ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยมีแนวคิดเร่งดำเนินการการจัดเวทีกลุ่มย่อย เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้อย่างหลากหลาย และเพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในประเด็นคำถามก่อนที่จะลงประชามติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมมีประเด็นที่ อยากจะนํากราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งเปึนประเด็นที่คิดว่าเปึนประเด็นใหญ่แล้วก็ สำคัญพอสมควรนะครับ เพราะว่าในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ในกระบวนการวิธี แล้วก็ในกระบวนการดำเนินการนั้นเราจะพบเห็นประเด็นปัญหาอยู่ หลายเรื่อง ซึ่งผมเองได้ทำการศึกษาเรื่องนี้เพื่อที่จะได้นำไปสู่กระบวนการในการที่จะ รับฟังความคิดเห็นในรอบที่ ๒ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศหรือในภาคอีสานนั้นได้มีการจัดตั้งเวที ที่จะรับฟังความคิดเห็นในแต่ละอำเภอและในแต่ละจังหวัด แต่สิ่งที่เราพบเห็นก็คือว่า ในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนนั้น ในบางครั้งถ้าเราจัดเปึนเวทีใหญ่ ซึ่งมีระดับ ๘๐ คน ๑๐๐ คน หรือ ๒๐๐ คน การรับฟังความคิดเห็นจะขาดความหลากหลาย จากประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานนั้นประชาชนจะแสดงออกค่อนข้างน้อยหรือ จะพูดน้อย ยิ่งถ้าจะต้องไปพูดที่ไมโครโฟน (Microphone) ที่จัดไว้ให้นั้นก็จะกลายเปึน ภาระที่จะทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะเสนอแนวความคิด ดังนั้นในการจัดเวทีที่มีคนตั้งแต่ ๘๐ ถึง ๑๐๐ คน เราจะพบว่าผู้ที่จะแสดงความคิดเห็นนั้นจะอยู่ระดับที่ประมาณ ๗ ถึง ๘ คน นอกนั้นก็จะฟังแล้วก็เออออตามนะครับ ทีนี้ผมเองได้ทดลองในเรื่องของการจัดเวที เปึนกลุ่มย่อยซึ่งอยากจะนำเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๗๖ จังหวัด อย่างนี้ว่า ในการจัดเวทีกลุ่มย่อยนั้นผมได้เตรียมความพร้อมของเรื่องวิทยากรโดยได้มี การจัดเตรียมความพร้อม แล้วก็ให้การศึกษาให้กับวิทยากรในเรื่องประเด็นต่าง ๆ ที่จะ นำไปสอบถามประชาชน แล้วก็ในแต่ละเวที ๘๐ คน ถึง ๑๐๐ คน เราได้แบ่งกลุ่มย่อยเปึน ๔ ถึง ๕ กลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๑๒ ถึง ๑๕ คน ท่านประธานครับ ตรงนี้ครับได้ผล เนื่องจากว่าการจัดเวทีกลุ่มย่อยนั้นไม่มีการใช้ไมโครโฟน แล้วก็มีการให้ประชาชน ในแต่ละกลุ่มซึ่งหลากหลายอาชีพได้มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มีการนำเอาประเด็น ๓๕ ประเด็น ในรอบแรกที่เราไปสอบถาม ผลปรากฏว่าประชาชนได้แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นเพราะว่าได้มีการนั่งกันอย่างใกล้ชิดนะครับ ก็ได้ผลออกมาเปึ้นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซึ่งตรงนี้ผมกําลังจะนําเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้น่าจะเปึ้นแนวทางที่จะนําไปสู่ในการ รับฟังความคิดเห็น ๗๖ จังหวัดในรอบที่ ๒ สิ่งหนึ่งที่ประชาชนได้ฝากกับผมในฐานะที่ได้ ออกไปในพื้นที่ว่า ในการนำเสนอ ๓๕ ประเด็น หรือประเด็นต่าง ๆ ที่จะไปสอบถาม ประชาชนนั้น ประชาชนอยากได้เห็นประเด็นคำถามก่อน เพื่อที่จะได้นำไปพิจารณาว่า ประเด็นคำถามเหล่านั้นเขาควรจะได้รับทราบและรับรู้ก่อน แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เดินไปถึงแล้วในเวทีแล้วก็บอกว่าในคำถามเปึนอย่างนี้ วิทยากรก็จะ อธิบายว่าข้อดี ข้อเสียเปึนอย่างไร ตรงนั้นประชาชนการตัดสินอาจจะค่อนข้างจะช้า เพราะฉะนั้นผมถึงนํากราบเรียนว่า สิ่งที่เราพบเห็นในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ผมได้ทำบทสรุปในการประเมินผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เดี๋ยวผมจะมอบให้ ท่านประธานด้วยนะครับว่าในการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด ประชาชนร้อยละ ๕๖.๐ ได้พูดถึงการจัดเวทีว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และเห็นด้วยอย่างยิ่ง อยากจะให้ จัดเวทีนี้ขึ้นบ่อย ๆ ที่ผมต้องน้ำกราบเรียนตรงนี้เนื่องจากว่า ผมคิดว่าในการรับฟัง ความคิดเห็นรอบสองที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังร่างวันที่ ๑๙ จะออกมานี้ ขณะนี้ประเด็น คำถามได้ออกมาแล้วในเชิงคุณภาพ ๒๙ คำถาม ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาร่างฯ ทุกท่านคง ได้เห็นแล้ว ตรงนี้เองผมอยากจะนำกราบเรียนว่า อยากจะฝากให้ผู้ที่จะลงพื้นที่ในการ จัดเวทีนั้นได้ส่งคำถามให้กับประชาชนที่เราจะสอบถามนั้นได้ทำการศึกษา เพื่อในการที่ จะทำให้การประหยัดเวลา แล้วก็สามารถที่จะทำให้เกิดความคิดเห็นที่เชิงประจักษ์ได้ นะครับท่านประธาน สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะนํากราบเรียนก็คือว่าในการ จัดเวทีรอบที่ ๒ นี้ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของวิทยากร ให้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ ว่าประเด็นต่าง ๆ ที่จะนำสอบถามในรอบที่ ๒ นั้นจะมีความ แตกต่างจากในรอบที่ ๑ เพราะฉะนั้นในรอบที่ ๒ นั้นจะเปึนการสอบถามเชิงคุณภาพ แต่ไม่มีแบบสอบถามที่จะเปึนรายบุคคลที่จะกรอก เพราะฉะนั้นรอบที่ ๒ นี้ค่อนข้างที่จะ สําคัญ แล้วที่สําคัญไปกว่านั้นก็คือว่าในการเตรียมในเรื่องของการลงประชามติ ซึ่งแน่นอนครับ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการวิสามัญฯ ประจำจังหวัดนั้นจะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการที่จะเชื่อมโยง เชื่อมต่อในการที่จะลงประชามติ เพราะว่ากรรมาธิการประจำจังหวัด ได้ลงพื้นที่ ได้ไปพบประชาชนในรอบที่ ๑ แล้วกำลังจะลงไปพบประชาชน ในรอบที่ ๒ ดังนั้นในการที่จะรณรงค์เพื่อที่จะลงประชามตินั้น ผมคิดว่าบทบาทของกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดนั้นเปึนสิ่งที่สำคัญ และจำเปึนจะต้องดำเนินการเปึ้นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับผมอยากจะสรุปสั้น ๆ อีกนิดเดียวนะครับว่า ในการจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนนั้นผมคิดว่าเปึนเรื่องประเด็นสำคัญ และเราอยากจะได้ ข้อเท็จจริงและได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่แท้จริง ดังนั้นในการจัดจำเปึนอย่างยิ่งที่ จะต้องมีความพร้อม แล้วก็จำเปึนอย่างยิ่งที่จะได้รับความคิดเห็นจากประชาชน อย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากครับ