ชวลิต วิชยสุทธิ์ สอบถามและตั้งข้อสังเกตเรื่องการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 และเรียกร้องให้มีการสอบสวนความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ชวลิต วิชยสุทธิ์ ยังหารือเรื่องการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา และต้องการให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติศึกษาปัญหาต่าง ๆ แล้วเสนอแนะต่อผู้เกี่ยวข้อง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติประจําปี ๒๕๕๑ ที่ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบมีหลายเรื่อง หลายประเด็นที่น่าสนใจ แต่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษและประสงค์จะขอสอบถามพร้อมทั้ง ตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งต่อรัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือเรื่องการสลายการชุมนุมเมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ด้วยเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน
ประการแรก ผมและเพื่อนสมาชิกทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ต่างอยู่ในเหตุการณ์ ประสบเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง แต่ในอีกสถานะหนึ่งก็คือถูกผู้ชุมนุมปิดล้อมให้อยู่ใน รัฐสภา ถูกตัดนํ้า ตัดไฟ ต้องหนีตายกระเจิดกระเจิง จนถูกล้อเลียนว่า ส.ส. รุ่นนี้หรือ ส.ว. รุ่นนี้เป็นรุ่นกระโดดกําแพง
ประการที่สองครับท่านประธาน ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวกําลังเป็น ประเด็นร้อนต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ นั่นคือความเห็นต่างระหว่างองค์กร ทั้ง ก.ตร. ป.ป.ช. และรัฐบาล ประเด็นการลงโทษทางวินัย เจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งกระทําการตามหน้าที่ ท่านประธานครับ เมื่อได้อ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องนี้แล้ว เห็นว่ารายงานฉบับนี้ลงข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่สมบูรณ์ ไม่ตรงข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าเอกสาร ฉบับนี้เผยแพร่ออกไปยังสาธารณะยิ่งจะตอกยํ้าความแตกแยกของคนในชาติซึ่งมีมาก อยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น แตกแยกมากยิ่งขึ้น ผมจึงจําเป็นที่จะต้องขออภิปรายในเรื่องนี้ ผมไม่ได้พูดลอย ๆ ครับท่านประธาน แต่ผมพูดจากหลักฐานเอกสารที่เป็นรายงาน ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารหน้า ๑๑ ถึงหน้า ๑๓ โดยในรายงานระบุผู้ได้รับความเสียหาย มีเพียงประชาชนที่มาชุมนุมเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่มีองค์กรหลายองค์กรได้รับผลกระทบกับสิทธิ ของตนเองอย่างร้ายแรง การที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความสําคัญกับ ประชาชนที่มาชุมนุมซึ่งได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ผมถือว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่ให้ ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนเป็นลําดับแรก แต่ในขณะเดียวกันองค์กรที่เขาทํางาน ตามหน้าที่ และได้รับการรอนสิทธิก็ควรที่จะมีการระบุอยู่ในเอกสารนี้เช่นกัน มีองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ประการแรก ส.ส. และ ส.ว. ประการที่สอง ตํารวจ ประการที่สาม ครม. ในขณะนั้น ผมจะขอย้อนไปถึงสาระโดยสรุปที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงไว้ แล้วผมเห็นว่าไม่ตรงข้อเท็จจริง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อน ขบวนปิดล้อมมิให้ ส.ส. ส.ว. ครม. ซึ่งมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้แถลง นโยบายต่อรัฐสภา ในตอนเช้ามีการปฏิบัติการสลายการชุมนุม โดยใช้ระเบิด แก๊สนํ้าตา จากประเทศจีน จนเป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสเป็นจํานวนมาก บางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด ในตอนบ่ายมีการใช้ระเบิดแก๊สนํ้าตาสลายการชุมนุม เพื่อเปิดทางให้ ส.ส. ส.ว. ครม. ออกจากรัฐสภาภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว โดยตํารวจได้ระดมยิงและขว้างระเบิดแก๊สนํ้าตาเข้าใส่ประชาชนที่กําลังจะเดินทางเข้าไป ช่วยประชาชนที่ถูกล้อมอยู่บริเวณรัฐสภา มีการยิงระเบิดแก๊สนํ้าตาออกมาจากภายใน รัฐสภา ตรงนี้พวกเรา ส.ส. ทั้งหลายคงยืนยันได้ว่าตํารวจสภาคงไม่มีแก๊สนํ้าตาแน่นอน นอกจากนั้นตํารวจนครบาลที่มาอยู่ในสภาก็เพียงแต่กันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในสภา นี่คือ ข้อมูลที่ลงเฉพาะประชาชนผู้มาชุมนุม ทีนี้สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นการรอนสิทธิของ ส.ส. และ ส.ว. ก็คือผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมสภาเข้าไม่ได้ ออกไม่ได้ ตัดนํ้า ตัดไฟ กะจะให้อดนํ้า อดอาหารอยู่ในสภา ผู้ชุมนุมชุมนุมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ คือชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธไม่ใช่แน่นอน แต่ในเอกสารของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงไป ว่าผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ถ้าอย่างนั้นถ้าชุมนุมโดยสงบทําไมมีการพูด อภิปรายฆ่ามัน ๆ พวกเราได้ยินกันทั้งนั้น มีการยิงหนังสติ๊ก มีการดําเนินการต่าง ๆ ในลักษณะที่ถึงขั้นปล่อยข่าวว่ามีนํ้ามันพร้อมที่จะจุดเผา นี่คือสิ่งที่ทําให้ ส.ส. และ ส.ว. รวมทั้ง ครม. ปั่นป่ วนหนีตาย ผมจําได้ว่าผมปี นตามหลังท่านประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาท่านหนึ่งซึ่งเป็ นสตรี ไปทางพระที่นั่งวิมานเมฆ มีเจ้าหน้าที่ทางสํานักพระราชวังอํานวยความสะดวก ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์รับส่งผู้อาวุโส ส่วนคนหนุ่มคนสาวนั้นก็เดินไกลพอสมควร หลบไป อยู่ในอาคารหลังหนึ่ง หลบด้วยความหวาดกลัว กลัวถูกทําร้ายจากฝูงชนที่กําลังคลั่ง ทําไมผมพูดเช่นนี้ท่านประธาน ผมจําเสียงของท่านบรรหาร ศิลปอาชา ได้ ต้องขอ ประทานโทษที่ขออนุญาตที่จะเอ่ยนามท่าน ท่านให้กําลังใจพวกเราครับท่านประธาน ขณะเดียวกันท่านก็ดุด้วยเสียงอันดังไปยังผู้ที่ออกไปนอกตัวอาคารว่าให้เข้ามาหลบ อยู่ในอาคาร เดี๋ยวผู้ชุมนุมเห็นว่าพวกเราอยู่ตรงไหนก็จะพลอยเดือดร้อนกันไปหมด นี่แสดงถึงบรรยากาศในขณะนั้นว่าตึงเครียดสุด ๆ ถามว่า ส.ส. ส.ว. ได้รับความเดือดร้อน ได้รับการรอนสิทธิที่เขาจะประชุมในสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ เห็นว่าได้รับ ความเดือดร้อนถูกรอนสิทธิแน่นอน แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่เคยเรียก พวกผมไปสอบถาม ไม่เคยมีการสอบถามข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ จาก ส.ส. พวกผม แต่อย่างใด แล้วก็ไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้แต่อย่างใด นั่นประการที่ ๑ ในองค์กรแรก
ในองค์กรที่ ๒ มาถึงองค์กรตํารวจซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ในการรักษา ความสงบเรียบร้อย ในการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ ตํารวจจํานวนมากได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส ทั้งถูกยิง ถูกแทง มีภาพเห็นจะจะ แต่ไม่มีปรากฏอยู่ในรายงานเลย น่าน้อยใจแทนตํารวจจริง ๆ ผมมีข้อมูลตํารวจนครบาลบาดเจ็บ ๕๖ คน ตํารวจหน่วยอื่น บาดเจ็บ ๒๖ คน รวมเป็น ๘๒ คน บาดเจ็บสาหัสมาก ๔ คน คือ ถูกรถถอยมาทับ ถูกแทง ด้วยด้ามเสาธงจนหน้าอกทะลุ แล้วก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีในรายงานฉบับนี้ แม้แต่นิดเดียวนะครับว่าตํารวจซึ่งเขาปฏิบัติตามหน้าที่ได้มีการสอบสวนข้อมูลและ ลงให้เกิดความเป็นธรรมซึ่งกันและกันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ไม่มีแต่อย่างใดนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งถ้าเอกสารนี้เผยแพร่ออกไป ผมมั่นใจว่า ความน้อยใจที่เดี๋ยวนี้สังคมกําลังมองเรื่อง ๒ มาตรฐานจะขยายให้กว้างยิ่งขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตํารวจจะถูกสอบว่าปฏิบัติหน้าที่สมควรแก่เหตุหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
มาอีกองค์กรหนึ่งคือรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนการปฏิบัติหน้าที่ คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่อย่างนั้นบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ บังเอิญขณะนั้นผมเป็ นคณะทํางาน ของท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มีโอกาสรับทราบ การแสวงหาหนทางคลี่คลายปัญหาการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะมีผู้มาประท้วง มาคัดค้าน มีการขอย้ายสถานที่ไปยังหอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์บ้าง หอประชุมกานตรัตน์บ้าง หอประชุมกองทัพเรือบ้าง เป็นต้น แต่ท่านประธานในขณะนั้นคือ ท่านชัย ชิดชอบ ไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่าสภามีไว้ให้ประชุม ส.ส. ส.ว. ต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ ร่อนเร่เป็นสัมภเวสี ท่านพูดอย่างนี้จริง ๆ ไม่ใช่ร่อนเร่เป็นสัมภเวสี รัฐบาลในขณะนั้น จึงจําเป็ นต้ องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้ วก็เกิดเหตุการณ์เละเป็ นโจ๊ ก ดังที่เป็นข่าวที่พวกเราทราบกันดี ส่วนรัฐบาลในปัจจุบันท่านประธานท่านเปลี่ยน มาตรฐานโดยไม่มีมาตรฐานใด ๆ ก็คือให้ไปประชุมโดยแถลงนโยบายกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานท่านยอมเป็นสัมภเวสี โดยท่านเป็นประธานสัมภเวสีเอง ส่วนพวกผมไม่ยอม เป็นสัมภเวสีตามที่ท่านประธานได้เคยบอกไว้จึงไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย ถามว่า คณะรัฐมนตรีถูกรอนสิทธิหรือไม่ในเรื่องนี้ ไม่มีการลงเอกสารปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ แต่อย่างใด ในส่วนของพี่น้องประชาชนผู้มาชุมนุมเป็นเรื่องถูกต้องครับท่านประธาน ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความสําคัญ ปกป้ องผู้มาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ท่านประธานครับ มีหลักฐานที่ทาง ตํารวจได้ยึดได้เป็นอาวุธ ทั้งอาวุธแฝงที่ทําจากด้ามธง ทั้งระเบิดปิงปอง ทั้งอาวุธปืนที่ยิง เจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือข้างทางที่ทําการพรรคชาติไทยในอดีตมีระเบิดที่เกิดขึ้นและโยง เกี่ยวข้องไปยังผู้ชุมนุมหรือไม่ อย่างใด ตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจเขาก็ตั้งข้อสงสัยอยู่ว่า มันมีการเกี่ยวข้องกัน ในข้อเท็จจริงมีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตที่มีการลงไว้ว่าเกิดจากการยิง โดยแก๊สนํ้าตา แต่รายงานของสถาบันนิติเวชและกองพิสูจน์หลักฐานซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรง เขาบอกว่ามีหลักฐานว่ามีคราบเขม่าซึ่งมาจากระเบิด เมื่อมีความเห็นแย้งจากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรงก็ต้องลงไว้ทั้ง ๒ ด้าน ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของผมแต่เป็นความเห็น ของหน่วยงานที่เขารับผิดชอบโดยตรง กล่าวโดยสรุปที่ผมเสนอว่ารายงานฉบับนี้ไม่ตรง ข้อเท็จจริง ไม่สมบูรณ์ ผมจึงมีเหตุผลที่อยากจะกราบเรียนว่าเอกสารฉบับนี้จะแก้ไข อย่างไรให้มันถูกต้องให้มันสมบูรณ์ อยากจะขอถามไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถามไปยังผู้เกี่ยวข้อง ถามไปยังรัฐบาล เพราะขณะนี้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกอย่างที่ เราทราบกันดีอยู่ และถ้าเอกสารฉบับนี้เผยแพร่ออกไปอย่างนี้ความแตกแยกจะต้องมี มากยิ่งขึ้น นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน
ประเด็นที่สอง รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทํา กันทุกปี ในรอบต่อไปผมมีความเห็นที่อยากจะเสนอแนะว่าทําอย่างไรคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะนําปัญหาที่มีผลกระทบต่อชาติอยู่ในขณะนี้มาศึกษา เพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายหาทางแก้ไข ผมมองว่าปัญหาที่เป็นปัญหาหลักอยู่ในขณะนี้ก็คือ ความแตกแยกของคนในชาติ ความมี ๒ มาตรฐาน ความไม่ยุติธรรมมีมากเหลือเกิน ทําอย่างไรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะได้ศึกษาปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วนํามาลงไว้ให้ข้อเสนอแนะต่อผู้เกี่ยวข้อง อย่างปัญหาร้อน ๆ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เรื่องการบุกรุกป่ำสงวน เรื่องการบุกรุกที่สาธารณะซึ่งกําลังเป็ นประเด็นในการ วิพากษ์วิจารณ์อยู่ แล้วก็คงมีหลายฝ่ำยที่เกี่ยวข้องมาพูดมาอภิปรายในเรื่องนี้ นี่ผมยกตัวอย่างประเด็นหนึ่ง หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องในทางการเมืองที่ผ่านมา และกระทบกับสิทธิของประชาชนจํานวนหลายล้านคนในการยุบพรรคการเมือง หลายพรรค ในการยุบพรรคการเมืองหลายพรรคกระทบสิทธิของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็น สมาชิกพรรคการเมืองนั้น ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางพรรคการเมืองซึ่งถูกสอบ แต่ดูเหมือนว่ากําลังมีการยืดเรื่องนี้ออกไปเรื่อย ๆ โดยที่หลายฝ่ำยก็มองว่านี่คือ ๒ มาตรฐาน ทําอย่างไรถึงจะได้มีการศึกษาในเรื่องนี้แล้วนํามารายงานต่อสภา ผมก็อยากจะฝาก ๒ ประเด็นนี้ให้ที่ประชุมได้พิจารณาโดยผ่านไปทางท่านประธานสภา ผ่านไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณท่านประธาน