สุวโรช พะลัง ชื่นชมรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

สุวโรช พะลัง ชื่นชมรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปี ๒๕๕๑ ที่สะท้อนปัญหาละเมิดสิทธิชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้ติดตามผลคำสั่งนายกรัฐมนตรีต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นาย สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ผมขออนุญาตที่จะชื่นชมในรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในปี ๒๕๕๑ นอกเหนือจากภาพปกที่มีนัยที่สะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ในสังคมปัจจุบันแล้วท่านได้มีการจัดทํารูปเล่มนะครับ มีการแสดงความเห็น หรือความรู้สึกของท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในยุคนั้นสะท้อน ให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งแนวทางและวิธีการในการแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนที่ได้มีอยู่อย่างมากมาย เพราะนี่คือรากฐานและพื้นฐานของการรับรองสิทธิ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เป็ นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่จริงในสังคมไทยแล้วก็มีอยู่มากด้วย และตรงนี้ครับถ้ากลไก กระบวนการศึกษาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้ว เดินไปสู่ช่องทางของการนําไปสู่ผลในการ ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งสิ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเลยครับว่าผลการศึกษาของท่าน มีประโยชน์อย่างมากมาย แล้วก็ในทุกปีท่านจะต้องทํารายงานผลการปฏิบัติการของ องค์กรของท่านต่อรัฐสภา ตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และในปีที่ท่านกําลัง รายงานอยู่ในสภาในขณะนี้ก็เป็นปี ๒๕๕๑ ซึ่งในขณะนั้นต้องยอมรับความเป็นจริงครับ ว่าอยู่ในระหว่างที่สภาวะของบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงจาก สถานการณ์ทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านประธานเองก็อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น ผมก็อยู่ หลาย ๆ คนในที่นี้ก็อยู่กันทั้งสิ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีภาวะของ บ้านเมืองที่คับขัน อยู่ในภาวะที่วิกฤติ แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ยังได้ศึกษาข้อเท็จจริงของสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนําขึ้นมากล่าวในรายงานฉบับนี้ ตั้งแต่หลักการ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ ระเบียบของราชการที่ใช้ บังคับในขณะนั้น ตลอดจนแนวทางและวิธีการในการแก้ไขปัญหาทั้งข้อเท็จจริงตาม ระเบียบตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ และข้อกฎหมายถ้าหากพึงจะมีการปรับปรุงมีการแก้ไข ตรงนี้เป็นประโยชน์อย่างมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า นอกเหนือจากรูปเล่มที่มี เนื้อหาสาระค่อนข้างจะครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อสังคมไทยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมมีประเด็น ที่อยากจะขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในบางประเด็น ในบางประการ แล้วก็เป็นประเด็นที่ ผมคิดว่าอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ผมได้ดูตัวเลขสถิติทางข้อมูลที่ท่านได้ รวบรวมเอาไว้ การถูกละเมิดสิทธิของชุมชนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เกี่ยวกับที่ดิน ถ้ารวมตัวเลขของสภาพปัญหาในปี ๒๕๕๑ คร่าว ๆ ที่ผมรวมตัวเลขได้กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสภาพของการถูกละเมิดสิทธิทั้งสิทธิในชุมชน สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิในที่ดิน ของพี่น้องประชาชน เมื่อสิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษา ได้รวบรวมสภาพปัญหามาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า ผมพยายามที่จะอ่านรายละเอียดในรายงาน ของท่าน แต่ยังไม่ปรากฏ เช่น ในหน้า ๑๔ หน้า ๑๕ ซึ่งท่านก็ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับ ปัญหาเรื่องการจัดการที่ดิน มีอยู่ ๑๙๓ เรื่อง ท่านก็ได้ทําอะไรไปบ้าง แล้วก็ประกอบกับ ในหน้า ๘๕ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นเรื่องของการติดตามการดําเนินการตามมาตรการแก้ไข ปัญหาซึ่งท่านได้เสนอแนะไป ก็มีรายละเอียดถึงวิธีการในการติดตามของท่าน แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมคิดว่าน่าที่จะให้ปรากฏในรายงานผลการปฏิบัติการของท่านในปีต่อไปก็คือ เมื่อท่าน ได้รายงานไปตามกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วก็ไปจบสิ้น ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของกฎหมายกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วนี่ครับ ในปี ต่อไปผมเชื่อว่าในช่วงที่ท่านรายงานไปก็คงจะมีหนังสือผลการสั่งการ ของท่านนายกรัฐมนตรีไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ท่านได้รับทราบ ในส่วนตรงนี้ครับ ผมอยากจะเห็นข้อเท็จจริงที่เป็ นการติดตามผลการปฏิบัติการที่ท่านศึกษามา ต่อฝ่ำยบริหารที่มีอยู่นี้ว่าหลังจากนั้นแล้วเขาได้ไปทําอะไรบ้าง ปัญหา อุปสรรค อยู่ตรงไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติการ เมื่อเขาไม่ปฏิบัติการ ถึงที่สุด ท่านต้องส่งรวบรวมไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะหา มาตรการ วิธีการในการที่จะทบทวน ซึ่งมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้วนี่ครับ ผลเป็น อย่างไร เมื่อผลเป็นตรงนี้มันทําได้หรือไม่ได้ เพราะจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในรายงาน ไม่น้อยเลยทีเดียวที่เราได้พบเห็นว่าผลการศึกษาของท่านซึ่งต้องทุ่มเท ในบางครั้งต้องใช้ คําว่า ในชีวิตของท่านก็ว่าได้ ความดํารงอยู่ซึ่งชีวิตของท่านจะเป็นจะตายทีเดียว เพราะท่านต้องลงในพื้นที่จริง ๆ และท่านต้องประสบกับปัญหา ถึงในบางครั้งชีวิตก็จะ แทบจะเอาตัวไม่รอด ท่านต้องทุ่มเทลงไปถึงขนาดอย่างนั้น จนได้ความจริงมาเป็น เอกสาร แต่ประเด็นของปัญหาก็คือความจริงที่เป็นเอกสารและแนวทางในการแก้ไข ปัญหาตรงนั้นของท่านนี่ท่านส่งไปแล้วถ้าฝ่ายบริหารเขาไม่ดําเนินการตามข้อแนะนําของ ท่านนี้ครับ ขั้นตอนในมาตรการของกฎหมายฉบับนี้มันก็มีอยู่ เช่นฟ้ องไปที่นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ต้องดําเนินการเรื่องดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน ๖๐ วันเหล่านี้เป็นต้น แต่ครบ ๖๐ วันแล้วทําหรือไม่ทํา ผลเป็ นอย่างไร ขั้นตอนของกฎหมายตรงนี้ครับ มันสมบูรณ์แล้วหรือยัง ถ้านายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้มีอํานาจสูงสุดในฝ่ายบริหารสั่งไปแล้วนี้ครับ ส่วนราชการไม่ทํามันทําอย่างไรต่อไปล่ะ ในการที่จะนําความจริงตามที่ท่านได้ศึกษามานี้ ให้เป็นผลสําเร็จตามที่ท่านได้ศึกษามา ไม่เช่นนั้นผลการศึกษาของท่านที่ผมบอกว่า เสียทั้งงบประมาณ ทุ่มเททั้งเอาชีวิตเข้าไปแลก สุ่มเสี่ยงที่จะถูกอันตรายถึงชีวิต ร่างกาย ท่านก็เสียไปโดยสูญเปล่าไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นในสิ่งเหล่านี้ ว่าในปีงบประมาณแต่ละปีที่ท่านสรุปผลงานมานี้ควรจะมีการติดตามในเรื่องดังกล่าวนี้ ด้วย แล้วก็ควรจะเอาข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาพูดหรือมาบอกในหนังสือฉบับนี้ให้สภาได้รับทราบด้วย เพราะสภานี้คือที่รวบรวมของปัญหาและเป็นสถานที่ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมฝ่ายบริหารก็ดี หรือไม่ว่าจะเป็นถึงขนาดที่จะปรับปรุงหรือ มีการยกร่างแก้ไขกฎหมาย หรือยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ก็ดี สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นแล้วก็มี ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปตรงนี้เอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในมือ ผมนี้ครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ก็ได้ติดตามในเรื่องดังกล่าว ก็ได้เชิญตัวแทนของท่านมาไล่เลียงดู ในสิ่งที่ผมได้กราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ครับ แล้วก็เอาความจริงที่ท่านได้ไปศึกษามานี้ครับ รวบรวมมาเท่าที่ประเด็นที่เรามีกรอบเวลาที่จํากัด แล้วมาศึกษาสภาพของปัญหา แล้วก็ ลงไปในพื้นที่จริง อันนี้กราบเรียนต่อท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยนชน แห่งชาติครับว่า ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือ ในความจริงใจ ในความตั้งใจจริงของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการละเมิดสิทธิ ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและที่ดิน ลงไปจริง ๆ กันเลยครับ ยกตัวอย่าง เช่น ที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เราลงไปพื้นที่จริง ไปประชุมร่วมกันที่จังหวัด เราก็เอาผล การศึกษาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งได้รับการร้องเรียนว่ามีการละเมิด สิทธิของพี่น้องประชาชน ซึ่งเขาก็อ้างว่าเขาอยู่ในที่ดินของเกาะเสม็ดมาก่อนที่จะมี การสงวนหวงห้าม เป็นที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะมาเรื่องจากการใช้ประโยชน์ของอุทยานก็ดี กองทัพเรือก็ตาม ผลการศึกษานี้จบ เพราะว่าทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอง ก็ได้ศึกษาข้อเท็จจริง รับฟังความคิดเห็น เอาระเบียบ เอากฎหมาย เอาการประกาศเป็นที่ สงวนหวงห้าม เป็นที่ดินของรัฐมาเป็นตัวตั้งเอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปดูร่องรอยการทํา ประโยชน์ การได้มาซึ่งที่ดินของกองทัพเรือต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น แล้วก็ได้สรุปมาแล้วว่ามี พี่น้องประชาชนที่อยู่บนเกาะตรงนั้นน่าที่จะได้รับประโยชน์ในส่วนตรงนี้จํานวนหนึ่ง เพราะเชื่อได้ว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ได้มาก่อนที่จะมีการประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรือ ที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ดี หรือกองทัพเรือ ก็ตาม จบครับ แล้วหน่วยงานเองก็ยอมรับ ผลการศึกษาเป็นที่ยุติอย่างนี้ แล้วถ้าเข้าไป ประชุมร่วมกันที่จังหวัดเชิญหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาเพราะศึกษาที่ส่วนกลางก็ศึกษา มาแล้ว แต่ผลในการปฏิบัติก็เหมือนที่ทราบนั่นละครับ เราอยากจะเห็นว่ากระดาษตรงนั้น มันไม่ได้มีเพียงแค่ตัวหนังสือที่เขียน แต่เราอยากจะเห็นผลจริง ๆ ที่ได้ตามที่กระดาษ ศึกษามาก็คือพี่น้องประชาชนที่เขาทนทุกข์ระทมกับเรื่องดังกล่าวด้วยความเจ็บปวด ด้วยความที่คาดหวังในการทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าคงจะมีผล ในการที่จะคลี่คลายปัญหาที่เป็นทุกข์ของเขาให้เป็นมรรคเป็นผล แต่ท่านประธานครับ เราไปประชุมในพื้นที่จริง เราลงไปในพื้นที่จริงก็ได้ข้อเท็จจริง ต่อหน้าพวกผมก็บอกว่า จะแก้ปัญหา แต่พอคล้อยหลังมาขณะนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างที่ผมกําลังรวบรวมกราบเรียน ต่อท่านประธานสภาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและตามบทบัญญัติของ กฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่ แต่ปรากฏว่าหลังจากคล้อยหลังมาก็ปรากฏว่าเข้าสู่รูปเดิมอีกครับ ก็คือรัฐตัวยังโตอยู่เหมือนเดิม ไม่ยอมที่จะปฏิบัติการตามที่เป็ นความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นี่เป็ นผลการศึกษาของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นการรายงานการตรวจสอบที่ ๑/๒๕๕๐ ฉบับนี้ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๐ แจ้งผลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดว่าต้องคืนที่ดินแปลงนี้ ที่ดินเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่บนเกาะเสม็ดที่เขา มีสิทธิ ผมเน้นคําว่า ที่เขามีสิทธิโดยชอบธรรม ว่าเขาอยู่มาก่อนเป็ นที่ดินของรัฐ แต่ปรากฏว่าจนเดี๋ยวนี้ยังไม่ได้เลย แล้วมิหนําซํ้ากลับมีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนคนเหล่านั้นเสียอีก ระหว่างที่กําลังทํารายงานอยู่นี่ครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวผู้ร้องเองก็โทรศัพท์มา ผมถึงขนาดที่จะต้องบอกไปว่าถ้าเขาไม่เคารพในองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้สรุปความเห็น เหมือนกัน แล้วหน่วยงานของรัฐยังไปคุกคามข่มขู่และมีความพยายามที่จะจัด งบประมาณของหน่วยงานของรัฐเพื่อไปแทรกแซง เพื่อไปลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชน อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับพี่น้องประชาชนคนเหล่านั้นนะครับ ผมก็บอกว่าผมคง ช่วยได้ในแง่ของการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ถ้าหากมีการจับกุม มีการดําเนินคดี ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานละครับ ขอหนังสือตีหลักทรัพย์ของการเป็ น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปประกันตัวผู้ต้องหาเหล่านั้น เพราะผมต่อสู้ในสิ่งดังกล่าวเหล่านี้ เราศึกษาคู่มากับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วความเห็นเราก็อย่างเดียวกัน แต่หน่วยงานของรัฐ ไม่ปฏิบัติตาม แล้วมิหนําซํ้าเขาจะจัดงบประมาณลงไปละเมิดสิทธิของเขา แล้วเขาเล่า อย่างนี้อีก ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่า จะให้พี่น้องประชาชนเหล่านั้นเข้าไปสู่ กระบวนการยุติธรรม ฟ้ องที่ศาลเมื่อไรก็แพ้ครับ เพราะในแง่ของกฎหมาย ในแง่มุมของ กฎหมายประชาชนตัวเท่ามดตัวนิดเดียว แต่ยักษ์ตัวใหญ่เหลือเกิน และยิ่งกฎหมาย ให้อํานาจเข้าไปด้วยก็ยิ่งจะทําให้ประชาชนที่ตัวเล็กอยู่แล้วยิ่งเล็กลงไปอีก ทั้ง ๆ ที่ว่า เขาอยู่มาก่อนที่เป็นที่สงวนหวงห้ามเสียด้วยซํ้า ข้อเท็จจริงยุติ แล้วคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ฉายภาพตัวนี้ จนเป็ นที่ประจักษ์ เป็ นที่ยอมรับทุกฝ่ำย ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันสิ่งดังกล่าวเหล่านี้ก็ยังคาราคาซังอยู่เหมือนที่ผมกราบเรียน ต่อท่านประธาน แล้วประเด็นของปัญหาเช่นเกาะเสม็ดที่ผมกราบเรียนตรงนี้ครับ ถ้าทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้กรุณาติดตามดูนะครับว่าแจ้งไปแล้ว ที่หน่วยงานต่าง ๆ ตามขั้นตอนที่กฎหมายกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้อํานาจ เอาไว้ และผลในการปฏิบัติมันไม่มีผลในการปฏิบัติตามที่ท่านได้สรุปเอาไว้นี่ สิ่งที่ท่าน ดําเนินการต่อไปก็คือแจ้งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าหากแจ้งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วนะครับ นายกรัฐมนตรีดําเนินการหรือไม่ดําเนินการอย่างไร ผลเป็นอย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ถ้าท่านจะได้กรุณาใส่ในรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปีต่อ ๆ ไปด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะว่าทางพวกเรา ซึ่งทําหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มี หน้าที่ในการกํากับ ในการควบคุมอํานาจของฝ่ายบริหารจะได้ช่วยท่านอีกทางหนึ่ง หรือถ้าหากท่านจะได้กรุณาเสนอแนะนะครับว่าอํานาจวันนี้ทั้งประเทศไทยวันนี้มีเจ้าของหมด มีหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยเป็ นเจ้าของในที่ดินทรัพยากรธรรมชาติหมด ไม่มีที่ดินว่างเว้นแม้กระทั่งเท่ารูขุมขนก็ไม่มีครับ จะมีเจ้าภาพหมด มีหน่วยงานของรัฐ ที่เป็ นเจ้าของหมดทั้ง ๓๒๐ ล้านไร่ ใน ๑๒๐ ล้านไร่ตรงนั้นของกรมที่ดินเป็ น ปัจเจกบุคคลออกกรรมสิทธิ์ไปได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ที่เหลือประมาณ ๒๐๐ ล้านไร่ตรงนี้มันจะเป็นที่ดินของรัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ พันธุ์พืช และสัตว์ป่า กรมป่าไม้ หน่วยงานของรัฐอื่น ที่ราชพัสดุ เหล่านี้เป็นต้น ใน ๒๐๐ ล้านไร่ ตรงนี้มันก็จะมีอยู่ส่วนหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านไร่ที่เราได้จากการศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่อยู่ในที่ดินที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ บางรายอยู่มาก่อนประกาศ เป็นที่สงวนหวงห้าม บางรายอยู่มาหลังจากที่ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรือที่ที่มี พระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามแล้วหน่วยงานของรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ที่สงวนหวงห้ามจนประชาชนเข้าไปถือครองทํากิน มีผลอาสิน มีความมั่นคง บางแห่ง เป็นที่ราชการไม่ว่าจะเป็นอําเภอ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตํารวจภูธร แม้กระทั่ง อบต. ก็อยู่ใน ที่สงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐผิดกฎหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น วันนี้รัฐบาลก็มีนโยบายในเรื่องของ โฉนดชุมชน ปรากฏว่าเจ้าของที่ตามกฎหมายต่าง ๆ หวงอํานาจดุจประหนึ่งว่าที่ดิน เหล่านั้นเป็นที่ดินของตัวเอง นอนกอดไว้เหมือนกับว่ากอดไว้จนตายครับ ไม่ยอมคายที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ แล้วประชาชนอยู่เต็มไปหมดนี่ครับคืนมาให้กับ รัฐบาล วันนี้กรรมาธิการชุดนี้เราก็ได้ศึกษาขึ้นมาว่าน่าจะมีกฎหมายกลางขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นกฎหมายที่ให้อํานาจคนที่ถูกรังแกจากการใช้อํานาจของรัฐลุกเดินขึ้นมาแล้วมาบอก กับนายอําเภอ มาบอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยรวบรวมเอกสารรายละเอียดว่าที่ดิน ของเขานี่อยู่มาก่อนการประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรืออยู่มาหลังจากการที่เป็นที่ดิน ของรัฐแต่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว วันนี้เป็นชุมชนแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้รัฐได้เพิกถอนสภาพ ความเป็นที่สงวนหวงห้ามตรงนี้ออกไปเสีย แล้วถ้าพิสูจน์ได้ว่าเขาอยู่มาก่อนก็เดินไปสู่ช่อง โฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไปเลย ถ้าได้มาภายหลังจากการเป็น ที่ดินของรัฐแล้วหมดสภาพไปแล้ว มีชุมชน มีบ้านช่องเป็นที่มั่นคง มีหลักมีฐาน มีต้นไม้ ยอมรับว่ากดดันออกมาไม่ได้อยู่แล้วก็ยอมรับสิทธิเขาไปเสีย แล้วที่สุดครับ การรับรอง สิทธิตรงนี้ก็คือการเพิกถอนสภาพที่เป็นที่สงวนหวงห้ามหรือที่ดินของรัฐ หลังจากนั้น ก็จะเกิดสุญญากาศทางที่ดินตรงนี้ คณะรัฐมนตรีก็พิจารณาสิครับว่าจะเอาที่ดินเหล่านี้ ไปสู่ช่องอะไร ไปสู่ช่องของ ส.ป.ก. ไปสู่ช่องของป่าไม้หรือไปสู่ช่องของโฉนดชุมชนตาม นโยบายของรัฐบาล นโยบายของรัฐบาลก็จะมีพื้นที่ในการรองรับปัญหาของประชาชน วันนี้อย่างน้อย ๆ ๑๐ ล้านไร่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนก็จะได้รับการแก้ไข แล้วที่ดินของรัฐก็ยัง เหลืออยู่ในส่วนที่เหลือ แล้วในอนาคตข้างหน้าถ้าหากมีมาตรการในการที่จะเอาที่ดิน เหล่านี้กลับคืนมาเป็นที่ดินของรัฐก็ใช้มาตรการอย่างอื่นค่อย ๆ สอดเข้าไปใส่เข้าไป เอาประชาชนมามีส่วนร่วมที่สําคัญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อย่าผลักประชาชน ไปยืนคนละฟากถนน อย่ามองประชาชนว่าคือศัตรูหรือมารร้ายที่หน่วยงานของรัฐบอกว่า คนเหล่านี้คือคนที่จะต้องฆ่ากันให้ตาย ไม่มีทางหรอกครับ ต้องเอาประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วม วันนี้ถามว่าหน่วยราชการต่าง ๆ มีกําลังเท่าไร สามารถดูแลป่าสงวนได้ไหม สามารถ ดูแลอุทยานได้ไหม ทําไมถึงมีการตัดไม้ทําลายป่ากันเยอะ เพราะอะไรครับ อย่ามาอ้างว่าเจ้าหน้าที่น้อย งบประมาณมีจํากัด เพราะป่ามีอยู่เยอะก็ดึงประชาชนสิครับ ให้อุทยานเป็นของประชาชน ให้กรมป่าไม้เป็นของประชาชนด้วย อย่าให้เป็นของอุทยาน เท่านั้น อย่าให้เป็ นของกรมป่ำไม้เท่านั้น และผมเชื่อว่าถ้าทําได้ลักษณะอย่างนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีส่วนสําคัญส่วนหนึ่งที่จะทําความจริง ในสิ่งเหล่านี้ให้ปรากฏ นั่นก็คือการบังคับใช้กฎหมาย และในขณะเดียวกันถ้าหากเห็นว่า มีกฎหมายฉบับใดมีข้อบกพร่อง ท่านก็ลองคิดดูในการที่จะยกร่างกฎหมายตามที่ผมได้ กราบเรียน แล้วก็ให้ประชาชนเป็ นคนก้าวขาออกมาร้องขอความเป็ นธรรมเข้าสู่ กระบวนการในคณะกรรมการระดับชาติซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน และมี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดูแลที่ดินเหล่านั้น มาเป็นกรรมการ ซึ่งตรงนี้ความเป็ นเจ้าของของหน่วยราชการก็จะหายไป ก็อยู่ที่ ตัวท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็เป็นประธานในที่ประชุมไป รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ ที่ดินที่หวงที่ดินทั้ง ๆ ที่หมดสภาพไปแล้วก็หมดอํานาจไปโดยปริยาย หลังจากนั้นก็ สามารถเดินไปสู่การแก้ไขสิทธิต่าง ๆ เพื่อรองรับตามสิ่งที่ท่านได้ศึกษามา สิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดอยู่ในวิสัยที่ท่านสามารถที่จะทําความจริงให้ปรากฏ แล้วก็นํารายละเอียดเหล่านี้ มาสู่การรายงานต่อสภาในปีงบประมาณต่อ ๆ ไป ผมขอฝากรายละเอียด วิธีการ หลักการ เหตุผล แนวทาง ตามที่ได้กราบเรียนต่อท่านประธานนี่ครับไว้เป็นข้อสังเกตในการ ทํารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี งบประมาณต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ