สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

นคร มาฉิม หารือเรื่องอุบัติเหตุทางถนน โดยเสนอยุทธศาสตร์ 6 ประการ และเรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจและให้ความสำคัญในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย โดยการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนและเยาวชนในการขับขี่ยานพาหนะอย่างถูกต้องตามกฎจราจร

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะถามรัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการที่จะ หามาตรการในการที่จะป้ องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากว่าความสูญเสียทั้งชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ในแต่ละปี ในแต่ละเดือนนั้นค่อนข้างที่จะสูง แล้วก็สูงอย่างน่าตกใจ ผมขออนุญาตที่จะ โยงไปถึงข้อมูลในเชิงสถิติ ในเชิงปริมาณ แล้วก็ทิศทางนโยบายของรัฐบาล รวมไปถึง องค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ องค์การ สหประชาชาติได้จัดประชุมผู้บริหารของทุกประเทศในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่กรุงมอสโก เพื่อร่วมกันกําหนดให้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระสําคัญที่ทุกประเทศ จะต้องให้ความสําคัญและเร่งดําเนินการแก้ไข โดยตั้งเป้ำลดจํานวนผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่ง ในทศวรรษหน้าก็คือปี คริสต์ศักราช ๒๐๑๐-๒๐๒๐ จากข้อมูลของสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๒ แนวโน้มของอุบัติเหตุ ทางถนนของประเทศไทยมีแนวโน้มค่อนข้างน่าพึงพอใจก็คือลดลง แต่ว่าค่อนข้าง ที่จะช้ามาก ในปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ความสูญเสียที่เกิดขึ้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง ยอดของผู้เสียชีวิตในปี ๒๕๕๑ ๑๑,๒๖๗ คน ใน ๑ ปีนะครับเสียชีวิตหมื่นกว่าคน มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง ๑๗.๗ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ที่สําคัญที่สุด ในแต่ละปี ๑ ใน ๓ ของผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพเป็นผู้ที่อยู่ในวัยทํางานก็คือเป็นหลักของ ครอบครัว นอกเหนือจากนั้นจากข้อมูลของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ความสูญเสียเมื่อเปรียบเทียบโดยคํานวณในปี ที่สูญเสีย ปี ๒๕๔๒ อุบัติเหตุทางถนน มีความสูญเสีย ๖.๖ เปอร์เซ็นต์เป็นอันดับ ๒ รองจากโรคเอดส์ ซึ่งสูงถึง ๗.๑ ในปี ๒๕๔๗ ในปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ความสูญเสียคิดเป็ นทรัพย์สินต่อปี ความเสียหายที่เกิดขึ้น เฉพาะทรัพย์สิน ๒๓๒,๘๕๕ ล้านบาท คิดเป็นจํานวน ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ก็คือรายได้ของประชาชาติ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ความสูญเสียจากอุบัติเหตุของคนไทยทั้งประเทศ สูญเสียมากเป็นประวัติการณ์ แล้วก็เป็นผู้ที่อยู่ในวัยทํางาน ซึ่งตามมาตรฐานทางสากล แล้วความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนไม่ควรเกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศ นอกเหนือจากนั้นผมขออนุญาตที่จะพูดถึงที่มาของอุบัติเหตุ ท่านประธานที่เคารพครับ การดื่มสุรา หลับในแล้วก็ง่วง ประมาท ขับรถเร็ว ที่สําคัญที่สุดก็คือคนที่ไม่ได้ฝึกอบรม กฎการจราจรการขับขี่จะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าคนที่อบรม แล้วก็ผ่านการฝึกอบรม จากสถาบันที่ถูกต้องร้ อยละ ๓๐ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะพูดถึงนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดง เจตจํานงในเวทีสัมมนาอุบัติเหตุระดับชาติ ครั้งที่ ๙ ช่วงระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งใจแล้วก็กําหนดเป็นนโยบายที่จะผลักดันให้ความปลอดภัย ทางถนนเป็นวาระแห่งชาติ ผ่านการขับเคลื่อนงานของศูนย์อํานวยการความปลอดภัย ทางถนนและโครงการไทยเข้มแข็ง พร้อมทั้งวางเป้ำหมายว่าในอีก ๑๐ ปีนับจากนี้อัตรา ผู้เสียชีวิตไม่ควรเกิน ๑๐ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน อันนี้ถือว่าเป็นนโยบายที่สําคัญ ของหัวหน้ารัฐบาลก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางศูนย์อํานวยการความปลอดภัย ทางถนน หรือ ศปถ. ก็ได้กําหนดเป็นยุทธศาสตร์หลักว่า แผนแม่บทในการกําหนด ความปลอดภัยทางถนน ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๕ ในช่วง ๕ ปี กําหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ ก็คือ

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผลักดันให้อุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระสําคัญ โดยระบุ เป้ำหมายในระยะยาวให้สอดคล้องกับสหประชาชาติ คือลดการเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่ง ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าและในปี ๒๕๕๙ จะต้องลดอัตราการเสียชีวิตไม่เกิน ๑๐ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็คือยกระดับโครงสร้างการทํางาน โดยกําหนดเป็น ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อทดแทนโครงสร้างเดิมที่จะต้องผ่านการขอมติของ คณะรัฐมนตรีทุกครั้ง ซึ่งค่อนข้างที่จะยุ่งยาก แล้วก็ไม่เป็นยุทธศาสตร์ ไม่เป็นระบบ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือยุทธศาสตร์การทําแผนนิติบัญญัติ พร้อมทั้ง การส่งเสริมและสนับสนุนให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากว่าปัญหาที่ปรากฏอยู่ก็คือความหละหลวมแล้วก็การหย่อนยานในการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือกฎหมายอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด อย่างจริงจัง และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ก็คือยุทธศาสตร์การกําหนดบทบาทหลักของหน่วยงานกลาง ที่จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการรับผิดชอบการดําเนินงาน โดยเฉพาะในกลุ่มปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ความเร็ว และจุดเสี่ยงตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ก็คือยุทธศาสตร์การเพิ่มบทบาทของภูมิภาคและท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เห็นในส่วนต่าง ๆ ได้มีโอกาส เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะป้ องกันการแก้ไขปัญหาหรือว่าลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยเท่าที่ควร

ยุทธศาสตร์สุดท้ายก็คือยุทธศาสตร์การวิจัยพัฒนาและติดตามประเมินผล ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์หลักของ ศปถ. เป็นหลักสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาล จะต้องใส่ใจและให้ความสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดมาถึงจุดนี้ก่อนที่จะถามไป ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วก็ส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมอยากจะให้ เจ้าหน้าที่ได้ฉายสถิติความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ โดยสรุปนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ได้ฉายภาพสถิติจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติด้วยครับ

สถิติที่ ๑ ก็คือสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางบกประจําปี ๒๕๔๘ ท่านประธานดูว่ามีอุบัติเหตุทั้งหมด ๑๒๒,๐๐๐ กว่าครั้ง มีผู้เสียชีวิตหรือจํานวนคนตาย ในปี ๒๕๔๘ จํานวน ๑๒,๘๕๘ คน ขอตารางที่ ๒ หน่อยครับ ในปี ๒๕๔๙ มีอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๒๑๐,๐๐๐ กว่าครั้ง มีผู้เสียชีวิตหรือคนตายในปี ๒๕๔๙ จากอุบัติเหตุ ๑๒,๖๑๙ ศพ ตารางต่อไปปี ๒๕๕๐ อุบัติเหตุ ๙๘,๐๐๐ กว่าครั้ง มีคนตาย ๑๑,๕๕๓ ศพ อันนี้ไม่รวมเดือนกรกฎาคมที่ไม่มีข้อมูลจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ข้อมูลถัดไป ปี ๒๕๕๑ มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๘๘,๐๐๐ กว่าครั้ง มีคนตายทั้งหมด ๑๑,๕๐๕ คน ปีสุดท้ายที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วัน มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๗๘,๐๐๐ กว่าครั้ง มีคนตาย เท่าที่รวมได้ไม่รวมเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปี มีคนตาย ๙,๗๖๙ ศพ ไม่รวมเดือนธันวาคม ซึ่งถ้าเกิดว่ารวมเดือนธันวาคมโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ ๑,๐๐๐ ศพ ก็ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ศพต่อปี คือความสูญเสียต่อทรัพย์สิน ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลปีละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และความสูญเสียต่อชีวิต ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าศพ ยิ่งกว่าสงครามครับ ท่านประธานครับ ถือว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องใส่ใจ จะต้องดูแล จะต้องกํากับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดําเนินการอย่างเด็ดขาดอย่างจริงจัง และหามาตรการในการที่จะลดการเกิดอุบัติเหตุ หามาตรการในการที่จะบรรเทาความสูญเสียและดูแลส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะ เยาวชนให้รู้จักกฎ ให้รู้จักระเบียบ ให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม การใช้รถ การใช้ถนน เพราะฉะนั้นผมจึงขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ตลอดจนการเปิด สอนการขับขี่ยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎจราจร ตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นการส่งเสริม และปลูกจิตสํานึกให้กับผู้ขับขี่ เยาวชน รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ยานพาหนะได้ปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างถูกต้องอย่างไร ขอทราบรายละเอียด

คําถามที่ ๒ ก็คือรัฐบาลมีนโยบายในการป้ องกันและลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียจากการจราจรอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ