ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หารือเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่างรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบ และการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อป้องกันการครอบงำทางการเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและกำกับดูแล
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกทุกท่านครับ กระผมจะขอพูดในกรอบที่ ๓ นะครับ กระผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง สสร. หมายเลข ๐๓๑ ก่อนอื่นผมอยากจะขอให้สติ พวกเราในการมาร่างรัฐธรรมนูญ เรามาร่างรัฐธรรมนูญนี้เปรียบเสมือนการที่เอา ล้อเกวียนมา มีดุมเกวียน มีซี่เกวียน แล้วก็กงเกวียน ทั้ง ๓ อย่างนี้ต้องประกอบกันครับ ดุมเกวียนก็คือยกร่างหรือแกนสำคัญ แนวคิดสำคัญ แต่ไม่สมบูรณ์ครับ จำเปึ้นจะต้องมี ซี่เกวียนมาเสริมใส่ ซี่เกวียนคือแนวคิดย่อย ๆ แตกแขนงจากหลากหลายสาขาที่จะเข้ามา ระดมความคิดให้พวกเราหล่อหลอมความบกพร่องนั้นมาเสริมให้มันเต็มเปึนแบบระบบ บูรณาการ แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้วซี่เกวียนนั้นจะต้องร้อยรัดด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ศาสนาและจริยธรรม คุณธรรมของสังคม และบริบทต่าง ๆ เพราะไม่เช่นนั้น แล้วเรามามัวแก้ระบบ มามัวแก้บุคคล มาแก้บริบทมันไม่ได้ครับ จะต้องแก้ที่ตรงระบบ ก่อน ระบบเสร็จแก้ที่คน ร้อยรัดด้วยคุณธรรม จริยธรรม เพราะมนุษย์เราประกอบด้วย กิเลส์ ตัณหา ตรงนี้ล่ะครับเปึนต้นเหตุที่พวกเรายุ่งยากกันอยู่ ตัณหาคือความอยาก และ มานะคือความพยายามที่จะไต่เต้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งต่าง ๆ แล้วก็มิจฉาทิฐิคือความเห็นผิด ความหลงผิด ความโลภต่าง ๆ เหล่านี้เปึนตัวทำให้เกิดปัญหาที่ผมจะต้องออกไปรับฟัง ประชาชนของภาคอีสานทั้งหมด ๑๙ จังหวัด กรอบที่ ๓ ที่ผมไปรับฟังมานั้นประชาชน หลากหลายให้ความคิดความเห็นเปรียบเสมือนทอดแห่ครับ ทอดแห่ไปได้ปลาช่อนบ้าง ปลาสวายบ้าง ปลาซิว ปลาอะไรเยอะแยะ หอย ปู ผมเอามาเก็บรวบรวมหลายเรื่อง เอาเปึ้นดุ่มเกวียนและซี่เกวียนให้ท่าน แต่รายละเอียดปลีกย่อยนั้นคงอยู่ ในคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมฯ เพราะมีแบบสอบถามส่งเข้าไปในนั้นด้วย เปึ้นรายบุคคล ผมจะขอพูดเกี่ยวกับเรื่องกรอบที่ ๓ องค์กรการตรวจสอบอิสระและศาล เท่าที่ผ่านมาที่มันจำเปึนจะต้องมีปรับแก้ ยกเลิกรัฐธรรมนูญนั้นก็เพราะปัญหานี้เปึ้น ปัญหาหนึ่ง เขาถามว่าควรให้มีศาลหรือองค์กรตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่องค์กรอิสระ หรือไม่ องค์กรอิสระนั้นก็เปรียบเสมือนเปึนคน มีกิเลสเหมือนกันครับ ให้อิสระแล้วความ อิสระนั้นกรอบมันอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นประชาชนภาคอีสานสรุปออกมาประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าต้องมีกรอบ การที่จะใช้ใครทำอะไรเหมือนสมัยขงเบ้ง ในสามก๊กนั้นว่า ถ้าจําเปึนจะต้องใช้คนอย่าสงสัย แต่ถ้าสงสัยอย่าใช้ อันนั้นเอามาใช้ ไม่ได้ในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้น เอ็มเพาเวอร์ (Empower) หรือกระจายอํานาจนี่จําเปึน จะต้องมีการตรวจสอบ ไม่ว่าองค์กรนั้นจะอิสระแค่ไหนครับ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ข้อที่ ๒ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ เช่น กกต. คงไว้หรือไม่ หรือควรปรับปรุง แปลกครับ ตัวเลขออกมาสถิติ ๑๓ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าต้องมี เสร็จเรียบร้อยแล้ว ๓๔ เปอร์เซ็นต์ว่าไม่ควรให้มี ๑๓ เปอร์เซ็นต์ควรให้มี ๓๔ เปอร์เซ็นต์ไม่ควรให้มี เปึนตัวเลขที่แปลกครับ เพราะเขาคงจะเห็นแล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นที่ผ่านมา วิกฤติที่ผ่านมานั้นมีส่วนหนึ่งครับ ขององค์กรอิสระนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ เพราะฉะนั้นเขาเลยบอกว่าไม่อยากให้มี อยากตัดออกไปเลยองค์กรอิสระ แต่ถ้าจะมีต้องปรับปรุงครับ อย่างองค์ประกอบของ กกต. ๕ คนนั้น ท่านลองคิดดูให้ดีครับ ๕ คนนั้นถ้าจำเปึ้นที่เขาถูกใบแดงนะครับ ผู้สมัคร ถูกใบแดง ซื้อคนคนเดียวครับออกไปแล้วซื้อคนคนเดียวออกไป ก็ไม่ถูกใบแดง เปึ้นต้น เพราะฉะนั้นแล้วยิ่งยกมือต้องเอา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเลยบอกว่าอันนี้อยากจะให้เพิ่ม จำนวน กกต. ขึ้นอีกเปึน ๙ คน หรือ ๑๑ คน หรือไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะจำเปึนจะต้องให้มติ สามในห้าก็พอครับ อันที่ ๓ ครับ ประเด็นที่ว่า ควรมีองค์กรอิสระจังหวัดในการติดตาม ตรวจสอบการใช้อํานาจของผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่อย่างไร อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เท่าที่ เราให้อิสระองค์กรอิสระระดับจังหวัดนี้นะครับ ให้องค์กรผู้บริหารส่วนท้องถิ่นนั้นทําไป เมื่อสี่ห้าป้ที่ผ่านมานะครับ ก็เห็นว่ามีอะไรต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงฐานะผู้บริหารกรรมการ อะไรต่าง ๆ ขึ้นเยอะแยะเลย เศรษฐีรุ่นใหม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอะไรเกิดขึ้นครับ ก็เกิดจาก ตัณหาครับ มีการโกงกิน มีการอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถามประชาชนชาวอีสานแล้ว ๓๔ เปอร์เซ็นต์เขาเห็นว่าต้องมีครับที่จะตรวจสอบ เพราะมันจะได้รวดเร็ว เพราะอาศัย ส่วนกลางอย่างเดียวมันไม่พอครับ เวลาไม่พอ ตรวจช้า อะไรต่าง ๆ ความละเอียด การได้ข้อมูลก็ไม่ได้ลึก แต่ถ้าเปึนองค์กรอิสระระดับจังหวัดมันจะได้ลึกแล้วก็รวดเร็ว เพราะกระจายงาน กระจายอำนาจออกไป เกี่ยวกับปัญหาอีกปัญหาหนึ่งที่มีเกี่ยวกับ องค์กรอิสระก็คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญควรจะปลอดจากการครอบงำทางการเมือง อย่างแท้จริงหรือไม่ อันนี้เท่าที่ผ่านมาท่านก็เห็นแล้วว่าองค์กรอิสระของเราหลายองค์กร นั้นได้ถูกผลัก ได้ถูกดันออกไปอย่างที่เราเห็นนะครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าต้องให้ปลอด จากการเมืองนะครับ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งว่า ควรจะมีการกำหนดกลไกมาตรการ ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ์ายการเมืองหรือการกระทำต่อข้าราชการ การควบคุมการ ใช้จ่ายงบประมาณหรือไม่ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ที่ผ่านมาปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พยายามจะกันไม่ให้นักการเมืองล้วงลูกลงไปถึงข้าราชการประจํา เพราะมันจะ เปึ้นแนวทางหรือช่องทางให้เกิดการคอร์รัปชั่น เพราะฉะนั้นจุดนี้เท่าที่ไปถาม ประชาชนมา ๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับเห็นว่าควรจะต้องให้มี เพราะงบประมาณต่าง ๆ ลงไปนั้น มันบิดเบี้ยวไปหมดครับ ควรจะต้องมีนะครับ แล้วก็ประเด็นที่ ๖ ควรมีการวางระบบค้าน และดุลอํานาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เพราะ องค์กรอิสระก็เปึนคน เพราะทํางานไปอัตตามันเกิดครับ อันนั้นก็เอา อันนี้ก็ของข้า อันนี้ อาณาจักรข้าอะไรต่าง ๆ จำเปึนจะต้องมีระบบค้านและดุลอำนาจขององค์กรอิสระนั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับประชาชนเห็นด้วย แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง ปัญหาการถอดถอน ยากครับ เพราะว่าควรลดจำนวนในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและ ตรวจกฎหมายทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นหรือไม่ กำหนดเดิม ๕๐,๐๐๐ คน อันนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าควรลดครับ เพราะไม่เช่นนั้น แล้วประชาชนธรรมดาเขาไม่มีปัญญา ไม่มีงบ ไม่มีอะไร ไม่มีพลังอำนาจทางการเมือง หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะไปผลักดันได้หรอกครับ เขาเลยบอกว่าเอาแค่ ๒๐,๐๐๐ คนในการ ถอดถอนของผู้มาใช้สิทธิก็พอนะครับ หรือถ้าเปึนระดับท้องถิ่นยิ่งน้อยลงครับ เอาหนึ่งส่วนสองของผู้มีสิทธิ หรือผู้มาใช้สิทธินะครับ แล้วแต่ผู้มีสิทธิ ขณะเดียวกันเอา ของจริงคือ ผู้มาใช้สิทธินะครับ และปัญหาอีกอันหนึ่งครับ เรื่องผู้ดํารงตําแหน่งทาง การเมืองในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทําผิด ทุจริต หรือมีพฤติการณ์ที่ร่ำรวยผิดปกติ ไม่ควรมีอายุความในการฟัองร้องใช่หรือไม่ครับ อันนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าไม่ต้องมีเวลาเลยครับ เมื่อไรก็ได้นะครับ แต่อีก ๗ เปอร์เซ็นต์ บอกว่าถ้ามันไปนานขนาดนั้น แล้วก็ข้าราชการที่เกษียณออกไปแล้ว หรือใคร หรือ นักการเมืองก็ติดกับดักความกังวลอันนี้ตลอดไปสิ เปึ้นทำบุญหรือมีบาปีไม่รู้ ส่วนน้อย ๗ เปอร์เซ็นต์เขาเลยบอกว่าขอให้มันมีกรอบเวลาหน่อยเถอะ จะเอานานเท่าไรก็ให้มันมี ไม่เช่นนั้นแล้วไม่รู้เมื่อไร ๙๐ กว่าป้ยังต้องขึ้นศาลอีก แล้วก็อีกอันหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับ ควรมีการกำหนดงบประมาณให้แก่องค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญในจำนวนที่ชัดเจนตาม สัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำป้หรือไม่ อย่างไร อันนี้ถ้าไม่มีงบประมาณให้ นะครับมันก็เกิดปัญหาแบบที่ได้ถูกฟัองร้องอะไรกัน ตั้งเงินเดือนเอง อะไรเอง อะไรต่าง ๆ กรอบอะไรต่าง ๆ นั้นงบประมาณมันจำเปึนครับที่จะต้องมีว่าไปผูกติดกับอะไร ซึ่งมัน ไม่ควรจะไปผูกติดกับคณะบริหารประเทศ หรือองค์กรอะไร แต่ผูกติดกับรายจ่ายประจำป้ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนไม่เห็นด้วยไม่มีเลยครับ อันนี้ก็คือกรอบ ๓ นะครับ องค์กร ตรวจสอบอิสระและศาล ความจริงมีอีกเยอะแยะครับ แต่อันนี้ผมเอามารวบรวมเรียบเรียง เฉพาะซี่ล้อเกวียนเพื่อเสนอในเวลาอันจำกัด รายละเอียดนั้นมีอยู่ในแบบสอบถามของ คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของอาจารย์เจิมศักดิ์อยู่แล้วครับ และองค์กร ๑๒ องค์กร ของรัฐครับ ส่วนกรอบอื่น ๆ ครับมีเยอะแยะเลยอันนี้ ปลาซิว ปลาสร้อยอะไร แต่สรุป ออกมา ขมวดออกมาเปึนท้องถิ่น ท้องที่นี่เอากันอยู่เรื่อย จังหวัดผมด้วยกาฬสินธุ์และ จังหวัดอื่นเยอะแยะ ท้องถิ่น ท้องที่ ความจริงแล้วการที่กระจายอำนาจนั้นลงไป เราลงไปอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ไปท้องถิ่น มันไปคอคอด ไปติดอยู่ตรง ปลายล่าง มันเสื้อ ๒ ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ขอร่วมประชุมบ้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอร่วมประชุมกับ อบต. เขาก็บอก เฮ้ย ไม่มีวัฒนธรรม แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยก็บอกมี เสร็จเรียบร้อยแล้วทาง อบต. ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็บอกว่าขอเข้าไปรู้เรื่องงบประมาณ ไปตรวจสอบให้ไม่ได้หรือ หรือไปอะไรต่าง ๆ อันนั้น เปึนปัญหาโลกแตกเลย แต่ผมว่าจำเปึนจะต้องมีอะไรสักจุดหนึ่งครับเปึนจุดเชื่อม ไม่เช่นนั้นความสมานฉันท์มันจะแตกแยกกันในชุมชนครับ แตกแยกมากเลยนะครับ ผมก็เลยคิดว่าจากการถามเขา เขาบอกว่าในมาตรา ๗๘ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เกี่ยวกับการกระจายอํานาจ ควรจะมีการเข้าไปให้มีการสมานฉันท์ในมาตราการกระจายอำนาจ การกระจายอํานาจสู่ ท้องถิ่นให้มีการสมานฉันท์ ให้เติมคำว่า สมานฉันท์ เข้าไปครับ มันจะได้มีช่องทางที่จะไป ออกกฎหมายลูก พรบ. อะไรต่าง ๆ ของมหาดไทย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ กรอบที่ ๔ นะครับ ก็มีพระไปในเวทีต่าง ๆ พระคุณเจ้าท่านก็บอกว่าอยากจะให้ศาสนาพุทธเปึน ศาสนาประจำชาติ เหตุผลก็เหมือนที่ใคร ๆ หลาย ๆ คน อันนี้เปึ้นประเด็นใหญ่ ๆ นะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งครับ ทางแพทย์ พยาบาล ทางบุคลากรทางการแพทย์ครับ เขาบอกการ ให้สิทธิประชาชนเปึ้นสิ่งที่ดีครับ เพราะเราอยู่ในเสรีภาพ เรื่องสิทธินี่สำคัญ แต่การ ปฏิบัติงานนั้นขอให้ดูสิทธิทั้ง ๓ ฝ์าย ๔ ฝ์ายด้วยเถอะ ให้ความเปึ้นธรรมแก่ทุกฝ์าย แล้วก็ ผู้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมจะต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่เช่นนั้นรักษา คนไข้ไปรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย กลายเปึนฆาตกรเลยครับ ไม่เช่นนั้นคนจะหนี้ ออกจากอาชีพแพทย์ พยาบาลเยอะแยะ แล้วผลจะสะท้อนกลับเหมือนบูมเมอแรง (Boomerang) กลับมาหาประชาชนนะครับ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ สภาเกษตรกร อันนี้ เขาพูดมากเลย เท่าที่ไปรับฟังทุกเวทีของหลาย ๆ แห่งครับ เพราะอะไร อีสานนะครับ เขาอยู่ได้ด้วยการเกษตรครับ เปึนวัฒนธรรมเก่าแก่ของเขา แล้วเปึนอาชีพที่หยั่งลึกลงไป ดึงมากรุงเทพฯ ปล่อยไปก็กลับไปอีสานเหมือนเดิม ไปทำการเกษตรเหมือนเดิมครับ เพราะฉะนั้นเขาอยากว่ามีสักคนไหม หรือมีองค์กรอะไรสักองค์กรที่เปึนยั่งยืนที่จะดูแล วงจรราคาพืชผล ตลอดจนปุิย หรือการอะไรต่าง ๆ การเอารัดเอาเปรียบอะไรต่าง ๆ อันนั้นของวงจรการเกษตรนั้นมีใครไหม ถ้าอาศัยกระทรวง กระทรวงก็เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนไปเรื่อย แต่ถ้ามีสภาเกษตรกรขึ้นมานี่ก็คงจะดี จะได้อยู่ยั่งยืนดูแลให้นะครับ แล้วก็ อีกอันหนึ่ง สภาพัฒนาการเมือง อันนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะการเมืองมันมีปัญหาที่ผ่านมา เราถึงได้มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การที่เข้าไป ความเปึนมนุษย์นี่มันไปแก้ที่ระบบ อย่างเดียวไม่ได้นะครับ ต้องแก้ทั้งวงจร ทั้งระบบ ทั้งตัวบุคคล และทั้งบริบท ใครล่ะครับ จะมาทำทั้งหมด เขาเลยบอกว่าน่าจะมีสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมาเพื่อที่จะดูแลให้มัน ต่อเนื่องกันครับ แล้วก็เสร็จเรียบร้อยเรื่องอุตสาหกรรมครับ จังหวัดเขาก็บอกว่าควรจะให้ มีการพาณิชย์นาวี เพราะการค้าขายของเรานี้เกี่ยวกับการพาณิชย์นาวีก็คือกองเรือขนส่งสินค้า ทำให้มีรายรับเข้าประเทศมาก การขนส่งสินค้าการเกษตรออกไปก็ได้ดีครับ เช่นเดียวกับ สิงคโปร์ (ที่ถูก : สาธารณรัฐสิงคโปร์ - Republic of Singapore) และจีน แล้วก็ อีกอันหนึ่งเรื่องการพลังงาน เพราะภาคอีสานของผมมีพืชเขียว ๆ เปึนพลังงานทั้งนั้นเลย น่าจะมีการมากำหนดบริบทลงไปในรัฐธรรมนูญเรื่องพลังงานด้วยครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว เราต้องซื้อน้ำมันแพง ควรจะมีคนมาดูแลทั้งวงจร ทั้งระบบ ทั้งน้ำมัน และทั้งแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ทั้งอะไรต่าง ๆ พวกนี้ หรือพลังงานทดแทนนะครับ และอีกอันหนึ่ง ก็คือการศึกษา เท่าที่ไปฟังเด็กบอกว่าต้องให้ถึงปริญญาตรี ผมก็บอกแล้วทําอย่างไร เงินมันจะพอหรือ เขาบอกว่า อ้าว ในเมื่อถามหนูว่าจะเอา สส. จบปริญญาตรีไหม พวกหนูถ้าไม่ได้เรียนก็ไม่มีโอกาส อันนั้นก็ขอฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่ง การศึกษานั้นมันร้อยรัดเปึนกงเกวียน กงเกวียนอันนี้ก็คือจะต้องมีเกี่ยวกับเรื่องเฮด (Head) ฮาร์ท (Heart) แฮนด์ (Hand) เฮลท์ (Health) เฮดก็คือสติปัญญานะครับ ต้องปรับปรุงเรื่องโครงสร้างการศึกษาให้ใหม่ เรื่องสติปัญญา เรื่องจริยธรรม ฮาร์ท เพื่อที่จะมาเปึนนักการเมืองที่ดี แล้วต้องแฮนด์ หัตถกรรมศึกษา หัตถศาสตร์ศึกษา พวกนี้เรื่องด้านเศรษฐกิจ ทำเปึนผู้เชี่ยวชาญด้าน เศรษฐกิจ แล้วก็ด้านพลศึกษา เฮลท์ จำเปึนจะต้องมีให้มันครบวงจร มาจัดระบบกันให้ มันแม้ทช์ (Match) ให้มันเข้ากันใหม่นะครับ อันนั้นจะได้เปึ้นประโยชน์มากสำหรับการ จัดการกับบริบทของการเมืองที่โปร่งใส การเมืองที่เปึนประชาธิปไตยครับ อันนี้เปึนเสียง ก้องมาจากภาคอีสาน ๑๙ จังหวัดครับ แล้วเขาก็ฝากมาอีกครับ ขอให้ท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างอย่าทำเปึนชาล้นถ้วย ปรัชญาของจีน ชาล้นถ้วยแล้วรินเข้าไป เอาไปเติมอยู่ครับแต่มันล้นออกหมด เขาบอกระวัง ชาแก้วนั้น เขาจะไม่กิน เขาจะเตะชาทิ้งครับ ขอขอบพระคุณครับ