เจน นำชัยศิริ อภิปรายเสริมประเด็นโครงการเอสอีเอ โดยเน้นความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเร่งกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อม (EIA) และส่งเสริมความโปร่งใส พร้อมทั้งหารือเรื่องการตรวจสอบติดตามผลโครงการโดยเสนอให้แยกขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นประชาชนออกจากขั้นตอนการพิจารณา เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างความชัดเจน รวมถึงเสนอให้เก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะในโครงการนั้นๆ โดยไม่รวมเข้ากองทุนเพื่อลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผม เจน นําชัยศิริ สมาชิกเลขที่ ๐๔๖ จริง ๆ แล้วประเด็น หลาย ๆ ประเด็นก็มีผู้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมก็เพียงจะเสริมในบางประเด็น แล้วก็จะ ขยายความ
เรื่องของเอสอีเอนี่เรียนว่าจริง ๆ แล้วโดยหลักการนั้นน่าจะถูกต้องก็คือมีการประเมินไว้ก่อน แต่อย่างที่ท่านผู้อภิปรายไว้ล่วงหน้า ก็คือจะต้องพิจารณาประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็สังคมไว้ด้วย มิเช่นนั้นผมเรียนว่าหลาย ๆ โครงการรวมทั้งโครงการของรัฐด้วยนี่ ก็อาจจะทําให้เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้ อาจจะต้องกลายเปึนไปทําในประเทศอื่น ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเราคงไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นแบบนั้น อันนี้ถ้าเรามองตามเนื้อผ้าว่าเอสอีเอ เราพิจารณารอบด้าน เราพิจารณาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งสังคม ทั้งสิ่งแวดล้อม แล้วโครงการ ที่เกิดขึ้นแล้วเวลาเราไปทําอีไอเอหรืออีเอชไอเอนี่มันสอดคล้อง พอมันสอดคล้องแล้วนี่ ตามหลักการแล้วมันก็น่าจะทําให้การทําอีไอเอ อีเอชไอเอนี่ผ่านได้ง่ายขึ้น เพราะว่า มันสอดคล้อง มันเปึนไปตามยุทธศาสตร์ของประเทศ มันเปึนไปตามวัตถุประสงค์ที่จะให้ เกิดขึ้น คําถามก็คือว่ามันสอดคล้องแล้วมันเร็วขึ้นหรือไม่ ประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของ ความรวดเร็ว ความกระชับของขั้นตอน แล้วก็ความแน่นอน ความชัดเจนของเกณฑ์กติกา ต่าง ๆ ที่จะทําให้มันเกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่านักลงทุนทุกฝ์าย นักลงทุนทั้งภาครัฐ ทั้งภาคเอกชนอยากจะให้มันเกิดขึ้น แล้วก็อยากจะเห็นความโปร่งใส ฉะนั้นประเด็นตรงนี้ เรื่องของเอสอีเอนี่ผมคิดว่าถ้าเราทําได้ครบถ้วนในทุกพื้นที่แล้วมันน่าจะทําให้กระบวนการ ทางอีไอเอ อีเอชไอเอรวดเร็วขึ้น กระชับขึ้น ตรงนี้ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการให้ช่วยไปดู ประเด็นตรงนี้นิดหนึ่งว่ามันควรจะทําให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นหรือไม่
ในขั้นตอนสุดท้ายคือเรื่องของการตรวจสอบ ติดตามผล ก็เห็นว่าดีครับ เปึนการเพิ่มเติมเข้ามาที่ดี แล้วก็เปึนการให้รางวัลผู้ที่ทําถูกต้อง ลงโทษผู้ที่ทําผิดแต่ให้รางวัล ผู้ที่ทําถูกต้อง อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ควรจะให้มีการดําเนินการในส่วนนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ผู้ที่มีความเปึนอิสระ ไม่ทําให้เกิดการครหาว่าอนุมัติเอง ตรวจสอบเอง ติดตามผลเอง อย่างนี้เปึนต้น ก็เห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้
ประเด็นที่ผมอยากจะขยายความก็คือเรื่องของท่อนตรงกลาง เมื่อกี้ท่อนบน ท่อนต้นกับท่อนท้ายได้กล่าวถึงไปแล้ว แต่ท่อนตรงกลางนี่ตามที่ได้มีผู้อภิปราย ไปแล้ว ผมมาดูในหน้า ๕ ของรายงานก็คือแผนภูมิเรื่องของระดับยุทธศาสตร์แล้วก็ระดับโครงการ ผมจะเห็นขั้นตอนที่บอกว่าปรึกษาหารือประชาชน แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในทุกขั้นตอนของการทํารายงาน ในการทําโครงการเลย ทั้งการริเริ่มโครงการ การกําหนด ขอบเขตการศึกษา การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดทํารายงาน การพิจารณารายงาน
มีรับฟังความคิดเห็นหมดทุกขั้นตอนเลย ผมคิดว่าอันนี้มันซ้ําซ้อนไหมครับ ผมเคยกราบเรียน ไปตั้งแต่ครั้งที่เราพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญไปครั้งหนึ่งแล้วว่าขั้นตอนที่ซ้ําซ้อนนี่มันทําให้ เกิดความสับสน ประชาชนที่เข้ามาบางทีก็ไม่ได้ซ้ําหน้าเดิม อย่างนี้เปึนต้น คนที่มาครั้งแรก เขาไม่ได้มาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ มันทําให้เกิดความสับสน แล้วความไม่เปึนเอกภาพของรายงาน ซึ่งตรงนี้ผมขอเรียนว่ามันควรจะเปึนเฉพาะครั้งแรกริเริ่มโครงการ เข้าใจก่อนว่านี่โครงการ อะไรเกิดขึ้น ผลกระทบจะมีอย่างไร แล้วตอนจบตอนท้ายทําจนเสร็จแล้วตอนจบแล้ว ออกมาแล้วบอกนี่พิจารณาทุกอย่างแล้วออกมาเรียบร้อยเปึนอย่างนี้ยังมีข้ออะไรขัดข้อง อีกหรือไม่ ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่ามันจะไม่ทําให้เกิดความสับสน แต่ว่าถ้ามีไปทุกขั้นตอนอย่างนี้ ผมว่าประชาชนสับสนตายเลย ตรงนี้คือผมอยากจะติงในส่วนนี้ไว้ แล้วก็อยากจะ ฝากว่าให้กรุณาไปทบทวนเถอะครับว่าขั้นตอนในการปรึกษาหารือหรือการรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนนี่ให้มันมีความชัดเจนแล้วก็มีความกระชับ เพื่อที่จะไม่เยิ่นเย้อ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของค่าธรรมเนียม เรื่องค่าธรรมเนียมนี่จริง ๆ แล้ว ผมก็คิดว่าทางผู้ประกอบการเองเขาก็ไม่ขัดข้องหรอกครับ เรื่องของค่าธรรมเนียมที่จะให้ไป ตรวจสอบภายหลัง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องของการที่เอาใส่เข้าไปในกองทุน เพราะค่าธรรมเนียมของแต่ละโครงการก็ไปจัดการสําหรับโครงการนั้ นไป เอาไปใส่กองทุน แล้วไม่รู้จากกองทุนออกไปอย่างไร ผู้บริหารกองทุนเราก็ไม่ทราบว่าจะเปึนใคร เพราะฉะนั้น โครงการหนึ่งที่เขาจ่ายค่าธรรมเนียมไปเขาใช้จริง ๆ ไม่ถึงขนาดนั้น เอาไปจ่ายให้กับ อีกโครงการหนึ่ง แล้วอย่างนี้มันจะผิดฝาผิดคนไปหรือเปล่า
เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าเรื่องค่าธรรมเนียมเราไม่เกี่ยงหรอกครับ แต่ว่าขอให้เปึนค่าธรรมเนียม แล้วก็เก็บเฉพาะสําหรับโครงการ โครงการใดโครงการหนึ่งก็จบไปตามโครงการนั้น แล้วเราก็ ไม่ต้องมีองค์กร ไม่ต้องมีผู้มาบริหารกองทุนให้มันรุงรัง ให้มันเยิ่นเย้อไปนะครับ ก็เรียนฝากไว้ ตามประเด็นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ