สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๐ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๐๒ นาฬิกา)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขออภัย ท่านสมาชิก สัญญาณออดเริ่มการประชุมช้ากว่าที่เราเริ่มประชุม ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องตาม ระเบียบวาระการประชุม ผมขอให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือกันก่อนท่านละ ๒ นาทีนะครับ ขณะนี้มีผู้แสดงความจํานงไว้แล้ว มีคุณชาลี เจริญสุข รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ คุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ คุณบุญเลิศ คชายุทธเดช คุณประสาร มฤคพิทักษ์ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เชิญคุณชาลี เจริญสุข ก่อนนะครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัด ฉะเชิงเทราครับ วันนี้ขอหารือสัก ๒ เรื่องครับ เปึนเรื่องเกี่ยวพันเชื่อมโยงกันด้วยนะครับ

เรื่องแรกก็คือเรื่องของการมีพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะทางภาคเอกชน ได้หารือมานานแล้วครับว่าการขุดลอกคูคลองนี่ส่วนใหญ่จะทํากันในช่วงฤดูฝน ช่วงที่มี น้ําเต็มคลอง และการซ่อมถนนด้วยนะครับ ก็อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในการที่จะ ทําอย่างไรให้มีการขุดลอกคูคลองในหน้าแล้งที่มีน้ําแห้งคลอง แล้วก็ในช่วงที่ฝนไม่ตก ในการซ่อมถนน

อีกเรื่องหนึ่งครับเปึนเรื่องเกี่ยวพันกันครับ ขณะนี้อาจจะมีข่าวดีบ้างว่า จะมีพายุก่อตัวอยู่ในทะเล แต่ว่าเนื่องจากตอนนี้พูดง่าย ๆ ว่าเวลาของการที่ฤดูฝนผ่านมา ครึ่งทางแล้วก็คือประมาณเกือบ ๒ เดือน ซึ่งเรามีเวลาที่จะมีฝนตกเพียงเดือนกว่า ๆ เท่านั้น ฉะนั้นก็อยากที่จะขอความกรุณาทางคณะรัฐมนตรีให้มีคําสั่งให้มีการขอทําฝนเทียมนะครับ หรือฝนหลวงในเขตป์ารอยต่อ ๕ จังหวัดซึ่งเปึนพื้นที่สําคัญ เพราะว่าพื้นที่นี้เปึนพื้นที่ ที่จะต้องใช้น้ําในกลุ่มจังหวัด ๙ จังหวัดด้วยกันนะครับ ภาคกลางตอนกลาง และตอนล่าง ก็คือจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด

จังหวัดสระแก้วด้วยครับฝนไม่ตก ตอนนี้ก็อยากให้มีทีมทําฝนหลวงประจําที่ป์ารอยต่อ ๕ จังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทราก็มีเขื่อนสียัดซึ่งเปึนเขื่อนที่สําคัญซึ่งน้ําก็แห้งแล้ ว และอีกหลายอ่าง อ่างหนองปลาไหลทางด้านจังหวัดระยองน้ําก็ค่อนข้างเหลือน้อยแล้วครับ ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานไปยัง ครม. ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ มรดกโลกนั้นเปึนเรื่องสําคัญมาก เพราะทําให้ชื่อเสียงประเทศ ของเราได้ก้าวไปสู่สากล ตอนนี้จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็บางส่วน ของภาคกลางเช่นเขาใหญ่ได้เปึนมรดกโลกแล้วนะครับ ทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ บัญชีล่าสุดเปึนบัญชีเบื้ องต้นก็คือเมืองเชียงใหม่ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นหรือ เทนเททีฟ ลิสต์ (Tentative List) ก็เปึนเรื่องที่น่าดีใจ ก่อนหน้านี้ เรามีภูพระบาท เรามีพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช เปึนมรดกโลกที่ขึ้นบัญชีเบื้องต้นไว้แล้ว เราต้องช่วยกันผลักดันในเรื่องนี้ เพราะการเปึนมรดกโลกนั้นเปึนสิ่งที่ดี เปึนสิ่งที่ควรสนับสนุน เหตุทั้งนี้ทั้งนั้นเปึนเพราะว่า เปึนการบอกว่าภูมิปัญญาของบรรพชนเรานั้นเปึนสุด ๆ แห่งภูมิปัญญา เพราะฉะนั้น วัฒนธรรมเหล่านี้ต้องสนับสนุน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชนั้น ก็ผ่านมาประมาณ ๓ ป้แล้วครับก็ได้พยายามช่ วยกัน โดยเขียนข้อความว่า มรดกธรรม มรดกไทย ก้าวไกลสู่มรดกโลก ซึ่งเปึนข้อความที่ใช้โดยทั่วไปแล้ว และมีการขึ้นไวนิล (Vinyl) ที่สนามบินดอนเมืองติดต่อกันเวลาเปึนป้ นอกจากนั้นยังทําเสื้อเกี่ยวกับมรดกโลก ผมเองสวมไปที่มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ที่แคลิฟอร์เนีย ก็เอาเสื้อตัวนี้ละครับใส่เดินหลายวัน เพื่อให้เขาเห็นว่ามรดกโลกที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นคือพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช

อีกเรื่องหนึ่งครับ มรดกไทยคือเรื่องพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ปัจจุบันนี้ ค่อนข้างจะมีปัญหา ไม่ว่าจะพูด จะอ่าน จะเขียน ก็ต้องช่วยกันครับมรดกบรรพชนเหล่านี้ ท่านคิดมาอย่างดี คิดอย่างงดงาม คิดไพเราะนะครับ และภาษาไทยได้ชื่อว่าเปึนภาษา ที่ไพเราะที่สุดในโลกภาษาหนึ่งนอกจากภาษาฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นเราในฐานะคนไทย ลูกหลานไทย พูด อ่าน เขียนให้ถูกต้อง ให้ไพเราะ ให้งดงาม ร้อยกรองทั้งหลายที่มีอยู่ ต้องรักษาครับอย่าให้หาย ท่องจําอย่างท่านธรรมรักษ์นี่ท่านยังจําได้ และคุณเทียนชัยนี่จําได้ ทั้ง ๆ ที่อายุ ๗๐ กว่าป้ยังจําได้ แล้วก็เปึนสิ่งมีคุณค่าและมีความหมายครับ พวกเรา ยังใช้ประโยชน์ท่องจําอยู่ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ครับ คุณฐิติยังไม่อยู่ใช่ไหมครับ เชิญคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช ครับ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม บุญเลิศ คชายุทธเดช ผมก็มีเรื่องที่จะขอหารือกัน ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็เปึนเรื่องของการให้ข่าวกับสื่อมวลชนโดย สปช. ซึ่งท่านประธาน ได้ขอความร่วมมือว่าอยากจะให้งานของสภาปฏิรูปแห่งชาติปรากฏออกสู่สังคม โดยคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เป่ดแถลงเกี่ยวกับวาระปฏิรูปนะครับ อันนั้นผมก็เห็น สอดคล้องด้วย แต่ว่า สปช. ที่ปฏิบัติงานกันอยู่เกี่ยวพันกับเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญและเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับวาระปฏิรูปเหมือนกัน แต่ไม่ได้อยู่ในส่วนที่จะต้องไปยืนแถลง ก็อยากจะ กราบเรียนว่าน่าจะได้มีโอกาสในการที่จะให้ข่าวกับสื่อสารมวลชน เพราะว่ามี สปช. อยู่จํานวนหนึ่งบรรดาสื่อสารมวลชนก็มาติดต่ออยากจะขอความเห็น ขอให้เราได้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับภารกิจของเรา อันนี้ก็เรียนท่านประธานให้ได้กรุณารับทราบ

เรื่องที่ ๒ ผมก็อยากเสนอว่าในช่วงเวลาที่เราเหลืออีกน้อยนิด อยากจะทําให้ สังคมได้เห็นว่าเราได้ทุ่มเทการทํางานอย่างจริงจัง ใช้เวลาที่ผ่านไปให้คุ้มค่าที่สุด ดังนั้น เราก็น่าจะแสดงออกให้เห็นว่าเราทํางานกันอย่างหามรุ่งหามค่ํานะครับ ผมไม่ปรารถนา ที่จะเห็นว่าเลิกประชุมเร็วหน่อยเที่ยงแล้วแยกย้ายกันกลับ หรือไม่ก็ไปประชุมกรรมาธิการ ซึ่งประชาชนก็ไม่รับทราบว่าประชุมแล้วมันได้อะไรขึ้นมาบ้าง ก็อยากจะเสนอในจุดนี้

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าอยากจ ะให้ท่านประธานเป่ดห้องสักห้องหนึ่ง แล้วก็ ท่านประธานได้มานั่งปรึกษาหารือกันในหมู่ สปช. ว่าเราคิดจะทําอะไรกันอย่างไร แบบไหนกันดี ผมคิดว่าอันนี้ก็น่าสนใจ

และหากจําเปึนที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกันเปึนการภายในนอกรอบเราก็สามารถจะจัดกัน ได้ที่อาคาร ๒ ไม่ต้องออกไปนอกสถานที่ ใครสะดวกมาก็หารือกันเปึนการภายใน ป่ดห้องคุยกันไป น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการทํางานของเรานะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณประสาร มฤคพิทักษ์ ครับ

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. หมายเลข ๑๓๒ ท่านประธานครับ เอกสารในมือผมได้มาจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่ว มและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เปึนสรุป แบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชน โครงการเผยแพร่ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๑๒ เวที ๑๒ จังหวัด ภาคละ ๓ จังหวัด ๓๐,๔๐๐ คน ตอบกลับมา ๙,๓๕๖ คน น่าสนใจตัวเลขครับ ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ จํานวน ๔,๙๐๘ คน คิดเปึนร้อยละ ๕๒ เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญ เหมาะสมแล้ว มี ๒,๕๑๓ คน เปึนร้อยละ ๒๗ เห็นว่าต้องปรับปรุง ไม่มีความเห็นร้อยละ ๒๑ ความพึงพอใจต่อร่างรัฐธรรมนูญบอกว่าพอใจ ๕,๖๔๑ คน คิดเปึนร้อยละ ๖๐ พอใจมาก ๑,๗๗๖ คน เปึนร้อยละ ๑๙ ไม่แสดงความคิดเห็นและไม่ตอบร้อยละ ๑๔ ที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือว่าภาพรวมจุดเด่นของร่างให้ความสําคัญมากสุดเปึนอันดับ ๑ เห็นว่าความเปึนพลเมือง มีทั้งสิ้น ๓,๖๒๖ คน คิดเปึน ๒๖ เปอร์เซ็นต์ สําคัญอันดับ ๒ ๒,๙๔๑ คน คิดเปึน ๒๑ เปอร์เซ็นต์ คือสิทธิและเสรีภาพ อันดับ ๓ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ปฏิรูปปรองดอง อันดับ ๔ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ กระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบ อันดับ ๕ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ การเมือง ส.ส. ส.ว. รัฐสภา ครม. และ ๘ เปอร์เซ็นต์แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ก็จะเห็นว่าน้ําหนัก ที่ประชาชนให้ถึง ๓,๖๐๐ คน สูงสุดคือ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ คือเรื่องของความเปึนพลเมือง รองลงมาเปึนเรื่องสิทธิ และเสรีภาพ คําถามสุดท้ายถามว่ารับหรื อไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า ๔,๕๘๒ คน คิดเปึนร้อยละ ๔๙ ตอบว่ารับแน่นอน อันดับ ๒ ๒,๖๔๙ คน คิดเปึน ร้อยละ ๒๘ บอกว่าไม่แน่ใจ ไม่ตอบ ๗ เปอร์เซ็นต์ ๖๗๗ คน และไม่รับ ๒๖๕ คน คิดเปึน ร้อยละ ๓ นี่คือตัวเลขที่น่าสนใจและน่าพิจารณานะครับ อันนี้หมายความว่าบนพื้นฐาน ร่างแรกของจํานวนคน ๙,๓๕๖ คน แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนเน้นย้ําและชี้ให้เห็นความสําคัญ คือน้ําหนักที่ประชาชนให้กับจุดเด่นหรือเรื่องสําคัญ แทนที่เราสนใจกันเรื่อง ส.ส. ส.ว. รัฐสภา ปรากฏว่าประชาชนเขาให้น้ําหนักแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เขาให้ความสนใจ

เรื่องความเปึนพลเมือง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ สิทธิและเสรีภาพ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือโอกาส ถ่ายทอดและกราบเรียนต่อที่ประชุม ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกรียงไกรครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประสารที่ให้ข้อมูลที่มี ความสําคัญกับพวกเราอย่างมาก ท่านประธานครับ ที่ผมหารือวันนี้ผมจะหารือเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งผมได้ทราบข่าวมาว่าทางรัฐบาลอนุมัติงบ ๓,๐๐๐ ล้านบาทไปทําถนนบายพาส (Bypass) ที่อําเภอยางตลาดที่บ้านของผม ซึ่งผมเองนั้นก็ไปดู ท่านเชื่อไหมครับว่าตําบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเปึนตําบลเล็ก ๆ ไม่ใช่ตําบลใหญ่เลย อยู่ ๆ มีบายพาสราคา ๓,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ผมไม่อยากได้งบลงพื้นที่นะครับ แต่ความจําเปึนไม่มีเลย ท่านประธานครับ ผมยังงงอยู่ว่าแขวงการทางหรือหมวดการทางไปทําได้อย่างไร ออกก่อน เข้าตัวอําเภอยางตลาด ๒ กิโลเมตรแล้วก็อ้อม แล้วก็มาโผล่ท้ายเทศบาลผม

ออกหน้าแล้วก็โผล่ท้าย ผมไปดูแล้วผมแปลกใจว่าใครเปึนคนคิด ใครเปึนคนวิจัยเรื่องนี้ ผมสงสารชาวบ้านมากกว่าครับ เอาเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาทไปทําถนนหนทางที่อื่นยังดี ท่านประธานครับ ผมไปแหล่งท่องเที่ยว ผมไปจังหวัดจันทบุรีมา ไปดูถนนหนทางสิครับ ลําบากมาก แม้แต่จังหวัดชุมพร ผมไปบ้านเพื่อนที่เปึนนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ทางเข้าจังหวัดชุมพรยังเปึนหลุมเปึนบ่อ ผมยังงงครับท่านประธานครับ ผมบอกว่าใคร ตัดสินใจเรื่องนี้ เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ นี่เปึนปัญหาใหญ่ ที่พวกเราต้องช่วยกัน ท้องถิ่นทั้งประเทศ ๗,๘๕๓ แห่ง ท่านประธานคงเคยได้ยินข่าวว่า เงินค้างท่ออยู่ในท้องถิ่นนี่หลายแสนล้านบาท นั่นหมายถึงเงินสะสมของท้องถิ่นที่ป้หนึ่ง เงินเหลือจ่ายเขาจะหักไปทุนสํารองเงินสะสมประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเหลือจะเปึน เงินเหลือจ่ายและจะผลักเข้าเปึนเงินสะสม ณ ปัจจุบันการใช้เงินสะสมออกมากระตุ้น เศรษฐกิจหรือมาจ้างงาน จ้างอาชีพใช้ไม่ได้ เพราะติดขัดต่อระเบียบ ผมคิดว่าสิ่งนี้ มันมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ผมอยากให้ท่านประธานเปึนแม่น้ําสายที่เท่าไรผมไม่ทราบ เอาเรื่องนี้เข้าหารือท้องถิ่น เขาเสนอมาว่าเรื่องระเบียบในการใช้เงินสะสมที่มีอยู่ประมาณ หลายแสนล้านบาททั่วประเทศเพื่อจะช่วยประเทศชาติ หาวิธีการให้เขาใช้มันง่ายขึ้น หรือจะกําหนดกฎเกณฑ์ว่าเงินสะสมของท้องถิ่นเอามาจ้างงานจ้างอาชีพ ขุดลอกทําถนนหนทาง แต่ให้ใช้คนทํา มันคิดได้หลายเรื่อง ครับท่านประธาน นี่เปึนการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ท้องถิ่นไม่ได้นิ่งดูดายนะครับ พวกเราเมื่อวานหารือ ๓ สมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย เทศบาลแห่งประเทศไทย อบต. แห่งประเทศไทย เราหารือกันว่า ณ ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจ ประเทศชาติเราเกิดภาวะวิกฤติ พวกเราจะช่วยกันอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เราจะช่วยได้ ก็คือว่าเงินที่เรามีอยู่แต่เราไม่สามารถใช้ได้ครับท่านประธานครับ ตรงนี้อยากฝากไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ คุณฐิติเข้ามาหรือยังครับ ปกติท่านนั่งอยู่ทางขวามือนี่ มีท่านใดจะอภิปรายให้ความเห็น ๒ นาที เพิ่มเติมไหมครับ รายชื่อที่ผมมีอยู่หมดแล้ว เชิญครับ

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

กราบเรียนท่านประธาน ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ได้เสนอชื่อไปแล้วครับ แต่เข้าใจว่าชื่อยังไม่ถึงท่านประธาน มีเรื่องจะหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ ภาพลักษณ์ของ สปช. ในสายตาของสื่อมวลชนและในสายตาของ

ประชาชนทั่ว ๆ ไปนั้นอาจจะไม่ค่อยดีในบางด้าน แต่บางด้านก็เปึนเรื่องที่ดี แต่ผมเชื่อมั่นว่า ระยะเวลาที่เราอยู่กันในสภานี้ ๗-๘ เดือนนี้ผมเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยสภาเรามีผลงาน เช่น การยกร่างรัฐธรรมนูญ มีวาระปฏิรูป ๓๗ วาระ มีวาระพัฒนา ๖ วาระ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าเราน่าจะนําวาระทั้งหมดนั้นมาย่อสั้น ๆ แล้วจากนั้นก็เย็บเล่ม แล้วก็ เชิญสื่อมวลชนมา แจกสื่อมวลชนแล้วก็อธิบายแต่ละเรื่อง ๆ ว่าในแต่ละเรื่องนั้น แต่ละวาระนั้น ประเด็นสําคัญคืออะไร และถ้าเปึนไปได้น่าจะเอาวาระทั้งหมด ๓๗ บวก ๖ ๔๓ วาระนี้ มาแยกเปึนวาระอย่างเช่นเรื่องคอร์รัปชัน (Corruption) เรื่องการศึกษา เรื่องการเกษตร เรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) เรื่องเศรษฐกิจ แยกให้เปึนประเด็นสําคัญ ๆ จากนั้นทําเปึนเล่ม แล้วก็เชิญสื่อมวลชนมา แล้วอธิบายให้ฟังมาแต่ละเรื่องนั้นมันมีสาระสําคัญอะไร ผมว่า อย่างน้อยสื่อมวลชนได้รับทราบว่า สปช. เราทําอะไร และประชาชนจะได้ทราบว่า เราทําอะไร ไม่อย่างนั้นจะกลายเปึนว่าเราเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว ๒๕๐ คนนี่เราไม่ได้ทําอะไร ที่เปึนภาพลักษณ์ที่ดีที่เปึนการใช้เงินงบประมาณ ของประเทศชาติ แล้วภาพที่ออกมานั้น ก็จะดูไม่สวยงาม ผมอยากกราบเรียนเสนอท่านประธานว่าถ้าทําได้ผมอยากเสนอว่าอยากให้ ทําเปึนแบบนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ผมให้ข้อมูลเลยนะครับ ที่เราคุยกันไว้เรากํา ลังทําสิ่งนั้นอยู่ แต่ว่าจะลงมือทําได้จริง ๆ ก็ต่อเมื่อทุกวาระได้ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว มันคือสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนสิงหาคม ณ ขณะนี้

ด้วยเหตุดังนี้ทีมที่ทําคือคุณ สีลาภรณ์กําลังนําอยู่แล้ วก็มีคณะผู้ทําทั้งหมดนั้นนะครับ ขอบคุณนะครับ เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหารครับ สืบเนื่องจากที่ท่านเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หารือว่า งบประมาณที่จะไปทําถนนบายพาสที่ตําบลยางตลาด อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์นั้น ถ้าหากว่าชาวกาฬสินธุ์ไม่ต้องการ จังหวัดมุกดาหารเปึนจังหวัดที่ทางรัฐบาลได้ประกาศ นโยบายให้จังหวัดมุกดาหารเปึนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพราะฉะนั้นเส้นทางมุกดาหาร เส้นบายพาสจากแยกศูนย์ไหมไปสามแยกสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๒ ยังเหลืออยู่ ประมาณ ๕๐๐ เมตรยังไม่เสร็จ เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ทางรัฐบาลที่เหลืออยู่ในปัจจุบันนี้ ผมอยากจะให้จัดไปก่อสร้างถนนบายพาสที่จังหวัดมุกดาหารให้เสร็จเหลืออยู่ ๕๐๐ เมตรเท่านั้น ในส่วนที่ ๒ ก็คือถนนจากอําเภอเมืองมุกดาหาร ตอนตําบลคําป์าหลายไปที่อําเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนมก็เหลือระยะทางประมาณ ๒๒ กิโลเมตรเปึนถนน ๒ เลน (Lane) ปัจจุบันนี้ แคบมากแล้วก็ไม่มีไหล่ทาง เพราะฉะนั้นงบประมาณส่วนที่เหลือก็อยากจะให้ไปเพิ่มขยาย เปึนถนน ๔ ช่องจราจรจากตําบลคําป์าหลายไปอําเภอธาตุพนม ซึ่งจะเปึนประโยชน์ เนื่องจากว่าชาวมุกดาหารเวลาไปขึ้นเครื่องบินก็ไปที่จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร ก็จะไปเจอถนนคอขวดตรงนี้ไม่สามารถที่จะทําให้ประชาชนเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก เวลามีเทศกาลไหว้พระธาตุพนม รถ เรือ รถจากหลายจังหวัดก็มุ่งสู่ที่พระธาตุพนม จังหวัดนครพนมถนนก็แคบนะครับ และที่สําคัญคือมีสถานสักการะวัดสองคอน ที่อยู่อําเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารก็เปึนช่องถนนที่จะเข้าไปเช่นเดียวกันทําให้ถนนแคบ เพราะฉะนั้น ๒ จุดก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ จัดงบประมาณไปดําเนินการด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

ขอบคุณครับ รายชื่อที่จะขอให้ความเห็นที่ผมหมดแล้ว มีท่านใดจะให้ความเห็นเพิ่มเติมไหมครับ เชิญท่านสุชาติครับไม่ได้ลงชื่อไว้ใช่ไหมครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์

กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องที่หารือเปึนเรื่องที่คิดปัจจุบันทันด่วนนะครับ คือผมเปึนอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล พื้นที่ศาลายา อําเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม บริเวณพื้นที่นี้ปัจจุบันมีประชากร เพิ่มมากขึ้นมากมายเหลือเกิน แล้วก็มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งมาก แต่ปรากฏว่าการบริการ สาธารณูปโภคยังไม่สะดวก ผมเคยประเมินภาคกลางวันมีนักศึกษาและครูบาอาจารย์ ประมาณสัก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คนในพื้นที่ศาลายา ถ้าหากว่าทางภาครัฐจะอํานวย ความสะดวกโดยการจัดสร้างรถไฟฟัาให้ไปถึงพื้นที่ศาลายาจะเปึนการเพิ่มและอํานวย ความสะดวกให้กับนักศึกษาและประชาชนซึ่งไปทํางานบริเวณนั้นเปึนอันมาก แล้วก็ ช่วยลดการจราจรติดขัดของถนนบรมราชชนนีด้วยอันนี้กรณีที่ ๑ นะครับ กรณีที่ ๒ คือเรื่องของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น ขณะนี้การขยายตัวเมืองในลักษณะของพื้นที่ อําเภอพุทธมณฑลก็มีลักษณะรุกเข้าไปในพื้นที่การเกษตรมากขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องของ การจัดการผังเมืองก็อาจจะต้องเร่งรัดเรื่องของพระราชบัญญัติผังเมืองและการใช้พื้นที่ ฉบับใหม่ซึ่งทางสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ผ่านเรื่องนี้ไปแล้วและได้นําเสนอต่อรัฐบาล เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก ๆ ในพื้นที่พุทธมณฑล ศาลายาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๓๙ คน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดแล้ว ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมแล้ว ๑๘๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมจะขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

- รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วาระปฏิรูปที่ ๒๕ : ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร

เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ....

วาระปฏิรูปที่ ๒๕ : ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร

เรื่อง การปฏิรูประบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

วาระปฏิรูปที่ ๒๕ : ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร

เรื่อง กลไกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ

จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผมจะขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่นะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เนื่องจาก คณะกรรมาธิการเสนอรายงานต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๒๕ จํานวน ๓ เรื่องนั้น ซึ่งรายงานแต่ละเรื่องมีความสําคัญและเปึนประโยชน์ต่อการปฏิรูป ดังนั้น ในการพิจารณาผมจะขอให้ประธานกรรมาธิการได้แถลงรายงานทีละเรื่องและให้สมาชิก อภิปรายตามที่ประธานกรรมาธิการได้แถลงรายงาน หลังจากนั้นผมก็จะได้ขอมติจาก ที่ประชุมเพื่อให้ความเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการทีละเรื่อง โดยผมจะเริ่ม การพิจารณาจากวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ก่อนนะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๔๒/๒๕๕๘ เมื่อวันอังคารที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ ที่ประชุมของเราได้พิจารณาและรับทราบแนวทางการดําเนินการของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ มไปแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการ นําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการและ กระบวนการปฏิรูปพร้อมแผนการดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา อีกครั้งหนึ่งนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน วาระปฏิรูปนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วด้วย จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติ เพื่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาในวันนี้

ขณะเดียวกันท่านประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุ ญาตให้ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมเพื่อให้การแถลง รายงานพร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญในร่างพระราชบัญญัติของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ประธานสภาได้พิจารณาแล้วจึงอนุญาตตามข้อบังคับ

ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ขอเชิญผู้มีรายนามต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยนะครับ ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิตางศุ์ พิลัยหล้า ๒. รองศาสตราจารย์สุวัฒนา จิตตลดากร และ ๓. นายเอกวิทย์ จรประดิษฐ์ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลง รายงานพร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติครับ เรียนเชิญครับ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติที่เคารพครับ กระผม นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในนาม คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอนําเสนอวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ดําเนินการ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมขอนําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณาเพื่อให้ ความเห็นชอบกับรายงานการศึกษา

เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... สําหรับร่างพระราชบัญญัตินี้ก็สําหรับใช้เปึนกฎหมายแม่บท ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศโดยรวมนะครับ ทั้งนี้เพื่อส่งมอบให้ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาดําเนินการต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อจากนี้ไปผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะเปึนผู้นําเสนอรายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของการปฏิรูปกลไกบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําทั้งหมดว่ามีสาระสําคัญที่ทําการศึกษาเปึนอย่างไร โดยมีผลการศึกษา ที่เปึนเนื้อหารายละเอียดทั้งหมดนี้ในแต่ละประเด็นที่จะปฏิรูปก็อยู่ในรายงานการศึกษา ฉบับสมบูรณ์ที่ได้นําแจกกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านแล้วนะครับ พร้อมด้วย ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลังจากที่ ผมนําเสนอจบแล้วซึ่งคงใช้เวลาไม่นานนักก็จะมีเรื่องสําคัญที่ต้องนําเสนอต่อที่ประชุมสภา แห่งนี้ได้รับทราบแล้วก็พิจารณาต่อไปก็คือร่างพระรา ชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... อันเปึนกฎหมายแม่บทที่จะใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในทุกเรื่อง ทุกมิติ ต่อไปในอนาคตนั้น คณะกรรมาธิการมอบหมายให้ผู้ช่วยศา สตราจารย์ ดอกเตอร์ สิตางศุ์ พิลัยหล้า เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนผู้นําเสนอถึงสาระและ เนื้อหาสําคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ที่ประชุมได้พิจารณาต่อไป ท่านประธานครับ ในการนําเสนอเรื่องราวทั้งหมดนี้ผมขออนุญาตท่านประธานแจกเอกสารและใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการเสนอด้วยครับ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปกลไก การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํามีสาระสําคัญที่ทําการศึกษา ผมขอนําเสนอตามลําดับ ดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องเกี่ยวกับสาระสําคัญที่จะนําเสนอตามลําดับนี้มีอยู่ ๘ เรื่อง ๘ ประเด็น ด้วยกันตามลําดับ ว่าด้วยหลักการและเหตุผล ว่าด้วยปัญหาของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในปัจจุบันมันเปึนอย่างไร และประเด็นการศึกษาที่ทําการศึกษามีประเด็นอะไร วิธีการศึกษา วิเคราะห์ทําอย่างไร แล้วก็สรุปผลการพิจารณาศึกษา แล้วก็ข้อเสนอประเด็นการปฏิรูปและ แนวทางการดําเนินการเปึนเช่นไร และที่สําคัญที่สุดก็คือผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้จากประเด็น การปฏิรูปนี้ รวมไปถึงตัวชี้วัดความสําเร็จของการปฏิรูปครับ

ท่านประธานครับ หลักการและเหตุผลอันนี้ก็มี สืบเนื่องมาจากว่าเวลานี้ ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวกับน้ํามีความสําคัญ และให้ดีมีทรัพยากรน้ําอุดมสมบูรณ์ ไม่มีปัญหา แต่ปัจจุบันนี้มีปัญหาครับ ประชากรพลเมืองเพิ่มขึ้น เรื่องราวของธรรมชาติ มีความเปลี่ยนแปลงเกิดวิกฤตการณ์ภัยแล้ง เกิดปัญหาน้ํามาก น้ําท่วม เกิดมลพิษจากแหล่ง ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่นถูกทําลายก็ทําให้ทรัพยากรน้ําแปรปรวนไป อันนี้เปึนปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในปัจจุบัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในปัจจุบันนี่มันมีอะไรหลายอย่างที่มันไม่สมบูรณ์ ที่สําคัญก็คือขาดกลไกการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ขาดกฎหมายแม่บท แล้วก็ขาด การบูรณาการในการทํางานกันระหว่างหน่วยราชการต่าง ๆ ที่มี แล้วก็ขาดเอกภาพและ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขาดแผนยุทธศาสตร์ ขาดยุทธศาสตร์ แล้วก็ แผนแม่บททั้งในระดับประเทศและระดับลุ่มน้ําครับ

เพราะฉะนั้นจึงนําไปสู่การที่เราจะต้องคิดปฏิรูปเพื่ออนาคต ผมเองอยู่ในวงการทํางาน เกี่ยวกับน้ํามามากกว่า ๓๐ ป้ ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น เห็นปัญหามาโดยตลอดก็ไม่สามารถจะทําการอะไร ให้มันชัดเจนได้ เพราะฉะนั้นในยุคนี้สมัยนี้ก็ต้องมีการปฏิรูป เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผมนําเรียนว่า มันมีปัญหาก็ต้องนําไปสู่การปฏิรูปเปึนโอกาสอันดีนะครับว่าเราจะทําอันนี้เพื่ออนาคต ให้สมบูรณ์

เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะพูดถึงสักนิดห นึ่งนะครับว่าสาเหตุที่ต้องปฏิรูป เพราะมันมีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องปฏิรูปนะครับ ปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในปัจจุบันคืออะไร ปัญหาสําคัญก็คือปัญหานโยบายและแผนหลักในการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําของรัฐไม่ชัดเจนไม่เปึนรูปธรรมเพียงพอที่จะนําไปสู่การปฏิบัติได้ มุ่งในเรื่องราว ของการพัฒนาเปึนหลัก แต่ไม่ได้ให้ความสําคัญ ให้ความทั่วถึง ความเปึนธรรมในเรื่องราว ของการจัดสรรน้ํา

ปัญหาสําคัญอีกอันหนึ่งคือปัญหาการจั ดการองค์กรที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน เปึนที่รับรู้กันมาตลอดครับว่ามีปัญหา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีหลายสิบหน่วยงานสังกัดอยู่ในหลายกระทรวง ก็เปึนที่รู้กันอยู่แต่ไม่สามารถจัดการให้มี ประสิทธิภาพได้ กลไกการทํางานระหว่างหน่วยงานไม่เปึนระบบ ไม่เปึนเอกภาพ งานแก้ปัญหา สําคัญหลายงานไม่มีเจ้าภาพ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็เกิดการถกเถียงกัน หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ กลไกการบริหารระดับนโยบายที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถผลักดัน นโยบายที่เขาคิดเขากําหนดไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลไกการบริหารจัดการ ระดับพื้นที่ไม่มี อันนี้เปึนปัญหาอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมดครับ ปัญหาด้านงบประมาณ ก็เปึนส่วนหนึ่ง งบประมาณมีจํากัดค่อนข้างคงที่ แต่อันนี้จะเปึนปัญหา แต่เราไม่ได้เอาปัญหา เรื่องงบประมาณเปึนข้อกําหนด จะต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับงบประมาณของ บ้านเมืองที่มี การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล การใช้งบประมาณในเรื่องน้ําไม่มีประสิทธิผล ที่ชัดเจน ตอบโจทย์ไม่ได้ครับ อันนี้คือบอกให้รู้ปัญหา

ปัญหาด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผมนําเรียนนะครับว่ามันขาด กฎหมายแม่บทด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา กฎหมายที่มีอยู่เฉพาะเรื่องล้าสมัย ปัญหาการจัดการข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ํามีอยู่ หลายสิบหน่วยงานอยู่ในหลายกระทรวงข้อมูลจึงกระจัดกระจาย จัดเก็บไม่เปึนมาตรฐาน

ประชาชนเข้าถึงยาก อันนี้เปึนเรื่องที่เปึนปัญหา เมื่อเปึนเช่นนี้รับรู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นการศึกษาที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทําการศึกษา ศึกษาอะไร ก็ศึกษาอยู่ ๖ เรื่องใหญ่ ๆ แน่นอนครับ เราต้องศึกษาสภาพปัญหา ข้อเท็จจริง ข้อมูลและปัจจัยต่าง ๆ ที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน เพื่อยืนยันว่ามันมีปัญหา ศึกษาข้อที่ ๒ ก็คือศึกษาองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่หลายสิบกรม มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร เราต้องศึกษาครับ ถึงแม้จะรู้จะเห็นแล้วเราไม่มีบริบทการศึกษาไว้ในเอก สารฉบับสมบูรณ์มันก็ไม่ได้นะครับ ศึกษาวิเคราะห์กฎหมาย กฎหมายที่มีอยู่เปึนอย่างไร เราศึกษาเพื่อจะผลักดันกฎหมายแม่บท เราศึกษากระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมันเปึนเช่นไร เราศึกษาที่สําคัญ คือศึกษาเพื่อปฏิรูปกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนระดับลุ่มน้ําและระดับชาติ เวลานี้ท่านผู้เกียรติทุกท่านครับ การที่จะแก้ปัญหาอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าปัญหาอุทกภัยป้ ๒๕๕๔ ไม่ว่าปัญหาน้ําขาดแคลนที่เปึนวิกฤตการณ์ป้นี้ อย่างที่เห็น ๆ และทุกป้ก็เกิดขึ้น มันขาดกระบวนการยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะทําอะไร อย่างไรกัน และหน่วยงานไหน จะรับผิดชอบ ไม่มีชัดเจนครับศึกษาหาลู่ทางการจัดการข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลสื่อสาร ก็เกิดกรอบความคิดรวบยอดว่าในการศึกษาการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

เรามีอยู่ ๖ เรื่อง ในกรอบความคิดรวบยอดเราจะปฏิรูปกลไกอันนี้ว่าอย่างไร เราก็มีความคิด ในเบื้องสําคัญเลยจะเรียกว่าเบื้องต้นก็ใช่ กรอบความคิดเราจะต้องปฏิรูปโครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ ดูรายละเอียดต่อไป ว่าจะเปึนอย่างไร เราศึกษากลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เราศึกษาเพื่อจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ซึ่งเราจะให้ใช้เปึนกฎหมายแม่บท เพราะกฎหมายแม่บทเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเมืองไทยในปัจจุบันไม่มี ในอดีตไม่มีจนถึงปัจจุบันนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นมันต้องมีกฎหมายแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แล้วก็ศึกษา เพื่อปรับปรุงกฎ ระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ ที่มันมีอยู่ในอดีตมีอยู่แล้ว แล้วที่จะทําเพิ่มเติม สมบูรณ์คืออะไร เราศึกษาเพื่อจะปฏิรูปการจัดทํายุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ยุทธศาสตร์บริบทของการจัดทําสอดคล้องกับธ รรมชาติ สอดคล้องกับความเปึนจริง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ สอดคล้องกับแต่ละเรื่องแต่ละราวคืออะไร เราจะได้มอบให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาได้เอาไปคิดไปทําตามครับ ศึกษาเรื่องราวกลไกการศึกษาก็เพื่อปฏิรูป การจัดการข้อมูลข่าวสารนี่แหละครับ วิธีการศึกษาก็อยากจะนําเรียนท่านผู้มีเกียรติว่า นอกเหนือจากเรามีข้อมูลอยู่แต่ละคน ๆ ที่ทําการศึกษาแล้ว เราก็จัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ โดยผมเองก็เปึนประธานอนุกรรมาธิการคณะนี้ ศึกษา เอกสารทางวิชาการ ศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเราเชิญผู้แทนหน่วยงานสําคัญ ๆ มาให้ข้อมูล อย่างเช่นยกตัวอย่างสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินี่แหละครับ ก็มาให้ข้อมูลอย่างไร จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือจากทุกภาคส่วน เอาละครับ สรุปผลการศึกษาอยากจะนําเรียนที่ประชุมให้ทราบว่าปัญหาการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา เราสามารถสรุปได้ของประเทศมีปัญหาอยู่ ๓ ประเด็นสําคัญ คือ การขาด นโยบายขาดแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การขาดเอกภาพ การขาดกฎหมายหลักนี่คือประเด็น สําคัญที่เปึนปัญหา ขาดนโยบายที่ชัดเจนก็คืออย่างที่ผมนําเรียนตอนต้นแล้ว มีรายละเอียด ดังนี้ว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละ สมัยนี่ขาดความชัดเจนครับ อันนี้เปึนที่ประจักษ์ ชัดเจนเลยแต่ละสมัย ๆ ก็มีนโยบายก็เรียกว่าตามใจชอบ อยากจะพูดศัพท์นี้ แล้วการกําหนด นโยบายนี่ก็เปึนไปในระดับนโยบายจากบนลงล่าง สั่งการกําหนดโดยส่วนราชการ ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําต่าง ๆ นี่ มันจะต้องมีแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทประจําว่าจะทําอะไร ไม่มีครับ ไม่มีมาตรการ

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่บูรณาการเปึนรูปธรรม ไม่มี แล้วก็ขาดเอกภาพที่ผมนําเรียน ตอนต้น เอกภาพในที่นี้ก็หมายความว่าหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา นี่มีหลาย สิบหน่วยงาน หลายสิบกรม อย่าพูดเลยครับว่ามีกรมอะไรบ้างกระจายอยู่ ในกระทรวงต่าง ๆ แต่ละกรม ๆ มีอํานาจเปึนนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอํานาจในการจัดการ ของตัวเองคิดจะทําอะไรก็ทําแล้วก็ไม่มีเอกภาพในการทํางาน งานบางอย่างมีการดําเนินการ ที่ซ้ําซ้อนขาดกลไกบริหารจัดการที่เปึนเอกภาพ การปฏิบัติงานไม่สอดคล้องกัน ที่สําคัญที่สุด ก็คืองานบางประเภทไม่มีเจ้าภาพครับ ปัญหาก็รวมกอง เกิดเรื่องเกิดราว ไม่มีเจ้าภาพ ขาดความรับผิดชอบที่แท้จริงตัวนี้เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็เรื่องราวของการขาดกฎหมายหลัก คือกฎหมายแม่บท ผมนําเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่า

ประเทศไม่มีกฎหมายแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีกฎหมายเฉพาะของแต่ละ ส่วนราชการที่จะทํางานในแต่ละด้าน ๆ ของท่านทั้งหลายของหน่วยราชการนั้น ๆ สรุปผลการศึกษาก็คือจากที่เรารู้เราเห็นนี่นะครับก็สมควรจะทําการปฏิรูป ๖ ด้าน ๖ เรื่อง ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่งนะครับ จึงเรียกว่าการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรที่มีอยู่ ในปัจจุบันเปึนรูปแบบใหม่ ปฏิรูปการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วน ปฏิรูปเพื่อจัดทํากฎหมายแม่บทเพื่อให้เกิดกฎหมายแม่บทสําหรับการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําโดยรวม ปฏิรูปเรื่องราวของการจัดทํากฎ ระเบียบ กฎหมายที่มีอยู่ให้มัน ทันสมัย ปฏิรูปกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ มาตรการในการแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง ๆ คิดอย่างไร ทําอย่างไร ปฏิรูปการบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศ อันนี้ก็จะเปึนเรื่อง ที่เรียกว่าเราจะต้องทํางานที่เรียกว่าเราจะต้องทําอะไร อย่างไรนะครับเพราะฉะนั้นเข้ามาสู่ ๖ ประเด็นของการปฏิรูปและแนวทางการดําเนินการ แล้วก็นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ นี่ละครับว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในงานด้านนี้ เรามีประเด็นการปฏิรูป ๖ ประเด็นด้วยกัน คือปฏิรูปโครงสร้างองค์กร บริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ แล้วก็มีกระบวนการคิดจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติบ ริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ปฏิรูปกลไกการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน ปฏิรูปการจัดทํายุทธศาสตร์ระดับประเทศและระดับลุ่มน้ํา ปฏิรูป การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่มีอยู่แล้วและที่ต้องจัดทําเพิ่ม ปฏิรูปการบริหารจัดการ ทรัพยากรข้อมูลต่าง ๆ และระบบสารสนเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง ที่ผมเรียนตอนต้นว่า หลักสําคัญก็คือปฏิรูปโครงสร้างองค์กรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ มีอะไร อย่างไร ก็ขอนําเรียนเสียก่อนว่าองค์กรบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติ ระดับชาตินี่เวลานี้ไม่มี มีแต่ระดับกระทรวง ระดับกรม กระจายกันอยู่ เพราะฉะนั้นเห็นสมควรจะต้องมีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ เราก็คิดค้นมาว่า มันควรจะต้องมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า กนช. คณะกรรมการ ชุดนี้มีจํานวน ๑๘ คน อันนี้เกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยการปรึกษาหารือกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้แล้วก็มีความเห็นพ้องต้องกัน สภาพัฒน์อะไรทํานองนี้ ขอยกตัวอย่างขออ้างถึง ท่านด้วยว่า มันต้องมีคณะกรรมการใหญ่หรือคณะกรรมการระดับชาติเรียกว่า กนช. แล้ว กนช. จะมีอํานาจหน้าที่โดยการบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศ ระดับลุ่มน้ํา

เดี๋ยวจะบอกบริบทต่อไปนะครับ หน้าที่ที่สําคัญของเขาคืออะไร แล้วที่สําคัญมีคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ มันจะต้องมีการให้จัดตั้งสํานักงาน คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติขึ้นเพื่อที่จะให้ทํางาน เรื่องราวของกําหนดยุทธศาสตร์ กําหนดนโยบาย ศึกษา วิเคราะห์ เดี๋ยวจะพูดต่อไปนะครับ องค์กรบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติที่ผมบอกว่าคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ จํานวน ๑๘ คน ๑. ในเอกสารรายละเอียดก็บอกกับท่านทั้งหลายแล้วนะครับว่านายกรัฐมนตรี เปึนประธาน กนช. เพื่อให้เกิดการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปึนไปอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วก็ชุดที่ ๒ ระดับปลัดกระทรวง ๓ กระทรวง ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมภาคราชการระดับสูง ๕ คน เปึนกรรมการโดยตําแหน่งและไม่มีรัฐมนตรีนะครับ ไม่มี เพราะรัฐมนตรีเรามองวิเคราะห์กัน แล้วว่าท่านทํางานเกี่ยวข้องกับภาคการเมืองเสียส่วนใหญ่ ควรจะเปึนปลัดกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง

แล้วเรามีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ในด้านต่าง ๆ เทคนิควิศวกรรมทรัพยากรน้ํา นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ผังเมือง เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสังคม จํานวนไม่เกิน ๖ คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เราออกแบบต้องมาจากการสรรหานะครับ เรามีคณะกรรมการสรรหานะครับเพื่อสรรหา มาจากด้านต่าง ๆ ที่กําหนด ใครเปึนคณะกรรมการสรรหาแล้วก็มีอยู่ในมาตรา ประกอบด้วย ๙ หน่วยงานหลักด้วยกันเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๖ คน ให้ กนช. เลือก ๑ คนเปึนรองประธาน กนช. เปึนรองประธานครับ สําหรับบริหารจัดการ ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ําภายใต้นายกรัฐมนตรี เปึนตัวแทนนายกรัฐมนตรีนะครับ มีผู้แทนผู้ใช้น้ําจากลุ่มน้ําจํานวนไม่เกิน ๖ คนซึ่งเลือกกันเองในที่ประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ํา ๖ คน ให้เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติเปึนเลขานุการ กนช. คือ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็มีสํานักงานจะเปึนผู้ทํางาน ในเรื่องราวเยอะแยะมากมาย เอาละมาพูดถึง กนช. กนช. คณะกรรมการทรัพยากรน้ํา แห่งชาติมีหน้าที่อะไร หน้าที่สําคัญก็คือกําหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติทุกด้านนะครับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํามันไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าน หลายมิติ แล้วก็ต้องคํานึงถึงแผนยุทธศาสตร์ระดับลุ่มน้ํา ทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤติ กํากับ ติดตาม ตรวจสอบ ให้คําแนะนํา การดําเนินการนโยบายและ แผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ในภาวะวิกฤติทั้งหมด เวลานี้ ภาวะวิกฤติ ภาวะวิกฤติ ณ ขณะนี้แต่หาใครที่จะไปบัญชาการไม่มีครับ เพราะฉะนั้น เมื่อมีองค์กรแบบนี้แล้ว ภาวะวิกฤติ ไม่ว่าวิกฤติอุทกภัย วิกฤติน้ําท่วม วิกฤติน้ําขาดแคลน หรือเปึนวิกฤตการณ์นี่ จะมีกระบวนการจัดการในภาวะฉุกเฉินด้วย แล้วก่อนภาวะวิกฤติ ก็ต้องมีแผนมีอะไรพร้อม ในเรื่องราวเกี่ยวกับระดับชาติที่ผมนําเรียนตอนต้น จะต้องให้จัดตั้ง สํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติขึ้น ขอเรียนตามตรงนะครับ ก็เปรียบเสมือน สภาพัฒน์ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินี่แห ละ นี่เปรียบเสมือนเหมือนกัน เปึนหน่วยงานระดับสูงที่ทํางาน มีฐานะเปึนนิติบุคคล จะอยู่ที่ไหน มันจําเปึนอย่างยิ่งจะต้องสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทําหน้าที่เปึน สํานักงานเลขาธิการ กนช. มีเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เปึนผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่อะไรสํานักงานเลขาธิการ กนช. มีหน้าที่อะไร มีหน้าที่ยิ่งใหญ่

เลยสิครับ หน้าที่สําคัญคือศึกษาวิเคราะห์ เพื่อจัดทํานโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่กําหนด ตลอดจนมีหน้าที่ประสานการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศให้สัมฤทธิ ผลตามที่คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติกําหนด ถ้าได้แบบนี้แล้ว ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน การบริหารจัดการในระดับชาติ ระดับสูงจะมีแล้วก็สามารถจะกระจายลงมาสู่ หน่วยงานปฏิบัติได้ หน่วยงานปฏิบัติกรมอยู่ในกร ะทรวงต่าง ๆ เขายังอยู่อย่างเดิม ไม่ได้ไปแตะต้อง มาอยู่อย่างเดิม แต่ต้องมีการปรับพันธกิจของแต่ละกรมที่มีอยู่ในขณะนี้ ให้ปฏิบัติงานพันธกิจให้ครบในการเปึนเจ้าภาพของงานที่มันมีปัญหาอยู่ให้ครบถ้วน อันนี้ ก็จะว่ากันต่อไป เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากําหนดลุ่มน้ําแล้ว การบริหารจัดการน้ําจะพูดเปึน ภาพใหญ่ระดับชาติอย่างเดียวไม่ได้ครับ การบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ําต้องกําหนด การทํางานเปึนลักษณะพื้นที่ลุ่มน้ําครับ ลุ่มน้ําจะเปึนขนาดไหน ลุ่มน้ําอะไร อย่างไร ก็เปึนไปตามพระราชกฤษฎีกาที่กําหนด

มีพื้นที่ยกตัวอย่างลุ่มน้ําป์าสัก ลุ่มน้ํายม ลุ่มน้ําป่ง ลุ่มน้ําวัง ลุ่มน้ําอะไรนี่มีพระราชกฤษฎีกา กําหนด เพราะฉะนั้นต้องมีองค์กรบริหารจัดการในระดับลุ่มน้ํา เวลานี้ไม่มี หรือมีก็มี แบบระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ทํางานครับ อันนี้ละครับก็จะเปึนเรื่องที่เรา จะต้องมีองค์กรระดับลุ่มน้ําคือคณะกรรมการลุ่มน้ํา มีจํานวน ๒๙ คน ออกแบบไว้ อยู่ในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติครับ หน้าที่ท่านทําอะไร จัดทําแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทบริหารจัดการลุ่มน้ําทั้งภาวะปกติ ภาวะวิกฤติเสนอ กนช. เสนอสํานักงาน คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ นี่เปึนการออกแบบให้ทุกภาคส่วนเข้ามาทํางานด้วยกัน ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาทํางานในลุ่มน้ํา อันนี้เปึนการออกแบบให้ทุกภาคส่ว นมาทํางานด้วยกัน ภาคราชการด้วย อยากจะให้ ท่านทั้งหลายได้เห็นถึงโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํารูปแบบใหม่ ก็นําเสนออยู่ ในชุดเพาเวอร์พอยต์แล้วว่าคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีอนุกรรมการ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ อยู่ในนี้ช่วยกันทํา มีสํานักงาน กนช. มีอะไรต่ออะไร มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร นี่เปึนโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํารูปแบบใหม่ อันนี้ เปึนเรื่องสําคัญที่เราถึงเรียกว่าปฏิรูปโครงสร้างองค์กร ปฏิรูปที่ ๒ จัดทําร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... มีเหตุผลและความจําเปึนอย่างไร ประเดี๋ยวจะมีการ นําเสนอต่างหากหลังจากผมจบชุดนี้แล้ว ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ การสร้างกลไกการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน แล้วระบุบอกในผลการศึกษาทําอะไร ทําอะไร ทําอะไร ก็ขอผ่านไป อย่างรวดเร็วนะครับ เรามีการปฏิรูปการจัดทํายุทธศาสตร์ระดับประเทศ ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา นี่ละครับมันมีหลายเรื่องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ เวลานี้ยุทธศาสตร์เกิดจากการทํา ของหน่วยงานระดับกรมต่าง ๆ ทําอย่างโน้นอย่างนี้มันไม่เปึนระบบ เราจะสร้างระบบว่า ยุทธศาสตร์นี้ท่านทั้งหลายต้องคิดแบบนี้ สร้างหลักคิดหลักทําในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ตามหลักสากล ตามแนวพระราชดําริ แล้วก็เขียนไว้ในนี้ แล้วยุทธศาสตร์เฉพาะเชิงเทคนิค เชิงพื้นที่ อันนี้สําคัญ จะต้องมีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติและความเปึนจริง ทางด้านเทคโนโลยีและภูมิสังคมของพื้นที่ เราแจกแจงไว้หมดในเอกสารฉบับสมบูรณ์ว่า ท่านทําอย่างไรกัน เพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้รับรู้รับเห็น หน่วยงานที่จะไปทํางานได้รับรู้รับเห็น ยุทธศาสตร์ที่สําคัญคือยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ํา เวลานี้ขาดแคลนน้ํา แต่ว่ายุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเปึนรูปธรรมแต่ละด้าน ๆ ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุม เราก็แจกแจงไว้

ในนี้หมดครับ ยุทธศาสตร์เพื่อจัดการปัญหาอุทกภัย อันนี้ก็เช่นเดียวกันยังไม่ตกผลึก ในการที่จะจัดการปัญหาอุทกภัยกันแบบไหน อย่างไร เราแจกแจงไว้ท่านควรจะคิด ยุทธศาสตร์เพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยแยกเปึน ๓ ระบบ ๓ เรื่อง ๑. เราเรียกว่ายุทธศาสตร์สู้ภัย ๒. ยุทธศาสตร์ปรับตัว ๓. ยุทธศาสตร์หลบภัย ทําอย่างไร แจกแจงไว้อยู่ในเอกสาร ฉบับสมบูรณ์หมดครับ อันนี้ถ้าจะพูดในรายละเอียดคงไม่ครบถ้วนนะครับ ยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ําและแหล่งน้ํา เวลานี้ท่านทั้งหลายก็รู้นะครับว่าปัญหาน้ําเน่าเสีย ปัญหาแหล่งน้ําเสื่อมโทรม ปัญหาการรุกตัวของน้ําทะเล ไม่มีการที่จะเขียนระบุบอกถึง ยุทธศาสตร์ที่เปึนเทคนิควิธีการที่ชัด ๆ เพราะฉะนั้นนี่เราก็แจกแจงไว้หมดในเอกสาร ฉบับสมบูรณ์ แล้วที่สําคัญต่อมาคือยุทธศาสตร์สนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ําที่สัมฤทธิผล เปึนอย่างไร

ยุทธศาสตร์สร้างกลไกการมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์สร้างจิตสํานึกให้ตระหนักถึงความสําคัญ ทรัพยากรน้ํา ยุทธศาสตร์เสริมความเข้มแข็งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ให้กับ องค์กรต่าง ๆ ในลุ่มน้ํา เรามีหมดครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ปฏิรูปเรื่องราวของการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่มีอยู่แล้ว อันนี้ก็เช่นเดียวกัน อันนี้เปึนหลักธรรมดา กฎหมายต่าง ๆ มีเยอะแยะ หลายสิบพระราชบัญญัติ ในรายละเอียดท่านก็ไปคิดกันต่อไป แต่เราชี้ให้เห็นว่าท่านต้องทํา อันนี้ก็คือประเด็นการปฏิรูปที่ ๕ ประเด็นการปฏิรูปที่ ๖ ก็คือการบริหารจัดการข้อมูลและ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน เวลานี้เรียนตรง ๆ ว่าประชาชนในลุ่มน้ําต่าง ๆ ในอะไรต่าง ๆ ยังไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับข้อมูลที่ชัดเจนก็เพราะว่ามันมีปัญหา มันมีหลายหน่วยงาน ต่างหน่วยงานต่างก็มีข้อมูลของตัวเอง ไม่เปึนระบบในการกระจายข้อมูล ผมนําเสนอ ในสาระสําคัญ ประเด็นการปฏิรูปมี ๖ ประเด็นใหญ่ ๆ แล้วผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้จากประเด็น การปฏิรูปคืออะไร เราก็จะได้องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํารูปแบบใหม่ ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา แล้วก็ระดับพื้นที่ เราจะได้พระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เพื่อเปึนกฎหมายแม่บทสําหรับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปึนฉบับแรก มีการพยายามที่จะทําขึ้นมาแต่ไม่สําเร็จ เราได้หลักและข้อกําหนดการสร้างกลไก การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจั ดการทรัพยากรน้ํา เพื่อให้สามารถเข้าถึง การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําของแต่ละลุ่มน้ําและของประเทศได้อย่างบูรณาการ

มาถึงตัวชี้วัดความสําเร็จของการปฏิรูป อันนี้เปึนเรื่องที่เรามุ่งหวังว่า ความสําเร็จของการปฏิรูปมันมีตัวชี้วัดอะไร แล้วก็แสดงความเห็นไปว่าต้องมีการดําเนินการ ตามข้อเสนอการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอย่างครบถ้วน ถ้าไม่ทําแล้ว ความสําเร็จของการปฏิรูปก็ไม่เกิด โดยเฉพาะเกี่ยวกับกฎหมายแม่บท ร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เห็นสมควรอย่างยิ่งมันไม่น่าจะรอไปถึงสมัยไหนอีกแล้ว ให้มีผลบังคับใช้ได้ภายในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ มีการจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รูปแบบใหม่ และดําเนินการตามกลไกตามที่เสนอไว้โดยเร็ว มีการดําเนินการตามข้อเสนอ การปฏิรูปตามหลักคิดหลักทํา ตลอดจนตามกระบวนการการจัดทํายุทธศาสตร์ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําและแผนแม่บททั้งระดับ ชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างถูกต้องครบถ้วน อันนี้คือตัวชี้วัด ถ้าท่านทั้งหลายไม่สนใจ ในการทํามันก็ไม่สําเร็จ ท่านทั้งหลายก็หมายความว่าผู้ที่รับไปปฏิบัติ ขับเคลื่อน แล้วก็

ตัวชี้วัดความสําเร็จก็มีการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อันนี้ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระยะยาวอย่างยั่งยืน ผมก็ขอจบการนําเสนอในสาระสําคัญของการที่เราเรียกว่าปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําที่สมควรดําเนินการต่อไปแต่เพี ยงเท่านี้ครับ ก็ขอให้ทางด้านกฎหมาย ได้นําเสนอต่อนะครับ ขอบคุณครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สิตางศุ์ พิลัยหล้า 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการทุกท่าน ดิฉัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สิตางศุ์ พิลัยหล้า เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารจัดการทรั พยากรน้ํา สภาปฏิรูปแห่งชาติ จากที่ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านอาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด ได้นําเรียนที่ประชุมไปแล้ว ในส่วนของการทํางานของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําว่า เราได้มีขั้นตอนในการที่จะวิเคราะห์ปัญหา

เพื่อนํามาสู่แนวทางในการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเปึนอย่างไรนั้น โดยรายละเอียดท่านได้เรียนให้ทราบไปหมดแล้ว ในส่วนที่ดิฉันรับผิดชอบชี้แจงในวันนี้คือ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นําเสนอในครั้งนี้ สําหรับร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอในครั้งนี้เปึนการนําเสนอ เพื่อให้เปึนกฎหมายแม่บทสําหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ซึ่งเปึนการกําหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในภาพรวม กําหนดอํานาจหน้าที่ องค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้ทับซ้อนและมีความเชื่อมโยงกัน โดยได้พิจารณาทบทวน จากร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ําของกรมทรัพยากรน้ําและฉบับของคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมายหรือฉบับประชาชนเข้าชื่อ โดยได้นํามาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียรวมทั้งประมวลผล ร่วมกับความคิดเห็นที่รับฟังมาจากภาคประชาชนลุ่มน้ําและในส่วนของสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ จากนั้นจึงได้ มีการยกร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ขึ้น โดยได้มีการพิจารณา ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมความเปึนจริงที่เปึนอยู่ แล้วก็ได้วางหลักเกณฑ์และมาตรการในการรับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการเข้าถึงทรัพยากรน้ํา ตลอดจนสนับสนุนให้ภาคีต่าง ๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพยากรน้ํา ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งนี้การที่ภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํานั้นจะเปึนการส่งเสริมให้การแก้ปัญหาน้ําของประเทศ เปึนไปอย่างบูรณาการยั่งยืนและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเปึนรูปธรรมในระยะยาวค่ะ

สําหรับในส่วนของร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เกิดขึ้นโดยหลักการและเหตุผลอันเนื่องมาจากว่าเราคงไม่ปฏิเสธว่าในปัจจุบันนี้และในอดีต ที่ผ่านมาทรัพยากรน้ําเปึนทรัพยากรที่มีความสําคัญทั้งต่อด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับรัฐธรรมนูญกําหนดให้ชุมชน ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรวมทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ ทางชีวภาพอย่างสมดุล ยั่งยืนและเปึนธรรม จึงต้องมีการตรากฎหมายแม่บทสําหรับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําขึ้นเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในการประกันสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงน้ําในมิติต่าง ๆ คําว่าในมิติต่าง ๆ นั้นพูดถึงตั้งแต่

การบริหารจัดการน้ํา การคุ้มครอง การอนุรักษ์แหล่งต้นน้ํา การฟุ๋นฟู การร่วมแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ําไม่ว่าจะเปึนน้ํามากเกินไปจนเกิดอุทกภัย หรือน้ําขาดแคลน รวมทั้งปัญหาคุณภาพน้ําเสียด้วย และยังเน้นย้ําไปถึงการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนการจัดตั้งองค์กร ที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและในระดับลุ่มน้ํา เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเปึนไป อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเปึนเอกภาพ เกิดธรรมาภิบาล มีความสมดุล ยั่งยืน ทั่วถึง และเปึนธรรม จึงจําเปึนจะต้องมีการตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมา สําหรับในรายละเอียดของ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ในครั้งนี้แบ่งเปึน ๙ หมวด และ บทเฉพาะกาลรวมทั้งสิ้น ๑๐๖ มาตรา หมวด ๑ กล่าวถึงสิทธิการมีส่วนร่วมในทรัพยากรน้ํา หมวด ๒องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา หมวด ๓ กองทุนทรัพยากรน้ํา หมวด ๔ การจัดสรรทรัพยากรน้ํา หมวด ๕ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในภาวะวิกฤติ หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ํา หมวด ๗ การควบคุมและตรวจตราทรัพยากรน้ํา หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่ง หมวด ๙ บทกําหนดโทษ และสุดท้ายบทเฉพาะกาล ซึ่งดิฉันจะได้กราบเรียนในรายละเอียดในลําดับต่อไปค่ะ

สําหรับในส่วนที่ ๑ ของร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เราได้พูดถึงความสัมพันธ์กับกฎหมายอื่น โดยในมาตรา ๓ ได้มีการกล่าวถึง ความสัมพันธ์กับกฎหมายอื่นว่า เนื่องจากว่าในขณะนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรามีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ําไม่ว่าจะเปึนในทางตรงหรือทางอ้อมมากกว่า ๓๐ ฉบับ และแต่ละฉบับมีวัตถุประสงค์ มีมาตรการ และมีมาตรฐานเกี่ยวกับทรัพยากรน้ําแตกต่างไป เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเปึนกฎหมายแม่บทจึงกําหนดให้สิทธิในทรัพยากรน้ํา การบริหารจัดการ การจัดสรรน้ํา การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ํา ให้เปึนไปตามที่ กําหนดในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกําหนดไว้เปึนเรื่องเฉพาะและมี มาตรการหรือหลักประกันสิทธิในทรัพยากรน้ําไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ อันนั้นคือส่วนที่ ๑ ในความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น

รวมทั้งในส่วนนี้ได้มีการให้นิยามความหมายของคําศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและ ได้มีการกล่าวอ้างถึงในพระราชบัญญัตินี้ คําที่สําคัญที่ดิฉันขออนุญาตยกมา ณ ที่นี้คือคําว่า ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรน้ําในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หมายความถึงน้ําใด ๆ ที่อยู่บนผิวดิน น้ําใต้ดิน น้ําในบรรยากาศ น้ําในทะเลอาณาเขต น้ําในเขตเศรษฐกิจจําเพาะ น้ําในไหล่ทวีป คลอง แม่น้ํา หนอง บึง พื้นที่ชุ่ มน้ํา ทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น และสิ่งอื่นที่ใช้เพื่อการจัดการน้ํา และยังหมายความรวมถึงระบบนิเวศของแหล่งน้ําด้วย นอกจากคําว่าทรัพยากรน้ํา ในส่วนของนิยามก็ได้กล่าวถึงคําอื่น ๆ อย่างเช่น แหล่งต้นน้ํา ลุ่มน้ํา การใช้น้ํา ภาวะวิกฤติ องค์กรผู้ใช้น้ํา กองทุน คณะกรรมการกองทุน พนักงานเจ้าหน้าที่ เหล่านี้เปึนต้น

สําหรับรายละเอียดในหมวด ๑ นะคะ หมวด ๑ เปึนการกล่าวถึงสิทธิการมี ส่วนร่วมในทรัพยากรน้ํา ซึ่งในหมวดนี้เปึนการกล่าวถึงหลักการพื้นฐานทั่วไปในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ในสาระสําคัญกล่าวถึง ๔ หลัก หลักที่ ๑ หลักการทรัพยากรร่วม หลักที่ ๒ หลักการรับประกันสิทธิของประชาชนในการใช้น้ําขั้นพื้นฐาน หลักที่ ๓ หลักการ สิทธิชุมชน หลักที่ ๔ หลักธรรมาภิบาลของรัฐ สําหรับในส่วนที่ ๑ หลักการทรัพยากรร่วมนั้น มีการกล่าวถึงไว้ในมาตรา ๖ กําหนดให้น้ําเปึนทรัพยากรส่วนรวม ที่หน่วยงาน รัฐ เอกชน และประชาชน สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ แต่ทั้งนี้การเข้าถึงทรัพยากรน้ําก็ไม่ได้เปึน การเข้าถึงแบบโอเพน แอกเซส (Open access) หรือว่าไม่สามารถที่จะคุ้มครองปัองกันได้ เพราะว่าได้มีการกําหนดขอบเขตและเงื่อนไขของการใช้น้ําไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้ ๒ ประการ ประการที่ ๑ เปึนการใช้น้ําเท่าที่จําเปึนแก่ประโยชน์ในกิจกรรมหรือที่ดินของตน และประการที่ ๒ การใช้น้ํานั้นจะต้องไม่เปึนเหตุให้เกิดความเดือดร้อนแก่บุคคลหรือ สาธารณะ สําหรับหลักการในเรื่องของการรับประกันสิทธิของประชาชนนั้น พระราชบัญญัตินี้ รับประกันให้การใช้น้ําเพื่อการดํารงชีพ การอุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตรหรือ การเลี้ยงสัตว์รายย่อย การใช้น้ําตามจารีตประเพณี เปึนสิทธิในการใช้น้ําขั้นพื้นฐานของ ประชาชน ซึ่งรัฐจะต้องจัดหาให้เปึนอันดับแรกเมื่ อเกิดภาวะขาดแคลนน้ํา ลําดับที่ ๓ หลักการสิทธิชุมชน ในส่วนนี้ได้มีการรับรองสิทธิชุมชนทั่ว ๆ ไปในเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรน้ํา เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ สําหรับส่วนที่ ๔ หลักธรรมาภิบาลของรัฐในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา กล่าวถึงว่าในมาตรา ๑๐ ถ้าหากว่ารัฐจะมีการกําหนดนโยบาย

ในการบริหารจัดการ การกําหนดแผนปฏิบัติต่าง ๆ หรือจะมีการกําหนด กฎ ระเบียบต่าง ๆ รัฐจะต้องมีหน้าที่ในการเป่ดเผยข้อมูล รับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดําเนินการด้วย

สําหรับสาระในหมวด ๒ ในเรื่องขององค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ดังที่ ท่านประธานได้กราบเรียนไปในเบื้องต้นแล้วว่าในการดําเนินการเพื่อชี้แนะแนวทาง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํานั้น เราได้มีการวิเคราะห์ว่าที่ผ่านมาเหตุใด การแก้อุทกภัยหรือการแก้น้ําแล้งจึงไม่ประสบผลสําเร็จเท่าที่ควร ซึ่งส่วนหนึ่งเปึนเรื่องของ องค์กร เพราะฉะนั้นในร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... จึงได้มี การกําหนดให้มีองค์กรบริหารจัดการน้ําขึ้นเปึน ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา ระดับลุ่มน้ําสาขา และระดับพื้นที่ เพื่อเปึนกลไกสนับสนุนการบริหารจัดการน้ําโดยยึด หลักการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งการกระจายอํานาจในการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําลงไปสู่ระดับพื้นที่ สําหรับในส่วนแรกที่ดิฉันจะกล่าวรายละเอียดถึงนะคะ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ หรือที่เราเรียกชื่อย่อว่า กนช. เปึนกลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําในระดับชาติ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน เนื่องจาก เราเล็งเห็นว่าในภาวะวิกฤติ หรือแม้จะเปึนในภาวะปกติก็ตาม ผู้ที่จะสามารถสั่งการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการบริหารจัดการได้ทั้งหมดก็คือท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น จึงมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเปึนปร ะธานใน กนช. และมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เปึนกรรมการโดยตําแหน่ง และยังมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับ การสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา รวมทั้งมีกลุ่มผู้แทนผู้ใช้น้ําจากลุ่มน้ํา ซึ่งทั้ง ๔ กลุ่มนี้ ทางคณะทํางานได้พยายามที่จะจัดสรรจํานวนเพื่อให้มีความสมดุลทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และในส่วนของนักวิชาการผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับน้ํานะคะ และมีเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ทําหน้าที่เปึนเลขานุการ

สําหรับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ํา กนช. มีอํานาจหน้าที่ ที่สําคัญมากก็คือในส่วนของการกําหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัด การ ทรัพยากรน้ําระดับชาติ โดยคํานึงถึงแผนยุทธศาสตร์ระดับลุ่มน้ําทั้งในสภาวะปกติ และในสภาวะวิกฤติ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ รวมทั้งกํากับ ติดตาม ตรวจสอบ และให้คําแนะนําในการดําเนินการตามนโยบายแผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรน้ํา แห่งชาติ มีหน้าที่กํากับ ติดตาม และตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ลําพัง กนช. เองอาจจะไม่สามารถขับเคลื่อนการทํางานได้ทั่วทุกภูมิภาค ของประเทศ จึงให้อํานาจ กนช. ในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือเพื่อปฏิบัติการ มีอย่างน้อยประกอบด้วย ๔ คณะ

คณะที่ ๑ คณะอนุกรรมการกําห นดยุทธศาสตร์และจัดทําแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ

คณะที่ ๒ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและให้ความเห็นชอบโครงการ

คณะที่ ๓ คณะอนุกรรมการประสานงานการดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์

คณะที่ ๔ คณะอนุกรรมการติดตาม กํากับ ดูแลการดําเนินการตามแผน ยุทธศาสตร์

ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการลุ่มน้ํานั้นก็กําหนดไว้ว่าให้มีองค์ประกอบไม่เกิน ๒๙ คน ซึ่งส่วนนี้เปึนส่วนที่น้อยลงจากพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ําก่อน ๆ ซึ่งการที่มี จํานวนที่มากเกินไปและมีองค์ประกอบที่ไม่สามารถทํางานได้เปึนส่วนที่ทําให้ กนช. เดิม ไม่สามารถทํางานได้อย่างเต็มหน้าที่และเปึนอุปสรรคในการดําเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวะวิกฤติ

ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการลุ่มน้ําสาขา

ส่วนที่ ๔ ส่วนขององค์กรผู้ใช้น้ํา ในส่วนขององค์กรผู้ใช้น้ําเราให้ความสําคัญ ในส่วนนี้ เนื่องจากว่าเปึนส่วนของภาคประชาชนที่สามารถเสนอประเด็นปัญหาที่ชัดเจน แล้วก็นําเรียนต่อลุ่มน้ําสาขาและกรรมการลุ่มน้ําได้ ซึ่งจะนําไปสู่การแก้ปัญหาของพื้นที่ได้ อย่างแท้จริงและเปึนรูปธรรม และการดําเนินการของภาครัฐนั้นก็จะทําให้สอดคล้องกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

หมวด ๓ เปึนส่วนของกองทุนทรัพยากรน้ํา ในส่วนของกองทุนทรัพยากรน้ํานี้ เปึนการจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ก็คือเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของคณะกรรมการ ลุ่มน้ํา คณะกรรมการลุ่มน้ําสาขา และองค์กรผู้ใช้น้ํา โดยแหล่งที่มาของงบประมาณก็คือ เปึนทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ เปึนเงินอุดหนุนทั่ วไปที่รัฐบาลจัดสรรใ ห้เปึนรายป้ ที่สําคัญคือเปึนค่าใช้น้ําและค่าธรรมเนียมการขออนุญาตใช้น้ําตามพระราชบัญญัตินี้ ตามอัตราที่ กนช. มีการประกาศกําหนดต่อไป

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ที่สําคัญของกองทุนดังที่ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าเพื่อให้เปึน เงินสนับสนุนต่อคณะกรรมการลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําสาขา และพื้นที่ ในการสนับสนุนการดําเนินงาน ต่าง ๆ ในการคิด ศึกษา วิจัย และในการที่จะคิดทําโครงการซึ่งเรส (Raise) ขึ้นมาจาก ความต้องการของประชาชนในพื้นที่

หมวด ๔ การจัดสรรทรัพยากรน้ํา ซึ่งนับว่าเปึนอีกส่วนหนึ่งที่สําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เราได้แบ่งประเภทการใช้น้ํา ออกเปึน ๕ ประเภท

ประเภทที่ ๑ การใช้น้ําเพื่อการดํารงชีพ การอุปโภค บริโภค การประปา หมู่บ้าน

ประเภทที่ ๒ การใช้น้ําเพื่อจารีตประเพณี รักษาระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม

ประเภทที่ ๓ การใช้น้ําเพื่อการเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์ รายย่อย และการอุตสาหกรรมในครัวเรือน

ประเภทที่ ๔ การใช้น้ําเพื่อการเกษตรหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว การประปาขนาดใหญ่ และการผลิตพลังงาน ไฟฟัา

ประเภทที่ ๕ การใช้น้ําทุกประเภทที่เปึนกิจการขนาดใหญ่และอาจจะต้องมี การผันน้ําข้ามลุ่ม

ทั้งนี้ การใช้น้ําประเภทที่ ๔ และประเภทที่ ๕ ซึ่งเปึนการใช้น้ําที่มี ความต้องการการใช้น้ําสูงในระดับอุตสาหกรรมและอาจมีผลกระทบในวงกว้าง จําเปึน

จะต้องมีการขออนุญาตการใช้น้ําและมีการคิดอัตราค่าธรรมเนียมในการใช้น้ํา ซึ่งในส่วนนี้ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติหรือ กนช. จะเปึนผู้ประกาศกําหนดอีกครั้งหนึ่ง

หมวด ๕ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในภาวะวิกฤติ หมวด ๕ นี้นับว่า เปึนอีกหนึ่งหัวใจสําคัญของร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่ออยู่ในภาวะวิกฤติประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะที่ไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน มีการเรียกประชุมหน่วยงานต่าง ๆ แต่ว่าการสั่งการยังเปึนไปในลักษณะของความโกลาหล และความอลหม่านที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ได้มีการกําหนดการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในภาวะวิกฤติขึ้น โดยกําหนดว่าในส่วนที่ ๑ แผนการบริหารจัดการน้ํา ในสภาวะวิกฤตินั้น คณะกรรมการลุ่มน้ําจะเปึนผู้ที่จัดทําแผนจัดการทรัพยากรน้ําขึ้นมา แล้วก็ให้ กนช. พิจารณาอีกครั้งหนึ่งในความสอดคล้อง เพื่อที่จะจัดทําให้เปึนแผนบริหาร จัดการน้ําในภาวะวิกฤติระดับชาติ

และในขณะที่ยังไม่เกิดภาวะวิกฤตินั้นจะต้องมีการเตรียมความพร้อม กนช. ต้องคัดเลือก บุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีความรู้ มีความสามารถให้เปึนคณะบัญชาการในภาวะวิกฤติรุนแรง ประกอบด้วยคณะบุคคลไม่เกิน ๗ คน และต้องกําหนดให้มีผู้รับผิดชอบสูงสุด เปึนผู้บัญชาการเหตุการณ์เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเสนอต่ อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งต่อไป และถ้าหากว่า กนช. เห็นว่าสภาวะของประเทศในขณะนั้นอยู่ในภาวะวิกฤติหรือภาวะที่อาจ อยู่ในขั้นอันตราย คณะบัญชาการมีอํานาจในการประกาศภาวะรุนแรง และหากสถานการณ์ กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว กนช. ก็จะต้องประกาศยกเลิกด้วย

สําหรับในหมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ํา ได้กําหนดให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอํานาจในการพิจารณาว่าพื้นที่ส่วนไหน ตรงไหน ในภูมิภาค เหมาะสมหรือสมควรที่จะเปึนพื้นที่ที่ต้องได้รับการอนุรักษ์เปึนพิเศษ รวมทั้ง มีมาตรการห้ามปรามในการที่จะห้ามกระทําการใด ๆ ที่อาจเปึนอันตรายหรือก่อให้เกิด ผลกระทบต่อทรัพยากรน้ํา

สําหรับในหมวด ๗ การควบคุมและตรวจตราทรัพยากรน้ํา ในหมวดนี้ กําหนดให้คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจในการเข้าตรวจสอบและออกคําสั่ง ในการปกครองได้

หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่ง

หมวด ๙ บทกําหนดโทษ

และบทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาลนี้เปึนส่วนที่จะใช้ในระหว่างที่ยังไม่มี กนช. หรือยังไม่มีคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ โดยถ้าหากว่ายังไม่มีคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็ให้ใช้คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติซึ่งแต่งตั้งขึ้นโดยระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี พุทธศักราช ๒๕๕๐ ไปก่อน ก็คือใช้งานของเดิมที่มีให้ทําหน้าที่ อย่างเต็มที่ และในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ํา คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ให้คณะกรรมการลุ่มน้ําและ กนช. ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๐ สามารถทําหน้าที่กําหนดกฎ ระเบียบต่าง ๆ แล้วก็จะต้องดําเนินการคัดเลือก ผู้ที่จะมาทําหน้าที่เปึนคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ภายในระยะเวลา ๒๔๐ วันนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ นั่นคือสาระทั้งหมด ใน ๙ หมวด และ ๑ บทเฉพาะกาลในร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ....

ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พิจารณาและนําเสนอในครั้งนี้ กล่าวโดยรวมได้ว่าสาระสําคัญเปึนการจัดระเบียบขององค์กรบริหารจัดการน้ําในรูปแบบใหม่ ซึ่งมีความคาดหวังว่าจะสามารถทําหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ําได้ทั้งในสภาวะปกติ และในสภาวะวิกฤติได้เปึนอย่างดี มีการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ ในระดับพื้นที่ขึ้นมาถึงระดับลุ่มน้ําสาขา ระดับลุ่มน้ํา และนําข้อเสนอต่าง ๆ เข้ามาผนวก โดยการทํางานของ กนช. ในระดับชาติต่อไป และมีการสนับสนุนการดําเนินการขององค์กร ในระดับต่าง ๆ ด้วยการมอบให้มีกองทุนทรัพยากรน้ํา ซึ่งเงินที่จะได้นํามาขับเคลื่อน ก็คือเงินเปึนอัตราค่าธรรมเนียมมาจากการขออนุญาตใช้น้ํา การใช้น้ําขนาดใหญ่ก็คื อ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และการใช้น้ําที่ต้องขออนุญาตเนื่องจากว่าอาจจะมีผลในวงกว้าง หากว่ามีการผันน้ําข้ามลุ่มนะคะ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้คือสาระที่นําเรียนนําเสนอไป ขอบพระคุณค่ะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ๒ คนก็จบการเสนอในสาระสําคัญ ๒ เรื่องนะครับ เรื่อง การปฏิรูปกลไก การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํากับสาระสําคัญเรื่องราวของร่างพระราชบัญญัติบริหาร จัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... นะครับ ก็ขอให้ที่ประชุมได้อภิปราย แล้วก็ให้ความเห็นนะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นนะครับ ที่แจ้งไว้ขณะนี้ ๔ ท่าน พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ คุณชูชาติ อินสว่าง คุณภัทรียา สุมะโน และ คุณจําลอง โพธิ์สุข เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ก่อนนะครับ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหาร จากการที่ได้รับฟังที่ท่านประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผมก็ดีใจแทนนะครับ เนื่องจากว่าการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําเปึนเรื่องสําคัญ ในปัจจุบันก็ปรากฏว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การบริหารจัดการน้ํามีหลายกระทรวง ยกตัวอย่าง เช่น กระทรวงมหาดไทย การประปา นครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค

แล้วก็ท้องถิ่น ก็อยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบเรื่องน้ํา น้ําดื่ม น้ําใช้ น้ําเพื่อ การเกษตร แล้วกระทรวงพลังงานก็เกี่ยวข้องเนื่องจา กว่าใช้น้ําในการไปทําพลังงานไฟฟัา และอีกกระทรวงหนึ่งก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มี กรมชลประทาน แล้วก็จะมีกรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินก็จะทําแหล่งน้ําขนาดเล็ก ในสวนไร่นาของพี่น้องเกษตรกร อันนี้งบป ระมาณป้หนึ่งก็ไม่มากเท่าที่ทราบ แล้วกรมชลประทานนี่การบริหารจัดการน้ําก็ไม่ทั่วถึงแล้วก็ไม่เปึนธรรม ที่ว่าไม่เปึนธรรมก็คือ หมายความว่าจัดให้เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตชลประทานเท่านั้น ส่วนนอกเขตชลประทานนี่ เขาก็ไม่ได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ําของกรมชลประทาน และอีกส่วนหนึ่งก็คือกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มีกรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เท่าที่ ผมทราบก็คือกรมทรัพยากรน้ําก็จะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละส่วนงานของทรัพยากรน้ํา ในแต่ละจังหวัดไปจัดทําอนุรักษ์ฟุ๋นฟูแหล่งน้ําก็คือขุดลอกลําห้วยสาธารณะต่าง ๆ แต่ผม เห็นแล้วว่าการขุดลอกดังกล่าวนี้ก็เกิดประโยชน์คือปัองกันไม่ให้น้ําท่วมไร่นำ คือฝนตก มาแล้วนี่จะให้น้ําไหลสะดวกขึ้น แต่ว่าพอหมดฝนเข้าสู่ฤดูแล้งนี่น้ําในลําห้วยไม่เหลือเลย เกลี้ยงเลยนะครับ แห้ง แล้วสิ่งที่ผมอยากจะให้ทําก็คือตอนนี้ผมคิดว่าในสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยเปึนหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ที่รู้ปัญหาของ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงก็คือเทศบาลตําบล องค์การบริหารส่วนตําบล และองค์การ บริหารส่วนจังหวัด เหล่านี้ที่ผมอยากจะให้ทําก็คือให้ทางรัฐบาลนี่จัดสรรงบประมาณให้ เทศบาลตําบล แล้วก็องค์การบริหารส่วนตําบลแห่งละ ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาททําอะไร แต่ว่าไม่ให้ตัวเงินนะ ให้รัฐบาลจัดสรรโดยจัดซื้อ ๑. รถแบกโฮ (Back hoe) รถขุด ๒. รถลาก รถลาก รถแบกโฮ ๓. รถบรรทุกหกล้อ ๒ คัน งบประมาณแห่งละไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ทําไม ต้องทําอย่างนั้น รถแบกโฮ รถขุดสามารถที่จะขุดสระน้ําได้ สระน้ําขนาดเล็กในไร่ในนาให้กับ เกษตรกรชาวไร่ชาวนานี่ เขาจะขุดได้ในเขตตําบลของเขาโดยที่ไม่ต้องไปจ้างรถเอกชน ถ้าจ้างรถเอกชนขุดสระ ๓๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ขุดแล้วก็จบไป มันหมดไม่เหลือ เพราะฉะนั้นถ้ามีรถแบกโฮ ๑ คัน รถหกล้อ ๒ คัน ก็บรรทุกดินออกจาก สระน้ําไปทําถนนเข้าสู่สวนไร่นาหรือเข้าหมู่บ้านได้ อันนี้จากที่ผมดูในเขตเทศบาลตําบล และ อบต. รวมกันในขณะนี้ประมาณ ๗,๘๕๓ แห่ง แห่งละ ๑๐ ล้านบาท ก็เปึนเงินประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แห่งละ ๑๐ ล้านบาท ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็จะได้ประโยชน์

แล้วก็จะได้คนขับรถเพิ่มเข้ามาเปึนพนักงานของส่วนท้องถิ่น อันนี้รถแบกโฮคันหนึ่งจ้างเลย ๓ คนขับ ขับคนละ ๘ ชั่วโมง วันหนึ่งทํางาน ๑๖ ชั่วโมง อีกคนหนึ่งพัก ๒ คนทํางาน ขุดสระ จากนานาย ก ไปสู่นานาย ข ไปเรื่อย ๆ ก็ทําไป

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้รัฐบาลจัดซื้อรถขุดน้ําบาดาล ให้ทุกจังหวัด ตรงไหนที่ประชาชนเขาไม่อยากได้ส ระน้ํา เขามีที่ดินเล็กน้อยก็ให้ อบจ. ขุดน้ําบาดาลให้เขา ก็จะมีน้ําใช้ตลอดป้ตลอดไป อันนี้ผมคิดว่าประเทศไทยน่าจะทําได้ งบประมาณป้ละไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เราทําครั้งเดียวน้ํานี่รับรองว่ามีใช้ตลอดไป ส่วนกรมชลประทาน กรมอื่นก็ว่ากันไป แต่ส่วนท้องถิ่นก็อยากจะให้ทําแบบนี้ การแก้ปัญหา เรื่องน้ําก็จะหมดไปครับ กราบขอบคุณครับ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณชูชาติ อินสว่าง ครับ

นายชูชาติ อินสว่าง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ ผม ชูชาติ อินสว่าง สปช. ๐๖๗ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ น้ํามีหลายน้ําเหลือเกิน ท่านประธานผ่านท่านกรรมาธิการ แต่สิ่งที่ผมจะพูดน้ําเกี่ยวกับการเกษตรเพราะผมมาจาก การเกษตร เห็นหน้าผมก็ต้องเหมือนเห็นการเกษตร คือน้ําคลองกับน้ําแม่น้ํา แล้วก็น้ํา อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นน้ําที่จะมาสู่คลองได้ มาสู่แม่น้ําได้ไหลลงมาจากไหนครับ ก็เปึนน้ําฝนลงมาทั้งสิ้น เมื่อวานนี้ผมเดินทางกลับจังหวัดสุพรรณบุรีพ้นบางบัวทองไปแล้ว ฝนตกตลอดทางไปจนถึงจังหวัดสุพรรณบุรี คิดว่าไปถึงจังหวัดสุพรรณบุรีน่าจะไม่มีฝน ก็ปรากฏว่าฝนเยอะเหลือเกิน นั่งนึกมาในใจตลอดเส้นทางก็นึกเสียดายมาก ๆ เสียดาย น้ําฝนไหลลงน้ําคลองนี่ก็น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่จะไหลเข้าไปในบ้านช่องที่กีดขวาง การจราจรทางน้ําทั้งสิ้น แล้วก็เปึนปัญหาน้ําท่วมในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะไหลลงไป ตามคลอง ตามแม่น้ํามันก็ปนเปุ๋ อนไปทั้งสิ้น ผมอยากจะกราบเรียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผม ที่ผมจะต้องชี้แจงคือปัญหาสิ่งปนเปุ๋อนอันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีสําหรับพืช โดยเฉพาะ ปุิยเคมีและยาปราบศัตรูพืช เมื่อคืนนี้ไม่คิดตั้งใจจะอภิปรายหรอกครับ ดูทีวี (TV) ปรากฏว่า กระทรวงหนึ่งชี้แจงว่าป้ที่แล้วพี่ น้องประชาชนใช้สารเคมี ปุิยเคมี ยาปราบศัตรูพืชถึง ๑๓๔ ล้านตัน ป้ที่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเอา ๑๓๔ ล้านตันให้ประชาชน ๖๖ ล้านคน เสพเข้าไปก็เท่ากับคนหนึ่ง ๒ ตันต่อป้ ถ้าเอา ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ก็ ๓๖๕ หาร วันหนึ่งคนหนึ่งต้องอยู่กับสารเคมีปนเปุ๋อนถึง ๕๔ กิโลกรัมต่อวัน อันนี้เปึนสิ่งที่ น่าเปึนห่วงมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่พูดถึงภาพเราจะมองไม่เห็นเลยครับ บ้านผมอยู่ติด แม่น้ําครับ ในแม่น้ําไม่มีศัตรูพืชไปกินผักป์ อง ไปกินผักบุ้งอะไรทั้งสิ้นเลย เพราะกินไม่ได้ เพราะสารปนเปุ๋อนไปจากสารเคมีมันลงไปในแม่น้ําเต็มแล้ว พอฝนตกลงมาทีหนึ่งก็ลงไปใน แม่น้ําลําคลองอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิป ราย ในคลองนี่เต็มไปด้วยผักตบชวา ในคลองนี่เต็มไปด้วยผักบุ้งซึ่งไม่สามารถรับประทานได้เลย เพราะสารปนเปุ๋อนซึ่งเปึน สารเคมี ๑๓๔ ล้านตันมันลงไปเต็มที่เลย ปุิยเคมีซึ่งเกษตรกรใช้ลูกหนึ่งต่อ ๑ ไร่ กลัวไม่โต ก็ใช้ ๒ ลูกต่อ ๑ ไร่ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนว่าเราต้องหาวิถีทาง ปัองกันอย่างนี้ให้ได้นะครับ แหล่งน้ําผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเปึนสถานที่เก็บกักน้ํา

อย่างดี ผมอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยครับ สิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านต้องสร้างแหล่งน้ําให้ได้ ในบ้านผมมีสระน้ําอยู่สระหนึ่งฝนตกมารับรองไม่มีท่วม เพราะไหลลงสระหมด ในหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งถ้ามีบ่อน้ําอยู่ ๑ บ่อ ในตําบลตําบลหนึ่ง มอบหมู่บ้านให้ ตําบลให้ ๑ บ่อรับรองน้ําไม่มีท่วมหรอกครับเพราะลงไป เรื่องนี้ไม่ได้มอบให้ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปจัดการอย่างเดียว ต้องให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนผู้ดูแล สิ่งต่าง ๆ พวกนี้ พอถึงป้ประมงเอาปลาไปปล่อย พอถึงป้ป์าไม้เอาต้นไม้ไปปลูก ตรงนี้จะเปึน ที่สวนสาธารณะ เปึนที่จับปลา ใน ๑ ป้กลายเปึนสถานที่ท่องเที่ยวไปโดยปริยาย เรากําหนด จับสัตว์น้ําได้แต่ละป้ไป

เรื่องต่อมาก็คือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ท่านจัดทําแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่อยู่ ในมือของท่านนี่นะครับ ถ้านําตรงนี้ไปปฏิบัติได้จริง ๆ รัฐบาลไม่ต้องทําอะไรเลยตรงนี้ ผมเรียนด้วยความเคารพ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าถูกนํามาปฏิบัติทั้งหมดเราคงไม่ต้องมา นั่งแก้ปัญหากันอย่างทุกวันนี้ เราไม่ได้ให้ความสนใจกันอย่างจริงจัง

๒. การบังคับใช้กฎหมายเปึนไปอย่างหย่อนยาน ทุกวันนี้ท่านไปดูเถอะครับ เผาฟ๋น เผาฟาง เผาอะไรกันเยอะแยะหมดตามท้องทุ่งท้องนา ใครว่าเชื่อเสียที่ไหน เชื่อก็ไม่ทํา ถึงทําก็ไม่บอก

บอกก็ไม่รู้ว่าใครไปทําเหมือนกันก็จับหาตัวผู้กระทําผิ ดไม่ได้ ประชาชนขาดจิตสํานึกที่ดี ไม่ดีก็คือขาดความรู้การให้ความเข้าใจในเรื่องนี้เปึนสิ่งสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการน้ํา ผมอยากให้เราให้ความรู้แก่เกษตรกรให้มาก ๆ และทําอย่างไรถึงจะเปึนศูนย์อบรมให้ความรู้ กับเกษตรกรได้ และที่สําคัญทําอย่างไรถึงจะให้เขาเห็นคุณและโทษของการไม่รักษา ทรัพยากรน้ําได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณภัทรียา สุมะโน ครับ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขออภิปรายระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในเรื่องของกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเข้าใจดีว่าปัญหาเรื่องน้ํานั้นเปึนปัญหาขนาดใหญ่ เพราะว่าน้ํามีประโยชน์มหาศาลแก่ มวลมนุษยชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะสร้างปัญหาอันมหาศาลได้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้เห็น ความสําคัญและเพียรพยายามหาแนวทางปฏิรูประบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําได้ อย่างละเอียดที่เสนอมาในทุกประเด็น โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจแล้วก็มี แนวทางที่ดูจะเปึนไปได้ในทางปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันขออนุญาตแสดงความเห็น ในเรื่องของการปฏิรูปกลไกการบริหารทรัพยากรน้ําด้วยการจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติเพื่อมาทําหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แล้วก็โดยการจัดตั้ง คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติขึ้นมากําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติทุกด้าน พูดง่าย ๆ ก็คือตั้งกรมใหม่ขึ้นมากรมหนึ่ง เปึนกรม เปึนหน่วยราชการ เปึนนิติบุคคลสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีอีกแล้วนะคะ ดิฉันจําได้ ดิฉันพูดในสภานี้หลายครั้งเรื่องกรมต่าง ๆ ที่พยายามจะตั้งกันขึ้นมาแล้วก็ให้ไปสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้นเลย ดิฉันจะขอเสนอเหตุผลว่าการปฏิรูปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีขึ้นนั้นไม่ใช่การตั้งองค์กรใหม่ กรมใหม่ การขอจัดตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมานั้นประเทศ ของเราจะเอางบประมาณที่ไหนคะ ก็คงต้องรอ อาจจะอยู่ในกระดาษเปึนร่างพระราชบัญญัติ อีกนานกว่าจะเกิดขึ้น กว่าจะคิดแก้ปัญหาปฏิรูปได้ รัฐบาลทุกชุดดิฉันก็เห็นว่าต่างเห็น ความสําคัญของการจัดการทรัพยากรน้ําโดยจัดตั้งหน่วยงานที่ทําหน้าที่นี้ขึ้นมา ดิฉันเสนอว่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี่ละค่ะเขาคือเจ้าภาพตัวจริง เขามีกลุ่มงาน ที่เรียกว่ากลุ่มภารกิจด้านทรัพยากรน้ําในแผ่นดิน อันนี้ไม่ใช่หรือคะ ในแผ่นดินก็คือชาติ เขาก็ ทํางานบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในระดับชาติ โดยมีกรมทรัพยากรน้ําและกรมทรัพยากร น้ําบาดาลทําหน้าที่นี้อยู่ ดิฉันไม่พูดถึงกรมที่เกี่ยวกับน้ําอีก มากมายในกระทรวงต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ดิฉันพุ่งประเด็นมาที่ ๒ กรมนี้ซึ่งเปึนหัวใจหลัก เปึนเจ้าภาพหลัก ตรงที่สุดเลย ดิฉันคิดว่าสิ่งที่จะปฏิรูปก็คือควรที่จะเสริมศักยภาพของกระทรวงนี้แล้วก็กรมนี้ อาจจะด้วยการปรับโครงสร้างให้มีงานต่าง ๆ ที่ต้องการ ดิฉันก็เห็นว่าเขาก็มีอยู่มาก ดิฉัน เข้าไปดูโครงสร้างของกระทรวงนี้ ก็จะมีทั้งศูนย์สารสนเทศทรัพยากรน้ํา สํานักพัฒนา แหล่งน้ํา สํานักอนุรักษ์ฟุ๋นฟูแหล่งน้ํา กองทุนพัฒนาน้ํา มีมากมายครบถ้วน แต่ทีนี้อาจจะ เปึนกรมที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ถ้าเราเสริมศักยภาพของกระทรวงนี้กับกรมน้ําทั้ง ๒ แห่งนี้ น่าจะให้ทํางานแก้ปัญหาในเรื่องของน้ําได้รวดเร็วไม่ต้องรอตั้งกรมใหม่

ดิฉันได้ฟังท่านประธานปราโมทย์ ไม้กลัด ขออภัยที่เอ่ยนาม เมื่อเช้าท่านให้สัมภาษณ์ ในรายการมองรัฐสภาว่าบุคลากรที่จะมาทํานี่จะไปขอยืมข้าราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมารวมกันแล้วก็ทํา ดิฉันว่ามันไม่ค่อยจะสําเร็จนะคะ น่าที่จะเสริมในเรื่องของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็งานเรื่องน้ํานี้ให้พุ่งไปเขาก็สามารถ ที่จะทําแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติได้ ไม่ต้องตั้งกรรมการอะไรขึ้นมาหรืออาจจะตั้งขึ้นมาก็ได้ แต่ว่าให้อยู่ในภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันไม่คิดว่าการตั้ง กรมใหม่ขึ้นในสํานักนายกรัฐมนตรีจะเปึนการปฏิรูปกลไกการบริ หารจัดการน้ําอย่างเปึน ระบบ อาจจะเปึนการเพิ่มปัญหาขึ้นอีกก็ได้เพราะว่าท่านก็พูดเองว่ากรมเกี่ยวกับน้ํา มีตั้งหลายสิบกรมแล้วก็ท่านจะเพิ่มมาอีก ๑ กรม จะเพิ่มปัญหาขึ้นอีกหรือเปล่า ดิฉันก็ขอฝากไว้ ตรงนี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณจําลอง โพธิ์สุข ครับ

นายจําลอง โพธิ์สุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายจําลอง โพธิ์สุข สปช. หมายเลข ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาท ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้สักเล็กน้อยเพื่อที่จะให้ข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกต บางประการเกี่ยวกับการนําเสนอรายงานในเรื่องนี้ของคณะกรรมาธิการนะครับ ในประเด็นแรก เรื่องของยุทธศาสตร์การจัดการน้ํา ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ เพราะว่า เรื่องการบริหารจัดการน้ําในบ้านในเมืองเรานั้นทุกท่านก็คงจะเห็นพ้องต้องกันว่าเปึนเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่เรากําลังประสบปัญหาเรื่องภัยแล้งอยู่ แล้วก็จะเปึนอย่างนี้ ไม่รู้กี่สิบป้ก็เปึนอย่างนี้ แล้วเราก็พูดกันเรื่องน้ํา คุณภาพน้ําก็ดี เรื่องของปริมาณน้ํา น้ําขาดเกินอะไรนี่ก็ว่ากันไป เรื่องของการบริหารจัดการโครงสร้างกฎหมายทั้งหลายทั้งปวง เห็นใจคณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนอย่างยิ่ง เฉพาะเรื่องกฎหมายอย่างเดียว ๔๕ ฉบับ ที่ปรากฏ ในเอกสารของท่าน ถ้านับเปึนหน่วยงานก็ไม่รู้กี่สิบหน่วย ผมเองในฐานะที่เคยเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เคยประสบปัญหางานเกี่ยวกับเรื่องน้ํา เราก็ปวดหัวเหมือนกันทําอะไร แต่ละเรื่องแต่ละอย่างติดโน่นติดนี่ไปหมดนะครับ อย่างเช่นมหาอุทกภัยเมื่อป้ ๒๕๕๔ ก็เช่นเดียวกัน ครั้งนั้นความเจ็บปวดรวดร้าวความเสียหายเกิดขึ้นกับบ้านเมืองมากมาย สุดที่จะพรรณนาได้ในเวลาตรงนี้ ประเด็นที่อยากจะเสนอความเห็นตามยุท ธศาสตร์

ของคณะกรรมาธิการในเอกสารหน้า ๖/๑๑ ก็คือเรื่องของคุณภาพน้ํา เมื่อกี้นี้ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งคือท่านสุชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดอภิปรายไปแล้ว เรื่องของการวาง ยุทธศาสตร์ในเรื่องของคุณภาพน้ํา ผมเห็นด้วยทุกเรื่อง ทุกประการ ทุกประเด็นของ คณะกรรมาธิการนะครับ แต่อยากจะเพิ่มบางประเด็นโดยเฉพาะในเรื่องของน้ําปนเปุ๋อน สารเคมีที่ท่านชูชาติได้อภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะสารเคมีเกษตรที่ใช้ในภาคของเกษตรกรรม เราจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างจิตสํานึกของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในภาคของเกษตรให้เห็นโทษภัยของการใช้สารเคมีโดยไม่มีขีดจํากัด ประมาณนั้น ซึ่งจะสร้างผลร้ายต่อเรื่องของน้ํา คุณภาพน้ํา คุณภาพดินต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง รวมทั้ง สุขภาพอนามัยของพี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ สารตกค้างในร่างกายในกระแสโลหิต ทั้งหลายทั้งปวงก็เจอกันเปึนประจํา อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะเพิ่มเติมในเรื่องของคุณภาพน้ํา ก็คือว่าเรื่องของการเติมออกซิเจนให้กับน้ํา บ้านเมืองของเรา สังคมไทยของเรา ประเทศไทย ของเราเคยมีวิถีชีวิตอยู่ในริมแม่น้ําลําคลอง เดี๋ยวนี้เราเลิก ทิ้งแม่น้ําลําคลอง ปล่อยให้ แม่น้ําลําคลองรับน้ําเน่าเสียจากแหล่งอุตสาหกรรมก็ดี ชุมชนทั้งหลายทั้งปวงก็ดี โดยไม่มี การบําบัด ตรงนี้ถ้าหากว่าเราจะทําอะไรได้เล็กน้อยก็ยังดี อย่างเช่นการเดินเรือในแม่น้ําลําคลอง ผมเห็นด้วยกับทาง กทม. ที่จะทําโครงการเรือโดยสารในคลองภาษีเจริญ อยากจะให้ ขยายผลไปยังคลองอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่นคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ําท่าจีนก็ดี

กับแม่น้ําเจ้าพระยา อย่างเช่น คลองมหาสวัสดิ์ หรือคลองดําเนินสะดวก ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ซึ่งก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องของการจราจรทางบกไปด้วย เราไปใช้การโดยสารขนส่งมวลชน ทางเรือกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลที่ได้ตามมาก็คือเรื่องของการรักษาคุณภาพน้ํา ใบพัดเรือก็สร้าง ออกซิเจนให้กับน้ํา ลดปัญหาเรื่องน้ําเสียไปได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน อันนี้เปึนปกิณกะ เล็ก ๆ น้อย ๆ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของผักตบชวำ เสียดายว่ากฎหมายกําจัดผักตบชวา ป้ ๒๔๕๖ เราถูกยกเลิกไปเมื่อการปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ ป้ ๒๕๔๖ ถ้าจําไม่ผิดนะครับ ผักตบชวาเต็มไปหมด ตอนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งก็ใช้วิธีว่าแจกสารเคมีฉีดพ่น ให้พี่น้องเกษตรกรเอาไปบางทีก็ไ ม่ฉีดกัน เอาทิ้งไว้ เขาก็ไปทําภารกิจหน้าที่การงานอะไร อย่างอื่น เขาไม่มานั่งฉีดหรอกครับ ก็ต้องใช้วิธีแก้ปัญหาทางอื่นไป โดยเฉพาะใช้เรือ ใช้แบกโฮคอยาวตักบ้าง จกบ้าง เก็บอะไรต่าง ๆ ทั้งปวง นี่เรื่องของคุณภาพน้ํา ขออนุญาต ท่านประธาน อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของยุทธ ศาสตร์การสู้ภัยในเอกสาร ๖/๙ เรื่องของ การขุดลอกผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแม่น้ําสําคัญ ผมเคยอยู่ที่จังหวัดชัยนาท ปัญหาอุทกภัยก็เปึนปัญหาร้ายแรงที่สุดเรื่องหนึ่ง น้ํามาเกิน เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ําเกิน ๒,๐๐๐ คิวต่อวินาทีนี่มีปัญหาก็จะทําให้น้ําเท้อตลิ่งตั้งแต่จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร ไล่เรียงขึ้นไปจนถึงโน่นจังหวัดสิงห์บุรี จนถึงอําเภอสรรพยาเขตพื้นที่ของผม เพราะฉะนั้น ยุทธศาสตร์เรื่องของการขุดลอก ความตื้นเขินของแม่น้ําลําคลอง โดยเฉพาะแม่น้ําสายหลัก ในลุ่มเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเปึนแม่น้ําเจ้าพระยา โดยเฉพาะแม่น้ําเจ้าพระยาหนักสุดเพราะว่า มันติดขัดอย่างเช่น เรื่องของการขุดลอก กรมเจ้าท่าบอกว่าไม่อนุญาตให้ขุด ดูดทรายในแม่น้ํา ไม่เอาอีกแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ เราก็ไปแก้ปัญหากัน จนกระทั่งสุดท้ายกรมเจ้าท่าก็อนุญาต ในฐานะที่ท่านถือกฎหมายการเดินเรือ ไปติดกฎหมายเดินเรือ ไปติดกฎหมาย ชลประทานหลวง ป้ ๒๔๘๕ ไปติดกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเยอะแยะไปหมดกว่าจะจบออกมาก็คือได้ขุดลอกกัน ขุดลอกแล้วกรมเจ้าท่า บอกว่าขุดแล้วเอาทรายไปไหนไม่ได้ ต้องโปะไว้ริมตลิ่ง พอหน้าน้ําน้ํามาทรายก็ลงไป ก้นแม่น้ําอีกประมาณนี้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายก็แก้ปัญหาว่าให้พื้นที่ขุดลอกได้ แล้วก็เอาทราย ไปพ้นตลิ่งได้ ไปใช้ประโยชน์ในราชการหรืออะไรก็ว่าไปก็ขุดได้เฉพาะตอนหนึ่ง แต่ว่า ตอนจังหวัดล่าง ๆ ลงมาก็ติดโน่นติดนี่ก็ไม่ได้ขุดกัน เพราะฉะนั้นขุดก็ไม่มีประโยชน์อีก เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องใช้จังหวะตรงนี้ในยุคปฏิรูป ทําอย่างไรก็แล้วแต่ทําให้แม่น้ําเจ้าพระยา

มีความคล่องตัวในการระบายน้ําเพิ่มมากขึ้น ให้เขาลึกเหมือนเดิมได้ไหม ประมาณนี้นะครับ นี่คือส่วนที่ผมอยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตโดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมตรงนี้ ๒ ประเด็นยุทธศาสตร์ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้อีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ใช้ความพยายามในการที่จะ ทํางานใหญ่ครั้งนี้ เพื่อให้เปึนมรรคเปึนผลเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ไม่ว่าสภาปฏิรูป แห่งชาติของเราจะพ้นจากภารกิจหน้าที่ไปแล้วก็ตาม ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถัดไปนะครับ จะเปึนคุณเตือนใจ สินธุวณิก คุณโกวิท ศรีไพโรจน์ รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ คุณชาลี เจริญสุข คุณเกษมสันต์ จิณณวาโส คุณวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานและท่านประธานกรรมาธิการนะคะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ก่อนอื่นดิฉันก็ขอแสดงความชื่นชมแด่คณะกรรมาธิการ ที่ท่านได้กรุณาที่จะคิดอย่างรอบด้าน รอบคอบแบบครบวงจร ที่จะให้มีการแก้ไขเกี่ยวกับ เรื่องของการบริหารจัดการน้ําในบ้านเรา ซึ่งจากการศึกษาของท่านนั้นบอกแน่ชัดเลยว่า การบริหารจัดการน้ําในบ้านเรานั้นขาดความเปึนเอกภาพ ขาดนโยบายที่เปึนเอกภาพ เช่นเดียวกัน แล้วนอกจากนั้นการทํางานของหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องของน้ําในบ้านเรานั้น ยังขาดการบูรณาการและการทํางานไปในทิศทางเ ดียวกัน ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะ ขอสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการน้ํา พ.ศ. ....

ที่ท่านได้กรุณาเสนอเข้ามาต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติในวันนี้ อยากขอเรียนว่าที่ชอบมากที่สุดก็คือ เรื่องของการที่ท่านได้กําหนดในหมวด ๑ ในเรื่องของสิทธิการมีส่วนร่วมในทรัพยากรน้ํา ซึ่งอันนี้ดิฉันเห็นว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะว่าจากการที่มีประสบการณ์ไปตรวจราชการ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ดิฉันได้มีโอกาสที่จะเดินทางไปที่ตรงด่านซึ่งไม่ใช่ด่านที่เปึน ด่านใหญ่ที่จังหวัดอุบลราชธานีมองไปฝัืงตรงกันข้ามของประเทศ สปป. ลาวเห็นเขามีท่อน้ํา เขาเรียกว่าประปาหมู่บ้านจากที่ดินของเขาสูงมากลงมาที่แม่น้ําโขง แล้วเขาสามารถนําน้ํา จากแม่น้ําโขงไปใช้ได้ ดิฉันก็ถามเจ้าหน้าที่ที่นําเราไปตรวจราชการบอกทําไมฝัืงไทยเรา ไม่ดําเนินการอย่างนี้บ้าง ในเมื่อแม่น้ําโขงนั้นเปึนแม่น้ําที่สามารถใช้ประโยชน์ ทุกประเทศ สามารถใช้ประโยชน์จากแม่น้ําโขงได้ก็ได้รับคําตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีงบประมาณดําเนินการ ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าในการที่ท่านเสนอให้การมีส่วนร่วมของประชาชนจากทุกภาคส่วน โดยหลักการหมวด ๑ สิทธิการมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรน้ํา ในเรื่องหลักการของ ทรัพยากรร่วมเข้าถึงและการใช้ประโยชน์นั้นดิฉันคิดว่าสําคัญมาก ๆ เลย แล้วก็อยากจะ ขอสนับสนุนตรงนี้ และที่น่ายินดีอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการที่ท่านนําเสนอเกี่ยวกับ การดําเนินงานมีโครงสร้างขององค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทั้งในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ด้วย โดยดึงเอาหน่วยงานที่เปึนองค์กำรบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นเข้ามาร่วม บริหารจัดการน้ําด้วย และที่น่าชื่นชมมากก็คือดิฉันเห็นว่าจะสอดคล้องกับที่ดิฉันได้คุยให้ฟัง เมื่อสักครู่ว่าเกี่ยวกับการบริหา รจัดการน้ําริมแม่น้ําโขงอย่างที่ทางฝัืง ประเทศ สปป. ลาว เขาทําได้นั้น ท่านมีคํานิยามขององค์กรผู้ใช้น้ําหมายถึงบุคคลหลายคนซึ่งรวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําร่วมกัน และให้หมายรวมถึงกลุ่มผู้ใช้น้ํา ตามจารีตประเพณีด้วย แล้วก็ไปกล่าวถึงในมาตรา ๘ (๒) ดิฉันอยากจะขอกราบอนุญาตเพิ่มเติม ตรงนี้ได้ไหมคะว่าในมาตรา ๘ บุคคลซึ่งรวมกันเปึนชุมชน ชุมชนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่น ดั้งเดิมมีสิทธิอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้อยากขอเสนอ (๒) ท่านร่างไว้ว่าสิทธิมีส่วนร่วม ในการจัดการบํารุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยำกรน้ําอย่างสมดุลและยั่งยืน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าจะขอเติมคําว่าบริหารเข้าไปตรงนี้นิดหนึ่งคือ สิทธิมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ํา ดิฉันว่าถ้ามีตรงนี้เติมเข้าไปนั้นจะทําให้ส่วนท้องถิ่น อย่างที่ได้เรียนแล้วมีสิทธิที่จะให้พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้นได้มา บริหารจัดการน้ํา ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ

อย่างแท้จริง เพราะจะเห็นว่าริมแม่น้ําโขงนั้นทางฝัืงประเทศ สปป. ลาวเขายังลงทุนทําประปา จากแม่น้ําโขงได้ทําไมฝัืงไทยเราไม่ทําบ้างล่ ะคะ เพราะว่าเราก็ขาดแคลนน้ําอยู่ ดังนั้น ขอเสนอว่า (๒) สิทธิมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ําค่ะ ซึ่งอันนี้ถ้าเปึนไปได้ดิฉันคิดว่า เปึนหนทางให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในกำรที่จะใช้น้ําและบริหารจัดการน้ํา เมื่อเขามีส่วนร่วมเขาก็จะรู้สึกว่าน้ํามีคุณค่าและต้ องบํารุงรักษาไว้ค่ะ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณโกวิท ศรีไพโรจน์ ท่านลองเสียบอันถัดไป

นายโกวิท ศรีไพโรจน์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๙ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนอื่นต้อง ขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการที่กรุณาได้ดําเนินการศึกษาแล้วก็หาวิธีการที่จะแก้ไข การดําเนินการจัดการทรัพยากรน้ําภายในประเทศ ตรงนี้ต้องขอชื่นชมครับ แล้วผมเอง ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าเราเองก็เปึนคณะที่ได้ยื่น คําร้องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิ ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเรื่องของ สิทธิชุมชนมาด้วยกัน ตรงนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าชื่นชมจริง ๆ ครับ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ วันนี้คงจะต้องขอความจําเปึนว่าต้องขออภิปรายเรื่องนี้ว่าจําเปึนแค่ไหน จะต้องออกกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คงจะต้องเรียนว่า การที่จัดตั้งองค์กรขึ้นมาไม่ว่า กนช. คณะกรรมการลุ่มน้ํา องค์กรผู้ใช้น้ํา อะไรต่าง ๆ ก็ดี จริง ๆ ก็มีอยู่แล้วนะครับ ผมเองก็มีความรูสึกว่ามีอยู่แล้ว แล้วก็ผู้รับผิดชอบในการ บริหารราชการแผ่นดินโดยภาพรวมก็คือท่านนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว คราวนี้ปัญหาที่ผ่านมา คือว่ามันไม่มีกฎหมายหรือเปึนเรื่องของการที่ว่ากฎหมายมีอยู่แล้วใช้บังคับไม่ได้ ถ้าหากว่า เรามาดูแล้วเราไม่ได้ใช้บังคับกฎหมายมากกว่าที่ไม่มีกฎหมาย เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหา โดยที่ว่าอยู่ ๆ ก็มาออกกฎหมายกันมันเปึนเรื่องที่จําเปึนจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ คราวนี้การปฏิบัติงานของหน่วยราชการของรัฐเท่าที่มีอยู่นะครับ อย่างที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายมา ไม่ว่าของกระทรวงมหาดไทยก็ดี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมก็ดี แล้วก็กรมต่าง ๆ ก็ดีเขาก็ดูแลอยู่แล้ว รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ในประเทศ เกี่ยวกับน้ําเขามีอยู่แล้ว ถึงแม้สภานี้จะเปึนสภาวิชาการก็จริงแต่ผมก็เชื่อว่าข้อมูลในทาง วิชาการนี่หน่วยงานของรัฐมีอยู่แล้ว ข้อสําคัญก็คือว่าเราไม่ได้นําข้อมูลต่าง ๆ นี้อาจจะมาใช้ ไม่ตรงกันหรือไม่บูรณาการร่วมกัน เพราะฉะนั้นทีนี้ปัญหาที่มันผ่านมาในระยะเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมามันอยู่ตรงที่ว่าผู้บริหารสูงสุดของประเทศก็คือทางฝ์ายคณะรัฐมนตรีหรือ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ดําเนินการเพื่อให้มีการบู รณาการของหน่วยงานทั้งหลายอย่างแท้จริง ตรงนั้นน่าจะเปึนปัญหามากกว่า คราวนี้ถ้าหากว่าเรามาแก้ปัญหาโดยตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาอีกก็ย่อมเปึนการซ้ําซ้อนนะครับ ถ้าหากมาดูเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะเห็นได้ว่ามีการซ้ําซ้อนค่อนข้างมาก อย่างยกตัวอย่างมาตรา ๖๔ การเสนอแนะ อะไรต่าง ๆ ในการบริหารจัดการน้ํา พอเอาเข้าจริง ๆ ถามว่าใครรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรี

หรือคณะกรรมการชุดนี้รับผิดชอบ มันก็ไม่พ้นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี ทั้งนี้ไม่ว่าการกําหนดโทษ โดยที่เอามาใช้ในลักษณะโทษปรับทางปกครองก็ดี ทีนี้ลักษณะโทษปรับทางปกครอง ถึงแม้จะใช้แก้ปัญหาได้เร็วก็ตาม แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่ากรณีนี้เราไปล่วงเกินอํานาจตุลาการ พอสมควร การที่ออกกฎหมายแต่ละฉบับออกมาเปึนการเพิ่มอํานาจรัฐทั้งสิ้น และผู้ที่ถูกบังคับ ก็คือประชาชน วันนี้มีข้อพิพาทกันเยอะระหว่างประชาชนต่อปร ะชาชน และประชาชน ต่อหน่วยงานของรัฐ การบังคับใช้กฎหมายต่างหากละครับที่มีปัญหา ซึ่งเราตอนนี้ผมเอง ผมก็คงจะต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ก็ต้องชื่นชมทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งพยายาม บังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว แต่คราวนี้การแก้ปัญหาในลักษณะการปฏิรูปมันเปึนเรื่องของ การปฏิบัติ ผมดูว่าเปึนเรื่องของการปฏิบัติมากกว่า แล้วทําอย่างไรให้หน่วยงานของรัฐ บูรณาการกันให้ได้ ซึ่งวันนี้ผมก็เชื่อว่าดําเนินการอยู่แล้ว การออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อจะใช้ ในอนาคตสําหรับผู้บริหาร

ซึ่งมาจากการเลือกตั้งอะไรต่าง ๆ ก็ดี ถ้าหากว่าเรามาดูว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีหรือ คณะรัฐมนตรีซึ่งดูแลบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว ไม่ว่าการจัดการน้ําโดยทั่วไปหรือ การจัดการน้ําในภาวะวิกฤติก็ไม่พ้นคณะรัฐมนตรีที่จะต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว การที่เราจะมา ตั้งคณะกรรมการอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาดูแล้วก็จะเปึนการซ้ําซ้อนมากกว่า โดยเฉพาะถ้าหากมาดู เรื่องของกองทุนในร่างพระราชบัญญัติส่วนใหญ่จะ เข้ามาเปึนเรื่องของการวิจัยเสียมากกว่า ดูแล้วอาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบไปที่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ก็คงจะต้องเรียนว่าถ้าหากว่า เราดําเนินการอย่างนี้หรือจะให้คณะกรรมการชุดนี้มีอํานาจ อิทธิพลเหนือคณะรัฐมนตรี เราก็ไม่รู้จะมีคณะรัฐมนตรีไว้ทําไม ตรงนี้ก็คงจะต้องกราบเรียนท่านประธานไว้อย่างนี้ด้วย โดยภาพรวมผมก็ขอชื่นชม บทบัญญัติหลายบทบัญญัติก็ดี อย่างเช่น มาตรา ๔๘ ถึงมาตรา ๕๓ ผมดูว่าก็ดีอยู่แล้ว แต่ว่าแทนที่จะออกเปึนระดับพระราชบัญญัติ ลองหาทางที่ออกมา ลักษณะอื่นน่าจะดีกว่า ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ น้ํานั้นเปึนหัวใจของการดํารงอยู่ของชีวิตและ มีความสําคัญมาก แม้ว่าในวรรณคดีเขาบอกว่า อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย ไม่ตายดอก เพราะอดเสน่หา ผมก็เลยเติมต่อว่ำ อดน้ําขาดน้ําช้ําชีวา คงไม่นานต้องจากลาโลกนี้ไป ก็แสดงว่าน้ําสําคัญกว่าข้าวเสียอีกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นน้ําจึงเปึนสิ่งที่เราจะต้อง ช่วยกันดูแล จึงมีคําว่า ทรัพยากร เพราะมีความสําคัญมันเปึนทรัพย์อย่างหนึ่งที่สําคัญ ท่านประธานกรรมาธิการปราโมทย์ ไม้กลัด ท่านติดตามเสด็จตลอดมา แล้วก็เรื่องน้ํากับ เรื่องทรัพยากรธรรมชาตินี่แหละครับ แต่เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วท่านเปึนผู้ชํานาญในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการได้ทําขึ้นมาก็เท่ากับย้ําเน้นว่าเรื่องน้ํานั้นเราต้องให้ ความสําคัญให้มากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็มีความพยายามสู งแล้ว ประเทศไทย มีเขื่อนหลายเขื่อน ไม่ว่าจะเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ หรือว่าเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ หรือแม้แต่ ที่บ้านผม ประตูน้ําอุทกวิภาชประสิทธิซึ่งเปึนประตูน้ําที่สําคัญอย่างยิ่ง ก็หมายถึงว่าที่แบ่งน้ํา ระหว่างน้ําเค็มกับน้ําจืด เพื่อให้เกษตรกรในลุ่มน้ําปากพนั งได้ทําเกษตร ได้มีผล เพราะว่าน้ําเค็มขึ้นไป นี่คือส่วนหนึ่งซึ่งเปึนโครงการพระราชดําริ ผมเองก็มีส่วนในการเข้าไป

รับรู้ตรงนั้นพอสมควร ผู้ที่เข้าไปรับเหมาโครงการใหญ่ของประตูน้ําอุทกวิภาชประสิทธิ แล้วก็โครงการพระราชดําริตรงนั้น ผมเข้าไปในฐานะของสื่อคนหนึ่ง และทําหน้าที่เปึน ผู้ดําเนินการสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจึงได้รู้ได้เห็นว่า เรื่องน้ําเปึนเรื่องสําคัญอย่างไร ถึงแม้ว่าน้ําเราจะมีมากก็จริง ท่านประธานครับ แต่เห็นไหม ว่าประเทศไทยของเราแห้งแล้งกันน่าสงสา รครับ ต้องแจกน้ํา ต้องหาน้ําไปแจกกัน และบางแห่งเทศบาลไม่มีน้ําประปาให้ประชาชนใช้ บางทีต้องนั่งคอยเพื่อที่จะอาบน้ํา แต่ไม่ได้อาบ ท่านประธานครับ ผมเองบางครั้งขี้เกียจคอย บางวันผมก็ไม่อาบน้ําไปทํางาน มันมีอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่ตอนฤดูฝนน้ําหลากท่วมเต็ม แต่ถามว่าน้ํานั้นไปไหน มันไหลลงทะเล หมดครับท่านประธาน แล้วทําอย่างไรให้น้ําอยู่ ก็ต้องหาวิธีจัดการครับ แล้วจัดการอย่างไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก็พยายามกันมากแล้วครับ แต่ว่าบ้านผมบอกจริง ๆ มีบางแห่งที่ต้องคอยน้ําเพื่อที่จะอาบน้ํา เพื่อที่จะใช้น้ํา และกลายเปึนว่ามันอาจจะกระทบไปถึงเรื่องการที่จะเข้าสู่ตําแหน่งของผู้นําด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นน้ําจึงเปึนเรื่องใหญ่ครับ อดน้ําแค่ครึ่งวันเรียบร้อยครับ อดข้าวนี้ ๗ วันยังได้อยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงต้องให้ความสําคัญให้มาก ๆ ในเรื่องเอกสารที่ท่านได้ทํามา ผมเองก็ ไม่อยากจะพูดว่าชื่นชมนะครับ เพราะว่าหลายท่านชื่นชมแล้ว เดี๋ยวจะเสียเวลาตรงนั้น ก็ขอบอกว่าในเรื่องโทษที่ลงสําหรับผู้เททิ้งทําให้น้ําเปึนพิษเปึนภัย ผมว่าโทษยังน้อยไปครับ

แค่ปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าถ้าลงไปเปึน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทได้ไหมครับ เพื่อให้รู้สึก กลัวและเสียดายเงินที่จะเสียค่าปรับจะได้ไม่ทําอีก เพราะมีบางป้ที่ผมไปอยู่บางจังหวัด ผมต้องรับกลิ่นจากโรงงานมื้อเช้า มื้อเที่ยงและมื้อเย็น กลิ่นอะไรครับ กลิ่นคล้าย ๆ กับกลิ่นกุ้ง กลิ่นปลา ไก่ เข้าจมูกผม แล้วก็แก้ไม่ได้สักทีนะครับ ไม่รู้เพราะอะไร อันนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ก็คงต้องช่วยดูแลหน่อยนะครับ ทีนี้ในเรื่องน้ําเหมือนกันครับ ผมก็เห็นหลายแห่ง ที่น้ําดําปู๊ดแล้วเหม็นเน่า แต่ถามว่าทําไมถึง ก้ไม่ได้ เพราะโทษอาจจะน้อยไปไหม ๕๐๐,๐๐๐ บาทน้อยไปนะครับ ผมว่าลงไว้ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับ จําคุก ให้สูงขึ้น ทั้งโทษทั้งปรับเพื่ออะไร เพื่อให้มีความเกรงกลัว เพราะถ้าเงินน้อยแป็บเดียว ไปต่อรองกันอีกก็เหลือไม่กี่สตางค์ อันนี้ก็ขอฝากกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการครับ เพื่อสุขภาพของคนไทย เพื่อลูกหลานไทยจะได้มีสมองที่ไม่ฝ์อ จะได้มีร่างกายที่สมบูรณ์ ก็ขอให้ช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ ถามว่าทําไมต้องเขียนไว้ให้มาก เพื่อปราม แต่เอาเข้าจริงแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะลงโทษแค่ไหน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเขาบอกว่ามันขึ้นอยู่กับเงินครับ ท่านประธานครับ เงินช่วยได้สารพัด บางคนบอกว่าเงินไม่สําคัญ ผมเห็นไลน์ (Line) กันมา แต่เขาบอกว่าพอทุกครั้งทุกทีต้องใช้เงินทุกที เพราะฉะนั้นเงินมันยังเปึนพระเจ้าอยู่จนได้ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่าเขี ยนไว้ให้มากเสียก่อนครับ ผมเสนอ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานกรรมาธิการท่านอาจารย์ปราโมทย์ครับ และกรรมาธิการ รองศาสตราจารย์สุชาติด้วยครับ ช่วยประเทศชาติทีเถอะครับ ให้น้ํามีความสะอาดและ บริสุทธิ์เพื่อสุขภาพของคนไทยโดยรวมทั้งประเทศ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ลุ่มน้ําบางปะกง ก็ตรง ๆ เรื่องของการบริหารจัดการน้ําต้องยอมรับว่าในการทํางานของระดับจังหวัดที่ผ่านมาเลย ผมต้องเรียนเลยว่าท่านประธานกรรมาธิการครับ เราประชุมกันแต่ข้อสําคัญคือข้อมูลของเรา ในจังหวัดเราน้อยมาก ขาดความร่วมมือเหมือนที่ท่านได้ทําประเด็นในการที่จะแก้ไขปัญหา จริง ๆ ครับ ทีนี้ในส่วนตัวของผม ผมมองว่ามันติดประเด็นตรงไหนบ้าง

ประเด็นแรกก็คือว่าการบริหารจัดการน้ํากระทรวงที่สําคัญที่ สุด ผมมองว่า คนที่ดูแลเรื่องของน้ํา แล้วก็การกักเก็บน้ํา การบริหารจัดการน้ํา น้ําธรรมชาติเราไม่สามารถ จะไปควบคุมได้ทั้งหมด แต่น้ําที่อยู่ในเขื่อน ในอ่าง กระทรวงสําคัญคือกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ แล้วสังเกตไหมว่าที่ผ่านมาจะมีรัฐบาลยุคไหนก็แล้วแต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีพรรคอยู่พรรคเดียวดูแลอยู่ตลอด แล้วถามว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดอย่างอื่นได้รับ ความร่วมมือหรือได้รับข้อมูลไหม ไม่เคยเลยครับ เพราะอะไร เพราะว่าผมก็ไม่ทราบปัญหา ว่าทางจังหวัดเขาได้ขอข้อมูล แต่ก็ขอไปครั้งหนึ่งเขาก็จบ แต่ถามว่าจะมาเสนอตัวในการ ช่วยเหลือไหม ไม่มีเลยครับ ต้องถามไปครับ ถ้าถามว่าถ้าเกิดเราจะบริหารจัดการน้ําแบบมี ส่วนร่วม ต้องให้ข้อมูลและฝังตัวในพื้นที่จะรู้ปัญหามากที่ สุด แต่ที่ผ่านมาต้องคอยขอข้อมูล ฉะนั้นผมจึงอยากจะเรียนท่านประธานกรรมาธิการว่าปฏิรูปเรื่องแรกคือปฏิรูปทําอย่างไรให้ กระทรวงที่ดูแลต่าง ๆ ในโครงสร้างมีครับ แต่ท่านยังไม่ได้เจาะลึกว่าอันนี้ก็เปึนประเด็น ที่ต้องปฏิรูปว่าจะต้องให้ทาง ครม. เอง ทางกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลในจังหวัดนั้นอยู่แล้วคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีข้อมูลพร้อม จะต้องมีการประชุมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่ว่าประชุม แต่กรรมการจังหวัด แต่ปรากฏว่าเรื่องน้ําพอเกิดปัญหาทีหนึ่งก็มาประชุมกันที อันนี้คือเปึน ปัญหาใหญ่นะครับ แล้วก็ขัดแย้งกันอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เรื่องโลจิสติกส์ ของท่าน สปช. สายัณห์ครับ เพราะว่าอะไร วันนี้การขนส่งทางน้ําประหยัดที่สุดใช่ไหมครับ แต่ปรากฏว่าเราก็ต้องกักเก็บน้ําพอเวลาสร้างเขื่อน สร้างฝาย โลจิสติกส์ก็ไม่เปึนผล เพราะว่า อะไร ไปขวางทาง แม้แต่การสร้างสะพานทุกวันนี้ก็ขัดแย้งกันระหว่างน้ําท่วมก็โทษว่า สะพานเยอะ

ตอม่อเยอะ อย่างนี้นะครับผมว่าเปึนหัวใจของการบริหารจัดการน้ําและเปึนข้อสงสัย สิ่งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศนี้ทุกเรื่องแม้แต่เรื่องพลังงานด้วยนะครับ ถ้าประชาชนสงสัยแล้วตอบ ข้อสงสัยไม่ได้เกิดปัญหาทุกเรื่องเล ยครับ ฉะนั้นการมีส่วนร่วมผมอยากจะเสนอแนะว่า อย่างไรก็แล้วแต่ต้องลงไปยังระดับภูมิภาค ระดับจังหวัดให้ได้ ต้องเปึนการประชุม ซึ่งเรียกว่าประชุมและมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนครับ ไม่ใช่อยู่แต่ข้างบนนะครับ ข้อมูลข่าวสาร การบริหารจัดการน้ําต่อไปในข้างหน้า ท่านประธานครับ จะต้องรายงานกันเปึน ลูกบาศก์เมตรเลยครับ น้ําจืดมีเท่าไร และใช้ได้เท่าไร ในรายงานมีครับแต่ยังไม่ละเอียด อย่างเช่นน้ําจากน้ําฝนตกมาเท่าไร แล้วมารวมกันอยู่ในแหล่งน้ําในเขื่อนหรือในอ่างแล้วเท่าไร ส่วนที่เอาไปใช้งานจริงมีรายงานแล้วครับแต่ยังน้อยมาก แต่เรายังสงสัยว่าส่ วนที่มันไหล ลงทะเลนี่ตกลงมันเท่าไร ส่วนที่บริหารจัดการส่งไปยั งนอกเขตพื้นที่ของจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งประชาชนเขาสงสัยว่าตกลงน้ําในอ่าง ในเขื่อนที่มีอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ ตกลงไหลลงทะเลหมด หรือว่าถูกดึงไปที่อื่นหมด อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งซึ่งจะต้องทําให้เกิดการมีส่วนร่วมและตอบข้อสงสัย ของประชาชนให้ได้ จะไม่เกิดปัญหาเพราะว่าปัญหาต่อไปที่เราจะต้องเจอแน่นอน รัฐบาลไหน ก็ต้องเจอครับคือปัญหาการแย่งชิงน้ําในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ฉะนั้นก็ฝากเรียนเพิ่มเติม เพื่อที่จะวางแผนในระยะยาวครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกษมสันต์ จิณณวาโส ครับ

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ที่ทางคณะกรรมาธิการนําเสนอ คือขณะนี้เรามีประเด็นที่เกี่ยวข้อ งกับเรื่องน้ํา อยู่ใน ๒ ลักษณะ ลักษณะคือเราอยากจะทําหน้าที่เปึนเรกูเลเตอร์ (Regulator) คือเปึน ตัวที่กําหนดในเรื่องนโยบาย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เหมือนกับเอารูปแบบของสํานักงาน ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เดิมที่เคยอยู่สํานักนายกรัฐมนตรีแล้วก็ได้ โอนย้ายมาเปลี่ยนรูป เปึนกรมทรัพยากรน้ําในปัจจุบันในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประเด็นที่ผมอยากให้ความเห็นก็คือว่าในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อมันมีประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดตั้งกองทุน เกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ มันก็เปึน พ.ร.บ. ทางการเงิน เพราะฉะนั้นเรื่อง พ.ร.บ. ทางการเงินคงจะต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี

โดยเฉพาะในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในประเด็นที่ ๒ มันเปึนการเสนอจัดตั้งองค์กรใหม่ ๒ องค์กร องค์กรที่ ๑ ก็คือ กนช. องค์กรที่ ๒ ก็คือกองทุนซึ่งเปึนส่วนราชการและเปึนนิติบุคคลภายใต้ การกํากับของ กนช. เราดูตรงนี้ บทบาทของกองทุนในมาตรา ๓๖ ถึงมาตรา ๓๙ หรือแม้แต่ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ ลองอ่านดู มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ เปึนเรื่องของการบังคับ มาตรา ๓๖ ถึงมาตรา ๓๙ ก็เปึนเรื่องอํานาจหน้าที่และเรื่องขอบเขตซึ่งรวมไปถึงวัตถุประสงค์ คล้าย ๆ กับกองทุนน้ําบาดาล เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ นี้ก็เหมือนกับการเอาไปทํา ในเรื่องของรีเสิร์ช แอนด์ ดิเวลลอปเมนต์ (Research and Development) ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเปึนตัวเรกูเลเตอร์ ในบทบาทของเรกูเลเตอร์มันก็มีอีกแบบหนึ่งก็คือ เรื่องของการไปทําในเรื่องของคณะกรรมการลุ่มน้ํา ซึ่งเราก็มีอนุ กรรมการลุ่มน้ํา มีคณะกรรมการ ๒๕ ลุ่มน้ํา ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ

ประเด็นที่ ๓ ที่อยากเรียนก็คือคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ในบริบทปัจจุบันเราก็ใช้องค์ประกอบซึ่งมีท่านรัฐมนตรี ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามา

แต่ในรูปแบบของร่าง พ.ร.บ. นี้ท่านเอานายกรัฐมนตรีแล้วก็ปลัดกระทรวง ตรงนี้ต่างหากคือ สิ่งที่ผมคิดว่ามันขาดความเชื่อมต่อ เรื่องน้ําเปึนบริบทที่สําคัญ ผมอยากให้ท่านลองกลับไปดู ขณะนี้เรามีร่าง พ.ร.บ. น้ําที่เสนอกันอยู่ ๓ ฉบับ ฉบับที่ ๑ ก็คือของกรมทรัพยากรน้ํา ฉบับที่ ๒ ก็คือที่ท่านเสนออยู่ในขณะนี้ ฉบับที่ ๓ ก็คือฉบับที่รัฐบาลมอบให้สํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งเปึนหน่วยงานนโยบายทําอยู่ แล้วร่างฉบับนี้ก็สอดคล้องกับของกรมทรัพยากรน้ําซึ่งตัวร่างอยู่ในระหว่างการตรวจถ้อยคํา ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทีนี้หลายประเด็นที่ขัดกันอยู่ในเรื่องของ กองทุน เรื่องของคณะกรรมการ เรื่องบทบาทในเรื่องของนโยบาย ทีนี้ประเด็นก็คือว่าในเรื่อง โอเปอเรเตอร์ (Operator) คือหน่วยปฏิบัติเราทําอย่างไร เมื่อกี้ท่านประธานก็บอก เรามีหน่วยงานที่ทําเรื่องน้ํามาเยอะ ๒๐ กว่าหน่วยงาน ๓๐ หน่วยงาน ตอนนี้เรากําลังจะ เพิ่มใหม่อีก ๒ หน่วยงาน ผมเคยทํางานเกี่ยวกับเรื่องลุ่มน้ํามากับท่านสมัยผมอยู่สภาพัฒน์ แล้วก็มาเปึนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ํา ผมก็ยังเห็นอยู่ว่าเราคงจะต้องชัดเจนว่าถ้าเราจะทํา เรื่องนโยบายก็เรื่องนโยบาย รูปแบบเดิมในนี้ไม่ได้บอกเลยว่าถ้าจะทําในฐานะที่เปึน เรกูเลเตอร์จะเปลี่ยนรูปแบบของกรมทรัพยากรน้ําเปึนเรกูเลเตอร์หรือเปล่า หรือเราจะ เปลี่ยนรูปแบบให้เปึนภาพรวมที่เปึนหน่วยงานนโยบายและมีหน่วยปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบ เดียวกัน ซึ่งหลายโมเดล (Model) ก็พยายามเสนอรูปแบบในลักษณะที่เปึนการจัดตั้ง ทบวงบ้าง เปึนกระทรวงบ้าง ผมคิดว่าตรงนี้เราน่าจะทําให้มันสะเด็ดน้ําสักหน่อย เพราะฉะนั้น ถ้าเราทําตรงนี้ได้ผมคิดว่าหลาย ๆ ประเด็นเราก็จะชัดเจนมาก แล้วที่สําคัญอยากฝาก กราบเรียนก็คือว่าที่อยู่ ที่สําคัญก็คือว่าถ้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาแล้วไปสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่แน่ใจว่าเราจะแก้ปัญหาได้ตรงประเด็นไหม เพราะในระยะยาว สิ่งที่เราพยายามอยากจะเห็นการจัดการในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํานั้น เราต้องการ ๑. การบูรณาการ ๒. เราต้องการความชัดเจนระหว่างเรกูเลเตอร์กับโอเปอเรเตอร์ ๓. สิ่งที่เราอยากเห็นคือเรื่องความ สมดุลของการบริหารจัดการน้ําก็คือ วอเตอร์ บาลานซ์ แอกเคานท์ (Water balance account) หรือถ้าเปึนเรื่องของการใช้น้ําบาดาลก็คือเปึนเรื่อง ของคอนจังก์ทีฟ ยูส (Conjunctive use) เพราะฉะนั้นหลาย ๆ ส่วนทั้งองค์ประกอบ เรื่องกองทุน เรื่องการจัดเก็บโครงสร้างองค์กร หรือแม้แต่ตัวร่าง ผมอยากขอความกรุณา ท่านนิดหนึ่งช่วยกลับไปดูอีกสักทีเพื่อไม่ให้เกิดเปึนปัญหา แล้วที่สําคัญคือมันมีเรื่องที่เกี่ยวกับ

การเงิน จะเปึนร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เพราะฉะนั้นในการเสนออาจจะ ยุ่งยากซับซ้อนสักหน่อย ขอบพระคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ครับ

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมมาพูดเรื่องน้ําเนื่องจากผมเปึนผู้สื่อข่าว อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๘ แล้วก็ดูการทํางานของกรมชลประทาน สังเกตอยู่อย่างนะครับเมื่อก่อนกรมชลประทานเปึนหน่วยงานหลัก แต่พอมียิ่งเยอะขึ้นมานี่ น้ํายิ่งเปึนปัญหา แล้วสิ่งหนึ่งที่เราชอบทําก็คือว่าพอมี ปัญหาเราก็จะตั้งหน่วยงานขึ้นมา พอบอกน้ํามีปัญหาจะตั้งกระทรวงน้ําตอนน้ําท่วม ตอนนี้แล้งครับ คงต้องตั้งกระทรวงแล้ง แล้วถ้าเกิดเดี๋ยวอีก ๓ เดือนหน้าหนาว ก็ต้องตั้งกระทรวงหนาว เราก็จะมีหน่วยงานเต็มไปหมด ทีนี้เรากลับมาดูที่พื้นฐานเรากําลังบริหารทรัพยากรที่มีอยู่จํากัด แล้วก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะว่า ประเทศไทยเปึนเขตมรสุม แล้วก็แต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่มีฝนตกตั้งแต่ ๙๐๐ มิลลิเมตร จนถึง ๓,๐๐๐ กว่ามิลลิเมตรต่อป้ เรามีพื้นที่อยู่ ๓๒๐ ล้านไร่

เปึนพื้นที่การเกษตร ๑๕๐ กว่าล้านไร่ ประมาณนี้นะครับ แล้วก็เปึนพื้นที่ชลประทานจริง ๆ ที่พัฒนาแล้วประมาณเกือบ ๓๐ ล้านไร่ จะสังเกตเห็นว่ามีพื้นที่เกษตรน้ําฝนอยู่ประมาณ ๑๒๐ ล้านไร่ ตรงนี้ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนา แล้วทางเกษตรกรเขาก็ยังปรับตัวเขาได้อยู่ แต่ที่เปึนปั ญหาแล้วก็พูดกันอยู่นั่นคือในพื้นที่ชลประทาน เพราะว่าเคยได้แล้วไม่ได้ เคยได้น้ําตามเวลา พอไม่ได้ก็จะร้องนะครับ ก็เปึนธรรมดา แต่ประเด็นถามว่าแล้วปัญหา มันเกิดขึ้นอย่างไรนะครับ ก็อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีถามวันนั้นว่าต้นน้ําอยู่ไหน ประเด็นคือ เรากําลังจะบริหารทรัพ ยากรที่เราไม่มี จะไปตั้งกลไกอะไรเยอะแยะไปหมด เราไม่ไปดู ที่ต้นทางนะครับ ประเทศไทยก็เปึนเรื่องที่แปลกก็คือว่ำป์าก็ไม่เอานะครับจะเอาคนไปอยู่ แล้วก็บอกว่าป์ารุกคน พอบอกไม่เอาป์า ป์าไม่มีที่เก็บน้ํา เราไม่มีป์าไว้เก็บน้ํา จะเอาเขื่อนไหม เขื่อนก็ไม่เอา บอกว่าเขื่อนจะไปรุกป์า ทุกวันนี้ป์าถูกทําลายป้ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ แต่การสร้างเขื่อนเอาพื้นที่ไปใช้ทําเขื่อนป้หนึ่งผมว่าไม่กี่หมื่นไร่ สรุปแล้วคือเราไม่มี ทั้งแหล่งต้นน้ําก็คือป์า และไม่มีเขื่อนสําหรั บเก็บน้ํา ผมถามจะบริหารอะไรครับ จะตั้งคณะกรรมการ ตั้งสํานักงาน ตั้งกระทรวงอะไรมาเยอะแยะเอาอะไรไปบริหารครับ ในเมื่อไม่มีทรัพยากรอยู่ ทีนี้ผมย้อนกลับมานิดหนึ่งมาดูป้ ๒๕๕๔ นะครับ น้ําท่วม เราเกิดปัญหาน้ําท่วมแล้วก็แล้ง ท่วม แล้ง แน่นอนครับเปึนปัญหาเรื่องการจัดการ พอฝนตก คุณพงศ์ โสโน เปึนรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สมัยผมเปึนนักข่าว มีทฤษฎี อยู่อย่างหนึ่งครับ บอกประเทศไทยไม่มีป์าเลยฝนก็ยังตกเท่าเดิม เพราะเราเปึนเขตมรสุม จะจริงไม่จริงไม่ทราบผมเคยอ่านผลวิจัย ผลข้อเขียนของท่านอยู่ แต่ว่าเมื่อฝนตกแล้ว เราไม่มีที่เก็บนะครับ มันก็เปึนปัญหา กรมชลประทาน ป้ ๒๕๕๔ มีรองอธิบดีท่านหนึ่งบอก น้ําจะท่วมเจดีย์ที่ปากเกร็ด คนไม่เชื่อ หัวเราะครับ ท่านเกษียณป้นั้นพอดี ท่านเลยกล้าพูด ป้นั้นป้ ๒๕๕๔ ผมอยากให้ไปตรวจสอบมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ําแห่งชาติ หรือเปล่าครับ ก่อนน้ําท่วม ๒-๓ เดือน ช่วงนั้นเปึนช่วงรอยต่อ ผมได้ยินมาว่าไม่มีการประชุม ๒ ครั้ง และไม่มีการสั่งปล่อยน้ํานะครับ ต่อมาพอน้ําท่วมมากก็กลัวครับ การเมืองก็เข้าไป ยุ่งอีก ตอนช่วงป้ ๒๕๕๔ นี่ถ้าเกิดการเมืองไม่ไปยุ่ง น้ําไม่ท่วมหนักขนาดนี้ เราไปกันหมด ทุกอย่าง กัน ๆ บล็อก ๆ จนน้ํามันยกระดับสูงก็เทลงมา และที่สําคัญคือการเมืองท้องถิ่น ก็เข้าไปยุ่ง คันคลองชลประทานเดิมนี่กรมชลประทานดูแล เดี๋ยวนี้เปึนถนนไปหมด พอเปึน ถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอาไปดูแล ดูแลพอน้ําไหลมานี่จะฟันคันคลองให้น้ําออกทุ่งนี่

ไปไม่ได้ ปัญหาคือการจัดการตรงนั้นไม่มีเอกภาพ กรมชลประทานไม่สามารถทําอะไรได้ ก็ปล่อยให้น้ําไหลมาตามคลอง แล้วตรงไหนอ่อนก็ท่วม คันแตกก็ท่วมกันไป ฉะนั้นตรงนี้ ต้องมาดูใหม่ที่จริงแล้วควรจะให้เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านชลประทานจริง ๆ จะอยู่กรมไหนก็แล้วแต่ดูแล การเมืองอย่าไปยุ่ง ให้เปัาหมายและนโยบายก็พอนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งเราคิดแต่จะใช้น้ํา แต่ไม่คิดวิธีใช้น้ํา คิดจะใช้แต่ไม่คิดวิธีใช้ อย่างวิทยาลัย ชลประทานนะครับวิจัยเรื่องการทํานาแห้งสลับเป้ยก เป้ยกสลับแห้งนี่ ประหยัดน้ําได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เราไม่ใช้ไม่ส่งเสริมครับ อียิปต์มาเมื่อวัน ก่อนมาขอเทคโนโลยีนี้ไปใช้ น่าอายไหมครับ ทีนี้สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกนะครับ เราไม่ค่อยเชื่อเจ้าหน้าที่เทคนิคงานน้ํา เปึนงานของเทคนิคนะครับ ฝ์ายการเมือง ฝ์ายนโยบาย แค่บอกเปัาหมายแค่นั้นพอ อย่าไปยุ่งนะครับ ยุ่งแล้วก็ต้องอพยพหนีกันอุตลุดนะครับ ผมอยากจะให้ฟังเขาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถัดไปเปึนคุณทิวา การกระสัง นะครับ คุณไพโรจน์ พรหมสาส์น ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง คุณธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ นะครับ เชิญคุณทิวา การกระสัง ครับ

นายทิวา การกระสัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๒ นะครับ สําหรับเรื่องน้ํานี้นะครับ คงไม่มีอะไรที่จะกล่าว เพราะว่ามีหลายท่านบอกไปแล้ว ผมเห็นด้วยในการที่ท่านจะตั้ง องค์กรที่บริหารจัดการน้ําระดับประเทศ แต่ท่านต้องยุบองค์กรน้ําอื่น ๆ ออกไปให้หมด ถ้าท่านจะตั้งองค์กรนี้เนื่องจากอะไรครับ มันซ้ําซ้อน

เพราะว่าการบริหารจัดการน้ําในประเทศมีปัญหาก็คือประเทศเรามีน้ําเยอะ อยู่ในเขตมรสุม ฝนตกเยอะแต่ไม่มีระบบจัดการน้ําที่ดี แล้วก็ระบบเชื่อมต่อแหล่งน้ํา เรามีแม่น้ําใหญ่ ๆ หลายสาย แต่การที่จะเชื่อมต่อแหล่งน้ําต่าง ๆ ไปยังสถานที่เก็บกัก โดยเฉพาะสถานที่เก็บกักขนาดเล็ก ซึ่งท่านอาจจะเห็นว่าไม่สําคัญ แต่ก็สําคัญ คือห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ ที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของท้องถิ่น เราจะปล่อยให้ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นดูแลแหล่งน้ํากันเอง ขุด ขุด ขุด แล้วก็ไม่มีน้ําเข้าไป ในหน้าน้ํามีน้ํา พอในหน้าแล้งไปดูทุกวันนี้นะครับห้วยทุกห้วย ไม่มีน้ําเลย เนื่องจากว่าเราคิดว่าฝนจะต้องตกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะที่บ้านผม ในภาคอีสานท่านไปดูได้เลยนะครับ แต่เราก็ต้องอยู่ ผมเคยถามอธิบดีกรมชลประทานนะครับ ว่าระบบชลประทานของประเทศมีอยู่เท่าไร ในพื้นที่เกษตรกรรมบอกมีอยู่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ตั้งแต่ ๓๐ ป้ที่แล้ว ไม่เคยมีเปัาเลยว่าเราจะเพิ่มระบบชลประทาน หรือว่าพื้นที่เกษตรในเขตชลประทานป้ละกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ยังดีใจนะครับที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนี้ท่านบอกว่าต่อไปท่านจะเพิ่มอีกป้ละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีการคิดอย่างนี้ตั้งแต่ ๓๐ ป้ที่แล้วระบบชลประทานในประเทศมันก็ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้งขนาดนี้อย่างน้อย เรามีพื้นที่เกษตร ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เกิดความเสียหา ย ผมอยากจะกราบเรียนฝาก ท่านประธานนะครับ ผมยังติดใจ ยังขอบคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ที่ท่านเคยคิด เรื่องการบริหารจัดการน้ํา คือท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านคิดเมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้วนี่ ท่านคิดว่าประเทศไทยจะต้องมีการบริหารจัดการน้ําเชื่อมแหล่งน้ําต่าง ๆ ถ้าแหล่งน้ําที่เปึน แหล่งน้ําที่อยู่ต่ํากว่าระบบเกษตรก็ใช้ระบบไฟฟัา เปึนที่มาของการสูบน้ําด้วยพลังไฟฟัา ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปึนความคิดของท่านนะครับ อะไรเกิดขึ้นครับ พอเกิดแล้งขึ้นมา ในสมัยนั้นมีคนโจมตีว่าประเทศไทยอยู่ในเขตมรสุมไม่ต้องจัดการระบบน้ํา ตอนนั้นรู้สึกจะใช้เงินประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้าทําทุกวันนี้ต้องใช้ประมาณ ๒.๒๒ ล้านบาท ก็คือใช้งบประมาณทั้งประเทศในการทํา ประเทศไทยก็เปึนอย่างนี้ แต่ก็ยัง ดีใจนะครับที่ท่านอยากจะตั้งองค์กรนี้ แต่ผมก็เรียนท่านอยู่ว่าตามกฎหมายที่ท่านเสนอนี้ ท่านต้องดูกฎหมายอื่นด้วย กฎหมายในประเทศไทยเท่าที่ผมทราบมันขัดแย้งกันประมาณ ๔๐๐ ฉบับ เพราะเราชอบออกกฎหมายใหม่โดยไม่ได้ยกเลิกกฎหมายเดิม กฎหมาย เมื่อมันอยู่ในชั้นเดียวกันก็คือถ้าเปึนพระราชบัญญัติแล้วมันมีพระราชบัญญัติจัดการน้ําเดิม ๆ ที่มีอยู่แล้ว อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บ้าง อยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยีบ้าง อยู่ในอะไรบ้างนี่นะครับ ท่านไปดูถ้ากฎหมายที่เปึนอยู่ในชั้นพระราชบัญญัติเดียวกัน และมันขัดแย้งกันจะไปใช้กฎหมายฉบับไหน ท่านต้องดูก่อนนะครับ ก่อนที่จะออก กฎหมายอะไรมาแต่ละอย่างต้อ งดูกฎหมายเดิมด้วยนะครับ องค์กรจัดการน้ํามันดี ถ้าคุมนโยบายเหมือนอย่างที่ท่าน ขอโทษ ท่านปลัดกระทรวงท่านว่านั่นแหละครับ นายกรัฐมนตรีมาประชุมกับปลัดกระทรวงนี่นะครับ ทําไมไม่เอารัฐมนตรีที่รับผิดชอบนั้น ๆ เข้ามาด้วยให้มาดูแล สิ่งที่ท่านจะต้องคิดอย่างมากที่สุดก็คือว่าการจัดการลุ่มน้ําต้องจัดการ ทั้งประเทศ ประเทศเราเปึนประเทศเกษตรกรรม อย่างวิกฤติแล้งทุกวันนี้คนในภาคอีสาน อาจจะไม่ค่อยร้องเท่าไร เพราะว่าเขาชินกับการแล้ง เพราะภาคอีสานฝนน้อยอยู่แล้ว ขาดการดูแล ขาดการดูแลจากภาครัฐ แต่คนในภาคกลางเดือดร้อนมากกว่าเพราะเขาอยู่ใน ระบบชลประทาน ท่านจะต้องไปเพิ่มคิดว่าลุ่มน้ําต่าง ๆ โดยเฉพาะลุ่มน้ําใหญ่ในภาคอีสาน ทั้ง ๓ ลุ่มน้ํา ท่านอธิบดีกรมชลประทานท่านบอกว่าลุ่มน้ําในภาคอีสานไม่สามารถจะทํา เขื่อนได้เพราะว่ามันอยู่ต่ํา แต่ผมถามว่าทําไมไม่ทําเขื่อนยางล่ะ เขื่อนยางที่เก็บเปึนช่วง ๆ ในหน้าฝนก็เอาขึ้น ในหน้าแล้งก็เอาลง มันทําได้ ในประเทศเกาหลี ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาทํากัน แต่ในประเทศไทยกําลังศึกษา ท่านเชื่อไหมครับว่ากรมชลประทานก็มีสํานักวิจัย ของเขาแต่ก็ไม่เคยคิด ถ้าท่านตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาก็ให้คิดด้วยนะครับ ให้เชื่อมลุ่มน้ําต่าง ๆ คิดเพื่อลูกหลานนะครับ ฝากแค่นี้ละครับ ช่วยดูกฎหมายเดิม แล้วก็ยกเลิกกฎหมายเดิมไปเลย ถ้าจะตั้งองค์กรตามพระราชบัญญัตินี้ ขอขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 🔗

กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ เรื่องน้ําเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุดนะครับ น้ําคือชีวิต พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเคยทรงรับสั่งว่าไม่มีไฟฟัาเราอยู่ได้แต่ไม่มีน้ําเราอยู่ไม่ได้ พอพูดถึงน้ํามันก็มี ปัญหาทั้งในเรื่องของเชิงปริมาณและคุณภาพ ปริมาณก็คือน้ํามาก น้ําน้อย คุณภาพก็คือน้ําดี น้ําเสีย ความพอดี ความพอเพียงอยู่ที่ตรงไหน น้ํามากเปึนอย่างไร ป้ ๒๕๕๔ เราประสบแล้ว น้ําน้อยเปึนอย่างไร ป้นี้เราประสบแล้ว เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ํามากเปึนเรื่องที่ สําคัญมาก ๆ ในบางประเทศที่เขาเปึนประเทศเกษตรกรรม ผมเคยไปศึกษาดูงานประเทศ ออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ เขาถึงขนาดว่าจัดเขตการบริหารงานเปึนแคตช์เมนต์ บอร์ด (Catchment Board) หรือบริหารจัดการน้ําในเขตลุ่มน้ํานั้นว่าจะจัดการดูแลน้ําอย่างไร น้ําใต้ดิน น้ําบนดินอะไรต่าง ๆ ไปดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโครงการทีวีเอ (TVA) เมื่อหลายป้มาแล้ว น้ําท่วม น้ําเสียอะไรต่าง ๆ เขาสร้างเขื่อนมาเก็บน้ํา ๔๙ ตัว แก้ปัญหา น้ําแล้ง น้ําอะไรต่าง ๆ ได้ดีพอสมควร อันนี้ผมยกตัวอย่างให้ดู เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ํา ต้องยอมรับว่าที่แล้วมาเราปล่อยปละละเลยมาพอ สมควร ไม่เปึนระบบครบวงจร ต่างคนต่างทํา กรมชลประทาน ท่านปราโมทย์ ประทานโทษนะครับ ท่านอดีตวุฒิสมาชิก เปึนอธิบดีกรมชลประทานมาก่อนนะครับ เราใช้เงินมากมายมหาศาลในการสร้างเขื่อน ทําไฟฟัาทําอะไรต่าง ๆ ก็โอเค (OK) นะครับ แต่ต้องไม่ลืมว่าเราได้น้ําเก็บกักไว้ใช้ เพื่อการเกษตรอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า ๒๐ บวก ลบ ประมาณนั้น เท่าไรตัวเลขไม่แน่นอน อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของประเทศไทยอาศัยลมฟัาอากาศ อาศัยเทวดา ถ้าป้ไหน ฝนมากก็ท่วม ฝนน้อยก็แล้งอย่างที่เห็น เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ําเปึนเรื่องใหญ่ ที่จะต้องมีระบบบริหารจัดการ เปึนเรื่องดีที่คณะกรรมาธิการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เปึนเรื่องดี ที่อาจจะให้มีคณะกรรมการระดับชาติ แต่ก็ไม่เห็นด้วยว่าจะต้องมีหน่วยงานแยกออกมา คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ โอเคนายกรัฐมนตรีหรือผู้ได้รับมอบหมายเปึนประธาน เหมือนอย่างคณะกรรมการปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กระผมเปึนกรรมการอยู่ หรือกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น ฝ์ายกรรมการ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โอเคสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ไม่เปึนไร แต่ว่าฝ์ายเลขาธิการผมคิดว่าอยากจะให้ใช้กระทรวงทรัพยาก รธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ําซึ่งมีอยู่แล้ว กรมชลประทานก็ว่าในเรื่องใหญ่ ๆ ไป

เราจะต้องจัดการปัญหาเรื่องน้ําที่ว่ามันควรจะสร้างขึ้นมา มีแผนงานโครงการสร้างที่ไหน ที่ยังไม่สร้างและสามารถจะสร้างได้ ภาคอีสานสร้างเขื่อนไม่ได้นะครับ ได้เหมือนกันมันแฟลต (Flat) มันไม่คุ้มค่า มันเปึนพื้นที่ราบ น้ําขึ้นมาน้ําก็จะท่วมอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็เปึน เรื่องที่ว่า ๑. มีองค์กร ๒. การบริหารการจัดการจะต้องมีความชัดเจนว่าความรับผิดชอบ จะอยู่ที่ตรงไหน ใครจะรับผิดชอบอะไร อย่างไร จะแบ่งกันไปอย่างไร มีทั้งน้ําฟัา น้ําใต้ดิน น้ําบนดิน หลายเรื่องหลายอย่างเลย ปัองกันน้ําท่วมอะไรด้วย ทั้งการเกษตรอะไรต่าง ๆ เราจะทําอย่างไร พื้นที่มันไม่มีน้ําพอที่จะปลูกทําการเกษตรอย่างที่เราเห็น มันจะเอาน้ําจากไหน อะไร อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะต้องมีการบริหารจัดการที่ชัดเจน แล้วก็จะต้องมีหน่วย ที่รับผิดชอบ กฎหมายอาจจะไม่จําเปึนต้องมีร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาครับ ใช้กฤษฎีกาหรือ ใช้คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ แต่งตั้งกรรมการระดับต่าง ๆ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าบริหารจัดการไปได้ ในชั้นนี้ ขอให้ท่านไปตรวจตราระเบียบ กฎหมาย ที่มีอยู่และปรับปรุงแก้ไขให้สามารถจัดการเรื่องนี้ ให้ได้ จัดการน้ําระดับชาติ แผนงานโครงการแหล่งน้ําขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง แล้วอย่าทิ้งนะครับ เดิมเรามีพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ กระผมเปึนปลัดอําเภอ นายอําเภอ ป้ ๒๕๒๗-๒๕๓๑ กระผมเปึนผู้อํานวยการกองปกครองท้องที่ ทําเรื่องน้ํากิน น้ําใช้ น้ําเพื่อการเกษตร รณรงค์ปัุนโอ่งปัุนไห ๒,๕๐๐ ลิตร/ครอบครัว รวมทั้งมีแบบ มข. ๒๗ สร้างฝายประชาอาสากั้นตามลําห้วย ลําธารเล็ก ๆ กั้นน้ํา เอาไว้เพื่อให้มีน้ําใช้สอย ในช่วงฤดูแล้ งน้ํามันซึมไปใต้ดิน ขุดบ่อบาดาลก็ได้อะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นน้ําระดับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์คุณทําไป ขุดคูคลองส่งน้ําอะไรก็ว่าไป แต่อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ต้องมีทางออก ทางแก้ในเรื่องที่จะบริหารจัดการอย่างไรถึงจะมีน้ําไ ว้กินไว้ใช้ ไว้ใช้เพื่อการเกษตร กฎหมายมาทีหลัง ถ้ามัวแต่สร้างกฎหมายอยู่รับรองไม่ได้ทําเรื่องนี้ครับ พรุ่งนี้เสนอ ครม. ไป ตั้งคณะกรรมการระดับที่ว่านี้ขึ้นมาบริหารจัดการได้เลย มีกรรมการ มีฝ์ายเลขานุการ บริหารจัดการได้เลยเหมือนหลาย ๆ เรื่อง ไม่ใช่ว่าอะไรที่เปึนกรรมการระดับชาติแล้วต้องเอา นายกรัฐมนตรีมาเปึนประธานเท่านั้น หรือจะต้องมีหน่วยงานรองรับ หลายท่านก็ได้พูด มาแล้ว

ผมออกจะคิดว่ารูปแบบแนวทางที่เหมาะสมนั้นจะเปึนประการใด น่าจะได้มีการพิจารณา ทบทวนอย่างถ่องแท้ ก่อนที่เราจะเสนอรัฐบาลขึ้นไป ขอบพระคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ค่ะ อาจารย์ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ อยู่ไหมคะ ถ้าเผื่อว่าไม่อยู่ ขอเชิญท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ค่ะ ท่านเดินตามหลังกันเข้ามา ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ก่อนแล้วกันนะคะ ขอเชิญค่ะท่านอาจารย์

นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เดี๋ยวขอเหนื่อย ๑ นาที คือท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องน้ํานี่สําคัญ แล้วผมฟังเรื่อง การบริหารจัดการน้ํา ผมมีโจทย์ที่อยากจะถามกรรมาธิการว่าถ้าโจทย์ผมนี่รายงานของท่าน ได้ตอบโจทย์ผมว่าอย่างไร โจทย์ผมเปึนโจทย์ที่ได้จากการที่ได้ไปรับฟังความเห็นของชาวบ้านมา ผมไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ไปที่จังหวัดอ่างทอง ลุ่มน้ําเจ้าพระยา แล้วก็แถวเมืองกาญจน์เขาเจอปัญหาเหมือน ๆ กัน เขาบอกว่าเขาเห็นน้ําอยู่ตรงหน้า แต่เขาใช้ไม่ได้ เขาบอกว่าน้ํานี่มันมีปัญหาอยู่ตรงที่ว่าบางป้ที่น้ํามาก หรือบางป้ที่น้ําน้อย ผิดปกติ เขาจะเปึนฝ์ายที่รับกรรมอยู่ตลอดเวลา เพราะการบริหารจัดการน้ําของบ้านเมืองนี่ คิดเขาเปึนเหมือนลูกเมีย น้อย ถ้าน้ํามากแน่นอนต้องเอากรุงเทพฯ ไว้ก่อน ต้องกันเมือง กันแหล่งที่จะมีความเสียหายสูง ก็ต้องกันไว้ก่อน แต่พอมาถึงน้ําน้อยอย่างป้นี้ เขาก็บอกว่า น้ําก็ถูกแย่งที่จะไปใช้หลายอย่าง ตั้งแต่ดันน้ําเค็ม ตั้งแต่ทําประปาเพราะกลัวน้ําเค็มขึ้นมา ก็ทําประปาไม่ได้ ตั้งแต่เดินเรือ ตั้งแต่ประมง ตั้งแต่ทําการเกษตร แล้วก็ปลูกข้าว แล้วก็ จะต้องเก็บไว้เพื่อทําไฟฟัาที่จะทยอยทําไฟฟัาเหนือเขื่อนอีก เพราะฉะนั้นเวลาแต่ละเวลานี่ การบริหารตามเวลา แน่นอนน้ําที่ทําไฟฟัามันก็เอามาทําการเกษตรได้ แต่เวลาที่เขาต้องการ กับเวลาที่จะทําไฟฟัาก็ไม่ตรงกัน ตกลงการบริหารตามพื้นที่และการบริหารตามเวลานี่เขาบอกว่า เขาจะเปึนลูกเมียน้อยอยู่เปึนประจํา เกษตรกรที่ทํานาปลูกข้าว หรือเกษตรกรทั่วไป เขาก็บอกว่าเขาก็เห็นว่ากรุงเทพฯ อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม แต่ละรายมันใช้น้ําไม่เยอะ แล้วก็มีความสําคัญ เขาก็บอกว่าเขาก็เลยรับกรรมอยู่ พอน้ํามากเขาก็รับกรรม น้ําน้อยเขาก็

รับกรรม คําถามคือการบริหารจัดการน้ํานี่กรรมาธิการช่วยตอบผมหน่อยได้ ไหมครับว่า รายงานของกรรมาธิการได้จับประเด็นพวกนี้บ้างหรือเปล่าว่าเราจะบริหารจัดการน้ําอย่างไร และที่สําคัญ ๒ ส่วน ๑. เมื่อกรุงเทพฯ ได้แล้ว เรามีระบบคอมเพนเซชัน (Compensation) เรามีระบบในการชดเชยความเสียหายให้กับคนอื่นเขาอย่างไร ๒. ถ้าท่านจะชดเชย ตลอดชาติมันก็ไม่เปึนธรรมอีก เขาจะได้เปึนผู้รับผลกระทบตลอดชาติ

ก็คือเราจะต้องวางแผนบริหารจัดการลุ่มน้ําอย่ำงไร เมื่อไร ใครจะได้ไพรออริตี (Priority) เปึนอันดับ ๑ ในการได้น้ํา ไม่อย่างนั้นก็จะแย่งชิงกัน ตอนนี้อีกไม่นานเขาก็จะทะเลาะกันแล้ว แม้แต่ในภาคการเกษตรคนที่อยู่ต้นคลองกับปลายคลองก็ทะเลาะกันก็แย่งน้ํากัน ระบบบริหารจัดการพวกนี้ท่านจะโยนไปให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติอย่างนั้นหรือ หรือว่าท่านได้คิดว่าท่านจะบริหารจัดการในเรื่องนี้อย่างไร แล้วประชาชนในลุ่มน้ําต่าง ๆ จะมีส่วนร่วมในการวางกําหนดกฎเกณฑ์การบริหารอย่างไร ถ้าน้ํามากท่านจะผันออกจะหนี อย่างไร ถ้าน้ําน้อยท่านจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร เรื่องนี้ไปพันกับการเมืองด้วยนะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่การเมืองผู้ใช้น้ําเท่านั้น แต่การเมืองในภาคส่วนรวมในสภาแห่งนี้ก็เคย เกิดเหตุมาแล้วไม่ใช่หรือครับว่าเราจะกันน้ําไม่ให้ไปฝัืงตะวันตก เพราะมีนักการเมืองที่ดูแล กรมชลประทานอยู่เปึนประจํา เราจะดูแลไม่ให้ไปฝัืงตะวันออกเพราะมีนักการเมืองที่มี อิทธิพล ตกลงน้ําก็เลยผ่าเข้าใจกลางกรุงเทพมหานครนั่นยามน้ํามาก แต่ยามน้ําน้อยก็จะผัน เข้าประตูโน้นผันเข้าทางนี้มันก็จะมีปัญหำ การมีส่วนร่วมของผู้คน ของเกษตรกร ของชาวบ้าน จะมีส่วนร่วมได้อย่างไร ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ ต่อไปขอเชิญท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ค่ะ

นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผม ธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ หมายเลข ๐๙๘ ครับ ท่านประธานครับ ต่อเนื่องจากสิ่งที่ อาจารย์เจิมศักดิ์ได้เกริ่นไว้บ้างแล้วทําให้ผมคิดขึ้นมาได้ว่าประเด็นเรื่องการบริหารจัดการ ในกรณีของน้ําเปึนตัวอย่างว่าการบริหารจัดการต้องอาศัยการมีส่วนร่วมเปึนอย่า งยิ่ง เราพูดกันในสภานี้หลายเรื่องมีการเสนอตั้งสภา ตั้งกรรมการเพื่อบริหาร แล้วเราจะเจออีก หลายเรื่องที่เปึนเรื่องการเสนอกฎหมายตั้งสภา ตั้งองค์กรทั้งหลายขึ้นมา ผมคิดว่ามันเปึน เรื่องของความคิดแบบราชการเดิม ๆ ครับ ซึ่งเราตั้งกลไกและตั้งผู้บริหารอาจจะมี ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานขึ้นมา วิธีการเหล่านี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องคิดกันใหม่ เคยพูดกับอาจารย์เจิมศักดิ์ว่าสงครามใหม่ ข้าศึกใหม่แล้ว เราจะต้องจัดการกับการมีส่วนร่วม ให้ได้ ต้องไปคิดเรื่องนี้มาก่อนที่เราจะตั้งองค์กรอะไรขึ้นมาหน้าที่สําคัญมาก ผมคิดว่าเรื่องน้ํา เปึนตัวอย่างอันหนึ่งที่จําเปึนต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกฝ์ายเปึนอย่างยิ่ง เราไม่สามารถ ที่จะใช้วิธีบริหารแบบเก่า คนหนึ่งได้ประโยชน์ อีกคนหนึ่งเสียประโยชน์ และบริหารจัดการ

แบบค่อนข้างจะไม่ได้ให้ทุกฝ์ายเข้ามารับรู้หรือเรียนรู้ตั้งแต่ต้น ผมอยากจะเห็นการมีส่วนร่วม ของประชาชนตั้งแต่ต้น ประชาชนในระดับพื้นที่จะต้องเห็นภาพรวมของสถานการณ์น้ําว่า ทําไมเขาจะต้องเสียสละ ทําไมเขาจะได้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนจําเปึนจะต้องมาเห็นภาพ ข้อมูลชัดเจนตั้งแต่ต้น เขาควรจะรู้ว่าทําไมน้ําให้แก่เมือง ทําไมชนบทไม่ได้ แล้วเขาควรจะ ได้รับการชดเชยอย่างไร อะไรเหล่านี้เปึนต้น เขาควรจะมีส่วนร่วมในการวางแผนตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นการจัดการกับการมีส่วนร่วมต้องการทั กษะที่ต่างจากในอดีตเปึนอย่างยิ่ ง ผมพยายามพูดหลายครั้งแล้วว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ก็ต้องปฏิรูปวิธีคิดวิธีทํางานแบ บใหม่ ทําอย่างไรจะให้เกิดสภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในทุกระดับ ทําอย่างไรประชาชน จะมีส่วนร่วมรับรู้เรียนรู้กันอย่างสร้างสรรค์ทุกฝ์าย และคนที่จะจัดการเช่นนั้นได้เราต้องการ คนแบบใหม่ครับ เราไม่ต้องการคนมีอํานาจซึ่งนั่งหัวโต๊ะ แต่เราต้องการคนที่เขาเรียกว่า ฟาซิลิเทต (Facilitate) สังเคราะห์ความคิดเห็นของแต่ละฝ์ายสมานฉันท์ครับ สร้างความสมานฉันท์ในการเทรดออฟ (Trade-off) ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน คนหนึ่งได้ คนหนึ่งเสีย คนหนึ่งจะได้รับการชดเชยอย่างไร ด้วยความเข้าใจ

ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เขาจะต้องรับเคราะห์ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทําไมเมืองมันถึงได้ประโยชน์มากกว่า ชนบท ทําไมชนบทควรได้มากกว่าเมือง เหล่านี้เปึนต้น ต้องการการบริหารจัดการเปึนอย่างยิ่ง แล้วต้องการการบริหารคนแบบมนุษย์พันธุ์ใหม่ มนุษย์พันธุ์ใหม่นั้นจะต้องเปึนมนุษย์ที่สามารถ สร้างกระบวนการเรียนรู้กับทุกฝ์าย สร้างความเข้าใจกับทุกฝ์าย ซึ่งเกิดความเห็นพ้องต้องกัน ของทุกฝ์าย ผมก็คงจะมีข้อสังเกตเพียงแค่นี้ครับ การจะตั้งสถาบันอะไรขึ้นมาก็ต้องคิดให้ชัดว่า จะไปทําอะไร ต้องใช้คนแบบไหนในการสร้างกระบวนการอย่างไร ก็ขอฝากไว้แค่นี้ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ขอสนับสนุนการจัดระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รถยนต์ยังมีน้ํามัน ต้นไม้ ทุกอย่างถ้าจะรอดตายก็ต้องมีน้ํา มนุษย์ก็ต้องมีเลือดดังนั้นทรัพยากรน้ําก็มีความจําเปึนสําหรับชีวิตมาก แล้วก็เปึนปัจจัยสี่ต้องใช้ ต้องดื่มแม้แต่กิจวัตรประจําวัน แต่จะทําอย่างไรให้น้ํามีประโยชน์กับตัวเองกับครอบครัว กับประเทศชาติ แล้วก็จะอยู่กับเรา แล้วก็ถูกต้องสมบูรณ์ ดังนั้นแนวคิดสําคัญที่มีผล ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสร้างสมดุลระหว่างอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การน้อมนําแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์ท่านในการจัดการทรัพยากรแหล่งน้ํา ประเด็นสําคัญจะต้องส่งเสริม ให้ประชาชนสร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริม การวิจัยแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่นั้น และเพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ การนําสู่ การมีหลักสูตรสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับแหล่งน้ํา โดยเฉพาะหลักสูตรเฉพาะที่เรียนรู้เกี่ยวกับ บ้านที่จําเปึนในการใช้น้ําของตนเองและหมู่บ้าน ชุมชน จังหวัด แล้วก็ประเทศชาติ ในฐานะ ที่ดิฉันเปึนคนชนบทอยู่ภาคใต้ แหล่งน้ําทางโน้นจะมีน้ํากร่อย น้ําที่มีสนิม แล้วก็จะแห้งแล้ง เวลาฝนตกน้ําก็จะท่วม เสร็จแล้วก็ชะล้างไป น้ําก็จะไม่มีการเก็บ เหมือนทางภาคอีสานจะมี โอ่งมีอะไร อยากจะเน้นให้ชุมชนมีน้ําแบบน้ําสุขภาพ ทําอย่างไรที่ทําให้องค์กรของเขามี โดยที่ไม่ต้องซื้อแต่เขาเปึนสมาชิก แล้วก็ดูแลน้ําระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล ฝากถึง

นายก อบต. ด้วยนะคะ ตอนนี้แหล่งเกี่ยวกับน้ําสําคัญ น้ําคือชีวิต จะต้องสร้างจิตสํานึกเกี่ยวกับ ดูแลทรัพยากรน้ํา ส่วนการปรับปรุงกฎหมายก็ต้องให้ชัด เจน เขตคุ้มครอง เขตขยาย เขตพิเศษ ขอบเขตแนวของประชาชนที่เข้าใจก็คือรู้อย่างชัดเจน กฎหมายจะต้องเคร่งครัด และรุนแรงพอสมควร ไม่ใช่แค่ปรับแล้วก็ปล่อย จะต้องดูแลต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ดังนั้นน้ําจะต้องไม่มีการทําลายป์าทําให้เกิดแหล่งน้ําขาดไป ทําลายแหล่งน้ํา ให้เกิดมีค วามสะอาด แล้วต้องยึด ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ก็จะปล่อยปละละเลย ดังนั้นกฎหมายจะต้องให้แข็ง

คือยึดทรัพย์หรือเอามาเปึนประโยชน์ของประเทศชาติเพื่อฟุ๋นฟูแหล่งทรัพยากรน้ํา ในวาระที่ ดิฉันอยู่สภาปฏิรูป แห่งชาติไม่กี่เดือนอาจจะ ๒ เดือนกว่าแล้วพวกเราก็จะต้องจากไป ทรัพยากรแหล่งน้ําจําเปึนสําหรับชีวิต ดังนั้นอยากจะให้ท่านคณะกรรมาธิการ ปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยจัดกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงแห่งประเ ทศไทย เกี่ยวกับแหล่งน้ํา ข้อที่ ๑และข้อที่ ๒ จัดกองทุนภัยพิบัติชุมชนเพื่อแหล่งน้ํา ข้อที่ ๓ กองทุนให้มีน้ําที่สะอาด แหล่งน้ําที่ดูแลในชุมชนทั่วถึงแล้วก็ไม่เปึนประเทศ ที่แห้งแล้ง ขอขอบคุณนะคะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๕ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่องการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา แล้วก็ได้อภิปรายให้ความเห็นในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ....เรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการ ตอบชี้แจงข้อซักถามค่ะขอเชิญค่ะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะตอบหรือให้ข้อคิดเพิ่มเติมอะไรที่ประชุมนะครับ ท่านหาญณรงค์ เยาวเลิศ ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการท่านหนึ่งอยากจะให้ข้อมูลกับที่ประชุมนะครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

คือ อยากสรุปนะคะเพราะว่าความเห็นคือท่านให้ตั้งแต่ตอนต้นก่อนที่สมาชิกจะอ ภิปรายแล้วค่ะ ขอเชิญท่านหาญณรงค์ค่ะ

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ ครับ คือผมมีหลายประเด็นที่ทางสมาชิกได้มีคําถามว่าทําไมต้อง เสนอร่างกฎหมายใหม่ที่จริงร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เปึนร่างที่กระทรวงเคยเสนอ เคยยกร่างตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ แล้วเคยเข้าสภามาครั้งหนึ่ง เมื่อป้ ๒๕๔๙ แล้วก็ตกไป ฉะนั้นสิ่งที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันมันคือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรน้ํา ในขณะที่ทรัพยากรอื่น ทรัพยากรป์าไม้มี พ.ร.บ. เฉพาะตัว ของเขาเอง กรมประมงมี พ.ร.บ. ประมง กรมอื่นที่เกี่ยวข้องเรื่องทรัพยากรเขามี พ.ร.บ. เฉพาะเขา แต่หลังจากป้ ๒๕๔๖ มีการแบ่งแยกกรมมีกรมทรัพยากรน้ําภายใต้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มียกร่างกฎหมายทรัพยากรน้ําแล้วถูกเสนอ เมื่อป้ ๒๕๔๙ แล้วก็ตกไป ฉะนั้นวันนี้มีร่างทั้งหมดได้เชิญสภาพัฒน์มาพูดคุยแล้วก็ร่างที่มี มีทั้งหมดประมาณ ๖ ร่าง แต่สรุปแล้วร่างที่คล้ายกันมีเพียง ๒ ร่าง คือ ร่างที่กรมทรัพยากรน้ํา ได้ยกขึ้นมาแบบที่ท่านเกษมสันต์ได้กล่าว แล้วอีกร่างหนึ่งก็คือร่างที่ภาคประชาชนเสนอไปยัง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ฉะนั้นวันนี้ถามว่าความจําเปึนต้องมีกฎหมายทรัพยากรน้ํา หรือไม่ เปึนความต้องการมาแล้ว ๒๐ กว่าป้ครับ แต่ยังไม่ได้ผ่านเท่านั้นเอง ถามว่าทําไมไม่ผ่าน เมื่อป้ ๒๕๔๓ มีการเสนอร่างกฎหมายฉบับเดิม ปรากฏว่าตอนนั้นเรามีรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ในมาตราต้น ๆ เขียนว่าน้ําเปึนของรัฐ แต่ในรัฐธรรมนูญให้มีการกระจายอํานาจว่าทรัพยากร น่าจะมีส่วนร่วมกันทุกฝ์าย ไปดูร่างของประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม น้ําเปึนของ สาธารณะ ท่านลองไปเป่ดดูในมาตรา ๖ ก็เลยต้องมีการเขียนให ม่ว่าน้ําน่าจะเปึนของ สาธารณะชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน อันนี้คือเรื่องของการจัดการน้ํา วันนี้เรามีกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติแต่เปึนเพียงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเองครับ ฉะนั้นถ้ามี กฎหมายรองรับแบบที่ประธานว่าก็คือว่าเราจะมีกฎหมายที่เปึนแผนแม่บท ฉะนั้นเมื่อมี กฎหมายการตั้งกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็เปึนไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเดิม แต่มี พ.ร.บ. อันนี้รองรับเท่านั้นเอง วันนี้มีกรรมการทรัพยากรน้ํา แห่งชาติ ๒๕ ลุ่มน้ํา แต่งตั้งครบหมดแต่ในระเบียบเดิมเมื่อก่อนก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ํานั้นไหล ผ่าน เปึนประธาน ผมยกตัวอย่างเช่นลําน้ําป่งไหลผ่านจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน จังหวัดตาก จังหวัดกําแพงเพชรมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปึนประธาน รองประธานก็อาจจะเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดลําพูน อันนั้นในอดีตที่ผ่านมาเริ่มมีกรรมการลุ่มน้ํา มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ แล้วตั้งกรรมการลุ่มน้ําครบ ๒๕ ลุ่มน้ําในประเทศไทยเมื่อป้ ๒๕๔๖

ฉะนั้นในแต่ละลุ่มน้ําก็มีแผนการจัดการลุ่มน้ําที่ตัวเองมีแผน แล้วก็มีกรรมการบอร์ด (Board) ระดับชาติขึ้นมา แต่อันนี้ที่เพิ่มต่อกระบวนการมีส่วนร่วมที่เพิ่มผมคิดว่า ๑. เวลาไปรับฟัง ทั้งหมดประมาณ ๖-๗ เวที ประชาชนเสนอว่ากรรมการลุ่มน้ําที่มันใหญ่มันยาวเกินไป มีลุ่มน้ําสาขา มีลุ่มน้ําย่อย ก็เลยเสนอว่าสมควรที่จะมีกรรมการลุ่มน้ําย่อยเพื่อทําแผน การจัดการลุ่มน้ําย่อยส่งมายังกรรมการลุ่ มน้ําใหญ่ จากกรรมการลุ่มน้ําใหญ่คุณจะทําแผน ระดับชาติอย่างไรก็เปึนแผนระดับชาติ ส่วนในอดีตที่ผ่านมาที่ท่านหลายท่านบอกว่า มันใหม่กว่าเดิมไหม ผมเข้าใจว่าเดิมเวลาจะมีกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็ไปอยู่ที่ เดิมอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรีตอนที่กรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติสมัยป้ ๒๕๓๒ เปึนต้นมา มาอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อป้ ๒๕๔๖ ฉะนั้นวันนี้ถ้าถามว่า ในระดับกรมเท่ากันแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายกรม เช่น กรมชลประทาน กรมน้ําบาดาล และกรมอื่น ๆ ก็เลยต้องมาตั้งสํานักงานใหม่คล้ายกับสภาพัฒนา การเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติที่มีแท่งอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรีแล้วขึ้นตรงต่อตัวนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้ สั่งการได้ทุกกระทรวง ฉะนั้นถ้าไปอยู่ที่กรมทรัพยากร น้ําอย่างที่เปึนอยู่แบบปัจจุบัน หน่วยงานในระดับกรมก็เปึนหน่วยงานปฏิบัติ เช่นกรมชลประทานก็จะมาวางแผนร่วมกัน ไม่ได้ ฉะนั้นถ้ามี เหตุวิกฤติขึ้นมาตัวนายกรัฐมนตรีที่มานั่งอยู่ตรงนี้ก็จะได้สั่งการ เปึนการเฉพาะกาลไปเลย คือการเสนอกฎหมายอันนี้เพื่อที่จะให้ไปสอดคล้องกับสถานการณ์ ที่สมควรจะเปึน แล้วก็ใช้บังคับบัญชาได้ในกรณีที่ มันเกิดน้ําวิกฤติแบบป้ ๒๕๕๔ ส่วนโครงสร้างนี่นะครับคล้ายกับบอร์ดสภำพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่อยากให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ฉะนั้นการตัดการเมืองบางอันออกไปนี่เปัาหมาย ก็คือว่าจะทําอย่างไรในบอร์ดใหญ่ที่เปึนบอร์ดให้มาวางแผนยุทธศาสตร์น้ํา ๕ ป้คุณก็วางไป ต้องใช้งบอย่างไรในแต่ละลุ่มน้ํา คุณจะแก้ไขปัญหาอย่างไร อันนี้ก็คือวางแบบยุทธศาสตร์ ถ้าเราเอานักการเมืองเข้ามาด้วย ส่วนใหญ่ที่เราพบก็คือว่าจะมีโครงการแบบพิเศษขึ้นมา เช่น โครงการโขง-ชี-มูลสมัยก่อนที่เคยทํา โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เคยทํา อันนี้ก็เลยต้องออกแบบใหม่ว่าสมควรที่จะมีกรรมการ เขาเรียกซูเปอร์ บอร์ด (Super board) ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํา แล้วก็มาวางน้ําทุกระบบ เช่น น้ําเพื่ออุปโภคบริโภคน้ําเพื่ออุตสาหกรรม น้ําเพื่อการท่องเที่ยว น้ํากินน้ําใช้ และน้ํา เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม อันนี้คือมีความจําเปึนต้องทํา แต่หลายคนตั้งคําถามว่าแล้วในกรณี

ของยกตัวอย่างแบบลุ่มน้ําเจ้าพระยา คุณจะแก้ไขปัญหาลุ่มน้ําอย่างไร ในกรรมการลุ่มน้ํา คุณต้องวางแผนในการจัดการลุ่มน้ําของตัวเองและมีกรรมการ ถ้าเกิดภาวะวิกฤติจริง ๆ แบบป้ ๒๕๔๙ น้ําท่วมในลุ่มน้ําเจ้าพระยา คุณจะผันน้ําไปลุ่มน้ําท่ำจีน กรรมการ ลุ่มน้ําเจ้าพระยาต้องประชุมก่อนแล้วค่อยส่งไปกรรมการลุ่มน้ําท่าจีน เขามีกรรมการของเขาว่า ยอมรับได้ไหมไม่ใช่สั่งการจากข้างบน จะต้องยอมรับในกรณีของลุ่มน้ําแต่ละลุ่มน้ําด้วย เพื่อที่จะดําเนินการอย่างนี้ กรณีน้ําขาดหรือกรณีน้ําท่วมก็ต้องใช้กลไกของกรรมการลุ่มน้ํานี้ และในกลไกนี้ก็มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย อันนี้คือสิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาเห็นว่าการเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่น ะครับ เปึนเรื่องยาว มาแล้วประมาณ ๒๐ กว่าป้ ก็สมควรที่ได้เวลาที่จะเสนอ วันนี้พอถามหน่วยงานไหน ถามสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เห็นด้วยว่าสมควรที่จะมีกฎหมาย ถามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นด้วย ว่าสมควรต้องมีกฎหมาย แม้แต่กรมทรัพยากรน้ําก็เห็นด้วยว่าต้องมีกฎหมาย อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีความจําเปึน ที่มีการ เสนอกฎหมายฉบับนี้ในการที่เสนอผ่ำนสภาปฏิรูป แห่งชาติ ต่อไปนะครับ อันนี้ก็อยากจะอธิบายเพิ่มเติมแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญท่านประธานค่ะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็มีสิ่งที่จะต้องพูดกับสมาชิกในสภาแห่งนี้หลายเรื่องทีเดียวนะครับ ความจําเปึน ที่จะต้องมีกฎหมายแม่บทก็คิดว่าท่านหาญณรงค์ก็ได้อธิบายไปส่วนหนึ่งแล้วนะครับว่าอะไรคือ อะไร คําว่ากฎหมายแม่บท คือกฎหมายหลักที่จะกําหนดกระบวนการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในทุกเรื่องทุกราวหมดต้องมีกฎหมายแม่บทครับ ถ้าไม่อย่างนั้นที่ระบุบอกว่า ให้เปึนอย่างโน้นเปึนอย่างนี้มันขับเคลื่อนไม่ได้ กฎหมายแม่บทถ้าท่านสมาชิกได้ดู ในร่างกฎหมายแม่บทแล้วจะเห็นว่ามีทุกเรื่องทุกราวอยู่ในกฎหมายแม่บทนี้ อยากจะ นําเรียนนะครับว่าก่อนที่เราจะตกผลึกเปึนกฎหมาย ม่บทชุดนี้ได้มีการประชุมหารือ เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณากันด้วย กรมทรัพยากรน้ําที่เปึนเจ้าของกฎหมายฉบับหนึ่ง ก็เชิญมา

คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็เชิญมา สภาพัฒน์ที่พิจารณาวิเคราะห์เรื่องราวเกี่ยวกับ กฎหมายที่ประธาน คสช. แต่งตั้งขึ้นก็เชิญมา ทุกฝ์ายเห็นด้วยว่ากฎหมายแม่บทนี่จําเปึน และกฎหมายแม่บทจะออกมาเปึนแนวทางไหน อะไร อย่างไร อันนี้มีความชัดเจนว่าจะต้อง ระบุบอกเรื่องราวที่ตกลงกันอย่างชัดเจนแล้วว่าจะต้องมีกำรที่จะคิดโครงสร้างองค์กรขึ้นมา โครงสร้างองค์กรอันนี้ก็อยากจะนําเรียนที่ประชุม โครงสร้างองค์กรที่พูดถึงนี่หมายความว่า โครงสร้างองค์กรที่มีอยู่เดิมมันคืออะไร มีคณะกรรมการลุ่มน้ํา คณะกรรมการทรัพยากรน้ํา แห่งชาติจริง แต่ว่าเกิดโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี มีอธิบดีกรมทรัพยากรน้ํา สังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนเลขานุการ ไม่ขับเคลื่อนครับ เปึนป้ ๆ ไม่เคยประชุม เปึนป้ ๆ ไม่เคยอะไรกัน เพราะว่าอะไรต่ออะไรก็เข้าใจกันอยู่ชัด ๆ ว่าอยู่ใน บริบทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ชุดนั้นมันก็ไม่มีบริบทที่ชัด ๆ ว่าให้ทําหน้าที่อะไร ทําหน้าที่อะไรครับ ประสานการดําเนินงาน แก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา ประสานกับใครครับ อันนี้แหละครับคือจุดอ่อนของระดับชาติ ต้องการ ที่จะมีหน่วยงานระดับชาติที่ผมนําเรียนที่ประชุมเกิดอันนี้ขึ้นมาได้ไม่ใช่ว่าคณะอนุกรรมาธิการ ก็นั่งประชุมกันแต่ฝ์ายเดียว ไม่ใช่ครับ เชิญมา สภาพัฒน์นี่ศึกษามาก่อนแล้วมันต้องมีองค์กร อะไรสักอย่างระดับชาติ ทีนี้องค์กรปฏิบัติกรมชลประทานเปึนองค์กรปฏิบัติครับ ผมอยู่หน่วยนี้มา ๓๐ กว่าป้ทําทุกสิ่งทุกอย่างทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น แต่ว่ามันไม่สามารถขับเคลื่อนงาน ทุกบริบทได้ เพราะสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอื่นก็เช่นเดียวกัน ท่านก็ทํา ของท่านตามภาระหน้าที่ อันนี้ก็คือจุดอ่อนของโครงสร้างอะไรต่าง ๆ แบบนี้แหละครับ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกทั้งหลายที่ ให้ข้อคิดเห็น เรื่องราวของการมีส่วนร่วมพูดกันมาก อยากจะให้ท่านทั้งหลายได้ดูกลไกการมีส่วนร่วม และให้ความสําคัญอย่างมาก ๆ เลย ในเอกสารที่เราศึกษาในบทที่ ๓ บทที่ ๓ จะให้ชัดเจนเลยว่าคืออะไร แล้วในกฎหมายนี่ ก็เช่นเดียวกัน กฎหมายแม่บทนี่ลุ่มน้ําสาขา ลุ่มน้ําทั่วไป แล้วก็คนที่จะทํางานในลุ่มน้ําร่วมกัน ทุกภาคส่วนครับ อันนี้ละครับการมีส่วนร่วม ในบทบาทของสิทธิของน้ํานี่เราไม่ใช่ให้ภาครัฐ มีสิทธิในเรื่องราวบริหารจัดการน้ํานะครับ มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนก็ขอยืนยันได้ว่า ที่เราออกแบบมา เรียกว่าออกแบบครับ ออกแบบมานี่ก็เพื่อที่จะให้เกิดการปฏิรูป ถ้าสมมุติว่า จะเปึนแบบเดิมนี่มันก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของน้ําที่มันมีหลายเรื่อง หลายราวได้เลย ก็ขอกราบเรียนที่ประชุมเพียงเท่านี้ครับ เพราะเวลามีจํากัดนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่ งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณา วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําและร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ....

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมค่ะ โดยจะขอเปึน ๒ มติ เรื่องแรกเลยก็คือ รายงานของคณะกรรมาธิการ เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มติที่ ๒ ก็จะเปึนการขอมติในเรื่องของหลักการของร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ก่อนที่ดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมจะขออนุ ญาตตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เข้ามาพร้อมแล้วนะคะ ขอให้ท่านเสียบบัตรแล้วก็กดที่ช่องแสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ท่านอลงกรณ์ท่านแสดงตนหรือยัง โอเคค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านแสดงตนได้เลยยังไม่ได้ป่ดค่ะ ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๐๓ ท่านนะคะ ครบเปึนองค์ประชุมค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ต่อไปนี้นะคะ ดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมนี้ว่าท่ำนจะเห็นชอบกับรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบด้วยสภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ ส่งรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของท่านไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านพร้อมนะคะ ขอเชิญท่านลงมติค่ะ ถ้าเผื่อว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านเห็นควรว่าจะไม่ออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มีนะคะ ป่ดการลงมตินะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ๒๐๖ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๘๖ ท่าน ท่านไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน แล้วก็ ไม่ลงคะแนนเสียงอีก ๑ ท่าน

นายเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ

ผมกดไม่ทันครับ ๑๕๘ ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อยู่ที่ไหนคะ

นายเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ

อยู่ที่ตรงกลางเลยครับ ๑๕๘ ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านกดไม่ได้หรือคะ

นายเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ

ชื่อเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ ครับ ลงคะแนนครับ ผมเห็นด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เพิ่มเปึน ๒๐๗ ท่าน

รองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

๑๕๕ ก็กดไม่ได้ค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านเพิ่งเข้ามาหรือคะ

รองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

ไม่ค่ะ นั่งอยู่แล้วกดไม่ติดค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

กดไม่ติดค่ะ ท่านบอกนัมเบอร์ (Number) ของท่านให้เจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ

รองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

๑๕๕ ค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบในรายงาน การพิจารณาในวาระการปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้ นํารายงานไปปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ข้อความเห็น และข้อสังเกตของท่านอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะส่งรายงานพร้อมความเห็นต่างๆ เหล่านั้นไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปค่ะ

แล้วก็อย่างที่ดิฉันได้เรียนตั้งแต่ต้นค่ะว่าเนื่องจากคณะกรรมาธิการได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติมาพร้อมกับรายงานฉบับนี้ด้วยนะคะ ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรายให้ความเห็นแล้ว ดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ

บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบด้วย

สภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และให้คณะกรรมาธิการ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ สภานี้มีมติคือนับตั้งแต่วันนี้ ถ้าที่ประชุม ไม่เห็นชอบก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไปนะคะ ท่านพร้อมที่จะลงมตินะคะ ดิฉันคงจะไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะคะ เพราะว่าองค์ประชุมยังอยู่กันพร้อมหน้า ยังไม่มีผู้ใดเดินออกจากห้องประชุมนะคะ

นายอุดม ทุมโฆสิต

ท่านประธานครับ ผมเพิ่งเข้ามาครับ ขอเพิ่มอีก ๑ ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านเพิ่งเข้ามาก็เพิ่มไปอีก ๑ ท่านเลยค่ะ ท่านต้องบอกเลขที่กับเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ

นายอุดม ทุมโฆสิต

อุดม ทุมโฆสิต หมายเลข ๒๔๕ ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านมิส (Miss) ไป ๑ มตินะคะ

นายอุดม ทุมโฆสิต

เมื่อกี้ประชุมอยู่ที่ตึก ๓ ครับ วิ่งมาไม่ทันครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ต่อไปท่านพร้อมจะลงมตินะคะ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

ท่านประธานครับ ขออนุญาต หมายเลข ๒๓๔ ด้วยครับท่านประธาน ผมอยู่นี่ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อยู่ที่ไหนคะ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

อยู่ด้านขวามือท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ท่านเพิ่งมาเหมือนกัน

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

มาไม่ทันครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เปึนอันว่าเจ้าหน้าที่ลบเลยค่ะ แล้วก็เดี๋ยวนับองค์ประชุมใหม่นะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านกดปุ์มแสดงตนใหม่ค่ะ ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

พร้อมนะคะ ขอส่งผลเลยค่ะ ที่ประชุม ๒๐๖ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมนี้ค่ะว่าท่านจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมนี้ เห็นชอบสภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ส่งร่างพระรา ชบัญญัติฉบับนี้พร้อมกับความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาปรับแก้ แล้วก็ ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันนี้คือวันที่สภาลงมติค่ะ หากที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไปค่ะ

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิ ทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบ ท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นชอบ ท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง ท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียงค่ะ ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงมติแล้ว ป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ ท่านผู้เข้าร่วมประชุม ๒๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน และไม่ลงคะแนนเสียงไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นชอบตามร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมานะคะ ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของ ท่านทั้งหลายไปให้คณะกรรมาธิการประกอบการพิจารณาปรับแก้ และให้คณะกรรมาธิการนี้ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันนี้นะคะ แล้วก็สมาชิกที่ประสงค์จะยื่น คําขอแก้ไขเพิ่มเติม อย่าลืมนะคะ สมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ท่านเสนอคําขอแก้ไขเพิ่มเติมภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันนี้ เปึนต้นไปนะคะ นับตั้งแต่วันที่สภามีมติก็คือวันนี้นะคะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้มีมติ เห็นชอบด้วย ขออภัยค่ะ นับถัดจากวันที่สภามีมติ ก็คือนับจากวันนี้ คือนับวันพรุ่งนี้ วันนี้สภามีมติคือภายใน ๓ วันนับจากวันพรุ่งนี้เปึนต้นไปค่ะ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการค่ะ

ต่อไปจะเปึนการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกวาระหนึ่งเปึนวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่อง ระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

และด้วยประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้คณะอนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม เพื่อให้การแถลงรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งดิฉันได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยค่ะ โดยขอเชิญเข้าประจําที่ ที่คณะกรรมาธิการค่ะ คือ ๑. นางรัชนี เอมะรุจิ ๒. นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ๓. รองศาสตราจารย์อรพินท์ เอี่ยมศิริ ขอเชิญค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงเลยค่ะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในนามของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเสนอรายงานผลการศึกษา วาระการปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง การปฏิรูประบบ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดําเนินการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกับรายงานผลการศึกษานี้ หากเห็นชอบจะส่งรายงานผลการศึกษาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อจากนี้ไปผมใคร่ขออนุญาตให้ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นําเสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับ เรื่องราวการที่จะปฏิรูปทั้งหมด โดยท่านผู้จะนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ตามลําดับก็คือ ท่านอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม แล้วก็ท่านสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อนุกรรมาธิการ และขออนุญาตแจกเอกสาร แล้วก็ใช้เพาเวอร์พอยท์ประกอบการชี้แจงและนําเสนอด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ ขอเชิญท่านอรพินท์ค่ะ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพนะคะ กราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่าน เรื่องการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถ้าท่านอ่านในรายงานท่านจะเจอว่าเราเปลี่ยนคําพูดว่าวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเปึน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภาษาอังกฤษมาจาก แอสเซสเมนต์ (Assessment) เพราะฉะนั้นใช้คําที่มีแนวโน้มจะปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่ เราเลยแก้เสียให้สอดคล้องจะได้ไม่ตกยุคเวลาเขาแก้ใน พ.ร.บ. แล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจะเจอคําว่าการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คือตัวเดียวกัน ก่อนอื่นก่อนที่ดิฉันจะขออนุญาตนําเสนอสไลด์ (Slide) ดิฉันเกริ่นนํา ให้ท่านทราบก่อนว่าทําไมอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้น จากประเด็นต่าง ๆ ที่เราได้รับทราบมาตอนที่เราเข้ามาเปึน สปช. มีประเด็นที่ทาง กระทรวงกลาโหมส่งให้พวกเราทุกท่านดูท่านจะเห็นว่ามีประเด็นเรื่องให้ปฏิรูป ระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีข้อถกเถียงกันมาเยอะว่ารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยใช้มามากกว่า ๔๐ ป้แล้ว

มันมีประสิทธิภาพมากไหม ทําไมโครงการต่าง ๆ เวลาจะเดินหน้าก็ยังมีคนคัดค้านโครงการ ทั้ง ๆ ที่บางทีดูเหมือนอีไอเอ (EIA) หรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเห็นชอบไปแล้ว ทําไมชาวบ้านยังมาคัดค้านอีกอะไรทํานองประเด็นทั้งหมดเหล่านี้ จึงมีการตั้งอนุกรรมาธิการ ปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมขึ้นนะคะ

จากประเด็นปัญหาที่ดิฉันเกริ่นไปแล้ว ท่านจะเห็นว่าในกลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องที่ท่านเกษมสันต์ จิณณวาโส ขอประทานโทษที่ท่านเอ่ยไปถึงเมื่อวานในเรื่องระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีไอเอเปึนเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เราใช้ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือเรื่องทรัพยากร ตามที่กล่าวไปแล้วว่าปัญหา เรื่องที่เปึนหลัก ๆ คือ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ระยะเวลาในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมทําไมย้อนไปย้อนมา ทําไมใช้บางโปรเจกต์ (Project) ที่เปึนของภาครัฐ ทําไมใช้ เวลานานเปึนป้นะคะ เรื่องคุณภาพของรายงานอีไอเอหรือรายงานของโครงการที่มี ผลกระทบรุนแรง ๑๑ ประเภทที่เราเรียกกันว่าอีเอชไอเอ (EHIA) เอนไวรอนเมนทอล แอนด์ เฮลต์ อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ (Environmental and Health Impact Assessment) ก็ขาดการยอมรับว่าไม่มีตัวเลขเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่แท้จริง มีแต่เรื่องการไป รับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน แล้วก็ปัญหาในเรื่องการติดตาม ตรวจสอบ พออีไอเอเห็นชอบ ไปแล้วแค่เปึนใบเบิกทางหรือ พออีไอเอเห็นชอบโรงงานสร้างเสร็จก็ทุกอย่างจบ มาตรการ ต่าง ๆ ที่เสนอไว้ในเงื่อนไขการอนุญาตให้ความเห็นชอบโครงการนั้นทําไมไม่มีการนําไป ปฏิบัติ หรือปฏิบัติแล้วมีการติดตาม ตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน เหล่านี้คือ ประเด็นปัญหาที่ทําให้เกิดการปฏิรูปในยุคนี้ขึ้นนะคะ จากการที่เราดูประเด็นต่าง ๆ แล้วก็มี ประเด็นที่จะเสนอให้มีการปฏิรูปในเรื่องระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเปึน ๓ ประเด็นหลัก ๆ คือการบูรณากา ร ในเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปสู่ในระดับนโยบาย ซึ่งปกติเวลาเราวางแผนโครงการพัฒนาประเทศ เราจะดูเรื่องเศรษฐกิจ สังคมเปึนหลักใช่ไหมคะ แต่ต่อไปนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมจะเปึนอีกขาหนึ่ง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมจะถูกนํามาพิจารณาพร้อม ๆ กัน โดยใช้เครื่องมือ ที่เราเรียกว่าการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือ สแทรทิจิก เอนไวรอนเมนทอล

แอสเซสเมนต์ (Strategic Environmental Assessment) หรือคําย่อ ๆ คือเอสอีเอ (SEA) ที่ท่านก็เห็นในสไลด์ของเมื่อวานในเรื่องของระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาตินะคะ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราจะแก้ไขเรื่องระบบการจัดทํารายงานการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่าทําอย่างไรให้กระชับ ทําอย่างไรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในกระบวนการ

แล้วก็ประเด็นที่ ๓ ก็คือระบบการติดตาม ตรวจสอบผลกระทบ แล้วก็ ประเมินผลที่เกิดขึ้น อันนี้จะตั้งมาเปึนประเด็นสําคัญอีกอันหนึ่ง เพราะว่าตัวนี้คือตัวที่ทําให้ เกิดปัญหาว่าถึงแม้อีไอเอเห็นชอบไปแล้วแต่ไม่มีการนําไปปฏิบัติ หรือไม่มีการติดตามผล

ใน ๓ ประเด็นหลัก ๆ ดิฉันเคยนําเสนอเรื่องนี้ในห้องประชุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เดี๋ยวจะขออนุญาตนําท่านไปที่สไลด์เลยนะคะ เรื่องเครื่องมือและกลไกในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะคะ

ดิฉันขออนุญาตไปที่การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ ถ้าท่านดูในสไลด์ในรูปนี้ท่านจะเห็นว่าไม่อยู่ในเอกสารที่แจกนะคะ ดิฉันเติมเมื่อวาน เพราะได้ยินมีคนถามว่าทําเอสอีเอทุกระดับจะเปึนอย่างไร จริง ๆ แล้วดิฉันขอขยายความนะคะ เอสอีเอจะเปึนกระบวนการสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายและแผนงานของภาครัฐ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนา โดยยึดหลักบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม สู่นโยบาย สร้างดุลยภาพระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม แล้วก็การมีส่วนร่วมของ สาธารณะ เอสอีเอจะต้องจัดทําโดยหน่วยงานภาครั ฐที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน เช่น สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ถ้าจะวางแผนเรื่องพลังงานในอนาคต หรือสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือกรมผังเมือง เปึนต้น โดยเอสอีเอจะเริ่มใช้ในอดีต เราเริ่มใช้กัน ดิฉันเล่าให้ฟังว่า ในประวัติการใช้เอสอีเอเริ่มต้นในกลุ่มประเทศประชาคมยุโรปก่อน ต่อมาได้ขยายยัง ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศแคนาดา ส่วนประเทศในเอเชียประเทศอื่น เขาบังคับให้เอสอีเอเปึนกฎหมายไปแล้วก็มีนะคะ อย่างเช่นในประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้ก็มี ประเทศเวียดนามที่เริ่มนําเอสอีเอมาใช้ ส่วนของประเทศไทยเรานําเอสอีเอมาใช้ให้เปึนไป ตามมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งได้เคยมีมติเอาไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้วก็ อีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ค่ะ

ในเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็คือการประเมินอีไอเอหรือ อีเอชไอเอ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่ามันเปึนแค่เครื่องมือในการช่วยในการบริหาร จัดการโครงการที่จะเกิดขึ้น ช่วยให้เราดูว่าโครงการนี้ถ้าเกิดขึ้นจะมีผลกระทบระดับไหน มีผลกระทบเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเจ้าของโครงการจะต้องเสนอมาตรการในการแก้ไขอย่างไรทําให้มันดีขึ้น หรือไม่ให้เกิดขึ้นเลย หรือจะทําอย่างไรให้มันดีขึ้นไปกว่าเดิมกับชุมชนในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นมันเปึนแค่เครื่องมือที่เราใช้ในการบริหารจัดกา รทรัพยากร อีไอเอไม่สามารถ จะทําให้ทุกอย่างเปึนไปได้ตามที่พวกเราอยากเห็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มันเปึนเครื่องมือ ที่เราใช้กันมาคิดว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในขณะนี้ ในอนาคตอาจจะมีเครื่องมืออย่างอื่น มาช่วย ซึ่งอย่างที่ดิฉันเรียนไปแล้วว่าเอสอีเอก็จะเปึนเครื่องมือในระดับนโยบายที่จะมาช่วย วางแผนว่าโครงการของภาครัฐถ้าจะเกิดควรจะอยู่ตรงไหน อย่างไร ส่วนอีไอเอจะเปึนระดับ โครงการที่เรามาใช้ในการจัดการแค่นั้น อีไอเอในปัจจุบันมีใช้อยู่ทั่วโลกประมาณ ๑๐๐ กว่าประเทศแล้วนะคะ เราเอาต้นฉบับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ ดิฉันขอไป ที่ประเด็นการปฏิรูป ๓ ประเด็น คือเรื่องเอสอีเอ คือเราจะบูรณาการเรื่องสิ่งแวดล้อม เข้าไปสู่การวางแผนใช้เอสอีเอแล้ว ตอนนี้ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วด้วยที่เขียนว่า โครงการที่จะดําเนินการต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับเอสอีเอด้วย คือหมายความว่า ถ้ามีเอสอีเออยู่แล้วโค รงการพัฒนาอื่น ๆ จะต้องตรวจดูว่ามันสอดคล้องกับแผนเอสอีเอ หรือไม่นะคะ แล้วก็เรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพของอีไอเอและระบบการติดตาม ตรวจสอบใน ๓ ประเด็น เพราะทั้ง ๓ ประเด็นนี้ทั้งเอสอีเอ ซึ่งเปึนเรื่องนโยบาย อีไอเอ เปึนเรื่องกลไกการบริหารจัดการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้ อมกับเอ็มอีแอนด์เอ (ME&A) หมายถึง การติดตาม ตรวจสอบเมื่อโครงการนั้นได้ผ่านความเห็นชอบไปแล้วว่าได้ดําเนินการ ตามมาตรการที่เสนอไว้ในรายงานจริงหรือไม่ และเมื่อติดตามตรวจสอบไปแล้วผลกระทบ ที่มันเกิดขึ้นเปึนไปตามที่รายงานเขียนเอาไว้หรือว่ามันมากขึ้น ถ้ามากขึ้นก็ต้องย้อนกลับมา สร้างมาตรการใหม่ให้มันเหมาะสมยิ่งขึ้น

ภาพถัดไปนะคะจะเปึนกระบวนการทําเอสอีเอ ตามที่ดิฉันเรียนแล้วว่า เอสอีเอจะเปึนโครงการของภาครัฐ เปึนเครื่องมือในการประกอบการตัดสินใจ เพราะฉะนั้น ในทุกสาขาของการพัฒนาของภาครัฐในด้านต่าง ๆ จะต้องทําเอสอีเอ ทั้งนี้เพื่อให้เกิด การพัฒนาของประเทศที่เปึนไปอย่างยั่งยืนค่ะ การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการอีไอเอ ในสิ่งที่อนุกรรมาธิการภายใต้กรรมาธิการได้จัดทําก็คือเราเพิ่มความโปร่งใสตรวจสอบได้ อีไอเอที่ทําแล้วจะเป่ดเผยให้ประชาชนหรือคนที่สนใจได้รับทราบ ไม่ใช่เปึนความลับ เหมือนในบางประเด็นที่อาจจะเปึนความลับของผู้ประกอบการ ในส่วนนั้นก็จะต้อง

ถูกคัดแยกออกไปต่างหากซึ่งอาจจะไม่เป่ดเผย หรือว่าจะมีโพรเซส (Process) การเป่ดเผย อีกแบบหนึ่ง เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ขั้นริเริ่มโครงการและตลอ ดทุกขั้นตอน ปรับกระบวนการพิจารณาโดยต่อไปนี้เราจะให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอน ด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ รวมทั้งเอ็นจีโอ (NGO) ที่อยู่ ในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและด้านสุขภาพเข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็นในอีไอเอ ไม่ต้องรอจนกระทั่งคณะกรรมการผู้ชํานาญการ หรือ คชก. พิจารณาเสร็จแล้วค่อยให้ความเห็น เราจะจัดกระบวนการให้เปึนลักษณะคู่ขนานไป อาจจะมาอยู่ข้าง ๆ คชก. อาจจะมาอยู่ใน คชก. หรืออย่างไรก็แล้วแต่ที่ในกระบวนกา รก็แล้วแต่การพิจารณาความเหมาะสม แต่ประเด็นสําคัญคือเราอยากให้สถาบันการศึกษากับเอ็นจีโอที่เกี่ยวข้องกับโครงการในพื้นที่ ที่โครงการนั้นจะไปตั้งอยู่ได้เข้ามามีโอกาสได้ให้ข้อคิดเห็นต่อไปด้วย นี่คือการที่ปรับปรุงใหม่ เขาจะมีโอกาสเข้ามาแสดงข้อคิดเห็นว่าถ้าโครงการไปเกิดที่ตรงพื้นที่บริเวณบ้านเขา เขาห่วงเรื่องอะไร ข้อมูลที่อีไอเอเก็บมามั นล้าสมัยไปหรือเปล่า ข้อมูลมันขาดเรื่องนั้น ข้อมูลเรื่องนี้ไม่จริงอะไรนี่ ทุกคนจะมีโอกาสเข้ามาพูดตั้งแต่พร้อม ๆ กันกับที่คณะกรรมการ ผู้ชํานาญการ หรือ คชก. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงาน ซึ่งเราถือว่าถ้าเราปรับ ได้อย่างนั้นทุกสิ่งที่ประชาชนเปึนห่วงจะได้รับการรับฟั งจาก คชก. แล้วประเด็นเหล่านั้น ควรที่ คชก. หยิบมาเปึนประเด็นที่เสนอให้กับเจ้าของโครงการต้องรับไปดําเนินการแก้ไข เราส่งเสริมวิชาชีพผู้จัดทํารายงาน รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบที่เข้มงวด หมายถึงคนที่จะทํา อีไอเอได้นี่ปกติต้องจดทะเบียนกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่ต่อไปนี้จะมีการดึง พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งออกมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ มาใช้กํากับดูแลคนทํารายงานอีไอเอด้วย ซึ่งจะมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและ ทางอาญา สูงสุดก็หมายถึงริบใบอนุญาตหรือมีทําผิดด้วย ก็จะถูกนําเอามาใช้กับบริษัท ที่จัดทําอีไอเอเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเขาจะถูกคุมโดย พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอีกทางหนึ่ง รวมทั้งกระทั่งคนที่จะมาทําการติดตาม ตรวจสอบเมื่ออีไอเอ เห็นชอบไปแล้ว ติดตามตรวจสอบการดําเนินงานของโครงการ จะมีผู้ที่เข้ามาทําการติดตาม ตรวจสอบที่ต้องจดทะเบียนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่นเดียวกัน เพื่อให้ทุกอย่างเปึนมาตรฐาน แล้วในประชาชนเองท่านก็มีโอกาสที่จะเข้ามา

มีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบให้ข้อมูลด้วยเช่นเดียวกัน การปฏิรูปอีไอเอ ใน ๓ ระดับ ทั้งระดับเอสอีเอ อีไอเอ และเอ็มอีแอนด์เอแล้ว

ในคําย่อที่ดิฉันใ ช้นี้จริง ๆ ไม่อยากใช้ภาษาอังกฤษ แต่มันกระชับมากขึ้นเยอะเลยนะคะ กระบวนการพิจารณาอีไอเอมันเริ่มต้นตั้งแต่การริเริ่มโครงการ ที่ดิฉันนําเรียนว่ากำรริเริ่ม โครงการในรูปสีม่วงนี้จะเป่ดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มีการรับฟังความเห็นตั้งแต่ต้น ถ้าโครงการนั้นฟังดูแล้วจะเปึนปัญหากับพื้นที่มากกว่า ผลได้จากโครงการอาจจะไม่คุ้ม กับที่ลงทุน โครงการนั้นก็ไม่ต้องทําอีไอเอ ก็เลิกกันไปตั้งแต่ขั้นตอนที่รับฟังความเห็น ในขั้นตอนนั้น มันก็จะมาถึงสเตป (Step) ต่อมา ถ้าเห็นว่าเกิดได้ก็มีการกําหนดขอบเขต ของการศึกษาอีไอเอ มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วก็จัดทํารายงานร่างออกมา แล้วก็ มีการพิจารณารายงาน ที่ดิฉันเรียนว่าการพิจารณารายงานจะมีองค์ประกอบของสถาบันศึกษา กับเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมาร่วมให้ข้อคิดเห็นในขั้นตอนพร้อม ๆ กับ คชก. และการอนุมัติโครงการ หลังจากนั้นรูปสุดท้ายสีแดงที่ท่านเห็นในจอคือการติดตาม ตรวจสอบ ซึ่งตัวนี้จะเปึนตัวบ่งชี้ที่สําคัญว่ามาตรการลดผลกระทบที่ คชก. เห็นชอบให้หน่วยงานรับไป ปฏิบัตินั้นได้รับการดําเนินการหรือไม่ เกิดผลดีขึ้นหรือว่าแย่ลงกว่าเดิม จะต้องมีการปรับแก้ อย่างไร นํากระบวนการกลับมาดูใหม่ ในรายละเอียดการริเริ่มโครงการ ถ้าท่านดูในเอกสาร จะเขียนไว้ชัดเจนว่าเราเป่ดเผยข้อมูลของโครงการตั้งแต่เบื้องต้นเลยนะคะ แสดงความสอดคล้อง กับแผนยุทธศาสตร์เอสอีเอ ถ้ามีการศึกษาไว้ก่อนแล้ว แต่ถ้ายังไม่มีอันนี้ก็ต้องปล่อยไป รอจนกว่าเอสอีเอจะเกิดขึ้น มีการปรึกษากับประชาชนแล้วก็หน่วยงานใ นพื้นที่ มีการรับฟังความคิดเห็น สรุปผล จัดทําฐานข้อมูลผู้แสดงความคิดเห็นเพื่อตอบสนอง ผู้ให้ความเห็นและประชาชนได้รับทราบว่าประเด็นของเขาได้รับการดูแลอย่างไร วิเคราะห์ รูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในอดีตที่ผ่านมาโครงการพัฒนาหลายโครงการ มีการระบุไปเลยว่าโ ครงการจะเกิดที่นั่นที่นี่ ไม่มีทางเลือกว่าโครงการถ้าไม่ตั้งตรงนี้ จะไปตั้งที่ไหน แต่ถ้าเมื่อไรเราทําเอสอีเอมันจะมีการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ด้วยว่า โครงการลักษณะนี้ควรจะตั้งอยู่ตรงพื้นที่ตรงนี้ด้านบน หรือควรจะขยับไปลงข้างล่าง ซึ่งมีผลกระทบน้อยกว่า เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะได้รับการพิจารณาตั้งแต่เบื้องต้น โดยที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการพิจารณารายงานอีไอเอ เราเป่ดเผยรายงาน ฉบับที่ คชก. หรือคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณาให้ทุกคนได้รับทราบ ปรับองค์ประกอบของ คชก. ดิฉันเรียนไปแล้วว่าถ้าเปึนโครงการที่เข้าข่ายรุนแร ง

๑๑ ประเภทอยู่ในขณะนี้ ให้เพิ่มองค์ประกอบของผู้แทนองค์กรเอกชนและ สถาบันอุดมศึกษามาร่วมให้ข้อคิดเห็น เหมือนกับองค์การอิสระที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน ตามมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราล้อกระบวนการมาว่าในเมื่ออยากให้ มีสถาบันการศึกษากับองค์กรเอกชนที่อยู่ในพื้นที่เข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็น ดิฉันก็ปรับให้เข้ามา อยู่ในกระบวนการการพิจารณารายงานของ คชก. ไปพร้อม ๆ กันเพื่อที่จะให้เสียงของเขา ได้ยินและได้รับการนําไปเสนอในมาตรการแก้ไขทั้งหลาย

ประเด็นต่อไปนะคะ เรื่องอีเอชไอเอหรือโครงการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ว่า รุนแรง ๑๑ ประเภท กับองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม จากการนําเสนอคราวที่แล้ว ดิฉันนําเรียนที่ประชุมว่าประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเราจะเสนอในรูปแบบไหน แต่วันนี้ จบการศึกษาแล้วคณะอนุกรรมาธิการเสนอว่าเราจะเลือกบูรณาการภารกิจให้ความเห็น ประกอบขององค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเข้าสู่กระบวนการพิจารณารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ทั้งนี้เพื่อลดขั้นตอน ระยะเวลา โดยปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ให้มีการแต่งตั้งผู้แทน จากองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และด้านสุขภาพ ในพื้นที่ตั้งของโครงการ นี่คือ ส่วนที่เราเฉพาะเจาะจงว่าต้องเปึนผู้ที่มาจากพื้นที่ตั้งโครงการ ไม่ใช่โดยทั่ว ๆ ไป ให้เข้ามา มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นประกอบในโครงการ แล้วทางเลือกก็คือเราเชื่อว่าถ้าเรา เลือกแบบนี้จะเกิดผลดีขึ้น คือรายงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็หมายความว่าความเห็นของ ๒ สถาบันกับเอ็นจีโอจะได้รับการได้ยินและพิจารณาเอามาใส่ สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ ในการตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ตั้งขึ้นตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ยังคงเจตนารมณ์ไว้อยู่ สามารถลดระยะเวลาขั้นตอน การพิจารณา ลดค่าใช้จ่าย แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ คชก. สามารถตอบสนองความคิดเห็นของชุมชนได้โดยตรง เพราะผู้แทนชุมชนสามารถ เข้ามาพูดใน คชก. ได้ว่าตัวเองมีความห่วงกังวลเรื่องอะไร ประเด็นเหล่านั้นจะได้รับ การพิจารณานะคะ จริง ๆ แล้วการให้ความเห็นประกอบของผู้แทนสถาบันอุดมศึกษากับ เอ็นจีโอยังมีความไม่ชัดเจนว่าเราควรจะให้เข้ามาอยู่ในองค์ประกอบของ คชก. หรือจะเปึนแค่ ผู้ที่มาร่วมให้ข้อคิดเห็นอยู่พร้อม ๆ กับองค์ประกอบ คชก. ซึ่งในส่วนนี้ดิฉันคิดว่าจะต้องเปึน

หน้าที่ของหน่วยงานที่เขาดูแลเรื่องนี้พิจารณา ความเหมาะสมในเรื่องต่าง ๆ ที่จะทําให้ งานมันเดินได้

ในรายละเอียดในเรื่องการปฏิบัติอาจจะเปึนได้ ๒ ทางคือเข้ามาร่วมเปึน คชก. ในเฉพาะเรื่อง เฉพาะโครงการ เฉพาะนั้น หรือว่าเวลาโครงการรุนแรงลักษณะนี้เข้ามาจะมีชุดนี้เข้ามาเปึน องค์เสริมต่างหาก แล้วก็อย่างโดยเร็วอีเอชไอเออันนี้ผ่านไปแล้ว การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เราได้เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบและประเมินผล เพิ่มระบบใบอนุญาต ผู้จัดทํารายงาน ติดตาม ตรวจสอบ ต่อไปนี้จะเปึนการบังคับให้การติดตาม ตรวจสอบ เปึนเรื่องที่ต้องทําตามกฎหมาย เจ้าของโครงการต้องทํา ต้องส่งรายงาน และผู้ที่ไปทําการติดตาม ตรวจสอบต้องจดทะเบียน ต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งต้องเป่ดเผยผลของการติดตาม ตรวจสอบให้กับสังคมทราบด้วยนะคะ

ส่วนกลไกที่จะนําไปสู่การปฏิบัติ อนุกรรมาธิการเสนอให้มีการปฏิรูป กฎหมายกับปฏิรูปองค์กร ๒ ด้านนะคะ ในเรื่องกฎหมายเราเสนอให้มีการแก้ไข พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขกฎหมาย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอีไอเอแก้ไขประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการอีไอเอทั้งหมด แก้ไข กฎกระทรวงเกี่ยวกับผู้มีสิทธิทํารายงานอีไอเอ เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ภายใต้ พ.ร.บ. วิชาชีพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปด้วย เปึนข้อกําหนดเพิ่ม เพิ่มระบบอนุญาตผู้จัดทํารายงาน การติดตาม ตรวจสอบผ่านกลไก พ.ร.บ. วิชาชีพ พูดมาแล้วนะคะ

ส่วนองค์กรนี้เสนอให้มีการปรับปรุงสํานักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเดิมอยู่ในสํานักงานนโยบายและแผนทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าน่าจะเปึน หน่วยงานระดับกรมหรือแยกเปึนอิสระ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องมีการศึกษาเรื่องนี้ โดยเฉพาะ เพราะว่าหน่วยงานสํานักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะต้องทําความเห็นชอบ ต่ออีไอเอเสนอต่อหน่วยงานผู้อนุญาต ซึ่งถือว่าเปึนคําสั่งทางปกครอง และเราได้ศึกษามาว่า องค์การมหาชนไม่สามารถทําคําสั่งทางปกครองได้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็ต้องมีการศึกษา ในรายละเอียดต่อไปว่าจะเปึนรูปแบบไหนที่จะสามารถทําคําสั่งทางปกครองได้ แล้วก็เปึน หน่วยงานที่มีความคล่องตัวเปึนอิสระมากขึ้น

ในประเด็นแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมแล ะรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ที่จะเสนอต่อไปก็คือกําหนดกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้ ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นริเริ่มโครงการจนถึงการติดตาม ตรวจสอบซึ่งเปึนขั้นสุดท้าย

ปรับปรุงกลไกการเพิ่มคุณภาพในการจัดทํารายงานโดยโครงการส่งเสริมวิชาชีพ การจัดทํา รายงานที่เข้มงวดขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ในกรณีที่ทํารายงานเท็จก็จะมี บทลงโทษที่รุนแรงนะคะ ให้มีการกระจายการพิจารณารายงานบางประเภทไปยังระดับ จังหวัด คือแทนที่อีไอเอหรืออีเอชไอเอ หรือรายงานประเภทต่าง ๆ ต้องส่งไปที่ส่วนกลาง ทุกโครงการ ต่อไปนี้ทางหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดําเนินการไปแล้วก็คือกระจายอํานาจไปให้พื้นที่ระดับจังหวัดเสนอแล้วก็พิจารณารายงาน ได้เอง ซึ่งต่อไปนี้ก็อาจจะต้องเขียนให้มันเปึนกฎหมายที่กระชับ ชัดเจนขึ้นนะคะ แล้วก็มี การเก็บค่าธรรมเนียมการพิจารณารายงานการวิเครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา รัฐบาลซัพพอร์ต (Support) การพิจารณารายงานของทุกโครงการไม่ว่าจะเปึนภาครัฐ หรือภาคเอกชน แต่ต่อไปนี้มีข้อเสนอจากทุกภาคส่วนที่เข้ามาร่วมในการจัดทําพิจารณา ปฏิรูปครั้งนี้ว่าควรมีการเก็บเงิ นค่าพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากผู้ประกอบการที่เปึนภาคเอกชน แล้วก็เอาเงินส่งเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อม และกําหนดว่า ให้เงินกองทุนสิ่งแวดล้อมนี้สามารถนํามาใช้สนับสนุนกระบวนการพิจารณารายงาน และการติดตาม ตรวจสอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่จะใส่ในพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมคือเพิ่มความชัดเจน ในเรื่องบทบาทของ สผ. เกี่ยวกับเรื่องการติดตาม ตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นนะคะ ให้มี การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ ในส่วนของการติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติการตามมาตรการที่เสนอไว้ในรายงาน อีไอเอ แต่อนุกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า สผ. เองมีข้อจํากัดในเรื่องปริมาณเจ้าหน้าที่ กับปริมาณงานที่รับผิดชอบจํานวนมาก เพราะฉะนั้นเห็นสอดคล้องกันว่าควรจะมอบให้ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้อนุญาตโครงการทําตัวเปึ นพนักงานมีหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบการดําเนินการตามมาตรการลดผลกระทบด้วย ทั้งนี้จะเขียนลงไปในกฎหมาย เปึนภาคบังคับว่าต้องทําและมีผลถ้าไม่ได้ดําเนินการตามนั้น ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันนําเสนอ สั้น ๆ คร่าว ๆ ขอบพระคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภา แล้วก็ เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคนนะครับ ผมในฐานะอนุกรรมาธิการของอีไอเออันนี้ก็อยากจะสรุป

ภาพรวมให้เห็นสั้น ๆ นะครับ เพราะท่านอรพินท์ก็กล่าวไปหมดแล้ว เราอาจจะมองไม่เห็น ภาพรวมกันนิดหนึ่งนะครับ ภาพรวมของเราก็คือว่ารายงานทั้งหมดนี้ได้ผ่านการประชุม การสัมมนาทางวิชาการมาหลายครั้ง อันนั้นคือข้อแรกนะครับ เราเริ่มตั้งแต่ประชุมครั้งแรกสุด ก็คือเราต้องการจะนําเสนอว่ามันควรจะต้องแบ่งเปึน ๓ ขั้นตอน ก็คือก่อนหน้าอีไอเอ แล้วก็ หลังจากนั้น จากนั้นการเสวนาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ของเราก็เจาะลึกไปที่ว่าขั้นตอนเอสอีเอ ควรจะต้องทําอะไรบ้าง อีไอเอต้องทําอะไรบ้าง เอ็มอีแอนด์เอควรจะต้องมี อะไรบ้าง จากนั้นเราก็ประมวลทั้งหมดมารวมกันนะครับ ซึ่งถ้าเกิดภาพที่เราอาจจะเห็นว่ามีความขัดแย้ง ในบางโครงการที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ทุกโครงการนะครับ บางโครงการมันจะหายไปได้อย่างไร ในการปฏิรูปในครั้งนี้นะครับ มันก็จะเห็นภาพชัดว่าอย่างแรกสุดเวลาเราจะเริ่ม โครงการ หน่วยงานภาคเอกชนหรือภาครัฐจะเริ่มโครงการมันก็ต้องมีแผนเอสอีเอที่ชัดเจน กติกาที่จะจู่ ๆ เกิดอะไรโผล่ขึ้นมาข้าง ๆ บ้างมันก็จะลดน้อยลงเพราะว่าประชาชนก็มีส่วนร่วม ตั้งแต่เรื่องของเอสอีเอ กระบวนการที่ว่าอะไรควรจะอยู่ตรงไหน ซึ่งอันนี้ก็จะไปสอดคล้องกับ เรื่องของการทํา ผังภาค ผังเมือง คณะกรรมการผังเมืองที่พูดกันไปแล้วด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ ก็จะได้รู้ว่ามันควรจะอยู่ตรงไหน อย่างไร แล้วก็ ประชาชนก็จะได้มีส่วนในการบอกว่าถิ่นฐานของ เขาหรืออะไรของเขาเหมาะสมอย่างไร ก็คือเปึนการรวมเข้ามา ไม่ใช่เปึนการกําหนดโดยภา ครัฐอย่างเดียวนะครับ อันนั้นก็คือ เรื่องของเอสอีเอที่จะช่วยลดความสับสนและความฉับพลันของโครงการที่เกิดขึ้น แล้วก็ กลายเปึนประเด็นว่าทําไมจู่ ๆ โผล่ขึ้นมา นั่นคือข้อแรก

ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของอีไอเอ อีไอเอก็ชัดเจนอยู่ว่าในเรื่องของกระบวนการ อีไอเอเราก็พยายามที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หมายความว่าเดิมทีชาวบ้านต้องไป ยื่นจดหมายที่นั่น ที่นี่ ที่โน่น ถ้าเกิดทั้งกลุ่มชาวบ้าน ทั้งกลุ่มเอ็นจีโอหรือรวมทั้งนักวิชาการ ต่าง ๆ ที่เห็นว่ามีประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็เข้ามาสู่กระบวนการอีไอเอให้ชัดเจนว่าอีไอเอ ตอนจบจะต้องมีการตรวจสอบ มีการติดตาม มีการควบคุมในเรื่องผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ตรงไหน ตรงไหน ตรงไหนบ้าง อันนั้นก็คือข้อกําหนดที่เกิดขึ้นในอีไอเอโดยการมีส่วนร่วม ที่ท่านอรพินท์พูดไปแล้ว หลังสุดพอโครงการนี้ลงไปปุ็บกลายเปึนเอ็มอีแอนด์เอ จากการเสวนา ของเรา สัมมนาของเรา เราพบว่าจริง ๆ แล้วปัญหาที่สําคัญมันอยู่ตรงท้ายสุดนี่แหละครับ มันอยู่หัวกับท้าย อีไอเอเปึนแค่พาร์ ต (Part) หนึ่ง ถ้าเกิดหัวเขารู้ล่วงหน้ามันก็สบายใจ

ไปส่วนหนึ่ง ท้ายนี่แหละตัวปัญหา เพราะว่าหลายต่อหลายโครงการที่เกิดปัญหาและทําให้ ชาวบ้านหรือประชาชนฝังใจในสิ่งที่รู้สึกว่ามันไม่เห็นเปึนอย่างนั้นเลย มันอยู่ตรงท้าย นี่แหละครับ เพราะว่าอีไอเอกําหนดแต่ไม่เกิดขึ้นในความเปึนจริง ไม่ได้มีการติดตามควบคุม หรือกว่าจะตรวจสอบติดตามว่ามันเปึนตามอีไอเอหรือเปล่ามันก็เสี ยเวลามากมาย เพราะฉะนั้นเราก็ให้ความสําคัญกับตรงท้ายอย่างมากนะ ครับ เพราะว่าก็ต้องมีนักวิชาการ มีหน่วยงานหรือเจ้าของโครงการก็ต้องรายงานเอ็มอีแอนด์เอให้เราทราบเปึนระยะโดยที่มี บริษัทที่ปรึกษาหรือใด ๆ ก็ตามที่ได้รับ การควบคุมโดยสภาวิชาชีพเปึนผู้ช่วยตรวจสอบ ถ้าเกิดเขาตรวจสอบแล้วติดตามมาปรากฏว่ามันไม่เปึนอย่างในอีไอเอ เขาก็มีความผิด มันก็จะ กลับไปสู่การควบคุมเอ็มอีแอนด์เอ ก็คือการติดตามว่าปล่อยควันพิษแค่นี้จริงหรือเปล่า ปล่อยน้ําเสียแค่นี้จริงหรือเปล่าอย่างชัดเจน แล้วก็ถ้าเกิดไม่กระทําก็จะมีความผิดอย่างชัดเจน แล้วมันก็จะกลับมาล็อกอยู่กับอีไอเอขั้ นต้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้วดูแล้ว มันรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่เห็นมีอะไรแปลก ๆ ที่เราเคยคุยกันเลย แต่จริง ๆ แล้วขั้นตอน ที่เปึนปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะเปึนหัวใจของปัญหานี่ได้รับการแก้ไขในส่วนที่เราได้นําเสนอ ในครั้งนี้นะครับ ผมก็คิดว่าก็คงจะทําให้พว กเราเข้าใจมากขึ้น เพราะว่าอีไอเอมันเปึน เรื่องอะไรที่ค่อนข้างที่จะซับซ้อนแล้วก็เกิดปัญหามาเปึนระยะนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลย ฝากไว้ แล้วก็จริง ๆ คณะอนุกรรมาธิการทั้งหมดก็อยากฟังความคิดเห็นจากพวกท่าน เปึนอย่างมากนะครับ เพราะว่าเราจะได้ช่วยกันอุดช่องโหว่ที่ทําให้ ในอนาคตปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ จะได้หมดไป แล้วก็การพัฒนาอย่างยั่ งยืนจะได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

หมดแล้วนะคะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

นําเสนอครบถ้วนแล้วครับ ท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ท่านก็ได้รับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการในเรื่องการปฏิรูประบบ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วนะคะ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายให้ความเห็นค่ะ โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเคยนะคะ ท่านแรกขอเชิญท่านเกษมสันต์ จิณณวาโส ค่ะ

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๖ เรื่องแรกคือเรื่องที่ทาง คณะอนุกรรมาธิการเสนอเรื่องการปฏิรูประบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมมายังที่ประชุม จริง ๆ ในชุดนี้ผมก็มีโอกาสเข้าร่วมหลายครั้ง แต่แต่ละครั้งที่เข้าร่วมนี่พอมีข้อสรุปสุดท้าย ก็พอครั้งไหนไม่ได้เข้าข้อสรุปก็เปลี่ยนไปเรื่อย ก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้มีการหำรือนั้น เปึนข้อยุติในการประชุมแต่ละครั้ง พอครั้งต่อไปก็เปลี่ยนไปอีก

ประการที่ ๑ ผมอยากนําเรียนอย่างนี้ว่าการที่ใช้ชื่อคําว่า การประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อม ถ้าไปใช้คําภาษาอังกฤษว่าแอสเซสเมนต์ แอสเซสเมนต์นี่ทําได้ในระบบ ก็คือเปึนพรีแอสเซสเมนต์ (Pre-Assessment) กับโพสต์แอสเซสเมนต์ (Post-Assessment) พวกนี้เขาจะใช้ในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของโครงการว่าก่อนที่จะทําโครงการอะไร ต่าง ๆ นั้นจะทําอย่างไร เสร็จแล้วถึงมาทําฟ่ซิบิลิตี สตัดดี (Feasibility study) คือการศึกษา ความเปึนไปได้ เมื่อทําการศึกษาความเปึนไปได้เสร็จถึง จะมาทําในเรื่องรายละเอียดของ โครงการ นี่คือในกระบวนการจัดเตรียมและการวิเคราะห์โครงการ คือถ้าตรงนี้ท่านยังไม่แน่ใจ ผมแนะนําอย่างนี้ อยากให้ไปดู ผมเขียนไว้เปึนตําราเกี่ยวกับเรื่องการจัดเตรียมและวิเคราะห์ โครงการให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชของคณะเศรษฐศาสตร์ท่านไปหาอ่านดู

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากนําเรียนก็คือว่าสิ่งที่เราพูดกันนี่เราบอกว่าแล้วเราได้ เสนอแก้ไขในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เราก็ตกลงกันว่าทุกอย่างเราจะมาพบกัน ที่จุดแรกก็คือตั้งแต่วางระบบการคิด จัดเตรียมโครงการ ถ้าทุกอย่างมันเริ่มต้นตั้งแต่ตรงนี้ ประเด็นต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นที่เปึนความขัดแย้งที่ท่านกล่าวถึงนี่เปึนความขัดแย้ง ผมนําเรียนให้ท่านดูว่าจาก ๑,๔๐๐ กว่าโครงการ ในช่วงป้ ๒๕๕๗-๒๕๕๙ นั้น ที่มีคนมา ประท้วงหรืออะไรต่าง ๆ ส่วนใหญ่เขามาร้องขอเราในเรื่องของการให้ข้อมูลข่าวสารทั้งนั้น ไม่ได้ประท้วงในเรื่องระบบการจัดทําอีไอเอเลย ซึ่งท่านก็ทราบเรื่องข้อมูลตรงนี้ดี ระบบที่เรา

ทําอยู่นี่เปึนสแตนดาร์ด (Standard) ที่เราเอารูปแบบของยูเอสอีพีเอ (USEPA) มา ซึ่งเปึนรูปแบบที่ ๑๒๖ ประเทศนี่เขาทํา

ประการที่ ๓ ในเรื่องของ กอสส. ผมเคยอภิปราย ท่านเองยังเคยเสนอให้ยุบ ด้วยซ้ําไป ผมเคยอภิปรายให้ไปประเมินผลก่อน ถ้ามันไม่ได้เรื่องว่าการทํางานที่ผ่านมานี่ ค่อยมาพิจารณาว่าจะปรับปรุงอย่างไร สุดท้ายตัวท่านเองก็จะเอา กอสส. มาร่วมกับ คณะกรรมการผู้ชํานาญการ ซึ่งมันคนละเรื่อง เพราะว่าคนละบทบาท พื้นฐานที่มา ก็คนละเรื่อง เพราะคณะกรรมการผู้ชํานาญการ เราต้องการผู้ชํานาญการที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะทาง อย่างเช่น ท่านที่เปึนกรรมาธิการอยู่กับท่านนี่ท่านก็จะเชี่ยวชาญ เรื่องขยะ เรื่องอากาศ เรื่องน้ําเสีย ดอกเตอร์สุภัทนี่มาเปึนคณะกรรมการผู้ชํานาญการได้ อย่างนี้ผมก็ยอมรับ เพราะว่าอดีตท่านก็เคยเปึนอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เรื่องอีเอชไอเอ ผมก็เคยนําเรียนกับท่านว่าเปึนเรื่องที่มันถูกตั้งขึ้นมาตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่มาก็คือมาจากคณะกรรมการ ๔ ฝ์ายเสนอ ขณะนี้อีเอชไอเอซึ่งกําหนดไว้ ๑๑ ประเภท ๑๑ ประเภทที่กําหนดแล้วมีคนต่อว่าอยู่เรื่อย ๆ ก็คือกระบวนการรับฟังความคิดเห็น คําถามคือ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนคนเขียนระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ

คณะกรรมการ ๔ ฝ์ายเปึนคนเสนอมาให้เราครับให้เราไปโพรเซส (Process) ขณะนี้ กราบเรียนท่านผมได้แก้ไขระเบียบนี้แล้วว่าตั้งแต่การทําคอร์ ๑ (Core 1) คอร์ ๒ (Core 2) คอร์ ๓ (Core 3) ให้เป่ดเผยข้อมูลให้หมด ทําไมผมต้องการอยากให้เป่ดเผยข้อมูลให้หม ด เพราะว่าการเป่ดเผยข้อมูลให้หมดเปึนข้อดีที่ทุกคนจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร จะได้ให้ความเห็น จะได้ลดความขัดแย้ง จะเพิ่มความโปร่งใสให้กับโครงการนั้น ๆ เรื่องที่สําคัญคือเรื่องของ เอสอีเอเมื่อกี้กล่าวสั้น ๆ ก็คือเราเคยบอกว่าเราอยากจะให้เปึนเรื่องของการประเมิน ยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ท่านอย่าลืมนะครับท่านตกลงกับผม เรื่องนี้มาก่อน แต่วันนี้เรื่องเศรษฐกิจกับสังคมหาย ท่านยังกลับมาเปึนเรื่องสิ่งแวดล้อม เหมือนเดิม ถ้ามันเปึนเรื่องการประเมินเชิงยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผมก็นําเรียนท่านครับ เรื่องนี้ไปสอดคล้องกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนา ที่ยั่งยืนที่สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปึนฝ์ายเลขานุการ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนผู้ช่วยเลขานุการ เพราะฉะนั้นตรงคณะกรรมการชุดนั้นเขาจะดู ภาพรวมที่เราพยายามมองให้เห็นว่า เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนใน ๓ สาขา คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไปเชื่อมโยงกับ เรื่องนี้ที่ท่านกล่าวถึงก็คือการวางผังเมือง การจัดการพื้นที่เฉพาะ หรือแม้แต่เราจะมีโครงการ สําคัญอะไรขึ้นมาสักโครงการ ถ้าเอาโครงการนี้ไประบุไว้ ในการวางผังเมืองแล้วเรา รับฟังความคิดเห็นใช้ระบบเอสอีเอในเชิงที่ท่านเสนออาจจะไม่ได้ มันเปึนเพียงด้านเดียวคือ ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าทําในเชิงยุทธศาสตร์ที่ผมนํา เรียนก็คือเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมนั้นทุกอย่างก็จะครบถ้วน

สุดท้ายขออนุญาตท่านประธานใ ช้เวลาเกินไป นิดหนึ่งคือในกฎหมาย พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมกําหนดว่าทุก ๆ โครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอีไอเอ จะต้องมีการติดตาม ประเมินผล ทีนี้ผมได้ยินท่านนําเสนอว่าจะมีการติดตามประเมินผล ซึ่งมันผิดรูปแบบหมด ไปอยู่กับหน่วยงานอนุญาต เดี๋ยวคนเขาก็จะมาต่อว่าอีกว่าการติดตามประเมินผลอนุมัติเอง ทําเอง ประเมินผลเอง ผมว่าเรื่องพวกนี้ถ้าท่านจะกรุณาช่วยลองกลับไปพิจารณาทบทวน อีกสักทีเถอะครับ เพื่อให้ทุกอย่างมันเปึนไปตามที่เราเคยหารือกันบ้าง แล้วก็มันเปึน แสตนดาร์ดไดซ์ (Standardize) ที่ทุก ๆ หน่วยงานเขาทํา ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคงไม่ต่อว่านะคะเพราะว่ำท่านเปึนปลัดกระทรวงแล้ วก็ รับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรงเราจึงอยากฟังเหมือนกันแล้วบังเอิญวันนี้พอมีเวลาดิฉันก็เลย อนุญาตท่าน รายนามที่มีอยู่ในมือขณะนี้ต่อไปเปึนท่านอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ท่านเจน นําชัยศิริ ท่านรองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล และท่านรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ขอเชิญท่านอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ค่ะ

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ได้อ่านในเรื่องของรายงานก็ดีนะครับ มีความรู้สึกว่ากรรมาธิการ ต้องการที่จะทําให้ปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องอีไอเอก็สอดคล้องความต้องการของนักลงทุน เพราะนักลงทุนก็บ่นอยู่ตลอดเวลาว่าอีไอเอพิจารณาล่าช้ามากจะทําอย่างไรให้มีความรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น แต่ผมอ่านลงไปลึก ๆ แล้วผมกลับมีความกังวลใจว่าที่เราบอกว่าจะให้เร็วขึ้น มันก็จะช้าลง เพราะว่าหลายเรื่องที่ใส่เข้าไปมันทําให้สโคป (Scope) ของการทํางาน ของนักลงทุนก็จะมากขึ้นกว่าเดิมแม้กระทั่งการลงทุนที่เปึนของภาครัฐ วันนี้เราต้องยอมรับว่า โครงการใหญ่ ๆ ของภาครัฐนอกจากรัฐลงทุนแล้วก็ยังมีรัฐวิสาหกิจ และเปึนการลงทุนร่วมกัน ระหว่างรัฐกับเอกชนที่เราเรียกว่าโครงการ ๓ พี (3P) นี่นะครับ ก็คือพับลิ ก ไพรเวต พาร์ตเนอร์ชิป (Public Private Partnership) เพราะฉะนั้นสิ่งที่อ่านแล้วและผมก็พูดกับ ทุกเซกชัน (Section) คือเรื่องของเอสอีเอ พูดตามตรงก็คือด้วยความห่วงใยเรื่องเอสอีเอ จริง ๆ ว่าถ้าเอสอีเอเราดูแค่มิติเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว โดยที่ไม่ดูมิติด้านอื่นก็คือ เรื่องเศรษฐกิจและสังคมอย่างที่ท่านปลัด กระทรวงเกษมสันต์พูดก็อาจจะทําให้การพัฒนา ของประเทศของเราอาจจะทําไม่ค่อยได้ หรืออาจจะทําก็มีความล่าช้ามาก เอสอีเอ ที่เขียนเอาไว้

ถึงแม้ว่าทางภาครัฐจะเปึนผู้ดําเนินการก็ตาม แต่ผมเรียนว่าหน่วยงานที่ท่านระบุเอาไว้ เขาไม่มีศักยภาพในการทํา แล้วผมก็คิดว่าจะทําให้เกิดความชักช้าแล้วก็ความไม่เข้าใจ อย่างเช่น ด้านพลังงาน ท่านพูดถึงสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ซึ่งเขาก็ไม่เคยทําเรื่องนี้ แม้กระทั่งท่านพูดถึงสภาพัฒน์ ท่านอยากจะเติมคําว่า เศรษฐกิจ สังคม แล้วก็ไปเติมเรื่อง สิ่งแวดล้อมลงไปว่าสภาพัฒน์จะต้องทําหน้าที่นี้ด้วย ผมดูผมก็ยังมีความห่วงใยว่าหน้าที่ ของสภาพัฒน์ในการที่จะไปสํารวจหาข้อมูลแล้วก็ประเมินในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนี่ เขามีศักยภาพในการทําเรื่องนี้หรือเปล่า แล้วการเติมชื่อเข้าไปนี่จะต้องไปแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับสภาพัฒน์เกือบทั้งหมดเลย ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะทําได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของเอสอีเอผมยังคิดว่าถ้าจะทําก็คงต้องให้เกิดความชัดเจนว่ามันทําโดยใคร อย่างไร แล้วก็มีกระบวนการ แล้วก็มีสโคปหรือรายละเอียดของการทําเอสอีเอขนาดไหน อย่างไร ไม่อย่างนั้นผมเรียนว่าโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐ ไม่ว่าจะเปึน เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการตัดถนนหนทาง หรือโครงการใหญ่ ๆ ทั้งหลายโครงการ ทําแล้วจะติดขัดไปว่า มันสอดคล้องกับเอสอีเอหรือเปล่า เพราะการทําเอสอีเอ ถ้าเปึนเรื่องอีไอเอนี่การที่จะทําเรา จะต้องมีข้อมูลเยอะพอสมควร อย่างอีไอเอถ้าจะทําจะต้องมีการออกแบบเบื้องต้นเสียก่อน เพื่อจะมีข้อมูลในการที่จะใช้ในการประเมินเรื่องผลกระทบต่าง ๆ แต่การทําเอสอีเอเรามี ข้อมูลมากน้อยขนาดไหนในการที่จะใช้การประเมิน แล้วถ้าเราประเมินออกไปเราบอกว่า แคริง คาพาซิตี (Carrying capacity) ไม่สามารถจะรองรับได้ เรารู้ได้อย่างไรว่าจะมีโครงการ มากน้อยขนาดไหนลงไปในโครงการในพื้นที่นั้น สิ่งเหล่านี้มันจะทําให้เสียโอกาสในการลงทุน ตอนนี้กลับมาทางภาคเอกชนอีกนิดหนึ่งนะครับ ผมก็เปึนห่วงภาคเอกชน เพราะว่า โครงการใหญ่ ๆ ของภาคเอกชนก็มีเยอะ แล้วมีเยอะก็บอกว่าโครงการเหล่านี้ถึงเอกชน ไม่ต้องทําเอสอีเอก็ตามแต่ก็อาจจะต้องสอดคล้องกับเอสอีเอ คืออีไอเอต้องทําอยู่แล้ว แต่ว่า ไม่ต้องทําเอสอีเอแต่ต้องไปสอดคล้องกับเอสอีเอ แต่ถ้าเอสอีเอยังไม่ได้ทํา โครงการของเอกชน ก็ม้วนเสื่อก็คือนั่งเฉ ย ๆ ไม่ได้ทําอะไร ผมเปึนห่วงว่าสิ่งที่เกิดขึ้น กระบวนการที่ทําตรงนี้ จะทําให้การลงทุนลําบากขึ้น แล้วก็ทําให้ขั้นตอนต่าง ๆ ทําให้การลงทุนช้าลง ซึ่งตัวนี้ นักลงทุนไม่อยากได้ เราอยากได้กระบวนการที่มันรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผมอ่านดูในเรื่องของ กระบวนการอีไอเอจากการที่เคยเปึนกรรมการผู้ชํานาญการ ผมก็ยังไม่ค่อยเห็นว่ามันจะทําให้ เร็วขึ้นได้อย่างไร คือกระบวนที่เขียนมาทั้งหมดนี้เปึนภาพรวม แต่ว่าไม่ได้เห็นว่าอีไอเอ

จะอิมพรูฟ (Improve) ได้อย่างไรในกระบวนการประเมินแล้วก็การพิจารณา ส่วนอีกอันหนึ่ง ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเหมือนกันที่จะเอาตัวแทนจากองค์กรอิสระไปเปึนกรรมการผู้ชํานาญการ เพราะว่าเนื่องจากว่ากรรมการผู้ชํานาญการต้องมีศักยภาพ ความสามารถ ความรู้ในเรื่องของ การที่จะให้ความเห็นได้ ยกตัวอย่างเช่นโครงการป่โตรเคมีหรือโรงกลั่นน้ํามัน ถ้าเอา องค์กรอิสระไปที่เขาไม่ค่อยรู้เรื่อ งเขาก็จะไปคอมเมนต์ (Comment) อะไรซึ่งอาจจะ ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ควรจะเปึน ผมคิดว่าปัจจุบันนี้การพิจารณาแล้วก็ส่งให้คณะกรรมการอิสระ ในการพิจารณาดูอีกทีอันนั้นก็น่าจะเปึนทิศทางที่ดีอยู่แล้ว มีเรื่องนิดหนึ่งคือ เรื่องมอนิเตอร์ อิแวลูเอชัน แอนด์ ออดิต (Monitor Evaluation and Audit) นี่นะครับ คือมาตรการในการติดตามผล รวมทั้งการตรวจสอบด้วยผมคิดว่าเปึนเรื่องดีที่จะใช้ เทิร์ด ปาร์ตี (Third party) เข้ามาดําเนินการ เพราะว่ามีหลายโครงการมากในปัจจุบันว่า ที่ทําไปแล้วปรากฏว่าตั้งแต่เริ่มก่อสร้างก็เกิดปัญหารบกวนชาวบ้าน เกิดผลกระทบต่อชาวบ้าน แต่เนื่องจากว่าไม่มีการไปมีมาตรการในการเข้มงวดในเรื่องของการติดตามและตรวจสอบ อันนี้ก็ทําให้ประชาชนไม่ค่อยไว้ใจในการลงทุน เพราะฉะนั้นผมก็ยังเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องดี แต่ว่าก็คงจะดูในเรื่องของวิธีการว่าทําอย่างไรให้มีกา รทําได้เกิดผลจริง สุดท้ายผมเห็นว่า จะมีการตั้งอาจจะเปึนกรมอะไรขึ้นมาใหม่เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผมก็อยากให้ พิจารณาให้รอบคอบว่ามันมีความจําเปึนมากน้ อยขนาดไหนที่จะต้องทําถึงขนาดนั้น ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเจน นําชัยศิริ ค่ะ

นายเจน นําชัยศิริ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผม เจน นําชัยศิริ สมาชิกเลขที่ ๐๔๖ จริง ๆ แล้วประเด็น หลาย ๆ ประเด็นก็มีผู้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมก็เพียงจะเสริมในบางประเด็น แล้วก็จะ ขยายความ

เรื่องของเอสอีเอนี่เรียนว่าจริง ๆ แล้วโดยหลักการนั้นน่าจะถูกต้องก็คือมีการประเมินไว้ก่อน แต่อย่างที่ท่านผู้อภิปรายไว้ล่วงหน้า ก็คือจะต้องพิจารณาประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็สังคมไว้ด้วย มิเช่นนั้นผมเรียนว่าหลาย ๆ โครงการรวมทั้งโครงการของรัฐด้วยนี่ ก็อาจจะทําให้เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้ อาจจะต้องกลายเปึนไปทําในประเทศอื่น ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเราคงไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นแบบนั้น อันนี้ถ้าเรามองตามเนื้อผ้าว่าเอสอีเอ เราพิจารณารอบด้าน เราพิจารณาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งสังคม ทั้งสิ่งแวดล้อม แล้วโครงการ ที่เกิดขึ้นแล้วเวลาเราไปทําอีไอเอหรืออีเอชไอเอนี่มันสอดคล้อง พอมันสอดคล้องแล้วนี่ ตามหลักการแล้วมันก็น่าจะทําให้การทําอีไอเอ อีเอชไอเอนี่ผ่านได้ง่ายขึ้น เพราะว่า มันสอดคล้อง มันเปึนไปตามยุทธศาสตร์ของประเทศ มันเปึนไปตามวัตถุประสงค์ที่จะให้ เกิดขึ้น คําถามก็คือว่ามันสอดคล้องแล้วมันเร็วขึ้นหรือไม่ ประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของ ความรวดเร็ว ความกระชับของขั้นตอน แล้วก็ความแน่นอน ความชัดเจนของเกณฑ์กติกา ต่าง ๆ ที่จะทําให้มันเกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่านักลงทุนทุกฝ์าย นักลงทุนทั้งภาครัฐ ทั้งภาคเอกชนอยากจะให้มันเกิดขึ้น แล้วก็อยากจะเห็นความโปร่งใส ฉะนั้นประเด็นตรงนี้ เรื่องของเอสอีเอนี่ผมคิดว่าถ้าเราทําได้ครบถ้วนในทุกพื้นที่แล้วมันน่าจะทําให้กระบวนการ ทางอีไอเอ อีเอชไอเอรวดเร็วขึ้น กระชับขึ้น ตรงนี้ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการให้ช่วยไปดู ประเด็นตรงนี้นิดหนึ่งว่ามันควรจะทําให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นหรือไม่

ในขั้นตอนสุดท้ายคือเรื่องของการตรวจสอบ ติดตามผล ก็เห็นว่าดีครับ เปึนการเพิ่มเติมเข้ามาที่ดี แล้วก็เปึนการให้รางวัลผู้ที่ทําถูกต้อง ลงโทษผู้ที่ทําผิดแต่ให้รางวัล ผู้ที่ทําถูกต้อง อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ควรจะให้มีการดําเนินการในส่วนนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ผู้ที่มีความเปึนอิสระ ไม่ทําให้เกิดการครหาว่าอนุมัติเอง ตรวจสอบเอง ติดตามผลเอง อย่างนี้เปึนต้น ก็เห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้

ประเด็นที่ผมอยากจะขยายความก็คือเรื่องของท่อนตรงกลาง เมื่อกี้ท่อนบน ท่อนต้นกับท่อนท้ายได้กล่าวถึงไปแล้ว แต่ท่อนตรงกลางนี่ตามที่ได้มีผู้อภิปราย ไปแล้ว ผมมาดูในหน้า ๕ ของรายงานก็คือแผนภูมิเรื่องของระดับยุทธศาสตร์แล้วก็ระดับโครงการ ผมจะเห็นขั้นตอนที่บอกว่าปรึกษาหารือประชาชน แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในทุกขั้นตอนของการทํารายงาน ในการทําโครงการเลย ทั้งการริเริ่มโครงการ การกําหนด ขอบเขตการศึกษา การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดทํารายงาน การพิจารณารายงาน

มีรับฟังความคิดเห็นหมดทุกขั้นตอนเลย ผมคิดว่าอันนี้มันซ้ําซ้อนไหมครับ ผมเคยกราบเรียน ไปตั้งแต่ครั้งที่เราพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญไปครั้งหนึ่งแล้วว่าขั้นตอนที่ซ้ําซ้อนนี่มันทําให้ เกิดความสับสน ประชาชนที่เข้ามาบางทีก็ไม่ได้ซ้ําหน้าเดิม อย่างนี้เปึนต้น คนที่มาครั้งแรก เขาไม่ได้มาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ มันทําให้เกิดความสับสน แล้วความไม่เปึนเอกภาพของรายงาน ซึ่งตรงนี้ผมขอเรียนว่ามันควรจะเปึนเฉพาะครั้งแรกริเริ่มโครงการ เข้าใจก่อนว่านี่โครงการ อะไรเกิดขึ้น ผลกระทบจะมีอย่างไร แล้วตอนจบตอนท้ายทําจนเสร็จแล้วตอนจบแล้ว ออกมาแล้วบอกนี่พิจารณาทุกอย่างแล้วออกมาเรียบร้อยเปึนอย่างนี้ยังมีข้ออะไรขัดข้อง อีกหรือไม่ ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่ามันจะไม่ทําให้เกิดความสับสน แต่ว่าถ้ามีไปทุกขั้นตอนอย่างนี้ ผมว่าประชาชนสับสนตายเลย ตรงนี้คือผมอยากจะติงในส่วนนี้ไว้ แล้วก็อยากจะ ฝากว่าให้กรุณาไปทบทวนเถอะครับว่าขั้นตอนในการปรึกษาหารือหรือการรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนนี่ให้มันมีความชัดเจนแล้วก็มีความกระชับ เพื่อที่จะไม่เยิ่นเย้อ

อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของค่าธรรมเนียม เรื่องค่าธรรมเนียมนี่จริง ๆ แล้ว ผมก็คิดว่าทางผู้ประกอบการเองเขาก็ไม่ขัดข้องหรอกครับ เรื่องของค่าธรรมเนียมที่จะให้ไป ตรวจสอบภายหลัง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องของการที่เอาใส่เข้าไปในกองทุน เพราะค่าธรรมเนียมของแต่ละโครงการก็ไปจัดการสําหรับโครงการนั้ นไป เอาไปใส่กองทุน แล้วไม่รู้จากกองทุนออกไปอย่างไร ผู้บริหารกองทุนเราก็ไม่ทราบว่าจะเปึนใคร เพราะฉะนั้น โครงการหนึ่งที่เขาจ่ายค่าธรรมเนียมไปเขาใช้จริง ๆ ไม่ถึงขนาดนั้น เอาไปจ่ายให้กับ อีกโครงการหนึ่ง แล้วอย่างนี้มันจะผิดฝาผิดคนไปหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าเรื่องค่าธรรมเนียมเราไม่เกี่ยงหรอกครับ แต่ว่าขอให้เปึนค่าธรรมเนียม แล้วก็เก็บเฉพาะสําหรับโครงการ โครงการใดโครงการหนึ่งก็จบไปตามโครงการนั้น แล้วเราก็ ไม่ต้องมีองค์กร ไม่ต้องมีผู้มาบริหารกองทุนให้มันรุงรัง ให้มันเยิ่นเย้อไปนะครับ ก็เรียนฝากไว้ ตามประเด็นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๐๐๗ จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ สําหรับในรายงานฉบับวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ที่นําเสนอไปนะคะ ดิฉันก็มีความเห็นเพิ่มเติมว่าในสิ่งที่คณะอนุกร รมาธิการได้เสนอมา เพื่อที่จะพยายามลดช่องโหว่ของปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ ในการเสนอโครงการและ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ได้พยายามที่จะทําให้เกิดช่วงของรอยต่อมีความกระชับมากขึ้น อย่างไรก็ดีใน ๓ ขั้นตอนของการปฏิรูปที่เสนอมาคือเอสอีเอ อีไอเอ และเอ็มอีแอนด์เอ ก็ยังมีประเด็นที่ดิฉันคิดว่ายังค่อนข้างหลวมอยู่หลายประเด็น หลายท่านก็ได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้แล้วนะคะ ดิฉันก็จะพยายามเพิ่มเติมเฉพาะในส่วนที่ไม่ซ้ํากันนะคะ แต่ประเด็น ที่ค่อนข้างชัดของเอสอีเอดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ทางผู้ศึกษาต้องกําหนดให้ชัดเจนว่าโครงการ ในระดับใดก็ตามที่จะต้องสอดคล้องหรือต้องทําเองในเรื่องของเอสอีเอ ดิฉันคิดว่าอย่างน้อยที่สุด หน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจควรจะยึดหลักว่าจะต้องทําเอาไว้ก่อนเอสอีเอนี่ แล้วสิ่งที่ต้องทําไว้ก่อนน่าจะเปึนโพลิซี เบส (Policy based) และแอเรีย เบส (Area based) ให้ชัดเลยว่าในเชิงสแทรทิจิก (Strategic) ในสิ่งที่ประเทศเราจะพัฒนาทั้งในเชิงนโยบาย ที่จะทําโครงการใหญ่ ๆ และในเชิงพื้นที่ที่อาจจะมีปัญหาต่าง ๆ มากมาย ก็ขอเสนอว่า ควรจะทําไว้ให้ครอบคลุมทั้งประเทศเลย แต่ว่าต้องแบ่งเปึนระดับโพลิซี แอนด์ แอเรีย (Policy and area) ในการยึดหลักตรงนั้น

ประเด็นของอีไอเอดิฉันคิดว่าทางผู้เสนอเสนอว่ามีเอช (H) ด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าท่านต้องประเมินสุขภาพด้วยเสมอในการที่จะประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมน่าจะใส่ไป เลยว่าเปึนอีเอชไอเอเพื่อให้สมบูรณ์ว่าเราไม่ได้ ลืมในเรื่องของผลกระทบด้านสุขภาพ ด้านสุขภาพนี่ผลกระทบมันเกิดขึ้นช้าแล้วก็เปึนระยะเวลาอันยาวนาน แม้ว่าศึกษาทันที

มันอาจจะด้านไม่ค่อยได้นะคะ ดิฉันอยากยกตัวอย่างอย่างโครงการโรงไฟฟัาถ่านหินแม่เมาะ กว่าจะมารู้ว่าผลกระทบด้านสุขภาพมันมากมายแค่ไหนมัน ๑๐-๒๐ ป้ให้หลัง แล้วก็ ศาลค่อยมาตัดสินทีหลัง ต้องย้อนกลับไปปรับกันตั้งแต่สมัยดึกดําบรรพ์ เพราะฉะนั้น ก็อยากให้ดูว่าใส่อีเอชไอเอลงไปแต่กําหนดให้ชัดเจนว่าท่านจะทําระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวอย่างไรในการประเมิน และดิฉันก็เห็นด้วยที่ว่าการประเมินในเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างเดียวมันอาจจะไม่พอ ผลกระทบนอกจากสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สิ่งที่สําคัญคือเศรษฐกิจ โครงสร้างสังคม ตรงนั้นต้องทํานะคะ

ทีนี้สิ่งที่ดิฉันเปึนห่วงก็คือว่าในการที่เราอยากจะให้กระบวนการของ อีเอชไอเอมีประสิทธิภาพ มีความแน่นอนชัดเจนในกติกาต่าง ๆ มีความรวดเร็วในการพัฒนา ไม่ใช่เยิ่นเย้อจนเกิดใช้กระบวนการยา วนานเกินไป และที่สําคัญก็ต้องโปร่งใสแล้วก็ การเป่ดเผยข้อมูลควรจะเปึนระยะ ๆ เพราะว่าโครงการที่ออกมาต่อต้าน ไม่ว่าจะเปึนการสร้าง เขื่อนแม่มูล คนอยู่เหนือน้ําใต้น้ําอะไรทั้งหลาย จริง ๆ แล้วดิฉันเข้าใจว่าประชาชนอาจจะ ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เราจะทําในการพัฒนาประเทศ บางทีประชาชนก็ถูกจ้างออกมาเดินขบวนก็มี บอกว่าไม่เอาเขาไม่อยากให้เกิดจังหวัดเขา พอพูดถึงโรงไฟฟัาถ่านหินเมื่อไรจังหวัดไหน ก็ไม่เอาใน ๗๗ จังหวัด เพราะประชาชนไม่เข้าใจว่าจริง ๆ เดี๋ยวนี้โรงไฟฟัาถ่านหิน มันสะอาดแล้ว หายใจแล้วไม่เปึนอะไรอะไรประมาณนี้ คือประชาชนอาจจะยังขาดข้อมูล ที่อัพเดต (Update) ที่ทันเหตุการณ์ แล้วเขาออกมาตามเพื่อนหรือตามใครที่ไปชักชวนก็ตาม เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก่อให้เกิดปัญหาในบ้านเราในการพัฒนาที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันถ้าเรา บอกว่าประชาชนต้องมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนดิฉันว่า ๓๐ ป้เราก็ไม่ได้ทําอะไร เพราะฉะนั้น ขอฝากให้อนุกรรมาธิการไปช่วยคิดตรงนี้ หลายท่านพูดแล้วว่าการให้ประชาชนมีส่วนร่วม มันมีหลายระดับ

และมีหลายรูปแบบ แต่เราก็ไม่ได้ต้องการว่า ไปป่ดกั้นประชาชน แต่เราไม่ได้ต้องการ ให้ประชาชนออกมาเย้ว ๆ หรือว่าออกมาเดินขบวนทุกโครงการที่จะเกิดใหม่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นมันต้องการแทกติก (Tactic) ที่มีความสําคัญและมีแทกติกที่เข้าใจในจิตใจของ ชาวบ้านเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากฝากไปว่าจะทําอย่างไร เพราะการที่จะให้องค์กรอิสระ หรือเอ็นจีโอ หรือประชาชนทุกภาคส่วนก็ยังไม่รู้จะภาคส่วนไหนร่วมเปึนคณะกรรมการ หรือไม่นี่เปึนประเด็นที่สําคัญ เพราะว่าในทางปฏิบัติแล้วจะเข้าไปร่วมเปึนคณะกรรมการ หรือจริง ๆ แล้วในมหาวิทยาลัยหรือว่าเอ็นจีโอนี่ควรจะรีวิว (Review)

สุดท้าย ขอเวลานิดหนึ่งพูดถึงอันที่ ๓ อันที่ ๓ คือเอ็มอีแอนด์เอ ในเรื่องของ การติดตามและประเมินผล ส่วนนี้เปึนส่วนที่ดิฉันค่อนข้างคอนเซิร์น (Concern) เพราะว่า การที่จะไปมอนิเตอริง อิแวลูเอชัน แอนด์ ออดิต (Monitoring Evaluation and Audit) นี่มันเปึนสิ่งที่ต้องชัดเจนในการทํา ดิฉันเห็นด้วยกับท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้ว่า ควรจะใช้ หน่วยงานภายนอกที่เปึน เทิร์ด ปาร์ตีดีกว่าที่จะต้องมากําหนดให้หน่วยงานภาครัฐ หน่วยใดหน่วยหนึ่งเปึนคนทําเรื่องของเอ็มอีแอนด์เอ แล้วก็กระบวนการจะทําอย่างไรนี่ ดิฉันคิดว่าตรงนี้สําคัญมาก ประชาชนจะเชื่อถือและไว้ใจได้ ประชาชนคงไม่อยากเข้าไป มีส่วนร่วมในกระบวนการของการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล แต่เขาต้องการ มีความไว้วางใจและเชื่อถือคนที่จะมาทําหน้าที่ติดตามและตรวจสอบ ประเมินผล แล้วการกําหนดบทลงโทษถ้าหากว่าโครงการนั้นละเลยการปฏิ บัติที่เคยทําในอีไอเอหรือ อีเอชไอเอไว้นี่ควรจะต้องกําหนดให้ชัดเจน แล้วก็ต้องมีการเป่ดเผยข้อมูลว่าเขาต้องได้รับ การประจานด้วยว่าทําไมเขาถึงไม่ทําอะไรทํานองนี้ ดิฉันคิดว่ากระบวนการเหล่านี้ มันจําเปึนต้องทํา แต่มันก็ต้องรวดเร็วอย่าล่าช้า เพราะล่าช้าแล้วประเทศก็พัฒนาไม่ได้ ขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุชาติ นวกวงษ์ ที่ผมจะอภิปรายนี้เปึนการสนับสนุนให้กําลังใจผู้ทําระบบประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คือปัญหามันเนื่องมาจากการที่เรามีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้น แล้วก็ เราต้องทําตามหน้าที่ก็คือทําตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพราะฉะนั้นโดยพระราชบัญญัติตัวนั้นกําหนดว่าโครงการต่าง ๆ ที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี่จะต้องทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน ทีนี้ไม่ว่า โครงการใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนโครงการเล็ก กลาง ใหญ่นี่เมื่อเข้าข่าย เข้ากฎ ระเบียบ ของสํานักงานสิ่งแวดล้อมก็ต้อ งทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นมันก็หนีระเบียบข้อนี้ไปไม่พ้นนะครับ ทีนี้ปัญหาที่ชาวบ้านหรือว่าประชาชน ทั่วไปมีคําถามคือว่ามีทางอื่นที่จะดีกว่านี้ไหม ในชั้นนี้ผมก็เห็นว่าการประเมินที่ระดับนโยบาย ในชั้นต้นก่อนน่าจะเปึนทางออกทางหนึ่งคือว่าที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ น่าจะช่วยทําให้ขั้นตอนในการที่จะเข้าไปทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีขั้นตอนที่สั้นลง เปึนต้นว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็อาจจะทําเสนอเชิงนโยบายไว้ว่า พื้นที่ใดที่สมควรจะลงทุนได้บ้าง ที่ใดไม่สมควรจะลงทุน นั่นคือวิธีการประเมินเชิงนโยบาย เมื่อมีการประเมินเชิงนโยบายไว้ก่อนแล้วนี่นะครับ ประชาชนก็ได้รับทราบในเบื้องต้นก่อนว่า ตรงนี้จะทําอะไรได้บ้าง แล้วก็ผู้ลงทุนเองก็จะได้ทราบว่าตรงนี้ทําอะไรได้บ้าง ทําอะไรไม่ได้บ้าง หลังจากนั้นขั้นตอนการลงทุน ขั้นตอนในการทําโครงการ ขั้นตอนในการทําโครงการนี่ เมื่อรู้แล้วก็เอาโครงการที่เกี่ยวข้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ขั้นตอนนี้ก็ต้องมีการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ปัญหาต่อมาคือว่าประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี่ใช้เวลานานไหม คําตอบก็คือว่าเท่าที่ประเมินดูก็ใช้เวลาอย่างน้อย ๔๕ วัน แต่ทีนี้ปัญหาในการที่ส่งรายงาน กลับไปกลับมาส่งไปส่งมามีการประเมินโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการมาก็เทก (Take) เวลาเหมือนกัน บางครั้งข้อมูลของผู้ศึกษาก็ไม่ค่อยจะครบถ้วนก็มีการส่งกลับไปให้ศึกษาใหม่ อย่างนี้เปึนต้น

มันก็ทําให้เสียเวลา ดังนั้นเรื่องของผู้ศึกษา ผู้ที่รับจ้างทําการศึกษาก็มีความสําคัญอย่างยิ่งนะครับ ดังนั้นจึงต้องมีการขึ้นทะเบียนผู้ที่ทําการศึกษาไว้ให้ชัดเจนว่าผู้ที่ทําการศึก ษา ต้องประกอบไปด้วยบุคคลใด ๆ ไว้บ้าง ร้อยทั้งร้อยผู้ศึกษาส่วนใหญ่แล้วจะใช้ อาจารย์มหาวิทยาลัยเปึนผู้ทําการศึกษาเรื่องต่าง ๆ ให้ ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ทําการศึกษา เรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้นะครับ บางทีก็ได้ข้อมูลยากมากนะครับท่านประธานครับ อันนี้เปึนส่วนหนึ่ง

เรื่องหนึ่งที่ทําให้เกิดข้อขัดแย้งคือว่าประชาชนไม่ค่อยจะทราบโครงการ ล่วงหน้านะครับ ยกตัวอย่างเรื่องของพลังงาน ถ้าหากว่าจะใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเปึนแหล่ง ในการศึกษาเรื่องของพลังงานประชาชนก็ไม่ทราบมาก่อน ครั้นทราบจริง ๆ ก็คือ เข้าไปถึงตัวแล้ว การเข้าไปถึงตัวก็คือว่าโครงการจะเกิดขึ้นแล้ว ประชาชนเมื่อไม่ทราบมาก่อน ก็พากันคัดค้านอย่างนี้เปึนต้นนะครับ เพราะฉะนั้นการประเมินที่ระดับนโยบาย ก็มีส่วนช่วยทําให้ประชาชนรับทราบโครงการไว้ก่อน นี่คือการแก้ไขซึ่งน่าจะตรงประเด็น

อีกเรื่องหนึ่งหลังจากที่มีการประเมินผลกร ะทบไปแล้วนะครับ เรื่องสําคัญ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการประเมินผลภายหลังโครงการ ต้องมีการติดตามประเมินผล ให้ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นผู้ศึกษาในการประเมินผลนี่นะครับควรจะใช้ เทิร์ด ปาร์ตี ถูกต้องแล้วครับ คือไม่ควรจะให้สํานักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเปึนผู้ให้โครงการเอง อนุมัติเอง หรือว่าประเมินผลเองเปึนอันขาด ควรจะหา บุคคลที่ ๓ ปัญหาคือว่าบุคคลที่ ๓ คือใคร บุคคลที่ ๓ ก็คือผู้ที่ทรงความรู้ เพราะฉะนั้นก็จะต้อง ขึ้นทะเบียนผู้ทรงความรู้ไว้อีกชั้นหนึ่งก่อน ผู้ทรงความรู้เปึนใคร ผมว่าคณะอนุกรรมาธิการ ก็คงจะหาคําตอบได้ว่าผู้ทรงความรู้หรือว่าผู้ทรงคุณวุฒิควรจะเปึนใคร เพื่อจะไปทําการศึกษา ติดตามผล ประเมินผลโครงการภายหลัง และการศึกษาโครงการภายหลังหรือว่าติดตามผล ภายหลังก็ควรจะมีเวลาชัดเจนด้วย เช่น หลังจากโครงการดําเนินการไปแล้ว ๓ เดือน ต้องทําอะไร ๖ เดือนต้องทําอะไร ๑๒ เดือนต้องทําอะไร นี่คือระยะเวลาในการที่ประเมินผล โครงการภายหลังเปึนขั้นตอนที่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าประชาชนได้รับรู้ เรื่องต่าง ๆ มาตั้งแต่ต้นการคัดค้านหรือการไม่เห็นด้วยกับโครงการก็จะหมดไป

นอกจากนั้นเรื่องดีครับท่านประธาน เรื่องดีก็คือว่าถ้าเราเป่ดเผยข้อมูลให้กับ ประชาชนรับทราบทุกขั้นตอน ขั้นตอนการศึกษาสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ขั้นตอนการวิเคราะห์

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับโครงการ ขั้นตอนการศึกษาสิ่งแวดล้อมในระดับที่ ผู้ชํานาญการ ถ้าเราเป่ดเผยให้หมดการวิต กกังวลเรื่องของผลกระทบก็จะลดน้อยลงไป เพราะว่าประชาชนสามารถติดตามผลของโครงการที่เขาสนใจได้ตลอดเวลา การศึกษา ติดตามผลได้ตลอดเวลาก็เปึนการคลายทุกข์ได้อย่างหนึ่งว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเขา ถ้าเปึนบ้านผมผมก็ต้องติดตามเหมือนกันนะครับ แต่ว่าการที่เราจะเป่ดเผยข้อมูลนี่นะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าในระเบียบของสํานักงานสิ่งแวดล้อมได้เป่ดเผยบ้างหรือยัง หรือว่าเราต้องใช้ รายงานอันนี้เปึนการเติมเต็มสิ่งที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ กอสส. นะครับ เพราะว่า กอสส. บางครั้งเปึนสิ่งที่เกิดขึ้นมาภายหลัง แต่ที่เห็นด้วยก็คือว่าพื้นที่ใดที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของผังเมืองนี่ก็ควรจะมีการศึกษาเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ค่ะ

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ๑๓๒ ท่านประธานครับ ในช่วงที่ผมได้ทํางานในวุฒิสภาผมเปึนประธาน อนุกรรมาธิการธรรมาภิบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีโอกาสที่จะตรวจสอบ ทั้งเรื่องท่าเรือปากบารา ทั้งเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้น ทั้งเรื่องเขื่อนแม่วงก์ ผมค่อนข้าง จะได้ข้อยุติที่คิดว่า สําคัญมากว่าปัญหาการทําอีไอเอนั้น ใจกลางก็คือความเปึนอิสระ ของคนทําคือผู้มีสิทธิหรือผู้รับจ้างนั่นเอง ท่านประธานครับ เปึนที่รับรู้โดยทั่วไปว่าผู้จ้างก็คือ เจ้าของโครงการ ผู้รับจ้างก็จะเปึนคณะอาจารย์หรือใครก็แล้วแต่

ผู้รับจ้างก็รับเงินจากเจ้าของโครงการ เจ้าของโครงการก็มีหน้าที่จ่ายเงิน ตรงนี้แหละครับ คือผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งระหว่างผู้จ้างและผู้รับจ้าง ยิ่งมีเงื่อนไขว่าเงินงวดสุดท้ายจะจ่าย ก็ต่อเมื่อจะต้องผ่าน คชก. ก็แปลว่าทําให้ผู้รับจ้างหรือคนทําอีไอเอมีหน้าที่ต้องทําให้ผ่าน ลูกเดียว ต้องทําให้อีไอเอผ่านสถานเดียวครับ จะดีจะชั่ว จะถูกจะผิด จะควรผ่านไม่ควรผ่าน ก็ต้องทําให้ผ่าน เพราะถ้าไม่ผ่านแล้วไม่ได้ค่าจ้างงวดสุดท้าย ผมคิดว่านี่เปึนปัญหาใจกลาง สําคัญ คือความเปึนอิสระของคนที่ทําอีไอเอหรืออีเอชไอเอก็ตาม ดังนั้นตรงนี้จะทําอย่างไร ผมคิดว่าคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียควรจะเปึนผู้ที่เข้ามาบริหารจัดการตรงนี้ ตราบใดที่ยังให้ เจ้าของโครงการเปึนผู้จ้างนักวิชาการหรือจ้างผู้มีสิทธิ ตราบนั้นผู้มีสิทธิหรือผู้รับจ้างก็จะต้อง ทําตามนายจ้าง ถ้าทําตามนายจ้างนั้นเราจะหวังว่ามันจะเปึนไปตามข้อเท็จจริงได้อย่างไร เพราะว่าคนทําอีไอเอไม่เหมือนทนายครับ ทนายเขายังมีสภาทนายความ เขายังมีใบอนุญาต ถ้าทําผิดเขายังโดนเล่นงานทางจริยธรรมได้ แพทยสภาเขาก็มีจริยธรรมของแพทย์ ถ้าไม่เปึนไปตามที่ควรเขาก็ยังถูกแพทยสภามีมาตรการต่าง ๆ ได้ แต่ในการทําอีไอเอนั้น ไม่มีองค์กรอะไรที่จะมาตรวจสอบหรือทําให้คนทําหรือผู้รับจ้างต้องเดินไปตามที่ควรจะเปึน ดังนั้นตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญและผมคิดว่านี่เองที่เปึนเหตุให้การร่างรัฐธรรมนูญจะต้อง ทําให้เรื่องนี้ทํา อย่างไรถึงจะโปร่งใสเปึนไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เปึนไปตามที่ผู้ว่าจ้าง ต้องการให้เปึน ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้รายชื่อที่มีอยู่ที่ดิฉันนั้นสมาชิกได้อภิปราย ครบแล้วแต่ว่าท่านยังมีเวลาค่ะ ไม่ทราบว่าจะมีท่านใดประสงค์ที่จะอภิปรายในประเด็น ในเรื่องเดียวกันนี้อีกไหมคะ มีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ไม่มีนะคะ ไม่มีก็ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๖ ท่าน ที่ได้แจ้งความประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็นในรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้อภิปรายครบทุกท่านแล้ว ต่อไปดิฉันจะขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการตอบชี้แจงข้อซักถาม ขอเชิญค่ะ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันขออนุญาต ได้รับฉันทานุมัติ จากท่านประธาน ให้ดิฉันตอบเลยนะคะ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิ กที่ยกประเด็น ต่าง ๆ ซึ่งเราคุยกันในการประชุม ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านปลัดกระทรวงขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อแต่เรียกตําแหน่งว่าเอสอีเอ ไม่ได้ดูเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวแต่ชื่อมันกลายเปึนส แทรทิจิก เอนไวรอนเมนทอล แอสเซสเมนต์ แต่เวลาทํานี้ดูทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ถ้าท่านจะกรุณา ดูในรายละเอียดในเอกสาร โดยเฉพาะในหน้า ๖ ท่านจะเห็นว่าคือนอกจากการดู ด้านเศรษฐกิจ สังคม เราอยากให้สิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย ให้มีน้ําหนักที่พอ ๆ กัน ให้สิ่งแวดล้อมได้รับน้ําหนักมากเพียงพอกับเศรษฐกิจและสังคมในการพิจารณาดําเนิน โครงการ แต่ว่าจะไปเขียนให้มันเห็นชัด ๆ ในสไลด์บางตอนอาจจะกระโดดข้ามไป แล้วก็ ใครจะต้องทําเอชอีเอ โครงการระดับใดนี้ทางข้อเสนอในเล่มบอกว่าให้คณะกรรมการว่าด้วย การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้จะเปึนผู้กําหนดว่าเอชอีเอควรจะดําเนินการสําหรับ โครงการลักษณะขนาดไหน ระดับไหนของภาครัฐ แล้วก็หน่วยงานที่ต้องทําเอ สอีเอ ไม่ใช่สภาพัฒน์หน่วยเดียว แต่เวลาทํานี้อาจจะต้องมีรูปแบบที่ชัดเจนว่าอาจจะต้อง ใช้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถแล้วร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ หน่วยงานช่วยกันทํา ไม่ได้หมายความว่าสภาพัฒน์ทํา ดิฉันต้องกราบขออภัยที่เวลา พรีเซนต์ (Present) ตกรายละเอียดตั้งหลายประเด็นออกไปด้วยความที่กระโดดข้ามนะคะ แล้วก็ในประเด็นที่ว่า การติดตามประเมินผลถ้าไปอยู่ที่หน่วยงานอนุญาต เดี๋ยวดิฉันจะขออนุญาตให้ดอกเตอร์สุพัฒน์ เปึนคนพูดในเรื่องประเด็นเจ้าหน้าที่ การติดตามประเมินผลนี้มันมีอยู่ ๒ ลักษณะคือ ปกติ สผ. เปึนคนติดตาม

ประเมินผลอีไอเอที่เห็นชอบไปอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเราเห็นว่าเจ้าหน้าที่ สผ. เอง มีจํานวนจํากัด ถ้าไม่เพิ่มอัตรากําลังให้เจ้าหน้าที่ สผ. ก็ต้องไปให้เทิร์ด ปาร์ตี หรือว่า ในงานบางส่วนที่หน่วยงานอื่นสามารถรับเปึนเจ้าหน้า ที่ตามกฎหมายได้ให้ช่วยมอนิเตอร์ (Monitor) แทน แต่ว่ามันก็มีนัยว่าต้องแยกประเด็นให้ชัดเจนว่า เทิร์ด ปาร์ตีในขั้นตอน ตรงไหน อย่างไร

ส่วนของท่านอนุสรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็เรียนไปแล้วว่าเอสอีเอ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แล้วก็ข้อมูลในเรื่องการทําเอสอีเอนี่เปึนสิ่งที่พวกเราห่วง เพราะข้อมูลการทําเอสอีเอแสดงว่าต่อไปนี้ข้อมูลของภาครัฐทุก ๆ หน่วยงานควรจะมี การนําข้อมูลมากองเอาไว้ตรงกลางให้ใช้ประโยชน์ในการทําเอสอีเอได้สําหรับหน่วยงานหรือ องค์กรที่จะต้องจัดทําเอสอีเอ เพราะว่าจําเปึนต้องใช้ข้ อมูลจํานวนมาก ข้อมูลตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และในอนาคตจะต้องมีการติดตามข้อมูล นี่คือเรื่องระบบข้อมูลที่เราห่วงอยู่จะต้อง มีการบูรณาการ ต้องมีการพัฒนาในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นถึงเห็นว่าเอสอีเอจะไม่เกิด ในวันพรุ่งนี้หรือเดือนถัดไป แต่เราให้เวลา ระยะเวลาอาจจะเปึน ๑ ป้ หรือป้ครึ่ง หรือ ๒ ป้ พร้อมที่จะตั้งถ่ายทําเอสอีเอได้พร้อมทั่วถึง ดิฉันไม่ได้เรียนที่ประชุมว่าอนุกรรมาธิการเสนอ ให้เลิกองค์กำรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดิฉันไม่ได้พูด เมื่อกี้ลืมพูดไปว่า เราเลิกองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่เอาหน้าที่ของคณะกรรมการ องค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพผนวกเข้าไปในขั้นตอนที่สําคัญในการพิจารณา คชก. แต่ก็มี หลายท่านบอกว่ามันอาจจะเปึนประเด็นที่ทําให้ คชก. มีความยุ่งยากในกา รทํางาน เพราะ คชก. คือผู้ที่มีทรงคุณวุฒิ ในวิชาการ แล้วการที่จะหาองค์การอิสระที่มีความรอบรู้ ในด้านวิชาการบางทีจะเปึนปัญหา เราคุยกันในอนุกรรมาธิการว่าเปึนไปได้ว่าอาจจะต้องเปึน ลักษณะเหมือนเพียร์ รีวิว (Peer review) ข้าง ๆ หรือเปึนกระบวนการที่อยู่ประกอบแค่นั้นเอง อาจจะเข้ามาอยู่ใน คชก. เองไม่ได้ เพราะก็จะเจอปัญหาแบบที่ว่านี้กับการนับองค์ประชุม หรืออะไรทุกอย่าง แล้วที่สําคัญ คชก. ส่วนใหญ่เราจะฟ่กซ์ (Fix) เอาไว้ แต่ถ้าเราต้องการให้ ผู้แทนขององค์การอิสระเดิมซึ่งถูกยกเลิกไปนี่เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นในกระบวนการ แล้วต้องการคนจากพื้นที่ด้วย ไม่อย่างนั้นเราต้องเป่ดกระบวนการอีกขั้นตอนนั้นอยู่ข้าง ๆ ให้เขาสามารถเข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็นในลักษณะที่ไม่ใช่องค์การอิสระแต่เปึนผู้แทนจาก สถาบันในพื้นที่ที่มาจากสถาบันอุดมศึกษาหรือเอ็นจีโอ ซึ่งในรายละเอียดดิฉันคิดว่าเรื่องนี้

ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงจะรับไปพิจารณาดําเนินการให้มัน เหมาะสมและเปึนไปได้ต่อไปนะคะ นอกนั้นก็จะรับประเด็น เรื่องความเปึนหน่วยงานอิสระ ในการทําเอสอีเอที่ท่านสมาชิกได้ยกเอาไว้ ทางอนุกรรมาธิการได้ถกเรื่องนี้ใช้เวลาพอสมควรว่า หน่วยงานที่ทําอีไอเอโดยที่ปราศจากความเกี่ยวพันกับเจ้าของโครงการในทางปฏิบัติ จะทําได้ยากมาก แต่เราน่าจะใช้วิธีการควบคุมทางวิชาชีพ ทางการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการกําหนดว่าหน่วยงานที่ทําอีไอเอมานี่ จะต้องเคารพต่อข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เพราะว่าถ้าไม่ใช่ท่านถูกลงโทษอย่างรุนแรง แล้วก็รายงานที่ท่านเสนอมาถ้าไม่ใช่ชาวบ้าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการก็มีสิทธิที่จะชี้ได้ว่าข้อมูลไม่ใช่ เพราะมันมีกระบวนการเปึนระยะ ๆ ให้เขาเข้ามาได้ให้ข้อมูลอยู่แล้ว ท่านประธานบอกให้รีบสรุปได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ว่า ในเรื่องการติดตาม ตรวจสอบ ถ้าเผื่อจริง ๆ ถ้าไม่อยากให้หน่วยงานอนุญาตเปึนเจ้าหน้าที่ ดิฉันก็ขอรับไปว่าเราอาจจะต้องเขียนให้ชัดเจนว่าต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ของ สผ. ในการทํามอนิเตอร์ หรือติดตาม ตรวจสอบ แต่ถ้าในกรณีที่จําเปึนต้องมีคนนอกมาทํา คนนอกจะต้องเปึน เทิร์ด ปาร์ตีที่ได้รับการจดทะเบียนวิชาชีพเปึนการติดตาม ตรวจสอบ ซึ่งจะเกิดขึ้นด้วย ดิฉันขออนุญาตรายงานตรงนี้ก่อน ท่านสุพัฒน์สั้นที่สุด ๕ นาที เชิญค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ขอใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะชี้แจงให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการติดตาม ตรวจสอบ ซึ่งเปึนประเด็นที่สําคัญ ก็ต้องขอขอบคุณท่านเกษมสันต์ ด้วยนะครับ ขออภัย ที่เอ่ยนาม ที่ช่วยกรุณาแนะนําต่อที่ประชุมก่อนหน้านี้ว่าได้เคยทํางานอยู่ ที่กรมควบคุมมลพิษ แล้วก็ได้มาอยู่ที่สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ช่วงหนึ่ง ก็พอจะเข้าใจเกี่ยวกับระบบอีไอเอพอสมควร ในเรื่องของการติดตามตรวจสอบ ต้องเรียนว่า ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมีข้อกําหนดเกี่ยวกับ การติดตาม ตรวจสอบ หลังจากที่อีไอเอผ่านไปแล้วน้อยมาก ก็จะเปึนประเด็นปัญหาอยู่ว่า

หลังจากที่อีไอเอผ่านไปแล้วมีหลายโครงการที่ไม่ได้มีการดําเนิ นการในการที่จะดําเนินการ ให้เปึนไปตามมาตรการที่กําหนดอยู่ในอีไอเอ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ที่จะต้องมีการไปปรับปรุง ในส่วนของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เพิ่มมิติของการติดตาม ตรวจสอบเข้าไป ในปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ของทาง สผ. เองไม่มีการได้รับการแต่ งตั้งเปึน พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายใด ๆ เลยนะครับ การที่จะเข้าไปตรวจสอบตัวโครงการ ที่ผ่านอีไอเอไปแล้วว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไข ถามว่ามีอํานาจตามกฎหมายในฐานะของ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมหรือไม่ ต้องเรียนว่าไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าจะทําตรงนี้ให้เข้มแข็งขึ้นก็จะต้องไปปรับในเรื่องของ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ในเรื่องของบทลงโทษว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามในเรื่องของเงื่อนไขที่กําหนดในรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วจะมีบทลงโทษอย่างไร ก็ไม่มีความชัดเจนอยู่ใน พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม ทุกอย่างไปขึ้นอยู่กับหน่วยงานอนุญาตเพราะว่าเงื่อนไขในอีไอเอทุกอย่างถูกผนวกไว้อยู่เปึน เงื่อนไขท้ายใบอนุญาตในการประกอบการ รายงานการตรวจสอบการปฏิบัติตาม ก็จะถูกส่งให้กับทางหน่วยงานผู้อนุญาต ซึ่งโดยปกติก็จะเปึนการทําโดยหน่วยงานที่ ๓ อยู่แล้ว ซึ่งเปึนบริษัทเอกชนหรือบริษัทที่ป รึกษา แต่บริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้ก็ไม่ได้มีการควบคุม ในเรื่องของคุณภาพแต่อย่างใด ทุกวันนี้บริษัทที่ปรึกษาจะต้องมาขึ้นทะเบียนเฉพาะในส่วน ที่จัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในส่วนของการไปติดตาม ประเมินผลไม่มีข้อกําหนดใด ๆ เลยในเรื่องของการที่ว่าจะต้องมาขึ้นทะเบียนเพื่อให้แน่ใจว่า เปึนบริษัทที่มีคุณภาพจริง บุคคลหรือบุคลากรที่มาทําการตรวจสอบก็ต้อง มีการมาขึ้นทะเบียนด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเขามีคุณภาพเพียงพอและ ได้ปฏิบัติตาม และถ้าหากไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้ข้อมูลให้ถู กต้อง ก็จะมีบทลงโทษตามมาในเรื่องของการเพิกถอนใบอนุญาต หรือว่ามีโทษทางอาญาในกรณี ที่มีการนําเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ที่จะต้องไปเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับ การติดตาม ตรวจสอบเลยนะครับ เพื่อให้มีความชัดเจนผู้ที่มาติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็ เจ้าของโครงการที่จะต้องรับผิดชอบ มีแอกเคาน์ทาบิลิตี (Accountability) เกิดขึ้นในกรณี ที่ไม่ดําเนินการ ซึ่งปัจจุบันยังมีจุดโหว่ จุดอ่อนตรงนี้อยู่นะครับ ก็ขอกราบเรียนเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะท่านประธาน

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

ในนามของกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูป ระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่า ท่านจะเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาและข้ อเสนอแนวปฏิบัติวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ ก่อนที่ดิฉันจะขอมติ จะขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ถ้าเผื่อว่าท่านพร้อมแล้วท่านกรุณาเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนนะคะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ไม่มีใครวิ่งก็แสดงว่าครบแล้วนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ มีผู้เข้าประชุม ๒๐๑ ท่าน เปึนอันว่า ครบเปึนองค์ประชุมค่ะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมนี้ ว่าท่านจะเห็นชอบกับรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการในวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ตามที่ได้นําเสนอและเราได้อภิปรายกันแล้วหรือไม่ หากว่าท่านเห็นชอบด้วย สภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ส่งรายงานพร้อมกับข้อเสนอแนะ ข้อความเห็น ข้อสังเกตของท่าน ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ดิฉันจะขอมติจากท่านค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย ท่านกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงมติแล้วดิฉันป่ดนะคะ เชิญลงมติค่ะ ลงแล้วนะคะท่านประภาศรี ป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๐๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มีนะคะ

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุง ก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมข้อความเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะจากสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป เปึนอันจบการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการนะคะ

ต่อไปจะเปึนการพิจารณารายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วาระปฏิรูปที่ ๒๕ อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกัน คือเรื่อง กลไกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนี้เพื่อให้การแถลงรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนไปด้วยความถูกต้องและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งประธานสภาได้พิจารณาแล้วจึงอนุญาตตามข้อบังคั บ ข้อ ๒๗ วรรคท้าย จึงขอเชิญ คุณคณิต ธนูธรรมเจริญ เข้าชี้แจงร่วมกับกรรมาธิการและขอเชิญนั่งในที่กรรมาธิการนะคะ ถ้าเผื่อกรรมาธิการพร้อมแล้วขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการเสนอรายงานค่ะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในนามคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเสนอรายงานผลการศึกษาวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง กลไกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดําเนินการศึกษำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกับรายงานผลการศึกษาแล้วก็พิจารณา ให้ส่งรายงานนี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ใคร่ขออนุญาตให้คณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมซึ่งได้ทําการศึกษาเรื่องนี้นําเสนอรายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวที่ควร ปฏิรูปทั้งหมด

โดยท่านผู้จะนําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีตามลําดับดังนี้ครับ ท่านแรกท่านวิวัฒน์ ศัลยกําธร ในฐานะเปึนประธานอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ ท่านต่อไปก็ท่านคณิต ธนูธรรมเจริญ ขอบพระคุณครับ แล้วก็ขออนุญาตแจกเอ กสารและเพาเวอร์พอยต์ ใช้เพาเวอร์พอยต์ประกอบการนําเสนอด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อนุญาตค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายวิวัฒน์ ศัลยกําธร กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ๒ เรื่องนี้อดีตไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะว่าลําพังภาครัฐไม่กี่หน่วยงานก็สามารถ จัดการปัญหาได้ แต่วันนี้ปัญหาทั้งสิ่งแวดล้อม ปัญหาทั้งทรัพยากรธรรมชาติมันสลับซับซ้อน แล้วก็มีปัญหากว้างขวางมาก ลําพังกลไกที่รั ฐมีอยู่ทั้งหมดนี้ โดยเฉพาะกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี่กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีโอกาสประชุมร่วมกับท่านรัฐมนตรีและคณะ ท่านเล่าให้ฟังว่าลําพังปัญหาขยะเรื่องเดียว ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสําคัญเปึนวาระแห่งชาติ เรามีข้าราชการและลูกจ้างอยู่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ถ้าทุกคนไม่ช่วยกัน ต่างคนต่างทิ้งแล้วเอาภาระให้กับรัฐบาลเก็บขยะ ปัญหาขยะเปึนวาระแห่งชาติ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเปึนเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ การจัดการทรัพยากร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องดิน เรื่องน้ํา เรื่องป์า เรื่องภัยพิบัติตามธรรมชาติ โลกร้อน มันเปึนเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะว่าทุกคนรับเหมือนกัน ภัยแล้งวันนี้ชัดเจนที่สุดครับ หลายเมืองไม่มีน้ําประปาใช้แล้ว บางเมืองน้ําประปาเค็ม ชาวบ้านร้านตลาด แหล่งทํามาหากิน ที่อาศัยน้ําไม่สามารถทํากิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แล้ว เกษตรกรหนักหนาสาหัสที่สุด ลําพัง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยอาศัยงบประมาณภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียวซึ่งมีน้อยกว่า ภาคเอกชนถึง ๕ เท่า ถ้าไม่ระดมทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาที่กําลังวิกฤติอยู่ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศนะครับวันนี้มันวิกฤติไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นมีความจําเปึนครับ ที่จะต้องระดมทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐเองซึ่งก็มีหลายหน่วยงาน ด้วยกันไม่ใช่เฉพาะกระทรวงเดียว ภาควิชาการ ครูบาอาจารย์ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย ก็จําเปึนต้องเข้ามาช่วยกัน ภาคเอกชนนี่สําคัญ เพราะว่าภาคเอกชนมีกําลังพลมาก มีเงินงบประมาณมาก ถ้าเราไม่สามารถจัดการได้ก็จะส่งผลกระทบครับ อยากจะให้ดูสไลด์

หน้าแรกกับหน้า ๒ ครับ นั่นครับผลกระทบที่รุนแรงมาก แล้วก็ถ้าเราช่วยกัน ไปสไลด์ หน้า ๔ ครับ จะเห็นว่าถ้าเราปล่อยให้ภา ครัฐจัดการอย่างเดียว ท่านดูน้ําท่วมป้ที่แล้ว ชาวบ้านยกทีมกันมา บ้านที่น้ําท่วมก็ยกทีมกันมาทลายกําแพง กลุ่มที่น้ําไม่ท่วมก็พยายาม จะมาป่ดกําแพง สุดท้ายภาครัฐก็ต้องไปแก้ปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้านเอง เพราะฉะนั้น การที่จัดกลไกให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มร่วมคิดกัน ร่วมวางแผน ร่วมดําเนินการ และที่สําคัญคือร่วมกันกํากับติดตาม ประเมินผล แล้วก็ร่วมรับผลประโยชน์ด้วยกัน ซึ่งกลไก การจัดการนั้นเราได้ทําการศึกษาจากหลาย ๆ วิธีการด้วยกัน รวมทั้งมีตัวอย่างความสําเร็จ ที่ทําอยู่แล้วในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริเอย โครงการที่ชาวบ้านทําหรือรัฐไปร่วมกับ ชาวบ้านทําก็ตามนี่

มีตัวอย่างที่เราหยิบยกขึ้นมาทําการศึกษาวิจัยในครั้ งนี้ มีอยู่ ๑๘ ตัวอย่างด้วยกัน ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการลดความขัดแย้ง แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความสามัคคีขึ้นได้ในชาติ และวิธีการจัดการนั้นก็เหมาะสมกับแต่ละภูมิภาค แต่ละท้องถิ่น แล้วก็เหมาะสมกับวัฒนธรรมของเขาด้วยครับ

ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้ว ยกตัวอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปมอบที่ดินให้ที่จังหวัด เชียงใหม่ ที่โมเดลสําคัญที่แม่ทา นั่นเปึนตัวอย่างที่ชาวบ้าน ชุมชนเขารวมกันจัดการทรัพยากรดิน ทรัพยากรป์า ทรัพยากรน้ํา จนเปึนตัวอย่างซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีได้ไปมอบสิทธิในการจัดการที่ดินให้แก่ ชุมชนเปึนตัวอย่างเรียบร้อยแล้ว และวันนี้ในหลาย ๆ มหาวิทยาลัย หลาย ๆ สถาบันการศึกษา ก็หยิบเอาตัวอย่างของความร่วมมือที่ชาวบ้านร่วมกับภาครัฐสร้างกลไกการมีส่วนร่วมเข้ามา จัดการทรัพยากรได้ เปึนตัวอย่างที่ดี แล้วก็เปึนตัวอย่างที่นําไปใช้ในการศึกษาในระดับ มหาวิทยาลัยแล้วนะครับ มีรายละเอียดของกลไกมากมาย ซึ่งเดี๋ยวท่านอาจารย์คณิต ซึ่งคร่ําหวอดอยู่กับเรื่องนี้ในภาคปฏิบัติ และท่านก็เปึนหัวหน้าคณะทํางานในการศึกษากลไก การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วมในครั้งนี้จะอธิบายรายละเอียดให้ฟัง

อีกสักตัวอย่างหนึ่งครับ ปัญหาภัยแล้งวั นนี้ที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ําป์าสัก ลุ่มน้ําป์าสักนี่มีความเกี่ยวข้องกับทั้ง ๓ ภาค คือ ภาคอีสานตั้งแต่จังหวัดเลยไล่ลงมา ผ่านภาคเหนือ ผ่านภาคกลางที่แม่น้ําป์าสักลงมาที่เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ แล้วก็พระองค์ท่าน ก็ได้ไปทําตัวอย่างไว้ให้ดูแล้วที่วัดมงคลชัยพัฒนา หลักการสําคัญเปึนดังนี้ครับ ท่านประธาน ปราโมทย์เคยทํางานชิ้นนี้อยู่ท่านทราบเรื่องนี้ดี พระองค์ท่านทรงทําเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ เปึนเขื่อนขนาดใหญ่จุ ๘๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรกั้นแม่น้ําป์าสัก แล้วก็ทรงทําเขื่อนขนาดกลาง จุเพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่อ่างเก็บน้ําห้วยหินขาว แล้วก็ส่งเสริม สนับสนุน ให้ชาวบ้านขุดแหล่งน้ําไว้ประจําไร่นา ๑๐๐ กว่ารายให้เปึนตัวอย่างที่วัดมงคลชัยพัฒนา ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปเขาเดือดร้อนไม่มีน้ําทํานา แต่ว่าชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการที่นี่ แก้ปัญหาภัยแล้งได้ และที่สําคัญที่สุดโมเดลต่ำง ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดิม โดยมีกรมชลประทานทําขยายผลออกไป พบว่าทําด้วยวิธีของพระองค์ท่านสามารถเก็บน้ําได้ มากกว่าเขื่อนตัวเดียวถึง ๕ เท่า มีตัวอย่างมากมาย ซึ่งท่านอาจารย์ปราโมทย์ก็จะทราบ เรื่องนี้เปึนอย่างดี ในลุ่มน้ําป์าสักนี้พระองค์ท่านตรัส เมื่อวันที่ ๓ เมษายนของ ๔ ป้ที่แล้วว่า

ถ้าหายประชวรท่านจะออกไปช่วย เพราะว่าลุ่มนี้จัดการยากที่สุด ลําพังภาครัฐขณะนี้ ถ้าจะใช้เงินงบประมาณจํานวนมากไปสร้างเขื่อนเพิ่ม แน่นอนวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจมีปัญหา ทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยก็ย่อมทําได้ยาก ต้องไปกู้เงินกู้ทองมาเปึนหนี้เปึนสิน แต่ว่าถ้าเรา ระดมทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกัน โครงการนี้เราชักชวน ๕ ภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน สนองพระราชดําริจากทุกภาคส่วน เชิญภาคสื่อมวลชนสําคัญมาก สื่อมวลชนก็จะไปชักชวน ภาคเอกชนเข้ามา ไปชักชวนดารามา ไปชักชวนชาวบ้านมา ไปชักชวนภาคราชการ ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันก็สามารถที่จะกระจายพื้นที่รับน้ําในพื้นที่ทั้งลุ่มน้ําป์าสัก ๗ จังหวัดได้ เพียง ๑ ป้เศษ ๆ ชาวบ้านสามารถรวมตัวกันสร้างแหล่งน้ําประจําไร่นาของตัวเอง แก้ปัญหา ภัยแล้งได้ถึง ๒๗๐ ราย และพื้นที่นี้ยังขยายผลไป เข้าป้ที่ ๓ มีคนแสดงเจตจํานงเข้าร่วม ๘๐๐ กว่ารายกระจายไปใน ๑๒ จังหวัด ๑๙ ลุ่มน้ํา อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ ที่พระองค์ท่านทรงทําให้ดูเปึนตัวอย่าง ไม่ใช่ทรงแนะนําอย่างเดียว

ทรงทําให้ดูเปึนตัวอย่างแล้ว ชาวบ้านก็ร่วมกันสามัคคีกันและขยายผลออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ มีตัวอย่างผมเพิ่งพาสื่อมวลชนเข้าไปดูมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากรณีที่ชาวบ้านทําตัวอย่างแล้ว รอบ ๆ เขาเกิดภัยแล้งมากมายเลย แต่ชาวบ้านที่ทําเปึนตัวอย่างก็ไม่ มีปัญหาภัยแล้ง เขาสามารถเก็บน้ําไว้ในที่ตัวเองเปึนต้นแบบได้ แล้วก็ที่สําคัญที่สุดคือดาราที่เข้ามา ร่วมโครงการด้วยการชักชวนของสื่อมวลชนได้ไปซื้อที่คนละ ๓ ไร่ คนละแปลง ๒ คนนะครับ คือคุณแพนเค้กกับคุณบอยก็ไปซื้อที่จากชาวบ้าน แล้วก็ใช้แนวคิดในการออกแบบ งานนี้ได้รั บความร่วมมือจากภาคส่วนสําคัญคือภาควิชำการ มหาวิทยาลัยเขามี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ซึ่งสนใจศึกษาแนวพระราชดําริเกี่ยวกับการจัดการน้ํา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็นําคณะอาจารย์และนักศึกษาไปร่วมออกแบบกับชาวบ้าน ไปออกแบบให้ดารา ๒ คน ไปออกแบบให้กับชาวบ้าน ๘๐๐ กว่ารายอย่างที่กราบเรียน พอดาราไปทําเขาเรียกว่าโคกหนองนาดาราโมเดลเปึนภาษาชาวบ้านที่เขาประยุกต์ เอามาจากทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน พอดาราไปทําชาวบ้านเฮโลมาดูกันแล้วก็มาจอง เข้าคิวกันอยากทําตาม แต่ว่าพระองค์ท่านตรัสว่าชาวบ้านบางคนพอมีสตางค์เขาก็สามารถ ขุดเองได้ บางคนไม่มีเงินรัฐต้ องช่วย ภาคเอกชนต้องช่วย มูลนิธิต้องช่วย ทุกภาคส่วน ต้องไปช่วยเขาเพราะว่าเขาไม่มีทุนมากพอที่จะขุดแหล่งน้ําประจําไร่นาของเขาเอง อันนี้ ก็เปึนแนวทางซึ่งสามารถที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วมในหลายพื้นที่ได้ครับ ผมไม่อยาก ใช้เวลามากนะครับ ก็จะมีตัวอย่าง สื่อมวลชนก็ได้สื่อสารออกไปให้ท่านเห็นแล้วว่า คนที่ทําตามแนวพระราชดําริจริง ๆ เขาจะต้องยอมสูญเสียที่ดินไปสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่เพื่อจะจัดให้เปึนแหล่งน้ํา ถ้าชาวบ้านยอมเสียท่านตรัสว่าเอาเออร์ ลอส อีส เอาเออร์ เกน (Our loss is our gain) ถ้าเรายอมเสียที่ดินสักบางส่วนเพื่อเก็บน้ํา เอาไว้เขาก็จะไม่สูญเสียผลผลิตทั้งหมด ถ้าเขาไม่ยอมเสียที่ดินในการเก็บน้ําไว้เลย แน่นอนครับ รอน้ําจากคลองชลประทาน รอน้ําจากเขื่อน ขณะนี้เขื่อนเกือบทุกเขื่อนแม้กระทั่งเขื่อนใหญ่ ๆ ก็ไม่สามารถส่งน้ําให้กับการชลประทาน แล้วก็รัฐบาลก็ประกาศขอร้ องให้ชาวบ้าน หยุดทํานาแล้วนะครับ ถ้าทุกภาคส่วนช่วยกันน้ําที่เขื่อนต้องเก็บสํารองเอาไว้สําหรับให้เปึน น้ํากินน้ําใช้ก็ไม่จําเปึนต้องกดดันให้ปล่อยออกมาช่วยการเกษตรชาวบ้านก็จะสามารถ พึ่งตนเองได้ นี่เปึนอีกตัวอย่างหนึ่งในหลาย ๆ ตัวอย่างด้วยกันครับ ผมจะขออนุญาตใช้เวลา ไม่มากนัก ตัวอย่างเหล่านี้มันแก้ปัญหาเปึนรายเล็ก ๆ เปึนรายบุคคลได้ แต่ถ้ารัฐสนับสนุน

อย่างจริงส่งเสริมให้ทุกบ้านเข้ามามีส่วนร่วม แล้ววางกลไกสําคัญเข้าไปสนับสนุน ไม่ว่าจะ ชักชวนสถาบันการศึกษาลุกขึ้นให้ความรู้ชาวบ้านในการออกแบบคํานวณน้ํา ฝนตกมาในที่เขา ๑ ไร่ ถ้ามีน้ําฝน ๑,๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรจะมีน้ําเท่าไร ต้องเก็บน้ําเท่าไร ต้องยกคันนาเท่าไร ต้องขุดหนองขนาดเท่าไร ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม ๒ มหาวิทยาลัยแล้วก็เริ่มเข้าไปร่วม ออกแบบ ถ้ารัฐสนับสนุนอย่างจริงจังทั้งการออกแบบให้ความรู้จึงจํา เปึนต้องมีสถาบันขึ้น สถาบันนั้นอาจจะใช้สถาบันจากที่มีอยู่แล้วนี่แหละครับ ครั้นจะไปตั้งสถาบันใหม่ในภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้ทําได้ยากมากครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องไปสนับสนุนให้โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งบางโรงเรียน บางมหาวิทยาลัยก็มีคนที่มีความรู้เรื่องนี้ศึกษากันอย่างจริ งจังแล้วก็ไป สนับสนุนชาวบ้านก็จะเกิดขึ้น แม้แต่ถ้าให้ความรู้ชาวบ้านจริง ๆ แค่ยกคันนาขึ้นเปึนเขื่อน ประจําบ้านน้ําในนาก็จะพอใช้ในฤดูทํานา ชาวบ้านต้องการน้ําใช้เพียงฤดูทํานา ๔ เดือน เท่านั้นเองนะครับ เขาไม่ต้องการน้ําถึงฤดูแล้ง ฉะนั้นในภาวะขาดแคลนน้ําขณะนี้กลางฤดูฝน ป้นี้เดือนแปดสองหน กลางฤดูฝนนี่ฝนขาดแคลนอย่างรุนแรงแล้ว แต่ว่าบ้านที่ยอมเสียที่ดิน เล็กน้อยขุดหนองน้ําไว้ประจําบ้าน ปัุนคันนาใหญ่ ๆ แถมหัวคันนานั้นก็สามารถปลูกพืช ปลูกผัก ทําสวนได้ ก็จะมีอยู่มีกิน ในน้ําก็ยังมีปลาจ ริงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝัน เปึนแล้ว ขณะนี้เปึนจริงแล้ว กําลังกระจายไปในที่ราบลุ่มทั้ง ๑๙ ลุ่มน้ํา

อย่างที่กราบเรียน ที่จริงพระองค์ท่านห่วงลุ่มน้ําเดียวว่าจัดการยากที่สุดคือลุ่มน้ําป์าสัก เพราะน้ํามันเยอะ ลุ่มน้ํานี้มีพื้นที่ประมาณ ๑๐ ล้านไร่ มีน้ําที่ตกลงมาในลุ่มน้ําป์าสักนี้ ถึง ๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ว่าเราสามารถเก็บกักไว้ได้ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรก็ทะลักลงมาสมทบกับแม่น้ําเจ้าพระยาแล้วก็เข้ามาท่วม กรุงเทพฯ ถ้าเราจัดการลุ่มน้ําตัวอย่าง ๑ ลุ่มน้ําได้ การกระจายไปลุ่มน้ําอื่นก็เปึนเรื่องไม่ยาก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับต้องวางกลไกให้ประชาชนและ ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมในการจัดการ บนดอยเหมือนกันมีตัวอย่างมากมายเลยครับ อนุกรรมาธิการเราที่จริงเราทํางาน เรื่องนี้กันมาก่อนนานแล้วก่อนที่จะเข้ามาร่ วมงานกับ สปช. บนดอยก็สามารถปรับเปลี่ยน เปึนพื้นที่ทํามาหากิน อย่างลุ่มน้ํามีดนี่เขาสามารถลดพื้นที่การทํามาหากินลงได้ ๔,๐๐๐ กว่าไร่ เหลือเพียง ๒,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเอง ๔,๐๐๐ ไร่เขาก็คืนให้กับป์า เสร็จแล้วยังช่วยกันรักษาป์าไว้ อีกถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ อันนี้เปึนเพียงตัวอย่างหมู่บ้านเดียว ลุ่มน้ําเดียว ทั้งลุ่มน้ํานี้มีเพียง ๑๕ หมู่บ้าน มีตัวอย่างอย่างนี้เต็มไปหมดเลย และพื้นที่เหล่านี้อยู่เต็มพื้นที่ประเทศไทยไปหมด แล้วก็มีตัวอย่างที่ทําสําเร็จแล้วในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องเหล่านี้มีหลายร้อยโครงการทีเดียว ที่สําคัญที่สุดผมคิดว่าถ้าเราสามารถทําสิ่งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วก็สื่อสารออกไป ยิ่งรัฐบาลเห็นความสําคัญแล้วก็ประกาศให้ทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมทั้งเปึนการระดมทุนเอย ไม่ว่าจะจัดตั้งสถาบันขึ้นในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งรัฐไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ในขณะเดียวกันถ้าสามารถประกาศระดมทุนได้ โดยภาคเอกชน เข้ามาสนับสนุนการแก้ปัญหาภัยแล้งขณะนี้ อาจจะวางกลไกสําคัญขึ้นมาให้สามารถ ลดภาษีได้ เหมือนกับการสนับสนุนการศึกษาผ่านโรงเรียนอย่างนี้เปึนต้น ก็สามารถที่จะ ระดมทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ และที่สําคัญที่สุดนี่คน จะเข้าใจและ ยอมเสียสละพื้นที่ได้ และยอมเสียเวลา ยอมเสียงบประมาณเข้ามาสนับสนุนรัฐ ในการที่มาจัดการแก้ปัญหา ทั้งปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นจะต้อง ปรับเปลี่ยนความคิดให้เขาเข้าใจให้ได้ การให้การศึกษาผ่านกลไกของสื่อก็จะมีความสําคัญ ทั้งระบบจัดการ จัดที่ดินที่เหมาะสมซึ่งผมกราบเรียนแล้วให้ภาพดูไปแล้ว ทั้งระบบการผลิต ที่ยั่งยืนนั้นมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าปล่อยให้ประชาชนทํากันตามลําพัง จําเปึนจะต้องมี ภาคส่วนต่าง ๆ เข้าไปสนับสนุน เช่น ภาครัฐเข้าไปสนับสนุน ภาควิชาการ ชุมชน เอกชน และสื่อมวลชนอย่างที่ผมกราบเรียน แล้วก็ภาคประชาสังคม เปึนต้น ยังมีตัวอย่างมากมาย

เช่นที่จังหวัดน่านนี่ชาวบ้านออกระเบียบ ออกกฎของชุมชนขึ้นเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการ ก็ไปร่วมประกาศแนวทางที่จะร่วมมือกัน รวมทั้งกฎ ระเบียบดังกล่าวก็มีการเสนอ กราบบังคมทูลถวายผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ก็เปึนตัวอย่าง ซึ่งมีรายละเอียด มากมาย ผมอยากขออนุญาตให้ท่านอาจารย์คณิตซึ่งเปึนประธานคณะทํางานในการศึกษา ได้กรุณากราบเรียนที่ประชุมต่อไป ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายคณิต ธนูธรรมเจริญ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม คณิต ธนูธรรมเจริญ อนุกรรมาธิการปฏิรูปกลไกและ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาต นําเสนอผลการศึกษา การถอดบทเรียนเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนและการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามที่ได้รับมอบหมายจากการศึกษาได้ทบทวนระบบ การดําเนินการในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านมาได้ศึกษากลไกในการขับเคลื่อน การมีส่วนร่วม เช่น ทัศนะ ทักษะ ความสามารถในการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมที่เปึนปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น วัฒนธรรมองค์กรกฎ ระเบียบต่าง ๆ

ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการมีส่วนร่วม จากการศึกษาโดยการถอดบทเรียนโครงการต้นแบบ การสัมมนา ระดมความคิด การศึกษา ขอคําแนะนําจากผู้รู้ ผู้ชํานาญ ปรากฏว่าในกระบวนการ การมีส่วนร่วมนั้นเราพบมีสาระสําคัญ ๔ ประการ

ประการที่ ๑ เราพบว่าระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอดีตที่ผ่านมานั้นควรที่จะต้องมีการพิจารณาปรับปรุ ง ปฏิรูปกระบวนการให้มีระดับที่สูงขึ้น ซึ่งในระดับของการมีส่วนร่วมโดยหลักการแล้ว ได้กําหนดเอาไว้มี ๔ ระดับ ในระดับต่ําหมายถึงระดับที่ประชาชนได้รับเชิญมารับฟัง ข้อมูลข่าวสาร ในระดับที่สูงขึ้นหรือระดับกลางก็หมายถึงประชาชนได้มีส่วนในการแสดง ความคิดเห็น แต่ความคิดเห็นนั้นไม่มีนัยสําคัญในการที่จะนําไปสู่การตัดสินใจของเจ้าของ โครงการ ในระดับสูงหมายถึงระดับที่เข้าถึงข้อมูล ได้เรียนรู้กระบวนการ ได้มีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น และมีผลต่อการคิดวิเคราะห์โครงการไปจนถึงได้ร่วมกันวางแผน และมีส่วนร่วมในการดําเนินการในการติดตามด้ วย ในระดับสูงมากหมายถึงระดับที่ ประชาชนได้เปึนหุ้นส่วนในกระบวนการของการจัดการ มีบทบาท มีความรับผิดชอบ ร่วมตัดสินใจที่จะจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประการที่ ๒ ของการมีส่วนร่วมที่ศึกษาพบว่าในความหมายของ การมีส่วนร่วมนั้นไม่ใช่เปึนการได้รับโอกาสห รือรอโอกาสของการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม แต่การมีส่วนร่วมที่แท้จริงนั้นหมายถึงความสํานึกรับผิดชอบต่อสิทธิบทบาทของทุกภาคส่วน ในการที่จะทําหน้าที่ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุล เพื่อได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน เรียนรู้ปรับตัวให้สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างสอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมระบบนิเวศธรรมชาติ โดยไม่สร้างผลกระทบที่จะทําให้เกิด ความเสียหาย ความเสื่อมโทรม และความมั่นคงของระบบนิเวศธรรมชาตินั้น และการที่จะ เข้าไปสู่การมีส่วนร่วมก็ควรจะต้องคํานึงถึงความเสมอภาคคือการได้เข้าไปเปึนแบบเพื่อนมิตร ในการทํางานร่วมกัน มีความโปร่งใส ไร้ประโยชน์แอบแฝง การมีประสิทธิภาพ ใช้ความรู้ ความเห็น ความตั้งใจจริง และมีศักยภาพมีสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้สามารถดําเนินการ ได้อย่างต่อเนื่อง

ประการต่อไปจากการศึกษาพบว่าในกระบวนการการมีส่วนร่วมนั้น เรามีทั้งหมด ๕ กระบวนการที่สําคัญ

กระบวนการที่ ๑ คือการรับรู้เรียนรู้ โดยการที่ทําให้ทุกภาคส่วน ได้มีฐานข้อมูลเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน มีการจัดการทางด้านความรู้ การพัฒนาความรู้ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง

กระบวนการที่ ๒ เปึนกระบวนการในการตัดสินใจและวางแผน ทุกภาคส่วน ควรจะได้มีการร่วมกันวิเคราะห์หาทางเลือกตัดสินใจแนวทางที่จะจัดการทรัพยากร โดยการวางแผนร่วมกัน

กระบวนการที่ ๓ เปึนกระบวนการในการดําเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นควรจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการดําเนินการ ในการปฏิบัติการ ในโครงการจัดการทรัพยากรนั้น ๆ

กระบวนการที่ ๔ เปึนกระบวนการติดตามเพื่อประเมิน เพื่อติดตาม ปรับปรุง พัฒนากระบวนการทํางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

และกระบวนการที่ ๕ คือกระบวนการในการเข้าถึงประโยชน์และ ได้รับผลกระทบ ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงประโยชน์ได้อย่างเสมอภาค และหากได้รับ ความเดือดร้อนย่อมต้องได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรม

ทั้ง ๕ กระบวนการนั้นคณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วว่า ถ้าสามารถ ดําเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมีกลไก ๗ กลไก ในการหนุนเสริมกระบวนการ ทั้งหมด

กลไกที่ ๑ คือจะต้องมีกลุ่มชุมชนเครือข่ายสภาสมัชชาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งประชาชนควรจะต้องได้รับสิทธิบทบาทหน้าที่ในการจัดการทรัพยากร และได้รับความชอบธรรมในการเปึนตัวแทนในการปฏิบัติการในการจัดการทรัพยากรตั้งแต่ ระดับพื้นที่ ท้องถิ่น ภูมิภาค โดยเชื่อมโยงบทบาทหน้าที่กันได้อย่างบูรณาการ

กลไกที่ ๒ คือกลไกการมีแผนเชิงบูรณาการ เนื่องจากว่าทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ ของการพัฒนา ฉะนั้นในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องมีข้อคํานึงถึงการบูรณาการแผนร่วมกับมิติอื่น ๆ

กลไกที่ ๓ คือกลไกการพัฒนาการมีส่วนร่วม เนื่องจากว่าการมีส่วนร่วม เปึนการดําเนินการร่วมกันในหลายฝ์าย ดังนั้นการพัฒนาชุมชน ประชาชนให้เกิดความเข้มแข็ง ในการที่เข้าสู่กระบวนการการมีส่วน ร่วมจึงมีความสําคัญที่จะทําให้กระบวนการ การมีส่วนร่วมนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กลไกที่ ๔ คือกลไกในการผลิตและการอนุรักษ์ เนื่องจากว่าในระบบปัจจุบัน เราพบว่าการผลิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขาดในเรื่องของการอนุรักษ์ ฉะนั้นรูปแบบ ในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่ต้องคํานึงถึงเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย

กลไกที่ ๕ คือกลไกในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมีความยืดหยุ่น ให้เปึนไปตามลักษณะภูมิสังคม ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี และระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ

กลไกที่ ๖ คือกลไก ด้านสื่อ เปึนการทําหน้าที่ให้เกิดการเผยแพร่ เกิดการถ่ายทอดต้นแบบ เกิดการรณรงค์ให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมได้อย่างกว้างขวาง มากขึ้น

และกลไกอันที่ ๗ คือกลไกด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบที่จะเอื้อ ที่จะทําให้ บทบาทหน้าที่ของประชาชนนั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างระดับสูงอย่างแท้จริงได้

จากการศึกษาในเรื่องของการมีส่วนร่วมดังกล่าวทั้ง ๔ ประการ นํามาสู่ ข้อเสนอและแนวทางในการปฏิรูปกลไกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ ทรัพยากรอันเนื่องมาจากเราพบว่าการมีส่วนร่วมมันมีข้อจํากัดจากระบบการจัดการทรัพยากร ในทัศนคติของการมีส่วนร่วมซึ่งเห็นแตกต่างกัน การที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และการได้รับสิทธิบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายอันพึงจะมี คณะอนุกรรมาธิการได้มีข้อเสนอ และแนวทางในการปฏิรูปกลไกการมีส่วนร่วมใน ๔ ประเด็นหลัก คือ

ประเด็นที่ ๑ การปฏิรูปทางความคิดโดยการจัดตั้งให้มีสถาบันพัฒนา การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสถาบันจะทําหน้าที่ ในการพัฒนาความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดการความรู้ การถ่ายทอด

ความรู้ ลักษณะของสถาบันเปึนสถาบันองค์กรการร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่น สถานศึกษา หน่วยงานองค์กรรัฐที่เกี่ยวข้อง แนวทางในการดําเนินงาน ประสานความร่วมมือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นออกแบบสถาบันเพื่อดําเนินการในเรื่องของการพัฒนาความเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมของประชาชน

ประเด็นที่ ๒ ที่ควรจะต้องมีการปฏิรูปในด้านโครงสร้าง โดยการจัดตั้ง สภาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อทําหน้าที่เชื่อมประสานสิทธิ บทบาทหน้าที่ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ประสานความร่วมมือกําหนดให้มี คณะกรรมการการจัดการทรัพยากรทั้งในระดับพื้นที่ ระดับเครือข่าย ระดับท้องถิ่น ระดับอําเภอ จังหวัด และภูมิภาค และในระดับชาติ ซึ่งเปึนสมัชชาเปึนเวทีในการระดม ความคิด พัฒนาความเข้มแข็ง จัดทําแผนและระเบียบในการปฏิบัติงาน

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของการปฏิรูประบบการระดมทุน โดยการจัดตั้งกองทุน การพัฒนาการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนกองทุน ในการหนุนเสริมความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาออกแบบรูปแบบของกองทุนและ แหล่งทุนต่าง ๆ มาร่วมทุนกันเพื่อที่จะสนับสนุนให้เกิดกองทุนในการจัดการทรัพยากร ในระดับพื้นที่ ท้องถิ่น ภูมิภาค เพื่อตอบสนองความจําเปึนได้อย่างทันกาลและสอดคล้อง ตามความต้องการในระดับของพื้นที่

ประเด็นที่ ๔ คือการปฏิรูปทางด้านกฎหมาย ประกอบด้วยมาตรการ ๒ มาตรการ มาตรการที่ ๑ คือการปรับปรุงพั ฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ จัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิบทบาทหน้าที่ในกำรมีส่วนร่วม ทั้ง ๕ กระบวนการ และ ๗ กลไก

มาตรการที่ ๒ พิจารณายกร่างกฎหมายการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยมีสาระสําคัญว่าด้วยการรับ รองสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน รับรองสภาสถาบันการพัฒนาการมีส่วนร่วม รับรองสภาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับรองเรื่องกองทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยสรุปข้อเสนอและแนวทาง ทั้ง ๔ ประการนี้เราพบว่าถ้ามีกำรดําเนินการในการมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงแล้ว จะสร้างประโยชน์ทําให้เกิดความเสมอภาค ความรู้รักสามัคคี ความสมดุลยั่งยืน และสิ่งที่ สําคัญทรัพยากรธรรมชาติเปึนสมบัติของชาติ เปึนสมบัติของทุกคน และมนุษย์ทุกคน เปึนส่วนหนึ่งในระบบนิเวศธรรมชาติ การกระทําใด ๆ ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อระบบธรรมชาติ เราทุกคนที่อยู่ในระบบธรรมชาติเดียวกันทั้งโลกย่อมได้รับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงนั้นเหมือนกันทุกคนโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เราทุกคนจึงต้อง มีบทบาทหน้าที่มีความรับผิดชอบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปึนสมบัติของชาติร่วมกัน กลไกและการมีส่วนร่วมเปึนกลไกอันหนึ่งที่มีความสําคัญ ต่อการบริหารการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ก็จบการเสนอของคณะอนุกรรมาธิการที่ทําการศึกษาเรื่องนี้แล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

จากนี้ จะเรียนเชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ไม่เกิน ๕ นาที คุณประภาศรี สุฉันทบุตร หมายเลข ๑๓๐ เชิญครับ

นางประภาศรี สุฉันทบุตร

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ประภาศรี สุฉันทบุตร สปช. จังหวัดยโสธร ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่ คณะทํางานเสนอมา ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก็อยากเพิ่มเติมว่าอยากให้คณะทํางาน เร่งเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด ให้เปึนวาระแห่งชาติมากกว่ากิจกรรมที่ทําอยู่ เนื่องจากปัจจุบัน จะเห็นว่าตอนนี้ไปที่ไหนทุกคนก็จะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่มีไปถึงประชาชนเลย ในต่างจังหวัดนั้นเงียบมากเลย เงียบชนิดที่ว่าเขาอาจโกธรรัฐบาลไปด้วยซ้ําตอนนี้ว่า เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น ทีนี้ดิฉันคิดว่าถ้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ําอันนี้ที่จะสามารถทําให้เงินลงไปถึง

ประชาชนโดยตรงก็น่าจะมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจด้วย แนวทางที่ดิฉันนําเสนอก็คือ จะต้องให้เปึนลักษณะให้เกษตรกรเปึนเอสเอ็มอี (SME) ให้ได้ เปึนผู้ประกอบการขนาดเล็ก ให้ได้เลย โดยสามารถพัฒนาแหล่งน้ําของตัวเองได้ แล้วก็รัฐบาลอย่าได้กลัวคําว่าประชานิยม อันนี้ไม่ใช่ประชานิยม เปึนการลงทุนให้เกษตรกรเมื่อนําเงินไปให้ลงทุนถึงประชาชนโดยตรง โดยไม่ผ่านหน่วยงานภาครัฐ อาจจะมี อบต. เปึนเลขานุการให้กับในตําบลนั้นได้ แต่ว่าไม่ต้อง ผ่านหน่วยงานราชการใด ๆ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเราจะกังวลว่าเดี๋ยวจะมีการคอร์รัปชัน (Corruption) กันอีก ลงทุนไปให้ที่หมู่บ้านนั้นเลย สมมุติว่าหมู่บ้านละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ชาวบ้านก็รวมตัวกัน แล้วก็ขุดแหล่งน้ํามาให้ได้ ใช้แรงของเขาเอง อาจจะต้องใช้เงิน สมมุติว่าให้ชาวบ้านคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ใช้แรงของเขาเอง ใช้ลักษณะลงแขกกันก็ได้ หรืออะไรกันก็ได้ ใช้แรงของเขาเองในการขุดแหล่งน้ํา ให้ทุกหมู่บ้านมีแหล่งน้ําของตนเอง บ้านไหนมีที่ดินอยากจะแบ่งที่ดินมา ๑ ไร่ให้เปึนของครอบครัวนั้นก็ได้ในการขุดแหล่งน้ํา ให้ได้ ๑ แหล่งน้ําต่อครอบครัวหนึ่ง

โดยที่รัฐบาลต้องกล้าที่จะใส่เงินลงไปตรงนี้ เหมือนกับจ้างชาวบ้านแล้วก็ขุ ดแหล่งน้ํา ให้เขาเอง ให้ชาวบ้านเอง แล้วก็หลังจากขุดแหล่งน้ําแล้วทางรัฐบาลก็ต้องมีโนว์ฮาว (Know-how) ต่าง ๆ ทุกอย่าง ที่จะทําอย่างไรให้เขาสามารถเอาดินที่ขุดขึ้นมามาทําเปึน แหล่งน้ําแล้วก็ปลูกสินค้าเกษตร อันนี้เปึนเรื่องที่เราจะต้องอบรมสอนเขาอีกนะคะ สินค้าเกษตรที่เขาสามารถขายได้เลย ถ้าหากเราไม่ทําอย่างนี้เมื่อเราเข้าสู่เออีซี (AEC) ชาวบ้านเหล่านี้จะกลายเปึนไม่สามารถสู้กับประเทศข้างเคียงได้เลย เพราะฉะนั้นเร่งทํา เกษตรกรให้เปึนเอสเอ็มอีให้ได้ สิ่งที่ดิฉันย้ําก็คือคิดว่าจะต้องทําในเชิงเศรษฐกิจ เงินให้ไปถึง ชาวบ้าน แล้วก็จ้างชาวบ้านนั่นแหละ เงินอาจจะต้องเปึนหมื่นล้านบาทเลยนะคะ ทุกหมู่บ้าน จะต้องได้รับเงินส่วนนี้ แล้วก็จ้างชาวบ้านเหล่านี้เปึนผู้ขุดแหล่งน้ําเลย แรงงานเขาเปึนผู้ขุดเลย แล้วสอนให้เขาทําการเกษตรพึ่งตนเองให้ได้ แล้วก็สอนการตลาดให้เขา ให้เขาขายผลผลิต ของเขาให้ได้ ให้เปึนเกษตรกรที่เปึนเอสเอ็มอี ทุกอย่างดีหมดแล้วนะคะ ขอเพิ่มให้เปึน อย่างนี้ค่ะ ให้ทําจริงและให้เปึนวาระแห่งชาติ แล้วก็กระจายเงินลงไปที่ชาวบ้านโดยเร็ว ดิฉันอยากเร่งให้ทําใน ๖ เดือนก่อนที่ชาวบ้านจะอดอยากมากกว่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณสมเกียรติ ชอบผล ครับ

นายสมเกียรติ ชอบผล

กราบเรียนท่านประธาน ผม สมเกียรติ ชอบผล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๐๒ ผมมีประเด็นย่อย ๆ เท่านั้นเองนะครับ อยู่ ๒ ประเด็น ตรงส่วนเปัาหมายปลายทางที่จะไปให้ถึงนี่ที่จริงท่ำนก็เสนอไว้แล้วว่า เพื่อความเสมอภาค ความเปึนธรรม ที่จริงโครงการนี้มันค่อนข้างชัดเจนว่านําไปสู่ การลดความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ความเปึนอยู่ที่ดีของประชาชน ผมยกตัวอย่างอย่างเช่น เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นเรื่องของป์ามันมีรายได้ ตอบแทนไปสู่ประชาชนในท้องที่ ซึ่งอาจารย์คณิตเองก็มีประสบการณ์ในการทําเรื่องนี้อยู่ แล้วมันอาจจะต้องมีเครือข่ายที่มากกว่ากำรจัดเรื่องของความคิด กระบวนการ มันอาจจะต้องเชื่อมโยงกับทางภาคธุรกิจหรือสถาบันการศึกษา ซึ่งยังไม่ค่อยมีการตอบสนอง เรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะผมเข้าใจว่าเรื่องนี้มีความสําคัญพอสมควร เพราะผมไปอ่าน งานวิจัยของ สวทช. ที่ไปศึกษาประเทศแถบอาเซียนด้วยกัน ยกตัวอย่างอย่างประเทศ เพื่อนบ้านเราเช่นประเทศ สปป. ลาวขณะนี้ก็ได้สัมปทานพื้นที่ให้ประเทศเวียดนามและประเทศจีน

ไปทําสวนยางพารา แล้วเนื่องจากค่าครองชีพในประเทศ สปป. ลาวค่อนข้างสูง คนที่เคยไปเก็บ ของป์าอะไรอยู่ในอดีตที่เคยทําได้มันก็สูญหายไป ทําให้ประชาชนพวกนี้เดือดร้อนมาก ในประเด็นนี้อาจจะมีความเชื่อมโยง แล้วเราอาจจะเผยแผ่ความคิดเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่มีความสํา คัญ และอีกประเด็นหนึ่งที่อยากเสนอก็คือเรื่องของกรณี เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ก็มีข้อมูลว่าลุ่มน้ําป์าสักที่ท่านวิวัฒน์ได้เสนอก็มีข้อมูลเช่นเดียวกันว่า ลักษณะลุ่มน้ําป์าสักไม่เหมือนลุ่มน้ําอื่น เพราะว่าป์าถูกทําลายเยอะ แล้วเวลามีฝนตกแรง ๆ พวกตะกอนก็จะลงมามากกว่าเขื่อนอื่นที่อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการรีบเร่งดําเนินการ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็การมีส่วนร่วมที่เข้มแข็ง อย่างที่ท่านเสนอก็จะช่วยลด การเสื่อมสภาพการเก็บน้ําของเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ได้มาก เพราะฉะนั้นอยากให้ทําเร็ว ๆ ก็ขอแสดงความชื่นชมกับกระบวนการศึกษา ซึ่งผมคิดว่าท่านทําได้ค่อนข้างชัดเจนนะครับ ขอขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๒ ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมท่านอนุกรรมาธิการที่ได้จัดเรื่องของกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งถือว่าเปึนหัวใจ เพราะว่าเราทําทุกอย่าง คิดทุกอย่างถ้าประชาชนไม่มีส่วนร่วมสิ่งดี ๆ อาจจะสูญหายไปหมดเลยนะครับ ซึ่งปัญหา เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนปัญหาตั้งแต่พื้นที่ตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ระดับประเทศ และระดับโลก ซึ่งก็ต้องเปึนที่ทราบทั่วไปว่าการแก้ปัญหำอย่างยั่งยืน จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งนอกจากการมีส่วนร่วมแล้วประชาชน ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน แนวความคิด การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนที่ทางกรรมาธิการ ได้กล่าวไว้ว่าคนอยู่กับธรรมชาติอย่างสอดคล้องกลมกลืนและมีดุลยภา พ ซึ่งการมีส่วนร่วม ของประชาชนเปึนความสําคัญและเปึนหัวใจในการจัดการอย่างยั่งยืน ผมเชื่อมั่นว่า โครงการดี ๆ ของประเทศไทยซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตนี่ถ้าเราไม่มีการจัดตั้งเครือข่ายและ การจัดการการมีส่วนร่วมของภาค ประชาชนให้อย่างมีความสมบูรณ์แล้วก็มีการพัฒนา รูปแบบเครือข่ายเราจะไม่มีโครงการดี ๆ เกิดขึ้น แต่ถ้าเรามีการจัดตั้งเครือข่ายความเข้าใจ มีรูปแบบที่ชัดเจนมีอะไรที่ดี ๆ ขึ้นมานี่ก็จะทําให้ปัญหาต่าง ๆ ลดน้อยลงแล้วก็ ประสบความสําเร็จเยอะขึ้น ความเข้าใจความร่วมมือต่าง ๆ ก็จะมากขึ้น ซึ่งกระบวนการ ทั้ง ๕ กระบวนการไม่ว่าจะเปึนการร่วมเรียนรู้ ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจในโครงการ ร่วมดําเนินการ ร่วมติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็ร่วมรับผลประโยชน์อย่างยุติธรรมร่วมกัน ซึ่งอันนี้ถ้าประชาชนมีความเข้าใจผมเชื่อมั่นว่าโครงการดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย จะลดความขัดแย้ง ลดแรงต้าน บางทีอยากทําโครงการเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็เกิดแรงต้าน เกิดจากความไม่เข้าใจ ซึ่งผมยกตัวอย่างในพื้นที่ของผมเองก็คือเรื่องขยะ เรื่องขยะนี่ ถ้าประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เรื่องของการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง การลดขยะเรื่องของ ๓ อาร์ (3R) รีดิวซ์ (Reduce) การลดขยะลงอย่างไร ถ้าประชาชนรู้จักการที่จะลดขยะ ในส่วนตนเองปริมาณขยะเขาบอกว่าลดได้เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รียูส (Reuse) เอามาใช้ใหม่ ก็จะลดลงได้อีก รีไซเคิล (Recycle) กระบวนการนี้ ๓ อาร์ทั้งหมดนี่ถ้าประชาชนมีส่วนรับรู้ แล้วก็ร่วมอย่างจริง จังก็สามารถจะลดเรื่องของขยะลงไปได้เยอะ รวมถึงการคัดแยกขยะ

หลายคนบอกว่าเห็นไปประเทศอื่น ประเทศญี่ปุ์น ประเทศทางสแกนดิเนเวีย มีขยะเป้ยก ขยะแห้ง ขยะพิษอะไรต่าง ๆ ใครเรียกว่าคัดแยกขยะก็จะได้รับประโยชน์ในเรื่องของ การเสียภาษีลดลง การร่วมในการที่จะได้รับประโยชน์ในสิ่งต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าประเทศไทยเรา ถ้าเราอยากให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนประชาชน จะต้องมีความเข้าใจ มีส่วนร่วมแล้วก็มีสํานึกที่จะทําเรื่องนี้ร่วมกัน ก็อยากกราบเรียนว่า หลักการที่บอกว่า คนที่สร้างมลภาวะต้องรับผิดชอบ คนที่รับประโยชน์ต้องรับผิดชอบ เช่น เราจะเก็บค่าขยะ ค่าน้ําเสียอะไรต่าง ๆ ตอนนี้ก็มีแรงต้าน มีความไม่เข้าใจต่าง ๆ แต่ถ้าพวกเราทุกคนได้มี กระบวนการที่จัดตั้งมาอย่างเปึนระบบ แล้วก็มีความเข้าใจ มีการสร้างสํานึกรับผิดชอบร่วมกันของคนใน ชาติของทั้งประเทศ ผมเชื่อมั่นว่าการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนนี่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

ช่วงนี้ผมคิดว่ากระบวนการที่ท่านจะปฏิรูปใ นหลาย ๆ ข้อที่เกิดขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเปึน สถาบันพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมและอื่น ๆ ทางด้านกฎหมายทางสิ่งต่าง ๆ นี่นะครับ ก็จะเปึนพื้นฐานที่จะทําให้การปฏิรูปและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างมีส่วนร่วมจะเกิดขึ้น แล้วก็ทําให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติของเราอย่างยั่งยืนต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ครับ

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการและคณะ ประเด็นที่ผมอยากจะนําเสนอมี ๔ ประเด็น ซึ่งจะเปึนความเชื่อมโยงกับการปฏิรูประบบ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากนําเรียนว่าการที่จะเพิ่มกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมนั้น สิ่งแรก ผมคิดว่าองค์ความรู้และจิตสํานึกใหม่ที่ประชาชนจะต้องมีต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ผมจะนําเสนอผมคิดว่าเปึนประเด็นทําอย่างไรให้ประชาชนนั้น มีความเข้าใจว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นเปึนคุณประโยชน์ในเรื่องของสภาพของ สังคมและเศรษฐกิจ เพราะถ้าว่าเราไม่วางกลไกเหล่านี้ให้ประชาชนมีความเข้าใจในสภาพของ สังคมและเศรษฐกิจนั้น ผมคิดว่าประชาชนก็ยังมองว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เปึนเรื่องที่ไม่สําคัญ ในประการที่ ๒ ผมคิดว่าวันนี้เราจะขับเคลื่อนให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นั้น กฎหมายจําเปึนครับ วันนี้ผมคิดว่า เรื่องของการกระจายอํานาจนั้นเปึนเรื่องสําคัญที่จะต้องมีการกระจายอํานาจให้ชุมชน ท้องถิ่นนั้นเปึนกลไกหลักในการที่จะดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการฟุ๋นฟู วันนี้ถ้ากลไกของชุมชนไม่มีในสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าการดูแลและการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเปึนเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะมันจะเปึนการแย่งชิงอํานาจ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติระหว่างราชการส่วนต่าง ๆ และชุมชน ในประการที่ ๓ ผมคิดว่าเปึนความเชื่อมโยงต่อเนื่องจากการกระจาย อํานาจ เปึนเรื่องของการที่จะต้อง ผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นต้องมีกติกาที่เชื่อมโยงกับกลไกการกระจายอํานาจต่อการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเด็นนี้ที่ผมต้องนําเสนอเพื่อให้มันเปึนฐานรองรับ

กติกาชุมชนให้มีความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้น เหตุผลก็คือว่าเราต้องยอมรับความจริงครับ ท่านประธานว่าชุมชนต้นแบบที่มีอยู่ขณะนี้ทั่วประเทศที่ประสบความสําเร็จในเรื่อง การจัดการทรัพยากรธรรมชาตินั้นล้วนแล้วเกิดขึ้นจากจิตสํานึกและกติกาของชุมชนทั้งสิ้น ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายบ้านเมืองอะไรเท่าไ รเลยนะครับ เขาเชื่อมโยงอะไรครับ เขาเชื่อมโยงจิตสํานึกความรับผิดชอบ บวกด้วยเรื่องเศรษฐกิจ การยกระดับสถานภาพ ความเปึนอยู่ครัวเรือนควบคู่กัน ๒-๓ ระบบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากนําเรียน เพื่อทําความเข้าใจว่าถ้าเราจะปฏิรูปในเรื่องเหล่านี้ถ้าเราไม่ได้กําหนดสาระสําคัญเหล่านี้ไว้ มันก็ไม่สำมารถที่จะให้กลไกภาคสังคมนั้นมีเครื่องมือและมีกติกาที่มีความชัดเจนได้ ในประการสุดท้ายครับ วันนี้เรากําลังมองว่าเอกชนนั้นภาคสังคม ภาคธุรกิจ ก็เปึนส่วนหนึ่ง ของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่ให้กลไกเหล่านี้ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมไม่ว่าจะเปึนกลไกในลักษณะรูปแบบจะเปึนมูลนิธิ จะเปึนภาคของการมี กิจกรรมก็ดีหรืออะไรก็ดี แต่สิ่งหนึ่งถ้าเราจะให้คนเหล่านี้มามีส่วนร่วมนั้นผมคิดว่าอะไรคือ แรงจูงใจ อะไรคือกลไกหนุนเสริมเขาให้เขามีส่วนร่วมต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ผมคิดว่าระบบภาษี เมื่อสักครู่ท่านประธานอนุกรรมาธิการก็คงได้นําเรียนเบื้องต้นไปแล้วว่า ระบบภาษีก็เปึนระบบหนึ่งซึ่ งเปึนแรงจูงใจ แต่เปึนไปได้ไหมครับที่เราจะเพิ่มเติมกลไก อื่น ๆ เข้าไปอีก อันนี้ก็ลองไปพิจารณาความเหมาะสมว่ากลไกใดที่จะเปึนกลไกหนุนเสริม ภาคเอกชนให้เข้ามาเปึนกลไกหลักในการเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นร่วมในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ ผมเองคงมีเพียง ๔ ประเด็นเท่านั้นที่นําเรียนเปึนปัจจัยประกอบ ก็คือ เรื่องของกฎหมาย เรื่องของความเชื่อมโยงกติกา เรื่องของการสร้างจิตสํานึกใหม่ แล้วก็ ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ซึ่งเปึนพลังสําคัญในการที่จะฟุ๋นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบพระคุณท่านประธานไว้เพียงเท่ำนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ

นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง 🔗

เรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมมีข้อคิดเห็นอยู่ ๔ ประการที่อยากจะเรียนกรรมาธิการเผื่อจะเปึน ประโยชน์ในการพิจารณาปรับปรุง ผมคิดว่ากรรมาธิการก็ได้จับหัวใจที่สําคัญ มาหลายเรื่องแล้ว แต่ผมอยากจะเน้นว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคําว่าการมีส่วนร่วม ในการดูแลทรัพยากร จริง ๆ แล้วเราชอบพูดกันเรื่องประชาธิปไตย ประชาธิปไตยคือ เรื่องของการมีส่วนร่วมนั่นแหละครับ ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องของการเลือกตั้ง แต่เปึนเรื่อง ของการมีส่วนร่วมของผู้คน ท่านจับถูกแล้ว โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมต้องมีความแตกต่างกัน กับการให้ความร่วมมือ เราชอบใช้กลับกันอยู่ตลอดเวลา เราคิดโครงการเสร็จเรียบร้อย แล้วเราไปให้ชาวบ้านให้ความร่ วมมือ แล้วเราก็ฉุดกระชากลากถูหลอกชาวบ้านตลอด ทําทีเปึนเหมือนกับว่าเราไปฟังเขาแต่เรามีข้อสรุปแล้ว อย่างนี้ชาวบ้านเขารู้เขาไม่เอาด้วย เลยครับ และมันไม่ใช่เรื่องของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นที่ท่านพูดมา ๕-๖ ประการ ไม่ว่าจะร่วมรับรู้ปัญหาหรืออะไรก็แล้วแต่ ตัวสําคัญที่สุดคือเรื่องของการร่วม ในการตัดสินใจ ชาวบ้านจะตัดสินใจได้ดีต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง ต้องมีข้อมูลข่าวสารครบ มีส่วนร่วมในการวางแผนแก้ไขปัญหา มีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ และมีส่วนร่วมในการมา ประเมินดูว่ามันควรจะเดินต่อหรือไม่ควรเดินต่อ ในประการที่ ๓ ผมอยากจะเน้นเรื่อง การรับประโยชน์ ท่านประธานครับ พวกเราขึ้นเครื่องบินกันบ่อย ๆ บางท่านก็ชอบเดินทาง

โดยเครื่องบิน ผมถามว่าที่ท่านขึ้นเครื่องบินท่านมีความเสี่ยงไหม มี การทําอะไร กับทรัพยากร มีโครงการต่าง ๆ กับทรัพยากร ที่ดินก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี มีความเสี่ยงไหม มี แต่ถามท่านว่าทําไมพวกเรายินดีขึ้นเครื่องบินทั้ง ๆ ที่มีความเสี่ยง ก็เพราะว่าไม่มีใคร บังคับเรา เราตัดสินใจขึ้นเครื่องบินทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่ามีความเสี่ยง ตกเมื่อไรเราก็ตาย แต่ที่เราขึ้นเพราะเราได้รับประโยชน์ เราจะไปจังหวัดเชียงใหม่ถ้าเราเดินทางทางรถยนต์ อาจจะ ๗-๘ ชั่วโมง แต่ขึ้นเครื่องบิน ๑ ชั่วโมง เรายินดีตัดสินใจและเรารับประโยชน์เอง เราจึงขึ้นเครื่องบิน เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่จะไปใช้ทรัพยากรของชาวบ้าน แต่เรา ตัดสินใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราไปฉุดกระชากลากถูเขำ ก็เหมือนกับเราบังคับคน ขึ้นเครื่องบิน ผมถามท่านประธานครับ ถ้าอยู่ดี ๆ มีคนบังคับเราให้ขึ้นเครื่องบินเราคงไม่ยอม แต่ให้เราตัดสินใจเองว่าเราได้รับประโยชน์อย่างนี้นะ ถามว่าเสี่ยงไหม รู้ นั่งอยู่บนเครื่องบิน รู้ไหมว่าเสี่ยง รู้ แต่ทําไมไป มันคุ้ม เพราะฉะนั้นถ้าทรัพยากรของเขา เขาอยู่ตรงนั้น ให้เขาได้รับประโยชน์จากสิ่งที่จะพัฒนาด้วยผมเชื่อว่าเขาเอา พูดไปก็จะเห็นภาพ โปรเจกต์ (Project) ต่าง ๆ ที่รัฐหรือเอกชนอยากจะไปลงทุนทําโรงไฟฟัา ทําอะไรต่ออะไรก็ตาม เราชอบกําหนดเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ไปบอกชาวบ้านว่าเราอยากจะทําตรงนี้ มันก็มีปัญหา กับทรัพยากรของชาวบ้านเขา ผมจะไม่ยกตัวอย่างเหมือนที่ท่านยกหรอกครับ อันนั้น ท่านก็ว่าของท่านไป เพราะว่าท่านก็ยกดีแล้วไร่นาอะไรก็ว่าไป

ประการสุดท้ายผมเห็นว่ารายงานยังขาดเรื่องวิธีการอยู่นิดหนึ่ง วิธีการการมีส่วนร่วม มันมีหลากหลายวิธีมาก วิธีการหนึ่งที่ประเทศไทยชอบใช้แต่ว่าเปึนวิธีการที่ผิวเผินมาก คือไปถามความคิดเห็นคือทําโพลล์ (Poll) ไปถามความคิดเห็น ประชาชนเวลาเขาตอบ ความคิดเห็นเขาให้จากอารมณ์ ความรู้สึก ขณะนี้เขาได้ยินคนพูดกันมาอย่างไร เขาก็ว่ากันไปตามนั้น แต่ความคิดจริง ๆ ลึก ๆ ไปถามโพลล์ไม่ได้ เพราะโพลล์หรือ ความคิดเห็นมันเปลี่ยนได้ตลอด จะเห็นได้ไหมว่า ๑ เดือนก็เปลี่ยน ๒ เดือนก็เปลี่ยน

ประการที่ ๒ ที่เราเรียกกันว่าประชาพิจารณ์ ท่านประธานครับ อยากเห็น กรรมาธิการชุดนี้เขียนถึงปัญหาของประชาพิจารณ์ให้ชัด เพราะปัญหาปัจจุบันนี้เราชอบ ขนคนมาประชาพิจารณ์ แล้วก็บอกว่าเสียงข้างมากจะเอาอย่างนี้ เสียงข้างน้อยเปึนอย่างนั้น มันก็ตีกันสิครับ ประชาพิจารณ์ไม่ใช่นับจํานวนคน แต่เขาขอฟังประเด็น เขาเชิญคนให้ครบมา เพื่อฟังประเด็นแล้วบอกกันเลยว่าไม่ได้ต้องการว่าประเด็นไหน มีใคร เสียงข้างมากว่าอย่างไร ไม่สน แต่ฟังประเด็นให้ครบ ประเด็นทั้งปัญหา ประเด็นทั้งการจัดการให้ครบถ้วนที่สุด เท่าที่จะทําได้ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่น่าเชื่อถือฟัง เฮียริง (Hearing) หรือประชาพิจารณ์ แต่ประเทศไทยเปึนการเมืองหมด เราอยากจะสร้าง เราอยากจะใช้ทรัพยากรของเขาเราก็ขนคน จ้างคน แล้วก็ให้มันออกมาเสียงข้างมากจะเอาอย่างนี้ มันก็ตีกันใช่ไหมครับท่านประธาน

ประเด็นถัดไปเราชอบอยากจะฟังว่าเสียงข้างมากอย่างไร เราก็ชอบใช้ ประชามติ แต่ท่านประธานเราก็บิดเบือ นประชามติอีก แทนที่จะให้เขาเข้าใจเนื้อหา ให้ชัดเจนแล้วลงประชามติกัน เราบิดเบือน ยกตัวอย่างให้ใกล้ตัวพวกเรานะครับ ถ้าจะ ลงประชามติอย่างเช่นร่างรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับ เชื่อไหมถ้าไปลงประชามติก็จะมีคน บิดเบือนว่าถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แสดงว่าเราไม่เห็ นด้วยกับรัฐประหาร มันจะมีคน ไปแนวนั้น ทั้ง ๆ มันไม่เกี่ยวเลย เนื้อไม่พูด แต่ถ้าเราแสดงว่าไม่เห็นด้วย แสดงว่า เราไม่เห็นด้วย กับรัฐประหารมันก็จะมีคนบิดไป ท่านลองไปคิดดูว่าประชามติเกี่ยวกับ ทรัพยากรก็จะมีคนบิด แล้วก็จะมีคนบิดว่าถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญแสดงว่าเราอยำกเห็น ประเทศเดินหน้าต่อไป ก็ต่างคนต่างบิดไปคนละนิด แทนที่จะลงในเนื้อหา ผมก็เลย กราบเรียนท่านประธานว่าผมเปึนห่วงเรื่องการมีส่ วนร่วมถ้าท่านต้องพูดถึงวิธีการ แล้วท่านจะต้องบอกถึงจุดอ่อนของประเทศไทยที่เกิด ขึ้น แล้วท่านจะปฏิรูปกันอย่างไร

ในหลักการพวกเราเห็นด้วยกับท่านหมดละครับ ขอท่านเติมตรงนี้ได้ไหมว่าปัญหาของ การมีส่วนร่วมในประเทศไทยมันคืออะไร แล้วเราจะแก้ไขมันอย่างไร ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ด้านการศึกษาครับ ผมจําได้ตอนที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ ท่านประธาน เทียนฉายบอกว่าถ้าเห็นด้วยก็ไม่จําเปึนจะต้องพูดมากนัก แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็คงจะต้องบอก ความไม่เห็นด้วยนั้นออกมา วันนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมเห็นความตั้งใจของคณะกรรมาธิการครับ แต่ผมอยากจะบอกที่ประชุมนี้ว่าข้อเสนอในการปฏิรูปเปึนข้อเสนอที่ติดยึดอยู่กับระบบ ระเบียบ และไม่ก้าวไปตรงไหนเลย ข้อเสนอในการปฏิรูปของท่าน ๕ ข้อ ผมอยากอ่าน ให้ที่ประชุมนี้ฟัง ข้อแรกตั้งสถาบันพัฒนากลไกการมีส่วนร่วม ข้อ ๒ ตั้งสภาการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ

ข้อ ๓ จัดตั้งกองทุนพัฒนาการมีส่วน ร่วม และข้อ ๔ คือจัดให้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตรงไหนล่ะครับที่มีส่วนร่วมของประชาชน ตรงไหนล่ะครับที่ท่านอธิบายถึงการกระจายอํานาจ ตรงไหนล่ะครับที่ให้บทบาทของประชาชน ถ้าเราพูดถึงกระบวนการการมีส่วนร่วมในเรื่องของ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าเราไม่บอกกล่าวถึงการกระจำยอํานาจเราไม่มีทางที่จะ ทําได้ด้วยกระบวนการตั้ง ตั้ง และตั้งอย่างที่ท่านบอก ท่านแยกแยะชัดเจนนะครับว่า การมีส่วนร่วมกับการเปึนหุ้นส่วนในชีวิตของเขามันต่างกัน การมีส่วนร่วมนั้นท่านไปจัดอบรม ท่านไปบอกกล่าวเหมือนกับผู้ใหญ่ลีสมัยก่อนตีกลองประชุมและชาวบ้านมานั่งฟั ง ก็มีส่วนร่วมแล้ว แล้วกลับไปเขาก็บอกว่าสุกรนั้นไซร้ก็หมาน้อยธรรมดา และถามว่าถึงเวลานั้น เขากลับไปเกิดอะไรขึ้นก็เปล่า ผมอยากกราบเรียนว่าวิธีคิดแบบนี้ด้วยความเคารพ ทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นมีความเคารพเปึนส่วนตัวอยู่แล้ว แต่มันจะไม่ประสบความสําเร็จเลย ถ้าเผื่อว่าเราให้การมีส่วนร่วมโดยเราไปตั้งตรงโน้นตั้งตรงนี้ให้เขา ผมอยากจะเสนอแนะ อย่างนี้ครับว่าวิธีการที่เราจะทําให้เขามีส่วนร่วมนั้นมันมีทางเดียวเท่านั้นแหละครับ คือให้เขาเอาชะตากรรมของเขามาร่วมกันในการกําหนดทิศทางชีวิตของเขา อย่างน้อยมี ๕ ขั้นตอนครับ ขั้นตอนแรกก็คือให้เขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีใครบังคับให้เขาทํา เขามีสิทธิ ที่จะเลือกอย่างเปึนอิสระในการที่จะเลือกทํา ดูแลทรัพยากรธรรมชาติของเขา อันที่ ๒ ก็คือ มันไม่ใช่มีทางเดียวในการทํา ในการดูแลรักษาสิ่งเหล่านี้ มันมีตั้งหลายวิธีครับ เขาจะต้อง ช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบ ช่วยกันหาวิธีการในการที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ให้ได้ และอันที่ ๓ ก็คือให้เขาคิดว่าเมื่อเขาตัดสินใจอย่างนี้ แล้ว เกิดปรากฏการณ์อย่างนี้แล้ว ถ้าเกิดมันมีกระบวนการอะไรที่เปลี่ยนแปลงเขาก็ตัดสินใจอย่างนี้อีก สิ่งเหล่านี้ละครับ คือสิ่งที่เปึนสาระสําคัญ และในประการที่ ๔ ครับ เมื่อเขาดําเนินการอะไรออกไปแล้ว เขาดูแล สิ่งแวดล้อมอย่างไรแล้ว เขาควรจะบอกกับทุกคนอย่างมั่นใจว่านี่คือผลพวงจากสิ่งที่เขาทํา มันจึงจะเปึนกระบวนการของการร่วมชะตากรรม หรือการเปึนหุ้นส่วนชะตากรรมที่แท้จริง และถ้าเราทําได้ ๔ ข้ออย่างที่ว่าแล้ว อันที่ ๔ ก็คือเขาจะมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาได้ทํา ตรงนั้น นั่นต่างหากใช่ไหมครับคือกระบวนการการมีส่วนร่วมที่มาจากจิตสํานึกที่แท้ มันไม่ใช่ มาจากเริ่มต้นก็ตั้งสถาบันพัฒนาการการมีส่วนร่วม ตั้งสภาพัฒนาการจัดการการมีส่วนร่วม ตั้งกองทุนพัฒนาการมีส่วนร่วม และตั้งให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ถ้าเราสามารถ ทําให้เกิดการมีส่วนร่วมด้วยกระบวนการเหล่านี้ได้เราน่าจะไม่ต้องปฏิรูปอะไรกัน

ก็เขียนมันเลยให้มีสิ่งเหล่านี้ และมันเกิดขึ้นได้อย่างที่เราคิด เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับ เจตนาที่ดีกับที่ท่านได้นําเสนอ แต่กระบวนการวิธีที่นําเสนอนั้นผมเข้าใจว่ายังเข้าไม่ถึง กระบวนการที่เรียกว่าพาร์ ตเนอร์ชิป (Partnership) มันไปได้แค่เท ก พาร์ต (Take part) เท่านั้นแหละครับ ด้วยความเคารพ ด้วยความเชื่อถือในความตั้งใจ แต่เห็นต่างครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่ลงชื่อไว้ ๖ ท่าน ครบแล้วนะครับที่ให้ความเห็น ผมเชิญท่านประธาน กรรมาธิการสรุปได้แล้วครับ

นายวิวัฒน์ ศัลยกําธร กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านปร ะธานกรรมาธิการให้ตอบข้อซักถามหรือข้อเสนอแนะ ผมคิดว่าเรื่องที่ท่านพยายามให้คําแนะนํามาทั้งหมดนั้น

เราจะนําไปปรับปรุงแล้วก็แก้ไขภายใน ๗ วันให้เปึนไปอย่างที่ท่านเสนอแนะ ทุกท่าน ที่เสนอแนะให้การสนับสนุน แต่ท่านที่เห็นต่างนั้นผมคิดว่าที่จริงโดยเนื้อหาสาระนั้น เปึนไปอย่างที่ท่านพูด ที่ท่านใช้คําว่าให้ ให้ชาวบ้านเขาทํานั่น ให้ชาวบ้านเขาทํานี่ มันต้องมี กลไกที่จะทําให้เขาทราบและทําให้เขารู้ว่าเขามีหน้าที่ เขามีสิทธินะ กลไกสําคัญนั้นก็คือ กฎหมายครับ ซึ่งเราก็ได้พูดไว้แล้วใน ๗ กลไก แล้วก็เขาจะรู้ข้อมูลได้อย่างไร ถ้าชาวบ้าน ต้องการข้อมูล ชาวบ้านไม่มีกําลังนะครับ ไม่มีทั้งเงินที่จะไปแสวงหาข้อมูล จะไปทําวิจัย ซึ่งจะเอาข้อมูลนั้นมาตัดสินใจทํา ฉะนั้นจําเปึนต้องมีกลไกสําคัญอีก ๒ อันที่จะสนับสนุนให้ ประชาชนได้สามารถแสวงหาข้อมูล นั่นก็คือสถาบันกับกองทุนครับ ที่ผมได้กราบเรียน ไว้ตั้งแต่ต้นว่าเราเปึนเพียงข้อเสนอแนะว่าน่าจะมีสถาบัน ใน ๗ กลไกนี้ ๑ ในนั้นก็คือสถาบัน แล้วก็กองทุน สถาบันนี้อาจจะใช้สถาบันซึ่งเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยก็ไ ด้ ซึ่งขณะนี้ เราทําอยู่ เราทําปฏิรูป ๒ ด้าน ด้านกฎหมาย ด้านนโยบายเราก็ทํา และในขณะเดียวกัน ภาคปฏิบัติเราทําวิจัยปฏิบัติการไปพร้อม ๆ กันในมหาวิทยาลัย มีมหาวิทยาลัยหนึ่ง เข้าร่วมกันกับเราในการปฏิรูป เราทํา ๒ เรื่องด้วยกัน ผมเปึนรองประธานกรรมาธิการปฏิรูป การศึกษาด้วย แล้วก็กรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เราก็ชักชวนมหาวิทยาลัยลาดกระบังเข้าร่วมทําการปฏิรูปการศึกษาเปึนมหาวิทยาลัย ต้นแบบ และเขาก็ตั้งสถาบันขึ้นในมหาวิทยาลัยนี่ครับลงไปช่วยประชาชนในการที่จะ หาข้อมูลให้ครบถ้วน คําว่าให้เขาทํานั่น ให้เขารู้นี่จําเปึนต้องมีหน่วยช่วยครับ ส่วนราชการ เราจะทําอะไรสักอย่าง เราต้องการรู้ข้อมูลอะไรสักอย่าง เราก็จําเปึนต้องมีคนช่วยทํางาน และต้องมีงบประมาณ ทุกภาคส่วนก็เช่นเดียวกันถ้าต้องการให้เขาร่วมรับผิดชอบจําเปึนต้อง มีกลไกสนับสนุนเขา ต้องมีคนให้เขา แล้วก็ต้องมีงบประมาณสนับสนุนเขาครับ อย่าให้เขา ลุกขึ้นมาทําโดยไม่สนับสนุนอะไรเลย เปึนไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นก็จะขออนุญาต กราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ ส่วนท่านที่มีข้อเสนอแนะเห็นด้วยนั้นจะนําไป ปรับปรุงแก้ไข แล้วก็ขอความกรุณา เราอยากให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ ก็ขอความกรุณา ทุกท่านได้กรุณาส่งข้อเสนอแนะในกรณีที่ท่านยังนึกไม่ออกตอนนี้ ไม่ได้อภิปรายในที่นี้ ก็ขอความกรุณาส่งมาเปึนเอกสารก็ได้ครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องราวของกลไกของกระบวนการการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

หลายเรื่องหลายราวและสิ่งแวดล้อมด้วย คณะกรรมาธิการของเราก็ปรึกษาหารือกัน คิดว่า มันควรจะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์เรื่องนี้เพื่อจัดสร้างกลไกกั นขึ้นมา เปึนมิติใหม่ครับ ไม่มี เวลานี้เรื่องราวของทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องราวของอะไรต่าง ๆ ที่จะจัดการแก้ปัญหากัน มันต้องมีการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมจะมีกลไกอย่างไร นี่แหละครับเราจึงมีกระบวนการ ให้มีการจัดการศึกษาเปึนกรณีพิเศษเพื่อสร้างระบบนี้ แล้วก็จะนําไปใช้กับทุกเรื่องทุกราว ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิก ทุกท่าน ขอขอบพระคุณที่ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องราวอะไรต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านสมาชิกครับ ที่ประชุมได้พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง กลไกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

มีท่านใด ที่ยังประชุมอยู่ที่อื่นที่พอทราบอีกไหมครับ เดี๋ยวเราทอดเวลาให้สมาชิกได้มีโอกาสวิ่งมาทัน สักหน่อยนะครับ มีท่านใดทราบไหมครับว่ายังติดประชุมอยู่ห้องไหนอีกบ้างไหมครับ ขอเรียกอีกทีนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

คงจะ ครบแล้วนะครับ ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิ แสดงตนด้วยนะครับ กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนนะครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่ได้ แสดงตนไหมครับ หรือแสดงตนไม่ได้

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบแล้วป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๙๒ ท่านเปึนอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบในหลักการรายงานการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ซึ่งถ้าหากเห็นชอบ จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิก ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนท่านผู้ที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ที่ไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่คิดว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มีแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ ๑๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ นะครับ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ท่านประธานคะ สารีค่ะ หมายเลข ๒๑๒ พอดี กดไม่ได้ค่ะ เห็นด้วยค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เปึน ๑๙๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๕ ท่านนะครับ เพิ่มไปด้วย

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยใ นหลักการของรายงานการพิจารณา วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง กลไกและการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานกลับไปปรับปรุง ก่อนจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นข้อเสนอแนะไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่มา ประชุมทุกท่าน ขอเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่ง สัปดาห์ห น้าเปึนต้นไป ๓ วันเต็มเลยนะครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๕๕ นาฬิกา