รายงานการประชุมสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๐
วันจันทร์ที่ ๒๖ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุมเพื่อดำเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม วันนี้ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม วันนี้ก็ยังไม่มีนะครับ คงจะ เร็ว ๆ นี้ แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจ และตามที่ท่านได้รายงาน ให้ทราบคราวที่แล้วนะครับ ก็จะได้เร่งต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่ค้างพิจารณา
๓.๑ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ
ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ เชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ต้องขอประทานโทษ เรื่องนี้ท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการเตรียมตัวมาสัก ๒ สัปดาห์แล้วนะครับ ถ้าพร้อมแล้วเชิญเลยนะครับท่านประธาน
กราบเรียนประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ขอรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ดังนี้ โครงสร้างในการทำงาน คณะกรรมาธิการมี ๑๒ ท่าน ซึ่งมีกระผมเปึนประธาน มีท่าน รองประธาน ท่านประวิทย์ อัครชิโนเรศ ท่านสามขวัญ พนมขวัญ เลขานุการคือ ท่านสวิ่ง ตันอุด ผู้ช่วยเลขานุการ คุณศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น โฆษกกรรมาธิการ คุณวีนัส ม่านมุ่งศิลปี ผู้ช่วยโฆษก คุณชาติชาย แสงสุข และมีกรรมาธิการประกอบด้วย นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายชนินทร์ บัวประเสริฐ นายนิตย์ วังวิวัฒน์ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ในการดำเนินการประสานงานได้มีการจัดตั้งสำนักงาน ประสานงานภูมิภาคขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่ส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ การดำเนินงานได้แบ่ง พื้นที่ออกเปึน ๔ กลุ่มจังหวัด และได้มอบหมายให้กรรมาธิการเปึนคณะไปอำนวยการและ ประสานงาน กลุ่มที่ ๑ มีจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน กลุ่มที่ ๒ จังหวัดลำปาง พะเยา แพร่ น่าน กลุ่มที่ ๓ จังหวัดพิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ กลุ่มที่ ๔ คือจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี สำหรับแผน และผลการดำเนินงานนั้น กรรมาธิการได้กำหนดกระบวนงานในการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนออกเปึน ๔ ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการประชุมเสวนาแนวทาง การดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชนของกรรมาธิการภาค และกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามติ ซึ่งมีท่านอาจารย์เจิมศักดิ์และอาจารย์จรัสไปร่วมด้วย ๒. การประชุม รับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมุ่งจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการ ร่างรัฐธรรมนูญ และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ในระดับอำเภอ จังหวัดและระดับภาคได้มีส่วนร่วม ซึ่งหลายจังหวัดได้ลงไป ถึงระดับตำบล ในการดำเนินงานนั้นดำเนินการเปึน ๓ ระยะคือ ระยะแรกกำลังยกร่าง ระยะที่สองคือเมื่อร่างเสร็จแล้ว ระยะที่สามนั้นคือการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการจัดทำ ประชามติ ทั้งนี้ในการดำเนินงานนั้นได้ขอให้ทุกเวทีมีวิทยากรด้านกฎหมายมหาชนที่จะ ให้การเรียนรู้กับประชาชนและตอบข้อซักถามต่าง ๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้สอนกฎหมายมหาชน และ นักกฎหมายในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ สำหรับรอบแรกที่ผ่านมานั้น กรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้ง ๑๗ จังหวัดได้จัดเวทีตั้งแต่ ๑๕ กุมภาพันธ์นับถึง ๒๖ กุมภาพันธ์ จำนวน ๕๔ ครั้ง และได้จัดหลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันอีกตั้ง ๗ ครั้ง ดังนั้นในจังหวัดภาคเหนือ ได้ดำเนินการในระดับพื้นที่แล้ว ๑๕๑ ครั้ง ซึ่งมีประชาชนผู้เข้าร่วมประชุมครั้งละประมาณ ๑๕๐ ถึง ๒๕๐ คน สำหรับกรรมาธิการประจำภาค ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ในลักษณะการประชุมสัมมนาระหว่างกรรมาธิการประจำภาค กรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัด และแกนน้ำกลุ่มประชาชนในจังหวัด โดยภาคเหนือตอนบนจัดที่จังหวัด เชียงใหม่เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ และภาคเหนือตอนล่างจัดที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ มีผู้เข้าร่วมประชุมในทั้ง ๒ ครั้ง จังหวัดละ ๓๐ คน ในการดำเนินงานทุกครั้งได้ทำรายงานมายังกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามติทุกครั้ง รวมทั้งในการจัดระดับภาคได้รายงานต่อกรรมาธิการประสาน การมีส่วนร่วมและเมื่อวันที่ ๒ มีนาคมที่ผ่านมา กระบวนการต่อไปคือการส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชนในช่องทางอื่น ๆ ได้แก่การสนับสนุนเข้าร่วมกับการ ดำเนินงานขององค์กรที่ได้จัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมีอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังได้สร้างช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งส่งเอกสารได้ที่ตู้ ปณ. ของ แต่ละจังหวัด จากการส่งเข้าไปยังตู้รับฟังความคิดเห็น รวมทั้งการเสนอไปผ่าน อินเทอร์เน็ต (Internet) ไปยังศูนย์ประสานงานของกรรมาธิการภาคที่จังหวัดเชียงใหม่ และของทุกจังหวัด ในการดำเนินงานโอกาสต่อไปนั้นก็คือการสนับสนุนการจัดทำ ประชามติ ซึ่งจะดำเนินการหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สำหรับการรายงานผลการ ดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคเหนือที่ผ่านมานั้น จะขออนุญาตให้ กรรมาธิการได้แบ่งกันรายงานดังนี้ ๑. นายสวิ่ง ตันอุด นำเสนอกรอบที่ ๑ คือสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ ๒. นายสามขวัญ พ้นมขวัญ นำเสนอรายงานกรอบที่ ๒ สถาบันการเมือง และ ๓. นายวีนัส ม่านมุงศิลปี นำเสนอรายงานกรอบที่ ๓ องค์กรการตรวจสอบอิสระและศาล ขอเรียนว่าการจัด เวทีรับฟังความคิดเห็นและการส่งเสริมโดยช่องทางอื่นที่เป่ดให้ประชาชนโดย กรรมาธิการภาคเหนือและกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้รับความสนใจจาก ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ทุกครั้งได้มีการนำเสนอโดยองค์กรชุมชนและประชาชนผู้แทน กลุ่มอย่างเปึนระบบและชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อย เปึ้นรายกรอบที่กําหนดไว้ ทําให้ตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ ได้มีโอกาสนําเสนออย่างครบถ้วน ซึ่งกรรมาธิการภาคเหนือและกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด จะได้เป่ดโอกาสหรือ ช่องทางการมีส่วนร่วมอื่น ๆ มากยิ่งขึ้นในรอบต่อ ๆ ไป ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายชี้แจงเรียงไปเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นภาคเหนือ ส่วนที่จะรายงานต่อไปนี้เปึ้นเรื่อง เกี่ยวกับกรอบที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และเรื่อง เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ที่เราไปรับฟังมานี้มีอยู่หลายประเด็นที่ค่อนข้างจะได้รับความ สนใจจากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตยทางตรงที่ประชาชน ให้ความสนใจมาก เรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ประเด็นที่ถูกเสนอและ ถูกอภิปรายกันมากก็คือเรื่องเกี่ยวกับการเสนอกฎหมายโดยประชาชน เพราะว่าที่ผ่านมา นี่นะครับ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ก็จะปฏิบัติการได้ยาก ดังนั้นจํานวนนี่นะครับ ก็มีข้อเสนอว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ถึง ๒๐,๐๐๐ คน เท่านั้นก็น่าจะพอนะครับ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เปึ้นรายละเอียดนะครับ ผมคิดว่าส่วนที่มี ประสบการณ์ของชาวบ้านนะครับ ก็เสนอมาว่านอกจากลดจำนวนแล้วนี่นะครับ การปฏิบัติการทั้งหลายก็ควรจะง่ายขึ้นนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเอกสารที่ ประชาชนเองก็มักจะมีปัญหามาก ถ้าหากว่าจะใช้บัตรประชาชนอย่างเดียวในแง่ของการ ที่จะเสนอชื่อก็ควรจะดี เรื่องอีกอันหนึ่งก็คือเรี่องเกี่ยวกับพอถึง พรบ. ของประชาชนเข้ามา ในสภาก็จะถูกรัฐบาลก็ดี หรือพรรคการเมืองก็ดีเสนอ พรบ. นั้นเข้ามาแข่งนะครับ ซึ่งจะ ทำให้ พรบ. ของภาคประชาชนได้รับความสนใจน้อยลง แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่อง เกี่ยวกับการประกันมติของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของกฎหมายว่าจะทำ อย่างไรถึงจะให้ประชาชนเข้ามาปัองกันกฎหมายของตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัดส่วน ของกรรมาธิการนะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ได้รับการเสนอกันมาก แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ใช่เฉพาะ พรบ. เท่านั้นนะครับ อาจจะเปึ้นเรื่องของกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง หรือเรื่องกฤษฎีกาทั้งหลายด้วย ซึ่งอาจจะต้องรวมถึงเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยนะครับ อันนี้ก็เปึนข้อเสนอนะครับ เรื่องต่อมาก็คือเรื่องของการถอดถอน การเรียกคืนตำแหน่งนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการที่จะเสนอชื่อในแง่ของการ ถอดถอนนักการเมืองว่าทำอย่างไรถึงจะมีระบบที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับการ เรียกคืนตําแหน่งเปึนต้นนะครับ อันนี้ก็ได้รับความสนใจมากนะครับ ประเด็นที่สําคัญ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับการฟัองรัฐ โดยที่ประชาชนเองต้องถือว่าเปึ้นผู้เสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่เสียภาษีนะครับ ระบบแบบนี้จะทำให้ประชาธิปไตย ทางตรงของประชาชนนี่เข้มแข็งขึ้นนะครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับที่ประชาชนเสนอก็คือเรื่อง เกี่ยวกับสิทธิของเสียงข้างน้อยนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วทําอย่างไรถึงจะทําให้เรื่อง เกี่ยวกับประชาพิจารณ์กับประชามตินี่นะครับควบคู่กันไป เพราะว่าสิทธิของเสียงข้างน้อย ก็น่าจะรับฟัง ซึ่งอันนี้ก็เปึนประเด็นที่ถูกนําเสนอนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมี ส่วนร่วมของประชาชน ในแง่ของการตรวจสอบโครงการสาธารณะทั้งหลายที่มีผลกระทบ กับประชาชนทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ประชาชนให้ความ สนใจเปึนจํานวนมาก เรื่องของการมีส่วนร่วมและเรื่องของการกระจายอำนาจนะครับ สิ่งที่สําคัญก็คือว่าการกระจายอํานาจให้ท้องถิ่นอย่างเปึนรูปธรรมนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ เรื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ป์า ดิน น้ำ เรื่องเกี่ยวกับแผนแม่บทภาคประชาชนนะครับ ระบบการกระจายอำนาจนี้เองเขาก็ ห่วงใยเรื่องเกี่ยวกับการดุลอำนาจและการตรวจสอบของท้องถิ่นนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งทำอย่างไรถึงจะสร้างระบบของการตรวจสอบนี่นะครับขึ้นมาคู่ขนานกับระบบของ การกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับสภาองค์กร ชุมชนหรือสภาประชาชนในการที่จะร่วมมือกันทำงานกับท้องถิ่น อันนี้ก็เปึนข้อเสนอ นะครับ ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการรับรองอํานาจชุมชน หรือสิทธิชุมชน หรือองค์กร ชุมชน อันนี้ก็เปึนข้อเสนอว่าทําอย่างไรถึงจะทําให้เรื่องนี้ได้รับการยอมรับ หรือมีระบบของ การรับรองที่ชัดเจนในรัฐธรรมนูญนะครับ เรื่องเสรีภาพของสื่อนะครับ เขาขอให้คงไว้ ในเรื่องเกี่ยวกับมาตรา ๔๐ เรื่องเกี่ยวกับวิทยุชุมชนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจจะ ครอบคลุมถึงมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ นะครับ แล้วก็ขอเพิ่มคลื่นความถี่ของ วิทยุกระจายเสียงนี่นะครับ สัดส่วนของคลื่นความถี่ของภาคประชาชนให้มากยิ่งขึ้น อันนี้ก็เปึนข้อเสนอ ข้อเสนออีกอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของการที่จะทําให้ท้องถิ่นกับ ท้องที่ได้ทำงานร่วมกัน อันนี้ข้อเสนอจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งหลายด้วยว่า บทบาทของ ท้องที่นะครับทําอย่างไรถึงจะเข้าไปทํางานร่วมมือกับท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่มากกว่านี้ อันนี้คือข้อเสนอนะครับ เรื่องที่เปึนข้อเสนออันต่อมา ก็คือเรื่องของสัดส่วนหญิงชายในองค์กรท้องถิ่น อันนี้ ทางด้านสิทธิสตรีก็มีข้อเสนอเรื่องนี้ว่า ทําอย่างไรถึงจะทําให้สมาชิก อบต. ก็ดี องค์กร อื่น ๆ ก็ดีได้กำหนดสัดส่วนของหญิงชายที่ทัดเทียมกัน ซึ่งอันนี้ก็เปึ้นเรื่องที่หลายเวที ได้เสนอเรื่องนี้ รวมทั้งสิทธิของสตรีในแง่ของทางด้านศาสนา มีประเด็นเรื่องเกี่ยวกับ ประเด็นของพี่สุนีย์ถูกเสนอขึ้นในที่ประชุมด้วยนะครับ เรื่องอันต่อมา ในทางภาคเหนือ เวทีของทางภาคเหนือมีความหลากหลายในเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเรื่องชาติพันธุ์ ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คําพูดที่ว่าด้วยเรื่องชาติพันธุ์ ภาษา คํานี้ทําอย่างไรถึงจะบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญได้ เพราะว่าเราเองประกอบไปด้วยคนหลายชน์เผ่าและหลายชาติพันธุ์ อันนี้ก็เปึ้นเรื่องที่ ถูกเสนอมา ประเด็นเรื่องการศึกษา ชุมชนทำอย่างไรถึงจะให้มีส่วนร่วมในแง่ของ การศึกษาได้ อันนี้ก็เปึนข้อเสนอในแง่ของการมีส่วนร่วมของประชาชน ข้อเสนอที่เปึน เรื่องของการเมืองภาคพลเมือง ในส่วนของการมีส่วนร่วมและการเมืองของภาคพลเมือง มีข้อเสนอว่า ทำอย่างไรประชาชนถึงจะมีสภาพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองที่ชัดเจน มีแผนพัฒนาการเมืองที่ชัดเจน มีกองทุนสำหรับเรื่องการพัฒนาการเมืองที่ชัดเจน แล้วก็ สิ่งที่สำคัญก็คือว่าอาจจะกำหนดให้ท้องถิ่นมีส่วนส่งเสริมการเมืองของภาคพลเมือง อันนี้คือเรื่องที่มีข้อเสนอ รวมทั้งสนับสนุนเครือข่ายการรวมตัวของภาคประชาชน ให้ชัดเจน สิทธิเรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครอง มีพูดถึงเรื่องสิทธิของผู้ป์วย สิทธิของคนพิการ ผู้สูงอายุ สิทธิของผู้บริโภค แล้วก็สร้างระบบสวัสดิการให้ชัดเจน เรื่องนโยบายการศึกษา สิทธิการศึกษา เรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งก็เน้นกันมากทุกเวที โดยเฉพาะอย่างยิ่งน่าจะ ทำให้ระบบการศึกษาของเราเรียนฟรีไปจนถึงระดับปริญญาตรี อันนี้ก็คือข้อเสนอ ของภาคประชาชน การคุ้มครองระบบภาษี ในเรื่องเกี่ยวกับเกษตรกรว่าจะทำอย่างไร ถึงจะคุ้มครองเกษตรกรให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในบางที่เสนอเรื่องเกี่ยวกับ สภาเกษตรกร ไม่ใช่สภาการเกษตร แต่เปึนสภาของเกษตรกร อันนี้ก็เปึนข้อเสนอนะครับ รวมทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพทั้งหลาย เรื่องการละเมิดประชาชนทั้งหลาย เรื่องเกี่ยวกับ การคุ้มครองประชาชนในกรณีที่ดำเนินตามนโยบายของรัฐแต่ว่าล้มเหลว รัฐควรจะได้มี ระบบในแง่ของการคุ้มครองที่จะให้ประชาชนไม่เปึ้นหนี้สินมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เสนอของ ประชาชนอีกสองสามเรื่องที่น่าสนใจก็คือ เรื่องเกี่ยวกับทำอย่างไรในรัฐธรรมนูญจะให้ ความสำคัญที่จะยกระดับเรื่องเกี่ยวกับสิทธิชุมชนก็ดี การศึกษาก็ดี การปกครองท้องถิ่น และท้องที่ก็ดี ขึ้นมาเปึนหมวดหนึ่ง ๆ ในรัฐธรรมนูญซึ่งแยกกัน อันนี้ก็เปึ้นข้อกังวล ข้อที่ ประชาชนเสนอนะครับ ทีนี้เรื่องที่เกี่ยวกับเชิงนโยบาย ในเวทีทั้งหลายที่เกี่ยวกับทางด้าน ของชุมชนก็คือว่า ข้อเสนอเรื่องเกี่ยวกับการที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงถูกกำหนด ไว้ในรัฐธรรมนูญ อันนี้เสนอหลายเวที่มาก ข้อเสนอว่าด้วยเรื่องควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ พอเพียงก็คือเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน การถือครองที่ดิน เรื่องเกี่ยวกับการกระจาย ที่ดิน ไม่ใช่เปึ้นเรื่องเพียงแค่การจัดรูปที่ดินเท่านั้น แต่เปึนเรื่องของการกระจายการ ถือครอง เรื่องธนาคารที่ดิน หรือระบบภาษีก้าวหน้าที่จะถูกเขียนไว้ เรื่องเกี่ยวกับการ คุ้มครองพันธุกรรมพื้นบ้านว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้รัฐธรรมนูญนี้คุ้มครองเรื่องเกี่ยวกับ พันธุกรรมทั้งพืชและสัตว์ เพราะว่าในขณะนี้เราถูกต่างชาติเข้ามาทำวิจัยแล้วก็ จุดสิทธิบัตรในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไปมากมาย อันนี้ก็เปึนประเด็นที่เปึนข้อห่วงใยของ ประชาชน การคุ้มครองเรื่องเกี่ยวกับให้สิทธิเสรีภาพในเรื่องเกี่ยวกับจารีต ประเพณี วัฒนธรรม แล้วก็รวมถึงให้ท้องถิ่นสามารถที่จะคุ้มครองดูแลโบราณสถานในท้องถิ่น นั้น ๆ ได้ด้วย ซึ่งอันนี้ที่ผ่านมาก็อาจจะตกไปว่า ประชาชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องเกี่ยวกับ โบราณสถาน โบราณวัตถุทั้งหลายที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นได้อย่างไร เรื่องข้อห่วงใย อันต่อมาก็คือเรื่องว่าด้วยอนุสัญญาทั้งหลายที่ได้ไปดําเนินการเซ็นสัญญากับรัฐภาคี ทั้งหลาย แต่ว่าปรากฏว่าที่ผ่านมารัฐเองไม่ได้ดําเนินการเรื่องนี้ หรือดําเนินการก็อาจจะ ข้อสงวนในบางข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน อันนี้ก็เปึ้น ข้อเสนอว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้มีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้ อันนี้คือข้อเสนอ แล้วก็รวมทั้ง การที่จะทําให้รัฐนําวิสาหกิจของรัฐไปดําเนินการแปรรูป อันนี้ก็เปึนข้อเสนอ รวมทั้งเรื่อง เอฟทีเอ (FTA – Free Trade Area) อันนี้ผมเข้าใจว่าหลายภาคก็ได้เสนอเรื่องนี้ไปแล้วว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วก็มีระบบอื่น ๆ เข้ามาตรวจสอบดูแลด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของรัฐสภา อันนี้ข้อเสนอที่จากทางภาคเหนือ เรื่องที่เปึนข้อห่วงใย ที่สำคัญอีกอันหนึ่งของเวทีหลายเวทีก็คือ เรื่องเกี่ยวกับบางข้อที่ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ หลายเวทีได้พูดเรื่องนี้ว่า ตัดออกได้ไหม หรือสร้างเงื่อนของเวลาที่ชัดเจนในเรื่องนี้ได้ไหม ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เปึนข้อที่ พวกเราได้พูดกันมากอยู่แล้ว แต่ว่าประชาชนเองก็ให้ข้อห่วงใยในเรื่องนี้ เพราะว่าที่สําคัญ ก็คือว่าถึงแม้ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้ แต่กฎหมายลูกทั้งหลายนี่ก็ไปจำกัด ขอบเขตสิทธิในเรื่องต่าง ๆ นี้ไว้จํานวนมาก ดังนั้นทําอย่างไรถึงจะให้เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญได้ดําเนินการในเรื่องนี้ชัดเจน อันนี้คือเรื่องที่ถูกเสนอไว้ เรื่องเกี่ยวกับ การกระจายรายได้ มาตรการเรื่องเกี่ยวกับการกระจายรายได้ อันนี้ประชาชนเองเขาก็ให้ ความห่วงใยว่าทำอย่างไรถึงจะสร้างระบบมาตรการการกระจายรายได้ขึ้นมาให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการคลังก็ดี หรือเรื่องเกี่ยวกับระบบมาตรการทางด้านภาษีก็ดี อันนี้ คือเรื่องที่สำคัญนะครับ รวมทั้งเรื่องที่ทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ในแง่ของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องเกี่ยวกับทางด้านการตัดสินใจในเรื่อง เกี่ยวกับโครงการสาธารณะทั้งหลาย เหล่านี้คือประเด็นโดยสรุปในแง่ของกรอบที่ ๑ ที่กรรมาธิการฯ ภาคเหนือได้ไปรับฟังมา ขอบพระคุณครับ
รายงานอันนี้ แล้วก็คงส่งให้กรรมาธิการยกร่างฯ ไว้แล้วด้วยใช่ไหมครับท่าน ผมจะขออย่างนี้นะครับ ให้รายงานให้ครบทั้ง ๓ กรอบ เวลาท่านสมาชิกจะสอบถามก็ต้องไล่ทีละกรอบนะครับ เอาอย่างนั้น เชิญครับ ต่อไปเลยครับท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายสามขวัญ พนมขวัญ รองประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภาคเหนือขอรายงานในกรอบที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องสถาบันการเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหาร สำหรับ ฝ์ายนิติบัญญัติ ประเด็นที่ว่าควรที่จะลดจำนวน สส. หรือ สว. หรือไม่นั้น ที่ประชุมหรือ เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นว่าควรที่จะลดจำนวน สส. ลง เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันนี้องค์กร ในการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการให้บริการในด้าน สาธารณูปโภค สาธารณูปการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเปึนการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น อีกด้วย ส่วน สส. นั้นควรจะมีอำนาจในการออกกฎหมายเปึนหลัก และที่ประชุมยังเห็นว่า สส. เพียงคนเดียวก็อาจจะสามารถดูแลประชาชนครอบคลุมทั้งจังหวัดได้ ส่วนจำนวนของ สว. นั้นเห็นว่าควรจะให้ไว้คงเดิม และควรจะลดบทบาทของ สว. ลง เพราะว่าบทบาทของ สว. นี้ไปซ้ำกับ สส. หลายอย่าง ประเด็นต่อไปก็คือกรณีที่ว่า ควรจะมี สส. ระบบบัญชี รายชื่อหรือไม่ เสนอความเห็นส่วนใหญ่ว่าควรจะมีระบบบัญชีรายชื่อพรรคต่อไป เพราะ สส. ระบบบัญชีรายชื่อพรรคนั้นได้บางคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีประสบการณ์ ในการทำงาน เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่มีเวลาหาเสียงเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อยังสามารถที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบพรรคการเมืองอีกด้วย นะครับ ประเด็นที่ว่า สส. จะต้องจบปริญญาตรีหรือไม่ และในกรณีถ้ามี สส. แบบระบบ บัญชีรายชื่อ รวมทั้ง สว. ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้วยหรือไม่นะครับ มีความเห็นว่า สําหรับ สส. นั้นเห็นว่าไม่ควรกําหนดวุฒิการศึกษา เนื่องจากว่า สส. ควร จะมีความหลากหลาย และขึ้นอยู่กับประชาชนในการตัดสินใจเลือก ซึ่งอาจจะได้คนดี มีความตั้งใจในการทำงาน มีความซื่อสัตย์สุจริตและเปึนปากของชาวบ้าน แต่ไม่มี วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งอาจจะทําให้ไม่สามารถจะเข้าสู่สภาได้ครับ อีกข้อเสนอหนึ่งเสนอว่า สส. ไม่จำเปึนจะต้องจบปริญญาตรี แต่ต้องผ่านการฝ๊กอบรม จากสถาบันทางการเมืองตามหลักสูตร เช่น หลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า เปึนต้น ส่วน สว. นั้นเห็นว่าสมควรที่จะกําหนดวุฒิทางการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี ขึ้นไป เนื่องจากว่ามีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายแล้วก็ทําหน้าที่ในระดับประเทศ อีกด้วยนะครับ ประเด็นต่อไป สส. ควรจะสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ หากเห็นว่าต้อง สังกัดพรรค ควรจะต้องกำหนดระยะเวลาในการสังกัดพรรคก่อนวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เปึ้นเวลาเท่าไร มีความเห็นว่า สส. ควรจะสังกัดพรรคการเมือง เพื่อจะได้มีการดูแล ควบคุมภายในพรรคการเมืองด้วยกันเองนะครับ ถ้าไม่มีการควบคุมก็จะเกิดการซื้อตัว สส. เกิดขึ้น แต่ระยะเวลาสังกัดพรรคการเมืองควรจะน้อยกว่า ๙๐ วันก่อนวันสมัคร รับเลือกตั้ง แต่ในบางข้อเสนอเห็นว่าควรจะมีระยะเวลาในการสังกัดพรรคการเมือง ไม่ต่ำกว่า ๓๐ วันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง แต่หากถ้ามีการยุบสภาให้ย้ายพรรคได้โดย ไม่มีกำหนดเวลา ผู้เสนอได้ตั้งข้อสังเกตว่า การห้ามย้ายพรรคนำไปสู่การตัดสิทธิการลง สมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อพรรคการเมืองไม่ส่งให้ลงสมัครรับเลือกตั้งนะครับ ประเด็นต่อไป สส. ควรจะมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และการลงมติในเรื่องสําคัญ ๆ มากกว่าที่เปึนอยู่หรือไม่นะครับ มีความเห็นว่า สส. ควรจะมีอิสระที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องสําคัญของประเทศนะครับ สส. ควรจะมีอิสระในการลงมติในสภา โดยในการ ลงมติในสภาควรจะเปึนความลับ เพื่อที่จะปัองกันการครอบงำของพรรคการเมือง เพื่อให้ ทำหน้าที่เปึนตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่เปึนตัวแทนของพรรคการเมือง ประเด็นต่อไป ควรจะกำหนดเขตเลือกตั้งเปึนเขตเลือกตั้งเช่นเดิม หรือว่าควรจะกำหนดเขตเลือกตั้ง ให้ใหญ่ขึ้น และจำนวน สส. ในเขตเลือกตั้งควรจะมากขึ้นหรือไม่นะครับ สำหรับ ในประเด็นนี้ความเห็นของประชาชนทางภาคเหนือส่วนใหญ่เห็นว่า ควรจะให้เขตใหญ่ขึ้น มี สส. ไม่เกิน ๓ คน ประชาชนเลือกหรือลงคะแนนได้ ๓ คน ระบบนี้จะทำให้การซื้อขายเสียง ยากขึ้น แต่ว่าบางข้อเสนอก็เห็นว่าให้ใช้จังหวัดเปึนเขต โดยให้ประชาชน ๑ คนมี ๑ เสียง ซึ่งอาจจะทำให้ได้คนที่มีความสามารถและมีตัวเลือกได้มากขึ้นนะครับ และมีความเห็นว่า ควรจะมีจำนวน สส. ในเขตเลือกตั้งมากขึ้นด้วยครับ และนอกจากนั้นยังมีความคิดเห็น เสนอเพิ่มเติมว่าควรจะให้มีการนับคะแนนในการเลือกตั้ง สส. และ สว. แทนที่จะเปึน ๓ หน่วย หรือ ๓ แห่ง เปึ้นอำเภอละ ๑ แห่งนะครับ เพื่อความรวดเร็วและถูกต้องครับ ในประเด็นต่อไป ควรที่จะให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่รับคะแนนลำดับถัดไปเปึ้น สส. แทน ผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ เพราะได้ใบเหลือง ใบแดง โดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่นะครับ ความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรจะเลื่อนครับ เพราะว่า สส. ที่ขึ้นมาแทนอาจจะไม่ได้ รับความไว้วางใจจากประชาชน ควรจะให้ประชาชนเปึ้นผู้ที่ตัดสินใจใหม่ และเหตุผล เพิ่มเติมก็คือว่าบางเขต สส. ลำดับแรกอาจจะมีคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น หากถูก ตัดสิทธิไป การนำผู้สมัครในลำดับต่อไปคะแน่นอาจจะไม่สะท้อนความต้องการของ ประชาชนนะครับ ประเด็นต่อไป สว. ควรจะมาจากการสรรหาจากตัวแทนของกลุ่มทุก อาชีพ ทุกภาคส่วนในสังคมแทนการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่นะครับ เสนอความเห็นว่า สว. ควรจะมาจากการสรรหาโดยมีองค์กรกลางเปึ้นผู้คัดสรร ผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน เช่น ภาคเกษตรกร กลุ่มสตรี เพื่อให้ได้ผู้มีความรู้ และ ปัองกันการแสวงประโยชน์จากการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งโดยตรง การได้ สว. มาจาก การเลือกตั้งนําไปสู่การหาฐานเสียงของ สส. ในพื้นที่ ทําให้ สว.ไม่เปึนอิสระนะครับ ในประเด็นต่อไปนะครับ ถ้า สว. มาจากการสรรหา ควรจะให้มีอํานาจในการถอดถอน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือไม่ เสนอความเห็นว่า ถ้า สว. มาจากการเลือกตั้งควรมี อํานาจในการถอดถอน แต่ว่าถ้าหาก สว. มาจากการแต่งตั้ง ไม่ควรมีอำนาจในการ ถอดถอนเพราะมิใช่ตัวแทนเสียงข้างมากของประชาชน ต่อไปเปึนฝ์ายบริหารครับ มีประเด็นถามว่านายกรัฐมนตรีควรจะมาจาก สส. หรือไม่ และหากนายกรัฐมนตรีมาจาก สส. ควรจะเปึน สส. ในขณะเดียวกันหรือไม่ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่านายกรัฐมนตรีควร มาจาก สส. เพราะเปึนตัวแทนของประชาชน และควรจะพ้นสภาพจากการเปึน สส. เนื่องจากว่าปฏิบัติหน้าที่แตกต่างกัน หากนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะดำรงตำแหน่ง สส. ในขณะเดียวกัน เมื่อเปึนฝ์ายบริหารก็ย่อมจะทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการ จัดสรรงบประมาณของ สส. ได้ครับ ประเด็นต่อไปนะครับ ควรจะกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกันหรือไม่เกิน ๘ ป้หรือไม่ เสนอความเห็นส่วนใหญ่ว่านายกรัฐมนตรีควรดำรงตำแหน่งไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน ไม่เกิน ๘ ป้ เนื่องจากจะไม่เกิดการครอบงำในทางอำนาจและทางการเมือง และเปึนการ เป่ดโอกาสให้บุคคลที่มีความสามารถได้เข้ามาบริหารประเทศบ้างนะครับ ประเด็นต่อไป ครับ ควรจะห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ทับซ้อนในระหว่างการดำรง ตำแหน่งและเมื่อพ้นตำแหน่งแล้วในระยะหนึ่งหรือไม่ ความเห็นเปึ้นเอกฉันท์ในที่ประชุม ว่าควรที่จะห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ทับซ้อนในระหว่าง ดำรงตำแหน่ง และเมื่อพ้นตำแหน่งไปแล้วมีกำหนดระยะเวลา ๒ ป้ครับ ประเด็นต่อไป นะครับ ถามว่านายกรัฐมนตรีควรจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือตรวจสอบได้ง่ายขึ้น หรือไม่ มีความเห็นว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอข้างต้นนะครับ ควรจะมีการตรวจสอบที่ง่ายขึ้น เห็นว่าอัตราส่วนการตรวจสอบน่าจะอยู่ที่หนึ่งในห้า หรือหนึ่งในสี่นะครับ ขึ้นอยู่กับเปึ้น นายกรัฐมนตรีหรือว่าเปึ้น สส. นะครับ และในการตรวจสอบภาคประชาชนควรจะลด จำนวนการเสนอชื่อถอดถอนจาก ๕๐,๐๐๐ คน เหลือ ๒๐,๐๐๐ คนครับ ประเด็นต่อไป ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่าในกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องคำพิพากษา ให้ลงโทษจำคุก แม้เพียงเปึนการรอลงอาญาก็ให้พ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่นะครับ มีความเห็นว่าควรที่จะให้พ้นไปเลยนะครับ เพราะถือว่ามลทินมัวหมองเรียบร้อยแล้ว ไม่ควรจะมีตำแหน่งในการเมือง เพราะถือว่าเปึนความผิดร้ายแรงครับ ประเด็นที่ว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ในสภาหรือไม่ มีความเห็นว่าควรจะให้นายกรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ในสภา โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญ ๆ ที่ประชาชนสนใจ ซึ่งจะเปึนการ เป่ดโอกาสให้ประชาชนได้ทราบ แล้วก็นายกรัฐมนตรีสามารถที่จะตอบข้อสงสัยให้ ประชาชนได้ทราบ ในเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องจริยธรรมนะครับ ในเรื่องจริยธรรมว่าควรจะ มีการกําหนดคุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและ มีบทลงโทษกรณีที่ฝ์าฝ๋นหรือไม่นะครับ ที่ประชุมมีความเห็นเปึ้นเอกฉันท์เกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ (Percent) เลยนะครับว่าควรจะมีการกำหนดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ใช้เปึ้นแนวทางในการปฏิบัติ รวมทั้งมีบทกำหนดโทษที่ชัดเจนในกรณีที่ฝ์าฝ๋นด้วย และ เสนอว่าควรที่จะมีการกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองให้ มีมาตรฐานที่สูงกว่าทุกสาขาอาชีพด้วยครับ และมีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรจะมีการจัดตั้ง องค์กรในการควบคุมคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมืองทั้งในระดับชาติ ระดับ ท้องถิ่น โดยตั้งกฎเกณฑ์และบทลงโทษที่ชัดเจน เช่น ควรจะกำหนดว่า ต้อง แทนที่จะเปึน ว่า ควรจะ นะครับ ของผมก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญต่อไป กรอบที่ ๓ เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านประธานคณะกรรมาธิการฯ ภาคเหนือ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วีนัส ม่านมุ่งศิลปี ในฐานะโฆษกกรรมาธิการฯ ภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด ขออนุญาต นำเสนอในกรอบที่ ๓ คือ องค์กรตรวจสอบอิสระและศาล ก่อนที่จะมีการเข้าประเด็น สำคัญ กระผมใคร่ขอให้คำนิยามเรื่องขององค์กรตรวจสอบอิสระและศาล ก่อนอื่น ขออนุญาตนำเรียนก่อนว่า ในกรอบ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือที่เราไปรับฟังมานั้น มีพี่น้อง ประชาชนสนใจเรื่องของการรับฟัง ซึ่งผมขออนุญาตอ่านรายชื่อจังหวัดทั้ง ๑๗ จังหวัด ที่ไปรับฟังมานะครับ ประกอบไปด้วยจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดตาก จังหวัด อุทัยธานี จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดสุโขทัย เนื่องจากเปึนการแถลงในกรอบที่ ๓ ซึ่งมีการถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเพื่อให้เกิด ความเข้าใจร่วมกัน กระผมกราบเรียนเมื่อกี้ว่า ผมใคร่ขออนุญาตให้คำนิยามของคำว่า องค์กรอิสระ ก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน แล้วก็ให้มีความรู้สึกว่าเราได้ทําหน้าที่ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว องค์กรอิสระและศาล องค์กรอิสระหมายถึงองค์กรของรัฐที่ได้รับ มอบหมายให้ดําเนินการเกี่ยวกับภารกิจของรัฐตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและ กฎหมาย โดยเปึนองค์กรของรัฐที่มีสถานะพิเศษซึ่งได้รับหลักประกันให้สามารถปฏิบัติ ภารกิจได้โดยอิสระ ปลอดพ้นจากการแทรกแซงขององค์กรของรัฐหรือสถาบันการเมืองอื่น รวมทั้งอยู่เหนือกระแสแรงกดดันใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายในสังคมช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีภารกิจคือการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในทางนโยบายและการบริหาร การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐในทางปกครอง การตรวจสอบเกี่ยวกับความสุจริตในการ ใช้อํานาจรัฐ การตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ ปัญหา องค์กรอิสระ ได้รับการยอมรับจากสังคมในระดับหนึ่ง แต่มีองค์กรอิสระบางองค์กรที่ถูกอํานาจ ทางการเมืองเข้าแทรกแซง และถูกสังคมต่อต้าน ไม่ยอมรับในการทำหน้าที่ ความเปึนจริง ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือความไม่เปึนกลางในการทําหน้าที่ขององค์กรอิสระ องค์กรอิสระ ถูกแทรกแซงทางการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัวของคณะกรรมการในองค์กรอิสระกับ นักการเมือง กรอบที่ ๓ ควรที่จะให้ศาลมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ควรที่จะให้มีการกำหนดกลไกหรือมาตรการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐของฝ์ายการเมืองที่กระทําต่อข้าราชการประจํา รวมทั้งการควบคุมการ ใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน เห็นสมควรที่จะลดจำนวนประชากรในการเข้าชื่อถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตรากฎหมายย่อมรับ โดยมีจำนวนประชาชน ๒๐,๐๐๐ ถึง ๓๐,๐๐๐ คน ข้อคิดเห็นในเบื้องต้นเปึ้นภาพรวมนะครับ สร้างระบบ การตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ ลดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอน นักการเมืองและตรากฎหมาย กำหนดการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้รับการคัดเลือกเปึน คณะกรรมาธิการในองค์กรอิสระ นี่เปึนภาพรวมกว้าง ๆ ที่ได้สรุปมาเพื่อนำเสนอ ต่อที่ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะเสนอในภาพลึกว่าที่เราไปรับฟังความเห็นมานั้น ประชาชนทั้ง ๑๗ จังหวัดนั้นมีความเห็นเรื่องกรอบที่ ๓ นี้อย่างไรนะครับ การตรวจสอบ อํานาจรัฐ ควรให้มีองค์กรหรือฝ์ายตุลาการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐของ กกต. ตามกรอบเวลาที่กําหนด หรือการใช้อํานาจ วินิจฉัยและเพิกถอนสิทธิการรับเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร ที่ประชุมสรุปความเห็นได้ดังนี้ นะครับ เสนอความเห็นว่าควรให้มีการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เช่น ปปช. เสนอ ความเห็นว่าควรมีองค์กรหรือฝ์ายตุลาการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ ทั้งนี้เพื่อค้านอำนาจซึ่งกันและกัน ความเห็นที่ ๔ ก็คือให้มีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาใหม่ ให้องค์กรอิสระเดิมปรับปรุงบทบาทหน้าที่ใหม่ เห็นว่าควรให้ตัวแทนจากองค์กรอิสระ มาจากการสรรหาของประชาชน มีการแสดงความเห็นออกเปึน ๒ ฝ์ายดังนี้ ไม่ควรเพิ่ม องค์กรตรวจสอบ เพราะเปึนการทํางานที่ซ้ําซ้อนและเกินความจําเปึน หากแต่การสร้าง กระบวนการหรือช่องทางที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง รวมถึงการเพิ่มหน่วยงานให้มีอัยการฝ์ายคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญที่ได้รับบัญญัติเกี่ยวกับการดําเนินคดีของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองไว้แล้วนะครับ ความเห็นต่อมาคือ ควรเพิ่มองค์กรตรวจสอบโดยให้มีองค์กร ภาคประชาชนเข้าไปด้วยนะครับ เพิ่มการตรวจสอบโดยการทำงาน การใช้อํานาจรัฐ นะครับ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาสามารถฟัองคดีเองได้นะครับ ไม่ควรมีการ กําหนดอายุความกรณีมีการทุจริตของนักการเมืองทุกระดับนะครับ ควรกําหนดโทษ นักการเมืองที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานของข้าราชการประจำ วงเล็บ จอมบงการ นะครับ จำนวนผู้เข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองในระดับชาติควรลดจำนวนลงจาก ๕๐,๐๐๐ ชื่อ นะครับ ลดลงแล้วแต่ว่าระดับท้องถิ่นควรจะเปึนเท่าไร อันนี้เปึ้นความเห็น ของท้องถิ่นนะครับ ความเห็นว่าด้วยการกำหนดกรอบเวลาที่ควรรายงานผล และ กำหนดให้มีศาลหรือองค์กรตรวจสอบอิสระกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในระดับอำเภอหรือ ระดับจังหวัดนะครับ ความคิดเห็นต่อมาก็คือ ประเด็นนักการเมืองทั้งในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทําความผิดทุจริตหรือประพฤติร่ํารวยผิดปกติ ไม่ควรมีอายุความในการฟัองร้องคดีใช่หรือไม่นะครับ ที่ประชุมสรุปความเห็นดังนี้ครับ เสนอให้ความเห็นว่า ไม่ควรกำหนดอายุความ โดยเมื่อพบความผิดภายหลังก็สามารถ ดำเนินคดีได้ เสนอความเห็นว่า ควรจะมีการกำหนดอายุความ เนื่องจากเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ โดยกำหนดอายุความไว้สูงสุดคือ ๒๐ ป้ กรณีเปึน นักการเมืองไม่สมควรกำหนดอายุความ กรณีอื่นควรกำหนดอายุความไว้ ๑๐ ป้ นี่เปึนความเห็นที่แตกต่างจากเมื่อกี้นะครับ มีการแสดงความเห็นออกเปึน ๒ ฝ์ายดังนี้ กําหนดอายุความในการฟัองร้องคดี เหตุผลก็เนื่องจากเปึนการเร่งให้มีการดําเนินคดีกับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่ได้กระทําความผิด ทั้งคดีจะได้ไม่ค้างค่าในศาลเปึนจํานวน มาก ไม่ควรกําหนดอายุความในการฟัอง เพราะว่าได้ดําเนินคดีกับนักการเมืองที่กระทํา ความผิดได้อย่างถึงที่สุดแล้ว รวมถึงการยึดทรัพย์ หรือประโยชน์อื่นใดที่กระทําความผิด นั้นมาเปึนของแผ่นดินโดยรวมนะครับ ความเห็นในการกำหนดอายุความมีการเสนอ ความเห็นเพิ่มเติมดังนี้นะครับ เพื่อเปึนการเร่งให้ดําเนินคดีกับผู้ดํารงตําแหน่งทาง การเมือง เพื่อให้มีความเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไปเสนอความเห็นว่าไม่ต้องกำหนด อายุความ โดยมีการเสนอแนะเหตุผลเพิ่มเติมดังนี้ เปึนการจำกัดความรับผิดชอบของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองโดยระยะเวลา จึงควรให้สามารถดําเนินคดีได้ตลอด โดยไม่ต้องกําหนดอายุความนะครับ เพราะถือว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เปึ้นตัวแทนของประชาชน ไม่ควรจำกัดระยะเวลาในการรับผิดชอบ
ประเด็นต่อมาเกี่ยวกับการกำหนดกลไก หรือมาตรการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐของฝ์ายการเมืองที่กระทําต่อข้าราชการประจําในการควบคุมการใช้จ่าย งบประมาณนะครับ เสนอว่า มีกลไกการตรวจสอบโดยใช้องค์กรกลางอื่นที่ไม่ใช่องค์กร ภายในในการตรวจสอบการใช้อำนาจฝ์ายการเมือง เสนอต่อที่การกระทำของข้าราชการ ประจำ และต้องมีองค์กรเพื่อควบคุมการใช้งบประมาณของฝ์ายการเมืองนะครับ ความเห็นต่อมาคือ ควรปรับปรุงมาตรฐานในการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้ดีขึ้น เสนอให้เห็นว่าควรเพิ่มสัดส่วนของประชาชนเข้ามาในองค์กรต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐของฝ์ายการเมืองนะครับ เห็นว่า ควรจัดตั้งหน่วยงานในการตรวจสอบ ที่มาจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะฝ์ายข้าราชการโดนแทรกแซงจากการ ทำงานของฝ์ายการเมืองเปึนอย่างมากในปัจจุบันนะครับ เสนอความเห็นว่าควรสร้าง ความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชน เสนอความเห็นว่า ควรกำหนดหลักเกณฑ์ในการ ตรวจสอบการบริหารงานของฝ์ายการเมืองเพื่อนำมาในการกำหนดกลไกในการใช้อำนาจ ฝ์ายการเมืองที่กระทำต่อข้าราชการประจำ หรือมีมาตรการตรวจสอบการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินของฝ์ายบริหารนะครับ เห็นสมควรให้คงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๑๑ นะครับ ควรมีการกําหนดโดยมีการเสนอแนะเหตุผลเพิ่มเติม นะครับ เพื่อเปึนการค้านอำนาจซึ่งกันและกัน และมีคณะกรรมการตรวจสอบที่มีความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริง สร้างองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อพิจารณาการเลื่อนขั้นเงินเดือนของ ข้าราชการ เปึนหลักประกันการปัองกันและการแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง หรือให้มี องค์กรท้องถิ่นตรวจสอบกันเอง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือคนในท้องถิ่นเปึ้น คณะกรรมาธิการในการตรวจสอบนะครับ ควรมีกําหนดกลไกหรือมาตรฐาน มาตรการ ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ์ายการเมืองที่กระทำต่อข้าราชการประจำ และควบคุมการ ใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐนะครับ ประเด็นการลดจำนวนประชากรในการเข้าชื่อเพื่อ ถอดถอนนักการเมืองและการตรากฎหมายทั้งในระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่นควรจะมี หรือไม่นะครับ จากเดิมที่กําหนดไว้จำนวน ๕๐,๐๐๐ ชื่อนะครับ ที่ประชุมสรุปความ คิดเห็นกว้าง ๆ ไว้ดังนี้ครับ เสนอความเห็นว่า ควรลดจำนวนจาก ๕๐,๐๐๐ เหลือ ๒๐,๐๐๐ ตามสัดส่วนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เปึ้นหลัก เพื่อให้การดำเนินการ ตรวจสอบสามารถทำได้โดยง่ายและกำหนดกระบวนการถอดถอน ให้มีประสิทธิภาพชัดเจนมากขึ้นนะครับ เสนอความเห็นว่าให้คงไว้ที่ ๕๐,๐๐๐ เปึนหลัก หลักแย้งเมื่อกี้นะครับว่าควรจะดูเรื่องของกระบวนการถอดถอนมากกว่าที่จะดูเรื่องของ จำนวนรายชื่อนะครับ เสนอความเห็นว่าควรลดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อ ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตรากฎหมาย เช่น ในระดับประเทศให้ลดลง จาก ๕๐,๐๐๐ เหลือ ๓๐,๐๐๐ หรืออาจจะมีการกำหนดสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน พร้อมทั้ง สามารถเข้าชื่อเพื่อถอดถอนให้ผู้ดำรงในองค์กรอิสระได้ กรณีถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองในระดับท้องถิ่น ควรกำหนดสัดส่วนสามในสี่ เหลือหนึ่งในสองจากผู้ที่มาใช้ สิทธิในการเลือกตั้ง เห็นควร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําหนดให้มีการถอดถอนนักการเมือง ระดับท้องถิ่นด้วย อันนี้เปึ้นเรื่องของสภาประชาชนในกรอบที่ ๑ นะครับ ควรมีจำนวน กึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นี่คือจำนวนท้องถิ่นที่สามารถถอดถอนนักการเมืองได้จากการ เข้าชื่อในการถอดถอนนะครับ สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งนะครับ ไม่ควรลดจำนวนประชากร ในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนนักการเมืองและตรากฎหมายทั้งระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น ลงตามที่กําหนดไว้ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ นี่เปึนความเห็นแย้งนะครับ ผมได้นําเสนอความเห็น ทั้ง ๒ ด้าน ทั้งด้านที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย เพื่อให้สมาชิกได้วินิจฉัยว่าความเห็นใดที่ทาง ภาคเหนือได้นำสรุปมาให้ท่านได้รับฟังนะครับ
ประเด็นต่อมาเกี่ยวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ควรปลอดจากการ ครอบงำทางการเมืองอย่างจริงแท้หรือไม่นะครับ ที่ประชุมสรุปความเห็นดังนี้นะครับ ควรปลอดจากการครอบงำทางการเมืองซึ่งได้ทำงานอย่างอิสระ มีความคล่องตัวและ สามารถตัดสินใจได้โดยไม่ต้องถามความเห็นจากฝ์ายการเมืองนะครับ มีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่มาจากการคัดสรรจากประชาชนหรือตัวแทนภาค ประชาชนร้อยละ ๕๐ นะครับ ให้ความเห็นว่า ควรลดตัวแทนจากพรรคการเมืองออก และ ให้นําตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าไปดํารงตําแหน่งแทนในองค์กรอิสระ สัดส่วนก็ไป พิจารณากันอีกทีนะครับ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการดำเนินการขององค์กร อิสระให้เปึนสัดส่วนที่ชัดเจน ปัจจุบันคณะกรรมการในองค์กรอิสระมาจากการคัดเลือก จาก สว. คือวุฒิสมาชิก ซึ่งอาจจะเปึนการเกื้อกูลกันระหว่างวุฒิสมาชิกกับกรรมการที่ถูก คัดเลือกนะครับ ทําให้การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระบางองค์กรไม่เปึนกลางทางการ เมืองอย่างแท้จริง ซึ่งควรที่จะเปลี่ยนจากการคัดเลือก สว. มาเปึนการเลือกตั้งแทนนะครับ ประเด็นต่อมา เกี่ยวกับควรจะมีการวางระบบการค้านและดุลอำนาจขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไรนะครับ ที่ประชุมเสนอความเห็นว่า ควรจะมีการวางระบบ การค้านอำนาจถ่วงดุลโดยมาจากฝ์ายตุลาการนะครับ เสนอความเห็นว่า ควรจะมีการ วางระบบค้านอำนาจขององค์กรอิสระด้วยการมีระบบการตรวจสอบการปฏิบัติงานซึ่งกัน และกัน และกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบด้วย มีความเห็นว่าให้ประชาชนเข้าชื่อ ๓๐,๐๐๐ คนเพื่อถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ อีกประเด็นหนึ่งคือไม่เห็นด้วย โดยมีการเสนอแนะเหตุผลเพิ่มเติม เนื่องจากเปึนองค์กรอิสระต้องมีความเปึนอิสระในการ ทำงาน เพราะเปึนระบบถ่วงดุลอำนาจภายในองค์กรเองนะครับ ประเด็นต่อมาเกี่ยวกับ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กกต. สตง. ควรที่ จะคงไว้ทั้งหมดหรือไม่ หรือว่าจะปรับปรุงกันอย่างไร ที่ประชุมมีความเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งให้แยกส่วนดูแลความรับผิดชอบในเขตออกไป โดยแยกเปึน ระดับประเทศและระดับท้องถิ่นให้ชัดเจน เสนอความเห็นว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง คงไว้ แต่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการสรรหา กกต. เสนอความเห็นว่าประชาชนมีสิทธิ เลือกตั้ง กกต. นะครับ และ กกต. ก็ควรมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากวุฒิสมาชิกนะครับ เสนอความเห็นต่อมาก็คือ ให้ลดจำนวนคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเพิ่มองค์กรอิสระ สนับสนุนให้องค์กรประชาธิปไตยเปึนองค์กรอิสระอย่างแท้จริงนะครับ แล้วก็มีการ ปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนศาลเลือกตั้ง ความเห็น ต่อมาคือให้องค์กรอิสระมีการลดและเพิ่มอำนาจและตรวจสอบ เช่น อำนาจการให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอิสระควรปรับปรุงในเรื่องของการทำงาน อำนาจการ บริหารงานและการเพิ่มศาลปราบปรามคอร์รัปชั่น (Corruption) ทุจริต เปึนต้น ประเด็นต่อมาก็คือ ควรคงไว้เช่นเดิม แต่ให้ปรับปรุงประเด็นที่มา ระยะเวลาการดำรง ตำแหน่ง วิธีการดำเนินงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ เสนอความเห็นว่า ควรจะมีการปรับเปลี่ยนหน่วยงานองค์กรอิสระจำนวน ๒ องค์กร ซึ่งประกอบด้วย องค์กร ทางด้านข่าวสารข้อมูล องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ ความเห็นต่อมาที่ควรคงไว้ก็คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดังนี้นะครับ ควรมีองค์กรอิสระในระดับท้องถิ่น ด้วย เพื่อให้เข้าใจในบริบทของการทำงานท้องถิ่น เสนอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของ ผู้ร้องเรียนเปึนความลับ เพื่อเปึนการค้านอำนาจของรัฐ ปรับปรุงการกระจายอำนาจและ องค์กรอิสระลงมาสู่ภูมิภาคระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น ไม่ควรกำหนดระยะเวลา ในการดํารงตําแหน่งเพียงวาระเดียวเท่านั้นนะครับ เสนอความเห็นต่อมาให้เพิ่มจํานวน ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระเพื่อตรวจสอบ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดย มาจากการคัดสรรภาคประชาชน ร้อยละ ๕๐ นะครับ ความเห็นต่อมาคือประชาชน สามารถเข้าชื่อจำนวน ๓๐,๐๐๐ ชื่อ เพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางองค์กรอิสระได้ นะครับ เสนอความเห็นตรงกันว่า ควรกำหนดมาตรฐาน จรรยาบรรณและจริยธรรมของ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระได้ ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ควรจะมีการ ประกาศผลการเลือกตั้งไม่เกิน ๓ เดือนหลังจากการเลือกตั้งทุกระดับนะครับ ประเด็น ต่อมาครับ ควรมีองค์กรอิสระระดับจังหวัดในการติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจบริหาร ระดับท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร สรุปความเห็นในที่ประชุมกว้าง ๆ ดังนี้นะครับ มีความเห็น ว่าควรมีองค์กรอิสระระดับจังหวัดโดยใช้หน่วยงานที่มีอยู่แล้ว เช่น สตง. ให้เสนอ ความเห็นให้มีองค์กรอิสระในระดับจังหวัดในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐของผู้บริหาร ท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของผู้บริหาร ท้องถิ่นนะครับ ก็จะรบกวนเวลาของสภาเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากว่าผมต้องรวบ ๒ กรอบ คือ กรอบที่ ๓ และกรอบที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ ด้วยนะครับ ก็ขออนุญาตใช้เวลานิดหนึ่ง ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ประเด็นต่อมาครับ เสนอให้มี ปปช. ส่วนภูมิภาค โดยให้ องค์กรอิสระในระดับจังหวัดมีอำนาจเปึนนิติบุคคลสามารถตัดสินใจได้เอง หรือให้มี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในระดับภูมิภาคนะครับ ประเด็นต่อมาคือ ให้ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหมดมาจากการคัดสรรของ ประชาชนมากกว่าร้อยละ ๕๐ ที่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ความเห็นต่อมาคือ ให้ผู้ดํารง ตำแหน่งในองค์กรอิสระมาจากประชาชนอย่างแท้จริง แต่สามารถให้ข้าราชการประจำ เปึ้นที่ปรึกษาได้นะครับ ไม่ควรมีองค์กรอิสระในระดับจังหวัดอีก อันนี้เปึนความเห็น ประเด็นขัดแย้งนะครับ เนื่องจากเดิมมีองค์กรอิสระทำหน้าที่ดังกล่าวอยู่แล้ว นอกจากนั้น ก็ยังเห็นว่าองค์กรอิสระในระดับท้องถิ่นที่จัดขึ้นมาจากองค์กรอิสระระดับชาติไม่ควรมี เนื่องจากการขาดความเปึ้นอิสระในการทํางาน แล้วก็การทํางานซ้ําซ้อนนะครับ อีกประเด็นหนึ่งคือ ควรจะมีไว้ โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมดังนี้นะครับ ให้มีอาสาสมัคร ของชาวบ้านเข้าไปร่วมตรวจสอบด้วย ให้ภาคเอกชนโดยเฉพาะ เอ็นจีโอ (NGO – Non Government Organization) ซึ่งเปึนองค์กรอิสระเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐของผู้บริหารส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการใช้งบประมาณของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะจะต้องเปึนการง่ายนะครับ เห็นว่าควรมีองค์กรอิสระระดับจังหวัด อันนี้เปึนประเด็น ที่นำเสนอไปเมื่อกี้นะครับว่าจะต้องคานอำนาจของผู้บริหารงานส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว นะครับ ประเด็นต่อมานะครับ ควรจะมีการกำหนดงบประมาณให้แก่องค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญหรือไม่ จํานวนเท่าไร ชัดเจนอย่างไรนะครับ ในส่วนของงบประมาณรายจ่าย ประจำป้ สรุปความเห็นกว้าง ๆ ดังนี้นะครับ สมควรกำหนดงบประมาณให้ชัดเจนและแจ้ง ให้ประชาชนทราบอย่างเป่ดเผย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ในการบริหารงานงบประมาณ เสนอความเห็นว่า ควรกําหนดงบประมาณให้แก่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยจํานวน ที่ชัดเจนตามสัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำป้ของรัฐนะครับ ความเห็นต่อมาคือ ให้องค์กรอิสระมีการกำหนดโครงสร้าง ขนาด และการบริหารงานขององค์กรที่ชัดเจน นะครับ ประเด็นต่อมาคือ ควรเพิ่มอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความ คิดเห็นและจัดตั้งคณะกรรมการชุมชน ซึ่งสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา และกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุมชนได้ เช่นเดียวกับค่าตอบแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านครับ
เรื่องอื่น ๆ ครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ มีการอภิปรายไว้กว้าง ๆ หลายประเด็นนะครับ เดี๋ยวผมจะได้นำเสนอเปึ้นหัวข้อประมาณสัก ๔๐ กว่าข้อ ผมจะได้ อ่านรวดเลยนะครับ ควรมีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการตรากฎหมายเพื่ออนุวัติการ ให้เปึนไปตามหลักการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญโดยชัดเจนหรือไม่ อย่างไร ความเห็นดังนี้ครับ ควรกําหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการออกกฎหมายลูกตามรัฐธรรมนูญ การให้ใบเหลือง ใบแดง ควรให้ศาลจังหวัดเปึ้นผู้พิจารณา ควรให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ง่ายขึ้น เพื่อให้แก้กฎหมายอื่นได้ง่ายขึ้นด้วย ควรมีสถาบันพัฒนานักการเมือง เช่น สถาบันพระปกเกล้า โดยที่กำหนดให้ผู้ที่จะลง สมัครรับเลือกตั้งต้องผ่านการอบรมจริยธรรม อบรมจรรยาบรรณที่ดีของนักการเมือง เสียก่อน คณะกรรมการการเลือกตั้งน่าจะมาจากการสรรหาของแต่ละจังหวัดคล้าย ๆ กับ สมัชชา กำหนดให้ห้ามกระทำการรัฐประหาร ข้อที่ ๖ นะครับ ควรยกเลิกคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ให้มีองค์กรกลางจัดการเลือกตั้งแทน รัฐจะต้องจัดการศึกษาอบรมและ สนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา แห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างเสริมความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เปึนพระประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปะวิทยาการ ต่าง ๆ เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศชาติ ประเด็นต่อมาคือ ข้อเรียกร้องที่รัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมของชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นทั้งด้าน วัตถุ จิตใจ เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ดีงามทั้งวัฒนธรรมการดำรงชีวิตในการทำงาน การ อยู่ร่วมกัน องค์กร วัฒนธรรมการเมือง รัฐจะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบัน พระมหากษัตริย์ เอกราช และบูรณ์ภาพแห่งอนาคต รัฐจะต้องพิทักษ์รักษาส่งเสริม เอกลักษณ์ของชาติ ได้แก่ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนพระประมุขนะครับ ให้บรรจุลงในหลักสูตรทุกชั้น เรียนเพื่อปลูกฝั่งเยาวชนให้รู้จักระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ควรยุบหน่วยงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเปึนการเกื้อหนุนพรรคการเมืองเข้ามาทำงานเพื่อหวัง ความร่ำรวย ไม่ได้นึกถึงคุณธรรม จริยธรรมและประเทศชาติที่จะต้องล่มสลาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องมากกว่าที่จะ คิดถึงพี่น้องประชาชน โดยปัจจุบันสถานการณ์จะเปึ้นแบบนี้นะครับ สมาชิกวุฒิสภาควร จะมาจากหลากหลายอาชีพอย่างแท้จริง รัฐจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการตรวจสอบ และเปึนแบบอย่างของหน่วยงานทุกภาคส่วน การกำหนดนโยบายที่ผิดพลาดนำไปสู่การ ทุจริต รัฐจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย รัฐจะต้องกำหนดให้กระทรวง ทบวง กรม และ หน่วยงานอื่น ๆ บริหารงานโดยยึดหลักการบริหารงานแบบธรรมาภิบาล กล่าวคือ การบริหารงานบุคคลให้เหมาะสมกับงาน ควรจะวางกรอบระยะเวลาให้ชัดเจนในการ พิจารณาบรรจุวาระการประชุมของสภาทั้งในระดับท้องถิ่น ในระดับประเทศ กรณีที่ ประชาชนเข้าชื่อและเสนอมาโดยผ่านทางตัวแทนชุมชน ให้ผู้นำท้องถิ่นควรเร่งรัด พิจารณาโดยเร่งด่วนนะครับ เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ สส. มีการรายงานผลการดำเนินงาน เช่นเดียวกับรัฐบาล เพื่อใช้เปึนข้อมูลในการเลือกตั้ง สส. ในครั้งต่อไป เสนอให้บัญญัติ ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติ เสนอประเด็นต่อมาคือ ควรมีกรอบระยะเวลาในการ ตรากฎหมาย เพื่อให้เปึ้นไปตามหลักการที่ระบุในรัฐธรรมนูญโดยชัดเจน เสนอความเห็น ว่า ควรมีกฎหมายลูก หรือกฎหมายอื่นเพื่อบังคับใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยกําหนด ระยะเวลาไม่เกิน ๒ ป้ ประเด็นต่อมาคือ เรื่องของการดำเนินคดีอาญา โดยมีความเห็นว่า ในกรณีคดีโทษอาญาไม่เกิน ๑๐ ป้ รัฐไม่ควรเรียกหลักประกันกับประชาชนในคดีอาญา ของผู้เสียหาย หรือจำเลยย่อมมีสิทธิในการตรวจหรือคัดสําเนาคำให้การของตนในชั้น สอบสวน หรือเอกสารประกอบคำให้การของตนและพยาน รวมทั้งเอกสารทั้งหมดในชั้น อัยการได้ เสนอความเห็นในเรื่องสิทธิในการนับถือศาสนา โดยควรกำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญว่า ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา เรื่องความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ในสิทธิของประชาชน ควรมีการปัองกันการละเมิดสิทธิของประชาชน เรื่องของการ ลงโทษพรรคการเมือง ควรมีบทลงโทษพรรคการเมืองที่ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เรื่องการ เลือกตั้งในต่างประเทศไม่ควรจะมีนะครับ เรื่องการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ควรให้มีการ นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เรื่องการตรวจสอบอำนาจของผู้บริหารหรือนักการเมืองทุก ระดับ ควรให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย เรื่องการส่งเสริมด้าน การศึกษา ควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาของ ท้องถิ่นด้วยนะครับ เรื่องของการปฏิรูปนักการเมือง ควรจะมีการปฏิรูปนักการเมืองทุก ระดับในเรื่องของศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม การส่งเสริมสนับสนุนกิจการทาง ศาสนา ควรให้การสนับสนุนให้พระสงฆ์และผู้ต้องขังมีสิทธิและมีส่วนร่วมในด้าน การเมืองด้วยนะครับ ควรมีสภาคู่ขนานซึ่งมาจากทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อทำหน้าที่ ตรวจสอบ โครงสร้างทางสังคม เช่น การเก็บภาษีมรดก อันนี้คนละประเด็นกับเมื่อกี้นะครับ อันนี้เปึน บรรทัดใหม่นะครับ โครงสร้างทางสังคม เช่น การเก็บภาษีมรดก การมีสิทธิในที่ดินทำกิน รวมทั้งการเก็บภาษีที่ดินด้วย ควรมีการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้ง ให้บรรจุเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย สิทธิในการยกร่าง ควรให้ทุกคน มีสิทธิเท่าเทียมกันในรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถฟัองร้องนักการเมืองที่ทุจริตได้เอง นะครับ ควรมีการตรากฎหมายให้เท่าเทียมกัน เช่น สิทธิ เสรีภาพในการไม่ให้พระมีสิทธิ เลือกตั้ง ก็ไม่ควรให้พระต้องเกณฑ์ทหารด้วยนะครับ อันนี้เปึนความเห็นกว้าง ๆ นะครับ อีก ๒ แผ่นครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ อีกนิดเดียวนะครับ เพื่อนสมาชิกบอกว่า ให้ผมสรุปนะครับ ก็ไม่มีปัญหาครับ นิดเดียวครับ ควรกำหนดวาระของ สส. ดำรงตำแหน่งไม่เกิน ๘ ป้ หรือ ๒ วาระ สว. ควรมาจากการสรรหาโดยองคมนตรี ควรมีระบบการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของผู้มีอำนาจ ขอข้ามเลยนะครับ การคัดเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระต้องไม่มีตัวแทนจากฝ์ายการเมือง อันนี้เปึนสรุป กว้าง ๆ ของภาพรวมของ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือนะครับ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ ซึ่งมีบางเรื่องที่ไม่สามารถที่จะบรรจุไว้ในรายงานการประชุมได้นะครับ กระผม ก็ขอนำเรียนสักไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ เกี่ยวกับประเด็นการชี้ขาดเรื่องของการเลือกตั้ง นะครับ ปัจจุบันพบว่าองค์กรบริหารงานส่วนท้องถิ่นมีคดีที่ค้าง ๆ อยู่ที่ กกต. ประมาณ ๓,๐๐๐ หรือ ๔,๐๐๐ คดี เห็นสมควรว่าควรจะย้ายการพิจารณาคดีในระดับท้องถิ่น ไปสู่ศาลระดับจังหวัด เพื่อชี้ขาดว่าการเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ เรื่องของ สส. เรื่องของ สว. นะครับ ปัจจุบันก็คั่งค้างอยู่ที่ กกต. เช่นกันนะครับ การให้ใบเหลือง ใบแดง การรับรองการเลือกตั้งก็ดีนะครับ ควรจะเปึนอำนาจของศาลปกครองในการที่จะพิจารณา วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นผู้รับสมัครควรจะได้รับเลือกอย่างถูกต้องหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายเกี่ยวกับกรอบของศาลนะครับ มีความคาดหวังของประชาชน ทั้ง ๑๗ จังหวัดว่าสิ่งที่เราไปรับฟังมานั้นจะต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ ทั้ง ๓๕ ท่าน แล้วก็ท่านบอกว่าอย่างน้อยที่สุดก็ให้มีทิศทางที่บอกได้ว่าการ ไปรับฟังนั้นท่านได้นํามาประกอบในการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แล้วก็จะเปึ้นสิ่งที่ภูมิใจ อย่างมากถ้าคณะกรรมาธิการจะได้นําเสนอวิธีการประมวลผลของการไปรับฟังนั้นว่า ส่วนใหญ่นั้นมีความคิดเห็นเปึนเช่นใด เปอร์เซ็นต์มาจากไหน คิดอย่างไร ที่มาอะไร นะครับ เพราะว่ารายชื่อที่มีการนําเสนอนั้นไม่ได้บอกว่า คุณเอ เปึนคนเสนอกรอบอย่างนี้ เพราะว่ามันมีกรอบรวมของมัน เพราะฉะนั้นเรื่องของการแจกแจ้งความถี่เปึนข้อมูลที่ สมควรแก่การเชื่อถือในสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เราตกลงกันว่าจะมีการอภิปรายกันทีละกรอบใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ก็เรียนเชิญท่านสมาชิกเอากรอบแรกก่อน ขณะนี้มีชื่อยื่นขึ้นแล้วนะครับ รายแรก ก็ท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็เปึนกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ก่อนอื่นกระผมต้องขอชมว่าทางคณะกรรมาธิการรับฟังความ คิดเห็นฯ ภาคเหนือนะครับได้ทําหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่นะครับ การนําเสนอต่อ ที่ประชุม ไม่ว่าท่านประธานหรือท่านผู้แทนที่ได้รับมอบหมายทั้ง ๓ ท่านได้ชี้แจง อย่างครบถ้วนนะครับในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งกระผมฟังแล้วส่วนใหญ่ก็สอดคล้องกับในสิ่งที่ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ดําเนินการไปในหลายเรื่องนะครับ ก็คงจะมีบางประเด็น ซึ่งกระผมจะขออนุญาตที่นำเสนอ และเปึนความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ ในส่วนที่บอกว่า มีผู้ให้ข้อคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรให้การปกครองท้องถิ่นกับการปกครองท้องที่นั้น สามารถที่จะทำงานร่วมกันไปได้ ในประเด็นนี้กระผมอยากจะกราบเรียนว่าก็คงจะเปึน ความจริงว่าในระดับตำบล หมู่บ้านนั้น เรามีทั้งหน่วยการปกครองในระดับพื้นที่ที่เรียกว่า ตำบล หมู่บ้าน ขณะเดียวกันเราก็มีองค์กรปกครองท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงจะเปึน องค์การบริหารส่วนตําบล เพราะฉะนั้นการทําหน้าที่ของ ๒ หน่วยนี้ เดิมนั้นส่วนใหญ่ก็ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่นี้ ต่อมาเมื่อเรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์การ บริหารส่วนตำบลขึ้นมา ก็จะทำหน้าที่ทางด้านพัฒนาเปึนส่วนใหญ่ การปกครองท้องที่นั้น ก็จะทำในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคง หรือตามที่ทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางอำเภอ ทางจังหวัดมอบหมาย ซึ่งก็เปึนปัญหาอยู่บ้างในการทำงาน ซึ่งคิดว่าถ้าหากจะได้มีการกำหนดบทบาทภารกิจ ตรงนี้ให้ชัดเจนก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการที่เราจะทำให้ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นได้ทำงานร่วมกันและเปึนผลดีต่อพี่น้องประชาชนในระดับ พื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้นั้นไม่เพียงแต่เฉพาะในระดับตำบล หมู่บ้านเท่านั้นนะครับ ในการประชุม ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งได้นําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน เราก็บอกว่านอกเหนือจากการที่เราจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นแล้วควรจะ ได้มีการกำหนดความสัมพันธ์ในระบบบริหารราชการแผ่นดินให้ชัดเจนนะครับ ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลางกับราชการบริหารส่วนภูมิภาค และ ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รวมทั้งควรจะกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหาร ส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองด้วยนะครับ ที่เรามีองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีเทศบาล มีองค์การบริหารส่วนตําบลว่าควรจะมีบทบาทอํานาจหน้าที่อย่างไรถึงจะไม่ซ้ําซ้อนกัน ควรจะมีการทำงานประสานสัมพันธ์กันอย่างไร ควรจะกำหนดโครงสร้างในการบริหาร ส่วนท้องถิ่นตรงนี้อย่างไร ซึ่งเปึนเรื่องที่เราจะได้นำพิจารณาในรายละเอียดต่อไป รวมทั้ง จะได้มีการกำหนดในเรื่องความสัมพันธ์ในหลักการนะครับ ระหว่างการปกครองท้องที่กับ การปกครองท้องถิ่นด้วย กระผมก็เพียงแต่ขอเรียนฝากไปยังคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นฯ ภาคอื่นหรือจังหวัดอื่นด้วยว่า ในการรับฟังความคิดเห็นนั้นก็คงจะมี ประเด็นหลัก ๆ ที่อยากจะขอให้ฟังให้ชัดเจน และก็ได้สามารถนำมาประกอบการ พิจารณาได้นะครับ ก็คือในเรื่องประเด็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าควรจะมีระบบ บัญชีรายชื่อหรือไม่ ประเด็นที่ ๒ สมาชิกวุฒิสภาควรจะมาจากการเลือกตั้งหรือการ สรรหาหรือไม่ อย่างไร นอกเหนือจากนั้นก็เปึ้นเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในเรื่อง ของการที่เราควรจะให้รัฐบาลที่พื้นจากหน้าที่ ก็คืออาจจะโดยการยุบสภาหรือโดยครบ วาระก็ตามควรจะให้อยู่รักษาการในระหว่างที่มีการเลือกตั้งหรือไม่นะครับ ซึ่งเปึนประเด็น สำคัญมาก กระผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนต่อเพื่อนสมาชิกทุกท่าน อีกครั้งหนึ่งว่า การรับฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการวิสามัญฯ จังหวัดต่าง ๆ นั้นได้ นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไปแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ซึ่งเราก็ ได้นำมาประกอบการพิจารณา แล้วก็นำไปพิจารณากันที่ชะอำ แล้วก็ได้สรุปรายงานต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ สำหรับการรายงาน ตอนแรกเราเอามาเพียง ๓๐ เวทีนะครับ สำหรับการ รายงาน ครั้งที่ ๒ ที่มีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและ การประชามติร่วมกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้น ครั้งที่ ๒ ประชุมเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ที่ผ่านมานะครับ อันนี้เราได้ข้อมูลภายหลัง ก็จะได้นำไปประกอบการพิจารณา อีกครั้งหนึ่ง ครั้งสุดท้ายในช่วงแรกนี้จะสำคัญมาก็คือ ในวันที่ ๒๘ มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งก็ จะตรงกับที่กรรมาธิการยกร่างฯ นั้นจะนําความคิดเห็นทั้งหมดนั้นไปประกอบการ พิจารณา ซึ่งเราจะประชุมเต็มวัน ตั้งแต่วันที่ ๒๗, ๒๘, ๒๙ ๓ วัน นอกเหนือจากนั้นก็จะ มีการประชุมเฉพาะ อาจจะพิจารณาเปึ้นรายมาตราเลย ระหว่างวันที่ ๖ ถึง ๑๑ เมษายน ที่จะถึง เพราะฉะนั้นความคิดเห็นในการรับฟังจากที่ต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลที่เสนอมา การจัด เวทีต่าง ๆ การประชุมสัมมนาต่าง ๆ จะเปึนประโยชน์อย่างมากต่อการที่เราจะทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงที่เรียกว่า เราได้รับฟัง ความคิดเห็นจากทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง และนอกเหนือจากนั้น กระผมก็อยากจะเรียนฝากไป อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นสุดท้ายก็คือว่า ก็มีประเด็นที่กระผมเพิ่งไปสัมมนาร่วมกับทางที่ สถาบันพระปกเกล้าได้จัดขึ้นที่พัทยาเมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี่เอง เขามีประเด็นเรื่องหนึ่ง ที่พูดกันในเรื่องของวุฒิสมาชิก และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการประชามติ ซึ่งในที่ประชุม แห่งนั้นก็ได้พูดคุยกันค่อนข้างมากในเรื่องประชามติว่า เปึ้นห่วงเปึนใยว่าพี่น้องประชาชน จะเข้าใจหรือไม่ อย่างไร แล้วก็จะมีการมาใช้สิทธิออกเสียงหรือไม่ รัฐธรรมนูญเราจะผ่าน ไม่ผ่านเราก็พูดคุยกันหลายเรื่องหลายอย่าง มีประสบการณ์ในเรื่องนี้จากประเทศเยอรมัน ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกามาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ซึ่งก็ได้พูดคุยกันค่อนข้างมาก แต่มีอยู่ ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญฯ จังหวัดต่าง ๆ รวมทั้ง ภาคต่าง ๆ ด้วย ที่จะไปรับฟังความคิดเห็นต่อเนื่องไป ไม่เฉพาะแต่ช่วงแรกนี้เท่านั้น หลังจากที่ร่างแรกเราเสร็จวันที่ ๑๙ เมษายนแล้ว เราคงจะต้องส่งร่างนั้นไปยังสถาบัน ตามรัฐธรรมนูญ ส่งไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งส่งไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชน ได้รับรู้ รับทราบ แล้วเราจะฟังความเห็นอีกครั้งหนึ่งว่าในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกนั้น ในประเด็นสำคัญ ๆ มีเรื่องอะไรบ้างที่ท่านเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เรื่องหนึ่งที่จะต่อเนื่องจากตรงนั้นไป หลังจากที่ร่างแรกเราเสร็จประมาณต้นเดือน กรกฎาคมแล้ว ก็คือการที่เราจะต้องเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนั้นออกไป แล้วก็ให้พี่น้องมาออกเสียง ประชามติ ซึ่งคาดว่าคงจะเปึนประมาณต้นเดือนกันยายน ประเด็นนี้ก็อยากจะเรียนว่า ในการออกเสียงประชามตินั้นจะมีประเด็นที่น่าจะทําให้ชัดเจนอยู่ ๒ ประเด็น ในประเด็นแรก ตามมาตรา ๒๙ นั้นได้กําหนดไว้ชัดเจนว่า เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ แล้วให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะให้ ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งจะต้องทําไม่เร็วกว่า ๑๕ วัน ไม่ช้ากว่า ๔๕ วัน อันนี้ทุกท่านทราบแล้ว แต่ในมาตรา ๓๑ นั้นได้กำหนดไว้ ชัดเจน เพิ่มเติมออกมาบอกว่า ในการออกเสียงประชามติ ถ้าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มา ใช้บังคับ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ผมชี้ประเด็นให้ท่านทั้งหลายเห็นชัดเจน เพื่อจะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในเรื่องนี้ เพราะว่าหลายคนยังไม่เข้าใจ แล้วก็มีความวิตกกังวลว่าจะออกเสียงดี ไม่ดี จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เรียนว่าประเด็นสําคัญที่สุดคือการนําร่างรัฐธรรมนูญนั้นไปให้ พี่น้องประชาชนพิจารณาความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขณะเดียวกันก็เปึ้นการ บ่งบอกให้ชัดเจนไปในตัวว่า ถ้าหากเห็นชอบก็นำออกประกาศใช้ ถ้าไม่เห็นชอบก็ไม่นำ ออกประกาศใช้ แล้วอาจจะมี คมช. ก็คงจะนำรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาพิจารณาเพื่อ ประกาศใช้ต่อไป เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็อยากจะให้เสริมเติมไปพร้อมกันเลยว่า เปึนการ เห็นชอบในประเด็นสําคัญในรัฐธรรมนูญนั้นไหม แล้วต่อเนื่องไปว่า ท่านจะเห็นชอบให้นํา ออกประกาศใช้ หรือไม่ประกาศใช้ ถ้าเห็นชอบก็นำประกาศใช้ต่อไป ซึ่งถ้าไม่เห็นชอบ เราก็ไม่มีรัฐธรรมนูญ มันก็ไม่มีการเลือกตั้ง อาจจะต้องรอไปว่า คมช. จะเอารัฐธรรมนูญ ฉบับไหนมาใช้ต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าเปึนหัวใจที่สำคัญ อยากจะฝากนำเรียนไปยัง กรรมาธิการทุกท่าน ทุกภาคด้วย ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ยังคงกรอบที่ ๑ อยู่ใช่ไหมครับ ท่านเจิมศักดิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมได้ฟังภาคเหนือผมก็ภูมิใจ แล้วก็ดีใจที่มี ผลงานออกมามากมาย แล้วผมเรียนท่านประธานว่าที่ผมไปเตรียมความพร้อมให้แต่ละ จังหวัดที่ไปรับฟังความเห็นของประชาชน ผมได้แลกเปลี่ยนกับภาคเหนือ แล้วก็ได้แนวคิด เยอะ ภาคเหนือเปึนคนที่เสนอว่าน่าจะทําเปึนกลุ่มเล็ก จากกลุ่มสองร้อยสามร้อยทําให้ เปึนกลุ่มเล็ก แล้วจะได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเยอะ แล้วกรรมาธิการฯ ภาคเหนือก็ดูจะแข็งขัน เอาจริงเอาจัง ผมก็ต้องขอบคุณ และจะไม่พูดซ้ำในผลงานที่ผ่านมา แต่มันมีเหตุเกิดขึ้น ในภาคเหนืออยู่จังหวัดหนึ่ง ผมขอความกรุณาตรงไปตรงมา แล้วก็ถามท่านประธาน กรรมาธิการภาคเหนือ เหตุนี้กรรมาธิการของท่านไม่ได้ผิดหรอกครับ แต่มันเกิดขึ้น ในจังหวัดจังหวัดหนึ่งที่ไม่มี สสร. ผมกําลังคิดดูว่าจะเอ่ยชื่อไหมว่าจังหวัดอะไร มีทุจริต เกิดขึ้นในการใช้เงินหลวง ผมได้รับทราบข้อมูลเปึ้นการภายในมาก่อนว่ามี คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดแห่งนี้ในภาคเหนือจำนวนประมาณ ๖ คนรู้เห็น เปึ้นใจกันไปเป่ดเวทีรับฟัง โดยที่เขาเหล่านั้นมีเจตนาที่จะปูพื้นฐานที่จะลง สส. ในครั้งหน้า สัมพันธ์อยู่กับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แล้วก็นักการเมืองคนหนึ่ง ที่ผมเอ่ยชื่อนี่ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกและประชาชนจะทราบทันทีว่าคือใคร และมีความ ปรารถนาที่จะปูพื้นฐานทางการเมือง เพื่อที่ตัวเองนั้นจะลงสมัครรับเลือกตั้งหลังจาก รัฐธรรมนูญนี้เสร็จ จึงได้ขนเอาบรรดาหัวคะแนนและพรรคพวกมารับฟังความเห็น แล้วก็ มีการจ่ายเงินแทนที่จะจ่ายค่าอาหาร กลายเปึนเหมาจ่ายตามสไตล์ (Style) ที่เราเคย ได้ยินอย่างมากในระบอบทักษิณ มีการเหมาจ่ายรายหัวแล้วให้ไปหากินเอาเอง มีการทำเสื้อคลุมทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถจะ เบิกจ่ายได้ เมื่อรับฟังความเห็นเสร็จเรียบร้อย มีการเลี้ยงกัน มีการไปกินข้าวกัน แล้วก็ จะเบิก แล้วก็ในบรรดาคนเหล่านี้ก็จะเบิกเปึ้นค่าวิทยากร ซึ่งสร้างความลำบากใจให้ กรรมาธิการที่เหลือของจังหวัดดังกล่าว เพราะกรรมาธิการและประธานคณะกรรมาธิการ ในจังหวัดดังกล่าวนั้น และกรรมาธิการทั้งหลาย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็หนักใจมาก เพราะว่า ๖ คนนี้ร่วมกันเหมือนเปึนกลุ่ม ๆ หนึ่งที่อยู่ในกรรมาธิการ ๒๑ คน ท่านประธาน ครับ อย่างนี้นี่ ๑. ผลที่ได้มาเราฟังไม่ได้ ผมเองผมเชื่อว่ากรรมาธิการที่นั่งอยู่บนนี้ ก็ไม่สบายใจ ผมก็อยากจะถามท่านประธานกรรมาธิการภาคเหนือนะครับว่า เหตุเช่นนี้ ท่านได้ดําเนินการอย่างไรต่อไป เพราะว่าผมได้ให้ความคิดเห็นโดยที่ผมไม่มีอํานาจในการ สั่งการว่าสมควรที่จะต้องยุติการดำเนินการในจังหวัดนี้ไปก่อน เพราะผลที่ได้ก็รับไม่ได้ แล้วก็ได้ทราบมาว่าการดำเนินการก็ได้เสร็จสิ้นแล้ว หมายความว่าการรับฟังนั้นก็ได้ จบสิ้นครบรอบ แต่ว่างบประมาณนั้นผมก็ยืนยันนะครับว่าเราจะต้องเอาผิด ท่านประธาน อย่าคิดว่าผมเอาผิดแต่เรื่องสุวรรณภูมินะครับ ผมคิดว่าเรื่องจังหวัด เรื่องบาทสองบาท หรือเรื่องจะเปึนหมื่น เปึนแสน เราไม่ต้องเปึนหมื่นแสนล้านนะครับ เปึนหมื่นบาท เปึ้นแสนบาท ผมคิดว่ามันไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานกรรมาธิการภาคเหนือ ซึ่งท่านก็เปึ้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่ว่าไม่ได้ เกิดเหตุในจังหวัดเชียงใหม่นะครับ แต่ว่าผมเชื่อว่าท่านเองก็ร้อนใจ แล้วก็ถ้าท่านช่วยบอก เสีย ผมคิดว่าจังหวัดอื่น ๆ ที่ผมได้ยินมาบ้าง อย่างเช่นบางจังหวัดในภาคกลางก็มีอยู่บ้าง แล้วเขาก็จัดการกันไป ผมคิดว่าในภาคอีสานผมก็ได้ยินแว่ว ๆ มาอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่า อย่างนี้นะครับจะต้องจัดการ แต่วันนี้เปึ้นเรื่องของภาคเหนือที่ขึ้นมา ถ้าภาคกลางขึ้น เดี๋ยวผมจะถามเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้เปึ้นเรื่องของภาคเหนือ ผมในฐานะที่เปึ้น ผู้ประสานการมีส่วนร่วมนะครับ ผมไม่สบายใจ แล้วก็คิดว่าเราจะต้องดูแลผลที่ เราได้รับฟังความเห็นจากจังหวัดแห่งนี้ในครั้งใด อย่างไร แล้วท่านจะเอาผิดหรือว่าจะ มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้วเอาผิดตรงนี้อย่างไร ผมขออนุญาตถามในชั้นแรก แต่นี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ กรรมาธิการพร้อมที่จะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ ต้องกราบขอบพระคุณครับ ตั้งแต่ ท่านกรรมาธิการยกร่างได้เรียนว่าได้ให้ความสำคัญกับผลการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนทุกภาคเท่าที่ผ่านมานะครับ ส่วนประเด็นของท่าน สสร. เจิมศักดิ์นะครับ ซึ่งได้ นำเสนอข้อมูลที่เปึนประโยชน์ต่อกรรมาธิการของภาคอย่างยิ่งนะครับ เนื่องจากตอนที่เรา เสนอรายชื่อเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญในจังหวัดนั้นเปึนการเสนอโดยกรรมาธิการภาค เพราะฉะนั้นเปึ้นเรื่องที่ทางกรรมาธิการภาคต้องให้ความสําคัญอย่างยิ่ง ซึ่งข้อมูลที่ ท่านนำเสนอนั้นทางกรรมาธิการภาคได้รับรายงานในเบื้องต้นไม่เปึ้นเอกสารนะครับ เปึ้นเพียงรายงานด้วยวาจาว่าเกิดปัญหาในการดำเนินงานของกรรมาธิการวิสามัญ จังหวัดขึ้นมา ซึ่งในเบื้องต้นได้สอบถามจากผู้แทนของกรรมาธิการภาคซึ่งเราได้แต่งตั้งให้ ไปประจำในทุกจังหวัดแล้ว ซึ่งทราบว่าเกิดปัญหาขึ้นจริงในเบื้องต้นนะครับ ซึ่งกรรมาธิการภาคคงจะต้องมีการตรวจสอบ สอบสวนกันต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากในการ เบิกจ่ายงบประมาณนั้นทางกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนั้นได้เบิกจ่ายโดยตรงจาก ทางสภา แต่อย่างไรก็ตามได้ทราบในเบื้องต้นว่างบประมาณในของจังหวัดที่ท่านได้กรุณา เอ่ยถึงนั้นใกล้จะหมดแล้ว จึงน่าเปึนห่วงอย่างยิ่งว่าเราจะต้องมีทั้งหมด ๓ รอบ อย่างไรก็ตามกรรมาธิการภาค จะดำเนินการตรวจสอบ สอบสวนเรื่องนี้ให้เสร็จภายใน ๑ สัปดาห์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการ ให้เกิดประโยชน์ต่อไป แล้วก็เราเกรงว่าจะมีผลต่อการรับฟังความเห็นที่ถูกต้อง ของประชาชนในจังหวัดนั้นด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการภาคเหนือ และขอบคุณท่านเจิมศักดิ์ด้วย ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึ้นประเด็นที่มีความสำคัญ ต้องขอบคุณที่ท่านยกประเด็นขึ้นมา จะขอต่ออีกหรือครับ เชิญท่านเจิมศักดิ์ต่อ ติดพันนิดหน่อยครับ
ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ครับ ผมต้องขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการภาคเหนือที่จะดูแลเอาใจใส่เรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้มันเปึ้นเรื่องที่เราต้องโปร่งใส แล้วก็อยากจะเรียน ผ่านไปยังทุกท่านที่ได้ยินว่า นี่เปึนเหตุเล็ก ๆ จาก ๗๖ จังหวัด แล้วก็เปึ้นเหตุเฉพาะ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดประมาณ ๖ คน เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ยังดีอยู่นะครับ อย่าได้เข้าใจว่าสิ่งที่เรารับฟังมาทั้งหมดนี้มันเชื่อไม่ได้ แต่ว่าแน่นอนการทำงานที่คนเปึ้น จำนวน ลองคูณ ๗๖ จังหวัด คูณด้วย ๒๑ คน กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด แล้วยัง มีอนุกรรมาธิการ แล้วยังมีคณะทำงานที่เขาทำงานอีก คนจำนวนหลายพันนี่ผมคิดว่า ย่อมมีปัญหาได้บ้าง แต่ผมคิดว่าเราตรงไปตรงมาอย่างนี้มันทําให้คนมั่นใจว่าเราทําอะไร โปร่งใส เราไม่มีอะไรที่พอรู้แล้วก็เงียบ ๆ แล้วก็ดำเนินการกันไปอย่างเงียบ ๆ ก็อยากจะ เรียนท่านประธานว่า เมื่อป้ ๒๕๔๐ ผมก็ทราบว่ามี ท่านประธานก็คงยืนยันกับผมได้ว่า เมื่อป้ ๒๕๔๐ ก็มีปัญหา แล้วก็ว่าจะเคลียร์ (Clear) กันได้ ๙ ป้ เรื่องเงินนี่ท่านครับของ แผ่นดินนี่บาทเดียวก็ไม่ได้ ผมอยากจะพูดบอกไปยัง ๖ คนนี้ด้วย ผมเชื่อว่าเข้ารู้ว่าผมพูด อยู่อย่างนี้ว่าบาทเดียวก็ไม่ได้ แล้วเมื่อตอน ท่านจำได้ใช่ไหมครับ เมื่อสมัยป้ ๒๕๔๐ ท่านก็เปึน สสร. แล้วก็มีความไม่ชอบมาพากลเรื่องการเบิกงบประมาณเช่นเดียวกัน กว่าจะเคลียร์กันนี่ จะต้องทำอะไรต่อมิอะไรกันนี่แปดเก้าป้ เปึนชนักติดหลังตลอดชีวิต ผมคิดว่าอันนี้ต้องเคลียร์ แล้วก็อยากที่จะฝากท่านประธานภาคเหนือนะครับ กรุณาตั้ง กรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผมอาจจะได้ข้อมูลมาไม่ครบถ้วนหรืออาจจะได้ข้อมูลที่ ผิดพลาด ผมจึงยังไม่อยากเอ่ยชื่อจังหวัด และไม่อยากจะเอ่ยชื่อบุคคล ถ้าท่านตรวจสอบ ข้อเท็จจริง แล้วก็ถ้าผิด ผมคิดว่าก็ดำเนินการ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อที่จะส่งอัยการ ดำเนินการฟัองศาล หรือท่านจะส่ง คตส. หรือ ปปช. ซึ่ง คตส. และ ปปช. เขาก็บ่นอยู่ว่า หน่วยงานทั้งหลายของรัฐชอบมีอะไรก็โยนไปให้เขาอย่างเดียว เขาก็แย่ แต่หน่วยงานของ รัฐต้องทําเองด้วยในการที่ไม่ใส่เกียร์ (Gear) ว่าง ในการที่เล่นงานเรื่องเกี่ยวข้องกับความ ประพฤติไม่ชอบหรือทุจริต ประพฤติโดยทุจริตหรือมีความชั่วอย่างร้ายแรงมีผลตามข้อ ในกฎหมายนะครับ เราต้องดําเนินการและผมก็หวังว่าท่านประธานภาคเหนือในฐานะที่ ดูแลกรรมาธิการประจำภาคและจังหวัดดังกล่าวจะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง และ จะต้องขอให้ทางกรรมาธิการภาคนั้นรายงานเปึนลายลักษณ์อักษรเปึ้นเบื้องต้น แล้วก็ อย่างน้อยผมเชื่อว่าพวกเราที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรจะได้รับทราบข้อมูลตรงนั้น้อย่างละเอียด ด้วยนะครับ ผมก็ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านรับปากว่าจะรายงานสอบสวนภายใน ๑ สัปดาห์อยู่แล้ว ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องเอาจริงนะครับ แล้วก็ถ้าเราไม่ทําอย่างนี้ เราเคยโดน สส. เขา เวลาเขากลับเข้ามาสอบสวน อย่างที่ท่านเจิมศักดิ์พูดให้ฟังแล้ว ผมเองก็โดนนะครับ ยืนยัน เชิญท่านพิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ กระผม นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ สสร. หมายเลข ๐๔๕ ก็เมื่อได้ฟังจากท่าน สสร. เมื่อสักครู่นี้ในเรื่องของกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดบางจังหวัดที่ไปกระทำการมิชอบขึ้นมานี่ ก็รู้สึกไม่สบายใจครับ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนไปได้กระผมอยากจะให้เป่ดเผยว่าจังหวัดอะไร เพราะว่าจะได้รู้ แล้วก็จะได้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะว่าถ้าพูดครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างนี้ เดี๋ยวประชาชนทั้งประเทศก็ไม่เข้าใจว่าตกลงมันจังหวัดไหนแน่ ทั้ง ๑๗ จังหวัด ภาคเหนือนี้จะเสียหายไปหมดเลย กระผมคิดว่าถ้าเหตุเกิดขึ้นแล้ว แล้วก็ถ้ามีเพื่อน สสร. ได้เป่ดเผยความจริงออกมากลางที่ประชุมอย่างนี้แล้ว มันก็ควรที่จะเป่ิดเผยให้ชัดเจน เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นแล้วผมเกรงว่าจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือจะเสียหายไปทั้งหมด เลย ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าก็เปึนสิ่งที่ควรที่จะมีการตรวจสอบ แล้วก็เรายังสามารถระวัง ปัองกันได้ในช่วงนี้ เนื่องจากว่ายังมีระยะเวลาที่จะต้องไปรับฟังความคิดเห็น แล้วก็ไป ทำประชาพิจารณ์ รวมทั้งต่อไปจะมีเรื่องการทำประชามติด้วยนะครับ ท่านประธาน ถ้าหากว่างึม ๆ งำ ๆ กันอยู่อย่างนี้นี่ ผมคิดว่าเดี๋ยวพี่น้องประชาชนก็จะมองภาพพจน์ของ สสร. เราในทางที่เสียหายนะครับ
อีกประการหนึ่ง กระผมได้ฟังทางกรรมาธิการภาคเหนือได้รายงานมา ก็ขออนุญาตชื่นชมว่าการทำงานของกรรมาธิการภาคเหนือได้กระทำด้วยความเสียสละ แล้วก็ตั้งใจจริงในการทำงานอย่างมาก ผมดูรายงานแล้วมีข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์ อย่างมาก โดยกรรมาธิการภาคเหนือนั้นมิได้ยึดติดอยู่ในกรอบที่เราได้วางเอาไว้ แต่ว่า ได้เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เสนอแนะข้อคิดเห็นในประเด็นอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ ในกรอบที่เราซักถามนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเปึ้นสิ่งที่ดี แล้วก็ในข้อคิดเห็นที่ พี่น้องประชาชนภาคเหนือได้เสนอแนะมานั้น ผมดูแล้วมีหลายข้อที่เปึนประโยชน์และ น่าจะนำไปปฏิบัติ เช่น ในเรื่องที่ให้พี่น้องประชาชนสามารถฟัองร้องหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อันนี้ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง กระผมอยากจะขออนุญาตเสนอแนะเพิ่มเติมเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น สำหรับ กรรมาธิการภาคเหนือ ก็คือในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็การบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งกระผมคิดว่าภาคเหนือนี้มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่หลากหลายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไม้ กระผมอยากจะให้ ไม่ทราบว่าเปึนไปได้ หรือเปล่านะครับ สสร. ภาคเหนือได้เสนอแนะอย่างน้อยประเด็นหนึ่งที่จะเข้ามาอยู่ ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรนี้ ก็คือในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในภาคเหนือ ขอให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในภาคเหนือที่ดีขึ้นกว่าเดิม รูปแบบนี่จะเปึ้น อย่างไร อยากจะให้ทางท่าน สสร. ภาคเหนือได้ช่วยกันไปขบคิด แล้วก็ได้เสนอแนะ เพราะว่าภาคเหนือมีปัญหาเรื่องป์าไม้ถูกตัดมากที่สุด แล้วก็เรื่องของน้ำท่วม เรื่องของ ภัยแล้ง และขณะนี้ที่เปึนปัญหาใหญ่ซึ่งผมอยากจะให้ สสร. ภาคเหนือได้พูดถึงด้วย ก็คือ ปัญหาเรื่องควันพิษ ไอพิษ หมอกพิษต่าง ๆ ที่เกิดจากการเผาป์า แล้วก็ปัญหาไฟไหม้ป์า ท่านในฐานะที่เปึน สสร. ภาคเหนือ ท่านควรที่จะมีบทบาทที่จะเข้ามาช่วยเหลือแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชนชาวเหนือ ๑๗ จังหวัด กระผมคิดว่าเปึ้นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ มาก แล้วก็ สสร. เราก็น่าที่จะมีบทบาทที่จะช่วยเหลือ แนะนำ แล้วก็บอกกล่าว พี่น้องประชาชนอย่าเผาต้นไม้ อย่าเผาขยะ ซึ่งก็ในหลายส่วนโดยเฉพาะพี่น้องชาวเขายังมี การเผาป์า เผาขยะ อะไรเหล่านี้อยู่มากเหลือเกิน ถ้า สสร. ภาคเหนือได้กรุณาพูดถึง ประเด็นนี้บ้างในการไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน กระผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ อย่างยิ่ง ก็ขออนุญาตเสนอแนะไว้เพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ เรื่องการสอบสวนนั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านรับปากแล้วให้ เปึ้นไปตามกระบวนความ แต่ว่าก็คงไม่ต้องมาเป่ดเผยอะไร แต่ขอให้ท่านเจิมศักดิ์ ส่งข้อมูลไปให้ท่านประธานก็แล้วกันนะครับ เราคงทนได้ มันไม่เงียบตรงนี้หรอกครับ ยืนยันอย่างไร ๆ ก็ไม่เงียบ เพราะว่ามันเป่ดเผยแล้ว แต่ว่าข้อเท็จจริงเขาก็ยังอยู่ในฐานะ ผู้ถูกกล่าวหาและไม่อยู่ในที่ประชุมนี้ที่จะมาตอบโต้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นก็ให้เปึ้นไป ตามกระบวนการก็แล้วกันนะครับ ยังคงอยู่กรอบที่ ๑ นะครับ คงมี ๓ ท่านที่ขึ้นชื่อไว้ เชิญท่านต่อไป ก็เปึ้นท่านสมเกียรติ รอดเจริญ ครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมไม่มั่นใจครับว่า ที่พูดกันอยู่นี่มันกรอบที่เท่าไร เพราะว่าผมงงเหมือนกัน ผมเตรียมไว้ที่จะพูดกรอบสุดท้าย แต่เห็นเพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ออกมาในกรอบลักษณะแบบที่ผมกำลังจะพูดอยู่ ก็เลยขออนุญาตตรงนี้ครับที่จะเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ก็เรื่องเกี่ยวกับทางด้านเกษตร นะครับ เข้ากรอบอื่น ๆ หรือเปล่าผมไม่ทราบ เพราะว่าขณะนี้ทางเหนือค่อนข้างที่จะ อันตรายมากทางด้านพืชผลทางเกษตร ไม่ว่าจะเปึนพืชเมืองหนาว หอม กระเทียม บังเอิญเพื่อนผมทางเหนือเยอะ ฝากมานะครับบอกว่า ถ้าเผื่อเจอท่าน สสร. ภาคเหนือ ช่วยจับยัดเข้าไปในรัฐธรรมนูญหน่อยได้ไหมว่าจะทําอย่างไรถึงจะออกกฎหมายให้พืชผล ทางเกษตรทางภาคเหนือเราค่อนข้างจะลดอันตรายลง การเจรจาการค้าทั้งหลายแหล่นี้ พยายามออกกฎหมายให้มันรัดกุมกับการเจรจาการค้าไม่ให้เราเสียเปรียบทางด้านพืชผล ทางด้านเกษตรได้ไหมนะครับ ขณะนี้กระเทียมตายสนิท พืชเมืองหน้าวตายสนิท ผลไม้ เมืองหนาว แอปเปุ่ล ท้อ สนิทไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะว่าจากต่างประเทศอย่างที่ ทราบนะครับ ไม่อยากเอ่ยชื่อประเทศ ได้เข้ามาด้วยระบบไปเจรจาการค้าไว้ เราจะทํา อย่างไรถึงจะเขียนกฎหมายให้ควบคุมตรงนี้เพื่อให้ชาวเกษตรทางภาคเหนือของเรา ปลอดภัยได้ ก็คงจะเสนอแค่นี้ครับ ผมไม่ทราบว่ามันเข้ากรอบไหน ท่านประธานครับ ปรึกษาหารือด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ไม่ทราบเหมือนกันครับกรอบไหน ตราบใดที่ไม่มีเสียงคัดค้านก็เปึน ต่อไปท่านสุรชัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
ประท้วงยกมือ ประท้วงประธานหรือประท้วงอะไร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ครับ คือเมื่อกี้นี้ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์พาดพิงไปภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานนะครับ ท่านประธานครับ ผม เศวต ทินกูล ครับ คือประท้วงว่าอยากจะให้อาจารย์เจิมศักดิ์ระบุว่า จังหวัดไหน แล้วอีสานมากระเทือนบ้านผม ผมก็คนอีสานนะครับ จังหวัดอีสาน ต้องบอก มา เพราะว่าถ้าหากว่าเขาไม่ได้ทําผิดคิดร้าย ก็เปึนการเสียหาย ที่จริงเรื่องนี้ไม่ต้องพูด ในสภา เพราะออกอากาศนะครับ ไปถามให้ได้ใจความสิ้นกระบวนความ ถามก่อนว่า จังหวัดไหนที่มันไม่ดี สอบสวนแล้วมันไม่ดีถึงมาพูดออกอากาศในสภาแห่งนี้ คราวนี้ พูดไปก่อนแล้วมันเปึ้นลักษณะว่าเกิดไม่เปึนอย่างนั้นจริงมันเกิดความเสียหายต่อสภา รวมทั้งท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เองนะครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่าท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ชอบเปึน ช่างท่าสี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องให้ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ออกมาชี้แจงว่าจังหวัดไหน ในภาคเหนือ จังหวัดไหนในภาคกลาง จังหวัดไหนในภาคอีสาน ใครเปึ้นใคร ทําอะไรไว้ เขาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไรครับ ขอบคุณครับ
ก็ให้ ผ่านไปนะครับเรื่องนี้ เพราะว่าไม่ได้ระบุจังหวัดก็ดีแล้ว ให้ข้อมูลอย่างนี้ก็ดีแล้ว เพราะว่า เปึนข้อมูลที่เราคิดว่าจำเปึนจะต้องมาเป่ดเผยกันในชั้นต้นอย่างตรงนี้ เพื่อไม่ให้เกิด ความเสียหายต่อไปในวันข้างหน้า แต่ว่ากระบวนการสอบสวนจะต้องเกิดขึ้น การกล่าวหา ใด ๆ เราก็คงไม่ได้หมายความว่ารับฟังแต่ลอย ๆ จากข้อมูลบุคคลใดบุคคลหนึ่งนะครับ ไม่ได้พาดพิงไปทำให้เกิดความเสียหาย เพียงแต่ปัองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าเรื่องนี้คงจะให้ผ่านไปนะครับ เอาแต่ในเรื่องกรอบของเราที่ยังค้างอยู่ ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ
ท่านประธานครับ
เอาเลยครับ
นี่คือสัญลักษณ์ของสภาที่ หมายความว่าผมใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ไม่ได้ประท้วงท่านประธาน สิทธิพาดพิงกับ สิทธิประท้วงนี่อยู่ในข้อเดียวกัน ผมคุ้นเคยกับสภานี้พอสมควร ผมคิดว่าที่ ชื่ออะไร นะครับ ผมลืมไปแล้ว คุณเศวต ผมขอโทษ ผมลืมจริง ๆ ที่บอกว่าผมพูดนี่จะก่อให้เกิด ความเสียหาย ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เวลาผมพูดถ้าผมไม่มีข้อมูลผมไม่เคยพูด สมัยที่ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภาผมเคยพูดเรื่อง กทช. สินบน ก็มีคนอย่างคุณเศวตนี่นะครับ ที่ขึ้นมาแล้วก็บอกว่า ถ้าเอาความอะไรเล่น ๆ มาพูดโดยที่ จะทำให้สภาเสียหาย ในที่สุดสภาก็เลยขอประชุมลับ และผมก็แฉ้ต่อหน้าว่าคนพูด คนนั้นน่ะเปึนคนที่โดนเอง แล้วเรื่องก็เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายที่นี่ เหมือนกัน ตรงนี้ ไมโครโฟน (Microphone) ตัวนี้ว่า ปปช. นี่แอบขึ้นเงินเดือนตัวเอง ซึ่งเปึนการกระทำทุจริต วันที่ ๒๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๗ หลังจากนั้น ปปช. ก็ออกมาว่า พูดไปเรื่อยเป๋ือย เปึนดอกเตอร์ (Doctor) เสียเปล่า ท่านก็คงจะดูข่าว และหลังจากนั้นคน คนนั้นก็ต้องหลุดไปทั้งหมดทั้ง ๙ คน ท่านประธานครับ ผมไม่เคยพูดเล่นนะครับ แล้วก็ อยากจะบอกคุณเศวตว่า คุณเศวตก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับสำหรับภาคอีสานนั่นนะครับ คือผมเตือนเท่านั้นนะครับ เพราะว่าถ้าคุณจะเล่นกับผมนี่ แบบประเภทขอให้เป่ด นี่นะครับ ผมได้เป่ดมาเยอะแล้วนะครับ แล้วก็อย่าว่าแต่เศวตเลยนะครับ ผมเจอใน สว. มันไม่ใหญ่กว่านั้นหรือครับ
กรุณาอย่าพาดพิงไปมา ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาเยอะนะครับ พอแล้วครับ
คือผมเรียนเท่านั้นล่ะครับว่าอยากที่ จะให้ระมัดระวังนะครับ ผมเองพูดนี่ก็เพื่อที่จะปราม อย่างที่ท่านประธานก็อ่านรู้ว่าผมมี เจตนาดี ท่านประธานภาคเหนือท่านก็ทราบ กรรมาธิการภาคเหนือท่านก็ทราบ ผมพูดนี่ เรายังจะต้องทําเฟส (Phase) ที่ ๒ ในช่วงที่ ๒ และในช่วงที่ ๓ ที่จะต้องทํางานทั้ง ๗๖ จังหวัด และเราจะต้องทำงานกับเขาอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเราก็เตือนนะครับว่าอะไร เปึ้นอะไรนะครับ อย่างเช่น ท่านประธานครับ อย่างเมื่อวานนี้ที่เราจัดรับฟังความเห็น แล้วก็ถ่ายทอด ท่านประธานจําได้ไหมว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า มางานนี้นี่มีแต่น้ำเปล่า อย่างเดียว ไม่มีอะไรให้กินเลย ท่านประธานครับ ผมนี่เปึนคนบอกเจ้าหน้าที่เองว่าเราจัด รับฟังความเห็นประชาชน ๒ ชั่วโมงนี่ เรามีน้ำเปล่าอย่างเดียวพอแล้ว แล้วก็ไม่จำเปึนต้อง เสียงบประมาณ เราไม่อยากจะเอาเงินนี่มาใช้นะครับ ซึ่งก็ต่างกับบางจังหวัด ที่กรรมาธิการบางคนเบิก ๕๐ บาท มีน้ำเปล่ากับขนมใส่ไส้อย่างเดียว ชิ้นเดียว แล้วก็ น้ำเปล่า แล้วก็เบิก ๕๐ บาท ของผมนี่ชัดเจน ไปดูเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อวานที่เราจัดกัน นั่นนะครับ บอกน้ำเปล่าอย่างเดียวคือน้ำเปล่าอย่างเดียว แล้วก็งบประมาณคือน้ำเปล่า อย่างเดียวจบ ไม่มีรายหัว อย่าให้ผมพูดดีกว่าว่าที่ไหนทําอะไร อย่างไรนะครับ ผมเตือน นะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสุรชัยเลยนะครับ
พาดพิงครับท่านประธาน นิดเดียวครับ
อย่าพาดพิงไปมาหลายที่ พอแล้วนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สสร. นะครับ เรื่องของกรอบที่ ๑ ก็คงมีสั้น ๆ นิดเดียวครับ ในประเด็น เรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือชุมชน หรือประชาชนที่มีปัญหาเรื่องไร้สัญชาติ ผมอยากเห็น ความชัดเจนในเรื่องนี้ว่าแนวคิดของพี่น้องประชาชนภาคเหนือ โดยเฉพาะภาคเหนือ ตอนบนเขามีแนวคิดอย่างไรในเรื่องนี้ แล้วก็เวทีที่ทางกรรมาธิการภาคเหนือไปตั้งมานั้น ความต้องการของพี่น้องประชาชนต่อการแก้ปัญหาเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ เรื่องของผู้ที่ ยังคงไร้สัญชาติอยู่นั้นมีแนวคิดในเรื่องของการแก้ปัญหาอย่างนี้อย่างไร เพื่อที่จะสื่อผ่าน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ นั่นคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของหญิงที่มีอาชีพพิเศษ ในเรื่องของการ แพร่กระจายโรคเอดส์ (AIDS – Acquired Immune Deficiency Syndrome ) ซึ่งก็เปึ้นที่ ทราบกันดีว่ามีค่อนข้างมากในแถบจังหวัดภาคเหนือนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ปรากฏ ในรายงานว่าความเห็นว่าพี่น้องประชาชนในภาคเหนือเขามีความต้องการอย่างไรในการ ที่จะให้รัฐเข้าไปแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ขอเปึนข้อสังเกตประเด็นที่ ๒ มิได้เกี่ยวกับท่านประธานภาคเหนือ หรือประธานภาคอื่น ๆ แต่อย่างใด แต่ละภาคจะได้ งบไปบริหารจัดการงบละ ๑ ล้านบาท แต่ละจังหวัดก็ไปดำเนินการเอง ซึ่งก็อาจมีทั้ง จังหวัดที่มีท่าน สสร. อยู่ หรือไม่มี สสร. อยู่ ตรงนี้อยากจะให้สื่อสารกับทางพี่น้อง ประชาชน หรือทางสื่อมวลชนให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเสียหายกันใหญ่ว่า กลายเปึน ว่า สสร. เริ่มมีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายเรื่องของงบประมาณแล้วนะครับ จริง ๆ แล้วในงบ ส่วนของจังหวัดนั้นแต่ละจังหวัดได้ทำเปึนสัญญายืมไปจากทางสภา แล้วในที่สุดก็ต้องมา หักล้างบัญชีกัน ขอบคุณท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ที่ได้กรุณาหยิบยกตรงนี้มาเปึ้นประเด็น ให้พวกเราได้รับรู้ร่วมกันนะครับ ก็เปึนสิ่งที่พวกเราจะต้องช่วยกันดูแลตรวจสอบ งบประมาณของแผ่นดิน แต่ท้ายที่สุดก็คือความรับผิดชอบของประธานจังหวัดที่เบิก งบประมาณไปใช้จ่ายแล้วต้องมาหักล้างให้ถูกต้อง ก็กราบเรียนว่าประธานภาค ทั้ง ๔ ภาค รวมทั้งตัวกระผมเองก็ต้องเข้มงวดตรวจสอบประธานจังหวัดให้เข้มข้นขึ้น สุดท้ายก็คือความรับผิดชอบของท่านกรรมาธิการ โดยเฉพาะกรรมาธิการ ชุดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเปึนผู้ที่จะต้องใช้จ่ายงบประมาณตรงนี้โดยตรงนะครับ เราได้รับทราบปัญหาพร้อม ๆ กันแล้ว ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ ด้วย ขอบคุณครับ
กรรมาธิการจะตอบเลยใช่ไหมครับ หรือจะรอ เชิญท่านครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นภาคเหนือครับ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ในฐานะช่วงชีวิตหนึ่งเคยอยู่ที่ภาคเหนือ มีชีวิตทั้งการศึกษาและจุดกำเนิด ประเด็นผมอยากจะเสริมจากท่านประธานกรรมาธิการภาคกลางสักนิดนะครับ ประเด็น ของกรอบที่ ๑ ของภาคเหนือนั้นค่อนข้างจะคล้ายกับภาคกลางเช่นเดียวกัน เดี๋ยวเวลา ภาคกลางแล้วคงจะไม่พูดซ้ําซ้อนนะครับ ส่วนใหญ่แล้วในเรื่องของกรอบสิทธินั้น โดยเฉพาะสิทธิชุมชน แต่ข้อสังเกตนิดหนึ่งคือเรื่องหน้าที่ของชุมชนในสิทธินั้น ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่าสิทธิกับหน้าที่มันเปึนเรื่องที่ประกอบกัน อยากฝากว่าถ้าถึงเวลา ซึ่งเรา ๔ ภาค การลงพื้นที่แล้วถ้ามีทิศทางเดียวกันว่านอกจากอยากจะขอสิทธิแต่เราคิดว่า แล้วชุมชนจะต้องทำหน้าที่ด้วย ในประเด็นของหน้าที่นั้นจะได้คำตอบอย่างไร จากชุมชน ผมว่าจะเปึ้นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าผมก็รับผิดชอบในกรอบที่ ๑ เช่นเดียวกัน ขออนุญาตเสริมเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับท่าน
ขอบพระคุณครับ กรอบที่ ๑ คงหมดแล้ว ท่านจะตอบใช่ไหมครับ เชิญกรรมาธิการ เลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด กรรมาธิการ ผมคิดว่ามีอยู่สองสามประเด็นที่ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกต ซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญ
ประเด็นแรกก็คือเรื่องเกี่ยวกับการเผาป์า ผมคิดว่าที่จริงแล้วถึงแม้ว่าเรื่องนี้ จะเปึนประเด็นขึ้นมาในตอนนี้ แต่ว่าถ้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่า เรื่องนี้ก็จะสำคัญ ก็คือว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในแง่ของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวของตัวเอง เขาผลักดันเรื่องเกี่ยวกับ พรบ. ป์าชุมชนมานานแล้ว ๑๗ ป้ แต่ว่าผมเข้าใจว่าตอนนี้ก็ยังไม่ได้ประกาศใช้ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้สำคัญ แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่าประโยคที่เมื่อกี้ผมไปนั่งคุยกับเครือข่ายชาติพันธุ์ เครือข่ายชนเผ่า ประเด็นเรื่องเข้าเปึนจำเลยในเรื่องเกี่ยวกับควันพิษที่เกิดขึ้น ผมคิดว่า เรื่องนี้เขาชัดเจน เพราะว่าตามวัฒนธรรมของเขา หรือรอบวิถีการผลิตของเขา เขาไม่ได้ เผาป์าในระยะนี้ การที่จะเผาไร่ หรือเรียกว่าไร่หมุนเวียนของเขา ที่ราชการบอกว่า ไร่เลื่อนลอย แต่จริง ๆ เขาบอกว่าเปึนระบบนิเวศน์ของเขาอันหนึ่ง ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ ไร่หมุนเวียน เขาจะเผาในระยะที่ก่อนฝน ถ้าเปึนก่อนฝนก็หมายความว่าประมาณ เดือนพฤษภาคม หรือหลังเมษายน หรือปลายเมษายนไปแล้ว เพราะว่าถ้าเผาตอนนี้ จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะว่าจริง ๆ แล้วพอเผาในตอนช่วงนั้นฝันจะลง และหลังจากนั้นกระบวนการทางด้านการเกษตรเขาจะเริ่ม ดังนั้นที่เกิดขึ้นในระยะที่ ผ่านมานี้ไม่ใช่เปึ้นเรื่องกระบวนการของระบบเกษตรของพี่น้องชนเผ่า ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ สำคัญ เพราะว่าเรื่องนี้ถ้าพูดไปแล้วมีหลายสาเหตุครับ สมัยก่อนก่อนที่จะมีเรื่องราวทั้งหลายเขาก็จะพูดว่า ถ้ามีคนดับไฟป์าก็ต้องมีไฟป์าให้ดับ ดังนั้นอันนี้คือเรื่องที่เราพูดกันมานาน ดังนั้นเรื่องนี้ก็จะวนเวียน รวมไปถึงงบประมาณ เรื่องอะไรทั้งหลายด้วย ดังนั้นมีหลายเรื่องที่ประกอบกัน ที่พูดอย่างนี้เพื่อที่จะไม่ให้พี่น้อง ชาติพันธุ์ทั้งหลายได้เปึนจำเลยในเรื่องนี้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญนะครับ เรื่องอันต่อมา เรื่องเกี่ยวกับทางด้านเกษตรนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความห่วงใยเรื่องเกี่ยวกับพืชผล ทางการเกษตร ผมไปฟังเรื่องนี้ในกลุ่มเครือข่ายทางด้านการเกษตร เรื่องนี้สำคัญนะครับ เขาก็เสนอเรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองนะครับ ระบบเกษตรซึ่งได้เสนอไปแล้ว เรื่องที่สำคัญ ที่เขาเสนออีกอันหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับการควบคุมสารพิษนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาที่เอามาดำเนินการ เพราะว่าจริง ๆ แล้วตัวยาในเรื่องเกี่ยวกับทางด้านที่เอามาใช้ ในบ้านเราตอนนี้หลายประเทศได้ประกาศยกเลิกไปแล้ว เพราะว่ามันมีสารพิษตกค้าง ในดินหรือในมลภาวะนี้สูง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือเรื่องที่เขาก็เสนอว่าทำอย่างไร แต่ว่า ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็เสนอเรื่องเกี่ยวกับเกษตรกรรมทางเลือกนะครับ หรือเรื่องเกี่ยวกับ การที่จะทำให้ระบบเกษตรนี่นะครับเปึ้นระบบเกษตรที่ปลอดสารพิษ ซึ่งเครือข่ายทั้งหลาย ของเขาเองก็ทํางานในเรื่องนี้เข้มแข็งนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เกี่ยวพัน แต่ว่าสำคัญที่สุด เรื่องเกี่ยวกับราคานี่มันไปเกี่ยวกับราคาของพืชผลทางด้านการเกษตร อย่างไรก็ตามก็ไป เกี่ยวพันกับเรื่องเอฟทีเอ ซึ่งเราเองก็มีปัญหามาในอดีต ซึ่งประเด็นก็คือว่าประชาชนไม่ได้ เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งอันนี้ก็เปึนข้อเสนอว่าทําอย่างไรนี่นะครับการเซ็นสัญญาเรื่อง เอฟทีเอประชาชนถึงจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งเสนออยู่แล้วนะครับ เรื่องเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพนะครับ โดยเฉพาะเรื่องเอดส์ทางภาคเหนือนี่นะครับ ผมคิด ว่าเราได้ไปนั่งฟังเรื่องนี้อยู่เหมือนกันนะครับ สิทธิที่เขาพูดถึงเรื่องนี้ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการ เข้าถึงการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาต้านไวรัส (Virus) กลุ่มเครือข่ายของผู้ป์วยนะครับ ก็จะเสนอเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่งที่ได้เสนอไปแล้วก็คือ เรื่องเกี่ยวกับสิทธิ ของผู้ป์วยนะครับ ในเรื่องนี้สำคัญครับ เพราะว่าเรื่องเกี่ยวกับทางด้านเอดส์ไปเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับเรื่องทางด้านสิทธิของประชาชน เปึนการละเมิดสิทธิหลายครั้งนะครับในเรื่อง เกี่ยวกับเอดส์ ดังนั้นการคุ้มครองเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของผู้ป์วยก็เปึนข้อเสนอ ซึ่งก็ได้เสนอ ไปแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญอันหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าอันนี้เปึนข้อเสนอที่เขากําลังผลักดันกันอยู่ นะครับ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับทําอย่างไรถึงจะให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทางด้านสุขภาพ นะครับ มีข้อเสนอจากเครือข่ายทางด้านสุขภาพนะครับ ก็คือว่าน่าจะมีการจัดตั้งสภา สุขภาพตําบลขึ้นมา เพราะว่าตอนนี้เขามีข้ออธิบาย เรื่องนี้สําคัญก็คือว่า ทําอย่างไร ตอนนี้ถึงจะปลดล็อก (Lock) อสม. ออกจากนักการเมืองให้ได้ อันนี้คือข้อเสนอเลย นะครับ เพราะว่าตอนนี้นักการเมืองทั้งหลายใช้ อสม. เปึนฐานเสียงในแง่ของการที่จะ ทำงาน แต่ถึงที่สุดก็คือไปต่อรองในแง่ของเงื่อนไขการอุปถัมภ์กันทั้งหลายเพื่อที่จะแลกกับ คะแนนเสียง ประเด็นก็คือว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้เรื่องนี้เปึนอำนาจของประชาชน ท้องถิ่นในการที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย เรื่องนี้ก็เปึนข้อเสนออันหนึ่งนะครับ ที่ถูกเสนอมา ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับสภาสุขภาพตำบล ที่ตอนนี้เขากำลังขับเคลื่อนที่จะ เสนอพระราชบัญญัติในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึนประเด็นสำคัญในการที่เรา ได้รับฟังมานะครับ
ประเด็นเรื่องชาติพันธุ์ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับที่ท่านสมาชิกได้เสนอ มาเมื่อกี้นี้นะครับ เรื่องเกี่ยวกับชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของความ เปึ้นพลเมือง เรื่องนี้สำคัญครับ ยืดเยื้อมานานนะครับ และที่สำคัญก็คือว่าหลายครั้ง มีผลประโยชน์ มีเรื่องอะไรต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่สำคัญก็คือสิ่งที่เขาเรียกร้องก็คือว่า ๑. มีมาตรการในเรื่องนี้ให้ชัดเจน อันที่ ๒ ให้เขามีส่วนร่วมในแง่ของการที่จะดูว่า ประชาชน ในท้องถิ่นในชุมชนของเขาเองได้เข้ามาขนาดไหน เขามีส่วนในการที่จะทำให้ ประชาชนที่ไม่มีบัตรประชาชนทั้งหลายได้เข้ามาหรือถูกกำหนดโดยกระบวนการของ ชุมชนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเรียกร้องมานานว่า คำว่า ชาติพันธุ์ เรื่องว่าด้วย ชนพื้นเมือง หรือเรื่องอะไรทั้งหลายนี่นะครับ ในต่างประเทศว่าด้วย อนุสัญญาหลายฉบับพูดถึงเรื่องนี้ แต่ว่าในรัฐธรรมนูญเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เขียนไว้สักที่ ได้ไหมที่จะทําให้ เรื่องนี้ และจะทําให้เขามีสิทธิประโยชน์ทั้งหลายมากยิ่งขึ้นนะครับ
ประเด็นสุดท้าย เรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ที่ท่าน สสร. พูดเมื่อกี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ค่อนข้างสําคัญ คําว่า หน้าที่ สิทธิก็ดีนี่ เขาเสนอเรื่องเกี่ยวกับอำนาจชุมชนในการที่จะ ดูแลจัดการท้องถิ่นของเขาเองนะครับ เรื่องเกี่ยวกับแผนพัฒนาท้องถิ่น เรื่องเกี่ยวกับการ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึ้นส่วนหนึ่งที่รัฐธรรมนูญอาจจะต้อง ถูกเขียนไว้ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ กรอบที่ ๒ แล้วนะครับ เรามีรายชื่ออยู่เพียง ๒ รายชื่อนะครับ ขอรายชื่อแรกเลย ท่าน สสร. มนตรี เพชรขุ้ม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ คณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นภาคเหนือนะครับ สสร. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมเองได้รับฟัง ความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการภาคเหนือนะครับ ก็ภาคภูมิใจนะครับที่ท่าน ได้ทำหน้าที่เปึนอย่างดีนะครับ และต้องขอขอบคุณท่าน ดร. เจิมศักดิ์ด้วยนะครับ ที่ท่านได้นําข่าวสารต่าง ๆ เข้ามานําเสนอนะครับ แต่ผมยังข้องใจอยู่ ๒ เรื่องนะครับ ขอกราบเรียนคณะกรรมาธิการทางภาคเหนือด้วยนะครับ
เรื่องแรก กรณีท่านบอกว่าองค์กรอิสระที่ท่านรับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนมา ท่านต้องการให้องค์กรอิสระมาจากการเลือกตั้งของประชาชนนะครับ ผมถามว่าถ้าเมื่อมีการเลือกตั้งหรือการสรรหาจากประชาชนนี่ สมาชิกวุฒิสภามีไว้ทําไม เพราะสมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายนะครับ แล้วก็การแต่งตั้ง ถอดถอนองค์กรอิสระอยู่แล้วนะครับ
ประเด็นที่ ๒ นะครับที่ผมยังข้องใจอยู่อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็ต้อง กราบขออภัยด้วยนะครับ ในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการบอกว่าสมาชิก วุฒิสภาน่าจะมาจากการสรรหาหรือการแต่งตั้งจากองคมนตรีนะครับ ผมเองอยากจะ นำเรียนว่าองคมนตรีคงจะอยู่เหนือการเมืองนะครับ ฉะนั้นองคมนตรีคงจะไม่มาแต่งตั้ง หรือสรรหาสมาชิกวุฒิสภานะครับ เพราะปัจจุบันนี้องคมนตรี ณ วันนี้ก็มีปัญหาอยู่ บางท่านก็ถูกตั้งเวทีแล้วก็ถูกโจมตีอยู่ ก็น่าเห็นใจนะครับ นั่นคือส่วนหนึ่งขององคมนตรี ปัจจุบันบางท่านครับ ไม่ขอเอ่ยนามนะครับ แต่ผมเองในฐานะที่เปึ้นผู้รับฟังและประชาชน คนหนึ่ง ขอใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาล ณ ปัจจุบันนี้ไม่เข้มแข็ง พอนะครับที่ปล่อยให้คนบางกลุ่ม แม้แต่ คมช. ด้วยก็ไม่เข้มแข็งนะครับ ที่ปล่อย คนบางกลุ่มขึ้นมาโจมตี ตั้งเวทีด่าคนโน้น ด่าคนนี้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ท่านมีอํานาจ ท่านทําการยึดอํานาจ ทําการรัฐประหาร ในการปกครอง ในการบริหารประเทศของรัฐบาลที่แล้ว แต่มาในขณะนี้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองท่านไม่ได้แก้เลย และไม่ได้ใช้ความเข้มแข็งของความเปึ้นทหาร เข้ามาทำหน้าที่ โดยเฉพาะองคมนตรีบางท่านได้ถูกเวทีต่าง ๆ ที่ท้องสนามหลวงโจมตี อยู่ และก็ใส่ร้ายท่านอยู่นะครับ ในขณะเดียวกัน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เกิดความ รุนแรงขึ้นตลอดเวลา นั่นคือส่วนหนึ่งที่ผมพูดได้ว่ารัฐบาลนี้ไม่เข้มแข็งพอนะครับ และก็ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติก็ไม่ได้ทำหน้าที่ที่เข้มแข็งนะครับ แสดงความอ่อนแอ ในหลาย ๆ เรื่องให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น เปึ้นสิ่งที่ประชาชนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ เปึ้นเรื่องใหญ่ จริง ๆ แล้วประชาชนก็กำลังให้กำลังใจคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและ ให้กําลังใจรัฐบาลชุดนี้ตลอดนะครับ สําหรับความคิดและความคิดเห็นที่ผมได้รับทราบ มานะครับ ก็ขอฝากกับคณะกรรมาธิการฯ ภาคเหนือ ๒ เรื่องนะครับ และก็เรื่องหนึ่งที่ ผมได้กล่าวไว้แล้วก็คือเรื่องของประชาชนที่ฝากมานะครับ ก็ต้องกราบขอบคุณมาก นะครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไป ก็ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ สำหรับกรอบที่ ๒ ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาฯ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพครับ กระผม วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ สสร. หมายเลข ๐๕๙ ครับ กระผมคงมีประเด็น เดียวที่จะกราบเรียนเสริมในแนวคิดของทางภาคเหนือครับ ที่จริงแล้วผมนั้นเปึ้น สสร. อยู่ทางภาคใต้ ก็ได้ไปรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายจากพี่น้องประชาชนที่อำเภอเบตง เมื่อวันเสาร์นี้เอง เราก็ได้รับฟังจากพี่น้องได้ฝากมาหลายประเด็น ประเด็นเรื่องการศึกษา คงจะต้องสอดคล้องกับภาคเหนือนะครับ แต่ว่าพี่น้องประชาชน ในเบตงนั้นเขาบอกว่าควรจะให้มีการศึกษาภาคบังคับ ๑๒ ป้ แล้วก็ให้รัฐเปึ้นผู้ออก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยนะครับ ประการต่อไป เรื่องการศึกษานั้นก็คงสอดคล้อง แต่ว่า ไม่เหมือนกันตรงที่ว่าให้มีการเรียนรู้บูรณาการตลอดชีวิตและนํามาเปรียบเทียบวุฒิได้ ส่วนของท้องถิ่นที่เราได้รับฟังมาสด ๆ ร้อน ๆ เขาบอกว่า รัฐควรจะกระจายงบประมาณ ไปสู่ท้องถิ่น้อย่างน้อยป้ละ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เปึ้นรูปธรรมและมี ระยะเวลาที่แน่นอนเพื่อที่ว่าท้องถิ่นเขาจะได้ไปบริหารจัดการวางโครงการให้สอดคล้อง กับความเปึนจริงของสังคม นั่นประการหนึ่ง
ประการต่อไปที่กระผมคงจะต้องกราบขออนุญาตทางภาคอื่นนะครับว่า ความต้องการของพี่น้องประชาชนในภาคใต้ในขณะนี้ ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินเปึ้นเรื่องที่ใหญ่มากนะครับ พี่น้องประชาชนในภาคใต้ เมื่อวานซืนนี้ขอบคุณ มายังสภาร่างฯ ที่พวกเราโดยการนำของท่านประธานภาคใต้ คุณอุทิศ ชูช่วย และคณะ ของกระผมด้วยจากยะลา เราได้เดินทางไปรับฟังความคิดเห็น โดยเดินทางลัดเลาะไป ในต่างประเทศครับ อาทิตย์ที่แล้วนั้นเราไปทำงานต่างประเทศด้วย คือแปลว่าออกจาก ยะลาก็เดินทางเข้าสู่หาดใหญ่ จากหาดใหญ่เข้าสู่สะเดา แล้วก็เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย จากประเทศมาเลเซียก็เข้าสู่เบตง ใช้เวลาถึงประมาณเกือบ ๕ ชั่วโมง ถามว่าทําไมเปึน เช่นนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะว่าเดินทางตรงจากยะลาสู่เบตงเพียง ๒ ชั่วโมง ไม่ค่อยปลอดภัย มีความจํากัดในหลาย ๆ เรื่อง แต่เราต้องทําเพราะเปึนหน้าที่ เมื่อไป ถึงเบตงแล้วนี่พี่น้องประชาชนในเบตงนั้นแซ่ซ้องกราบขอบพระคุณมาถึงท่านประธาน ถึงคณะกรรมาธิการ สสร. ของประเทศนี้ว่าเราได้ให้ความสนใจ เรารับทราบถึงความ เดือดร้อน เขาบอกว่าตั้งแต่มีมานี่ไม่เคยมีคณะ สสร. คณะไหนเลยที่ไปถามความสุข ทุกข์ ความคิดเห็น พี่น้องประชาชนที่นั่นประมาณห้าร้อยกว่าคนก็ได้มีกำลังใจ รับปากว่า ถ้าเปึนไปได้ขอให้มีการไปรับฟังอีกครั้งหนึ่ง และเข้ามองไปถึงการลงประชามติแล้ว ล่ะครับ ว่าต่อไปนี้ถ้ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ดีที่เขามีส่วนร่วมนั้น ก็น่าจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเดือดร้อนที่พี่น้อง ประชาชนในส่วนนั้นกำลังรับอยู่อย่างแสนสาหัส ก็กราบเรียนว่าความมั่นคงในชีวิตและ ทรัพย์สินเปึนประเด็นหนึ่งที่พี่น้องเบตงได้ฝากมา อันนี้ก็กราบเรียนไปถึง คณะกรรมาธิการฯ ของภาคเหนือด้วยนะครับว่า ในส่วนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามร้อย ตะเข็บชายแดนทั้งหลายก็จะให้ความร่วมมือในการนำเสนอนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของ สว. ที่พูดถึงกันอยู่นั้น ก็มีออกเปึน ๓ ประเด็นเช่นเดียวกัน กระผมขออนุญาต กราบเรียนไปถึงกรอบนั้นแล้วนะครับว่า ในส่วนของเบตงนั้นพี่น้องประชาชนประมาณ เกือบ ๕๐๐ คนเขาบอกว่าเห็นด้วย ๓ ประการ แต่ยังไม่ลงตัว ประการที่ ๑ เขาบอกว่าให้ มาจากการสรรหา อีกกลุ่มบอกว่าให้มาจากการเลือกตั้ง อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่ามาทั้ง ๓ ประเภท แต่ก็ยังไม่มีข้อยุติ แต่สำหรับ สส. นั้นเขาบอกว่าควรจะไม่เกินจำนวนที่มีอยู่ แล้ว สำหรับ สส. ระบบบัญชีรายชื่อไม่ตอบรับเลย สุดท้าย เขาก็บอกว่าต้องการให้พี่น้อง ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบองค์กรเอกชนที่เข้ามามีบทบาทในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยในการตรวจสอบองค์กรอิสระ ซึ่งกระผมคงไม่ลง ในรายละเอียดว่าองค์กรอะไรบ้าง ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าในการไป รับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ก็ได้ให้ความอนุเคราะห์ เทศบาลตำบลเบตง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกเทศมนตรีนั้น ก็ให้ความสนับสนุนในเรื่องนี้เปึนอย่างดียิ่ง แล้วก็อันนี้ที่ผมขออนุญาตท่านที่เคารพ กราบเรียน เพราะว่าพวกเรานั้นเดินทางไปทำภารกิจตรงนี้แล้วก็ต้องเดินทางถึง ๕ ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วจะกราบเรียนมายังท่านที่เคารพทั้งหลายว่าบ้านเมืองภาคใต้ของเรา โดยเฉพาะท้องถิ่นที่กําลังมีปัญหานั้นทุกคนก็ยังรัก ที่อยากจะได้มีรัฐธรรมนูญที่มาจาก ทุกคนมีส่วนร่วมในการนำเสนอ แล้วก็คิดกันต่อไปว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ท่านที่เคารพทุกท่านมีส่วนร่วมนั้นทั้งที่นี่ด้วยนั้น น่าจะเปึนปัจจัยหลักในการแก้ไขปัญหาของความไม่สงบเรียบร้อยของภาคใต้ด้วย ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ต้องขอยืมเวลาของภาคเหนือที่รายงานภาคใต้คงไม่ว่ากันนะครับ อยากเรียนที่ประชุมว่าขณะนี้มีคณะบุคคลที่ขอมาฟังการประชุมของเราคือ คณะนักศึกษาปริญญาโทจากนิด้า (NIDA – National Institute of Develpoment Administration) ขอต้อนรับนะครับ เปึ้นอันว่าหมดกรอบที่ ๒ ทางคณะกรรมาธิการ จะชี้แจงไหม เชิญครับ
ต้องกราบขอบพระคุณ ที่กรุณาตั้งข้อสังเกตนะครับ สำหรับความคิดเห็นประชาชนของแต่ละภาคนั้นคงยังไม่ใช่ ข้อยุตินะครับ แต่ละกรอบนั้นก็มีข้อเสนอไปหลากหลายต่าง ๆ นะครับ ซึ่งที่กรรมาธิการ นําเสนอนั้นมักจะนําเสนอส่วนที่แปลกออกไปจากที่เคยปฏิบัติอยู่ เพราะฉะนั้นก็คงจะเช็ก (Check) กับภาคใต้ที่ชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อกี้นะครับว่าเราคงจะรับฟังเพิ่มเติมในโอกาส เมื่อมีการร่างเสร็จแล้วต่อไปครับ ในชั้นนี้คงชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
กรอบที่ ๓ ด้วยหรือเปล่าครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ อยากจะขออนุญาตสรุปตอนท้าย นิดเดียวนะครับ ในรายงานหน้า ๘ ข้อที่ ๒๗ นะครับ ของท่านกรรมาธิการภาคเหนือ นะครับ หน้า ๘ ข้อที่ ๒๗ ท่านพูดถึงสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่า เปึ้นเรื่องใหญ่มากนะครับ อยากจะให้ท่านเพิ่มเติมเข้าไปว่าไม่ใช่เฉพาะการเข้าถึง ทรัพยากรเท่านั้น แต่น่าจะเปึนสิทธิในการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมบริหารจัดการ ทรัพยากรของภาคเหนือ สิทธิในการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากร ของประชาชนต้องได้รับการบรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ อันนี้สำคัญมากเลย นะครับ แล้วก็ในข้อที่ว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งสภาประชาชนของภาคเหนือ ผมคิดว่าอันนี้ เปึ้นสิ่งที่ดีมากนะครับ ท่านมีข้อเสนอแนะไว้ที่บอกว่าให้มีการจัดตั้งสภาประชาชน ขึ้นมาในทุกระดับ ทั้งในระดับตำบล อำเภอ แล้วก็จังหวัด อยู่ในข้อ ๒๖ นะครับ ข้อ ๒๖ ที่ติดกับข้อ ๒๗ นะครับ ให้มีสภาประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับชุมชน ตำบล จังหวัด และชาติ ประเด็นนี้จะมีส่วนช่วยพี่น้องประชาชนในภาคเหนือ และผมคิดว่าทุก ๆ ภาค ก็น่าจะมีสภาประชาชนตัวนี้ขึ้นมา โดยให้รัฐบาลจัดตั้งขึ้นมาแล้วก็มีงบประมาณให้ ซึ่งกระผมได้รับทราบว่าท่านรัฐมนตรีธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรีกำลังจะจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมาในขอบเขตทั่วประเทศ แล้วก็ จะมีกองทุนให้ด้วย ซึ่งตรงนี้กระผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก และจะเปึ้นประเด็นใหม่ประเด็นหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือให้มีสภาประชาชน ในทุกระดับตั้งแต่ระดับชุมชน ตำบล จังหวัด และระดับชาตินะครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ กรอบที่ ๓ ขึ้นรายชื่อมาแล้วนะครับ มีอยู่ ๒ ท่านขณะนี้ ขอเรียนเชิญ ท่านเสรี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างฯ ที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นกรอบที่ ท่านกรรมาธิการภาคเหนือได้พูดเมื่อสักครู่นั้น กระผมขอมีความสนใจเกี่ยวกับกรอบที่ ๓ เกี่ยวกับบทบาทของ กกต. ในการจัดเลือกตั้ง ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ควรให้กำหนดอย่างไรบ้างในความชัดเจนในจุดนี้ ส่วนหนึ่ง ผมอยากจะเสริมว่า องค์กรหนึ่งที่ท่านควรจะไม่มองข้ามนั้นก็คือว่าองค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าองค์กรนี้ หน่วยงานนี้ได้ทำหน้าที่ในจุดนี้เปึ้น ประวัติศาสตร์มานานแล้ว ดังนั้นการที่เอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาเปึนการตรวจสอบร่วมกับ กกต. นั้นน่าจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการเลือกตั้ง เพื่อให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ในประเด็นนี้ ซึ่งผมมีความเชื่อและมั่นใจว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นั้น้อย่างน้อยก็ได้รู้ ปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ได้รู้เกี่ยวกับระบบการที่จะบริหารจัดการอย่างไรบ้าง และน่าจะรู้ เกี่ยวกับการที่จะมีการทุจริตในด้านการเลือกตั้งประการใด ก็น่าจะเสริมใน กกต. ได้ ในประเด็นนี้ครับ ทีนี้ในประเด็นที่อยากจะถามสักนิดว่า เกี่ยวกับที่กรรมาธิการภาคเหนือ ได้นําเสนอว่า ในฐานะผมเปึนกํานั้นในวันนี้อยากจะพูดว่า ที่เสนอว่าฝ์ายท้องที่ ซึ่งหมายถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับฝ์ายท้องถิ่นหมายถึงเทศบาล อบต. อบจ. อยากให้ ขยายความให้ความชัดเจนว่า ในส่วนนี้อาจแสดงความคิดเห็นว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อยู่ในส่วนไหน เกี่ยวกับการบริหารที่ท่านกรรมาธิการภาคเหนือได้นำเสนอนั้นจะอยู่ใน ส่วนท้องที่ ท้องถิ่นประการใด แล้วก็ลักษณะความชัดเจนให้ขยายความสักนิด ดังที่ ท่านไพโรจน์ได้นำเสนอเมื่อสักครู่นั้น ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพรรคพวกว่าให้ถามความ ชัดเจนว่าควรจะแทรกในส่วนลำดับใดบ้าง ควรจะขยายความประการใดบ้างในประเด็นนี้ ครับ ทีนี้ก็จะมาข้ามในกรอบที่ ๓ ต่อไปคือว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับประชาชนในการ แก้ไขปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรมในทางการเมืองนั้นควรกระทำกันอย่างไรบ้าง ในส่วน นี้ครับ ใน ปปช. ในระดับพื้นที่นั้น ผมเห็นว่าในประเด็นร้อนครับ เวลาเราไปออกพื้นที่ ในตำบลก็ดี ในอำเภอก็ดี ดังที่ภาคใต้เราก็ได้กระทำไว้ ทางภาคเหนือก็เช่นกัน ระบบ คุณธรรมและจริยธรรมนั้นเปึ้นเรื่องที่สำคัญ ในเส้นทางการเมืองที่จะมาบริหารประเทศ ในขณะนี้ ผมเองนั้นอยากจะสนับสนุน แล้วก็อยากจะเสริมว่า ควรจะให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการจะดูแลในจุดนี้มาก ในการที่จะตรวจสอบอํานาจรัฐก็ดี หรือว่าการกระทํา ของการบริหารของบ้านเมืองก็ดี ผมเปึนห่วงครับท่านประธานที่เคารพ เปึนห่วงว่า ถ้าเกิดมีการตรวจสอบแล้วโดยอํานาจรัฐ โดยที่ตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐมาตรวจสอบกันเองนั้น คงจะไม่สมบูรณ์ในประการนี้ ความเปึ้นธรรมต่าง ๆ ก็คงจะไม่บังเกิดขึ้น ดังนั้นน่าจะใช้ ส่วนภาคของเอกชนให้มีส่วนร่วมมากที่สุดในการตรวจสอบ ศีลธรรม คุณธรรม และการใช้ อํานาจรัฐ น่าจะเอาผู้นําระดับภาคของธรรมชาติ อาจจะเปึ้นผู้นําท้องที่ ผู้นําธรรมชาติ ผู้นำที่ให้ความเคารพนับถือให้มีการตรวจสอบในประเด็นนี้ด้วย เพื่อจะเปึ้นการตรวจสอบ อำนาจซึ่งกันและกันในการใช้อำนาจรัฐ เพื่อจะทำให้เกิดเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ในด้านการเมืองหรือว่าผู้นําของประเทศในลําดับต่อไป เพราะเปึนประเด็นที่สําคัญที่เกิด เหตุการณ์ขึ้นทุกวันนี้ก็เนื่องจากว่าท่านขาดคุณธรรมและจริยธรรมในจุดนี้ ก็มีทุกส่วนของ ภาค เวลาไปทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ก็จะมีการนำเสนอในจุดนี้เปึ้นจำนวนมากครับ ผมเองก็นำเสนอให้ท่านกรรมาธิการภาคเหนือเท่านี้ แล้วก็อยากจะให้ตอบที่ผม ได้สอบถามด้วยเมื่อสักครู่นั้น ขอขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวอย่าเพิ่งตอบ ขออีกรายหนึ่งครับ ท่านวิทยา คชเขื่อน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ภาคเหนือ ท่านสมาชิก สสร. ผู้มีเกียรติที่เคารพครับ จริง ๆ มันอาจจะข้ามประเด็นมา สลับเรื่องของชาติพันธุ์ ซึ่งท่านภาคเหนือเรียกว่า ชาติพันธุ์ แต่ผมขออนุญาตที่จะ รวมไปถึงภาคอื่น ๆ นะครับ เพราะว่ามีปัญหา โดยข้อเท็จจริงแล้วผมขออนุญาตเรียกว่า ชนกลุ่มน้อย นะครับ จากภาคเหนือซึ่งเปึนชาวเขา ชาวพม่า ภาคอีสานซึ่งเปึนชาวลาว ชาวเวียดนาม แล้วก็อีสานตอนใต้ก็เปึ้นเขมรนะครับ ซึ่งชนชาติ เหล่านี้มาทำงานในเมืองไทย มีภรรยา มีสามีอยู่ในประเทศไทยมานานจนมีลูก มีเต้า มีถิ่นฐานที่มั่นคง แต่ว่าไม่ได้รับสัญชาตินะครับ อันนี้ก็เปึ้นปัญหาว่าถ้าหากได้รับสัญชาติ ในส่วนนั้น ในส่วนนี้ก็อาจจะรวมถึงภาคใต้ด้วยนะครับ แต่มาภาคใต้ในส่วนที่เกิดปัญหา ผมก็นําเรียนที่ประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็มีบางท่านโทรศัพท์มาต่อว่าว่านั่นคือส่วนน้อย แล้วก็ขออนุญาตนะครับว่าเปึ้นส่วนน้อย โดยข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ก็คือชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ไม่ได้รับสัญชาติ เมื่อเข้ามาอยู่ก็ได้สร้างบ้านสร้างเมืองทําให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ส่วนนี้ก็ควรจะระบุในรัฐธรรมนูญว่าชนส่วนน้อยเหล่านี้ที่อยู่ขอบนอกของประเทศควรจะ ได้รับสิทธิ ควรจะมีสัญชาติที่จะมาช่วยพัฒนาบ้านเมืองให้เขาอยู่อย่างมั่นคง มั่นใจครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นด้วยว่าท่านกำนันเสรีที่เสนอว่า อยากให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปช่วยเหลือและมีส่วนในคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วมหาดไทยจะทำการเลือกตั้ง แต่สมัยก่อนนะครับ สมัยก่อนจัดการ เลือกตั้งมาตลอด จะมีประสบการณ์ จะรู้คนในพื้นที่ จะรู้นักการเมือง จะรู้พี่น้องประชาชน และเข้าใจได้ดีระบบของการเลือกตั้ง แต่ว่ามาระยะหลังเมื่อมาเปึน กกต. ก็ดีเหมือนกัน ครับ แต่ว่าถ้าหากว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาอยู่ในส่วนนั้นด้วยก็จะทำให้การเลือกตั้ง เปึ้นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ง่าย แล้วก็สะดวกกับทุกฝ์าย นี่คือประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของป์า ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับทางภาคเหนืออยู่ตอนนี้คือ เรื่องของไฟ เรื่องของพิษ เรื่องของยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ซึ่งเปึ้นปัญหา ก็เห็นด้วยว่าถ้าท่าน สามารถจัดการในระบบให้มาอยู่ในระบบของธรรมชาติ ระบบของสารอินทรีย์ มันก็จะเปึน ระบบธรรมชาติที่ดี และการเผาป์า ถ้าหากว่ามีระบบการจัดการกับการกำจัดขยะ มีระบบ จัดการกับเรื่องของไฟป์าได้นะครับมันก็จะเปึนการดี ผมคงจะขออนุญาตเพียง ๓ เรื่อง ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ถึงกรรมาธิการแล้วนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุ่งศิลปี กรรมาธิการภาคเหนือครับ ก็ขออนุญาตตอบท่าน สสร. เสรี นะครับ ส่วนท่านวิทยานั้นเดี๋ยวให้ทางกรรมาธิการที่รับผิดชอบดูแลนะครับ ผมคิดว่าท่าน คงจะเปึนห่วงเรื่ององค์กรของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ณ วันนี้ เพราะว่าจากที่ผมไปรับฟังมา ในกลุ่มของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน เมื่อวันศุกร์ที่จังหวัดลำพูน ช่วงบ่าย ประมาณ ๘๐๐ คน ผมได้รับข้อเสนอชุดใหญ่นะครับ เรื่องของการเรียกร้องสิทธิ อันชอบธรรมขององค์กรสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ในเรื่องของการมีส่วนร่วม ในสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด แนวคิดมีอย่างนี้ครับ บอกว่าระดับกำนันก็มาจาก ตำบลเหมือนกัน มีศักดิ์และสิทธิเช่นเดียวกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนะครับ ระดับหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็มีศักดิ์ มีสิทธิเทียบเท่ากับสมาชิก องค์การบริหารส่วนตำบลเหมือนกัน ลักษณะอย่างนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเปรียบเสมือน เทียนที่จุดไฟและให้ความสว่าง แต่ขณะเดียวกันก็เผ่าตัวเองด้วย แต่ว่าตอนนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่มีงบประมาณสนับสนุนอย่างชัดเจน นอกจากเงินเดือนและค่าตอบแทน แล้วนะครับ จึงมีข้อเรียกร้องว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านควรจะต้องมีบทบาทในองค์การบริหารส่วนจังหวัด เช่นเดียวกับการบริหารขององค์กรนั้น โดยเสนอว่าควรจะต้องทำสำนักงานที่ทำการกำนัน ตำบลอยู่ในห้องทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลด้วย ทั้งนี้ในเมื่อไม่มีงบประมาณให้ ก็ต้องไปอยู่ในองค์กรนั้น ส่วนผู้ใหญ่บ้านบอกว่าอย่างน้อยที่สุดก็ให้มีบทบาทในการ ลงคะแนนในการเลือกในระดับขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ ศอบต. ประเด็นเรื่อง กรอบงบประมาณ ประเด็นเรื่องสิทธิครอบครอง ประเด็นเรื่องของสวัสดิภาพ สวัสดิการ ขององค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นเปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะว่าเรามีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่สมัย ร. ๕ ประเทศอังกฤษเราไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนั้นสังคมควรจะต้องหันมา มองว่า ณ วันนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านควรจะอยู่กี่ป้ มีการโยนหินถามทางหลายครั้งว่าระดับ ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นควรจะอยู่ถึง ๑๐ ป้ หรือถึงอายุ ๖๐ ป้ แต่กระผมว่าอยู่กี่ป้ ไม่สำคัญ ถ้าเปึ้นคนดีจริง มีจริยธรรมจริง ชาวบ้านรักนะครับ แต่ถ้าถามว่าถ้าอยู่ถึง ๖๐ ป้ อยู่ได้ แต่ในขณะเดียวกันต้องถอดถอนง่าย นี่คือสิ่งที่ทางองค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเสนอ ว่าถ้าอยู่ยาวจะต้องถอดถอนได้และง่าย ถ้าอยู่ให้ครบวาระ ผมก็บอกว่าถ้าดีจริงชาวบ้าน เอาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง เพราะท่านทํางานในระดับนี้เปึนองค์กรที่เสียสละ ผมถึง ยกตัวอย่างว่าท่านเปึ้นเทียน ในขณะที่ท่านให้แสงสว่างท่านก็ต้องเผาตัวเองด้วย แปลว่า ไม่มีงบประมาณ ก็อยากจะให้เรื่องนี้บรรจุเข้าในรัฐธรรมนูญด้วย แล้วผมก็รับข้อเสนอมา แล้วก็กะว่าจะพูดวันนี้ พอดีท่านวิทยาได้เอ่ยเสียก่อน ผมก็เลยนําเสนอประเด็นเสริม นะครับ ผมนำประเด็นเสนอของผู้ใหญ่บ้านไว้กรอบตรงนี้ก่อน ส่วนเรื่องที่ท่านวิทยา ได้ถามเรื่องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมตอบแล้วนะครับ เรื่อง กกต. เรื่องของชาติพันธุ์ แล้วก็เรื่องของการจัดการทรัพยากรป์า ก็เดี๋ยวจะให้กรรมาธิการผู้รับผิดชอบตอบท่าน ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านผู้ใดจะตอบครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน จริง ๆ แล้ว เรื่องเกี่ยวกับชาติพันธุ์นี่ ประเด็นก็คือว่าเขาเองเขาถือว่าไม่ใช่ว่าอพยพม่า บางทีเขาก็อยู่ ในประเทศไทย แต่ว่าตกสํารวจนะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วประเทศไทยประกอบไปด้วย คนหลายชาติพันธุ์ ฉะนั้นคนกรุงเทพก็เปึนชาติพันธุ์หนึ่ง คนที่สุพรรณก็เปึนชาติพันธุ์หนึ่ง ถ้าดูแล้วประกอบไปด้วยหลายชาติพันธุ์ ถ้ามองวิธีคิดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเข้าเปึ้น คนกลุ่มน้อย เพราะว่าเราประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ ดังนั้นการเขียนเรื่องนี้ไว้ ในรัฐธรรมนูญนี่น่าจะเปึ้นเรื่องสําคัญ ส่วนเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขามีข้อเสนออย่างนี้ เสริมเมื่อกี้ก็คือว่าตอนนี้เกิดความขัดแย้งมากระหว่าง ท้องที่กับท้องถิ่น เพราะว่าบางทีก็ขัดกันเอง เขาก็เสนอเหมือนกับว่าบางเวทีที่เราไป บอกว่า ถ้าจะยุบก็ยุบให้ชัดเจนไปเสียว่าไม่มี หรือถ้าจะมีก็ให้มีบทบาทในการที่จะเข้าไป ร่วมกัน อันนี้เหมือนกับแบบน้อยใจเล็ก ๆ ประเด็นก็คือว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้ ๒ องค์กร นี้ทำงานร่วมกัน ขอบคุณครับท่านประธาน
เดี๋ยว มีเรื่องจะเรียนให้ทราบ เวลา ๑๗.๐๐ น. ทีวี (TV - Television) ช่อง ๑๑ จะงดถ่ายทอด การประชุม เพราะจะต้องไปถ่ายทอดสดพิธีการทำบุญให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่วัดพระแก้ว เรียนมาเพื่อทราบนะครับ เปึนอันว่าทางกรรมาธิการได้ชี้แจงหมดเรียบร้อย แล้ว จะกล่าวสรุปอีกครั้งหรือเปล่าครับ ยังจะชี้แจงอีกหรือครับ เชิญคุณชาติชายครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน แล้วก็ท่านคณะกรรมาธิการ ผม ชาติชาย แสงสุข สสร. แล้วก็คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของภาคเหนือ ผมอยากจะกล่าวสรุปเพียงแค่ ๒ ประเด็น
ในประเด็นแรกจากที่ท่านสมาชิก ท่านวิทยาที่ได้กล่าวมาว่า ในการ มีส่วนร่วมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการที่จะไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องของการตรวจสอบ แล้วก็สังเกตการณ์การเลือกตั้งของผู้นําท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า สส. หรือสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แล้วอันนี้ก็มาหลากหลายความคิดเห็น พอสรุปได้คร่าว ๆ ว่าจริง ๆ แล้วตรงนี้ มีการแสดงความคิดเห็นอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ที่ผมได้ไปลงในชุมชนในระดับท้องถิ่นของภาคเหนือในบางจุดบางส่วนนะครับ เขาก็วิตก กังวลว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางคนบางท่านไม่หลุดขาดจากการเปึนสมาชิกพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ยังเปึนประเด็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นต่อไป ยังไม่เปึ้นที่ข้อสรุป อันนี้ก็เรียนให้ทราบในประเด็นแรกนะครับ
ส่วนประเด็นที่ ๒ ไม่ทราบว่าจะเข้ากรอบหรือเปล่า แต่อันนี้ก็เปึนประเด็น ที่จะรายงานให้กับท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านได้ทราบว่า เกี่ยวกับเรื่องของท่านสมาชิก บางท่านที่ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับเรื่องของการศึกษา เพราะฉะนั้นการศึกษาก็ได้ไป รับฟังความคิดเห็นอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเปึนพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนที่ให้ความคิดเห็นมา และโดยเฉพาะตัวกลไกสำคัญเลยก็คือนักศึกษา และในส่วนตัวผมเองผมก็เปึนผู้นำ นักศึกษาอยู่นะครับ อันนี้ก็มามากมายหลายประเด็นเลย ก็ยังเปึนประเด็นที่ไม่สามารถ ที่จะหาข้อตกลงได้ อันนี้ก็อยากจะรายงานให้กับที่ประชุมได้ทราบว่าตอนนี้กำลังรับฟัง ความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาทั้งประเทศ ซึ่งเปึนสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ แล้วก็เปึนสิ่งที่ สำคัญ เพราะว่านิสิต นักศึกษาที่กำลังจะเปึนเยาวชนและก็อนาคตที่สำคัญของชาติ บ้านเมืองต่อไปนี้จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย อย่างที่เปึนที่ทราบโดยทั่ว ๆ กันแล้วนะครับว่า จะมีคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ตามองค์กรตามรัฐธรรมนูญนี่ ๑๒ องค์กร รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาด้วยที่ทำหน้าที่ อยู่ตรงนี้แล้ว ทางภาคเหนือเองก็ทําอยู่เหมือนกันที่จะไปรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา เพื่อที่จะได้มาซึ่งความหลากหลายของความคิดเห็นของนักศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ด้วย ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานะครับ อันนี้ก็รายงานไว้กับที่ประชุมได้ทราบว่า ถ้าเกิด ท่านสมาชิกท่านใด ท่านคณะกรรมาธิการหรือท่านผู้ทรงเกียรติท่านใดที่จะเสนอ ความคิดเห็นที่จะได้มาซึ่งความหลากหลาย หรือวิธีการที่จะไปรับฟังความคิดเห็น ของนักศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในประเด็นของนักศึกษาก็สามารถเสนอมาได้ แต่จะสังเกต ว่ามีท่านคณาจารย์หลายท่านที่ท่านมาเปึน สสร. นะครับ ก็สามารถเสนอมาได้ อันนี้ก็อยากจะรายงานความคืบหน้าในส่วนของนิสิต นักศึกษา แล้วก็ความคืบหน้า ในการที่จะไปรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาต่อไป แล้วก็ข้อเสนอแนะที่ท่านใดจะ แสดงความคิดเห็นออกมา ผมขอกราบเรียนให้ทราบนะครับว่าสามารถแสดงความคิดเห็น ออกมาได้ แล้วก็จะนำไปพัฒนา สิ่งไหนไม่ได้ก็ต้องขอกราบอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย แล้วก็ ไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ผมก็อยากจะเรียนให้กับที่ประชุมได้ทราบ เพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ คุณชาติชายครับ ก็เปึ้นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานความคืบหน้า ในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนภาคเหนือเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทั้งคณะ นะครับ
ต่อไปก็ ๓.๒ นะครับ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงาน ของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ครับ ก็ขอเรียนเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงรายงานเลยครับ เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ท่านสมาชิก กระผม พลตํารวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนี้ละบุตร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามที่ ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการ มีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ คณะกรรมาธิการได้มีการเรียกประชุม คณะกรรมาธิการมีมติเลือกตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมาธิการดังนี้ ตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ท่านศิวะ แสงมณี ท่านการุณ ใสงาม ตำแหน่งประธานคือกระผม รองประธาน คนที่หนึ่ง ท่านสุนทร จันทร์รังสี รองประธาน คนที่สอง ท่านชำนาญ ภูวิลัย รองประธาน คนที่สาม ท่านวิทยา คชเขื่อน เลขานุการ ท่านรัฐ ชูกลิ่น ผู้ช่วยเลขานุการ ท่านอรรครัตน์ รัตนจันทร์ โฆษก ท่านศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล คณะกรรมาธิการได้นัดประชุมกรรมาธิการทุกวันอังคาร เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ที่ตึก ๒ ห้อง ๒๒๐ เพื่อได้มีการติดต่อประสานงานกับ คณะกรรมาธิการอื่น ๆ ได้ครับ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่รับผิดชอบนั้นมีทั้งหมด ๑๙ จังหวัด เรามี สสร. ๑๓ ท่าน ที่ประชุมได้มีมติแบ่งเปึนกลุ่ม ๆ ทั้งหมด ๔ กลุ่ม รับผิดชอบควบคุมทุกพื้นที่ ๑๙ จังหวัด โดยแบ่่งกลุ่มจังหวัดดังนี้คือ กลุ่มที่ ๑ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนครพนม จังหวัด สกลนคร อยู่ในความรับผิดชอบของท่านชำนาญ ท่านรัฐ ท่านหลักชัย และท่านศักดิ์ชัย ครับ กลุ่มที่ ๒ มีจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ กระผม ท่านวิทยา ท่านธีรวัฒน์ รวม ๓ ท่านรับผิดชอบครับ กลุ่มที่ ๓ ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ ท่านสุนทร ท่านปริญญา ท่านการุณ ๓ ท่านเปึ้นผู้รับผิดชอบ กลุ่มที่ ๔ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด อำนาจเจริญ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธร และจังหวัดมุกดาหารนั้น มอบให้ท่านศิวะ ท่านอรรครัตน์ และท่านกนกครับ หลังจากที่เราแบ่งความรับผิดชอบไปแล้ว คณะกรรมาธิการก็ไปคัดสรรเลือกกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัดทั้ง ๑๙ จังหวัด โดยแต่ละจังหวัดไม่เกิน ๒๑ ท่าน โดยกําหนดคุณวุฒิ คุณสมบัติ จากที่ทางสภาร่าง กำหนดไว้ เมื่อเราได้กรรมาธิการวิสามัญครบแล้ว เราก็เรียนเชิญกรรมาธิการวิสามัญ ทั้ง ๑๙ จังหวัดมาประชุมที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเตรียมความพร้อม ได้มีคณะวิทยากรของ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้กรุณามาเปึนวิทยากรในการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้ง ๑๙ จังหวัด และได้มีการประชุมเกี่ยวกับ เรื่องผู้นําอภิปรายบนเวทีกับผู้จดบันทึกการประชุมถึง ๒ ครั้ง เราได้ไปเก็บข้อมูลรับฟัง ความคิดเห็นรวมทั้งหมด ๑๘๖ เวที จำนวนคนที่รับฟังครั้งนี้ ๒๔,๐๐๐ คน นอกจากนั้น เราได้ประเด็นต่าง ๆ ที่ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นรวบรวมส่งสภาครับ โดยแต่ละกรอบนะครับ กรอบที่ ๑ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพนั้น ผมให้ท่านรัฐ ชูกลิ่น เปึ้นผู้ชี้แจง กรอบที่ ๒ เกี่ยวกับสถาบันการเมือง ผมให้ท่านกนก เปึ้นผู้ชี้แจง กรอบที่ ๓ องค์กรตรวจสอบอิสระและศาลนั้น ผมให้ท่านธีรวัฒน์ เปึ้นผู้ชี้แจง ขอเรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และคณะกรรมาธิการ ผม รัฐ ชูกลิ่น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมขออนุญาตพูดในเรื่องกรอบที่ ๑ สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการ กระจายอำนาจที่ได้ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคอีสานมาครับ
ในตอนที่ ๑ สิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วม ข้อ ๑ ควรตรากฎหมายให้ ประชาชนมีหลักประกันในเรื่องสิทธิและเสรีภาพมากขึ้น โดยมีประชาชนเห็นด้วย ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกเวทีนะครับ ไม่มีเวทีไหนเลยที่ไม่เห็นด้วยครับ นอกนั้นที่ ประชาชนเห็นมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ เข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ควรกำหนดหน้าที่ของประชาชน ให้ชัดเจน ประชาชนทุกคนควรมีสิทธิเรียนฟรีไม่น้อยกว่า ๑๒ ป้ โดยรัฐบาลเปึนผู้ออก ค่าใช้จ่าย วิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งเปึนการแสดงถึงเอกลักษณ์ประจำชาติไทยว่าเราเปึน สถาบันซึ่งเปึ้นเอกราชมาตลอด วิชาหน้าที่พลเมืองซึ่งจะสอนประชาชนเกี่ยวกับกฎหมาย และรัฐธรรมนูญของไทย วิชาศีลธรรมซึ่งจะสอนให้ประชาชนของประเทศไทยเราเปึ้น คนดี ควรจะบรรจุไว้อย่างชัดเจน ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนควรได้รับเงินสงเคราะห์ คนพิการควรจะได้รับสวัสดิการ คนพิการควรมีสิทธิตรวจสอบในสาธารณูปโภค สาธารณูปการซึ่งจัดสร้างเพื่อคนพิการ เพื่อให้สาธารณูปโภค สาธารณูปการเหล่านั้น ได้ถูกใช้อย่างถูกต้องและใช้ได้ ข้อสุดท้ายในกรอบ ๑ ก็คือ ควรห้ามทหารทําการปฏิวัติ ข้อที่ ๒ ควรเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น โดยประชาชนเห็นด้วย ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วอีก ๖๐ กว่า เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ออกความเห็นตรงนี้ ข้อที่ ๓ ควรมีการบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในด้านต่าง ๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน โดยมีประชาชนเห็นด้วยกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเวทีไหนเลยที่ไม่เห็นด้วยครับ ข้อ ๔ ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือเสนอร่างรัฐธรรมนูญควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการถอดถอน และดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม โดยมีประชาชนเห็นด้วย ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเวทีไหนเลยที่ไม่เห็นด้วย ข้อ ๕ ควรวางระบบปัองกันการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยประชาชนเห็นด้วย ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๗ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ได้ระบุ ความประสงค์ ข้อที่ ๖ ควรให้มีกองทุนสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง โดยประชาชน เห็นด้วยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเวทีไหนเลยไม่เห็นด้วยครับ โดยมีความเห็นอื่น ๆ เช่น การร่วมกลุ่มของภาคประชาชนควรได้รับการรับรองโดยกฎหมาย ควรมีการให้เงินกองทุน เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคประชาชน ควรให้มีการจัดตั้ง สภาเกษตรกรในทุกจังหวัด
ในตอนที่ ๒ ครับ การกระจายอำนาจ ๑. ควรกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น โดยมีระบบตรวจสอบและการจัดการที่มีประสิทธิภาพและ เปึ้นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีประชาชนเห็นด้วยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๗ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๑๓ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ระบุความประสงค์ โดยมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ เช่น ควรแก้กฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีทิศทางเดียวกันและง่ายต่อการตรวจสอบ ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ โดยมีการรายงานผลการทำงานเปึน รายเดือน ควรมีกระบวนการตรวจสอบที่เปึ้นบรรทัดฐานเดียวกัน แล้วข้อสุดท้ายนี้ไม่ได้ บรรจุอยู่ในนี้นะครับ เพิ่งได้มาอาทิตย์ที่แล้วก็คือ การถอดถอนหรือการตรวจสอบนั้น ควรจะเปึนมติหนึ่งในสองของผู้มาใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนั้น ๆ ไม่ใช่หนึ่งในสองของ ผู้มีสิทธิ ๒. ควรเพิ่มบทบาทให้กับชุมชนในการพัฒนาชุมชน และการมีส่วนร่วมในการ ปกปัองคุ้มครองและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยประชาชนเห็นด้วย ๖๗ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๓ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ระบุความประสงค์ไว้นะครับ ๓. ควรลดอำนาจ รัฐบาล เพิ่มอํานาจให้ประชาชนมากขึ้น โดยประชาชนเห็นด้วย ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเวที ไหนไม่เห็นด้วยเลยครับ ข้อเสนออื่น ๆ เช่น ควรให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ก่อนลงมติว่าไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ๔. ควรกระจายอำนาจให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตามความพร้อมของพื้นที่ โดยมีประชาชนเห็นด้วยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเวทีไหนไม่เห็นด้วยนะครับ ที่เหลือก็ไม่ออกความประสงค์ครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กนก โตสุรัตน์ ในฐานะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขออนุญาตที่ประชุมแห่งนี้ รายงานเรื่องสถาบันการเมืองที่ได้รับฟังมาจากเวทีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระผม ขออนุญาตที่จะเสนอใน ๔ กรอบหลัก ๆ นะครับ กรอบแรกว่าด้วย สส. กรอบที่ ๒ ว่าด้วย สว. กรอบที่ ๓ ว่าด้วยการบริหารงาน กรอบที่ ๔ ว่าด้วยจริยธรรมนะครับ
สำหรับกรอบ สส. นั้นในเรื่องจำนวน สส. สิ่งที่ได้รับฟังมาส่วนใหญ่ เห็นควรให้ลดจำนวน สส. ลง โดยให้เหตุผลว่าสิ้นเปลืองงบประมาณ สำหรับ สส. ระบบ บัญชีรายชื่อ ส่วนใหญ่ให้ยกเลิก สส. ระบบบัญชีรายชื่อ โดยมีเหตุผลว่าเปึ้นระบบนายทุน ของพรรค สร้างอำนาจให้กับพรรคการเมือง สร้างความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน ไม่มี ความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ สำหรับการศึกษาของ สส. มีความเห็นก้ำกึ่งกันระหว่าง ผู้ที่เห็นว่า สส. ควรจบปริญญาตรีกับที่ไม่ควรระบุว่าจบปริญญาตรี สำหรับกลุ่มที่เห็นว่า ควรจบปริญญาตรีให้เหตุผลว่า เมื่อจบปริญญาตรีแล้วน่าจะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจที่ ถูกต้องมากกว่า ส่วนพวกที่เห็นว่าไม่จบปริญญาตรีนั้นให้เหตุผลว่าผู้มีประสบการณ์เปึ้น ปราชญ์ ชาวบ้านก็ไม่จบปริญญาตรี ควรมองที่ประสบการณ์ ไม่ควรจำกัดสิทธิประชาชน และให้ภาษิตมาว่า คนเรียนเก่งเปึนโจรก็มี คนเรียนดีขี้โกงก็มาก แต่ถ้าเปึน สส. ระบบ บัญชีรายชื่อ ถ้าคงอยู่อย่างน้อยต้องจบปริญญาตรี การสังกัดพรรคของ สส. ส่วนใหญ่ เห็นควรให้ สส. สังกัดพรรค เพื่อจะได้มีทิศทางในการทำงานเปึ้นเอกภาพ มีความชัดเจน ในนโยบายของพรรค ปัองกันการขายตัวของ สส. อิสระ สำหรับระยะเวลาของการสังกัด พรรคนั้น ส่วนใหญ่เห็นควรให้สังกัดพรรคไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน มีส่วนน้อยที่เห็นว่า ควรสังกัดสัก ๑ ป้ แล้วก็ควรจะเข้าโรงเรียนสถาบันอบรมการเปึ้น สส. สว. นะครับ ในเรื่อง ความเปึนอิสระของ สส. ในการปฏิบัติหน้าที่และการลงประชามติ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของทุกเวทีเห็นว่า สส. ควรมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ที่จะทําให้ สส. สะท้อนภาพ ความต้องการและปัญหาของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง เนื่องจากมติพรรคอาจไม่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่เสมอไป เขตการเลือกตั้ง ร้อยละ ๖๐ ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่าควรแบ่งเขตการเลือกตั้งให้ใหญ่ขึ้น และกำหนดจำนวน สส. ให้เหมาะสม โดยให้เหตุผลว่าจะได้มีทางเลือกมากขึ้น ทำให้ การซื้อเสียงยากขึ้น ลดการแข่งขันที่รุนแรง สำหรับการเลื่อนผู้ได้รับคะแนนถัดไปขึ้นมา เปึ้น สส. กรณีถูกตัดสิทธิใบเหลือง ใบแดงนั้น ที่น่าสนใจคือ ร้อยละ ๗๐ เห็นว่าให้เลื่อน แต่มีเหตุผลที่น่าสนใจก็คือว่า เขารำคาญ เขาเบื่อ เขาต้องเสียเวลาในการไป ลงคะแนนเสียง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำซาก เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ส่วน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่า ควรเลือกตั้งใหม่ โดยให้เหตุผลว่าองค์กรที่ให้ใบเหลือง ใบแดงนั้นไม่น่าเชื่อถือพอ ในขณะเดียวกันการเลื่อนลำดับถัดไปนั้น สส. ไม่น่าจะสง่างาม และอาจจะมีการ ฟัองร้องกันยืดเยื้อ
ในเรื่องของ สว. ร้อยละ ๘๐ ต้องการให้ลดจำนวน สว. ลง ด้วยเหตุผลว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ และเห็นว่า สว. ไม่มีบทบาทอะไร หากมี สว. อยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องการให้ สว. มีวุฒิอย่างต่ําปริญญาตรี สําหรับการได้มาของ สว. นั้น ร้อยละ ๔๕ ถ้ายังคงมีอยู่อยากให้มีการเลือกตั้ง เพื่อที่จะมีอำนาจในการถอดถอนนักการเมืองและ จะได้ไม่มี สว. ผูกขาดในการแต่งตั้ง ร้อยละ ๓๐ เห็นว่าควรสรรหาเพื่อเป่ดโอกาสให้ ทุกภาคส่วน ทุกอาชีพได้มีตัวแทน และไม่เกิดสภาผัวเมีย สภาเครือญาตินักการเมือง ร้อยละ ๒๕ เปึนการผสมระหว่างการสรรหาและการเลือกตั้ง สำหรับอำนาจในการ ถอดถอนนักการเมืองของ สว. ที่มาจากการสรรหา ร้อยละ ๔๕ เห็นว่าควรมีอำนาจในการ ถอดถอนเนื่องจากสภา สว. เปึนสภาสูง
สำหรับฝ์ายบริหาร ที่มาของนายกรัฐมนตรี เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส. โดยให้เหตุผลว่าเพื่อจะได้เปึนตัวแทนของประชาชน กรณีที่มาจาก สส. นั้น ร้อยละ ๔๕ ของคนที่มาจาก สส. เห็นควรให้พ้นจาก สส. เพราะจะ ได้ทําหน้าที่บริหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ทับซ้อนในบทบาทหน้าที่ มีเวลาในการบริหารประเทศ อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลาไปดูแลเขตเลือกตั้ง วาระการดำรงตําแหน่งของนายกรัฐมนตรี ร้อยละ ๘๐ เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรดำรงตำแหน่งไม่เกินสองวาระติดต่อกัน หรือไม่เกิน ๘ ป้ เพื่อจะได้เร่งทำผลงานและเป่ดโอกาสให้คนอื่นบ้าง ไม่ก่อให้เกิดการสืบทอด อำนาจ สร้างอิทธิพลที่ก่อให้เกิดการคอร์รัปชั่น ข้อห้ามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการดำรงตำแหน่งและเมื่อพ้นตำแหน่งในระยะหนึ่ง ทุกเวทีหรือ คิดเปึน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไม่ควรมีผลประโยชน์ ทับซ้อนในการดํารงตําแหน่ง เพื่อปัองกันการทุจริตคอร์รัปชั่น สําหรับการอภิปราย ไม่ไว้วางใจและการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีนั้น เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เห็นว่า นายกรัฐมนตรีควรถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น เพื่อปัองกันการใช้ อํานาจของนายกรัฐมนตรีที่จะส่อไปในทางทุจริตไม่ชอบ เปึนการถ่วงดุลอำนาจของ นายกรัฐมนตรี และการตรวจสอบนั้นควรตรวจสอบได้ทั้ง สส. และประชาชนร่วมกัน ตรวจสอบ การพ้นตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี กรณีต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แม้เปึนเพียงการรอลงอาญา ร้อยละ ๙๗ เห็นว่าควรพ้นทันที ถ้าเปึ้นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรมจริงควรลาออกตั้งแต่เกิดคดีแล้ว การตอบกระทู้ของนายกรัฐมนตรีในสภา ร้อยละ ๙๐ เห็นควรว่านายกรัฐมนตรีควรจะมาตอบกระทู้ในสภาทุกครั้ง เพื่อจะได้ ทำความเข้าใจกับประชาชนได้ถูกต้อง ทันเวลา และมีความน่าเชื่อถือ
ในเรื่องของจริยธรรม ประเด็นสุดท้าย ควรกำหนดจริยธรรม และจริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและมีบทลงโทษกรณีฝ์าฝ๋น เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เห็นควรกำหนดคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง และกำหนด บทลงโทษกรณีฝ์าฝ๋น และควรจะกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงกว่าบุคคลธรรมดา แม้ที่ผ่านมาการกำหนดไว้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควรก็ตาม ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอครับ กรอบที่ ๓
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกทุกท่านครับ กระผมจะขอพูดในกรอบที่ ๓ นะครับ กระผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง สสร. หมายเลข ๐๓๑ ก่อนอื่นผมอยากจะขอให้สติ พวกเราในการมาร่างรัฐธรรมนูญ เรามาร่างรัฐธรรมนูญนี้เปรียบเสมือนการที่เอา ล้อเกวียนมา มีดุมเกวียน มีซี่เกวียน แล้วก็กงเกวียน ทั้ง ๓ อย่างนี้ต้องประกอบกันครับ ดุมเกวียนก็คือยกร่างหรือแกนสำคัญ แนวคิดสำคัญ แต่ไม่สมบูรณ์ครับ จำเปึ้นจะต้องมี ซี่เกวียนมาเสริมใส่ ซี่เกวียนคือแนวคิดย่อย ๆ แตกแขนงจากหลากหลายสาขาที่จะเข้ามา ระดมความคิดให้พวกเราหล่อหลอมความบกพร่องนั้นมาเสริมให้มันเต็มเปึนแบบระบบ บูรณาการ แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้วซี่เกวียนนั้นจะต้องร้อยรัดด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ศาสนาและจริยธรรม คุณธรรมของสังคม และบริบทต่าง ๆ เพราะไม่เช่นนั้น แล้วเรามามัวแก้ระบบ มามัวแก้บุคคล มาแก้บริบทมันไม่ได้ครับ จะต้องแก้ที่ตรงระบบ ก่อน ระบบเสร็จแก้ที่คน ร้อยรัดด้วยคุณธรรม จริยธรรม เพราะมนุษย์เราประกอบด้วย กิเลส์ ตัณหา ตรงนี้ล่ะครับเปึนต้นเหตุที่พวกเรายุ่งยากกันอยู่ ตัณหาคือความอยาก และ มานะคือความพยายามที่จะไต่เต้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งต่าง ๆ แล้วก็มิจฉาทิฐิคือความเห็นผิด ความหลงผิด ความโลภต่าง ๆ เหล่านี้เปึนตัวทำให้เกิดปัญหาที่ผมจะต้องออกไปรับฟัง ประชาชนของภาคอีสานทั้งหมด ๑๙ จังหวัด กรอบที่ ๓ ที่ผมไปรับฟังมานั้นประชาชน หลากหลายให้ความคิดความเห็นเปรียบเสมือนทอดแห่ครับ ทอดแห่ไปได้ปลาช่อนบ้าง ปลาสวายบ้าง ปลาซิว ปลาอะไรเยอะแยะ หอย ปู ผมเอามาเก็บรวบรวมหลายเรื่อง เอาเปึ้นดุ่มเกวียนและซี่เกวียนให้ท่าน แต่รายละเอียดปลีกย่อยนั้นคงอยู่ ในคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมฯ เพราะมีแบบสอบถามส่งเข้าไปในนั้นด้วย เปึ้นรายบุคคล ผมจะขอพูดเกี่ยวกับเรื่องกรอบที่ ๓ องค์กรการตรวจสอบอิสระและศาล เท่าที่ผ่านมาที่มันจำเปึนจะต้องมีปรับแก้ ยกเลิกรัฐธรรมนูญนั้นก็เพราะปัญหานี้เปึ้น ปัญหาหนึ่ง เขาถามว่าควรให้มีศาลหรือองค์กรตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่องค์กรอิสระ หรือไม่ องค์กรอิสระนั้นก็เปรียบเสมือนเปึนคน มีกิเลสเหมือนกันครับ ให้อิสระแล้วความ อิสระนั้นกรอบมันอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นประชาชนภาคอีสานสรุปออกมาประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าต้องมีกรอบ การที่จะใช้ใครทำอะไรเหมือนสมัยขงเบ้ง ในสามก๊กนั้นว่า ถ้าจําเปึนจะต้องใช้คนอย่าสงสัย แต่ถ้าสงสัยอย่าใช้ อันนั้นเอามาใช้ ไม่ได้ในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้น เอ็มเพาเวอร์ (Empower) หรือกระจายอํานาจนี่จําเปึน จะต้องมีการตรวจสอบ ไม่ว่าองค์กรนั้นจะอิสระแค่ไหนครับ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ข้อที่ ๒ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ เช่น กกต. คงไว้หรือไม่ หรือควรปรับปรุง แปลกครับ ตัวเลขออกมาสถิติ ๑๓ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าต้องมี เสร็จเรียบร้อยแล้ว ๓๔ เปอร์เซ็นต์ว่าไม่ควรให้มี ๑๓ เปอร์เซ็นต์ควรให้มี ๓๔ เปอร์เซ็นต์ไม่ควรให้มี เปึนตัวเลขที่แปลกครับ เพราะเขาคงจะเห็นแล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นที่ผ่านมา วิกฤติที่ผ่านมานั้นมีส่วนหนึ่งครับ ขององค์กรอิสระนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ เพราะฉะนั้นเขาเลยบอกว่าไม่อยากให้มี อยากตัดออกไปเลยองค์กรอิสระ แต่ถ้าจะมีต้องปรับปรุงครับ อย่างองค์ประกอบของ กกต. ๕ คนนั้น ท่านลองคิดดูให้ดีครับ ๕ คนนั้นถ้าจำเปึ้นที่เขาถูกใบแดงนะครับ ผู้สมัคร ถูกใบแดง ซื้อคนคนเดียวครับออกไปแล้วซื้อคนคนเดียวออกไป ก็ไม่ถูกใบแดง เปึ้นต้น เพราะฉะนั้นแล้วยิ่งยกมือต้องเอา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเลยบอกว่าอันนี้อยากจะให้เพิ่ม จำนวน กกต. ขึ้นอีกเปึน ๙ คน หรือ ๑๑ คน หรือไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะจำเปึนจะต้องให้มติ สามในห้าก็พอครับ อันที่ ๓ ครับ ประเด็นที่ว่า ควรมีองค์กรอิสระจังหวัดในการติดตาม ตรวจสอบการใช้อํานาจของผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่อย่างไร อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เท่าที่ เราให้อิสระองค์กรอิสระระดับจังหวัดนี้นะครับ ให้องค์กรผู้บริหารส่วนท้องถิ่นนั้นทําไป เมื่อสี่ห้าป้ที่ผ่านมานะครับ ก็เห็นว่ามีอะไรต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงฐานะผู้บริหารกรรมการ อะไรต่าง ๆ ขึ้นเยอะแยะเลย เศรษฐีรุ่นใหม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอะไรเกิดขึ้นครับ ก็เกิดจาก ตัณหาครับ มีการโกงกิน มีการอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถามประชาชนชาวอีสานแล้ว ๓๔ เปอร์เซ็นต์เขาเห็นว่าต้องมีครับที่จะตรวจสอบ เพราะมันจะได้รวดเร็ว เพราะอาศัย ส่วนกลางอย่างเดียวมันไม่พอครับ เวลาไม่พอ ตรวจช้า อะไรต่าง ๆ ความละเอียด การได้ข้อมูลก็ไม่ได้ลึก แต่ถ้าเปึนองค์กรอิสระระดับจังหวัดมันจะได้ลึกแล้วก็รวดเร็ว เพราะกระจายงาน กระจายอำนาจออกไป เกี่ยวกับปัญหาอีกปัญหาหนึ่งที่มีเกี่ยวกับ องค์กรอิสระก็คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญควรจะปลอดจากการครอบงำทางการเมือง อย่างแท้จริงหรือไม่ อันนี้เท่าที่ผ่านมาท่านก็เห็นแล้วว่าองค์กรอิสระของเราหลายองค์กร นั้นได้ถูกผลัก ได้ถูกดันออกไปอย่างที่เราเห็นนะครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าต้องให้ปลอด จากการเมืองนะครับ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งว่า ควรจะมีการกำหนดกลไกมาตรการ ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ์ายการเมืองหรือการกระทำต่อข้าราชการ การควบคุมการ ใช้จ่ายงบประมาณหรือไม่ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ที่ผ่านมาปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พยายามจะกันไม่ให้นักการเมืองล้วงลูกลงไปถึงข้าราชการประจํา เพราะมันจะ เปึ้นแนวทางหรือช่องทางให้เกิดการคอร์รัปชั่น เพราะฉะนั้นจุดนี้เท่าที่ไปถาม ประชาชนมา ๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับเห็นว่าควรจะต้องให้มี เพราะงบประมาณต่าง ๆ ลงไปนั้น มันบิดเบี้ยวไปหมดครับ ควรจะต้องมีนะครับ แล้วก็ประเด็นที่ ๖ ควรมีการวางระบบค้าน และดุลอํานาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เพราะ องค์กรอิสระก็เปึนคน เพราะทํางานไปอัตตามันเกิดครับ อันนั้นก็เอา อันนี้ก็ของข้า อันนี้ อาณาจักรข้าอะไรต่าง ๆ จำเปึนจะต้องมีระบบค้านและดุลอำนาจขององค์กรอิสระนั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับประชาชนเห็นด้วย แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง ปัญหาการถอดถอน ยากครับ เพราะว่าควรลดจำนวนในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและ ตรวจกฎหมายทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นหรือไม่ กำหนดเดิม ๕๐,๐๐๐ คน อันนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าควรลดครับ เพราะไม่เช่นนั้น แล้วประชาชนธรรมดาเขาไม่มีปัญญา ไม่มีงบ ไม่มีอะไร ไม่มีพลังอำนาจทางการเมือง หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะไปผลักดันได้หรอกครับ เขาเลยบอกว่าเอาแค่ ๒๐,๐๐๐ คนในการ ถอดถอนของผู้มาใช้สิทธิก็พอนะครับ หรือถ้าเปึนระดับท้องถิ่นยิ่งน้อยลงครับ เอาหนึ่งส่วนสองของผู้มีสิทธิ หรือผู้มาใช้สิทธินะครับ แล้วแต่ผู้มีสิทธิ ขณะเดียวกันเอา ของจริงคือ ผู้มาใช้สิทธินะครับ และปัญหาอีกอันหนึ่งครับ เรื่องผู้ดํารงตําแหน่งทาง การเมืองในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทําผิด ทุจริต หรือมีพฤติการณ์ที่ร่ำรวยผิดปกติ ไม่ควรมีอายุความในการฟัองร้องใช่หรือไม่ครับ อันนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าไม่ต้องมีเวลาเลยครับ เมื่อไรก็ได้นะครับ แต่อีก ๗ เปอร์เซ็นต์ บอกว่าถ้ามันไปนานขนาดนั้น แล้วก็ข้าราชการที่เกษียณออกไปแล้ว หรือใคร หรือ นักการเมืองก็ติดกับดักความกังวลอันนี้ตลอดไปสิ เปึ้นทำบุญหรือมีบาปีไม่รู้ ส่วนน้อย ๗ เปอร์เซ็นต์เขาเลยบอกว่าขอให้มันมีกรอบเวลาหน่อยเถอะ จะเอานานเท่าไรก็ให้มันมี ไม่เช่นนั้นแล้วไม่รู้เมื่อไร ๙๐ กว่าป้ยังต้องขึ้นศาลอีก แล้วก็อีกอันหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับ ควรมีการกำหนดงบประมาณให้แก่องค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญในจำนวนที่ชัดเจนตาม สัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำป้หรือไม่ อย่างไร อันนี้ถ้าไม่มีงบประมาณให้ นะครับมันก็เกิดปัญหาแบบที่ได้ถูกฟัองร้องอะไรกัน ตั้งเงินเดือนเอง อะไรเอง อะไรต่าง ๆ กรอบอะไรต่าง ๆ นั้นงบประมาณมันจำเปึนครับที่จะต้องมีว่าไปผูกติดกับอะไร ซึ่งมัน ไม่ควรจะไปผูกติดกับคณะบริหารประเทศ หรือองค์กรอะไร แต่ผูกติดกับรายจ่ายประจำป้ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนไม่เห็นด้วยไม่มีเลยครับ อันนี้ก็คือกรอบ ๓ นะครับ องค์กร ตรวจสอบอิสระและศาล ความจริงมีอีกเยอะแยะครับ แต่อันนี้ผมเอามารวบรวมเรียบเรียง เฉพาะซี่ล้อเกวียนเพื่อเสนอในเวลาอันจำกัด รายละเอียดนั้นมีอยู่ในแบบสอบถามของ คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของอาจารย์เจิมศักดิ์อยู่แล้วครับ และองค์กร ๑๒ องค์กร ของรัฐครับ ส่วนกรอบอื่น ๆ ครับมีเยอะแยะเลยอันนี้ ปลาซิว ปลาสร้อยอะไร แต่สรุป ออกมา ขมวดออกมาเปึนท้องถิ่น ท้องที่นี่เอากันอยู่เรื่อย จังหวัดผมด้วยกาฬสินธุ์และ จังหวัดอื่นเยอะแยะ ท้องถิ่น ท้องที่ ความจริงแล้วการที่กระจายอำนาจนั้นลงไป เราลงไปอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ไปท้องถิ่น มันไปคอคอด ไปติดอยู่ตรง ปลายล่าง มันเสื้อ ๒ ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ขอร่วมประชุมบ้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอร่วมประชุมกับ อบต. เขาก็บอก เฮ้ย ไม่มีวัฒนธรรม แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยก็บอกมี เสร็จเรียบร้อยแล้วทาง อบต. ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็บอกว่าขอเข้าไปรู้เรื่องงบประมาณ ไปตรวจสอบให้ไม่ได้หรือ หรือไปอะไรต่าง ๆ อันนั้น เปึนปัญหาโลกแตกเลย แต่ผมว่าจำเปึนจะต้องมีอะไรสักจุดหนึ่งครับเปึนจุดเชื่อม ไม่เช่นนั้นความสมานฉันท์มันจะแตกแยกกันในชุมชนครับ แตกแยกมากเลยนะครับ ผมก็เลยคิดว่าจากการถามเขา เขาบอกว่าในมาตรา ๗๘ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เกี่ยวกับการกระจายอํานาจ ควรจะมีการเข้าไปให้มีการสมานฉันท์ในมาตราการกระจายอำนาจ การกระจายอํานาจสู่ ท้องถิ่นให้มีการสมานฉันท์ ให้เติมคำว่า สมานฉันท์ เข้าไปครับ มันจะได้มีช่องทางที่จะไป ออกกฎหมายลูก พรบ. อะไรต่าง ๆ ของมหาดไทย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ กรอบที่ ๔ นะครับ ก็มีพระไปในเวทีต่าง ๆ พระคุณเจ้าท่านก็บอกว่าอยากจะให้ศาสนาพุทธเปึน ศาสนาประจำชาติ เหตุผลก็เหมือนที่ใคร ๆ หลาย ๆ คน อันนี้เปึ้นประเด็นใหญ่ ๆ นะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งครับ ทางแพทย์ พยาบาล ทางบุคลากรทางการแพทย์ครับ เขาบอกการ ให้สิทธิประชาชนเปึ้นสิ่งที่ดีครับ เพราะเราอยู่ในเสรีภาพ เรื่องสิทธินี่สำคัญ แต่การ ปฏิบัติงานนั้นขอให้ดูสิทธิทั้ง ๓ ฝ์าย ๔ ฝ์ายด้วยเถอะ ให้ความเปึ้นธรรมแก่ทุกฝ์าย แล้วก็ ผู้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมจะต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่เช่นนั้นรักษา คนไข้ไปรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย กลายเปึนฆาตกรเลยครับ ไม่เช่นนั้นคนจะหนี้ ออกจากอาชีพแพทย์ พยาบาลเยอะแยะ แล้วผลจะสะท้อนกลับเหมือนบูมเมอแรง (Boomerang) กลับมาหาประชาชนนะครับ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ สภาเกษตรกร อันนี้ เขาพูดมากเลย เท่าที่ไปรับฟังทุกเวทีของหลาย ๆ แห่งครับ เพราะอะไร อีสานนะครับ เขาอยู่ได้ด้วยการเกษตรครับ เปึนวัฒนธรรมเก่าแก่ของเขา แล้วเปึนอาชีพที่หยั่งลึกลงไป ดึงมากรุงเทพฯ ปล่อยไปก็กลับไปอีสานเหมือนเดิม ไปทำการเกษตรเหมือนเดิมครับ เพราะฉะนั้นเขาอยากว่ามีสักคนไหม หรือมีองค์กรอะไรสักองค์กรที่เปึนยั่งยืนที่จะดูแล วงจรราคาพืชผล ตลอดจนปุิย หรือการอะไรต่าง ๆ การเอารัดเอาเปรียบอะไรต่าง ๆ อันนั้นของวงจรการเกษตรนั้นมีใครไหม ถ้าอาศัยกระทรวง กระทรวงก็เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนไปเรื่อย แต่ถ้ามีสภาเกษตรกรขึ้นมานี่ก็คงจะดี จะได้อยู่ยั่งยืนดูแลให้นะครับ แล้วก็ อีกอันหนึ่ง สภาพัฒนาการเมือง อันนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะการเมืองมันมีปัญหาที่ผ่านมา เราถึงได้มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การที่เข้าไป ความเปึนมนุษย์นี่มันไปแก้ที่ระบบ อย่างเดียวไม่ได้นะครับ ต้องแก้ทั้งวงจร ทั้งระบบ ทั้งตัวบุคคล และทั้งบริบท ใครล่ะครับ จะมาทำทั้งหมด เขาเลยบอกว่าน่าจะมีสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมาเพื่อที่จะดูแลให้มัน ต่อเนื่องกันครับ แล้วก็เสร็จเรียบร้อยเรื่องอุตสาหกรรมครับ จังหวัดเขาก็บอกว่าควรจะให้ มีการพาณิชย์นาวี เพราะการค้าขายของเรานี้เกี่ยวกับการพาณิชย์นาวีก็คือกองเรือขนส่งสินค้า ทำให้มีรายรับเข้าประเทศมาก การขนส่งสินค้าการเกษตรออกไปก็ได้ดีครับ เช่นเดียวกับ สิงคโปร์ (ที่ถูก : สาธารณรัฐสิงคโปร์ - Republic of Singapore) และจีน แล้วก็ อีกอันหนึ่งเรื่องการพลังงาน เพราะภาคอีสานของผมมีพืชเขียว ๆ เปึนพลังงานทั้งนั้นเลย น่าจะมีการมากำหนดบริบทลงไปในรัฐธรรมนูญเรื่องพลังงานด้วยครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว เราต้องซื้อน้ำมันแพง ควรจะมีคนมาดูแลทั้งวงจร ทั้งระบบ ทั้งน้ำมัน และทั้งแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ทั้งอะไรต่าง ๆ พวกนี้ หรือพลังงานทดแทนนะครับ และอีกอันหนึ่ง ก็คือการศึกษา เท่าที่ไปฟังเด็กบอกว่าต้องให้ถึงปริญญาตรี ผมก็บอกแล้วทําอย่างไร เงินมันจะพอหรือ เขาบอกว่า อ้าว ในเมื่อถามหนูว่าจะเอา สส. จบปริญญาตรีไหม พวกหนูถ้าไม่ได้เรียนก็ไม่มีโอกาส อันนั้นก็ขอฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่ง การศึกษานั้นมันร้อยรัดเปึนกงเกวียน กงเกวียนอันนี้ก็คือจะต้องมีเกี่ยวกับเรื่องเฮด (Head) ฮาร์ท (Heart) แฮนด์ (Hand) เฮลท์ (Health) เฮดก็คือสติปัญญานะครับ ต้องปรับปรุงเรื่องโครงสร้างการศึกษาให้ใหม่ เรื่องสติปัญญา เรื่องจริยธรรม ฮาร์ท เพื่อที่จะมาเปึนนักการเมืองที่ดี แล้วต้องแฮนด์ หัตถกรรมศึกษา หัตถศาสตร์ศึกษา พวกนี้เรื่องด้านเศรษฐกิจ ทำเปึนผู้เชี่ยวชาญด้าน เศรษฐกิจ แล้วก็ด้านพลศึกษา เฮลท์ จำเปึนจะต้องมีให้มันครบวงจร มาจัดระบบกันให้ มันแม้ทช์ (Match) ให้มันเข้ากันใหม่นะครับ อันนั้นจะได้เปึ้นประโยชน์มากสำหรับการ จัดการกับบริบทของการเมืองที่โปร่งใส การเมืองที่เปึนประชาธิปไตยครับ อันนี้เปึนเสียง ก้องมาจากภาคอีสาน ๑๙ จังหวัดครับ แล้วเขาก็ฝากมาอีกครับ ขอให้ท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างอย่าทำเปึนชาล้นถ้วย ปรัชญาของจีน ชาล้นถ้วยแล้วรินเข้าไป เอาไปเติมอยู่ครับแต่มันล้นออกหมด เขาบอกระวัง ชาแก้วนั้น เขาจะไม่กิน เขาจะเตะชาทิ้งครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านชาติชาย ใช่ไหมครับ
ขออนุญาตครับท่านประธาน เหลืออีก ๓ ท่าน ขออีก ๓ ท่านครับ เชิญท่านปริญญาครับ เดี๋ยวต่อไปท่านอร์รครัตน์ และท่านศักดิ์ชัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ กระผม ปริญญา ศิริสารการ สสร. ครับ กระผมมาเสนอแถลงในเรื่องกรอบอื่น ๆ ของกรอบของเรานะครับ ในกรอบนี้ที่ผมจะ แถลงนี้ส่วนใหญ่ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะไปเข้าในกรอบใดกรอบหนึ่งได้ แต่ไม่ชัดเจน ก็เลยเอามาเสนอเปึนกรอบอื่น ๆ นะครับ อันแรกที่ผมจะเสนอก็คือสิ่งที่ชาวบ้านพูดถึง มากที่สุดในภาคอีสานก็คือกรอบเวลาที่ตราในกฎหมาย เพื่อให้คำบัญญัติที่กำหนดไว้ว่า ทั้งนี้ให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ชาวบ้านบอกว่า ทำอย่างไรให้เรื่องนี้เปึนความจริง และก็มีสภาพบังคับได้ โดยกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายที่จะออกอย่างแน่นอน และยังมี บทลงโทษในกรณีที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติดังกล่าว คือรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นี้จะบอกว่าตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือตามที่กฎหมายกำหนด แต่ว่าไม่ได้มีบทบังคับใช้ เสียทีนี่นะครับ ต่อไปนะครับ ควรจะอยู่ในเรื่องของสิทธิและหน้าที่ และเสรีภาพ ของประชาชน แต่มาอยู่ในบทอื่น ๆ ก็คือการให้บริการการศึกษาและการเรียนรู้กับ เยาวชนในเรื่องระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งการรู้เท่าทันกลโกงของนักการเมือง และการเมือง และทิศทางการเมืองที่โปร่งใสเปึนอย่างไร ให้กําหนดไว้ในหลักสูตร ของเยาวชนนะครับ เรื่องต่อไปก็คือเรื่องกรอบอื่น ๆ คือสนธิสัญญาสัตยาบันระหว่าง ประเทศหรือการเซ็นเอฟทีเอ การกู้เงินนอกระบบงบประมาณของประเทศต้องผ่านความ เห็นชอบของรัฐสภา ต่อไปก็คือ การตรากฎหมายใด ๆ ที่มีผลต่อประชาชนระยะยาว ในอาชีพหรือความเปึนอยู่ใด ๆ คณะกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้น จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มาจากคนนอกที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อกฎหมาย นั้น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาและกำหนดกฎหมายร่วมกับคณะกรรมาธิการ อื่น ๆ ในคณะ มิใช่มาเปึ้นเพียงที่ปรึกษาหรืออนุกรรมาธิการ เช่น กฎหมายประมงก็ควรจะ มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องประมง ไม่ว่าจะเปึนห้องเย็น ชาวประมง ผู้เพาะเลี้ยง นักวิชาการประมงมาประกอบกันเปึนกรรมาธิการการพิจารณากฎหมาย หรือกฎหมาย เกี่ยวกับการขนส่งทางบกก็ต้องมีผู้ประกอบการขนส่ง จราจร ผู้มีธุรกิจด้านการผลิตรถ วิศวกร์ต่าง ๆ มาเปึนกรรมาธิการ มิใช่มาเปึ้นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมาธิการ และอายุของ กรรมาธิการนั้นหมดอายุเมื่อกฎหมายนั้นผ่านการรับรองจากรัฐสภา ก็หมายความว่า ขอให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมามีส่วนในการพิจารณาในคณะกรรมาธิการกฎหมายนั้น ๆ และต่อไปก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ประชาชนบอกว่าจะต้องมีข้อกำหนด ระยะเวลาการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในขณะนั้น ๆ นะครับ เพื่อให้ทัน เล่ห์เหลี่ยมการใช้ช่องว่างทางรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง ฉะนั้นเสียง ของประชาชนกำหนดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเปึนองค์กรที่เปึ้นองค์กรอิสระ จะกี่องค์กรก็ได้ โดยมีที่มาคล้ายเช่นเดียวกับ สสร. โดยไม่ให้สมาชิกรัฐสภา ไม่ว่า สส. สว. เข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมา สส. สว. ที่ผ่านมาไม่ยอม ปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จนกระทั่งเปึนสาเหตุหนึ่งที่นำมาถึงวิกฤตการณ์ทาง การเมือง นี่คือการปรับปรุงรัฐธรรมนูญตลอดเวลาให้ทันกาลครับ ต่อมาเท่าที่ประชาชน เสนอมาคือ รัฐต้องจัดองค์กรบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติที่ใหญ่กว่ากรม กองต่าง ๆ ในปัจจุบัน เพราะภัยธรรมชาติและสาธารณภัยต่าง ๆ จะรุนแรงและหนักขึ้นกว่าทุกวัน ๆ อาจจะอยู่ในกฎหมายของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หรือว่าพื้นฐานแห่งรัฐนะครับ ต่อมาครับ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ โดยเฉพาะอํานาจทางการเมือง สื่อและสังคม ส่วนใหญ่มองไปที่รัฐสภาของชาติคือ สส. สว. แต่อํานาจรัฐระดับท้องถิ่นบางแห่งมีสภาพ ล้มเหลว ย่ำแย่ และสืบทอดอำนาจยิ่งกว่าระดับชาติ ฉะนั้นให้มีร่างกฎหมายเฝั้าระวัง อย่างใกล้ชิดและมีโทษหนักยิ่งกว่า สว. สส. เพราะถือว่าผู้ใช้อํานาจรัฐระดับท้องถิ่นอยู่ ใกล้ชิดประชาชนมากกว่า อันนี้อาจจะอยู่ในกรอบที่ ๒ หรือกรอบที่ ๓ นะครับ แต่เอามา ใช้ในกรอบอื่น ๆ ต่อมาครับ เปึ้นเรื่องของสิทธิการซื้อขายเสียง จะต้องร่างกันใหม่ให้หมด เพื่อให้มีสภาพบังคับและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้กฎหมายมีความรัดกุม ควรให้ กกต. รับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อหาทางออกและแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ให้มีการเลือกตั้งซื้อสิทธิ ขายเสียงนะครับ และต่อมาก็คือ ระบุหลักเกณฑ์สำคัญใน การโยกย้ายข้าราชการในรัฐธรรมนูญ ต้องออกกฎหมายควบคุมโยกย้ายข้าราชการใหม่ หมด เพื่อให้ได้ปฏิบัติได้อย่างจริงจัง ปัองกันนักการเมืองทุกระดับเข้ามาแทรกแซง เกี่ยวข้อง และมีบทลงโทษอย่างหนัก เพราะเท่าที่ผ่านมาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ล้มเหลวทั้งระบบ นี่คือสิ่งที่ประชาชนกำหนดมา และก็อีกอย่างหนึ่งคือ หากมีการควบคุม การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการการเมืองแล้ว ขอให้มีบทลงโทษข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ หาประโยชน์จากการแต่งตั้งข้าราชการผู้น้อยได้อย่างจริงจัง เพราะกฎหมายในปัจจุบันกับ สภาพความเปึนจริงไม่สมดุลกัน เท่าที่ทราบเมื่อถึงฤดูกาลโยกย้ายข้าราชการ ข้าราชการ จำนวนไม่น้อยใช้เวลาในการวิ่งเต้นมากกว่าเวลาทำงานประจำ นี่คือข้อประมาณของ กรอบอื่น ๆ ของภาคอีสานนะครับ ซึ่งอาจจะมีข้อย่อยมากกว่านี้ แต่อาจจะเปึนคําพูดของ สมาชิกท่านอื่น ๆ ต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญต่อเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผม อรรครัตน์ รัตน์จันทร์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมมีในส่วนที่ จะเพิ่มเติม เนื่องจากในวันที่ ๒๒ มีนาคมที่ผ่านมาเราได้จัดเวทีตกผลึกที่จังหวัดมุกดาหาร ที่ผ่านมาก็มีข้อที่ประชาชนที่เข้าร่วมในเวทีได้ให้ข้อแนะนําที่สำคัญดังนี้ครับ รัฐต้องตั้ง คณะทำงานหรือองค์กรอิสระขึ้นมา ซึ่งในคณะดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รัฐธรรมนูญเพื่อที่จะทำการประเมินรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทราบว่ารัฐธรรมนูญที่นําไปบังคับ ใช้มีข้อบกพร่อง มีผลดี หรือว่าจะต้องนํามาปรับปรุงแก้ไขอย่างไร เพื่อให้รัฐธรรมนูญ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเมื่อถูกฟัองต่อศาลในคดีทุจริต เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ แม้จะมีการรอการลงโทษก็ให้พ้นจากตำแหน่งทันที เพื่อให้ได้ความรอบคอบ และระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ การบริหารบ้านเมือง ในส่วนของ กกต. ควรเพิ่มจำนวน กกต. จาก ๕ ท่าน เปึ้น ๑๑ ท่าน โดยให้มาจากภาคประชาชนอย่างแท้จริงจำนวน ๖ คน ทั้งนี้คำว่า ภาคประชาชน อย่างแท้จริง หมายถึงว่าในกรณีที่เปึนข้าราชการก็จะต้องพ้นจากการเปึนข้าราชการ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ป้ ในส่วนของ กกต. จังหวัดก็ควรจะมี ๑๑ ท่านเช่นเดียวกัน แต่อาจจะมีส่วนที่แตกต่างกันออกไปก็คือ ควรมี กกต. จังหวัดที่มาโดยตำแหน่งจำนวน ๔ ท่าน ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ การศึกษา และศาล ทั้งนี้เนื่องจากบุคคลท่านดังกล่าวจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวย ความยุติธรรมและการทำงานในด้านที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนอีก ๗ ท่านควรให้มาจาก ภาคประชาชนอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับในข้อเสนอในส่วนของ กกต. กลางที่ผ่านมา ควรจะให้มีบทบัญญัติดังกล่าวเข้าไปในส่วนของรัฐธรรมนูญเนื่องจากที่ผ่านมาในส่วน ของ กกต. จังหวัดมุกดาหารเอง ปรากฏว่ามีการตั้งคนที่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองเข้าเปึน กกต. จังหวัด แล้วหลังจากนั้นมาเมื่อมีการร้องเรียนเข้าไป แล้วมีการตรวจสอบ กกต. ท่านนั้นก็ได้ขอลาออก ซึ่งตัวนี้เปึนปัญหาสำคัญ แล้วยังเปึ้นปัญหาที่ดำรงคงอยู่ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งระหว่างนี้มีการเลือกตั้ง กกต. จังหวัด แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็คือประชาชนเองยังไม่ได้ให้การยอมรับแล้วก็ต้องการที่จะให้มีการ ปรับปรุงโครงสร้างโดยเร็ว แล้วถ้าเปึนไปได้เมื่อมีการดำเนินการในเรื่องของ ประชาพิจารณ์แล้ว เลือกตั้ง สส. สว. เสร็จแล้วน่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่โดยเร็ว ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านต่อไป เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมมีประเด็นที่ อยากจะนํากราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งเปึนประเด็นที่คิดว่าเปึนประเด็นใหญ่แล้วก็ สำคัญพอสมควรนะครับ เพราะว่าในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ในกระบวนการวิธี แล้วก็ในกระบวนการดำเนินการนั้นเราจะพบเห็นประเด็นปัญหาอยู่ หลายเรื่อง ซึ่งผมเองได้ทำการศึกษาเรื่องนี้เพื่อที่จะได้นำไปสู่กระบวนการในการที่จะ รับฟังความคิดเห็นในรอบที่ ๒ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศหรือในภาคอีสานนั้นได้มีการจัดตั้งเวที ที่จะรับฟังความคิดเห็นในแต่ละอำเภอและในแต่ละจังหวัด แต่สิ่งที่เราพบเห็นก็คือว่า ในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนนั้น ในบางครั้งถ้าเราจัดเปึนเวทีใหญ่ ซึ่งมีระดับ ๘๐ คน ๑๐๐ คน หรือ ๒๐๐ คน การรับฟังความคิดเห็นจะขาดความหลากหลาย จากประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานนั้นประชาชนจะแสดงออกค่อนข้างน้อยหรือ จะพูดน้อย ยิ่งถ้าจะต้องไปพูดที่ไมโครโฟน (Microphone) ที่จัดไว้ให้นั้นก็จะกลายเปึน ภาระที่จะทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะเสนอแนวความคิด ดังนั้นในการจัดเวทีที่มีคนตั้งแต่ ๘๐ ถึง ๑๐๐ คน เราจะพบว่าผู้ที่จะแสดงความคิดเห็นนั้นจะอยู่ระดับที่ประมาณ ๗ ถึง ๘ คน นอกนั้นก็จะฟังแล้วก็เออออตามนะครับ ทีนี้ผมเองได้ทดลองในเรื่องของการจัดเวที เปึนกลุ่มย่อยซึ่งอยากจะนำเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๗๖ จังหวัด อย่างนี้ว่า ในการจัดเวทีกลุ่มย่อยนั้นผมได้เตรียมความพร้อมของเรื่องวิทยากรโดยได้มี การจัดเตรียมความพร้อม แล้วก็ให้การศึกษาให้กับวิทยากรในเรื่องประเด็นต่าง ๆ ที่จะ นำไปสอบถามประชาชน แล้วก็ในแต่ละเวที ๘๐ คน ถึง ๑๐๐ คน เราได้แบ่งกลุ่มย่อยเปึน ๔ ถึง ๕ กลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๑๒ ถึง ๑๕ คน ท่านประธานครับ ตรงนี้ครับได้ผล เนื่องจากว่าการจัดเวทีกลุ่มย่อยนั้นไม่มีการใช้ไมโครโฟน แล้วก็มีการให้ประชาชน ในแต่ละกลุ่มซึ่งหลากหลายอาชีพได้มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มีการนำเอาประเด็น ๓๕ ประเด็น ในรอบแรกที่เราไปสอบถาม ผลปรากฏว่าประชาชนได้แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นเพราะว่าได้มีการนั่งกันอย่างใกล้ชิดนะครับ ก็ได้ผลออกมาเปึ้นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซึ่งตรงนี้ผมกําลังจะนําเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้น่าจะเปึ้นแนวทางที่จะนําไปสู่ในการ รับฟังความคิดเห็น ๗๖ จังหวัดในรอบที่ ๒ สิ่งหนึ่งที่ประชาชนได้ฝากกับผมในฐานะที่ได้ ออกไปในพื้นที่ว่า ในการนำเสนอ ๓๕ ประเด็น หรือประเด็นต่าง ๆ ที่จะไปสอบถาม ประชาชนนั้น ประชาชนอยากได้เห็นประเด็นคำถามก่อน เพื่อที่จะได้นำไปพิจารณาว่า ประเด็นคำถามเหล่านั้นเขาควรจะได้รับทราบและรับรู้ก่อน แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เดินไปถึงแล้วในเวทีแล้วก็บอกว่าในคำถามเปึนอย่างนี้ วิทยากรก็จะ อธิบายว่าข้อดี ข้อเสียเปึนอย่างไร ตรงนั้นประชาชนการตัดสินอาจจะค่อนข้างจะช้า เพราะฉะนั้นผมถึงนํากราบเรียนว่า สิ่งที่เราพบเห็นในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ผมได้ทำบทสรุปในการประเมินผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เดี๋ยวผมจะมอบให้ ท่านประธานด้วยนะครับว่าในการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด ประชาชนร้อยละ ๕๖.๐ ได้พูดถึงการจัดเวทีว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และเห็นด้วยอย่างยิ่ง อยากจะให้ จัดเวทีนี้ขึ้นบ่อย ๆ ที่ผมต้องน้ำกราบเรียนตรงนี้เนื่องจากว่า ผมคิดว่าในการรับฟัง ความคิดเห็นรอบสองที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังร่างวันที่ ๑๙ จะออกมานี้ ขณะนี้ประเด็น คำถามได้ออกมาแล้วในเชิงคุณภาพ ๒๙ คำถาม ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาร่างฯ ทุกท่านคง ได้เห็นแล้ว ตรงนี้เองผมอยากจะนำกราบเรียนว่า อยากจะฝากให้ผู้ที่จะลงพื้นที่ในการ จัดเวทีนั้นได้ส่งคำถามให้กับประชาชนที่เราจะสอบถามนั้นได้ทำการศึกษา เพื่อในการที่ จะทำให้การประหยัดเวลา แล้วก็สามารถที่จะทำให้เกิดความคิดเห็นที่เชิงประจักษ์ได้ นะครับท่านประธาน สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะนํากราบเรียนก็คือว่าในการ จัดเวทีรอบที่ ๒ นี้ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของวิทยากร ให้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ ว่าประเด็นต่าง ๆ ที่จะนำสอบถามในรอบที่ ๒ นั้นจะมีความ แตกต่างจากในรอบที่ ๑ เพราะฉะนั้นในรอบที่ ๒ นั้นจะเปึนการสอบถามเชิงคุณภาพ แต่ไม่มีแบบสอบถามที่จะเปึนรายบุคคลที่จะกรอก เพราะฉะนั้นรอบที่ ๒ นี้ค่อนข้างที่จะ สําคัญ แล้วที่สําคัญไปกว่านั้นก็คือว่าในการเตรียมในเรื่องของการลงประชามติ ซึ่งแน่นอนครับ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการวิสามัญฯ ประจำจังหวัดนั้นจะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการที่จะเชื่อมโยง เชื่อมต่อในการที่จะลงประชามติ เพราะว่ากรรมาธิการประจำจังหวัด ได้ลงพื้นที่ ได้ไปพบประชาชนในรอบที่ ๑ แล้วกำลังจะลงไปพบประชาชน ในรอบที่ ๒ ดังนั้นในการที่จะรณรงค์เพื่อที่จะลงประชามตินั้น ผมคิดว่าบทบาทของกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดนั้นเปึนสิ่งที่สำคัญ และจำเปึนจะต้องดำเนินการเปึ้นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับผมอยากจะสรุปสั้น ๆ อีกนิดเดียวนะครับว่า ในการจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนนั้นผมคิดว่าเปึนเรื่องประเด็นสำคัญ และเราอยากจะได้ ข้อเท็จจริงและได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่แท้จริง ดังนั้นในการจัดจำเปึนอย่างยิ่งที่ จะต้องมีความพร้อม แล้วก็จำเปึนอย่างยิ่งที่จะได้รับความคิดเห็นจากประชาชน อย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากครับ
หมดหรือยังครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ เนื่องจากกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดโครงการรับฟังความคิดเห็น จากกำนัน จัดไป ๒ รอบแล้ว รอบแรก ๔ จังหวัด รวมที่ขอนแก่น รอบที่ ๒ ๖ จังหวัด ที่อุดรธานี ก็ไปได้ครึ่งทางแล้ว เหลืออีก ๙ จังหวัดยังไม่ได้จัด แต่ก็พอได้บทสรุปมาบ้าง จึงขอนำเรียนที่ประชุมให้ได้รับทราบ ในส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนมากที่ได้มาจัดรับฟัง ความคิดเห็นไปแล้วมีความยินดี มีความชื่นชมที่จะให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มากขึ้น การกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นยิ่งมากเท่าใด ความเจริญของประเทศชาติยิ่งจะไป ได้เร็วเท่านั้น นี่คือความเชื่อของกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่สรุปได้นะครับ แต่ฝ์ายเราคือเปึนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความน้อยเนื้อต่ำใจติดฝั่งแน่นมาหลายป้แล้ว นะครับ ความน้อยเนื้อต่ำใจดังกล่าวก็คือความไม่เสมอภาคในการได้รับการดูแลจาก ภาครัฐ ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องค่าตอบแทน แล้วก็อํานาจหน้าที่ต่าง ๆ นะครับ แต่ถึงจะน้อยเนื้อ ต่ำใจอย่างไร ก็ได้พูดเรื่องนี้ให้กรรมาธิการยกร่างท่านทราบแล้ว ก็หวังว่ากรรมาธิการ ยกร่าง หรืออนุกรรมาธิการทุกท่านนะครับได้โปรดพิจารณาคิดหาวิธีให้เกิดความ เสมอภาค ให้เกิดความเปึนธรรม เพราะว่าท่านจะอ้างกฎหมายใด ๆ ก็อ้างไปเถอะ แต่ว่า เราอยู่ด้วยกันนะครับ อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ตำบลเดียวกัน บ้านอยู่ข้าง ๆ กันนะครับ ก็ขอให้ท่านคิดคํานึงถึงตรงนั้น ถ้ามันเปึนปัญหากฎหมายก็แก้เสีย อันนี้ผมย้อนนิดหนึ่ง นะครับ แล้วก็เรามีความเชื่ออีกว่า ไม่ว่าจะเปึน สส. สว. หรือการเลือกตั้งท้องถิ่นใด ๆ ความรู้สึกหรือการกระทำเปึนประชานิยมต่าง ๆ จะเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะต้องมีการแข่งขัน ทำประชานิยมเพื่อเอาคะแนนจากประชาชน แข่งขันกันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้จะเปึ้น ปัญหาในอนาคตของประเทศชาติ จะกระทบความมั่นคงของประเทศชาติอย่างแน่นอน ในอนาคต เพราะฉะนั้นพวกเราที่เปึนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีสถานภาพเริ่มต้นมาประมาณ ๑๑๕ ป้แล้ว มีความมั่นคงต่อชาติ มีความมั่นคงต่อสถาบันสืบเนื่องมานาน ความเชื่อมั่น ของประชาชนในระดับพื้นที่ท้องถิ่นเราก็ได้รับความเชื่อมั่นในระดับที่เกินครึ่งนะครับ พอใช้ได้ จึงอยากจะนำเรียนว่าสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อยากจะขอเรื่องความมั่นคง มาทําเพราะว่าเราทําเรื่องการรักษาความสงบอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องความมั่นคงจะเปึน ปัญหาของประเทศชาติในอนาคตอย่างแน่นอนถ้าความไม่เท่าเทียมต่าง ๆ ยังมี ในประเทศชาติของเรานะครับ และในส่วนเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นเรามีสภาท้องถิ่น ไม่ว่า สภา อบจ. หรือสภาเทศบาล สภาดังกล่าวได้ล้อ ได้จำลองมาจากสภาใหญ่ มาจาก สภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าในสภาท้องถิ่นไม่มีสภาตรวจสอบ ไม่มีสภากลั่นกรองนะครับ เราอยากจะเสนอว่าในท้องถิ่นมันน่าจะมีวุฒิสภาท้องถิ่นเกิดขึ้นเพื่อทําหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ และคานอำนาจในสภาท้องถิ่น เพราะว่าเปึ้นที่รู้กันนะครับว่าท้องถิ่นต่าง ๆ จำนวนมากถูกครอบงำด้วยระบบอุปถัมภ์ ด้วยระบบที่เราพอรู้ ๆ กันนะครับ เพราะฉะนั้น การเพิ่มวุฒิสภาท้องถิ่นขึ้นจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ เปึนประโยชน์ต่อการดําเนิน กิจกรรมให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในท้องถิ่นเพื่อพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ยังอยากจะยืนยันว่าควรจะรวบรวมกฎหมายเกี่ยวกับท้องถิ่นทั้งหมดเอามา เปึ้นฉบับเดียวกัน เพื่อง่ายในการศึกษา ง่ายในการเรียนรู้ และง่ายในการนำมาสู่ การปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเข้าใจในกฎหมาย การครอบงำต่าง ๆ ก็จะลดลงนะครับ และ ในตำบลของผมซึ่งเปึ้นตำบลที่มีการทำการเกษตร เราได้มีการขอรับฟังความคิดเห็น จากพี่น้องภาคการเกษตรโดยไม่ใช้งบประมาณมาแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานะครับ โดยขอให้ภาคเกษตรกรที่ต้องการเสนอความคิดเห็นมาสู่การร่างรัฐธรรมนูญห่อข้าว มากินเอง แล้วก็ให้กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นจังหวัดส่งวิทยากร ส่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บ ข้อมูลไปรับฟัง ก็ได้รับความสำเร็จพอสมควร มีเกษตรกรมาถึงสองร้อยกว่าคนนะครับ ก็อยากจะนําเรียนที่ประชุมถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านว่า พวกเราได้มีโอกาสเข้ามาพูด เข้ามานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้แล้ว ก็กรุณาได้มองเห็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งทั่วประเทศมีอัตราค่าตอบแทนที่ต่ำเหลือเกิน ถ้าท่านทราบ ท่านจะตกใจ กันทั้งนั้นแหละครับ ขอความกรุณาให้กรรมาธิการและท่านประธานได้โปรด พิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
หมดแล้วนะครับ หมดแล้วก็เชิญตามชื่อที่เสนอไว้นะครับ ท่านชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ แล้วต่อด้วย ท่านพิเชียร
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาต ที่จะได้อภิปรายกรอบที่ ๑ ของคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของภาคอีสาน ในเรื่องของ สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ ผมขออนุญาต ไปดูที่ข้อ ๑ นะครับ ที่เขียนไว้ว่า ประชาชนทุกคนควรมีสิทธิได้เรียนฟรี ๑๒ ป้ โดยรัฐ เปึ้นผู้ออกค่าใช้จ่ายนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าทุกภาคก็คงจะได้รับฟังความคิดเห็นมา คล้าย ๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีในเรื่องของการศึกษา ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ เรื่องของการศึกษานั้น ผมคิดว่ามีความสําคัญมากที่สุด เพราะว่า ในเรื่องของกระบวนการทั้งหลายไม่ว่าจะเปึนกระบวนการที่จะเข้ามาสู่ทางการเมือง เราได้คุยเรื่องวุฒิการศึกษา ได้คุยในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะมาอยู่ในเรื่องของ กระบวนการทางการเมือง แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน สื่อไปทางคณะกรรมาธิการยกร่างด้วย เพราะว่าคณะกรรมาธิการแต่ละภาคนั้น ก็พยายามที่จะได้ฟังเสียงจากทุกภาคส่วนของพี่น้องประชาชน ทุกภาคส่วนขององค์กร เอกชนและภาคราชการ ความสำคัญในเรื่องของการศึกษานะครับก็มีองค์ประกอบ หลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนเด็กที่อยู่ในภูมิภาค ครูผู้บริหาร หรือครูผู้สอนที่อยู่ ตามภูมิภาค หรือแม้กระทั่งผู้ปกครองนักเรียน ตรงนี้ก็จะถือว่าลงรายละเอียดในเบื้องลึก นิดหนึ่ง แต่ที่ผมเรียนในวันนี้ก็หมายความว่าอยากจะเห็นในเรื่องของกฎหมาย รัฐธรรมนูญนี่ได้เขียนข้อกําหนดการปฏิรูปทางการศึกษาที่มีความชัดเจนนะครับ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะพูดในเรื่องของการศึกษาอยู่ตลอดเวลา แต่การศึกษาของภูมิภาคเหล่านั้นจะประสบปัญหาหลายสิ่งหลายประการ ตั้งแต่ในเรื่อง ของงบประมาณที่บอกว่า งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น จริง ๆ แล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ยกร่างครับ โรงเรียนที่อยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ตามตำบล ตามหมู่บ้าน เด็กนักเรียน เริ่มน้อยลง เริ่มน้อยลง ครูผู้สอนก็เริ่มน้อยลง กลับมาอยู่ที่ตามเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าโรงเรียน ที่อยู่ในระดับอำเภอ ในระดับจังหวัด แล้วก็ในระดับของภูมิภาคที่มีชื่อเสียงทำให้โรงเรียน ที่อยู่ตามภูมิภาคนั้นได้ถูกการทอดทิ้ง ถูกการทอดทิ้งก็ด้วย ในเรื่องของเด็กที่จะต้อง คิดว่ามาเรียนในเมืองแล้วนี่จะได้เปรียบเด็กที่อยู่นอกเมือง ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของสื่อ การเรียนการสอน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของบุคลากร ครูผู้สอน ในรายสาระวิชาต่าง ๆ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า บางครั้ง บางโรงเรียนที่ได้ออกไปฟังเสียงในเรื่องของการศึกษา ความจำเปึนของครูที่จบ พลศึกษาบ้าง จบภาษาไทยบ้าง แล้วมาสอนในสาระ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ความจําเปึ้นเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เพราะว่าในเรื่องของข้อระเบียบกฎหมาย แต่เดิมนักเรียนที่อยู่ตามภูมิภาคเขาจะมีสำนักงานการประถมศึกษากับสามัญศึกษา คือ กรมสามัญ หลัง ๆ เอามาร่วมกัน ก็มีอุปสรรคปัญหาในเรื่องของการที่จะได้กระบวนการ การบริหารการจัดการ ทั้งในแง่ของงบประมาณ ทั้งในแง่ของการที่จะได้ส่งในเรื่องของ งบประมาณต่าง ๆ อุปสรรค์ของโรงเรียนในปัจจุบันนะครับ นักการภารโรงเสียชีวิต บางโรงเรียนที่อยู่ตามชนบท ครู นักเรียนต้องออกมาเปึนนักการภารโรงเอง โดนตัดอัตรา ไป และตรงนี้เด็กที่อยู่ตามชนบทจะได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนเหล่านั้นได้อย่างไร ในเมื่อ โรงเรียนตามหัวเมืองต่าง ๆ เขามีสื่อการเรียนการสอนที่ดี มีบุคลากรครูที่เขามีความหวัง ว่าเขามาเรียนแล้วเขาจะได้องค์ความรู้ แต่เด็กที่พ่อแม่นั้นมีความยากจน แต่มีสติปัญญา ที่ดี ไม่มีโอกาสที่จะได้เข้ามาเรียนในสถานที่เรียนตามที่เขาต้องการ แต่ว่าโรงเรียน ตามชนบทขาดแม้กระทั่งบางครั้งอาคารเรียนในปัจจุบันปลวก็ขึ้น ไม่มีงบประมาณ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตรงนี้ล่ะครับในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษานั้นคงจะต้องดู ทั้งระบบนะครับ ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ที่จะต้องเข้ามาเรียนหนังสือในสถานที่ที่เข้าสามารถเรียนได้นะครับ แล้วผมยังดูในเรื่อง ของผู้พิการและผู้สูงอายุ เปึนปัญหาทางสังคมอย่างยิ่งนะครับ เมื่อบุคลากร เมื่อคนที่อยู่ ในพื้นที่ไม่สามารถที่จะส่งมาเรียนในเมืองได้ ปัญหาทางสังคมก็จะตามมา ก็คือบิดา มารดาอยู่ที่บ้าน บุตรก็มาเรียนหนังสือในหัวเมืองต่าง ๆ แล้วก็ผู้พิการเช่นกัน ในพื้นที่ที่อยู่ ในชนบท เรายังไปดูผู้พิการถูกทอดทิ้งเยอะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมก็คิดว่าน่าจะเขียน ให้ชัดเจน ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะเปึนคนพิการ ไม่มีใครหรอกครับอยากจะเปึน คนผู้ด้อยโอกาส ก็ขออนุญาตที่จะเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการยกร่าง ด้วยนะครับว่า ควรจะเขียนในเรื่องของการศึกษาให้ชัดเจนและสามารถที่จะได้ปฏิบัติ ได้จริง เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มาเขียนไว้ แต่ในทางปฏิบัตินั้น เปึ้นนามธรรม ไม่ใช่รูปธรรม
ขออนุญาตไปเรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทุกภาคที่ได้นำเสนอ มา ไม่ว่าจะเปึนภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็เขียนว่า ควรกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เขียนว่าคำว่า เพิ่มขึ้น เปึ้นสิ่งที่ดี แต่ผมไม่แน่ใจว่าเพิ่มขึ้น ในลักษณะอย่างไร หรือเพิ่มขึ้นในกรณีอย่างไร เช่น เพิ่มขึ้นในการถ่ายโอนของที่มีอยู่แล้ว ให้กับท้องถิ่นหรือไม่ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานที่อยู่ในระดับภูมิภาค ที่ทำงานบริการ สาธารณะเหมือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มอะไรให้ได้บ้างครับ เพิ่มระบบ สาธารณูปโภค ถนน คู คลอง อะไรในลักษณะอย่างนี้ด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญควรจะเขียนในเรื่องของการเพิ่มที่ชัดเจน ก็ขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน ในเรื่องของการที่จะต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้น ทุกภาคก็เขียนเช่นกันครับ เขียนให้ มากขึ้น และผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การที่กระจายอำนาจมากขึ้นนั้น ความเจริญ สู่ท้องถิ่นก็จะมากขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกัน ในเรื่องของระบบการตรวจสอบก็คงจะต้อง เข้มข้นยิ่งขึ้น เหตุผลก็เพราะว่าในเรื่องของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ทัศนคติ ของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะมีไม่เหมือนกัน บางท่านอาจจะมองในเรื่องว่า การศึกษา ควรจะส่งเสริมในเรื่องของการศึกษาให้มากขึ้น บางท้องถิ่นก็อยากที่จะเห็น มีการสร้างถนน สร้างคลอง สร้างระบบน้ำประปา ระบบไฟฟัา แต่ว่าผมขออนุญาตกราบเรียนครับ ในเรื่องของการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่นนั้น ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญร่างที่จะเขียนนี่ ภายในเดือนเมษายนคงก่อนวันที่ ๑๙ ก็คงจะเห็น ความชัดเจนในเรื่องของการกระจายอำนาจ แต่ขอนุญาตกราบเรียนครับ ความเปึ้นอิสระ ในการบริหาร การจัดการนั้นยังไม่ชัดเจนนะครับ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ ภาคใต้ ปัญหาจะมีอีกอย่างหนึ่ง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ภาคเหนือปัญหา ก็จะมีอีกอย่างหนึ่ง ภาคอีสานก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ภาคตะวันออกก็มีปัญหา อีกอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของความอิสระในการที่จะแก้ปัญหาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านอาจจะได้ให้งบประมาณไปก็ตาม แต่ในเรื่องของสภาพปัญหานั้น ไม่เหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ คนที่ปวดท้องไปท่านยาแก้ปวดหัว มันคนละเรื่อง กันนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของรายละเอียดของปัญหาของท้องถิ่น ผมคิดว่าน่าจะ ให้อิสระ แต่ว่าปัญหาว่าอิสระแล้วก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น เราก็คง จะต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบนะครับ ผมเห็นแต่ละภาคก็พยายามที่จะได้ให้ ประชาชนนั้นมีส่วนร่วมในการที่จะได้เข้ามาตรวจสอบท้องถิ่นให้มากขึ้นนะครับ ก็เรียน ท่านประธานครับว่า ในเรื่องของท้องถิ่นท่านไม่ต้องวิตกกังวลหรอกครับ คนที่อยู่ ในท้องถิ่นเขาก็จะอยู่ในท้องถิ่นมาตั้งแต่อาจจะเกิดเลยจนกระทั่งอายุมาก ทำอะไรก็ แล้วแต่คนท้องถิ่นจะรู้ดีนะครับ จะตรวจสอบในเรื่องของการที่จะได้เข้าไปบริหาร การจัดการ ในแต่ละเรื่องนะครับ แต่ผมขออนุญาตที่จะได้เน้นลงไปในเรื่องรายละเอียด เบื้องลึกสักนิดหนึ่งครับ ปัจจุบันท้องถิ่นอยากจะเข้ามาดูในเรื่องของศาสนา วัฒนธรรม ท้องถิ่น ลำบากมากนะครับ เพราะว่าเรามีหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ บางครั้งถึงแม้ว่า จะเปึนกฎหมายลูกก็ตามนะครับ วัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความจำเปึนอย่างยิ่งยวด นะครับ ถ้าเรานั้นไปละเว้นวัฒนธรรมของท้องถิ่นแล้ว การที่จะได้สมานฉันท์ในระหว่าง คนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตำบลจะเกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ ในเรื่องของสาธารณสุขก็เช่นกัน ครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นควรที่จะได้มีส่วนร่วมในการที่จะเข้ามาช่วยกันที่จะ เสริมสร้างในเรื่องของสาธารณสุขให้มากขึ้นนะครับ เรื่องกีฬาก็เช่นกัน กีฬาตอนนี้แต่ละ จังหวัด ดูในต่างประเทศก็ได้ครับ กีฬานั้นสร้างคนให้รู้จักคำว่า แพ้ รู้จักคำว่า ชนะ รู้จัก คำว่า อภัย กีฬานั้นเสริมสร้างให้คนนั้นมีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรง กีฬานั้นอาจจะ เปึ้นอาชีพของแต่ละคน แต่ละคน ที่อยู่ในท้องถิ่นเหล่านั้น ที่เขามีความสามารถที่สามารถ ที่จะทำกีฬานั้นเปึ้นอาชีพได้นะครับ ซึ่งมีหลากหลาย และในเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็เช่นกัน ครับ ในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ก็จะ มีความเจริญเยอะ ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลที่อยู่รอบข้าง ๆ เทศบาลนะครับ ปัญหา ถึงแม้ว่าจะได้อยู่ข้างเทศบาล แต่ว่าประชากรแฝงนั้นจะไปอยู่ในเทศบาลเสียเยอะนะครับ ตรงนี้เองผมคิดว่าในเรื่องของพื้นที่ตรงนั้น เทศบาลนั้นจะเปึ้นแหล่งที่มีชุมชนหน้าแน่น อบต. อาจจะเปึนพื้นที่ที่ชุมชนน้อย แต่ได้รับการดูแลน้อยกว่า ตรงนี้ก็ถือว่าเปึน ข้อเปรียบเทียบในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในเรื่องของทิศทาง ในอนาคต ไม่ว่าจะเปึนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ว่าจะเปึ้นเทศบาล ไม่ว่าจะเปึน องค์การบริหารส่วนตําบลนั้นนะครับ ผมคิดว่าคงจะต้องทํางานร่วมกัน เพราะว่าปัจจุบันนี้ เราก็มีแผนที่จะต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในเรื่องของแต่ละพื้นที่นั้นภาวะผู้นำ ทัศนคติของผู้นำนั้นจะได้บริหารการจัดการไปในทิศทางไหน ถ้าผู้นําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนเทศบาล อบต. อบจ. นั้น ถ้ามีความคิด ซึ่งมองทิศทางในการบริหาร การพัฒนาไปในทางเดียวกันแล้วนะครับ ผมคิดว่าในเรื่อง ของความเจริญมาสู่ท้องถิ่นก็จะทําให้ท้องถิ่นเหล่านั้นมีการพัฒนาและมีการแก้ปัญหา นะครับ และอีกเรื่องหนึ่งที่มีการวิตกกังวลมากก็คือในเรื่องของฝ์ายปกครองท้องที่กับ ฝ์ายปกครองท้องถิ่นนะครับ ก็เรียนท่านประธานครับ ถ้าในกรณีตำบลไหนฝ์ายปกครอง ท้องที่ ก็คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ถ้าจับมือกันทำงาน ผมคิดว่าท้องถิ่นเหล่านั้นก็สามารถที่จะสามารถเดินไปด้วยกันได้ สร้างการพัฒนาได้ และขออนุญาตเรียนครับว่าในส่วนของฝ์ายปกครองท้องที่นั้นมีความสำคัญมาก ผมก็ยังเห็นในเรื่องของความสําคัญของกํานั้นและผู้ใหญ่บ้านนะครับ เพราะว่าในส่วนของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่นะครับ ในเรื่องของการที่จะได้แก้ปัญหาที่ทางส่วนราชการนั้น ได้มอบให้ ไม่ว่าจะเรื่องของความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ในตำบล ไม่ว่าจะเรื่องของการ ที่จะได้ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของโรคติดต่อหรือภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้นะครับ ผมคิดว่าค่าตอบแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับสวัสดิการของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น ค่อนข้างน้อย คนที่อยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ที่เขาเกิดมาและเขาอยู่ตรงนั้น เขาได้ทำงานนี่ ค่าตอบแทนน้อยนะครับ สวัสดิการแทบไม่มีเลย เขาจะอยู่ได้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้น ในระบบของราชการนี่นะครับ ทุกส่วนราชการ ไม่ว่าจะเปึน เช่น กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงคมนาคม ในส่วนราชการนั้นเขาก็สามารถที่จะได้มีค่าตอบแทนที่ ค่อนข้างดีกว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นะครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บางครั้งถนนเปึนหลุม เปึ้นบ่อ ก็ยังต้องโดนบ่นเลยนะครับ แต่ว่าเมื่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีค่าตอบแทนที่ดีขึ้น มีสวัสดิการ ที่ดีขึ้น แล้วสามารถที่จะทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วนะครับ ผมคิดว่า ความขัดแย้งของในตำบล หมู่บ้านเหล่านั้นก็จะน้อยลงนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะต้อง ขึ้นอยู่ด้วยกับภาวะผู้นำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ คุณธรรมที่จะได้บริหารการจัดการในอนาคตด้วยนะครับ ก็สรุปอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องของ การศึกษาจะนำไปสู่กระบวนการของไม่ว่าทางด้านการเมือง หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ อาชีพต่าง ๆ คนที่เปึนเกษตรกรจะต้องมีความรู้ในเรื่องของทำอย่างไรจะได้ปลูกข้าวให้ได้ ดีทั้งคุณภาพ ทั้งปริมาณ คนที่ทำงานทางด้านแรงงานก็จะต้องมีความรู้ความสามารถ ในแต่ละสาขาเหล่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของการศึกษานั้นมีความสําคัญมาก ก็ขอสรุปว่าอยากให้รัฐธรรมนูญฉบับที่กําลัง จะคลอด แล้วก็เปึ้นร่างภายในเดือนเมษายนนี้นะครับ อยากเห็นในเรื่องของการศึกษา ที่จะต้องปฏิรูปอย่างมีรูปธรรมนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ดูเวลานะครับ กรรมาธิการ ๖ ท่านนะครับ ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงหนึ่ง ท่านชาติชาย ๑๘ นาที ๓ วินาที ก็รายงานให้ท่านทราบนะครับ ท่านจะได้ ควบคุมเวลากันเองนะครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ข้อตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานของภาคอีสานนี่นะครับ ซึ่งถือว่าเปึน รายงานที่มีประโยชน์ แล้วก็ทำให้ในใจผมนี่ผมได้ข้อสรุปหลาย ๆ อย่างนะครับ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่ารายงานของภาคอีสานนี่จะเปึนรายงานในเชิงเปรียบเทียบว่า สั้นที่สุดกับรายงานของภูมิภาคอื่น ๆ ก็ตาม แต่ก็เปึนการรายงานที่สั้น แต่ดีมากนะครับ ผมเปึนครู่นี่เวลาเปรียบเทียบนักศึกษาที่ตอบข้อสอบสั้น ๆ แต่ตอบถูกจะได้คะแนน มากกว่าคนที่ตอบข้อสอบยาว ๆ แต่ว่าเราต้องไปหาคำตอบเอาเองหลายอย่าง แต่อันนี้เปึนการรายงานที่สั้นแล้วก็ได้คำตอบที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติม ว่ามีบางเรื่องซึ่งในรายงานมีสัดส่วนบางอย่าง ซึ่งคล้าย ๆ กับบอกว่าไม่แจ้ง ความประสงค์ หรือว่าไม่แสดงความเห็น แต่เปึ้นสัดส่วนที่ค่อนข้างใหญ่เกินกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือบางครั้งก็ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการน่าจะลอง พิจารณาดูว่าเราจะไปหาคำตอบในเรื่องนี้เช่นใด ถึงแม้ว่าผมเองจะมีคำตอบอยู่ ในบางส่วนว่าเขาอาจจะเห็นคล้อยตามไปกับผู้ที่เห็นด้วย เพียงแต่ว่าด้วยลักษณะหรือ ท่าที่ของผู้คนในบ้านเรานี่อาจจะไม่ค่อยแสดงความเห็น หมายความว่าถ้าเห็นด้วยแล้วก็มี คนเห็นตามนั้นก็ไม่แสดง แต่ทีนี้บังเอิญไปเขียนคําว่า ไม่แสดง ไม่แจ้งความประสงค์ ผมคิดว่าน่าจะใช้ คําว่า ไม่แสดงความเห็น เสียมากกว่า หรือ ไม่แน่ใจ เพราะถ้าไม่แจ้ง ความประสงค์นี่จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า เกิดเสียงส่วนใหญ่เปึนเหมือนกับโน โหวต (No vote) ในการเลือกตั้งมันก็จะยุ่งเหมือนกันในเชิงลึก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตว่า เมื่อเราอ่านรายงานของภาคอีสานอย่างละเอียด มีข้อสังเกตร่วมกับ รายงานของภาคเหนือและภาคใต้ที่ได้รายงานไปก่อนหน้านั้นที่น่าจะเปึนข้อสรุปได้ เบื้องต้น ซึ่งเดี๋ยวเราไปฟังรายงานภาคกลาง เท่าที่ผมอ่านล่วงหน้าก็จะคล้ายกัน นั่นก็คือ มีข้อสรุปที่สะท้อนให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่แสดงความเห็นมาในชั้นนี้ เขาต้องการรัฐธรรมนูญกินได้ เขาต้องการรัฐธรรมนูญที่มี อยากจะใช้คำว่า เปึ้นรัฐธรรมนูญที่เพิ่มคุณค่าแห่งชีวิตของเขา เพิ่มพลังอำนาจในทางการเมืองของเขา เพิ่มพลังของประชาชนในการที่จะดูแลตนเองมากกว่าการที่จะให้บรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือการเมืองในระดับชาติเปึ้นคนชี้นำ นั่นก็คือในเวทีความคิด ของประชาชนนี่ได้มีข้อสรุปที่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมค่อนข้างมั่นใจเมื่อ อ่านรายงานของภาคอีสาน เพราะทำให้เห็นชัด คำว่า รัฐธรรมนูญกินได้ ของเขานั้น หรือ รัฐธรรมนูญแห่งคุณค่าชีวิตของประชาชนนั้น เริ่มตั้งแต่เรื่องของการแก้ปัญหาพื้นฐาน ก็คือปัญหาทางด้านของการประกอบอาชีพ ปัญหาความยากจน ปัญหาการกระจาย รายได้ และปัญหาเรื่องของการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งอันนี้ค่อนข้างจะชัดเจนเมื่อเรา อ่านรายงานทั้ง ๓ พื้นที่ประกอบกัน ในประการที่ ๒ ก็คือเขาต้องการให้พลัง ภาคประชาชนนั้นมีบทบาทกันเองในเรื่องของการที่จะหาทางจัดการในเรื่องของการศึกษา เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งที่ได้อภิปรายล่วงหน้าก่อนหน้านี้แล้ว ก็คือเรื่องของ การศึกษาเปึนหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิตของผู้คน และการให้ประชาชนมีการศึกษา ดี เปึนภารกิจร่วมของรัฐ ทุกระดับ ไม่ว่าจะเปึนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แต่ดูเหมือนว่าเจตจำนงนั้นเขาต้องการให้ส่วนท้องถิ่นมีบทบาทค่อนข้างสูงในเรื่องของ การจัดการศึกษา ในเรื่องของการดูแลอาชีพที่มั่นคง และขณะเดียวกันในเรื่องของการ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประการที่ ๔ ก็คือเรื่องของการจัดบริการ สาธารณะขั้นพื้นฐานหรือการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการบริการขั้นพื้นฐาน ถึงแม้ว่า ท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้คือ คุณชาติชาย ขออภัยที่เอ่ยนาม จะบอกว่ายังไม่มี ความชัดเจน แต่เท่าที่เรามองดูจากเจตจำนงร่วมของประชาชนจากทุกภูมิภาคต้องการที่ จะให้ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ซึ่งอันนี้ก็แสดง ให้เห็นว่าคุณูปการจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทำให้ภาคประชาชนเติบโตขึ้น ถึงแม้ว่า ภาครัฐจะมีปัญหาในเรื่องของการใช้อํานาจก็ตาม ในประการต่อไปเปึ้นเรื่องที่สําคัญมาก และผมคิดว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้จําเปึ้นที่จะต้องระบุให้ชัดเจนอย่างมาก ก็คือ การตรวจสอบของภาคประชาชน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ในเรื่องของการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ เพราะข้อมูลทั้ง ๓ ภูมิภาคนี่ยืนยันชัดเจน นะครับ ในเรื่องอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเปึนข้อสังเกตร่วม ก็คือผมฟังมาทั้ง ๓ ภูมิภาค มันมี ประเด็นที่ซ้ำกันแล้วเราน่าที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอยู่พอสมควร ก็คือเรื่องของท้องถิ่น กับเรื่องของท้องที่ แน่นอนครับ ท้องถิ่นนั้นหมายถึงการปกครองท้องถิ่น ซึ่งในกฎหมาย รัฐธรรมนูญมีหมวดหมู่ที่ชัดเจนของการจัดพื้นที่ให้ในเรื่องของการจัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่ในเรื่องของท้องที่นั้น ถ้าเราดูจากคําอภิปรายร่วมของบรรดากรรมาธิการ ซึ่งในทั้ง ๓ ภาคนี่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่เกือบจะทั้ง ๓ ภูมิภาคนี่นะครับ ก็ดูเหมือนว่าจะ พูดถึงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ป้ ๒๔๕๗ กฎหมายฉบับนั้นเปึนกฎหมาย ที่เก่าแก่มาก เปึนกฎหมายที่ร่างไว้โดยคนรุ่นก่อนเราหลายรุ่นนะครับ แต่ก็มีข้อความที่ ค่อนข้างจะชัดเจน และมีประโยชน์ในการแก้ปัญหาของภาคประชาชน ในแง่ของบทบาท ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการเข้ามาอุดช่องว่างของการดำเนินงานที่องค์กรปกครอง ท้องถิ่นก็ดี หรือการเมืองระดับชาติก็ตาม ไม่สามารถที่จะไปแก้ปัญหาได้ ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่อง ของความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของประชาชน การเปึนกรรมการกลางในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องการเลือกตั้ง และที่สําคัญซึ่งเราลืมไม่ได้ ในฐานะที่คนรุ่นเราตอนเด็ก ๆ ยังเล็ก อยู่นี่นะครับก็คงมีความผูกพันกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่บ้าง ก็คือเรื่องของการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท ในภาวะทํานองนี้เราจะเห็นว่ามันมีข้อเสนอที่กลาย ๆ นะครับที่ทําให้เราต้องมา คิดว่าเราจะทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของการปกครองส่วนภูมิภาคกับเรื่องของการปกครอง ท้องที่ ซึ่งหมายถึงบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะฉะนั้นการจัดระเบียบระหว่าง ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ซึ่งรวมถึงท้องที่ด้วยกับส่วนท้องถิ่นน่าจะมีความชัดเจน มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วนี่นะครับ ผมมองว่าในเรื่องซึ่งรายงานทั้ง ๓ ฉบับนี่นะครับ ค่อนข้างจะตรงกันก็คือเรื่องของการเมืองในระดับชาติ ซึ่งจะอยู่ในหมวดหมู่ของสถาบัน การเมือง เราจะพบว่ารายงานทั้ง ๓ ฉบับนี่นะครับมีความใกล้เคียงกันมากเรื่องการพูดถึง จำนวน สส. ในสภาผู้แทนราษฎรในอนาคต และที่สำคัญก็คือความชัดเจนในเรื่องของ การระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส. หรือต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้มันแทบ จะทำให้เราคงไม่มีประเด็นที่จะไปถกเถียงกันต่อไป ดังนั้นตรงจุดนี้ก็จะเปึ้นจุดที่ทำให้เรา มองเห็นว่าในการเมืองระดับชาตินี่สถาบันการเมืองจะทำหน้าที่ที่สำคัญในทาง นิติบัญญัติที่ชัดเจน กับในขณะเดียวกันในทางการบริหารนั้น เมื่อ สส. ไปเปึ้นฝ์ายบริหาร แล้วก็จะไม่แยกจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นถ้าข้อสรุปของผม ถูกต้องนี่นะครับ มันก็อาจจะนำไปสู่การพิจารณาที่ค่อนข้างจะได้จังหวะจะโคนพอดี ในภาวะที่ในสัปดาห์หน้า ในคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็คงจะเริ่มพิจารณาการยกร่าง ในรายมาตรา อย่างไรก็ตามในส่วนที่มันเปึนประเด็นที่ยังตกค้างอยู่ในเรื่องของการถาม ในรอบต่อไปก็คือว่า ตัวบรรดาที่ไม่แสดงความเห็นซึ่งยังมีสัดส่วนอยู่ค่อนข้างมากนี่ จะทําอย่างไรที่จะทําให้เราได้ความเห็นเหล่านั้นมา แต่ผมเชื่อว่าถ้าเราถามประกอบไป ในรอบที่ ๒ นี่นะครับ มันก็อาจจะเปึนคำถามที่ประกอบกัน ทีนี้ในตอนที่กรรมาธิการ นำเสนอตอนสุดท้ายนี่นะครับ ถ้าเข้าใจไม่ผิดดูเหมือนว่าคุณศักดิ์ชัยนะครับ ขออภัย ที่เอ่ยนาม ที่ได้นําเสนอว่า ในการรับฟังความคิดเห็นนี่ เวทีใหญ่นี่นะครับ นอกจากจะจัด ได้ยาก แล้วบางครั้งการรับฟังความคิดเห็นอาจจะไม่ชัดเจน อยากให้จัดเปึนเวทีเล็ก แต่มีการชี้แจงทําความเข้าใจหรืออธิบายข้อความให้ชัดเจนนี่นะครับ ผมก็ไม่อยากให้ไป สรุปในทํานองนั้นเสมอไป เพราะในบางแห่งเขาอาจจะจัดเวทีใหญ่ได้แล้วก็สามารถที่จะจัดได้ดีนะครับ ก็เปึนเรื่องที่ เราเป่ดช่องทางให้ เพราะถ้าเราจัดเวทีเล็ก ถ้าจะจัดให้ดีนี่นะครับ ปัญหามันอาจจะอยู่ ตรงที่ว่าเราจะเอาใครที่เปึนตัวแทนของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ทุกกลุ่มนี่นะครับเข้ามามี ส่วนร่วมในเวทีเหล่านั้น แล้วเราจะมีความมั่นใจอย่างไรที่จะทําให้คนเหล่านั้นนี่นะครับ เปึ้นเสียงของคนจำนวนมากที่ไม่ได้เข้ามาร่วมในเวทีนั้น ผมเข้าใจดีว่าในเวลาจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นนั้นเปึ้นเรื่องไม่ง่ายนะครับ เข้าใจดีตรงจุดนั้น แต่ว่าถ้าเราไปจํากัดเฉพาะของ การจัดเวทีเฉพาะหรือเวทีเล็กนี่นะครับอาจจะไปทำให้เกิดภาวะของการไม่เปึ้นธรรมชาติ ของการทำงาน ก็อยากจะปล่อยให้มันเปึนธรรมชาติของการจัดเวทีที่สำคัญ ในประสบการณ์ของผมเองนั้นนะครับ การจัดเวทีในชุมชน เวทีในท้องถิ่น เวทีในที่ต่าง ๆ มันก็มีหลากหลายมาก ในบางแห่งประชาชนเข้าเปึ้นผู้ที่ช่วยเราเต็มที่ เปึนเจ้ากี้เจ้าการ ให้เราเลยนะครับ มันก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะดีในเรื่องทํานองนี้ ก็คงมีข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ผมถือว่าได้ประโยชน์นะครับจากการรับฟังของกรรมาธิการจากภาคอีสานครับ
ขอบคุณครับ ท่าน สสร. พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ กระผม พิเชียร นะครับ กระผมอยากจะขออนุญาตอภิปรายข้อคิดเห็น และข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของ ภาคอีสานนะครับ ซึ่งกระผมคิดว่าข้อคิดเห็นเหล่านี้น่าจะเปึ้นประโยชน์นะครับ ก่อนอื่น ก็ต้องขออนุญาตชื่นชมนะครับว่าท่านได้ออกไปทำงานอย่างเต็มที่ แล้วก็ภาคอีสานนี้เปึ้น ภาคใหญ่ที่สุดของประเทศไทยนะครับ มีจํานวนถึง ๑๙ จังหวัด แล้วก็มี สส. มากที่สุด นะครับถึง ๑๓๔ คน จำนวนประชากรนั้นก็มากที่สุดนะครับ ประมาณยี่สิบกว่าล้านคน ในบรรดาภาคทั้งหลาย ดังนั้นการทำงานของท่านนี่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการที่จะมีการทําประชามติว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งร่างโดยพวกเรา ร้อยคนนี่จะผ่านหรือไม่ผ่านประชามตินี่ก็อยู่ที่ภาคอีสานนี่ล่ะครับเปึนภาคที่สำคัญที่สุด ดังนั้นกระผมจึงอยากจะมีข้อเสนอแนะที่สำคัญดังนี้นะครับ จริงอยู่แม้ว่าร่างรายงาน ที่ท่านได้เสนอมานี้ผมคิดว่าอาจจะดูสั้นไปสักนิดหนึ่งเพราะท่านเสนอมาค่อนข้างน้อย เพียงแค่ ๑๑ หน้านะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามกระผมอยากจะให้ท่านประธาน แล้วก็ท่าน กรรมาธิการภาคอีสานได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับว่าท่านได้ไปรับฟังข้อคิดเห็น พี่น้องประชาชนที่จังหวัดใด แล้วก็วัน เวลาใดบ้าง สถานที่นะครับ กี่ครั้ง แล้วก็มีผู้เข้าร่วม จํานวนเท่าไร เพราะว่าตรงนี้ผมคิดว่าเปึนข้อมูลที่เปึนประโยชน์นะครับ ท่านน่าจะบรรจุไว้ ในรายงานของท่าน เพราะว่าจะเปึนประโยชน์ในระยะยาวนะครับ เมื่ออนุชน หรือคนรุ่นหลัง ๆ ต่อ ๆ มาได้มาดูผลงานของท่านก็จะได้เห็นโดยละเอียด เพราะว่ากระผม ดูของภาคกลาง แล้วก็ภาคเหนือ และภาคใต้นั้นเขาได้ทำแยกแยะออกมาเปึนรายจังหวัด นะครับ อันนี้ก็จะเปึ้นผลดี แล้วก็ข้อที่ ๒ นะครับ ก็คือว่า เท่าที่กระผมได้มีโอกาสไปร่วมที่ จังหวัดขอนแก่นกับท่านประธานอย่างน้อย ๑ ครั้งนะครับ ท่านประธานเสรีก็ได้ไปร่วม ด้วยนี่ มีประชาชนชาวอีสานมาร่วมงานมากจริง ๆ แต่กระผมคิดว่าท่านอาจจะยังไม่ได้ บรรจุรายละเอียดของการแสดงความคิดเห็นของประชาชนลงในรายงานของท่านทั้งหมด นะครับ หรือว่าอย่างเพียงพอนี่ กระผมอยากจะเสนอแนะว่าถ้าเปึนไปได้ ท่านได้ไปรับฟัง ความคิดเห็นที่จังหวัดใดนี่ ซึ่งพี่น้องประชาชนได้เสนอแนะข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เปึน ประโยชน์ ผมอยากจะให้โน้ต (Note) แล้วก็บันทึกลงไปในรายงานที่ท่านจะเสนอต่อ สสร. นะครับ อันนี้จะเปึนประโยชน์ในระยะยาวนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนก็จะได้ รับทราบว่าความคิดเห็นที่เขาได้เสนอมานี้ก็ได้มีการบรรจุไว้ในบันทึกรายงานการประชุม ด้วย ซึ่งในวันนี้ก็มีท่าน สสร. อีกสามสี่ท่านได้เสนอข้อมูลเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากเอกสารที่ท่านแจก ซึ่งผมคิดว่าเปึนประโยชน์ ท่าน สสร. สามสี่ท่าน ที่ได้เสนอนี่ ไม่ว่าจะเปึ้นท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านปริญญา ท่านศักดิ์ชัย ท่านอรรครัตน์ แล้วก็ท่านชำนาญ ได้เสนอข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม ผมคิดว่าน่าจะบรรจุไว้ ในรายงานนี้ด้วยก็จะเปึนประโยชน์อย่างมากนะครับ ในส่วนตัวกระผมเองนั้นขออนุญาต เรียนเสนอสั้น ๆ สักสองสามข้อเท่านั้นเอง ๑. ก็คือว่าเท่าที่ผมดูนี่ การไปรับฟัง ความคิดเห็นของท่านอาจจะยังพูดถึงปัญหาของภาคอีสานอาจจะน้อยเกินไปนิดหนึ่ง ท่านอาจจะเพิ่มเติมเข้าไปนะครับ เพราะว่าปัญหาของภาคอีสานอย่างที่หลายฝ์ายได้ ตระหนักก็คือปัญหาเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องของปัญหาภัยแล้ง เรื่องน้ำท่าว่าไม่เพียงพอ นี่นะครับ รวมทั้งเรื่องของปัญหาแรงงานอีสานซึ่งเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ค่อนข้างจะมาก เหล่านี้ผมคิดว่าท่านน่าที่จะได้บรรจุไว้ส่วนหนึ่ง อาจจะเปึ้นในเรื่องของ แนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของคนอีสานนี่เปึน ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ชาวอีสานประสบอยู่ แล้วก็ปัญหาเรื่องแรงงาน แรงงานอีสานที่ต้อง เดินทางไปทำงานในต่างถิ่น รวมทั้งแรงงานต่างด้าวด้วยที่เข้ามาในภาคอีสาน แรงงาน ของลาว เขมร แล้วก็เวียดนาม แล้วก็รวมทั้งแรงงานอีสานที่ต้องเดินทางไปทำงาน ในต่างประเทศ ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นใหญ่ที่พี่น้องอีสานเรานี่ประสบอยู่นะครับ แล้วก็นอกจากนั้นก็เปึ้นปัญหาเรื่องหนี้สินของพี่น้องอีสาน ซึ่งมีหนี้สินค่อนข้างจะมาก นะครับ ปัญหาเรื่องความยากจน แล้วก็ปัญหาปากท้องของประชาชนทั้ง ๑๙ จังหวัด เหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะมีส่วนบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ แล้วก็ในกรอบสิทธิเสรีภาพ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างมากเลยนะครับ
ในท้ายที่สุดเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมอยากจะฝากว่าภาคอีสานนี้เปึน ภาคใหญ่ แล้วก็เปึนภาคที่จะมีผลต่อการทำประชามติ แล้วก็ความชอบธรรมของ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะมีมาหรือไม่อย่างไรนี่ก็อยู่ที่ภาคอีสานนี่แหละ ดังนั้นกระผม อยากจะเรียกร้องให้พี่น้อง เพื่อน ๆ สมาชิก สสร. ถ้ามีโอกาสได้ไปร่วมรับฟังความคิดเห็น ที่ภาคอีสานร่วมด้วยก็จะเปึนประโยชน์นะครับ ได้ไปช่วยกันพูด ช่วยกันเสนอแนะสิ่งที่เปึน ประโยชน์กับพี่น้องชาวอีสาน ผมคิดว่าจะทำให้พี่น้องชาวอีสานทั้ง ๑๙ จังหวัดนี่ได้เข้าใจ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็จะมีโอกาสที่จะผ่านประชามติได้ดีครับ ก็ขออนุญาตเสนอ เพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานเสรีอย่างมากครับ
ขอบพระคุณครับ ที่แจ้งชื่อไว้ท่านสุดท้ายนะครับ ท่าน สสร. วีนัส ม่านมุ่งศิลปี เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านคณะกรรมาธิการฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมขอนำเสนอประเด็น กว้าง ๆ เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นนะครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งแก้ไข เปลี่ยนแปลงมาตลอด ๗๕ ป้ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของการทํารัฐประหาร การแก้ไข ตามข้อเรียกร้องของประชาชน จนกระทั่งได้มาซึ่งฉบับที่ ๑๖ ซึ่งเปึนฉบับประชาชน บอกว่าเราจะต้องมีส่วนร่วมในเสรีภาพ สิทธิในขั้นพื้นฐานการตรวจสอบการทำงานของ เจ้าหน้าที่รัฐ สิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ ปัญหาเกิดจากภายใต้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คืออะไรครับ ในเมื่อใช้อํานาจรัฐเข้มแข็ง ขณะเดียวกันชุมชนกลับ อ่อนแอลง กลุ่มธุรกิจเจริญเติบโตเต็มที่ แต่ชุมชนเปึ้นหนี้ เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดการทุจริต คอร์รัปชั่นกันอย่างกว้างขวาง การแทรกแซงจากองค์กรอิสระ ทิศทางของ รัฐธรรมนูญควรจะเปึนอย่างไร เท่าที่ผมได้รับฟังมาเมื่อกี้ ตอนที่อยู่กรรมาธิการภาคเหนือ ผมไม่ได้มีโอกาสได้พูดเพราะว่ากรอบเวลาจํากัด จึงอยากจะฝากประเด็นที่สําคัญที่สุด ของพ่อแม่ พี่น้องทั้งประเทศ ทั้ง ๔ ภาคนะครับว่าเขาฝากเรื่องอะไรให้ผมมาบ้าง เรื่องสำคัญครับ เรื่องของการเสนอให้มีการจัดตั้งสภาเกษตรกร ประเด็นนี้ ผมขอขยายความนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพราะว่ากว่า ๑๐ ป้ที่มีการพิจารณาประเด็นนี้ แล้วก็แท้งมาโดยตลอด ถามว่าสภาเกษตรกร หรือสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยที่ ประเทศไทยเปึนประเทศกสิกรรม มีพลเมืองกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ประกอบอาชีพการเกษตร คือการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ องค์กรอื่นมีสภาแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาแรงงาน หรือสภาอื่น ๆ แล้วแต่จะ เรียกชื่อ แต่ไม่มีสภาเกษตร หรือสภาเกษตรกรแห่งชาติ หรือสุดแท้แต่จะเรียกชื่อนะครับ กระผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ แต่เปึนเรื่องเก่าที่พยายามผลักดันกันมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๕ เคยถูกบรรจุอยู่ในนโยบายของการหาเสียงของพรรคพรรคหนึ่ง ถึงขั้นบอกว่า ออกมาร่างกันเปึนหนังสือกันเลยทีเดียว แนวคิดเกี่ยวกับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะ จัดตั้งพระราชบัญญัติข้าวแห่งชาติ โดยถอดแบบมาจาก พรบ. การเกษตรก่อนที่เรื่อง จะเงียบหายไปในป้ ๒๕๔๒ ผมสืบค้นข้อมูลนี้ ๑๕ ป้ที่แล้วครับท่านประธาน ผมใช้เวลา อยู่หลายวัน แล้วก็ไตร่ตรองดูว่าควรจะพูดในสภาแห่งนี้หรือไม่ แต่พอใคร่ครวญสักระยะ หนึ่งผมก็รู้ว่าสมควรจะต้องพูด เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดก็ต้องผลักดันเรื่องสภาเกษตร ให้เกิดเปึ้นรูปธรรมอย่างกินได้ตามรัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๕๐ ที่เรากําลังจะร่าง หลังจาก นั้น ป้ ๒๕๔๒ เรื่องเงียบหายไปครับท่านประธาน เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของเกษตรกร เข้าชื่อเสนอโดยประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อผ่านรัฐสภาโดยสิทธิที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นอกจากนี้ยังเคยมีคณะกรรมการยกร่าง พรบ. สภาเกษตรภายใต้การ ดำเนินการของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนหรือ คชช. ยกร่างกฎเกณฑ์นี้ประมาณ ๕๐ มาตรา ๖ หมวด ขออนุญาตอ่าน ว่าด้วยการจัดตั้งและจดทะเบียนองค์กรการเกษตร หมวดที่ ๒ ว่าด้วยแผนแม่บทการเกษตรแห่งชาติ หมวดที่ ๓ ว่าด้วยสำนักเลขาธิการ สภาการเกษตรแห่งชาติ หมวดที่ ๔ ว่าด้วยแผนแม่บทการเกษตรแห่งชาติ หมวดที่ ๕ ว่าด้วยสภาการเกษตรจังหวัด และหมวดสุดท้ายว่าด้วยสำนักเลขาธิการการเกษตร จังหวัด แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบจบไป เนื่องจากประธานสภาสั่งจำหน่ายออกจากเรื่อง เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ป้ ๒๕๔๓ เนื่องจากมีเข้าชื่อเสนอชื่อไม่ครบองค์ประกอบ ซึ่งไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ผมถึงบอกแล้วว่าการเข้าชื่อ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ มันเปึนไปไม่ได้ แถมยังต้องเรียกบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จากนั้นขั้นตอนเยอะแยะ มากมาย ทำให้เกิดปัญหา และทำให้สภาการเกษตรไม่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีนิดเดียวครับท่านประธาน แต่ยิ่งใหญ่ เพื่ออะไรครับ การจัดตั้งสภาการเกษตร โดยเจตนารมณ์ก็เพื่อเป่ดโอกาสให้ตัวแทนภาคเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐบาล และ ธุรกิจเอกชนในการรักษาเสถียรภาพของราคาผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร เสียหายนะครับ เราไปคิดกันเสียจนไม่มีทางออก เพราะไปคิดว่ามันติดขัดเรื่องกฎหมาย และความเปึนไปได้ สิ่งที่ผ่านมานั้นเปึนแค่แนวคิด แต่ยังไม่เกิดเปึนรูปธรรมมาสักครั้ง เลยครับ การจัดตั้งสภาการเกษตรเปึนการเฉพาะเจาะจงสำหรับประชาชนที่มีอาชีพเปึน เกษตรกรโดยตรง สภาการเกษตรหรือสภาการเกษตรแห่งชาติจะต้องเกิดขึ้นมาจากความ ต้องการของเกษตรกรโดยแท้มากกว่าที่จะไปยืนบนพื้นฐานของเรื่องอื่น และไม่ควรจะเปึน แค่สภาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐเท่านั้นนะครับ ผมถึงว่ามันดีครับ แต่ต้องดูรายละเอียดก่อนว่ามันสำคัญที่ว่าสภาเกษตรต้องใช้งานได้จริง ๆ ไม่ใช่เปึ้นแต่ชื่อ นะครับ ป้นี้ก็เกิดปัญหา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมเกียรติที่ได้กรุณารับฟังตอนเช้าว่า ทางภาคเหนือตอนบนของเรา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เรามีลำไยกำลังจะชูช่อ ปัญหา กำลังจะเกิดกว่าแสนตันป้นี้ เรายังไม่รู้เลยว่าทิศทางของเรื่องนี้จะจบอย่างไร เพราะยัง ไม่มีเรื่องของการเกษตรไปประกันราคาขั้นต้น ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการรักษา เสถียรภาพทางราคา และการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า ซัพพลาย เช่น (Supply chain) ครับท่านประธาน มันจะเกี่ยวกันได้อย่างไร ครับ มันก็ต้องเกี่ยว แล้วดูทิศทางของรัฐธรรมนูญว่าฉบับนี้มันจะกินได้อย่างที่ทุกคนพูด หรือเปล่า กระผมพูดในเชิงวิชาการไม่เก่งครับ แต่กระผมจะพูดในเนื้อ ๆ ว่าปัญหาที่ไปรับฟังชัด ๆ ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน จุดได้ จุดเสีย ปัญหาหลัก ปัญหารองคืออะไร แล้วเราจะทำอะไรให้ รัฐธรรมนูญนี้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการเกษตร โครงสร้างการเกษตรปัจจุบันเราทราบ ว่ามันเปึ้นโครงสร้างแบบจุลภาค ไม่ใช่มหภาค อธิบายสั้น ๆ ก็คือเกษตรกรตัวใครตัวมัน พ่อค้ามือยาวก็สาวกันไป ธกส. ก็ออกหนังสือทวงหนี้ไม่มีวันสิ้นสุด อย่างนี้เรียกว่าอะไร ครับ ต้องใช้หนี้ข้ามชาติ เกษตรกรเปึ้นหนี้ข้ามชาติ อย่างไรครับ เปึนชาตินี้ ใช้ชาติหน้า ไม่มีทางใช้ได้หรอกครับ ถ้าถามว่าในขณะที่เราได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ เราแพ้เวียดนาม (ที่ถูก : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม – Socialist Republic of Vietnam) เราแพ้ ประเทศจีน เรากำลังจะแพ้ เราต้องยอมรับว่าเราจะต้องรบในสงครามที่ชนะอย่างเดียว ไม่ได้ท่านประธาน เราต้องรบในสงครามที่เราแพ้ แต่แพ้บนสิ่งที่เราประสบความสำเร็จ ในชีวิต หลักประกันที่สำคัญคืออาชีพที่เข้มแข็งของเกษตรกรในรูปแบบของสภาจะต้อง เกิดในป้ ๒๕๕๐ แห่งนี้ แล้วก็เปึนความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ ผมบอกอย่างนี้ ก็เพราะว่าผมผ่านสภา ทำเนียบรัฐบาล เห็นเกษตรกรมานอนรอ ผมอดสูใจที่เห็นภาพ อย่างนั้น ถ้ามีสภาเกษตรในระดับจังหวัดที่ผมว่าอยู่ในสำนักเลขาธิการสภาการเกษตร แห่งชาติระดับจังหวัดเราจะแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ รัฐบาลไม่ต้องมานั่งปวดหัวรับกับ ม็อบ (Mob) ที่ต้องมานั่งรอกดดันราคารัฐบาลแต่ละป้ สิ่งที่จูงใจที่สุดก็คืออะไรครับ ณ วันนี้ราคาปุิยราคาอะไรก็ตามที่เปึ้นองค์ประกอบของการเกษตรมันขึ้นราคาขึ้นเอา ขึ้นเอา แต่สินค้าการเกษตรมีแต่อยู่ตัวกับลด คือทรงกับทรุด ลักษณะอย่างนี้ไม่เป่ดโอกาส ให้เกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก ดังนั้นจึงจะกราบเรียนว่าจะต้องบรรจุเรื่องสภาการเกษตร ให้ได้ แล้วต้องเปึ้นจริงและกินได้อย่างที่เรามุ่งหวัง
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน หลายครั้งที่ผมได้นำเสนอที่ประชุมแห่งนี้ ว่าการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ก็ขอให้เปึนประเด็นที่สร้างสรรค์แล้วก็เกิดประโยชน์กับสภา อย่างแท้จริงนะครับ หลายครั้งที่ผมไม่ได้พูดเพราะผมเห็นว่าความเห็นของเพื่อนสมาชิก นั้นสอดคล้องกับเรื่องที่ผมได้ฟังมาแล้ว ผมจึงไม่อยากจะพูดเพราะไม่ให้มันเสียเวลา นะครับ แต่วันนี้จะต้องพูดเพราะถือว่าเปึนเรื่องที่สำคัญแล้วก็เปึนภาพลักษณ์ของสภาเรา สั้น ๆ ครับท่านประธาน ไม่เกิน ๕ นาทีครับ เราเหลือเวลาอีกไม่นานนะครับในการยกร่าง ร้อยกว่าวันนะครับ มรสุมที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปช่วงหนึ่ง เรายังไม่รู้ว่าจะมีมรสุมอีกสัก กี่ลูกที่ถ้าโถมเข้ามาสภาของเราแห่งนี้นะครับ เพราะว่าผมไม่สบายใจครับท่านประธาน แล้วข้อติงว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญเราเปึ้นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในขณะนี้ แต่ทำไมเราไม่ใส่ใจกับเกียรติภูมิอันนี้ กระผมขอกราบเรียนว่า การประชุมสภาของเรา ไปเน้นเรื่องกระบวนการทำงานของเรามากกว่าที่จะไปเน้นกระบวนการไปรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องชาวบ้าน อย่างไรครับ ไม่เคยได้ยินว่าที่ไปรับฟังมาประกอบ แล้วเปึนอย่างนั้น้อย่างนี้ บางกรณีเน้นหนักไปหน่อย ไปโยนหินถามทางว่าควรจะเปึน อย่างนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร ลักษณะอย่างนี้เรียกว่าการไปรับฟังความคิดเห็นใช่หรือไม่ มันมีความหมายอย่างไร ไม่มีอะไรเปึนหลักประกันว่าสิ่งที่เราไปรับฟังนั้นจะได้รับการ พิจารณาในการประกอบยกร่าง และที่ประชาชนมีส่วนร่วมนั้นจริงหรือไม่ ส่วนร่วม ระดับใด เมื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมโยนหินถามทางของเรา กระผมกราบเรียนว่า หยุดเถอะครับพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะมันทำให้ภาพลักษณ์ของสภาของเราอยู่ภายใต้ การครอบงำของฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด แล้วประชาชนจะหมดความเชื่อถือ สภาร่างต้องเปึน สภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึ้นสภาตัวแทนของฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดโดยเฉพาะ และที่ไปรับฟังมานั้นมันตรวจสอบไม่ได้เพราะไม่มีชื่อ ไม่มีที่อยู่ ที่มาของการประมวลผล ก็ไม่ได้นําเสนอที่ประชุมสภาว่าใช้วิธีการใด เครื่องมือใดในการประมวลผล จึงจะทําให้ เปึ้นที่เคลือบแคลงสงสัย การไปรับฟังมานั้นได้เอามาพิจารณาแล้ว ปัญหาคือเราได้ นำเสนอวิธีการตอบแบบสอบถามแบบเราไม่ได้นำเสนอวิธีการประมวลผลในสภาแห่งนี้ เพราะเราควรจะกำหนดทิศทางของเราบ้าง อย่างน้อยประชาชนจะได้รู้ว่าสภาร่าง ทำงานด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใส ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มใด ท่านประธานครับ เวลาประมาณ ๑ เดือนที่กระผมได้เสนอความเห็นนะครับ ที่กราบเรียนว่าแนวคิดต่าง ๆ ที่มาสอดรับ ผมไม่เถียง แต่นำเสนอประเด็นที่แตกต่างและให้เกิดภาพลักษณ์ชัดเจนว่า สภาของเราต้องอยู่ในสภาที่ทรงเกียรติและเปึนศักยภาพ เปึ้นเอกภาพ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับ กลุ่มบุคคลหรือกลุ่มอำนาจใด กระผมเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมเหล่านั้นเสียนะครับ ไม่ว่าเรื่องของการโยนหินถามทาง การไปรับฟังความเห็น สภาขาดความชอบธรรมในการทำ และสุดท้ายประชาชนจะสับสน เรื่องตกลงที่ไปรับฟังมานั้นใครไปรับฟังใครกันแน่ เราไปรับฟังเขา หรือเขารับฟังเรา การโยนถามอย่างนั้นนะครับ ประเด็นเรื่องว่านายกรัฐมนตรีควรมาจากคนนอกได้หรือไม่ ประเด็นนี้ยิ่งจะไปใหญ่ ไม่ได้มีสมาชิกท่านใดอภิปรายชัดเจนเลยเพราะว่าเราไม่ได้ไป ฟังมา แต่เราไปถามชาวบ้านเอง ถ้าถามว่าตรงนี้ใครมีส่วนร่วม เราไปร่วมหรือชาวบ้าน ร่วมกันแน่
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ ทนฟังสักนิดเถอะครับ เพราะเปึนสาระสำคัญที่ผมอยากจะให้เห็นภาพลักษณ์ที่ดีของสภาเรานะครับ อย่างน้อย ที่สุดการนำเสนอวิธีการประมวลผลตามหลักวิชาการที่ยอมรับให้ประชาชนได้รับทราบว่า การไปรับฟังความเห็นทั้ง ๗๖ จังหวัด ไม่ใช่เรื่องที่กระทำการแค่ชั่วข้ามคืนแล้วก็จบ เข้าใจ ว่ามีข้อมูลมากและหลากหลายความเห็น เช่นเอาความเห็นนี้มาจากไหน มีประชาชนเห็น อย่างนี้กี่ราย ในจำนวนทั้งหมดทั้งสิ้นกี่ราย เปึนต้น แล้วจำแนกแจกแจ้งความถี่ในรูปสถิติ และวิเคราะห์แนวโน้มดูทิศทางความเห็นที่มันจะเปึ้นที่มาของข้อสรุปทั้งหมดจาก ๗๖ จังหวัด ง่าย ๆ ครับท่านประธาน แต่มีความเชื่อถือ ภาษาวิศวกรเขาเรียกว่าข้อมูลที่มี ระดับความเชื่อมั่นและเปึ้นที่ยอมรับ ก็แปลว่าวันนี้สภาเรา เรามีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลใช่ไหมครับ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน อยากให้มีการอภิปรายอย่างราบรื่นและ สร้างสรรค์ สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านเปึ้นผู้อาวุโส เปึนผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง อย่างยิ่ง จึงอยากจะให้ท่านออกมาพูด ให้ท่านแนะนำว่าสิ่งที่พูดมานั้นจะต้องแก้ไขก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้สมาชิกอภิปรายกันจนหลงประเด็นกันเอง ทำให้ล่าช้า เสียเวลา การควบคุม การประชุมไม่มีประสิทธิภาพและไม่เปึนประโยชน์ต่อสมาชิกครับท่านประธาน การเรียงลำดับก่อนหลัง สุดท้ายขอให้คิดเสมอว่าเราควรจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง การไปรับฟังมาเฉย ๆ แล้วก็ไม่ไปรายงานที่ประชุมก็เท่ากับว่าเราไม่ได้ไป รับฟังเขา ก็จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจผิดและสับสนว่าเราไปยกร่างกันเอง เสียหายครับท่านประธาน เอกสารต่าง ๆ ที่ได้นำเรียนมายังกรรมาธิการผ่านสภาแห่งนี้ นะครับ ถือว่าเปึนเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายเปึนพยานเอกสาร มีที่มาที่ไป ชัดเจน เปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมได้นำเรียนว่า บางอย่างมันต้องโปร่งใส บางอย่างที่มันเปึนสีเท่าก็ต้องให้มันเปึนสีขาว หรือไม่ก็ดำไปเลย มันจะได้รู้ว่าเราทําหน้าที่ได้ดีแค่ไหนนะครับ
อื่น ๆ เกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นนั้น อยากจะให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้ตระหนักว่าวันนี้ท่านได้ทำหน้าที่ ท่านได้ใช้สภาแห่งนี้ ใช้เงิน งบประมาณของรัฐสภาแห่งนี้ในการไปรับฟังความเห็น เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเห็นว่า จะต้องมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกรอบการทำงานของท่านนั้นจะต้องเปึนกลาง เข้าใจว่าหลายท่านคงจะมีเจตนารมณ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้าหลังจาก มีการประกาศรัฐธรรมนูญแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนว่าไม่ว่ากัน แต่ตอนนี้ท่านอยู่ใน บทบาทของสมาชิกสภาร่างท่านก็ต้องเปึนสภาร่างฯ ท่านเปึนม้านะครับ มีไม้โทนะครับ ท่านก็ต้องทำหน้าที่ม้าในการขับเคลื่อน ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอประทานโทษมองไม่เห็นครับ เชิญท่านการุณ ใสงาม ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม การุณ ใสงาม ในฐานะเปึนสมาชิกสภาร่างด้วย แล้วก็เปึนกรรมาธิการของภาคอีสานด้วย ไม่ได้ตอบคำถามนะครับ แต่ขอเรียนข้อที่ ๑ นะครับ คณะกรรมาธิการรับฟังและ มีส่วนร่วมของภาคอีสานวันนี้ทำการมาเสนอรายงานฉบับย่ออย่างคร่าว ๆ ตามวันเวลา ที่กำหนดไว้ เปึ้นรายงานของการรับฟังความเห็นของประชาชนภาคอีสานที่ไปฟังมา เมื่อฟังมาได้อย่างไรก็จดบันทึกมาตามที่ฟังเปึนประเด็นมา ประเด็นนี้ฟังมาได้ ๑, ๒, ๓ ต่อ ๑ ประเด็นอาจจะมี ๓ แนวทาง ๕ แนวทาง หรือ ๗ แนวทาง เราก็จดมาจนครบ พยายามจะไม่ให้ตกหล่นจากการฟัง เมื่อเราได้จดรายการเหล่านี้มา ก็ได้สรุป ได้ย่อ การฟังมาของประชาชนมานำเสนอ ต่อสภา ท่ามกลางการจดบันทึกนั้น เราก็ไม่มีความเห็นของเรามาเพิ่มเติมแม้แต่น้อยว่า นายการุณ นายแดง นายเขียว ท่านประธาน ท่านเลขามีความเห็นต่อการฟังเรื่องนั้น ในประเด็นนั้นต่อแนวทางที่ ๑ มีความเห็นว่าอย่างไร ต่อแนวทางที่ ๒ ใน ๑ ประเด็นนั้น ต่อแนวทาง ๕, ๖, ๗ ใน ๑ ประเด็นนั้น เราก็ไม่มีความเห็นของพวกเรามาเพิ่มเติมว่า ความเห็นของพวกเราต่อแนวทางต่าง ๆ ในประเด็นนั้น ๆ เราเห็นว่าอย่างไร เพราะฉะนั้น จึงเปึนการฟังอย่างเอาข้อมูลจริงมาเสนอท่าน ที่สำคัญเราไม่มีรายงานบันทึกว่าเราไปฟัง ที่ภาคกลาง และไม่มีบันทึกว่าไปฟังที่ภาคเหนือ ภาคใต้ เราฟังเฉพาะอีสานตามกรอบ ภาระหน้าที่ของกรรมาธิการอีสาน ฟังมาได้อย่างนี้ ฟังมาได้แค่นี้ก็บันทึกมาอย่างสุจริต และเที่ยงธรรมให้เห็นเกินกว่าที่ฟังมาก็ทำไม่ได้ ตรงไปตรงมาอีกก็คือในรายงานนั้นไม่มี ความเห็นของนายการุณเลย เพราะความเห็นของนายการุณในกรณีเรื่ององค์กรต่าง ๆ ไม่ตรงกับที่ว่านี้มาตั้งเยอะแยะ แต่ก็ไม่กล้าเขียน เพราะนายการุณจะเอาไว้รักษาสิทธิที่นี่ เพื่อจะเสนอกรรมาธิการยกร่างอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นการฟังของเราจึงตรงไปตรงมา ฟังได้แค่ไหนรายงานเท่านั้น ไม่มีหน้าที่เขียนเกิน และไม่มีหน้าที่ต้องตัดแต่ง นี่คือข้อที่ ๑ ทำหน้าที่อันนี้ครับวันนี้ ยังไม่ได้ชั่งน้ำหนักครับ เรายังไม่มีความเห็นเลย เมื่อดูหน้าที่ที่ ๑ แล้วจึงฟังคำอภิปรายของท่านสี่ห้าท่าน เมื่อฟังทั้งสี่ห้าท่านแล้วจึงไม่มีหน้าที่ต้องตอบเลย แม้แต่คำถามเดียว แม้แต่ความเห็นเดียว เพราะไม่ใช่ความเห็นที่ฟังมาจากประชาชน อีสาน ความเห็นของท่านบันทึกไว้ที่สภานี้ถูกต้องแล้ว และบันทึกให้กับกรรมาธิการยกร่าง ถูกต้องแล้วอีกเช่นกัน แต่กรรมาธิการอีสานไม่มีหน้าที่จดของท่าน ใส่ในรายงานของเรา เมื่อข้อ ๒ จบแล้วจึงไม่มีข้อ ๓ ต่อ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร ความจริงก็ไม่ได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกรรมาธิการภาคอีสานนะครับ แต่ขออภัยที่สมาชิก ท่านที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ก็คือคุณวีนัส ขออภัยที่เอ่ยชื่อ ได้พูดถึงการไปรับฟัง ความคิดเห็นเราได้เอามาฟังจริงหรือไม่ ในฐานะที่ทำงานเปึนกรรมาธิการยกร่างอยู่ด้วย อยากจะเรียนต่อท่านผู้ถามเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการนี้อยู่ด้วยว่า เราฟังจริง แล้วมีการประมวล แล้วการประมวลนั้นก็ประมวลโดยกรรมาธิการวิสามัญ การมีส่วนร่วมและประชามติ และคนที่ทำหน้าที่ในทางการประมวลอย่างเปึน วิทยาศาสตร์ ความจริงก็คือ ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ความจริงแล้วถ้าจะเปึน ประโยชน์ตามที่คุณวีนัสได้พูดนี่นะครับ เพราะว่ากรรมาธิการชุดนั้นไปประชุมร่วมกับ กรรมาธิการยกร่างและไปประชุมร่วมกันแล้ว ๒ ครั้ง และวันมะรื่นนี้วันที่ ๒๘ จะเปึน การสรุปเปึนครั้งที่ ๓ มีข้อมูลรวมทุกจังหวัด ทุกเวที แล้วก็ชี้ให้เห็นว่ามีสัดส่วน เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่มีความเห็นอย่างไร มีความเห็นประกอบตามที่เห็นสมควร และ มีรายงานประกอบจากการนำเสนอโดยตรง การนำเสนอโดยองค์กรวิชาชีพ นำเสนอโดย นักวิชาการ นำเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญในการประชุมอนุกรรมาธิการแต่ละกรอบทุกกรอบ ไม่ว่าจะเปึนกรอบที่ ๑ สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจ กรอบที่ ๒ สถาบันการเมือง และกรอบที่ ๓ องค์กรตรวจสอบอิสระและศาล นอกจากนั้นก็ยังจะมีความพยายามที่จะทำให้เหมือนที่ท่านการุณพูดเมื่อสักครู่นี้ ฟังอย่าง ได้ยิน มิได้ฟังโดยอาศัยว่าเราใช้ความคิดเห็นของเราเอง ความเปึนห่วงของท่านวีนั้สนั้น เปึ้นความเปึนห่วงที่ดีนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าเพื่อจะทําให้เกิดภาพของการทําความเข้าใจ ร่วมกัน อยากจะเรียนนำเสนอต่อท่านประธานว่าถ้าเปึนอย่างนั้นก็น่าจะให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและประชามติได้นำรายงานผลการรับฟัง ความคิดเห็นที่ได้ถูกประมวลไว้แล้วทั้ง ๒ ครั้ง และกำลังจะเปึนครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๒๘ วันที่ ๒๙ มาดำเนินการ มารายงานต่อที่ประชุมสภานี้ด้วย อาจจะเปึนในครั้งหน้า ในวันจันทร์หน้าก็ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะเปึนการที่ทําให้เราเกิดความรู้สึกว่า การทํางานของกรรมาธิการยกร่างคิดเอง ทําเอง เกือบจะทั้งสิ้น แต่แท้ที่จริงไม่ได้เปึน อย่างนั้นนะครับ ทีนี้คำถามที่อาจจะเปึนคำถามเรื่องที่ถามว่าโยนหินถามทาง ความจริงแล้วกรรมาธิการยกร่างก็ตาม ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาร่างทั้งหลายไม่ได้ มีเจตจำนงอย่างนั้นเลย แต่เราต้องยอมรับความจริงอย่างนี้นะครับว่า การประชุม สมัยใหม่ไม่มีการประชุมที่ป่ดลับครับ การประชุมกรรมาธิการยกร่างนี่เปึนการประชุม ที่เป่ดเผย และเป่ดเผยต่อสาธารณชนโดยตรงนะครับ โดยผ่านสื่อสารมวลชน มีการถ่ายทอดออกจากห้องประชุมกรรมาธิการไปยังข้างนอก ผู้ที่เปึนพี่น้องสื่อมวลชน เขาก็ทำหน้าที่ด้วยความร่วมมืออย่างดีมาก เขาฟังแล้วเขาเห็นจากภาพเลย ทีนี้ประเด็น ที่มันไปเปึนบางประเด็น นี่มันประเด็นของการอภิปรายโต้แย้งกัน ความเห็นส่วนใหญ่เราก็ พูดกันชัดเจน ผมทําหน้าที่ในการแถลงในฐานะที่เปึนโฆษกของกรรมาธิการ แต่ความเห็น บางเรื่องนะครับ อย่างเช่น เรื่องนายกรัฐมนตรีควรจะมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่นี่ ไม่ได้มีใครพูดเลยในกรรมาธิการว่ามาจากคนนอก มิได้มีสักคนเดียว ผมพูด ปกปัองกรรมาธิการทุกคนได้ เปึนแต่เพียงพูดว่าอย่างนี้ว่า ในประเทศที่มีความก้าวหน้า ทั้งหลายนี่ ผมพูดอย่างนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันไปอีก ผมนี่อยู่ในฝ์ายที่ นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว และคนส่วนใหญ่ในกรรมาธิการ ก็เปึนอยู่แล้ว แต่ว่ามีบางท่านบอกว่า ถ้าเราไปดูในโลกสากลนี่รัฐธรรมนูญประเทศ ต่าง ๆ ไม่ได้มีบัญญัติไว้อย่างนี้เลย ก็เพราะเขารู้ว่าเปึนมารยาทอยู่แล้วว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเขาบอกว่าไม่จำเปึนต้องเขียน ได้ไหม เพราะมันอาจจะมีกรณีที่เปึ้นเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ก็ได้นะครับ แต่สื่อมวลชนเขา ก็หยิบเอาประเด็นนี้ สื่อมวลชนหยิบเอาประเด็นนี้ล่ะครับ เพราะมันเปึนประเด็นที่มัน ทำให้เกิดความสนใจ ก็โยนออกไปยังสาธารณชน อย่าไปเรียกว่าโยนหินถามทางเลยครับ ถ้าเราไปใช้อย่างนั้นนี่เราก็ดูถูกประชาชนเกินไป ประชาชนส่วนหนึ่งอาจจะคิดแตกต่าง จากเราในที่ประชุมนี้ได้ เขาก็มีข้อคิดเห็นกลับมา ข้อคิดเห็นกลับมานี่ก็เปึนไปตามที่เราได้ เห็นในสื่อสารมวลชนต่าง ๆ หรือข้อสรุปที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ จากกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นทั้ง ๓ ภูมิภาคนี่ ก็คือนายกรัฐมนตรีมาจาก สส. เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้ เราร่างรัฐธรรมนูญภายใต้ไม่ได้ป่ดลับนะครับ เปึ้นรัฐธรรมนูญที่เราร่างมา อย่างเป่ดเผย และมิหน้ำซ้ำนี่ จากการไปดู จากการลงไปรับฟังความคิดเห็นเองด้วยนี่ นะครับ ผมกลับมองว่ากระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนนี่มันเร็วมาก เพราะฉะนั้น เราจะทําอะไรก็แล้วแต่มันก็เปึนเรื่องที่จะทําให้เขามีส่วนร่วมได้มากขึ้น เมื่อวานนี้เอง กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและประชามติ ซึ่งผมไม่ได้เปึ้นสมาชิก ในกรรมาธิการวิสามัญชุดนั้นด้วยนะครับ ร่วมกับกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ เขาก็จัด รายการทางโทรทัศน์เริ่มคิกออฟ (Kick off) เมื่อวานนี้จากรัฐสภานี่ จะใช้ตึกวุฒิสภา ถ่ายทอดสดผ่านช่อง ๑๑ ไป ก็เปึนกระบวนการเคลื่อนไหวอีกแบบหนึ่ง คนเข้ามาตั้งกระทู้ โดยตรงต่อสมาชิกสภาร่างและกรรมาธิการยกร่าง เพียงแต่ว่ามันก็อาจจะผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันไป คนทุกคนในห้องนี้ก็อาจจะมีโอกาสไปทำหน้าที่ตรงจุดนั้นได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้เราจะเห็นว่าภาวะของการมีส่วนร่วมของประชาชนในเวลานี้ เร็ว และหลายประเด็นก็แรง และหลายประเด็นก็ชัดเจน ผมเชื่อว่ากระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญภายใต้ภาวะของบรรยากาศเป่ดแบบนี้ เราก็ต้องทนท่านกับสภาวะของ แรงเบียดต่าง ๆ ของกระแสการเคลื่อนไหวต่าง ๆ แต่เราต้องมั่นคงว่าทุกคนต้องยืนอยู่ ฟากประชาชน ผมในฐานะที่เปึนประชาชน ถอดเครื่องแบบออกไปก็เปึนประชาชนนะครับ มันไม่มีทางที่ จะไปทําให้การเขียนหรือยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นปราศจากการฟังประชาชนได้ เพียงแต่ว่า ข้อสังเกตของคุณวีนัสดีก็คือว่า ทําอย่างไรที่เราจะฟังอย่างได้ยิน ประเด็นในเวลานี้ก็คือว่า มันมีกระบวนการด้านรับฟัง แต่ว่าได้ยินหรือไม่ หรือที่คุณการุณได้พูดเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เราเอาความเห็นของเราไปใส่เอาเองหรือไม่ ตัวอย่างแม้แต่เพียงเรื่องสภาเกษตรกร เราก็เห็นชัดว่ามันก็เปึนเรื่องที่เราไม่ได้ตั้งคำถามไว้ แต่ว่าประชาชนสะท้อนกลับเข้ามา ประชาชนสะท้อนกลับเข้ามา ประชาชนสะท้อนกลับเข้ามา สะท้อนกลับเข้ามามากขึ้น เราก็ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณา แล้วเมื่อหยิบขึ้นมาพิจารณาแล้วเราก็ไปดูว่าในรายละเอียด ของร่างต่าง ๆ นั้นมันมีอยู่หรือไม่ ในบางแห่งไปพูดนี่ ประชาชนไม่มีเสียง ไปฟังความ คิดเห็นนี่ประชาชนไม่มีเสียง อย่างเช่น ผมไปฟังความเห็นของคนหูหนวก เขาไม่มีเสียง คุณวีนัส เขาบอกถ้ามาฟังผมนี่คุณไม่มีทางได้ยินผมหรอก เพราะผมไม่มีเสียงที่จะให้ คุณฟัง แต่ผมมีภาษาสื่อสัญญาณ และความเห็นของเขานั้นเฉียบขาด แหลมคมมาก เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน แม้จะไม่มีเสียงให้ได้ยินก็ตาม สิ่งเหล่านี้เราก็ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณา อย่าได้ไปใช้คำอะไรเลยที่จะทำให้เราเกิด ความรู้สึกว่าสภาร่างทุกคนไม่ทำงานรับฟังประชาชน ผมเชื่อว่าวิธีการรับฟังก็รับฟัง ตามลักษณะต่าง ๆ ที่เราได้กระทำกันอย่างเต็มที่ และกรรมาธิการตามภูมิภาคต่าง ๆ และ ๗๖ จังหวัดก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ผมกลับมองว่าในครั้งนี้การรับฟังความคิดเห็น เปึนคลื่นหรือเปึนกระแสที่ไม่น้อยกว่าป้ ๒๕๔๐ ด้วยซ้ำไปครับ
ก็เปึน ความหวังดีของทุกฝ์าย ทุกส่วนยืนยันถูกต้องทั้งสิ้น ชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา คชเขื่อน ท่านการุณ ท่านอาจารย์ปกรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านชี้แจง ชัดเจน คุณวีนัสก็คงจะเคลียร์ปัญหาในเรื่องนี้ แต่ว่าสิ่งที่ผมจะคุยกับท่านวีนัส ผ่านท่านประธานก็คือเรื่องของสภาเกษตร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เปึ้นที่ยอมรับว่ามันมีปัญหา จริง ๆ ซึ่งจะต้องแก้ไข ซึ่งจะต้องให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ แต่ว่าในส่วนของการแก้ไข ปัจจุบันหรือที่ผ่านมาในช่วงสองสามป้ ซึ่งมีปัญหาเรื่องลำไย เรื่องหอม เรื่องกระเทียม ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้ช่วยเหลือกัน พอสมควร โดยที่ท่านผู้ว่าได้ส่งหนังสือไปที่ท่านผู้ว่าของแต่ละจังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านผู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ท่านก็คงจะทราบดี เมื่อมีปัญหาเรื่อง ลำไย ท่านก็ส่งหนังสือไปบอกว่าขอความร่วมมือทางผู้ว่า ทางนายอำเภอ ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องลำไยตกต่ำ โดยส่งเข้าไปที่จังหวัด จังหวัดก็จะส่ง แจกจ่ายไปที่อำเภอจำหน่าย นั่นคือแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าถ้าเปึ้นปัญหาส่วนร่วม ซึ่งผู้ผลิตจะผลิตส่งออกนอก จะให้ภาคอีสาน จะให้ภาคกลาง ภาคใต้แก้ มันก็คงจะ ไม่ทั่วถึง แต่ว่าในระดับหนึ่งนี่เราสามารถแก้ได้ทั้ง ๓ เรื่อง ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องของลำไย เรื่องของกระเทียม แล้วก็เรื่องของหอมด้วยครับ นี่คือ ในส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สามารถจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ก็ขอเรียนฝากแค่นี้ครับ
เปึ้นอันจบการรับฟังการแถลงของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางกรรมาธิการจะสรุปอีกทีหรือเปล่าครับ เชิญครับ
ต่อไป ๓.๓ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง
ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ภาคกลางก็จะเปึนรายการสุดท้ายของวันนี้ ตอนนี้กระด้านขึ้นว่าง ๆ ใครจะเตรียมเสนอ อภิปรายก็เข้าคิวกันมาได้แล้วนะครับ พร้อมแล้วก็ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ แถลงนะครับ เรียนเชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพทุกท่าน ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมี ส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ขอเรียนรายงานการทำหน้าที่ในการรับฟังความคิดเห็น จากพี่น้องประชาชนในภาคกลางดังต่อไปนี้นะครับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลางนั้นประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการดังมี รายชื่อต่อไปนี้นะครับ มีตัวกระผมเอง สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เปึนประธาน คณะกรรมาธิการมี นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่งมี นางมนูญศรี โชติเทวัญ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง มี นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ เปึนเลขานุการคณะกรรมาธิการ มี นางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์ เปึ้นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ มี นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล เปึนโฆษก คณะกรรมาธิการ มี นายสมเกียรติ รอดเจริญ เปึนผู้ช่วยโฆษก มี นายชวลิต หมื่นนุช เปึน กรรมาธิการ มี นายโชคชัย อักษรนันท์ เปึนกรรมาธิการ มี นายปกรณ์ ปรียากร เปึน กรรมาธิการ และ นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม เปึนกรรมาธิการ นายโอกาส เตพละกุล และก็ มี นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ เปึนกรรมาธิการด้วยครับ หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ได้มีการประชุมกัน และตกลงให้จัดให้มี การประชุมของกรรมาธิการภาคกลาง เปึนประจำทุกสัปดาห์ในทุกวันอังคาร ตั้งแต่ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกาเปึนต้นไป จากการดำเนินการของคณะกรรมาธิการภาคกลาง เนื่องจากพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของภาคกลางประกอบไปด้วยพื้นที่ทั้งหมด ๒๕ จังหวัด และรวมกรุงเทพมหานครด้วย ที่ประชุมจึงเห็นสมควรให้มีการแบ่งพื้นที่ ในความรับผิดชอบออกเปึ้นทั้งหมด ๔ กลุ่ม ท่านประธานครับ โดยกลุ่มที่ ๑ จะประกอบด้วยจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ในกลุ่มที่ ๑ นี้ จะมีกรรมาธิการผู้รับผิดชอบ ๓ ท่าน ได้แก่ นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล กลุ่มที่ ๒ จะประกอบไปด้วยพื้นที่จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กลุ่มที่ ๒ นี้มีท่านช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ท่านเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ท่านสนั่น อินทร์ประเสริฐ เปึนกรรมาธิการผู้รับผิดชอบ กลุ่มที่ ๓ ประกอบด้วยจังหวัดสิงห์บุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว มีนางมนูญศรี โชติเทวัญ นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ เปึนผู้รับผิดชอบ กลุ่มที่ ๔ ประกอบด้วยจังหวัด สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด นายสมเกียรติ รอดเจริญ นายโอกาส เตพละกุล และนางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์ เปึนผู้รับผิดชอบ นอกจากทั้ง ๔ กลุ่ม ดังกล่าวแล้วเราได้แยกกรุงเทพมหานครเปึนพื้นที่รับผิดชอบอีก ๑ พื้นที่ ซึ่งจะมี กรรมาธิการผู้รับผิดชอบอยู่ ๕ ท่าน ได้แก่ ตัวกระผมเอง นายปกรณ์ ปรียากร นายชวลิต หมื่นนุช นายโชคชัย อักษรนันท์ และนายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ หลังจากที่ได้มีการแบ่งพื้นที่กันรับผิดชอบแล้ว กรรมาธิการแต่ละกลุ่มซึ่งได้รับผิดชอบในพื้นที่แต่ละกลุ่มดังที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ได้ประสานการทำงานกับประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ในการจัดเวทีเพื่อ รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนตั้งแต่วันที่ ๑๓ ถึง ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ซึ่งในวันดังกล่าวเปึนวันที่จัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมาธิการภาคกลาง และกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๒๕ จังหวัดในภาคกลาง เมื่อดำเนินการปฐมนิเทศแล้ว ได้แยกย้ายกันจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งอยู่ ในเขตความรับผิดชอบของภาคกลาง เริ่มเวทีแรกตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ครับ รายละเอียดของการจัดตั้งเวทีในแต่ละวัน ในแต่ละจังหวัด เพื่อไม่ให้เปึ้นที่เสียเวลาของ ที่ประชุมแห่งนี้ กระผมขออนุญาตถือตามเอกสารที่ได้เรียนรายงานต่อท่านประธาน แล้วก็ ต่อสภาแห่งนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอเรียนสรุปเลยครับว่าสิ้นสุดเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๐ คณะกรรมาธิการฯ ภาคกลางได้จัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ภาคกลางรวมทั้งหมด ๒๑๔ เวที หรือ ๒๑๔ ครั้ง แบ่งเปึ้นเวทีในพื้นที่ ของกรุงเทพมหานคร ๖ ครั้ง กาญจนบุรี ๗ ครั้ง จันทบุรี ๔ ครั้ง ฉะเชิงเทรา ๑๒ ครั้ง ชลบุรี ๑๓ ครั้ง ชัยนาท ๑๐ ครั้ง ตราด ๑๐ ครั้ง นครนายก ๓ ครั้ง นครปฐม ๗ ครั้ง นนทบุรี ๗ ครั้ง ปทุมธานี ๑๒ ครั้ง ประจวบคีรีขันธ์ ๗ ครั้ง ปราจีนบุรี ๗ ครั้ง อยุธยา ๓ ครั้ง เพชรบุรี ๙ ครั้ง ระยอง ๓ ครั้ง ราชบุรี ๑๐ ครั้ง ลพบุรี ๑๓ ครั้ง สมุทรปราการ ๑๐ ครั้ง สมุทรสงคราม ๑๐ ครั้ง สมุทรสาคร ๑๔ ครั้ง สระแก้ว ๙ ครั้ง สระบุรี ๑๗ ครั้ง สิงห์บุรี ๖ ครั้ง สุพรรณบุรี ๑๑ ครั้ง และอ่างทอง ๖ ครั้งครับ ส่วนแบบสอบถาม ความเห็นส่วนบุคคลจากการจัดเวทีทั้งหมด ๒๑๔ ครั้งนั้น เราได้รับแบบสอบถาม ความเห็นส่วนบุคคลกลับคืนจากพี่น้องประชาชนร่วมทั้งหมด ๒๒,๙๐๙ ชุดครับ ท่านประธานครับ แบบสอบถามดังกล่าวฝ์ายวิชาการของภาคได้สรุปประมวลความเห็นไว้ ส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นได้นำส่งต่อให้แก่กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วม ของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เรียบร้อยแล้วนะครับ คือรายการจัดเวทีแต่ละครั้งนอกจากการ แจกแบบสอบถามส่วนบุคคลเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมในแต่ละเวทีได้มีโอกาส แสดงความคิดเห็น โดยสืบผ่านการตอบแบบสอบถามดังกล่าวแล้ว เราได้มีฝ์ายวิชาการ ในการประเมินเพื่อเก็บข้อสรุปความเห็นของแต่ละเวทีที่พี่น้องประชาชนได้แสดง ความเห็นผ่านการอภิปรายในแต่ละเวทีไว้ด้วยนะครับ ซึ่งเราได้ส่งแบบประเมินผล ดังกล่าวให้กับกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วม เรียบร้อยแล้วเช่นกัน รายละเอียดของความคิดเห็นของพี่น้องในแต่ละเวทีต่อความเห็นในแต่ละกรอบนั้น เดี๋ยวกระผมจะได้ขออนุญาตให้ท่านกรรมาธิการซึ่งรับผิดชอบในแต่ละกรอบความเห็น เปึ้นผู้แถลงหรืออภิปรายในรายละเอียดต่อที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งได้แก่ กรอบที่ ๑ ท่านกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล จะเปึนผู้มารายงานความเห็น กรอบที่ ๒ ท่านช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง จะเปึนผู้มารายงานความเห็น กรอบที่ ๓ อีกสักครู่กระผมจะเปึ้นผู้มา รายงานความเห็น และสุดท้าย กรอบที่ ๔ คือเรื่องอื่น ๆ ท่านสมเกียรติ รอดเจริญ จะเปึ้น ผู้มารายงานความเห็นต่อที่ประชุมครับ กราบเรียนท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ขอเชิญกรอบที่ ๑
ท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูลครับ ทำหน้าที่กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมภาคกลาง ครับ วันนี้ผมจะมานำเสนอในส่วนของกรอบที่ ๑ ในเรื่องสิทธิเสรีภาพเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ เปึนการเสียเวลา หลายประเด็นของเราภาคกลางเปึนภาคสุดท้าย เราค่อนข้างจะ คล้ายคลึงกับในหลาย ๆ ภาคด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือเมื่อเช้านี้ ซึ่งมีความชัดเจนเปึนอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเนื่องจากในส่วนของภาคกลางนั้นจะเห็นได้ชัดว่าในเชิงภูมิศาสตร์ตั้งแต่ ภาคตะวันตก อันประกอบไปด้วย กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นะครับ อ้อมไปถึงภาคตะวันออก นั่นคือจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งมีความ หลากหลายหรือคล้ายคลึงกันในเชิงเรื่องของชุมชน เรื่องของปัญหาในเรื่องของสิทธิชุมชน ในหลาย ๆ ประเด็นนะครับ ก่อนอื่นขอนําเรียนอย่างนี้นะครับ เราจะเห็นได้ชัดอย่างยิ่ง นะครับว่า ในขณะนี้มีกระแสที่ชัดเจนในเรื่องของการต้องการที่จะลดอํานาจรัฐและเพิ่ม อำนาจประชาชนนะครับ ในส่วนประเด็นนี้จะเห็นได้ชัดว่าภาคประชาชนที่รับฟังมา จะเห็นได้ว่าภาคประชาชนนะครับต้องการตั้งองค์กรประชาชนให้มีความเข้มแข็ง มีความสามารถในการตรวจสอบได้อย่างจริง จนถึงสามารถถอดถอนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเปึนระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ ทุกภาคส่วนนะครับ ประชาชน จะต้องมีส่วนร่วม มีหลักประกันในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ สามารถที่จะเสนอกฎหมาย ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเข้าในลักษณะที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญกินได้นั่นเอง ในส่วนตรงนี้นะครับ ประชาชนสามารถที่จะตรวจสอบอํานาจรัฐ รวมทั้งสามารถกําหนดนโยบายสาธารณะที่ ชัดเจน โดยจะสอดคล้อง คือต้องการให้มีสภาประชาชนหรือสภาผู้นำเกิดขึ้นในส่วนของ ภูมิภาคด้วยนะครับ เพราะเนื่องจากประเด็นที่สำคัญคือ มีองค์กรตรวจสอบในส่วน ภาคกลางคือ ปปช. ปปง. หรืออะไรก็ตามที่ใกล้เคียง แต่เนื่องจากคุณสมบัติที่ตั้งไว้นั้น ค่อนข้างจะสูง ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่บอกว่าเปึ้นผู้เสียภาษี ทำไมไม่มีโอกาส ตรวจสอบการใช้ภาษีหรือระบบภาษีได้เช่นเดียวกันนะครับ ประเด็นถัดมานะครับ ประชาชนควรได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องเงินกองทุนต่อภาคประชาชน ในการ ขับเคลื่อนการเมืองภาคพลเมือง ตรงนี้เปึนประเด็นที่เรียกร้องกันมากพอสมควรนะครับ สิ่งที่สําคัญครับ ชุมชนควรจะมีสิทธิกําหนดทิศทางในการดําเนินงานในนโยบาย สาธารณะนะครับ สามารถปกปัองคุ้มครองการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ปัญหาเรื่องที่ดินนะครับ เรื่องการปฏิรูปที่ดินนั้น ปัจจุบันนี้พบว่าไม่มีความเปึนธรรม อย่างยิ่งในการใช้ที่ดินหรือการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นทำให้มามองกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรจะสร้างความเปึนธรรมจากความไม่เปึนธรรมให้กับประชาชน ส่วนใหญ่นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องหมวดของการกระจายอำนาจนั้นควรจะมีการกระจาย อำนาจที่เปึนธรรม หลาย ๆ ท่านคงจะทราบประเด็นอยู่แล้วเรื่องการกระจายอำนาจ ที่ผ่านมากระจายอำนาจบางส่วนเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้ให้ส่วนอื่นตามกันมา ในหลาย ๆ ประเด็นในส่วนรายละเอียดจากรับฟังเวที รวมทั้งงบประมาณที่สนับสนุนลงมาด้วย นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอํานาจในการใช้อํานาจของท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่นควรที่จะมีความสามารถในการจัดเก็บภาษีท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างจังหวัดราชบุรีนะครับ ซึ่งมีโรงไฟฟัาเปึนแหล่งอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ในขณะเดียวกันต้องมาใช้ทุนหรือทรัพยากรทุนทางสังคม ทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันนะครับภาษีที่จ่ายออกมานั้นกลับกลายเปึนไปจ่ายให้กับส่วนกลาง ในขณะที่ท้องถิ่นที่อยู่รอบละแวกนั้น ซึ่งเปึนผู้ที่ต้องเอาทุนทางสังคมหรือทุนของท้องถิ่น เปึ้นผู้ให้ใช้กลับไม่ได้รับภาษีตรงนั้น เพราะเนื่องจากภาษี พอเข้าส่วนกลางแล้วปรากฏว่า ก็กระจายกันไป ทำให้เหมือนเปึนการมาใช้ท้องที่และท้องถิ่น แต่เบียดบังสิ่งที่จะตอบคืน ให้กับทุนทางสังคม เปึนประเด็นที่สําคัญนะครับ หมวดที่สําคัญที่สุดนะครับ โดยเฉพาะ เรื่องของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นตัวเองนะครับ ในส่วนตรงนี้เราค่อนข้างจะ คล้ายคลึงกับภาคเหนือพอสมควร คือเรื่องชาติพันธุ์ เนื่องจากในภูมิภาคทั้งซีกตะวันตก และซีกตะวันออกนั้นมีปัญหาเรื่องแรงงาน มีปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อย มีปัญหาเรื่องสิทธิ ในหลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชนนะครับ ในอดีตที่ผ่านมาคงทราบเปึนอย่างดี นะครับ ในกรณีของราชบุรีนี้จะเปึนตัวอย่างที่ชัดเจน ในเรื่องของกอดส์ อาร์มี (God’s Army) นะครับ และชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนของจังหวัด กาญจนบุรีนั้นมีชนกลุ่มน้อยอยู่ ซึ่งปัจจุบันคงทราบดีอยู่ว่ากำลัง มีปัญหาในเขตพื้นที่ ชายแดนเช่นเดียวกัน ตรงนี้นะครับเปึนประเด็นที่สำคัญมากที่ทางกาญจนบุรีให้น้ำหนัก มาพอสมควรนะครับ ถัดมานะครับ ในส่วนของประเด็นที่สําคัญ นะครับ เรามักจะพูดถึง สิทธิชุมชน แต่สิ่งหนึ่งที่มีข้อพูดถึงกันเหมือนกันก็คือในเรื่องของหน้าที่ ชุมชนควรจะกำหนดบทบาทและหน้าที่เช่นเดียวกัน ในการดูแลทรัพยากร หรือในการดูแล หลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเปึนชาติพันธุ์ ในการดูแลพันธุกรรมทางพืชและสัตว์ ซึ่งเปึ้น สมบัติของชาติ ซึ่งตรงนี้หลายท่านให้ความเห็นว่าน่าจะมีองค์กรเกิดขึ้นเพื่อทำการดูแล หรือปกปัอง เปึนองค์กรกลาง เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนชาติพันธุ์ในส่วนของพันธุ์พืชหรือ พันธุ์สัตว์ท้องถิ่นนั้นเปึ้นสมบัติของชาติ ไม่ได้เปึนสมบัติของชุมชนหรือหมู่ชนใด หมู่ชนหนึ่ง อาทิเช่น ไม่ว่าจะเปึนสมุนไพรก็ดี หรือพันธุ์ข้าว หรือพันธุ์ผลไม้ที่เปึน หลักสําคัญในประเทศชาติของเรา ที่ผ่านมามีปัญหาอย่างมากในการที่ต่างชาตินําไป จุดสิทธิบัตรในต่างชาติ ซึ่งเปึนประเด็นที่สำคัญที่เพิ่มเติมขึ้นมา ส่วนหนึ่งค่อนข้างจะ สอดรับนิดหนึ่ง เมื่อเช้านี้ล่าสุดเลยจากการรับฟังมาก็คือ สมาคมสหพันธุ์เกษตรกรเพื่อ การพัฒนาแห่งประเทศไทย ซึ่งผมก็มีส่วนในการบริหารด้วย รวมทั้งสมาคมชาวนาไทย เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ภาคอีสาน ศูนย์ผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน เครือข่ายประชาคมปฏิรูป การเมือง และกลุ่มองค์กรเครือข่ายเกษตร ซึ่งเปึนกลุ่มองค์กรเครือข่ายด้านเกษตรที่อยู่ สังกัดในส่วนภาคกลางนั้นก็ได้นำฝากประเด็นมาว่าอยากให้เกิดมีสภาการเกษตรกร มีสภาเกษตรกรแห่งชาติเกิดขึ้น ประเด็นตรงนี้ก็เปึ้นประเด็นที่ในส่วนของภาคอาชีพพี่น้อง ทางการเกษตรอยากให้เกิดมี สิ่งที่สําคัญ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นได้ระบุหรือพูดถึง เกี่ยวกับเรื่องสหกรณ์ ซึ่งพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นั้นอยากให้คงระบบสหกรณ์ไว้ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นคงจะต้องเขียนในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นให้ดีขึ้นกว่านี้ เพราะ เนื่องจากว่ากระบวนการสหกรณ์เปึนสิ่งที่ถูกต้อง สอดรับกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง แต่เมื่อถึงเวลาในขั้นปฏิบัตินั้นกฎหมายลูก โดยเฉพาะ พรบ. สหกรณ์ ป้ ๒๕๔๒ นั้น ปรากฏว่าตัวสมาชิกซึ่งเปึนเจ้าของสหกรณ์ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการดูแลสหกรณ์ กลับกลายเปึนว่ารัฐเปึนผู้ดูแลสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งอำนาจ นั้นไปขึ้นอยู่กับนายทะเบียนหรืออธิบดี และเมื่อปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ หลาย ๆ อย่างที่เปึนปัญหาทางด้านเกษตรกรนั้นควรจะต้องแก้ปัญหาโดยระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสหกรณ์สามารถแก้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ได้เนื่องจาก บางส่วนที่มีงบประมาณอยู่เหมือนกัน ในส่วนของงบประมาณนะครับ กฎหมายที่สำคัญ อย่างยิ่งคือ ในการกำหนดกฎหมายจะต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ในการกำหนดเวลา ที่ชัดเจน กฎหมายที่ประกอบรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่สําคัญ มีคําคําหนึ่งที่ยังหายไปอยู่ ในกรอบอยู่ คือคำว่า วิสาหกิจชุมชน เรามีแต่คำว่า แนวเศรษฐกิจพอเพียง เท่านั้นเอง แต่ไม่มีคำว่า วิสาหกิจชุมชน ซึ่งขณะนี้ พรบ. วิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นแล้ว แต่กระบวนการ ในการสนับสนุนโดยภาครัฐนั้นยังไม่มี เปึนประเด็นที่สําคัญ ถัดมา ผมค่อนข้างอาจจะ ใช้เวลาสักนิดหนึ่งในประเด็นเรื่องการศึกษา เมื่อเช้ามีท่านผู้ทรงเกียรติพูดไปครั้งหนึ่งแล้ว ประเด็นเรื่องการศึกษา สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง การศึกษาที่ได้รับฟังมา ไม่ว่าจะเปึน ผู้บริหารการศึกษา คณาจารย์ทั้งหลาย ทุกวันนี้ปัญหาการศึกษานั้นเปึนสิ่งที่สำคัญที่สุด เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นได้เขียนไว้แบบกว้าง ๆ และทำให้เกิด พรบ. การศึกษา ขึ้น ซึ่ง พรบ. การศึกษานั้นสร้างปัญหาอย่างยิ่ง เพราะเนื่องจากผู้บริหารการศึกษานั้น ไม่ใช่เปึ้นนักการศึกษาที่แท้จริง สิ่งที่สำคัญรัฐควรจะต้องจัดการศึกษาที่มีองค์กร ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนการศึกษาทั้งในระบบหรือนอกระบบอย่างชัดเจน อันได้แก่ การจัดการศึกษาประถมศึกษา การจัดการศึกษามัธยมศึกษา การจัดการศึกษา อาชีวศึกษา การจัดการศึกษาอุดมศึกษา การจัดการศึกษานอกโรงเรียน การจัดการศึกษา เอกชน และการจัดการศึกษาอื่น ๆ เพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่เรามักจะใช้ประโยคที่ว่า ไม่มี ใครแก่เกินเรียน หรือว่าเราสามารถมีการศึกษาได้ตลอดชีวิตนั่นเอง ซึ่งประเด็นที่สำคัญ ในการแบ่งแยกชัดเจนอย่างนี้ เพื่อให้สอดรับกับกระบวนการของสากล ซึ่งในสากลนั้น ก็จะมีการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าไพรมารีสคูล (Primary school) แล้วก็มาเปึนระดับมัธยมศึกษาหรือเซกคันดารีสคูล (Secondary school) แล้วก็เปึน ไฮสคูล (High school) แล้วไปยูนิเวอร์ซิตี (University) ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งในประเด็นตรงนี้เปึนสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษานอกโรงเรียน ที่ผ่านมานั้นไม่ได้รับการสนั้นสนุนและส่งเสริมเท่าที่ควร แต่ในขณะที่การศึกษา นอกโรงเรียนนั้นได้รับรางวัลจากยูเนสโก (UNESCO – United Nations Education, Scientific and Cultural Organization ) ถึง ๒ ครั้ง ๒ คราวด้วยกันนะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้ช้างที่เปึนพาหนะ คู่บ้านคู่เมืองของไทยเรานี่ครับเพื่อใช้ในการเปึนสื่อนะครับ สื่อ ก็คือสื่อทางดาวเทียม ซึ่งประเด็นตรงนี้ทําให้เราได้รับร่างวัลจากยูเนสโกมานะครับ มีคําพูดไม่ได้กระแหนะ กระแหนครับ คือชาวพี่น้องการศึกษานอกโรงเรียนบอกว่า เวลาทำงานนั้นใช้ช้างเปึน ผู้ทำงานนะครับ คนอยู่กับช้างนะครับ แต่พอถึงเวลารับรางวัลนั้นคนที่อยู่ห้อคอยงาช้าง เปึ้นผู้มารับร่างวัลแทนนะครับ สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษา นอกโรงเรียนนั้นเปึนสิ่งที่บูรณาการการศึกษาในทุกด้าน เหมือนอุดรูรั่วครับ ไม่ว่าจะเปึน วิชาชีพ อาชีพ ปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่าแม่บ้านหลาย ๆ คนที่ไม่มีอาชีพก็สามารถมาเปึน หมอแพทย์แผนไทยกันได้ โดยจากกระบวนการการศึกษานอกโรงเรียนนะครับ ของ กศน. ซึ่งบางครั้งก็ร่วมกับท้องถิ่นที่เปึนคนจัดอยู่ ได้รับการสนับสนุนเปึนอย่างดี แต่ที่ผ่านมานั้น การดูแลในส่วนของ กศน. นั้นค่อนข้างที่จะตกต่ำไปมากพอสมควรนะครับ และ กระบวนการในการแบ่งแยกในสัดส่วนตรงนี้นะครับ ในเรื่องของการอุดมศึกษานั้นจะเปึน การตอบคำถามได้ชัดนะครับว่า ระดับมหาวิทยาลัยควรจะอยู่ในระบบหรือนอกระบบ สิ่งหนึ่งที่ได้รับฟังมาก็คือว่า การที่มหาวิทยาลัยทุกวันนี้ที่อยู่ในระบบนั้นเปึนการทรงไว้ ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของอัตลักษณ์นะครับ ซึ่งตรงนี้มีมหาวิทยาลัยที่อยู่มายาวนาน เปึ้นหลักห้าหกสิบป้ สี่สิบป้ หลายมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะเปึนคำตอบได้ ซึ่งฝากมาทางกรรมาธิการยกร่างผ่านทางสภานี้ด้วยนะครับ สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งครับ รัฐควรจะต้องสนับสนุนนะครับ ในเรื่องการค้นคว้าวิจัยในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะเร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพ ครูครับ พัฒนาวิชาชีพนะครับ ไม่ใช่พัฒนาการบริหารอาชีพครูนะครับ และส่งเสริม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติโดยยึดหลักแนวเศรษฐกิจพอเพียงครับ ทั้งหมดเปึนสิ่งที่ได้รับฟังมานะครับ ส่วนประเด็นเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะเพิ่ม โดยเฉพาะในป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ นั้น รัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องหมวดสิทธิและเสรีภาพ ของชุมชนชาวไทยในมาตรา ๕๓ นะครับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นไม่ได้ระบุนะครับ ว่ารัฐต้องดูแลคนวิกลจริตนะครับ มีประเด็นฝากเพิ่มเติมมาว่าควรจะต้องเพิ่มคำว่า คนวิกลจริต เข้าไปด้วยนะครับ หรือ คนสติฟัืนเฟ๋อนไม่สมประกอบ เพราะที่ผ่านมาจะเห็น ได้ชัดว่า คนวิกลจริตฟัืนเฟ๋อนไม่สมประกอบนั้นสร้างปัญหาในหลาย ๆ ส่วนมากนะครับ ที่เปึนข่าวคราวกันโดยทั่วไปนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากให้มีการกําหนดหรือระบุขึ้นมานะครับ ขอย้อนไปนิดหนึ่งครับ สำหรับเรื่องหมวดของการศึกษานะครับ เมื่อมีการแบ่งแยก ในประเด็นนั้น ๆ อย่างชัดเจนแล้วก็เลยมีการตกผลึกกันในบางส่วนนะครับที่แจ้งว่า ในส่วนของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น ในเรื่องการศึกษานะครับ ถ้าเปึนไปได้นะครับ โดยความสามารถของรัฐนั้นนะครับ รัฐก็ควรจะมีการสนับสนุนการศึกษาขั้นต่ําภาคบังคับ คือ ๙ ป้เท่านั้นเองนะครับ เพื่อให้สอดรับกับการแบ่งแยกในสายของการต้องการศึกษา นะครับ เพราะเนื่องจากว่าการศึกษาจากระดับประถมถึงมัธยมต้นก็จะใช้เวลา ๙ ป้ หลังจากมัธยมต้นก็จะแยกไปสู่อาชีวศึกษาหรือสายสามัญ ก็คือระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายเหมือนลักษณะเก่าก่อนนี้ ซึ่งถ้า ๙ ป้แล้วรัฐสามารถที่จะสนับสนุนได้จริง โดยที่ปราศจากการเก็บเงินแล้ว พี่น้องประชาชนที่ให้ข้อมูลมาว่าก็ขอแค่นี้ก็พอ ขอให้ เปึ้นจริง ไม่ใช่เปึ้นลักษณะปัจจุบันนี้คือเขียนไว้ว่า ไม่จัดเก็บ แต่ก็เก็บโดยวิธีรูปแบบอื่น ซึ่งตรงนี้เปึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ณ ขณะนี้นะครับ ในกรอบความเห็นของผมในส่วนนี้คงมี เพียงแค่นี้นะครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ
ขอบคุณครับ คุณกฤษฎา เชิญครับ
ท่านประธาน ครับ ในกรอบที่ ๑ นี้ ผมขออนุญาตให้คุณอลิสาขึ้นมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วยครับ
เชิญครับ คุณอลิสาครับ
เรียนประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะคะ จากที่ท่านกฤษฎาได้แจ้งในเรื่องของกรอบที่ ๑ ซึ่งเปึนเรื่องของทั่ว ๆ ไป แล้วก็เปึนเรื่องของประชาชนทั่วไปที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ กรอบที่ ๑ ในภาคกลางนะคะ อลิสาเองก็จะขอแจ้งในเรื่องของกลุ่มคนที่เปึนเรื่องของ คนพิการและของสตรีนะคะ ในเรื่องที่ลงลึกลงไปนะคะ เนื่องจากบางกรอบที่น้ำไปให้พิจารณานี้ กลุ่มสตรีและ คนพิการ คืออยากจะลงไปในประเด็นที่ลึกกว่านั้น แล้วก็ไม่ได้สนใจในประเด็นทั่ว ๆ ไป ก็จะสนใจในเรื่องของประเด็นสิทธิเสรีภาพนะคะ เรื่องแรกคือในการที่เราได้ไปรับฟังกลุ่ม คนพิการที่ได้เสนอความคิดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในป้ ๒๕๕๐ นี้นะคะ ซึ่งใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึ้นฐานในการแก้ไขในมาตรา ๓๐ ทางกลุ่มคนพิการก็ได้เสนอ ในเรื่องของเพิ่มการให้ความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศที่รัฐให้สัตยาบัน ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างในอาทิตย์ที่แล้วก็ได้แจ้งว่าจะมีเพิ่มเรื่องนี้แล้ว แล้วก็จะ เพิ่มเติมในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศค่ะ อีกเรื่องหนึ่งที่ทางคนพิการต้องการ ที่จะให้ก็คือในเรื่องของมาตรา ๓๐ เรื่องของการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมต่อบุคคล นะคะ ให้เปลี่ยนการมองคนพิการว่าเปึนผู้ป์วย จากรัฐธรรมนูญเดิมซึ่งใช้คําว่า สภาพ ทางกาย หรือสุขภาพ ให้เปึนการป์วยจากการที่สภาพแวดล้อมบกพร่อง นะคะ ก็อยากจะ ให้รัฐได้มีการปรับสภาพแวดล้อมให้ไปใช้งานได้สำหรับคนพิการนะคะ เรื่องต่อไปจะเปึน เรื่องของมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ และเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นให้เพิ่มเติม เรื่องของการที่ไม่กำหนดหรือละเลย ซึ่งการปฏิบัติตามที่รัฐกําหนดขึ้นทั้งที่อยู่ในวิสัยที่จะทําได้ ถือเปึนการเลือกปฏิบัติโดย ไม่เปึนธรรมนะคะ ทางคนพิการก็อยากจะให้เพิ่มตรงนี้ว่าเปึนการละเลย ก็จะเปึน ความผิดด้วยนะคะ แล้วก็อีกมาตราหนึ่งที่สำคัญของคนพิการก็คือเรื่องของมาตรา ๕๕ ซึ่งคนพิการควรมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากผลผลิต สภาพแวดล้อม แผนงานและ โครงการพัฒนาทุกรูปแบบของรัฐอันเปึนสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความ ช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐตามมาตรฐานสากล ซึ่งคนพิการก็เห็นว่าควรจะเปลี่ยนจากการที่ จะให้ความสะดวก เปึนการให้สิทธิการเข้าถึงความสะดวก เพราะว่าคนพิการเห็นว่า การที่แปลจากภาษาอังกฤษในคำว่า คอนวิเนียนซ์ (Convenience) คือการอำนวย ความสะดวก ให้เปลี่ยนเปึน แอกเซสซิบิลิตี้ (Accessibility) หรือการเข้าถึง เพราะว่า เขาจะมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงค่ะ เนื่องจากว่าถึงแม้ว่ารัฐจะมีอะไรที่ออกมา แต่ในการช่วยเหลือหรือว่าอำนวยความสะดวก แต่ว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ อย่างเช่น คนพิการนี่ ถ้าไปสถานที่ราชการแล้วไม่ได้หนังสือ คือคนพิการที่ตาบอดนะคะ มีหนังสือ ของรัฐหรือหนังสือราชการที่ให้มีการสื่อสารในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วก็คนพิการไม่สามารถ ที่จะอ่านได้ เพราะว่าไม่มีหนังสือ เบรล (Braille) หรือว่ามีคนที่ช่วยในการอ่านให้นี่ก็จะ ทำให้ไม่เข้าถึงค่ะ ฉะนั้นเขาขอให้มีการเน้นในเรื่องของการเข้าถึงของสิ่งอำนวย ความสะดวกต่าง ๆ ด้วยนะคะ แล้วคนพิการก็คิดว่าในการใช้คําว่า ส่งเคราะห์ ให้เปึน คำที่ว่า รัฐต้องจัดให้มีสวัสดิการ แทนคำว่า ส่งเคราะห์ เพราะว่าคนพิการไม่เห็นว่าคำว่า ส่งเคราะห์ จะเปึ้นผลในด้านบวก ก็คือว่าจะเห็นในการที่จะให้ก็ได้หรือไม่ให้ก็ได้ แต่ไม่ใช่ เปึ้นการบังคับว่าต้องให้ หรือให้เกิดมีสวัสดิการนะคะ ซึ่งในข้อนี้ก็ตามที่ได้อ่านในรายงาน ความคืบหน้าของคณะกรรมาธิการยกร่างนะคะ ก็เห็นว่าคณะกรรมาธิการยกร่างก็มีการ เปลี่ยนแปลงในคำนี้ว่า เปึนการทรงสิทธิ แทนคำว่า สงเคราะห์ นะคะ ในเรื่องของเสรีภาพในการสื่อสาร ในกรณีที่เปึนการสื่อสารสาธารณะต้องอยู่ในรูปแบบที่ กลุ่มบุคคลทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เพราะว่าในกรณีนี้ก็คือ คนพิการไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะการบริการของรัฐไม่มีรูปแบบที่สามารถทำให้ คนพิการรับฟังได้ หรือรับการสื่อสารได้ ซึ่งเปึนการจำกัดเสรีภาพของคนพิการด้วยค่ะ แล้วก็เรื่องที่เขาฝากมาในเรื่องของการมีสิทธิในการเลือกตั้งนะคะ เพราะว่าไม่มีการ อำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งให้กับคนพิการซึ่งอ่านไม่เห็น ตาบอด หรือว่าหูหนวก นะคะ ก็อาจจะเปึนการจำกัดเสรีภาพ แล้วก็การที่ไปในสถานที่ราชการบางที่แล้วไม่มี สิ่งอํานวยความสะดวกก็ทําให้ไปไม่ถึงตรงนั้นนะคะ ก็ขอให้รัฐส่งเสริมในเรื่องนี้ด้วยค่ะ อีกเรื่องหนึ่งคือการส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานคนพิการ และสร้างหลักประกันให้มีงาน ให้คนพิการและผู้ด้อยโอกาสนะคะ เรื่องสุดท้ายของคนพิการก็คือการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่ามีสาระสำคัญเกี่ยวกับเด็ก สตรี คนชรา หรือคนพิการ สภาผู้แทนราษฎรมิได้พิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชน เกี่ยวกับบุคคลประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดค่ะ นอกจากนั้นในเรื่องของแรงงานสตรี ก็ได้ฝากในเรื่องคล้าย ๆ กับคนพิการนะคะ แต่ว่า ในเรื่องของสิทธิแรงงาน ประชากรวัยทำงานมีสิทธิเสมอกันในการได้รับการคุ้มครอง จากรัฐ ด้านสัญญาจ้างงาน ค่าตอบแทนที่เปึนธรรม สวัสดิการ และประกันสังคม สุขภาพ และความปลอดภัย การรวมตัวและการเจรจาต่อรอง การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการประกอบการที่มีผลกระทบต่อผู้ทำงาน รัฐต้องจัดให้มีองค์กรอิสระที่บริหารงาน ลักษณะพหุภาคี เพื่อเปึนหลักประกันความมั่นคง ส่งเสริม พัฒนา และคุ้มครอง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างรอบด้าน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมต่อประชากรวัยทำงาน การบังคับใช้แรงงาน หรือเกณฑ์ แรงงานจะกระทำมิได้ เพราะว่ารัฐต้องกำหนดสิทธิที่ชัดเจนให้กับประชากรวัยทำงาน เพื่อเปึนหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน และจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ จากงานวิจัยในประเทศ และต่างประเทศก็ได้ยืนยันบทบาทสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การสร้างความเติบโต ด้านรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาลจากแรงงานนะคะ แต่ในสภาพชีวิตปัจจุบัน แรงงานก็นับวันเลวร้ายลงทุกที มีละเมิดสิทธิแรงงานอยู่ทุกด้าน ไม่ว่าจะเปึ้นด้านการจ้าง งาน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ปัญหาสุขภาพ การเจ็บป์วย มลพิษ สารเคมีในสถาน ประกอบการ ซึ่งรัฐเองก็ยังไม่ได้มีการใส่ใจในการออกกฎหมายเอาผิดกับผู้ประกอบการ แต่กลับให้ความสำคัญในการแก้กฎหมายและกลไกในการเอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศเท่านั้น
เรื่องที่ ๒ ก็คือรัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ชายและหญิงในสัดส่วนที่เสมอภาคนะคะ ในการกำหนดนโยบายการตัดสินใจทาง การเมือง วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐทุกระดับ โดยการจัดตั้งกองทุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐต้องจัดให้ ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองการทำสัญญาจ้างที่เปึนธรรม คุ้มครอง ความเสมอภาคการจ้างงาน และกำจัดการเลือกปฏิบัติการจ้างงาน หรือความแตกต่าง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของสภาพการจ้างภายในสภาพการทำงานเดียวกัน คุ้มครอง แรงงานเด็กและแรงงานหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงมีครรภ์ ส่งเสริมความเสมอภาค ทางเพศ และให้โอกาสการจ้างงานสตรี คุ้มครองความปลอดภัยการทำงาน คุ้มครอง แรงงานนอกระบบให้ได้รับความเปึ้นธรรม คุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้ได้รับ ความเปึนธรรม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพการรวมตัวเปึนสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ส่งเสริมการประกันสังคม เพื่อสวัสดิการสังคมในด้านต่าง ๆ อย่างทั่วด้าน ประกันรายได้ขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงานให้สามารถเลี้ยงชีพพอเพียงสำหรับคนงานและ ครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมค่าตอบแทนการทำงานที่ยุติธรรมด้วยค่ะ และโดยเฉพาะ การคุ้มครองมารดาและการดูแลบุตรเปึนสิทธิอันจำเปึนยิ่งในการเอาไว้ในทุกประเด็นของ อนุสัญญา ในการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ไม่ว่าจะเปึนส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน กฎหมายครอบครัว การดูแลสุขภาพ การศึกษา บทบาทและหน้าที่ของสังคม รวมไปถึง การเสนอบริการต่าง ๆ ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งและพัฒนาขอบข่ายของสวัสดิการด้านการ เลี้ยงดูเด็กค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ ขอกรอบที่ ๒ ต่อ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง กรรมาธิการภาคกลางนะครับ วันนี้ผมได้มานำเสนอความเห็นของพี่น้องประชาชนที่ได้ ลงพื้นที่มาในกรอบที่ ๒ เรื่องสถาบันการเมือง ก่อนอื่นผมอยากจะบอกสภาแห่งนี้ว่าสิ่งที่ เราลงไปในพื้นที่นั้น เรามีความตั้งใจและมีเจตนาเดียวเหมือนกับทุกท่านนะครับ และ ขอยืนยันด้วยว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นเปึนความเห็นของพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ ต้องบอกกับท่านให้เข้าใจอย่างนี้นะครับ ในประเด็นเรื่องที่ผมจะพูดถึงเรื่องแรกนั้นก็คือ เรื่องจำนวนของ สส. และ สว. พี่น้องประชาชนในภาคกลางมีความเห็นไปในทิศทาง เดียวกันนะครับว่า จำนวนของ สส. นั้นไม่จำเปึนต้องลดก็ได้ แต่ไม่น่าจะเพิ่ม แล้วก็ สว. นั้น ถ้าลดได้น่าจะลด โดยความเห็นโดยรวมนั้น สส. ก็คงสภาพเดิม แต่ไม่น่าจะ เพิ่มขึ้น สว. น่าจะลดลง ส่วนระบบบัญชีรายชื่อนั้นเปึ้นที่ชัดเจนนะครับ พี่น้องประชาชน ในต่างจังหวัดในภาคกลางทั้งหมดนั้นมีความเห็นแทบจะเปึนความเห็นเดียวกันทั้งหมด เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่น่าจะมี สส. ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะว่าฟังดูแล้วด้วยเหตุผล ของพี่น้องประชาชนนั้นไม่มีประโยชน์โดยตรงกับพี่น้องประชาชนเลย แล้วก็ประชาชน บอกตรง ๆ มาเลยว่า สส. บัญชีรายชื่อนั้นเราไม่ทราบที่มาที่ไป เราไม่รู้ว่าเปึนใคร รู้จักเพียงแต่คนที่อยู่อันดับต้น ๆ สองสามคนเท่านั้น ส่วนคนที่อันดับรองลงมา แทบจะไม่รู้จักว่าเปึนใคร เพราะฉะนั้นประชาชนมีความเห็นว่าไม่น่าจะมี สส. บัญชีรายชื่อ ส่วนวุฒิการศึกษานั้นพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดนั้นอาจจะมีความเห็น หลากหลายในกรณีนี้นะครับ หลายคนนั้นก็ให้เหตุผลว่าการศึกษามีความจำเปึนมาก ในการเข้ามาบริหารประเทศนั้นการศึกษาต้องชัดเจนนะครับ แล้วก็มีพอสมควร แล้ว ในอีกส่วนหนึ่งนั้นก็มีความเห็นว่าการศึกษาก็ไม่ใช่เปึนตัวกำหนดความสามารถของ บุคคล ความสามารถนั้นน่าจะมีประโยชน์ในการบริหารจัดการบ้านเมืองมากกว่านะครับ โดยประเด็นนี้หลาย ๆ เวทีที่ไปทำเวทีมานั้นพอสรุปได้ก้ำกึ่ง นั่นก็คือว่าส่วนใหญ่ยังต้อง ให้มีการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรี ส่วน สว. นั้น ปริญญาตรีพี่น้องประชาชนยังคิดว่า ยังจะน้อยเกินไป น่าจะมากกว่านั้นด้วยซ้ําไปนะครับ เพราะว่า สว. นั้นเข้าไปตรวจสอบ การทำงานของฝ์ายนิติบัญญัติ ส่วนพรรคการเมืองนั้นต้องสังกัดพรรคแน่นอน ถ้าไม่มีการ สังกัดพรรคการเมืองนั้นก็จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น แล้วไม่รู้ที่มาที่ไป แล้วตรวจสอบกัน ไม่ได้นะครับ กรณีที่ถูกใบเหลือง ใบแดงนั้น ถ้าหากว่ามีการถูกใบเหลืองหรือใบแดง พี่น้องประชาชนในภาคกลางนั้นมีความเห็นว่าน่าจะเลื่อนลำดับต่อมาขึ้นไปบางส่วน และ อีกบางส่วนนั้นน่าจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ส่วนใหญ่แล้วอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยให้เหตุผลว่าถ้ามีการเลื่อนลำดับขึ้นมานั้นมันจะเปึ้นอันตรายกับผู้สมัครนั่นเอง ก็เกิดกรณีฆาตกรรมกันได้ ถ้ากรณีอย่างนี้คนที่ได้ที่ ๑ ถูกคนที่ ๒ ฆาตกรรมแล้วก็ได้เลื่อนขึ้นมาเลย ชาวบ้านเข้ามอง แค่ประเด็นอย่างนี้นะครับ แต่ว่าบางเสียงบางเหตุผลก็บอกว่าถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ก็จะ เสียงบประมาณ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะให้มีการเลือกตั้งใหม่นะครับ ส่วน สว. นั้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคกลางก็ยังเห็นว่าน่าจะมี สว. อยู่ แต่ว่าปัญหาอยู่ตรงที่ว่าที่มา ของ สว. เปึนประเด็นสำคัญ สิ่งที่พูดกันมากนั่นก็คือ สว. หมอนข้าง หรือ สว. ที่เปึน เครือญาติ ระบบเครือญาติ ซึ่งประชาชนในต่างจังหวัดนั้นเขาเข้าใจและรู้ถึงสภาพปัญหา นี้ดี ไม่น่าเชื่อว่าในชนบทที่ดูแล้วเหมือนจะไม่ค่อยสนใจการเมือง แต่พูดถึงประเด็น สว. แล้วนี่พี่น้องประชาชน ตรงประเด็นไปเลยว่า คำว่า สว. หมอนข้าง เขาคงได้รับรู้จากการ ฟังหรือการอ่านหนังสือพิมพ์ จากสื่อ เพราะฉะนั้นใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของเสียง พี่น้องประชาชนในภาคกลางนั้นอยากให้มี สว. อยู่ แต่ที่มาของ สว. นั้นต้องกำหนด ชัดเจน และที่สำคัญนั้นการเปึนเครือญาติของ สว. ด้วยกันเองหรือเปึนเครือญาติของ สส. นี่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าต้องห้ามนะครับ ส่วนฝ์ายบริหารนั้นนายกรัฐมนตรีชัดเจนที่สุด ก็คือต้องมาจาก สส. ประเด็นเรื่องนี้พี่น้องประชาชนในภาคกลางไม่ค่อยวิตกกังวลเท่าไร ไม่ค่อยพูดเท่าไรในความจริงแล้ว เพราะว่าเสียงสะท้อนจากเวทีที่ได้ทํามาในภาคกลาง หลาย ๆ จังหวัด ถ้ามีการเป่ดประเด็นถึงที่มาของนายกรัฐมนตรีแล้ว พี่น้องประชาชนพูด ชัดเจนเลยว่าความเปึนประชาธิปไตยของเมืองไทยนั้นน่าจะเลยความคิดตรงนี้มาแล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส. แน่นอนนะครับ คือเสียง ท่วมท้นในความเห็นตรงนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี แล้วภาระการ ดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีนั้นไม่น่าจะเกิน ๒ วาระ ก็คือ ๘ ป้ แล้วอีกประเด็น ที่สำคัญในฝ์ายบริหารนั้นก็คือพี่น้องประชาชนในภาคกลางเปึ้นห่วงมากเรื่องคุณธรรม และจริยธรรมของนักการเมือง เปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความเห็นอย่างหลากหลาย นะครับ แล้วมีการเสนอให้มีการตรวจสอบโดยภาคประชาชน ในเรื่องคุณธรรมและ จริยธรรมของนักการเมือง แล้วบางพื้นที่ บางจังหวัดเสนอมาเลยว่านักการเมืองก่อนที่จะ เข้ามารับตำแหน่งในทางการเมืองนั้นน่าจะมีการผ่านการอบรม ลักษณะเหมือนโรงเรียน คุณธรรม จริยธรรมมาก่อน ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งทางการเมือง ในส่วนทางสถาบัน การเมืองที่ผมได้รับมาสรุปประเด็นกว้าง ๆ ก็ประมาณนี้นะครับ ส่วนรายละเอียดในเชิงลึก นั้นเปึนเอกสารที่มีอยู่ในภาคกลางก็จะคล้าย ๆ กัน ในเกือบทุกจังหวัด ขอบคุณ ท่านประธาน ขอบคุณสมาชิกครับ
ขอบคุณมากครับ ขอไปกรอบที่ ๓ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ ต่อไปผมขออนุญาตรายงานความเห็นกรอบที่ ๓ ว่าด้วยเรื่องขององค์กรอิสระและศาล ในกรอบที่ ๓ นี้ ความเห็นจากพี่น้องประชาชนที่เราได้รับฟังมาทั้ง ๒๕ จังหวัด และ กรุงเทพมหานครมีความคิดเห็นอย่างนี้ครับ
ประเด็นเรื่องควรให้คงมีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่ต่อไป หรือไม่นะครับ ในประเด็นนี้ความเห็นส่วนใหญ่มีความเห็นว่าควรที่ยังคงให้มีองค์กรอิสระ อยู่ต่อไป แต่ให้มีการปรับปรุงดังต่อไปนี้ ๑. ให้มีการปรับปรุงวิธีการแต่งตั้งบุคคลที่จะมา ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในองค์กรอิสระให้มีความอิสระอย่างแท้จริง โดยความเห็น ได้นำเสนอตัวอย่างขององค์กรอิสระหลายองค์กรที่มีสภาพของการทำงานอย่างไม่มีอิสระ อันสืบเนื่องมาจากบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นเปึ้นผู้ที่มีความเชื่อมโยงหรือมีสายสัมพันธ์ กับฝ์ายบริหาร ๒. ควรให้มีการเพิ่มอำนาจขององค์กรอิสระให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถบังคับให้เปึนไป ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระอย่างแท้จริง เช่น ให้องค์กรอิสระสามารถแจ้งความ ร้องทุกข์ หรือดำเนินคดีแทนประชาชนได้ ในกรณีที่ฝ์ายบริหารซึ่งได้รับแจ้งความเห็น เพิกเฉย ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรอิสระนั้นสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อย่างแท้จริง และเพื่อเปึนการถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ์ายบริหาร
ประเด็นที่ ๒ ควรให้ศาลหรือองค์กรใดเปึ้นผู้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ขององค์กรอิสระอีกชั้นหนึ่ง ในประเด็นนี้เสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้ศาลเปึ้นผู้ตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อให้มีการถ่วงดุลอํานาจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังมี ความเห็น เห็นควรให้มีการเพิ่มองค์กรอิสระทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น โดยวิธีการ คัดเลือกจากตัวแทนชุมชนในแต่ละชุมชนเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ นักการเมืองทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นเปึนต้นมา ๓. เห็นควรกำหนดให้การฟัองร้อง นักการเมืองทุกระดับที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ไม่ควรมีอายุความในการดำเนินคดี ๔. เรื่องการตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง เห็นควรให้ลดจำนวนประชาชนในการ เข้าชื่อเพื่อถอดถอนนักการเมืองจากเดิมที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จำนวน ๕๐,๐๐๐ คน เห็นควรให้ลดลงจากเดิมเหลือเพียง ๒๐,๐๐๐ ถึง ๓๐,๐๐๐ คน ทั้งนี้ แล้วแต่ความสำคัญของตำแหน่ง
ประเด็นที่ ๔ เห็นควรกำหนดให้มีการกำหนดงบประมาณให้แก่องค์กร อิสระให้ชัดเจนหรือไม่ ในประเด็นนี้ความเห็นส่วนใหญ่เห็นควรว่าควรกำหนดงบประมาณ ให้กับองค์กรอิสระต่าง ๆ เปึนการเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อให้ปลอดจากการครอบงำของ นักการเมืองหรือฝ์ายบริหาร
ประเด็นที่ ๕ เรื่องเกี่ยวกับศาลและกระบวนการยุติธรรม เสียงส่วนใหญ่ เห็นควรให้มีการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง โดยให้ศาลเปึ้นผู้ให้ใบเหลือง ใบแดง และให้เปึน ผู้พิจารณาลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดเรื่อง ของการไม่มีกําหนดอายุความในเรื่องของการดําเนินคดีกับนักการเมืองที่ทุจริตประพฤติ มิชอบ นอกจากนี้เห็นควรให้มีการปรับปรุงระบบศาลให้ประชาชนสามารถเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมได้ง่าย สะดวก และประหยัดมากยิ่งขึ้น สุดท้ายเห็นควรให้มีการ ปรับปรุงระบบกระบวนการยุติธรรมของศาลที่สามารถให้ประชาชนเข้าถึง โดยลด ขั้นตอนในเรื่องของการเปึ้นผู้เสียหายโดยทางนิตินัยให้น้อยลง ทั้งหมดก็เปึนความเห็นของ พี่น้องประชาชนต่อกรอบที่ ๓ ในเรื่องขององค์กรอิสระและศาลครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ
ครบทั้ง ๓ กรอบแล้วใช่ไหมครับ
ท่านประธานครับ มีกรอบที่ ๔ ครับ เรื่องอื่น ๆ ครับ ขออนุญาตให้ท่านสมเกียรติครับ
เชิญ ท่านสมเกียรติมาพอดีครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก็คงจะต้องเปึนวาระกรอบ อื่น ๆ ซึ่งโดยปกติในการชี้แจงกันมาค่อนข้างที่จะหลากหลาย ไม่ค่อยมีตัวกำหนดอะไร มากนัก แต่ทางภาคกลางนี่นะครับก็ขอให้ท่านประธานนึกถึงแผนที่ประเทศไทย ประชาชนส่วนมาก ๒๕ จังหวัดบวก กทม. ก็มาจากหลากหลายอาชีพ ภาคกลางนี่ก็มา จากภาคเกษตร ทำนา ทำไร่ มองเห็นใกล้ ๆ รอบ ๆ กรุงเทพมหานคร นครนายก ปทุมธานี อยุธยา สระบุรี แบบนี้นะครับ ถ้าประมงก็จังหวัดรอบ ๆ อ่าวไทย สมุทรทั้งหลายแหล่ สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร หรือว่าริมทะเลตลอดตั้งแต่ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา หรือไปทางอีกฟากหนึ่งก็เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะ แบบนี้อาชีพประมง ส่วนภาคราชการและรัฐวิสาหกิจนี่ก็มีอยู่ไม่น้อยในภาคกลางนี่ นะครับ รัฐวิสาหกิจก็สามแสนกว่าคน ราชการก็เฉียด ๆ ล้าน ส่วนภาคแรงงานประมาณ สี่ล้านกว่าคนนี่ท่านนึกถึงอยุธยาก็คงจะเปึนแถวบางปะอิน หรือไม่ก็ที่สมุทรปราการนี่คง บางพลี แล้วก็จังหวัดสมุทรปราการเกือบทั้งหมดเพราะเปึนอุตสาหกรรม ทางตะวันออก ก็คงจะเปึนระยอง มาบตาพุดนะครับ ที่ชลบุรีก็มีแหลมฉบัง ก็เปึ้นนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งคนภาคแรงงานค่อนข้างจะมากมาย เหล่านี้ก็เปึนส่วนสำคัญที่จะมาบอกกับเราในกรณี เราลงไปรับฟังความคิดเห็น เขาต้องการอะไร เขาอยากได้อะไร แล้วก็ภาคสำคัญที่สุด ภาคนี้ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านก็ภาคแม่บ้าน แม่บ้าน พ่อบ้านนะครับ พวกอาชีพเสริม สินค้าพื้นเมือง วันตำบลวันผลิตภัณฑ์ โอทอป์ (OTOP – One Tambon One Product) นี่นะครับ ก็ได้บอกกล่าวเล่าสิบมานะครับ มีข้อเสนอแนะบางประเด็นที่จะต้องแก้ไข ตัด ต่อ แต่ง เติมในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึ้นแนวอยู่แล้วเพื่อเปึ้นฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่น่าสนใจนะครับ ภาคเกษตรเริ่มต้นเลย จะทำอย่างไรให้ออกมาตรการส่งเสริมในระบบ เศรษฐกิจพอเพียงให้ชัดเจนนะครับ ให้ชัดเจนให้ได้ ไม่ใช่ทุกวันนี้เหมือนกับพูดแล้ว ก็ผ่านไป เรามากําหนดกันว่าจะทําอย่างไร ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ไปเลยครับ หรือทางด้าน เกษตรทำอย่างไรถึงจะมีมาตรการส่งเสริมภาคเกษตรอย่างจริงจัง มีรูปธรรม มิใช่เขียน กฎหมายในลักษณะว่า รัฐพึง รัฐต้อง มีพึงกับต้อง ต้องกับพึง ๔ ป้ ๕ ป้ ไม่มีกฎหมายลูก มารองรับ ก็พึงกับต้อง อยู่ตรงนี้ครับ ให้มันชัดเจนลงไปได้ไหมครับว่า ขอเสนอให้เขียน ลงไปในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ไหมว่ามาตรานี้ รัฐพึงส่งเสริมให้เกษตรกร เกษตรกรประเภท ไหนว่าไปครับ มีที่จำหน่ายผลิตผลเกษตร เกษตรอะไรว่าไป โดยมีหน่วยงานที่รับซื้อ ผลิตผลตามราคาที่รัฐกำหนดอย่างเปึนธรรมทุก ๆ ป้ อันนี้ยังพอมองเห็นอนาคตไหม ครับท่าน หรือมาตราที่ว่า รัฐต้องปกปัองเกษตร เกษตรอะไรก็ว่าไป ที่ใช้สารเคมีหรือปุิย ในการส่งเสริมการผลิตของเกษตรกรเอง โดยกำหนดมาตรการลงโทษผู้ผลิตและจำหน่าย สารเคมีหรือปุิยดังนี้ ๑. รัฐต้องประกาศคุณสมบัติปุิย และราคาของปุิย หรือสารเคมี ทุก ๆ ป้ ประกาศเลยนะครับ กันคนไปค้ากำไรเกินควร ๒. ถ้าผู้ใดผลิตปุิยปลอม หรือสารเคมีปลอม ให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือปรับเท่าไรว่าไป ๓. ถ้าผู้ใดจำหน่าย ปุิยปลอม ให้จำคุกตลอดชีวิต แล้วปรับ ว่าไปเท่าไร ๔. ถ้าผู้ใดจำหน่ายปุิยเกินราคา ที่กำหนด ให้จำคุกตลอดชีวิต แล้วปรับ ว่าไป ๕. ถ้าผู้ใดส่งเสริมให้ผลิตและจำหน่าย ปุิยปลอม สารเคมีปลอมให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต และให้ยึดทรัพย์ นี่เขาบอกมา อย่างนี้นะครับ ให้มันชัดเจนว่าถ้าเผื่อต่อไปนี้คุณมายุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ชีวิตคุณไม่มี ความสุขแน่ ท่านประธานครับ หรือมาตราที่เขาว่า รัฐต้องกำหนดพื้นที่ที่จะส่งเสริม เกษตรกรที่เพาะปลูกผลิตผลให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดย โดยเลยนะครับ ทีนี้ โดย เลยนะครับ ๑. กำหนดชนิดของพืชที่จะปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ กำหนดไปเลย ว่าภาคนี้ โซน (Zone) นี้ กำหนดไปเลยว่าต้องปลูกอะไร มันจะได้ไม่ล้นตลาด ไม่เกิน ความต้องการ ๕ ป้ประกาศมาหนหนึ่ง ทุก ๆ ๕ ป้ กำหนดปริมาณพืชให้เหมาะสมกับ เนื้อที่ ทุก ๆ ๕ ป้ กำหนดรายละเอียดที่จะส่งเสริมเกษตรที่ปฏิบัติถูกต้อง ทุก ๆ ป้ กำหนด บทลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติหรือละเลยจะปฏิบัติตามกฎหมายนี้ให้หนักเข้าไว้ ส่วนรัฐ ต้องส่งเสริมอาชีพประมงอย่างไร นี่ครับมาถึงอาชีพประมงแล้ว จะกําหนดอย่างไร วิธีส่งเสริมงบประมาณส่งเสริมป้ละเท่าไรว่ากันมาเลยให้ชัดเจน กำหนดมาทุก ๆ ป้ กำหนดนะครับ ทุกวันนี้ใช้ระบบร้องขอ ขณะนี้ไม่สามารถจะออกไปทำประมงได้ด้วยราคา น้ำมันขึ้นสูง ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้นทุนสูง จอดอยู่ข้างแพ้กันเปึ้นแถว แล้วก็ ร้องขอให้รัฐช่วยเหลือสนับสนุน แบบนี้ครับมันเปึ้นเรื่องที่ทำเฉพาะหน้าเท่านั้น ถ้าเผื่อ ป้หนึ่งประกาศหนหนึ่ง ป้หนึ่งประกาศหนหนึ่ง มันก็จะรู้อนาคตของพวกเขาว่า จะทำอย่างไร กำหนดระยะเวลาและพื้นที่ในการทำประมงทุกป้ บอกเขตไปเลย อ่าวไทยตอนนี้ เดือนนี้ เวลานี้ ขณะนี้ห้ามจับสัตว์ประเภทนี้ ใช้อวน ใช้แห่ ตาข่ายรู้เล็กรู้น้อยแค่ไหน กำหนดไว้ให้เรียบร้อย เขาจะได้รู้อนาคตของเขาเองนะครับ กำหนดตลาดกลางให้เขาเลย แล้วราคาผลิตผล ทุกวันนี้คนได้ของมา ได้ผลิตผลมา ลงทะเล่มา ค่าน้ำมันดีเซล (Diesel) ก็สูง เสร็จเรียบร้อยได้มาเสร็จ มาเจอนายทุนกดราคา ที่แพปลาอีก พวกนี้อยู่ไม่ได้ครับ ถึงร้องขอกันว่าชีวิตนี้อยู่ไม่ได้แล้ว ถ้าเผื่อกำหนดไว้เปึน กฎหมายหรือในรัฐธรรมนูญกําหนดวิธีการส่งเสริมให้แน่นอนว่ารัฐต้องส่งเสริมและทำ จริง ๆ ว่าเปึนเรื่องเปึนราวไปเลย ไม่ต้องมาออกกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ ผมว่า ผลมันจะเกิดเร็วขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ ก็คงจะต้องมีสิ่งที่ขออนุญาตนำเสนอ ในกรอบอื่น ๆ อีกในกรณีที่แรงงานนะครับ เขาบอกผมมาอย่างนี้ อันนี้เจอที่กระทรวง แรงงานนะครับ แล้วก็เจอที่จังหวัดสมุทรปราการ อันนี้เจอโดยตรงนะครับ เขาบอกมีสิทธิ แต่ไม่มีโอกาสท่านประธานครับ มีสิทธิแต่ไม่มีโอกาสหมายถึงอย่างไร เขามีสิทธิที่จะลง เลือกตั้ง สส. และ สว. แต่ชื่อเขาอยู่ที่ท้องถิ่นเดิมของเขา จากอีสาน จากใต้ จากเหนือ จากตรงไหนก็แล้วแต่ที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ประกอบการ ถึงเวลาจริง ๆ ยิ่งอันตรายเรื่องการ ลงประชามติให้ลงพร้อมกันในวันเดียวทั่วประเทศนี่ แล้วถ้าเผื่อเปึนวันจันทร์ด้วยจบเลย นะครับ วันจันทร์ที่ ๓ กันยายนนี่ เพราะว่าเข้าประกอบการอยู่ คนที่สมุทรปราการเกือบ ๔ ล้านคนไม่สามารถจะกลับไปพื้นที่ตัวเองได้เลยนะครับ ก็ไม่มีสิทธิ มีสิทธิแต่ไม่มีโอกาส ไปใช้สิทธินะครับ เขาบอกว่าขออย่างนี้ได้ไหม ให้ผู้ใช้แรงงานและที่ทำงานในพื้นที่ นอกทะเบียนบ้านของตนเปึ้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกไม่ว่าจะเปึน สส. สว. ในเขตพื้นที่ที่ ตัวเองปฏิบัติงานอยู่ ทำอย่างไรครับ ก็ให้ใช้เกณฑ์กำหนดราษฎร สมาชิกต่าง ๆ ที่มี ทะเบียนบ้านอยู่ในประกันสังคมหรือทะเบียนบ้านที่อยู่ในสถานประกอบการนั้น ๆ เอามา เปึ้นองค์ประกอบในการจัดให้เขาลงในพื้นที่เพื่อจะใช้สิทธินะครับ แล้วก็ใช้โอกาสในการ เลือกไม่อย่างนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการมีสิทธิแล้วก็ไม่มีโอกาส ยิ่งเมื่อวานนะครับ รายการ สุดท้ายของ กทม. ไปรับฟังความคิดที่มหาวิทยาลัยหอการค้า เปึ้นทั้งสิทธิและเปึนทั้ง หน้าที่แล้วนะครับ เมื่อวานสอบถามกัน ประชาชนบอกให้เปึนทั้งสิทธิและเปึ้นทั้งหน้าที่ มันจะยุ่งนะครับท่านประธาน สิทธิก็สิทธิด้วย หน้าที่ต้องไปด้วยนะครับ หน้าที่ต้องไป แต่นายจ้างไม่ให้ไปยุ่งนะครับ ท่านประธานครับ อันนี้เขาบอกว่ามีสิทธิ ไม่มีโอกาสนะครับ ก็ฝากท่านประธานไว้ด้วยในเรื่องนี้นะครับ รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนการรวมตัวของ ประชาชน เท่าที่ท่านเห็นนะครับ ป้ ๒๕๔๘ เกือบทั้งป้นะครับ จนถึง ๑๙ กันยายน ก็รวมตัวกันด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ อันนี้ชัดเจนนะครับ เราดำเนินการกันมา เขาอยากเห็นการคุ้มครองจากรัฐออกมาเปึนรูปธรรม เขียนให้เรียบร้อยนะครับว่า ถ้าเผื่อ เขาออกมาดําเนินการตามสิทธิเสรีภาพของเขานะครับ ก็ให้มันมีหน้าที่รัฐคุ้มครองเพื่อ องค์กรภาคประชาชนสามารถดำเนินการขยับขยายได้ อยู่ในลักษณะที่เผยแพร่กิจกรรมที่ ตัวเองจะทำได้นะครับ รัฐต้องส่งเสริมการรวมตัวของภาคประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งต้องให้การสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณนะครับ เพื่อให้องค์กรภาคประชาชน เหล่านั้นได้ดำเนินการกิจกรรมในสาธารณประโยชน์ได้นะครับ มาร่วมกันนะครับ ๒ ส่วน และการส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการทำงานนะครับ ก็คือเขาอยากเห็นว่าเพื่อความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้เกิดการคิดร่วมกันระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้างมีแนวความคิดร่วมกันในการที่จะบริหารองค์กรนั้น ๆ หรือสถานประกอบการนั้น ๆ โดยส่งเสริมให้มีระบบของการตัดสินใจร่วมกันนะครับ ออกมาเปึ้นรูปธรรม ทุกวันนี้ บางองค์กรบางบริษัทก็ให้ลูกจ้างเปึนผู้แสดงความคิดเห็น แล้วก็นำไปปรับปรุงพัฒนา องค์กร แต่บางบริษัทก็ถืออัตตะเปึนใหญ่นะครับ นายจ้างก็คือนายจ้าง ฉันสั่งเธอ เธอต้องทำเท่านั้น อันนี้ก็อยากจะเห็นว่าถ้าเผื่อจะให้เกิดการมีส่วนร่วมในภาคนี้จริง ๆ ก็ให้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญว่าน่าจะเปึ้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนะครับ สิทธิในการ รวมตัวเปึ้นสหภาพและการได้รับคุ้มครองโดยรัฐ อันนี้ชัดเจน ในฐานะที่ภาคแรงงานนี่ มีสหภาพอยู่ประมาณพันสามร้อยกว่าแห่งนะครับ เขาอยากเห็นว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ เสรีภาพในการรวมตัวกันเปึนสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร องค์กร เอกชน หรือหมู่คณะอื่น ๆ โดยได้รับการคุ้มครองไม่ให้ผู้กระทำดังกล่าวถูกกลั่นแกล้ง ถูกคุกคามทุกรูปแบบ การจำกัดเสรีภาพวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ อันนี้เขาก็นำเสนอมาเพื่อ ส่งเสริมการรวมตัวของประชาชนให้รัฐให้การรับรองพันธกรณีที่ต่อองค์กรระหว่างประเทศ ที่รัฐเปึนภาคีอยู่ ก็ข้อตกลงล่ะครับ ไอแอลโอ (ILO – International Labour Organization) ข้อ ๘๗ และ ข้อ ๙๘ ซึ่งประเทศไทยยังไม่ได้ไปลงนามในข้อตกลง ทั้ง ๆ ที่เปึนสมาชิกอยู่นะครับ ประเทศรอบบ้านเรานี่ครบหมดแล้วนะครับ ประเทศที่เกือบจะ รอบบ้านนี่ประเทศใหญ่ ๆ ทั้งนั้นล่ะครับ เขมร ลาว พม่า ทั้งหลายแหล่ เขาลงกันหมด แล้วครับ ประเทศเล็ก ๆ อย่างเรายังไม่ไปลงกับเขานะครับอันนี้ ข้อต่อไปนะครับ การคุ้มครองการใช้สิทธิ ในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แบบเมื่อกี้นะครับ ที่ผม นําเรียนท่านไปเมื่อกี้ว่ามันมีส่วนที่จะต้องให้รัฐดูแลนะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเก่า เขาเป่ดไว้แล้ว รัฐต้องส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างมาตรการเพื่อรองรับปัญหาการละเมิด สิทธิแรงงาน และรัฐต้องให้ความสำคัญต่อปัญหาแรงงาน ขณะนี้ก็ดูว่ารัฐกำลังออก พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์อยู่ แต่ว่ากำลังนะครับ กำลัง กำลัง กำลังจะ ๔ ป้แล้วครับ ๔ ป้ก็กำลังอยู่อย่างนี้ ยังไม่ออกมาเสียทีครับ แรงงานเขาโหยหา ออกมาเสียที ลักษณะ แบบนี้ถ้าเผื่อเรากําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วบอกว่า ต้องทําภายในเมื่อไร ถ้าเผื่อไม่ทำ คนละเลยจะมีโทษประการใด จะเปึนพระคุณนะครับ เรื่องแบบนี้นะครับ ก็มัวแต่ต้อง มัวแต่ทำ มีแต่ควรอยู่อย่างนี้ก็ไม่เดินหน้าไปทางไหนเสียทีครับ อันนี้เปึ้นสิ่งที่ทาง ภาครัฐวิสาหกิจเขาบอกมานะครับ การส่งเสริม คุ้มครองและกิจการรัฐวิสาหกิจที่มี ความจำเปึนต่อความมั่นคงของชาติ และความเปึนธรรมแก่ประชาชน อันนี้รัฐวิสาหกิจ พูดภาษาทั่วไปอีกข้อหนึ่ง เขาบอกว่า รัฐต้องเปึนเจ้าของรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ก็คือ ห้ามแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั่นเอง ห้ามนำสมบัติของชาติไปขายด้วย มันมีเหตุผลของมัน ในตัวหลายอย่างนะครับ ก็อย่างเท่าที่เห็นทุกวันนี้ ถ้าเผื่อว่าปล่อยให้แปรสภาพจาก สมบัติของชาติไปสู่ตลาดแล้วเข้าตลาดเปึนมหาชน ซื้อขายกันก็คือการเอาสมบัติของชาติ ไปขายอย่างที่ว่า นะครับ กิจการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงยิ่งยุ่งเลยนะครับ ความมั่นคง ขณะนี้ หรือเรื่องพลังงาน ถ้าเผื่อปล่อยไปนี่อีกหน่อยบ้านเมืองเราค่อนข้างที่จะง่อนแง่น นะครับเกี่ยวกับความมั่นคง หรือเกี่ยวกับสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ความเปึนอยู่ของ ประชาชนที่ใกล้ตัวนะครับ ถ้าเผื่อปล่อยให้เอกชนเปึนผู้ควบคุมเหล่านี้ อีกหน่อยจะเปึน อันตรายเกี่ยวกับความเปึนอยู่ของประชาชน กิจการบริการสาธารณะนะครับ รัฐวิสาหกิจถือเปึนหน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้บริการประชาชนโดยรัฐ ก็คือให้รัฐเปึนเจ้าของ นั่นล่ะครับ ให้รัฐเปึ้นเจ้าของนะครับ ก็เปึ้นของเก่า มาตรา ๘๗ ของรัฐธรรมนูญเดิม นะครับ รัฐต้องส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ สามารถสร้างความเปึนธรรมให้เกิดขึ้น ในสังคมไทย อันนี้ก็คือการแปรรูปล่ะครับ ถ้าเผื่อปล่อยการแปรรูปไปให้คนควบคุมดูแล ซึ่งไม่ใช่รัฐแล้วอันตราย แล้วก็วก็กลับมาเกี่ยวกับเรื่องระบบเศรษฐกิจ ความเปึนธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคม โดยกำกับดูแลไม่ให้มีการผูกขาด ตัดตอน นะครับ รัฐต้องเปึนคนกำกับ ดูแล มาตรา ๘๗ เราเป่ดกว้างมาก ใช้คำว่า การค้าเสรี นะครับ ใช้คำว่า การค้าเสรีมาเปึน ตัวกำหนดนะครับ เขาอยากเห็นว่าระบบเศรษฐกิจเสรี จาก ระบบการค้าเสรี เปลี่ยน มาเปึน ระบบเศรษฐกิจที่เปึนธรรม แทน จากการค้าเสรี เศรษฐกิจเสรี มาเปึนระบบ เศรษฐกิจที่เปึนธรรมแทนในกฎหมายนะครับ ก็คงจะมีเรื่องแถมอีกนิดนะครับ เรื่องขั้นตอนเรื่องการศึกษานี่เขา แถมมาบอกว่า ถ้าเผื่อว่าจะเปึนไปได้นะครับ ขอความกรุณาเรื่องการศึกษานี่ ทุกวันนี้ ภาคบังคับ ๑๒ ป้ ฟรีไม่จริง ยืนยันได้เลยว่า ฟรีไม่จริง และถ้าเผื่อจะให้ฟรีจริง ๆ แล้วออกมาเปึ้นรูปธรรมได้จะเปึนพระคุณอย่างสูงเลย ก็ไป เกือบทุกที่ อยากเห็นฟรีถึงปริญญาตรีเลย การที่จะให้ประชาธิปไตยดำเนินไป พัฒนา ขึ้นไปก็ไม่ต้องไปพัฒนาอย่างอื่นหรอกครับ พัฒนาคน คนก็ต้องพัฒนาด้วยการศึกษา อีกหน่อยคนเราถ้าเผื่อว่ามีความรู้พื้นฐาน อย่างแย่ที่สุดแค่ภาคบังคับ ๑๒ ป้ หรือไปถึง ปริญญาตรีต่ำสุด ผมว่าระบบที่เรากลัวกันเรื่องซื้อสิทธิขายเสียงมันก็หายไปเองละครับ มันหายไปโดยอัตโนมัติ ผมว่าอีกหน่อยไม่มีใครกล้าที่จะแจกสตางค์หรอกครับ เพราะว่า แจกแล้วรับไหม รับ แต่ถึงเวลากา ไม่กาให้ อันนี้อันตรายนะครับ ก็คงจะต้องบอกได้เลยว่า ถ้าเผื่อว่าเปึนไปได้ การศึกษานี่ที่อยู่ทุกวันนี้ไม่จริง ฟรีไม่จริง แล้วขอให้เปึ้นปริญญาตรี ด้วย แล้วขอให้ส่งเสริมกีฬาโดยงบ จัดงบให้ ให้รัฐจัดงบให้แน่นอน อันนี้ปรากฏอยู่ ในรัฐธรรมนูญก็ดีว่า รัฐต้องส่งเสริมกีฬาอย่างจริงจัง โดยจัดงบประมาณให้ทุกป้อย่าง พอเพียง เพราะว่าถ้าเผื่อคนมีพลานามัยดี สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง เล่นกีฬาเก่ง อย่างน้อยก็สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ แล้วก็ต้นทุนในการรักษามันก็จะน้อยลง ทางสาธารณสุขก็จะน้อยลง ถ้าเผื่อร่างกายประชาชนทุกคนสุขภาพแข็งแรง การเจ็บไข้ ได้ป์วยก็น้อยลง เมื่อการเจ็บไข้ได้ป์วยน้อยลง งบประมาณทางด้านนี้ก็ใช้จ่ายน้อยลง ก็คง จะต้องกราบเรียนท่านประธานไว้แค่นี้ เพราะว่าระยะเวลาที่ให้มา มีฝากกระซิบมา นะครับ เรื่องผู้ใหญ่บ้าน กำนั้นหน่อยนะพี่ ผมก็พยายามที่จะลงให้ตามกำหนดระยะเวลา ถือว่าใช้ระยะเวลามาก ตอนนี้เรื่องผู้ใหญ่บ้าน กำนั้น ก็อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไป แล้วนะครับว่า ในแบบสอบถามเราตั้งแต่ต้นนี่มีแต่ทางด้านท้องถิ่นนะครับ ขอพิจารณา ทางด้านท้องที่ด้วย เพราะว่าขณะนี้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน จะไม่มีที่ยื่นกันอยู่แล้วครับ ก็ขอให้ ผู้ใหญ่บ้าน กำนันที่มีอยู่ตั้งแต่ดั้งเดิมมีที่ยืนอยู่ในสังคมนี้ก็แล้วกันครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบพระคุณมากครับ มีผู้ขอร่วมอภิปรายแล้วนะครับ ทางนี้แถลงจบแล้วนะครับ ท่านไพโรจน์รายเดียว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนว่า วันนี้นับว่าเปึน โอกาสอันดีอย่างยิ่งที่เราได้เป่ดโอกาสให้กรรมาธิการภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ทั้ง ๓ ภาค ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ได้นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นจาก จังหวัดต่าง ๆ ในแต่ละภาค ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก เท่าที่ฟังดูหลาย ๆ คนนอก ห้องประชุมแห่งนี้ก็รับฟัง แล้วก็หวังใจว่าคงจะมีการสะท้อนความคิดเห็นต่าง ๆ กลับมา อีกจนกว่าเราจะร่างกรอบแรกเสร็จวันที่ ๑๙ เมษายน แล้วก็รวมทั้งที่จะสะท้อนความ คิดเห็นในโอกาสต่อไปด้วย ซึ่งเปึนเรื่องที่ดีมาก ก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ กรรมาธิการ เราก็จะรับไปพิจารณาต่อไป ก็เรียนท่านสมเกียรติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คราวก่อน โน้นเรามีประชุมกัน เราว่ากันแต่กรอบที่ ๑ กรอบที่ ๒ กรอบที่ ๓ ความจริงกรอบที่ ๔ เราไม่มีกรรมาธิการก็จริง แต่คิดว่ากรรมาธิการทั้ง ๓ คณะนั้น ถ้าในเรื่อง กรอบที่ ๔ คือ เรื่องอื่น ๆ มันเข้าไปอยู่ในเรื่องใด อยู่ในส่วนของกรอบใดเราก็จะได้นำเอาสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไปพิจารณาต่อไป รวมทั้งเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดถึงตอนท้ายเรื่องกำนั้น ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องการปกครองท้องที่ ท้องถิ่น เมื่อเช้าผมก็ได้อภิปรายไปว่าเราน่าจะได้กำหนด ความสัมพันธ์ให้ชัดเจนระหว่างการปกครองท้องถิ่นกับการปกครองท้องที่ หาจุดยืน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าจะให้เขาทําหน้าที่อะไร อย่างไร ซึ่งตั้งมาร้อยกว่าป้แล้ว แล้วก็ มีบทบาทค่อนข้างมาก เราอาจจะให้ทำหน้าที่ด้านความมั่นคง ด้านการสนับสนุน ทางราชการอะไรก็สุดแล้วแต่ ก็คงจะมีประเด็นอยู่เพียงสองสามประเด็น ที่ผมขออนุญาต นำกราบเรียน หลังจากที่ฟังการนำเสนอของกรรมาธิการภาคกลางแล้ว เรื่องแรกที่ได้มีท่านกรรมาธิการภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณอลิสา ขอเอ่ยนาม ที่ได้พูดถึงคนพิการนะครับ ซึ่งผมคิดว่าคนพิการในบ้านในเมืองเรามีเปึ้นจำนวนไม่น้อย สิทธิของคนพิการจำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแล เพราะความพิการของเขาอาจจะ เกิดมาตั้งแต่เกิด หรือเกิดที่หลังอะไรก็สุดแล้วแต่ เพราะฉะนั้นในเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐ ว่าด้วยสิทธิของผู้คนพลเมืองในบ้านเมืองเรานั้น เราคงจะละเลยเรื่องคนพิการไปไม่ได้ นะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่เราจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งนี้ หรือ จะเลือกตั้งในโอกาสต่อไปนั้นก็เช่นเดียวกัน จะมีทางหนึ่งทางใดที่ผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการการเลือกตั้งนั้นได้คํานึงถึงสิทธิของคนพิการนะครับ ซึ่งเขา มีสิทธิที่จะไปใช้สิทธิใช้เสียงในการออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ที่เรากำลังร่างนี้ว่าควรจะนำออกประกาศใช้หรือไม่ อย่างไรนั้น เราคงจะต้องหาวิธีการที่ จะทําอย่างไรให้เขาออกเสียงได้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนคนตาบอด คนหูหนวก หรืออะไร ก็แล้วแต่ที่เขามีสิทธิตามกฎหมายนะครับ และสามารถจะใช้สิทธิได้ รวมทั้งการ อำนวยความสะดวกที่จะไปสู่หน่วยเลือกตั้งหรือหน่วยออกเสียงลงคะแนนด้วยนะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนไว้ ณ โอกาสนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็คงจะ เปึ้นเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของจังหวัดต่าง ๆ นะครับ ว่าเปึ้นที่น่าสังเกตว่าได้มี ผู้คนมาร่วมรับฟังความคิดเห็น ที่เราไปรับฟังความคิดเห็นนั้นมีคนมาร่วมเปึ้นจำนวนมาก บางจังหวัดอาจจะไม่มากนัก แต่หลายจังหวัดก็คนจำนวนมาก ก็มีประเด็นที่ผม ขอนำเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมช่วยประสานทางอยุธยานะครับ ซึ่งท่านสมาชิก ช.ชัยนาท ก็ไปประสานตรงนั้นอยู่นะครับ ที่อยุธยานั้นผมได้เรียนประสานให้สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญของเราอย่างน้อย ๒ ท่านให้ช่วยพูดคุยหรืออภิปรายในเบื้องต้นให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญเราเปึ้นอย่างไร มีความคืบหน้าอะไร อย่างไร รวมทั้งเชิญชวนในเรื่องของการ ที่จะให้แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงประชามติในโอกาสต่อไปด้วย ท่านแรก ต้องขออนุญาตเอ่ยนามไว้ที่นี้ และขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ก็คือท่านอภิชาติ ดำดี นะครับ ได้กรุณาไปพูดที่อยุธยา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา วันนั้นเห็นว่า มีคนแปดเก้าร้อยคน จำนวนมากเลย ท่านช.ชัยนาท ก็ไป เขาเอาช้างออกมาช่วย ประชาสัมพันธ์อะไรด้วยนะครับ นั่นก็เปึนเวทีใหญ่ทีเดียวที่คนอย่างน้อย สามสี่อำเภอได้มาที่ตรงนั้นนะครับ อีกท่านหนึ่งก็คือท่านจรัส สุวรรณมาลา ซึ่งเปึน ผู้ประเมินผลในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ ท่านก็ได้กรุณาไปพูดที่เวที บางปะอิน ก็ทราบว่ามีคนประมาณสี่ห้าร้อยคน มารับฟังเช่นเดียวกันนะครับ อันนี้ เปึ้นเพียงยกแรกของการรับฟังความคิดเห็นนะครับ ถ้าหากว่าเราสามารถกระตุ้นให้พี่น้อง ประชาชนนั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นในการที่จะแสดงความคิดเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญ ของเรานั้นควรจะเปึนอย่างไร มีประเด็นสําคัญอะไร อย่างไรแล้ว ผมมั่นใจว่าเมื่อเราร่าง เสร็จแล้วการที่จะออกเสียงประชามตินั้นไม่น่าจะเปึนเรื่องยุ่งยากเลยนะครับ อันนี้ก็ ขอกราบเรียนด้วย และขออนุญาตกราบเรียนฝากไปยังท่านประธานกรรมาธิการ ภาคกลาง ท่านสุรชัย ว่าผมได้รับการประสานจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านหนึ่งนะครับ ก็ประสานมาทำนองว่าท่านคุยกับท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อีกท่านหนึ่งซึ่งเปึ้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ กทม. อยู่ที่นั้นด้วย บอกว่า กทม. พร้อมที่จะ ประสานงานและร่วมมือกับกรรมาธิการภาคกลางของเราหรือกรรมาธิการวิสามัญประจำ กรุงเทพมหานครที่จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น จะจัดเวทีใหญ่ ๆ ตรงเขตไหน อย่างไรก็ได้ พร้อมที่จะยินดีจัดสถานที่ เวทีอะไรต่าง ๆ นะครับ ก็เรียนว่าขอให้ท่านประสานกับ ท่านปลัด กทม. ได้โดยตรง เราก็คิดว่าอันนี้จะเปึนประโยชน์อย่างมากครับ เพราะอะไรที่ เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครนั้นมันสะท้อนออกไปทั่วทั้งประเทศนะครับ เมื่อ ๒ วันก็จัดที่ ส่วนลุ่มพินี้ วันก่อนจัดที่ห้องประชุมรัฐสภาของเราอีกห้องหนึ่ง ตึก ๒ นะครับ คนฟัง คนดู เยอะแยะมากมายเลยครับ นี่ผมคิดว่าเปึนวิธีการที่ดีที่สุดในการที่จะสื่อสัมพันธ์ในเรื่อง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่เรากำลังร่างอยู่ ขอบคุณท่านประธาน มากครับ
ขอบคุณครับ ก็พูดแทนหมดแล้วนะครับ คุณอลิสาคงไม่ต้องใช้สิทธิพาดพิง ไม่ต้องนะครับ ขอเชิญสรุปครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สสร. ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ขออนุญาตสรุปป่ดท้าย เรียนท่าน สสร. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านอย่างนี้ครับว่า ยุทธศาสตร์ ในการทํางานของกรรมาธิการภาคกลางของเรานั้น เรามียุทธศาสตร์ในการนําไปสู่ เปัาหมายของการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มากที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนั้น ภารกิจที่เราพยายามคิดและนำไปสู่วิธีการ ในการปฏิบัติก็คือ เราไม่ได้มีเพียงแต่การไปเป่ดเวทีแล้วให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็นผ่านเวทีเท่านั้น เราพยายามคิดหลาย ๆ วิธีการครับว่าทำอย่างไรจะให้ประชาชนได้มีโอกาสที่มีส่วน ในการคิด ส่วนในการสร้าง ส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ได้มากที่สุด โดยมีวิธีการ หรือมีช่องทางให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด ฉะนั้นด้วยวิธีการคิดอย่างนั้นนี่กรรมาธิการ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครจึงได้สร้างเครือข่ายร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้างรัฐธรรมนูญ ขึ้น ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวขณะนี้ได้รับการตอบรับจากธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ทุกสาขา ทั่วประเทศ ได้รับการตอบรับจากสถานีบริการน้ำมันบ้างจาก ปตท. คาลเท็กซ์ (Caltex) ป่โตรนาส (Petronas) แล้วก็ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ชื่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผมได้ขออนุญาตเอ่ยนามไปเมื่อสักครู่นั้นนี่จะร่วมมาเปึ้นเครือข่าย ของกรรมาธิการภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ท่านประธานภาคเหนือ ท่านประธานภาคอีสานได้ยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยแล้ว ซึ่งเมื่อประสานกันไป แล้วนี่ ผมขออนุญาตว่าเครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้จะเปึ้นเครือข่ายของสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วครับ ท่านประธานครับ เครือข่ายเหล่านี้ทําหน้าที่อะไร เครือข่ายเหล่านี้ที่เราคิดขึ้นมา ก็คือเนื่องจากเราคิดว่า การรับฟังความคิดเห็นภายใต้ภารกิจของกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นภาคกลาง ซึ่งผมคิดว่าไม่เพียงแต่ภาคกลางนั้น ทุกภาคคงมีเปัาหมาย เดียวกันก็คือการนำไปสู่การทำประชามติในท้ายที่สุด ซึ่งก่อนจะไปสู่ถึงจุดตรงนั้นนี่ ถ้าพี่น้องประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่ของง่าย เลยครับที่อยู่ ๆ เราจะหยิบรัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการยกร่างเสร็จ สภา สสร. ร้อยคน ให้ความเห็นชอบแล้วโยนกลับไปถามประชาชน ซึ่งมันจะมีอยู่สามสี่ร้อยมาตรา แล้วก็ ให้ประชาชนศึกษาทำความเข้าใจให้เสร็จภายใน ๒๙ วัน แล้วก็ต้องออกเสียงลงคะแนน ว่าจะรับหรือไม่รับ เพราะฉะนั้นภายใต้แนวคิดในการจัดตั้งเครือข่ายตรงนี้ขึ้นมา เขาจะ ช่วยเราในการเปึนจุดแพร่กระจายร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ จนกระทั่งไปถึง ร่างสุดท้ายที่เขาจะต้องตัดสินใจร่วมลงมติว่าจะรับหรือไม่รับ เครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยเราเปึ้นจุดในการกระจายร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็จะเปึนจุดที่จะ รับความคิดเห็น ซึ่งสะท้อนกลับมาจากพี่น้องประชาชนที่เขาไม่มีโอกาสมาร่วมเวทีสด ๆ ไม่มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นผ่านแต่ละเวทีที่เราจัดตั้งขึ้น ตรงนั้นก็เปึ้นอีก ช่องทางหนึ่งที่เราจะเปึนจุดในการรับความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ซึ่งจะไหลกลับมาสู่ กรรมาธิการยกร่างมาสู่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็เปึนยุทธศาสตร์ที่ขออนุญาตกราบเรียน ที่ภาคกลางได้ดำเนินการไปแล้วนะครับ
ประการที่ ๒ ที่อยากจะขอกราบเรียนก็คือว่าจากนี้ไปซึ่งพวกเราทุกคน ทราบดีว่าเรากำลังเข้าสู่ระยะที่ ๒ ของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ สืบเนื่องจากการที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ว่า การจัดเวทีแต่ละครั้งนั้นเปัาหมายไม่ได้ มีอยู่เพียงแต่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเท่านั้น เปัาหมายของเรานั้นเรามี ความคิดว่าเราควรจะใช้เวทีแต่ละเวที ใช้เวลาแต่ละนาทีนั้นให้คุ้มค่าที่สุด นั่นคือการ สอดแทรกในการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็ความคืบหน้า ในการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง รวมความแล้วก็คือเราใช้เวทีนั้นเปึ้นสื่อกลางระหว่าง สสร. ระหว่างกรรมาธิการยกร่างกับพี่น้องประชาชนไปในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ก็คือนำไปสู่ ความรู้ความเข้าใจ แล้วเขาจะได้ออกเสียงลงประชามติภายใต้พื้นฐานของความเข้าใจ รัฐธรรมนูญได้อย่างถิ่องแท้ ตรงนั้นจะเปึนการเสริมอาวุธทางปัญญาให้กับประชาชนได้ เปึ้นอย่างดี แล้วจะลดกระแสของกระบวนการที่จะมุ่งในการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับเราฉีดวัคซีน (Vaccine) ให้กับพี่น้องประชาชนก่อนครับ แล้วใครจะหยิบ ประเด็นอะไรก็สุดแล้วแต่มาเปึนประเด็นในการปลุกกระแสให้พี่น้องไม่ยอมรับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาจะได้รับวัคซีนจากเวทีต่าง ๆ ที่เราฉีดให้เขาก่อน เขาจะได้มีจุด ในการที่จะคิด เขาจะได้มีมุมที่จะคิดในการที่จะสะท้อนประเด็นที่ถูกปลุกกระแส จากกระบวนการที่ไม่หวังดีต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญในฉบับนี้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กรรมาธิการภาคกลางจะทําจากนี้ไปก็คือการประชุมประธานกรรมาธิการวิสามัญประจํา จังหวัดและคณะกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัดทุกจังหวัดในภาคกลางและ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะเริ่มวางแผนงานในการทำหน้าที่ ภายใต้แนวคิดอย่างที่ ผมได้กราบเรียนที่ประชุม สำหรับการร้องรับการทำงานในระยะที่ ๒ นะครับ ก็คือการเตรียมเรื่องของการศึกษาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมา ในวันที่ ๑๙ เมษายน เพื่อที่จะเอาความรู้ความเข้าใจนั้นไปสื่อสารต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงการปรับรูปแบบในการจัดเวทีในการรับฟังความคิดเห็นต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งกรอบที่ ๑ ก็ดี กรอบที่ ๒ ก็ดี กรอบที่ ๓ ก็ดี และกรอบอื่น ๆ ในกรอบที่ ๔ ก็ดีก็จะต้อง ถูกปรับเปลี่ยนไปตามร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเริ่มลงออกมาเปึ้นรายมาตราในวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ ก็เปึ้นแผนงานของภาคกลางที่จะขออนุญาตกราบเรียนรายงานล่วงหน้า ต่อที่ประชุม สสร. เพื่อให้ทราบถึงการที่เราได้เตรียมแผนงานในการทำงานไว้ สำหรับสิ่งที่ ท่านไพโรจน์ ขออนุญาตที่ได้เอ่ยนามท่าน ได้กรุณาแนะนำเรื่องของการประสานงานกับ ท่านปลัด กทม. นั้น ก็ขอกราบเรียนว่าเราได้มีการประสานงานไปแล้ว แล้วก็ท่านได้กรุณา ให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานครได้มาร่วมประชุมกับเรา ๒ ครั้งแล้ว ในวันพุธนี้จะเปึนการประชุมร่วมกันอีกครั้งหนึ่งเปึนครั้งที่ ๓ ระหว่างกรรมาธิการวิสามัญ กรุงเทพมหานครกับผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานคร ขออนุญาต กราบเรียนเพิ่มเติมว่าสำหรับในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น นอกจากเราจะมีการ ประสานงานกับท่านปลัด กทม. แล้วก็ผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขตแล้ว ได้มีการ ประสานงานกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลผ่านผู้บังคับการตำรวจนครบาล ๑ ถึง ๙ ขณะนี้เราได้รับความร่วมมือกับทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล แล้วก็ทางข้าราชการ ในกรุงเทพมหานครเปึนอย่างดี เมื่อวานเราได้มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งใหญ่ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทางเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ ผู้แทนเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลในสถานีตำรวจนครบาลทุกสถานี มีผู้มาร่วมรับฟัง ความคิดเห็น ๑,๖๐๐ คนเศษสำหรับเวทีที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าเมื่อวานนี้ ซึ่งก็บังเอิญเปึ้นอีกเวทีหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรามีการจัดเวที ที่รัฐสภาแห่งนี้เช่นเดียวกันในวันและเวลาเดียวกัน สําหรับในกรุงเทพมหานครนั้น ขณะนี้ ทางผู้อำนวยการเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครทั้ง ๕๐ เขต ท่านได้แบ่งกลุ่มของท่านเปึน ๑๒ กลุ่มตามกลุ่มของการแบ่งเขตปกครองของกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๑๒ กลุ่มนี้ตกลง กับผมแล้วว่าจะเปึนเจ้าภาพร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญกรุงเทพมหานครในการจัดเวที รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องกรุงเทพมหานครอีก ๑๒ ครั้ง จนกว่าร่างรัฐธรรมนูญของเรา จะร่างเสร็จในร่างที่ ๒ ซึ่งประมาณไว้ก็คือวันที่ ๑๐ มิถุนายน ก็ขอขอบพระคุณในความ ห่วงใยของพี่ไพโรจน์ ขณะเดียวกันก็ขอกราบเรียนว่าน้องได้ทำตามที่พี่ได้แนะนำไว้ แล้วครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมเปึนการแถลงป่ดสรุป ก็เปึนการแถลงสรุป ป่ดท้ายการรายงานของกรรมาธิการภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ขอบพระคุณ ทุกท่านครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านสุรชัยเปึ้นทนายความก็จะขึ้นศาลอยู่เรื่อยนะครับ ตอนนี้ ถือว่าเปึ้นอันได้พิจารณาความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง สมบูรณ์เรียบร้อยดีนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ รายงานผลการพิจารณาของคณะทํางานเพื่อพิจารณา เสนอรายชื่อสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการ และพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการ คือได้เสนอเพื่อขอให้ที่ประชุมตั้งซ่อมกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดนครราชสีมาแทนตำแหน่ง ที่ว่าง คณะทำงานได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและรายละเอียดถูกต้องแล้วนะครับ เรื่องอยู่ที่ท่านเลขาหรือเปล่าครับ เชิญเสนอรายชื่อเลยครับ
คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ประจำจังหวัดนครราชสีมาครับ ขอแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่างครับ ได้แก่ นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา ครับ ซึ่งคณะทำงาน พิจารณาเสนอรายชื่อสมาชิกได้ตรวจความเรียบร้อยถูกต้องครับ มีการยื่นแบบแสดง การยินยอมได้รับการเสนอชื่อมาพร้อมถูกต้องครับ ชื่อ นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา ครับ แทน รองศาสตราจารย์วินิจ โชติสว่าง ครับ
ครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่คณะทํางานเสนอมานะครับ
เข้าระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ นะครับ
๕.๑ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... นะครับ
ด้วยประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๐ เปึนต้นไปนั้น แต่ร่างประกาศดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายรองรับ การจัดให้มีการออกเสียงประชามติและกำหนดมาตรการที่จะดำเนินการกับบุคคลซึ่งได้ กระทําความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ซึ่งในเรื่องนี้คณะกรรมาธิการ ยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติและการออกเสียงประชามติจึงได้ยกร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็คงจะได้ดําเนินการต่อไปนะครับ ส่วนสําเนา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะสำเนาแจกให้กับท่านสมาชิกได้ทราบต่อไปด้วย ก็กราบเรียนที่ประชุมเพื่อทราบนะครับ และให้ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดำเนินการต่อไปนะครับ
๕.๒ เรื่องการพิจารณาองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
เนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวน ๑๙ ท่าน และมีกรรมาธิการที่มาจากประธานคณะกรรมาธิการหลายคณะ ซึ่งมีภารกิจ ไม่อาจเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการได้ ทำให้มีผลกระทบต่อองค์ประชุมและมติของ คณะกรรมาธิการ ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมว่าในส่วนการเปึนกรรมาธิการดังกล่าวนี้ เมื่อท่านประธานคณะกรรมาธิการคณะอื่นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมดังกล่าวได้ ขอให้ ท่านประธานในคณะนั้นส่งตัวแทนมาทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการกิจการสภานะครับ เพื่อจะได้สะดวกแก่การประชุมนะครับ ที่ประชุมไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
เรื่องอื่น ๆ มีอีกไหมครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์และท่านอาจารย์วัชราครับ เชิญอาจารย์ปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เมื่อตอนที่เราพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการจาก ภาคต่าง ๆ นะครับ ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งมีความเห็น และผมคิดว่าน่าจะบรรจุเรื่องนี้ไว้ ในการประชุมในครั้งต่อไปก็คือ รายงานการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ได้ ถูกประมวลแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนั้นได้นําไปเสนอในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่า สมาชิกส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เปึนกรรมาธิการยกร่างอาจจะไม่ทราบ และผมคิดว่ามารายงาน ต่อที่ประชุมนี้ก็จะเปึนประโยชน์ด้วย เพราะว่าจะสามารถที่จะสื่อไปถึงประชาชนที่เราไป รับฟังความเห็นมา ซึ่งเปึนการสรุปรวมจะเปึนครั้งที่ ๓ ในสัปดาห์นี้อยู่แล้ว ผมคิดว่าถ้าเรา สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาร่างด้วยก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ครับ จึงเรียนเสนอให้ประธานช่วยพิจารณาด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ ผมว่าความพร้อมอยู่ที่ทางกรรมาธิการและตัวท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วม เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ปกรณ์นะครับ ก็ทําหนังสือแสดงความพร้อมมา แล้วเดี๋ยวในส่วนของท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านก็จะพิจารณาจัดเข้าระเบียบวาระให้ครับ สืบเนื่อง ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง มี ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ได้ตั้งข้อสังเกต นั้นผมคิดว่าเปึนเรื่องดีและก็ตรงกัน ที่ผมจะได้ทำหนังสือถึงท่านประธานเพื่อที่จะขอบรรจุ ในวันจันทร์หน้า อีกเรื่องหนึ่งที่ผมรีบเข้ามานี่เพราะเห็นท่านประธานขอในกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาฯ เพื่อที่จะขอตัวแทนของกรรมาธิการชุดต่าง ๆ นี่ผมไม่ขัดข้อง แต่ผม อยากจะกราบเรียนว่าเหตุผลเดียวกันในกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วม ก็ประกอบไปด้วยบุคคลต่าง ๆ แล้วก็มีโดยตำแหน่ง ก็คือกรรมาธิการภาคทั้ง ๔ ภาค แล้วก็กรรมาธิการภาคก็มีภารกิจมาก ก็อยากจะขอที่ประชุมเช่นเดียวกัน กับท่านประธาน อยากจะขอว่าถ้ากรรมาธิการภาคที่ประธานโดยตำแหน่งจะขอประธาน หรือตัวแทนของกรรมาธิการภาคที่เข้าประชุม ไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ใหญ่เช่นเดียวกันนะครับ ผมขอท่านประธานช่วยกรุณาถามที่ประชุม ถ้าไม่ขัดข้อง ก็อยากจะขออนุมัติ เพื่อให้ภาคได้ส่งตัวแทนเข้ามาประชุมแทนได้ ขอบพระคุณครับ
ที่ประชุมมีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมเสนอนะครับ คือถ้าหากว่าท่านประธานในคณะนั้นไม่สามารถมาร่วม ประชุมได้ให้ประธานส่งตัวแทนมา และตัวแทนนั้นให้ถือเปึนกรรมาธิการนะครับ ตกลงตามนี้นะครับ ท่านอาจารย์วัชราครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ตั้งคณะบุคคลทำหน้าที่ตามข้อ ๘ วรรคสอง แห่งหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการ เผยแพร่และออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพราะเหตุว่าขณะนี้จำเปึ้นที่จะต้อง พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติของ กกต. แล้ว จึงจำเปึ้นที่จะต้องแต่งตั้ง คณะบุคคลเข้าไปร่วมทำงานเพื่อช่วยเหลือนะครับ ผมเลยเสนอเปึนญัตติด่วนเข้ามา ขอประธานพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เรื่องของท่านอาจารย์วัชรานี่ผมทำบันทึกกราบเรียนท่านประธานไป ตรงกันพอดี เดี๋ยวท่านประธานก็จะประชุมคณะทำงานนะครับ แล้วก็เอาญัตติของ ท่านอาจารย์วัชราเข้าไปพิจารณาพร้อมกันเลย แล้วก็ให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ถ้าจะแต่งตั้งเลยได้ไหมครับ เพราะทราบว่า ตอนนี้กำลังเร่งด่วนมากครับ
เดี๋ยวก็เร่งให้เลยครับ เพราะเดี๋ยวท่านจะประชุมวันพุธนี้ครับ ส่วนการพิจารณาเดี๋ยวเราดู ให้รอบคอบก่อนค่อยนําเข้าสภานะครับ ก็เปึนไปตามที่ท่านเสนอครับ และเดี๋ยวประชุม กับท่านประธานก่อนแล้วกัน และส่วนญัตติที่เสนอมานั้นในกิจการสภาก็มีการพูดคุยกัน นะครับ ถ้าสมาชิกท่านใดเสนอเปึนญัตตินั้น ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระการประชุมนี่ ให้ผ่านกิจการสภาก่อนนะครับ จะได้ช่วยกันตระเตรียมเพื่อจะให้เปึ้นไปในแนวทาง เดียวกันนะครับ ตกลงตามนี้นะครับท่านวัชราครับ
ได้ครับ ก็คือกระผมขอหารือนิดหนึ่งครับ
อีกเรื่องหนึ่งใช่ไหมครับ
เรื่องเดียวกันครับ คือวันจันทร์กระผมมีภารกิจ ที่ศาลตอนเช้าสักสองชั่วโมง ถ้ากระผมไม่อยู่นี่ญัตตินี้จะตกไปไหมครับ
ไม่ตกหรอกครับ เพราะอย่างไรก็ตามเปึนสาระสำคัญของการทำงานครับ ขอบพระคุณ ครับ ท่านไพโรจน์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น กระผมมี ๒ ประเด็นที่จะนำเรียนที่ประชุมเพื่อโปรดทราบ
ประเด็นแรก ก็สืบเนื่องจากการที่เราจะขอให้มีการสรุปร่วมการรายงาน การรับฟังความคิดเห็นที่เสนอต่อกรรมาธิการยกร่างไปแล้วทั้ง ๓ ครั้ง ๑, ๒, ๓ รวมทั้งกระผมคิดว่าน่าจะเปึนรายงานของภาคต่าง ๆ ด้วยนะครับ ว่าทั้งหมดเมื่อรวมสรุป แล้วนี่ผลการรับฟังในประเด็นต่าง ๆ ในแต่ละประเด็นนั้นเปึนอย่างไร เพื่อเราจะได้ดู ความถี่ของความคิดเห็นในประเด็นสําคัญ ๆ สามสี่เรื่องหลัก ๆ ว่าเปึนอย่างไร ผมคิดว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คงจะได้ประสานกับทางฝ์ายที่รวบรวม ความคิดเห็นเพื่อที่จะได้ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไปนะครับ
ประการที่ ๒ กระผมเปึ้นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง เปึ้นประธานคณะอนุกรรมาธิการประสานการรับฟังความคิดเห็นด้วย เราได้พูดคุย ในที่ประชุมทั้ง ๒ เวทีนะครับว่า ความจําเปึ้นที่เราจะต้องทําการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้อง ประชาชนได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทํารัฐธรรมนูญของเรานั้นเปึ้นสิ่งที่มีความจําเปึน และสําคัญอย่างยิ่งนะครับ เราคงจะต้องทําตามช่วงหรือตามห้วงกําหนดเวลาในแต่ละ ระยะ ไม่ว่าจะเปึ้นระยะช่วงที่ ๑ ก่อน ๑๙ เมษายน ๑๙ เมษายนถึงก่อน ๖ กรกฎาคม หรือจาก ๖ กรกฎาคมไปแล้ว เพื่อที่จะในเรื่องของการประชามติ เพราะฉะนั้นลําพังงบประมาณที่เรามีอยู่ในการดําเนินการของเรานั้นมันอาจจะไม่ทั่วถึง เพียงพอ เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการในเรื่อง ประสานการรับฟังความคิดเห็นนั้น ในนั้นกระผมมีนายกสมาคมอยู่กับผม ๔ คนด้วยกัน นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเปึนตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วทั้งประเทศเจ็ดหมื่น กว่าคนนะครับ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยประมาณร่วมสองพัน กว่าคนที่เปึนสมาชิก นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๕ จังหวัด รวมทั้งนายก สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลอีกประมาณเจ็ดหมื่นกว่าตำบล ทุกคนก็เห็นด้วยและ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือสนับสนุนในการจัดทำปัายประชาสัมพันธ์ในแต่ละพื้นที่ ในระดับตำบล หมู่บ้าน รวมทั้งในเขต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนองค์การ บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งกระผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก นะครับ ในประการที่ ๒ ในเรื่องที่เราจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ไปยังกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นระดับจังหวัด ซึ่งคงจำเปึนที่จะต้องเผยแพร่ไปยังหน่วยการปกครอง ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงตำบล หมู่บ้าน ว่าเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นเปึนลักษณะ ที่ทำอย่างไรจะให้มีการนำเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นไปประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในทุกรูปแบบ เพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เกิดความรู้ความเข้าใจ เมื่อที่ประชุมเห็นเปึนอย่างนี้แล้ว ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ โดยผมเองก็ช่วยดูให้อยู่ด้วย ก็ร่าง หนังสือเสนอท่านประธานสภา เพื่อที่จะลงนามในหนังสือถึงท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้แจ้งต่อนายอำเภอ แจ้งสวัสดิการหน่วยงาน ในสังกัด รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบด้วย แล้วก็ขอความร่วมมือในการ จัดทําปัายประชาสัมพันธ์ ผมคิดว่าเขาทําได้นะครับ จากวัสดุ์ อุปกรณ์อะไรที่มีอยู่ และ กทม. เอง ก็พร้อมที่จะทําให้ เพราะลําพังคัตเอาท์ (Cutout) แต่ละอัน เราพูด ในที่ประชุมประชาสัมพันธ์นะครับ อันหนึ่งนี่ขนาด ๑๔ คูณ ๓๐ เมตร ค่าเช่าประมาณ เดือนละแสนบาท ๖ เดือนข้างหน้านี่เปึนล้านบาทเลย เราก็ทำได้อย่างมากก็ไม่เกิน ๙ ปัาย ๑๐ ปัาย แต่ว่าถ้าเราประสานขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบล หมู่บ้าน เราจะได้ปัายประชาสัมพันธ์ทั่วถึงทุกตำบล หมู่บ้านเลยตั้งแต่บัดนี้ เปึ้นต้นไป ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องแสดงความคิดเห็น ในเรื่องสะท้อนความคิดเห็นจาก ร่างรัฐธรรมนูญ ร่างที่ ๑ ที่เราออกไป หรือรวมทั้งการที่จะเชิญชวนให้มาออกเสียง ประชามติ เพราะคําขวัญสั้น ๆ ที่ให้ไปเปึนตัวอย่างนะครับว่า ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่าง รัฐธรรมนูญ ร่วมลงประชามติ มันกินความทั้งหมดเลยใน ๔ ประโยค อันนี้ก็คิดว่าน่าจะ เปึ้นสิ่งที่ดี อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมเพื่อโปรดทราบ รวมทั้งได้เรียนให้ท่าน สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญอยู่ตาม จังหวัดต่าง ๆ จะได้ประสานกับทางจังหวัด ทางอำเภอ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วย เพื่อดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วงไปครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวนะครับท่านกฤษฎา เรื่องของท่านไพโรจน์ที่เสนอ ๒ เรื่องนี่นะครับ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ต้องขอบคุณนะครับ นอกจากหน่วยงานราชการที่ท่านไพโรจน์ เสนอ เดี๋ยวท่านประธานคงจะออกหนังสือให้ ส่วนเอกชนนะครับ อย่างไรก็ตาม ก็ขอประชาสัมพันธ์ร่วมด้วยก็แล้วกันนะครับว่า ถ้าเอกชน บริษัท ห้างร้านใด มีความประสงค์ จะสนับสนุนกิจกรรมงานของการร่างรัฐธรรมนูญ ก็สามารถติดต่อมาที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้นะครับ เราก็จะขอบคุณท่านอย่างยิ่ง เพื่อเปึนการประหยัดงบประมาณและถือว่า ประชาชน เอกชน หรือราชการได้ร่วมกันสนับสนุนให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เกิดขึ้น ถ้าจะติดต่อนะครับ กองประชาสัมพันธ์ ก็ติดต่อที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ถนนอู่ท้องใน สามเส้นใน (ที่ถูก : แขวงดุสิต) กรุงเทพมหานคร จะมีหนังสือมาก่อนก็ได้ นะครับ ต้องขอบคุณล่วงหน้านะครับ ส่วนที่ท่านไพโรจน์เสนอในกรรมาธิการแต่ละคณะนะครับ ต้องเรียนเลยครับว่า กรรมาธิการที่ตั้งไปนั้น เมื่อได้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนใดเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะ รายงานให้กับสภาได้ทราบ ก็ขอให้ทุกคณะช่วยทำหนังสือสรุปแนวทางและความพร้อม ในการที่จะรายงานต่อสภาทุกคณะเลยครับ แล้วท่านประธานและคณะทำงานก็จะ พิจารณาแล้วก็กำหนดวาระให้เพื่อให้ท่านได้รายงานต่อสภาและสาธารณชนได้ทราบ นะครับ ท่านกฤษฎายกมือก่อน เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติครับ เพื่อนสมาชิก ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับมีข้อสังเกตอยู่อย่างครับ เมื่อวันที่ ๒๕ ที่ผ่านมา ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่าขณะนี้ในภาคส่วนของรัฐบาลก็ได้ทํากระบวนการ ในส่วนของเรื่องการรับฟังความคิดเห็น ในส่วนกลางผมก็เห็นท่านประธานได้ไปนะครับ ในส่วนภูมิภาคก็มีทั้งผม ท่านช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ขออนุญาตนะครับ ก็ไปร่วมที่ จังหวัดกาญจนบุรี ในประเด็นตรงนี้เปึนข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่งครับว่ากระบวนการในการ ทำการรณรงค์ ซึ่งเปึน ๒ ภาคส่วนพร้อมกัน ผมคิดว่าฝากท่านประธานนิดหนึ่งครับ ว่าจะทําอย่างไรให้มันเชื่อมโยงไปทิศทางเดียวกันครับ เพราะว่าเรามีกรรมาธิการวิสามัญ ประจําจังหวัด เพราะฉะนั้นอีกส่วนหนึ่งเปึนส่วนของทางรัฐบาลซึ่งลงพื้นที่ ทําอย่างไร จะเชื่อมโยงีในประเด็นเดียวกันแล้วก็ร่วมกัน แล้วก็เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ประเทศชาติด้วยครับ แล้วก็จะได้สาระอันเดียวกันออกมา ขอบคุณท่านประธานครับ
ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวนำเข้าในกิจการสภาก็แล้วกันนะครับ เพื่อจะได้ประสานกับองค์กร ข้างนอกด้วยนะครับที่เปึนงานของรัฐ แล้วก็รณรงค์กิจกรรมของการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ นะครับ เดี๋ยวท่านเลขาบันทึกและนำมาเสนอด้วยนะครับ ท่านมนตรี เพชรขุ้ม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพครับ การที่ผมได้รับฟังคณะกรรมาธิการทั้ง ๔ ภาค ก็เปึ้นที่ประทับใจนะครับ เพราะผมเองได้รับโทรศัพท์จากหลาย ๆ พื้นที่นะครับ ไม่ว่าจะเปึนภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานนะครับ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้มากแล้วก็เปึ้นที่พอใจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนอย่างมากนะครับ เช่นเดียวกันกับในสภาแห่งนี้นะครับ ถ้าตราบใดที่คณะกรรมาธิการยกร่างได้เขียน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตรงประเด็นที่พี่น้องประชาชนทางบ้านทุกภาคของประเทศได้ส่ง ข้อมูลเข้ามาหรือว่าส่งเปึนบันทึกเทปเข้ามา ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนพร้อมให้ความร่วมมืออย่างดีตลอด นะครับ เพราะว่าได้รับโทรศัพท์ตลอดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบ้าง จากพี่น้องประชาชนบ้าง ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน เปึ้นอย่างมากนะครับ ทุก ๆ กรอบ ทั้ง ๓ กรอบที่วางไว้ และก็พี่น้องประชาชนก็ติดตาม ตลอดนะครับ ฉะนั้นก็ขอวิงวอนว่าคณะกรรมาธิการยกร่างก็ต้องเขียนให้ตรงประเด็นกับที่ พี่น้องประชาชนต้องการด้วยนะครับ อันนี้เปึ้นเสียงสะท้อนจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคที่ได้รับทราบมานะครับ เช่นเดียวกับ สถานการณ์ที่ทุกคนได้ออกพื้นที่ โดยเฉพาะ สสร. ทุกท่านก็มีความเห็นตรงกันนะครับว่า นี่คือความต้องการของประชาชนจริง ๆ นะครับ ฉะนั้นก็ต้องฝากนะครับว่าให้ทุกคน ทุกฝ์ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องตระหนักว่าประชาชนรอคอยอยู่ แล้วก็รับฟังอยู่ตลอดเวลา นะครับ สิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อเขียนเสร็จตีแผ่ไปให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้รับทราบ เมื่ออ่านกันเสร็จก็จะเปึนการตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่าจะลงประชามติอย่างไร นะครับ ฉะนั้นในสิ่งที่ประชาชนตระหนักที่สุดก็คือสิทธิประโยชน์ของประชาชน อย่างที่ ทุกภาคได้ขึ้นไปชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ เพราะผมเชื่อว่าทั้งประเทศได้รับทราบกัน ทั่วถึงนะครับ พร้อมทั้งสภาแห่งนี้ ฉะนั้นก็ขอวิงวอนว่าให้เขียนตามที่ประชาชนต้องการ จริง ๆ นะครับ ก็ขอบคุณ ณ โอกาสนี้ไว้ด้วยนะครับ สวัสดีครับ
ขอบพระคุณครับ ไม่มีท่านอื่นแล้วนะครับ วันนี้หมดวาระการประชุมแล้วนะครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกที่มาประชุมทุกท่านครับ ขอป่ดประชุมครับ