่อกี้ลืมบอกไปอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แล้วผมออกมา ประกาศทุกครั้งก็คือการแอบอ้างสถาบันเพื่อประโยชน์ของตัวเองและทําลายผู้อื่น แต่ทําไมผมระยะนี้เดือนสองเดือนผมถูกสื่อมวลชนกล่าวหาว่าผมอดีตนักเรียนนายร้อย จ.ป.ร. เหรียญทองไม่จงรักภักดี แต่ผมไม่ตอบโต้ครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าผม ถูกสอนมาว่าการจะเอ่ยถึงสถาบันนั้นเราสมควรเอ่ยอ้างเฉพาะพระราชกรณียกิจที่งดงาม พระเมตตากรุณาที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย เพราะฉะนั้นถึงจะกล่าวหาผม ผมมั่นใจว่า ผมจงรักภักดีแน่นอน แต่ผมไม่ออกมาแก้ตัวเพราะอะไร เพราะยิ่งแก้ตัวก็จะทําให้เกิด การระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นต้องขอร้องทุกฝ่ำย พี่น้องประชาชนทุกคนถ้าไม่จําเป็นอย่าไปเอ่ยถึงพระองค์ท่าน ต้องขอร้องตรงนี้ แล้วก็ต้อง ขอท่านอาจารย์มานิตย์จบได้แล้วครับ คุณธนาครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ขออนุญาตท่านประธานกรุณา ใช้คําวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ท่านประธานต้องไม่มี ๒ มาตรฐาน นะครับ การกล่าวอ้างเมื่อสักครู่ท่านกล่าวว่า พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ปล้น ใช้คําว่า ปล้น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ใช้คําว่า ปล้น ให้ถอนคําพูดคําว่า ปล้น นะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ต้องถอนทั้งหมดครับ ทั้งชื่อ ทั้งปล้นครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่การเอ่ยชื่อมันเอ่ยชื่อได้

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

เอ่ยชื่อโดยไม่เสียหาย สามารถเอ่ยได้ เอ่ยแล้วให้เสียหายนี่ ผมถามว่าสมาชิกผู้มีเกียรติมีเกียรติไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอย่างนี้ครับ พวกเราอภิปรายมา อยากจะขอให้พวกเราอดทนรับฟังความคิดเห็น ที่แตกต่างด้วย ขอเชิญคุณเจะอามิงนั่งลงก่อนครับ ท่านอาจารย์มานิตย์ก็ต้องขอ เพราะเมื่อสักครู่อาจารย์พูดว่า พลเอก เปรมปล้นอํานาจใช่ไหมครับ ก็ต้องขอให้เปลี่ยน คําพูดด้วย หรือใช้คําพูดที่เหมาะสมกว่านี้ครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านอาจารย์มานิตย์ ถอนคําพูดครับ หรือเปลี่ยนคําพูดที่เหมาะสมกว่านี้ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านผู้ประท้วงคงไม่เข้าใจศัพท์ภาษากฎหมายไทยนะครับ คําว่า กบฏ

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันอย่างนี้ครับ ต้องขอให้อาจารย์ถอนคําพูดครับ แล้วก็ใช้ คําพูดอื่นที่เหมาะสม

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานต้องฟังผมก่อนครับ

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ผมขออนุญาตประท้วง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้ครับ เพราะว่าวินิจฉัยก็ต้องประท้วงทีละคนนะครับ เมื่อผมวินิจฉัยแล้วผมกําลัง จะให้ผู้อภิปรายถอนคําพูด คุณเจะอามิงต้องนั่งลงนะครับ นั่งลงก่อนครับ ขอเชิญอาจารย์ ถอนคําพูดหรือเปลี่ยนคําพูดนะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

แล้วเดี๋ยวคุณธนาประท้วงต่อไปนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมต้อง ขออนุญาตอธิบายนะครับ คําว่า ปล้น มันมาจาก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องอธิบายแล้วครับ ขอความกรุณาให้เปลี่ยนคําพูดนะครับ คําว่า พลเอก เปรม ปล้นอํานาจ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

อย่างนั้นถ้าผมไม่ได้อธิบาย ผมเสีย ถือว่าผมไม่รู้กฎหมาย ผมเป็นผู้พิพากษามาตั้ง ๔๐ กว่าปี ทําไมผมจะไม่ทราบ คําศัพท์กฎหมาย ท่านประธาน คําว่า กบฏ คือผู้ที่ยึดอํานาจการปกครองประเทศ ยึดอํานาจอธิปไตย ปล้นอํานาจอธิปไตยไปจากประชาชน จากปวงชนชาวไทยและของ พระมหากษัตริย์ด้วย เห็นไหมครับ แล้วไม่เรียกว่าปล้นแล้วจะเรียกว่าอะไรครับ ใช่ไหมครับ แล้วจะให้ผมใช้คําศัพท์อะไร ผมใช้คําศัพท์ตามพจนานุกรม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอให้อาจารย์มานิตย์เปลี่ยนคําพูดที่เหมาะสมกว่านี้ครับ ขอเชิญอาจารย์มานิตย์ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ก็เป็นกบฏยึดอํานาจ ก็แล้วกันครับ นอกนั้นก็ไปแปลกันเอาเองตามพจนานุกรมว่าเป็นโจรหรือไม่นะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนผ่าน

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ ผมจะขอให้คุณธนาประท้วงก่อนนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ผู้กําลังพาดพิงถึงผม เมื่อก่อนหน้านี้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังประเด็นเดิมใช่ไหมครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ประเด็นเดียวกันนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนั้นเชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่สมาชิกได้กล่าวหาว่าผมไม่เข้าใจศัพท์ภาษาไทย เป็นการเสียดสีและทําให้ผม เสียหาย ผมเรียนถึงปริญญาโทนะอาจารย์ ผมก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ว่าการศึกษาผม ไม่ด้อยกว่าท่านผู้มีเกียรติที่ศึกษาอยู่นี่หรอกครับ แต่กรอบความคิดผมดีกว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอร้องพวกเราอย่างนี้นะครับ การประท้วงเราประท้วงแล้วเราก็วิพากษ์วิจารณ์กัน กลับไปกลับมา เมื่อเช้าผมคุยกับท่านประธานวิป (Whip) วิทยานะครับ กับท่าน ทั้ง ๒ ประธานไม่อยากให้เกิดการประท้วงอย่างนี้ ต้องขออภัยจริง ๆ เลยทั้ง ๒ ฝ่าย ผมก็ขอนั่งเถอะครับ อาจารย์มานิตย์ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเสียดสีว่าไม่มีสมองหรืออะไร อย่างนี้นะครับ นั่งลงเถอะครับ แล้วก็ขออาจารย์มานิตย์จบด้วยครับ มันจะได้ไม่ประท้วง ต่อนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

มันเป็ นสิทธิของผมครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาใช้คําวินิจฉัย ให้ท่านสมาชิกได้กรุณาถอนคําพูดที่ได้กล่าวหาผมสักครู่ครับ ต้องถอนคําพูดไม่อย่างนั้น ผมเสียหายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพูดว่าอย่างไรนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านได้กล่าวหาผมว่าไม่เข้าใจ ศัพท์ภาษาไทย ผมเรียนที่นี่ผมเรียนถึงปริญญาโท

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เป็นอันว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าเพิ่งพูดแซงนะครับ ฟังผู้ประท้วงก่อนครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านได้ใช้คํากล่าวหาว่าผม ไม่เข้าใจภาษาไทย ผมเรียนภาษาไทยไม่ได้ไปเรียนภาษาต่างประเทศครับ ผมเข้าใจครับ และเข้าใจดีด้วย และที่สําคัญที่สุดการปฏิวัติมาจากการคอร์รัปชัน (Corruption) เชิงนโยบายนําไปสู่ในการปฏิวัติ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องถอนนะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าท่านอาจารย์มานิตย์ไม่ได้มีเจตนาเสียดสี ก็ขอให้อาจารย์จบนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่นอกเรื่องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

อีกนิดเดียวครับ มีเรื่องที่ ต้องฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับท่านประธาน

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นฟังประท้วงคุณธนาก่อนครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ ว่าท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาเรื่องนี้คลาดเคลื่อนกับข้อบังคับ การประชุม แล้วถ้าปล่อยให้ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจอย่างนี้ต่อไปผมว่า การประชุมแห่งนี้ก็จะไม่สามารถดําเนินการได้ การที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้กล่าว พาดพิงบุคคลภายนอก โดยเฉพาะแล้วเอ่ยชื่อ พลเอก เปรมว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ ซึ่งผมกราบเรียนว่านั่นคือข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จ แล้วผมกราบเรียนว่าในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสี บุคคลใด ในข้อบังคับฉบับนี้เขียนไว้เลย ห้ามครับ แต่การที่ท่านประธานได้พูดถึง การอภิปรายของท่านวัชระ เพชรทอง ว่าได้มีการพาดพิงถึงท่านประธานว่ามีส่วน เกี่ยวข้องกับการเดินขบวนไปที่บ้านองคมนตรี อันนั้นเป็นสิทธิของท่านสมาชิกที่จะพูด พาดพิงถึงสมาชิกในสภาได้ เพราะท่านสมาชิกนั่งอยู่ในที่ประชุมสภาสามารถลุกขึ้น ตอบโต้หรือแสดงข้อความหรือข้อเท็จจริงในที่ประชุมแห่งนี้ได้ นั่นคือข้อบังคับไม่ได้ห้ามไว้ แต่ห้ามบุคคลภายนอกไปใส่ร้ายเขาไม่ได้ เพราะว่าบุคคลภายนอกไม่มีสิทธิที่จะมาชี้แจง ข้อเท็จจริงในสภา และการที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าท่าน พลเอก เปรมเป็นผู้เกี่ยวข้อง ในการปฏิวัติหรือกบฏนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง เพราะคณะทหารที่ทําการปฏิวัตินั้น เขาก็เอ่ยชื่อกันชัดเจนว่ามีใครบ้าง อย่างไร แล้วก็ไม่มี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นข้อความที่ท่านเอ่ยในสภาแห่งนี้เป็นข้อความเท็จ ท่านประธาน ไม่สามารถอนุญาตให้อภิปรายต่อไปได้ ต้องให้ถอนคําพูดครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยว่าท่านอาจารย์มานิตย์ไม่ได้กล่าวใส่ร้ายหรือเป็นความเท็จใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็น ความเชื่อไม่อย่างนั้นพวกเราจะอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เลย แล้วสาธารณชน รับรู้อยู่ว่าเท็จหรือไม่เท็จ เพราะฉะนั้นถ้าหากเห็นว่าเป็นเท็จท่านก็ไปฟ้ องร้องได้ ท่านอาจารย์มานิตย์ก็จะต้องรับผิดชอบตามข้อกฎหมาย ผมว่าเรื่องนี้เราจบเถอะครับ จะได้ผ่านไปได้ ไม่อย่างนั้นก็ยืดเยื้อนะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานทําผิดข้อบังคับซํ้าสองครับ วันนี้ท่านประธานกําลังจะตั้งบรรทัดฐานในสภา แห่งนี้ว่าความเชื่อของใครก็ตามก็สามารถพูดจาในสภาแห่งนี้ได้โดยไม่ต้องมีข้อมูล ความเป็นจริงอย่างนั้นหรือครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ การอภิปรายในสภาสามารถพูด แต่ถ้าใส่ร้ายมันคือการกล่าวหา ที่ไม่มีมูลเลย แต่การที่ท่านอาจารย์มานิตย์พูดมันพอมีมูล แต่ถ้าเห็นว่าเป็นความเท็จ ก็ต้องไปฟ้ องร้องแล้วเอาผิดกันไปตามกฎหมาย ผมวินิจฉัยแล้ว

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญคุณธนานั่งลงเถอะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานไม่สามารถทําหน้าที่ประธานในการพิจารณาในเรื่องนี้ได้เลย เพราะท่านประธานมีส่วนได้เสียกับการเดินขบวนไปที่บ้าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ คือท่านประท้วง เชิญครับ ผมฟัง

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานต้องใจกว้างครับ ท่านประธานทําหน้าที่ประธานของที่ประชุมแล้วท่านต้องเป็นกลาง นี่คือประเด็นหนึ่ง แล้ววันนี้เมื่อมีการอภิปรายเรื่องที่ท่านประธานได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเดินขบวนไปบ้าน องคมนตรี แล้วท่านประธานก็ใช้ดุลยพินิจในส่วนที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับจิตสํานึกของ ท่านประธาน ผมว่าความเป็นจริงท่านประธาน

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่าเพิ่งประท้วง ให้ประท้วงทีละคนครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมว่าเพื่อการทําหน้าที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ ท่านประธานต้องขอให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปเชิญท่านประธานหรือรองประธาน ท่านอื่นขึ้นมาทําหน้าที่ เหมือนกับศาลเวลาที่ศาลทําหน้าที่ในการพิจารณาคดี ถ้าศาล คนนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องหรือพาดพิงกับเหตุการณ์ใดที่มีการพิจารณาคดีอยู่ก็ต้องหยุด การทําหน้าที่ทันที ไม่สามารถทําหน้าที่ได้เลยเพราะความเป็นกลางไม่เกิดขึ้น และ โดยเฉพาะดุลยพินิจของท่านประธานที่วินิจฉัยมาสองครั้งสองคราทําให้เห็นว่า ท่านประธานไม่ได้รักษาความเป็นกลางของประธานในที่ประชุม ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าขอให้ท่านอื่นมาทําหน้าที่แทนในเรื่องนี้เถอะครับ แล้วท่านจะสง่างาม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอยืนยันในความเป็นกลางและความยุติธรรมแล้วก็แม่นในกฎกติกา ยืนยันครับ ผมไม่มีเลือกว่าใคร ขณะผมนั่งทําหน้าที่จะไม่คิดว่าผมอยู่พรรคใด อะไรถูกก็ว่าไปตามถูก อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ก็แล้วกันครับ บางครั้งพวกเราอภิปราย วิพากษ์วิจารณ์ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณว่าคอร์รัปชันอย่างโน้นอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่ บางครั้งก็ไม่มีมูลแต่บางครั้งมันก็พอมีมูล ผมก็เปิดโอกาสให้พวกเราอภิปรายได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าผมวินิจฉัยเป็นกลางและเป็นธรรมครับ เชิญคุณธนานั่งลงครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณบุญยอดประท้วงต่อครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ประธานครับผมประท้วง การทําหน้าที่ของท่านประธานครับว่า ในเรื่องที่ท่านประธานมีส่วนเกี่ยวข้องท่านประธาน อย่านั่งเลยนะครับ ท่านไม่เป็นกลางหรอกครับ ท่านเชื่อผมเถอะครับ ผมว่าพี่น้อง ประชาชนที่เขาฟังอยู่ทางบ้านเขาทราบดีว่าดุลยพินิจของท่านประธาน ๒ ครั้งนั้น เป็นกลางหรือไม่ ท่านลงเถอะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พี่น้องประชาชนเขารู้ ครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ แล้ววินิจฉัย ด้วยความเป็นธรรม ด้วยความเป็นกลางครับ คุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. ธนา ไม่สําคัญครับว่าท่านจะเป็นกลางหรือไม่ ท่านจะทําหน้าที่อย่างไร ท่านมีส่วนได้ส่วนเสีย ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และอยู่ในบันทึกของการรายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านไม่เหมาะสมจะมานั่งเป็นประธานในขณะนี้ครับ ฉะนั้น ท่านต้องปลีกตัวครับ ไม่ว่าท่านจะทําหน้าที่ได้อย่างไรนะครับ เพราะท่านมีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างแท้จริงครับ ขอให้ท่านพิจารณาตัวเองครับ

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ขอประท้วง ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับนั่งลง ขอนั่งลงครับ ผมยืนยันในความเป็นธรรมและเป็นกลาง อย่างชัดเจนนะครับ แล้วก็ลองสํารวจเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรว่าในขณะ ผมปฏิบัติหน้าที่ผมเป็นธรรมหรือไม่นะครับ พี่น้องประชาชนรับรู้อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขออาจารย์มานิตย์จบการอภิปรายได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเราต่อไม่ได้ เดี๋ยวเราจะมี วาระหารือเรื่องการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเราต่อนะครับ

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุรเชษฐ์นั่งลงครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ผมประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ให้ประท้วงนะครับ ซึ่งผมจะใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ บริหาร การประชุมให้ไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ คุณสุรเชษฐ์นั่งลงครับ นั่งลงเถอะ แล้วเดี๋ยวเราก็จะไปต่อนะครับ คุณสุรเชษฐ์นั่งลงเถอะครับ ฟังผมเถอะครับ ไม่เป็นไรครับ ผมฟังได้ครับ เชิญท่านนั่งลงครับ คุณสุรเชษฐ์ครับอย่าให้ผมต้องเตือนนะครับ เชิญครับ นั่งลงครับ เชื่อฟังประธานครับ แล้วก็ขอท่านอาจารย์มานิตย์จบเลยครับ ผมจะเปิดโอกาส ตอนนี้ไม่อนุญาตให้พวกเราอภิปรายอีกต่อไปนะครับ จะขอให้ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอบคําถามของพวกเราครับ ขอเชิญทั้ง ๓ ท่าน นั่งลงครับ ไม่เป็นไรครับผมมีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ ขอเชิญท่านนั่งลงเถอะครับ ขอให้ฟัง ท่านประธานครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ไม่ได้ครับ ผมไม่ให้ ประท้วงนะครับ เชิญ อย่าดื้อเถอะครับ ผมเตือนครั้งสุดท้ายนะครับ เชิญนั่งลงครับ คุณสุรเชษฐ์ครับ แล้วขออาจารย์มานิตย์จบคําอภิปรายเลยครับ เชิญนั่งลงทั้งคู่ครับ ผมไม่อนุญาตนะครับ คุณสุรเชษฐ์นั่งลงครับ ผมเตือนอีกครั้งหนึ่งครับ เตือนอีกครั้งเดียว ขอเชิญอาจารย์มานิตย์นั่งลงด้วยครับจะได้จบการอภิปรายเราจะได้ผ่านวาระรับทราบ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ณ บัดนี้นะครับ ขอเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินะครับ ท่านต้องไม่พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการปฏิวัติรัฐประหารแล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะโดนประท้วงอีกครับ จะแนะนําข้อคิดเห็นอย่างไรก็ว่ากันไปนะครับ

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณจุติประท้วงอะไรครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยไปแล้วว่าไม่ให้พูด แล้วท่านประธาน ก็กลับคําว่าท่านให้พูดอีกแต่ต้องไม่พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมขอให้ท่านประธานเด็ดขาดครับ ผมเคารพท่านครับ คําวินิจฉัยท่านเด็ดขาดอยู่แล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเด็ดขาดอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นกําลังจะฟังว่าอาจารย์มานิตย์ท่านจะพูดเกี่ยวกับ อะไรนะครับ ผมขอสรุปเลยนะครับ สั้น ๆ นะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ คดีนั้นกําลังจะเข้าศาล ขึ้นศาลนะครับ แล้วผมก็จะต้องขอให้ศาลเรียก

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่อนุญาตให้อภิปรายแล้ว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวต่อไม่ได้นะครับ คุณวัชระนั่งเถอะครับ อาจารย์ครับก็ขอความกรุณาครับพูดถึงเรื่องพวกนี้แล้วมันเป็นประเด็นทางการเมืองครับ ขอเชิญอาจารย์นั่งลงครับ แล้วก็คุณวัชระนั่งลงด้วยครับ ขอเชิญครับ ยกเว้นข้อฝากถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเท่านั้นนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ก็ได้ครับท่านประธานครับ ผมอยากฝากถามท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับว่า ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยอมรับที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วยหรือครับ แล้วก็ยอมรับข้อความในมาตรา ๓๐๙ ให้มาเป็นบทบังคับปวงชนชาวไทย รวมทั้งตัวพวกท่านเองด้วยหรือครับ เท่านั้นละครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ อาจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ครับ

นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 🔗

เรียนท่านประธาน ดิฉัน อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันขอบคุณองค์ประชุมที่กรุณารับรายงานของเราและเปิดโอกาสให้เราได้มานําเสนอ ในวันนี้ ดิฉันต้องเรียนว่า เรารับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ และรายงานฉบับนี้เป็ นรายงานที่อยู่ในกรอบเวลาของเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึง เดือนกันยายน ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่บางท่านอภิปรายหรือว่าตั้งคําถามเป็นเรื่องที่ อยู่นอกกรอบเวลาที่กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นเราคงไม่จําเป็นต้องตอบหรือว่าพิจารณา ทุกเรื่อง และรายงานฉบับนี้เป็นผลงานของคณะกรรมการชุดแรก ของเราเป็นกรรมการ ชุดที่ ๒ อย่างไรก็ตามดิฉันก็กราบขอบพระคุณข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านได้นําเสนอมา แล้วก็มีหลายเรื่องที่มีประโยชน์ แล้วก็รวมทั้งข้อเสนอแนะในการปรับปรุงงานให้ดีขึ้น และ การทํารายงานสําหรับปีหน้าด้วย รายงานฉบับนี้เป็นรายงานสถานการณ์ ณ วันที่เขียน และ ณ วันที่ตีพิมพ์ เรื่องหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ยังไม่เสร็จ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการ เพราะฉะนั้นเราจึงรายงานเท่าที่สถานการณ์เกิดขึ้น คําถามหลายคําถามถามว่า แล้วหลังจากที่ท่านเขียนรายงานเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเรียนว่าในการทํารายงานนั้น มันมีขั้นตอน เมื่อเรื่องเข้ามาเราก็กลั่นกรองแยกกลุ่ม แยกประเภท และพิจารณาว่า เป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิเราจึงเข้าไปสู่ กระบวนการตรวจสอบ ในช่วงของกระบวนการตรวจสอบก็มีความก้าวหน้า เพราะฉะนั้น ในรายงานฉบับนี้เรื่องบางเรื่องอยู่ในขั้นของการตรวจสอบ ได้ข้อยุติในเบื้องต้น สิ่งที่จะต้องทําต่อไปก็คือหลังจากตรวจสอบแล้วหาข้อยุติว่าบางเรื่องต้องส่งไปให้ หน่วยงานบางหน่วยงานดําเนินการ บางเรื่องเราไกล่เกลี่ย บางเรื่องเราพยายามหาข้อยุติ แล้วก็เยียวยา เพราะฉะนั้นมันมีหลายรูปแบบ สิ่งที่ท่านถามหลาย ๆ เรื่องเป็นเรื่อง การถามถึงขั้นตอนถัดไป คือขั้นตอนของการติดตาม ดิฉันอยากตอบรวม ๆ ว่า ในกระบวนการทํางาน เมื่อเราส่งเรื่องไปให้หน่วยงานรับผิดชอบต่อ เป็นต้นว่ากรมที่ดิน หรือกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานอื่นแล้ว เราก็ให้ระยะเวลาช่วงหนึ่งเพื่อให้ หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นได้ดําเนินการต่อ และหลังจากนั้นเราติดตาม การติดตามนั้น ก็แน่นอนใช้เวลา บางครั้งเราเขียนจดหมาย เราขอร้องให้หน่วยงานดําเนินกิจการต่อ เราก็ติดตามถามไปว่าสิ่งที่เราขอให้ท่านดําเนินการนั้นไปถึงไหน ถ้าไม่ได้รับคําตอบ หรือว่าปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่าหน่วยงานนั้น ๆ ไม่ทํา หรือปฏิเสธที่จะดูแลเรื่องการละเมิดสิทธิ เราก็จะทําเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็จะสั่งการต่อไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ๒๕๔๒ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่รัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๕๐ ให้อํานาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่า เราพบว่าเราได้มอบหมายให้หน่วยงานทํางานต่อแล้วหรือว่าเราได้ร้องเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วเหตุการณ์ยังไม่คืบหน้า เราอาจจะกลับมาพิจารณาดูว่าเราจะส่ง เรื่องฟ้ องศาลหรือไม่ อันนี้เป็นอํานาจหน้าที่ใหม่นะคะ แต่จะทําได้ก็ต่อเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ของเราซึ่งท่านก็คงจะให้ความกรุณาวินิจฉัยให้เรา ในโอกาสหน้า ถ้า พ.ร.บ. ฉบับใหม่เสร็จเราก็จะสามารถดําเนินการตรงนั้นได้เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นในเรื่องของกระบวนการทํางานและเรื่องของการติดตามที่หลายท่านถาม ดิฉันก็อยากเรียนว่า เราต้องติดตามความก้าวหน้าของเรื่องที่เรามอบหมายหน่วยงานต่าง ๆ ไป บางเรื่องที่ท่านถามเราสามารถตอบท่านได้เดี๋ยวมีคําตอบ บางเรื่องยังอยู่ในขั้นของ การดําเนินงาน

ในเรื่องที่ดิฉันอยากจะตอบบ้างก็คือว่า คําถามแรกเกี่ยวกับแอลราด (LRAD) เครื่องขยายเสียง คือสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ (Triump) มาฟ้ องว่าตํารวจใช้ แอลราด อันนี้เป็นคําถามแรกที่มีมา เราศึกษาเรื่องนี้อยู่จะเรียนให้ทราบว่าเราศึกษา เรื่องนี้อยู่ เราเชิญตํารวจมาให้ข้อมูลแล้วเราก็คุยกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เรื่องนี้อยู่ใน กระบวนการ

ข้อเสนอแนะของท่านในเรื่องของการศึกษากฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติว่า มีการละเมิดสิทธิแค่ไหน เรื่องนี้เรารับว่าอยู่ในแผนงานที่เราจะต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม อีกเรื่องที่จะต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมซึ่งมีท่านเสนอแนะมาก็คือเรื่องของการตระหนัก รู้เรื่องสิทธิมนุษยชน การเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน หรือที่เรียกรวม ๆ ว่า สิทธิมนุษยชนศึกษานั้น เราใช้หลาย ๆ รูปแบบ รวมทั้งรูปแบบของการสร้างเครือข่ายด้าน สิทธิมนุษยชนเพื่อเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนร่วมกัน ส่วนการประเมินการตระหนักรู้นั้น ยังไม่ได้ทํา แล้วคงจะเป็นเรื่องที่จะต้องทําในอนาคต แต่ว่าเรียนว่าไม่ง่าย เทคนิควิธีของ การวัดเรื่องของการตระหนักรู้ยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนากันต่อ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคํานึงถึงอยู่

ในเรื่องคําถามเกี่ยวกับกรณีบางกรณี ดิฉันขอไปที่จังหวัดภูเก็ต ที่จังหวัด ภูเก็ตกรณีแหลมตุ๊กแกหรือว่าที่เกาะสิเหร่ ดิฉันเองได้ไปมาเหมือนกัน และในขณะนี้ คําตอบก็คือว่า กรมที่ดินกําลังพิจารณาเรื่องสิทธิของชาวบ้านและกําลังตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ดําเนินการอยู่ โดยตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศ เรื่องที่ดินหลาย ๆ เรื่อง อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศ เรื่องยังอยู่ในกระบวนการ ยังไม่สิ้นสุด หรือที่ปากบางนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ได้ร่วมกับกรมที่ดินเพิกถอน โฉนดที่สาธารณะ แล้วก็ดําเนินการรื้อถอนบางส่วนแล้ว และแจ้งให้ที่ดินจังหวัดภูเก็ต ดําเนินการต่อเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ดําเนินการอยู่ ก็เรียนว่ามันต้องติดตาม เรื่องของ การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่จบง่าย ๆ แม้เมื่อทําไปถึงขั้นหนึ่งแล้วจากนั้น ๖ เดือน ต้องตามต่อ

เรื่องสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะเรียนตอบก็คือเรื่องภาคใต้ ซึ่งท่าน ส.ส. จังหวัด นราธิวาสไม่อยู่แล้ว แต่ว่ารายงานสถานการณ์ประจําปีที่เราทํานี่เราทําทุกปี แล้วเรื่อง บางเรื่องไม่จบก็มีทุกปี เรื่องภาคใต้เราได้รายงานไปครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๔๗ และครั้งที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๕๑ เราก็เลือกที่จะไม่รายงานเพราะเรารายงาน ไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๐ แต่ดิฉันอยากจะเรียนว่า เรื่องภาคใต้นั้นเราให้ความสําคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการชุดนี้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็คงจะมองเรื่องภาคใต้เป็นเรื่อง ของการละเมิดสิทธิที่สําคัญ และเราคงจะติดตามต่อ ตอนนี้เราตั้งคณะทํางานขึ้นมาแล้ว ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาแล้วเราจะดูในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ทั้งกรณีกรือเซะ ตากใบและที่บ้านไอปาแย ดูเรื่องกระบวนการเยียวยา ดูเรื่องสิทธิมนุษยชนศึกษาในกรณีภาคใต้ว่าควรจะมีรูปแบบแตกต่างกันไปจากที่อื่น หรือไม่ และเรื่องของการละเมิดสิทธิด้านการใช้ทรัพยากร ดิฉันคงขอเรียนเร็ว ๆ เท่านี้ เพื่อว่าท่านจะได้ใช้เวลาในเรื่องอื่นต่อไป ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์นิรันดร์ครับ

นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมี ๒ เรื่องที่อยากจะเรียนในที่ประชุม แห่งนี้นะครับ

เรื่องแรกก็เป็นการตอบคําถามในกรณีปัญหาในพื้นที่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ก็จะตอบสั้น ๆ นะครับ ที่มี ส.ส. จังหวัดกาญจนบุรีได้ตั้งข้อซักถาม กรณีแรกคือในจังหวัด กาญจนบุรีคือเรื่องของเขื่อนศรีนครินทร์นะครับ เรื่องนี้ในขณะนี้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อเราได้ติดตามดูอยู่ระหว่างเรื่องของการนําแผนที่ดาวเทียม ที่จะต้องไปพิสูจน์พื้นที่จริง เพื่อที่จะนําไปสู่ในเรื่องข้อสรุปในเรื่องของการดําเนินการและ เราได้ทํางานประสานร่วมกับสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

เรื่องที่สองคือเรื่องของที่อําเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เรื่องนี้ต้อง ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะว่าในขณะนี้ในพื้นที่เองท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แต่งตั้งคณะทํางาน ซึ่งประกอบด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ำและพันธุ์พืช การไฟฟ้ำ แล้วก็ทําการสํารวจผู้ถูกอพยพแล้วไม่ได้มีที่ดินทํากินนะครับ ขณะนี้เรารอข้อมูล เพื่อที่จะนําไปสู่ในเรื่องของการที่รัฐบาลจะเข้าไปสู่ในเรื่องของการชดเชยเยียวยา ในส่วนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้มีมติ ครม. ในการรองรับการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทํากิน ส่วนนี้เราได้ทําหนังสือแจ้งไปทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณา ในการดําเนินการเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือในพื้นที่ต่อไปนะครับ

เรื่องที่สามก็คือเรื่องของกรณีที่ขายทอดตลอดที่อําเภอท่าม่วง ในส่วนที่ ได้รับการดําเนินการไปแล้วก็คือการเยียวยาที่ธนาคารกสิกรไทยได้ส่งเช็คให้กรมบังคับคดี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ปี ๒๕๕๑ นี้ครับ ซึ่งเป็ นมาตรการในการเยียวยาผู้ร้ อง นอกจากนั้นแล้วในส่วนของการดําเนินคดี ขณะนี้ผู้ที่ร้องที่ได้รับความเสียหาย จากการขายทอดตลาดก็ได้เป็นผู้ดําเนินการในการฟ้ องร้องต่อศาลปกครองนะครับ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ให้ข้อแนะนําในทางกฎหมายไปเพื่อดําเนินการ ในการฟ้ องร้องนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่ได้ให้ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของกรณีเรื่องการจัดการฐานทรัพยากร เรื่องของที่ดิน ลุ่มนํ้า ป่า ตลอดจนในกรณีเรื่องการจัดการปัญหาในพื้นที่ที่เป็นที่ดินที่ทํากิน ผมเองในฐานะ ที่รับผิดชอบในเรื่องของประธานคณะอนุกรรมการสิทธิชุมชน ขอเรียนโดยใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้ว่าปัญหาเรื่องของการจัดการฐานทรัพยากรนั้นเป็นเรื่องของสิทธิชุมชน อย่างที่เรามี กรณีเรื่องของมาบตาพุดเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นขณะนี้ประการที่ ๑ เรามีคณะกรรมการ ติดตามการแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างรัฐบาลกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ บางเรื่องเราได้พยายามที่จะผลักดันเข้าสู่ในการพิจารณาร่วมกันในการแก้ไข ปัญหา แต่ต้องเรียนว่าเนื่องจากกรณีปัญหาต่าง ๆ นั้นมีมาก บางเรื่องก็สามารถ ที่จะนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาได้ แต่บางเรื่องต้องอาศัยในการที่จะให้มีการประสานงาน สั่งการในระดับหน่วยงานของรัฐ ทั้งในส่วนกลางแล้วก็ในส่วนพื้นที่ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องอยู่ ที่การที่เราจะต้องทํางานแล้วก็ติดตาม เพราะว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ผมมาดําเนินการนี้เพิ่งเข้ามาทํางานเดือนนี้เดือนที่ ๗ นะครับ

อีกส่วนหนึ่งในเรื่องกรณีเรื่องของการจัดการฐานทรัพยากรที่มีปัญหาคือ ชาวบ้านที่ถูกฟ้ องร้องในคดีต่าง ๆ เรื่องนี่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ร่วมกับสภาทนายความ หรือแม้กระทั่งในกรณีที่ชาวบ้านขณะนี้ในบางกรณีก็จะเป็นผู้ที่ ฟ้ องร้องต่อศาลกรณีที่ได้รับความเสียหายจากหน่วยงานของรัฐ อันนี้ก็เป็ นเรื่อง ที่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ก็ให้อํานาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในการที่จะเข้าไปร่วมตรงนี้ด้วยครับ

สุดท้ายก็คือว่าที่คุณวัชระ เพชรทอง ได้พูดถึงเรื่องของกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ต้องขอกราบขอบพระคุณในฐานะที่ผมได้ตาม เรื่องนี้อยู่ก็คงจะประสานงานกับเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ที่ให้คําแนะนําในเรื่องร่างกฎหมายก็ดีหรือปัญหาในพื้นที่ในการทํางานเรื่องสิทธิมนุษยชน ต่อไป ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประนูญมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ไม่มีนะครับ คุณสถาพรครับขอสั้น ๆ เลยนะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยตรวจสอบอํานาจหน้าที่ของพนักงานตํารวจกรณีสั่งห้ามผู้ต้องหาออกนอกประเทศ และทําพาสปอร์ต เขามีอํานาจอะไรทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่เฉพาะคดีของ กระผมนะครับ หมายถึงคดีทั้งประเทศ ซึ่งอย่างคดีของกระผมคดีโดนมาตรา ๒๑๕ คือมั่วสุม ๑๐ คนขึ้นไปก็เอะอะโวยวายตอนเดือนเมษายน แล้วห้ามออกนอกประเทศ ห้ามทําพาสปอร์ต ถ้าจะทําต้องขออนุญาตผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มันเกินไปครับ ผมขอฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าถามหน่อยครับว่า สิทธิอย่างนี้มันมีที่ไหนในโลก กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวผมจะอนุญาตให้ท่านละ ๑ นาทีหรือ ไม่เกิน ๒ นาทีนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มาเป็นผู้ที่ได้รับฟังในวาระรับทราบรายงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องชี้แจงต่อสภา ในบางเรื่อง ผมกราบเรียนเรื่องรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าหลายเรื่อง ซึ่งเขียนลงไปในรายงานได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ตลอดจนกระทั่งเป็นข้อที่ได้เป็น ข้อแนะนําถึงรัฐบาลว่าควรจะต้องดําเนินการในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญกับเรื่อง ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอแนะในประเด็นเชิงนโยบายต่าง ๆ ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคําสั่งของนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มี คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบจาก ฝ่ายต่าง ๆ โดยมอบหมายให้ผมทําหน้าที่เป็นประธานคณะนี้ คณะกรรมการคณะนี้จะมี หน้าที่ในการรับเรื่อง ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดําเนินการสอบสวน เป็นที่ยุติแล้วและประสงค์ที่จะให้รัฐได้มีการดําเนินการในเชิงนโยบายต่อไป ทั้งนี้ เพราะว่าในอดีตนั้นเมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสอบเสร็จส่งมายังรัฐบาล ในหลายครั้งก็จะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบเรื่องใหม่ เมื่อมีความประสงค์จะให้เรื่องที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสอบเสร็จแล้วดําเนินการต่อจึงได้มีการตั้งกลไก กรรมการชุดนี้ขึ้นมา หลายเรื่องในรายงานเล่มนี้ได้เข้าสู่คณะกรรมการแล้ว เช่น กรณี กองทัพเรือออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงทับที่อยู่อาศัย ที่ทํากินที่อําเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งรายงานที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอมานั้นเราก็ได้ ดําเนินการตามแนวทางซึ่งได้เสนอ ตัวผมเองก็เพิ่งลงไปที่เกาะช้างเมื่อวานนี้หลังจากได้มี การประชุมเรื่องนี้ไปหลายครั้ง

กรณีเรื่องของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นเรื่องของมลพิษทางด้านเสียงนั้น ทางรัฐบาลเองก็ได้มีการดําเนินการเป็นมติคณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงคมนาคม ในการเร่งรัดจ่ายชดเชยดูแลพื้นที่ซึ่งได้รับปัญหามลพิษด้านเสียงที่สุวรรณภูมิเพิ่มเติมขึ้น โดยยึดตามแนวทางที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการเสนอไปแล้ว

กรณีถัดมาก็คือกรณีของปั ญหาการชุมนุมเรื่องสวนปาล์มที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความจริงเรื่องนี้ก็มีประเด็นหลายเรื่องต่อเนื่องกันมา ล่วงมาถึง รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้เราก็ได้มีรายงานจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบ้าง จากที่ราษฎรได้มาร้ องเรียนโดยตรงบ้างก็มีการดําเนินการกันไป จนกระทั่ง เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็มาชุมนุมกันอยู่ ที่หน้าทําเนียบรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีการประชุมคณะอนุกรรมการชุดที่ แก้ไขปัญหาดังกล่าว จนกระทั่งราษฎรมีความพึงพอใจและได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในกรณีอื่นที่ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีการพูดถึงเช่นเดียวกัน เช่นกรณีจังหวัดภูเก็ตก็มีกรณีที่เข้าสู่คณะกรรมการ ชุดที่ผมทําหน้าที่เป็นประธานอยู่ และมีการร้องเรียนก่อนหน้านั้นก็ได้มีการลงไปแก้ไขเยียวยา เบื้องต้นในสิทธิขั้นพื้นฐานแล้ว เช่นที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ แม้ว่าหลายเรื่องยังไม่สามารถดําเนินการแล้วเสร็จ แต่ก็ สามารถที่จะดําเนินการตามแนวทางซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เดินหน้า ในการที่จะพิจารณาแล้วก็ส่งเรื่องให้ ความจริงมีหลายเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในรายงานชุดนี้ แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติส่งมายังคณะกรรมการชุดที่สํานักนายกรัฐมนตรี ดูแลอยู่ก็มีการดําเนินการ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการละเมิดสิทธิเดิม ในจังหวัดอํานาจเจริญซึ่งเคยนําเรื่องเข้าสู่สภานี้แล้ว หรือเรื่องกรณีของชาติพันธุ์ซึ่งก็มี ประเด็นที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้เช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนเรื่องนี้เพื่อให้ความมั่นใจกับ สภาผู้แทนราษฎรว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ส่งเรื่องมายัง

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านรัฐมนตรีนะครับ คือมันเป็นวาระที่รับฟังรายงาน ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ เกี่ยวข้องกับตรงนี้ อย่างไรก็ขอให้ช่วยกระชับด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ถึงแม้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงแต่ท่านรัฐมนตรีก็จะต้อง ประสานงาน เพราะเรื่องที่ท่านรับรู้รับทราบก็สามารถชี้แจงพวกเราได้ เพียงแต่ว่า ขอรวบรัดด้วยสักนิดนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมกําลังจะจบด้วยเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากรายงาน เล่มนี้มีการพูดถึงข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในทุกกรณีนะครับ ดังนั้นการรายงานต่อสภาว่า รัฐบาลได้ดําเนินการอะไรไปนี่ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องรายงาน เพียงแต่ก็เข้าใจครับ ว่าเวลาของสภาก็ต้องใช้อย่างเป็นประโยชน์ ผมอยากจะเรียนในขั้นตอนในเรื่อง ตอนสุดท้ายนี้ว่ามีการพาดพิงในประเด็นที่อภิปรายถึงรัฐบาลอยู่หลายกรณี แต่ผมคง ไม่จําเป็นจะต้องชี้แจงในทุกกรณี เพียงแต่ยืนยันว่ากรณีที่ไปกล่าวหาเรื่องของที่มา ของรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องซึ่งกระทบพาดพิงถึงรัฐบาลและถึงหลายองค์กรอย่างที่เรียกว่า มีการพูดหลายครั้งและอาจทําให้เกิดความเสียหาย เช่นประเด็นที่บอกว่าขณะนี้ประเทศ ไม่ได้ปกครองโดยอํานาจของประชาชนหรือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่มีกลุ่มคนที่อยู่ นอกเหนือระบบมาเป็นผู้บงการบ้าง มีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารต่าง ๆ บ้าง ผมก็เรียน ท่านประธานในตอนสุดท้ายนี้ว่ายังยืนยันนะครับว่าระบบประชาธิปไตยของเราอํานาจ เป็นของปวงชนชาวไทยนั้นยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ เราเลือกนายกรัฐมนตรีโดยกระบวนการ ประชาธิปไตยในรัฐสภาแห่งนี้ มีการถ่ายทอดสดถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ได้รับทราบ อันนี้เป็นประเด็นสําคัญและจะเกี่ยวโยงมาถึงการทําหน้าที่ขององค์กรทุกฝ่าย รวมถึงสภานิติบัญญัติแห่งนี้ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอสั้น ๆ ยกมือกันเยอะเลยนะครับ ขอสั้น ๆ นะครับ เริ่มจากคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ แล้วก็คุณวุฒิพงศ์ ฉายแสง แล้วก็มาคุณเจะอามิง โตะตาหยง คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน วัชระ เพชรทอง อาจารย์พีรพันธุ์ยกมือก่อนนะครับ อาจารย์พีรพันธุ์ แล้วก็มาวัชระ เพชรทอง เพราะอาจารย์พีรพันธุ์ยกมือมาตั้งแต่รอบแรกแล้วนะครับ ขอสั้น ๆ นะครับ คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเคารพในการทําหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็ชื่นชม ในการทํางานครับ แต่ขอนิดหนึ่งครับแล้วแต่ดุลยพินิจของท่านประธาน คือผมก็รอจน หมดการถ่ายทอด ขอให้ท่านประธานอยู่ที่วินิจฉัยของท่านนะครับ คือคณะกรรมการ ท่านหนึ่งผมว่าแต่งกายมาสภาไม่ค่อยเรียบร้อยในความเห็นของผม ก็ฝากท่านประธาน ผมเคารพในการทํางาน การแต่งกายเป็นส่วนหนึ่ง แต่การให้เกียรติสถานที่ก็เป็น อีกส่วนหนึ่ง ก็ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ก็แล้วแต่ท่านประธานจะให้ความเห็นนะครับ ผมเห็นว่าถ้าเกิดแบบนี้บ่อย ๆ อาจจะดูไม่เหมาะนัก ด้วยความเคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องไม่ได้มากมาย แต่ก็ต้องขอความกรุณาครั้งต่อไปขอด้วยนะครับ คุณชาดาครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ขออนุญาตครับ ไม่ได้ประท้วงนะครับ ท่านประธานพูดคํานี้ไม่ได้ คราวหน้าผมมาประชุมผมจะไม่ผูกเนคไท (Necktie) แล้วก็ ไม่ติดกระดุมคอ และผมว่ามันจะไม่ถูกนะครับ เรียนด้วยความเคารพ ผมเคารพ คณะกรรมการทุกท่าน แล้วผมเคารพในการทํางาน แต่นี่เป็นเรื่องของสถานที่และสถาบัน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งประเทศไทย เป็นสภาของประชาชนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้เข้าใจนะครับถ้าหากว่าเป็นเพื่อนสมาชิกพวกเราทราบข้อบังคับดี แต่บุคคลภายนอก บางครั้งท่านอาจจะไม่เข้าใจข้อบังคับ แต่ครั้งต่อไปก็ต้องขอความกรุณาด้วย คุณเจะอามิงสั้น ๆ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ต้องขอประทานอภัยท่านประธานในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพูดถึงตอนที่ชี้แจง กรณีของภาคใต้ เอ่ยถึงผมว่าไม่อยู่ในห้องประชุม ที่จริงผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าผมอยู่ในห้องประชุม เมื่อสักครู่พอดีมีคณะซึ่งมาจากภาคใต้ มาพบผมที่ห้องรับรองข้างล่าง ผมต้องไปข้างล่าง ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงว่า ผมอยู่ในห้องประชุมนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะเสียหายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวุฒิพงศ์ ฉายแสง ครับ

นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ผม วุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยครับ จากที่ผมฟังมาตั้งแต่เช้าก็คือว่าหลาย ๆ คนในพรรค ของผมพูดเกี่ยวกับเรื่องการมาล้อมสภา ซึ่งการรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รายงานไม่ตรงกับความเป็นจริง ปัญหาก็คือว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิมพ์ออกมา ๕,๐๐๐ เล่ม แล้วกรรมการไม่ได้ตอบเลยว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ถ้าออกไปสู่ภายนอกจะเป็ นผลเสียต่อความเป็ นจริง เพราะเนื่องจากว่าพวกผม โดนเอาชีวิต ผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครอยู่ในนี้สักคน เพราะวอล์คเอาท์ (Walkout) วันนั้นไม่เข้าร่วม ผมอยู่ในเหตุการณ์แล้วผมก็แอบไปฟัง เขาตลอดว่าใครพูดอย่างไร ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์อยู่ประมาณ ๑๐ กว่าคนตรงประตู ทางราชวิถี รูปร่างแบบทหารฝึกมาพร้อมเรียบร้อยบอกว่าเดี๋ยว เขารู้ด้วยว่าไฟสํารองเรา จะหมดกี่โมง มืดหมด หกโมงเย็นจะเข้ามาฆ่าพวกมึงพูดอย่างนี้เลย พูดเป็นเรื่องเป็นราว ผมอยู่ในเหตุการณ์ผมก็ว่าไม่ไหวอย่างนี้ไม่ไหว แล้วพวกตํารวจติดตามผมก็เลยให้ พวกผมคณะรัฐมนตรีปี นออกไปที่วังก่อน พอไปที่วังแล้วปรากฏว่าหลังจากนั้น สลายการชุมนุมแล้วเราก็เดินออกไปผ่านสวนดุสิต ปรากฏว่าผ่านไปแล้วสักระยะหนึ่ง ตํารวจติดตามรายงานมาอีกว่ามีการวางระเบิดที่หน้าสวนดุสิต ปรากฏว่ามันไม่ระเบิด ตอนช่วงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินออกไป เรื่องแบบนี้ต้องรู้แล้ว ถ้าไม่เชื่อพวกผม หลาย ๆ ประเด็นเดี๋ยวลองไปถามสมาชิกวุฒิสภาดู แต่สมาชิกวุฒิสภาสายแต่งตั้งนะครับ ถ้าหากแต่งตั้งเขาจะเป็นสายเดียวกัน ต้องมาจากเลือกตั้งเขาจะพูดในแนวอย่างนี้ทั้งนั้น เพราะว่าวันนั้นหลังจากที่หนีออกไปด้วยกันไปเจอสมาชิกวุฒิสภาหลายคนที่โรงแรม โรงแรมหนึ่ง เขาก็บ่นว่าไม่น่าจะเป็นถึงขนาดนี้ประเทศไทย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องฟังคนที่หนีตายไม่ใช่ว่าเรื่องเล่น ๆ นะครับ เขามาเอาชีวิตจริง ๆ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยู่ในเหตุการณ์เลยไม่รู้เรื่องหรอกครับว่าเป็นอย่างนี้ ผมพูดเพื่ออะไร เพื่อให้ความจริง มันปรากฏแล้วก็ให้รู้ ส่วนคนที่มาชุมนุมมีหลายคนที่เป็นพลเมืองดี บริสุทธิ์ใจเขาก็มาของเขา แต่จะมีคนบางกลุ่มซึ่งแฝงอยู่ในนั้นซึ่งใช้กําลังเป็นบางคนที่ปนอยู่ในนั้น ต้องยอมรับ ความจริงว่ามีเรื่องนี้จริงนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ผมอ่านรายงานแล้วก็มี ข้อสังเกตนิดเดียวท่านประธานครับ ผมทราบตั้งแต่เช้าว่ารายงานนี้ เรื่องรายงานเรื่อง สถานการณ์การเมืองจะเป็นเรื่องที่ร้อนแรงมากคืออ่านดูแล้วส่วนตัวก็เห็นด้วยกับหลายท่าน ว่าข้อเท็จจริงมันยังไม่จบ แล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มารายงานว่า เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ข้อมูลยังมีอีกเยอะเลยครับ จนวันนี้หลายเรื่องมันยังสรุปลงไม่ได้ พอท่านมาสรุปอย่างนี้แล้วทําให้หลายคนเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังดีที่รายงาน ปีก่อนโน้น ผมอ่านแล้วก็รู้ว่าตัวกรรมการบางท่านลําเอียงแล้วเอาทัศนคติส่วนตัวมาใส่ เป็นรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ถ้าจะมีรายงานกันต่อไป เรื่องเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในการชุมนุมเรื่องทางการเมือง ขอให้ระมัดระวังหน่อย ถ้ามันยัง ไม่ยุติอย่ารายงานเข้ามาเลย เพราะว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหากันมากมายเกิดขึ้น มีด้านดี บางเรื่องผมดูในรายงานผมดีใจที่เห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลุกขึ้นมาเสนอ รัฐบาลว่าการที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินบ่อย ๆ ท่านบอกว่ามันกําลังละเมิด สิทธิมนุษยชนนะ เห็นไหมครับ ก่อนนั้นท่านก็บอกว่ากฎหมายว่าด้วย ความมั่นคงในราชอาณาจักร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ไม่ได้เห็นด้วย รัฐบาลอย่ารีบออกเลย แต่มันก็ออกมาแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาท่านคัดค้านเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ดี เวลาท่านคัดค้านแล้วเขาก็ทําอยู่อีกแล้วท่านก็ไปพูดอีก ไหน ๆ เมื่อลุกขึ้นมา ค้านแล้วทําให้มันจบ ทําให้สังคมเขาเห็นความก้าวหน้า ความเอาจริงเอาจังของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปด้วยนะครับ มีเรื่องของการทํางานอยากฝากนิด นะครับว่าอยากจะให้ท่านได้รับความร่วมมือมากขึ้น ท่านอาจจะต้องกําหนดกลยุทธ์ ในการทํางาน ผมดูรายงานเห็นชัดเจนว่าท่านบอกว่าประเภทที่มีการละเมิดกันมากคือ เรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและในเรื่องสิทธิเรื่องทรัพย์สินเหนือที่ดิน ถ้าท่านจับ ๒ เรื่องนี้ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างจริงจังท่านจะได้รับการสนับสนุนจากคน เป็นจํานวนมาก ดีกว่าจะไปเอาเรื่องของการเมืองซึ่งมันยังหาข้อเท็จจริงยากและเสี่ยงต่อ การทํางานของท่านด้วย แม้กระทั่งเรื่องสุดท้าย ดูในหน้าสุดท้ายของรายงาน ท่านก็บอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองยังดูแลคนของตัวเองยังไม่ได้ก็คือ มีการละเมิดสิทธิคนทํางาน ท่านบอกว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานก็คือลูกจ้างชั่วคราวและ ลูกจ้างตามระเบียบพัสดุหรือลูกจ้างรับทําของ คนเหล่านี้ทํางานอยู่กับท่านจนบัดนี้ยังไม่มี สวัสดิการ ไม่มีเยอะเลย ผมเห็นหลายคนที่ทํางานราชการเป็นลูกจ้างมา ๔ ปี ๕ ปี อยู่อย่างนี้ ไหน ๆ ท่านบอกว่าก็คนของท่านเองท่านยังดูแลไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเริ่ม ดีไหมครับ ดูแลคนตัวเองนี้ก่อน เอาคนผู้ที่เขาเดือดร้อนนี้จริง ๆ เสียก่อน ช่วยกันอย่างนี้ ผมคิดว่าท่านจะได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้นถ้าทํางานกันอย่างนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลืออีก ๔ ท่าน ขอรวบรัดด้วยนะครับ คุณวัชระ เพชรทอง และต่อไปคุณพิเชษฐ์

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตอภิปรายสั้น ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องก็คือว่าท่านประธานครับ มีบางท่านก็บอกว่าในเหตุการณ์เดือนเมษายนนั้นทหารยิงประชาชนตายถึง ๕ ศพ ที่ดินแดง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องสอบ ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไรและถ้ามีการยิงตาย ๕ ศพจริงต้องมีชื่อ นามสกุลผู้ตาย แต่ปรากฏ ข้อเท็จจริงว่าทั้งสื่อมวลชน ทั้งช่างภาพการเมือง สถานีโทรทัศน์ วิทยุทุกแห่งรายงาน ตรงกันว่าไม่มีพี่น้องประชาชนตายแม้แต่คนเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น การกล่าวหาว่าทหารยิงพี่น้องประชาชนตาย ๕ ศพที่ดินแดงไม่เป็ นความจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนในกรณีที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญโจร ผมอยากกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็ นรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านการลงประชามติจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศแล้วประกาศใช้ ถ้ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญโจรพวกเราที่นั่งอยู่ทั้งหมดในที่นี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญโจรหรือเรียกว่าเป็นลูกโจรก็ว่าได้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ เพราะกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมายและเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้ามีการกล่าวหาในลักษณะเช่นนี้ผมเห็นว่า ไม่เป็นธรรมแก่รัฐธรรมนูญและถ้าผมไม่ลุกขึ้นมาพูด ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนั้น พูดไม่ได้ แต่ ส.ส. นั้นพูดได้ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าไม่เป็นธรรมกับรัฐธรรมนูญ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ ขอให้พูดถึงเรื่องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ และส่วนที่เกี่ยวข้องอีก ๒ เรื่องสั้น ๆ ครับท่านประธาน ซึ่งมีการกล่าวหาพี่น้องกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผมอยากใช้สิทธิสั้น ๆ ก็คือว่าพี่น้องเหล่านั้นมา ชุมนุมโดยสงบและต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ได้ต้องการที่จะมาเข่นฆ่าผู้หนึ่งผู้ใด และที่อยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือว่าการท้วงติง ของเพื่อนสมาชิกที่บอกว่ารายงานที่ท่านทํามานั้นมีความเท็จหรือไม่เป็นความจริง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทําข้อเท็จจริงทั้งหลายทั้งปวงให้ปรากฏอย่าให้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจากพรรคใดในสภาแห่งนี้ท้วงติงได้ว่ารายงานของ ท่านนั้นเป็นเท็จ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะทําให้พี่น้องประชาชนไม่มีความเชื่อถือ ในรายงานของท่าน เพราะฉะนั้นการรายงานของท่านในปีหน้าจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าได้โปรดทํารายงาน ให้รอบคอบอย่าให้เพื่อนสมาชิกได้ท้วงติงในจุดนี้ได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้นั่งฟังตั้งแต่ช่วงตอนเที่ยงมาจนถึงตอนนี้ ในรายงานฉบับนี้คือกล่าวแล้วก็บันทึกเหตุการณ์ไม่ถูกต้องหลายจุด ผมยกตัวอย่าง โดยเฉพาะที่กล่าวว่ามีการยิงระเบิดแก๊สนํ้าตาออกจากภายในรัฐสภา ผมอยู่ในเหตุการณ์ จนนาทีสุดท้าย จนต้องปีนรั้วออกไปทางพระราชวัง ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติที่เคารพ ในเมื่อการบันทึกเล่มนี้พิมพ์ ๕,๐๐๐ เล่ม แล้วเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ของชาติ ผมคิดว่าท่านน่าจะไปหาข้อเท็จจริงแล้วก็มาทําบันทึกใหม่ วันนี้เราเห็นชอบด้วย ที่กิจกรรมต่าง ๆ ที่ท่านได้นําเสนอแต่ผมไม่อยากให้เอกสารฉบับนี้ผ่านออกไปแบบผิด ๆ ผมอยากให้ท่านเก็บเอกสารฉบับนี้ไปพิมพ์ใหม่ อันไหนที่ข้อความไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอให้ท่านเอาออกไป เราอยู่ในรัฐสภา ในสถานการณ์ ส.ส. ๒๐๐-๓๐๐ คนอยู่ในนี้ ไม่มีใครยิงแก๊สนํ้าตาออกจากรัฐสภา แล้วท่านมาบันทึกแบบนี้คนที่อยู่ในรัฐสภา โดยเฉพาะ ส.ส. และเจ้าหน้าที่เสียหาย ผมอยากให้ท่านเก็บเอกสารเหล่านี้กลับคืนไปทํา มาใหม่ ผมเห็นใจท่านครับว่ารับตําแหน่งหน้าที่มา ๗ เดือน แต่รายงานฉบับนี้ ท่านไม่ได้ทํา แต่ท่านนํามารายงานท่านก็ถูกด่าฟรีต้องขอโทษด้วย ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะทําบันทึกรายงานเสนอในปีหน้าคือของปี ๒๕๕๒ ท่านได้กรุณาดูรายละเอียด เกี่ยวกับการสลายการชุมนุมวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ ด้วย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จะต้องมีในรายงานของท่านในปี หน้าด้วย เพราะว่าสิ่งที่เรานํามาเสนอในรัฐสภา ก็ยังไม่มีการตอบสนอง ท่านลองไปดูสิ รถบรรทุกแก๊ส ๒ คัน รถ ขสมก. ๕๒ คันที่เอามา ปิดถนนแล้วก็เผา วันนี้จับใครไม่ได้เลย จะบอกเสื้อแดงเอามา แล้วมีไหนล่ะครับ วันนี้ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงก็จับใครไม่ได้เลย ไม่น่าเชื่อนะครับ ผมก็จะถามต่อไปขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วยดูด้วย ในฐานะที่ท่าน อยู่มา ๗ เดือน อนาคตของท่านท่านจะต้องทํางานต่อ ขอฝากท่านว่าขอให้มีจิตสาธารณะ จิตสาธารณะคือจิตความเป็นกุศล จิตที่บริสุทธิ์ คนถึงจะยอมรับในคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทย ขอให้ท่านมีความเป็นกลาง วันนี้ประเทศ แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ท่านมีส่วนที่จะทําให้ประเทศชาติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กลับมาสมานฉันท์ได้ ขอให้ท่านมี ความเป็นกลาง ตรวจสอบทุกแง่ทุกมุม ทั้งหลายฝ่าย ขอฝากท่านว่าอย่าเป็นทาสของใคร ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรณี ๗ ตุลาคม กับ ๑๓ เมษายน ไม่ต้องอภิปรายแล้วนะครับ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ต้องขออนุญาต ที่จะต้องอธิบายเรื่อง ๗ ตุลาคมนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าสมาชิกบางท่านก็พูดว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ในวันนั้นเราไม่ได้เข้าประชุมสภาครับ แต่เราไปดูการถ่ายทอดของการถ่ายทอดโทรทัศน์ที่พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่รัฐบาล ได้แถลงนโยบายเสร็จแล้ว การประชุมที่พรรคก็เลิก มีสมาชิกหลายคนมาดูเหตุการณ์ ที่หน้าสภา ผมเป็นหนึ่งครับที่อยู่นอกสภาในช่วงบ่ายของวันที่ ๗ ตุลาคม ผมอยู่ประมาณ เป็นชั่วโมงนะครับ แล้วก็โดนยิงด้วยแก๊สนํ้าตา ผมเข้าใจว่าในช่วงบ่ายนั้นคงไม่ใช่ระเบิด เพราะว่าไม่ได้เห็นมีผู้บาดเจ็บในขณะนั้น แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก็ต้องยอมรับนะครับ ว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและมีคนบาดเจ็บจํานวนมาก ผมยืนยันต่อท่านประธานไปที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่าในขณะที่ผมอยู่ผมไม่ได้ยินคําว่า ฆ่ามัน ๆ ผมไม่ได้ยินแต่อย่างใด แล้วผมเชื่อว่าถ้ามีเสียงอย่างนั้นหรือมีกิริยาอย่างนั้นจะต้องมี สื่อมวลชนบางค่าย บางโทรทัศน์ต้องบันทึกภาพได้ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าผู้ที่มาชุมนุม ในขณะนั้นมาชุมนุมมือเปล่า เป็นการชุมนุมที่ไม่มีความรุนแรงและเป็นการชุมนุม เรียกร้องตามปกติเท่านั้นเอง พวกเขาไม่ได้มีความประสงค์ที่อยากจะทําร้ายคนที่อยู่ ด้านในนะครับ พวกเขาไม่สามารถที่จะมาอธิบายในสภานี้ได้หรอกครับ เพราะเขาไม่ได้อยู่ในที่นี้ แต่ผมขอมองในสิ่งที่ผมเห็นเท่าที่ผมเห็นในขณะนั้นที่บริเวณนอกสภา กรณีที่มีหลายคน ก็กล่าวอ้างว่ามีการใช้อาวุธมีอะไรต่าง ๆ นั้น ผมก็ฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติให้ดูว่าอาจจะมีผู้ที่แฝงตัวเข้ามาก็เป็นไปได้ที่จะสร้างสถานการณ์ให้มันรุนแรงขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมถ้าหากว่าเขามีอาวุธจริงเขาก็คงยิงตอบโต้ตลอดเวลา แต่ว่านั่นไม่ใช่ เพราะเท่าที่ผมทราบก็คือว่ามันไม่มีการยิงตอบโต้หรือว่าไม่มีการใช้อาวุธต่าง ๆ ตามมา ส่วนที่ผมอยากจะฝากต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อไปในการรายงาน ในปี หน้าก็คือ ถ้าหากว่าท่านจะดูนะครับเหตุการณ์ที่มีการคุกคามสิทธิมนุษยชน หลายครั้งก็เกิดขึ้น อย่างเช่น เหตุการณ์รุนแรงในการประชุมอาเซียนที่พัทยาอย่างนี้เป็นต้น เหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยที่มีการทุบรถของรองนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลสําคัญของ รัฐบาล อย่างคุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ซึ่งท่านก็ได้รับบาดเจ็บหนักทีเดียว นี่ก็เป็นการคุกคาม สิทธิมนุษยชนอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งการชุมนุมประท้วงอื่น ๆ อย่างเช่นการใช้อย่างที่ สมาชิกหลายคนว่า มีการยึดรถก๊าซ ทําไมไม่ถามคนที่ดินแดงบ้างล่ะครับว่า เขาถูก คุกคามสิทธิมนุษยชนบ้างหรือเปล่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนั้น ผมก็อยากให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ช่วยตรวจสอบดูในทุกมุมทุกด้าน แล้วก็ยืนยันว่า อยากให้ท่านทําเรื่องนี้ให้กระจ่างจริง ๆ เพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องมาพูดโดยความเชื่อ หรือว่าฟังต่อ ๆ กันมา แล้วก็มาบอกว่าเรื่องนั้นเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ สุดท้ายผมฝาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าให้ท่านได้ช่วยทําการอบรมไปยังทุกคนทุกกลุ่ม ให้เข้าใจถึงสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง แล้วก็เลิกพูดโกหกต่อสังคมได้แล้วครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนอย่างนี้เท่าที่ฟังต่างฝ่ายก็ต่างความคิดเห็น แต่ความจริงมันก็ต้องถูกพิสูจน์ ประชาชนเขาจะรู้ดี ขอท่านสุดท้ายคุณฐิติมา ฉายแสง

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานดิฉันจะไม่อภิปราย แต่จะถามคําถามไปยังท่านประธานว่า ในฐานะ ที่ท่านขณะนี้ทําหน้าที่ประธานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ และมีรายงานผลการปฏิบัติงานมา ซึ่ง ส.ส. หลายคนก็นําเสนออยู่แล้วว่ามันขาดความเป็นจริงมากมายและดิฉันเองก็เป็น ผู้หนึ่งที่ไม่ยอมรับในรายงานฉบับนี้ บอกไปตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะฉะนั้นใน ๕,๐๐๐ ฉบับนี้ เราต้องหาทางออกค่ะท่านประธาน ต้องหาทางออกว่าท่านจะให้ทําอย่างไร เป็นการแก้ไข ในเนื้อหาสาระ หรือจะต้องกําจัดเล่มนี้ทิ้งแล้วทําขึ้นมาใหม่อย่างไรบ้าง ฝากถึง ท่านประธานเองเลย ดิฉันจะไม่พูดกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มา เพราะว่ารู้สึกไร้ประโยชน์ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคณะกรรมการไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะครับ เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ผลการดําเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประจําปี ๒๕๕๑ เรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ท่านกรรมการคือท่านนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ท่านรักษาราชการแทน เลขาธิการ ท่านประนูญ สุวรรณภักดี ขอขอบคุณมากครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ เรียนเชิญท่านได้เลยครับ เป็นเรื่องสภาหารือกัน เรื่องอื่นแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญเลยครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ที่จริง ผมตั้งใจจะหารือไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าเรื่องเพื่อทราบ แต่อาจจะขัดข้องเนื่องจากยกมือแล้ว ท่านที่ทําหน้าที่ประธานสภาขณะนั้นไม่ได้เห็น เรื่องที่ผมอยากจะหารือกับ ท่านประธานสภาได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด และเมื่อภาคบ่ายวันนี้ก็ได้มีโอกาส หารือกับท่านวิทยา ประธานวิปฝ่ายค้านด้วย ก็คือเรื่องกรอบเวลาของการประชุมสภา ซึ่งเข้าใจว่าเราประชุมวันนี้เราก็จะเกิดความรู้สึกเหมือนกันว่าเราไม่แน่ใจว่าเราประชุมไป เราจะเลิกกันกี่โมงแน่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราทําหน้าที่ในสภาในช่วงหลัง ๒๐ ปีมานี้ เรารู้เวลาเริ่มต้นว่าเราจะเริ่มประชุมเวลาบ่ายโมงครึ่ง แต่ถึงเวลาเลิกใครก็ไม่สามารถ กําหนดได้ว่าจะไปเลิกกี่โมง วันไหนที่รัฐบาลคิดจะเร่งเราอาจจะสปีด (Speed) ไปถึง เที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง แล้ววันไหนไม่เร่งเราอาจจะเลิกเร็ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เพื่อให้วิถีการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีโอกาสเข้ากรอบ เข้าระบบมากขึ้น ก็อยากจะหารือท่านประธานสภากับเพื่อนสมาชิกทั้งหมด ถ้าไม่เป็ นการขัดข้อง ผมอยากเสนอให้การประชุมสภาของเรามีเวลาเริ่มต้นที่แน่นอนทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี แล้วก็มีเวลาจบแน่นอน ครบเวลา หารือกับท่านประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง ๓๕ คณะ แล้วก็มีการกําหนด กรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะเริ่มเมื่อไร ถ้าหากว่าเห็นว่าเมื่อเช้าตกลงกันว่าจะเริ่มทันที อาทิตย์หน้า ทางฝ่ำยค้านเองคิดว่ายังไม่เป็ นเวลาอันสมควร ควรจะมีการหารือ ให้ชัดเจน เพื่อให้ได้กรอบเวลาว่าถ้าจะเริ่มเดือนหน้าหรือเดือนต่อไป แล้วก็จะมีผลกระทบ มากน้อยต่อการทําหน้าที่ในสภามากเพียงใด นอกจากนั้นท่านประธานครับ ถ้าหากว่า มีการกําหนดเวลาเป๊ ะ ๆ โดยเฉพาะเวลาปิด การออกกฎหมายหรือว่าการพิจารณา ข้อราชการต่าง ๆ ซึ่งเป็ นเหตุจําเป็ นเร่งด่วน ก็อาจจะทําได้ยากแล้วก็จะทําให้ กฎหมายต่าง ๆ เดินไปได้ล่าช้า ก็จะขอฝากท่านประธานในที่ประชุมได้หารือกับทาง สมาชิกแล้วก็รับฟังท่านสมาชิกอื่น ๆ ด้วยว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกยังขัดข้องนะครับ ผมก็คิดว่าผมจะขออนุญาตถอนไปนะครับ เผื่อเพื่อน สมาชิกจะได้หารือกันก่อน นัดหน้าถ้าพร้อมกันแล้วค่อยหารือกันใหม่ครับ ขออนุญาต ถอนข้อหารือครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ เมื่อเช้าก็ได้พูดคุยกันทุกแง่ทุกมุม รวมถึงการประชุม คณะกรรมาธิการ เราก็อยากให้คณะกรรมาธิการได้ไปประชุมในวันจันทร์ วันอังคาร หรือ วันศุกร์ การทํางานของสภาในวันพุธ วันพฤหัสบดี ทําวันละ ๘ ชั่วโมง ซึ่งก็เข้ากับ มาตรฐานของแรงงาน ก็ได้พูดคุยครับ บางครั้งสมมุติวันพุธเมื่อ ๑๗.๐๐ นาฬิกาแล้ว การอภิปรายพระราชบัญญัติดูแล้วจะต่อเนื่องไปอีกยาวเราก็จะปิ ดกันประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา หรือ ๑๘.๐๐ นาฬิกาไม่เกินนั้น แต่อย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานวิป ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าจะถอนเรื่องไป ก็ขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายไปพูดคุยกันให้ชัดเจนกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ คุณพิเชษฐ์มีความคิดเห็นหรือครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ไหน ๆ ท่านหารือแล้วนะครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่พนักงานประจํา ไม่ใช่พนักงานบริษัท แต่เราอาสาประชาชนมาทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ เราจะ มาทํางานเช้าชามเย็นชามไม่ได้ ปัญหาเร่งด่วนมากมาย ร่างพระราชบัญญัติก็มากมาย ดังนั้นผมขอฝากในที่ประชุมนะครับ ตั้งแต่มีสภามาไม่มีใครมาจํากัดเวลาเลิก เลิกตามภาระ ตามวาระ ตามความเหมาะสมที่ประธานเห็นชอบว่าสมควรจะเลิก การประชุม ถ้าขืนว่าท่านจะมากําหนดเวลาเลิกนี่ผมจะตั้งฉายาท่านวิปรัฐบาลใหม่ ว่าเป็นประธานวิปหลังยาว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณาอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์กัน คือเรื่องนี้เพื่อต้องการให้เกิดประสิทธิภาพ ในการประชุมอย่างเต็มที่เราก็ได้หารือกันด้วยเหตุด้วยผล อยากจะขอให้พวกเราพูดคุยกัน ด้วยเหตุด้วยผล

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ถอนคําพูดเรื่องประธานวิปหลังยาวใช่ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้พูดทําให้ประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ของผม เสียหายเป็นอย่างยิ่ง เพราะกล่าวหาว่าท่านประธานของผมนั้นเป็นอย่างนั้น ซึ่งผมจะ ไม่เอ่ย แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้เพื่อนสมาชิกได้ถอนคําพูดดังกล่าว ออกไปเสีย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวัชระไม่ประท้วงผมก็กําลังจะพูดให้ถอนคําพูด ขอคุณพิเชษฐ์ถอนคําพูดด้วยครับ แล้วผมได้ชี้แจงเมื่อเช้าเราได้พูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลว่าทําอย่างไรการประชุม สภาผู้แทนราษฎรของเราจึงจะออกมาภาพลักษณ์ดีแล้วมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่ว่า พอ ๑๗.๐๐ นาฬิกาเป๊ งต้องเลิก ไม่ใช่นะครับ ประธานก็จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า สมมุติร่างพระราชบัญญัติยังไม่จบ อย่างใกล้จะจบแล้วเหลืออีกสักชั่วโมง ชั่วโมงกว่า ๆ ก็เลื่อนไปได้ตามความเหมาะสม ขอเชิญคุณพิเชษฐ์ถอนนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย คือถ้าหลังสั้นก็คือตัวสั้น ๆ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอให้คุณพิเชษฐ์ถอนคําพูดเถอะครับ มันเป็นการเสียดสีนะครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ สภาแห่งนี้ไม่มีกําหนดเวลาหยุด แล้วแต่ประธานที่ประชุมจะเห็นสมควร ท่านไม่สามารถ ที่จะมาครอบงําอยู่เหนือประธานรัฐสภาได้ ถ้าตอนนี้ท่านยังไม่ปฏิบัติ ถ้าคิดว่า ผมกล่าวหาว่าท่านประธานวิปคนใหม่หลังยาว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอให้คุณพิเชษฐ์ถอนคําพูดเถอะครับ ขอความกรุณาถอนเถอะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ถ้ามันไม่สุภาพหรือว่ามันผิด ผมก็ขอถอนเพื่อท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องเรียนสมาชิกอย่างนี้ครับ เราหารือกันเพื่อประสิทธิภาพของสภาของเรา เพราะฉะนั้น ทุกฝ่ายก็ขอให้พูดด้วยเหตุด้วยผล คุณผ่องศรี แล้วก็ขอดอกเตอร์พีรพันธุ์ เชิญคุณผ่องศรี ก่อนครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ถ้าหากได้ฟังท่านประธานวิปรัฐบาล ได้เสนอเหตุผลในตอนต้นท่านก็ได้พูดชัดเจนว่าเพื่อให้การทําหน้าที่ของสมาชิกนั้นเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็รู้เวลาแน่นอนของการเริ่มต้นแล้วก็การสิ้นสุดภารกิจ แล้วก็ เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเป็น ส.ส. ใหม่ แต่ว่า ก็ได้ถามข้อมูลจากท่านสมาชิกรุ่นก่อน ๆ บอกว่าสมัยก่อนสภาผู้แทนราษฎรนั้น ประชุมไม่เคยมีสถิติว่าสภาล่มหรือว่าสมาชิกขาดการประชุม เหตุหนึ่งก็เป็นการวิเคราะห์ว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ไม่ครบองค์ประชุมนั้น เพราะว่าสมาชิกไม่รู้เวลาเลิก ที่แน่นอน มาเริ่มต้นแล้วบางท่านก็อาจจะมีภารกิจนัดหมายในช่วงเย็น การที่เรามีกําหนด ระยะเวลาที่แน่นอนก็จะทําให้สมาชิกได้จัดการตารางการทํางานได้ถูกต้อง แล้วก็การที่ เราเลิกห้าโมงเย็น ไม่ได้หมายความว่าเราจะกินเวลาไปเพราะว่าของเดิมเราก็เริ่ม สิบเอ็ดโมงเช้าหรือว่าเริ่มบ่ายโมงครึ่ง แต่ว่าการที่เลิกห้าโมงเย็นก็คือเลื่อนให้เช้าขึ้น เพราะฉะนั้นช่วงเวลาของการทํางานก็เป็นไปเหมือนเดิม และถ้าหากว่ามีวาระที่สําคัญ ก็สามารถเกิน ๑๗.๐๐ นาฬิกาได้ โดยเฉพาะถ้าหากมีการประชุมนัดพิเศษ เช่น อภิปราย งบประมาณ หรือว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจก็อาจจะกําหนดได้แล้วแต่ตามที่สภาจะเห็นชอบ แต่ว่าถ้าเป็นวาระปกติก็เป็นข้อเสนอเท่านั้นเองที่อยากจะขอฟังความเห็นว่าทําอย่างไร ให้สมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่าให้พวกเราได้อยู่กันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อให้การทํางาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ขอกราบเรียนค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนเพิ่มเติมสักนิดนะครับ ท่านประธานชัยท่านบอกว่าตอนสมัยที่ท่านเป็นประธาน วิปรัฐบาล สมัยหลายปีนานมาแล้ว เคยมีการนัดประชุม ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วก็เลิก ประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกาแบบนี้ ก็เป็นข้อมูลให้พวกเราได้ทราบ ขอคุณสถาพร แล้วก็ อาจารย์ประกอบ ท่านทวีวัฒน์ แล้วก็คุณพีรพันธุ์ก็แล้วกัน เอาแค่นี้สั้น ๆ ครับ คงหารือกัน ด้วยเหตุผลนะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน กระผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต ประสิทธิภาพของการประชุมสภา ท่านประธานสภาเป็นส่วนสําคัญที่ทําให้การประชุมนั้น มีประสิทธิภาพหรือไม่ กรณีเพื่อนสมาชิกเวลาอภิปรายข้อกฎหมาย ถ้าเพื่อนสมาชิก หลายคนอภิปรายในประเด็นวนเวียนซํ้าซาก ชอบที่ท่านประธานจะได้ตัดบทให้กับสมาชิก เหล่านั้นไป ระยะเวลามันก็จะกระชั้นขึ้น และขณะเดียวกันการอยู่ในสภาก็จะดูไม่วนเวียน ซํ้าซาก ก็จะมีประเด็นใหม่ ๆ เข้ามา แต่ถ้าประเด็นไหนที่มันซํ้ากันท่านประธานก็ได้โปรด บริหารจัดการประเด็นเหล่านั้นนะครับ ผมเห็นว่าบางครั้งการอภิปรายที่สมาชิก กฎหมาย บางฉบับที่จริงประเด็นมันไม่ได้มากมาย เพราะเป็นขั้นรับหลักการ แต่ขณะที่ประธาน อยู่บนบัลลังก์ก็ปล่อยให้อภิปรายกันไปอย่างสนุกสนานไปเรื่อยนะครับ อันนี้ผมสังเกต มาหลายครั้งแล้วก็ฝากทางท่านประธาน ส่วนที่ ๒ เรื่องของเวลา ผมนําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังประธานวิปรัฐบาลว่าชอบที่จะเรียกประชุม ขอประชุมร่วมคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ซึ่งอย่างน้อยจะได้เห็นว่าประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะจะเข้าบริหาร จัดการเวลาที่พวกเราเห็นว่าในช่วงไหนที่ควรจะเหมาะสมอย่างไร และขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานเองก็ควรที่จะดูความอ่อนล้าของเพื่อนสมาชิกด้วยว่าบางทีการประชุม ระยะเวลานานมันก็ไม่มีประสิทธิภาพ หรือสั้นไปก็ไม่มีประสิทธิภาพ ผมเห็นว่ามันอยู่ที่ การบริหารจัดการในอารมณ์ของสภา ณ วันนั้น ๆ เป็นหลักนะครับ ผมนําเรียนเสนอ ท่านประธานผ่านแค่นี้ละครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์ประกอบครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมค่อนข้างที่จะเห็นด้วยกับท่านประธานวิปรัฐบาลที่กําหนด กรอบเวลาให้มีความชัดเจนนะครับ ผมเรียนว่าถ้าเกิดว่าเพื่อนสมาชิกและผู้ที่ทําหน้าที่ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบเวลาที่แน่นอนเราสามารถที่จะบริหารจัดการได้ ผมคิดว่าถ้าเรารู้กรอบเวลาที่ชัดเจนนั้นประสิทธิภาพในการประชุมเกิดขึ้นแน่นอนครับ

ประการที่ ๑ ท่านประธานเองต้องรู้ ทันทีนะครับว่าเมื่อถึงเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา เลิก เพราะฉะนั้นท่านก็สามารถจะมีกรอบจัดกรอบเวลาได้ เพื่อที่จะเอา กฎหมายหรือเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เข้าสู่วาระสภาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๒ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าเขาทราบเวลา ที่ชัดเจน เวลาเริ่มเท่าไร แล้วก็เลิกเวลาเท่าไร เขาสามารถที่จะนัดหมายเวลาที่ไปเกี่ยวข้อง กับพี่น้องประชาชน งานในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีมาก และใน กรอบเวลา ๘ ชั่วโมงผมคิดว่ามันเป็นหลักสากลก็สามารถที่จะทําได้ ขณะนี้ที่เรากําหนด ๑๑.๓๐ นาฬิกาเป็นต้นไปในวันพุธ แล้วก็ ๑๓.๓๐ นาฬิกาในวันพฤหัสบดี ท่านประธาน ลองนึกดูสิครับก็ไม่เกิน ๘ ชั่วโมงเราก็ต้องเลิก ทีนี้ถ้ากําหนด ๘ ชั่วโมงผมคิดว่า ได้ประสิทธิภาพมากครับ ได้งานมาก เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตสนับสนุนท่านประธาน วิปรัฐบาลนะครับที่กําหนดเวลา กรอบที่แน่นอน ผมคิดว่าเป็ นประโยชน์มาก ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเองก็เห็นด้วยนะครับ แต่ขอฟังเสียงทุกท่านก่อนนะครับ ขอดอกเตอร์พีรพันธุ์กับ คุณทวีวัฒน์ หรือไม่ท่านประธานวิปอาจจะขอหารืออีกทีนะครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

คือท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ คือผมถอนแล้วนะครับ และผมคิดว่าก็คงจะยุติได้ วันหลังสมองดี ๆ ปัญญาดี ๆ ค่อยมาหารือกันครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คงไม่ต้องหารือต่อนะครับ เดี๋ยวประธานค่อยไปนัดประชุม ประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ แต่ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะว่าหลังจาก ๑๗.๐๐ นาฬิกาในวันพฤหัสบดีแล้วแต่ละท่านก็จะไปปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่าง ๆ ได้ ผมว่า เรื่องนี้คงไม่ต้องพูดแล้วกระมังก็จะได้ปิดการประชุมเลยนะครับ เนื่องจากว่าเราอภิปราย กันมาเป็นเวลาพอสมควรครับ ขอปิดประชุมนะครับ ขอบคุณครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๔๕ นาฬิกา