สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๐ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ปราโมทย์ ไม้กลัด หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยระบุปัญหาที่สำคัญ 3 ประเด็น คือ การขาดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การขาดเอกภาพ และการขาดกฎหมายหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และเสนอผลการศึกษา รวมถึงร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อส่งมอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่ออนาคต

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติที่เคารพครับ กระผม นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในนาม คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอนําเสนอวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ดําเนินการ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมขอนําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณาเพื่อให้ ความเห็นชอบกับรายงานการศึกษา

เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... สําหรับร่างพระราชบัญญัตินี้ก็สําหรับใช้เปึนกฎหมายแม่บท ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศโดยรวมนะครับ ทั้งนี้เพื่อส่งมอบให้ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาดําเนินการต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อจากนี้ไปผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะเปึนผู้นําเสนอรายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของการปฏิรูปกลไกบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําทั้งหมดว่ามีสาระสําคัญที่ทําการศึกษาเปึนอย่างไร โดยมีผลการศึกษา ที่เปึนเนื้อหารายละเอียดทั้งหมดนี้ในแต่ละประเด็นที่จะปฏิรูปก็อยู่ในรายงานการศึกษา ฉบับสมบูรณ์ที่ได้นําแจกกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านแล้วนะครับ พร้อมด้วย ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลังจากที่ ผมนําเสนอจบแล้วซึ่งคงใช้เวลาไม่นานนักก็จะมีเรื่องสําคัญที่ต้องนําเสนอต่อที่ประชุมสภา แห่งนี้ได้รับทราบแล้วก็พิจารณาต่อไปก็คือร่างพระรา ชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... อันเปึนกฎหมายแม่บทที่จะใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในทุกเรื่อง ทุกมิติ ต่อไปในอนาคตนั้น คณะกรรมาธิการมอบหมายให้ผู้ช่วยศา สตราจารย์ ดอกเตอร์ สิตางศุ์ พิลัยหล้า เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนผู้นําเสนอถึงสาระและ เนื้อหาสําคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ที่ประชุมได้พิจารณาต่อไป ท่านประธานครับ ในการนําเสนอเรื่องราวทั้งหมดนี้ผมขออนุญาตท่านประธานแจกเอกสารและใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการเสนอด้วยครับ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปกลไก การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํามีสาระสําคัญที่ทําการศึกษา ผมขอนําเสนอตามลําดับ ดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องเกี่ยวกับสาระสําคัญที่จะนําเสนอตามลําดับนี้มีอยู่ ๘ เรื่อง ๘ ประเด็น ด้วยกันตามลําดับ ว่าด้วยหลักการและเหตุผล ว่าด้วยปัญหาของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในปัจจุบันมันเปึนอย่างไร และประเด็นการศึกษาที่ทําการศึกษามีประเด็นอะไร วิธีการศึกษา วิเคราะห์ทําอย่างไร แล้วก็สรุปผลการพิจารณาศึกษา แล้วก็ข้อเสนอประเด็นการปฏิรูปและ แนวทางการดําเนินการเปึนเช่นไร และที่สําคัญที่สุดก็คือผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้จากประเด็น การปฏิรูปนี้ รวมไปถึงตัวชี้วัดความสําเร็จของการปฏิรูปครับ

ท่านประธานครับ หลักการและเหตุผลอันนี้ก็มี สืบเนื่องมาจากว่าเวลานี้ ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวกับน้ํามีความสําคัญ และให้ดีมีทรัพยากรน้ําอุดมสมบูรณ์ ไม่มีปัญหา แต่ปัจจุบันนี้มีปัญหาครับ ประชากรพลเมืองเพิ่มขึ้น เรื่องราวของธรรมชาติ มีความเปลี่ยนแปลงเกิดวิกฤตการณ์ภัยแล้ง เกิดปัญหาน้ํามาก น้ําท่วม เกิดมลพิษจากแหล่ง ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่นถูกทําลายก็ทําให้ทรัพยากรน้ําแปรปรวนไป อันนี้เปึนปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในปัจจุบัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในปัจจุบันนี่มันมีอะไรหลายอย่างที่มันไม่สมบูรณ์ ที่สําคัญก็คือขาดกลไกการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ขาดกฎหมายแม่บท แล้วก็ขาด การบูรณาการในการทํางานกันระหว่างหน่วยราชการต่าง ๆ ที่มี แล้วก็ขาดเอกภาพและ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขาดแผนยุทธศาสตร์ ขาดยุทธศาสตร์ แล้วก็ แผนแม่บททั้งในระดับประเทศและระดับลุ่มน้ําครับ

เพราะฉะนั้นจึงนําไปสู่การที่เราจะต้องคิดปฏิรูปเพื่ออนาคต ผมเองอยู่ในวงการทํางาน เกี่ยวกับน้ํามามากกว่า ๓๐ ป้ ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น เห็นปัญหามาโดยตลอดก็ไม่สามารถจะทําการอะไร ให้มันชัดเจนได้ เพราะฉะนั้นในยุคนี้สมัยนี้ก็ต้องมีการปฏิรูป เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผมนําเรียนว่า มันมีปัญหาก็ต้องนําไปสู่การปฏิรูปเปึนโอกาสอันดีนะครับว่าเราจะทําอันนี้เพื่ออนาคต ให้สมบูรณ์

เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะพูดถึงสักนิดห นึ่งนะครับว่าสาเหตุที่ต้องปฏิรูป เพราะมันมีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องปฏิรูปนะครับ ปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในปัจจุบันคืออะไร ปัญหาสําคัญก็คือปัญหานโยบายและแผนหลักในการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําของรัฐไม่ชัดเจนไม่เปึนรูปธรรมเพียงพอที่จะนําไปสู่การปฏิบัติได้ มุ่งในเรื่องราว ของการพัฒนาเปึนหลัก แต่ไม่ได้ให้ความสําคัญ ให้ความทั่วถึง ความเปึนธรรมในเรื่องราว ของการจัดสรรน้ํา

ปัญหาสําคัญอีกอันหนึ่งคือปัญหาการจั ดการองค์กรที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน เปึนที่รับรู้กันมาตลอดครับว่ามีปัญหา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีหลายสิบหน่วยงานสังกัดอยู่ในหลายกระทรวง ก็เปึนที่รู้กันอยู่แต่ไม่สามารถจัดการให้มี ประสิทธิภาพได้ กลไกการทํางานระหว่างหน่วยงานไม่เปึนระบบ ไม่เปึนเอกภาพ งานแก้ปัญหา สําคัญหลายงานไม่มีเจ้าภาพ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็เกิดการถกเถียงกัน หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ กลไกการบริหารระดับนโยบายที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถผลักดัน นโยบายที่เขาคิดเขากําหนดไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลไกการบริหารจัดการ ระดับพื้นที่ไม่มี อันนี้เปึนปัญหาอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมดครับ ปัญหาด้านงบประมาณ ก็เปึนส่วนหนึ่ง งบประมาณมีจํากัดค่อนข้างคงที่ แต่อันนี้จะเปึนปัญหา แต่เราไม่ได้เอาปัญหา เรื่องงบประมาณเปึนข้อกําหนด จะต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับงบประมาณของ บ้านเมืองที่มี การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล การใช้งบประมาณในเรื่องน้ําไม่มีประสิทธิผล ที่ชัดเจน ตอบโจทย์ไม่ได้ครับ อันนี้คือบอกให้รู้ปัญหา

ปัญหาด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผมนําเรียนนะครับว่ามันขาด กฎหมายแม่บทด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา กฎหมายที่มีอยู่เฉพาะเรื่องล้าสมัย ปัญหาการจัดการข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ํามีอยู่ หลายสิบหน่วยงานอยู่ในหลายกระทรวงข้อมูลจึงกระจัดกระจาย จัดเก็บไม่เปึนมาตรฐาน

ประชาชนเข้าถึงยาก อันนี้เปึนเรื่องที่เปึนปัญหา เมื่อเปึนเช่นนี้รับรู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นการศึกษาที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทําการศึกษา ศึกษาอะไร ก็ศึกษาอยู่ ๖ เรื่องใหญ่ ๆ แน่นอนครับ เราต้องศึกษาสภาพปัญหา ข้อเท็จจริง ข้อมูลและปัจจัยต่าง ๆ ที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน เพื่อยืนยันว่ามันมีปัญหา ศึกษาข้อที่ ๒ ก็คือศึกษาองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่หลายสิบกรม มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร เราต้องศึกษาครับ ถึงแม้จะรู้จะเห็นแล้วเราไม่มีบริบทการศึกษาไว้ในเอก สารฉบับสมบูรณ์มันก็ไม่ได้นะครับ ศึกษาวิเคราะห์กฎหมาย กฎหมายที่มีอยู่เปึนอย่างไร เราศึกษาเพื่อจะผลักดันกฎหมายแม่บท เราศึกษากระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมันเปึนเช่นไร เราศึกษาที่สําคัญ คือศึกษาเพื่อปฏิรูปกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนระดับลุ่มน้ําและระดับชาติ เวลานี้ท่านผู้เกียรติทุกท่านครับ การที่จะแก้ปัญหาอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าปัญหาอุทกภัยป้ ๒๕๕๔ ไม่ว่าปัญหาน้ําขาดแคลนที่เปึนวิกฤตการณ์ป้นี้ อย่างที่เห็น ๆ และทุกป้ก็เกิดขึ้น มันขาดกระบวนการยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะทําอะไร อย่างไรกัน และหน่วยงานไหน จะรับผิดชอบ ไม่มีชัดเจนครับศึกษาหาลู่ทางการจัดการข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลสื่อสาร ก็เกิดกรอบความคิดรวบยอดว่าในการศึกษาการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

เรามีอยู่ ๖ เรื่อง ในกรอบความคิดรวบยอดเราจะปฏิรูปกลไกอันนี้ว่าอย่างไร เราก็มีความคิด ในเบื้องสําคัญเลยจะเรียกว่าเบื้องต้นก็ใช่ กรอบความคิดเราจะต้องปฏิรูปโครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ ดูรายละเอียดต่อไป ว่าจะเปึนอย่างไร เราศึกษากลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เราศึกษาเพื่อจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ซึ่งเราจะให้ใช้เปึนกฎหมายแม่บท เพราะกฎหมายแม่บทเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเมืองไทยในปัจจุบันไม่มี ในอดีตไม่มีจนถึงปัจจุบันนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นมันต้องมีกฎหมายแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แล้วก็ศึกษา เพื่อปรับปรุงกฎ ระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ ที่มันมีอยู่ในอดีตมีอยู่แล้ว แล้วที่จะทําเพิ่มเติม สมบูรณ์คืออะไร เราศึกษาเพื่อจะปฏิรูปการจัดทํายุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ยุทธศาสตร์บริบทของการจัดทําสอดคล้องกับธ รรมชาติ สอดคล้องกับความเปึนจริง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ สอดคล้องกับแต่ละเรื่องแต่ละราวคืออะไร เราจะได้มอบให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาได้เอาไปคิดไปทําตามครับ ศึกษาเรื่องราวกลไกการศึกษาก็เพื่อปฏิรูป การจัดการข้อมูลข่าวสารนี่แหละครับ วิธีการศึกษาก็อยากจะนําเรียนท่านผู้มีเกียรติว่า นอกเหนือจากเรามีข้อมูลอยู่แต่ละคน ๆ ที่ทําการศึกษาแล้ว เราก็จัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ โดยผมเองก็เปึนประธานอนุกรรมาธิการคณะนี้ ศึกษา เอกสารทางวิชาการ ศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเราเชิญผู้แทนหน่วยงานสําคัญ ๆ มาให้ข้อมูล อย่างเช่นยกตัวอย่างสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินี่แหละครับ ก็มาให้ข้อมูลอย่างไร จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือจากทุกภาคส่วน เอาละครับ สรุปผลการศึกษาอยากจะนําเรียนที่ประชุมให้ทราบว่าปัญหาการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา เราสามารถสรุปได้ของประเทศมีปัญหาอยู่ ๓ ประเด็นสําคัญ คือ การขาด นโยบายขาดแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การขาดเอกภาพ การขาดกฎหมายหลักนี่คือประเด็น สําคัญที่เปึนปัญหา ขาดนโยบายที่ชัดเจนก็คืออย่างที่ผมนําเรียนตอนต้นแล้ว มีรายละเอียด ดังนี้ว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละ สมัยนี่ขาดความชัดเจนครับ อันนี้เปึนที่ประจักษ์ ชัดเจนเลยแต่ละสมัย ๆ ก็มีนโยบายก็เรียกว่าตามใจชอบ อยากจะพูดศัพท์นี้ แล้วการกําหนด นโยบายนี่ก็เปึนไปในระดับนโยบายจากบนลงล่าง สั่งการกําหนดโดยส่วนราชการ ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําต่าง ๆ นี่ มันจะต้องมีแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทประจําว่าจะทําอะไร ไม่มีครับ ไม่มีมาตรการ

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่บูรณาการเปึนรูปธรรม ไม่มี แล้วก็ขาดเอกภาพที่ผมนําเรียน ตอนต้น เอกภาพในที่นี้ก็หมายความว่าหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา นี่มีหลาย สิบหน่วยงาน หลายสิบกรม อย่าพูดเลยครับว่ามีกรมอะไรบ้างกระจายอยู่ ในกระทรวงต่าง ๆ แต่ละกรม ๆ มีอํานาจเปึนนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอํานาจในการจัดการ ของตัวเองคิดจะทําอะไรก็ทําแล้วก็ไม่มีเอกภาพในการทํางาน งานบางอย่างมีการดําเนินการ ที่ซ้ําซ้อนขาดกลไกบริหารจัดการที่เปึนเอกภาพ การปฏิบัติงานไม่สอดคล้องกัน ที่สําคัญที่สุด ก็คืองานบางประเภทไม่มีเจ้าภาพครับ ปัญหาก็รวมกอง เกิดเรื่องเกิดราว ไม่มีเจ้าภาพ ขาดความรับผิดชอบที่แท้จริงตัวนี้เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็เรื่องราวของการขาดกฎหมายหลัก คือกฎหมายแม่บท ผมนําเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่า

ประเทศไม่มีกฎหมายแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีกฎหมายเฉพาะของแต่ละ ส่วนราชการที่จะทํางานในแต่ละด้าน ๆ ของท่านทั้งหลายของหน่วยราชการนั้น ๆ สรุปผลการศึกษาก็คือจากที่เรารู้เราเห็นนี่นะครับก็สมควรจะทําการปฏิรูป ๖ ด้าน ๖ เรื่อง ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่งนะครับ จึงเรียกว่าการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรที่มีอยู่ ในปัจจุบันเปึนรูปแบบใหม่ ปฏิรูปการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วน ปฏิรูปเพื่อจัดทํากฎหมายแม่บทเพื่อให้เกิดกฎหมายแม่บทสําหรับการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําโดยรวม ปฏิรูปเรื่องราวของการจัดทํากฎ ระเบียบ กฎหมายที่มีอยู่ให้มัน ทันสมัย ปฏิรูปกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ มาตรการในการแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง ๆ คิดอย่างไร ทําอย่างไร ปฏิรูปการบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศ อันนี้ก็จะเปึนเรื่อง ที่เรียกว่าเราจะต้องทํางานที่เรียกว่าเราจะต้องทําอะไร อย่างไรนะครับเพราะฉะนั้นเข้ามาสู่ ๖ ประเด็นของการปฏิรูปและแนวทางการดําเนินการ แล้วก็นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ นี่ละครับว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในงานด้านนี้ เรามีประเด็นการปฏิรูป ๖ ประเด็นด้วยกัน คือปฏิรูปโครงสร้างองค์กร บริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ แล้วก็มีกระบวนการคิดจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติบ ริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ปฏิรูปกลไกการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน ปฏิรูปการจัดทํายุทธศาสตร์ระดับประเทศและระดับลุ่มน้ํา ปฏิรูป การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่มีอยู่แล้วและที่ต้องจัดทําเพิ่ม ปฏิรูปการบริหารจัดการ ทรัพยากรข้อมูลต่าง ๆ และระบบสารสนเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง ที่ผมเรียนตอนต้นว่า หลักสําคัญก็คือปฏิรูปโครงสร้างองค์กรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ มีอะไร อย่างไร ก็ขอนําเรียนเสียก่อนว่าองค์กรบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติ ระดับชาตินี่เวลานี้ไม่มี มีแต่ระดับกระทรวง ระดับกรม กระจายกันอยู่ เพราะฉะนั้นเห็นสมควรจะต้องมีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ เราก็คิดค้นมาว่า มันควรจะต้องมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า กนช. คณะกรรมการ ชุดนี้มีจํานวน ๑๘ คน อันนี้เกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยการปรึกษาหารือกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้แล้วก็มีความเห็นพ้องต้องกัน สภาพัฒน์อะไรทํานองนี้ ขอยกตัวอย่างขออ้างถึง ท่านด้วยว่า มันต้องมีคณะกรรมการใหญ่หรือคณะกรรมการระดับชาติเรียกว่า กนช. แล้ว กนช. จะมีอํานาจหน้าที่โดยการบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศ ระดับลุ่มน้ํา

เดี๋ยวจะบอกบริบทต่อไปนะครับ หน้าที่ที่สําคัญของเขาคืออะไร แล้วที่สําคัญมีคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ มันจะต้องมีการให้จัดตั้งสํานักงาน คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติขึ้นเพื่อที่จะให้ทํางาน เรื่องราวของกําหนดยุทธศาสตร์ กําหนดนโยบาย ศึกษา วิเคราะห์ เดี๋ยวจะพูดต่อไปนะครับ องค์กรบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติที่ผมบอกว่าคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ จํานวน ๑๘ คน ๑. ในเอกสารรายละเอียดก็บอกกับท่านทั้งหลายแล้วนะครับว่านายกรัฐมนตรี เปึนประธาน กนช. เพื่อให้เกิดการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปึนไปอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วก็ชุดที่ ๒ ระดับปลัดกระทรวง ๓ กระทรวง ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมภาคราชการระดับสูง ๕ คน เปึนกรรมการโดยตําแหน่งและไม่มีรัฐมนตรีนะครับ ไม่มี เพราะรัฐมนตรีเรามองวิเคราะห์กัน แล้วว่าท่านทํางานเกี่ยวข้องกับภาคการเมืองเสียส่วนใหญ่ ควรจะเปึนปลัดกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง

แล้วเรามีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ในด้านต่าง ๆ เทคนิควิศวกรรมทรัพยากรน้ํา นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ผังเมือง เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสังคม จํานวนไม่เกิน ๖ คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เราออกแบบต้องมาจากการสรรหานะครับ เรามีคณะกรรมการสรรหานะครับเพื่อสรรหา มาจากด้านต่าง ๆ ที่กําหนด ใครเปึนคณะกรรมการสรรหาแล้วก็มีอยู่ในมาตรา ประกอบด้วย ๙ หน่วยงานหลักด้วยกันเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๖ คน ให้ กนช. เลือก ๑ คนเปึนรองประธาน กนช. เปึนรองประธานครับ สําหรับบริหารจัดการ ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ําภายใต้นายกรัฐมนตรี เปึนตัวแทนนายกรัฐมนตรีนะครับ มีผู้แทนผู้ใช้น้ําจากลุ่มน้ําจํานวนไม่เกิน ๖ คนซึ่งเลือกกันเองในที่ประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ํา ๖ คน ให้เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติเปึนเลขานุการ กนช. คือ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็มีสํานักงานจะเปึนผู้ทํางาน ในเรื่องราวเยอะแยะมากมาย เอาละมาพูดถึง กนช. กนช. คณะกรรมการทรัพยากรน้ํา แห่งชาติมีหน้าที่อะไร หน้าที่สําคัญก็คือกําหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําระดับชาติทุกด้านนะครับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํามันไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าน หลายมิติ แล้วก็ต้องคํานึงถึงแผนยุทธศาสตร์ระดับลุ่มน้ํา ทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤติ กํากับ ติดตาม ตรวจสอบ ให้คําแนะนํา การดําเนินการนโยบายและ แผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ในภาวะวิกฤติทั้งหมด เวลานี้ ภาวะวิกฤติ ภาวะวิกฤติ ณ ขณะนี้แต่หาใครที่จะไปบัญชาการไม่มีครับ เพราะฉะนั้น เมื่อมีองค์กรแบบนี้แล้ว ภาวะวิกฤติ ไม่ว่าวิกฤติอุทกภัย วิกฤติน้ําท่วม วิกฤติน้ําขาดแคลน หรือเปึนวิกฤตการณ์นี่ จะมีกระบวนการจัดการในภาวะฉุกเฉินด้วย แล้วก่อนภาวะวิกฤติ ก็ต้องมีแผนมีอะไรพร้อม ในเรื่องราวเกี่ยวกับระดับชาติที่ผมนําเรียนตอนต้น จะต้องให้จัดตั้ง สํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติขึ้น ขอเรียนตามตรงนะครับ ก็เปรียบเสมือน สภาพัฒน์ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินี่แห ละ นี่เปรียบเสมือนเหมือนกัน เปึนหน่วยงานระดับสูงที่ทํางาน มีฐานะเปึนนิติบุคคล จะอยู่ที่ไหน มันจําเปึนอย่างยิ่งจะต้องสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทําหน้าที่เปึน สํานักงานเลขาธิการ กนช. มีเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เปึนผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่อะไรสํานักงานเลขาธิการ กนช. มีหน้าที่อะไร มีหน้าที่ยิ่งใหญ่

เลยสิครับ หน้าที่สําคัญคือศึกษาวิเคราะห์ เพื่อจัดทํานโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่กําหนด ตลอดจนมีหน้าที่ประสานการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศให้สัมฤทธิ ผลตามที่คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติกําหนด ถ้าได้แบบนี้แล้ว ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน การบริหารจัดการในระดับชาติ ระดับสูงจะมีแล้วก็สามารถจะกระจายลงมาสู่ หน่วยงานปฏิบัติได้ หน่วยงานปฏิบัติกรมอยู่ในกร ะทรวงต่าง ๆ เขายังอยู่อย่างเดิม ไม่ได้ไปแตะต้อง มาอยู่อย่างเดิม แต่ต้องมีการปรับพันธกิจของแต่ละกรมที่มีอยู่ในขณะนี้ ให้ปฏิบัติงานพันธกิจให้ครบในการเปึนเจ้าภาพของงานที่มันมีปัญหาอยู่ให้ครบถ้วน อันนี้ ก็จะว่ากันต่อไป เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากําหนดลุ่มน้ําแล้ว การบริหารจัดการน้ําจะพูดเปึน ภาพใหญ่ระดับชาติอย่างเดียวไม่ได้ครับ การบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ําต้องกําหนด การทํางานเปึนลักษณะพื้นที่ลุ่มน้ําครับ ลุ่มน้ําจะเปึนขนาดไหน ลุ่มน้ําอะไร อย่างไร ก็เปึนไปตามพระราชกฤษฎีกาที่กําหนด

มีพื้นที่ยกตัวอย่างลุ่มน้ําป์าสัก ลุ่มน้ํายม ลุ่มน้ําป่ง ลุ่มน้ําวัง ลุ่มน้ําอะไรนี่มีพระราชกฤษฎีกา กําหนด เพราะฉะนั้นต้องมีองค์กรบริหารจัดการในระดับลุ่มน้ํา เวลานี้ไม่มี หรือมีก็มี แบบระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ทํางานครับ อันนี้ละครับก็จะเปึนเรื่องที่เรา จะต้องมีองค์กรระดับลุ่มน้ําคือคณะกรรมการลุ่มน้ํา มีจํานวน ๒๙ คน ออกแบบไว้ อยู่ในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติครับ หน้าที่ท่านทําอะไร จัดทําแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทบริหารจัดการลุ่มน้ําทั้งภาวะปกติ ภาวะวิกฤติเสนอ กนช. เสนอสํานักงาน คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ นี่เปึนการออกแบบให้ทุกภาคส่วนเข้ามาทํางานด้วยกัน ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาทํางานในลุ่มน้ํา อันนี้เปึนการออกแบบให้ทุกภาคส่ว นมาทํางานด้วยกัน ภาคราชการด้วย อยากจะให้ ท่านทั้งหลายได้เห็นถึงโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํารูปแบบใหม่ ก็นําเสนออยู่ ในชุดเพาเวอร์พอยต์แล้วว่าคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีอนุกรรมการ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ อยู่ในนี้ช่วยกันทํา มีสํานักงาน กนช. มีอะไรต่ออะไร มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร นี่เปึนโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํารูปแบบใหม่ อันนี้ เปึนเรื่องสําคัญที่เราถึงเรียกว่าปฏิรูปโครงสร้างองค์กร ปฏิรูปที่ ๒ จัดทําร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... มีเหตุผลและความจําเปึนอย่างไร ประเดี๋ยวจะมีการ นําเสนอต่างหากหลังจากผมจบชุดนี้แล้ว ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ การสร้างกลไกการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน แล้วระบุบอกในผลการศึกษาทําอะไร ทําอะไร ทําอะไร ก็ขอผ่านไป อย่างรวดเร็วนะครับ เรามีการปฏิรูปการจัดทํายุทธศาสตร์ระดับประเทศ ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา นี่ละครับมันมีหลายเรื่องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ เวลานี้ยุทธศาสตร์เกิดจากการทํา ของหน่วยงานระดับกรมต่าง ๆ ทําอย่างโน้นอย่างนี้มันไม่เปึนระบบ เราจะสร้างระบบว่า ยุทธศาสตร์นี้ท่านทั้งหลายต้องคิดแบบนี้ สร้างหลักคิดหลักทําในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ตามหลักสากล ตามแนวพระราชดําริ แล้วก็เขียนไว้ในนี้ แล้วยุทธศาสตร์เฉพาะเชิงเทคนิค เชิงพื้นที่ อันนี้สําคัญ จะต้องมีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติและความเปึนจริง ทางด้านเทคโนโลยีและภูมิสังคมของพื้นที่ เราแจกแจงไว้หมดในเอกสารฉบับสมบูรณ์ว่า ท่านทําอย่างไรกัน เพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้รับรู้รับเห็น หน่วยงานที่จะไปทํางานได้รับรู้รับเห็น ยุทธศาสตร์ที่สําคัญคือยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ํา เวลานี้ขาดแคลนน้ํา แต่ว่ายุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเปึนรูปธรรมแต่ละด้าน ๆ ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุม เราก็แจกแจงไว้

ในนี้หมดครับ ยุทธศาสตร์เพื่อจัดการปัญหาอุทกภัย อันนี้ก็เช่นเดียวกันยังไม่ตกผลึก ในการที่จะจัดการปัญหาอุทกภัยกันแบบไหน อย่างไร เราแจกแจงไว้ท่านควรจะคิด ยุทธศาสตร์เพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยแยกเปึน ๓ ระบบ ๓ เรื่อง ๑. เราเรียกว่ายุทธศาสตร์สู้ภัย ๒. ยุทธศาสตร์ปรับตัว ๓. ยุทธศาสตร์หลบภัย ทําอย่างไร แจกแจงไว้อยู่ในเอกสาร ฉบับสมบูรณ์หมดครับ อันนี้ถ้าจะพูดในรายละเอียดคงไม่ครบถ้วนนะครับ ยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ําและแหล่งน้ํา เวลานี้ท่านทั้งหลายก็รู้นะครับว่าปัญหาน้ําเน่าเสีย ปัญหาแหล่งน้ําเสื่อมโทรม ปัญหาการรุกตัวของน้ําทะเล ไม่มีการที่จะเขียนระบุบอกถึง ยุทธศาสตร์ที่เปึนเทคนิควิธีการที่ชัด ๆ เพราะฉะนั้นนี่เราก็แจกแจงไว้หมดในเอกสาร ฉบับสมบูรณ์ แล้วที่สําคัญต่อมาคือยุทธศาสตร์สนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ําที่สัมฤทธิผล เปึนอย่างไร

ยุทธศาสตร์สร้างกลไกการมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์สร้างจิตสํานึกให้ตระหนักถึงความสําคัญ ทรัพยากรน้ํา ยุทธศาสตร์เสริมความเข้มแข็งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ให้กับ องค์กรต่าง ๆ ในลุ่มน้ํา เรามีหมดครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ปฏิรูปเรื่องราวของการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่มีอยู่แล้ว อันนี้ก็เช่นเดียวกัน อันนี้เปึนหลักธรรมดา กฎหมายต่าง ๆ มีเยอะแยะ หลายสิบพระราชบัญญัติ ในรายละเอียดท่านก็ไปคิดกันต่อไป แต่เราชี้ให้เห็นว่าท่านต้องทํา อันนี้ก็คือประเด็นการปฏิรูปที่ ๕ ประเด็นการปฏิรูปที่ ๖ ก็คือการบริหารจัดการข้อมูลและ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน เวลานี้เรียนตรง ๆ ว่าประชาชนในลุ่มน้ําต่าง ๆ ในอะไรต่าง ๆ ยังไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับข้อมูลที่ชัดเจนก็เพราะว่ามันมีปัญหา มันมีหลายหน่วยงาน ต่างหน่วยงานต่างก็มีข้อมูลของตัวเอง ไม่เปึนระบบในการกระจายข้อมูล ผมนําเสนอ ในสาระสําคัญ ประเด็นการปฏิรูปมี ๖ ประเด็นใหญ่ ๆ แล้วผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้จากประเด็น การปฏิรูปคืออะไร เราก็จะได้องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํารูปแบบใหม่ ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา แล้วก็ระดับพื้นที่ เราจะได้พระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เพื่อเปึนกฎหมายแม่บทสําหรับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปึนฉบับแรก มีการพยายามที่จะทําขึ้นมาแต่ไม่สําเร็จ เราได้หลักและข้อกําหนดการสร้างกลไก การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจั ดการทรัพยากรน้ํา เพื่อให้สามารถเข้าถึง การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําของแต่ละลุ่มน้ําและของประเทศได้อย่างบูรณาการ

มาถึงตัวชี้วัดความสําเร็จของการปฏิรูป อันนี้เปึนเรื่องที่เรามุ่งหวังว่า ความสําเร็จของการปฏิรูปมันมีตัวชี้วัดอะไร แล้วก็แสดงความเห็นไปว่าต้องมีการดําเนินการ ตามข้อเสนอการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอย่างครบถ้วน ถ้าไม่ทําแล้ว ความสําเร็จของการปฏิรูปก็ไม่เกิด โดยเฉพาะเกี่ยวกับกฎหมายแม่บท ร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... เห็นสมควรอย่างยิ่งมันไม่น่าจะรอไปถึงสมัยไหนอีกแล้ว ให้มีผลบังคับใช้ได้ภายในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ มีการจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รูปแบบใหม่ และดําเนินการตามกลไกตามที่เสนอไว้โดยเร็ว มีการดําเนินการตามข้อเสนอ การปฏิรูปตามหลักคิดหลักทํา ตลอดจนตามกระบวนการการจัดทํายุทธศาสตร์ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําและแผนแม่บททั้งระดับ ชาติ ระดับลุ่มน้ํา และระดับพื้นที่ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างถูกต้องครบถ้วน อันนี้คือตัวชี้วัด ถ้าท่านทั้งหลายไม่สนใจ ในการทํามันก็ไม่สําเร็จ ท่านทั้งหลายก็หมายความว่าผู้ที่รับไปปฏิบัติ ขับเคลื่อน แล้วก็

ตัวชี้วัดความสําเร็จก็มีการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อันนี้ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระยะยาวอย่างยั่งยืน ผมก็ขอจบการนําเสนอในสาระสําคัญของการที่เราเรียกว่าปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําที่สมควรดําเนินการต่อไปแต่เพี ยงเท่านี้ครับ ก็ขอให้ทางด้านกฎหมาย ได้นําเสนอต่อนะครับ ขอบคุณครับ