สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

อมรา พงศาพิชญ์ แสดงรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหารือเรื่องการสืบสวนกรณีการละเมิดสิทธิของบุคคล รวมถึงการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกฝ่ายในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรียนท่านประธาน ดิฉัน อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันขอบคุณองค์ประชุมที่กรุณารับรายงานของเราและเปิดโอกาสให้เราได้มานําเสนอ ในวันนี้ ดิฉันต้องเรียนว่า เรารับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ และรายงานฉบับนี้เป็ นรายงานที่อยู่ในกรอบเวลาของเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึง เดือนกันยายน ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่บางท่านอภิปรายหรือว่าตั้งคําถามเป็นเรื่องที่ อยู่นอกกรอบเวลาที่กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นเราคงไม่จําเป็นต้องตอบหรือว่าพิจารณา ทุกเรื่อง และรายงานฉบับนี้เป็นผลงานของคณะกรรมการชุดแรก ของเราเป็นกรรมการ ชุดที่ ๒ อย่างไรก็ตามดิฉันก็กราบขอบพระคุณข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านได้นําเสนอมา แล้วก็มีหลายเรื่องที่มีประโยชน์ แล้วก็รวมทั้งข้อเสนอแนะในการปรับปรุงงานให้ดีขึ้น และ การทํารายงานสําหรับปีหน้าด้วย รายงานฉบับนี้เป็นรายงานสถานการณ์ ณ วันที่เขียน และ ณ วันที่ตีพิมพ์ เรื่องหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ยังไม่เสร็จ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการ เพราะฉะนั้นเราจึงรายงานเท่าที่สถานการณ์เกิดขึ้น คําถามหลายคําถามถามว่า แล้วหลังจากที่ท่านเขียนรายงานเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเรียนว่าในการทํารายงานนั้น มันมีขั้นตอน เมื่อเรื่องเข้ามาเราก็กลั่นกรองแยกกลุ่ม แยกประเภท และพิจารณาว่า เป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิเราจึงเข้าไปสู่ กระบวนการตรวจสอบ ในช่วงของกระบวนการตรวจสอบก็มีความก้าวหน้า เพราะฉะนั้น ในรายงานฉบับนี้เรื่องบางเรื่องอยู่ในขั้นของการตรวจสอบ ได้ข้อยุติในเบื้องต้น สิ่งที่จะต้องทําต่อไปก็คือหลังจากตรวจสอบแล้วหาข้อยุติว่าบางเรื่องต้องส่งไปให้ หน่วยงานบางหน่วยงานดําเนินการ บางเรื่องเราไกล่เกลี่ย บางเรื่องเราพยายามหาข้อยุติ แล้วก็เยียวยา เพราะฉะนั้นมันมีหลายรูปแบบ สิ่งที่ท่านถามหลาย ๆ เรื่องเป็นเรื่อง การถามถึงขั้นตอนถัดไป คือขั้นตอนของการติดตาม ดิฉันอยากตอบรวม ๆ ว่า ในกระบวนการทํางาน เมื่อเราส่งเรื่องไปให้หน่วยงานรับผิดชอบต่อ เป็นต้นว่ากรมที่ดิน หรือกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานอื่นแล้ว เราก็ให้ระยะเวลาช่วงหนึ่งเพื่อให้ หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นได้ดําเนินการต่อ และหลังจากนั้นเราติดตาม การติดตามนั้น ก็แน่นอนใช้เวลา บางครั้งเราเขียนจดหมาย เราขอร้องให้หน่วยงานดําเนินกิจการต่อ เราก็ติดตามถามไปว่าสิ่งที่เราขอให้ท่านดําเนินการนั้นไปถึงไหน ถ้าไม่ได้รับคําตอบ หรือว่าปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่าหน่วยงานนั้น ๆ ไม่ทํา หรือปฏิเสธที่จะดูแลเรื่องการละเมิดสิทธิ เราก็จะทําเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็จะสั่งการต่อไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ๒๕๔๒ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่รัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๕๐ ให้อํานาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่า เราพบว่าเราได้มอบหมายให้หน่วยงานทํางานต่อแล้วหรือว่าเราได้ร้องเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วเหตุการณ์ยังไม่คืบหน้า เราอาจจะกลับมาพิจารณาดูว่าเราจะส่ง เรื่องฟ้ องศาลหรือไม่ อันนี้เป็นอํานาจหน้าที่ใหม่นะคะ แต่จะทําได้ก็ต่อเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ของเราซึ่งท่านก็คงจะให้ความกรุณาวินิจฉัยให้เรา ในโอกาสหน้า ถ้า พ.ร.บ. ฉบับใหม่เสร็จเราก็จะสามารถดําเนินการตรงนั้นได้เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นในเรื่องของกระบวนการทํางานและเรื่องของการติดตามที่หลายท่านถาม ดิฉันก็อยากเรียนว่า เราต้องติดตามความก้าวหน้าของเรื่องที่เรามอบหมายหน่วยงานต่าง ๆ ไป บางเรื่องที่ท่านถามเราสามารถตอบท่านได้เดี๋ยวมีคําตอบ บางเรื่องยังอยู่ในขั้นของ การดําเนินงาน

ในเรื่องที่ดิฉันอยากจะตอบบ้างก็คือว่า คําถามแรกเกี่ยวกับแอลราด (LRAD) เครื่องขยายเสียง คือสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ (Triump) มาฟ้ องว่าตํารวจใช้ แอลราด อันนี้เป็นคําถามแรกที่มีมา เราศึกษาเรื่องนี้อยู่จะเรียนให้ทราบว่าเราศึกษา เรื่องนี้อยู่ เราเชิญตํารวจมาให้ข้อมูลแล้วเราก็คุยกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เรื่องนี้อยู่ใน กระบวนการ

ข้อเสนอแนะของท่านในเรื่องของการศึกษากฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติว่า มีการละเมิดสิทธิแค่ไหน เรื่องนี้เรารับว่าอยู่ในแผนงานที่เราจะต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม อีกเรื่องที่จะต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมซึ่งมีท่านเสนอแนะมาก็คือเรื่องของการตระหนัก รู้เรื่องสิทธิมนุษยชน การเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน หรือที่เรียกรวม ๆ ว่า สิทธิมนุษยชนศึกษานั้น เราใช้หลาย ๆ รูปแบบ รวมทั้งรูปแบบของการสร้างเครือข่ายด้าน สิทธิมนุษยชนเพื่อเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนร่วมกัน ส่วนการประเมินการตระหนักรู้นั้น ยังไม่ได้ทํา แล้วคงจะเป็นเรื่องที่จะต้องทําในอนาคต แต่ว่าเรียนว่าไม่ง่าย เทคนิควิธีของ การวัดเรื่องของการตระหนักรู้ยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนากันต่อ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคํานึงถึงอยู่

ในเรื่องคําถามเกี่ยวกับกรณีบางกรณี ดิฉันขอไปที่จังหวัดภูเก็ต ที่จังหวัด ภูเก็ตกรณีแหลมตุ๊กแกหรือว่าที่เกาะสิเหร่ ดิฉันเองได้ไปมาเหมือนกัน และในขณะนี้ คําตอบก็คือว่า กรมที่ดินกําลังพิจารณาเรื่องสิทธิของชาวบ้านและกําลังตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ดําเนินการอยู่ โดยตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศ เรื่องที่ดินหลาย ๆ เรื่อง อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศ เรื่องยังอยู่ในกระบวนการ ยังไม่สิ้นสุด หรือที่ปากบางนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ได้ร่วมกับกรมที่ดินเพิกถอน โฉนดที่สาธารณะ แล้วก็ดําเนินการรื้อถอนบางส่วนแล้ว และแจ้งให้ที่ดินจังหวัดภูเก็ต ดําเนินการต่อเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ดําเนินการอยู่ ก็เรียนว่ามันต้องติดตาม เรื่องของ การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่จบง่าย ๆ แม้เมื่อทําไปถึงขั้นหนึ่งแล้วจากนั้น ๖ เดือน ต้องตามต่อ

เรื่องสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะเรียนตอบก็คือเรื่องภาคใต้ ซึ่งท่าน ส.ส. จังหวัด นราธิวาสไม่อยู่แล้ว แต่ว่ารายงานสถานการณ์ประจําปีที่เราทํานี่เราทําทุกปี แล้วเรื่อง บางเรื่องไม่จบก็มีทุกปี เรื่องภาคใต้เราได้รายงานไปครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๔๗ และครั้งที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๕๑ เราก็เลือกที่จะไม่รายงานเพราะเรารายงาน ไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๐ แต่ดิฉันอยากจะเรียนว่า เรื่องภาคใต้นั้นเราให้ความสําคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการชุดนี้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็คงจะมองเรื่องภาคใต้เป็นเรื่อง ของการละเมิดสิทธิที่สําคัญ และเราคงจะติดตามต่อ ตอนนี้เราตั้งคณะทํางานขึ้นมาแล้ว ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาแล้วเราจะดูในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ทั้งกรณีกรือเซะ ตากใบและที่บ้านไอปาแย ดูเรื่องกระบวนการเยียวยา ดูเรื่องสิทธิมนุษยชนศึกษาในกรณีภาคใต้ว่าควรจะมีรูปแบบแตกต่างกันไปจากที่อื่น หรือไม่ และเรื่องของการละเมิดสิทธิด้านการใช้ทรัพยากร ดิฉันคงขอเรียนเร็ว ๆ เท่านี้ เพื่อว่าท่านจะได้ใช้เวลาในเรื่องอื่นต่อไป ขอบพระคุณค่ะ