คณิต อธิบายการมีส่วนร่วม 5 ขั้นตอน

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๐ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

คณิต ธนูธรรมเจริญ อธิบายความหมายของการมีส่วนร่วมที่แท้จริงว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสิทธิและบทบาททุกภาคส่วนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยเน้นกระบวนการสำคัญ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การรับรู้เรียนรู้ การตัดสินใจวางแผน การดำเนินงาน การติดตามประเมินผล และการเข้าถึงผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม พร้อมหารือกลไก ๗ ด้านเพื่อหนุนเสริมกระบวนการดังกล่าว โดยเน้นการมีส่วนร่วม การบูรณาการแผน และการสร้างกฎหมายที่เอื้อต่อการปฏิบัติ

นายคณิต ธนูธรรมเจริญ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม คณิต ธนูธรรมเจริญ อนุกรรมาธิการปฏิรูปกลไกและ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาต นําเสนอผลการศึกษา การถอดบทเรียนเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนและการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามที่ได้รับมอบหมายจากการศึกษาได้ทบทวนระบบ การดําเนินการในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านมาได้ศึกษากลไกในการขับเคลื่อน การมีส่วนร่วม เช่น ทัศนะ ทักษะ ความสามารถในการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมที่เปึนปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น วัฒนธรรมองค์กรกฎ ระเบียบต่าง ๆ

ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการมีส่วนร่วม จากการศึกษาโดยการถอดบทเรียนโครงการต้นแบบ การสัมมนา ระดมความคิด การศึกษา ขอคําแนะนําจากผู้รู้ ผู้ชํานาญ ปรากฏว่าในกระบวนการ การมีส่วนร่วมนั้นเราพบมีสาระสําคัญ ๔ ประการ

ประการที่ ๑ เราพบว่าระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอดีตที่ผ่านมานั้นควรที่จะต้องมีการพิจารณาปรับปรุ ง ปฏิรูปกระบวนการให้มีระดับที่สูงขึ้น ซึ่งในระดับของการมีส่วนร่วมโดยหลักการแล้ว ได้กําหนดเอาไว้มี ๔ ระดับ ในระดับต่ําหมายถึงระดับที่ประชาชนได้รับเชิญมารับฟัง ข้อมูลข่าวสาร ในระดับที่สูงขึ้นหรือระดับกลางก็หมายถึงประชาชนได้มีส่วนในการแสดง ความคิดเห็น แต่ความคิดเห็นนั้นไม่มีนัยสําคัญในการที่จะนําไปสู่การตัดสินใจของเจ้าของ โครงการ ในระดับสูงหมายถึงระดับที่เข้าถึงข้อมูล ได้เรียนรู้กระบวนการ ได้มีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น และมีผลต่อการคิดวิเคราะห์โครงการไปจนถึงได้ร่วมกันวางแผน และมีส่วนร่วมในการดําเนินการในการติดตามด้ วย ในระดับสูงมากหมายถึงระดับที่ ประชาชนได้เปึนหุ้นส่วนในกระบวนการของการจัดการ มีบทบาท มีความรับผิดชอบ ร่วมตัดสินใจที่จะจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประการที่ ๒ ของการมีส่วนร่วมที่ศึกษาพบว่าในความหมายของ การมีส่วนร่วมนั้นไม่ใช่เปึนการได้รับโอกาสห รือรอโอกาสของการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม แต่การมีส่วนร่วมที่แท้จริงนั้นหมายถึงความสํานึกรับผิดชอบต่อสิทธิบทบาทของทุกภาคส่วน ในการที่จะทําหน้าที่ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุล เพื่อได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน เรียนรู้ปรับตัวให้สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างสอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมระบบนิเวศธรรมชาติ โดยไม่สร้างผลกระทบที่จะทําให้เกิด ความเสียหาย ความเสื่อมโทรม และความมั่นคงของระบบนิเวศธรรมชาตินั้น และการที่จะ เข้าไปสู่การมีส่วนร่วมก็ควรจะต้องคํานึงถึงความเสมอภาคคือการได้เข้าไปเปึนแบบเพื่อนมิตร ในการทํางานร่วมกัน มีความโปร่งใส ไร้ประโยชน์แอบแฝง การมีประสิทธิภาพ ใช้ความรู้ ความเห็น ความตั้งใจจริง และมีศักยภาพมีสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้สามารถดําเนินการ ได้อย่างต่อเนื่อง

ประการต่อไปจากการศึกษาพบว่าในกระบวนการการมีส่วนร่วมนั้น เรามีทั้งหมด ๕ กระบวนการที่สําคัญ

กระบวนการที่ ๑ คือการรับรู้เรียนรู้ โดยการที่ทําให้ทุกภาคส่วน ได้มีฐานข้อมูลเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน มีการจัดการทางด้านความรู้ การพัฒนาความรู้ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง

กระบวนการที่ ๒ เปึนกระบวนการในการตัดสินใจและวางแผน ทุกภาคส่วน ควรจะได้มีการร่วมกันวิเคราะห์หาทางเลือกตัดสินใจแนวทางที่จะจัดการทรัพยากร โดยการวางแผนร่วมกัน

กระบวนการที่ ๓ เปึนกระบวนการในการดําเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นควรจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการดําเนินการ ในการปฏิบัติการ ในโครงการจัดการทรัพยากรนั้น ๆ

กระบวนการที่ ๔ เปึนกระบวนการติดตามเพื่อประเมิน เพื่อติดตาม ปรับปรุง พัฒนากระบวนการทํางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

และกระบวนการที่ ๕ คือกระบวนการในการเข้าถึงประโยชน์และ ได้รับผลกระทบ ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงประโยชน์ได้อย่างเสมอภาค และหากได้รับ ความเดือดร้อนย่อมต้องได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรม

ทั้ง ๕ กระบวนการนั้นคณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วว่า ถ้าสามารถ ดําเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมีกลไก ๗ กลไก ในการหนุนเสริมกระบวนการ ทั้งหมด

กลไกที่ ๑ คือจะต้องมีกลุ่มชุมชนเครือข่ายสภาสมัชชาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งประชาชนควรจะต้องได้รับสิทธิบทบาทหน้าที่ในการจัดการทรัพยากร และได้รับความชอบธรรมในการเปึนตัวแทนในการปฏิบัติการในการจัดการทรัพยากรตั้งแต่ ระดับพื้นที่ ท้องถิ่น ภูมิภาค โดยเชื่อมโยงบทบาทหน้าที่กันได้อย่างบูรณาการ

กลไกที่ ๒ คือกลไกการมีแผนเชิงบูรณาการ เนื่องจากว่าทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ ของการพัฒนา ฉะนั้นในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องมีข้อคํานึงถึงการบูรณาการแผนร่วมกับมิติอื่น ๆ

กลไกที่ ๓ คือกลไกการพัฒนาการมีส่วนร่วม เนื่องจากว่าการมีส่วนร่วม เปึนการดําเนินการร่วมกันในหลายฝ์าย ดังนั้นการพัฒนาชุมชน ประชาชนให้เกิดความเข้มแข็ง ในการที่เข้าสู่กระบวนการการมีส่วน ร่วมจึงมีความสําคัญที่จะทําให้กระบวนการ การมีส่วนร่วมนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กลไกที่ ๔ คือกลไกในการผลิตและการอนุรักษ์ เนื่องจากว่าในระบบปัจจุบัน เราพบว่าการผลิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขาดในเรื่องของการอนุรักษ์ ฉะนั้นรูปแบบ ในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่ต้องคํานึงถึงเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย

กลไกที่ ๕ คือกลไกในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมีความยืดหยุ่น ให้เปึนไปตามลักษณะภูมิสังคม ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี และระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ

กลไกที่ ๖ คือกลไก ด้านสื่อ เปึนการทําหน้าที่ให้เกิดการเผยแพร่ เกิดการถ่ายทอดต้นแบบ เกิดการรณรงค์ให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมได้อย่างกว้างขวาง มากขึ้น

และกลไกอันที่ ๗ คือกลไกด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบที่จะเอื้อ ที่จะทําให้ บทบาทหน้าที่ของประชาชนนั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างระดับสูงอย่างแท้จริงได้

จากการศึกษาในเรื่องของการมีส่วนร่วมดังกล่าวทั้ง ๔ ประการ นํามาสู่ ข้อเสนอและแนวทางในการปฏิรูปกลไกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ ทรัพยากรอันเนื่องมาจากเราพบว่าการมีส่วนร่วมมันมีข้อจํากัดจากระบบการจัดการทรัพยากร ในทัศนคติของการมีส่วนร่วมซึ่งเห็นแตกต่างกัน การที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และการได้รับสิทธิบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายอันพึงจะมี คณะอนุกรรมาธิการได้มีข้อเสนอ และแนวทางในการปฏิรูปกลไกการมีส่วนร่วมใน ๔ ประเด็นหลัก คือ

ประเด็นที่ ๑ การปฏิรูปทางความคิดโดยการจัดตั้งให้มีสถาบันพัฒนา การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสถาบันจะทําหน้าที่ ในการพัฒนาความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดการความรู้ การถ่ายทอด

ความรู้ ลักษณะของสถาบันเปึนสถาบันองค์กรการร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่น สถานศึกษา หน่วยงานองค์กรรัฐที่เกี่ยวข้อง แนวทางในการดําเนินงาน ประสานความร่วมมือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นออกแบบสถาบันเพื่อดําเนินการในเรื่องของการพัฒนาความเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมของประชาชน

ประเด็นที่ ๒ ที่ควรจะต้องมีการปฏิรูปในด้านโครงสร้าง โดยการจัดตั้ง สภาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อทําหน้าที่เชื่อมประสานสิทธิ บทบาทหน้าที่ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ประสานความร่วมมือกําหนดให้มี คณะกรรมการการจัดการทรัพยากรทั้งในระดับพื้นที่ ระดับเครือข่าย ระดับท้องถิ่น ระดับอําเภอ จังหวัด และภูมิภาค และในระดับชาติ ซึ่งเปึนสมัชชาเปึนเวทีในการระดม ความคิด พัฒนาความเข้มแข็ง จัดทําแผนและระเบียบในการปฏิบัติงาน

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของการปฏิรูประบบการระดมทุน โดยการจัดตั้งกองทุน การพัฒนาการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนกองทุน ในการหนุนเสริมความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาออกแบบรูปแบบของกองทุนและ แหล่งทุนต่าง ๆ มาร่วมทุนกันเพื่อที่จะสนับสนุนให้เกิดกองทุนในการจัดการทรัพยากร ในระดับพื้นที่ ท้องถิ่น ภูมิภาค เพื่อตอบสนองความจําเปึนได้อย่างทันกาลและสอดคล้อง ตามความต้องการในระดับของพื้นที่

ประเด็นที่ ๔ คือการปฏิรูปทางด้านกฎหมาย ประกอบด้วยมาตรการ ๒ มาตรการ มาตรการที่ ๑ คือการปรับปรุงพั ฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ จัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิบทบาทหน้าที่ในกำรมีส่วนร่วม ทั้ง ๕ กระบวนการ และ ๗ กลไก

มาตรการที่ ๒ พิจารณายกร่างกฎหมายการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยมีสาระสําคัญว่าด้วยการรับ รองสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน รับรองสภาสถาบันการพัฒนาการมีส่วนร่วม รับรองสภาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับรองเรื่องกองทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยสรุปข้อเสนอและแนวทาง ทั้ง ๔ ประการนี้เราพบว่าถ้ามีกำรดําเนินการในการมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงแล้ว จะสร้างประโยชน์ทําให้เกิดความเสมอภาค ความรู้รักสามัคคี ความสมดุลยั่งยืน และสิ่งที่ สําคัญทรัพยากรธรรมชาติเปึนสมบัติของชาติ เปึนสมบัติของทุกคน และมนุษย์ทุกคน เปึนส่วนหนึ่งในระบบนิเวศธรรมชาติ การกระทําใด ๆ ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อระบบธรรมชาติ เราทุกคนที่อยู่ในระบบธรรมชาติเดียวกันทั้งโลกย่อมได้รับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงนั้นเหมือนกันทุกคนโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เราทุกคนจึงต้อง มีบทบาทหน้าที่มีความรับผิดชอบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปึนสมบัติของชาติร่วมกัน กลไกและการมีส่วนร่วมเปึนกลไกอันหนึ่งที่มีความสําคัญ ต่อการบริหารการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอกราบขอบพระคุณครับ