สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐

ปริญญา ศิริสารการ พูดเรื่องกรอบอื่น ๆ ของกรอบที่จะตราในกฎหมาย เพื่อให้คำบัญญัติที่กำหนดไว้บังคับใช้จริง และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ โดยเฉพาะอํานาจทางการเมือง สื่อและสังคม และให้มีร่างกฎหมายเฝั้าระวังอย่างใกล้ชิดและมีโทษหนักยิ่งกว่า สว. สส.

นายปริญญา ศิริสารการ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ กระผม ปริญญา ศิริสารการ สสร. ครับ กระผมมาเสนอแถลงในเรื่องกรอบอื่น ๆ ของกรอบของเรานะครับ ในกรอบนี้ที่ผมจะ แถลงนี้ส่วนใหญ่ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะไปเข้าในกรอบใดกรอบหนึ่งได้ แต่ไม่ชัดเจน ก็เลยเอามาเสนอเปึนกรอบอื่น ๆ นะครับ อันแรกที่ผมจะเสนอก็คือสิ่งที่ชาวบ้านพูดถึง มากที่สุดในภาคอีสานก็คือกรอบเวลาที่ตราในกฎหมาย เพื่อให้คำบัญญัติที่กำหนดไว้ว่า ทั้งนี้ให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ชาวบ้านบอกว่า ทำอย่างไรให้เรื่องนี้เปึนความจริง และก็มีสภาพบังคับได้ โดยกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายที่จะออกอย่างแน่นอน และยังมี บทลงโทษในกรณีที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติดังกล่าว คือรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นี้จะบอกว่าตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือตามที่กฎหมายกำหนด แต่ว่าไม่ได้มีบทบังคับใช้ เสียทีนี่นะครับ ต่อไปนะครับ ควรจะอยู่ในเรื่องของสิทธิและหน้าที่ และเสรีภาพ ของประชาชน แต่มาอยู่ในบทอื่น ๆ ก็คือการให้บริการการศึกษาและการเรียนรู้กับ เยาวชนในเรื่องระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งการรู้เท่าทันกลโกงของนักการเมือง และการเมือง และทิศทางการเมืองที่โปร่งใสเปึนอย่างไร ให้กําหนดไว้ในหลักสูตร ของเยาวชนนะครับ เรื่องต่อไปก็คือเรื่องกรอบอื่น ๆ คือสนธิสัญญาสัตยาบันระหว่าง ประเทศหรือการเซ็นเอฟทีเอ การกู้เงินนอกระบบงบประมาณของประเทศต้องผ่านความ เห็นชอบของรัฐสภา ต่อไปก็คือ การตรากฎหมายใด ๆ ที่มีผลต่อประชาชนระยะยาว ในอาชีพหรือความเปึนอยู่ใด ๆ คณะกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้น จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มาจากคนนอกที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อกฎหมาย นั้น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาและกำหนดกฎหมายร่วมกับคณะกรรมาธิการ อื่น ๆ ในคณะ มิใช่มาเปึ้นเพียงที่ปรึกษาหรืออนุกรรมาธิการ เช่น กฎหมายประมงก็ควรจะ มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องประมง ไม่ว่าจะเปึนห้องเย็น ชาวประมง ผู้เพาะเลี้ยง นักวิชาการประมงมาประกอบกันเปึนกรรมาธิการการพิจารณากฎหมาย หรือกฎหมาย เกี่ยวกับการขนส่งทางบกก็ต้องมีผู้ประกอบการขนส่ง จราจร ผู้มีธุรกิจด้านการผลิตรถ วิศวกร์ต่าง ๆ มาเปึนกรรมาธิการ มิใช่มาเปึ้นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมาธิการ และอายุของ กรรมาธิการนั้นหมดอายุเมื่อกฎหมายนั้นผ่านการรับรองจากรัฐสภา ก็หมายความว่า ขอให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมามีส่วนในการพิจารณาในคณะกรรมาธิการกฎหมายนั้น ๆ และต่อไปก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ประชาชนบอกว่าจะต้องมีข้อกำหนด ระยะเวลาการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในขณะนั้น ๆ นะครับ เพื่อให้ทัน เล่ห์เหลี่ยมการใช้ช่องว่างทางรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง ฉะนั้นเสียง ของประชาชนกำหนดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเปึนองค์กรที่เปึ้นองค์กรอิสระ จะกี่องค์กรก็ได้ โดยมีที่มาคล้ายเช่นเดียวกับ สสร. โดยไม่ให้สมาชิกรัฐสภา ไม่ว่า สส. สว. เข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมา สส. สว. ที่ผ่านมาไม่ยอม ปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จนกระทั่งเปึนสาเหตุหนึ่งที่นำมาถึงวิกฤตการณ์ทาง การเมือง นี่คือการปรับปรุงรัฐธรรมนูญตลอดเวลาให้ทันกาลครับ ต่อมาเท่าที่ประชาชน เสนอมาคือ รัฐต้องจัดองค์กรบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติที่ใหญ่กว่ากรม กองต่าง ๆ ในปัจจุบัน เพราะภัยธรรมชาติและสาธารณภัยต่าง ๆ จะรุนแรงและหนักขึ้นกว่าทุกวัน ๆ อาจจะอยู่ในกฎหมายของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หรือว่าพื้นฐานแห่งรัฐนะครับ ต่อมาครับ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ โดยเฉพาะอํานาจทางการเมือง สื่อและสังคม ส่วนใหญ่มองไปที่รัฐสภาของชาติคือ สส. สว. แต่อํานาจรัฐระดับท้องถิ่นบางแห่งมีสภาพ ล้มเหลว ย่ำแย่ และสืบทอดอำนาจยิ่งกว่าระดับชาติ ฉะนั้นให้มีร่างกฎหมายเฝั้าระวัง อย่างใกล้ชิดและมีโทษหนักยิ่งกว่า สว. สส. เพราะถือว่าผู้ใช้อํานาจรัฐระดับท้องถิ่นอยู่ ใกล้ชิดประชาชนมากกว่า อันนี้อาจจะอยู่ในกรอบที่ ๒ หรือกรอบที่ ๓ นะครับ แต่เอามา ใช้ในกรอบอื่น ๆ ต่อมาครับ เปึ้นเรื่องของสิทธิการซื้อขายเสียง จะต้องร่างกันใหม่ให้หมด เพื่อให้มีสภาพบังคับและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้กฎหมายมีความรัดกุม ควรให้ กกต. รับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อหาทางออกและแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ให้มีการเลือกตั้งซื้อสิทธิ ขายเสียงนะครับ และต่อมาก็คือ ระบุหลักเกณฑ์สำคัญใน การโยกย้ายข้าราชการในรัฐธรรมนูญ ต้องออกกฎหมายควบคุมโยกย้ายข้าราชการใหม่ หมด เพื่อให้ได้ปฏิบัติได้อย่างจริงจัง ปัองกันนักการเมืองทุกระดับเข้ามาแทรกแซง เกี่ยวข้อง และมีบทลงโทษอย่างหนัก เพราะเท่าที่ผ่านมาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ล้มเหลวทั้งระบบ นี่คือสิ่งที่ประชาชนกำหนดมา และก็อีกอย่างหนึ่งคือ หากมีการควบคุม การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการการเมืองแล้ว ขอให้มีบทลงโทษข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ หาประโยชน์จากการแต่งตั้งข้าราชการผู้น้อยได้อย่างจริงจัง เพราะกฎหมายในปัจจุบันกับ สภาพความเปึนจริงไม่สมดุลกัน เท่าที่ทราบเมื่อถึงฤดูกาลโยกย้ายข้าราชการ ข้าราชการ จำนวนไม่น้อยใช้เวลาในการวิ่งเต้นมากกว่าเวลาทำงานประจำ นี่คือข้อประมาณของ กรอบอื่น ๆ ของภาคอีสานนะครับ ซึ่งอาจจะมีข้อย่อยมากกว่านี้ แต่อาจจะเปึนคําพูดของ สมาชิกท่านอื่น ๆ ต่อไป ขอบพระคุณครับ