สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินการสอบสวนและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มา รายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ ผมก็ได้เปิดอ่านด้วยความตั้งใจ แม้ว่าจะเพิ่ง ได้รับเอกสารนี้ก็ตาม อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในกรณีที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สรุปเหตุการณ์ความรุนแรงในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่เกิดขึ้นที่หน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้น ท่านประธานครับ ความจริง ก็ต้องยอมรับกันว่าหนึ่งในผู้ต้องหา หรือหนึ่งในจําเลยที่ถูกทางราชการกล่าวหานั้นก็คือ ท่านประธานนั่นเอง เพราะท่านประธานคือผู้ที่นําทีมไปร่วมและบุกไปหน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แม้นว่าในสํานวนการสอบสวนท่านประธานจะใส่ชื่อ ท่านประธาน แต่นามสกุลก็คือแก้วนพจิต ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานนามสกุลที่ใช้เป็ น รองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ผมเคารพท่านประธาน การแสดงออกของท่านประธานผมก็เคารพ เพราะฉะนั้นการที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารายงานในสภาแห่งนี้ ผู้ที่ทําหน้าที่เป็นประธาน ก็คือผู้ต้องหาในคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สอบสวนนั่นเอง ท่านประธานที่เคารพ ความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ผมก็ยอมรับ ความคิดเห็นทางการเมืองของท่านประธานไม่ว่าท่านประธานจะมีความคิดเห็น ทางการเมืองที่ก้าวหน้าลํ้าเลิศ อย่างไรก็ตามแต่ปรากฏว่าเหตุการณ์ที่หน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้นเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเวลา ๒ ปี คดีคืบหน้าไปถึงไหน ท่านประธานก็รู้อยู่แก่ใจว่าได้คืบหน้าหรือไม่คืบหน้า ท่านประธานครับ ที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทําการสอบสวนมานั้นผมได้อ่านและได้เห็นว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ดําเนินตามครรลองของความยุติธรรม แต่ว่าการละเมิด สิทธิมนุษยชนในประเทศของเราจะมากขึ้นหรือลดน้อยลงหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องที่ผู้คน ในสังคมก็จะต้องถามตัวเองว่าในสังคมไทยของเรานั้นจะยินยอมให้มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนไปถึงเพียงไหน มากเท่าไร และละเมิดต่อใคร ท่านประธานที่เคารพครับ บางคนก็บอกว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นความเท็จ โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่าน ถ้ารายงานนี้เป็นความเท็จผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็อยากจะเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติขอให้ท่านทําให้เป็นความจริงและเสนอรายงานเพิ่มเติมขึ้นมาว่าความจริง ที่แท้นั้นเป็นอย่างไร อย่าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายไหนก็ตาม มาดูถูกท่านได้ว่าท่านนําเสนอรายงานความเป็นเท็จต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ และเมื่อเปิดดูแล้วจะเห็นว่าในบรรดาคนที่ร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมากที่สุดนั้น เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน ปรากฏว่าเกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานครมากที่สุด ซึ่งกรุงเทพมหานครนั้นคือเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ศิวิไลซ์ (Civilize) มากที่สุด แต่กลับมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนมากที่สุดเช่นเดียวกัน และพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนน้อยที่สุดก็คือ ภาคเหนือตอนล่าง และกระเถิบขึ้นมาหน่อยหนึ่งคือมากขึ้นอีกนิดหนึ่งก็คือบริเวณภาคใต้ ตอนล่าง ถามท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานที่เคารพว่า ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือภาคใต้ตอนล่างนั้นมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนน้อย จริงหรือ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในเมืองที่มีความเจริญ มีการสื่อสาร พี่น้องประชาชนมีความฉลาดก็สามารถที่จะร้องเรียน ได้โดยง่าย แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลความเจริญ แม้นว่าจะมี การสื่อสารที่พัฒนาก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่การร้องเรียนจากพี่น้องในแถบนั้น ก็ยังน้อยอยู่อาจจะเนื่องด้วยช่องทางของการสื่อสาร ผมอยากจะกราบเรียนไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานว่า ควรที่จะมีการได้โปรดชี้แนะ ช่องทางในการร้องเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์โดยทางใดก็สุดแท้แต่ ท่านประธานครับ มาดูรายงานอีกชิ้นหนึ่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นอกจากเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งบางคนก็ กระแนะกระแหนว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปปกป้ องสิทธิมนุษยชนของ ท่านประธานองคมนตรีมากกว่าพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษชนแห่งชาตินั้นก็ได้ทําตามหน้าที่ และถ้าเราดูว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าบ้าน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้นท่านประธานเชื่อไหมครับ หนึ่งในจํานวนนั้นคนที่ นําทีมไปละเมิดสิทธิมนุษยชนที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็คือกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนหนึ่งในขณะนั้น ปัจจุบันก็ถูกปลดออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น ผมพูดอย่างนี้ไม่จําเป็นต้องเอ่ยชื่อ ท่านประธาน ก็คงทราบดีเพราะเป็นผู้ที่ร่วมกันก่อการกระทําความผิด อย่างไรก็ตามตามหลักกฎหมาย แล้วเมื่อศาลยังไม่ตัดสินในชั้นนี้ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าท่านประธานเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ จนกว่าศาลท่านจะตัดสิน ท่านประธานที่เคารพครับ ในเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ในขณะนั้นผมไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่กําลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ในฝั่งธนบุรีด้วยจิตใจที่ไม่ปกติสุข เพราะปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ใช้กําลัง ความรุนแรงในการสลายม็อบปราบปรามผู้ชุมนุม ใช้แก๊สนํ้าตา ใช้ระเบิด ใช้กระสุนปืน จนกระทั่งผู้ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ถึงแก่ชีวิต ท่านประธานครับ สมาชิก บางท่าน หลายท่านก็ได้พูดว่าผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรงก็สุดแท้แต่จะว่ากัน เพราะคน ที่อยู่ในนี้โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านนั้นก็คงจะมีความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ แต่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่ผู้ที่ใช้ความรุนแรง ก่อน ก็คือใครครับ คือเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทั้งภาพข่าวปรากฏชัดเจนว่ากระทําการรุนแรง ต่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนผู้บริสุทธิ์ เมื่อพี่น้องประชาชน เหล่านั้นได้รับการกระทําที่รุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตํารวจ และ ป.ป.ช. ได้สอบจนกระทั่งมีมติ ดังกล่าวนั้น ท่านประธานผมอยากจะให้กําลังใจต่อคณะกรรมการป้ องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไม่ต้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปสอบสวน ป.ป.ช. อย่างที่สมาชิกบางท่านมีความเรียกร้องต้องการ เพราะผมเชื่อว่า ป.ป.ช. นั้นก็ได้ทําการสอบสวนโดยสุจริตอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องของต่างมุมมองก็สุดแท้แต่จะว่ากัน แต่ผมนั้นจะขอพูดแทน พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าบรรดา พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างสันติ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรัฐบาลในขณะนั้นได้สั่งการให้ใช้ความรุนแรงกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามถ้าใช้ ความรุนแรงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่อาจที่จะดํารงอยู่ได้อย่างแน่นอน และรัฐบาล ชุดนี้ผมเชื่อมั่น โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกํานันสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านประกาศชัดเจนว่าผู้ชุมนุมไม่ว่าชุมนุมสีอะไรก็สุดแท้แต่ รัฐบาลไม่มีนโยบายใช้ ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน นี่คือคํามั่นจากรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นผู้ที่ไม่เคยนิยมความรุนแรง ไม่เหมือนกับรัฐบาลในอดีต มีการสั่งฆ่าคน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ศพโดยอ้างยาเสพติด ท่านประธานเชื่อไหมว่า