ปกรณ์ ปรียากร พูดถึงเรื่องการประชุมกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยอภิปรายเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร ความจริงก็ไม่ได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกรรมาธิการภาคอีสานนะครับ แต่ขออภัยที่สมาชิก ท่านที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ก็คือคุณวีนัส ขออภัยที่เอ่ยชื่อ ได้พูดถึงการไปรับฟัง ความคิดเห็นเราได้เอามาฟังจริงหรือไม่ ในฐานะที่ทำงานเปึนกรรมาธิการยกร่างอยู่ด้วย อยากจะเรียนต่อท่านผู้ถามเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการนี้อยู่ด้วยว่า เราฟังจริง แล้วมีการประมวล แล้วการประมวลนั้นก็ประมวลโดยกรรมาธิการวิสามัญ การมีส่วนร่วมและประชามติ และคนที่ทำหน้าที่ในทางการประมวลอย่างเปึน วิทยาศาสตร์ ความจริงก็คือ ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ความจริงแล้วถ้าจะเปึน ประโยชน์ตามที่คุณวีนัสได้พูดนี่นะครับ เพราะว่ากรรมาธิการชุดนั้นไปประชุมร่วมกับ กรรมาธิการยกร่างและไปประชุมร่วมกันแล้ว ๒ ครั้ง และวันมะรื่นนี้วันที่ ๒๘ จะเปึน การสรุปเปึนครั้งที่ ๓ มีข้อมูลรวมทุกจังหวัด ทุกเวที แล้วก็ชี้ให้เห็นว่ามีสัดส่วน เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่มีความเห็นอย่างไร มีความเห็นประกอบตามที่เห็นสมควร และ มีรายงานประกอบจากการนำเสนอโดยตรง การนำเสนอโดยองค์กรวิชาชีพ นำเสนอโดย นักวิชาการ นำเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญในการประชุมอนุกรรมาธิการแต่ละกรอบทุกกรอบ ไม่ว่าจะเปึนกรอบที่ ๑ สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจ กรอบที่ ๒ สถาบันการเมือง และกรอบที่ ๓ องค์กรตรวจสอบอิสระและศาล นอกจากนั้นก็ยังจะมีความพยายามที่จะทำให้เหมือนที่ท่านการุณพูดเมื่อสักครู่นี้ ฟังอย่าง ได้ยิน มิได้ฟังโดยอาศัยว่าเราใช้ความคิดเห็นของเราเอง ความเปึนห่วงของท่านวีนั้สนั้น เปึ้นความเปึนห่วงที่ดีนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าเพื่อจะทําให้เกิดภาพของการทําความเข้าใจ ร่วมกัน อยากจะเรียนนำเสนอต่อท่านประธานว่าถ้าเปึนอย่างนั้นก็น่าจะให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและประชามติได้นำรายงานผลการรับฟัง ความคิดเห็นที่ได้ถูกประมวลไว้แล้วทั้ง ๒ ครั้ง และกำลังจะเปึนครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๒๘ วันที่ ๒๙ มาดำเนินการ มารายงานต่อที่ประชุมสภานี้ด้วย อาจจะเปึนในครั้งหน้า ในวันจันทร์หน้าก็ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะเปึนการที่ทําให้เราเกิดความรู้สึกว่า การทํางานของกรรมาธิการยกร่างคิดเอง ทําเอง เกือบจะทั้งสิ้น แต่แท้ที่จริงไม่ได้เปึน อย่างนั้นนะครับ ทีนี้คำถามที่อาจจะเปึนคำถามเรื่องที่ถามว่าโยนหินถามทาง ความจริงแล้วกรรมาธิการยกร่างก็ตาม ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาร่างทั้งหลายไม่ได้ มีเจตจำนงอย่างนั้นเลย แต่เราต้องยอมรับความจริงอย่างนี้นะครับว่า การประชุม สมัยใหม่ไม่มีการประชุมที่ป่ดลับครับ การประชุมกรรมาธิการยกร่างนี่เปึนการประชุม ที่เป่ดเผย และเป่ดเผยต่อสาธารณชนโดยตรงนะครับ โดยผ่านสื่อสารมวลชน มีการถ่ายทอดออกจากห้องประชุมกรรมาธิการไปยังข้างนอก ผู้ที่เปึนพี่น้องสื่อมวลชน เขาก็ทำหน้าที่ด้วยความร่วมมืออย่างดีมาก เขาฟังแล้วเขาเห็นจากภาพเลย ทีนี้ประเด็น ที่มันไปเปึนบางประเด็น นี่มันประเด็นของการอภิปรายโต้แย้งกัน ความเห็นส่วนใหญ่เราก็ พูดกันชัดเจน ผมทําหน้าที่ในการแถลงในฐานะที่เปึนโฆษกของกรรมาธิการ แต่ความเห็น บางเรื่องนะครับ อย่างเช่น เรื่องนายกรัฐมนตรีควรจะมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่นี่ ไม่ได้มีใครพูดเลยในกรรมาธิการว่ามาจากคนนอก มิได้มีสักคนเดียว ผมพูด ปกปัองกรรมาธิการทุกคนได้ เปึนแต่เพียงพูดว่าอย่างนี้ว่า ในประเทศที่มีความก้าวหน้า ทั้งหลายนี่ ผมพูดอย่างนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันไปอีก ผมนี่อยู่ในฝ์ายที่ นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว และคนส่วนใหญ่ในกรรมาธิการ ก็เปึนอยู่แล้ว แต่ว่ามีบางท่านบอกว่า ถ้าเราไปดูในโลกสากลนี่รัฐธรรมนูญประเทศ ต่าง ๆ ไม่ได้มีบัญญัติไว้อย่างนี้เลย ก็เพราะเขารู้ว่าเปึนมารยาทอยู่แล้วว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเขาบอกว่าไม่จำเปึนต้องเขียน ได้ไหม เพราะมันอาจจะมีกรณีที่เปึ้นเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ก็ได้นะครับ แต่สื่อมวลชนเขา ก็หยิบเอาประเด็นนี้ สื่อมวลชนหยิบเอาประเด็นนี้ล่ะครับ เพราะมันเปึนประเด็นที่มัน ทำให้เกิดความสนใจ ก็โยนออกไปยังสาธารณชน อย่าไปเรียกว่าโยนหินถามทางเลยครับ ถ้าเราไปใช้อย่างนั้นนี่เราก็ดูถูกประชาชนเกินไป ประชาชนส่วนหนึ่งอาจจะคิดแตกต่าง จากเราในที่ประชุมนี้ได้ เขาก็มีข้อคิดเห็นกลับมา ข้อคิดเห็นกลับมานี่ก็เปึนไปตามที่เราได้ เห็นในสื่อสารมวลชนต่าง ๆ หรือข้อสรุปที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ จากกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นทั้ง ๓ ภูมิภาคนี่ ก็คือนายกรัฐมนตรีมาจาก สส. เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้ เราร่างรัฐธรรมนูญภายใต้ไม่ได้ป่ดลับนะครับ เปึ้นรัฐธรรมนูญที่เราร่างมา อย่างเป่ดเผย และมิหน้ำซ้ำนี่ จากการไปดู จากการลงไปรับฟังความคิดเห็นเองด้วยนี่ นะครับ ผมกลับมองว่ากระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนนี่มันเร็วมาก เพราะฉะนั้น เราจะทําอะไรก็แล้วแต่มันก็เปึนเรื่องที่จะทําให้เขามีส่วนร่วมได้มากขึ้น เมื่อวานนี้เอง กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและประชามติ ซึ่งผมไม่ได้เปึ้นสมาชิก ในกรรมาธิการวิสามัญชุดนั้นด้วยนะครับ ร่วมกับกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ เขาก็จัด รายการทางโทรทัศน์เริ่มคิกออฟ (Kick off) เมื่อวานนี้จากรัฐสภานี่ จะใช้ตึกวุฒิสภา ถ่ายทอดสดผ่านช่อง ๑๑ ไป ก็เปึนกระบวนการเคลื่อนไหวอีกแบบหนึ่ง คนเข้ามาตั้งกระทู้ โดยตรงต่อสมาชิกสภาร่างและกรรมาธิการยกร่าง เพียงแต่ว่ามันก็อาจจะผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันไป คนทุกคนในห้องนี้ก็อาจจะมีโอกาสไปทำหน้าที่ตรงจุดนั้นได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้เราจะเห็นว่าภาวะของการมีส่วนร่วมของประชาชนในเวลานี้ เร็ว และหลายประเด็นก็แรง และหลายประเด็นก็ชัดเจน ผมเชื่อว่ากระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญภายใต้ภาวะของบรรยากาศเป่ดแบบนี้ เราก็ต้องทนท่านกับสภาวะของ แรงเบียดต่าง ๆ ของกระแสการเคลื่อนไหวต่าง ๆ แต่เราต้องมั่นคงว่าทุกคนต้องยืนอยู่ ฟากประชาชน ผมในฐานะที่เปึนประชาชน ถอดเครื่องแบบออกไปก็เปึนประชาชนนะครับ มันไม่มีทางที่ จะไปทําให้การเขียนหรือยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นปราศจากการฟังประชาชนได้ เพียงแต่ว่า ข้อสังเกตของคุณวีนัสดีก็คือว่า ทําอย่างไรที่เราจะฟังอย่างได้ยิน ประเด็นในเวลานี้ก็คือว่า มันมีกระบวนการด้านรับฟัง แต่ว่าได้ยินหรือไม่ หรือที่คุณการุณได้พูดเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เราเอาความเห็นของเราไปใส่เอาเองหรือไม่ ตัวอย่างแม้แต่เพียงเรื่องสภาเกษตรกร เราก็เห็นชัดว่ามันก็เปึนเรื่องที่เราไม่ได้ตั้งคำถามไว้ แต่ว่าประชาชนสะท้อนกลับเข้ามา ประชาชนสะท้อนกลับเข้ามา ประชาชนสะท้อนกลับเข้ามา สะท้อนกลับเข้ามามากขึ้น เราก็ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณา แล้วเมื่อหยิบขึ้นมาพิจารณาแล้วเราก็ไปดูว่าในรายละเอียด ของร่างต่าง ๆ นั้นมันมีอยู่หรือไม่ ในบางแห่งไปพูดนี่ ประชาชนไม่มีเสียง ไปฟังความ คิดเห็นนี่ประชาชนไม่มีเสียง อย่างเช่น ผมไปฟังความเห็นของคนหูหนวก เขาไม่มีเสียง คุณวีนัส เขาบอกถ้ามาฟังผมนี่คุณไม่มีทางได้ยินผมหรอก เพราะผมไม่มีเสียงที่จะให้ คุณฟัง แต่ผมมีภาษาสื่อสัญญาณ และความเห็นของเขานั้นเฉียบขาด แหลมคมมาก เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน แม้จะไม่มีเสียงให้ได้ยินก็ตาม สิ่งเหล่านี้เราก็ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณา อย่าได้ไปใช้คำอะไรเลยที่จะทำให้เราเกิด ความรู้สึกว่าสภาร่างทุกคนไม่ทำงานรับฟังประชาชน ผมเชื่อว่าวิธีการรับฟังก็รับฟัง ตามลักษณะต่าง ๆ ที่เราได้กระทำกันอย่างเต็มที่ และกรรมาธิการตามภูมิภาคต่าง ๆ และ ๗๖ จังหวัดก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ผมกลับมองว่าในครั้งนี้การรับฟังความคิดเห็น เปึนคลื่นหรือเปึนกระแสที่ไม่น้อยกว่าป้ ๒๕๔๐ ด้วยซ้ำไปครับ