สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

สถาพร มณีรัตน์ เสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้เงินภาษีประชาชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้จ่ายของตนเอง รวมถึงการละเมิดสิทธิของประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะกรณีที่ศาลพิพากษาชั้นต้นทำความเสียหายต่อประชาชน 3 ปี โดยไม่ต้องรอลงอาญา และไม่มีการไต่สวนหรือดำเนินการใด ๆ ในกรณีที่ประชาชนปิดสนามบินและทำเนียบรัฐบาล

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ผู้ซึ่งถูกกระทบสิทธิด้วย คนหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา และได้เห็นการทํางานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้อ่านข้อมูลในเรื่องของการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังจะต้องตั้งข้อสังเกตซักถามเหตุผล เพราะว่าดูคร่าว ๆ แล้วคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้เงินภาษีประชาชนไปทั้งหมด ๑๖๘ ล้านบาทโดยประมาณ ต่อคนต่อปี มีอนุกรรมการหลายชุด แต่ละชุดก็เสมือนหนึ่งว่าไขว้ กันไป ไขว้กันมา ก็ไม่รู้ว่าอนุกรรมการที่แต่งตั้งนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร ไปกระทบสิทธิคนอื่น ไปตัดสิทธิคนอื่น คนอื่นที่จะสมัครเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถ้าไม่ใช่พวก แล้วก็ไม่มีโอกาสเข้ามาในวงนี้ อันนี้เป็นข้อสังเกตซึ่งคุณหมอเอง เราเองก็รู้จักมักคุ้นกัน ผมเองนั้นอยากจะนําเรียนท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สิ่งที่ผมเจ็บปวดที่สุดก็คือ การละเมิดสิทธิในสภาผู้แทนราษฎร วันนั้นพี่น้องกรรมกรโรงงานเขามาประท้วง มายื่น หนังสือ ปรากฏว่ามีตํารวจโดยคําสั่งใครก็ไม่รู้เอาเครื่องหูดับ เครื่องหูดับที่เปิดแล้วพูดกัน ไม่รู้เรื่องมาเปิดไล่พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานไม่ให้มีการประท้วง แล้วแถมยังจับแจ้ง ความกล่าวหาว่าเขาปิดถนนกีดขวางทางจราจร ใช้มาตรา ๒๑๕ ของคดีอาญา ซึ่งเป็น มาตราที่คลุมจักรวาล ไปแจ้งจับกรรมกรเหล่านั้นอีก ผมหาว่าเขาไปเลี้ยงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเรียกนายตํารวจหูดํา ผมไม่รู้จักชื่อแต่ผมรู้ว่ามันมีหูดํา หูมันดํา ๆ นั่นละผมจําชื่อมันไม่ได้ เอามาทําทําไม ท่านเคยไปตรวจสอบไหมว่าเครื่องนี้มันรุกรานสิทธิของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง อยู่ ๆ ก็เอาเครื่องมาเปิด เปิ ดในสภานี่ละครับ เสียงมันดังหึ่ง ๆ หูดับตับไหม้ไปหมด แล้วระยะยาวนี่ผมเชื่อว่าทั้งตํารวจ ทั้งกรรมกรเหล่านั้นนํ้าในหูไม่เท่ากัน ดูเถอะมันไม่ได้ เห็นผลทันทีทันใด แต่ในระยะยาวนี่จะทําให้ประสาทหูเสื่อม มันจะทําให้คนหูตึง เพิ่มขึ้นอีกในจํานวนประชากรทั้งหมด และแถมยังจะขู่ให้ ใครมาประท้วงก็แล้วแต่จะเอา เครื่องหูดับมาเปิด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเข้าไปบ้างไหม เคยเข้าไปตรวจสอบ ประเด็นนี้ไหม กรรมกรเหล่านั้นเป็นผู้หญิงครับ ไม่มีอาวุธ ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ เขามาที่สภา เพื่อมายื่นหนังสือ แต่ก็มีการลุแก่อํานาจเปิดเครื่องหูดับตับไหม้พูดกันไม่รู้เรื่อง แล้วก็มา แจ้งความจับเขาอีก นี่คือประเด็นที่ ๑ เพราะผมอ่านในกระบวนการแรงงานด้านกรรมกร แล้วไม่มี

ประเด็นที่ ๒ ผมเองถูกกล่าวหาว่าปิ ดถนนเมื่อเดือนเมษายน ที่จังหวัดลําพูน ก็ว่ากันไป อัยการจะสั่งฟ้ องไม่ฟ้ องยังไม่รู้ พนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้ สอบสวนอะไร แต่ปรากฏว่าผมถูกห้ามออกนอกประเทศ นี่มันละเมิดสิทธิกันขั้นนี้นะครับ ผมไม่ใช่กบฏ ผมไม่ได้ฆ่าคน ปรากฏว่าผมจะไปศึกษาดูงานห้ามผมออกนอกประเทศ ผมถามว่ามีอํานาจอะไรในการห้ามราษฎรที่ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไปต่างประเทศ ไม่ใช่ มีเฉพาะผมนะครับ คนที่ถูกกล่าวหาปิดถนนเดือนเมษายนทุกคนห้ามออกนอกประเทศหมด นี่เป็ นการละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงที่สุดของการกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจ มันเป็ นสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปที่ไหน อย่างไร ท่านรับรู้ไหมครับ มันมีมาตรฐานอะไรที่จะห้ามนายแก้ว นายคํา นายดํา นายแดงนี่ออกนอกประเทศ เรายัง ไม่ได้ตัดสินกันครับ เราเพียงแต่ถูกกล่าวหาว่าไปขัดขวางทางจราจร ใช้มาตรา ๒๑๕ แต่ปรากฏว่าห้ามผมออกนอกประเทศครับ ผมจะไปดูงานตามคณะกรรมาธิการศึกษา ดูงานต่างประเทศผมต้องทําหนังสือขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตํารวจออกนอกประเทศครับ ผมจะไปทําพาสปอร์ต (Passport) ไปทําวีซ่า (Visa) ผมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตํารวจครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น บ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตย นี่ละเมิดสิทธิกันถึงขั้นนี้หรือครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ครับ เป็นเรื่องผู้ถูกกล่าวหา เมื่อเดือนเมษายนห้ามออกนอกประเทศทุกคนเลยครับ ไม่เว้นแม้แต่ลุงแก้วที่อยู่ จังหวัดลําพูน

ประเด็นที่ ๓ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเข้าไปอ่าน คําพิพากษาบางเรื่องไหมครับ ผมวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ไม่ได้ล่วงละเมิด อํานาจศาล กรณีที่พี่น้องประชาชนของเราลุกขึ้นมาทวงถามสิทธิเรื่องของสินค้าเกษตร ตกตํ่าที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดลําพูน เรื่องลําไยที่จังหวัดลําพูน เรื่องข้าวที่จังหวัด เชียงราย ปรากฏว่าศาลพิพากษาชั้นต้นทําความเสียหาย จําคุกราษฎรเหล่านั้น ๓ ปี โดยไม่ต้องรอลงอาญาเลยครับ แต่ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนบางกลุ่มบางพวก ปิดสนามบิน ปิดทําเนียบรัฐบาล ผมต้องปีนกําแพงหนีไปทางสวนสัตว์ยิงกันสนั่นหวั่นพื้น สนั่นบ้านสนั่นเมือง เอาลูกเหล็กใส่หนังสติ๊กยิงเข้ามาในทําเนียบรัฐบาล ยิงเข้ามา ในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่าไม่เคยไต่สวน ไม่เคยดําเนินการใด ๆ มันเกิดอะไรขึ้นครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยเข้าไปดูสิทธิเหล่านี้หรือไม่ หรือว่านั่งอยู่ในห้องแอร์ คอยแต่จะรับหนังสือ ต้องให้มานั่งคุกเข่าให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วย วินิจฉัยอย่างนั้นหรือครับ ทีประเด็นที่เป็นพวกกันนี่ทันทีทันใดเลย ผมนี่สงสารเพื่อน ของท่านนะครับ อาจารย์จรัลถูก สนช. อัปเปหิออกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยแค่ไปขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองปกติ ท่านก็ไม่เคยไปคุ้มครองสิทธิ เพื่อนของท่านเลยครับ ไม่เคยชี้แจงกัน แถมบางคนก็ยังมากล่าวหากันอีก นี่มาตรฐานอย่างไรครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีมาตรฐานในการคุ้มครอง สิทธิอย่างไรบ้างครับ หรือว่าเป็นพวกกันก็คุ้มครอง ไม่ใช่พวกไม่คุ้มครองอย่างนั้นหรือครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเกิดขึ้นโดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการ ให้คนไทย ๖๓ ล้านคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ปกป้ องสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ ไม่ใช่พวก แล้วไม่ปก ไม่ใช่พวกแล้วไม่ป้ อง หรือจะต้องให้ไปร้องเรียนนั่งพับเพียบเรียบร้อย เขียนหนังสือแล้วก็ไปยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะสอบสวนกระนั้น ใช่ไหม ผมก็อยากจะเข้าถึงสิทธิเหมือนกัน ประเด็นตรงนี้ผมเองนั้นมีความเป็นห่วงว่า คนชายขอบ คนต่างจังหวัด หรือคนในกรุงเทพมหานครบางกลุ่มบางพวกไม่สามารถ เข้าไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่ายและโดยสะดวก หลายเรื่องครับ ที่เคลือบแคลงสงสัยว่าทําไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่เข้าไปดูแล หลายเรื่องที่เราก็ตกใจว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูเสมือนหนึ่งว่าสนใจ เป็นพิเศษ ลุกลี้ลุกลนเป็นพิเศษ ตรงนี้ครับเราเองนั้นการที่ได้รับฉันทานุมัติเลือกให้เป็น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นถือว่าเป็นจุดสูงสุดของชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง ที่พึงได้ แต่พฤติกรรมของหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมานั้นทําให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย ในหลายสิ่งหลายอย่าง ผมเองนั้นในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการวิพากษ์วิจารณ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ด้วยเหตุผลในความที่ต้องการเห็นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นยืนอยู่ในจุดที่พึ่งพาอาศัยได้ ไม่ต้องถึงขั้นที่จะต้องออกเอกสาร ออกเป็ นหนังสือหรือเป็ นรูปเล่ม ขอเพียงแต่ว่าแสดงความเห็นผ่านสาธารณชน ผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้เป็นองค์กรหนึ่ง องค์กรที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงได้ ผมเองตั้งข้อสังเกตอยู่สามสี่ประเด็น ด้วยความเคารพในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และด้วยความเคารพในประธานสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบคุณครับ