สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน อภิปรายเรื่องการชุมนุมที่สงบหรือไม่สงบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาคดีและสอบสวนอย่างรอบคอบ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กระผมขอเสนอข้อคิดเห็นและอภิปรายเสนอ ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานสภาดังต่อไปนี้นะครับ จากที่ผมได้อ่านรายงานการศึกษาของท่านในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ซึ่งผมสนใจอยู่ ก็คือเรื่องการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษาไปแล้ว ในกรณีที่เป็นการชุมนุมของ นปก. และการชุมนุมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สิ่งที่เราน่าจะต้องมาพิจารณาคือการชุมนุมโดยสงบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ และ ขณะนี้การชุมนุมนี้นั้นก็พัวพันมาจนถึงในวาระปัจจุบันนี้ ซึ่งทางรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ของรัฐไปปฏิบัตินั้นชอบหรือไม่ชอบ และควรจะดําเนินการแก้ไขอย่างไร แต่สิ่งที่ผ่านมา พอดีมีท่านชวลิตได้ให้ข้อคิดเห็น ในวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรในการที่ปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมนั้น สิ่งที่ปรากฏในหลักฐานต่าง ๆ ในรายงานนั้นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ละเอียดแล้วก็รู้สึกว่า ไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ไม่ใช่ของชุดนี้ เป็นชุดที่รักษาการ และถ้าพิจารณาโดยอํานาจหน้าที่ก็ได้วินิจฉัยไปแล้วว่าไม่มีอํานาจที่จะกระทําได้ด้วย สิ่งที่ปรากฏก็คือการกระทําคราวนี้เป็นการกระทําผิดของผู้ชุมนุมต่ออาญาต่อแผ่นดิน เป็นการชุมนุมที่กระทําต่อฝ่ายบริหารและต่อรัฐสภา ถ้าพิจารณาตามประมวลกฎหมาย อาญาแล้วเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๓ เป็นความผิดฐานกบฏ ซึ่งจะพิจารณาแล้ว การกระทําโดยการเตรียมการก็ตามการพยายามกระทําผิดก็ตาม หรือการกระทํา ความผิดสําเร็จก็ตาม เจ้าพนักงานสามารถที่จะทําการป้ องกันและปราบปรามไปได้โดย อํานาจแห่งกฎหมาย ส่วนจะชอบว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่เพียงใดนั้นน่าจะต้องศึกษากันนะครับ ที่จะเห็นชัดเจนว่า คราวนี้สงบหรือไม่สงบ ท่านไปดูห้องประชุมรับรองหน้าทางด้านทิศตะวันออกของ สภาผู้แทนราษฎรกระสุนปืนยังฝังอยู่ในกระจกยังไม่ได้แก้ไขด้วยนะครับ ถ้าอยากจะดู ให้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปดูด้วยนะครับ สิ่งที่ผมว่านี่ก็คือ หมายความว่าการสอบสวนต้องให้ความเป็นธรรม การสอบสวนหรือการสืบสวนแสวงหา ข้อเท็จจริงไม่ว่าพนักงานสอบสวนก็ตาม ไม่ว่าพนักงานอัยการ ไม่ว่าศาลก็ตามจะต้องทํา การพิจารณาคดีด้วยการค้นหาความจริง ไม่ใช่ฟังแล้วลวก ๆ แล้วเสนอ อย่างนั้นต่อไปให้ พิจารณาโดยรอบคอบ ฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปด้วยนะครับ ถ้าหากการพิจารณาไม่รอบคอบ วินิจฉัยไปแล้วสิ่งที่จะพึ่งพาก็คือคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐทําถูกต้องหรือไม่ ศาลตัดสินคดีถูกต้องหรือไม่ ก็มีสิทธิในการให้ข้อเสนอ แม้แต่องค์กรอิสระต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญถ้าทําไม่ถูกต้อง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีสิทธิที่จะให้ข้อเสนอแนะทั้งข้อกฎหมายและ ข้อเท็จจริง ก็ฝากท่านไปในครั้งนี้ด้วย สิ่งที่จะฝากไปในข้างหน้าซึ่งท่านจะต้องรายงาน ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๒ ซึ่งจะต้องเสนอต่อไปในอนาคตนี้ครับ ผมก็ฝากไว้ในกรณี น่าจะต้องศึกษาก็คือการชุมนุมในวันสงกรานต์เมื่อปีที่แล้ว เมื่อปี ๒๕๕๒ เหตุเกิดที่ ทําเนียบรัฐบาล เหตุเกิดที่พัทยา เหตุเกิดที่ดินแดง กรณีการไปชุมนุมและเกิดเหตุที่พัทยานั้น การไปชุมนุม ไปเรียกร้องความสงบซึ่งโดยกลุ่มบุคคลน่าจะเรียกว่ากลุ่มเสื้อแดงไปทํา รัฐบาลใช้อํานาจในการป้ องกันและปราบปราม และการดําเนินคดีโดยฉับพลัน เจ้าหน้าที่ จับผู้ที่ชุมนุมประท้วงดําเนินคดี สอบสวนไม่กี่วันเบ็ดเสร็จส่งฟ้ องไปแล้วอยู่ในการ ดําเนินคดีของศาล ผมก็ฝากข้อคิดข้อหนึ่งก็คือในวันที่ ๑๓ หรือในวันสงกรานต์นั้น การปราบปรามหรือการสลายการชุมนุมผู้ก่อความไม่สงบนั้นปรากฏได้ประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ประกาศภาวะฉุกเฉินให้อํานาจ ผบ. สูงสุดเป็นผู้อํานวยการในการรักษา ความสงบครั้งนั้น การสลายการชุมนุมถ้าจะพิจารณาดูว่าที่ดินแดงนะครับ ที่ดินแดง ท่านจะเห็นเลยว่าเช้ามืดที่ดินแดงมีกําลังทหารเข้ามาดําเนินการสลายการชุมนุม ไม่พูด พรํ่าทําเพลงครับใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปยังกลุ่มชน อ้างว่าเป็นลูกซ้อม แต่สิ่งที่ปรากฏ ได้เกิดขึ้นก็คือในสถานการณ์ขณะนั้นไม่ใช่เฉพาะที่ดินแดง มีผู้ถึงแก่ความตายถึง ๕ คน มีผู้บาดเจ็บถึง ๒๒ คน ขณะเดียวกันพอมาชุมนุม ในการสลายการชุมนุมที่ ทําเนียบรัฐบาลท่านใช้วิธีการละมุนละม่อมไม่เลือดตกยางออกแต่ประการใดครับ จริงอยู่ให้อํานาจทหารมาดําเนินการในการจัดการในภาวะฉุกเฉิน พ.ร.บ. ฉุกเฉินนั้น ให้ทหารมีอํานาจหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจ ให้เป็นตํารวจนะครับ ไม่ได้ให้อํานาจใด ๆ ที่ท่านจะไปใช้อาวุธปืนไปยิงยังกลุ่มชน เรื่องนี้เคยมีเหตุเกิดขึ้น เมื่อสมัยปี ๒๕๓๕ สมัยรัฐบาลของท่านสุจินดา คราประยูร การใช้กําลังทหารในการ ปราบปราม ใช้อาวุธสงครามยิงเข้าไปยังกลุ่มชน หลังจากเหตุเกิดขึ้นคณะกรรมการสอบสวน ได้สอบสวนหาสาเหตุแล้วว่าการสลายการชุมนุมนั้นห้ามมิให้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปยัง กลุ่มชน ให้ใช้แก๊สนํ้าตาแทน ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติให้ข้าราชการตํารวจดําเนินการในวันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ อย่างนั้นให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ช่วยพิจารณา ด้วยนะครับ ช่วยได้ ตรวจสอบว่าถึงแม้ จะใช้ ภาวะฉุกเฉินก็ตาม ใช้ ภาวะ พ.ร.บ. ความมั่นคง ใช้ภาวะกฎอัยการศึกก็ตาม อํานาจใด ๆ ที่ท่านใช้อย่างไรชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตอนนั้นท่านเป็นอะไร ท่านเข้ามาดําเนินการแล้วท่านทํา ในฐานะตํารวจไหม ท่านมาดําเนินการ ท่านดําเนินการในฐานะทหาร ซึ่งใช้กฎอัยการศึกไหม เป็ นอํานาจของท่านหรือไม่ การใช้อํานาจของรัฐบาลก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาล ชอบด้วยวิธีการ ระเบียบแบบแผนการแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มชนโดยสงบหรือไม่ เพียงใดขอฝากในปี ๒๕๕๒ ให้ช่วยได้ตรวจสอบโดยละเอียด แล้วนํารายงานมาเสนอ ที่ประชุมขอได้ค้นหาความจริงออกมาตีแผ่เพื่อแนะนําเสนอให้แก่ภาครัฐ ภาคประชาชน ได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วยนะครับ และขณะเดียวกัน ท่านจะเห็นว่าการดําเนินคดีเดี๋ยวนี้ชาวบ้านบ่นเหลือเกิน พูดกันแล้วทะเลาะกันไม่จบ คือเป็น ๒ มาตรฐาน แต่บางท่านไม่ว่าเป็นสองนะครับ บอกว่าเป็นการไร้มาตรฐาน เอาละครับ ผมยกตัวอย่างว่าที่ท่านจะต้องศึกษาต่อไปอีกในคดีที่สุวรรณภูมิที่มี กลุ่มผู้ชุมนุมไปยึดสนามบินดอนเมือง แล้วขณะเดียวกันไปยึดต่อที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทําให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างร้ายแรงเป็นจํานวนเงินหลายหมื่นล้านบาท เศรษฐกิจทรุดโทรมตลอดมาแก้ไขจนถึงปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ร้ายแรงไปยึดสนามบิน ไปยึด หอการบินนะครับ ถ้าว่ากันโดยเหตุผลแล้ว ถ้าเป็นเรื่องสากลว่าเป็นการกระทําของ โจรก่อการร้ายสากลซึ่งจะต้องดําเนินการตามกฎหมาย เรื่องเหล่านี้เหตุเกิดร้ายแรง อย่างนี้เป็นเวลาปีเศษแล้ว ยังไม่ขยับไปถึงไหนนะครับ การชุมนุมโดยสงบด้วยนะเรื่อง เดียวกันนี่นะครับ ขณะเดียวกันเรื่องที่รัฐสภานี่ก็ยังเดินไม่ไปถึงไหน ไปที่ดอนเมือง ไม่ไปถึงไหน ขณะเดียวกันขยับไปที่สุวรรณภูมิไม่ไปถึงไหนหยุดนิ่ง แล้วก็บอกว่าเป็น เจ้าหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ท่านได้ช่วยกรุณาศึกษาด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็ตาม องค์กรอิสระซึ่งเป็นศาล อัยการก็ตาม เป็นเครื่องมือในการรักษาประโยชน์ รักษา ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองนะครับ ถ้าหากกระบวนการยุติธรรมไม่เป็ นไป ด้วยความรวดเร็ว ยุติธรรมและเป็นธรรมแล้ว มันก็เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นในบ้านเมือง จึงฝากข้อคิดนี้ไว้ว่ารัฐบาลได้พิจารณาตัวเองด้วยว่ามีหน้าที่กํากับดูแล แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ การอภิปรายผมถึงไม่อยากจะพูด รัฐมนตรีหรือรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่ออัยการ ก็ตามต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ตาม มีหน้าที่เร่งรัดให้คดีมันจบไม่ใช่ถ่วงคดีไม่เป็นประโยชน์ ทําไมผมว่าเป็น ๒ มาตรฐาน พอดีมีท่านผู้มีเกียรติพูดถึงเรื่องอําเภอพาน ราษฎรไปชุมนุม โดยสงบไปปิดถนน จับรถบรรทุกรีบสอบสวนโดยเร็วฟ้ องศาลไปแล้วครับ ติดคุกไป ๓ ปี ระหว่างอุทธรณ์ฎีกานี่คือเรื่องที่เห็นชัดเจน หรือแม้แต่คดีที่พัทยาที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์นั้น ก็จับอีกฝ่ายหนึ่งดําเนินคดีฟ้ องศาลไปแล้ว แต่อีกฝ่ายหนึ่งที่ว่ามีปัญหาไม่ได้ดําเนินการ ใด ๆ ก็ฝากไว้ว่าในแนวคิดท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ช่วยพิจารณา ในเรื่องนี้ในเรื่องการเป็น ๒ มาตรฐานก็ตาม ซึ่งมีบางท่านพูดว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ไปยึดที่ บนเขา คดีไม่เป็นไร แต่ชาวบ้านทางปักษ์ใต้ไปทํามาหากินในป่ำสงวนถูกฟ้ องศาล ดําเนินคดี มิหนําซํ้าถูกฟ้ องเงินเป็นล้าน ๆ ให้ชดใช้ทางราชการก็เป็นเรื่องมาตรฐานทั้งนั้น อย่างนั้น จึงขอฝากท่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี ๒๕๕๒ ได้ช่วยให้ ข้อเสนอแนะข้อเท็จจริงที่เป็นจริง และมีการให้ข้อเสนอแนะต่อทางฝ่ายปกครองและ ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการให้ถูกต้องด้วย ขอบพระคุณมากครับ ผมขอฝากไว้เพียงแค่นี้ครับ