วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการชุมนุมในวันที่ 7 และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงไปตรวจสอบและสอบสวน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การประเมินสถานการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มีการรายงานข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์และมีอคติ
ที่ท่านชวลิตอาจจะอภิปราย แต่ท่านชวลิตไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมยืนยันครับว่าเหตุการณ์ในวันที่ ๖ ได้มีการประชุม หารือกันว่าเราจะไปแถลงนโยบาย แล้วก็บอกกล่าวกันครับว่าการเตรียมการในเรื่องของ การดําเนินการนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจกับทางรัฐสภาที่ท่านประธานรัฐสภา เองนั้นจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมในการประชุมเท่านั้นเองครับ ส่วนในวิธีการต่าง ๆ ที่เรา จะเดินทางเข้ามานั้นก็เป็นวิธีการที่ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจเองได้มีการเตรียมการในการ เปิดเส้นทางให้พวกเราเข้ามาสู่การประชุมในวันนั้น ผมเองนั่งอยู่ในแถบขวามือของ ท่านประธาน แล้วก็อยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งท่านแถลงนโยบายเสร็จ แล้วก็ มีการชุมนุมกันด้านนอก แต่ตรงนี้รายงานผมยืนยันว่ารายงานอันนี้ไม่มีข้อเท็จจริง เขียนในนี้ครับหน้า ๑๒ เขียนว่า โดยมีการยิงระเบิดแก๊สนํ้าตาออกมาจากภายในรัฐสภา และกองบัญชาการตํารวจนครบาลจนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจํานวนมาก ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการตํารวจนครบาลตรงนี้ท่านเขียนอย่างไรครับ มีไหมครับว่า มีกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจใช้แก๊สนํ้าตายิงออกมาจากบริเวณนี้ ไม่มีหรอกครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ประสานงานจาก ผบ. ตํารวจในขณะนั้น เขาก็บอกว่าเหตุการณ์ตรงนี้ ท่านจะเอาอย่างไรเพราะคนที่ติดขัดอยู่ในนี้นั้นจะเกิดอันตรายเกิดขึ้น มีการระดมยิง เข้ามา เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องลงไปดู ในรายละเอียดมากกว่าที่จะมาฟังบันทึกรายงาน และผมเรียนนิดหนึ่งครับว่าถ้าการชุมนุม โดยปราศจากอาวุธทําได้ตามมาตรา ๖๓ แห่งรัฐธรรมนูญ แต่ตรงนี้ท่านประธานครับ ที่ไปอ้างบอกว่ามีคนเจ็บแล้วโดนแก๊สนํ้าตา โดนระเบิด ในนี้เขียนระเบิดแก๊สนํ้าตา เขียนหนักไปหรือเปล่า รายงานข้อเท็จจริงอาวุธที่ใช้ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจ ผมพบเห็นแต่ว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจถูกกระทําเสียมากกว่า แล้วเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ไม่มีการที่จะไปดูเยียวยา เท่าที่ควร แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้มีมาตรการที่จะดูแลในกลุ่มของผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บ ก็มีการเบิกจ่ายเงินไปครับ เบิกจ่ายเงินไปชําระในเรื่องของสินไหมต่าง ๆ ที่บาดเจ็บ ในกรณีเหตุการณ์การชุมนุม แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องไปดู ไปตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่บอกว่ามารายงานต่อรัฐสภาไปเพื่อผ่าน ๆ ว่าขณะนี้มีคนบาดเจ็บ แต่สาเหตุ ที่บาดเจ็บมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมบอกได้เลยครับท่านประธานต้องลงกลับไปดูว่า ถ้าเหตุการณ์การชุมนุมเป็นปกติโดยท่านต้องไล่เลียงว่าศาลปกครองมีหมายเลขคดีดํา ที่ ๑๖๐๕/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ว่าศาลมีคําสั่งพิจารณาแสดงเจตนาว่า ในเรื่องของรัฐสภาการไปประชุมในวันที่ ๗ นั้นเป็นหน้าที่ โดยปิดล้อมประตูทางเข้า ทุกด้านนั้นไม่ได้ อันนี้ศาลเขาบอกมาแล้วนะครับ การกระทําดังกล่าวมีลักษณะทําให้ผู้อื่น กลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย และเสรีภาพจนไม่กล้าเข้าออกในส่วนของรัฐสภา อันเป็นการกระทํากระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ท่านประธานครับ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูหรือเปล่า การชุมนุมดังกล่าวจึงมิใช่การชุมนุมอย่างสงบ อันจะได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญ มันมีวัตถุประสงค์ การแถลง นโยบายต่อสภาเป็ นหน้าที่เบื้องต้นของรัฐบาล แต่จะกระทําได้หรือไม่ได้นี่มัน ตามรัฐธรรมนูญ สิทธิก็มีครับ สิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่วันนี้มันเป็นการละเมิดสิทธิ หรือเปล่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องลงไปดู และการปิดกั้นดังกล่าวเป็นไป เพื่อมิให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อันจะทําให้คณะรัฐมนตรีเข้า บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ตามมาตรา ๑๗๖ ของรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงมี หน้าที่จะต้องเข้าไปสลายการชุมนุมเพื่อแก้ไขปัญหาจากการกระทําดังกล่าว แล้วไป บอกกล่าวว่าการชุมนุมโดยสงบ ถ้าโดยสงบนี่มันต้องไม่กีดขวาง ไม่เป็นการไปบั่นทอน การทําหน้าที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง และการกระทําตรงนี้ถ้าดูให้ดีนะครับ ฝ่ายพันธมิตรเอง มีการใช้ ถ้าบอกว่าไม่มีอาวุธไม่ใช่หรอกครับ ตํารวจเจ็บ คนเจ็บ ด้ามร่มที่มีปลายแหลมนี่ ใครก็เห็นครับจากภาพถ่ายตรงหน้าทําเนียบรัฐบาลทางออกนี่เหมือนกับคนจิตวิญญาณ ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมยังโดนด่า โดนด่าอย่างไร้สาระครับ ด่าโน่นด่านี่ เข้ามาจะตีให้ตาย จะอะไรซึ่งหลายคนพูดไปแล้ว อาวุธที่ใช้มีทั้งด้ามร่มที่แทงเจ้าหน้าที่ตํารวจ อาวุธที่ใช้มีทั้ง หนังสติ๊ก ซึ่งเป็นลูกเหล็ก ยิงตรงไหน ถูกตรงไหนนี่ทําอันตรายได้หรือเปล่า แล้วก็สิ่งที่ ตรวจสอบนี่ท่านต้องไปตรวจสอบหลักฐานเอกสารให้ชัดเจนครับว่าระเบิดที่ใช้ท่านบอก แก๊สนํ้าตา แล้วตุง ๆ ที่เขาไปค้นเจอที่ติดตัวในการสลายการชุมนุมวันที่ ๗ นี่มันระเบิด ปิงปองหรือเปล่าที่เจอเยอะแยะ ท่านประธานครับ ผมขอวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดทํา รายงาน การส่งรายงานต่อสภาครั้งนี้มีประเด็นครับ
ประการแรก การจัดทํารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มิได้มีการประเมินสถานการณ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ (๘) ด้วยความเป็นกลาง และเป็นธรรมอย่างจริงใจ และส่อให้เห็นถึงการมีอคติโน้มเอียงฝักฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยดูจากตรงไหนครับ ดูจากตรงที่ว่าในหน้า ๑๑ หน้า ๑๒ หน้า ๑๓ ข้อ ๒ เป็นการ กระทํารายงานซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่รายงานข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง รอบคอบ เพราะกล่าวอ้างแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่ผมพูดกับท่านประธานนี่เพราะว่าผมเองนั้นอยู่ในส่วน ของคณะรัฐมนตรีท่านประธานก็ต้องฟัง เขามาสอบถามหรือเปล่าว่าเหตุการณ์วันนั้นมี การสั่งการอะไรหรือเปล่า ก็มีฟ้ องท่านนายกรัฐมนตรี ฟ้ องคนโน้นคนนี้ ไม่ได้สอบถามหรือ มีการดําเนินการสลายการชุมนุมทําให้มีการบาดเจ็บ แต่ไม่ได้กล่าวถึงสาเหตุและ พฤติกรรมของผู้ชุมนุม ทําให้ความรุนแรง พกพาอาวุธ ปิดล้อมสถานที่ราชการ ตัดนํ้า ตัดไฟในอาคารรัฐสภา อันเป็นการกระทําต่อสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่น รวมทั้ง ยังมีการทําเจตนาร้ายต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้เหล็กปลายธงแทง นี่เห็นชัดครับภาพถ่ายมีหมดการขับรถพุ่งชนโดยเจตนาประสงค์ต่อผลอย่างชัดเจน หรือกลุ่มชนเหล่านี้