วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล พูดเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่วันนี้ได้มา รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่ได้ดําเนินการไปในรอบปีที่ผ่านมา คงต้องยอมรับ ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เป็นองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรซึ่งในต่างประเทศให้ความสําคัญสูงมาก สิ่งใดที่ลิดรอนสิทธิของ ประชาชน ไม่ว่ารัฐ ไม่ว่าองค์กรใด กระทําร้ายหรือเอาเปรียบประชาชนนั้นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน วันนี้ผมอยากจะขออนุญาต เรียนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในฐานะที่วันนี้ท่านมีโอกาสมารับฟัง พวกเราซึ่งเป็ นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่มาจากทั่วประเทศ ภายใต้ระบอบ ประชาธิปไตยนั้นเขาบอกว่าอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จริง ๆ แล้วประชาชน มีสิทธิ มีอํานาจใหญ่ที่สุดภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า วันนี้ มีหลายเรื่องที่ผมเห็นว่าเกรงว่าจะเป็นการเสื่อมต่อศักดิ์และการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าคณะกรรมการของท่านนั้น เป็นคณะกรรมการที่ได้รับการจับตาจ้องมองและเป็นที่คาดที่หวังของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ รวมถึงอาจจะเป็นที่คาดที่หวังไปถึงคนในต่างประเทศด้วย ผมต้องกราบเรียน ความเป็นจริงของประเทศนี้ผ่านการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ และฝากไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าวันนี้ในความเป็นจริงนั้น ท่านตระหนักไหมครับว่าใครคือผู้ปกครองประเทศที่แท้จริง อํานาจที่แท้จริงเป็นของ พี่น้องประชาชนหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ววันนี้ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วก็คือว่าวันนี้ ประเทศไทยนั้นปกครองโดยอํานาจนอกระบบ แทนที่เราบอกว่าเราปกครองโดยระบอบ ประชาธิปไตย แล้ววันดีคืนดีทหารลุกขึ้นมาปฏิวัติ รัฐบาลจะทําอะไรขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เอาแล้วทหารลุกขึ้นมาแล้วจะปฏิวัตินะ จะอย่างนั้นนะ จะอย่างนี้นะ เสร็จแล้ววันนี้ ผมถามว่าความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชนอยู่ที่ไหน รัฐบาลหนึ่งทหารเอาด้วยเต็มที่ อีกรัฐบาลหนึ่งทหารไม่ซัพพอร์ต (Support) ทหารไม่เอาด้วยเลย แม้แต่การตั้งรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ผ่านมานั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงครหาเต็มไปหมดว่า การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นในค่ายทหาร ซึ่งมันบิดเบือนระบอบประชาธิปไตยของบ้านเรา เป็นอย่างยิ่ง ผมต้องถามว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูในสิ่งเหล่านั้น หรือไม่ หรือว่าจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน เราเป็นกรรมการแล้ว เราอยู่ในตําแหน่งที่ได้รับ เลือกตั้งมาแล้ว ได้รับการคัดเลือกมาแล้วก็ปล่อยไปใครอยากทําอะไรก็ทํา ผมเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ใช่ลูกน้องรัฐบาล แต่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีศักดิ์ มีสิทธิ และมีหน้าที่ที่จะต้องกระทําการนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ตามหลักการของอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ผมอยากให้ท่านไปดู วันนี้ ผมไม่อยากให้อํานาจนอกระบบมาครอบงําระบบทั้งบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ครอบงํา หมดทุกระบบ เป็ นจริงหรือไม่เป็ นจริงผมคิดว่าคนไทยเราตระหนักอยู่แก่ใจ เรารู้กันดีว่าเป็นจริงหรือไม่ คําว่า ๒ มาตรฐานวันนี้กระหึ่มไปทั้งประเทศ มันเป็นจริงไหม การตัดสินคดีต่าง ๆ เป็นจริงหรือไม่ ทําไมพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเวลาไปอยู่ในที่ดิน ของวัดโดนจับเต็มไปหมดเลย ทําไมวันนี้พี่น้องประชาชนเกิดความรู้สึก ทําไมเขายายเที่ยงไม่ผิด ทําไมอัยการบอกว่าไปอยู่ไม่ผิด แต่พี่น้องประชาชนไปอยู่ไม่ได้ ผิด ยังดีนะครับกรมป่าไม้ ยังออกมาบอกว่า ต้องออกไป อยู่ไม่ได้ วันนี้ความเท่าเทียม ความเป็นธรรมมันต้องเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย เราถึงจะอยู่กันได้โดยสงบสุข ผมอยากเรียนว่า วันนี้ผมไม่อยากให้เห็นการบิดเบือน หลายสิ่งหลายอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่สําคัญเรื่องของสื่อ จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญก็ระบุ เอาไว้บอกว่าจริง ๆ แล้วบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา การสื่อความหมายโดยวิธีการอื่น การจํากัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย ผมพูด เท่านี้พอ แต่วันนี้ถามจริง ๆ เลยครับ ท่านรู้ไหมครับว่ารัฐบาลแทรกแซงสื่อ ท่านอย่าได้ กํากับเลย ใช้กลวิธี กลเม็ดต่างๆ เข้าไปแทรกแซงสื่อ วันนี้ท่านรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ท่านปฏิเสธได้ แต่ความเป็นจริงในใจรู้อยู่แก่ใจว่าจริงหรือไม่จริง เรารู้ครับปกปิดกันไม่ได้หรอก เป็นลูกผู้ชายจริงต้องกล้ายอมรับต่อสภาว่าอะไรคือความจริง อะไรคือไม่จริง วันนี้ผมก็ ต้องถามท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านตระหนักในสิ่งเหล่านั้นไหม ในวรรคท้ายเขาบอกว่า การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทํามิได้ ใช่ครับ ไม่เขียนว่าอุดหนุน แต่ให้งบประมาณ ไปทํากิจการโน้นทํากิจการนี้ ทําจัดอีเวนท์ (Event) ทําโน่นทํานี่ มันก็ทางอ้อมละครับ ตะแบงไปได้ไหม ก็ตะแบงไปสิ แต่จริง ๆ มันเป็นอย่างไร แต่มันทําให้ระบบ ๒ มาตรฐาน และการบิดเบือนของประเทศนี้มันเกิดขึ้นอย่างไม่เป็ นธรรม ผมอยากเรียนครับ เห็นท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องการสลายการชุมนุม วันที่ ๗ ตุลาคม ผมต้องเรียนนะครับ ผมอ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วต้องเรียนด้วยความเคารพ ว่าไม่สบายใจจริง ๆ เอกสารนี้จะเป็นเอกสารประวัติศาสตร์บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านในฐานะองค์กรกลาง องค์กรตามรัฐธรรมนูญต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าไม่ใช่ว่า ท่านฟังใครร้องเรียนมาแล้วท่านวินิจฉัยตามนั้นไปเลย ในความเป็นจริงวันนั้นผมถามว่า การเข้าแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ และผมถามว่าสภาพความเป็นจริงถามข้าราชการที่อยู่ในสภานี้สิครับ ถามดูสิครับวันนั้นน่ากลัวไหม มีกลุ่มมวลชนเสื้อสีเหลืองมาล้อมรัฐสภาแห่งนี้ เอาระเบิดมา มีอาวุธปืน ยิงตํารวจที่มาอารักขาเกือบเข้าหัวใจเกือบตาย เขย่ารั้ว ฆ่ามัน ๆ ถามพี่น้อง สื่อมวลชนที่อยู่ในสภาแห่งนี้สิครับว่ามันจริงไหม มันน่ากลัวไหม และโดยความเป็นจริง พฤติการณ์อย่างนั้นผิดกฎหมายเป็นกบฏ ขัดขวางต่อกระบวนการนิติบัญญัติเป็นกบฏ แน่นอน เพราะวันนั้นกระบวนการนิติบัญญัติกําลังจะดําเนินการในการให้รัฐบาลรับฟัง การแถลงนโยบายของรัฐบาลประชุมที่รัฐสภาซึ่งถือเป็นองค์กรหลักของประเทศ ระเบิด ที่เอามาแขนขาด ขาขาด ตํารวจหรือครับเอามา ความเป็นจริงเป็นตํารวจหรือครับที่ระเบิด ในรถจี๊ปเชอโรกี ระเบิดทั้งคันของใคร ความเป็นจริงมันเป็นอย่างไร แต่เวลาท่านมาทํา ในรายงานนี้ท่านมีรายงานข้างเดียว แล้วผมถามว่ามาตรฐานอย่างนี้ท่านจะให้สภาแห่งนี้ รับรองรายงานของท่านได้อย่างไร จริง ๆ แล้วผมอยากให้ท่านถอนรายงานกลับไปเอาไป ทําใหม่ ผมอยากให้ท่านดํารงในฐานะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่แท้จริง เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน แล้วอย่าสร้างความผิดหวัง ขอให้ท่านเป็นตาชั่ง ที่เที่ยงธรรม สิทธิใดที่มันลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนที่แท้จริงทําเถอะครับ คนเรา มีอายุมันไม่เกิน ๑๐๐ ปีหรอก ไม่ใช่ลูกน้องใคร ทําให้มันเกิดความสงบในแผ่นดิน ทําให้ ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นที่เชิดหน้าชูตาต่อนานาประเทศ ไม่ใช่เกิด เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา ผมว่ามันน่าละอาย วันนี้ผมต้องเรียนว่า การทํางานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นท่านทํางานในจุดย่อย แต่ท่านไม่ตระหนักถึง ภาพรวมของประเทศ เรื่องใหญ่ ๆ บางเรื่องที่เป็นความขัดแย้งของสังคมท่านก็ปลีกตัวเสีย ถ้าไม่ทํา อย่างเช่นเมื่อเดือนเมษายน ที่เราเรียกว่าสงกรานต์เลือด ผมอภิปรายในสภาแห่งนี้ สุดท้ายมาก็มีคลิป (Clip) เสียง โผล่ออกมาเป็นนายคนคนหนึ่งผมไม่พูดแล้วครับว่าใคร เขาไม่ยอมรับ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไม่รับว่าเป็นเสียงของตัวเอง ไม่รับ แต่ท่านกรรมการครับ ท่านประธานครับ ในเสียงนั้น เป็ นเสียงสั่งการที่ทําให้เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดในเดือนเมษายน เป็นการวางแผน การเตรียมการ การสั่งการ แล้วก่อให้เกิดการเสียเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชน ท่านยังจําได้ไหมครับในนั้นเขียนว่าอะไรบ้าง ผมจะโยงแต่ละถ้อยคําเข้าไปสู่แต่ละ เหตุการณ์ให้ท่านฟังว่าแต่ละคําสั่งที่สั่งไปนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผมก็อยากให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบหน่อยได้ไหม ท่านเป็ นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบหน่อยได้ไหม ท่านไม่ใช่ลูกน้องรัฐบาล วันนี้เราเป็นครึ่ง ข้าราชการ ครึ่งหน่วยงานของรัฐตรวจสอบไม่ได้ เขาไม่กล้า แต่ในฐานะที่ท่านเป็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญผมก็เชื่อมั่นท่าน ผมยังเชื่อมั่นท่านอยู่ว่าท่านจะกระทํา วันนี้ในนามของ สมาชิกของสภาแห่งนี้ก็ร้องเรียนไปยังท่านผ่านการอภิปรายในสภา ตรวจสอบให้ผมหน่อย ท่านจําได้ไหมครับ มันน่าเกลียดมาก เขาบอกว่าผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะได้มีการติดตาม การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และสถานีวิทยุเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมอยู่ในรถยนต์คันที่มีการทําร้ายและท่านที่ดูข่าวก็ทราบว่า ผู้ชุมนุมประกาศถึงขั้นว่าจะจับตัว จะไล่ล่า อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นจริงที่กระทรวงมหาดไทย