จําลอง โพธิ์สุข หารือเรื่องยุทธศาสตร์การจัดการน้ำ โดยชื่นชมคณะกรรมาธิการที่นำเสนอรายงานและเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทย และเสนอข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ ปัญหาน้ำปนเปื้อน สารเคมีเกษตร และการรักษาคุณภาพน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อลดปัญหาการจราจรและปัญหาน้ำเสีย และขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่มีผลงานที่ดี
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายจําลอง โพธิ์สุข สปช. หมายเลข ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาท ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้สักเล็กน้อยเพื่อที่จะให้ข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกต บางประการเกี่ยวกับการนําเสนอรายงานในเรื่องนี้ของคณะกรรมาธิการนะครับ ในประเด็นแรก เรื่องของยุทธศาสตร์การจัดการน้ํา ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ เพราะว่า เรื่องการบริหารจัดการน้ําในบ้านในเมืองเรานั้นทุกท่านก็คงจะเห็นพ้องต้องกันว่าเปึนเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่เรากําลังประสบปัญหาเรื่องภัยแล้งอยู่ แล้วก็จะเปึนอย่างนี้ ไม่รู้กี่สิบป้ก็เปึนอย่างนี้ แล้วเราก็พูดกันเรื่องน้ํา คุณภาพน้ําก็ดี เรื่องของปริมาณน้ํา น้ําขาดเกินอะไรนี่ก็ว่ากันไป เรื่องของการบริหารจัดการโครงสร้างกฎหมายทั้งหลายทั้งปวง เห็นใจคณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนอย่างยิ่ง เฉพาะเรื่องกฎหมายอย่างเดียว ๔๕ ฉบับ ที่ปรากฏ ในเอกสารของท่าน ถ้านับเปึนหน่วยงานก็ไม่รู้กี่สิบหน่วย ผมเองในฐานะที่เคยเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เคยประสบปัญหางานเกี่ยวกับเรื่องน้ํา เราก็ปวดหัวเหมือนกันทําอะไร แต่ละเรื่องแต่ละอย่างติดโน่นติดนี่ไปหมดนะครับ อย่างเช่นมหาอุทกภัยเมื่อป้ ๒๕๕๔ ก็เช่นเดียวกัน ครั้งนั้นความเจ็บปวดรวดร้าวความเสียหายเกิดขึ้นกับบ้านเมืองมากมาย สุดที่จะพรรณนาได้ในเวลาตรงนี้ ประเด็นที่อยากจะเสนอความเห็นตามยุท ธศาสตร์
ของคณะกรรมาธิการในเอกสารหน้า ๖/๑๑ ก็คือเรื่องของคุณภาพน้ํา เมื่อกี้นี้ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งคือท่านสุชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดอภิปรายไปแล้ว เรื่องของการวาง ยุทธศาสตร์ในเรื่องของคุณภาพน้ํา ผมเห็นด้วยทุกเรื่อง ทุกประการ ทุกประเด็นของ คณะกรรมาธิการนะครับ แต่อยากจะเพิ่มบางประเด็นโดยเฉพาะในเรื่องของน้ําปนเปุ๋อน สารเคมีที่ท่านชูชาติได้อภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะสารเคมีเกษตรที่ใช้ในภาคของเกษตรกรรม เราจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างจิตสํานึกของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในภาคของเกษตรให้เห็นโทษภัยของการใช้สารเคมีโดยไม่มีขีดจํากัด ประมาณนั้น ซึ่งจะสร้างผลร้ายต่อเรื่องของน้ํา คุณภาพน้ํา คุณภาพดินต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง รวมทั้ง สุขภาพอนามัยของพี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ สารตกค้างในร่างกายในกระแสโลหิต ทั้งหลายทั้งปวงก็เจอกันเปึนประจํา อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะเพิ่มเติมในเรื่องของคุณภาพน้ํา ก็คือว่าเรื่องของการเติมออกซิเจนให้กับน้ํา บ้านเมืองของเรา สังคมไทยของเรา ประเทศไทย ของเราเคยมีวิถีชีวิตอยู่ในริมแม่น้ําลําคลอง เดี๋ยวนี้เราเลิก ทิ้งแม่น้ําลําคลอง ปล่อยให้ แม่น้ําลําคลองรับน้ําเน่าเสียจากแหล่งอุตสาหกรรมก็ดี ชุมชนทั้งหลายทั้งปวงก็ดี โดยไม่มี การบําบัด ตรงนี้ถ้าหากว่าเราจะทําอะไรได้เล็กน้อยก็ยังดี อย่างเช่นการเดินเรือในแม่น้ําลําคลอง ผมเห็นด้วยกับทาง กทม. ที่จะทําโครงการเรือโดยสารในคลองภาษีเจริญ อยากจะให้ ขยายผลไปยังคลองอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่นคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ําท่าจีนก็ดี
กับแม่น้ําเจ้าพระยา อย่างเช่น คลองมหาสวัสดิ์ หรือคลองดําเนินสะดวก ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ซึ่งก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องของการจราจรทางบกไปด้วย เราไปใช้การโดยสารขนส่งมวลชน ทางเรือกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลที่ได้ตามมาก็คือเรื่องของการรักษาคุณภาพน้ํา ใบพัดเรือก็สร้าง ออกซิเจนให้กับน้ํา ลดปัญหาเรื่องน้ําเสียไปได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน อันนี้เปึนปกิณกะ เล็ก ๆ น้อย ๆ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของผักตบชวำ เสียดายว่ากฎหมายกําจัดผักตบชวา ป้ ๒๔๕๖ เราถูกยกเลิกไปเมื่อการปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ ป้ ๒๕๔๖ ถ้าจําไม่ผิดนะครับ ผักตบชวาเต็มไปหมด ตอนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งก็ใช้วิธีว่าแจกสารเคมีฉีดพ่น ให้พี่น้องเกษตรกรเอาไปบางทีก็ไ ม่ฉีดกัน เอาทิ้งไว้ เขาก็ไปทําภารกิจหน้าที่การงานอะไร อย่างอื่น เขาไม่มานั่งฉีดหรอกครับ ก็ต้องใช้วิธีแก้ปัญหาทางอื่นไป โดยเฉพาะใช้เรือ ใช้แบกโฮคอยาวตักบ้าง จกบ้าง เก็บอะไรต่าง ๆ ทั้งปวง นี่เรื่องของคุณภาพน้ํา ขออนุญาต ท่านประธาน อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของยุทธ ศาสตร์การสู้ภัยในเอกสาร ๖/๙ เรื่องของ การขุดลอกผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแม่น้ําสําคัญ ผมเคยอยู่ที่จังหวัดชัยนาท ปัญหาอุทกภัยก็เปึนปัญหาร้ายแรงที่สุดเรื่องหนึ่ง น้ํามาเกิน เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ําเกิน ๒,๐๐๐ คิวต่อวินาทีนี่มีปัญหาก็จะทําให้น้ําเท้อตลิ่งตั้งแต่จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร ไล่เรียงขึ้นไปจนถึงโน่นจังหวัดสิงห์บุรี จนถึงอําเภอสรรพยาเขตพื้นที่ของผม เพราะฉะนั้น ยุทธศาสตร์เรื่องของการขุดลอก ความตื้นเขินของแม่น้ําลําคลอง โดยเฉพาะแม่น้ําสายหลัก ในลุ่มเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเปึนแม่น้ําเจ้าพระยา โดยเฉพาะแม่น้ําเจ้าพระยาหนักสุดเพราะว่า มันติดขัดอย่างเช่น เรื่องของการขุดลอก กรมเจ้าท่าบอกว่าไม่อนุญาตให้ขุด ดูดทรายในแม่น้ํา ไม่เอาอีกแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ เราก็ไปแก้ปัญหากัน จนกระทั่งสุดท้ายกรมเจ้าท่าก็อนุญาต ในฐานะที่ท่านถือกฎหมายการเดินเรือ ไปติดกฎหมายเดินเรือ ไปติดกฎหมาย ชลประทานหลวง ป้ ๒๔๘๕ ไปติดกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเยอะแยะไปหมดกว่าจะจบออกมาก็คือได้ขุดลอกกัน ขุดลอกแล้วกรมเจ้าท่า บอกว่าขุดแล้วเอาทรายไปไหนไม่ได้ ต้องโปะไว้ริมตลิ่ง พอหน้าน้ําน้ํามาทรายก็ลงไป ก้นแม่น้ําอีกประมาณนี้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายก็แก้ปัญหาว่าให้พื้นที่ขุดลอกได้ แล้วก็เอาทราย ไปพ้นตลิ่งได้ ไปใช้ประโยชน์ในราชการหรืออะไรก็ว่าไปก็ขุดได้เฉพาะตอนหนึ่ง แต่ว่า ตอนจังหวัดล่าง ๆ ลงมาก็ติดโน่นติดนี่ก็ไม่ได้ขุดกัน เพราะฉะนั้นขุดก็ไม่มีประโยชน์อีก เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องใช้จังหวะตรงนี้ในยุคปฏิรูป ทําอย่างไรก็แล้วแต่ทําให้แม่น้ําเจ้าพระยา
มีความคล่องตัวในการระบายน้ําเพิ่มมากขึ้น ให้เขาลึกเหมือนเดิมได้ไหม ประมาณนี้นะครับ นี่คือส่วนที่ผมอยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตโดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมตรงนี้ ๒ ประเด็นยุทธศาสตร์ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้อีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ใช้ความพยายามในการที่จะ ทํางานใหญ่ครั้งนี้ เพื่อให้เปึนมรรคเปึนผลเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ไม่ว่าสภาปฏิรูป แห่งชาติของเราจะพ้นจากภารกิจหน้าที่ไปแล้วก็ตาม ขอบคุณท่านประธานครับ