วิชัย ศรีขวัญ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ และรายงานผลการดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคเหนือ
กราบเรียนประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ขอรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ดังนี้ โครงสร้างในการทำงาน คณะกรรมาธิการมี ๑๒ ท่าน ซึ่งมีกระผมเปึนประธาน มีท่าน รองประธาน ท่านประวิทย์ อัครชิโนเรศ ท่านสามขวัญ พนมขวัญ เลขานุการคือ ท่านสวิ่ง ตันอุด ผู้ช่วยเลขานุการ คุณศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น โฆษกกรรมาธิการ คุณวีนัส ม่านมุ่งศิลปี ผู้ช่วยโฆษก คุณชาติชาย แสงสุข และมีกรรมาธิการประกอบด้วย นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายชนินทร์ บัวประเสริฐ นายนิตย์ วังวิวัฒน์ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ในการดำเนินการประสานงานได้มีการจัดตั้งสำนักงาน ประสานงานภูมิภาคขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่ส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ การดำเนินงานได้แบ่ง พื้นที่ออกเปึน ๔ กลุ่มจังหวัด และได้มอบหมายให้กรรมาธิการเปึนคณะไปอำนวยการและ ประสานงาน กลุ่มที่ ๑ มีจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน กลุ่มที่ ๒ จังหวัดลำปาง พะเยา แพร่ น่าน กลุ่มที่ ๓ จังหวัดพิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ กลุ่มที่ ๔ คือจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี สำหรับแผน และผลการดำเนินงานนั้น กรรมาธิการได้กำหนดกระบวนงานในการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนออกเปึน ๔ ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการประชุมเสวนาแนวทาง การดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชนของกรรมาธิการภาค และกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามติ ซึ่งมีท่านอาจารย์เจิมศักดิ์และอาจารย์จรัสไปร่วมด้วย ๒. การประชุม รับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมุ่งจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการ ร่างรัฐธรรมนูญ และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ในระดับอำเภอ จังหวัดและระดับภาคได้มีส่วนร่วม ซึ่งหลายจังหวัดได้ลงไป ถึงระดับตำบล ในการดำเนินงานนั้นดำเนินการเปึน ๓ ระยะคือ ระยะแรกกำลังยกร่าง ระยะที่สองคือเมื่อร่างเสร็จแล้ว ระยะที่สามนั้นคือการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการจัดทำ ประชามติ ทั้งนี้ในการดำเนินงานนั้นได้ขอให้ทุกเวทีมีวิทยากรด้านกฎหมายมหาชนที่จะ ให้การเรียนรู้กับประชาชนและตอบข้อซักถามต่าง ๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้สอนกฎหมายมหาชน และ นักกฎหมายในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ สำหรับรอบแรกที่ผ่านมานั้น กรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้ง ๑๗ จังหวัดได้จัดเวทีตั้งแต่ ๑๕ กุมภาพันธ์นับถึง ๒๖ กุมภาพันธ์ จำนวน ๕๔ ครั้ง และได้จัดหลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันอีกตั้ง ๗ ครั้ง ดังนั้นในจังหวัดภาคเหนือ ได้ดำเนินการในระดับพื้นที่แล้ว ๑๕๑ ครั้ง ซึ่งมีประชาชนผู้เข้าร่วมประชุมครั้งละประมาณ ๑๕๐ ถึง ๒๕๐ คน สำหรับกรรมาธิการประจำภาค ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ในลักษณะการประชุมสัมมนาระหว่างกรรมาธิการประจำภาค กรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัด และแกนน้ำกลุ่มประชาชนในจังหวัด โดยภาคเหนือตอนบนจัดที่จังหวัด เชียงใหม่เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ และภาคเหนือตอนล่างจัดที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ มีผู้เข้าร่วมประชุมในทั้ง ๒ ครั้ง จังหวัดละ ๓๐ คน ในการดำเนินงานทุกครั้งได้ทำรายงานมายังกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามติทุกครั้ง รวมทั้งในการจัดระดับภาคได้รายงานต่อกรรมาธิการประสาน การมีส่วนร่วมและเมื่อวันที่ ๒ มีนาคมที่ผ่านมา กระบวนการต่อไปคือการส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชนในช่องทางอื่น ๆ ได้แก่การสนับสนุนเข้าร่วมกับการ ดำเนินงานขององค์กรที่ได้จัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมีอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังได้สร้างช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งส่งเอกสารได้ที่ตู้ ปณ. ของ แต่ละจังหวัด จากการส่งเข้าไปยังตู้รับฟังความคิดเห็น รวมทั้งการเสนอไปผ่าน อินเทอร์เน็ต (Internet) ไปยังศูนย์ประสานงานของกรรมาธิการภาคที่จังหวัดเชียงใหม่ และของทุกจังหวัด ในการดำเนินงานโอกาสต่อไปนั้นก็คือการสนับสนุนการจัดทำ ประชามติ ซึ่งจะดำเนินการหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สำหรับการรายงานผลการ ดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคเหนือที่ผ่านมานั้น จะขออนุญาตให้ กรรมาธิการได้แบ่งกันรายงานดังนี้ ๑. นายสวิ่ง ตันอุด นำเสนอกรอบที่ ๑ คือสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ ๒. นายสามขวัญ พ้นมขวัญ นำเสนอรายงานกรอบที่ ๒ สถาบันการเมือง และ ๓. นายวีนัส ม่านมุงศิลปี นำเสนอรายงานกรอบที่ ๓ องค์กรการตรวจสอบอิสระและศาล ขอเรียนว่าการจัด เวทีรับฟังความคิดเห็นและการส่งเสริมโดยช่องทางอื่นที่เป่ดให้ประชาชนโดย กรรมาธิการภาคเหนือและกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้รับความสนใจจาก ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ทุกครั้งได้มีการนำเสนอโดยองค์กรชุมชนและประชาชนผู้แทน กลุ่มอย่างเปึนระบบและชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อย เปึ้นรายกรอบที่กําหนดไว้ ทําให้ตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ ได้มีโอกาสนําเสนออย่างครบถ้วน ซึ่งกรรมาธิการภาคเหนือและกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด จะได้เป่ดโอกาสหรือ ช่องทางการมีส่วนร่วมอื่น ๆ มากยิ่งขึ้นในรอบต่อ ๆ ไป ขอบคุณครับ