สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๐ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ หารือเรื่องการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน และการติดตามตรวจสอบผลกระทบ และเสนอแนวทางการปฏิรูปอีไอเอ ใน 3 ระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพนะคะ กราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่าน เรื่องการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถ้าท่านอ่านในรายงานท่านจะเจอว่าเราเปลี่ยนคําพูดว่าวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเปึน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภาษาอังกฤษมาจาก แอสเซสเมนต์ (Assessment) เพราะฉะนั้นใช้คําที่มีแนวโน้มจะปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่ เราเลยแก้เสียให้สอดคล้องจะได้ไม่ตกยุคเวลาเขาแก้ใน พ.ร.บ. แล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจะเจอคําว่าการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คือตัวเดียวกัน ก่อนอื่นก่อนที่ดิฉันจะขออนุญาตนําเสนอสไลด์ (Slide) ดิฉันเกริ่นนํา ให้ท่านทราบก่อนว่าทําไมอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้น จากประเด็นต่าง ๆ ที่เราได้รับทราบมาตอนที่เราเข้ามาเปึน สปช. มีประเด็นที่ทาง กระทรวงกลาโหมส่งให้พวกเราทุกท่านดูท่านจะเห็นว่ามีประเด็นเรื่องให้ปฏิรูป ระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีข้อถกเถียงกันมาเยอะว่ารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยใช้มามากกว่า ๔๐ ป้แล้ว

มันมีประสิทธิภาพมากไหม ทําไมโครงการต่าง ๆ เวลาจะเดินหน้าก็ยังมีคนคัดค้านโครงการ ทั้ง ๆ ที่บางทีดูเหมือนอีไอเอ (EIA) หรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเห็นชอบไปแล้ว ทําไมชาวบ้านยังมาคัดค้านอีกอะไรทํานองประเด็นทั้งหมดเหล่านี้ จึงมีการตั้งอนุกรรมาธิการ ปฏิรูประบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมขึ้นนะคะ

จากประเด็นปัญหาที่ดิฉันเกริ่นไปแล้ว ท่านจะเห็นว่าในกลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องที่ท่านเกษมสันต์ จิณณวาโส ขอประทานโทษที่ท่านเอ่ยไปถึงเมื่อวานในเรื่องระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีไอเอเปึนเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เราใช้ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือเรื่องทรัพยากร ตามที่กล่าวไปแล้วว่าปัญหา เรื่องที่เปึนหลัก ๆ คือ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ระยะเวลาในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมทําไมย้อนไปย้อนมา ทําไมใช้บางโปรเจกต์ (Project) ที่เปึนของภาครัฐ ทําไมใช้ เวลานานเปึนป้นะคะ เรื่องคุณภาพของรายงานอีไอเอหรือรายงานของโครงการที่มี ผลกระทบรุนแรง ๑๑ ประเภทที่เราเรียกกันว่าอีเอชไอเอ (EHIA) เอนไวรอนเมนทอล แอนด์ เฮลต์ อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ (Environmental and Health Impact Assessment) ก็ขาดการยอมรับว่าไม่มีตัวเลขเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่แท้จริง มีแต่เรื่องการไป รับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน แล้วก็ปัญหาในเรื่องการติดตาม ตรวจสอบ พออีไอเอเห็นชอบ ไปแล้วแค่เปึนใบเบิกทางหรือ พออีไอเอเห็นชอบโรงงานสร้างเสร็จก็ทุกอย่างจบ มาตรการ ต่าง ๆ ที่เสนอไว้ในเงื่อนไขการอนุญาตให้ความเห็นชอบโครงการนั้นทําไมไม่มีการนําไป ปฏิบัติ หรือปฏิบัติแล้วมีการติดตาม ตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน เหล่านี้คือ ประเด็นปัญหาที่ทําให้เกิดการปฏิรูปในยุคนี้ขึ้นนะคะ จากการที่เราดูประเด็นต่าง ๆ แล้วก็มี ประเด็นที่จะเสนอให้มีการปฏิรูปในเรื่องระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเปึน ๓ ประเด็นหลัก ๆ คือการบูรณากา ร ในเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปสู่ในระดับนโยบาย ซึ่งปกติเวลาเราวางแผนโครงการพัฒนาประเทศ เราจะดูเรื่องเศรษฐกิจ สังคมเปึนหลักใช่ไหมคะ แต่ต่อไปนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมจะเปึนอีกขาหนึ่ง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมจะถูกนํามาพิจารณาพร้อม ๆ กัน โดยใช้เครื่องมือ ที่เราเรียกว่าการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือ สแทรทิจิก เอนไวรอนเมนทอล

แอสเซสเมนต์ (Strategic Environmental Assessment) หรือคําย่อ ๆ คือเอสอีเอ (SEA) ที่ท่านก็เห็นในสไลด์ของเมื่อวานในเรื่องของระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาตินะคะ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราจะแก้ไขเรื่องระบบการจัดทํารายงานการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่าทําอย่างไรให้กระชับ ทําอย่างไรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในกระบวนการ

แล้วก็ประเด็นที่ ๓ ก็คือระบบการติดตาม ตรวจสอบผลกระทบ แล้วก็ ประเมินผลที่เกิดขึ้น อันนี้จะตั้งมาเปึนประเด็นสําคัญอีกอันหนึ่ง เพราะว่าตัวนี้คือตัวที่ทําให้ เกิดปัญหาว่าถึงแม้อีไอเอเห็นชอบไปแล้วแต่ไม่มีการนําไปปฏิบัติ หรือไม่มีการติดตามผล

ใน ๓ ประเด็นหลัก ๆ ดิฉันเคยนําเสนอเรื่องนี้ในห้องประชุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เดี๋ยวจะขออนุญาตนําท่านไปที่สไลด์เลยนะคะ เรื่องเครื่องมือและกลไกในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะคะ

ดิฉันขออนุญาตไปที่การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ ถ้าท่านดูในสไลด์ในรูปนี้ท่านจะเห็นว่าไม่อยู่ในเอกสารที่แจกนะคะ ดิฉันเติมเมื่อวาน เพราะได้ยินมีคนถามว่าทําเอสอีเอทุกระดับจะเปึนอย่างไร จริง ๆ แล้วดิฉันขอขยายความนะคะ เอสอีเอจะเปึนกระบวนการสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายและแผนงานของภาครัฐ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนา โดยยึดหลักบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม สู่นโยบาย สร้างดุลยภาพระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม แล้วก็การมีส่วนร่วมของ สาธารณะ เอสอีเอจะต้องจัดทําโดยหน่วยงานภาครั ฐที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน เช่น สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ถ้าจะวางแผนเรื่องพลังงานในอนาคต หรือสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือกรมผังเมือง เปึนต้น โดยเอสอีเอจะเริ่มใช้ในอดีต เราเริ่มใช้กัน ดิฉันเล่าให้ฟังว่า ในประวัติการใช้เอสอีเอเริ่มต้นในกลุ่มประเทศประชาคมยุโรปก่อน ต่อมาได้ขยายยัง ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศแคนาดา ส่วนประเทศในเอเชียประเทศอื่น เขาบังคับให้เอสอีเอเปึนกฎหมายไปแล้วก็มีนะคะ อย่างเช่นในประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้ก็มี ประเทศเวียดนามที่เริ่มนําเอสอีเอมาใช้ ส่วนของประเทศไทยเรานําเอสอีเอมาใช้ให้เปึนไป ตามมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งได้เคยมีมติเอาไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้วก็ อีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ค่ะ

ในเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็คือการประเมินอีไอเอหรือ อีเอชไอเอ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่ามันเปึนแค่เครื่องมือในการช่วยในการบริหาร จัดการโครงการที่จะเกิดขึ้น ช่วยให้เราดูว่าโครงการนี้ถ้าเกิดขึ้นจะมีผลกระทบระดับไหน มีผลกระทบเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเจ้าของโครงการจะต้องเสนอมาตรการในการแก้ไขอย่างไรทําให้มันดีขึ้น หรือไม่ให้เกิดขึ้นเลย หรือจะทําอย่างไรให้มันดีขึ้นไปกว่าเดิมกับชุมชนในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นมันเปึนแค่เครื่องมือที่เราใช้ในการบริหารจัดกา รทรัพยากร อีไอเอไม่สามารถ จะทําให้ทุกอย่างเปึนไปได้ตามที่พวกเราอยากเห็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มันเปึนเครื่องมือ ที่เราใช้กันมาคิดว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในขณะนี้ ในอนาคตอาจจะมีเครื่องมืออย่างอื่น มาช่วย ซึ่งอย่างที่ดิฉันเรียนไปแล้วว่าเอสอีเอก็จะเปึนเครื่องมือในระดับนโยบายที่จะมาช่วย วางแผนว่าโครงการของภาครัฐถ้าจะเกิดควรจะอยู่ตรงไหน อย่างไร ส่วนอีไอเอจะเปึนระดับ โครงการที่เรามาใช้ในการจัดการแค่นั้น อีไอเอในปัจจุบันมีใช้อยู่ทั่วโลกประมาณ ๑๐๐ กว่าประเทศแล้วนะคะ เราเอาต้นฉบับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ ดิฉันขอไป ที่ประเด็นการปฏิรูป ๓ ประเด็น คือเรื่องเอสอีเอ คือเราจะบูรณาการเรื่องสิ่งแวดล้อม เข้าไปสู่การวางแผนใช้เอสอีเอแล้ว ตอนนี้ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วด้วยที่เขียนว่า โครงการที่จะดําเนินการต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับเอสอีเอด้วย คือหมายความว่า ถ้ามีเอสอีเออยู่แล้วโค รงการพัฒนาอื่น ๆ จะต้องตรวจดูว่ามันสอดคล้องกับแผนเอสอีเอ หรือไม่นะคะ แล้วก็เรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพของอีไอเอและระบบการติดตาม ตรวจสอบใน ๓ ประเด็น เพราะทั้ง ๓ ประเด็นนี้ทั้งเอสอีเอ ซึ่งเปึนเรื่องนโยบาย อีไอเอ เปึนเรื่องกลไกการบริหารจัดการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้ อมกับเอ็มอีแอนด์เอ (ME&A) หมายถึง การติดตาม ตรวจสอบเมื่อโครงการนั้นได้ผ่านความเห็นชอบไปแล้วว่าได้ดําเนินการ ตามมาตรการที่เสนอไว้ในรายงานจริงหรือไม่ และเมื่อติดตามตรวจสอบไปแล้วผลกระทบ ที่มันเกิดขึ้นเปึนไปตามที่รายงานเขียนเอาไว้หรือว่ามันมากขึ้น ถ้ามากขึ้นก็ต้องย้อนกลับมา สร้างมาตรการใหม่ให้มันเหมาะสมยิ่งขึ้น

ภาพถัดไปนะคะจะเปึนกระบวนการทําเอสอีเอ ตามที่ดิฉันเรียนแล้วว่า เอสอีเอจะเปึนโครงการของภาครัฐ เปึนเครื่องมือในการประกอบการตัดสินใจ เพราะฉะนั้น ในทุกสาขาของการพัฒนาของภาครัฐในด้านต่าง ๆ จะต้องทําเอสอีเอ ทั้งนี้เพื่อให้เกิด การพัฒนาของประเทศที่เปึนไปอย่างยั่งยืนค่ะ การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการอีไอเอ ในสิ่งที่อนุกรรมาธิการภายใต้กรรมาธิการได้จัดทําก็คือเราเพิ่มความโปร่งใสตรวจสอบได้ อีไอเอที่ทําแล้วจะเป่ดเผยให้ประชาชนหรือคนที่สนใจได้รับทราบ ไม่ใช่เปึนความลับ เหมือนในบางประเด็นที่อาจจะเปึนความลับของผู้ประกอบการ ในส่วนนั้นก็จะต้อง

ถูกคัดแยกออกไปต่างหากซึ่งอาจจะไม่เป่ดเผย หรือว่าจะมีโพรเซส (Process) การเป่ดเผย อีกแบบหนึ่ง เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ขั้นริเริ่มโครงการและตลอ ดทุกขั้นตอน ปรับกระบวนการพิจารณาโดยต่อไปนี้เราจะให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอน ด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ รวมทั้งเอ็นจีโอ (NGO) ที่อยู่ ในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและด้านสุขภาพเข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็นในอีไอเอ ไม่ต้องรอจนกระทั่งคณะกรรมการผู้ชํานาญการ หรือ คชก. พิจารณาเสร็จแล้วค่อยให้ความเห็น เราจะจัดกระบวนการให้เปึนลักษณะคู่ขนานไป อาจจะมาอยู่ข้าง ๆ คชก. อาจจะมาอยู่ใน คชก. หรืออย่างไรก็แล้วแต่ที่ในกระบวนกา รก็แล้วแต่การพิจารณาความเหมาะสม แต่ประเด็นสําคัญคือเราอยากให้สถาบันการศึกษากับเอ็นจีโอที่เกี่ยวข้องกับโครงการในพื้นที่ ที่โครงการนั้นจะไปตั้งอยู่ได้เข้ามามีโอกาสได้ให้ข้อคิดเห็นต่อไปด้วย นี่คือการที่ปรับปรุงใหม่ เขาจะมีโอกาสเข้ามาแสดงข้อคิดเห็นว่าถ้าโครงการไปเกิดที่ตรงพื้นที่บริเวณบ้านเขา เขาห่วงเรื่องอะไร ข้อมูลที่อีไอเอเก็บมามั นล้าสมัยไปหรือเปล่า ข้อมูลมันขาดเรื่องนั้น ข้อมูลเรื่องนี้ไม่จริงอะไรนี่ ทุกคนจะมีโอกาสเข้ามาพูดตั้งแต่พร้อม ๆ กันกับที่คณะกรรมการ ผู้ชํานาญการ หรือ คชก. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงาน ซึ่งเราถือว่าถ้าเราปรับ ได้อย่างนั้นทุกสิ่งที่ประชาชนเปึนห่วงจะได้รับการรับฟั งจาก คชก. แล้วประเด็นเหล่านั้น ควรที่ คชก. หยิบมาเปึนประเด็นที่เสนอให้กับเจ้าของโครงการต้องรับไปดําเนินการแก้ไข เราส่งเสริมวิชาชีพผู้จัดทํารายงาน รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบที่เข้มงวด หมายถึงคนที่จะทํา อีไอเอได้นี่ปกติต้องจดทะเบียนกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่ต่อไปนี้จะมีการดึง พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งออกมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ มาใช้กํากับดูแลคนทํารายงานอีไอเอด้วย ซึ่งจะมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและ ทางอาญา สูงสุดก็หมายถึงริบใบอนุญาตหรือมีทําผิดด้วย ก็จะถูกนําเอามาใช้กับบริษัท ที่จัดทําอีไอเอเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเขาจะถูกคุมโดย พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอีกทางหนึ่ง รวมทั้งกระทั่งคนที่จะมาทําการติดตาม ตรวจสอบเมื่ออีไอเอ เห็นชอบไปแล้ว ติดตามตรวจสอบการดําเนินงานของโครงการ จะมีผู้ที่เข้ามาทําการติดตาม ตรวจสอบที่ต้องจดทะเบียนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่นเดียวกัน เพื่อให้ทุกอย่างเปึนมาตรฐาน แล้วในประชาชนเองท่านก็มีโอกาสที่จะเข้ามา

มีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบให้ข้อมูลด้วยเช่นเดียวกัน การปฏิรูปอีไอเอ ใน ๓ ระดับ ทั้งระดับเอสอีเอ อีไอเอ และเอ็มอีแอนด์เอแล้ว

ในคําย่อที่ดิฉันใ ช้นี้จริง ๆ ไม่อยากใช้ภาษาอังกฤษ แต่มันกระชับมากขึ้นเยอะเลยนะคะ กระบวนการพิจารณาอีไอเอมันเริ่มต้นตั้งแต่การริเริ่มโครงการ ที่ดิฉันนําเรียนว่ากำรริเริ่ม โครงการในรูปสีม่วงนี้จะเป่ดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มีการรับฟังความเห็นตั้งแต่ต้น ถ้าโครงการนั้นฟังดูแล้วจะเปึนปัญหากับพื้นที่มากกว่า ผลได้จากโครงการอาจจะไม่คุ้ม กับที่ลงทุน โครงการนั้นก็ไม่ต้องทําอีไอเอ ก็เลิกกันไปตั้งแต่ขั้นตอนที่รับฟังความเห็น ในขั้นตอนนั้น มันก็จะมาถึงสเตป (Step) ต่อมา ถ้าเห็นว่าเกิดได้ก็มีการกําหนดขอบเขต ของการศึกษาอีไอเอ มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วก็จัดทํารายงานร่างออกมา แล้วก็ มีการพิจารณารายงาน ที่ดิฉันเรียนว่าการพิจารณารายงานจะมีองค์ประกอบของสถาบันศึกษา กับเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมาร่วมให้ข้อคิดเห็นในขั้นตอนพร้อม ๆ กับ คชก. และการอนุมัติโครงการ หลังจากนั้นรูปสุดท้ายสีแดงที่ท่านเห็นในจอคือการติดตาม ตรวจสอบ ซึ่งตัวนี้จะเปึนตัวบ่งชี้ที่สําคัญว่ามาตรการลดผลกระทบที่ คชก. เห็นชอบให้หน่วยงานรับไป ปฏิบัตินั้นได้รับการดําเนินการหรือไม่ เกิดผลดีขึ้นหรือว่าแย่ลงกว่าเดิม จะต้องมีการปรับแก้ อย่างไร นํากระบวนการกลับมาดูใหม่ ในรายละเอียดการริเริ่มโครงการ ถ้าท่านดูในเอกสาร จะเขียนไว้ชัดเจนว่าเราเป่ดเผยข้อมูลของโครงการตั้งแต่เบื้องต้นเลยนะคะ แสดงความสอดคล้อง กับแผนยุทธศาสตร์เอสอีเอ ถ้ามีการศึกษาไว้ก่อนแล้ว แต่ถ้ายังไม่มีอันนี้ก็ต้องปล่อยไป รอจนกว่าเอสอีเอจะเกิดขึ้น มีการปรึกษากับประชาชนแล้วก็หน่วยงานใ นพื้นที่ มีการรับฟังความคิดเห็น สรุปผล จัดทําฐานข้อมูลผู้แสดงความคิดเห็นเพื่อตอบสนอง ผู้ให้ความเห็นและประชาชนได้รับทราบว่าประเด็นของเขาได้รับการดูแลอย่างไร วิเคราะห์ รูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในอดีตที่ผ่านมาโครงการพัฒนาหลายโครงการ มีการระบุไปเลยว่าโ ครงการจะเกิดที่นั่นที่นี่ ไม่มีทางเลือกว่าโครงการถ้าไม่ตั้งตรงนี้ จะไปตั้งที่ไหน แต่ถ้าเมื่อไรเราทําเอสอีเอมันจะมีการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ด้วยว่า โครงการลักษณะนี้ควรจะตั้งอยู่ตรงพื้นที่ตรงนี้ด้านบน หรือควรจะขยับไปลงข้างล่าง ซึ่งมีผลกระทบน้อยกว่า เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะได้รับการพิจารณาตั้งแต่เบื้องต้น โดยที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการพิจารณารายงานอีไอเอ เราเป่ดเผยรายงาน ฉบับที่ คชก. หรือคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณาให้ทุกคนได้รับทราบ ปรับองค์ประกอบของ คชก. ดิฉันเรียนไปแล้วว่าถ้าเปึนโครงการที่เข้าข่ายรุนแร ง

๑๑ ประเภทอยู่ในขณะนี้ ให้เพิ่มองค์ประกอบของผู้แทนองค์กรเอกชนและ สถาบันอุดมศึกษามาร่วมให้ข้อคิดเห็น เหมือนกับองค์การอิสระที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน ตามมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราล้อกระบวนการมาว่าในเมื่ออยากให้ มีสถาบันการศึกษากับองค์กรเอกชนที่อยู่ในพื้นที่เข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็น ดิฉันก็ปรับให้เข้ามา อยู่ในกระบวนการการพิจารณารายงานของ คชก. ไปพร้อม ๆ กันเพื่อที่จะให้เสียงของเขา ได้ยินและได้รับการนําไปเสนอในมาตรการแก้ไขทั้งหลาย

ประเด็นต่อไปนะคะ เรื่องอีเอชไอเอหรือโครงการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ว่า รุนแรง ๑๑ ประเภท กับองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม จากการนําเสนอคราวที่แล้ว ดิฉันนําเรียนที่ประชุมว่าประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเราจะเสนอในรูปแบบไหน แต่วันนี้ จบการศึกษาแล้วคณะอนุกรรมาธิการเสนอว่าเราจะเลือกบูรณาการภารกิจให้ความเห็น ประกอบขององค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเข้าสู่กระบวนการพิจารณารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ทั้งนี้เพื่อลดขั้นตอน ระยะเวลา โดยปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ให้มีการแต่งตั้งผู้แทน จากองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และด้านสุขภาพ ในพื้นที่ตั้งของโครงการ นี่คือ ส่วนที่เราเฉพาะเจาะจงว่าต้องเปึนผู้ที่มาจากพื้นที่ตั้งโครงการ ไม่ใช่โดยทั่ว ๆ ไป ให้เข้ามา มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นประกอบในโครงการ แล้วทางเลือกก็คือเราเชื่อว่าถ้าเรา เลือกแบบนี้จะเกิดผลดีขึ้น คือรายงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็หมายความว่าความเห็นของ ๒ สถาบันกับเอ็นจีโอจะได้รับการได้ยินและพิจารณาเอามาใส่ สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ ในการตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ตั้งขึ้นตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ยังคงเจตนารมณ์ไว้อยู่ สามารถลดระยะเวลาขั้นตอน การพิจารณา ลดค่าใช้จ่าย แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ คชก. สามารถตอบสนองความคิดเห็นของชุมชนได้โดยตรง เพราะผู้แทนชุมชนสามารถ เข้ามาพูดใน คชก. ได้ว่าตัวเองมีความห่วงกังวลเรื่องอะไร ประเด็นเหล่านั้นจะได้รับ การพิจารณานะคะ จริง ๆ แล้วการให้ความเห็นประกอบของผู้แทนสถาบันอุดมศึกษากับ เอ็นจีโอยังมีความไม่ชัดเจนว่าเราควรจะให้เข้ามาอยู่ในองค์ประกอบของ คชก. หรือจะเปึนแค่ ผู้ที่มาร่วมให้ข้อคิดเห็นอยู่พร้อม ๆ กับองค์ประกอบ คชก. ซึ่งในส่วนนี้ดิฉันคิดว่าจะต้องเปึน

หน้าที่ของหน่วยงานที่เขาดูแลเรื่องนี้พิจารณา ความเหมาะสมในเรื่องต่าง ๆ ที่จะทําให้ งานมันเดินได้

ในรายละเอียดในเรื่องการปฏิบัติอาจจะเปึนได้ ๒ ทางคือเข้ามาร่วมเปึน คชก. ในเฉพาะเรื่อง เฉพาะโครงการ เฉพาะนั้น หรือว่าเวลาโครงการรุนแรงลักษณะนี้เข้ามาจะมีชุดนี้เข้ามาเปึน องค์เสริมต่างหาก แล้วก็อย่างโดยเร็วอีเอชไอเออันนี้ผ่านไปแล้ว การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เราได้เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบและประเมินผล เพิ่มระบบใบอนุญาต ผู้จัดทํารายงาน ติดตาม ตรวจสอบ ต่อไปนี้จะเปึนการบังคับให้การติดตาม ตรวจสอบ เปึนเรื่องที่ต้องทําตามกฎหมาย เจ้าของโครงการต้องทํา ต้องส่งรายงาน และผู้ที่ไปทําการติดตาม ตรวจสอบต้องจดทะเบียน ต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งต้องเป่ดเผยผลของการติดตาม ตรวจสอบให้กับสังคมทราบด้วยนะคะ

ส่วนกลไกที่จะนําไปสู่การปฏิบัติ อนุกรรมาธิการเสนอให้มีการปฏิรูป กฎหมายกับปฏิรูปองค์กร ๒ ด้านนะคะ ในเรื่องกฎหมายเราเสนอให้มีการแก้ไข พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขกฎหมาย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอีไอเอแก้ไขประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการอีไอเอทั้งหมด แก้ไข กฎกระทรวงเกี่ยวกับผู้มีสิทธิทํารายงานอีไอเอ เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ภายใต้ พ.ร.บ. วิชาชีพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปด้วย เปึนข้อกําหนดเพิ่ม เพิ่มระบบอนุญาตผู้จัดทํารายงาน การติดตาม ตรวจสอบผ่านกลไก พ.ร.บ. วิชาชีพ พูดมาแล้วนะคะ

ส่วนองค์กรนี้เสนอให้มีการปรับปรุงสํานักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเดิมอยู่ในสํานักงานนโยบายและแผนทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าน่าจะเปึน หน่วยงานระดับกรมหรือแยกเปึนอิสระ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องมีการศึกษาเรื่องนี้ โดยเฉพาะ เพราะว่าหน่วยงานสํานักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะต้องทําความเห็นชอบ ต่ออีไอเอเสนอต่อหน่วยงานผู้อนุญาต ซึ่งถือว่าเปึนคําสั่งทางปกครอง และเราได้ศึกษามาว่า องค์การมหาชนไม่สามารถทําคําสั่งทางปกครองได้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็ต้องมีการศึกษา ในรายละเอียดต่อไปว่าจะเปึนรูปแบบไหนที่จะสามารถทําคําสั่งทางปกครองได้ แล้วก็เปึน หน่วยงานที่มีความคล่องตัวเปึนอิสระมากขึ้น

ในประเด็นแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมแล ะรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ที่จะเสนอต่อไปก็คือกําหนดกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้ ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นริเริ่มโครงการจนถึงการติดตาม ตรวจสอบซึ่งเปึนขั้นสุดท้าย

ปรับปรุงกลไกการเพิ่มคุณภาพในการจัดทํารายงานโดยโครงการส่งเสริมวิชาชีพ การจัดทํา รายงานที่เข้มงวดขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ในกรณีที่ทํารายงานเท็จก็จะมี บทลงโทษที่รุนแรงนะคะ ให้มีการกระจายการพิจารณารายงานบางประเภทไปยังระดับ จังหวัด คือแทนที่อีไอเอหรืออีเอชไอเอ หรือรายงานประเภทต่าง ๆ ต้องส่งไปที่ส่วนกลาง ทุกโครงการ ต่อไปนี้ทางหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดําเนินการไปแล้วก็คือกระจายอํานาจไปให้พื้นที่ระดับจังหวัดเสนอแล้วก็พิจารณารายงาน ได้เอง ซึ่งต่อไปนี้ก็อาจจะต้องเขียนให้มันเปึนกฎหมายที่กระชับ ชัดเจนขึ้นนะคะ แล้วก็มี การเก็บค่าธรรมเนียมการพิจารณารายงานการวิเครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา รัฐบาลซัพพอร์ต (Support) การพิจารณารายงานของทุกโครงการไม่ว่าจะเปึนภาครัฐ หรือภาคเอกชน แต่ต่อไปนี้มีข้อเสนอจากทุกภาคส่วนที่เข้ามาร่วมในการจัดทําพิจารณา ปฏิรูปครั้งนี้ว่าควรมีการเก็บเงิ นค่าพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากผู้ประกอบการที่เปึนภาคเอกชน แล้วก็เอาเงินส่งเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อม และกําหนดว่า ให้เงินกองทุนสิ่งแวดล้อมนี้สามารถนํามาใช้สนับสนุนกระบวนการพิจารณารายงาน และการติดตาม ตรวจสอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่จะใส่ในพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมคือเพิ่มความชัดเจน ในเรื่องบทบาทของ สผ. เกี่ยวกับเรื่องการติดตาม ตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นนะคะ ให้มี การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ ในส่วนของการติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติการตามมาตรการที่เสนอไว้ในรายงาน อีไอเอ แต่อนุกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า สผ. เองมีข้อจํากัดในเรื่องปริมาณเจ้าหน้าที่ กับปริมาณงานที่รับผิดชอบจํานวนมาก เพราะฉะนั้นเห็นสอดคล้องกันว่าควรจะมอบให้ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้อนุญาตโครงการทําตัวเปึ นพนักงานมีหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบการดําเนินการตามมาตรการลดผลกระทบด้วย ทั้งนี้จะเขียนลงไปในกฎหมาย เปึนภาคบังคับว่าต้องทําและมีผลถ้าไม่ได้ดําเนินการตามนั้น ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันนําเสนอ สั้น ๆ คร่าว ๆ ขอบพระคุณมากค่ะ