สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐

ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ประธานเลี้ยงบุญเลิศชัย ได้หารือเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยมีเครือข่ายร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้างรัฐธรรมนูญที่มีช่องทางให้ประชาชนมากที่สุด และช่วยจุดแพร่กระจายร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรับความคิดเห็นจากประชาชน นอกจากนี้ยังระบุว่า ระยะที่สองของการรับฟังความคิดเห็นประชาชน จะเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และปรับรูปแบบการประชุมให้เหมาะสม

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สสร. ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ขออนุญาตสรุปป่ดท้าย เรียนท่าน สสร. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านอย่างนี้ครับว่า ยุทธศาสตร์ ในการทํางานของกรรมาธิการภาคกลางของเรานั้น เรามียุทธศาสตร์ในการนําไปสู่ เปัาหมายของการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มากที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนั้น ภารกิจที่เราพยายามคิดและนำไปสู่วิธีการ ในการปฏิบัติก็คือ เราไม่ได้มีเพียงแต่การไปเป่ดเวทีแล้วให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็นผ่านเวทีเท่านั้น เราพยายามคิดหลาย ๆ วิธีการครับว่าทำอย่างไรจะให้ประชาชนได้มีโอกาสที่มีส่วน ในการคิด ส่วนในการสร้าง ส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ได้มากที่สุด โดยมีวิธีการ หรือมีช่องทางให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด ฉะนั้นด้วยวิธีการคิดอย่างนั้นนี่กรรมาธิการ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครจึงได้สร้างเครือข่ายร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้างรัฐธรรมนูญ ขึ้น ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวขณะนี้ได้รับการตอบรับจากธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ทุกสาขา ทั่วประเทศ ได้รับการตอบรับจากสถานีบริการน้ำมันบ้างจาก ปตท. คาลเท็กซ์ (Caltex) ป่โตรนาส (Petronas) แล้วก็ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ชื่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผมได้ขออนุญาตเอ่ยนามไปเมื่อสักครู่นั้นนี่จะร่วมมาเปึ้นเครือข่าย ของกรรมาธิการภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ท่านประธานภาคเหนือ ท่านประธานภาคอีสานได้ยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยแล้ว ซึ่งเมื่อประสานกันไป แล้วนี่ ผมขออนุญาตว่าเครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้จะเปึ้นเครือข่ายของสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วครับ ท่านประธานครับ เครือข่ายเหล่านี้ทําหน้าที่อะไร เครือข่ายเหล่านี้ที่เราคิดขึ้นมา ก็คือเนื่องจากเราคิดว่า การรับฟังความคิดเห็นภายใต้ภารกิจของกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นภาคกลาง ซึ่งผมคิดว่าไม่เพียงแต่ภาคกลางนั้น ทุกภาคคงมีเปัาหมาย เดียวกันก็คือการนำไปสู่การทำประชามติในท้ายที่สุด ซึ่งก่อนจะไปสู่ถึงจุดตรงนั้นนี่ ถ้าพี่น้องประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่ของง่าย เลยครับที่อยู่ ๆ เราจะหยิบรัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการยกร่างเสร็จ สภา สสร. ร้อยคน ให้ความเห็นชอบแล้วโยนกลับไปถามประชาชน ซึ่งมันจะมีอยู่สามสี่ร้อยมาตรา แล้วก็ ให้ประชาชนศึกษาทำความเข้าใจให้เสร็จภายใน ๒๙ วัน แล้วก็ต้องออกเสียงลงคะแนน ว่าจะรับหรือไม่รับ เพราะฉะนั้นภายใต้แนวคิดในการจัดตั้งเครือข่ายตรงนี้ขึ้นมา เขาจะ ช่วยเราในการเปึนจุดแพร่กระจายร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ จนกระทั่งไปถึง ร่างสุดท้ายที่เขาจะต้องตัดสินใจร่วมลงมติว่าจะรับหรือไม่รับ เครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยเราเปึ้นจุดในการกระจายร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็จะเปึนจุดที่จะ รับความคิดเห็น ซึ่งสะท้อนกลับมาจากพี่น้องประชาชนที่เขาไม่มีโอกาสมาร่วมเวทีสด ๆ ไม่มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นผ่านแต่ละเวทีที่เราจัดตั้งขึ้น ตรงนั้นก็เปึ้นอีก ช่องทางหนึ่งที่เราจะเปึนจุดในการรับความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ซึ่งจะไหลกลับมาสู่ กรรมาธิการยกร่างมาสู่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็เปึนยุทธศาสตร์ที่ขออนุญาตกราบเรียน ที่ภาคกลางได้ดำเนินการไปแล้วนะครับ

ประการที่ ๒ ที่อยากจะขอกราบเรียนก็คือว่าจากนี้ไปซึ่งพวกเราทุกคน ทราบดีว่าเรากำลังเข้าสู่ระยะที่ ๒ ของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ สืบเนื่องจากการที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ว่า การจัดเวทีแต่ละครั้งนั้นเปัาหมายไม่ได้ มีอยู่เพียงแต่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเท่านั้น เปัาหมายของเรานั้นเรามี ความคิดว่าเราควรจะใช้เวทีแต่ละเวที ใช้เวลาแต่ละนาทีนั้นให้คุ้มค่าที่สุด นั่นคือการ สอดแทรกในการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็ความคืบหน้า ในการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง รวมความแล้วก็คือเราใช้เวทีนั้นเปึ้นสื่อกลางระหว่าง สสร. ระหว่างกรรมาธิการยกร่างกับพี่น้องประชาชนไปในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ก็คือนำไปสู่ ความรู้ความเข้าใจ แล้วเขาจะได้ออกเสียงลงประชามติภายใต้พื้นฐานของความเข้าใจ รัฐธรรมนูญได้อย่างถิ่องแท้ ตรงนั้นจะเปึนการเสริมอาวุธทางปัญญาให้กับประชาชนได้ เปึ้นอย่างดี แล้วจะลดกระแสของกระบวนการที่จะมุ่งในการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับเราฉีดวัคซีน (Vaccine) ให้กับพี่น้องประชาชนก่อนครับ แล้วใครจะหยิบ ประเด็นอะไรก็สุดแล้วแต่มาเปึนประเด็นในการปลุกกระแสให้พี่น้องไม่ยอมรับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาจะได้รับวัคซีนจากเวทีต่าง ๆ ที่เราฉีดให้เขาก่อน เขาจะได้มีจุด ในการที่จะคิด เขาจะได้มีมุมที่จะคิดในการที่จะสะท้อนประเด็นที่ถูกปลุกกระแส จากกระบวนการที่ไม่หวังดีต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญในฉบับนี้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กรรมาธิการภาคกลางจะทําจากนี้ไปก็คือการประชุมประธานกรรมาธิการวิสามัญประจํา จังหวัดและคณะกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัดทุกจังหวัดในภาคกลางและ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะเริ่มวางแผนงานในการทำหน้าที่ ภายใต้แนวคิดอย่างที่ ผมได้กราบเรียนที่ประชุม สำหรับการร้องรับการทำงานในระยะที่ ๒ นะครับ ก็คือการเตรียมเรื่องของการศึกษาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมา ในวันที่ ๑๙ เมษายน เพื่อที่จะเอาความรู้ความเข้าใจนั้นไปสื่อสารต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงการปรับรูปแบบในการจัดเวทีในการรับฟังความคิดเห็นต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งกรอบที่ ๑ ก็ดี กรอบที่ ๒ ก็ดี กรอบที่ ๓ ก็ดี และกรอบอื่น ๆ ในกรอบที่ ๔ ก็ดีก็จะต้อง ถูกปรับเปลี่ยนไปตามร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเริ่มลงออกมาเปึ้นรายมาตราในวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ ก็เปึ้นแผนงานของภาคกลางที่จะขออนุญาตกราบเรียนรายงานล่วงหน้า ต่อที่ประชุม สสร. เพื่อให้ทราบถึงการที่เราได้เตรียมแผนงานในการทำงานไว้ สำหรับสิ่งที่ ท่านไพโรจน์ ขออนุญาตที่ได้เอ่ยนามท่าน ได้กรุณาแนะนำเรื่องของการประสานงานกับ ท่านปลัด กทม. นั้น ก็ขอกราบเรียนว่าเราได้มีการประสานงานไปแล้ว แล้วก็ท่านได้กรุณา ให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานครได้มาร่วมประชุมกับเรา ๒ ครั้งแล้ว ในวันพุธนี้จะเปึนการประชุมร่วมกันอีกครั้งหนึ่งเปึนครั้งที่ ๓ ระหว่างกรรมาธิการวิสามัญ กรุงเทพมหานครกับผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานคร ขออนุญาต กราบเรียนเพิ่มเติมว่าสำหรับในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น นอกจากเราจะมีการ ประสานงานกับท่านปลัด กทม. แล้วก็ผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขตแล้ว ได้มีการ ประสานงานกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลผ่านผู้บังคับการตำรวจนครบาล ๑ ถึง ๙ ขณะนี้เราได้รับความร่วมมือกับทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล แล้วก็ทางข้าราชการ ในกรุงเทพมหานครเปึนอย่างดี เมื่อวานเราได้มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งใหญ่ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทางเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ ผู้แทนเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลในสถานีตำรวจนครบาลทุกสถานี มีผู้มาร่วมรับฟัง ความคิดเห็น ๑,๖๐๐ คนเศษสำหรับเวทีที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าเมื่อวานนี้ ซึ่งก็บังเอิญเปึ้นอีกเวทีหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรามีการจัดเวที ที่รัฐสภาแห่งนี้เช่นเดียวกันในวันและเวลาเดียวกัน สําหรับในกรุงเทพมหานครนั้น ขณะนี้ ทางผู้อำนวยการเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครทั้ง ๕๐ เขต ท่านได้แบ่งกลุ่มของท่านเปึน ๑๒ กลุ่มตามกลุ่มของการแบ่งเขตปกครองของกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๑๒ กลุ่มนี้ตกลง กับผมแล้วว่าจะเปึนเจ้าภาพร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญกรุงเทพมหานครในการจัดเวที รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องกรุงเทพมหานครอีก ๑๒ ครั้ง จนกว่าร่างรัฐธรรมนูญของเรา จะร่างเสร็จในร่างที่ ๒ ซึ่งประมาณไว้ก็คือวันที่ ๑๐ มิถุนายน ก็ขอขอบพระคุณในความ ห่วงใยของพี่ไพโรจน์ ขณะเดียวกันก็ขอกราบเรียนว่าน้องได้ทำตามที่พี่ได้แนะนำไว้ แล้วครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมเปึนการแถลงป่ดสรุป ก็เปึนการแถลงสรุป ป่ดท้ายการรายงานของกรรมาธิการภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ขอบพระคุณ ทุกท่านครับ