มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ หารือเรื่องรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เข้าใจผิดและขาดข้อเท็จจริง โดยกล่าวถึงการยึดอำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในปี 2549 และการบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจที่บุคคลระดับนี้ได้ทํารายงานอย่างนี้ที่ขาดข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายครบทุกด้านเอามาเสนอต่อสภาแล้วยังทํานองว่าพิมพ์ตั้ง ๕,๐๐๐ ฉบับ หมายความว่าจะเอาไปเผยแพร่ต่อประชาชนอีก ท่านประธานครับ ชื่อของคณะกรรมการชุดนี้ก็บอกว่าเป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ ปกป้ องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย แต่ว่าท่านทําหน้าที่ไม่สมชื่อเลยครับ ดังเหตุผลที่ผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ท่านประธานครับ สิทธิในการใช้อํานาจอธิปไตยเป็นสิทธิยิ่งใหญ่กว่าสิทธิใด ๆ ที่ปวงชนชาวไทยจะพึงมี เพราะนั่นหมายความถึงสิทธิในการออกกฎหมาย สิทธิ ในการบริหารราชการแผ่นดิน สิทธิในการที่จะกําหนดให้ผู้พิพากษาตุลาการซึ่งไปทํา หน้าที่เป็นศาลพิจารณาพิพากษาคดีอย่างไร และรวมถึงสิทธิที่จะปกป้ องสิทธิในชีวิต ร่างกาย สิทธิในการปกป้ องชื่อเสียงเกียรติยศแล้วก็สิทธิในการปกป้ องทรัพย์สิน เห็นไหมครับท่านประธาน เป็ นสิทธิที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ แต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ มีคณะข้าราชการที่เรียกกันว่า เป็นอํามาตย์ ประกอบด้วยนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้บัญชาการ ๓ เหล่าทัพได้พากันยกกําลังของกองทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพ เข้ายึดอํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ซึ่งกระผมถือว่าเป็นอํานาจของพระมหากษัตริย์ อํานาจของปวงชนชาวไทยและโดยเฉพาะอํานาจของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาลในขณะนั้นด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้พูดถึงการถูกรอนสิทธิ การถูกโต้แย้งสิทธิ การทําลายสิทธิเหล่านี้เลย เห็นไหมครับท่านประธาน เขาไม่ได้บอกเลยว่าการยึดอํานาจ การปกครองนั้นตามประมวลกฎหมายอาญาถือว่าเป็นกบฏมีโทษถึงประหารชีวิต แล้วการเป็นกบฏก็ภาษากฎหมายอาญาอีกแหละ เรียกว่าเป็นโจร จึงได้ชื่อว่าเป็นโจรกบฏ เมื่อโจรยึดอํานาจไปได้แล้ว ท่านประธานครับ เขามีคําสั่งให้ระงับการใช้รัฐธรรมนูญของ ปวงชนชาวไทย แล้วก็ไปบัญญัติรัฐธรรมนูญของโจรขึ้นใช้เอง ที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ที่กระผมบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญของโจร ผมมีเหตุผลที่จะอธิบายให้ท่านประธาน แล้วก็คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฟังว่าท่านดูสิครับ ดูมาตราเดียวพอครับ ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูหรือเปล่า ดูมาตรา ๓๐๙ บัญญัติไว้ว่าอย่างไรครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่ เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๓๐๙ ซ่อนอะไรอยู่ รู้ ไหมครับท่านประธาน ในมาตรา ๓๐๙ นั้น บอกว่าอ้างรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๙ (ฉบับชั่วคราว) มาตรา ๓๗ บัญญัติไว้เลยนะครับว่า การกระทําที่เป็นกบฏ ปฏิวัติ รัฐประหาร ที่คณะนายทหารที่ยึดอํานาจของพระมหากษัตริย์ ของปวงชนชาวไทย และของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณนั้นไม่เป็นความผิด เห็นไหมครับ แล้วที่ทําแล้ว ไม่ผิด ผู้ที่ช่วยเหลือก็ไม่ผิด และจะทําต่อไปก็ไม่ผิด นี่อย่างไรครับเป็นรัฐธรรมนูญ ที่เปิดช่องไว้ว่าคราวหน้าฉันก็จะยึดอํานาจ ฉันก็จะเป็นกบฏ ฉันก็จะเป็นโจรยึดอํานาจ ของปวงชนชาวไทยอีก ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูไปถึง มาตรานี้หรือไม่ แล้วอย่างนี้ท่านยังจะยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญของปวงชนชาวไทยอีกหรือ ใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ แค่นี้ผมก็มองลึกเข้าไปถึงสติปัญญาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติทุกคนแล้วว่าคิดอะไร ท่านดูอะไร ในรายงานฉบับนี้ท่านไม่ได้ตําหนิติติงพวกโจร กบฏยึดอํานาจของพระมหากษัตริย์ ของปวงชนชาวไทยเลยแม้แต่คําเดียว คําแนะนํา ต่าง ๆ ที่แนะนําก็มาแนะนําพวกเราซึ่งถูกปล้นอํานาจ แล้วเราก็ออกไปใช้สิทธิในฐานะ เป็นผู้เสียหาย เมื่อกี้ท่านประธานก็ถูกเพื่อนสมาชิกต่อว่าหาว่าเป็นแกนนําไปบุกบ้าน พลเอก เปรม ท่านประธานไม่อธิบายผมจะขออนุญาตอธิบายแทนสักนิดหนึ่งว่า