สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และป้องกันตลิ่งพัง โดยขอความร่วมมือของรัฐบาลและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาที่ประเทศไทยสูญเสียที่ดินเปล่าไป 30,000 ไร่ ต่อปี นอกจากนี้ยังขอสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าพรุและพื้นที่ชุ่มนํ้า

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ได้อภิปรายในรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันนี้ในบางประเด็น ที่จริงการรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นไปโดยสถานการณ์ของ ประเทศในปีนั้น ๆ ผมคิดว่ารายงานชุดนี้ถ้าอ่านดูโดยครบถ้วนแล้วจะพบว่าท่านได้ทํางาน หนักมากเพราะว่าในระยะห้วงเวลาดังกล่าวคือตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงกันยายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นปีงบประมาณที่ท่านรายงานนี้เป็นปีที่ประเทศไทยมีสถานการณ์ที่ค่อนข้าง รุนแรงขึ้นในประเทศ สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก ผมคิดว่าท่านได้ทํางานหนัก และโดยเฉพาะ ท่านได้แบ่งส่วนในการทํางานในเรื่องของสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการฐาน ทรัพยากรธรรมชาติแม้ว่าสังคมโดยทั่วไปจะเห็นว่าไม่สําคัญมากนักถ้าเปรียบเทียบกับ สถานการณ์การชุมนุมในทางการเมืองที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว แต่กระผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญแล้วก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเป็นองค์กร ที่เข้าไปคลี่คลายปัญหานี้ได้มากทีเดียวนะครับ ผมได้อ่านพบว่าท่านได้ไปคลี่คลายไม่ว่า จะเป็นปัญหาป่าพรุที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิของพี่น้อง ประชาชนที่เข้าไปทํากินในพื้นที่ที่เป็นของรัฐและกระผมคิดว่าท่านยังมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีคน มีทีมงานยังไม่เพียงพอ เพราะว่าปัญหาเรื่องสิทธิทํากินยังเป็นปัญหาที่มีแนวโน้ม รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และบางเรื่องก็โยงมาเป็ นปัญหาในทางการเมืองด้วย ผมอยากให้ท่านได้แบ่งภารกิจตามสถานการณ์ก็เป็นภารกิจหนึ่ง แต่ว่าเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่อง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมากที่ถ้าท่านเข้าไปแล้วก็จะช่วย ประเทศชาติบ้านเมือง ช่วยพี่น้องประชาชนได้มากทีเดียว เรื่องป่าพรุที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมา ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ป่ำพรุหรือพื้นที่ชุ่มนํ้าในโลกถูกทําลายลงทุกวัน มีพื้นที่ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในโลกนี้หากเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั่วไป แล้วก็ถูกทําลายทั้ง ๆ ที่ว่ามีประโยชน์มากที่ฝรั่งเรียกว่าเว็ท แลนด์ (Wet land) มีประโยชน์มีคุณค่าแต่ว่าประเทศเรายังไม่เห็นคุณค่ามากนักถูกบุกรุกทําลาย อย่างกรณีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถูกบุกรุกทําลายมาก ในจังหวัดพัทลุง ท่านประธานครับ มีพื้นที่ที่ได้ไปจดทะเบียนในอนุสัญญาแรมซาร์ คอนเวนชัน (Ramsar Convention) ๓,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าใกล้ ๆ กันซึ่งมีสภาพพื้นที่ที่สามารถที่จะประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มนํ้า ในอนุสัญญาแรมซาร์ได้ถูกบุกรุกครับท่านประธาน ขณะนี้มีออกเอกสารสิทธิแล้ว ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่ากรุณาเข้าไปตรวจสอบด้วย มีออกเอกสารสิทธิ มีนายทุนจากต่างประเทศด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ผมคิดว่าที่ดูแลพื้นที่ตรงนั้นคือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยมีกําลัง ไม่เพียงพอที่จะต้านทานกลุ่มนายทุนที่เข้าไปออกเอกสารสิทธิปลูกปาล์มนํ้ามัน ยึดที่ชาวบ้านเข้ามาครอบครองแล้วก็ทําประโยชน์ ผมก็อยากให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กรุณาเข้าไปช่วยดูแลในพื้นที่ชุ่มนํ้าบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อยรอยต่อระหว่างจังหวัดพัทลุงกับอําเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ ที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากนะครับ อีกพื้นที่หนึ่งที่กระผมขออนุญาตฝากท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือรอยต่อจังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูลและ จังหวัดตรัง ชื่อบ้านในตระ อยู่บนยอดเขาบรรทัด เดิมทางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ ไทยเคยใช้เป็นฐาน แล้วก็ได้สลายลงมาแล้วก็มีชาวบ้านเข้าไปจับจอง ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัยแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวจนเหลือบ้านแค่ ๓๘ ครัวเรือนใกล้หมด แล้วครับ ตอนนั้นจะใช้งบประมาณแค่ประมาณ ๗๐ ล้านบาทก็จบนะครับ แล้วก็ สิ้นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนเสียก่อน จนถึงรัฐบาลช่วงหลังมาคนมีความรู้สึก และได้มีการกระพือข่าวจากฝ่ายรัฐบาลว่าถ้าใครเข้าไปครอบครองแล้วจะได้เอกสารสิทธิ จนขณะนี้มีคนเข้าไปครอบครอง ๑๖๐ ครอบครัวนะครับ แล้วก็มีพื้นที่ที่เข้าบุกรุกทําลาย ปลูกยางพารา ๔,๐๐๐ ไร่ กําลังเจ้าหน้าที่ปกติไม่สามารถที่จะอพยพผลักดันบุคคล เหล่านั้นออกมาได้และการผลักดันก็เป็ นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมจึงคิดว่า ผมขออนุญาตทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไปช่วยจัดการในเรื่องนี้ด้วย ผมคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้องซื้อที่ดินแหล่านี้คืนนะครับ มันสักกี่ร้อยล้าน มันสักกี่พันล้านก็คุ้มค่าครับ เพราะว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นนํ้าที่สําคัญของ ๓ จังหวัด คือ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล และ จังหวัดตรัง ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้พื้นที่ภูเขาบรรทัดเหมือนกับเป็นหลังคาบ้าน ขณะนี้หลังคา ของ ๓ จังหวัดนี้รั่วแล้วจะมีผลในระยะยาว มีผลในวันข้างหน้า ผมจึงขออนุญาตว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ไม่มาก กําลังเขาไม่พอ และการไปดําเนินการใด ๆ อาจจะละเมิด สิทธิมนุษยชนได้ ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีคณะทํางานเข้าไป ช่วยดูแลและแก้ปัญหา แล้วก็ฝากรัฐบาลว่ากรุณาช่วยจัดงบประมาณเพื่อซื้อครับ อย่าไปผลักดันเปล่า ๆ อย่าไปหาที่ใหม่ให้เขาครับ ซื้อในราคาที่เขาพอใจ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้ทํามาแล้วแล้วก็คืบหน้ามาโดยลําดับ ก็คือการป้ องกันตลิ่งพัง ประเทศไทยเราต้องสูญเสียที่ดินของพี่น้องประชาชนหรือ ที่ดินสาธารณะประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี ถ้าราคาไร่ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับ ประเทศไทยต้องสูญเสียที่ดินเปล่า ๆ ไปปี ละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนคํานวณว่า ถ้าป้ องกันการพังของตลิ่งทั้งฝั่งอันดามัน ทั้งฝั่งอ่าวไทยและในทะเลสาบสงขลาจะใช้ งบประมาณเท่าไร เขาบอกว่าทั้งหมดใช้แค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง เราลงทุนแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทสามารถป้ องกันพื้นที่ที่จะพังทลาย เป็นตลิ่งพังทลายได้ปี หนึ่ง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่ารัฐบาลน่าลงทุน แล้วก็สิ่งนี้เป็นทรัพยากรของพี่น้อง ประชาชน หลายชุมชนถูกคลื่นพังเสียหาย ทําให้ชุมชนล่มสลาย ผมคิดว่าตรงนี้รัฐบาลกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรที่จะได้ร่วมมือกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผมมีประเด็นที่จะฝากอยู่สองสามประเด็น แล้วก็ขอให้กําลังใจท่านนะครับว่างานของท่าน หนักหน่วง แล้วก็ยิ่งจะหนักหน่วงต่อไป แต่ว่าท่านอย่าทําเรื่องสถานการณ์การเมือง การชุมนุมอย่างเดียว ขอให้ท่านช่วยจัดการเรื่องฐานทรัพยากรธรรมชาติของประชาชน เพราะเหล่านี้ก็จะเป็นปัญหาในทางการเมืองได้ในวันข้างหน้านะครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ