สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

อานิก อัมระนันทน์ หารือเรื่องการครอบงำของปตท. ในการขายก๊าซธรรมชาติ และเรียกร้องการปรับปรุงกฎระเบียบในการขายก๊าซธรรมชาติเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่จริงจัง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการผูกขาดของบริษัทปตท. ในการผลิตไฟฟ้า และเรียกร้องการการปฏิรูปในระบบการค้าขายก๊าซธรรมชาติ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ขอเรียนถามเพิ่มเติมคือในส่วนของก๊าซธรรมชาติ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดิฉันจะรอดูกฎหมายที่กําลังจะเข้า แต่ในส่วนของ กระทรวงพลังงานขออนุญาตถามเพิ่มเติมคือถึงแม้ว่าการถือหุ้นของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ในโรงกลั่นต่าง ๆ จะเป็นไปตามตัวเลขที่ท่านว่า จริง ๆ แล้วปัญหาของ การครอบงํามันยังมีอยู่ได้คือคงจะเรียกว่าเป็นคล้าย ๆ การฮั้วมากกว่า แล้วตัวเลขจริง ๆ ถ้านับสัดส่วนเขาก็มีประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่คํานวณอีก ๒ โรงที่เขาไม่มีหุ้น การที่เขามีหุ้นถึง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีความสามารถที่จะแต่งตั้งผู้บริหารได้ ของบริษัท ไทยออยล์ แล้วอีก ๒ เจ้าคือ ไออาร์พีซีกับอะโรเมติกส์ ก็มี ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ในเชิงธุรกิจแบบภาษาชาวบ้านก็ขออนุญาตเรียกว่าเป็นการฮั้วได้ แล้วการที่เรามีกําลังกลั่นเยอะเกินความต้องการในประเทศ แทนที่ประชาชนในประเทศ ส่วนใหญ่จะได้ราคาที่เป็นราคาเทียบกับราคาส่งออก ถ้าเผื่อไม่มีการแข่งขันที่จริงจังก็จะ ไม่ได้ราคาส่งออกจะกลายเป็นราคาที่คล้าย ๆ เท่า ๆ กับราคานําเข้า อาจจะมีส่วนลดบ้างนิดหน่อย เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่ามันยังไม่เป็ นการแข่งขันที่จริงจัง อยากจะให้ดูว่า จะสามารถที่จะปรับปรุงตรงนี้ได้ไหม ในส่วนของกฎ ระเบียบเกี่ยวกับการขาย ก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ถึงแม้จะมีกฎ ระเบียบออกมาแล้ว แต่ว่าในทางปฏิบัติดิฉันได้พบ พูดคุยกับฝ่ายอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ทั้งด้านผลิตไฟฟ้ำแล้วก็อุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็พบว่า สัญญามีความไม่เป็นธรรม อาจจะไม่ได้ผิดกฎ ระเบียบโดยตรง ซึ่งแปลว่ากฎ ระเบียบ อาจจะไม่รัดกุมพอ ความไม่เป็นธรรมก็อย่างเช่น สเปก (Spec) ของก๊าซที่จะขายให้ โรงไฟฟ้ำกว้างมากเลย ในขณะที่โรงไฟฟ้ำเขาจะต้องมีเครื่องจักรที่ทํางานกับสเปกที่แคบ กว่านั้น แล้วก็วันดีคืนดี ปตท. ก็อาจจะเปลี่ยนสเปกได้ ทําให้เขาเดือดร้อนแล้วก็ทําให้ ต้นทุนเขาสูงขึ้น ในหลายกรณีก็มีการส่งผ่านค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่มีความกดดันที่ ปตท. จะต้องลดต้นทุน กรณีที่เด่นที่สุดก็จะเป็ นเรื่องการที่นํ้าท่วมที่จังหวัดกาญจนบุรี จากเขื่อนศรีนครินทร์ เพราะว่าต้องผลิตไฟฟ้ำกะทันหัน เมื่อเดือนสิงหาคมในปีที่แล้ว ๒๕๕๒ ซึ่ง ปตท. เขาโอเค (OK) เดิมจะมีการซ่อมบํารุงท่อก๊าซในบงกชที่อยู่ในอ่าวไทย แต่ก็เกิดอุบัติเหตุว่าในพม่าเกิดมีปัญหาทําให้ขาดแคลนกะทันหัน แต่ว่าปรากฏว่า ผลกระทบก็คือ กฟผ. ต้องเป็นผู้รับหมดเพราะว่าเขาผ่านส่งต่อ ปตท. ไม่ได้รับผิดชอบ อะไรในส่วนนี้ มาถึง กฟผ. ก็คือมาที่ค่าไฟฟ้ำมาสู่ประชาชนนั่นเอง คือในระบบที่เป็นอยู่ ไม่มีแรงกระตุ้น ไม่มีกลไกที่จะกระตุ้นให้เขาพยายามประหยัดต้นทุนหรือพยายาม สร้างประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แล้วก็ในส่วนปิ โตรเคมีซึ่งเป็ นผู้ที่รับสินค้าจากของ ฝ่ายโรงแยกก๊าซ ก็ปรากฏว่ามีการขายราคาที่ไม่เป็นธรรม คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ดี ๆ หน่อยเขาก็จะไปขายบริษัทในเครือ ในราคาที่เรียกว่าราคาถูก เพราะเป็นราคาที่ เขาเรียกว่าราคาเนตแบค (Netback) คือผู้ที่รับซื้อไปเขาก็จะมีกําไรเสมอเลย ในขณะที่ เวลาที่เอาผลิตภัณฑ์ที่ด้อยกว่ามาขายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ำก็จะขายในราคาที่แพงกว่า ก็เป็น ความไม่เป็นธรรมที่ฝ่ายภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมเขาเรียกร้องมานะคะ

ประการที่เกี่ยวกับการแข่งขันในเรื่องของการผลิตไฟฟ้ำ ทั้ง ๆ ที่ ปตท. เป็นผู้ที่มีก๊าซธรรมชาติอยู่ในมือ ดูเผิน ๆ ดิฉันเองก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะว่า เนื่องจากว่ากฎเกณฑ์ของการกํากับดูแลไม่ค่อยรัดกุม เขาสามารถที่จะเลือกให้ เลือกปฏิบัติแบ่งจัดสรรก๊าซธรรมชาติเวลาที่ขาดแคลนให้กับบริษัทในเครือได้ มันก็ ไม่เป็นธรรมกับบริษัทอื่น เพราะว่าสัญญาค่อนข้างจะหลวมไม่เป็นธรรม เพราะว่าสัญญา เขาเป็นผู้ผูกขาด คนอื่นจะมาต่อรองให้สัญญารัดกุมไม่ได้ ไม่เหมือนในการแข่งขันที่เสรี เวลาจะตั้งโรงงานใหม่บริษัทในเครือของเขาก็จะได้เปรียบกว่าเพราะว่าจะรู้เรื่องข้อมูล อาจจะมีการวางท่อไปในทิศทางที่เป็ นประโยชน์ การให้สัญญา เทค ออร์ เปย์ (Take or pay) ก็ให้จัดสรรให้กับบริษัทในเครือก่อน ก็จะเรียนว่าตรงนี้มันจะเป็นความที่ ไม่เป็นธรรม ไม่เสรีแล้วก็จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้ำของประชาชน

ประการสุดท้ายที่จะเรียนถามเพิ่มเติมก็คือท่านรัฐมนตรีพยายามชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วระบบก๊าซธรรมชาติ การค้าขาย การส่งก๊าซธรรมชาติเป็นระบบที่เสรีอยู่แล้ว ในเนื้อกฎหมายเผิน ๆ อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าความเป็นจริงในเชิงเศรษฐศาสตร์เขา เรียกว่าเป็นแนชเชอรัล โมโนโพลี (Natural monopoly) ที่เราเรียกกันว่าเป็นการผูกขาด โดยธรรมชาตินะคะ ก็คือว่าเนื่องจากต้นทุนการสร้างท่อแก๊สนี่สูงมาก ๆ ถึงแม้จะบอกว่าใครสร้างก็ได้ก็คงไม่มี ใครอยากมาสร้าง ถึงได้มีการคิดกันหรือว่าในต่างประเทศที่เขาทํากันก็คือให้บุคคลอื่น มีสิทธิเข้ามาใช้ได้ ทีนี้กฎหมายอนุญาตแล้วแต่ปรากฏว่า ปตท. ยังไม่ได้เปิดที่จะให้คนมา ทําได้จริง ในทางปฏิบัติอาจจะต้องรบกวนเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า อาจจะต้องไปดูในภาคการปฏิบัติสามารถทําได้จริงหรือไม่ ก็เรียนถามเพิ่มเติมแค่นี้ ขอบพระคุณค่ะ