สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๐ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

หาญณรงค์ เยาวเลิศ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเรียกร้องการกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง เช่น พระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และสนับสนุนให้มีกฎหมายที่เป็นแผนแม่บทในการจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ ครับ คือผมมีหลายประเด็นที่ทางสมาชิกได้มีคําถามว่าทําไมต้อง เสนอร่างกฎหมายใหม่ที่จริงร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เปึนร่างที่กระทรวงเคยเสนอ เคยยกร่างตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ แล้วเคยเข้าสภามาครั้งหนึ่ง เมื่อป้ ๒๕๔๙ แล้วก็ตกไป ฉะนั้นสิ่งที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันมันคือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรน้ํา ในขณะที่ทรัพยากรอื่น ทรัพยากรป์าไม้มี พ.ร.บ. เฉพาะตัว ของเขาเอง กรมประมงมี พ.ร.บ. ประมง กรมอื่นที่เกี่ยวข้องเรื่องทรัพยากรเขามี พ.ร.บ. เฉพาะเขา แต่หลังจากป้ ๒๕๔๖ มีการแบ่งแยกกรมมีกรมทรัพยากรน้ําภายใต้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มียกร่างกฎหมายทรัพยากรน้ําแล้วถูกเสนอ เมื่อป้ ๒๕๔๙ แล้วก็ตกไป ฉะนั้นวันนี้มีร่างทั้งหมดได้เชิญสภาพัฒน์มาพูดคุยแล้วก็ร่างที่มี มีทั้งหมดประมาณ ๖ ร่าง แต่สรุปแล้วร่างที่คล้ายกันมีเพียง ๒ ร่าง คือ ร่างที่กรมทรัพยากรน้ํา ได้ยกขึ้นมาแบบที่ท่านเกษมสันต์ได้กล่าว แล้วอีกร่างหนึ่งก็คือร่างที่ภาคประชาชนเสนอไปยัง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ฉะนั้นวันนี้ถามว่าความจําเปึนต้องมีกฎหมายทรัพยากรน้ํา หรือไม่ เปึนความต้องการมาแล้ว ๒๐ กว่าป้ครับ แต่ยังไม่ได้ผ่านเท่านั้นเอง ถามว่าทําไมไม่ผ่าน เมื่อป้ ๒๕๔๓ มีการเสนอร่างกฎหมายฉบับเดิม ปรากฏว่าตอนนั้นเรามีรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ในมาตราต้น ๆ เขียนว่าน้ําเปึนของรัฐ แต่ในรัฐธรรมนูญให้มีการกระจายอํานาจว่าทรัพยากร น่าจะมีส่วนร่วมกันทุกฝ์าย ไปดูร่างของประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม น้ําเปึนของ สาธารณะ ท่านลองไปเป่ดดูในมาตรา ๖ ก็เลยต้องมีการเขียนให ม่ว่าน้ําน่าจะเปึนของ สาธารณะชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน อันนี้คือเรื่องของการจัดการน้ํา วันนี้เรามีกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติแต่เปึนเพียงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเองครับ ฉะนั้นถ้ามี กฎหมายรองรับแบบที่ประธานว่าก็คือว่าเราจะมีกฎหมายที่เปึนแผนแม่บท ฉะนั้นเมื่อมี กฎหมายการตั้งกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็เปึนไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเดิม แต่มี พ.ร.บ. อันนี้รองรับเท่านั้นเอง วันนี้มีกรรมการทรัพยากรน้ํา แห่งชาติ ๒๕ ลุ่มน้ํา แต่งตั้งครบหมดแต่ในระเบียบเดิมเมื่อก่อนก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ํานั้นไหล ผ่าน เปึนประธาน ผมยกตัวอย่างเช่นลําน้ําป่งไหลผ่านจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน จังหวัดตาก จังหวัดกําแพงเพชรมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปึนประธาน รองประธานก็อาจจะเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดลําพูน อันนั้นในอดีตที่ผ่านมาเริ่มมีกรรมการลุ่มน้ํา มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ แล้วตั้งกรรมการลุ่มน้ําครบ ๒๕ ลุ่มน้ําในประเทศไทยเมื่อป้ ๒๕๔๖

ฉะนั้นในแต่ละลุ่มน้ําก็มีแผนการจัดการลุ่มน้ําที่ตัวเองมีแผน แล้วก็มีกรรมการบอร์ด (Board) ระดับชาติขึ้นมา แต่อันนี้ที่เพิ่มต่อกระบวนการมีส่วนร่วมที่เพิ่มผมคิดว่า ๑. เวลาไปรับฟัง ทั้งหมดประมาณ ๖-๗ เวที ประชาชนเสนอว่ากรรมการลุ่มน้ําที่มันใหญ่มันยาวเกินไป มีลุ่มน้ําสาขา มีลุ่มน้ําย่อย ก็เลยเสนอว่าสมควรที่จะมีกรรมการลุ่มน้ําย่อยเพื่อทําแผน การจัดการลุ่มน้ําย่อยส่งมายังกรรมการลุ่ มน้ําใหญ่ จากกรรมการลุ่มน้ําใหญ่คุณจะทําแผน ระดับชาติอย่างไรก็เปึนแผนระดับชาติ ส่วนในอดีตที่ผ่านมาที่ท่านหลายท่านบอกว่า มันใหม่กว่าเดิมไหม ผมเข้าใจว่าเดิมเวลาจะมีกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็ไปอยู่ที่ เดิมอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรีตอนที่กรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติสมัยป้ ๒๕๓๒ เปึนต้นมา มาอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อป้ ๒๕๔๖ ฉะนั้นวันนี้ถ้าถามว่า ในระดับกรมเท่ากันแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายกรม เช่น กรมชลประทาน กรมน้ําบาดาล และกรมอื่น ๆ ก็เลยต้องมาตั้งสํานักงานใหม่คล้ายกับสภาพัฒนา การเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติที่มีแท่งอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรีแล้วขึ้นตรงต่อตัวนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้ สั่งการได้ทุกกระทรวง ฉะนั้นถ้าไปอยู่ที่กรมทรัพยากร น้ําอย่างที่เปึนอยู่แบบปัจจุบัน หน่วยงานในระดับกรมก็เปึนหน่วยงานปฏิบัติ เช่นกรมชลประทานก็จะมาวางแผนร่วมกัน ไม่ได้ ฉะนั้นถ้ามี เหตุวิกฤติขึ้นมาตัวนายกรัฐมนตรีที่มานั่งอยู่ตรงนี้ก็จะได้สั่งการ เปึนการเฉพาะกาลไปเลย คือการเสนอกฎหมายอันนี้เพื่อที่จะให้ไปสอดคล้องกับสถานการณ์ ที่สมควรจะเปึน แล้วก็ใช้บังคับบัญชาได้ในกรณีที่ มันเกิดน้ําวิกฤติแบบป้ ๒๕๕๔ ส่วนโครงสร้างนี่นะครับคล้ายกับบอร์ดสภำพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่อยากให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ฉะนั้นการตัดการเมืองบางอันออกไปนี่เปัาหมาย ก็คือว่าจะทําอย่างไรในบอร์ดใหญ่ที่เปึนบอร์ดให้มาวางแผนยุทธศาสตร์น้ํา ๕ ป้คุณก็วางไป ต้องใช้งบอย่างไรในแต่ละลุ่มน้ํา คุณจะแก้ไขปัญหาอย่างไร อันนี้ก็คือวางแบบยุทธศาสตร์ ถ้าเราเอานักการเมืองเข้ามาด้วย ส่วนใหญ่ที่เราพบก็คือว่าจะมีโครงการแบบพิเศษขึ้นมา เช่น โครงการโขง-ชี-มูลสมัยก่อนที่เคยทํา โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เคยทํา อันนี้ก็เลยต้องออกแบบใหม่ว่าสมควรที่จะมีกรรมการ เขาเรียกซูเปอร์ บอร์ด (Super board) ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํา แล้วก็มาวางน้ําทุกระบบ เช่น น้ําเพื่ออุปโภคบริโภคน้ําเพื่ออุตสาหกรรม น้ําเพื่อการท่องเที่ยว น้ํากินน้ําใช้ และน้ํา เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม อันนี้คือมีความจําเปึนต้องทํา แต่หลายคนตั้งคําถามว่าแล้วในกรณี

ของยกตัวอย่างแบบลุ่มน้ําเจ้าพระยา คุณจะแก้ไขปัญหาลุ่มน้ําอย่างไร ในกรรมการลุ่มน้ํา คุณต้องวางแผนในการจัดการลุ่มน้ําของตัวเองและมีกรรมการ ถ้าเกิดภาวะวิกฤติจริง ๆ แบบป้ ๒๕๔๙ น้ําท่วมในลุ่มน้ําเจ้าพระยา คุณจะผันน้ําไปลุ่มน้ําท่ำจีน กรรมการ ลุ่มน้ําเจ้าพระยาต้องประชุมก่อนแล้วค่อยส่งไปกรรมการลุ่มน้ําท่าจีน เขามีกรรมการของเขาว่า ยอมรับได้ไหมไม่ใช่สั่งการจากข้างบน จะต้องยอมรับในกรณีของลุ่มน้ําแต่ละลุ่มน้ําด้วย เพื่อที่จะดําเนินการอย่างนี้ กรณีน้ําขาดหรือกรณีน้ําท่วมก็ต้องใช้กลไกของกรรมการลุ่มน้ํานี้ และในกลไกนี้ก็มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย อันนี้คือสิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาเห็นว่าการเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่น ะครับ เปึนเรื่องยาว มาแล้วประมาณ ๒๐ กว่าป้ ก็สมควรที่ได้เวลาที่จะเสนอ วันนี้พอถามหน่วยงานไหน ถามสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เห็นด้วยว่าสมควรที่จะมีกฎหมาย ถามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นด้วย ว่าสมควรต้องมีกฎหมาย แม้แต่กรมทรัพยากรน้ําก็เห็นด้วยว่าต้องมีกฎหมาย อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีความจําเปึน ที่มีการ เสนอกฎหมายฉบับนี้ในการที่เสนอผ่ำนสภาปฏิรูป แห่งชาติ ต่อไปนะครับ อันนี้ก็อยากจะอธิบายเพิ่มเติมแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน