อภิชาต จี้ปรับกระบวนการรับทราบรายงานสิทธิฯ ชี้แจงล่วงหน้าระบุภาพรวมปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอแนะให้ปรับปรุงกระบวนการรับทราบรายงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยกำหนดประเด็นหลักให้หน่วยงานชี้แจงล่วงหน้าเพื่อควบคุมการอภิปราย และเสนอให้รายงานต้องระบุภาพรวมปัญหาและรูปธรรมที่เป็นตัวอย่างอย่างชัดเจน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมขึ้นมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในรอบปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ความจริงแล้วกระบวนการพิจารณา เพื่อรับทราบรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ยังมีประเด็นข้อบกพร่องที่ทําให้การพิจารณา ของสภามีลักษณะยืดเยื้อ แล้วก็ไม่อยู่ในประเด็น ก็เนื่องจากว่าท่านประธานได้กําหนด วิธีการให้รับทราบรายงานโดยการให้ผู้แทนจากหน่วยงานขึ้นมานั่งแล้วก็ให้สมาชิกได้อ่าน เอกสารเอาเอง แล้วก็ตีความเอาตามที่แต่ละคนเข้าใจ จริง ๆ แล้วในกระบวนการ พิจารณารับทราบรายงานผมอยากเสนอประธานไว้เป็นเบื้องต้นก็คือว่าหน่วยงานที่มา ชี้แจงกับสภาควรจะมีประเด็นที่จะนําเสนอกับสภาแห่งนี้ก่อนที่จะเปิดให้มีการอภิปราย ซักถามจากเพื่อนสมาชิก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็จะควบคุมประเด็นไม่ได้ และเราก็ไม่รู้ ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องการจะนําเสนออะไรกับสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงานที่หน่วยงานที่จะมาเสนอกับสภาผมคิดว่ามี ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ท่านควรจะนําเสนอก่อนที่จะมีการอภิปรายก็คือ

๑. ภาพรวมของปัญหา กรณีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่ ท่านต้องเสนอว่าภาพรวมของปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ในรอบปีที่ท่านต้องการ นําเสนอนี่มันคืออะไร แต่ในนี้ไม่มีครับ ในรายงานของปี ๒๕๕๑ นี่ แล้วท่านก็บอก ด้วยว่าท่านได้เอารายงานเฉพาะตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ แต่ในรายงานของท่านก็ไปหยิบเอารายงาน สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งไม่อยู่ในรอบปีงบประมาณที่ท่านว่า ก็ทําให้มีการอภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง นี่เป็นประเด็นหนึ่งนะครับ

๒. ก็คือว่ารูปธรรมของปัญหาที่ควรจะนําเสนอซึ่งเป็นประเด็นปัญหา สําคัญที่มีผลกระทบที่ชี้ให้เห็นว่าภาพรวมของปัญหาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นรูปธรรม ที่เป็นตัวอย่างต้องจํากัดแล้วก็มีลักษณะที่อธิบายภาพรวมได้

๓. ก็คือข้อเสนอที่ท่านจะเสนอกับสภาแห่งนี้ว่าต้องการให้สภาแห่งนี้ สนับสนุนการดําเนินงานของท่านอย่างไร มีปัญหา มีอุปสรรคอะไรบ้างผมก็พยายาม ไปอ่านในรายงานของท่าน ท่านมีข้อเสนอในเชิงนโยบายที่มีต่อคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ในกฎหมายเขาให้ท่านมารายงานกับสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องมีคําถาม มีประเด็นที่อยากที่จะให้สภาได้ให้คําชี้แนะกับท่าน

นี่เป็น ๓ ประเด็นที่ท่านจะต้องนําเสนอกับสภาก่อนที่จะให้ผมได้อภิปราย อย่างไรก็ตามเอาไว้ในปี ต่อ ๆ ไปท่านคงจะได้ปรับปรุงวิธีการนําเสนอในรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๑ มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการชุมนุมเรื่อง สถานการณ์ทางการเมือง ท่านประธานครับ มีการสรุปว่าการชุมนุมทั้งสองสามเรื่อง ที่ยกมาเป็นการชุมนุมที่ใช้สิทธิเสรีภาพในขั้นพื้นฐานโดยสงบและปราศจากอาวุธ ข้อสรุปเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นข้อสรุปที่ใช้เป็นสากลสําหรับการชุมนุมทุกครั้ง แต่ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะอธิบายการชุมนุมทุกครั้งบอกว่าเป็นการชุมนุม โดยสงบปราศจากอาวุธในทุกครั้งไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่มีการชุมนุมมักจะเริ่มต้นด้วยการ ชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธจริง แต่เมื่อมีการพัฒนาการของสถานการณ์ของ การชุมนุมรุนแรงขึ้น ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่เราบอกว่าไม่มีอาวุธเป็นการชุมนุมโดยสงบก็ไม่จริง มีการใช้ความรุนแรงเข้ามา มีการใช้อาวุธที่สรรหาได้จากรอบกายมาเป็นอาวุธแล้วก็ ก่อความรุนแรง ในรายงานของท่านเองก็พูดด้วยซํ้าว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้พัฒนาการ และก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์หรือ ที่จังหวัดอุดรธานีก็ตาม พัฒนาการเหล่านี้ท่านอย่าไปสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธต้องระมัดระวังในการสรุปและต้องเคร่งครัด มากกว่านี้ ผมมีข้อเสนอแนะเพียงสองสามประเด็นเท่านั้น ท่านมีข้อเสนอแนะในเรื่องของ การปรับปรุงกฎหมาย ในหน้า ๑๓๖ บอกว่ามีอยู่ ๕ ฉบับซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ควรจะมีข้อเสนอแนะในเรื่องนี้ แต่ว่าสิ่งที่ตามมาก็ คือว่า อย่างยกตัวอย่าง กรณีพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งท่านคัดค้านท่านไม่เห็นด้วย ท่านบอกว่าถ้าออกมาแล้วมันไปละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย แต่ปรากฏว่ากฎหมายนี้ก็ออกมา แล้วก็อยากรู้ว่าท่านได้คิดกับเรื่องนี้อย่างไร ความจริงท่านมีเวลาพอที่จะติดตามว่า ผลกระทบจากการออกกฎหมายฉบับนี้มันมีอะไรบ้าง แล้วเป็นไปตามที่ท่านได้เคย คัดค้าน ท่านได้เคยเสนอแนะไว้หรือไม่ แต่ว่าในรายงานชิ้นนี้ไม่มี ท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายต่อรัฐบาลท่านบอกไว้ในหน้า ๑๔๖ มีอยู่ถึง ๖๔ เรื่องซึ่งเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและอยู่ในความสนใจของพี่น้อง ประชาชนจํานวนมาก แต่ถามว่า ๖๔ เรื่องที่ท่านเสนอแนะกับรัฐบาลไปตั้งแต่รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ มารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านได้ ติดตามไหมครับว่าข้อเสนอของท่านทั้ง ๖๔ เรื่องได้รับการตอบสนองหรือไม่ อย่างไร ผมไม่เห็นในรายงานชิ้นนี้เช่นกัน สุดท้ายครับท่านประธานเรื่องการเผยแพร่งานทางด้าน สิทธิมนุษยชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่ท่านพยายามนําเสนอในรายงานฉบับนี้ มันไม่ใช่ความพยายามในการสร้างความตระหนักหรือจิตสํานึกในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ให้เกิดกับคนในประเทศนี้ แต่เป็ นเรื่องของการเผยแพร่ผลงานของท่านว่าท่านได้ไปทําอะไรมากกว่า เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานองค์กรมากกว่า แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือว่า ในรอบปีงบประมาณที่ท่านว่า ท่านได้มีกระบวนการในการสร้างจิตสํานึกให้สังคม ได้ตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างไร และมีการประเมินผล มีการชี้วัดเรื่องนี้อย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วการเผยแพร่การประชาสัมพันธ์ก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็คือผมอยากเห็นว่า ตัวเลขของการตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีท่านมีตัวชี้วัดและออกมาเป็น ตัวเลขอย่างไร เช่น คนในสังคมนี้ในกลุ่มเยาวชน ในกลุ่มพี่น้องประชาชนในแถบชายขอบ ในแถบชนบท เขาได้ตระหนักรู้ ในเรื่องสิทธิมนุษยชนและได้ใช้บริการกับท่าน อย่างมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้น่าจะวิจัยสามารถที่จะชี้ออกมาเป็นตัวเลขได้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน