สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๐ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลทรัพยากร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับประโยชน์จากโครงการที่ดำเนินการ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนโครงการต่าง ๆ และขอให้พิจารณาวิธีการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่ไม่จำกัดอยู่ที่การถามความคิดเห็นผ่านโพลล์

นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมมีข้อคิดเห็นอยู่ ๔ ประการที่อยากจะเรียนกรรมาธิการเผื่อจะเปึน ประโยชน์ในการพิจารณาปรับปรุง ผมคิดว่ากรรมาธิการก็ได้จับหัวใจที่สําคัญ มาหลายเรื่องแล้ว แต่ผมอยากจะเน้นว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคําว่าการมีส่วนร่วม ในการดูแลทรัพยากร จริง ๆ แล้วเราชอบพูดกันเรื่องประชาธิปไตย ประชาธิปไตยคือ เรื่องของการมีส่วนร่วมนั่นแหละครับ ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องของการเลือกตั้ง แต่เปึนเรื่อง ของการมีส่วนร่วมของผู้คน ท่านจับถูกแล้ว โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมต้องมีความแตกต่างกัน กับการให้ความร่วมมือ เราชอบใช้กลับกันอยู่ตลอดเวลา เราคิดโครงการเสร็จเรียบร้อย แล้วเราไปให้ชาวบ้านให้ความร่ วมมือ แล้วเราก็ฉุดกระชากลากถูหลอกชาวบ้านตลอด ทําทีเปึนเหมือนกับว่าเราไปฟังเขาแต่เรามีข้อสรุปแล้ว อย่างนี้ชาวบ้านเขารู้เขาไม่เอาด้วย เลยครับ และมันไม่ใช่เรื่องของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นที่ท่านพูดมา ๕-๖ ประการ ไม่ว่าจะร่วมรับรู้ปัญหาหรืออะไรก็แล้วแต่ ตัวสําคัญที่สุดคือเรื่องของการร่วม ในการตัดสินใจ ชาวบ้านจะตัดสินใจได้ดีต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง ต้องมีข้อมูลข่าวสารครบ มีส่วนร่วมในการวางแผนแก้ไขปัญหา มีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ และมีส่วนร่วมในการมา ประเมินดูว่ามันควรจะเดินต่อหรือไม่ควรเดินต่อ ในประการที่ ๓ ผมอยากจะเน้นเรื่อง การรับประโยชน์ ท่านประธานครับ พวกเราขึ้นเครื่องบินกันบ่อย ๆ บางท่านก็ชอบเดินทาง

โดยเครื่องบิน ผมถามว่าที่ท่านขึ้นเครื่องบินท่านมีความเสี่ยงไหม มี การทําอะไร กับทรัพยากร มีโครงการต่าง ๆ กับทรัพยากร ที่ดินก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี มีความเสี่ยงไหม มี แต่ถามท่านว่าทําไมพวกเรายินดีขึ้นเครื่องบินทั้ง ๆ ที่มีความเสี่ยง ก็เพราะว่าไม่มีใคร บังคับเรา เราตัดสินใจขึ้นเครื่องบินทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่ามีความเสี่ยง ตกเมื่อไรเราก็ตาย แต่ที่เราขึ้นเพราะเราได้รับประโยชน์ เราจะไปจังหวัดเชียงใหม่ถ้าเราเดินทางทางรถยนต์ อาจจะ ๗-๘ ชั่วโมง แต่ขึ้นเครื่องบิน ๑ ชั่วโมง เรายินดีตัดสินใจและเรารับประโยชน์เอง เราจึงขึ้นเครื่องบิน เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่จะไปใช้ทรัพยากรของชาวบ้าน แต่เรา ตัดสินใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราไปฉุดกระชากลากถูเขำ ก็เหมือนกับเราบังคับคน ขึ้นเครื่องบิน ผมถามท่านประธานครับ ถ้าอยู่ดี ๆ มีคนบังคับเราให้ขึ้นเครื่องบินเราคงไม่ยอม แต่ให้เราตัดสินใจเองว่าเราได้รับประโยชน์อย่างนี้นะ ถามว่าเสี่ยงไหม รู้ นั่งอยู่บนเครื่องบิน รู้ไหมว่าเสี่ยง รู้ แต่ทําไมไป มันคุ้ม เพราะฉะนั้นถ้าทรัพยากรของเขา เขาอยู่ตรงนั้น ให้เขาได้รับประโยชน์จากสิ่งที่จะพัฒนาด้วยผมเชื่อว่าเขาเอา พูดไปก็จะเห็นภาพ โปรเจกต์ (Project) ต่าง ๆ ที่รัฐหรือเอกชนอยากจะไปลงทุนทําโรงไฟฟัา ทําอะไรต่ออะไรก็ตาม เราชอบกําหนดเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ไปบอกชาวบ้านว่าเราอยากจะทําตรงนี้ มันก็มีปัญหา กับทรัพยากรของชาวบ้านเขา ผมจะไม่ยกตัวอย่างเหมือนที่ท่านยกหรอกครับ อันนั้น ท่านก็ว่าของท่านไป เพราะว่าท่านก็ยกดีแล้วไร่นาอะไรก็ว่าไป

ประการสุดท้ายผมเห็นว่ารายงานยังขาดเรื่องวิธีการอยู่นิดหนึ่ง วิธีการการมีส่วนร่วม มันมีหลากหลายวิธีมาก วิธีการหนึ่งที่ประเทศไทยชอบใช้แต่ว่าเปึนวิธีการที่ผิวเผินมาก คือไปถามความคิดเห็นคือทําโพลล์ (Poll) ไปถามความคิดเห็น ประชาชนเวลาเขาตอบ ความคิดเห็นเขาให้จากอารมณ์ ความรู้สึก ขณะนี้เขาได้ยินคนพูดกันมาอย่างไร เขาก็ว่ากันไปตามนั้น แต่ความคิดจริง ๆ ลึก ๆ ไปถามโพลล์ไม่ได้ เพราะโพลล์หรือ ความคิดเห็นมันเปลี่ยนได้ตลอด จะเห็นได้ไหมว่า ๑ เดือนก็เปลี่ยน ๒ เดือนก็เปลี่ยน

ประการที่ ๒ ที่เราเรียกกันว่าประชาพิจารณ์ ท่านประธานครับ อยากเห็น กรรมาธิการชุดนี้เขียนถึงปัญหาของประชาพิจารณ์ให้ชัด เพราะปัญหาปัจจุบันนี้เราชอบ ขนคนมาประชาพิจารณ์ แล้วก็บอกว่าเสียงข้างมากจะเอาอย่างนี้ เสียงข้างน้อยเปึนอย่างนั้น มันก็ตีกันสิครับ ประชาพิจารณ์ไม่ใช่นับจํานวนคน แต่เขาขอฟังประเด็น เขาเชิญคนให้ครบมา เพื่อฟังประเด็นแล้วบอกกันเลยว่าไม่ได้ต้องการว่าประเด็นไหน มีใคร เสียงข้างมากว่าอย่างไร ไม่สน แต่ฟังประเด็นให้ครบ ประเด็นทั้งปัญหา ประเด็นทั้งการจัดการให้ครบถ้วนที่สุด เท่าที่จะทําได้ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่น่าเชื่อถือฟัง เฮียริง (Hearing) หรือประชาพิจารณ์ แต่ประเทศไทยเปึนการเมืองหมด เราอยากจะสร้าง เราอยากจะใช้ทรัพยากรของเขาเราก็ขนคน จ้างคน แล้วก็ให้มันออกมาเสียงข้างมากจะเอาอย่างนี้ มันก็ตีกันใช่ไหมครับท่านประธาน

ประเด็นถัดไปเราชอบอยากจะฟังว่าเสียงข้างมากอย่างไร เราก็ชอบใช้ ประชามติ แต่ท่านประธานเราก็บิดเบือ นประชามติอีก แทนที่จะให้เขาเข้าใจเนื้อหา ให้ชัดเจนแล้วลงประชามติกัน เราบิดเบือน ยกตัวอย่างให้ใกล้ตัวพวกเรานะครับ ถ้าจะ ลงประชามติอย่างเช่นร่างรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับ เชื่อไหมถ้าไปลงประชามติก็จะมีคน บิดเบือนว่าถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แสดงว่าเราไม่เห็ นด้วยกับรัฐประหาร มันจะมีคน ไปแนวนั้น ทั้ง ๆ มันไม่เกี่ยวเลย เนื้อไม่พูด แต่ถ้าเราแสดงว่าไม่เห็นด้วย แสดงว่า เราไม่เห็นด้วย กับรัฐประหารมันก็จะมีคนบิดไป ท่านลองไปคิดดูว่าประชามติเกี่ยวกับ ทรัพยากรก็จะมีคนบิด แล้วก็จะมีคนบิดว่าถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญแสดงว่าเราอยำกเห็น ประเทศเดินหน้าต่อไป ก็ต่างคนต่างบิดไปคนละนิด แทนที่จะลงในเนื้อหา ผมก็เลย กราบเรียนท่านประธานว่าผมเปึนห่วงเรื่องการมีส่ วนร่วมถ้าท่านต้องพูดถึงวิธีการ แล้วท่านจะต้องบอกถึงจุดอ่อนของประเทศไทยที่เกิด ขึ้น แล้วท่านจะปฏิรูปกันอย่างไร

ในหลักการพวกเราเห็นด้วยกับท่านหมดละครับ ขอท่านเติมตรงนี้ได้ไหมว่าปัญหาของ การมีส่วนร่วมในประเทศไทยมันคืออะไร แล้วเราจะแก้ไขมันอย่างไร ขอบพระคุณครับ